‘หนุ่ม ศรราม’ เปิดใจครั้งแรกกับเรื่องที่ไม่เคยเล่าให้ใครฟังแกร่งแค่ไหนไม่ไหว!เผยไม่เคยปิดกั้นแม่ให้เจอลูก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บันเทิง – ‘หนุ่ม ศรราม’เปิดใจครั้งแรกกับเรื่องที่ไม่เคยเล่าให้ใครฟังแกร่งแค่ไหนไม่ไหว!เผยไม่เคยปิดกั้นแม่ให้เจอลูก (naewna.com)

'หนุ่ม ศรราม'เปิดใจครั้งแรกกับเรื่องที่ไม่เคยเล่าให้ใครฟังแกร่งแค่ไหนไม่ไหว!เผยไม่เคยปิดกั้นแม่ให้เจอลูก

‘หนุ่ม ศรราม’เปิดใจครั้งแรกกับเรื่องที่ไม่เคยเล่าให้ใครฟังแกร่งแค่ไหนไม่ไหว!เผยไม่เคยปิดกั้นแม่ให้เจอลูก

วันจันทร์ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 10.33 น.

หลังจากที่ออกตัวว่าเป็น ซามูไรพ่อลูกอ่อน เดินหน้าเลี้ยง น้องวีจิ ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนคนเดียว ล่าสุด พระเอกดัง หนุ่ม ศรราม เทพพิทักษ์ที่ได้มาเป็นแขกรับเชิญคนพิเศษในรายการ Club Friday Show ผลิตโดย CHANGE2561 เผยถึงสุดที่รักคือน้องวีจิ ลูกสาว หวงแค่ไหนตอนลูกสาวโต เจ้าตัวเผยมีคำพูดที่เตรียมจะพูดกับลูกไว้แล้ว “คือถ้าคิดว่าไม่ใช่ก็ไม่ต้องพามาเจอ” คุณพ่อน้องวีจิบอกไว้เลย ไม่ชอบรับไหว้ใครเยอะๆ พร้อมปิดใจครั้งแรกกับเรื่องที่ไม่เคยเล่าให้ใครฟัง แกร่งแค่ไหนไม่ไหว แต่เจอแบบนี้ทุกวันก็หมดพลัง เผยไม่เคยปิดกั้นแม่ให้เจอลูก

ถาม เป็นพระเอกที่มีงานเยอะมากโดยเฉพาะกับ เช้นจ์2561 ขอพี่ฉอด เล่นกันมาทั้งแต่สามีสีทอง แล้วก็มา บังเกิดเกล้า สิ่งที่นึกถึง ศรราม แล้วต้องได้รับบทนี้คือ ผู้ชายนิสัยไม่ค่อยดี แต่ในที่นี่ ผู้ชายนิสัยไม่ค่อยดีมันแปลได้อีกนะ คือไม่ใช่หมายความว่า เขาไม่ได้เป็นคนร้ายไปฆ่าใคร แต่ลึกในตัวของเขามีความเป็นแบดๆที่มีเสน่ห์

หนุ่ม ศรราม : แต่ต้องเรียนพี่อ้อย กับ พี่อั๋น ให้ทราบนะครับ แต่ละเรื่องที่พี่ฉอด เลือกมาเช่น สามีสีทอง หรือ บังเกิดเกล้า มันไม่ได้เป็นละครที่สร้างใหม่เป็นละครที่เคยถูกสร้างมาแล้ว (แต่พอตีความออกมาให้เราเล่น) หลายคนคือเชื่อ ซึ่งในเรื่อง บังเกิดเกล้า ผมไม่ได้คิดอะไรเลยครับ คิดแค่ว่าแม่บอกอะไรผมเชื่อหมด

ถาม คอนเซ็ปต์มันคือ เลี้ยงลูกยังไง ได้อย่างนั้น

หนุ่ม ศรราม : คือ แม่บอกอะไรดี ไม่ต้องมีการคิดกลั่นกรองเพิ่มเติมเลยครับเรื่องนี้

ถาม จริงๆแล้วเป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว แต่อยากให้เรียกซามูไรพ่อลูกอ่อนมากกว่าเพราะอะไร

หนุ่ม ศรราม : เพราะผมว่ามันน่ารัก ไดโกโร ครับเพราะว่าคือผมไม่อยากให้มองว่ามันเป็นเรื่องที่แบบต้องมีอุปสรรคเยอะ หรือ มีอะไรเครียดที่ต้องเป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว เพราะเราอยากให้มองว่าเป็นเรื่องสบายๆเป็นเรื่องที่ธรรมชาติของมนุษย์เกิดขึ้นได้

ถาม แล้วมันสบายจริงๆหรือเปล่า เพราะโดยปกติแล้วเราจะพบคำว่าคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวเวลาที่ครอบครัวมีปัญหาเกิดขึ้นคนที่จะรับเลี้ยงดูลูกจะเป็นแม่โดยปกติทั่วไป ในฐานะที่เป็นคุณพ่อที่ต้องเลี้ยงดูมีความสบายๆหรือความยากลำบากอะไรบ้าง

หนุ่ม ศรราม : ผมว่าถ้าเรามีลูกเป็นตัวตั้งทุกอย่างจะสบายหมดมันจะไม่เหนื่อยเลยเพราะเรามีวีจิเป็นตัวตั้ง อย่างเมื่อก่อนเราเป็นลูกใช่ไหมครับ ผมมีป๋ากับแม่ เราทำตัวเป็นลูกที่กตัญญูกับพ่อแม่เลี้ยงดูเขาให้ดีที่สุดในวันที่เขาอยู่ วันหนึ่งป๋าจากไปแล้ว วีจิ มา ตอนนี้เราเอา วีจิ เป็นตัวตั้งพลังงานการขับเคลื่อนในตัวมันเต็มเหนี่ยวเลยครับ

ถาม เกิดความเข้าใจอะไรบ้างจากการที่เราไม่เคยมีลูกมาก่อนเลยแล้วมีอะไรเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นบ้างในจิตใจของเรา

หนุ่ม ศรราม : เราก็จะระมัดระวังตัวเองมากขึ้น ในเรื่องสุขภาพ เรื่องของความโลดโผน ทุกสิ่งอย่างคือลดลงหมดเลย หรือแม้กระทั่งวิธีการเล่นกับเขาก็ต้องเล่นแบบทะนุถนอมเบาๆมีความละเอียดมากขึ้น (ทุกวันนี้สิ่งที่เราทำในหน้าที่ของพ่อคือ) คือทำอาหารตอนแรกทำเป็นประจำอยู่แล้ว แต่พอหลังโควิดเราทำงานถ่ายละครเช้าดึกๆทุกวันเลยไม่ค่อยได้ทำอาหารสักเท่าไหร่ แต่เราก็ยังคงมีกิจวัตรประจำวันเหมือนเดิมคือ ใส่บาตรกับลูกทุกเช้า ทานข้าวเช้ากับเขา หรือเล่นกับเขา แต่ถ้าวันไหนมีกองถ่ายสักหนึ่งซีนก็พาไปเที่ยวที่กอง

หนุ่ม ศรราม : ตอนนี้ก็ขวบกับอีกแปดเดือนแล้วครับ ตอนนี้เริ่มอ้อนแล้วครับ ก่อนที่เราจะออกจากบ้านเขาจะเรียกเรา ป๊าป๋า หรือไม่ก็เตรียมใส่รองเท้าจะนั่งรถไปด้วย

ถาม ซึ่งการที่เราเป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว หรือ ซามูไรพ่อลูกอ่อน คือการที่เราต้องเลี้ยงลูกคนเดียวเราต้องทำงานด้วย เลี้ยงเขาด้วย เราต้องศึกษา อ่านหนังสือ ดูวิธีการเลี้ยงเขาไหม แล้วกังวลในเรื่องการแบ่งเวลาไหม

หนุ่ม ศรราม : คือต้องเรียนแบบนี้ก่อนนะครับ ก็คือที่บ้านว่าตั้งแต่ที่วีจิคลอดออกมาเราจะมีพี่เลี้ยงที่ดูแลเด็ก ดูแลวีจิอยู่แล้วซึ่งตอนนั้นเป็นคุณน้าครับ แล้วก็พอวีจิ เริ่มโต 1 ขวบเราก็เปลี่ยนจากคุณน้ามาเป็นพี่เลี้ยงที่มาจากแนสเซอรรี่ซึ่งมาจากแนสซอรี่ของเพื่อนผมที่เรียนเซนต์คาเบรียลด้วยกัน เขาก็จะสอนตามพัฒนาการที่ควรจะเป็น ทานข้าว อาบน้ำ รู้จักเรียง A B C หัดออกเสียง งีบหลับตอนกลางวัน คือ ทำให้เป็นชีวิตประจำวันของเขา ส่วนคุณแม่พออายุเริ่มเยอะขึ้นเราก็ได้พี่เลี้ยงมาช่วยดูแลอีกคน ก็ต้องบอกว่ามีกำลังเสริมที่คอยช่วยเหลือในขณะที่เราทำงานนอกบ้าน ซึ่งถามว่าเราห่วงกังวลที่เราต้องทำงานด้วยเลี้ยงลูกด้วยไหม ผมไม่นะครับเพราะเราเอาตัวเองเป็นบรรทัดฐานเพราะในตอนเด็กๆ ป๋า ผมไปถ่ายละครที่ต่างจังหวัดเป็นเดือนๆแล้วแม่คือ คนที่เลี้ยงเรามา ซึ่งมีวันหนึ่งที่พอเรารู้ว่า ป่า กลับมาจากที่ทำงานแล้วเขาจะมารับเราที่โรงเรียนเรายืนรออยู่ตรงสะพานลอยรอตั้งแต่สี่โมงถึงสองทุ่มเหลืออยู่คนเดียวก็เคยผ่านมาแล้ว เพราะฉะนั้นก็เลยรู้สึกว่าอะไรก็ได้ที่มันเป็นความรักความอบอุ่นที่เราสามารถที่จะเติมเต็มให้เขาเราจะทำ ให้มันดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ครับ

ถาม เราจะเห็นความรักที่เคลื่อนตัวจนกระทั่งมาถึงตรงนี้ แน่นอนเรื่องหลายๆอย่างผ่านไปเรียบร้อยแล้ว หลายคนได้เห็นจากข่าว ได้เห็นจากอะไรแล้ว แต่ไหนๆมานั่งอยู่ตรงนี้แล้วลองสรุปรวมสักนิดหนึ่งว่าคนที่มีครอบครัวที่อบอุ่นในวันนั้น จนกลายมาเป็น ซามูไรพ่อลูกอ่อน มันเกิดอะไรขึ้นบ้างระหว่างทาง

หนุ่ม ศรราม : ก็ต้องขออนุญาตเรียนแบบนี้ครับ ก็คือว่าปัญหาทุกปัญหาที่มันเกิดมันเป็นปัญหาที่ไม่เหมือนครอบครัวอื่น มันไม่ใช่ปัญหาเรื่องคนที่สาม แต่มันเป็นปัญหาที่ไม่ค่อยถูกต้อง แล้วมันเป็นปัญหาที่หนักแล้วมันไม่ได้รับการแก้ไขแล้วมันก็เป็นปัญหาเรื่อยๆตามมา ซึ่งผมเองก็พยายามที่จะประคับประคองให้มันดีที่สุดแล้ว แล้วพยายามจะแก้ไขปัญหาทุกๆครั้งอย่างดีที่สุด ซึ่งผลลัพธ์ที่ต้องเป็นแบบนี้เพราะมี วีจิ เป็นตัวตั้งอะไรก็ตามที่มันต้องเกิดอันตรายต่อ วีจิ หรือมีผลกระทบต่อลูกนั่นคือสิ่งที่มันไม่ได้แล้วครับ

ถาม พอจะเล่าไทม์ไลน์เรื่องที่เกิดหรือการตัดสินใจที่เกิดขึ้นกับเราได้ไหม

หนุ่ม ศรราม : ต้องเรียนแบบนี้นะครับ ว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นผมได้ทำหน้าที่ผมอย่างเต็มกำลังแล้ว แล้วก็ผมคิดว่าพอมาถึงวันนี้ปั๊บสิ่งต่างๆที่มันเกิดขึ้นอาจจะถูกเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีก็ได้แล้วเราก็เลยจะขออนุญาตไม่ไล่ไทม์ไลน์นะครับ

ถาม ซึ่งเราประคับประคองมาถึงที่สุดแล้ว จุดที่ทำให้รู้สึกว่าเราต้องตัดสินใจในรูปแบบนี้แล้วไม่ได้แล้ว ไม่มีใครอยากตัดสินใจให้ครอบครัวตัวเองต้องแยกย้ายหรอกจุดเปลี่ยนที่แรงที่สุดทำให้ต้องตัดสินใจแบบนี้คืออะไร

หนุ่ม ศรราม : คือผมตัดสินใจตั้งแต่ครั้งแรกแล้วครับ (ตั้งแต่พบความผิดปกติ) เพราะผมเรียนไปแล้วว่าปัญหาที่มันเกิดขึ้นมันเป็นปัญหาที่ไม่ถูกต้องนะ ในเมื่อปัญหาที่ไม่ถูกต้องมันเกิดขึ้นสิ่งที่มันหมดไม่ใช่ (ความรัก) แต่มันหมดความไว้ใจ และในปัญหาที่เราพยายามประคับประคองแล้วแต่มันก็ยังมาเป็นระลอกๆ สิ่งที่ผมเรียนคือว่าถ้ามนุษย์เราอยู่ด้วยกันเป็นครอบครัว ครอบครัวมันควรจะมีความสุข ไม่ควรร้อน บ้านไม่ควรร้อน บ้านควรเป็นที่ที่อบอุ่นหรือเย็นๆเวลาที่เราเหนื่อยจากที่อื่นมาเวลาที่เราเข้าบ้านเราต้องรู้สึกสบาย

ถาม ถ้าถามว่าปัญหานี้ พี่หนุ่ม รู้มาก่อนแต่งงานไหม

หนุ่ม ศรราม : ปัญหาที่ทำไม่ถูกต้องเนี้ย ไม่รู้ แต่รู้ว่ามีปัญหาอะไรเนี้ย รู้ แล้วก็แก้ไขให้มาโดยตลอด เพราะเราไม่รู้ต้นเหตุของมัน เรารู้แค่ปลายเหตุ

ถาม ถ้าพูดตรงๆรู้ว่ามีเรื่องเงินนิดๆหน่อยๆมากน้อย แต่ไม่รู้ว่าปัญหานี้มาจากสาเหตุที่แท้จริงคืออะไร

หนุ่ม ศราม : ใช่ครับ แต่คราวนี้มันก็จะเป็นเรื่องอีกเรื่องหนึ่งที่ไม่เคยเล่าให้ใครฟัง ก็คือถ้าเกิด อั๋น พูดแบบนี้ก็จะอธิบายให้เข้าใจมากขึ้นเพราะว่า การสนทนาที่อยู่ในบ้านมันก็จะเป็นเรื่องปัญหานี้ มันจะไม่ใช่ว่าวันนี้จะพาลูกไปเที่ยวไหน วันนี้ป๋าเหนื่อยไหม มันก็จะถูกวนเวียนอยู่กับเรื่องที่ อั๋น พูดเมื่อกี้ มันก็จะถูกวนเวียนอยู่แบบนั้น ซึ่งเราเองก็ไม่เขาใจ ณ วันนั้น เรารู้ว่ามีปัญหา และเราก็พยายามช่วยแก้ปัญหา แต่สิ่งหนึ่งที่เราอย่างหนึ่งในเรื่องของการสนทนาไม่มีเรื่องอื่นเลย มันมีผลกระทบต่อคนคนหนึ่งที่ต้องออกไปยิ้มหน้ากล้อง คือ เราต้องออกไปมอบความสุขให้กับทุกคน เพราะฉะนั้นพลังงานที่เราต้องได้รับ คือต้องเป็นพลังงานบวกนะ เพื่อที่เราออกไปปั๊บเราส่งให้คนอีกเป็นหมื่นเป็นแสน แต่คือว่าพอเสียงไหนที่เป็นการสนทนาที่มันอยู่เฉพาะเรื่องนี้มันแน่นมากพอสมควรนะ ทุกวัน ทุกเวลา เป็นไปไม่ได้นะ ผมก็ต้องยอมรับว่าผมเป็นมนุษย์ปกติธรรมดา ถ้าผมไม่เติมพลังให้กับตัวเอง ผมก็ไม่สามารถที่จะไปเติมพลังให้กับคนอื่นได้ เราก็อ่อนแอเป็นเหมือนกัน แต่พอเราอ่อนแอเราก็จะหาทางทำยังไงก็ได้ให้ตัวเองกลับมาเข้มแข็งให้เร็วที่สุด

ถาม เราจะพูดเสมอว่าเวลาเริ่มชีวิตคู่ เรื่องเงินจริงๆแล้วมันมีความละเอียดอ่อน คู่ของหนุ่มเองมีการพูดคุยเรื่องนี้มาก่อนการแต่งงานไหม

หนุ่ม ศรราม : ของหนุ่มคือ ได้ช่วยแก้ไขปัญหาเลยครับ ในทุกๆครั้งที่เกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนแต่งงาน อย่างที่เราบอกคือเราพยายามแก้ไข บอกให้ปรับปรุง ประคับประคองทุกสิ่งทุกอย่าง ณ วันนั้นนะครับ แต่พอเรามาคิดถึง วีจิ มันไม่โอเคสำหรับลูกแล้ว

ถาม เคยมีเหตุการณ์อันหนึ่งที่มันเกิดกับ หนุ่ม บังเอิญพี่ได้ดูตอนที่ หนุ่ม ไลฟ์อันหนึ่งเราจะเห็นชัดเลยว่าพยายามจะแก้ปัญหาจริงๆ หนุ่มจะพูดอะไรไม่รู้เต็มไปหมดเลยเราก็เป็นคนดูอยู่ซึ่งเราก็ไม่รู้อะไรเยอะนะ แต่สิ่งที่เขาพยายามพูดออกไปซึ่งไม่สามารถพูดออกมาตรงประเด็นได้ เพราะต้องปกป้องทุกสิ่งอย่างอยู่อันนั้นเห็นในความพยายาม ความยากลำบากเราก็ต้องยอมรับว่าเราเป็นคนของประชาชนอยู่ในความสนใจของทุกคน

หนุ่ม ศรราม : แล้วอีกอย่างเหมือนที่ อั๋น บอกคือเราจับต้นชนปลายไม่ถูกเพราะฉะนั้นเราก็ไม่รู้ว่าเราจะไปบอกที่มาที่ไปยังไงที่ต้นเหตุคืออะไร (ซี่งก็มีคนเข้าไปต่อว่าทำไมตอบไม่ตรงคำถาม) ก็อึดอัดบางส่วนนะครับ แต่อย่างที่บอกนะครับว่าเงินทองมันเป็นของนอกกาย คือ เสียเงินเสียทองเท่าไหร่ไม่เป็นไร แต่ถ้ามันเสียความรู้สึกไปแล้วมันเรียกกลับมายาก

ถาม แต่เมื่อกี้ถาม หนุ่ม หนุ่มบอกว่าตอนครั้งแรกที่มีปัญหาผมรู้สึกเลยว่าไม่เอาแล้ว แต่รู้มาว่าหลังจากนั้นก็ยังคงใช้ความพยายามอยู่ด้วยกันเป็นปี

หนุ่ม ศรราม : ใช่ครับ เพราะผมไม่อยากให้ วีจิ ขาดคนใดคนหนึ่งไปในชีวิต ซึ่งตอนนั้นที่เรายังไม่เลิกเพราะเราไม่ได้แคร์เรื่องว่าเราคือศรรามอะไรมากมาย แคร์ลูกมากกว่าแล้วก็ ณ วันนั้นเรารอให้มีการแก้ไขปรับปรุงด้วยเพราะได้มีการพูดจากันแล้ว ซึ่งพอผ่านมาระยะเวลาหนึ่งมันก็ไม่ได้ถูกแก้ไขปรับปรุง แล้วเราก็ประคับประคองอย่างดีที่สุดแล้ว ที่ผมบอกว่าผมเสียความรู้สึก ความรู้สึกที่ผมบอกคือความไว้วางใจ เพราะหลังบ้านเราต้องแน่นหน้าบ้านมันถึงจะรบชนะ

ถาม และที่บอกว่าตัดสินใจตั้งแต่ครั้งแรก คือ หย่า เลย แต่ทำไมยังตัดสินใจใช้หนี้ให้อีก

หนุ่ม ศรราม : เพราะอย่างที่บอกครับเพราะเรารอการแก้ไข และ ปรับปรุงเพราะเราก็ยังรักนะ เราก็ให้โอกาส (แต่มันไม่ใช่โอกาสที่มันกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้) เพราะมันเป็นเหมือนเดิมอยู่แล้ว ณ วันนั้นนะครับ เพราะมันยังไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะเรารู้กันแค่ในครอบครัวเรา

ถาม ในเชิงกฎหมายมันจบไปตั้งแต่แรก แต่ความเป็นครอบครัวยังอยู่เดินหน้าต่อไปด้วยกันเรื่อยๆแล้วฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้การเดินหน้าไปของสภาพนี้มันเปลี่ยนไปต่อไปได้

หนุ่ม ศรราม : มันมีหลายเรื่องเลยนะครับที่เกิดขึ้น แล้วก็มาเป็นระลอกๆแล้วเราก็พยายามแก้ปัญหาทุกรอบ จนเราไม่รู้ว่าฟางเส้นสุดท้ายมันอยู่ตรงไหน เพราะเข้ามาหลายทาง และหลายลักษณะ

ถาม มีอะไรที่เกิดขึ้นแล้วทำให้เรารู้สึกว่ามันไม่ปลอดภัยมากจนถึงขั้นว่าไม่ได้แล้ว จนต้องหยุด

หนุ่ม ศรราม : มีคนแปลกหน้ามาที่บ้านมาติดตามทวงถาม ซึ่งก็ไม่ได้มาแค่ครั้งเดี่ยว

ถาม ซึ่งหนึ่งในนั้นคือมีเจ้าหนี้ที่แม้แต่เป็นเพื่อนของ พี่หนุ่ม เองด้วย แปลว่าเราไม่รู้ว่าไปติดต่อหยิบยืมยังไง แต่เพื่อนเรากลายเป็นเจ้าหนี้

หนุ่ม ศรราม ใช่ครับ ก็เหมือนว่าคนรู้จักฝั่งผมถูกไหมครับ แต่เรื่องการหยิบยืมมันเป็นเรื่องของการพึ่งพอใจเราต้องเรียนแบบนี้ก่อนถูกไหมครับ ใครพึ่งพอใจที่จะให้ใคร แต่เมื่อความสัมพันธ์ของเราสองคนถูกบอกให้สังคมรับรู้แล้วว่ามันยุติเพราะฉะนั้นใครก็ตามที่เป็นคนใกล้ชิดของผมถ้ามันไม่เหนือบ่ากว่าแรงผมก็ต้องเป็นคนที่จัดการ เหมือนที่ผมเคยให้สัมภาษณ์ไปว่าผมก็ต้องเหมือนเริ่มนับหนึ่งใหม่ เหมือนกับใช้หนี้ส่วนหนึ่ง อีกส่วนก็ต้องเก็บไว้ให้ วีจิ ในอนาคต อีกส่วนก็ต้องเอาไว้ดูแลแม่ครับ

ถาม แต่ของบางอย่างที่เราให้ความไว้วางใจให้เข้าเก็บเอาไว้เช่นทองของลูกต่างๆนานา ตรงนั้นหายไปหมดหรือเปล่า

หนุ่ม ศรราม ผมไม่ทราบว่าหายไปหมดหหรือไม่หมด เพราะทองไม่เคยอยู่กับผมเลยตั้งแต่วันแรกที่ได้รับมา (เป็นของขวัญของลูก) เพราะผมไม่ได้เป็นคนเก็บ แต่ผมเรียนตรงนี้เลยว่าแม้แต่สลึงเดียวก็ไม่ควรหายไป รักลูกก็ต้องรักษาสมบัติที่เป็นของลูกไว้ด้วยครับ ส่วนของที่ มอส เพื่อนรักของผมทำมาให้เป็นล็อกเก็ต หลังจากที่ผมโพสใบหย่าไปแล้วผมก็บอกขอความกรุณาใครที่ได้ทำธุรกรรมไม่ว่าเรื่องใด ก็ตามก็ให้ไปติดต่อกันเองเพราะว่าไม่ได้พักอาศัยอยู่ที่บ้านผมแล้ว แล้วผมกับลูกไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง พี่ที่เป็นมอเตอร์ไซค์ที่คอยดูแลบ้านเราเขาก็เอาล็อกเก็ตมาคืนผม เขาก็บอกว่ามันเกือบจะต้องไปอยู่ที่ร้านทองแล้วนะครับ แต่เขาตัดสินใจเอาเงินส่วนตัวเขาให้แล้วเขาเก็บเอาไว้ให้เรา ซึ่ง พี่มอส เจ้าของล็อกเก็ตเขาก็เข้ามาแซวเราว่ายังดีที่เหลือของเขาไว้หนึ่งอัน ซึ่งพี่มอสเขาเป็นคนน่ารักมากให้คำปรึกษาผมอยู่ตลอดเวลาวิธีการเลี้ยงลูก ดูแลลูก อย่างคำนิยามของ ศรราม พี่มอส เขาให้คำที่ดีมากก่อนแต่งงานว่า พี่หนุ่ม ก็เหมือนคนขับรถ แล้วไม่รู้จะไปไหน แต่พอมีลูกแล้ว ตอนนี้เข้ารู้แล้วว่าเขาขับรถแล้วเขาจะไปไหน เห็นเป้าปลายทางของเรา คือ วีจิ

หนุ่ม ศรราม หลังจากที่ผมโพสใบหย่าไปผมไม่ใช่คนที่ออกสื่อ ถ้าสังเกตผมจะไม่ได้ออกไปพูดอะไรทั้งสิ้นเลย พอเราทราบความจริงจากรายการต่างๆออกไปผมได้มีโอกาสไปออกรายการ แฉ ของพี่ฉอด ครั้งเดียว และนักข่าวตามไปสัมภาษณ์ผมตามงานอีเว้นท์เท่านั้น

ถาม ในตอนนั้นที่บอกว่าเสียความรู้สึกแต่ยังรักไหม

หนุ่ม ศรราม ก็รักนะครับ รัก แล้วก็ ณ ตอนนั้นก็พยายามทำความเข้าใจแต่เราก็ไม่รู้ว่าอะไรคือต้นเหตุจริงๆเราก็ทำได้แค่จัดการแก้ไขสถานการณ์ที่มันเกิดข้างหน้าให้มันผ่านไปให้ได้ให้มันดีที่สุดในแต่ละเคสๆไป

ถาม รู้ว่าลูกยังเล็กแต่ได้บอกลูกสื่อสารหรือมีการพูดคุยกันถึงเรื่องนี้กันยังไง

หนุ่ม ศรราม ไม่มีเลยครับ ผมจะพยายามระมัดระวังในสิ่งที่ถึงแม้ วีจิ เขาอาจจะยังรู้เรื่องหรือไม่รู้เรื่องก็ตาม ถ้าเขายังอยู่ในวัยที่เขายังไม่รู้เรื่องก็ไม่ต้องรู้เรื่องเพราะพ่อ หรือ แม่ ก็ไม่ควรพูดบางสิ่งอย่างให้ลูกฟัง เขาควรจะฟังในสิ่งที่เขาควรจะฟัง

ถาม ตอนนั้นได้ปรึกษา คุณย่า ไหม

หนุ่ม ศรราม ไม่ครับ ไม่ปรึกษาใครเลย ซึ่งคุณย่ารู้เรื่องและเราเชื่อว่าแม่น่าจะทุกข์พอสมควร ตอนนั้นตัดสินใจได้ไม่ยาก เพราะเข้ามาแล้วรู้สึกไม่ปลอดภัยกับลูกกับแม่คือไม่ได้แล้ว

ถาม ในเวลาที่เกิดปัญหาครอบครัวเกิดขึ้นต้องแยกกัน คือ ไม่มีใครไม่ว่าเพศไหนหรอกที่อยากจะแต่งงานแล้วมาแยกย้ายกันทีหลังทุกคนก็อยากจะมีชีวิตครอบครัวที่แบบยาวนาน แต่ในความที่เป็นผู้ชายมีวิธีในการแสดงออกถึงปัญหาการแยกกันยังไง เสียใจไหม ร้องไห้ไหม

หนุ่ม ศรราม ผู้ชายก็ร้องไห้เป็น ระยะแรกๆก็เป็นนะครับ มันเหมือนกับว่าเราก็เคยอยู่กันเป็นครอบครัวก็นอนที่พื้นกันสามคนพ่อแม่ลูก แต่มันก็ต้องเข้มแข็ง เพราะถ้าเราไม่แข็งแรงเพียงพอเราก็ไม่สามารถพาลูกและตัวเราออกจากจุดตรงนั้นได้ และคิดถึง วีจิ เราก็ไม่ร้องแล้วครับ มันไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ถูกคือ ร้องแล้วทุกอย่างมันดีขึ้นผมจะร้องแต่ถามว่ารู้สึกซึมๆดาวน์ๆไหมมีนะครับ แต่พอเราหันไปเจอ วีจิ คือ ก็หายครับ

ถาม เราเชื่อมั่นในความเป็นคุณพ่อขนาดไหน ลูก จะไม่ขาดแน่นอน

หนุ่ม ศรราม : เชื่อมั่นในตัวเองมากครับ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมคิดผมไม่ได้คิดถึงตัวเองแต่ผมคิดถึง วีจิ คนเดียว

ถาม ตอนนั้นทัวร์ลงเลย

หนุ่ม ศรราม อาจจะเป็นเพราะว่าคนยังไม่เข้าใจว่าต้นสายปลายเหตุมันคืออะไร (แล้วเวลาที่เราไปอ่านเขาวิเคราะห์วิจารณ์เราในมุมที่เขาไม่ได้รู้จริงอย่างนี้ถามว่ารู้สึกอย่างไรบ้าง) คือตอนนั้นเราแทบจะไม่ได้โฟกัสคอมเมนต์ในโซเชียลเลยครับ เราพยายามที่จะโฟกัสแค่ครอบครัวเราก่อน จะทำยังไงให้ครอบครัวของเราสามารถไปต่อได้

ถาม ผ่านจุดที่ยากที่สุดตรงนั้นมาได้ยังไง

หนุ่ม ศรราม อดทนแล้วก็มีลูกเป็นที่ตั้งอย่างเดียว ไม่เอาความรู้สึกตัวเองมาตัดสินใช้ วีจิ เป็นตัวตั้งแล้วก็มาบวกลบคูณหาร แล้วถ้าเกิดผลลัพธ์กระทบต่อลูกแม้แต่นิดเดียวเราจะไม่ทำ

ถาม ซึ่งการเป็นแม่ลูก คือ ต้องเป็นแม่ลูกกันตลอดชีวิต การเจอกันของแม่ลูกเรามีกำหนดอะไรไหม

หนุ่ม ศรราม ตอนแรกก็คือ เจอตามปกติครับ เราก็นัดเจอกันที่ร้านอาหารทานข้าวกันทั้งครอบครัว พอเจอกันครั้งแรกเสร็จต่างคนก็ต่างทำงานแล้วคุณติ๊ก ก็ไปติดต่อมูลนิธิ มูลนิธิหนึ่งขออนุญาตไม่บอกชื่อแล้วคราวนี้ผมติดถ่ายละครอยู่ ซึ่งถ่าย 7 วันติดแล้วเราเลยให้ที่ปรึกษาไปดูว่ามูลนิธิที่เขาติดต่อไว้เป็นยังไง สะอาดไหม ก็ปรากฏว่ามันไม่โอเค (เพราะเป็นความต้องการของ คุณติ๊ก ครับ) แต่เป็นความต้องการของคนที่เป็นแม่ แต่พอทำความต้องการของเขาไปที่แรกผมรู้สึกว่าผมไม่โอเคไม่ปลอดภัย คุณติ๊ก เลยไปประสานงานกับภาครัฐอีกที่หนึ่ง คราวนี้ผมมีวันว่าง ผมไปดูด้วยตัวผมเองแล้วผมก็โอเค แล้วให้เขานัดที่นี่ เป็นที่กลาง ซึ่งก็นัดเจอกันสองครั้งแล้ว

หนุ่ม ศรราม ผมไม่เคยห้ามไม่ให้แม่ลูกเจอกันเลยครับ แล้วก็มีข่าวออกมาว่าถ้าใช้หนี้ฝั่งผมไม่หมดแล้วจะไม่ให้เจอลูกคือไม่เกี่ยวเลยคือ คุณติ๊ก ใช้หนี้หมดหรือไม่หมด ผมก็ให้เจอลูกอยู่แล้ว หรือคุณติ๊ก ใช้หนี้หมดหรือไม่หมดก็ไม่ใช่เรื่องของผมแล้ว แต่เพียงแต่ว่าเรื่องลูก คุณติ๊ก เป็นคนเสนอมาแล้วผมก็เห็นว่ามันเหมาะสมแล้วผมก็ทำตามแล้วก็ให้ไปเจอสองครั้งแล้วครับ แล้วผมกำหนดว่าระยะแรกขอเป็นเดือนละสองครั้งก่อนเพราะว่าผมงานเยอะจริงๆตอนนี้

หนุ่ม ศรราม : การที่ไปเจอคือ ครั้งแรกที่ไปผมถ่ายอินสตราแกรมให้ ถ่ายรูปให้ ผมก็พยายามทำบรรยากาศให้มันเหมือนเดิมก็มีคอมเมนต์เข้ามาว่า อยากจะให้กลับมาอยู่ด้วยกันใหม่กันทั้งบ้าน เพราะเราก็เรียกเขาเหมือนเดิมว่า แม่จ๋า ป้อนน้ำให้ วีจิ คนก็เข้ามาอยากให้กลับมาเป็นครอบครัว ไม่มีแล้วครับ (แล้วที่มีหลายคนถามว่ามาเจอที่บ้านไม่ได้เหรอ) เพราะที่บ้านเราแจ้งไปแล้วไงครับ เราลงบันทึกประจำวันไปแล้วว่าเขาไม่ได้อยู่บ้านหลังนี้ เพราะฉะนั้นถ้าจะเจอต้องเจอกันที่กลางเพื่อความปลอดภัยของ วีจิ

ถาม แล้วถ้า พี่หนุ่ม งานลดลงน้อยกว่านี้จะสามารถเจอกันได้สองครั้งไหม

หนุ่ม ศรราม : คือว่าตอนนี้เรื่องมันไปถึงหน่วยงานภาครัฐแล้ว เขาก็จะประเมินความพฤติของพ่อแม่และเด็ก และความเหมาะสมว่าเป็นอย่างไร เพราะทางเขาเป็นคนจัดให้ไปเรียบร้อยแล้วครับ

ถาม ผ่านความยากเย็นมาจนถึงทุกวันนี้มีประโยคไหนไหม ที่เป็นประฌโยคที่ให้กำลังใจตัวเอง

หนุ่ม ศรราม : มีครับ ผมก็จะบอกตัวเองอยู่เสมอว่า สิ่งหนึ่งที่จะปลูกฝังให้ลูกเรื่องแรกเลยคือ การมีสัมมาคารวะ รู้จักกตัญญูรู้คุณ รู้จักตอบแทนพระคุณคนที่มีพระคุณกับเรา ตอบแทนคุณแผ่นดิน ผมเชื่อว่าความกตัญญูคือเป็นสิ่งแรกที่มนุษย์พึงจะมี และสิ่งหนึ่งที่ผมจะพูดอยู่เสมอว่าผมมีปัญญาเลี้ยงลูกได้แค่ไหน ผมก็จะเลี้ยงเท่านั้น เพราะว่า ผมจำคำสอนของในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้ว่าความพอเพียงมันไม่ใช่แค่การกระทำอะไรเกินกำลัง แต่ความพอเพียงนั้นมันคือ การลดความต้องการของตัวเองลง และเมื่อเราลดความต้องการของตัวเองลงได้เราจะไม่เบียดเบียนผู้อื่นครับ

ถาม จะเป็นพ่อที่ห่วงลูกสาวไหม

หน่ม ศรราม : ตอนโตผมก็มีคำพูดที่เตรียมไว้แล้วครับ คือ ถ้าคิดว่าไม่ใช่ก็ไม่ต้องพามาเจอไม่ชอบรับไหว้ใครเยอะๆ

ถาม แล้วในวันข้างหน้าสำหรับตัว หนุ่ม  จะเปิดใจ เผื่อมีใครแวะเวียนมาใหม่ไหม

หนุ่ม ศรราม ยังไม่ได้คิดเลยครับ คือเราไม่รู้ว่าในอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น แต่ตอนนี้ วีจิ มาอันดับหนึ่งอยู่แล้วครับ ไม่ได้คิดเรื่องอื่นเลยครับ เพราะเดี๋ยวสองขวบครึ่งก็ต้องเข้าโรงเรียนแล้ว

ดูคลิปย้อนหลังรายการ Club Friday  Show ผลิตโดย CHANGE2561 ได้ทาง YuoTube

ซูมชัดๆ ห้องเสื้อ ‘วนัช กูตูร์’ เนรมิตชุดบ่าวสาวสุดพรีเมียมส่งท้ายปี ให้กับคู่รัก ‘ตู่-ปิยวดี’ และ ‘มาวิน ทวีผล’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บันเทิง – ซูมชัดๆ ห้องเสื้อ ‘วนัช กูตูร์’ เนรมิตชุดบ่าวสาวสุดพรีเมียมส่งท้ายปี ให้กับคู่รัก ‘ตู่-ปิยวดี’ และ ‘มาวิน ทวีผล’ (naewna.com)

ซูมชัดๆ ห้องเสื้อ 'วนัช กูตูร์' เนรมิตชุดบ่าวสาวสุดพรีเมียมส่งท้ายปี ให้กับคู่รัก 'ตู่-ปิยวดี' และ 'มาวิน ทวีผล'

ซูมชัดๆ ห้องเสื้อ ‘วนัช กูตูร์’ เนรมิตชุดบ่าวสาวสุดพรีเมียมส่งท้ายปี ให้กับคู่รัก ‘ตู่-ปิยวดี’ และ ‘มาวิน ทวีผล’

วันจันทร์ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 09.53 น.

ถือเป็นคู่รักที่ถูกจับตามองอีกคู่หนึ่งแห่งบ้านหลังใหญ่มาลีนนท์ ตู่-ปิยวดี  และ มาวิน ทวีผล ที่วันนี้ได้ควงคู่เข้าสู่ประตูวิวาห์ส่งท้ายปีไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วในวันที่ 20 ธันวาคม 2563 เรียกได้ว่างานอลังการดาวล้านดวงสุดๆ โดยเฉพาะ  ชุดวิวาห์ของทั้งคู่นั้นถูกจับตามองเป็นพิเศษ เพราะแต่ละชุดนั้นบอกเลยว่าไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน เพราะแต่ละห้องเสื้อที่สาวตู่เลือกใช้นั้นตัวท๊อปของประเทศล้วนๆ งานดีไซน์เรียกได้ว่าสวยงดงามไร้ที่ติของจริง โดยเฉพาะชุดงานเช้าวันหมั้นของบ่าวสาววันนี้เป็นผลงานสุดครีเอทของ สรรค์ สุดเกตุ ดีไซน์เนอร์ และ เจ้าของห้องเสื้อ วนัช กูตูร์ ที่ได้เนรมิตชุดไทยศิวาลัย     ออกมาได้อย่างงดงาม มีความยูนีคขั้นสุด และงานดีไซน์เรียกได้ว่าตรงใจและเหมาะกับคาแรคเตอร์ของเจ้าสาวโดยเฉพาะผ้าที่เลือกใช้ในการตัดเย็บเป็นผ้า Mesh ที่ทั้งผืนบรรจงปักด้วยคริสตัลสวารอฟสกี้ทั้งชุดจนก่อเกิดเป็นลวดลายเฉพาะซึ่งลวดลายที่นำปักชุดนั้นได้แรงบันดาลใจมากจากลวดลายของกลีบดอกบัว (กลีบวนัช ) จนกลายมาเป็น “ชุดไทยศิวาลัยแก้ว” ที่ไม่เคยมีใครทำและได้สวมใส่มาก่อน และยังเป็นชุดไทยชุดเดียวในโลกที่มีเอกลักษณ์พิเศษแบบนี้ในส่วนของงานสไบนั้นได้ออกแบบและตัดเย็บให้เข้ากับรูปร่างของเจ้าสาวผสมผสานด้วยงานลูกไม้ฝรั่งเศสนำมาเป็นตัวซับเกิดมิติที่งดงาม ปลายสไบออกแบบให้โค้งมนจรดไปกับพื้น เพื่อให้เวลาเจ้าสาวย่างกรายจะดูงดงามประดุจดั่งเจ้าหญิง และยังเพิ่มความแพงให้ชุดด้วยเครื่องประดับเข็มขัดและสร้อยคอเงินแบบโบราณชั้นสูง เรียกได้ว่าชุดไทยศิวาลัยชุดนี้เป็นชุดสุดพรีเมียมแห่งปี เรียกได้ว่าสวยงดงามสมศักดิ์ศรีคุณหนูแห่งบ้านมาลีนนท์ผู้ทรงอิทธิพลแห่งวงการบันเทิงจริงๆ เลยค่า

ส่วนชุดของเจ้าบ่าว มาวิน นั้น ถูกออกแบบให้มีความผสมผสานระหว่างไทยและสากลไว้ได้อย่างลงตัว ทางห้องเสื้อเลือกใช้ผ้าไหมสี่เส้นสีขาวสั่งทอใหม่พิเศษจากลำพูนเพื่อตัดเย็บเสื้อสูทสากล ส่วนตัวเสื้อเชิ้ตด้านในแต่งลายเย็บเกร็ดและดีไซน์คอปกเป็นแบบทรงราชปะแตน ในส่วนโจงกระเบนนั้นใช้ผ้าลำพูนสีเงินนำมาตัดเย็บ เรียกได้ว่าชุดเจ้าบ่าวชุดนี้ถูกออกแบบให้ดูสง่างาม มีความเรียบโก้ และดูหรูหราออร่าพุ่งไม่แพ้เจ้าสาวทีเดียว  รวมมูลค่าชุดบ่าวสาวของ ตู่-ปิยวดี  และ มาวิน ทวีผล มีมูลค่าสูงถึง 500,000 บาท สำหรับใครที่ชื่นชอบชุดไทยประยุกต์ที่แฝงไปด้วยความทันสมัยเรียบโก้หรูหราแบบนี้ ติดต่อสอบถามไปทางห้องเสื้อ  ห้องเสื้อ วนัช กูตูร์  ปากซอยลาดพร้าว 50 ได้ทุกวัน สามารถชมผลงานและนัดหมายได้ผ่านช่องทาง www.facebook.com/vanuscouture

‘ธีร์’ เปิดใจไม่อายไลฟ์สดอยากได้เงินบริจาค เผยชีวิตหลังได้เงิน 8 ล้าน แจงเหตุทะเลาะ ‘เอ็มมี่’ ไม่ให้ยืมเงินบริจาค #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บันเทิง – ‘ธีร์’เปิดใจไม่อายไลฟ์สดอยากได้เงินบริจาค เผยชีวิตหลังได้เงิน 8 ล้าน แจงเหตุทะเลาะ ‘เอ็มมี่’ไม่ให้ยืมเงินบริจาค (naewna.com)

'ธีร์'เปิดใจไม่อายไลฟ์สดอยากได้เงินบริจาค เผยชีวิตหลังได้เงิน 8 ล้าน แจงเหตุทะเลาะ 'เอ็มมี่'ไม่ให้ยืมเงินบริจาค

‘ธีร์’เปิดใจไม่อายไลฟ์สดอยากได้เงินบริจาค เผยชีวิตหลังได้เงิน 8 ล้าน แจงเหตุทะเลาะ ‘เอ็มมี่’ไม่ให้ยืมเงินบริจาค

วันจันทร์ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 09.45 น.

รายการ ถามสุดซอยWeekend ดำเนินรายการโดย “ธัญญ่า ธัญญาเรศ เองตระกูล” ได้เปิดใจสัมภาษณ์ “ธี ภูมิธระวัชร์ บุญลือประดิษฐ์” อดีตนักแสดง ที่ครั้งหนึ่งเคยเกิดกระแสดราม่าหนักทั้งเรื่องเงินบริจาค 8 ล้านที่มาจากความสงสารจากอาการเจ็บป่วย รวมทั้งกรณีทะเลาะกับ “เอ็มมี่ แม็กซิม”

ตอนนี้เป็นยังไง?

“หายแล้วครับ กลับมาแข็งแรง ทำงานได้เหมือนเดิม”

ตอนป่วยเป็นวัณโรคทับต่อมน้ำเหลือง?

“วัณโรคส่วนใหญ่จะไอ แต่ของธีร์ไม่ไอ จะเป็นข้างใน โตในต่อมน้ำเหลือง ทำให้ซูบผอม ทานข้าวไม่ได้ นอนไม่หลับ อาเจียนออกมาหมด และไม่ขับถ่าย เขาบอกว่าเกิดจากอาการเครียดสะสม แล้วบ่มอยู่ข้างใน”

ก่อนเราไลฟ์ตอนป่วย อาการมันเริ่มทานข้าวไม่ได้?

“ใช่ครับ พอไปหาหมอได้ยามารับประทาน แต่พอทานก็อาเจียนออกหมด ทานข้าวก็ไม่ได้ เราก็คิดว่าเราเป็นอะไร มันไม่ดีแล้ว เทียวไปเทียมมารพ.บ่อยๆ ทีนี้แฟนคลับเขาส่งตัวนึงมาให้ทาน ทานปุ๊บไม่รู้เกิดอะไรกับร่างกาย มันเอฟเฟกต์หนักมาก นอนนิ่งอยู่กับที่ ไปไหนไม่ได้ เราก็เลยคิดว่าไม่น่ารอดแล้ว ธีร์ก็เหลือแม่อยู่คนเดียว ไม่รู้จะทำยังไง ฝากบอกกับแฟนๆ ทางเฟซบุ๊กว่าธีร์ไม่น่ารอดแล้ว ถ้าไม่ได้อยู่ต่อ ขอให้ช่วยดูแลแม่ด้วย เพราะธีร์เหลือแม่คนเดียว แล้วมีผู้หลักผู้ใหญ่ เพื่อนๆ หลายคนในวงการ น้องที่น่ารักก็ช่วย จนมีคนช่วยเหลือทั่วโลกเลยก็ว่าได้”

ตอนนั้นรายได้ที่เรามีอยู่?

“มีเงินเก็บอยู่ 2 แสนกว่าบาท หมดเกลี้ยงเลย กับการรักษาตัวไปเรื่อยๆ แต่โชคดีที่ตอนนั้นพอล้มอย่างแรง เรื่งอประกันสังคมก็ดูแลดีมากๆ ทำให้ธีร์กลับมายืนได้ กลับมาแข็งแรง มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง”

ค่าใช้จ่ายเวลาไปหาหมอ?

“เงินส่วนที่เก็บเอามากินมาใช้ แต่ส่วนที่รักษา ทางรัฐบาลดูแลดีอยู่แล้ว ตอนป่วยออกจากงานมาอยู่กับคุณแม่ ใช้ชีวิตด้วยเงินเก็บทั้งหมด ก็ค่อยๆ หมดไปเรื่อยๆ จนมาพีคจริงๆ วันนั้นจำได้เลยว่ามันเหลือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอยู่ซองเดียว แม่ถามว่าหิวมั้ย เราคนไข้ก็ไม่ค่อยหิว ไม่ค่อยอยากกินอะไร แม่ก็บอกว่ากินหน่อยเถอะ เดี๋ยวจะไม่หาย จะได้กินยา แต่ธีร์บอกว่าธีร์ไม่หิว ทั้งที่ธีร์หิวมาก ก็กอดกับแม่บอกว่าถ้าวันนี้ไม่อยู่แล้ว แม่ต้องดูแลตัวเองดีๆ นะ ไม่ไหวแล้ว (ร้องไห้) มันไม่ไหวแล้วจริงๆ ต้องไปแล้ว แม่ก็บอกว่าต้องอยู่ด้วยกัน เราเหลือกันสองคน (ร้องไห้) ไม่มีใครแล้ว จากตอนนั้นที่ธีร์คิดว่าหมดสิ้่นแล้ว หมดหวัง หมดกำลังใจ ก็คิดว่าสู้ด้วยความรักของแม่ สู้ด้วยหัวใจของผู้หญิงคนนึงที่ไม่เรียกร้องอะไรจากเรา”

กระแสบอกว่าเราไลฟ์เพราะต้องการเงินบริจาค?

“ตอนนี้ตอบได้ตามตรงเลย ตอบแบบสุดซอยเลย ว่าตอนนั้นก็อยากได้เงินจำนวนนึงให้มากที่สุดเพื่อให้แม่ไว้ใช้ ในยามที่ธีร์ไม่อยู่แล้ว เพราะธีร์ก็ไม่รู้ว่าหลังธีร์ไลฟ์ไปแล้ว ธีร์จะยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ เลยอยากได้เงินให้แม่เก็บไว้มากกว่า”

ยอดเงินบริจาคที่ได้มา ตามข่าวบอก 8 ล้าน ยอดจริงๆ ได้เท่าไหร่?

“ตามข่าวเลยครับ 8 ล้าน คือนับตั้งแต่วันที่ไลฟ์ จริงๆ มีก่อนหน้านั้นนิดนึง อาจารย์มหาวิทยาลัยเกริกช่วยมาก่อนนิดนึง พอหลังไลฟ์เป็นกระแสขึ้นมา อันนั้นเข้ารัวมาก ได้รับการช่วยเหลือและตอบรับจากสังคมดีมาก สังคมไทยเป็นคนมีน้ำใจมากๆ จริงๆ จากหลักหมื่นสู่หลักแสน หลายแสน ก็ใช้เวลาหนึ่งอาทิตย์ครับ”

ได้เงินเยอะทำไมไม่ปิดรับบริจาค?

“จริงๆ เราไม่ได้อยากรับแล้ว แต่เนื่องจากทางบ้านเอง พอเราโพสต์ลงโซเชียลไปแล้ว บางคนเซฟหน้าจอเก็บไว้ เขาอาจโอนเลยหรือโอนตอนหลังเราก็ไม่รู้ พอแถลงข่าวรอบแรก ธีร์ก็บอกว่าปิดรับบริจาคแล้ว แต่ถ้าเผื่อห่วงธีร์อยากให้รับประทานอาหารเสริม ก็ส่งมาเป็นสิ่งของดีกว่า แสดงเป็นน้ำใจ หรือข้อความดีกว่า ถึงปัจจุบันก็มีของมาให้รับประทาน เป็นผลิตภัณฑ์ อาหารเสริมส่งมาเรื่อยครับ”

เงิน 8 ล้านเอาไปทำอะไรบ้าง?

“ซื้อบ้านหนึ่งหลัง ราคา 1 ล้านบาทด้วยเงินสด ที่เหลือเก็บไว้รักษาตัวเอง เพราะธีร์มานั่งย้อนกลับไปว่าวันที่เราไม่มี มันอดอยากมาก มันทรมาน ตอบได้ตรงๆ เหมือนหมาจนตรอกจริงๆ”

ใช้เงินกับการรักษา และส่วนตัวหมดไปเท่าไหร่?

“บ้าน 1 ล้านไซส์เล็ก อยู่เชียงใหม่นอกเมือง ไม่แพง เป็นบ้านมือสอง เจ้าของบ้านเขาเห็นข่าวเราด้วย”

ทำไมเอาเงินบริจาคให้รักษาตัวไปซื้อบ้าน?

“ตอนนั้นธีร์เช่าบ้านเอื้ออาทรอยู่ พอมีเงินเราก็คิดว่าในเมื่อวันนึงถ้าเราจะไม่อยู่แล้ว อย่างน้อยเรามีบ้านให้แม่เราอยู่ เรมีเงินให้แม่ ถ้าวันนั้นของธีร์มาถึง ธีร์จะได้จากไปอย่างสบายใจ ไม่มีห่วงอะไร”

ได้ซื้อรถมั้ย?

“เป็นของแฟนเก่า ที่เขาดาวน์เป็นชื่อเขาด้วยเงินของเขา ให้เราเอาไปใช้ ขับรถตอนเช้า ตอนเย็นก็มีตระกร้า ของเป็นกล่องๆ เป็นลังพลาสติกใส่ท้ายรถ และไปตั้งของของที่ตลาดหน้า”

ตอนนี้เงิน 8 ล้านยังเหลือมั้ย?

“หักไปล้านกว่าบาท ใช้ในเรื่องซื้อบ้าน 1 ล้าน ใช้เรื่องอาหารการกิน และอาหารเสริมต่างๆ”

เคยไปบริจาคคนที่เกิดปัญหาแบบเรามั้ย?

“เยอะเลยครับ แต่จะเป็นดราม่ามาอีก มีคนอินบ็อกมาขอว่าที่บ้านมีคุณพ่อเป็นอัมพฤกษ์ ป่วยติดเตียงเหมือนกันเราก็โอนไปช่วย 300 500 1000 ตามกำลังเรา พอเราโพสต์ว่าช่วยบริจาคให้บ้านนี้ไป แต่เราปิดตัวเงินนะ เขาบอกว่าสร้างภาพ ตอแหล การที่เราอยากตอบแทนสังคมบ้าง ในสิ่งที่เราเคยได้รับการช่วยเหลือจากสังคม กลายเป็นว่าเราตอแหล เราผิดมากมั้ย ตอนหลังก็ไม่เป็นไร ปิดทองหลังพระก็ได้ ถ้าเราปิดจนเยอะแล้วมันจะล้นออกมาเองให้คนได้เห็น เลยเลิกโพสต์ที่เราไปทำบุญที่ไหนๆ อย่างน้ำท่วมที่นครฯ เราก็โอนไปช่วย แต่เราไม่ได้มานั่งโพสต์ว่าช่วยไปกี่บาท เราไม่โพสต์แล้ว ทำดีก็อยู่ที่ตัวเรา”

ตอนที่ “เอ็มมี่ แม็กซิม” เอาไลฟ์เราไปแชร์ รู้สึกยังไง?

“รู้สึกขอบคุณมากที่ช่วย ทำให้แฟนคลับน้องเขามาช่วยธีร์เยอะมาก”

เราเคยรู้จักหรือพูดคุยกับเขาก่อนแชร์เรื่องของเรามั้ย?

“เคยรู้จักผ่านพี่คนนึง แต่ไม่ได้สนิท”

เงินที่เข้าเยอะๆ เพราะเอ็มมี่เอาไปแชร์หรือเปล่า?

“มีส่วนครับ ก่อนที่เอ็มมี่แชร์เงินยังไม่ถึงล้าน หลักแสน แต่หลังจากเขาแชร์ก็มาเรื่อยๆ จนถึง 8 ล้าน เป็นความสัตย์จริงครับ ธีร์ไปออกรายการที่ไหนหรือแถลงข่าวก็ขอบคุณเขาตลอด น้องเป็นผู้มีพระคุณกับผมอย่างมาก ขอบคุณที่สุด ทำให้ผมกับแม่มีชีวิตยืนยาวได้อย่างทุกวันนี้ ทำให้ธีร์กลับมาทำงานที่รักได้ ทำให้ธีร์กลับมาวงการบันเทิงได้ และกลับมานั่งตรงนี้ได้”

มีเรื่องที่ทำให้เอ็มมี่โกรธธีร์ เรื่องที่เขาต้องการเงินไปประกันตัว?

“ก็มีช่วงนั้นที่เป็นกระแสรอบสอง น้องส่งแมสเสจมา แต่ ณ ตรงนั้นมีการแถลงและจบไปแล้ว ธีร์ก็ขอโทษน้อง ที่ไม่สามารถช่วยได้เพราะอะไร ตอนนี้ถ้าพูดอะไรได้ ก็ต้องขอโทษน้องอีกครั้งที่ไม่สามารถช่วยน้องได้ตามที่ขอมา ณ ตอนนั้น”

เอ็มมี่ขอให้ช่วยเท่าไหร่?

“หนึ่งแสนนี่แหละครับ”

ตามข่าวบอกว่าเขาขอหนึ่งแสนห้าหมื่น แต่เราช่วยห้าหมื่น?

“ครับ ตามนั้นแหละครับ”

ทำไมถึงช่วยเขาไม่ได้?

“เหตุผลส่วนตัวธีร์ และปรึกษาผู้ใหญ่หลายๆ ท่าน และนักกฎหมาย ทนายท่านนึง ท่านบอกว่าช่วยหรือไม่ก็ค่าเท่ากัน ตอบคำถามสังคมโซเชียลให้ได้ว่า ไม่ช่วยเพราะอะไร ช่วยเพราะอะไร”

ตอนเราได้รับแมสเสจจากเอ็มมี่ เหตุผลอะไรต้องไปปรึกษาทนาย?

“ธีร์ไม่มีความรู้เรื่องกฎหมาย ธีร์อยากรู้ว่าธีร์จะใช้เงินแต่ละบาท ธีร์ต้องไตร่ตรองให้ดี เพราะเป็นเงินที่ได้มาจากน้ำใจของประชาชน ธีร์ต้องอิงกระแสสังคมด้วยเป็นหลักในการใช้ชีวิตของธีร์ แต่ธีร์ก็คิดเสมอว่าวันหนึ่งถ้าธีร์ทำงานได้เอง อย่างมาออกรายการ ไปถ่ายละคร มีพรีเซ็นเตอร์เข้ามา ถ้าธีร์มีเงินจากน้ำพักน้ำแรง ธีร์ยินดีช่วยเต็มที่เลย”

คิดว่าการเอาเงินไปให้คนอื่น ควรเป็นเงินที่เราหามาเอง?

“ใช่ครับ เป็นเงินจากน้ำพักน้ำแรง”

คิดว่าให้เพื่อนยืมเงินได้มั้ย?

“หลักของธีร์ ไม่รู้คนอื่นเป็นยังไง แต่อดีตเคยสายเปย์ ให้เพื่อนยืมแล้วเลิกคบกับเพื่อนไป เพราะเพื่อนไม่คืน ตอนเพื่อนยืมเหตุผลร้อยแปดพันประการ พอโทรไปทวงก็ปิดมือถือหนี แล้วก็เลิกคบกันไป ไม่อยากจะเสียเพื่อนมากกว่า”

เรื่องที่เอ็มมี่โกรธ อยากบอกอะไร?

“ขอโทษน้องอีกครั้ง อะไรก็ตามแต่ทำให้น้องไม่พอใจ น้องโกรธ เสียใจ หรือไม่เข้าใจ”

ถ้าวันนึงเอ็มมี่เดือดร้อนอีกและขอให้ช่วย ยินดีช่วยมั้ย?

“ยินดีช่วยในส่วนที่ตัวเองทำงานมาได้ ตอนนี้มีงานรีวิวสินค้า มีงานพรีเซ็นเตอร์ ละคร ถ้าน้องเดือดร้อนยินดีช่วยในเงินส่วนของตัวเอง ไม่เกี่ยวกับเงินก้อนที่ประชาชนช่วยเหลือธีร์มา”

หลังจากนั้นได้เจอเขามั้ย?

“ยังครับ ก็มีงานล่าสุด ที่เหมือนเจ้าของงานชวนน้องมา แต่เห็นได้ข่าวว่าน้องมีน้องอยู่เลยไม่สะดวกออกงาน เลยไม่ได้เจอกัน”

ทุกวันนี้ทำงานอะไรบ้าง?

“ธีร์รับจ๊อบเขียนมินิซีรีส์ เขียนบทด้วย เขียนซีเควนงานอีเวนต์ รับจัดงานอีเวนต์ด้วย เมื่อก่อนธีร์ถนัดพิธีกรงานอีเวนต์ พิธีกร พิธีการ งานแต่งต่างๆ จ้างได้นะครับ ทุกวันนี้ก็ทำหมด ไม่เลือกงานไม่จน 500 1000 ก็ทำ งานฟรีก็ไป งานกุศลก็ช่วยครับ”

ความเป็นอยู่ของคุณแม่?

“สบายขึ้นเยอะ แต่ด้วยความที่แกอายุจะ 80 ปีที่แล้วธีร์ล้มหมอนนอนเสื่อ แต่ปีนี้แกมาเป็นซีกขวา ขยับไม่ได้ อัมพฤกษ์”

มากรุงเทพฯ ใครดูแล?

“ข้างบ้านครับ ไม่เอาตังค์ด้วยนะ เขาบอกว่าเขาสงสารเรากับแม่ เขาเคยมีคุณตาเป็นคนไข้ติดเตียงต้องดูแลตลอดเวลา เขาเข้าใจ เขาบอกว่าหนูทำได้ ถ้าธีร์อยู่บ้านจะเปลี่ยนแพมเพิสให้แม่ เช็ดอึเช็ดฉี่ อาบน้ำให้แม่”

ถ้าน้องไม่เอาตังค์ แล้วเอาเงินที่ไหนใช้จ่าย?

“ให้ตามสินน้ำใจ เขาไม่เรียก ไปไหนก็ซื้อของมาฝากบ้าง น้องเขาอยู่ข้างบ้าน ดูแลคุณแม่ ทำงานบ้านให้คุณแม่กับคุณพ่อเขา”

เราได้บทเรียนอะไรจากเหตุการณ์ครั้งนี้ เราป่วยแล้วกลับมาแข็งแรง มีคนช่วยมากมาย ผ่านเหตุการณ์ดราม่ามาเยอะแยะมากมาย?

“สิ่งหนึ่งที่ได้จากความตาย ธีร์เชื่อว่าธีร์ตายไปแล้ว วันนี้ธีร์เกิดใหม่ มีชีวิตใหม่ เพราะประชาชนคนไทยทุกท่าน เพราะน้องเอ็มมี่ที่ช่วยพี่ พี่ชายแฮ็คส์ ผู้หลักผู้ใหญ่ทุกคนที่เมตตาธีร์ กราบขอบพระคุณทุกท่าน”

อยากบอกอะไรคนที่ต่อว่าเรา?

“ขอบคุณสำหรับทุกคำติ คำชม คำสรรเสริญเยินยอ แม้แต่คำด่าธีร์ ก็ขอบคุณด้วยความจริงใจ นั่นคือความใส่ใจที่ทุกท่านมีให้กับธีร์ ขอบคุณครับ”

ทุกวันนี้มีแฟนหรือโสด?

“โสดครับ ด้วยความที่ธีร์ไปๆ มาๆ กรุงเทพฯ ก็ไม่มีเวลา เขาก็มีชีวิตของเขา ธีร์ก็เจอคนเยอะในวงการบันเทิง แต่ธีร์คิดว่าไม่มีความรักไหนเหมาะกับเรา”

เลิกก่อนป่วยหรือหลังป่วย?

“หลังป่วยครับ พอดีขึ้น ก็คิดว่าน่าจะปล่อยให้เขาไปเจอใครที่ดีกว่าเรา ไม่รู้ว่าวันหนึ่งธีร์จะล้มป่วยลงอีกเมื่อไหร่ ไม่รู้ว่าธีร์จะเป็นอะไรอีกหรือเปล่า ชีวิตไม่แน่นอน เขาหรือเราอาจจากไปก่อนกันก็ได้ แต่สิ่งที่จะมีให้กันคือคุณงามความดี ความรู้สึกที่ดี มีความรักให้กันดีกว่า ไม่อยากมานั่งทะเลาะกัน”

คนบอกรวยแล้วเลิก?

“ไม่รวยครับ ทุกวันนี้ยังใช้ชีวิตเหมือนเดิม เป็นมนุษย์เดินดินกินข้าวแกง นั่งรถแท็กซี่ นั่งรถไฟฟ้าเหมือนเดิม”

ยังเป็นเพื่อนกับเขาอยู่มั้ย?

“ยังเป็นเพื่อนกันอยู่ครับ ให้คำแนะนำให้คำปรึกษาซึ่งกันและกัน”

อนาคตอยากแต่งงาน มีครอบครัวมั้ย?

“มีครอบครัวคงไม่ได้แล้วครับ อยู่กับแม่ให้ดีที่สุด วันหนึ่งเราอาจไปก่อน หรือคุณแม่อาจไปก่อนก็ได้ ถึงวันนั้นค่อยว่ากันครับ”

ชีวิตตอนนี้?

“แฮปปี้ มีความสุขดีครับ ทำงานที่ตัวเองรัก ได้ดูแลแม่ ถึงตอนนี้แม่จะป่วย แต่เราได้สัมผัสถึงการเช็ดขี้เช็ดเยี่ยวแม่มันเป็นยังไง ย้อนกลับไปในวัยที่เราเป็นเด็กทารก แม่เช็ดอึเช็ดฉี่ให้เรา ลองย้อนกลับไปนะครับ มีเวลาให้พ่อแม่หรือครอบครัวหรือยัง รักเขามากพอสำหรับความรักของเขาที่มอบให้เราหรือยัง ถ้ายังเริ่มต้นทำตั้งแต่วันนี้ จะได้ไม่เสียใจถ้าวันหนึ่งเขาไม่อยู่กับเราแล้ว ไปเคาะฝาโลงเขาก็ไม่ได้รับแล้วนะครับ”

‘มาวิน’ จูงมือผู้จัด ‘ตู่-ปิยวดี’ เข้าพิธีหมั้นแต่งตามประเพณีไทย-จีน เตรียมฉลองสมรสต้นปีหน้า 28 ก.พ. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บันเทิง – ‘มาวิน’จูงมือผู้จัด ‘ตู่-ปิยวดี’ เข้าพิธีหมั้นแต่งตามประเพณีไทย-จีน เตรียมฉลองสมรสต้นปีหน้า28 ก.พ. (naewna.com)

'มาวิน'จูงมือผู้จัด 'ตู่-ปิยวดี' เข้าพิธีหมั้นแต่งตามประเพณีไทย-จีน เตรียมฉลองสมรสต้นปีหน้า28 ก.พ.

‘มาวิน’จูงมือผู้จัด ‘ตู่-ปิยวดี’ เข้าพิธีหมั้นแต่งตามประเพณีไทย-จีน เตรียมฉลองสมรสต้นปีหน้า28 ก.พ.

วันจันทร์ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 09.39 น.

ได้ฤกษ์ดีนักแสดงหนุ่ม“วิน-มาวิน ทวีผล” จูงมือผู้จัดสาว “ตู่-ปิยวดี มาลีนนท์” เข้าพิธีหมั้นแต่ง เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา(20 ธ.ค.)ในบรรยากาศเรียบง่ายตามประเพณีไทย-จีนณ โพธาลัยเลเชอร์ปาร์ค ท่ามกลางครอบครัว, เพื่อนสนิท และแขกผู้มีเกียรติอาทิ คุณประชุม มาลีนนท์, คุณประวิทย์ มาลีนนท์, คุณมยุรฉัตร เหมือนประสิทธิเวช, คุณสรวงสุดา ชลลัมพี, คุณไก่-วรายุฑ มิลินทจินดา,คุณสลิล ล่ำซำ,คุณสุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธ์, คุณสมรักษ์ ณรงค์วิชัย ฯลฯ

เริ่มจากพิธีตักบาตรพระสงฆ์ 9 รูป ต่อด้วยขบวนแห่ขันหมากสู่ขอเจ้าสาวโดยมีแก๊งฝั่งเจ้าสาว มิ้นต์-ชาลิดา,เต้ย-จรินทร์พร, แพท-แพทริเซีย,อันดา-กุลฑีรา, บี้-ธรรศภาคย์&กุ๊บกิ๊บ-สุมณทิพย์คิม-คิมเบอร์ลี, มาร์กี้-ราศรีฯลฯ แท็กทีมจัดเต็ม!! กั้นประตูเงินประตูทองพิสูจน์รักแท้ให้เจ้าบ่าวฝ่าด่านถึง9ประตูส่วนเจ้าสาวสวยสง่างดงามในชุดเดรสไทยจากแบรนด์Vanuscoutureจากนั้นเวลา 08.39 น. ได้ฤกษ์มงคลเริ่มพิธีสู่ขอโดยญาติผู้ใหญ่ทั้ง 2 ฝ่าย ตามด้วยพิธียกน้ำชาตามประเพณีจีน และพิธีหลั่งน้ำพระพุทธมนต์ตามแบบไทยโดยสินสอดทองหมั้นประกอบไปด้วย เงิน ทอง และแหวนเพชร โอกาสนี้ได้รับเกียรติจากคุณสมเกียรติ-คุณรัชนี นิพัทธกุศล (ประธานฝ่ายเจ้าสาว)และ คุณกฤษฎาจีนะวิจารณะ (ประธานฝ่ายเจ้าบ่าว)เป็นประธานในพิธี ท่ามกลางความยินดีของคุณแพทริเชีย มาลีนนท์และคุณนวลจันทร์ เอี่ยมอมรนิพิธคุณแม่ของบ่าวสาวและแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงาน โดยทั้งคู่จะจัดงานเลี้ยงฉลองสมรสในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564

งดงาม พิม-พิมประภา รำบวงสรวงองค์หลวงปู่วิรูปักโขนาคราช จ.ร้อยเอ็ด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บันเทิง – งดงาม’พิม-พิมประภา รำบวงสรวงองค์หลวงปู่วิรูปักโขนาคราช จ.ร้อยเอ็ด (naewna.com)

งดงาม'พิม-พิมประภา รำบวงสรวงองค์หลวงปู่วิรูปักโขนาคราช จ.ร้อยเอ็ด

งดงาม’พิม-พิมประภา รำบวงสรวงองค์หลวงปู่วิรูปักโขนาคราช จ.ร้อยเอ็ด

วันจันทร์ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 09.33 น.

งดงาม สวยสะกดทุกสายตาจริง ๆ สำหรับนางเอกหน้าหวาน พิม-พิมประภา ตั้งประภาพร ล่าสุด ‘พิม’ได้เดินทางไปร่วมงานฉลององค์หลวงปู่วิรูปักโขนาคราช ที่วัดภูกุ้มข้าว บ้านภูเขาทอง ต.คำพอุง อ.โพธิ์ชัย จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีแรก  โดยสาวพิมสวมชุดไทยสไบสีส้ม และผ้าซิ่นพื้นเมือง โชว์ลีลาร่ายรำ อ่อนช้อยบวงสรวงองค์หลวงปู่วิรูปักโขนาคราช  พร้อมกับน้อง ๆ นางรำ จากวิทยาลัยนาฎศิลป์กาฬสินธุ์ กว่า 100 ชีวิต ท่ามกลางประชาชนนักท่องเที่ยวที่มาร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก ก่อนที่จะมีพิธีบายศรีสู่ขวัญ และผูกแขนเพื่อรับขวัญตามประเพณี

“พิมรู้สึกเป็นเกียรติมาก ๆ ที่ได้ร่วมพิธีอันศักสิทธิ์ ได้รำบวงสรวงพญานาคครั้งแรก ส่วนตัวตื่นเต้นมากๆ ถึงขนาดจ้างคุณครูมาสอนรำส่วนตัวก่อนไปร่วมงาน ตอนอยู่บนรถตู้ก็ซ้อม ไปถึงงานก็ซ้อม ตอนขอพรท่านก่อนเริ่มรำ ขอพรว่าอย่าให้ตัวเองรำผิดแล้ว เพราะเราอยากรำออกมาให้ดีที่สุด แล้วก็ดีใจมาก ๆ ที่ชาวบ้านให้การตอบรับอย่างอบอุ่น รู้จักแล้วก็จำเราได้ค่ะ” พิมกล่าว.

‘ม่อน’ บู๊ที่สุดในชีวิตพร้อมลุยบท ‘หมวดธนา’ แอ๊กชั่นคอเมดี้โดนใจ ‘คุณแม่มาเฟีย’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บันเทิง – ‘ม่อน’ บู๊ที่สุดในชีวิตพร้อมลุยบท ‘หมวดธนา’ แอ๊กชั่นคอเมดี้โดนใจ ‘คุณแม่มาเฟีย’ (naewna.com)

‘ม่อน’ บู๊ที่สุดในชีวิตพร้อมลุยบท ‘หมวดธนา’  แอ๊กชั่นคอเมดี้โดนใจ ‘คุณแม่มาเฟีย’

‘ม่อน’ บู๊ที่สุดในชีวิตพร้อมลุยบท ‘หมวดธนา’ แอ๊กชั่นคอเมดี้โดนใจ ‘คุณแม่มาเฟีย’

วันจันทร์ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

คุ้นเคยซีรี่ส์วัยรุ่นมาตลอดพอม่อน-ธนัชชัย วิจิตรวงศ์ทอง ได้มารับบท “ผู้หมวดธนา” ตำรวจหนุ่มผู้ซื่อสัตย์ทั้งการงาน และความรัก ในละครแอ๊กชั่นคอเมดี้เต็มตัวเรื่อง“คุณแม่มาเฟีย” ทาง ช่อง GMM25ทำเอาเจ้าตัวติดอกติดใจที่ได้เล่นคิวบู๊เต็มสตีมโชว์สเต็ปเต็มเหนี่ยวให้สมกับที่ ผู้กำกับปลา-พีรพลเธียรเจริญ ส่งไปฝึกฝนทั้งการต่อสู้ และยิงปืน กับครูมืออาชีพ ฝึกมาดีม่อนก็เลยมีชัยไปกว่าครึ่งแสดงบทแอ๊กชั่นได้สะใจผู้ชมอย่างที่มีกระแสตอบรับกลับมา

“เปิดประสบการณ์ใหม่ในวงการละครของผมเลยครับสำหรับบทบาท “ผู้หมวดธนา” ก่อนอื่นต้องขอบคุณผู้ใหญ่ทุกท่านที่ให้โอกาสผมมารับบทนี้ ตอนแรกก็คิดว่าไกลตัวเองนะ แต่พอพี่ปลาเอาไปปั้นให้ผมฝึกศิลปะป้องกันตัวกับพี่ๆ สตั๊นแมนมืออาชีพหลายๆ ครั้ง ทำให้เรารู้ตัวเองว่าชอบด้านแอ๊กชั่น ซึ่งกระแสตอบรับจากคนดูก็ชื่นใจ มีแต่คนชมความเท่และความบู๊ดูมันส์ของหมวดธนามาเรื่อยๆ หายเหนื่อยจริงๆ ครับ แต่ก็ไม่ได้มีดีแค่แอ๊กชั่นนะครับคอเมดี้ก็มารัวๆ เป็นเสน่ห์ของละครเลย จังหวะสนุกๆ โป๊ะๆ ก็ได้ พี่ปลา กับ พี่วิลลี่แมคอินทอช แนะนำขัดเกลาให้ตลอดเรื่องเป็นการทำงานที่เบิกบานมากกับ พี่มาช่า วัฒนพานิชก็เข้าฉากด้วยกันบ่อยผมอบอุ่นนะพี่เค้าเป็นห่วงน้องๆ ทุกคน ส่วนกับเก่ง (อ้าย-สรัลชนา) สนิทสนมกลมเกลียวกันเป็นทุนเดิม ไม่ต้องปรับตัวเข้าหากันในละครเลยเล่นตามบทได้ตั้งแต่ฉากแรก ได้ร่วมงานกันเป็นครั้งที่ 2 เข้าใจวิธีเล่นของน้องมากขึ้น เป็นเหมือนพี่เหมือนน้องดูแลกันจริงๆ ตามในละครเลยครับ แต่ความผูกพันแบบพี่ชายที่แสนดีนี่แหละจะก่อให้เกิดอะไรต่อจากนี้ใน “คุณแม่มาเฟีย” ต้องให้ผู้ชมติดตามกันต่อ ฝากเพลงประกอบของ ผม-อ้ายด้วยนะครับ”

PUBG MOBILE WIN TOGETHER อีพีนี้ ‘โฟร์-นิกกี้-P-HOT’ ลุยเอง! #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บันเทิง – PUBG MOBILE WIN TOGETHER อีพีนี้ ‘โฟร์-นิกกี้-P-HOT’ ลุยเอง! (naewna.com)

PUBG MOBILE WIN TOGETHER อีพีนี้ ‘โฟร์-นิกกี้-P-HOT’ ลุยเอง!

PUBG MOBILE WIN TOGETHER อีพีนี้ ‘โฟร์-นิกกี้-P-HOT’ ลุยเอง!

วันจันทร์ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

หลีกให้ทันเพราะกัปตันจะลุยเอง! หลังจากปล่อยให้ลูกทีมออกศึกกันไปสองอีพี ถึงคราวที่กัปตันทีมของทั้งสามทีมจะโชว์สกิลและความเก๋าเกมกันแล้ว กับเกมโชว์วาไรตี้สุดจี้ PUBG MOBILE ที่มากับแคมเปญพิเศษ PUBG MOBILE WIN TOGETHER การแข่งขัน PUBG MOBILE เกมแนว BATTLE ROYALE ที่คาดเดาไม่ได้เลยว่าทีมไหนจะคือตัวจริง เมื่อ Heart Breaker ม้าตีนปลายกลายเป็นผู้ชนะในอีพีที่ผ่านมาด้วยการกระชากตำแหน่ง Toxic Loverตกชั้นจากที่ 1 กลายเป็นผู้พ่ายแพ้ต้องกินขาไก่เป็นบทลงโทษ! ร้อนถึงกัปตันทีมที่ต้องออกมาแก้เกม

ยกให้เป็นอีพีที่เหล่าดาราคนดัง Influencer และ ProPlayer ชื่อดังของเมืองไทย ทั้ง 3 ทีม ระเบิดความเกรี้ยวกราดขั้นสุด เพราะรวมตัวพ่อ ตัวแม่ สกิลปากหาตัวจับยากมาไว้ด้วยกัน เริ่มด้วย Sweet Baby กัปตันทีมสายเกมเมอร์ แร็พเปอร์หนุ่มสุดเท่แถวหน้าของเมืองไทย ปอนด์ A.K.A. P-HOT ควงสองสาวสุดน่ารัก ProPlayer ระดับแชมป์เอเชียมาข่ม ส่วนทีม ToxicLover โฟร์-ศกลรัตน์ เนตไอดอลในตำนาน กัปตันทีมประกาศลั่นรายการ ไม่กลัวใครหน้าไหน เพราะมีหวานใจ Timethai และหนุ่มหน้ามล ป็อปปี้ ที่พร้อมจะบี้ทุกคนที่ขวางทาง แต่งานนี้ไม่หมูแน่ เพราะ นิกกี้-ณฉัตรหัวหน้าแก๊ง FC สายหื่น กัปตันทีม Heart Breaker แค่เปิดตัวก็ทำเอาป่วนไปทั้งรายงาน

ชม PUBG MOBILE WIN TOGETHER ย้อนหลังได้ทาง Youtube : PUBGMOBILE

‘เผือก-พงศธร’ มาแรงกับบท ‘พี่โจร’ สุดยอด 18 มงกุฎประกบ ‘ณเดชน์’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บันเทิง – ‘เผือก-พงศธร’มาแรงกับบท ‘พี่โจร’ สุดยอด 18 มงกุฎประกบ‘ณเดชน์’ (naewna.com)

‘เผือก-พงศธร’มาแรงกับบท ‘พี่โจร’ สุดยอด 18 มงกุฎประกบ‘ณเดชน์’

‘เผือก-พงศธร’มาแรงกับบท ‘พี่โจร’ สุดยอด 18 มงกุฎประกบ‘ณเดชน์’

วันจันทร์ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

นักแสดงมากฝืมือ “เผือก-พงศธร จงวิลาส” เรียกได้ว่าตอนนี้กระแสมาแรงกับบท “พี่โจร”สุดยอด 18 มงกุฎ ในภาพยนตร์โรแมนติกคอเมดี้ “อ้าย..คนหล่อลวง” ของผู้กำกับ “เมษ ธราธร”ค่าย จีดีเอช โดย “เผือก” เผยว่า

“ตอนแรกที่เมษผู้กำกับติดต่อมาผมนึกว่าจะได้เล่นเป็น 18 มงกุฎแบบหล่อ เท่ ขับรถสปอร์ตแต่พอวันที่ไปถ่ายทำจริงๆ ไม่รู้มีการปรับคาแร็กเตอร์พี่โจรสุดเท่ กลายมาเป็นลุงแก่ๆ เป็นอาแปะเฉยเลยจากที่ต้องขับรถหรู สุดท้ายพี่โจรก็ต้องนั่งรถสองแถวมา พี่โจรเป็นนักต้มตุ๋นที่มีชีวิตอยู่กับการหลอกลวงหารายได้เลี้ยงชีวิต บทพี่โจรนี้เวลาที่ผมสวมเสื้อผ้าเหมือนสวมวิญญาณพี่โจรได้เลย ผมเป็นคนที่ถ้ามีเสื้อผ้าหน้าผมมาสวมแล้วสามารถเป็นตัวละครนั้นๆ ได้เลย พอแต่งตัวเป็นพี่โจรเราก็จะเป็นอาแปะคนหนึ่งที่ดูเผินๆ ใจดี ไม่มีพิษมีภัยหลังค่อมดูสุภาพ ผมรู้สึกว่ายิ่งดูไม่มีพิษสงเท่าไรยิ่งอันตรายเท่านั้น เป็นบทที่เล่นแล้วสนุกมากได้ร่วมงานกับณเดชน์พูดเลยว่าเขามืออาชีพจริงๆ ดีใจที่ได้ร่วมงานกับพระเอกเบอร์หนึ่งของวงการ และต้องขอบคุณผู้ชมทุกคนมากๆ นะครับ ที่ชื่นชอบพี่โจร และทุกตัวละครในหนังเรื่องนี้”

TRINITY จาก 4NOLOGUE เตรียมระเบิดความมันส์ จัดเต็ม!ให้กรี๊ดทั้งในฮอลล์ และฟินหน้าจอด้วย Live Streaming #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บันเทิง – TRINITY จาก 4NOLOGUE เตรียมระเบิดความมันส์ จัดเต็ม!ให้กรี๊ดทั้งในฮอลล์ และฟินหน้าจอด้วย Live Streaming (naewna.com)

TRINITY จาก 4NOLOGUE เตรียมระเบิดความมันส์  จัดเต็ม!ให้กรี๊ดทั้งในฮอลล์ และฟินหน้าจอด้วย Live Streaming

TRINITY จาก 4NOLOGUE เตรียมระเบิดความมันส์ จัดเต็ม!ให้กรี๊ดทั้งในฮอลล์ และฟินหน้าจอด้วย Live Streaming

วันจันทร์ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

พร้อมกันรึยัง!? สำหรับคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรก ของ 4 หนุ่มTRINITY (ทรินิตี้) “เจมส์-ธีรดนย์,เติร์ด-ลภัส, ปอร์เช่-ศิวกร,แจ๊คกี้-จักริน” ศิลปินในสังกัด 4NOLOGUE (โฟร์โนล็อค) “2020 TRINITY INVISIBLE WORLD LIVE IN BANGKOK : REALITYAND IMAGINATION” ณอิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 26 ธันวาคมนี้ งานนี้4 หนุ่ม ฟิตซ้อมกันอย่างเต็มที่ ซึ่ง “ปอร์เช่” และ “แจ๊คกี้” ได้เป็นตัวแทน TRINITY พูดถึงคอนเสิร์ตในครั้งนี้ว่า

ปอร์เช่-ศิวกร :“คอนเสิร์ตครั้งนี้เป็นครั้งที่สองที่ได้ขึ้นที่อิมแพ็ค อารีน่า ครับ ครั้งแรกเมื่อตอน9×9 และครั้งนี้กลับไปในฐานะ TRINITY รู้สึกเวลาผ่านไปเร็วมากและตื่นเต้นมากๆ ครับ ที่จะได้กลับไปที่อิมแพ็ค อารีน่า อีกครั้ง อยากเจอTWILIGHT ทุกคน การเตรียมตัวสำหรับคอนเสิร์ตนี้ก็ดูแลสุขภาพและออกกำลังกายครับ ตอนนี้พวกเราอยู่ในช่วงซ้อม คอนเสิร์ตทั้งทีเรามีอะไรมาให้ดูกันแหละครับ แต่ไม่บอกว่าคืออะไร”

แจ๊คกี้-จักริน : สำหรับคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกของ TRINITYผมรู้สึกภูมิใจแล้วก็ตื่นเต้นมากๆที่จะได้กลับมาเล่นที่อิมแพ็คอารีน่า อีกครั้ง ผมคิดถึงบรรยากาศตอนโชว์บนเวทีนั้นมากๆ และที่สำคัญคิดถึง TWILIGHT สำหรับการเตรียมความพร้อมในครั้งนี้พวกเราทุกคนซ้อมกันทุกวันมีการคิดโชว์ใหม่ๆ คิดว่าทุกคนคงจะเซอร์ไพรส์กับโชว์ในครั้งนี้แน่ๆ ครับ พวกเราเตรียมเพลงมาร้องให้ทุกคนฟังแต่จะเป็นเพลงอะไรมารอลุ้นกันนะครับ จะเป็นโชว์เดี่ยวโชว์คู่หรือโชว์กลุ่มบอกเลยว่าพิเศษมากแน่ๆ รับรองว่างานนี้จะมีแต่ความสุขอยากให้ทุกคนมาสนุกส่งท้ายปีนี้ไปด้วยกันครับ” ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โซเชียลมีเดียของ 4NOLOGUE ทุกช่องทาง

เผย 5 อาจารย์มหาวิทยาลัยของรัฐบาลดีเด่นแห่งชาติปี 2563 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – เผย 5อาจารย์มหาวิทยาลัยของรัฐบาลดีเด่นแห่งชาติปี2563 (naewna.com)

เผย 5อาจารย์มหาวิทยาลัยของรัฐบาลดีเด่นแห่งชาติปี2563

เผย 5อาจารย์มหาวิทยาลัยของรัฐบาลดีเด่นแห่งชาติปี2563

วันจันทร์ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 16.47 น.

เมื่อเช้าและบ่ายของวันศุกร์ที่ 18 ธันวาคม  2563  ที่ผ่านมาที่ห้องประชุมอีเธอร์นิตี้บอลรูม  โรงแรม  พูลแมน คิงเพาเวอร์  ถนนรางน้ำ  เขตราชเทวี   กทม. กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์   วิจัยและนวัตกรรม  ที่กำกับดูแลการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยในระดับอุดมศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศ   โดยไม่รวมมหาวิทยาลัยและสถาบันอุดมศึกษาของกระทรวงกลาโหมและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  ได้จัดประชุมทางวิชาการประจำปี2563 ของประธานสภามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทยของภาครัฐขึ้น  ซึ่งเป็นเฉพาะมหาวิทยาลัยในสังกัดและในกำกับของรัฐบาลทั่วประเทศไทยรวมจำนวน  134  สถาบันจาก 77 จังหวัดทั้งนี้จะไม่รวมสถาบันและมหาวิทยาลัยเอกชน มหาวิทยาลัยสงฆ์และโรงเรียนทหารตำรวจรวม 87 สถาบัน 

ปัจจุบันมีนายมนชาย  ภูวรกิจ  ทำหน้าที่ประธานสภาอาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย(ปอมท.)  ที่ประชุมสภาฯในปีนี้ได้ประชุมคัดเลือกอาจารย์มหาวิทยาลัยของรัฐดังกล่าวให้เป็นอาจารย์ดีเด่นแห่งชาติประจำปี 2563 โดยมีระบบการคัดเลือกตามระเบียบกำหนดคุณสมบัติของ ปอมท. โดยการกำกับดูแลของกระทรวงการอุดมศึกษาฯ   ซึ่งผลการลงมติคัดเลือกของ ปอมท. เมื่อวันที่  26 กันยายน  2563  ที่ปอมท.และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือเป็นเจ้าภาพได้มีมติคัดเลือก 5  อาจารย์ให้เป็นอาจารย์ดีเด่นแห่งชาติประจำปี  2563  ดังนี้คือ

1.ศาสตราจารย์ ดร.อรรถกร  เก่งพล   สาขาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี  จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ

2.ศาสตราจารย์(เชี่ยวชาญพิเศษ) ดร.นายแพทย์  นิพนธ์ ฉัตรทิพากร สาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

3.ศาสตราจารย์ ดร.กมลชนก  สุทธิวาทสาขาสังคมศาสตร์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

4.รองศาสตราจารย์สุรศักดิ์   กังขาว  สาขาศิลปกรรมศาสตร์ จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร 

5.รองศาสตราจารย์ดร.สุทธิศักดิ์  ศรลัมพ์  สาขารับใช้สังคมจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

โดยในการประชุมในช่วงเช้าของวันที่  18 ธันวาคม  2563   นั้น   ฯพณฯนายชวน   หลีกภัย  ประธานรัฐสภา  ประธานสภาผู้แทนราษฏรและประธานที่ปรึกษา  ปอมท. ได้มาเป็นประธานเปิดงานและประธานในพิธีมอบโล่รางวัลพระราชทานของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี 

ส่วนในช่วงบ่ายนั้น ปอมท.  ได้จัดให้มีการบรรยายพิเศษของศาสตราจารย์พิเศษ  ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาฯ  ในหัวข้อ เรื่อง  ทิศทางการพัฒนาอุดมศึกษาไทยในอนาคต  และการเสวนาทางวิชาการเรื่อง  การเสริมสร้างและพัฒนามาตรฐานวิชาการอุดมศึกษาไทยสู่สากล   โดย 3 คณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิได้แก่ศาสตราจารย์  รพีพรรณ  คำหอม คณบดีคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  ศาสตราจารย์ ดร.ผดุงศักดิ์   รัตนเดโช  นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติและศาสตราจารย์  ดร.โสรัจจ์   หงศ์ลดารมภ์  ประธานคณะอนุกรรมการวิชาการ  สภาคณาจารย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและเสวนาวิชาการเรื่องเส้นทางสู่การเป็นอาจารย์ดีเด่นแห่งชาติ  โดยคณะวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากคณะอาจารย์ดีเด่นแห่งชาติปี 2563 ทั้ง 5  ท่าน  ซึ่งปรากฏว่าการบรรยายพิเศษและการเสวนาทางวิชาการทั้ง 3  หัวข้อนั้นได้ประสบความสำเร็จสมความมุ่งหมายของการจัดงานในครั้งนี้ทุกประการ