‘โครงการศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดง’ สร้างอาชีพแหล่งเรียนรู้เกษตรตามพระราชดำริ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/541988

‘โครงการศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดง’  สร้างอาชีพแหล่งเรียนรู้เกษตรตามพระราชดำริ

‘โครงการศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดง’ สร้างอาชีพแหล่งเรียนรู้เกษตรตามพระราชดำริ

วันพุธ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

นางอัญชนา ตราโช รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงการติดตามการดำเนินโครงการตามพระราชดำริ ศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริ จังหวัดระยอง ซึ่งโครงการดังกล่าว ก่อตั้งจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องจากสภาพพื้นที่ของจ.ระยอง เป็นสภาพป่าที่ถูกทำลาย ราษฎรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพการเกษตร และประสบปัญหาผลผลิตตกต่ำ รายได้ของเกษตรกรลดลง เพราะขาดความอุดมสมบูรณ์ของดินและแหล่งน้ำ ประกอบกับถูกอิทธิพลของนายทุนขยายเขตการเป็นเจ้าของที่ดินเพิ่มขึ้น

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จึงพระราชทานพื้นที่บริเวณอ่างเก็บน้ำดอกกราย อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง ประมาณ 1,300 ไร่ เพื่อส่งน้ำมายังพื้นที่ และทรงแนะนำให้จัดเป็นศูนย์กลางอาชีพการเกษตรและศิลปาชีพพิเศษแก่ราษฎร มีที่ตั้งศูนย์ฯ อยู่บริเวณอ่างเก็บน้ำดอกกราย เป้าหมาย
จำนวน 35 หมู่บ้าน 5 ตำบล ในอำเภอปลวกแดง และนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง รวมถึงพื้นที่อำเภออื่น ในจ.ระยอง และจังหวัดใกล้เคียง มีกรมส่งเสริมการเกษตรเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการดำเนินโครงการ

ปีงบประมาณ 2563 กระทรวงเกษตรฯจัดให้มีการอบรมหลักสูตรต่างๆ ได้แก่ หลักสูตรการถ่ายทอดความรู้เทคโนโลยีด้านข้าว การผลิตปุ๋ยหมักเติมอากาศ การปลูกอ้อยคั้นน้ำเสริมรายได้ และการผลิตพืชอินทรีย์ ซึ่งสศก.ติดตามความก้าวหน้าผลการดำเนินงาน พบว่า เกษตรกรได้รับการถ่ายทอดความรู้และผ่านการอบรมตลอดหลักสูตร 206 ราย คิดเป็นร้อยละ 121 ของเป้าหมาย 170 ราย ซึ่งเกษตรกรที่ผ่านการอบรมสามารถนำความรู้ที่ได้ ไปปรับเปลี่ยนรูปแบบการประกอบอาชีพด้านการเกษตร โดยให้ความสำคัญกับการปรับปรุงรูปแบบการเลี้ยงสัตว์ การปลูกพืชให้ดีขึ้น เป็นอันดับแรก รองลงมาคือ ปรับปรุงพันธุ์สัตว์ พันธุ์พืชให้มีคุณภาพดีขึ้น ทำเกษตรกรรมยั่งยืน และรวมกลุ่มจำหน่ายสินค้า โดยเกษตรกรที่ผ่านการอบรม ยังถ่ายทอดความรู้ให้บุคคลอื่นต่อไป เช่น การผลิตพืชอินทรีย์ การทำปุ๋ยหมัก การทำนา การผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว นอกจากนี้ เกษตรกรส่วนใหญ่นำความรู้ไปปฏิบัติ เพื่อลดการใช้สารเคมีและผลิตปุ๋ยหมักใช้เอง สามารถลดต้นทุนทางการเกษตรได้เฉลี่ยรายละ 8,900 บาทต่อปี และมีรายได้เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม เกษตรกรบางส่วนประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ ส่งผลให้ได้ผลผลิตลดลง หรือไม่สามารถทำการเกษตรได้

ทั้งนี้ ภาครัฐโดยหน่วยงานเกี่ยวข้อง จะเร่งจัดหาแหล่งน้ำสำรอง และแหล่งน้ำต้นทุนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำช่วงฤดูแล้ง และควรเพิ่มการประชาสัมพันธ์ผลดำเนินงานของศูนย์ฯให้เกษตรกรในพื้นที่รับทราบ เพื่อให้เกษตรกรเข้าไปใช้ประโยชน์จากโครงการได้อย่างเต็มที่ต่อไป

‘เอด้า ชุณหวชิร’ ทูตยุวชนสเปเชียลฯ ตัวแทนคนรุ่นใหม่ สร้างแรงบันดาลใจผ่านบทเพลงส่งต่อกำลังใจ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/542081

‘เอด้า ชุณหวชิร’ ทูตยุวชนสเปเชียลฯ ตัวแทนคนรุ่นใหม่ สร้างแรงบันดาลใจผ่านบทเพลงส่งต่อกำลังใจ

‘เอด้า ชุณหวชิร’ ทูตยุวชนสเปเชียลฯ ตัวแทนคนรุ่นใหม่ สร้างแรงบันดาลใจผ่านบทเพลงส่งต่อกำลังใจ

วันพุธ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 12.17 น.

หลังจากที่สมาคมกีฬาสเปเชียลโอลิมปิคไทย ได้เผยแพร่ MV ผลงานเพลง From the Heart หรือชื่อภาษาไทย “ขอบคุณที่ร่วมทาง” บทเพลงส่งต่อกำลังใจและสร้างความตระหนักเกี่ยวกับศักยภาพ การดำเนินชีวิตของผู้พิการทางสติปัญญา โดยตั้งใจเผยแพร่ความเข้าใจผ่านตัวแทนนักกีฬาสเปเชียลโอลิมปิคไทยวัยต่าง ที่แสดงให้เห็นถึงความทุ่มเท มุ่งมั่นของครอบครัว ครู ผู้ดูแล และ เพื่อนร่วมงาน ที่มีบทบาทสำคัญในชีวิตของพวกเขา เป็น MV ที่ทำให้คนดูน้ำตาซึมมากที่สุดชิ้นหนึ่ง ขับร้องโดย ทูตศิลปิน ไบร์ท วิน จาก GMMTV และ เอด้า ชุณหวชิร สาวน้อยเสียงใส ทูตยุวชนสเปเชียลโอลิมปิคไทย

ถึงแม้จะเป็นศิลปินหน้าใหม่ “เอด้า ชุณหวชิร” สาวน้อยเสียงใส วัย 15 ปี ทูตยุวชนสเปเชียลโอลิมปิคไทยคนนี้ดีกรีไม่ธรรมดา เสียงร้องเพลงอันทรงพลังนั้นสร้างชื่อเสียงในระดับโลกมาแล้ว​ ในการแข่งขัน World Championships of Performing Arts ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา

“เอด้า”  เผยว่า ดร.นริศ ชัยสูตร  นายกสมาคมฯ ได้ชวนมาร่วมร้องเพลงให้กับทางสมาคม ตั้งแต่ MV : Spotlight เมื่อต้นปี 2020  ตามมาด้วย “Thank you my Silent Heroes” เป็นการร้องร่วมกันระหว่าง ไบร์ท – วิน – เอด้า ส่วนเพลง “ขอเป็นคนหนึ่ง” เวอร์ชั่น คริส-สิงโต-เอด้า เป็น MV ให้กำลังใจซึ่งกันและกันในช่วงโควิดเมื่อกลางปีที่ผ่านมา เพื่อส่งต่อกำลังใจให้คนไทยทุกคนในช่วงเวลาที่ต้องการกำลังใจ รวมถึงส่งกำลังใจถึงทีมแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์และผู้พิการทางสติปัญญา ตามมาด้วย  MV : “Unified Aerobic Dance ” โดยนำเสนอกิจกรรมการเต้นแอร์โรบิคส์ในรูปแบบของยูนิฟายด์ที่ประกอบด้วยผู้ที่ไม่มีความพิการและผู้ที่มีความพิการทางสติปัญญามาออกกำลังกายร่วมกัน และล่าสุด MV ผลงานเพลง From the Heart

“เริ่มเรียนร้องเพลงตั้งแต่เรียนอยู่ชั้น ป.2 และได้มีโอกาสไปแข่งขันที่ต่างประเทศตอนรียนอยู่เกรด 7 ประเทศสหรัฐอเมริกา ในการแข่งขันสามารถเข้ารอบ semi Final เพลงที่เข้าประกวดได้รับรางวัล 2 เหรียญทอง, 3 เหรียญเงิน, 4 เหรียญทองแดง, โล่ 2 รางวัล และได้รับ Scholarship อีกด้วย หลังจากนั้น เข้ามาทำเพลง กับ Special olympics โดยมีครูกานต์เป็นโค้ช มีคุณเบน ซิลลี่ฟูลส์ เป็นผู้ประพันธ์เพลง คุณรัชนีวรรณ บูลกุล เป็นที่ปรึกษา และได้รับการสนับสนุนจากคุณพ่อคุณแม่”

เอด้า เล่าต่อว่า “เอด้ามีโอกาสได้คลุกคลีกับน้องๆ นักกีฬาสเปเชียลโอลิมปิค ยิ่งทำให้เอด้าอยากส่งต่อพลังและกำลังใจ​ผ่านบทเพลง​พิเศษ​ให้ทุกคนได้เข้าใจน้องๆ ให้มากขึ้น  เอด้าเคยเห็นพวกเขาเล่นแบตมินตันกันอย่างสนุกสนาน ไม่​ว่าจะแพ้หรือชนะ เขาดีใจในทุกอย่างที่เค้าทำ​ จึงอยากให้พวกเรา​ร่วมมือกันช่วยเหลือในการพัฒนาเรื่องศักยภาพ​ความสามารถของเขา ช่วยให้เขาอยู่​เป็น​ส่วนหนึ่ง​ของ​สังคมกับเราได้ตามปกติ  ก็ขอฝากผลงาน​เพลงส่งกำลัง​ใจให้นักกีฬา​สเปเชียล​โอลิมปิค​ไทยด้วยเพลง  “ขอเป็นคนหนึ่ง” ​ และ​ “Thank you my Silent Heroes” ซึ่งทำออกมา 2 เวอร์ชั่น คือ แนวดนตรี และ อะคูสติก โดยทั้งสองเพลงได้รับการตอบรับที่ดี” เอด้า​กล่าว​ปิดท้าย​

สำหรับผู้ที่สนใจสนับสนุนกิจกรรมสมาคมกีฬาสเปเชียลโอลิมปิค สามารถบริจาคได้ที่กรุงไทย เลขที่ 986-8-12483-2 ชื่อบัญชี “สมาคมกีฬาสเปเชียลโอลิมปิคแห่งประเทศไทย” พร้อมส่งใบ pay-in และแจ้งชื่อ-สกุล เลขประจำตัวผู้เสียภาษา 13 หลัก และที่อยู่จัดส่งใบเสร็จรับเงินมาที่อีเมล solympicsthai@gmail.com (ใบเสร็จสามารถนำไปหักภาษีได้ 2 เท่า) ต้องการสอบถามเพิ่มเติมติดต่อ คุณสถาพร ก่อแก้ว 081-9024 636

หลากไอเท็มสุดชิคจากไทยดีไซเนอร์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/541933

หลากไอเท็มสุดชิคจากไทยดีไซเนอร์

หลากไอเท็มสุดชิคจากไทยดีไซเนอร์

วันพุธ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

สยามเซ็นเตอร์ เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์ศูนย์กลางแห่งจินตนาการและงานสร้างสรรค์ไร้ขีดจำกัดในการศาสตร์แห่งสุนทรีย์ของศิลปะ แฟชั่น เทคโนโลยี และไลฟ์สไตล์ ยังคงเดินหน้าคัดสรรสินค้าสุดชิคหลากไอเท็มตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์วิถีนิว นอร์มอล ของคนยุคนี้ โดยรวบรวมไว้ในงาน “Siam Center presents Strongin Style Market : Make your healthykit with style” เปิดพื้นที่ให้เหล่าไทยดีไซเนอร์และศิลปินดังมาปล่อยของจำหน่ายหน้ากากอนามัยและอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อเพื่อสุขภาพแบบมีสไตล์ ด้วยแฟชั่นไอเท็มที่ตอบสนองฟังก์ชั่นการใช้งานอย่างครบครันให้ทุกคนได้จับจองเป็นเจ้าของก่อนใคร ณ ชั้น G หน้าร้านSephora สยามเซ็นเตอร์

โดยสินค้าหลากไอเท็มที่สยาม-เซ็นเตอร์ คัดสรรมาให้นั้นครบครันไปด้วยหน้ากากอนามัยแบบผ้า แฟชั่นไอคอนสุดชิคจากเหล่าไทยดีไซเนอร์ทั้ง Soda, Q Design And Play, PATTRIC BOYLE, iCONiC, Adhoc,FLYNOW, Rotsaniyom, Greyhound,Smileyhound และ Senada ไม่เพียงเท่านี้ยังมีแอลกอฮอลล์เจล, แอลกอฮอลล์สเปรย์, กระเป๋าใส่ขวดสเปรย์ และไอเท็มอื่นๆอีกมากมายมาให้เลือกสรร จาก YOSHINAMI(โยชินามิ), PHANNAPAST x AbsoluteSiam Store (ปัณพัท x แอ็บโซลูท สยาม สโตร์),COMMA (กอมมา), Kattara(แคททารา), Jap Fac (แจ็บ แฟค), Cleanster (คลีนสเตอร์), Life Grade (ไลฟ์ เกรด), Klean Society (คลีน โซไซตี้)เป็นต้น

สำหรับใครที่กังวลว่าลวดลายของหน้ากากผ้าจะไม่เข้ากับหน้าของเรามาที่นี่เรามี “Virtual Mask” ให้ทุกคนได้เห็นภาพจริงก่อนตัดสินใจซื้อ เพียงส่องหน้าไปที่ virtual mask และเลือกหน้ากากผ้าลายที่ต้องการ เพียงเท่านี้ก็สามารถเห็นภาพจริงของเราได้แล้วง่ายและสะดวกปลอดภัย หลีกเลี่ยงการลองด้วยหน้ากากจริงเพื่อความปลอดภัยของทุกคน

แวะมาเติมสีสันให้ชีวิต ณ ชั้น Gสยามเซ็นเตอร์ หรือสั่งสินค้าผ่าน Chat & Shop ได้ที่ LINE @OneSiamสนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร.02-6581000 ต่อ 3500

Life & Health : ยิ้มสู้อย่างมีสุขรับปีใหม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/541924

Life & Health : ยิ้มสู้อย่างมีสุขรับปีใหม่

Life & Health : ยิ้มสู้อย่างมีสุขรับปีใหม่

วันพุธ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

เป็นที่ยอมรับว่า ในชีวิตคนเราต่างมีช่วงเวลาที่รู้สึกไม่ดี หรือมีเหตุให้บั่นทอนจิตใจด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน ครอบครัว เศรษฐกิจ ฯลฯ ประกอบกับช่วงนี้ที่มีข่าวการแพร่ของไวรัสโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบกับชีวิตของผู้คนในทุกๆ ด้านอยู่อย่างนี้โดยเฉพาะในยามนี้ สำหรับผู้ที่มีผู้สูงวัยที่อาศัยอยู่ในบ้าน นพ.สกานต์ บุนนาค ผู้อำนวยการ สถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุมีคำแนะนำดังนี้

l ห้ามผู้ที่เสี่ยงติดเชื้อหรือผู้ที่มีไข้ตัวร้อน หรือมีอาการผิดปกติทางระบบทางเดินหายใจอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจเร็ว หายใจเหนื่อย หายใจลำบาก เข้าเยี่ยมผู้สูงอายุโดยเด็ดขาด,

l งดหรือลดการมาเยี่ยมจากคนนอกบ้านให้น้อยที่สุด โดยแนะนำให้ใช้การเยี่ยมทางโทรศัพท์ หรือสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ แทน,

l ในขณะเข้าพบผู้สูงอายุให้ใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าทุกครั้ง ลดการเข้าใกล้หรือสัมผัสกับผู้สูงอายุลงเหลือเท่าที่จำเป็น โดยรักษาระยะห่างอย่างน้อย 2 เมตร,

l ล้างมือด้วยการฟอกสบู่อย่างน้อย 20 วินาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด หรือทำความสะอาดมือด้วยแอลกอฮอล์เจล โดยทิ้งไว้ให้ชุ่มไม่แห้งเร็วกว่า 20 วินาที ทุกครั้งเมื่อกลับเข้าบ้าน ก่อนเตรียมอาหาร ก่อนรับประทานอาหาร หลังการไอจาม และหลังเข้าห้องน้ำทุกครั้ง,

l หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารร่วมกัน แต่หากมีการมาร่วมรับประทานอาหารด้วยกันควรแยกรับประทานของตนเองไม่รับประทานอาหารร่วมสำรับ หรือใช้ภาชนะเดียวกัน หรือใช้ช้อนกลางร่วมกัน

l หมั่นทำความสะอาดพื้นผิวที่ถูกสัมผัสบ่อยๆ ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อต่างๆ

แม้ว่าจะเป็นช่วงนี้เป็นเทศกาลปีใหม่แต่หลายคนก็อาจรู้สึกห่อเหี่ยว ท้อแท้ หมดกำลังใจ เคร่งเครียด และวิตกกังวลอยู่ลองหันมาจัดการกับความรู้สึก บริหารสุขภาพจิต ยิ้มสู้อย่างแฮปปี้รับปีใหม่กันดีกว่าข้อมูลจาก ผศ.นพ.สเปญ อุ่นอนงค์ จิตแพทย์ แนะนำวิธีไว้ดังนี้

มีสติเป็นที่มั่น อย่ากังวลกับทุกเรื่องเพราะอารมณ์ที่ไม่เป็นปกตินั้น ทำให้มีโอกาสตัดสินใจทำสิ่งใดๆ โดยไม่รอบคอบ ชีวิตคนเรามักจะมีปัญหาต่างๆ เข้ามาให้แก้ไขอยู่เสมอ และไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือใหญ่เพียงใด คุณต้องไม่ท้อแท้ หรือหมดกำลังใจ แต่ควรมีสติ เข้าใจตัวเอง กล้าเผชิญหน้ากับปัญหาที่เข้ามา พร้อมหาทางแก้ไขและรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพื่อให้ทุกอย่างผ่านพ้นไปได้ด้วยดี

อยู่กับความเป็นจริง การยอมรับและเรียนรู้ที่จะอยู่กับปัจจุบัน จะช่วยลดความวิตกกังวลให้น้อยลง เมื่อจิตใจมีความสงบสุขก็จะช่วยให้คุณสามารถปรับตัวอยู่กับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้อย่างรู้เท่าทัน เมื่อใดก็ตามที่เราเชื่อมั่นในตนเอง กล้าที่จะเผชิญกับสิ่งที่เข้ามาและพร้อมที่จะแก้ไขปัญหาต่างๆ อย่างเต็มที่แล้ว แม้ผลลัพธ์จะออกมาเป็นอย่างไรก็ตาม เพราะนั่นคือสิ่งที่คุณได้พยายามอย่างดีที่สุดแล้ว

คิดทางบวก เพราะความคิดกับความรู้สึกมีการโน้มนำกันตลอดเวลา การคิดบวกจะช่วยกระตุ้นความรู้สึกดีๆ ที่ช่วยให้จิตใจได้ผ่อนคลายลง ฉะนั้นคุณควรมองอุปสรรคหรือปัญหาทั้งหลายเป็นเรื่องท้าทายของชีวิต เราต้องก้าวข้ามสถานการณ์ที่เป็นอยู่นี้ไปให้ได้ เชื่อเถอะว่าการได้แพ้บ้าง ล้มเหลวบ้าง แล้วลุกขึ้นมาลุยกันใหม่ ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่จะช่วยคุณเตรียมการ เพื่อป้องกันปัญหาและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตซึ่งจะช่วยให้คุณมีพลังและแรงใจที่จะก้าวเดินต่อไป

รู้จักปล่อยวาง เมื่อไรก็ตามที่คุณยึดติดกับอะไรมากๆ เมื่อนั้นเองความเจ็บปวด ความเศร้า ความผิดหวังจะมาหาจิตใจที่ไม่เป็นสุข อาจเป็นเพราะมัวแต่หวาดกลัว วิตกกังวล คิดเล็กคิดน้อย เก็บทุกเรื่องที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันมาคิดหรือเป็นอารมณ์อยู่บ่อยๆ จำไว้ว่า หัวใจไม่ใช่ถังขยะ อย่าเอาเรื่องแย่ๆ ไปโยนทิ้งไว้ การรู้จักปล่อยวางและคิดว่าอะไรที่ผ่านมาแล้วให้ผ่านไปเสียบ้าง ก็จะทำให้อารมณ์ดีไม่เครียดง่าย

อย่าเป็นนักเปรียบเทียบ หลายคนไม่มีความสุขในชีวิตเพราะมัวแต่คิดว่าตัวเองไม่มี หรือไม่ได้เป็นแบบคนอื่น ไม่มีใครดีเลิศเลอไปทุกอย่าง ทุกคนล้วนมีข้อเสียและเคยทำผิดมาก่อนทั้งนั้น จงประเมินตัวเองตามความรู้ ความสามารถ ความพยายามของตนเอง ขณะเดียวกันควรมองผู้อื่นอย่างเรียนรู้ ชื่นชม และใช้เป็นแบบอย่าง ชีวิตก็จะสงบ ราบรื่นและไม่กดดันตัวเอง

ใช้ความสงบ สยบความเคลื่อนไหว การควบคุมตัวเองให้อยู่นิ่งๆ โดยอาจจะใช้เวลาสัก 5 หรือ 10 นาที สำหรับการอยู่เฉยๆ ไม่ต้องทำหรือคิดอะไร ก็ถือเป็นการฝึกสมาธิอย่างหนึ่ง เพราะหากควบคุมตัวเองให้รู้สึกนิ่งได้ ก็จะสามารถควบคุมจิตใจไม่ให้วอกแวกได้เหมือนกัน

หมั่นทำจิตใจให้ร่าเริงเบิกบาน การที่ต้องพบเจอกับปัญหาหรืออุปสรรค เราต้องรู้จักทำใจให้สงบ ยิ้มสู้กับปัญหาและไม่จดจ่ออยู่แต่กับเรื่องที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์และไม่สร้างสรรค์ ขณะเดียวกันควรมีอารมณ์ขันอยู่เสมอ เพราะนอกจากจะช่วยให้ร่างกายและจิตใจได้ผ่อนคลายแล้ว ยังช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีให้เกิดขึ้นทั้งกับตัวเองและผู้อื่นได้ แถมยังจะมีส่วนช่วยในการลดแรงกดดันในชีวิตลงอีกด้วย

แม้บางครั้งคุณอาจมีเรื่องแย่ๆ ผ่านเข้ามาแล้วทำให้จิตใจเศร้าหมอง หรือรู้สึกไม่มีความสุข อย่าเพิ่งหมดหวัง ไร้กำลังใจ เพราะชีวิตยังต้องก้าวเดินกันต่อไป เพียงแต่คุณต้องรู้จักปรับเปลี่ยน เรียนรู้ที่จะรับมือกับมันให้เป็นและหาทางออกจากสิ่งนั้นให้เร็วที่สุด แค่นี้คุณก็จะกลายเป็นคนใหม่ที่สดใส มีความสุขและสนุกกับการใช้ชีวิตต่อไปอย่างเข้มแข็ง สู้ๆ กันนะ

ผู้จัดการใหญ่ไฟเซอร์ (ประเทศไทย) #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/541915

ผู้จัดการใหญ่ไฟเซอร์ (ประเทศไทย)

ผู้จัดการใหญ่ไฟเซอร์ (ประเทศไทย)

วันพุธ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

บริษัท ไฟเซอร์ (ประเทศไทย) จำกัด หนึ่งในบริษัทผู้วิจัยยาและชีวเวชภัณฑ์ระดับโลก แต่งตั้ง นางสาวเด็บบราห์  ไซเฟิร์ท (Deborah Seifert) เป็นผู้จัดการใหญ่ประจำประเทศไทยและอินโดไชน่า คนใหม่

นางสาวเด็บบราห์ ไซเฟิร์ท มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมยา โดยกว่า 25 ปี ที่ร่วมงานกับไฟเซอร์ในสหรัฐอเมริกา รับผิดชอบในหลากหลายสายงาน ทั้งการดำรงตำแหน่งในระดับผู้บริหารงานฝ่ายการตลาด ฝ่ายขาย และพัฒนาธุรกิจสำหรับกลุ่มยาต่าง ๆ ในระดับท้องถิ่น ภูมิภาค และระดับโลก ด้วยความรู้ด้านเศรษฐศาสตร์ผนวกกับการมีทักษะ และภาวะผู้นำที่ดีรวมถึงมีความรู้ และความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมยา สำหรับในประเทศไทย นางสาวเด็บบราห์ รับผิดชอบในการกำกับดูแล และพัฒนาธุรกิจของกลุ่ม ชีวเภสัชภัณฑ์ (Biopharmaceutical) นอกจากนี้ ยังมีเป้าหมายสูงสุดในการให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีการป้องกันโรคต่าง ๆ รวมทั้งการรักษา และให้ความสำคัญในการร่วมมือกับหน่วยงานการแพทย์ สาธารณสุข ภาครัฐและชุมชมต่าง ๆ เพื่อสร้างเสริมสุขภาพที่ดีให้กับสังคมไทย พร้อมทั้งเป็นการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงยานวัตกรรมต่าง ๆ และวัคซีนสำหรับคนไทย

มูลนิธิแอสเสทเวิรด์จับมือกทม. และผู้ประกอบการย่านสาทร สานต่อกิจกรรมสังคมเพื่อเติมฝันเด็กที่ด้อยโอกาส #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/541934

มูลนิธิแอสเสทเวิรด์จับมือกทม.และผู้ประกอบการย่านสาทร  สานต่อกิจกรรมสังคมเพื่อเติมฝันเด็กที่ด้อยโอกาส

มูลนิธิแอสเสทเวิรด์จับมือกทม.และผู้ประกอบการย่านสาทร สานต่อกิจกรรมสังคมเพื่อเติมฝันเด็กที่ด้อยโอกาส

วันพุธ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

มูลนิธิแอสเสท เวิรด์ เพื่อการกุศลภายใต้ แอสเสท เวิรด์ คอร์ปอเรชั่น (AWC)จับมือกรุงเทพมหานคร กลุ่มผู้ประกอบการย่านสาทรและพันธมิตรทางธุรกิจ สานต่อโครงการ“GIVE GREEN CBD : SYNERGY POWER 2020” ที่จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 ด้วยคอนเซ็ปต์The Power of One รวมพลังเป็นหนึ่งเพื่อส่งเสริมการสร้างคุณค่าและประโยชน์เพื่อดูแลชุมชนสังคม สิ่งแวดล้อม และประเทศชาติอย่างยั่งยืน พร้อมปรับรูปแบบการรับบริจาคแบบOmni-Channel ให้มีความเป็นดิจิทัล เพื่อรองรับความปกติรูปแบบใหม่ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่ท้าทายด้านสุขอนามัย ผ่าน3 กิจกรรม เริ่มตั้งแต่ธันวาคม 2563 ต่อเนื่องถึงเมษายน 2564 เพื่อมอบทุนการศึกษาอุปกรณ์การเรียนอุปกรณ์กีฬาให้กับเยาวชนไทยในเดือนเมษายน 2564

นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่ม แอสเสทเวิรด์ คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “มูลนิธิแอสเสท เวิรด์เพื่อการกุศล ภายใต้แอสเสท เวิรด์ คอร์ปอเรชั่น มีวัตถุประสงค์หลักในการสร้างคุณค่าและประโยชน์เพื่อดูแลชุมชน สังคม สิ่งแวดล้อม และประเทศชาติอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2563 นี้ ที่โลกต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ท้าทายซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้คนเป็นอย่างมากเรายิ่งเล็งเห็นความสำคัญของการรวมพลังของทุกภาคส่วนเพื่อร่วมกันฝ่าฟันและก้าวพ้นความท้าทายครั้งนี้ไปด้วยกันสู่อนาคตที่ดีขึ้น ดังนั้นโครงการ GIVE GREEN CBD : SYNERGY POWER 2020จึงเดินหน้าต่อเนื่องด้วยแนวคิด The Power ofOne รวมพลังเป็นหนึ่งด้วยความเชื่อมั่นว่าพลังแห่งความร่วมมือที่เริ่มต้นจากจุดเล็กๆ จากผู้ประกอบการภาคเอกชนและหน่วยงานภาครัฐในย่านสาทร จะสามารถขยายผลและนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ในวงกว้างของกรุงเทพฯ ตลอดจนทั้งประเทศไทย และสำหรับทุกท่านเริ่มต้นง่ายๆ จากตัวเราเอง ลองมาปรับเปลี่ยนวิถีการใช้ชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การบริโภคสินค้าการให้ของขวัญและแบ่งปันสิ่งของกับคนอื่นตลอดจนรูปแบบของกิจกรรมต่างๆ ซึ่งท้ายที่สุดจะหลอมรวมเป็นพลังอันยิ่งใหญ่ที่เปลี่ยนแปลงสังคมและสิ่งแวดล้อม และสร้างสรรค์คุณภาพชีวิตที่ดีกว่าให้กับทุกคนได้”

และเนื่องด้วยสถานการณ์ด้านสุขอนามัยที่มีความท้าทายในปีนี้ เราได้จัดเตรียมช่องทางในการรับบริจาคในรูปแบบใหม่ให้มีความเป็นดิจิทัลมากยิ่งขึ้น เพื่อลดการพบปะและสัมผัสระหว่างบุคคล ด้วยรูปแบบการรับบริจาคแบบOmni-Channel ที่สามารถร่วมทำบุญได้ทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ ผ่าน 3 กิจกรรมหลักของโครงการ GIVE GREEN CBD : SYNERGYPOWER 2020 ประเกอบด้วย

1.กิจกรรม Sathorn District CharityChristmas Tree รวมพลังส่งต่อความสุขเพื่อสร้างสรรค์สังคม ด้วยต้นคริสต์มาสแห่งการแบ่งปันภายใต้แนวคิด “One Give One Gift-หนึ่งคนให้ หนึ่งคนรับ” โดยปีนี้ต้นคริสต์มาสที่เป็นแลนด์มาร์คของการเฉลิมฉลองในย่านสาทรได้รับการสร้างสรรค์และตกแต่งด้วยขวดพลาสติกbioPET ที่ใช้แล้ว โดยเชิญชวนผู้ที่ผ่านไป-มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการให้ โดยสแกน QR Codeที่ต้นคริสต์มาสเพื่อส่งข้อความอวยพรให้กำลังใจน้องๆ หรือบริจาคสมทบทุนโดยตรงผ่านมูลนิธิแอสเสท เวิรด์ เพื่อการกุศลบัญชีหมายเลข : 483 1 15405 3 ธนาคาร กรุงศรี ชื่อบัญชี :บมจ.แอสเสท เวิรด์ คอร์ป (บัญชีออมทรัพย์)โดยทางมูลนิธิฯ จะนำไปจัดซื้ออุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬา ฯลฯ มอบเป็นของขวัญมอบให้กับเด็ก และเยาวชนในโรงเรียน และชุมชนที่ขาดแคลน เพิ่มเติม

2.AWC Charity Market Aroundตลาดนัดการกุศลรวมพลังแห่งการบริโภคเพื่อสร้างสรรค์สังคม โดยรวบรวมสิ่งของบริจาคและสินค้าจากพันธมิตรทางธุรกิจและผู้เช่าของแอสเสท เวิรด์ คอร์ปอเรชั่น และร้านค้าชั้นนำมาจัดจำหน่ายในช่วงเดือนมีนาคม 2564 โดยจะนำรายได้ไปจัดซื้ออุปกรณ์การเรียนและกีฬามอบให้แก่เด็ก และเยาวชนในโรงเรียน และชุมชนที่ขาดแคลน

3.กิจกรรมปันฝันรวมพลังแห่งการให้และแบ่งปันอย่างยั่งยืน โดยทางมูลนิธิฯ จะนำอุปกรณ์การเรียน กีฬา และทุนการศึกษา จากกิจกรรมอื่นๆ มอบให้กับเด็ก และเยาวชนในโรงเรียน และชุมชนที่ขาดแคลน ทั้งใกล้โครงการอาคารสำนักงาน และโรงแรมในกลุ่มของ AWC ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด 8 โรงเรียนในเดือนเมษายน 2564 อันประกอบด้วย โรงเรียนชุมชนหมู่บ้านพัฒนา คลองเตย กรุงเทพฯ โรงเรียนวัดราชสิงขร บางคอแหลม กรุงเทพฯ โรงเรียนวัดสร้อยทอง บางซื่อ กรุงเทพฯ โรงเรียนชุมชนเทศบาลวัดศรีดอนไชย เชียงใหม่ โรงเรียนบ้านหนองทะเลกระบี่ โรงเรียนบ้านทับใต้ ประจวบคีรีขันธ์ โรงเรียนเกาะสมุย สุราษฎร์ธานีและโรงเรียนเมืองถลาง ภูเก็ต

ส่วนกิจกรรม “Empire Tower We Runwith Virgin Active” ที่ชวนคนไทยรวมพลังเพื่อการมีสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืนกับนักวิ่งพลังสีเขียวใช้แก้วน้ำแก้วเดียวตลอดการวิ่ง เพื่อเป็นการลดขยะ และประหยัดทรัพยากร ซึ่งปกติจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี แต่ในปีนี้เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 คาดว่าจะเปิดรับสมัครนักวิ่งในไตรมาสที่ 3 และจัดกิจกรรมวิ่งในช่วงปลายปี 2564

ผู้สนใจติดตามข่าวความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมได้ที่ Website: www.assetworldcorp-th.com, Facebook: AssetWorldCorporation และIG : AssetWorldCorporation

เคล็ดไม่ลับป้องกันผมร่วง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/541922

เคล็ดไม่ลับป้องกันผมร่วง

เคล็ดไม่ลับป้องกันผมร่วง

วันพุธ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

เมื่อมีปัญหาผมร่วงมากวนใจ   จะทำทรงไหนก็ดูไม่มั่นใจ ถ้าใครเคยเจอกับปัญหาผมร่วงคงจะทราบดีว่าปัญหานี้เป็นเรื่องใหญ่ ยิ่งผมร่วงมากเท่าไร ความกังวลก็ยิ่งมากขึ้น ภาวะความเครียดก็ตามมา

ไลฟ์เซ็นเตอร์บล็อก https://lifecenterthailand.wordpress.com แนะนำการดูแลผมให้สวย สุขภาพดี โดยทั่วไปสามารถทำได้ไม่ยาก เพียงหลีกเลี่ยงจากอาการเครียด และพักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการใช้ยาที่มีผลข้างเคียง งดเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ และบุหรี่ หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมี และความร้อนกับเส้นผม และดูแลเรื่องของโภชนาการให้ดี แค่นี้ก็ช่วยได้มากแล้ว

แต่สำหรับหลายๆ คนที่มีอาการผมร่วงมากกว่าปกติ อาจจะมีสาเหตุที่แตกต่างออกไป และต้องการการดูแลที่มากกว่าการดูแลทั่วๆ ไป  สาเหตุที่มาของอาการผมร่วงนั้นมาจากหลายปัจจัยด้วยกัน อาทิ  1.ความเครียด ถ้าเป็นมากร่วมกับพักผ่อนน้อย พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือนอนไม่หลับเป็นระยะเวลานาน จะส่งผลทำให้กระทบต่อหลายระบบในร่างกาย รวมถึงระบบภูมิต้านทาน ฮอร์โมนต่างๆ เกิดการเสียสมดุลในร่างกาย ทำให้การหลุดร่วง และการงอกใหม่ของเส้นผมเสียสมดุลไปด้วย ความเครียดนี้รวมถึงการไม่สบายเรื้อรัง มีไข้สูง ภาวะหลังคลอดลูก หรือหลังผ่าตัดที่ต้องเสียเลือดมาก เหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุทำให้ผมร่วงได้ทั้งหมดค่ะ

2.อายุ เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น บางคนอาจมีการเสื่อมของเซลล์มากขึ้น ทำให้ผมบนหนังศีรษะบางลง เส้นผมมีขนาดและความยาวลดลง การไหลเวียนของเลือดไปยังศีรษะและรากผมน้อยลง จึงทำให้การเจริญเติบโตของเส้นผมเกิดช้าลงไปด้วย 3.โรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน จะมีผลกับหลายๆ ระบบในร่างกาย รวมถึงเรื่องเส้นเลือดที่จะนำอาหารไปเลี้ยงเส้นผม ผู้ที่มีการทำงานของต่อมไทรอยด์ผิดปกติ ผู้ที่มีภาวะโรคทางภูมิคุ้มกัน เกิดจากภูมิคุ้มกันตัวเองไปทำลายรากผม ก็ทำให้เกิดผมร่วงได้ ผู้ที่มีภาวะซีด หรือเสียเลือดเรื้อรัง ก็จะทำให้ผมร่วงได้มาก และการงอกใหม่เกิดขึ้นได้ไม่ดี เป็นต้น

5.ยาบางชนิด เช่น ยารับประทานรักษาสิวกลุ่มวิตามินเอ จะพบกลุ่มวัยรุ่นที่ทานยามีผลข้างเคียงเรื่องผมร่วงได้ ยาลดความดัน ยากันชัก เป็นต้น 6.การขาดสารอาหาร ส่วนประกอบหลักของผมคือโปรตีน หากมีการควบคุมอาหารหรือลดน้ำหนัก เลือกทาน หรือทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่ อาจขาดสารอาหารและแร่ธาตุที่มีความจำเป็นต่อการสร้างเส้นผมได้

7.การทำ Hair Cosmetics ต่างๆ เช่น ย้อมผม ดัดผม ยืดผม การทำร้ายเส้นผมบ่อยๆ ก็เป็นสาเหตุทำให้ผมหลุดร่วงง่าย 8.กรรมพันธุ์ ปัญหานี้ความจริงเป็นสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้หากได้รับการถ่ายทอดทางพันธุกรรมจากพ่อและแม่ แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องได้รับลักษณะทางพันธุกรรมนั้นๆ เพราะส่วนใหญ่แล้วต้องมีปัจจัยและสาเหตุอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย 9.การสูบบุหรี่และดื่มเหล้าเป็นระยะเวลานาน มีผลทำให้ผมร่วงและสุขภาพผมไม่ดีได้เช่นกัน

อย่างไรก้ตาม เทคนิคง่ายๆ สำหรับการดูแลผมที่เราสามารถทำได้ในทุกๆ วัน เป็นการดูแลจากปัจจัยภายใน และปัจจัยภายนอก  1) ปัจจัยภายใน ต้องรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ถ้าดูอาหารที่ทานเป็นประจำแล้วไม่ครบถ้วน อาจทานวิตามินเสริมที่ช่วยในการบำรุงหนังศีรษะและเส้นผมได้ นอกจากนั้นแล้ว การนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ลดความเครียด ทำจิตใจให้สบาย หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และดื่มเหล้า เส้นผมก็จะเจริญเติบโตได้เป็นปกติ 2) ปัจจัยภายนอก สิ่งที่จะต้องมาสัมผัสทั้งหนังศีรษะและเส้นผมของเราเกือบทุกวัน ก็คือแชมพูสระผม ควรเลือกแชมพูที่เหมาะกับสภาพหนังศีรษะของเรา ความถี่ในการสระผมก็ขึ้นอยู่กับกิจกรรมของแต่ละวัน หลีกเลี่ยงการทำร้ายหนังศีรษะบ่อยครั้งด้วยสารเคมีและความร้อนจัด รวมถึงแสงแดด สุขภาพผมก็จะดีและไม่หลุดร่วงง่าย

Hua Hin Countdown Festival 2021 ร่วมส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/541919

Hua Hin Countdown Festival 2021   ร่วมส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่

Hua Hin Countdown Festival 2021 ร่วมส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่

วันพุธ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

              พร้อมสนุกไปกับช่วงเวลาส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่อย่างเต็มอิ่ม เมื่อ กลุ่มบริษัท พราว ผู้นำด้านไลฟ์สไตล์ เดสทิเนชั่น แห่งเมืองหัวหิน ขอส่งมอบรอยยิ้ม และความสุข ต้อนรับปีใหม่ ชวนเคาท์ดาวน์ที่เดสทิเนชั่นน่าไปในเมืองหัวหิน ซึ่งต่อยอดขึ้นจากโครงการ ‘หัวหินเมืองแห่งความสุข’ ตอบรับนโยบายของรัฐบาล เพื่อฟื้นฟูการท่องเที่ยว และเศรษฐกิจให้กับประเทศไทย โดยจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ 360 องศา ที่อัดแน่นความสนุกอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เดือนธันวาคม ไปจนถึงเดือนมกราคม กับเทศกาลความสุขส่งท้ายปีครั้งยิ่งใหญ่ ที่พร้อมเอาใจเหล่านักท่องเที่ยวและชาวเมืองหัวหินด้วยกิจกรรมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมแนวอบอุ่นสไตล์ครอบครัว สนุกไปกับปาร์ตี้มันสุดเหวี่ยงกับแก๊งค์เพื่อน หรือดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟกับคู่รัก

              เริ่มต้นความสนุกกันที่ ริมชายหาดโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน  รีสอร์ท แลนด์มาร์คเคาท์ดาวน์จุดยิ่งใหญ่ที่สุดในเมืองหัวหิน ที่จะจัดกิจกรรมขึ้นในคืนส่งท้ายปีทุกวันที่ 31 ธันวาคม โดยเริ่มที่กิจกรรม Dine under the star and ringing 2020 ซึ่งจัดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศของเสียงไวโอลินอันไพเราะจาก จูน-ชนากานต์ วิสุขโช และวงดนตรีบัมเบิ้ลบีส์ที่จะช่วยสร้างสีสันให้ค่ำคืนข้ามปีเป็นที่น่าประทับใจ ควบคู่ไปกับการรับประทานอาหารนานาชาติที่คัดสรรมาจากทั่วทุกมุมโลก ไม่ว่าจะเป็นอาหารทะเลสดใหม่, บาร์บีคิวสเตชั่น, หมูหัน, ทูน่า, แซลมอน และอาหารไทยขึ้นชื่ออีกมากมาย ตั้งแต่เวลา 18.00 น. – 19.00 น.  ต่อมาที่กิจกรรม Countdown on the beach  เตรียมพบกับพลุดอกไม้ไฟสีพาสเทลสุดตระการตา ริมหาดหัวหินที่ยาวที่สุดต่อเนื่องถึง 10 นาที ซึ่งถูกจุดขึ้นเหนือท้องทะเลหัวหินขึ้นสู่ท้องฟ้า ประกอบกับเทคนิค แสง สี เสียง และปาร์ตี้จากดีเจชื่อดัง รวมถึงการแสดงไวโอลิน และแซกโซโฟน ที่พร้อมสร้างความทรงจำในคืนข้ามปีให้กับทุกคนได้อย่างน่าประทับใจ โดยงานเริ่มตั้งแต่เวลา 21.00 น. – 01.00 น. สำรองที่นั่งได้ที่ 032-616-999 อีเมล์ : ichh.dining@ihg.com   นอกจากนี้ในวันที่ 30 ธันวาคม ยังมีแฟชั่นโชว์ริมชายหาดจาก Disaya Vacationist ในคลอเลคชั่น Copacabana ภายในงานพบกับความสนุกของคานิวาลที่ยกมาไว้บนชายหาดหัวหิน ให้ทุกคนได้ร่วมสัมผัสบรรยากาศและกิจกรรมต่างๆ เสมือนได้ไปเที่ยวหาด  Copacabana ของเมือง Rio de Janeiro ประเทศบราซิล

ต่อมาที่งาน ‘New Year’s Celebration High in the Sky’ บริเวณ วานา นาวา สกายบาร์ ชั้น 27 โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ วานา นาวา หัวหิน จุดเคาท์ดาวน์สำหรับคนที่ชื่นชอบบรรยากาศสุดเอ็กซ์คลูซีฟแบบลอยฟ้าในจุดสูงที่สุดของเมืองหัวหิน พร้อมชมพลุไฟสุดยิ่งใหญ่ท่ามกลางวิวแบบพาโนรามาของชายหาดหัวหิน และเขาตะเกียบ พร้อมลิ้มรสเครื่องดื่มสูตรพิเศษ และอาหารรสเลิศ เคล้าคลอไปกับเสียงเพลงจากดีเจ อย่างดีเจ Leonie, ดีเจ Zara Gift, ดีเจ Noki  และดีเจ Smiley สำรองที่นั่งได้ที่โทร : 032 809 999  อีเมล์ : reservations@vananavasky.com

              นอกจากนี้ที่เมืองหัวหินยังมีงาน ‘Grand Celebration with InterContinental Residences Hua Hin’ ที่จัดขึ้น ณ โครงการ อินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนเซส หัวหิน ตั้งแต่วันที่ 10 ธันวาคม 2563 ถึง 10 มกราคม 2564 ให้ทุกคนได้ร่วมเฉลิมฉลองไปกับเทศกาลปีใหม่ ผ่อนคลายไปกับชายหาดอันสวยงาม และบรรยากาศริมทะเล พร้อมใช้เวลากับครอบครัว กลุ่มเพื่อน และคนที่คุณรักได้อย่างเต็มอิ่ม โดยมีกิจกรรมเวิร์คช็อปมากมาย พร้อมเพลิดเพลินไปกับดีเจ และการแสดงดนตรีแนวป๊อปแจ๊ส รวมถึงเมนูอาหารสุดพิเศษที่รังสรรค์ให้ทุกคนได้ลิ้มลอง        

อาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ เรื่องไม่เล็ก และไม่ควรมองข้าม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/541923

อาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่    เรื่องไม่เล็ก และไม่ควรมองข้าม

อาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ เรื่องไม่เล็ก และไม่ควรมองข้าม

วันพุธ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

หลายคนอาจจะมีความเข้าใจว่า ปัญหาสุขภาพอย่างเรื่องกลั้นปัสสาวะไม่ได้เป็นเพียงปัญหาเฉพาะผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยเท่านั้น จริงๆ แล้วผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน  โรคความดันโลหิตสูง โรคทางสมอง โรคซึมเศร้า ก็อาจทำให้เกิดภาวะ “กลั้นปัสสาวะไม่อยู่” ได้ด้วยเหมือนกัน

ผู้ที่มีความเสี่ยงจากภาวะเช่นนี้ สังเกตอาการเริ่มต้นได้ง่ายๆ คือ ปัสสาวะบ่อยมากกว่า 8 ครั้งต่อวัน แถมยังมีอาการปัสสาวะเล็ด เมื่อไอ จาม หัวเราะ หรือทำกิจกรรมที่ต้องเคลื่อนไหว ปวดปัสสาวะเมื่อไหร่ต้องเข้าห้องน้ำทันที และมีอาการเหมือนปัสสาวะไม่สุดอยู่เสมอจนถึงอาการหนักคือ กลั้นไม่ได้เลย ราดทันทีเมื่อปวดปัสสาวะ

ปัจจัยเสี่ยงสู่ภาวะกลั้นปัสสาวะไม่ได้ คือ 1.อายุที่มากขึ้น ผู้ที่อายุ 60 ปีขึ้นไป พบว่ามีภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ถึง 15-35% 2.โรคอ้วน น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น ทำให้เกิดแรงบีบต่อกระเพาะปัสสาวะมากขึ้น 3.การคลอดบุตรด้วยวิธีธรรมชาติ / การผ่าตัด เช่น การผ่าตัดมดลูก, การผ่าตัดต่อมลูกหมาก 4.โรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคพาร์กินสัน ภาวะสมองเสื่อม

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ภาวะดังกล่าวจะสร้างความกังวลใจและสร้างปัญหาในการใช้ชีวิตประจำวัน แต่เราสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อป้องกันการเกิดภาวะกลั้นปัสสาวะไม่ได้โดยการบริหารกล้ามเนื้อหูรูดให้แข็งแรง ซึ่งมีวิธีง่ายๆ ดังนี้ 1.ฝึกขมิบกล้ามเนื้อหูรูด ขมิบทำเหมือนกำลังกลั้นปัสสาวะ โดยขมิบครั้งละประมาณ 5 วินาที แล้วหยุด10 วินาที ทำซ้ำแบบนี้ 10 ครั้ง เริ่มต้นอาจจะทำวันละ 3 เวลาในตอนเช้า กลางวัน และเย็น ทุกวัน แล้วค่อยๆ เพิ่มจำนวนให้ถี่ขึ้น 2. ฝึกควบคุมการขับถ่าย พยายามกลั้นปัสสาวะให้นานขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย ก่อนที่จะไปปัสสาวะ ให้ยืดระยะเวลาระหว่างการเข้าห้องน้ำแต่ละครั้ง ให้นานขึ้น แต่ไม่ควรกลั้นนานเกินไป

3.ทานอาหารที่มีกากใย เพื่อป้องกันอาการท้องผูก ลดความดันในช่องท้อง 4.ไม่ควรเบ่งปัสสาวะอย่างรุนแรงและปัสสาวะให้หมด หลีกเลี่ยง ชา กาแฟ เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ น้ำอัดลม หรือเครื่องดื่มที่กระตุ้นให้ปัสสาวะบ่อย และงดสูบบุหรี่ ไม่ดื่มน้ำมากเกินไป เพราะอาจทำให้ไตทำงานหนัก และเป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการปัสสาวะเล็ด 5. ควบคุมน้ำหนักให้เหมาะสม อย่าปล่อยให้น้ำหนักมากจนเกินไป เพื่อลดแรงบีบต่อกระเพาะปัสสาวะของหน้าท้อง

จะเห็นว่าอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ สามารถส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน และอาจส่งผลให้สูญเสียโอกาสบางอย่างในชีวิต เช่น ไม่สามารถเดินทางไปสถานที่ไกลๆได้ เพราะมีข้อจำกัดด้านห้องน้ำ อาจนอนหลับไม่สนิทเพราะกังวลเรื่องการปัสสาวะ และอาจส่งผลให้กลายเป็นคนไม่ชอบออกไปข้างนอก และไม่กล้าเข้าสังคมไปในที่สุด

ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ที่เป็นตัวช่วยสำหรับผู้ที่กำลังเผชิญกับความกังวลเรื่องปัสสาวะต่างๆ รวมถึงปัญหาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ นั่นก็คือ กางเกงซึมซับ ที่ช่วยให้คุณได้กลับมาใช้ชีวิตอย่างมีความสุขเหมือนเดิม โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาปัสสาวะอีกต่อไป การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์กางเกงซึมซับนั้น ควรมั่นใจว่าเป็นผลิตภัณฑ์มีคุณภาพที่ดี มีกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน อย่างกางเกงซึมซับจาก เซอร์เทนตี้ (Certainty) ที่ใส่สบาย มี เทคโนโลยี Air Dry ที่ไม่เพียงช่วยให้คุณรู้สึกแห้งสบายไม่อับชื้น แต่ยังมั่นใจในทุกกิจกรรมที่ทำ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการรั่วซึม นอกจากนี้ ยังมีคุณสมบัติ 3 พลัส คือ ลดแบคทีเรีย ลดกลิ่น สัมผัสนุ่มสบายผิว พร้อมขอบขาตั้งป้องกันการรั่วซึม ช่วยให้คุณคลายกังวลเรื่องปัญหาปัสสาวะไปได้เลย

มุมนี้มีนัด : 30 ธันวาคม 2563 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/541914

มุมนี้มีนัด : 30 ธันวาคม 2563

วันพุธ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ต้อนรับเทศกาลปีใหม่

ศูนย์การค้า ยูดี ทาวน์ โดย บอสสาวคนเก่ง ” เอิร์น-อภิชา วีรชาติยานุกูล” กรรมการผู้จัดการ ศูนย์การค้า ยูดีทาวน์ จัดเต็มเหมือนทุกๆปี บรรจงเนรมิตรพื้นที่ทั้งศูนย์ฯ สุดอลังการ ให้อยู่ในบรรยากาศแห่งความสุข ด้วยความสวยงามของแสงไฟสว่างไสวระยิบระยับอลังการล้านดวง เพื่อต้อนรับเทศกาลแห่งความสุข ปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง ในรูปแบบต่าง ๆ อาทิ กระดิ่งยักษ์   อุโมงค์ไฟระยิบระยับ และต้นคริสต์มาสสีทองอร่าม ที่พูดได้เลยว่าถ้ามาเดินต้องมีรูปสวยๆ ไว้แชร์บนอินสตาแกรม และเฟซบุ๊คได้เป็นอัลบั้มแน่นอน ระหว่างนี้จนถึงวันที่ 9 มกราคม 2564 ที่ ศูนย์การค้ายูดี ทาวน์  จ.อุดรธานี

หนาวนี้ ที่ ม.พะเยา

มหาวิทยาลัยพะเยา จัดประกวดภาพถ่ายกิจกรรมในหัวข้อ  “Chic & Chill @ UP หนาวนี้ ที่ ม.พะเยา” โดยเชิญชวนนิสิต นักศึกษา บุคลากร ประชาชนทั่วไป ร่วมส่งภาพเข้าประกวด ที่สื่อความหมายถึงฤดูหนาวที่ มหาวิทยาลัยพะเยา ผู้ชนะได้รับเงินรางวัล ผู้สนใจสมัครและส่งไฟล์ภาพ ได้ที่ งานประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยพะเยา อาคารสำนักงานอธิการบดี ชั้น 1 หรือ อัปโหลดไฟล์ผ่าน Google Drive และส่งผลงานผ่านทาง IN BOX เพจ ม.พะเยา โดยแนบรายละเอียดผู้สมัคร   และชื่อภาพที่ส่งเข้าประกวด  ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ งานประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยพะเยา โทร 054-466666 กด 0 และ โทรศัพท์ภายใน 1013  ส่งผลงานได้ตั้งแต่วันนี้ – วันศุกร์ที่ 29 มกราคม 2564 เวลา 15.00 น. และตัดสิน ในวันศุกร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564และ ประกาศผลวันจันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2564

รับลมหนาวกับ ร้าน R.HAAN

ต้อนรับลมหนาวพร้อมกับความรื่นเริงกับ ร้าน R.HAAN The wisdom of Thai cuisine ร้านอาหารไทยระดับมิชลิน 2 ดาวร่วมมือกับแบรนด์แชมเปญและไวน์ระดับโลก เปิดสำรับ Sustainable R-HAAN Samrub ประจำฤดูกาลแห่งการสังสรรค์ด้วยดินเนอร์คอร์สอาหารร่วมสมัยที่จะพาทุกท่านเดินทางทั่วไทยไปพร้อมกับเครื่องดื่มที่มาจากหลากหลายประเทศทั่วโลก ตอกย้ำแนวคิด ‘ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว’ พร้อมรับมงคลปีใหม่อย่างเหนือระดับ โดยเชฟชุมพล แจ้งไพร ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคมนี้  สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่ www.r-haan.com และ 02 059 0433, 02 059 0434, 095 5141 5524, 064 194 6416