“ภูพยัคฆ์” ศูนย์การนำคอมมิวนิสต์ไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“ภูพยัคฆ์” ศูนย์การนำคอมมิวนิสต์ไทย (komchadluek.net)

“ภูพยัคฆ์” ศูนย์การนำคอมมิวนิสต์ไทย

"ภูพยัคฆ์" ศูนย์การนำคอมมิวนิสต์ไทย

16 ธันวาคม 2563 – 13:01 น.

ย้อนอดีต ธงค้อนเคียวเหนือภูพยัคฆ์ ทัวร์พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ พคท. 

++
ไม่น่าเชื่อว่าประเด็น “ค้อนเคียว” ในม็อบราษฎร จะลามไปไกลถึงข้อเรียกร้องให้นำ “กฎหมายคอมมิวนิสต์” กลับมาใช้

ด้วยความหลากหลายของแนวร่วมราษฎร ที่เคลื่อนไหวชุมนุมทางการเมืองมาแต่เดือน ก.ย.2563 ปรากฏว่า กลุ่มเยาวชนปลดแอก ได้นำเสนอชุดความคิดคอมมิวนิสต์ ทำเอาเพื่อนฝูงตกอกตกใจ ต้องออกมาแจกแจงว่า ไม่เอาด้วย    

อ่านข่าว… จอบเบิ่งสหาย “ค้อนเคียว” ไทย

"ภูพยัคฆ์" ศูนย์การนำคอมมิวนิสต์ไทย

อนุสรณ์สถาน ภูพยัคฆ์

อีกด้านหนึ่งของสังคมไทย  ได้บรรจุงานรำลึกอนุสรณ์สถานภูพยัคฆ์ ไว้ในปฏิทินเทศกาลงานท่องเที่ยวประจำเดือน ธ.ค.ของทุกปี ซึ่งปีนี้ ตรงกับวันที่ 12-13 ธ.ค.2563 โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานแพร่ น่าน อุตรดิตถ์ รับผิดชอบงานส่งเสริมการตลาด    

อนุสรณ์สถานภูพยัคฆ์ ตั้งอยู่บนเนินเขาในหมู่บ้านน้ำรีพัฒนา ต.ขุนน่าน อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.น่าน และมีพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งคือ สำนัก 708 ที่ตั้งศูนย์การนำของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.)     

ศูนย์การนำ พคท.แห่งนี้ เป็นผู้บัญชาการกองทัพปลดแอกประชาชนแห่งประเทศไทย (ทปท.) ที่กระจายตัวอยู่ในเขตป่าเขามากกว่า 40 จังหวัดทั่วประเทศไทย ระหว่างปี 2511-2525

"ภูพยัคฆ์" ศูนย์การนำคอมมิวนิสต์ไทย

ทางขึ้น สำนัก 708

++
น่านเหนือ
++
หลังปี 2504 ศูนย์การนำของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ยึดแนวทางชนบทล้อมเมือง จึงได้เคลื่อนย้ายองค์กรนำจากกรุงเทพฯ เข้าสู่เขตดงพระเจ้า อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร และย้ายไปอยู่บนเทือกเขาภูพาน อ.นาแก จ.นครพนม     

ปี 2511 องค์กรนำ พคท.ย้ายจากภาคอีสาน ไปภาคเหนือ โดยเข้าไปตั้งมั่นอยู่บนภูพยัคฆ์ ยอดภูสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,500 เมตร และอยู่ไม่ไกลจากชายแดนไทย-ลาว     

เนื่องจากสภาพภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสูงชัน อยู่ไม่ไกลจากพรมแดนไทย-ลาว และสามารถเดินทางไปเมืองจีน ผ่านแขวงไซยะบุลี แขวงอุดมไซ แขวงหลวงน้ำทา    

ก่อนหน้านั้น ผู้ปฏิบัติงาน พคท.ได้เข้ามาเคลื่อนไหวปลุกระดมชาวลัวะ ม้ง และผู้ยวน ให้เข้าร่วมการปฏิวัติ สร้างกำลังทหาร และควบคุมหมู่บ้านต่างๆ ใน อ.ทุ่งช้าง อ.ปัว และอ.บ่อเกลือ ประกาศเป็นเขตปลดปล่อย    

มีการสร้างฐานที่มั่นน่าน และตั้งสำนัก 708 ศูนย์การนำ พคท. ที่มีกระท่อมสหายนำ ได้แก่วิรัช อังคถาวร, ธง แจ่มศรี, พ.ท.โพยม จุลานนท์, อัศนี พลจันทร ฯลฯ พร้อมกับห้องประชุมของคณะนำ     

เนื่องจากความขัดแย้งใน “พรรคพี่น้อง” พรรคคอมมิวนิสต์จีนทะเลาะพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม, ความล่มสลายของเขมรแดง และพรรคประชาชนปฏิวัติลาวขับไล่สมาชิก พคท.ออกจากแผ่นดินลาว     

ฐานที่มั่นน่าน จึงไม่ปลอดภัย องค์กรนำ พคท. จึงย้ายจากภูพยัคฆ์ ไปอยู่ช่องช้าง จ.สุราษฏร์ธานี 

"ภูพยัคฆ์" ศูนย์การนำคอมมิวนิสต์ไทย

โปรแกรมท่องเที่ยวของ จ.น่าน

++
ล่มสลาย
++
ปี 2525-2527 กองทัพภาคที่ 3 เปิดยุทธการทางทหาร บุกเข้าโจมตีฐานที่มั่นน่านอย่างต่อเนื่อง ทำให้สหายชาวลัวะ และม้ง ได้เข้ามอบตัว เป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย (ผรท.)    

ในขอบเขตทั่วประเทศ กองป่าของ พคท. ได้ปิดฉากลง พร้อมกับการเข้ามอบตัวของอดีต ทปท.     

ปี 2542 รัฐบาลชวน ได้เสนอยกเลิก พรบ.คอมมิวนิสต์ฯ อดีตสมาชิก พคท. และอดีตทหารป่า กลายเป็น ผรท. และมีการเคลื่อนไหวขอความช่วยเหลือเรื่องที่ดินทำกินจากภาครัฐ ตามนโยบาย 66/2523 สมัยรัฐบาลเปรม     

16 ปีที่แล้ว มิตรสหาย จ.น่าน จึงระดมทุนก่อสร้างอนุสรณ์สถานภูพยัคฆ์ และได้รับความร่วมมือจากสำนักงานการท่องเที่ยวจังหวัดน่าน จึงสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี     

ปัจจุบัน องค์กรนำของ พคท. ยังดำรงอยู่ แต่ไม่ได้จัดตั้งมวลชน และมีกองกำลังเหมือนในอดีต 

ปริศนา “เพนกวิน” กลางดงคอมมิวนิสต์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ปริศนา “เพนกวิน” กลางดงคอมมิวนิสต์ (komchadluek.net)

ปริศนา “เพนกวิน” กลางดงคอมมิวนิสต์

ปริศนา "เพนกวิน" กลางดงคอมมิวนิสต์

16 ธันวาคม 2563 – 10:09 น.

คอมมิวนิสต์คืนชีพ วิวาทะในกลุ่มแกนนำ “ม็อบ 3 นิ้ว” ด้านหนึ่ง “เพนกวิน” ก็ศรัทธาสหายนำ พคท. คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
ประเด็นเฟซบุ๊ก “เยาวชนปลดแอก Free YOUTH” ได้โพสต์รูปสัญลักษณ์ “ค้อนเคียว” จุดกระแสอุดมการณ์ “คอมมิวนิสต์” ตามมาด้วย “ฟอร์ด” ทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี เลขาธิการเยาวชนปลดแอก ได้ออกมาสนับสนุนแนวคิดดังกล่าว ก่อให้เกิดความขัดแย้งในกลุ่มแกนนำคณะราษฎรอย่างกว้างขวาง

อ่านข่าว… “เพนกวิน” ทวีตข้อความ แจง ไม่ใช่สมาชิก “เยาวชนปลดแอก” จุดยืนที่เห็น ไม่ใช่แนวทางผม

ปริศนา "เพนกวิน" กลางดงคอมมิวนิสต์

กิจกรรมรับน้องใหม่ ของพรรคโดมปฏิวัติ

ด้าน “เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์ และ “รุ้ง” ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล แกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ได้ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า จุดยืนเรื่องอุดมการณ์คอมมิวนิสต์ เป็นของกลุ่มเยาวชนปลดแอกเอง ไม่ใช่ของแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม     

เพนกวิน ย้ำว่า การนำเสนอแนวคิดต่างๆ นั้นไม่ใช่เรื่องผิด แต่ต้องศึกษาเจตจำนงของมวลชนที่ร่วมในขบวนการต่อสู้ด้วย พร้อมยังยืนยัน 3 ข้อเรียกร้องของกลุ่มราษฎรว่าจะเป็นข้อเรียกร้องหลัก     

“ผมยังคงยึดมั่นในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยที่ไม่มีศักดินาแทรกแซงครอบงำ เพื่อประชาธิปไตยที่ทุกคนมีสิทธิ เสรีภาพ และความเท่าเทียม และเพื่อประชาธิปไตยที่มีรัฐสวัสดิการโอบอุ้มชีวิตของทุกคน”

ปริศนา "เพนกวิน" กลางดงคอมมิวนิสต์

งานเฉพาะกลุ่มของสหายเพนกวิน

++
โดมปฏิวัติ
++
สำหรับแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมนั้น แกนนำหลักก็คือ 3 สหายแห่งพรรคโดมปฏิวัติ คือ “เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์“ณัฐ” ณัฐชนน ไพโรจน์ และ “รุ้ง” ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล    

พรรคโดมปฏิวัติ เป็นพรรคการเมืองในมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ที่เคยส่งผู้สมัครนายก อมธ. แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง โดยเพนกวิน เป็นหัวหน้าพรรคคนแรก และ “รุ้ง” เป็นหัวหน้าพรรคคนที่ 3    

เมื่อต้นเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา พรรคโดมปฏิวัติ เพิ่งจัดกิจกรรมแรกพบสหาย (First meet) ภายใต้คำขวัญ “เพราะการปฏิวัติต้องการคุณ” ภายในงานมีการมอบรางวัลได้แก่ หนังสือคอมมิวนิสต์สำหรับสหายน้อย 3 เล่ม และเสื้อสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล     

จริงๆ แล้ว เพนกวินและสหายพรรคโดมปฏิวัติ เชื่อมั่นในทฤษฎีการปฏิวัติสังคม และศรัทธาในชาวคอมมิวนิสต์สากล จึงได้จัดทำหนังสือคอมมิวนิสต์มาแจกรุ่นน้องเฉพาะกลุ่ม    

เข้าใจว่า การต่อสู้ในนามราษฎร เป็นเรื่องของมหาชน การนำเสนอแนวคิดคอมมิวนิสต์ ดูจะล้ำเส้นและล้ำหน้าไปหน่อย เพนกวินจึงออกมาเบรก 

ปริศนา "เพนกวิน" กลางดงคอมมิวนิสต์

เพนกวิน สานต่ออุดมการณ์ ธง แจ่มศรี เลขาธิการ พคท.คนสุดท้าย

++
สืบทอด ‘ธง’
++
ย้อนไปในงานศพ “ธง แจ่มศรี” หรือสหายประชา ธัญญไพบูลย์ เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) คนที่ 4 ที่วัดพระประโทณเจดีย์วรวิหาร อ.เมือง จ.นครปฐม เมื่อวันที่ 13 ก.ค.2562  “เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์ ในนามพรรคโดมปฏิวัติ ได้เดินทางไปเคารพศพลุงธง    

“เราขอสดุดีปณิธาน และการอุทิศตนของสหายประชา และถึงแม้ลมหายใจของสหายจะหมดลงแล้ว แต่เราเชื่อว่าจิตวิญญาณของสหาย ยังคงอยู่ในใจคน ตราบจนวันที่การขูดรีดและกดขี่จะหมดไปจากโลกนี้ และประชาชนจะได้มีเสรีภาพอย่างแท้จริง โลกใหม่ต้องเป็นของเรา ประชาชน”      

เป็นข้อความที่เพนกวินโพสต์ไว้ในหน้าเพจพรรคโดมปฏิวัติ พร้อมมีภาพเพนกวิน และเพื่อนชูกำปั้น ต่อหน้าหีบศพธง แจ่มศรี    

ชาวคอมมิวนิสต์ไทยจำนวนไม่น้อย ต่างชื่นชมเพนกวิน ที่มาเคารพศพลุงธง และมองว่า เพนกวินคือผู้สืบทอดอุดมการณ์

“วรวัจน์” ซัดโครงการ รบ.กู้มาแจก-ไร้แผน สุดท้ายประเทศแบกหนี้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“วรวัจน์”ซัดโครงการ รบ.กู้มาแจก-ไร้แผน สุดท้ายประเทศแบกหนี้ (komchadluek.net)

“วรวัจน์”ซัดโครงการ รบ.กู้มาแจก-ไร้แผน สุดท้ายประเทศแบกหนี้

"วรวัจน์"ซัดโครงการ รบ.กู้มาแจก-ไร้แผน สุดท้ายประเทศแบกหนี้

16 ธันวาคม 2563 – 19:33 น.

“วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล” แกนนำพรรคเพื่อไทย ฉะโครงการรัฐกู้มาแจก-ไร้แผน สุดท้ายประเทศแบกหนี้ ลั่น’เพื่อไทย’พร้อมกอบกู้

วันที่ 16 ธ.ค.63 นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุข้อความถึงโครงการของรัฐบาล  ทั้งโครงการคนละครึ่งและเราเที่ยวด้วยกัน ที่รัฐบาลกู้เงินมาดำเนินโครงการว่า
“คิดกันหน่อย..ดีมั้ยครับ กู้มาแจก…โดยไม่มีแผน สร้างรายได้ให้กับประเทศ ก่อหนี้สินให้กับประเทศ โดยไม่หยุดยั้ง กู้และรีดภาษี ไม่ใช่เก็บภาษีจากรายได้ของประชาชนแล้ว แต่รีดเก็บภาษีจากทรัพย์สินของทุกคน ปีหน้าภาษีจะเพิ่มเป็น 10 เท่าของปีนี้
ใครจะรับไหว!!!”

สุดท้ายประชาชนจะเสียบ้าน ประเทศไทย ที่เป็นหนี้ จะเสียดินแดน เหมือนในคลิปการสร้างหนี้ ของประเทศนี้มั้ย ตอนนี้หนี้ไทยมันก็กว่า 7.8 ล้านล้านบาทแล้วนะครับ แล้วก็ยังกู้ เพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้นอีกทุกปี คิด..คิด..คิด จะแก้ไขยังไงดี แต่แน่ๆ ผม 1 เสียง และที่บ้านอีกหลาย 10 เสียงและพี่น้องอีกมากมายในหลายจังหวัดจะไม่หลงลงคะแนน เพื่อให้นอมินีลายพรางไปหนุนให้พวกคุณมีอำนาจ แล้วมารีดภาษีพวกเราต่อไปได้อีกอย่างแน่นอนครับ

ขอมอบ 1 เสียงนี้ให้ฝ่ายประชาธิปไตยและผมขอมอบให้เพื่อไทยเป็นกำลังใจ เพราะมั่นใจว่า วันหนึ่งเพื่อไทยจะกลับมากอบกู้เศรษฐกิจประเทศนี้ให้กลับคืนมา เหมือนไทยรักไทยเคยทำมาในอดีตครับ

"วรวัจน์"ซัดโครงการ รบ.กู้มาแจก-ไร้แผน สุดท้ายประเทศแบกหนี้

“นายกฯ” เปิดการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวและสายสีทอง เน้นคืนความสุขให้ประชาชนในการเดินทาง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“นายกฯ”เปิดการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวและสายสีทอง เน้นคืนความสุขให้ประชาชนในการเดินทาง (komchadluek.net)

“นายกฯ”เปิดการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวและสายสีทอง เน้นคืนความสุขให้ประชาชนในการเดินทาง

"นายกฯ"เปิดการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวและสายสีทอง เน้นคืนความสุขให้ประชาชนในการเดินทาง

16 ธันวาคม 2563 – 18:34 น.

นายกรัฐมนตรีเปิดการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวและสายสีทอง เน้นคืนความสุขให้ประชาชนในการเดินทาง

วันนี้ 16 ธ.ค. 2563  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีเปิดให้บริการเดินรถโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต – สะพานใหม่ – คูคต และโครงการระบบขนส่งมวลชนขนาดรอง สายสีทองระยะที่ 1 (สถานีรถไฟฟ้ากรุงธนบุรี – สถานีคลองสาน) พร้อมด้วยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม โดยมีผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ และคณะผู้บริหาร BTS  ให้การต้อนรับ โอกาสนี้ นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยสาระสำคัญคำกล่าวนายกรัฐมนตรีในพิธีเปิด สรุปสาระสำคัญ ดังนี้

"นายกฯ"เปิดการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวและสายสีทอง เน้นคืนความสุขให้ประชาชนในการเดินทาง

นายกรัฐมนตรี กล่าวถึง โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต – สะพานใหม่ – คูคต ว่า เป็นส่วนต่อขยายช่วงสุดท้ายของโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวเชื่อมการเดินทาง 3 จังหวัด อย่างไร้รอยต่อ คือ จังหวัดสมุทรปราการ กรุงเทพมหานครและปทุมธานี จากความร่วมมือจาก 3 หน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงคมนาคม การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยและกรุงเทพมหานคร เมื่อเปิดให้บริการเต็มรูปแบบตลอดเส้นทาง จะเชื่อมต่อการเดินทางที่สำคัญของระบบขนส่งมวลชน ลดปัญหาการจราจรในเขตเมืองและพื้นที่โดยรอบ ประชาชนเดินทางสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น และเป็นการเดินทางที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่ก่อให้เกิดมลพิษบนท้องถนน ช่วยลดปัญหาฝุ่น PM 2.5 อีกด้วย

"นายกฯ"เปิดการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวและสายสีทอง เน้นคืนความสุขให้ประชาชนในการเดินทาง

นายกรัฐมนตรี ยังย้ำถึงการเดินหน้าตามนโยบายพัฒนาโครงข่ายระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนสำคัญในเมืองใหญ่ ตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งของไทย ระยะ 20 ปี อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งผลักดันและเร่งรัดโครงการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลสายต่างๆ ให้เชื่อมต่อกันอย่างสมบูรณ์ และเชื่อมกับบริการขนส่งมวลชนในรูปแบบอี่นๆ ทั้ง รถ เรือ ราง เพื่อกระจายความเจริญและกิจกรรมทางเศรษฐกิจออกสู่นอกเมือง ทำให้เกิดการกระจายตัวของเมือง และการพัฒนาชุมชนเมืองใหม่ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยให้เติบโต สร้างความอยู่ดีมีสุขให้พี่น้องประชาชนคนไทย

"นายกฯ"เปิดการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวและสายสีทอง เน้นคืนความสุขให้ประชาชนในการเดินทาง

จากนั้น นายกรัฐมนตรีออกเดินทางจากสถานีคูคตไปยังสถานีกรุงธนบุรี เพื่อเชื่อมต่อการเดินรถไฟฟ้าสายสีทองไปยังสถานีคลองสาน  และเมื่อถึงสถานีกรุงธนบุรี นายกรัฐมนตรีกล่าวเปิด โครงการระบบขนส่งมวลชนขนาดรองสายสีทองว่าเป็นรถไฟฟ้าระบบไร้คนขับสายแรกของประเทศไทย เป็นนวัตกรรมที่สร้างความปลอดภัยให้แก่ผู้โดยสาร สามารถเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีเขียว เชื่อมการเดินทางระหว่างกรุงเทพมหานครกับจังหวัดปริมณฑลแบบไร้รอยต่อ และจะเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีม่วงและสายสีแดงในอนาคต สอดคล้องกับการพัฒนาพื้นที่แห่งนี้ ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เดินทางได้สะดวก พัฒนากิจกรรมที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกระจายในพื้นที่ให้เติบโตที่ก้าวกระโดด จึงได้ต้องพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวเพื่อรองรับนวัตกรรม เศรษฐกิจ และที่อยู่อาศัย ให้เกิดประโยชน์กับประชาชนในอนาคต

จากนั้น  นายกรัฐมนตรียังได้เยี่ยมชมร้านภูฟ้าและผู้ประกอบการ ภายในศูนย์การค้าไอคอนสยาม พร้อมทักทายร้านค้าและรวมถ่ายรูปกับประชาชนอย่างเป็นกันเองด้วย

"นายกฯ"เปิดการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวและสายสีทอง เน้นคืนความสุขให้ประชาชนในการเดินทาง
"นายกฯ"เปิดการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวและสายสีทอง เน้นคืนความสุขให้ประชาชนในการเดินทาง

“สิระ” กมธ.กฎหมาย สรุปผลไม่มีการละเมิดสิทธิผู้ชุมนุมทางการเมือง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“สิระ”กมธ.กฎหมาย สรุปผลไม่มีการละเมิดสิทธิผู้ชุมนุมทางการเมือง (komchadluek.net)

“สิระ”กมธ.กฎหมาย สรุปผลไม่มีการละเมิดสิทธิผู้ชุมนุมทางการเมือง

"สิระ"กมธ.กฎหมาย  สรุปผลไม่มีการละเมิดสิทธิผู้ชุมนุมทางการเมือง

16 ธันวาคม 2563 – 18:25 น.

“สิระ”กมธ.กฎหมาย สรุปผลไม่มีการละเมิดสิทธิผู้ชุมนุมทางการเมือง แจง 4 แกนนำไม่มาชี้แจงถือว่ายอมรับชะตากรรม ขอไม่ให้ราคาอีก ไล่ไปรับผิดชอบกันเอง

เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.2563 นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร แถลงภายหลังการประชุมกมธ. ที่เชิญ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ผบ.ตร. คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน(กสม.) และแกนนำม็อบ 4 คน ได้แก่

น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือ มายด์/ นายพริษฐ์ ชีวารักษ์ หรือ เพนกวิน/ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ รุ้ง / และนายอานนท์ นำภา มาชี้แจงให้ข้อมูลเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนในการชุมนุมทางการเมืองว่า วันนี้นายกรัฐมนตรี ไม่ได้มาชี้แจงต่อ กมธ. และมอบให้ ผบ.ตร.มาชี้แจง

โดย ผบ.ตร.ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร.มาชี้แจงแทน รวมถึงตัวแทน กสม. เข้าร่วมชี้แจง ส่วนแกนนำม็อบ 4 คน ไม่ได้เข้ามาชี้แจง ต่อ กมธ. ทั้งนี้ที่ประชุม กมธ.มีข้อสรุปให้ยุติการสอบสวนคดีดังกล่าว

โดยเห็นว่าไม่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนในการชุมนุมแต่อย่างใด โดย รอง ผบ.ตร. ยืนยันว่า การดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นไปตามหลักกฎหมาย ขณะที่แกนนำผู้ชุมนุมไม่มาชี้แจง จึงถือว่าไม่ติดใจ สละสิทธิการในการชี้แจง หมายความว่ายอมรับในสิ่งที่ทำไป

“ผมบอกเลยว่าหลังจากนี้ กมธ.จะไม่ให้ราคากับแกนนำทั้ง 4 คน อีก ไม่เสียเวลา ไม่สิ้นเปลืองงบประมาณในการนำเรื่องเข้าที่ประชุมอีก ใครทำอะไรไว้ถือว่าให้รับกรรมติดคุกไป โดนคดี 112-116 ก็ไปรับผิดชอบกันเอง แต่เชื่อว่าการที่ทั้ง 4 คน ไม่มาให้ข้อมูล เพราะกลัวว่า กมธ.จะสอบล้วงไปถึงอีแอบ ที่อยู่เบื้องหลังการชุมนุม คอยยุยงปลุกปั่นเด็กๆ กลัวไฟจะลามเข้าบ้านตัวเอง” นายสิระ กล่าว

“สมยศ พฤกษาเกษมสุข” โพสต์ ชวนเป็นคอมมิวนิสต์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“สมยศ พฤกษาเกษมสุข”โพสต์ ชวนเป็นคอมมิวนิสต์ (komchadluek.net)

“สมยศ พฤกษาเกษมสุข”โพสต์ ชวนเป็นคอมมิวนิสต์

"สมยศ พฤกษาเกษมสุข"โพสต์ ชวนเป็นคอมมิวนิสต์

16 ธันวาคม 2563 – 17:42 น.

“สมยศ พฤกษาเกษมสุข”โพสต์ ชวนเป็นคอมมิวนิสต์ ช่วยสานฝัน-อุดมการณ์หนุ่มสาวยุค70

นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนายนประชาธิปไตย และแนวร่วมกลุ่มราษฎร 2563 โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่า มาเป็นคอมมิวนิสต์กันเถอะ สังคมคอมมิวนิสต์ เป็นความใฝ่ฝันของมนุษยชาติ ที่ต้องการความเสมอภาค ปราศจากชนชั้น ประชาชนกินดีอยู่ดี ด้วยการผลิตทันสมัย ปราศจากการกดขี่เอารัดเอาเปรียบ พอเพียงต่อความต้องการของคนในสังคม ในพุทธศาสนาก็มีสังคมพระศรีอริยะเมตตรัย ที่เป็นสังคมอุดมสมบูรณ์ ไม่มีการกดขี่ มีแต่ความสุขกันถ้วนหน้า เป็นคำทำนายถึงบั้นปลายสังคมมนุษย์

การไปสู่สังคมคอมมิวนิสต์ เป็นไปตามหลักวัตถุนิยมประวัติศาสตร์จึงต้องทำลายชนชั้นลงไป ไม่ว่าจะเป็นระบอบกษัตริย์หรือทุนนิยม ซึ่งพวกมาร์กซิสต์มองว่า เป็นชนชั้นปรสิต-อภิสิทธิ์ชน โดยชนชั้นกรรมาชีพจะเป็นกำลังสำคัญของการโค่นทุนนิยมก้าวสู่สังคมนิยม แล้วไปจบลงที่สังคมคอมมิวนิสต์ในที่สุด

คนหนุ่มสาวทศวรรษ1970เคยมีความคิด ความเชื่อในอุดมการณ์คอมมิวนิสต์มาก่อนและก็พ่ายแพ้ไป จำนวนมากที่สิ้นหวังในอุดมการณ์นี้ได้กลายพันธ์เป็นสุนัขรับใช้พวกเผด็จการหรือไม่ก็เข้าไปทำงานให้กับกลุ่มทุนผูกขาดที่ตนเองเคยต่อต้านมาก่อน รวมไปถึงพวกอดีตทหารปลดแอก(ทปท)ที่กลายเป็น ทปท.รอ.ไปเลย

"สมยศ พฤกษาเกษมสุข"โพสต์ ชวนเป็นคอมมิวนิสต์

“พุทธิพงษ์” จัดระเบียบสายสื่อสารลงดิน ชูกรุงเทพฯมหานครอัจฉริยะ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“พุทธิพงษ์” จัดระเบียบสายสื่อสารลงดิน ชูกรุงเทพฯมหานครอัจฉริยะ (komchadluek.net)

“พุทธิพงษ์” จัดระเบียบสายสื่อสารลงดิน ชูกรุงเทพฯมหานครอัจฉริยะ

"พุทธิพงษ์" จัดระเบียบสายสื่อสารลงดิน ชูกรุงเทพฯมหานครอัจฉริยะ

16 ธันวาคม 2563 – 16:50 น.

“พุทธิพงษ์” จัดระเบียบสายสื่อสารลงดิน ชูกรุงเทพฯมหานครอัจฉริยะ ตั้งเป้าแล้วเสร็จ เดือนสิงหาคม 2564

เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2563 นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ลงตรวจพื้นที่มอบนโยบายจัดระเบียบสายสื่อสารของ บมจ.ทีโอที พร้อมด้วย นายมรกต เธียรมนตรี รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. ทีโอที โดยเป็นการตรวจสภาพความเรียบร้อยสายสื่อสารและมอบนโยบายการจัดระเบียบสายสื่อสารในพื้นที่กรุงเทพชั้นในพื้นที่เขตปทุมวัน และเขตบางรัก จำนวน 3 จุด บริเวณถนนหลังสวน ปากซอยศาลาแดง และปากซอยคอนแวนต์ 

"พุทธิพงษ์" จัดระเบียบสายสื่อสารลงดิน ชูกรุงเทพฯมหานครอัจฉริยะ

รองรับเป้าหมายการเป็นมหานครอัจฉริยะ Smart Metro ช่วยปรับทัศนียภาพให้สวยงาม มีความปลอดภัย ภายใต้การใช้งานโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมร่วมกัน (Infrastructure Sharing) โดยตั้งเป้าหมายการดำเนินการในโครงการจัดระเบียบสายสื่อสารตามแผนงานแล้วเสร็จ เดือนสิงหาคม 2564

"พุทธิพงษ์" จัดระเบียบสายสื่อสารลงดิน ชูกรุงเทพฯมหานครอัจฉริยะ
"พุทธิพงษ์" จัดระเบียบสายสื่อสารลงดิน ชูกรุงเทพฯมหานครอัจฉริยะ

“วัชระ” โต้ทันควัน “สกุลธร” ปมจ่ายใต้โต๊ะ 20 ล. ฮุบที่ดิน สนง.ทรัพย์สินฯ พร้อมตั้ง 6 คำถาม 1 ข้อเสนอจี้ใจดำ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“วัชระ”โต้ทันควัน”สกุลธร”ปมจ่ายใต้โต๊ะ 20 ล. ฮุบที่ดิน สนง.ทรัพย์สินฯ พร้อมตั้ง6คำถาม1ข้อเสนอจี้ใจดำ (komchadluek.net)

“วัชระ”โต้ทันควัน”สกุลธร”ปมจ่ายใต้โต๊ะ 20 ล. ฮุบที่ดิน สนง.ทรัพย์สินฯ พร้อมตั้ง6คำถาม1ข้อเสนอจี้ใจดำ

"วัชระ"โต้ทันควัน"สกุลธร"ปมจ่ายใต้โต๊ะ 20 ล. ฮุบที่ดิน สนง.ทรัพย์สินฯ พร้อมตั้ง6คำถาม1ข้อเสนอจี้ใจดำ

16 ธันวาคม 2563 – 16:11 น.

“วัชระ”โต้ทันควัน”สกุลธร”ปมจ่ายใต้โต๊ะ 20 ล. ฮุบที่ดิน สนง.ทรัพย์สินฯ พร้อมตั้ง6คำถาม1ข้อเสนอจี้ใจดำ หากมั่นใจว่าบริสุทธิ์ ต้องกล้าสบตาสื่อมวลชน

เมื่อวันที่ 16ธ.ค.63 ทันทีที่ นายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานบริษัท เรียล  แอสเสท ดิเวลอปเม้นท์ จำกัด น้องชายของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ได้ออก PRESS RELEASE ชี้แจงหลังถูกสังคมตั้งคำถามอย่างกว้างขวางเรื่องการจ่ายเงินใต้โต๊ะจำนวน 20ล้านบาทเพื่อให้ได้สิทธิ์การเช่าที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์(ชื่อเดิม) โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนการประมูลตามขั้นตอนปกตินั้น นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.ประชาธิปัตย์ ผู้ยื่นเรื่องขอทราบข้อเท็จจริงกรณีนี้จากสำนักงานอัยการสูงสุดและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ได้อ่านคำชี้แจงของนายสกุลธรแล้วสรุปว่า นายสกุลธรยืนยันว่าตนเป็นผู้เสียหายและผู้บริสุทธิ์ซึ่งเป็นสิทธิของผู้ต้องหาทั่วๆไป การที่นายสกุลธรอ้างว่าไม่เคยรู้จักนายประสิทธิ์ อภัยพลชาญ เจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ แต่รู้จักเพียงนายหน้าคือนายสุรกิจ ตั้งวิทูวนิช ให้ทำหน้าที่นายหน้าตามกฎหมาย และอ้างว่ามีการทำเอกสารปลอมมาหลอกลวงนายสกุลธร แต่กลับมีการจ่ายเงินไปแล้ว 3 งวด รวม 20 ล้านบาทเพื่อให้ได้สิทธิดังกล่าวถึงขั้นทำแผนพัฒนาเป็นโครงการMix-Use พื้นที่ 160,000 ตารางเมตร สร้างโรงแรม ศูนย์การค้า สำนักงาน คอนโดมิเนียม มีที่ปรึกษาโครงการมากมายนั้น สรุปง่ายๆว่านายสกุลธรถูกหลอก เป็นผู้เสียหายและผู้บริสุทธิ์ ก็อยากถามผู้บริสุทธิ์ว่า

"วัชระ"โต้ทันควัน"สกุลธร"ปมจ่ายใต้โต๊ะ 20 ล. ฮุบที่ดิน สนง.ทรัพย์สินฯ พร้อมตั้ง6คำถาม1ข้อเสนอจี้ใจดำ

1.เหตุใดจึงตกลงจ่ายค่าตอบแทนเป็นจำนวนเงินสูงถึง 500 ล้านบาทตามที่ปรากฏในคำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง หน้า 9 บรรทัดที่ 10 

2.การเสนอเงิน500ล้านให้แก่นายหน้าเพื่อให้ได้สิทธิในการเช่าโดยไม่ต้องประมูลแข่งขัน แบบนี้เขาเรียกว่าเงินติดสินบนใช่หรือไม่
หรือเรียกว่าเงินค่านายหน้า

3.นายสกุลธรกล่าวว่าทุกครั้งมีการชำระเงินเป็นเช็ค แสดงว่าการจ่ายเงิน 20 ล้านบาทครั้งแรก 5 ล้านบาท ครั้งที่สอง 5 ล้านบาทครั้งที่สาม 10 ล้านบาทเป็นเช็คทั้งสิ้น นายสกุลธรสั่งจ่ายในฐานะเป็นประธานบริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด และเป็นผู้มีอำนาจลงนามผูกพันแทนบริษัท แสดงว่าผู้ถือหุ้นในขณะนั้นคือนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจและนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ถือหุ้นย่อมทราบถึงการกระทำนี้ด้วยใช่หรือไม่

4.เมื่อนายสกุลธรคิดว่าตนเองเป็นผู้เสียหายแล้ว ได้แจ้งความดำเนินคดีอาญากับบุคคลทั้งสองตามวิสัยของวิญญูชนหรือไม่

5.ในเอกสารคำแถลงข่าวของนายสกุลธรไม่ได้ระบุตำแหน่งและชื่อบริษัทของนายสกุลธรเลย เป็นเพราะเหตุใด? หรือว่าเพราะอับอาย

6.หากนายสกุลธรอ้างว่าเงิน 20 ล้านเป็นจ่ายเงินค่านายหน้า

ตามกฎหมายปกติ แล้วที่ตกลงกันทั้งหมด 500 ล้านแล้วได้สิทธิเข้าไปทำโครงการMix-Use ขนาด 160,000 ตารางเมตรโดยไม่ต้องประมูลใดๆกับสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์อีก เงิน 500 ล้านที่นายสกุลธรตกลงให้นายสุรกิจหากไม่เรียกว่าเงินสินบนจะให้เรียกว่าค่าอะไร หรือเป็นค่าอนาคตใหม่หรือค่าก้าวหน้าอย่างนั้นหรือ ดังนั้น หากนายสกุลธรมั่นใจว่าเป็นผู้เสียหายหรือผู้บริสุทธิ์ ควรแถลงข่าวต่อหน้าสื่อมวลชน ไม่ใช่ให้ใครมาเขียนบทให้แบบนี้ ควรกล้าสบตาและตอบคำถามสื่อมวลชนแบบตรงไปตรงมา ไม่ใช่ส่งกระดาษเปื้อนหมึกมาชี้แจงเท่านั้น

นอกจาก 6 คำถามที่มีถึงนายสกุลธรข้างต้นแล้ว นายวัชระ ยังได้เสนออีก 1 ข้อว่า เพื่อเป็นการยืนยันความมั่นใจของนายสกุลธรที่ออกเอกสารมาชี้แจงเผยแพร่ในวันนี้ว่าเป็นเอกสารจริง ควรลงชื่อกำกับแล้วประทับตราบริษัทนำส่งให้พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี เพื่อประกอบสำนวนการสอบสวนของตำรวจต่อไป เพราะอาจมีการอ้างว่าเป็นเอกสารปลอมในอนาคตได้.

ทักษิณ โพสต์หนุน ‘พิชัย เลิศพงศ์อดิศร’ ชิงนายก อบจ.เชียงใหม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ทักษิณ โพสต์หนุน’พิชัย เลิศพงศ์อดิศร’ ชิงนายก อบจ.เชียงใหม่ (komchadluek.net)

ทักษิณ โพสต์หนุน’พิชัย เลิศพงศ์อดิศร’ ชิงนายก อบจ.เชียงใหม่

ทักษิณ โพสต์หนุน'พิชัย เลิศพงศ์อดิศร' ชิงนายก อบจ.เชียงใหม่

16 ธันวาคม 2563 – 14:57 น.

ทักษิณ เขียนจม.อ้อนชาวเชียงใหม่ หนุน ผู้พิชัย เลิศพงศ์อดิศร ชิงเก้านายก อบจ.เชีียงใหม่ ระบุ ปรึกษาน้องสาว หลังถูกทิ้งให้ว่างงาน จึงอยากแชร์ความคิดช่วยแก้ปัญหาท้องถิ่น เมื่อต้นเดือน ธ.ค. ตอกย้ำซ้ำอีกโพสต์เปิดหน้า หนุนผู้สมัครรายนี้

จากกรณี ศรีสุวรรณ จรรยา ยื่นร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ยุบพรรค เนื่องจากเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม ที่ผ่านมา นายทักษิณ ชินวัตร เขียนจดหมายด้วยลายมือของตัวเอง ลงบนแผ่นกระดาษแล้วโพสต์ของในเฟซบุ๊คส่วนตัว เพื่ออ้อนให้พี่น้องชาวเชียงใหม่ สนับสนุนนายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร ผู้สมัครชิงตำแหน่ง นายก อบจ.เชียงใหม่ โดยระบุว่า 

ทักษิณ โพสต์หนุน'พิชัย เลิศพงศ์อดิศร' ชิงนายก อบจ.เชียงใหม่

ปี้น้องจาวเจียงใหม่ตี้เคารพฮักทุกท่านครับ

วันนี้ผมต้องเขียนจดหมายมาถึงพี่น้องชาวเชียงใหม่เพื่อขออย่าได้ทิ้งผมนะครับ ผมอาจจะถูกทิ้งโดยนักการเมืองบางคนไปบ้าง ผมรู้สึกเฉยๆครับ แต่ถ้าพี่น้องชาวเชียงใหม่บ้านเกิดของผมทิ้งผม ผมคงเสียใจมาก

ผมอยู่ต่างประเทศกับน้องสาว (นายกฯปู) ก็อยู่ค่อนข้างว่างมีงานไม่มาก เรามาปรึกษากันว่าวันนี้ฝ่ายประชาธิปไตยเป็นฝ่ายค้านเราไม่มีโอกาสแชร์ประสบการณ์และความรู้ในการแก้ปัญหาประเทศได้ ก็เลยคิดว่าน่าจะช่วยคิดแก้ปัญหาระดับท้องถิ่น โดยเฉพาะเชียงใหม่บ้านเกิดของเราที่เรารู้ปัญหามากที่สุดได้ เลยต้องรีบเขียนจดหมายมาฝากผู้สมัครนายก อบจ.เชียงใหม่เบอร์ 1 พิชัย เลิศพงศ์อดิศร (ก้อง) เพื่อผมจะได้ใช้สมองซึ่งยังใช้การได้ดีอยู่ร่วมกับน้องสาวแนะนำการแก้ปัญหาของชาวเชียงใหม่ผ่านก้องไป ผมก็จะรู้สึกดีว่าได้ใช้เวลาว่างอยู่ต่างประเทศบวกกับประสบการณ์ที่ได้เห็นอะไรมากมายในต่างประเทศมาช่วยคนที่อยู่จังหวัดบ้านเกิดของเราได้

อยากให้ท่านนึกถึงตอนสมัยไทยรักไทย เชียงใหม่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สวยงาม มีเศรษฐกิจดี พืชผลเกษตรมีราคาดี คนค้าขายทุกระดับค้าง่ายขายคล่อง ยาเสพติดก็หมดไป สิ่งดีๆเหล่านี้ต้องกลับมาสู่เชียงใหม่โดยเร็ว ถ้าเรามีช่องทางเสนอความคิดให้นายกอบจ.เชียงใหม่ โดยเฉพาะให้ก้อง นำไปทำเพื่อรับใช้ชาวเชียงใหม่ก็ถือว่าเราได้ช่วยพี่น้องชาวเชียงใหม่บ้านเกิดของเราแล้ว

ผมขอฝากตวยเน่อ ถ้ายัง บ่าลืมเฮาตึงสองคนเตื่อ ขอได้โปรดเลือก พิชัย เลิศพงศ์อดิศร (ก้อง) เบอร์ 1 ฮื้อกำเน่อ

กึ๊ดเติงหาเจียงใหม่บ้านเฮาขนาดครับ

ทักษิณ โพสต์หนุน'พิชัย เลิศพงศ์อดิศร' ชิงนายก อบจ.เชียงใหม่

จากนั้น วันนี้(16 ธันวาคม 2563) เมื่อเวลา 10.00 น. นายทักษิณ ชินวัตร ได้โพสต์คลิปวิดีโอสื่อสารถึงชาวเชียงใหม่อีกครั้ง โดยมีใจความว่า

ตนต้องการให้ชาวเชียงใหม่มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี เหมือนสมัยที่พรรคไทยรักไทย พรรคเพื่อไทยบริหารบ้านเมือง ซึ่งในช่วงที่พำนักอยู่ในต่างประเทศ ได้มีโอกาสพบปะกับนายพิชัย เลิศพงส์อดิศร แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ทำให้ทราบว่า คนๆ นี้มีแนวคิดที่ดีในการพัฒนาเมืองเชียงใหม่ ผมดีใจในฐานะคนบ้านเกิด จึงขอเชีียร์คนที่ตั้งใจทุ่มเท เพื่อชาวเชียงใหม่ เชียร์รับฟังความคิดผมในการพัฒนาเมืองเชียงใหม่ของเรา

ก็ขอให้การเลือกตั้ง เอาชนะให้ขาดลอย แต่ผมมั่นใจชาวเชียงใหม เพราะผมไม่เคยลืมชาวเชียงใหม่ อันเป็นบ้านเกิดเมืองนอน 

ทักษิณ โพสต์หนุน'พิชัย เลิศพงศ์อดิศร' ชิงนายก อบจ.เชียงใหม่

คลิปวิดีโอ:ทักษิณ เชียร์นายก อบจ.เชียงใหม่

‘อธิบดีปศุสัตว์’ เป็นประธานเปิดอาคารเรียน ‘โรงเรียนสัตวแพทย์ กรมปศุสัตว์อนุสรณ์’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ‘อธิบดีปศุสัตว์’เป็นประธานเปิดอาคารเรียน’โรงเรียนสัตวแพทย์ กรมปศุสัตว์อนุสรณ์’ (naewna.com)

'อธิบดีปศุสัตว์'เป็นประธานเปิดอาคารเรียน'โรงเรียนสัตวแพทย์ กรมปศุสัตว์อนุสรณ์'

‘อธิบดีปศุสัตว์’เป็นประธานเปิดอาคารเรียน’โรงเรียนสัตวแพทย์ กรมปศุสัตว์อนุสรณ์’

วันพุธ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 18.09 น.

“อธิบดีปศุสัตว์”เป็นประธานเปิดอาคารเรียน”โรงเรียนสัตวแพทย์ กรมปศุสัตว์อนุสรณ์” พร้อมบรรยายพิเศษหัวข้อ”มุมมองของอธิบดีต่อบทบาทกลุ่มงาน Paravet ในกรมปศุสัตว์”

เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2563 ณ คณะเทคนิคการสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็นประธานเปิดอาคารเรียน “โรงเรียนสัตวแพทย์ กรมปศุสัตว์อนุสรณ์” คณะเทคนิคการสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พร้อมด้วยนายกสมาคมนักเรียนเก่าสัตวแพทย์ กรมปศุสัตว์ ในพระอุปถัมภ์ พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถนายอำพันธ์ เวฬุตันติ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสุรเดช สมิเปรม รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ น.สพ.เศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณบดีคณะเทคนิคการสัตวแพทย์ ผอ.กองการเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ เลขานุการกรมปศุสัตว์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงานในครั้งนี้

โรงเรียนสัตวแพทย์ เป็นโรงเรียนที่สอนนักเรียนเพื่อออกมาปฏิบัติงานของกรมปศุสัตว์โดยเฉพาะ กระทั่งวันที่ 17 สิงหาคม 2534 ฯพณฯ ดร.อาชว์ เตาลานนท์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ ได้ให้นโยบายกับกรมปศุสัตว์ในการพัฒนาหลักสูตรของโรงเรียนสัตวแพทย์ให้ยกระดับการศึกษาจากประกาศนียบัตรวิชาสัตวแพทย์ (2 ปี) เป็นระดับปริญญาตรี (4 ปี) โดยเข้าเป็นสถาบันสมทบกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และวันที่ 16 ธันวาคม 2534 สภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีมติให้รับโรงเรียนสัตวแพทย์ กรมปศุสัตว์ เข้าเป็นสถาบันสมทบของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยให้ดำเนินการปรับปรุงหลักสูตรร่วมกันระหว่างกรมปศุสัตว์ และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และได้พัฒนาอย่างต่อเนื่องจนได้รับจัดตั้งเป็นคณะเทคนิคการสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในปัจจุบัน

ในวันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2563 นี้ เป็นวันที่ครบรอบ 27 ปี ของการสถาปนาคณะเทคนิคการสัตวแพทย์ และคณะเทคนิคการสัตวแพทย์ได้จัดให้มีพิธีเปิดอาคารเรียนแห่งนี้ขึ้น ซึ่งถูกปรับปรุงจากอาคารเรียนเดิมแห่งแรกของโรงเรียนสัตวแพทย์ (กรมปศุสัตว์) พร้อมทั้งตั้งชื่ออาคารเพื่อเป็นอนุสรณ์แก่โรงเรียนสัตวแพทย์ (กรมปศุสัตว์) เป็น อาคารเรียน “โรงเรียนสัตวแพทย์ กรมปศุสัตว์อนุสรณ์” โดยมุ่งหวังให้เป็นสถานที่ให้นิสิต บุคลากร ตลอดจนประชาชนที่มีความสนใจได้มาศึกษาพบปะแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และจัดกิจกรรมทางวิชาการที่สร้างสรรค์ ตลอดจนเป็นศูนย์การเรียนรู้ ทั้งในด้านปศุสัตว์และด้านสัตว์เลี้ยงที่สมบูรณ์แบบและทันสมัย ประกอบด้วยห้องบรรยาย และห้องปฏิบัติการเพื่อการเรียนการสอนและงานวิจัย

สำหรับตำแหน่งสัตวแพทย์ หรือ Paravet ที่จบการศึกษาจากโรงเรียนสัตวแพทย์นั้น นับว่าสำคัญและมีบทบาทต่อกรมปศุสัตว์ โดยมีส่วนช่วยในการขับเคลื่อนการปศุสัตว์ของประเทศในหลายๆ ด้าน เช่น 1) ด้านการกำกับ ดูแล และดำเนินการด้านสุขภาพสัตว์ 2) ด้านการควบคุมดูแลความปลอดภัยอาหารด้านสินค้าปศุสัตว์ 3) ด้านการพัฒนา ให้คำแนะนำ และการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีในด้านสนับสนุนส่งเสริมการปศุสัตว์ที่เป็นประโยชน์ และ 4) ด้านการกำกับ ดูแล ติดตามการปฏิบัติงานตามโครงการพิเศษและโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ปัจจุบันเนื่องจากไม่มีการผลิตบุคลากรในตำแหน่งสัตวแพทย์จากโรงเรียนสัตวแพทย์แล้ว ตำแหน่งสัตวแพทย์ (Paravet) ในกรมปศุสัตว์ปัจจุบันมีจำนวน 1,320 คน ซึ่งเกษียณอายุราชการอย่างต่อเนื่องโดยในปี 2564 – 2568 โดยมีเกษียณเฉลี่ยปีละประมาณ 114 ตำแหน่ง ซึ่งกรมปศุสัตว์ได้กำหนดแนวทางการดำเนินการเปลี่ยนตำแหน่งสัตวแพทย์เป็นตำแหน่งนายสัตวแพทย์หรือตำแหน่งนักวิชาการสัตวบาล ตั้งแต่ปี พ.ศ.2555 ซึ่งได้รับการอนุมัติมาแล้วทั้งสิ้น 417 อัตราตามจำนวนผู้ที่เกษียณ ซึ่งรุ่นสุดท้ายจะเกษียณจากกรมปศุสัตว์ในปี พ.ศ.2577

ปัจจุบันโรงเรียนสัตวแพทย์ได้เปลี่ยนเป็น คณะเทคนิคการสัตวแพทย์ ซึ่งได้ผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง มีนิสิตที่จบจากคณะเทคนิคสัตวแพทย์ ที่ปฏิบัติงานที่กรมปศุสัตว์ มีทั้งสิ้น 24 ราย แบ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์ 16 ราย และนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ 8 ราย