แม็คโครจับมือปศุสัตว์หนุนผู้เลี้ยงโคไทย ผลิตเนื้อพรีเมียมเพิ่มรายได้กว่า 2 หมื่น / ตัว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – แม็คโครจับมือปศุสัตว์หนุนผู้เลี้ยงโคไทย ผลิตเนื้อพรีเมียมเพิ่มรายได้กว่า2หมื่น/ตัว (naewna.com)

แม็คโครจับมือปศุสัตว์หนุนผู้เลี้ยงโคไทย  ผลิตเนื้อพรีเมียมเพิ่มรายได้กว่า2หมื่น/ตัว

แม็คโครจับมือปศุสัตว์หนุนผู้เลี้ยงโคไทย ผลิตเนื้อพรีเมียมเพิ่มรายได้กว่า2หมื่น/ตัว

วันพุธ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

นางศิริพร เดชสิงห์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการสื่อสารองค์กร บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ด้วยกระแสความนิยมบริโภคเนื้อวัวคุณภาพที่มีลายไขมันแทรก หลังจากธุรกิจร้านอาหารประเภทชาบู ปิ้งย่าง หมูกระทะ เติบโตเป็นอย่างมาก ทำให้แม็คโครมองเห็นโอกาสพัฒนาเนื้อวัวของไทยให้เข้าสู่ตลาดพรีเมียม โดยทำงานร่วมกับกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคขุนทั่วประเทศและกรมปศุสัตว์ ยกระดับการเลี้ยงโคขุนโดยให้ทานอาหารที่ปรับสูตรอย่างเหมาะสม และอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี ทำให้วัวมีไขมันแทรกในชั้นกล้ามเนื้อมาก ซึ่งเป็นไขมันดี มีรสชาติที่ดีเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค

“แม็คโครทำงานร่วมกับเกษตรกรและกรมปศุสัตว์ อย่างสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมโคเนื้อไทยทั้งระบบ เพื่อให้เกิดรูปแบบการทำเกษตรกรรมยั่งยืน โดยแม็คโครได้นำความเชี่ยวชาญด้านการตลาด ความต้องการของผู้บริโภค ผู้ประกอบการร้านอาหาร มาพัฒนาสินค้าร่วมกันภายใต้แบรนด์“โปรบุชเชอร์” ซึ่งมีกระแสตอบรับที่ดีและได้รับการบอกต่อในโลกโซเชียลถึงรสชาติ ความนุ่ม ทำให้เนื้อพรีเมียมของไทยมีสัดส่วนการขายและอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง”

ด้านนายวิบูลย์ ไวยสุระสิงห์ เจ้าของสุระสิงห์ฟาร์ม และประธานสหกรณ์เครือข่ายโคเนื้อ จำกัด กล่าวว่า ทิศทางโคเนื้อโดยรวมยังสดใสและมีทิศทางที่ดี โดยเฉพาะการนำโคเนื้อลูกผสมสายพันธุ์ยุโรปมาเข้าสู่ระบบการเลี้ยงโคขุนเพื่อให้มีอัตราการเจริญเติบโตในระยะเวลาที่กำหนด ให้ได้คุณภาพเนื้อที่นุ่ม มีไขมันแทรก เหมาะสำหรับทำสเต็ก อาหารเกาหลี อาหารญี่ปุ่น ซึ่งกลุ่มนี้ ตลาดต้องการประมาณปีละ 500,000 ตัว สำหรับที่ฟาร์มสุระสิงห์ จะซื้อวัวอายุปีกว่าๆ จากเกษตรกรมาขุนต่อ และให้กินอาหารตามสูตรที่คำนวณไว้ จากนั้นจะคัดตัวเลือกวัวที่มีลักษณะดี ไปเลี้ยงต่อในโรงเรือนระบบปิด (Evaporative Cooling Systems) หรือ Evap เพื่อเลี้ยงต่ออีก 3-4 เดือน ในอุณหภูมิ 27 องศาเซลเซียส เพื่อให้มีน้ำหนักประมาณ 600-800 กิโลกรัมต่อตัว และทำให้เกิดรายได้กับเกษตรกรเพิ่มขึ้นจากเดิมมากกว่า 20,000 บาทต่อตัว

ทั้งนี้ แม็คโครสนับสนุนเกษตรกรผู้เลี้ยงโคขุนไทยกว่า 5,000 ครัวเรือน เพื่อพัฒนาสู่ตลาดเนื้อพรีเมียม โดยนำเนื้อโคขุนไทยแองกัส และไทยวากิว ที่มีลายไขมันแทรก (Marbling Score) MS4+, MS5+ ซึ่งเป็นเนื้อคุณภาพดีมาจำหน่าย รองรับกระแสความนิยมในการบริโภคเนื้อวัวของคนไทยที่มีอัตราการบริโภคเฉลี่ย 2.7 กิโลกรัมต่อคนต่อปี และมีแนวโน้มการบริโภคเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นางศิริพรกล่าวอีกว่า “ตลาดของเนื้อวัวพรีเมียมยังเติบโตอีกมาก แม็คโครวางแผนส่งเสริมการขาย การพัฒนาต่อยอดสินค้า ร่วมกับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคขุนไทยอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดจัดโปรโมชั่น “แม็คโคร แหล่งรวมเนื้อคุณภาพ (Beef Destination)” เพื่อให้ลูกค้าทุกกลุ่มเข้าถึงเนื้อวัวพรีเมียมคุณภาพดี มีความหลากหลาย ราคาเข้าถึงง่าย ทุกสาขาทั่วประเทศ”

ส่องเกษตร : พันธุ์พืชแบบพึ่งพาตนเอง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ส่องเกษตร : พันธุ์พืชแบบพึ่งพาตนเอง (naewna.com)

ส่องเกษตร : พันธุ์พืชแบบพึ่งพาตนเอง

วันพุธ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

การเพาะปลูกพืชทุกชนิดนอกเหนือจากต้องมีพื้นที่แล้วก็คือพันธุ์พืช ไม่ว่าจะเป็นเมล็ดพันธุ์ ท่อนพันธุ์ ต้นกล้า หรือกิ่งตาต่างๆ ซึ่งจัดเป็นสิ่งสำคัญลำดับต้นๆ ที่ทุกคนต้องคำนึงถึง เริ่มตั้งแต่จะปลูกพืชชนิดใด พันธุ์อะไรจึงจะให้ผลตอบแทนที่ดี เป็นที่ต้องการของตลาด ปลูกและดูแลรักษาง่าย ให้ผลผลิตสูง คุ้มค่ากับการลงทุน รวมทั้งข้อจำกัดต่างๆ อีกเป็นจำนวนมากของเกษตรกรในการตัดสินใจเลือกพืชชนิดใดชนิดหนึ่ง ดังนั้นเมื่อถึงฤดูกาลเพาะปลูกพืช โดยเฉพาะพืชล้มลุกที่เมื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วต้องปลูกกันใหม่เป็นวัฏจักรไป จะเห็นภาพเกษตรกรเที่ยวแสวงหาแหล่งพันธุ์พืชที่ตนเองประสงค์จะปลูก หากมีข้อมูลว่าแหล่งไหนมีพันธุ์ดี ก็จะพยายามหามาปลูกให้ได้ อย่างกรณีของข้าว หากเกษตรกรทราบว่าหมู่บ้านไหนมีข้าวพันธุ์ดี เมื่อข่าวดังกล่าวกระจายออกไปเกษตรกรที่ทราบข่าวก็จะแห่กันมาซื้อเมล็ดพันธุ์จากแหล่งดังกล่าวมาปลูก ส่วนเมื่อนำมาปลูกในพื้นที่ของตนแล้วจะให้ผลผลิตอย่างไรนั้น ก็ต้องมาลุ้นกันอีกทีว่าสมกับคำโฆษณาหรือคำร่ำลือหรือไม่อย่างไร

ดังนั้น เมื่อถึงฤดูเพาะปลูกพืชล้มลุกเหล่านี้ สิ่งที่ต้องดำเนินการลำดับแรก คือ การจัดหาเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพดี จากนั้นถึงจะไปเตรียมการประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องตามมา ทั้งเรื่องของการเตรียมดิน แหล่งน้ำแรงงาน ปัจจัยการผลิตต่างๆ รวมไปถึงเงินทุนที่จะใช้จ่าย ประเด็นแหล่งเมล็ดพันธุ์จากทางราชการยังไม่สามารถเป็นที่พึ่งของเกษตรกรเหล่านี้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แม้ว่าทางราชการจะมีงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาพันธุ์พืชเป็นจำนวนมาก แต่เกษตรกรก็ไม่สามารถเข้าถึงผลงานวิจัยเหล่านั้นได้ ปัญหานี้น่าขบคิดกันให้มาก มองดูเหมือนว่างานวิจัยที่พัฒนาโดยหน่วยงานภาครัฐกับเกษตรกรที่ต้องการใช้ผลงานวิจัยเหล่านั้น ไม่มาบรรจบกัน ต่างคนต่างมองตากัน และยื่นมือมาหากันได้แค่จุดเล็กๆ ไม่สามารถสร้างผลกระทบให้เกิดได้อย่างกว้างขวาง

หน่วยงานของภาครัฐที่ทำหน้าที่ในการวิจัยและพัฒนาการเกษตรที่ผ่านมาในอดีต งานวิจัยและพัฒนา และงานขยายพันธุ์ ถูกวางว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ถึงกับตั้งเป็นสถาบันวิจัยพืชแต่ละชนิดแยกกันไปทั้งข้าวพืชไร่ พืชสวน ยางพารา และหม่อนไหม ขณะเดียวกันนอกจากงานวิจัยแล้วยังมีการจัดตั้งกองขยายพันธุ์พืช เพื่อรับผลงานวิจัยด้านพันธุ์พืชจากหน่วยงานวิจัยดังกล่าว นำไปผลิตและขยายพันธุ์สู่เกษตรกร แม้ว่าจะไม่สามารถสนับสนุนได้เต็มพื้นที่ อย่างน้อยก็มีแหล่งพันธุ์ดีของภาครัฐกระจายสู่พื้นที่เพาะปลูกของเกษตรกรได้ในระดับหนึ่ง เป็นที่พึ่งของเกษตรกรได้บางส่วน ไม่จำเป็นต้องพึ่งเอกชนแต่ฝ่ายเดียว

เมื่อมีการปรับโครงสร้างหน่วยราชการในราวปี 2542 ในทัศนะของผู้นำองค์กรขณะนั้น ซึ่งอาจยังไม่เข้าใจลึกซึ้งในกระบวนการวิจัยพัฒนาและขยายพันธุ์พืช ส่งผลให้หน่วยงานที่ทำหน้าที่ขยายพันธุ์พืช ถูกปรับลดบทบาทให้ทำหน้าที่เพียงการขยายพันธุ์ข้าวเท่านั้น จึงเท่ากับปิดโอกาสเกษตรกรในการเข้าถึงพืชพันธุ์ดีอื่นๆ ของทางราชการ ส่งผลให้เกษตรกรหันไปพึ่งพาแหล่งพันธุ์ดีจากภาคเอกชนเป็นหลัก ซึ่งการใช้พันธุ์ของภาคเอกชนที่พัฒนาขึ้นภายใต้เงื่อนไขและสภาพแวดล้อมที่เฉพาะเจาะจง จำเป็นต้องเพิ่มการลงทุน เพื่อให้ได้ผลผลิตตามต้องการอีกด้วย ขณะที่งานวิจัยและพัฒนาพันธุ์พืชของราชการยังคงดำเนินการต่อไป แต่โอกาสในการถ่ายทอดผลงานวิจัยดังกล่าวลงสู่เกษตรกรโดยตรงถูกปิดไป วงของการขยายผลงานวิจัยจึงจำกัดอยู่ในกลุ่มเกษตรกรผู้นำไม่กี่คน ซึ่งนับว่าเป็นการสูญเสียโอกาสและงบประมาณไปอย่างไม่คุ้มค่า เกษตรกรส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้ประโยชน์จากผลงานวิจัยดังกล่าว สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นผลมาจากความผิดพลาดในการตัดสินใจของผู้นำองค์กรที่ขาดความเข้าใจในระบบงานวิจัยพัฒนาและขยายพันธุ์พืชที่กล่าวถึงข้างต้น หรืออาจเข้าใจแต่มีความประสงค์อย่างอื่น ก็ไม่อาจทราบได้เช่นกัน

เมื่อกลับมาพิจารณาการพึ่งพาพันธุ์พืชของเกษตรกรในปัจจุบัน จะเห็นว่าในส่วนของภาครัฐมีน้อยมากที่จะสามารถให้บริการเกษตรกรได้ ทำให้ตกเป็นเบี้ยล่าง และส่งผลกระทบต่อต้นทุนที่ต้องใช้ปัจจัยการผลิตตามความต้องการของพันธุ์พืชนั้นที่เอกชนพัฒนาขึ้น จึงเหมือนซ้ำเติมเกษตรกร เพราะไม่มีสิ่งใดประกันได้ว่าทุนลงไปกับผลผลิตที่ตอบแทนกลับมาจะคุ้มค่าหรือไม่อย่างไร เกษตรกรบางส่วนมีความพยายามในการพัฒนาพันธุ์พืชของตนเองขึ้นมาจึงเห็นการรวมกลุ่มของเกษตรกรเพื่อพัฒนาพันธุ์พืชอยู่หลายกลุ่ม ในลักษณะของการคัดเลือกพันธุ์และขยายพันธุ์ ซึ่งภาครัฐควรเข้าไปสนับสนุนและส่งเสริม เพื่อให้กลุ่มเกษตรเหล่านั้นสามารถเป็นเจ้าของพันธุ์อย่างถูกกฎหมาย ทั้งขั้นตอนการรับรองพันธุ์ พิสูจน์พันธุ์ การขึ้นทะเบียนพันธุ์พืช การคุ้มครองพันธุ์พืช การรวบรวมพันธุ์และจำหน่ายพันธุ์พืชตามกฎหมายว่าด้วยพันธุ์พืช สิ่งเหล่านี้เป็นประเด็นที่ภาครัฐควรเร่งดำเนินการภายใต้ข้อจำกัดของภาครัฐที่มีอยู่ ก่อนที่ภาคการเกษตรของไทยในส่วนของพันธุ์พืชจะถูกกินรวบจากเอกชนทั้งหมด และเกษตรกรจะกลายเป็นเพียงเครื่องจักรในการผลิตของภาคเอกชนเท่านั้น

สมชาย ชาญณรงค์กุล

เปิดแปลงนาอัจฉริยะเน้นใช้เทคโนโลยีลดต้นทุน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – เปิดแปลงนาอัจฉริยะเน้นใช้เทคโนโลยีลดต้นทุน (naewna.com)

เปิดแปลงนาอัจฉริยะเน้นใช้เทคโนโลยีลดต้นทุน

วันพุธ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวหลังเป็นประธานพิธีเปิด “วันถ่ายทอดเทคโนโลยีแปลงนาอัจฉริยะ” ภายใต้โครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ ปี 2564 ที่แปลงเรียนรู้ ต.นางบวช อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี ว่า กระทรวงเกษตรฯ มีนโยบายสนับสนุนส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ เพื่อลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต โดยการดำเนินงานโครงการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้การทำนาโดยใช้เทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ มาประยุกต์ใช้ในพื้นที่ เพื่อลดปัญหาขาดแคลนแรงงานภาคการเกษตร การเพิ่มผลผลิตสินค้าเกษตรที่มีประสิทธิภาพ และเกษตรกรเข้าถึงเทคโนโลยีการเกษตร ซึ่งสอดคล้องกับการบูรณาการกับทุกหน่วยงานของกระทรวงเกษตรฯเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่เกษตรกร

นายประภัตรกล่าวต่อว่า ปัจจุบันการผลิตทางการเกษตรมีเทคโนโลยีใหม่ทันสมัย นำมาใช้ในไร่นาได้ผลดีและจะส่งผลให้การผลิตในภาพรวมของประเทศมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ดังนั้น ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯจึงร่วมกันพัฒนา โดยกรมการข้าวมอบให้สถาบันวิทยาศาสตร์ข้าวแห่งชาติ ศึกษาทดลองซึ่งสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการปลูกข้าว โดยใช้เทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ พัฒนาเมล็ดพันธุ์ จนได้ชุดเทคโนโลยีที่เหมาะสมและพร้อมถ่ายทอดความรู้ดังกล่าวไปสู่เกษตรกร ได้รับความร่วมมือจากทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมทั้งเกษตรกร จัดทำแปลงเรียนรู้ด้านข้าว พื้นที่แปลงนากว่า 138 ไร่ ซึ่งการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัย จะเป็นเครื่องมือสำคัญสร้างผลผลิตที่มีคุณภาพ ลดต้นทุนและเพิ่มรายได้ จากการศึกษาทดลองเทคโนโลยีแปลงนาอัจฉริยะ พบว่า ต้นทุนปลูกข้าวไม่เกิน 3,000 บาท/ไร่ และหวังอย่างยิ่งว่าโครงการดังกล่าวจะเป็นต้นแบบและเกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรทั่วประเทศ

ทั้งนี้ แนวทางเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะชุดนี้ มี 6 ประเด็นสำคัญ ตั้งแต่ 1.เตรียมดิน โดยใช้เครื่องปรับดินเลเซอร์ (Laser land levelling) เพื่อบริหารจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้ง ปรับระดับผิวดินให้เรียบ สม่ำเสมอ 2.จัดระบบน้ำ ใช้ท่อวัดน้ำอัจฉริยะ แสดงผลปริมาณระดับน้ำทุกชั่วโมงผ่าน Line Application บนมือถือของเกษตรกร โดยใช้ Solar Cell เป็นแหล่งให้พลังงาน เมื่อน้ำต่ำกว่าระดับผิวดิน จึงจะปล่อยน้ำเข้าแปลงนาลดปริมาณการให้น้ำได้ 46% 3.ติดตามสภาพแวดล้อม สถานีตรวจวัดอากาศ เช่น อุณหภูมิ ความชื้นสัมพัทธ์ต่างๆ แบบ real time เข้าระบบ IOT 4.จัดการปุ๋ย ด้วยเครื่องวิเคราะห์ปริมาณธาตุอาหารในใบพืช (Crop Space) เพื่อเป็นการให้ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพตามความต้องการของข้าว 5.การอารักขาพืช โดยใช้โดรนติดกล้องถ่ายภาพบินตรวจการทำลายของโรค และแมลง รวมทั้งข้าวปนและวัชพืชในข้าว และ 6.มีระบบช่วยตัดสินใจด้วยฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (IOT Platform)ซึ่งสามารถส่งข้อมูลไปยังมือถือเกษตรกร ได้ตลอดเวลา ครอบคลุมรัศมี 2 กิโลเมตร หรือประมาณ 1 หมื่นไร่เศษ

‘มิชลิน ไกด์’ เผยรายชื่อร้านอาหาร ‘ดาวมิชลิน’ ประจำปี 2564 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – ‘มิชลิน ไกด์’ เผยรายชื่อร้านอาหาร‘ดาวมิชลิน’ ประจำปี 2564 (naewna.com)

‘มิชลิน ไกด์’ เผยรายชื่อร้านอาหาร‘ดาวมิชลิน’ ประจำปี 2564

‘มิชลิน ไกด์’ เผยรายชื่อร้านอาหาร‘ดาวมิชลิน’ ประจำปี 2564

วันพุธ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 19.36 น.

16 ธันวาคม 2563 หลังจากที่ได้เผยรายชื่อร้านอาหารซึ่งผ่านการคัดเลือกให้ได้รับสัญลักษณ์ ‘บิบ กูร์มองด์’ (Bib Gourmand) ไปแล้วเมื่อเร็วๆ นี้ ล่าสุด มิชลินได้ประกาศรายชื่อร้านอาหารที่คว้ารางวัล ‘ดาวมิชลิน’ (MICHELIN Star) รวมทั้งผู้ได้รับ 3 รางวัลใหม่ที่เพิ่มเข้ามาครั้งแรกในปีนี้ ได้แก่ MICHELIN Green Star รางวัลที่มอบให้กับร้านอาหารซึ่งใส่ใจในสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน, MICHELIN Guide Young Chef Award รางวัลที่มอบให้กับเชฟรุ่นใหม่ที่โดดเด่น และ MICHELIN Guide Service Award รางวัลสำหรับบุคลากรผู้ให้บริการยอดเยี่ยม

การประกาศผลรางวัลจัดขึ้นในงานเปิดตัว ‘มิชลิน ไกด์ กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ภูเก็ตและพังงา’ ประจำปี 2564 ซึ่งเป็นคู่มือแนะนำร้านอาหารและที่พัก ‘มิชลิน ไกด์’ ฉบับที่ 4 ของประเทศไทย โดยคู่มือเล่มล่าสุดนี้บรรจุรายชื่อร้านอาหารที่ผ่านการคัดสรรรวมทั้งสิ้น 299 แห่ง เป็นร้านที่ได้รับรางวัล 2 ดาวมิชลิน จำนวน 6 ร้าน, รางวัล 1 ดาวมิชลิน จำนวน 22 ร้าน, รางวัล ‘บิบ กูร์มองด์’ จำนวน 106 ร้าน และรางวัล ‘มิชลิน เพลท’ จำนวน 165 ร้าน

เกว็นดัล ปูลเล็นเนค ผู้อำนวยการฝ่ายจัดทำคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ทั่วโลก เปิดเผยว่า “คู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ฉบับล่าสุดนี้จัดทำขึ้นในปี 2563 ซึ่งเป็นปีแห่งความท้าทาย ขณะเดียวกันก็เป็นปีแห่งนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ด้วย ร้านอาหารที่ผ่านการคัดสรรจึงสะท้อนถึงความกล้าหาญและความพร้อมที่จะปรับตัวของเชฟซึ่งพยายามรับมือกับวิกฤติที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเช่นนี้อย่างดีที่สุด ช่วงเวลาอันยากลำบากนี้ทำให้ทีมงานของ ‘มิชลิน ไกด์’ ต้องการที่จะให้กำลังใจและสนับสนุนภาคธุรกิจร้านอาหารของไทยมากขึ้นเป็นพิเศษ

“การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้เกิดบรรทัดฐานใหม่ในอุตสาหกรรมอาหาร โดยบรรดาเชฟและร้านอาหารในประเทศไทยหันมาให้ความสำคัญมากขึ้นกับเรื่องสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ดังนั้น เราจึงภูมิใจนำเสนอรางวัลใหม่ที่เพิ่มเข้ามาในปีนี้ ได้แก่ รางวัล MICHELIN Green Star หรือ “ดาวมิชลินรักษ์โลก” ซึ่งมอบให้กับร้านอาหาร 1 แห่งหรือมากกว่านั้น ที่ดำเนินกิจการและมีแนวปฏิบัติประจำวันด้านการประกอบอาหารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน รวมทั้งรางวัล MICHELIN Guide Young Chef Award  และ MICHELIN Guide Service Award  ซึ่งทั้งสองรางวัลมอบให้เพื่อยกย่องการปฏิบัติงานและการมีส่วนร่วมของบุคลากรผู้มีบทบาทในภาคธุรกิจร้านอาหาร หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือระบบนิเวศทั้งระบบของร้านอาหารซึ่งส่งผลต่อประสบการณ์การรับประทานอาหารโดยรวม  คู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ฉบับประเทศไทยปีล่าสุดนี้ จึงเป็นเสมือนเครื่องตอกย้ำทักษะความเชี่ยวชาญ ความเป็นเลิศ และความแข็งแกร่งมีชีวิตชีวา ของภาคธุรกิจร้านอาหารในประเทศไทยในแง่มุมต่างๆ อย่างรอบด้าน” มร.ปูลเล็นเนค กล่าวเสริม

ในคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ฉบับประเทศไทย ประจำปี 2564 มีร้านอาหารเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นที่ได้รับการเลื่อนระดับจาก 1 ดาวมิชลิน เป็น 2 ดาวมิชลิน นั่นคือ Chef’s Table (เชฟส์เทเบิล) ร้านอาหารฝรั่งเศสร่วมสมัยที่นำวัตถุดิบชั้นเลิศคุณภาพสูงจากทั่วทุกมุมโลกมาประกอบอาหารด้วยเทคนิควิธีที่เหมาะสม เมื่อรวมกับร้านอาหารอีก 5 ร้านที่ยังคงรักษาสถานะ 2 ดาวมิชลินเอาไว้ได้ ทำให้ยอดรวมร้านอาหารระดับ 2 ดาวมิชลินในปีนี้อยู่ที่ 6 ร้าน

สำหรับรางวัล 1 ดาวมิชลิน มีร้านอาหารที่ติดอันดับในคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ เป็นครั้งแรกและคว้ารางวัลนี้ไปครองรวม 2 ร้าน ได้แก่ Blue by Alain Ducasse ร้านอาหารฝรั่งเศสร่วมสมัยซึ่งนำเสนอเมนูที่รังสรรค์อย่างประณีตจากวัตถุดิบชั้นเลิศผ่านกรรมวิธีการปรุงด้วยเทคนิคแบบฝรั่งเศสดั้งเดิม และ Cadence by Dan Bark (เคเดนซ์) ร้านอาหารเชิงนวัตกรรมที่ผสานความเป็นตะวันตกและตะวันออกอย่างลงตัว ทั้งยังนำเสนอศิลปะสไตล์เกาหลีผ่านอาหารเชิงนวัตกรรมที่ทันสมัย นอกจากนี้ ยังมีร้านที่ได้รับการเลื่อนระดับจาก ‘มิชลิน เพลท’ อีก 1 ร้าน นั่นคือ Sushi Masato ซูชิบาร์สไตล์โอมากาเสะที่มีลักษณะแบบ Chef’s Table ซึ่งเชฟเป็นผู้กำหนดเมนูและมีที่นั่งจำกัด วัตถุดิบที่ใช้ล้วนมีคุณภาพเยี่ยมและสั่งตรงจากญี่ปุ่น เมื่อรวมกับร้านอาหารอีก 19 ร้านที่ยังคงรักษาสถานะ 1 ดาวมิชลินเอาไว้ได้ ทำให้ยอดรวมร้านอาหารระดับ 1 ดาวมิชลินในปีนี้อยู่ที่ 22 ร้าน

ปีนี้มีร้านอาหารได้รับสัญลักษณ์รับรอง ‘มิชลิน เพลท’ ซึ่งมอบให้กับร้านอาหารคุณภาพดีที่ใช้วัตถุดิบสดใหม่และปรุงอย่างพิถีพิถัน รวมทั้งสิ้น 165 ร้าน ในจำนวนนี้เป็นร้านที่ติดอันดับครั้งแรก 32 ร้าน [กรุงเทพฯ และปริมณฑล 12 ร้าน, เชียงใหม่ 9 ร้าน, ภูเก็ตและพังงา 11 ร้าน] อาทิ บ้านริมบึง (นครปฐม) ร้านอาหารซึ่งเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2544 นำเสนออาหารไทยสไตล์ครอบครัว โดดเด่นด้วยเมนูปลาและอาหารทะเลที่สดใหม่, กิติพานิช (เชียงใหม่) ร้านอาหารที่นำเสนออาหารสไตล์ล้านนาดั้งเดิมในบรรยากาศเปี่ยมมนต์เสน่ห์ของอดีตกาลซึ่งผนวกความร่วมสมัยได้อย่างมีชีวิตชีวา และ Beach Grill and Bar (พังงา) ซึ่งเสิร์ฟอาหารแบบเมดิเตอร์เรเนียนสไตล์ฟิวชั่นและอาหารทะเลสดใหม่ในท้องถิ่น เมนูอาหารส่วนใหญ่ปรุงจากเตาถ่านไม้ฟืนที่ให้ความหอมของกลิ่นควัน

ขณะที่ PRU (พรุ) ร้านอาหาร 1 ดาวมิชลินในจังหวัดภูเก็ต คว้ารางวัล MICHELIN Green Star หรือ “ดาวมิชลินรักษ์โลก” ซึ่งมอบให้กับร้านอาหาร 1 แห่งหรือมากกว่านั้น ที่ดำเนินกิจการและมีแนวปฏิบัติประจำวันด้านการประกอบอาหารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน รวมทั้งมีบทบาทในการส่งเสริมวิสัยทัศน์ดังกล่าวให้แพร่หลายในวงกว้าง ทั้งนี้ PRU เป็นแบบอย่างที่โดดเด่นในด้านการประกอบอาหารอย่างยั่งยืน โดยมุ่งมั่นเผยแพร่หลักปรัชญา “Dine Good, Do Good” หรือ “กินดีอยู่ดี” ด้วยการลดปริมาณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ การใช้สารเคมี และขยะอาหาร นอกจากนี้ ยังประกอบอาหารโดยเลือกใช้วัตถุดิบตามฤดูกาลในประเทศเท่านั้น ซึ่งครอบคลุมอาหารทะเลที่ไม่ได้ออกจับในฤดูวางไข่และเนื้อสัตว์จากฟาร์มเลี้ยงแบบเปิด รวมทั้งยังมีทีมวิจัยที่จัดตั้งธนาคารเมล็ดพันธุ์ขึ้นเพื่อสงวนพืชพรรณในท้องถิ่นให้คงอยู่

อีกทั้ง ปีนี้ยังเป็นปีแรกที่ ‘มิชลิน ไกด์’ ประกาศรางวัลใหม่ คือ MICHELIN Guide Young Chef Award ซึ่งมอบให้กับเชฟรุ่นใหม่ระดับดาวมิชลินที่โดดเด่น และ MICHELIN Guide Service Award ซึ่งมอบให้กับบุคลากรผู้ให้บริการยอดเยี่ยมที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกพิเศษและได้รับประสบการณ์การทานอาหารสุดประทับใจ การมอบรางวัลเหล่านี้พิจารณาคัดเลือกจากข้อมูลที่สืบหาและจัดเก็บจากการลงพื้นที่โดยผู้ตรวจสอบของ ‘มิชลิน ไกด์’

ผู้คว้ารางวัล MICHELIN Guide Young Chef Award ประจำปี 2564 คือ เชฟอ้อม – สุจิรา พงษ์มอญ หัวหน้าเชฟร้านสวรรค์ (กรุงเทพฯ) เชฟอ้อมเกิดในครอบครัวนักทำอาหาร จึงเติบโตขึ้นท่ามกลางบรรยากาศแวดล้อมของอาหารและการปรุงอาหารอย่างมืออาชีพ หลังจบหลักสูตรจากโรงเรียนวิชาการโรงแรมแห่งโรงแรมโอเรียนเต็ล [School of The Oriental Hotel Apprenticeship Program (OHAP)] ณ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ เชฟอ้อมได้มีโอกาสสะสมประสบการณ์การทำงานร่วมกับเชฟระดับดาวมิชลินหลายราย อาทิ ฮวน อมาดอร์ (Juan Amador) และ โธมัส เคลเลอร์ (Thomas Keller) ที่เดินทางมาเป็นเชฟรับเชิญ ณ ห้องอาหารเลอ นอร์มังดี จากนั้นได้สั่งสมประสบการณ์ด้านเทคนิคการปรุงอาหารระดับโมเลกุล (Molecular Cooking Techniques) ที่ร้าน Sra Bua by Kiin Kiin ณ โรงแรมสยาม เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ ต่อมาในปี 2559 เชฟอ้อม และ เฟรเดอริก เมเยอร์ (Frederic Meyer) ได้ร่วมกันเปิดร้านอาหาร “บ้านผัดไทย” ซึ่งได้รับสัญลักษณ์ ‘บิบ กูร์มองด์’ ในปี 2561 จนถึงปัจจุบัน ร้านสวรรค์ถือเป็นจุดสูงสุดบนเส้นทางด้านอาหารและการรังสรรค์เมนูอาหารไทยของเชฟอ้อม

ผู้คว้ารางวัล MICHELIN Guide Service Award ประจำปี 2564 มร.กิลโยม บาร์เรย์ (Guillaume Barray) ผู้จัดการทั่วไป ร้าน Chef’s Table (กรุงเทพฯ)  มร.บาร์เรย์ ยึดมั่นในประสิทธิภาพ ความซื่อสัตย์ และความมุ่งมั่นทุ่มเทที่มีต่อผลิตภัณฑ์และธรรมเนียมอันดีเพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า ทีมผู้ให้บริการมืออาชีพของร้าน Chef’s Table นำโดย มร.บาร์เรย์ ให้บริการที่สมบูรณ์แบบ ตั้งแต่พนักงานต้อนรับไปจนถึงผู้จัดการ ไม่ว่าจะเป็นชาวไทยหรือชาวต่างชาติ ต่างทำงานร่วมกันเป็นทีมได้อย่างยอดเยี่ยม พรั่งพร้อมทั้งความเป็นมืออาชีพ ความสุภาพอ่อนน้อม และความเป็นมิตร ต้อนรับลูกค้าอย่างมีมารยาทด้วยความอบอุ่นและเอาใจใส่อย่างแท้จริง

ผู้สนใจสามารถคลิกดูรายชื่อและข้อมูลร้านอาหารทั้งหมดที่ได้รับคัดสรรและจัดอันดับอยู่ในคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์ กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ภูเก็ตและพังงา’ ประจำปี 2564 (The MICHELIN Guide Bangkok, Chiang Mai, Phuket & Phang-Nga 2021) ซึ่งจัดทำเป็น 2 ภาษา ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ได้ทางเว็บไซต์ guide.michelin.com/th/th ตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม ศกนี้เป็นต้นไป สำหรับคู่มือแบบรูปเล่มจะเริ่มวางจำหน่ายตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป ในราคาเล่มละ 650 บาท ตั้งแต่วันที่ 23 ธันวาคม เป็นต้นไป

‘ไทยดริ้งค์’ ส่งต่อความห่วงใย มอบ ‘วี-บูสท์’ ให้กับโรงพยาบาลทั้งใน กทม. และต่างจังหวัด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – ‘ไทยดริ้งค์’ ส่งต่อความห่วงใย มอบ ‘วี-บูสท์’ ให้กับโรงพยาบาลทั้งใน กทม. และต่างจังหวัด (naewna.com)

‘ไทยดริ้งค์’ ส่งต่อความห่วงใย มอบ ‘วี-บูสท์’  ให้กับโรงพยาบาลทั้งใน กทม. และต่างจังหวัด

‘ไทยดริ้งค์’ ส่งต่อความห่วงใย มอบ ‘วี-บูสท์’ ให้กับโรงพยาบาลทั้งใน กทม. และต่างจังหวัด

วันพุธ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

เจษฎากร โคชส์ (กลาง), ปลื้มจิตร์ ถินขาว (พรีเซ็นเตอร์) และ วิลาวัณย์ อภิญญาพงศ์

เพื่อให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงอยู่เสมอปลอดภัยจากโควิด-19 บริษัท ไทยดริ้งค์ จำกัด หนึ่งในกลุ่มบริษัทเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ในเครือบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) จึงร่วมส่งพลังความห่วงใยให้คนไทยทั้งประเทศ พัฒนา“วี-บูสท์” เครื่องดื่มวิตามินซี 200% ที่เพิ่มส่วนผสมของ “เบต้ากลูแคนจากสหรัฐอเมริกา” มีผลวิจัยรับรองว่ามีสารต้านอนุมูลอิสระและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันร่างกายให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น

โอกาสนี้ บริษัท ไทยดริ้งค์ จำกัด จึงขอร่วมดูแลสุขภาพสไตล์ชีวิตปกติวิถีใหม่ให้กับเหล่าบุคลากรทางการแพทย์ซึ่งถือเป็นทัพหน้ารับมือรักษาโรคร้ายต่างๆ โดยเดินสายมอบ “วี-บูสท์” เครื่องดื่มวิตามินซี 200% ที่เพิ่มส่วนผสมของ “เบต้ากลูแคนจากสหรัฐอเมริกา” ให้โรงพยาบาลทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ประกอบด้วย โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โรงพยาบาลสถาบันโรคไตภูมิราชนครินทร์, โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติโรงพยาบาลราชวิถี สถาบันบำราศนราดูร โรงพยาบาลสมเด็จพระญาณสังวร จ.เชียงราย โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ โรงพยาบาลบุรีรัมย์ และโรงพยาบาลกระบี่ นำทีมโดย เจษฎากร โคชส์ รองกรรมการผู้อำนวยการสายงานการตลาด และมนต์ฤดี อัครราช ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท ไทยดริ้งค์ จำกัด พร้อมด้วย 2 นักกีฬาทีมชาติไทยสุดฮอต ตัวแทนคนรักสุขภาพ ต้น-นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม นักฟุตบอลทีมชาติไทย และ หน่อง-ปลื้มจิตร์ถินขาว นักวอลเลย์บอลทีมชาติไทยในฐานะแบรนด์แอมบาสซาเดอร์วี-บูสท์ ร่วมด้วยกัปตันทีมวอลเลย์บอล กิ๊ฟท์- วิลาวัณย์ อภิญญาพงศ์

มนต์ฤดี อัครราช มอบวี-บูสท์ ให้โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า

เจษฎากร โคชส์ รองกรรมการผู้อำนวยการสายงานการตลาด บริษัท ไทยดริ้งค์ จำกัด กล่าวว่า “เพื่อร่วมส่งพลังความห่วงใยในสุขภาพให้กับบุคลากรทางแพทย์ที่เปรียบเสมือนทัพหน้าที่ต้องคอยรักษาผู้ป่วยอยู่ทุกวัน เราจึงนำเครื่องดื่มวิตามินซี 200% “วี-บูสท์” มอบให้กับโรงพยาบาลต่างๆ ด้วยจุดเด่นที่แตกต่างจากการเพิ่มส่วนผสมของ “เบต้ากลูแคน” จากประเทศสหรัฐอเมริกาที่มีผลวิจัยรับรองว่ามีสารต้านอนุมูลอิสระสามารถเสริมสร้างภูมิคุ้มกันร่างกายให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น และยังอร่อย ดื่มง่าย มีประโยชน์ มี 2 รสชาติ รสเลมอนและรสส้มในแบบน้ำตาลและแคลอรีน้อย ซึ่งผ่านการรับรองเครื่องหมายสัญลักษณ์โภชนาการ “ทางเลือกเพื่อสุขภาพ” (Healthier Choice Logo) เราหวังว่าจะเป็นส่วนหนึ่งในการเสริมสุขภาพที่ดีให้กับเหล่าบุคลากรทางการแพทย์และคนไทยทั่วประเทศให้ห่างไกลจากโรคโควิด-19”

ส่วน หน่อง-ปลื้มจิตร์ ถินขาวและ ต้น-นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม นักกีฬาทีมชาติไทยในฐานะแบรนด์แอมบาสซาเดอร์วี-บูสท์ กล่าวว่า “ในฐานะที่พวกเราเป็นพรีเซ็นเตอร์วี-บูสท์ ขอเป็นตัวแทนของคนรักสุขภาพส่งเสริมให้คนไทยหันมาใส่ใจสุขภาพอย่างจริงจัง เพิ่มการดูแลสุขอนามัย ทั้งการทำความสะอาดมือบ่อยๆ ใส่หน้ากากอนามัย หลีกเลี่ยงการใช้ของใช้ร่วมกับผู้อื่น หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด หมั่นออกกำลังกาย และเลือกรับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ซึ่งเมื่อจะทานอาหารหรือเครื่องดื่มทั้งที เราควรเลือกสิ่งที่มีคุณประโยชน์ต่อร่างกาย อย่าง “วี-บูสท์” เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของการดูแลตัวเอง ในวิถี New Normal”

ต้น-นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม นักกีฬาฟุตบอลทีมชาติไทยสุดฮอตมอบ ‘วี-บูสท์’ ให้โรงพยาบาลบุรีรัมย์

บริษัท ไทยดริ้งค์ จำกัด ขอส่งพลังความห่วงใยให้กับเหล่าฮีโร่ของคนไทยที่เป็นทัพหน้าต่อสู้กับภัยโควิด-19 ให้มีกำลังกายกำลังใจแข็งแรง เพื่อที่จะช่วยเหลือคนไทยทุกคนให้ก้าวผ่านพ้นวิกฤติอย่างปลอดภัย

S&P เปิดตัวเมนูอาหารเช้าจากไข่ปลอดสารพิษ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – S&Pเปิดตัวเมนูอาหารเช้าจากไข่ปลอดสารพิษ (naewna.com)

S&Pเปิดตัวเมนูอาหารเช้าจากไข่ปลอดสารพิษ

S&Pเปิดตัวเมนูอาหารเช้าจากไข่ปลอดสารพิษ

วันพุธ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

มณีสุดา ศิลาอ่อน

บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำความเป็นผู้นำธุรกิจอาหารและเบเกอรี่ที่ยั่งยืน ด้วยการดำเนินธุรกิจอย่างมุ่งมั่น ใส่ใจในทุกกระบวนการดำเนินงาน ตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบต้นน้ำเข้าสู่กระบวนการผลิต กระจายไปยังหน้าร้าน จนส่งมอบถึงมือลูกค้า ล่าสุดได้ปรับวัตถุดิบของเมนูไข่ โดยคัดสรรไข่ไก่สด คุณภาพดี ปลอดสารพิษ จากแหล่งผลิตที่ผ่านการรับรองตามมาตรฐานสากล ณ ฟาร์มไข่ไก่อัครากรุ๊ป จ.นครนายก

มณีสุดา ศิลาอ่อน ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร เผยว่า เอส แอนด์ พี ดำเนินธุรกิจตามนโยบายเพื่อความยั่งยืนของบริษัท โดยคำนึงถึงความสมดุลของมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับคำมั่นสัญญาของบริษัทฯ ที่ว่า “Healthier Family, Happier World” เพื่อให้ผู้บริโภค คู่ค้า พันธมิตรได้มาซึ่งสุขภาพดีและมีความสุขไปพร้อมกัน เราคำนึงถึงคุณค่าและความปลอดภัยของอาหารเป็นสำคัญ ด้วยการจัดหา จัดซื้อ จัดจ้าง อย่างโปร่งใสจากแหล่งวัตถุดิบท้องถิ่นและเกษตรกรโดยตรง เพื่อพัฒนาวัตถุดิบและเรียนรู้ร่วมกัน นำมาซึ่งการเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน

“ล่าสุดเอส แอนด์ พี ได้คัดสรรวัตถุดิบอย่าง “ไข่ไก่จากแม่ไก่อารมณ์ดี” โดยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสวัสดิภาพสัตว์ ด้วยการเลี้ยงไก่แบบไร้กรง หรือ เคจฟรี (Cage Free) เมื่อแม่ไก่เคลื่อนไหวได้อย่างอิสระตามธรรมชาติ จะทำให้แม่ไก่อารมณ์ดี สุขภาพแข็งแรง ปลอดสารพิษจากยาปฏิชีวนะและสารเร่งการเจริญเติบโต เราจึงได้ไข่ไก่สด ใหม่ คุณภาพดี ปลอดสารพิษ และมีรสชาติดีตามธรรมชาติ ซึ่งที่ร้านเอส แอนด์ พี มีเมนูไข่ไก่เคจฟรี ให้เลือกหลากหลาย ได้แก่ เมนูอาหารเช้า “ไข่กระทะทรงเครื่อง” และอิงลิชเบรกฟาสต์ “ออมเลทหนานุ่ม”

นอกจากนี้ ยังมีเมนูไข่นุ่มขายดีตลอดกาล อย่าง “ข้าวกะเพราไก่ไข่นุ่ม” สุดพิเศษด้วยการเลือกใช้ไก่ที่เลี้ยงด้วยสมุนไพร ปลอดสารพิษ “ข้าวกุ้งผัดพริกขี้หนูไข่นุ่ม” เมนูซิกเนเจอร์ของ เอส แอนด์ พี และ “ข้าวหมูคูโรบูตะทอดกระเทียมพริกไทยไข่นุ่ม” มีให้ลิ้มลองตั้งแต่วันนี้ถึง 31 มกราคม 2564 ณ ร้านเอส แอนด์ พี สาขาในกรุงเทพฯ และปริมณฑล”

คุณแหน : 16 ธันวาคม 2563 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – คุณแหน : 16 ธันวาคม 2563 (naewna.com)

คุณแหน : 16 ธันวาคม 2563

คุณแหน : 16 ธันวาคม 2563

วันพุธ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ll เชิญเที่ยวงานกาชาดวิถีใหม่ สไตล์ New Normal ครั้งแรกของเมืองไทยที่ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนก็สามารถร่วมสนุกลุ้นรางวัล ตรวจดวงชะตา ทำบุญสร้างกุศล และช็อปปิ้งสินค้าราคาพิเศษ ในงานกาชาดได้อย่างเต็มอิ่ม 19-29 ธ.ค.นี้ ที่ www.งานกาชาด.com…

ll ข่าวเศร้าเรื่องการสูญเสียปูชนียบุคคลของวงการสาธารณสุขไทย นพ.มงคล ณ สงขลา อดีต รมว.สธ. ด้วยวัย79 ปี ท่านได้บริจาคร่างกายเป็นอาจารย์ใหญ่ให้คณะแพทยศาสตร์ ศิริราช…ตามความประสงค์ คุณหมอว่าใครจะร่วมทำบุญขอให้ไปบริจาคที่โรงพยาบาลที่อยากจะทำบุญได้เลย…

ll ชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าฯ ร้อยเอ็ด เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ภายใต้โครงการเกษตรปลอดการเผา(Zero burn) จ.ร้อยเอ็ด เพื่อการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ของร้อยเอ็ดโดยมีหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง บจ.สยามคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องร่วมลงนาม…

ll ข่าวน่ายินดีที่ รศ.ดร.นัยพินิจ คชภักดี ได้รับรางวัลปาฐกถาสุด แสงวิเชียร ประจำปี 2563คณะแพทยศาสตร์ศิริราช…

ll พรเทพ เตชะไพบูลย์ พร้อมเพื่อนๆ วบส.2 อาทิ ประภาพรรณ เวลเซอร์,พีรพล นนทสูติ,สุรวุฒิ ณ ระนอง,ธนัท ตาตะยานนท์,ปารณีย์ อำนวยรักษ์สกุล,ดร.ธนวัฒน์ อัมพุนันทน์ไปมอบดอกไม้ยินดีกับ พัชรินทร์ เหมอังกูร ที่เปิดร้าน Sooooo Goood Gourmet บางนาร้านอาหารยุโรปที่มีเชฟชาวยุโรป 4 คนหมุนเวียนทำอาหาร โดยมี concept เก๋ไก๋ ที่ให้ลูกค้าเลือกซื้อวัตถุดิบนำเข้าคุณภาพไปปรุงเองที่บ้านและยังมี Cooking Studio ไว้ให้ลูกค้าเรียนทำอาหารและรับประทานเองในร้านได้อีกด้วย…

ll อนุวัตร เฉลิมไชย พร้อมคณะ กก. สมาคมการตลาดฯไปร่วมยินดี กับ ดร.เอกก์ ภทรธนกุล ที่ได้เป็นผู้ช่วยศาตราจารย์ป้ายแดง สาขาบริหารธุรกิจ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ…

llผู้เข้าอบรมหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมดิจิทัลด้านธุรกิจเกษตร รุ่นที่ 2 ดีป้า กว่า 50 คน อาทิ ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล,นราพัฒน์แก้วทอง,ระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์,ชิษณุชาบุดดาบุญ,เกรียงไกร วัฒนาสว่าง,ชวิศยงเห็นเจริญ,ณัฐสรณ์ ดำเนินชาญวนิชย์,ณฐอร อินทร์ดีศรี,ธนบดี สวัสดิ์ศรี,ธำรงเกียรติอุทัยสาง,ศลิษา หาญพานิช, อรวรรณ ติลกเรืองชัยเป็นต้น ไปศึกษาดูงานเรื่องการเกษตร อาทิ หอมแดงและทุเรียนดินภูเขาไฟศรีสะเกษ ที่มีคุณภาพดีและรสชาติอร่อย พร้อมมีการทำ workshop แลกเปลี่ยนข้อเสนอแนะด้านดิจิทัลการเกษตร โดยมีดร.วัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าฯ ศรีสะเกษ ต้อนรับพร้อมบรรยายพิเศษด้วย…

ll ใครเป็น FC เค้กมะตูม จะสั่งไปร่วมฉลองเทศกาลปีใหม่นี้ Bake & Bite(by Pat)เป็น Homemade Cake แท้ๆ จองล่วงหน้า 3 วัน ก็จะได้ชิมเค้กอร่อยนุ่มๆ หอมๆ จองที่ 065-5424164 หรือไลน์ไอดี devilpatty…ll

น้องใหม่

อยู่แต่ในร่ม หลบแดด ระวังขาดแคลเซียมและวิตามินดี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – อยู่แต่ในร่ม หลบแดด ระวังขาดแคลเซียมและวิตามินดี (naewna.com)

อยู่แต่ในร่ม หลบแดด ระวังขาดแคลเซียมและวิตามินดี

อยู่แต่ในร่ม หลบแดด ระวังขาดแคลเซียมและวิตามินดี

วันพุธ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ในปัจจุบันด้วยวิถีชีวิตที่เร่งรีบและสภาพอากาศที่ร้อนขึ้นทุกปี ทำให้เราใช้ชีวิตอยู่แต่ในร่ม ออกแดดน้อยลง และใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันรังสียูวีบี ทำให้เราขาดสารอาหารสำคัญที่มาคู่กับการได้รับแสงอาทิตย์ นั่นคือ วิตามินดี ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ช่วยให้ร่างกายของเราดูดซึมแคลเซียมได้

การได้รับวิตามินดีที่ไม่เพียงพออาจทำให้ร่างกายขาดแคลเซียมไปด้วย เรียกได้ว่า วิตามินดีและแคลเซียม เป็นสารอาหารที่มาคู่กัน หากขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปก็อาจจะส่งผลให้เราเป็นโรคเกี่ยวกับกระดูก และภูมิคุ้มกันอ่อนแอลงได้หากปล่อยไว้ นานๆรู้อย่างนี้เราจึงต้องรีบดูแลตัวเองกันตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อร่างกายที่แข็งแรงไปนานๆ

แต่จะให้เดินออกไปเจอแดดก็คงเป็นไปไม่ได้ ดังนั้น เราต้องหาตัวช่วยเพื่อเสริมให้เราได้รับวิตามินดี นมตราหมี ยูเอชที แนะนำ 5 วิธีเสริมกระดูกและภูมิคุ้มกันแข็งแรงแบบที่เราทำเองได้ง่ายๆ และทำได้ทุกวันเริ่มจาก 1.ทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง เคล็ดลับการเสริมสร้างกระดูกที่แข็งแรงที่ทำได้ง่ายที่สุดคือการเลือกทานอาหารที่มีแคลเซียมสูงซึ่งมีอยู่ตามธรรมชาติ เช่น นม ชีส ปลา กุ้งแห้ง ผักคะน้า งาดำเป็นต้น เพียงเท่านี้คุณก็จะได้รับแคลเซียมที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายแบบไม่ยากเย็น

2.ทานอาหารที่มีวิตามินดี ช่วยดูดซึมแคลเซียม และเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มที่ยับยั้งการดูดซึมแคลเซียม คู่ซี้ที่จะช่วยผลักดันให้ร่างกายนำแคลเซียมไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น คือวิตามินดี ร่างกายของเราสามารถสังเคราะห์วิตามินดีจากการได้รับแสงแดด และอาหารที่เป็นแหล่งวิตามินดีชั้นดี อาทิ อาทิ ตับ เนย ไข่แดง ปลาที่มีไขมันสูง เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า และเห็ดบางชนิด เช่น เห็ดนางฟ้า หรือเห็ดหอมสด ทั้งนี้ ก็ควรลดอาหารที่ยับยั้งการดูดซึมแคลเซียม เช่น ผักโขม รำข้าวสาลี มันเทศ เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีเครื่องดื่มบางชนิดที่ยับยั้งการดูดซึมแคลเซียมเช่นกัน ได้แก่ เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ชา กาแฟ รวมไปถึงน้ำอัดลมที่มีส่วนทำให้เกิดภาวะของโรคกระดูกพรุน

ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

3.“กีฬาคือยาวิเศษ” ประโยคนี้เป็นประโยคที่เราคุ้นชินกันมานานซึ่งเป็นประโยคที่ใช้ได้ในทุกยุคทุกสมัย การออกกำลังกายที่ช่วยเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง คือการออกกำลังกายที่เน้นการแบกรับน้ำหนักตัว หรือลงน้ำหนักตัว เช่น เดิน วิ่ง กระโดดเชือก หรือ ปั่นจักรยาน เป็นต้น ทั้งนี้ควรเลือกประเภทของการออกกำลังกายให้เหมาะกับช่วงอายุของเรา โดยควรออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3-5 ครั้ง

4.ควบคุมและรักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม น้ำหนักตัวที่มากกว่าเกณฑ์จะทำให้ร่างกายของเราแบกรับน้ำหนักตัวมากและจะเป็นสาเหตุให้กระดูกของเราอ่อนแอและเสียหายได้ง่าย ทั้งนี้การควบคุมน้ำหนักตัวไม่ใช่การอดอาหาร เพราะนั่นก็จะทำให้เราไม่ได้รับสารอาหารที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายซึ่งรวมไปถึงแคลเซียมและวิตามินดีด้วย ดังนั้นการควบคุมและเลือกทานอาหารที่เหมาะสมจะช่วยให้เราควบคุมน้ำหนักโดยที่เรายังคงได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอต่อร่างกาย

5.ดื่มนมที่มีแคลเซียมและเสริมวิตามินดี ในปัจจุบันมีการเติมสารอาหารลงไปในนมยูเอชทีที่เราดื่มกันเพื่อเพิ่มคุณค่าทางอาหารให้เราได้ประโยชน์มากขึ้นไปกว่าเดิม ซึ่งจะมีอะไรดีไปกว่าการเลือกดื่มนมยูเอชทีที่มีคู่หูเพื่อนซี้กระดูกแข็งแรงอย่างวิตามินดีและแคลเซียม อย่างนมตราหมียูเอชที รสจืด ใหม่ล่าสุดที่มีแคลเซียมสูง และวิตามินดีสูง ให้คุณได้รับประโยชน์แบบลงตัวเพื่อกระดูกและภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงแบบง่ายๆ รวมอยู่ในกล่องเดียว อีกทั้งยังคงรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ที่ถูกปาก ทุกคนในครอบครัว และเป็นผลิตภัณฑ์นมที่ได้รับการรับรองสัญลักษณ์ทางเลือกสุขภาพ ตอบรับเทรนด์รักสุขภาพและวิถีชีวิตในปัจจุบันเป็นที่สุด

ด้วย 5 วิธีง่ายๆ จากนมตราหมียูเอชทีคุณก็จะมีกระดูกที่แข็งแรง ภูมิคุ้มกันแกร่งพร้อมรับมือกับวิถีชีวิตสุดแอ๊กทีฟใน ทุกๆ วันอย่างเต็มที่กันแล้ว

LIFE & HEALTH : หยุดปีใหม่นี้..พาลูกไปสวนสัตว์กันดีกว่า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – LIFE&HEALTH : หยุดปีใหม่นี้..พาลูกไปสวนสัตว์กันดีกว่า (naewna.com)

LIFE&HEALTH : หยุดปีใหม่นี้..พาลูกไปสวนสัตว์กันดีกว่า

LIFE&HEALTH : หยุดปีใหม่นี้..พาลูกไปสวนสัตว์กันดีกว่า

วันพุธ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ช่วงที่จะปิดเทศกาลปีใหม่นี้ พ่อแม่คงกำลังวางแผนว่า จะพาลูกไปเที่ยวไหนดี ควรให้เขาได้เรียนรู้ทักษะชีวิต สิ่งแวดล้อมและเก็บเกี่ยวประสบการณ์นอกรั้วโรงเรียนกับครอบครัว จะช่วยให้เขาเติบโตมาฉลาดรอบด้านอย่างสมวัย พ่อและแม่สามารถกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ของลูกได้จากการพาเขาไปสัมผัสกับสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัวที่หลากหลาย เช่น เมื่อไปสวนสัตว์ พิพิธภัณฑ์ หรือท่องเที่ยวตามธรรมชาติ เพราะการเปลี่ยนสถานที่ทำกิจกรรมประจำวันนอกจากจะได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ จากการสังเกต ซักถามในสิ่งที่สงสัยจนได้คำตอบแล้ว ยังสร้างแรงบันดาลใจให้ลูกรู้สึกตื่นเต้น อยากค้นหาและได้ประสบการณ์ที่แตกต่างมากขึ้น ถือเป็นการฝึกจินตนาการและต่อยอดการเรียนรู้แบบไม่สิ้นสุด

ถ้าพูดถึงสวนสัตว์หลายคนคงนึกถึงแค่สถานที่มีสัตว์เลี้ยงในกรงเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงสวนสัตว์เป็นแหล่งเรียนรู้ชั้นดีของเด็กๆ และเป็นที่ๆ ครอบครัวจะได้ใช้เวลาร่วมกันอีกด้วย ในต่างประเทศสวนสัตว์จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวของทั้งในกลุ่มเด็ก วัยรุ่น ผู้ใหญ่ รวมทั้งนักท่องเที่ยวด้วย ในประเทศไทย องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ มีหน้าที่รับผิดชอบในเรื่องการจัดหารวบรวมสัตว์ป่านานาชนิด การให้การศึกษา การอนุรักษ์และขยายพันธุ์การวิจัย และการจัดสวนสัตว์ให้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชนทั่วไป ปัจจุบันมีสวนสัตว์อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบ 7 แห่ง และ 1 โครงการจัดตั้งคือ สวนสัตว์ดุสิต สวนสัตว์เปิดเขาเขียว สวนสัตว์นครราชสีมา สวนสัตว์เชียงใหม่ สวนสัตว์สงขลาสวนสัตว์อุบลราชธานี สวนสัตว์ขอนแก่น และโครงการคชอาณาจักร จ.สุรินทร์

สำหรับผู้ที่อยู่ชลบุรี สวนสัตว์เปิดเขาเขียว เป็นสวนสัตว์แห่งการเรียนรู้ที่สมบูรณ์ อยู่ที่ ต.บางพระ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี สวนสัตว์เปิดเขาเขียว มีธรรมชาติอันบริสุทธิ์ มีสัตว์ป่าจากทุกมุมโลกกว่า 8,000 ตัว 300 ชนิดพันธุ์ไว้ให้ศึกษาและยังเป็นศูนย์รวมสัตว์นานาชนิดที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียอาคเนย์ คุณพ่อคุณแม่สามารถพาเด็กๆเข้าชมสัตว์ได้อย่างใกล้ชิดกับตัวแทนสัตว์ป่าจากทวีปต่างๆ อาทิ ช้างไทย ค่าง 5 สี ตัวแทนจากทวีปเอเชีย แรคคูนจากทวีปอเมริกา โคอาล่าจากทวีปออสเตรเลีย ลีเมอร์หางแหวนจากหมู่เกาะมาดากัสการ์ ตัวกินมดยักษ์และลิงกระรอก ทวีปอเมริกาใต้, สิงโตขาว, กระทิง, วัวแดง, ควายป่า, สัตว์ตระกูลลิง, สัตว์ตระกูลหมี, เพนกวินพาเหรด, แอฟริกันซาวาน่า ที่รวมสัตว์กินพืชจากทุ่งหญ้าซาวาน่า อาทิ แรด ยีราฟ ม้าลาย นกกระจอกเทศ,สวนละมั่ง ซึ่งละมั่งเป็นสัตว์ 1 ใน 15 ชนิด ของไทยที่หายากและใกล้จะสูญพันธุ์ เปิดโอกาสให้ได้เข้ามาสัมผัสอย่างใกล้ชิด, กรงนกใหญ่ที่ปรับปรุงให้ทันสมัยสอดรับกับธรรมชาติของนกนานาพันธุ์, หุบเสือป่า หุบที่มีเสือหลากหลายสายพันธุ์และหาดูได้ยาก อาทิ สิงโตแอฟริกา เสือดำ เสือหิมะ เสือโคร่งขาว รวมทั้งสถานที่จัดแสดงพันธุ์แมวป่าแบบจำลองทางธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทยและเป็นศูนย์รวมเสือนานาชนิดที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียอาคเนย์ นกกาบบัว บินพาเหรดเหนือน้ำ มหัศจรรย์โลกใต้น้ำฮิปโปว่ายน้ำพร้อมฝูงปลานับร้อย พร้อมกิจกรรมไว้รองรับนักท่องเที่ยว สวนสัตว์เปิดเขาเขียวมีขบวนรถพ่วง (Auto Tram) ที่ทันสมัยและปลอดภัยให้บริการฟรี นักท่องเที่ยวจะได้พบกับสัตว์ป่าต่างๆเต็มอิ่มตลอดระยะทางกว่า 3.5 กิโลเมตร

กิจกรรมเด่นที่เปิดให้บริการในสวนสัตว์เปิดเขาเขียว (1) สวนจัดแสดงเพนกวิน ชมพาเหรดเพนกวิน และชมการสาธิตการให้อาหาร (2) เกาะลีเมอร์หางแหวน (ลีเมอร์แลนด์) ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม และให้อาหารลีเมอร์หางแหวนอย่างใกล้ชิด (3) โซนสัตว์แอฟริกา ชมความน่ารักของสัตว์แอฟริกาน้อยใหญ่ พร้อมกิจกรรมการให้อาหารยีราฟ (4) ขบวนพาเหรดนกกาบบัว ชมความสวยงามของขบวนพาเหรดนกกระทุง และนกกาบบัว ได้อย่างใกล้ชิด (5) เรียนรู้วิธีช้างไทย ชมช้างว่ายน้ำและการสาธิตการให้อาหารช้าง (6) เปิดให้นำรถเข้าในบริเวณที่สวนสัตว์อนุญาต เช่น โซนหุบเสือป่า ออสเตรเลียโซน มหัศจรรย์สัตว์โลก เป็นต้น ข้อมูลเพิ่มเติมที่ http://www.khaokheow.zoothailand.org โทร.038-318444

สำหรับผู้จะไปทางเหนือ สวนสัตว์เชียงใหม่มีศูนย์จัดแสดงสัตว์นานาชนิดกว่า 7,000 ตัว ที่พร้อมรอให้ทุกท่านมาสัมผัส สวนสัตว์เชียงใหม่ มีสัตว์เด่นและกิจกรรมไว้รองรับนักท่องเที่ยว อาทิ ความน่ารักของแพนด้า ตำแหน่งเป็นถึงทูตสันถวไมตรีจากสาธารณรัฐประชาชนจีน ศูนย์จัดแสดงนกเพนกวิน ศูนย์เลี้ยงแมวน้ำเคปเฟอร์ซีล ศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำครบวงจรแห่งแรกและแห่งเดียวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Chiangmai Zoo & Chiangmai Zoo Aquarium แหล่งท่องเที่ยวสำคัญแห่งใหม่ซึ่งจะเป็นศูนย์การแสดงสัตว์น้ำนานาชนิด ของเอเชียและโลกในอนาคต ด้วยอุโมงค์ใต้น้ำขนาดใหญ่และมีความยาวมากที่สุดในโลกที่รวบรวมปลาน้ำจืดแห่งลุ่มน้ำโขงและโลกใต้ทะเลอุโมงค์น้ำจืด และสัตว์น้ำจืด กว่า 60 ชนิดหายาก และอุโมงค์น้ำเค็ม อุโมงค์ที่จะทำให้เด็กๆ ได้สัมผัสถึงชีวิตของสัตว์น้ำนานาชนิดกว่า 10,000 ตัวความมหัศจรรย์อันน่าหลงใหลใต้ท้องทะเลสีครามผ่านอุโมงค์ใสที่มีความยาวถึง 66.5 เมตร อีกทั้งมีสัตว์ที่น่าสนใจอื่นๆ อีกมากมายให้ได้ศึกษาเรียนรู้ เช่น ช้างไทยโคอาล่า สวนนกฟลามิงโก ลิงขนาดเล็ก นกแก้วมาร์คอว์นาก แรดอินเดียหนึ่งเดียวในประเทศไทย

นอกจากนี้ จะมีการแสดงความสามารถของสัตว์ เช่น นกแก้วมาคอว์ นาก นกกระทุง รวมทั้งมีส่วนจัดแสดงเพนกวิน แมวน้ำ สวนสัตว์เด็ก (Zoo Kid Zone) และสวนชมนกนครพิงค์ ในพื้นที่ 6 ไร่ สำหรับโรงเรียนที่จะนักเรียนเข้ามาทัศนศึกษา ก็มีโครงการนำนักเรียนเข้าเรียนรู้ในสวนสัตว์เชียงใหม่ เพื่อให้สวนสัตว์เป็นที่รองรับในการให้ความรู้ ปลูกจิตสำนึก และสร้างความตระหนัก ในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ สัตว์ป่าและสิ่งแวดล้อมสมกับที่เป็น “แหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตต้นแบบ”

กิจกรรมเด่นที่เปิดให้บริการในสวนสัตว์เชียงใหม่ เช่น (1) เชียงใหม่ ซู อควาเรียม พร้อมเปิดให้เข้าชมโลกใต้น้ำ เป็นศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำครบวงจรแห่งแรก รวบรวมปลาน้ำจืด และโลกใต้ทะเลเข้าด้วยกัน มีอุโมงค์ใต้น้ำขนาดใหญ่ติดอันดับโลก (2) กิจกรรมใหม่ “WOW AFRICA” มิติใหม่แห่งการเที่ยวชมสวนสัตว์เชียงใหม่ โลดแล่นไปในดินแดนแอฟริกา (3) เข้าชมความน่ารักของแพนด้า “หลินฮุ่ย” ส่วนจัดแสดงแพนด้าแห่งเดียวในประเทศ (4) ส่วนจัดแสดงนกเพนกวิน เป็นต้น ข้อมูลเพิ่มเติมที่ http://www.chiangmai.zoothailand.orgโทร. 053-210957, 053-218268, 053-218269

อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องปฏิบัติตัวดังนี้ เวลาออกท่องเที่ยว คือ การเว้นระยะห่างทางสังคม การล้างมือด้วยสบู่เป็นประจำ การใส่หน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ร่วมกับผู้อื่น และทุกครั้งที่ออกจากบ้าน การเช็ดทำความสะอาดพื้นที่อยู่อาศัยด้วยน้ำยาที่สามารถฆ่าเชื้อไวรัสได้ การงดเดินทางโดยยานพาหนะสาธารณะที่ไม่จำเป็น หรือการรับประทานอาหารส่วนตัวและใช้อุปกรณ์ในการรับประทานอาหารที่สะอาดและผ่านการฆ่าเชื้อแล้ว เป็นต้น

ผศ.(พิเศษ)ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ

คริสต์มาสนี้ ส่งความสวยและความแข็งแรง กับ Powershot Gift Box Make A Difference #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – คริสต์มาสนี้ ส่งความสวยและความแข็งแรง กับ Powershot Gift Box Make A Difference (naewna.com)

คริสต์มาสนี้ ส่งความสวยและความแข็งแรง  กับ Powershot Gift Box Make A Difference

คริสต์มาสนี้ ส่งความสวยและความแข็งแรง กับ Powershot Gift Box Make A Difference

วันพุธ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ใกล้ถึงช่วงเวลาที่ทุกคนรอคอยสำหรับใครที่กำลังมองหาของขวัญชิ้นพิเศษเพื่อส่งมอบความสุขในช่วงคริสต์มาสที่แสนอบอุ่นนี้อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับการมอบของขวัญสำหรับคนที่คุณรักด้วย Powershot Gift Box Make A Difference เซตของขวัญที่จะบอกรักและส่งต่อความห่วงใยผ่านผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ผิว สมอง และร่างกาย ผลิตจากวัตถุดิบเกรดพรีเมียมนำเข้าจากต่างประเทศบรรจุมาในกล่องรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นที่มีจำนวนจำกัดเท่านั้น

นวัตกรรมของ POWERSHOT เป็นวิตามินสุดลํ้า ที่นำเอาสารสกัดแต่ละชนิด และวิธีการประกอบสาร โดยใช้นวัตกรรมดึงศักยภาพของวัตถุดิบที่ดีมารวมกัน เพื่อให้ได้สารสกัดที่ดีที่สุด และมีประสิทธิภาพมากที่สุด ซึ่งมาในรูปแบบช็อต รับประทานง่าย สะดวกรวดเร็ว ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนในยุคปัจจุบันได้เป็นอย่างดี

Powershot Gift Box Make A Difference 1 เซตประกอบด้วย

POWER PROTEIN (MELON) ช่วยให้สัดส่วนกระชับ รอบเอวลดลง ออกกำลังกายได้นานขึ้นรับประทานง่าย อยู่ท้อง แคลอรีน้อย ผิวเนียน หน้าใสขึ้น ผิวชุ่มชื่นดูอิ่มน้ำ ผิวดูสว่างสดใส ริ้วรอยตื้นขึ้น

POWERSHOT SKIN ฟื้นฟูและบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นมีน้ำมีนวล สว่างใสมีออร่า ลดสิวและสิวเสี้ยน ให้ผิวหน้าเรียบเนียน และดูสุขภาพดี อีกทั้งยังช่วยบำรุงเส้นผม เล็บ ให้เเข็งแรง อุดมด้วย Fish Collagen Dipeptide ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและวิตามินอี ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันความเสื่อมของเซลล์และอวัยวะภายใน

POWERSHOT BRAIN ช่วยบำรุงสมอง คลายความอ่อนล้าของสมอง ลดความเครียดและวิตกกังวล ช่วยเพิ่มความจำ ลดอาการหงุดหงิดง่าย ป้องกันภาวะซึมเศร้า เพิ่มสมาธิและความจำ ทำให้ตื่นตัว มีสารต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันโรคหัวใจ ชะลอความชรา เสริมสมรรถภาพทางเพศ ปรับสมดุลฮอร์โมน เพิ่มภูมิต้านทาน

POWERSHOT BIO ตัวช่วยขับถ่ายคล่อง ช่วยระบบย่อยอาหารปรับสมดุล เพิ่มจุลินทรีย์ ดีท็อกซ์ลำไส้ ดูแลจากภายในสู่ภายนอกให้เลือดหมุนเวียนได้ดี มีภูมิต้านทาน และบำรุงหัวใจ

POWERSHOT ENERGY ช่วยให้ร่างกายตื่นตัว คลายความอ่อนล้า บำรุงสมองและเซลล์ประสาท เสริมสมรรถภาพทางเพศ ชะลอความชรา บำรุงหัวใจ ช่วยให้การไหลเวียนโลหิตได้ดี

CELE FOOS ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในเรื่องซ่อมแซมเซลล์ต่างๆ ภายในร่างกาย เพิ่มออกซิเจนในเลือด ล้างพิษในตับ ลำไส้ ลดคอเลสเตอรอล กำจัดไขมันที่เกาะภายในเส้นเลือด อุดมไปด้วยสารสกัดเข้มข้นจากธรรมชาติกว่า 24 ชนิด

CELE NEU สารสกัดพร้อมดื่มชนิดผง ช่วยฟื้นฟูร่างกายลึกระดับเซลล์ผิว ขจัดโลหะหนักออกจากร่างกาย สมานแผลทั้งภายในและภายนอกร่างกาย อุดมไปด้วสารสกัดจากธรรมชาติ 42 ชนิด

BOTERA DRINK ยกกระชับใบหน้า กระตุ้นการถักทอด้วยระบบสกินอาร์คิเทคด้วยสารสกัดเข้มข้นสูงจากธรรมชาติ ฟื้นฟูและบำรุงผิวพรรณลึกถึงระดับเซลล์ ให้ผิวอิ่มฟู เรียบเนียน ลดเลือนริ้วรอย ฝ้า กระ จุดด่างดำรูขุมขนดูกระชับ ผิวดูกระจ่างใสดูมีออร่า พร้อมทั้งยังช่วยบำรุงปลายประสาท ป้องกันความเสี่ยงการเกิดโรคอัลไซเมอร์

BOTERA SHOT เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ต่อต้านอาการอักเสบ กระตุ้นการถักทอผิว ยกกระชับใบหน้าให้หน้าดูเรียว ผิวเนียนละเอียดกระชับ ผิวเปล่งปลั่งกระจ่างใสไม่หมองคล้ำง่าย ชะลอการสลายตัวของคอลลาเจนใต้ผิว ให้ผิวฟูดูอิ่มน้ำ จุดด่างดำจางลงรักษาอาการไอ ไข้หวัด ลดการติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย สูตรนี้เด็กและคุณแม่ให้นมบุตรสามารถทานได้

PURE COLLAGEN คอลลาเจนตัวเทพช่วยให้ผิวกระจ่างใสแลดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ เพิ่มความเปล่งปลั่ง ชะลอการเกิดริ้วรอย ฟื้นบำรุงภายใน ป้องกันโรคข้อเข่าเสื่อม

ส่งต่อความสวยและแข็งแรงให้คนที่คุณรักด้วย Powershot Gift Box Make A Difference

เซตของขวัญที่จะบอกรักและความห่วงใยผ่าน Powershot ที่ไลน์ @hipowershot