Google จัดทำ Doodle ร่วมเฉลิมฉลอง 55 ปีโรงละครแห่งชาติ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/541677

Google จัดทำ Doodle ร่วมเฉลิมฉลอง 55 ปีโรงละครแห่งชาติ

Google จัดทำ Doodle ร่วมเฉลิมฉลอง 55 ปีโรงละครแห่งชาติ

วันอังคาร ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

Google ร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 55 ปี โรงละครแห่งชาติ ด้วยการจัดทำ Doodle พิเศษที่คนไทยทั้งประเทศจะได้เห็นกันเมื่อเข้าไปใน Google Search ในวันที่ 23 ธันวาคม ศกนี้  เพื่อเป็นการยกย่องและระลึกถึงโรงละครแห่งแรกของประเทศไทย เป็นสถานที่ที่มีความสำคัญต่อจิตใจและเป็นที่แสดงถึงศิลปวัฒนธรรมระดับชาติ และนานาชาติ ทั้งยังเป็นสถานที่ที่แสดงให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองทางศิลปวัฒนธรรมของชาติไทยอีกด้วย 

โรงละครแห่งชาติได้มีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ.2508  นับเป็นส่วนราชการอยู่ในบังคับบัญชาของกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม  มีฐานะเป็นกลุ่มงาน มีการบริหารงานแบบไม่หวังผลกำไร ดำเนินงานภายใต้การกำกับดูแลของสำนักการสังคีต ปัจจุบัน โรงละครแห่งชาติ มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด  3 แห่ง อยู่ในส่วนกลาง 1 แห่ง ที่กรุงเทพมหานคร และอยู่ในส่วนภูมิภาค 2 แห่ง ได้แก่ โรงละครแห่งชาติภาคตะวันตก จ.สุพรรณบุรี และโรงละครแห่งชาติภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.นครราชสีมา 

จากอดีตจนถึงปัจจุบัน โรงละครแห่งชาตินอกจากจะเป็นสถานที่จัดงานแสดงนาฏศิลปไทยต่างๆ แล้วยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญได้ส่งเสริมในการเชิดชูงานด้านศิลปวัฒนธรรมของประเทศไทยที่สำคัญ ณ โรงละครแห่งชาติแห่งนี้  ซึ่งปกติจะทำการแสดงในวันเสาร์และอาทิตย์ ที่มีทั้งการบรรเลง ละคร และโขน  และสิ่งที่คอยจรรโลงให้โรงละครแห่งชาตินี้ได้ดำรงอยู่ได้ถึงวันนี้ ส่วนหนึ่งมาจากการให้ความสำคัญความเทิดทูนในความเป็นเอกลักษณ์ของศิลปวัฒนธรรมไทย และการอนุรักษ์จากกลุ่มคนเหล่านี้  อาทิ ศิลปิน นักประพันธ์ นักแสดง ผู้กำกับ นักดนตรี ฯลฯ  ซึ่งแต่ละท่านได้มาร่วมแสดงความยินดีพร้อมกับความประทับใจต่อโรงละครแห่งชาติในวาระครบรอบ 55 ปี

นายลสิต อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักการสังคีต กรมศิลปากร กล่าวว่า “ผมรู้สึกภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมของชาติไทย  โรงละครแห่งชาติเปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์มีสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นและสวยงามมาตั้งแต่แรกเริ่ม เป็นโรงละครต้นแบบทั้งจากไทยและต่างชาติ  เป็นเวทีสำหรับการแสดงนาฏศิลป์ที่โดดเด่นจากกรมศิลปากร  และยังแสดงให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองทางศิลปวัฒนธรรมของชาติที่ไม่ด้อยไปกว่านานาอารยประเทศ ซึ่งจะเห็นได้จากที่โรงละครแห่งชาติมักจะถูกเนรมิตให้เป็นที่รับรองแขกบ้านแขกเมืองเพื่อแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและเพื่อกระชับสัมพันธไมตรีระหว่างประเทศได้เป็นอย่างดี

 ในวาระครบรอบ 55 ปีนี้ ผมยังคงมุ่งมั่นส่งเสริมให้โรงละครแห่งชาติของเราเป็นสถานที่เชิดชูชาติ เป็นศูนย์รวมของศาสตร์ศิลปวัฒนธรรมไทยอย่างมีศักยภาพ และผมหวังว่าโรงละครแห่งชาติจะได้มีโอกาสต้อนรับผู้ที่มีความสนใจ รวมทั้งเยาวชนรุ่นใหม่ที่ต้องการเรียนรู้ด้านศิลปศึกษา ที่ผมเชื่อว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดของการเข้ามาเรียนรู้ของพวกเขาจะต้องได้เรียนรู้ถึงศาสตร์แห่งศิลป์ การแสดง รวมทั้งเทคนิคต่างๆ อย่างลึกซึ้ง  ซึ่งผมมั่นใจว่าพวกเขาจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน และเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ในปีนี้ ทำให้การแสดงได้ถูกยกเลิกไปชั่วคราว  แต่ในส่วนของปีหน้านั้นจะยังคงมีกิจกรรมการแสดงอย่างแน่นอนแต่อาจจะเป็นช่วงๆ ไป เพื่อให้แฟน ๆ ของโรงละครแห่งชาติคลายความคิดถึงและมีความสุขในการรับชมเช่นเดิมครับ”

นายกัญจนปกรณ์ แสดงหาญ หรือ “ครูแป๊ะ” คีตศิลปินอาวุโส ผู้ช่วยผู้อำนวยการกลุ่มดุริยางค์ไทยสำนักการสังคีต กรมศิลปากร กล่าวว่า “ผมมีความรักและสนใจด้านศิลปะการแสดงแบบไทยทุกแขนงมาตั้งแต่ครั้งที่เรียนระดับประถมศึกษา มีความสุขที่มีโอกาสได้ทำงานในสิ่งที่รักจากศาสตร์การแสดงที่ได้ร่ำเรียนมาตลอดจนกระทั่งปัจจุบัน ได้ถวายงานสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างใกล้ชิดเกือบทุกพระองค์ และมีความภูมิใจทุกครั้งที่ได้มีโอกาสขึ้นเวทีโรงละครแห่งชาติที่ถือว่าเป็นเวทีอันทรงเกียรติของประเทศชาติ  ไม่ว่าจะเป็นงานแสดง โขน ละคร ร้องเพลงไทย ขับเสภา ลูกทุ่ง ลูกกรุง ลิเก รวมทั้งเป็นวิทยากรเกี่ยวกับงานงานศิลปะวัฒนธรรมทั้งในประเทศและต่างประเทศ  ซึ่งผมมีอาจารย์ เสรี หวังในธรรม เป็นผู้สร้างแรงบันดาลใจมาโดยตลอด ในวาระครบรอบ 55 ปีของโรงละครแห่งชาติปีนี้ ผมอยากฝากถึงเยาวชนที่กำลังก้าวสู่วงการบันเทิงไทยแบบนี้ให้ศึกษาหาความรู้ให้ถ่องแท้  รู้จักคำว่าการอนุรักษ์ การพัฒนา การสร้างสรรค์ ที่สามารถทำควบคู่กันไป เพราะนั่นคืออัตลักษณ์แห่งชาติของเราที่ไม่มีที่ไหนในโลกนี้จะทำได้เหมือนเราแล้ว” 

                ศาสตราจารย์ ดร.ณรงค์ฤทธิ์ ธรรมบุตร  เจ้าของรางวัลศิลปินศิลปาธร สาขาคีตศิลป์ ในปี พ.ศ.2551 อาจารย์ประจำวิชาความรู้ด้านการประพันธ์ดนตรีตะวันตกตั้งแต่ระดับอุดมศึกษา และนักประพันธ์ กล่าวว่า “ผมมีความผูกพันกับโรงละครแห่งชาติตั้งแต่สมัยยังเด็กและช่วงเรียนที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งตอนนั้นยังไม่มีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย  สมัยตอนเด็กผมได้มีโอกาสไปดูการแสดงที่โรงเรียนพาไปดูทั้งคอนเสิร์ต ดนตรีคลาสสิค ดนตรีไทย โขน วงออร์เคสตราของกรมศิลปากร และวงต่างประเทศ ที่สมัยนั้นโรงละครแห่งชาติที่เป็นสถานที่เดียวที่แสดงดนตรีสดได้จริง  และหลังจากกลับมาจากเรียนต่างประเทศ ก็เห็นว่าเรามีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยแล้ว ซึ่งเพลงส่วนมากมักจะถูกแสดงที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย  แต่ก็ยังมีเพลงบางส่วนที่มีการแสดงที่โรงละครแห่งชาติเช่นกัน

ผมภาคภูมิใจที่ประเทศเรามีโรงละครแห่งชาติที่ได้มาตรฐานโลกแห่งแรก  เป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยความขลัง สถาปัตยกรรมสวยงาม นอกจากจะเป็นที่บ่มเพาะศิลปินแล้วยังเป็นสถานที่สร้างศิลปินแห่งชาติอีกหลายแขนงเช่นกัน ผมอยากฝากไว้ว่าโรงละครแห่งชาติเป็นเอกลักษณ์ของประเทศที่ไม่ใช่เป็นเพียงโรงละครแต่เปรียบเสมือนกับ โอเปร่าเฮ้าส์ เมืองซิดนีย์, Esplanade สิงคโปร์, หรือรอยัลอัลเบิร์ตฮอลล์ ลอนดอน ที่คนทั่วโลกรู้จักไม่ใช่แค่เพียงเป็นสถาปัตยกรรม แต่เป็นสถานที่วงระดับโลกเข้าไปแสดง ผมอยากให้โรงละครของเราเป็น   สัญลักษณ์ของกรุงเทพฯ  ที่เปิดกว้างให้มีการแสดงทั้งจากไทยและต่างชาติ  รวมถึง หลังโควิด-19 หากเราเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวแล้ว ผมอยากให้พวกเขาเข้าเยี่ยมชม ดูการแสดง หรือไปถ่ายรูป ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นการช่วยอนุรักษ์มรดกและศิลปะวัฒนธรรมแห่งชาติของเราไว้ได้อย่างยั่งยืน” 

                กิ่ง เหมือนแพร พานะบุตร หรือ กิ่ง The Star 5 แชมป์ The Mask จักรราศี นักร้อง นักแสดง และครูสอนร้องเพลง กล่าวว่า “กิ่งเลือกเรียนคณะดุริยางคศาสตร์ สาขาวิชาดนตรีแจ๊ส เอก Voice Jazz มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งถือว่าเป็นยุคแรกๆ ของคณะดนตรี  แรงบันดาลใจของกิ่งคือเพื่อนๆ ในวง    (วงดนตรีตอนมัธยม) ที่ผลักดันให้กิ่งกล้าที่จะเริ่มต้นเส้นทางดนตรี  และพวกเราก็สอบติดคณะดุยางคศาสตร์กันทั้งวงด้วย  โดยอาชีพในปัจจุบัน  กิ่งได้นำทักษะและความรู้ที่ได้ร่ำเรียนมาใช้ได้ทั้งหมดและตรงจุดที่สุด  และสามารถนำมาต่อยอดในสายอาชีพด้วย ทั้งงานร้องเพลง จัดรายการวิทยุ รวมทั้งบทบาทของครูสอนร้องเพลง และถึงแม้ว่ากิ่งยังไม่มีโอกาสได้ไปแสดงที่โรงละครแห่งชาติ  แต่กิ่งก็มองเห็นความสำคัญและเห็นว่าโรงละครแห่งชาติถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และทรงคุณค่ากับคนดนตรีทุกคน รวมถึงการแสดงทุกแขนง กิ่งอยากให้ทั้งคนรุ่นใหม่หรือผู้ที่สนใจได้สร้างสรรค์ผลงานดีๆ ออกมาและได้มีโอกาสแสดงผลงานในสถานที่อันทรงคุณค่านี้ต่อไป  อยากเห็นโรงละครแห่งชาติอยู่คู่กับทุกการแสดงศิลปะทุกแขนงต่อไป”

                นาว ทิสานาฏ ศรศึก นักแสดง และนางแบบ กล่าวว่า “สมัยเด็กๆ นาวเรียนไม่เก่งและไม่ชอบอะไรที่เป็นวิชาการ แต่พอเป็นวิชาที่มีการปฏิบัติ เช่น วิทยาศาสตร์ พละ หรือนาฏศิลป์  ก็จะรู้สึกสนุกกับสิ่งเหล่านี้มากกว่า และยังได้เรียนพิเศษนาฏศิลป์ในช่วงปิดเทอม  ในที่สุดจึงตัดสินใจเลือกเรียนที่วิทยาลัยนาฏศิลป์ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ และหลังจบการศึกษานาวได้เริ่มเข้าสู่วงการนักแสดงและนางแบบ และได้นำสายวิชาที่เรียนมาช่วยสนับสนุนการทำงานได้เป็นอย่างดี  โดยมองว่าในตอนเรียนนาฏศิลป์จะมีการตีบทออกมาเป็นท่ารำต่างๆ บวกกับทำนองเพลง และพอมาเล่นละครก็ดึงเอาสิ่งเหล่านั้นมาผสมผสานทำให้การแสดงมันมีชีวิตเพิ่มขึ้น  โดยส่วนตัวนั้นนาวเคยได้เข้าร่วมพิธีไหว้ครู และใช้โรงละครแห่งชาติเป็นที่แสดงช่วงจบการศึกษา ทำให้เกิดความประทับใจและเป็นสถานที่ที่มีความขลังและศักดิ์สิทธิ์  นาวเห็นว่าการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทยนั้นมีความสำคัญ  และในวาระครบรอบ 55 ปี ของโรงละครแห่งชาติในปีนี้ นาวขอให้โรงละครแห่งชาติเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และอยู่เคียง และเชิดชูความเจริญแห่งอารยธรรมด้านศิลปะการแสดงสืบต่อไป”

ล้มสะโพกหักอย่าเคลื่อนย้ายเอง เสี่ยงเสียเลือดเพิ่มและเกิดภาวะแทรกซ้อน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/541684

ล้มสะโพกหักอย่าเคลื่อนย้ายเอง  เสี่ยงเสียเลือดเพิ่มและเกิดภาวะแทรกซ้อน

ล้มสะโพกหักอย่าเคลื่อนย้ายเอง เสี่ยงเสียเลือดเพิ่มและเกิดภาวะแทรกซ้อน

วันอังคาร ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ล้มกระดูกสะโพกหัก ให้เรียกรถพยาบาล อย่าเคลื่อนย้ายเอง และควรรีบผ่าตัดภายใน 12 – 24 ชั่วโมงแรก เพื่อเพิ่มโอกาสหาย ลดโอกาสนอนติดเตียง ลุกยืนได้ทันทีหลังผ่าตัดเพียง 6 ชั่วโมง

หากล้มแล้วเจ็บปวดบริเวณสะโพกจนขยับไม่ไหว ลุกไม่ได้ อย่าฝืน เพราะนั่นอาจเป็สัญญาณบ่งบอกถึงภาวะกระดูกสะโพกหัก ซึ่ง นายแพทย์เปรมเสถียร ศิริธนาพิพัฒน์ ศัลยแพทย์กระดูกและข้อเฉพาะทางด้านการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าและข้อสะโพกเทียม โรงพยาบาลเวชธานี ระบุว่า สะโพกเป็นกระดูกส่วนที่รับน้ำหนักตัวมากที่สุด หากล้มจนกระดูกสะโพกหักจะเกิดความเจ็บปวดรุนแรงจนขยับไม่ได้ ลุกไม่ขึ้น หรือขาผิดรูป อย่าพยายามดัดหรือดึงเพื่อให้กระดูกกลับเข้าที่โดยเด็ดขาด รวมถึงไม่ควรฝืนลุกยืนและเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเอง เพราะอาจทำให้กระดูกหักเพิ่มจนไปทำลายเนื้อเยื่อบริเวณรอบ ๆ และเสียเลือดมากขึ้นหรือเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ ควรให้ผู้ป่วยอยู่ในท่าที่สบายขึ้นแล้วโทรเรียกรถพยาบาลมารับทันที

สำหรับกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงกระดูกสะโพกหักง่ายคือ ผู้สูงอายุเนื่องจากความแข็งแรงของกระดูกลดลง ผู้ป่วยกระดูกพรุน ผู้ที่ขาดสารอาหารในกลุ่มวิตามินดีและแคลเซียม ขาดการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ สูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ รับประทานยาในกลุ่มสเตียรอยด์เป็นเวลานาน หรือแม้แต่ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางอย่าง ไม่ว่าจะเป็นภูมิแพ้ แพ้ภูมิตัวเอง นอกจากนี้ในกลุ่มคนที่อายุน้อยก็มีโอกาสกระดูกสะโพกหักได้จากอุบัติเหตุรุนแรง เช่น ตกจากที่สูง อุบัติจากรถจักรยานยนต์

ทั้งนี้ โดยมากเราจะพบผู้ป่วยกระดูกสะโพกหักในกลุ่มผู้สูงอายุที่มีสาเหตุมาจากการล้ม เป็นผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะในวัยที่หมดประจำเดือนและมีภาวะกระดูกพรุน ซึ่งกระดูกสะโพกหักในกลุ่มผู้สูงอายุจะเป็นการเจ็บป่วยที่รุนแรงและเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ง่าย จากสถิติพบว่ามีอัตราการเสียชีวิตภายภายในปีแรกสูงถึงร้อยละ 35 หากไม่ได้รับการรักษาดูและที่เหมาะสม หรือไม่ได้รับการผ่าตัดภายใน 12-24 ชั่วโมง เนื่องจากผู้ป่วยจะเสียเลือดมากขึ้น เกิดภาวะแทรกซ้อน แผลกดทับและติดเตียงในที่สุด

อย่างไรก็ตาม การรักษาผู้ป่วยกระดูกสะโพกหัก หากเกิดการหักที่บริเวณคอสะโพกจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดให้เร็วที่สุด หรือภายใน 12-24 ชั่วโมง ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด ลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนและลดโอกาสการนอนติดเตียง สามารถลุกยืนได้ภายใน 6 -12 ชั่วโมงหลังการผ่าตัด และกลับไปวิ่งหรือ ว่ายน้ำ และขับรถได้ใน 1 เดือน

สำหรับการลดความเสี่ยงในการเกิดสะโพกหัก ควรเริ่มตั้งแต่การรับประทานอาหารเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรงตั้งแต่อายุยังน้อย โดยเฉพาะสารอาหารในกลุ่มวิตามินดีและแคลเซียม เพื่อป้องกันภาวะกระดูกพรุน ออกกำลังกายกลางแจ้งโดนแสงแดดบ้างอย่างสม่ำเสมอ ลดละเลี่ยงการสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์และกิจกรรมที่มีความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุรุนแรง ส่วนบ้านที่มีผู้สูงอายุควรจัดบ้านให้เป็นระเบียบ ปรับพื้นที่ทางเดินให้เหมาะสม ไม่ลื่น และเพิ่มแสงสว่างให้เพียงพอ ป้องกันผู้สูงอายุสะดุดหรือลื่นล้ม นอกจากนี้ ผู้สูงอายุควรตรวจคัดกรองกระดูกพรุนตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อรับการรักษาที่ถูกต้อง ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการล้มและกระดูกหักง่ายได้

‘ยิ่งรู้จัก ยิ่งรักเธอ’ นิยามความรักของคู่วิวาห์ ทัศยา พูนศิริวงศ์ สมัชญ์ ตั้งนิมิตรธนา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/541673

‘ยิ่งรู้จัก ยิ่งรักเธอ’ นิยามความรักของคู่วิวาห์  ทัศยา พูนศิริวงศ์ สมัชญ์ ตั้งนิมิตรธนา

‘ยิ่งรู้จัก ยิ่งรักเธอ’ นิยามความรักของคู่วิวาห์ ทัศยา พูนศิริวงศ์ สมัชญ์ ตั้งนิมิตรธนา

วันอังคาร ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

คุณปู่-คุณย่า วาริน-ผาณิต พูนศิริวงศ์ ร่วมยินดีกับหลานทั้งสอง มีคุณแม่เจ้าสาว นิรัสรา พูนศิริวงศ์ พร้อม คุณพ่อคุณแม่เจ้าบ่าว ไชยจิตร์-ชลิดา ตั้งนิมิตรธนา, พี่สาวเจ้าบ่าว พาสุกรี ตั้งนิมิตรธนา, ญาติเจ้าสาว สาณิต รัตนาวะดี, วิรัตน์ สุพรรณธะริดา, ศักดิ์สิน พูนศิริวงศ์,ผรณเดช-วิภาดา-ด.ช.วิเศษชนต์ พูนศิริวงศ์ ร่วมถ่ายรูป

ควงคู่เข้าประตูวิวาห์กันอย่างหวานชื่น เจ้าสาวคนสวยอุ๊บอิ๊บ-ทัศยา พูนศิริวงศ์ บุตรี นิรัสรา พูนศิริวงศ์ หลานสาวคนสวยของผู้บริหารหนังสือพิมพ์แนวหน้า คุณปู่-คุณย่า วาริน-ผาณิต พูนศิริวงศ์ กับ เจ้าบ่าว สมัชญ์ ตั้งนิมิตรธนา บุตร ไชยจิตร์-ชลิดา ตั้งนิมิตรธนา ท่ามกลางเครือญาติสนิททั้งฝ่ายหญิงและฝ่ายชายเข้าร่วมเป็นสักขีพยานรัก โดยช่วงเช้าเจ้าบ่าวได้ถือฤกษ์งามยามดี เวลา 06.09 น. ยกขบวนขันหมากไปสู่ขอเจ้าสาวและทำพิธีหมั้นหมาย ท่ามกลางแขกผู้ใหญ่ที่เคารพรักมาร่วมแสดงความยินดีอบอุ่น นับเป็นอีกวันดีๆ ของทั้งสองครอบครัวที่เต็มเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขอบอวลไปทั่วห้องบอลรูม โรงแรมสุโขทัย เมื่อวันเสาร์ที่ 19 ธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา จากนั้นเจ้าบ่าว-เจ้าสาวเชิญแขกผู้มีเกียรติร่วมรับทานอาหารอย่างเป็นกันเองในสไตล์โต๊ะจีน

เจ้าสาว อุ๊บอิ๊บ-ทัศยา พูนศิริวงศ์ จบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาจากโรงเรียนเซนโยเซฟคอนแวนต์ ระดับปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญและปริญญาโท Aston University ด้าน Marketing ด้านเจ้าบ่าวเปรม-สมัชญ์ ตั้งนิมิตรธนา จบมัธยมศึกษาจากโรงเรียนอัสสัมชัญ และระดับปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ปัจจุบันทั้งคู่ทำธุรกิจส่วนตัว เรื่องราวความรักของทั้งคู่ คบกันมา 5 ปี เป็นเพื่อนของเพื่อนที่รู้จักกันมานานถึง 10 ปี ด้วยความที่เจ้าบ่าวเป็นคนจิตใจดีชอบช่วยเหลือเพื่อน เป็นคนเสมอต้นเสมอปลาย ที่สำคัญเป็นคนรักครอบครัว ทำให้เจ้าสาวประทับใจในสิ่งเหล่านี้ของตัวเจ้าบ่าว ทั้งนี้ เจ้าสาวเผยในงานว่า “ถ้าจะเปรียบกับบทเพลงเพลงหนึ่ง ก็อยากจะเปรียบกับเพลง “ยิ่งรู้จัก ยิ่งรักเธอ” ตั้งแต่พบกันวันนั้นใจก็รู้ว่าเราจะมีกันวันนี้ เธอเติมเต็มสิ่งดีๆ ให้ทุกวันที่มีกลายเป็นวันที่มีความหมายไม่ใช่แค่วันพรุ่งนี้ แต่จากนี้แม้นานเท่านานสักเพียงไหน จะมีเธอ เธอมีฉันมีกันตลอดไป ยิ่งพบเจอยิ่งได้รู้จักยิ่งรักเธอหมดใจ…”

คุณแหน : 29 ธันวาคม 2563 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/541720

คุณแหน : 29 ธันวาคม 2563

คุณแหน : 29 ธันวาคม 2563

วันอังคาร ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

●● อีก 2 วันเราก็จะได้บ๊าย บายปีเก่า 2563 ที่แสนรันทดของใครหลายๆ คน เพราะโควิด -19 ระบาด เศรษฐกิจย่ำแย่…แต่เมื่อเรายังมีลมหายใจ ชีวิตต้องสู้ต่อไป ขอให้ทุกคนมีความหวัง…หวังว่า ปีใหม่ 2564 จะเป็นปีทองของชาวไทยและชาวโลก ได้ใช้วัคซีนป้องกันโรคร้ายถ้วนหน้า…ความสุข-สันติกลับมาเยือนชาวโลกอีกครั้ง…ปีใหม่ 2564 ที่จะถึงนี้ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก จงดลบันดาลให้ผู้อ่าน “หนังสือพิมพ์แนวหน้า” ทุกท่านประสบความสุข สุขภาพแข็งแรง ปลอดโรค ปลอดภัย ปราศจากโรคร้ายทั้งปวง การงาน การเงิน เจริญก้าวหน้าทุกท่านเทอญ…สาธุ…

●● การเมืองเริ่มกลับมามีเสถียรภาพน่าพอใจ ซูเปอร์วีไอพีมีภารกิจต้องลงเยี่ยมจังหวัดใหญ่ภาคใต้เพื่อเสริมฐานกำลังสำหรับการเลือกตั้งที่จะมาหลายรูปแบบ ขณะเดินลงพื้นที่กับ สส.เจ้าถิ่นคนดัง พอได้จังหวะซูเปอร์วีไอพีก็เอ่ยปากสมานฉันท์ว่า “เราพวกเดียวกันนะ…ผมใช้ยาสีฟันเทพไทย !” ฝ่ายหลังที่เคยเป็นไม้เบื่อไม้เมากันถึงกับหัวเราะถูกใจแล้วแย็บสวน“มิน่า เดี๋ยวนี้ท่านถึงพูดหวานหูเหลือเกิน”…

●● โรคระบาดโควิค-19 ทำลายเศรษฐกิจทั่วประเทศ ไม่เว้นแม้แต่บรรยากาศที่เคยคึกคักในสปอร์ตคลับ RBSC สโมสรศูนย์รวมกิจกรรมของบุคคลสำคัญในสังคม ภาพที่เคยเห็นติดตาของกลุ่มที่เรียกกันว่า “ก๊วนใหญ่” ซึ่งมีทั้งแข่งกอล์ฟ นั่งเอ็นจอยลั้นช์ และสนทนาแลกเปลี่ยนความเห็นก็ต้องยุติลงอย่างไม่มีกำหนด สมาชิกก๊วนประกอบด้วยบิ๊กเนมที่เราคุ้นกันดี อาทิ พงส์ สารสิน, พล.ต.อ.โกวิท ภักดีภูมิ, ประยุทธ มหากิจศิริ, อุปจิตต์ วสุรัตน์ และ มงคล สิมะโรจน์…

●● อีกครั้งที่ชาวไทย-แคลิฟอร์เนี่ยนต้องสูญเสียคหบดีใจบุญวัย 78 ปี สง่า นาดี ซึ่งสี่สิบปีก่อนเดินทางจาก จังหวัดอุดรฯ มุ่งหน้ามลรัฐแคลิฟอร์เนีย ค้นหา AMERICAN DREAM เพื่อสร้างอนาคต แล้วก็ประสบความสำเร็จตามความมุ่งหมาย สร้างตัวเป็นระดับคหบดีของชุมชนไทยในนคร แอลเอมีธุรกิจในคอนโทรลหลายอย่าง อาทิ ลิเคอร์ สโตร์, ภัตตาคารอาหารไทย, เรียลเอสเตทมีใจกว้างขวางช่วยเหลือผู้คนไม่เลือกหน้า และยังดำรงตำแหน่งสาธารณกุศลเป็น กรรมการบริหารวัดไทย, กรรมการมูลนิธิวัดไทย (รูปแบบป่อเต็กตึ๊ง) และประธานชมรมข่าวอีสาน…ขอท่านสู่สุคติ…

●● ยินดีที่ วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.)เป็นรัฐมนตรี 1 ใน 5 ที่มีผลงานเด่นสุดในรอบปี 2563 ตอนนี้เตรียมลุยงานเรื่องหมอกควันทางภาคเหนือ…ได้คะแนนไปอีกแบบเต็มๆ…

●● เป็น สส.ที่ไม่ทอดทิ้งประชาชน ภญ.นพวรรณ หัวใจมั่น และ พญ.น้ำฝน ไพรทอง แสดงความห่วงใยประชาชนย่านเขตบางเขน หากใครมีปัญหาเรื่องโรค COVID-19 มีเบอร์ติดต่อด่วน พร้อมเปิดช่องทาง Facebook อีกด้วย…ทำดีก็ต้องชมกัน…

●● ก่อนสิ้นปี ลานทิพย์ ทวาทศินไปเที่ยวทะเลที่เกาะพีพี ช่วงนี้ทะเลสวยงามมาก…

●● เมื่อวันคริสต์มาสที่ผ่านมา โต๋- ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร คุกเข่าขอ น้องไบรท์-พิชญทัฬห์ จันทร์พุฒ แต่งงาน หลังจากคบหาดูใจกันมา 9 ปี ในรายการ เรื่องเล่าข่าวเช้านี้ ทาง ทีวีสีช่อง 3 โดยไม่บอกกล่าวให้สาวเจ้ารู้ตัวมาก่อน…นับเป็นซีนหวานๆ ที่ทำให้คนดูพลอยน้ำตาซึม ด้วยความปลาบปลื้มกับ ว่าที่เจ้าสาวด้วย…ขอให้ชีวิตคู่มีความสุข และรักกันไปอย่างนี้นานๆ นะคะ!!…●●

บารอนเนส

สานต่อโครงการ ‘แบรนด์…พลังเลือดใหม่ ต่อพลังชีวิต’ ชวนคนรุ่นใหม่ส่งต่อพลังแห่งผู้ให้ด้วยการบริจาคโลหิต #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/541681

สานต่อโครงการ'แบรนด์...พลังเลือดใหม่ ต่อพลังชีวิต'  ชวนคนรุ่นใหม่ส่งต่อพลังแห่งผู้ให้ด้วยการบริจาคโลหิต

สานต่อโครงการ’แบรนด์…พลังเลือดใหม่ ต่อพลังชีวิต’ ชวนคนรุ่นใหม่ส่งต่อพลังแห่งผู้ให้ด้วยการบริจาคโลหิต

วันอังคาร ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

แบรนด์ซันโทรี่ ร่วมกับ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย สานต่อโครงการ“แบรนด์…พลังเลือดใหม่ ต่อพลังชีวิต2564” (BRAND’S Young Blood 2021)ต่อเนื่องเป็นปีที่ 20 เพื่อรณรงค์และเชิญชวนนักเรียน นิสิต นักศึกษา เริ่มต้นเป็นผู้ให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนด้วยการร่วมใจบริจาคโลหิต พร้อมแทคทีม “อเล็กซ์ เรนเดลล์” ดาราหนุ่มหัวใจเพื่อสังคมร่วมเชิญชวนคนรุ่นใหม่แสดงพลังแห่งการเป็นผู้ให้ด้วยการบริจาคโลหิตต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี

รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทยกล่าวว่า “สถานการณ์โลหิตของประเทศไทยในปัจจุบันนั้นพบว่าการบริจาคโลหิตยังไม่สม่ำเสมอแม้ว่าแต่ละปีจะสามารถจัดหาโลหิตได้เพิ่มมากขึ้นแต่ก็ยังคงขาดแคลนโลหิตบางช่วงเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีนี้ที่เกิดเหตุการณ์แพร่ระบาดของโรค COVID-19ส่งผลให้การบริจาคโลหิตลดน้อยลงมากจนเกิดวิกฤติโลหิตขาดแคลนเนื่องจากโรงพยาบาลทั่วประเทศมีภารกิจในการรับมือสถานการณ์แพร่ระบาดสถานที่ในการรับบริจาคโลหิตลดลงส่งผลให้ผู้บริจาคโลหิตประจำมีความกังวลไม่ต้องการเดินทางมาโรงพยาบาล เลี่ยงการเดินทางไปสถานที่ชุมชนเพราะกลัวได้รับเชื้อโรคดังกล่าว ในขณะที่ปริมาณการเบิกใช้โลหิตที่ผ่านมานั้นเพิ่มขึ้น 8-10% ทุกปี”

ด้วยเหตุนี้ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติจำเป็นต้องมีโลหิตสำรองเพื่อใช้ในกรณีฉุกเฉิน หรือเหตุการณ์ต่างๆที่ต้องการใช้โลหิตในกรณีเร่งด่วนอย่างน้อย 2-5 วัน และสำหรับปี 2564 มีเป้าหมายในการจัดหาโลหิตให้ได้ 2,600,000 ยูนิตซึ่งหนึ่งในกลุ่มเป้าหมายหลักที่เป็นผู้บริจาคโลหิตที่มีคุณภาพได้แก่กลุ่มนักเรียน นักศึกษา และเยาวชนเนื่องจากเป็นผู้ที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงและมีโลหิตที่มีคุณภาพ และเป็นกลุ่มที่สามารถบริจาคโลหิตได้อย่างต่อเนื่องยาวนาน จึงต้องมุ่งรณรงค์ให้กลุ่มเป้าหมายกลุ่มนี้เข้ามาเป็นผู้บริจาคโลหิตรายใหม่เพิ่มมากขึ้น ผ่านการร่วมมือกับพันธมิตร และการจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ต่างๆ เพื่อจัดหาโลหิตคุณภาพให้มีปริมาณเพิ่มขึ้น และเพียงพอต่อความต้องการใช้โลหิต”

นางมธุวลี สถิตยุทธการ ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัท แบรนด์ ซันโทรี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ด้วยความมุ่งมั่นที่จะมีส่วนร่วมในความรับผิดชอบต่อสังคมไทย และส่งมอบสิ่งดีๆ ให้กับส่วนรวมภายใต้ค่านิยม “Giving back to society” แบรนด์ ซันโทรี่ ประเทศไทยจึงได้ร่วมมือกับศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย สานต่อโครงการ “แบรนด์…พลังเลือดใหม่ ต่อพลังชีวิต2564” (BRAND’S Young Blood 2021)เพื่อรณรงค์ให้กลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษาแสดงพลังของคนรุ่นใหม่ด้วยการเริ่มเป็นผู้บริจาคโลหิต และกระตุ้นให้บริจาคโลหิตอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องทุก 3 เดือน พร้อมกับส่งเสริมให้เยาวชนเล็งเห็นถึงความสำคัญของการบริจาคโลหิตว่าเป็นเรื่องจำเป็น และเป็นหน้าที่ที่ทุกคนรับผิดชอบร่วมกัน โดยในปีนี้ได้ตั้งเป้าหมายโลหิตที่ได้รับบริจาคผ่านโครงการฯ จำนวน 80,000 ยูนิตทั่วประเทศ

 “การดำเนินกิจกรรมรณรงค์ของโครงการฯในช่วงระหว่างปี 2562-2563โครงการฯ ได้รับโลหิตจากการบริจาครวมทั้งสิ้น 71,017ยูนิต จากกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ร่วมแสดงพลังของผู้ให้โดยไม่หวังผลตอบแทน พร้อมกันนี้ยังได้มีการจัดการประกวดสื่อคลิปวิดีโอ และสื่อภาพนิ่ง (Infographic) เพื่อเชิญชวนให้ทุกคนเห็นความสำคัญของการบริจาคโลหิต โดยทีมที่ชนะเลิศการประกวดสื่อคลิปวิดีโอ ได้แก่ทีม New Bridge วิทยาลัยเทคโนโลยีสยามบริหารธุรกิจ และทีมที่ชนะเลิศการประกวดสื่อภาพนิ่ง (Infographic) ได้แก่ ทีม Blackswanวิทยาลัยเทคโนโลยีสยามบริหารธุรกิจเช่นกัน

สำหรับปีนี้ถือเป็นปีที่มีความพิเศษเนื่องจากเป็นปีที่โครงการฯ ก้าวเข้าสู่ปีที่ 20 ทางโครงการฯได้เตรียมกิจกรรมมากมายเพื่อสร้างการรับรู้ และกระตุ้นให้เกิดการบริจาคโลหิตในกลุ่มนักเรียน นักศึกษาในวงกว้างโดยได้รับเกียรติจาก “อเล็กซ์ เรนเดลล์” ดาราหนุ่มหัวใจเพื่อสังคมร่วมประชาสัมพันธ์โครงการฯ สำหรับกิจกรรมที่อยู่ภายใต้โครงการฯ ปี 2564นี้ ประกอบด้วย

 1.กิจกรรมรับบริจาคโลหิตในสถาบันการศึกษา

 2.กิจกรรมการประกวด ได้แก่ การประกวดสื่อภาพนิ่ง (Infographic)รณรงค์บริจาคโลหิตในหัวข้อ#brandsyoungbloodchallengeท้าเพื่อนบริจาคโลหิต” เปิดรับผลงานตั้งแต่วันที่1 มกราคม จนถึงวันที่10 พฤษภาคม 2564 การประกวดภาพถ่ายท้าประลองบริจาคโลหิต #brandsyoungbloodchallengeเป็นกิจกรรมที่ให้เยาวชนผู้บริจาคโลหิตได้เป็นส่วนหนึ่งในการรณรงค์เชิญชวนเพื่อนๆ ได้ร่วมบริจาคโลหิตและสร้างจิตสำนึกของการมีส่วนช่วยเหลือสังคมด้วยการเป็น “ผู้ให้” ทำความดีด้วยหัวใจโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ด้วยการถ่ายภาพหลังบริจาคโลหิต และโพสภาพลงในหน้าเฟสบุคของตัวเองพร้อมติดแฮชแท็ก#brandsyoungbloodchallenge และแท็กเพื่อน 5 คนและตั้งค่าโพสเป็นสาธารณะโดยสามารถร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่วันที่ 17 ธันวาคม 2563 ถึง 20 พฤศจิกายน 2564

 3.กิจกรรมบริจาคโลหิต“ให้รัก ให้ชีวิต”กิจกรรมรณรงค์เยาวชนคนรุ่นใหม่เริ่มต้นสิ่งดีๆ ด้วยการทำบุญผ่านการบริจาคโลหิตในช่วงเวลาตั้งแต่วันแห่งความรัก 14 กุมภาพันธ์ 2564จนถึงสิ้นปีเพื่อให้สามารถบริจาคโลหิตได้อย่างต่อเนื่องทุก 3 เดือนหรือปีละ 4 ครั้ง ส่งผลให้มีปริมาณโลหิตที่สม่ำเสมอเพียงพอแก่ผู้ป่วย

สำหรับนิสิต นักศึกษา สถาบันการศึกษาที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมบริจาคโลหิต และต้องการร่วมโครงการประกวดจัดทำสื่อภาพนิ่งสามารถดาวน์โหลดใบสมัครและติดตามรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์www.blooddonationthai.com
และ http://www.brandsworld.co.th หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ฯ โทร.02-255-4567, 02-263-9600 ต่อ 1752และ1753

บิวตี้ กิฟท์ เซ็ต ไอเท็มต้องมี สำหรับช่วงเทศกาลส่งความสุข #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/541688

บิวตี้ กิฟท์ เซ็ต ไอเท็มต้องมี  สำหรับช่วงเทศกาลส่งความสุข

บิวตี้ กิฟท์ เซ็ต ไอเท็มต้องมี สำหรับช่วงเทศกาลส่งความสุข

วันอังคาร ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

                ในช่วงเทศกาลส่งความสุขนี้ สยามเซ็นเตอร์ เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์ ขอชวนสาวๆมาเลือกบิวตี้กิฟท์เซ็ต ทั้งเมคอัพ สกินแคร์ เพื่อบำรุงผิวและแต่งแต้มสีสันของวงหน้าให้สวยเฉิดฉายพร้อมไปสังสรรค์ปาร์ตี้ หรือจะเป็นลุคสบายๆเบาๆในวันทำงาน โดยสยามเซ็นเตอร์ได้คัดสรรบิวตี้กิฟท์เซ็ตที่เชื่อว่าต้องโดนใจสาวๆมาให้เลือกแล้ว ซึ่งทั้งหมดมีจำหน่ายที่สยามเซ็นเตอร์ แหล่งรวมแบรนด์บิวตี้ชั้นนำและแฟลกชิปสโตร์ที่มากที่สุดใจกลางเมือง อาทิ

                Shiseido 2020 Holiday Collection กับ Shiseido KajalInkArtist ดินสอเขียนขอบตา 3 เฉดสีใหม่ Royal Rouge ,Golden Gift และ Meiji Bronze Limited Editionโทนสีเมทัลลิกรับฮอลิเดย์ให้คุณสนุกกับการสรรสร้างลุคการแต่งตาได้ในแบบของคุณ สามารถใช้ได้ทั้งเขียนขอบตาหรือแต่งแต้มบนเปลือกตาพิเศษ Holiday Collection set นี้ได้ร่วมกับ NoritakaTatehana ศิลปินชั้นนำร่วมสมัยชาวญีปุ่น ที่มีชื่อเสียงในเรื่องการผสานวิสัยทัศน์ระหว่างวัฒนธรรมญี่ปุ่นโบราณกับอารมณ์ร่วมสมัยของโลกถ่ายทอดลงบนแพคเกจโทนสีแดง ทอง ดำ สื่อถืงภาพความงดงามของขนบธรรมเนียมญี่ปุ่นดั้งเดิมในรูปแบบใหม่ได้อย่างลงตัว

อีกหนึ่ง set ของขวัญที่สาวๆต้องร้องว้าว กับ Sephora Wild Wishes Blockbuster Makeup Palette (Limited Edition Holiday 2020)เมคอัพพาเลตต์ที่มาพร้อม 86 เฉดสีเนื้อแมทต์ ชิมเมอร์ กลิตเตอร์ ช่วยให้สาวๆครีเอตหลากลุคหลากมิติได้เต็มที่ ไล่เรียงตั้งแต่สีนู้ดไปจนถึงสีสันจัดจ้านที่สุดเพิ่มมิติให้ผิว ดวงตา คิ้ว และปาก ไม่ว่าจะแต่งสไตล์ใดก็ตาม เมคอัพดีแล้วอุปกรณ์ก็ต้องดีด้วย ไม่ควรพลาด Wild Wishes Makeup Brush Set (Limited Edition Holiday 2020)เซ็ตแปรงสำหรับดวงตาและผิวหน้าทั้งหมด 4 ชิ้นช่วยให้คอมพลีตลุคเมคอัพหลากรูปแบบและช่วยเติมสีสันบนดวงตาแบบครบในเซ็ตเดียว

บำรุงผิวพรรณต่อเนื่องกันด้วยเซ็ตผลิตภัณฑ์บำรุงผิว Supreme+ Holiday 19 Skincare Set Limited Edition จากเอสเต ลอเดอร์ เพิ่มประสิทธิภาพของผิวอ่อนเยาว์ด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ และเนื้อครีม Moringa Extract เนื้อครีมเนียนละมุนบางเบาเพื่อสาวเอเชียโดยเฉพาะ มาในเซ็ตสวยหรูประกอบด้วย Supreme+ Power Soft Crème ,Advanced Night Repair Serum , Supreme+Eye Balm และ Perfectly Clean Cleanser  ในส่วนของ Kiehl’s มาพร้อมกับผลิตภัณฑ์บำรุงผิวรุ่นขายดีที่สุด  Calendula Herbal-Extract Toner โทนเนอร์ดอกคาเลนดูล่าปราศจากแอลกอฮอลล์ ให้ความชุ่มชื้นสดชื่นสบายผิวทันทีหลังใช้ ลดรอยแดงจากสิว บรรจุในแพคเกจลิมิเต็ด เอดิชั่น ผลงานการสร้างสรรค์จาก ไมเต้ ฟรองชี นักออกแบบและวาดภาพประกอบชื่อดังระดับโลก จำลองบรรยากาศหน้าร้านคีลส์แห่งแรกมาไว้ที่บรรจุภัณฑ์

บำรุงริมฝีปากกับ Nars  Afterglow Lip BalmSET เนื้อบาล์มโปร่งใสสูตรเจือสีชุดพิเศษมีจำนวนจำกัดกับ 4 เฉดสีแบบฉบับประจำแบรนด์ซึ่งได้รับความนิยมไม่เสื่อมคลาย ประกอบด้วยสีชมพูลูกพีชเนื้อใสเป็นเงางามเจือชิมเมอร์ประกายทองของ Orgasm ในขนาดปกติ พร้อมด้วย 3 ลิปบาล์มเนื้อใสเป็นเงางามในขนาดมินิ ประกอบด้วยสีกุหลาบหม่นของ Dolce Vita, สีเนื้ออมม่วงชมพูของ Fast Lane และสีบรอนซ์ระยับแสงของ Laguna ทุกเฉดสีผสมสูตรร่วมกับ Monoï Hydrating Complex ส่วนผสมเชิงซ้อนมอบความชุ่มชื่นผ่านสัมผัสสบายผิว ฟื้นบำรุงผิวริมฝีปากให้นุ่มเนียน ละมุนละไม

                มาสนุกไปกับการเลือกซื้อ Beauty Gift Set เพื่อมอบเป็นของขวัญให้เพื่อนหรือจะเลือกเป็นของขวัญให้ตัวเอง ก็สามารถมาเลือกสรรแบบครบหมดจบในที่เดียวกับหลากไอเท็มบิวตี้แบรนด์ชั้นนำได้แล้ววันนี้ที่สยามเซ็นเตอร์ เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์ เดสติเนชั่นที่รวมสุดยอดแบรนด์เครื่องสำอางไว้ครบครันมากที่สุดสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.0-2658 – 1000 ต่อ 3500

ทิสโซต์ ที-มาย เลดี้ (TISSOT T-My Lady) #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/541687

ทิสโซต์ ที-มาย เลดี้ (TISSOT T-My Lady)

ทิสโซต์ ที-มาย เลดี้ (TISSOT T-My Lady)

วันอังคาร ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ทิสโซต์ (TISSOT) เผยโฉมเรือนเวลาสำหรับผู้หญิงยุคใหม่ “ทิสโซต์ ที-มาย เลดี้ (TISSOT T-My Lady)” เปิดตัวมาในระบบออโตเมติก (ราคา 29,500บาท) และควอทซ์ (ราคา 14,900บาท) พร้อมด้วยตัวเรือนสตีล ขนาดหน้าปัด 29 มิลลิเมตร เคลือบด้วยกระจกหน้าปัดคริสตัลแซฟไฟร์ ป้องกันการขีดข่วน และช่วยให้ทุกการมองเห็นชัดเจนสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้นด้วยเครื่องหมายบอกชั่วโมงแบบแอพพลิเก้ (Appliqué) พร้อมทั้งยังสามารถกันน้ำลึกได้ถึง 100  เมตร หรือ 10 ATM บรรจุมาในกล่องเหล็กสีหลักของแบรนด์ พร้อมสายรัดข้อมือ  2 แบบ ทั้งสายเหล็กและสายหนังซึ่งสามารถ
ถอดเปลี่ยนได้ ซึ่งมีให้เลือกถึง 8 สีด้วยกัน

ร่วมสัมผัสเรือนเวลาแห่งนวัตกรรมสวิสได้แล้ววันนี้ที่เคาน์เตอร์ทิสโซต์ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศหรือร้านค้าออนไลน์อย่างเป็นทางการที่ Lazada: Tissot Flagship Store https://bit.ly/2KzaLqA, Shopee: Tissot Official Store https://bit.ly/2LXCBhf, Robinson Online: https://www.robinson.co.th/en/tissot สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.tissotwatches.com  โทร. 02-610-0200 หรือ Line Official Account: @Tissot_TH และ Facebook : https://www.facebook.com/TissotTh

ปักหมุด เทศกาลประดับไฟฤดูหนาว 2564 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/541672

ปักหมุด เทศกาลประดับไฟฤดูหนาว 2564

ปักหมุด เทศกาลประดับไฟฤดูหนาว 2564

วันอังคาร ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ สิงห์ปาร์ค เชียงราย ปลุกความเชื่อมั่นเชียงรายเที่ยวได้ ปลอดภัยไกลโควิด-19 พร้อมสร้างบิ๊กโปรเจ็กต์ต้อนรับปีใหม่กับ “เทศกาลประดับไฟฤดูหนาว 2564”  หรือ Village of Illumination 2021 ครั้งแรกในไทยใหญ่ที่สุดในเอเชีย ณ ไร่สิงห์ปาร์ค เชียงราย โดยเนรมิต 7 โซนจัดแสดง บนพื้นที่กว่า 100 ไร่ ที่มีการผสมผสานเรื่องของศิลปะ ดนตรี ดิจิทัล และเทคโนโลยีเข้าไว้ด้วยกัน ท่ามกลางบรรยากาศ ในฤดูหนาวของสิงห์ปาร์ค เชียงรายให้อบอวลไปด้วยความอบอุ่นจากดวงไฟกว่าหนึ่งล้านดวง ภายใต้แนวคิด ปรากฎการณ์จากฟากฟ้า หรือ Falling from the sky ซึ่งจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 14 กุมภาพันธ์ 2564 

เตรียมปักหมุดรอกับ “เทศกาลประดับไฟฤดูหนาว 2564”  ณ ไร่สิงห์ปาร์ค เชียงราย  บัตรราคา 200-250 บาท  สำหรับคนภาคเหนือราคาพิเศษ 150 บาท*  เวลาในการเข้าชมงาน 18:00-22:00 น. ซื้อบัตรได้แล้ววันนี้ที่ LINE : @illumination2021 หรือ โทร. 083 989 6926  รายละเอียดเพิ่มเติม FB: Villageofillumination / IG : Village_of_illumination 

ซีรีส์ ‘Gen Y The Series วัยรุ่นวุ่นYรัก’ ตอนที่ 8 ‘ความจริงในใจ’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/542009

ซีรีส์ ‘Gen Y The Series วัยรุ่นวุ่นYรัก’ ตอนที่ 8 ‘ความจริงในใจ’

ซีรีส์ ‘Gen Y The Series วัยรุ่นวุ่นYรัก’ ตอนที่ 8 ‘ความจริงในใจ’

วันอังคาร ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 18.01 น.

มาร์ค (คิมม่อน – วโรดม เข็มมณฑา) มาง้อ กิจ (คอปเตอร์ – ภานุวัฒน์ เกิดทองทวี) ถึงห้องและชวนกิจ ไปฟังเพลงในงานเดือนหนาวดาวอุ่น ในขณะที่ วายุ (บาส – สุรเดช พินิวัตร์) หัวหมุนกับ แจ๊ค (เจ็ท – เจษฎากร บัณฑิต), โก้ (เจมส์ – กษม กาญจนวัฒนา) ที่ยังตามจีบ และพยายามกีดกัน หมอธนู (ดุล – ดุล ร่มจำปา) ให้ออกห่างจากวายุ

ภายในงานเดือนหนาวดาวอุ่น ในบรรยากาศนั่งฟังเพลงกลางสวน มาร์ค และ วายุ ร้องเพลงบอกความในใจ กิจรับรู้ความรักของมาร์คและเริ่มเปิดใจยอมรับในที่สุด กิจพูดเตือนธนูที่เข้ามาใกล้ชิดวายุเพราะมีเหตุผลบางอย่าง! กิจเป็นห่วงว่าธนูจะทำให้วายุเจ็บซ้ำอีกครั้ง!  ในขณะเดียวกันความบาดหมางของ ธนู กับ พัดโบก (จูเนียร์ – รณกร สุนทรนนท์) ก็รุนแรงขึ้น เมื่อพัดโบก มาหาเรื่องวายุถึงคณะ และธนูออกมาปกป้องจนเจ็บตัว ความรู้สึกดีๆ ที่เริ่มก่อตัวขึ้นระหว่างธนูและวายุจะเป็นอย่างไรต่อไป?

ธนูจะกล้าเปิดเผยความจริงกับวายุหรือไม่? ติดตามชม ซีรีส์ ‘Gen Y The Series วัยรุ่นวุ่นYรัก’ ตอนที่ 8 ใน วันพุธที่ 30 ธันวาคม เวลา 22.50 น. ทางช่อง 3 กด 33 และดูออนไลน์พร้อมกันทั่วโลกได้บนแอปพลิเคชัน iQIYI (อ้ายฉีอี้) และเว็บไซต์ iQ.com เวลา 23.20 น. เป็นต้นไป

‘ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน’ ตอน ‘ทัศนศึกษามรณะ ปริศนาสีแดงก่ำ’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/542007

‘ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน’ ตอน ‘ทัศนศึกษามรณะ ปริศนาสีแดงก่ำ’

‘ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน’ ตอน ‘ทัศนศึกษามรณะ ปริศนาสีแดงก่ำ’

วันอังคาร ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 17.45 น.

พร้อมให้แฟน ๆ ได้สนุกกันอีกครั้ง กับการไขปริศนาครั้งใหม่ ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน ทัศนศึกษามรณะ (ภาคสีแดงก่ำ – ภาคความรักสีแดง) Detective Conan : The Scarlet School Trip ที่เกิดขึ้นระหว่างการทัศนศึกษาของชินอิจิ และรัน เมื่อทีมงานและนักแสดงภาพยนตร์ “ชูร่าเท็งงูสีแดง” ต้องเผชิญกับรหัสลับปริศนาแห่งความตายจนใคร ๆ ก็ผวา

บริษัท ทีไอจีเอ เอนเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด และ บริษัท เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้เปิดตัวรอบ ไทยแลนด์ กาล่า พรีเมียร์ ณ เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า ศูนย์การ์ค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เพื่อเปิดโอกาสให้สื่อมวลชน และเหล่าแฟนๆ ได้ร่วมชมภาพยนตร์อนิเมชั่นสุดเจ๋ง ก่อนจะเข้าฉายจริง  3 มกราคม 2564 บรรยากาศภายในงาน เต็มไปด้วยเหล่าแฟนคลับ ที่พร้อมใจกันมาร่วมไขปริศนาครั้งใหม่ และพิสูจน์ความเป็นแฟนพันธุ์แท้  เพราะช่วงท้ายของการรับชมภาพยนตร์มีกิจกรรมให้แฟน ๆ ได้ฟิน ได้ร่วมสนุกลุ้นรับของรางวัลออฟฟิเชียลสุดพิเศษจากภาพยนตร์มาแจกมากมาย นอกจากนี้ยังมีมาสคอตตัวละครจากยอดนักสืบจิ๋วโคนัน ที่ออกมาโชว์ตัวกับแฟนๆ เชิญชวนให้มาชมภาพยนตร์กันอย่างสนุกสนาน

ส่งท้ายงานเปิดตัวภาพยนตร์อย่างเป็นทางการ นำทีมโดย คุณสิทธิชัย รุจิภาสกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีไอจีเอ เอนเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด และ คุณสุพัฒน์ งามวงศ์ไพบูลย์ ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ก่อนจะนำแฟน ๆ และสื่อมวลชน ไปร่วมไขปริศนารหัสลับพร้อมกัน ที่แต่ละฉากของภาพยนตร์ทำเอาแฟนๆ ลุ้นจนตาไม่กระพริบ

นอกจากจะได้เห็นวิวัฒนาการความรักระหว่างชินอิจิและรัน ที่เบ่งบานในระหว่างสืบคดีแล้ว ยังได้ลุ้นระทึกไปกับปริศนารหัสลับ ที่ไม่รู้ว่าเป็นฝีมือของคนหรือปีศาจกันแน่ ถึงได้มีวิธีการที่แยบยลและน่าสยดสยองขนาดนี้ และนอกจากนี้ ยังได้พบกับการร่วมมือครั้งสำคัญของ “คุโด้ ชินอิจิ” และ “ฮัตโตริ เฮย์จิ” ที่มีให้แฟนๆ ได้ชมและลุ้นระทึกไปด้วยกัน  แต่ท้ายที่สุด ปริศนาสีแดงก่ำนี้จะจบลงอย่างไร รวมถึงเรื่องราวความรักที่กำลังเบ่งบานของชินอิจิและรันจะสวยสดใสแค่ไหน ติดตามได้ใน ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน ทัศนศึกษามรณะ (ภาคสีแดงก่ำ – ภาคความรักสีแดง) Detective Conan: The Scarlet School Trip

3 มกราคม 2564 นี้ ที่โรงภาพยนตร์ในเครือ SF Cinema เท่านั้น!