‘MARATHON CONCERT FEST’ เทศกาลคอนเสิร์ตที่รวม 16 คอนเสิร์ตไว้บนเวทีเดียว ยาวต่อเนื่อง 2 วันเต็ม! #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บันเทิง – ‘MARATHON CONCERT FEST’เทศกาลคอนเสิร์ตที่รวม 16 คอนเสิร์ตไว้บนเวทีเดียว ยาวต่อเนื่อง 2 วันเต็ม! (naewna.com)

'MARATHON CONCERT FEST'เทศกาลคอนเสิร์ตที่รวม 16 คอนเสิร์ตไว้บนเวทีเดียว ยาวต่อเนื่อง 2 วันเต็ม!

‘MARATHON CONCERT FEST’เทศกาลคอนเสิร์ตที่รวม 16 คอนเสิร์ตไว้บนเวทีเดียว ยาวต่อเนื่อง 2 วันเต็ม!

วันพุธ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 14.29 น.

สร้างประสบการณ์ใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนให้แฟนเพลงเสมอ สำหรับG FESTแบรนด์ครีเอทีฟ DNA ของนักดนตรีตัวจริงหน่วยงานภายใต้GMM SHOW (จีเอ็มเอ็มโชว์)ในเครือ GMM GRAMMY (จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่)เตรียมจัดเทศกาลคอนเสิร์ตครั้งแรกของเมืองไทยในอารีน่าฮอลล์ที่ใหญ่ที่สุด ในเทศกาลคอนเสิร์ตTHE CONCERT APPLICATION presentsMARATHON CONCERT FEST”ครั้งแรกในการจัดงานเทศกาลคอนเสิร์ตในฮอลล์ที่จัดเต็มโปรดักชั่น จัดหนักLine up ศิลปิน จัดยาวที่สุดกับเพลงสุดมันตลอด8 ชั่วโมงเต็มต่อวันจากโชว์ของ16 วงดนตรีชั้นนำของประเทศ พร้อมระเบิดความมัน 2 วันต่อเนื่อง โดยจัดให้วันแรกเป็นคิวของ“บอดี้สแลม, บิ๊กแอส, เคลียร์,ลาบานูน,พาราด็อกซ์, เดอะเยอร์ส, ทรีแมนดาวน์, ทิลลี่ เบิร์ดส์”และวันที่สองกับ“ค็อกเทล,โลโมโซนิก, หนุ่ม กะลา,ปาล์มมี่,โปเตโต้, สล็อตแมชชีน, สวีทมัลเล็ต,ไททศมิตร”ที่แต่ละวง ได้ซักซ้อม ดีไซน์โชว์ให้ออกมาในระดับเดียวกับคอนเสิร์ตเดี่ยวของตัวเอง เพื่อให้แฟนเพลงทุกคนได้สนุกกันอย่างต่อเนื่องไม่มีหยุด พร้อมระเบิดความมันไปด้วยกันในวันเสาร์ที่ 13 และวันอาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2564ณ อิมแพค อารีน่า เมืองทองธานีอารีน่าฮอลล์ระดับโลกที่ศิลปินชั้นนำทั้งไทยและต่างประเทศ จะต้องมาเยือนเพื่อการันตีความสำเร็จ!!

มาวัดพลังความมันในตัวเอง และก้าวข้ามขีดจำกัดในการชมคอนเสิร์ตแบบเดิมๆ เข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในเทศกาลคอนเสิร์ต THE CONCERT APPLICATION presentsMARATHON CONCERT FEST”กับ 16 วงดนตรีชั้นนำครั้งแรกของเมืองไทยในอารีน่าฮอลล์ที่ใหญ่ที่สุดครั้งนี้ไปด้วยกันในวันเสาร์ที่ 13 และวันอาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2564 ทั้ง 2 รอบการแสดง ณ อิมแพค อารีน่า เมืองทองธานีเริ่มจองบัตรเข้าร่วมงานครั้งนี้ได้ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 9 มกราคม 2564เวลา 10.00 น.เป็นต้นไปทางApplication The Concert หรือ www.theconcert.comบัตรนั่งราคา 1,200 / 1,500 / 1,800 / 2,500 บาท และ 3,000 บาทบัตรเข้าชมคอนเสิร์ต 1 ใบ / รอบการแสดง และสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่www.concert-fest.com,https://www.facebook.com/geniefestival#GMMshow#GFEST

เจ้าชู้ไม่หยุด! ‘หนุ่ม-ศรราม’ แรงตัวพ่อ หวังเครม ‘ไอซ์-อมีนา’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บันเทิง – เจ้าชู้ไม่หยุด! ‘หนุ่ม-ศรราม’แรงตัวพ่อ หวังเครม ‘ไอซ์-อมีนา’ (naewna.com)

เจ้าชู้ไม่หยุด! 'หนุ่ม-ศรราม'แรงตัวพ่อ หวังเครม 'ไอซ์-อมีนา'

เจ้าชู้ไม่หยุด! ‘หนุ่ม-ศรราม’แรงตัวพ่อ หวังเครม ‘ไอซ์-อมีนา’

วันพุธ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 14.27 น.

แรงดีไม่มีตก! สำหรับละครจัดจ้านผัวๆเมียๆ “บังเกิดเกล้า” ช่องอมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง34 ละครน้ำดีที่เป็นมากกว่าละคร พร้อมสอดแทรกปัญหาสังคมและครอบครัวเป็นกระแสปากต่อปากชวนคนมาดูกันสนั่นหน้าจอ โดยเฉพาะฝีมือการแสดงของนักแสดงเจ้าบทบาท “หนุ่ม-ศรราม” ที่ตอนนี้ร้ายจนคนดูเกลียดกันทั้งประเทศ โดนกฐินผ้าป่า รถทัวร์ คอมเม้นท์ด่ากันทั้งโลกโซเชี่ยล ล่าสุดเตรียมพบกับฉากเด็ดเจ้าชู้ตัวต่อของ ชัชรินทร์ (หนุ่ม-ศรราม) ผัวตัวแสบ ที่มีแผนการสุดลึกลับขอเข้ามาอยู่บ้านสวนของศรีภรรยา สุขสม (ป๊อก-ปิยธิดา) เพื่อเข้ามาพักฟื้นหลังถูกเมียใช้กระถางต้นไม้ทุบขา จนขาเดี้ยงเข้าโรงพยาบาล อาสามาพักรักษาตัวที่บ้านสวน เพื่อมาช่วยดูบัญชีกิจการธุรกิจค้าที่ดินของแม่ยาย นางสม (ตุ๊ก-เดือนเต็ม) งานนี้เสือไม่สิ้นลายอย่าง ชัชรินทร์ ขอเพิ่มดีกรีเจ้าชู้ปลาไหลใส่สเก็ต ตามมาเลื้อยน้องเมีย สายสนม (ไอซ์-อมีนา) ที่เคยแอบชอบมาตั้งแต่สมัยอดีต เรียกได้ว่าอ่อยเบอร์แรงหวังเครมน้องเมีย พร้อมฮุบกิจการนายหน้าค้าที่บ้านของบ้านเมีย แบบรวบตึงทั้งพี่ทั้งน้อง แต่ในที่สุดเมียตัวจริงรู้สึกเอะใจในพิรุธของสามีเลยวนรถกลับมาเจอช็อตเด็ด สามีกำลังจะลวนลามน้องเมียคาห้องทำงาน

ติดตามความตื่นเต้นเร้าใจของครอบครัวสุดป่วน ในละครสะท้อนสังคม ดาร์กคอมเมดี้ “บังเกิดเกล้า” คืนวันเสาร์อาทิตย์ที่ 5-6 ธันวาคม 2563ทางช่อง อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง34 (หลังรายการทุบโต๊ะข่าว) หรือรับ ชมละคร “บังเกิดเกล้า” ย้อนหลังได้ทันที ผ่าน 2 ช่องทาง ที่ www.amarintv.com/บังเกิดเกล้า  และ YouTube Channel AMARIN TV

‘ตูมตาม ยุทธนา’ เคลียร์ถูกมองใช้เต้าไต่ ควง “ตั๊กแตน ชลดา” และ “นก พงศกร” เล่าเรื่องราวสนุกๆหลังกอง ภ. #อีหล่าเอ๋ย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บันเทิง – ‘ตูมตาม ยุทธนา’ เคลียร์ถูกมองใช้เต้าไต่ ควง “ตั๊กแตน ชลดา” และ “นก พงศกร” เล่าเรื่องราวสนุกๆหลังกอง ภ. #อีหล่าเอ๋ย (naewna.com)

'ตูมตาม ยุทธนา' เคลียร์ถูกมองใช้เต้าไต่  ควง “ตั๊กแตน ชลดา” และ “นก พงศกร” เล่าเรื่องราวสนุกๆหลังกอง ภ. #อีหล่าเอ๋ย

‘ตูมตาม ยุทธนา’ เคลียร์ถูกมองใช้เต้าไต่ ควง “ตั๊กแตน ชลดา” และ “นก พงศกร” เล่าเรื่องราวสนุกๆหลังกอง ภ. #อีหล่าเอ๋ย

วันพุธ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 14.25 น.

หลังจากเปิดสำมะโนครัวว่าเป็นนักแสดงอิสระ ตูมตาม ยุทธนา กลายเป็นพระเอกเนื้อหอมทั้งในจอแก้วและจอเงินทีเดียว ล่าสุดขึ้นแท่นเป็นพระเอกหนังครั้งแรกในชีวิตที่เจ้าตัวได้มาโชว์ลูกคอร้องเพลง เต้ยสาวจันทร์กั้งโกบ ประกอบภาพยนตร์เรื่อง อีหล่าเอ๋ย ในรายการ ต้มยำอมรินทร์ ผลิตโดย CHANGE2561 สำหรับหนังเรื่องนี้ของ ตูมตาม นั้นเจ้าตัวได้มานั่งเคลียร์ถึงข่าวที่ถูกมองใช้เต้าไต่ จากนักร้องเวทีประกวดสู่การเป็นพระเอกหนัง พร้อมควงแขนคนสนิท “ตั๊กแตน ชลดา” และ “นก พงศกร” เล่าเรื่องราวสนุกๆหลังกองถ่ายภาพยนตร์ อีหล่าเอ๋ย

ถาม สำหรับภาพยนตร์เรื่อง อีหล่าเอ๋ย เป็นเรื่องแรกที่ ตูมตาม รับบทเป็น พระเอกหนัง

ตูมตาม : ใช่ครับ เป็นจอเงินเรื่องแรกของผมเลยที่เป็นพระเอก เรื่อง อีหล่าเอ๋ย เป็นคำที่ใช้เรียก ลูกสาว น้องสาว คนรัก ที่คนทางภาคอีสาน เขาใช้กัน ซึ่งหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องราวของคนอีสาน และ เป็นเรื่องจริงด้วยครับที่คนอีสาน หรือ กลุ่มคนต่างจังหวัดทุกคนที่เข้ามาทำงานใน กรุงเทพฯ หาเงินสร้างฝันเพื่อทำให้ชีวิตของพวกเราดีขึ้น แต่ในระหว่างทางพวกเราก็ต้องฝ่าอุปสรรคต่างๆเพื่อเอาตัวรอด จะมีบรรยากาศคนต่างจังหวัดเหมือนกัน ใช้ชีวิตเหมือนกัน เป็นสังคมอีกด้านหนึ่งที่บางทีเราจะได้เห็นได้เล่าเรื่องอีกด้านหนึ่ง

ตั๊กแตน ชลดา : คือมันเป็นเรื่องจริง เวลาส่วนใหญ่คนหาเช้ากินค่ำจะไม่มีเงิน แต่ก็ใช้วิถีชีวิตที่ว่ามันไม่ได้มีแค่เศร้า มุมที่ทุกข์ แต่ว่ามุมสุขเล็กๆตรงนั้นมันมีอยู่เยอะ แต่ว่าบางคนอาจจะนึกไม่ถึง ก็เลยนำเอามุมตรงนั้นมาตีแผ่เป็นภาษาอีสานมุกก็จะแบบภาษาอีสาน แต่ว่าไม่ได้เป็นมุกที่ลึกมากจนคนดูแล้วไม่เข้าใจนะคะ หนังเป็นแนวโรแมนติก – คอมเมดี้

ถาม ตูมตาม อยู่วงการมาขนาดนี้ ทำไมถึงเพิ่งได้มาเป็นพระเอกหนัง

ตูมตาม : จริงๆแล้วผมเพิ่งได้ออกมาดูแลตัวเองเป็นฟรีแลนด์ด้วยแล้วก็ในโอกาสในการรับงานที่มันหลากหลายขึ้น เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อ 3 ปีก่อน แล้วก็เริ่มเล่นหนังอะไรมาเรื่อยๆเริ่มต้นที่ผมเล่นหนังครั้งแรกผมเริ่มต้นเข้ามาเล่นเป็นตัวอื่นๆก่อน จนครั้งนี้ได้มาเป็นพระเอกเลยค่อยๆแบบเต้าไต่จริงๆ (หัวเราะ)

ถาม ในเรื่องรับบทเป้นอะไรบ้าง

ตูมตาม : รับบทเป็น พง

นก พงศกร : รับบทเป็น บักหำ

ตั๊กแตน ชลดา : รับบทเป็น เจ๊เขียว เป็นพี่สาวของ อีหล่า (น้องไข่มุก) เรามาเป็นสาวโรงงานทำงานด้วยกัน เป็นสองครอบครัว ในเรื่องเราเป็นคนที่รักแฟนมากขี้หึง เป็นคนที่แบบว่ามั่นใจ แล้วก็แต่งตัวเก่งที่สุดในโรงงาน แต่ไม่ค่อยเข้ากันเท่าไหร่ แต่ว่าคิดว่าฉันสวยแบบนี้ แล้วก็ขี้โวยวาย ซึ่งในเรื่องแฟนเรา (บักหำ) ไม่เจ้าชู้เลยกลัวเราด้วยซ้ำ

ตูมตาม : ไข่มุก จะเป็นเหมือนสาวโรงงานที่มาทำงาน พอเรามาแสดงหนังเรื่องนี้เราก็รู้สึกเซอร์ไพรส์เหมือนกันที่เขามาทำงานเขาก็ไม่ได้อยากจะทำงานแบบนั้นอยู่ตลอดนะครับ เขาก็มีความฝันที่อยากมีชีวิตที่ดีกว่า เขาก็จะดิ้นรนหาหนอาชีพเสริมกัน

ถาม เพลงประกอบหนังก็คือ เต้ยสาวจันทร์กั้งโกบ เห็นว่าเพลงนี้เป็นเพลงที่เจ้าของลิขสิทธิ์หวงมาก

ตูมตาม : คือเราเป็นเจนใหม่ๆแล้ว เราก็ยังได้ยินเพลงนี้ผมได้มีโอกาสมาร้องเพลง เต้ยสาวจันทร์กั้งโกบ ใหม่ตอนแรกผมรู้สึกว่า ทำไมเขาถึงอยากให้ร้องเพลงนี้มากจังเลยเพราะอะไร พอเราได้ไปศึกษาประวัติเพลงนี้จาก ป๋าเอกชัย เล่าให้ฟังว่าเพลงนี้เมื่อ 30 ปีก่อนคือเพลงดังระดับโลกก็ว่าได้ เพราะคือเพลงหมอลำเพลงเดียวที่ขึ้นไปร้องคู่กับพี่เบิร์ด ธงไชย ในเวทีคอนเสิร์ต ซึ่งถ้าเป็นสมัยนี้คงเป็นหลักหลายร้อยล้านวิว

ถาม ในหนังเรื่องนี้มีนักร้องโด่งดังแล้วยังมี ตัวพ่อของหมอลำ ที่โด่งดังมากในภาคอีสาน ที่งานแน่นมาก

นก พงศกร ไม่ได้ขนาดนั้นครับ วงของผม คือ วง หมอลำนามวิหค นก พงศกร ครับ ในวงจะมีแดนซ์เซอร์ 2 ทีมคนที่อยู่ในวงทั้งหมด 100 ชีวิต เวลาเราไปงานรถทั้งหมดที่ไปคือ 15 คัน รถบัสมี 4 คันครับ เสื้อผ้าจะเป็นรถสิบล้อต่างหาก      หมอลำ จะเป็นศิลปะของคนอีสาน สมัยก่อนไม่ค่อยมีอะไรแบบนี้เท่าไหร่ครับ แต่พอมาสมัยนี้ ก็ต้องมีอะไรเสริมเข้ามานิดหน่อยเพื่อให้เข้ากับสมัยนี้ ให้มี มุก มีความขำเข้ามาช่วย คล้ายๆกับ เดอะมิวสิคัล

ถาม แต่ในเรื่องนี้ ตั๊กแตน เกือบจะไม่รับเล่นเรื่องนี้

ตั๊กแตน : ต้องบอกแบบนี้ค่ะ เพราะเมื่อก่อนคอนเสิร์ตเยอะมาก คิวงานแน่นมาก หนังเรื่องไหนที่ติดต่อมา แตน ก็จะไม่ค่อยเล่นเพราะเรากลัวที่จะไม่มีคิวให้เขาเพราะคิวเราแน่นอยู่แล้ว แล้วบังเอิญหนังเรื่องนี้ถ่ายช่วงที่ โควิด มาพอดี แล้วเป็นช่วงที่คอนเสิร์ตยกเลิกหมดทั่วประเทศเพราะเขาห้ามจัดงานเลยเป็นความโชคดีของเราก็เลยรับเลย ดีใจมากตอนนั้นที่ได้เล่นเรื่องนี้ แล้วพอได้เล่นคือ ดีใจมากแล้วชอบเพราะมันแตกต่างจากงานที่เราทำอยู่มันได้ลองทำสิ่งใหม่ๆ ตอนแรกเราก็คิดว่าเราจะทำได้ไหม แต่กับเป็นว่าเราทำได้

ถาม แปลว่าสำหรับหนังเรื่องนี้เป็นการมารวมตัวกันครั้งแรกเป็นยังไงบ้าง

ตูมตาม : เป็นการสนิทกันอย่างรวดเร็วมากครับ อย่างบอกไม่ถูกด้วยความที่เราเป็นคนอีสานด้วยกัน พี่แตน เป็นคนที่เขาก็มีสายงานของเขา ผมก็มีสายงานของผม นก เขาก็มีสายงานของเขาแต่ว่าสิ่งที่ผูกพันกันโดยง่ายเพราะเราเป็นคนอีสานเหมือนกัน ทำให้เกิดความผูกพัน สนุกสนานมากๆเลย ทำให้ทุกคนมีความสุขกับการมาถ่ายหนังมาก ซึ่งคนที่คัดเลือกเรามาเล่นหนังเรื่องนี้ คือ พี่เอกชัย ศรีวิชัย ครับ

ถาม แต่ พี่เอกชัย เป็นคนคนใต้ แต่มาทำภาพยนตร์ของคนอีสาน

ตั๊กแตน ชลดา : ทุกคนจะยิ่งงง  !!  ว่าทำได้ยังไงแม้แต่นักแสดงอย่างเรายังนั่งงงเลยว่าคำศัพท์ลึกๆเกี่ยวกับภาษาอีสานพี่เอก แกรู้มากกว่าพวกเราอีก

ตูมตาม : และซึ่ง ป๋าเอก เขามีความซีเรียสกับวัฒนธรรมมากๆ เขาเลยสอดแทรกเข้ามาในหนังเรื่องนี้เยอะมากครับ

ตั๊กแตน : ส่วนของ ไข่มุก คือ น่ารักมาก

ตูมตาม : อยากจะให้หนังเรื่องนี้เป็นเหมือนของขวัญปีใหม่ของทุกคน ให้ย้อนไปเห็นชีวิตตัวเองเทียบเคียงได้เหมือนกัน เชื่อว่าผ่านจุดนี้มาทำงานอยู่จุดนี้ ผมรู้สึกว่ามันคุ้มค่ามาก

ตั๊กแตน ชลดา : แล้วสิ่งที่ทุกคนจะได้รับในการที่ไปดูหนังเรื่องนี้คือ ทุกคนจะผ่อนคลาย จะคลายเครียด จะได้ความสุขและเสียงหัวเราะกลับไปแน่นอน แล้วแถมทุกคนยังจะได้รับรู้ถึงวัฒนธรรมของคนภาคอีสาน ซึ่งเป็นมรดกที่พวกเราคนไทยน่าจะต้องอนุรักษ์ไว้ แล้วทุกคนจะต้องนึกถึงถิ่นฐานบ้านเกิดของตัวเองแน่นอน และทุกคนก็จะนึกถึงสมัยที่คุณเข้ามาเป็นวัยทำงานแล้วก็สอดแทรกไปด้วยเรื่องราวหาเช้ากินค่ำ และเป็นกำลังใจให้กับทุกคนที่ทำงานทุกท่านค่ะ

สามารถรับชมรายการ ต้มยำอมรินทร์ ผลิตโดย CHANGE2561 ย้อนหลังได้ทางยูทูปhttps://youtu.be/Liu_hV8yFEs

‘ณเดชน์’ โผล่ ‘โหนกระแส’ เผยเรื่องแต่ง ‘ญาญ่า’ เปิดจุดเริ่มต้นจีบ หวานหยดบอกเราเป็นของกันและกัน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บันเทิง – ‘ณเดชน์’โผล่ ‘โหนกระแส’เผยเรื่องแต่ง ‘ญาญ่า’เปิดจุดเริ่มต้นจีบ หวานหยดบอกเราเป็นของกันและกัน (naewna.com)

'ณเดชน์'โผล่ 'โหนกระแส'เผยเรื่องแต่ง 'ญาญ่า'เปิดจุดเริ่มต้นจีบ หวานหยดบอกเราเป็นของกันและกัน

‘ณเดชน์’โผล่ ‘โหนกระแส’เผยเรื่องแต่ง ‘ญาญ่า’เปิดจุดเริ่มต้นจีบ หวานหยดบอกเราเป็นของกันและกัน

วันพุธ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 14.22 น.

รายการโหนกระแสวันที่ 2 ธ.ค. “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ในฐานะผู้ดำเนินรายการ ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.35 น. ทางช่อง 3 กดเลข 33 ได้สัมภาษณ์  “ณเดชน์ คูกิมิยะ” ซึ่งทำแฟนๆ กรี๊ดหนักมาก โดนแกงหม้อใหญ่ เพราะตอนแรกมาในสภาพปิดหน้าปิดตา สวมรอยเป็นนักต้มตุ๋นตัวพ่อ หลอกสาวจนได้รถเบนซ์ ก่อนมาเฉลยว่าที่แท้เป็นหนุ่มณเดชน์ จนทวิตเตอร์ร้อนไปทั้งเมือง งานนี้หนุ่มณเดชน์ เผยถึงเรื่องรัก “ญาญ่า อุรัสยา สเปอร์บันด์” หลังจากที่เคยประกาศแต่งงานทั้งทีโลกต้องจำ พร้อมย้อนจุดเริ่มต้นจีบ อีกทั้งประเด็นข่าวลือไม่ต่อสัญญาช่อง 3

คุณยืนยันว่าเป็นนักต้มตุ๋น?

“ใช่ครับ”

หลอกคนมาเยอะหรือยัง?

“เยอะครับ หลายคน จริงๆ ก็เป็นร้อย”

หลอกผู้หญิงหรือผู้ชาย?

“ผู้หญิงอย่างเดียวครับ เพราะเราหน้าตาดีอยู่แล้ว ก็ใช้ตรงนี้เป็นเหยื่อล่อผู้หญิ งานจะง่ายขึ้นถ้าเราหลอกผู้หญิง”

หน้าตาเราดี เลยเอาหน้าตาหลอกผู้หญิง ทำยังไง?

“มีหลายวิธี ส่วนมากผมจะเลือกเหยื่อที่แสดงตนว่าต้องการเงิน หรือมีความโลภ เช่น โพสต์ลงเฟซบุ๊ก เหมือนแสดงตัวว่าตัวเองเดือดร้อน อยากให้คนช่วย อยากให้คนโอนเงินมาให้ ผมก็ไปเสาะหาดูในเฟซบุ๊ก ในอินเตอร์เน็ตต่างๆ แล้วก็ติดต่อไป ทั้งเบอร์โทร แมสเซส บางคนทิ้งไลน์ไว้ให้ บางคนโพสต์ลงยูทูป ก่อนหน้านี้เราหลอกคนได้รถเบนซ์ ก็เอาหลักฐานเป็นรถเบนซ์มาหลอก มาเป็นโปรไฟล์ว่าเราก็รวย”

 ส่งรูปให้ดู?

“นัดเจอกันเลยครับ หลอกตัวต่อตัว ทำให้ดูน่าเชื่อถือ หลังจากนั้นก็ค่อยๆ เก็บหอมรอมริบ กินช้าๆ ไปเรื่อยๆ”

กินอะไร?

“กินเงินผู้หญิง”

เคยติดคุกมั้ย?

“เคยครับ อยู่ในคุก 2 ปีกว่า”

เคยถูกคนอื่นๆ หมั่นไส้ในความหล่อแล้วกระทืบ?

“มีบ้าง มีทั้งอยากกระทืบและอยากทำอย่างอื่น”

ออกมาแล้วก่อเหตุอีกมั้ย?

“ออกมาก็ทำอะไรไม่ได้ คนมีคดี ชีวิตอยู่ในคุกมาก่อนออกมาก็ทำอย่างเดิม ใช้ชีวิตง่ายสุด คนเขาโลภ ผมก็สนองตัณหาเขา”

ต้องก้มหน้าหน่อย เดี๋ยวคนทางบ้านเห็นแล้วจะจำได้ มีคนถามในทวิตเตอร์ว่าพูดจาหว่านล้อมผู้หญิงยังไง?

“พูดเหมือนพี่หนุ่มเคยพูด ทำอย่างที่เราเคยเห็นคนอื่นทำมา ผมก็ดูตัวอย่างจากคุณหนุ่ม กรรชัย ในการหว่านล้อมสาวๆ นำมาเป็นแบบอย่าง ใช้วิธีทำให้เหยื่อตายใจ หลังจากนั้นขออะไรก็ได้หมด”

ในทวิตเตอร์ส่งเข้ามา เขาบอกอย่าแกงพวกเขาเลย เขารู้ คุณไปหลอกผู้หญิงต้องหล่อมาก เปิดหน้าเลยได้มั้ย เขารู้ว่าคุณเป็นใคร จะหลอกคนดูไม่ได้ เปิดหน้าคุยกันคุณณเดชน์?

“หายใจแทบไม่ออก (หัวเราะ)”

ต้องขอโทษด้วย จริงๆ ณเดชน์เล่นหนังอยู่เรื่องนึง เราบอกว่าจะมาออกโหนกระแสจะคุยมุมไหน เขาบอกว่าเรื่องนี้เล่นเป็นมิจฉาชีพ และอิงจากเรื่องจริง ชื่อเรื่องอะไร?

“อ้ายคนหล่อลวง เล่นเป็นมิจฉาชีพ ชื่อเทวา เป็นชื่อในหนัง”

ไปเรียนรู้วิธีการต้มตุ๋นยังไง?

“จริงๆ ก่อนหน้านี้ผู้กำกับไปรีเสิร์จกันมา ว่าโลกคนต้นตุ๋น เขามีวิธีการยังไง เช่น คอลเซ็นเตอร์ หลอกตัวต่อตัว แชร์ลูกโซ่ การวางมัดจำ หมุนเงิน ซึ่งสิ่งเหล่านี้เกิดในชีวิตประจำวันคนเราเป็นสิ่งที่น่าเอามาสะท้อนให้คนดูได้เห็นว่าสังคมน่ากลัวขนาดไหน”

หนูปุ๋ย บอกให้ขึ้นเตือนด้วยว่าห้ามเลียนแบบ เขาเชื่อว่าคุณเป็นมิจฉาชีพจริงๆ บางคนบอกโดนแกง บางคนบอกโปรโมตหนังแน่ๆ?

“(หัวเราะ) ผมเคยโทรไปคุยกับผู้คุมในเรือนจำ ว่าจริงๆ การอยู่ในคุกมันเป็นยังไง ไปทำความรู้จักว่าเราต้องเล่นเป็นนักต้มตุ๋นที่เคยติดคุกมันเป็นยังไง ความหดหู่มันเป็นยังไง การหลอกลวงต้มตุ๋นคนเข้าไปแล้วเป็นยังไงบ้าง”

ไปหาทำมั้ย?

“ไม่ถึงขนาดนั้น แต่เคยโดนคอลเซ็นเตอร์มาหลอก ผมก็บอกว่ามั่วแล้ว แล้วก็วางสายไป”

นักแสดงเล่นเยอะมั้ย?

“เยอะมาก มีใบเฟิร์น แบงค์ ธิติ พี่แหม่ม คัทลียา และพี่เผือก เล่นเป็นพี่ชาย ทุกวันนี้ยังไม่รู้เลยว่าพ่อแม่เป็นใคร พ่อแม่เดียวกันหรือเปล่า เราเกิดมาในสังคมสลัม เดินสายทางนี้เพราะเขาพาเรามา เห็นเราน่ารักก็อุ้มเราเข้าร้านทอง แลกทองปลอมกับทองจริง เขาปลูกฝังมาแต่เด็กๆ”

ก็สะท้อนได้เหมือนกันว่าสังคมหล่อหลอมให้คนเป็นมิจฉาชีพได้เหมือนกัน ใบเฟิร์นเล่นเป็นอะไร?

“อินาครับ เป็นเหยื่อคนแรกของผม หลังจากออกจากคุก ผไปหลอกอินา แล้วผมก็ไปพัวพันอินาเพื่อไปหลอกแฟนเก่าอินาอีกที”

ในทวิตเตอร์บอกโคตรเนียน นึกอยู่ว่าเสียงเหมือนณเดชน์ ตอนแรกจะให้พูดอีสานด้วย?

“นี่ดัดแล้วครับ ในเรื่องต้องเป็นคนบุรีรัมย์ พูดอีสานได้”

หนังเข้าวันไหน?

“3 ธ.ค. พรุ่งนี้ครับ ทุกโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ ไปดูได้ จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับแผนการ แต่มีมุกฮาๆ ที่เกิดขึ้นตามสถานการณ์ที่คนไม่คาดคิด เกิดขึ้นตลอดเวลา”

ตกลงแต่งไม่แต่ง?

“จริงๆ หลายคนเข้าใจผิดจากการพาดหัวข่าวว่าณเดชน์จะแต่งงาน อันนี้คือไม่ใช่เรื่องจริง ยังไม่มีการจัดงานแต่งงานใดๆ ทั้งสิ้น ทุกคนคงรู้ว่าคบกับน้องและมีความสุขมากๆ แต่ช่วงเวลาหรือวันที่จะแต่งอะไรยังไง คงอีกสักพักนึงก่อน”

มีการเปรยๆ พูดคุยกันบ้างมั้ย?

“ถามว่าเวลาคนใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน คบหากัน ก็เป็นธรรมดาต้องเพ้อๆ ฝันๆ  ว่าที่แบบนี้นะ ต้องประมาณนี้ โลเกชั่นแบบนี้ อยากแต่งแบบนี้นะ แต่ถ้าคุยถึงวัน ล็อกเดือนล็อกปีก็ยัง ผมกับน้องชิลๆ เรื่องนี้ เรารู้สึกว่าเมื่อโมเมนต์เต็มที่แล้ว วันนั้นอาจเป็นวันพิเศษที่เราได้สมรสกัน”

หลังๆ ณเดชน์มีข่าวหวานแหววกับญาญ่า ก่อนหน้านั้นแทบไม่มี เพราะอะไร?

“หลังๆ สองสามปีที่ผ่านมา ทุกคนได้เห็นผมโพสต์อะไร เป็นช่วงเวลาที่เรารู้สึกสบายใจ จะว่าถึงเวลาก็ประมาณนั้น เหมือนไม่มีขอบเขตไม่มีอะไรมากั้น (หัวเราะ) ก็เลยรู้สึกโล่งเป็นตัวของตัวเอง ของกันและกันได้อย่างสบายใจ”

ใช้คำว่าของกันและกัน?

“เหมือนเรามีความสุข เรารักกันแบบไม่มีอะไร”

เริ่มจากการเป็นเพื่อน พี่น้อง เล่นละครด้วยกันมา แล้วน้ำก็ซึมบ่อทราย?

“ใช่ เราเจอกันในละครดวงใจอัคนี และหลังจากนั้นค่อยๆ เริ่มจีบตอนเกมร้ายเกมรัก (หัวเราะเขิน) เขาเป็นน้องคนนึงและน่ารักมาก”

เกมร้ายเกมรักเริ่มจีบ?

“ใช่ครับ (หัวเราะ)”

หึงหวง มีมั้ย?

“ไม่เคยหึงหวงแบบจริงจัง จะเล่นๆ กันมากกว่า บางทีเราถ่ายไอจี ผ่านๆ ผู้หญิงหรือรูปอะไร ก็ถามว่ารูปใคร อะไร เขาถามเรา เราก็เปิดให้ดู ไม่มีอะไร บางทีเขาชมคนโน้นหล่อจัง”

หวงมั้ย?

“เขาแกล้งกันมากกว่า”

ในใจลึกๆ มีมั้ย?

“เราอยากเป็นคนหล่อที่สุดสำหรับเขาอยู่ดี อยากเป็นคนดีที่สุดสำหรับเขาก็พอแล้ว”

เคยมีข่าวครั้งนึงเกิดขึ้นกับญาญ่า มีชายคนนึงที่เป็นนักดาบมีข่าวว่าชอบ คุณเป็นไง?

“ามีเรื่องอะไรแบบนี้ ญาญ่าเขาจะบอกผมก่อนเสมอ ซึ่งส่วนตัวลึกๆ เราไม่ได้ซีเรียส ปล่อยข้ามไป เพราะความจริงก็คือความจริง ไม่มีอะไร”

เรื่องสัญญา ล่าสุดมีข่าวแว่วๆ ว่าณเดชน์โบยบินไปอยู่ที่อื่น หมดสัญญาช่อง3?

“100 เปอร์เซ็นต์ว่าไม่จริง ต่อสัญญาไปเรื่อยๆ ไม่ได้คิดจะไปไหนอยู่แล้ว เรารู้สึกว่าที่นี่เป็นครอบครัว เราก็ปฏิบัติกับช่อง 3 เหมือนเขาเป็นผู้มีพระคุณ ส่วนหนัง ช่อง 3 ใจดีมากๆ ไม่ได้มาระบุว่าต้องเป็นยังไง บางงานอยากให้นักแสดงออกไปรับประสบการณ์ท้าทายใหม่ๆ ช่องอนุญาตเสมอ ไม่ได้มีอะไร เล่นหนังก็แจ้งผู้ใหญ่ก่อน ให้เขารับทราบ”

ผลงานกับทางช่อง 3 ตอนนี้?

“ตอนนี้ถ่าย 2 เรื่อง มีลายกินรี หยุดถ่ายทำไปก่อน”

เขาบอกเกิดปัญหา มีหลายคนพูดว่าคุณหมดสัญญา?

“จริงๆ ลายกินรีที่ต้องหยุดเพราะรอบทละคร ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน มีการทำรีเสิร์จช่วงสมัยยุคกรุงศรีอยุธยา เรื่องราวหลักฐานต้องมีอ้างอิงชัดเจน เป็นเรื่องคดีฆาตกรรม สืบสวนสอบสวน ในสมัยกรุงศรีฯ ดีเทลเยอะมากต้องเขียนบทขยายดีเทล ทำให้การถ่ายทำหยุดชะงัก ประเด็นที่หลายคนพูดต่างๆ นานา ไม่จริงเลย”

มีเรื่องอะไรอีก?

“มนต์รักหนองผักแขยง เป็นละครอีสาน คอมเมดี้ กำลังถ่ายทำ  เนื่องจากเป็นละครง่ายๆ สบายๆ อีสาน ทำให้บทรันนิ่งค่อนข้างเร็ว ทำให้การถ่ายำทไปได้เรื่อยๆ”

คุณพ่อเป็นไงบ้าง?

“กินอยู่สบายแฮปปี้ แต่ก็อย่างที่ทราบคุณพ่อติดเตียงตลอด แต่ดูแลเต็มที่ พาไปตรวจร่างกายทุกเดือนตามหมอนัด เรื่องนวดกายภาพมีคนดูแลให้”

สร้างบ้านใหม่เป็นเรือนหอหรือเปล่า?

“ไม่ใช่เรือนหอ เป็นบ้านที่อยากสร้างให้ครอบครัว บ้านปัจจุบันซื้อมา 10 กว่าปีแล้ว เป็นบ้านหลังเล็กๆ ตอนนั้นเพิ่งทำงานไม่อยากเสี่ยงอะไรมากมาย ก็ซื้อบ้านเล็กๆ แต่อบอุ่น สร้างบ้านใหม่ให้เก็บของได้เยอะขึ้น ไม่ต้องเดินชนกัน”

อยู่กับพี่เอ ศุภชัยมั้ย?

“อยู่กับพี่เอเหมือนเดิม พี่เอดูแลผมเหมือนเดิม”

เคยเตือนพี่เอเรื่องแอปฯ มั้ย?

“(หัวเราะ) มีครั้งนึง พี่เอใช้แอปฯ ถ่ายผมกับพี่ซันนี่ แต่หน้าเราเป็นมดแดงบนต้นมะม่วง เขารอดคนเดียว บีบหน้าผมให้กลายเป็นอะไรก็ไม่รู้”

เคยบอกให้พอมั้ย?

“พี่เอบอกว่าขอโทษ แต่เข้าใจ ไอจีใคร  ใครก็รอด”

เอมักพูดเสมอว่านัมเบอร์วันในใจคือณเดชน์ กตัญญู และไม่ไปไหน น่ารัก?

“ผมว่าสุดท้ายอยู่ที่ความสบายใจ จะอยู่กับใครบางคนมากกว่า เราไม่ได้มีปัญหากับการอยู่กับเขา อยู่กับพี่เอแล้วสนุก ร่าเริง เป็นคนไอเดียบรรเจิดตลอดเวลา ทำละคร ทำคลิปให้ตัวเอง”

เคยทะเลาะกับญาญ่ามั้ย?

“ถ้าจะมี คงเป็นเรื่องง่ายๆ เช่นบอกให้เขากินน้ำ หรือบางทีตกลงกันไม่ได้ว่าจะกินกันที่ไหนดี เราไม่อยากเป็นคนเลือกตลอดเวลา เราให้เขาเลือกบ้าง เป็นดีเทลขำๆ”

ใครง้อ?

“จะใครล่ะครับพี่ครับ”

มีชื่อเรียกเล่นๆ มั้ย?

“ก็เรียกที่รัก เขาก็เรียกเราว่าที่รักเหมือนกัน”

เคยอยากขอแต่งงานมั้ย ตอนไปเที่ยวต่างประเทศมั้ย?

“ถ้าพูดถึงที่ผ่านมายังไม่มี แต่ก็คงมีจินตนาการของเรา ที่อยากให้เป็นที่ไหน ประมาณไหน”

โมเมนต์คุกเข่าขอแต่งงาน ต้องมี?

“ต้องเซอร์ไพรส์ครับ”

ญาญ่ารู้มั้ยเรามาออกรายการ?

“รู้ครับ นี่คงดูอยู่ (หัวเราะ)”

ญ่าญ่าบอกดูอยู่ อยากบอกอะไร?

“ไฮ (หัวเราะเขิน) เขินครับ (หัวเราะ)”

เวลาไปต่างประเทศ คุณแจ็คที่อยู่อังกฤษ เขาบอกคุณไปปรึกษาตลอดเวลาว่าจะซื้ออะไรให้น้องดี?

“ส่วนตัวเป็นคนที่ถ้าครอบครัวจะกินอะไร เราพร้อมดูแล พอเป็นคนที่เรารักไม่ได้สนใจว่าต้องเป็นอะไรเท่าไหร่ มีมูลค่าเท่าไหร่ แต่เราอยากซื้อให้ก็ซื้อให้ เป็นคนใจกว้าง”

เคยอยากพักงานไปเป็นคนเบื้องหลัง?

“เคยคิดนะครับ ว่าอนาคตอยากเก็บประสบการณ์ไปเรื่อยๆ เราอยากอยู่ในสายงานนี้ต่อไป แต่เมนหลักผมยังอยากเป็นนักแสดง พระเอกก็คงอีกไม่นาน ด้วยสภาวะรูปร่างหน้าตา ถ้าต่อไปเล่นเป็นลุง ตัวร้าย ตัวรอง ผมเล่นได้หมด เรามีความสุขที่ได้อยู่ในกองถ่ายละคร”

อยากเป็นอะไร ผู้กำกับหรือผู้จัด หรืออะไร?

“ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าอยากเป็นอะไร แต่เอาการแสดงให้เต็มที่ที่สุด”

ขอแต่งญาญ่าโลกต้องจำ?

“(หัวเราะ) ต้องอย่างนั้นอยู่แล้ว โลกไม่ต้องจำก็ได้ แต่วันนั้นเขาต้องมีความสุข”

ในวงการตอนนี้สนิทใคร ไม่เห็นมีเพื่อนฝูง?

“มีเพื่อนที่ไม่ได้อยู่ในวงการ เพื่อนในวงการ มีพี่หมาก พี่กี้ พี่ป๊อก พี่ในวงการบางคนที่สนิทแต่ทำงานก็ไม่ค่อยได้เจอกัน พี่บอย ปกรณ์ ก็เจอในฟิตเนสครับ”

คุณติดดินจริงๆ ขึ้นรถไฟฟ้าก็ใส่กางเกงขาสั้นเสื้อกล้ามถือถุงกล้วยแขก ไม่ห่วงว่าเป็นณเดชน์เหรอ?

“เมนหลักผมไม่ได้ไปโชว์ตัว ผมแค่ไปล้างรูปที่ร้านล้างฟิล์ม ผมก็เลยใส่แค่นั้น ขึ้นบีทีเอชไปทำหน้าที่เป็นคนธรรมดา ก็ปกตินะ บางทีก็กางเกงบอล แต่ไม่ได้น่าเกลียดขนาดนั้น”

ไม่ค่อยเห็นพระเอกระดับท็อปแต่งตัวแบบนั้นขึ้นรถไฟฟ้า?

“บางทีไปงานหรือห้างก็แต่งตัวให้เหมาะสมกับสถานที่ บีทีเอชก็มีคนแต่งแบบผมเยอะ”

อย่าลืมไปดูหนังณเดชน์?

“ครับ เล่นเป็นมิจฉาชีพ และจะสอนบทสรุปการเป็นมิจฉาชีพ”

นักเรียนกว่าห้าพัน ประทับใจโครงการเด็กดีมีที่เรียน มมส.เน้นนักเรียนคุณธรรม จริยธรรม บำเพ็ญประโยชน์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – นักเรียนกว่าห้าพัน ประทับใจโครงการเด็กดีมีที่เรียน มมส.เน้นนักเรียนคุณธรรม จริยธรรม บำเพ็ญประโยชน์ (naewna.com)

นักเรียนกว่าห้าพัน ประทับใจโครงการเด็กดีมีที่เรียน มมส.เน้นนักเรียนคุณธรรม จริยธรรม บำเพ็ญประโยชน์

นักเรียนกว่าห้าพัน ประทับใจโครงการเด็กดีมีที่เรียน มมส.เน้นนักเรียนคุณธรรม จริยธรรม บำเพ็ญประโยชน์

วันพฤหัสบดี ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

รศ.ดร.ประยุกต์ ศรีวิไล อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส.)  เปิดเผยว่าในปีการศึกษา 2564 นี้ มหาวิทยาลัยมหาสารคามมีแผนการรับบุคคลเข้าศึกษาในระดับปริญญาตรี “โครงการเด็กดีมีที่เรียน” โดยมีการเปิดรับสมัครจำนวน 676 ที่นั่งจากทั้งหมด 17 คณะวิทยาลัย75 สาขาวิชา โครงการเด็กดีมีที่เรียน มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมนักเรียน จากสถานศึกษาทั่วประเทศที่ทำความดีมีคุณธรรม จริยธรรมเป็นที่ประจักษ์ ช่วยเหลือสังคมและอุทิศตนเพื่อส่วนรวมตระหนักในการอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อมและมีส่วนร่วมในการป้องกันและรณรงค์สารเสพติดทุกชนิด เพื่อใช้เป็นข้อมูลเป็นองค์ประกอบหลักในการพิจารณาคัดเลือกนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เข้าศึกษาในระดับปริญญาตรีในมหาวิทยาลัยมหาสารคามซึ่งในปีการศึกษา 2564 มีนักเรียนจากทั่วประเทศเดินทางเข้ามาสอบสัมภาษณ์ในรอบนี้รวมกว่า 5,000 คน 

นางสาวศิรินุช ปราบพาถ นักเรียนจากโรงเรียนพระพุทธบาทวิทยาคม จังหวัดหนองคาย สมัครเรียนในสาขาอนามัยสิ่งแวดล้อม คณะสาธารณสุขศาสตร์ กล่าวถึงความรู้สึกที่ได้เข้ามาสอบสัมภาษณ์ในครั้งนี้ว่า เป็นความใฝ่ฝันของตนเองที่อยากเรียน สาขาอนามัยและสิ่งแวดล้อม คณะสาธารณสุขศาสตร์ พอเรียนจบไปแล้วทำงานสามารถเลี้ยงดูครอบครัวตนเองได้ แล้วยังกล่าวอีกว่า รู้สึกประทับใจในมหาวิทยาลัยมหาสารคามมีบรรยากาศ ร่มรื่น สวยงาม น่ามาศึกษาเล่าเรียน และที่สำคัญยังมีพี่ๆ ทุกคน มีความเป็นกันเอง

นายยุทธนา อาจบัณฑิตย์ นักเรียนจากโรงเรียนค้อวิทยาคม จังหวัดนครพนม สมัครสอบในสาขาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม กล่าวถึงความรู้สึกที่ได้เข้ามาสอบสัมภาษณ์ในครั้งนี้ว่า ตนเองได้เตรียมตัวและออกเดินทางจากบ้านตั้งแต่เช้าพร้อมขอพรจากแม่ และแม่บอกก่อนออกจากบ้านว่า “หมานๆ เด้อบักหล่า”พอเข้าห้องสอบอาจารย์ที่สอบสัมภาษณ์เป็นกันเอง สอบถามพูดคุยด้วยความเป็นกันเอง ทำให้ไม่เกร็งและตอบคำถามด้วยความราบรื่นดี รู้สึกมีความสุขและประทับใจในการมาสอบสัมภาษณ์ครั้งนี้

อว.เร่งเดินหน้าโครงการพลิกโฉมมหาวิทยาลัย กระตุ้นการเปลี่ยนแปลงทั้งระบบ 5 กลุ่มยุทธศาสตร์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – อว.เร่งเดินหน้าโครงการพลิกโฉมมหาวิทยาลัย กระตุ้นการเปลี่ยนแปลงทั้งระบบ 5 กลุ่มยุทธศาสตร์ (naewna.com)

อว.เร่งเดินหน้าโครงการพลิกโฉมมหาวิทยาลัย กระตุ้นการเปลี่ยนแปลงทั้งระบบ 5 กลุ่มยุทธศาสตร์

อว.เร่งเดินหน้าโครงการพลิกโฉมมหาวิทยาลัย กระตุ้นการเปลี่ยนแปลงทั้งระบบ 5 กลุ่มยุทธศาสตร์

วันพฤหัสบดี ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยถึงโครงการปฏิรูปสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้กับประเทศ พร้อมยกระดับคุณภาพมหาวิทยาลัยไทยให้ทัดเทียมนานาชาติและเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศสู่ยุค 4.0 ได้อย่างสมบูรณ์ ว่า ภาคการศึกษามีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศเป็นอย่างมาก โดยเป็นปัจจัยพื้นฐานในการส่งเสริมและยกระดับคุณภาพชีวิตประชากรให้มีคุณภาพ การพลิกโฉมมหาวิทยาลัย (Reinventing
University) จึงเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เกิดการปฏิรูประบบอุดมศึกษา ซึ่งอยู่ภายใต้กรอบนโยบายและกฎกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ปี 2564 เพื่อให้มหาวิทยาลัยมีความเป็นเลิศสามารถผลิตบัณฑิตที่เชื่อมโยงกับความต้องการของประเทศ พร้อมขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใหม่ มีการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน การพัฒนาทักษะอาจารย์ เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อการเรียนในศตวรรษที่ 21 พร้อมกันนี้ ยังเป็นการยกระดับมหาวิทยาลัยของไทยให้มีมาตรฐานทัดเทียมในระดับนานาชาติ โดยมหาวิทยาลัยจะได้ใช้ความรู้ ความสามารถและศักยภาพของตนเองอย่างมีประสิทธิภาพ ตามกลุ่มยุทธศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยมีความถนัดและเชี่ยวชาญ ขณะเดียวกันยังเป็นการส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันระหว่างมหาวิทยาลัยและยังสอดคล้องกับแผนพัฒนาประเทศอีกด้วย

รมว.กระทรวงการอุดมศึกษาฯ กล่าวเพิ่มเติมว่าโครงการ Reinventing University ได้กำหนดทิศทางโดยการแบ่งกลุ่มสถาบันอุดมศึกษามุ่งตามยุทธศาสตร์ โดยแบ่งออกเป็น 5 กลุ่มด้วยกัน ได้แก่ กลุ่มมุ่งยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนา การวิจัยระดับแนวหน้าของโลก (Global & Frontier Research) คือ สถาบันอุดมศึกษาที่มุ่งการวิจัยที่มีคุณภาพในระดับแนวหน้าของโลกหรือเฉพาะทาง สร้างและพัฒนาบุคลากรที่มีศักยภาพหรือทักษะสูง ให้สามารถคิดค้นผลงานวิจัยเพื่อนำไปสู่การพัฒนาความร่วมมือในระดับสากล ผลิตบัณฑิตที่เป็นนักวิจัยหรือผลงานวิจัยในระดับนานาชาติ เพื่อตอบโจทย์ตลาดแรงงานโลก กลุ่มมุ่งยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาเทคโนโลยีและส่งเสริมการสร้างนวัตกรรม (Technology & Innovation) มุ่งเน้นพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีและเสริมสร้างนวัตกรรม เพื่อตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ สร้างบัณฑิตที่มีทักษะ ความรู้ ความชำนาญ ให้สามารถนำองค์ความรู้มาประยุกต์ใช้ในการสร้างพัฒนา หรือต่อยอดเป็นนวัตกรรมใหม่ บ่มเพาะกลุ่มคน Start Up พร้อมร่วมมือกับภาคเอกชนและภาคอุตสาหกรรมในการสนับสนุนและพัฒนาเทคโนโลยีร่วมกัน ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมและอุตสาหกรรมของประเทศ กลุ่มมุ่งยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาชุมชนเชิงพื้นที่ (Area-Based & Community) คือสถาบันอุดมศึกษาที่มุ่งพัฒนาชุมชนเชิงพื้นที่ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ ด้วยการถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยี เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนและสังคม ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนของท้องถิ่นและภูมิภาค โดยเป้าหมายของสถาบันอุดมศึกษากลุ่มนี้ ต้องการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับประเทศในระดับครัวเรือนและชุมชน เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็งและยั่งยืน

พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตรวมถึงความเป็นอยู่ของสมาชิกในชุมชนให้ดีขึ้น โดยการนำความรู้มาพัฒนาและแก้ไขปัญหาร่วมกับชุมชนหรือเกษตรกร ซึ่งจะทำให้เกิดการจ้างงานและสร้างรายได้ในพื้นที่ กลุ่มมุ่งยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาปัญญาและคุณธรรมด้วยหลักทางศาสนา (Moral & Intellectual Cultivation) ปัจจุบันมหาวิทยาลัยในหลายๆ ประเทศ มีการส่งเสริมให้นำหลักธรรมคำสอนทางศาสนา ผสมผสานเข้ากับวิชาการ เพื่อสร้างแนวทางปฏิบัติในการใช้ชีวิตที่ดีและทำงานอย่างมีความสุขจึงเห็นควรให้มีการจัดกลุ่มสถาบันอุดมศึกษานี้โดยเฉพาะ โดยสถาบันกลุ่มนี้มีพันธกิจหลักเน้นผลิตบัณฑิตที่มีปัญญาและคุณธรรม มุ่งพัฒนาทางด้านจิตใจสติปัญญา รวมไปถึงพฤติกรรม วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงาม มาปรับใช้ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและสังคมที่เปลี่ยนไปในปัจจุบัน เพื่อให้นักศึกษามีทั้งความรู้และคุณธรรมควบคู่กันไป ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญที่ทำให้คนในสังคมอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข เกิดความรักความสามัคคีและมีน้ำใจเป็นหนึ่งเดียวกัน และกลุ่มสุดท้าย กลุ่มมุ่งยุทธศาสตร์ด้านการผลิตและพัฒนาบุคลากรวิชาชีพและสาขาเฉพาะทาง (Specialized & Professional) เน้นการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะ ความรู้ ทัศนคติ สอดคล้องกับการพัฒนาประเทศ เสริมสร้างบุคลากรสู่ความเป็นมืออาชีพ เพื่อให้ตอบสนองต่อความต้องการในตลาดหรือการประกอบอาชีพเฉพาะทาง ที่มีความเชี่ยวชาญในเชิงลึก อาทิ มหาวิทยาลัยสงฆ์ มหาวิทยาลัยกีฬา วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ วิทยาลัยพยาบาล โรงเรียนนายร้อยตำรวจโดยในปีงบประมาณ 2565 อว. เตรียมเสนอของบประมาณในการผลักดันโครงการดังกล่าว จำนวน 11,000 ล้านบาท ซึ่งมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมโครงการต้องผ่านการประเมินตนเองตามกลุ่มยุทธศาสตร์ที่ถนัดและเหมาะสม ทั้งนี้สามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ https://www.facebook.com/ReinventingUniversity/

เผยผลประกวด ‘ขายกระเพราให้โลกจำ’ งานส่งเสริมผู้ประกอบการธุรกิจ ของ ม.ศรีปทุม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – เผยผลประกวด ‘ขายกระเพราให้โลกจำ’ งานส่งเสริมผู้ประกอบการธุรกิจ ของ ม.ศรีปทุม (naewna.com)

เผยผลประกวด ‘ขายกระเพราให้โลกจำ’ งานส่งเสริมผู้ประกอบการธุรกิจ ของ ม.ศรีปทุม

เผยผลประกวด ‘ขายกระเพราให้โลกจำ’ งานส่งเสริมผู้ประกอบการธุรกิจ ของ ม.ศรีปทุม

วันพฤหัสบดี ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ผ่านพ้นไปแล้วอีกหนึ่งกิจกรรมดีๆ ของคณะบริหารธุรกิจ SPU ที่เปิดเวทีแข่งขันแผนการตลาดระดับอุดมศึกษา เฟ้นหาสุดยอดฝีมือร่วมสร้างธุรกิจ “ขายกระเพราให้โลกจำ” ซึ่งเป็นเวทีส่งเสริมและสนับสนุนให้นักศึกษาได้แสดงศักยภาพสู่การเป็นผู้ประกอบการธุรกิจ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยศรีปทุม โดยสาขาบริหารธุรกิจ ร่วมกับ สาขาการตลาดดิจิทัล เปิดเวทีจัดโครงการ “การประกวดแข่งขันแผนการตลาดระดับอุดมศึกษา” เพื่อเปิดโอกาสให้กับนักศึกษาที่มีแพชชั่นในการลงมือทำงานจริง ไม่ต้องฝึกงาน แต่มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างธุรกิจ ร่วมกับ Penguin Eat Shabu ในหัวข้อ “ขายกระเพราให้โลกจำ” ชิงเงินรางวัลลงทุนรวม 450,000 บาท

สำหรับผลการแข่งขันการประกวดแผนการตลาดระดับอุดมศึกษาในครั้งนี้ ทีมที่ได้รับรางวัลมีทั้งสิ้น 3 ทีม โดยจะได้รับรางวัลทีมละ 150,000 บาท พร้อมด้วยการเทรนนิ่งแบบตัวต่อตัวกับ คุณต้น-ธนพันธ์ วงศ์ชินศรี เจ้าของ Penguin Eat Shabu,คุณโอ๊ต-ณัฐพร โสดาบรรลุช่างภาพ/ผู้กำกับหนังโฆษณาชื่อดัง และคุณมิ้น-อุกฤษฏ์ ตั้งสืบกุล Founder and CEO of Minted Acaderny งานนี้ฝึกงานจบมีโอกาสสัมภาษณ์ร่วมงานกับ Penguin และบริษัทชั้นนำในประเทศไทยอีกด้วย

และทีมที่ชนะเลิศการแข่งขันการประกวดแผนการตลาดระดับอุดมศึกษา 2563 ได้แก่ 1.ทีมหมีขาว ประกอบด้วย นางสาวณัฐิญา ลักษณะอัฐ,นายธันวา พุ่มจันทร์ และนางสาวจิราภรณ์ พราหมณ์แก้ว นักศึกษา สาขาการตลาดดิจิทัล คณะบริหารธุรกิจ 2.ทีม PHENOMINAL ประกอบด้วย นางสาวไหมไทย ชัยประโคน, นางสาวหนึ่งหทัย สุพิพัฒน์ประเสริฐ และนางสาวศิริลักษณ์ เกตุจันทร์ นักศึกษาสาขาการจัดการธุรกิจดิจิทัล คณะบริหารธุรกิจ และ 3.ทีม Basic ประกอบด้วย นายจิรายุส บุญยิ่ง, นายอัษฐา สุนทร และนางสาวเมวดี เเก้วทิ้ง นักศึกษาคณะสหวิทยาการ เทคโนโลยีและนวัตกรรม

Huawei, Siriraj sign pact to operate 5G smart-hospital services #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

Huawei, Siriraj sign pact to operate 5G smart-hospital services (nationthailand.com)

Huawei, Siriraj sign pact to operate 5G smart-hospital services

Dec 03. 2020Prof. Dr. Prasit Watanapa (center left), Dean of the Faculty of Medicine Siriraj Hospital, Mahidol University and  Mr. Abel Deng (center right), CEO of Huawei Technologies (Thailand) sign a 5G Powered Smart Hospital Enabled with Cloud and AI MOU, in the presence of Assoc. Prof. Visit Vamvanij (left), Director of Siriraj Hospital and Mr. Max Ma (right), Deputy Managing Director, Huawei Technologies (Thailand)Prof. Dr. Prasit Watanapa (center left), Dean of the Faculty of Medicine Siriraj Hospital, Mahidol University and Mr. Abel Deng (center right), CEO of Huawei Technologies (Thailand) sign a 5G Powered Smart Hospital Enabled with Cloud and AI MOU, in the presence of Assoc. Prof. Visit Vamvanij (left), Director of Siriraj Hospital and Mr. Max Ma (right), Deputy Managing Director, Huawei Technologies (Thailand) 

By THE NATION

Huawei Technologies (Thailand) signed a “5G Powered Smart Hospital Enabled with Cloud and AI” memorandum of understanding with the Faculty of Medicine Siriraj Hospital, Mahidol University, to establish a smart platform that will enhance innovative medical services.

Over the next five years, the two parties will leverage state-of-the-art digital technology to increase the efficiency of medical services and operations that will improve the quality of healthcare services, they said in a press statement on Wednesday.

The MoU signing ceremony, held at Siriraj Medical Research Centre in Bangkok, involved Huawei Technologies (Thailand) CEO Abel Deng and Prof Dr Prasit Watanapa, dean of the Faculty of Medicine Siriraj Hospital.

The agreement comes in response to Siriraj Hospital’s mission to serve better by becoming a smart centre that will apply integrated digital technologies using 5G infrastructure, artificial intelligence, big data and cloud edge computing, in order to offer enhanced services, the statement said.

“These technologies will bring tremendous benefits to specific areas such as patient monitoring, cloud-based AI diagnoses, data collection and analytics, and resource allocation. The advances are also in line with the hospital’s desire to become the foremost medical hub and a leader in Thailand’s healthcare industry,” it said.

“Under this five-year agreement, Huawei will provide 5G technology to the faculty, enabling the immediate upgrade of existing infrastructure. It will also share knowledge and collaborate with Siriraj researchers and academic staff to enable Siriraj to operate more efficiently. Both parties will work together in other jointly developed projects that may arise in the course of the MoU,” the statement continued.

Siriraj will participate with Huawei in further 5G ecosystem partnership cooperation in the form of demonstration events and exhibitions to promote 5G technology and innovations. The hospital will also work with Huawei for joint academic sessions, to arrange training classes or technology sharing opportunities, and to study the latest technology topics including, but not limited to, 5G, AI and the cloud, it said.

“It is an honour for the Faculty of Medicine Siriraj Hospital to partner with Huawei,” said Prof Dr Prasit.

“This will raise the level and standards of our services and improve operational efficiency. This also marks the initial step in establishing Thailand’s first 5G smart state hospital. I would like to thank Huawei for helping us integrate 5G, cloud and AI technologies into our medical services. The company has made tremendous efforts to drive development through digital technology,” he added.

“The healthcare sector can benefit immensely from smart innovations and infrastructure during this era of digitalisation,” Deng said.

“We would like to accompany Thailand as it develops a strong, connected healthcare ecosystem in order to increase healthcare penetration in rural and remote communities and improve the quality of life of the people,” he added.

Cargill helps Habitat for Humanity build homes for needy in Saraburi #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

Cargill helps Habitat for Humanity build homes for needy in Saraburi (nationthailand.com)

Cargill helps Habitat for Humanity build homes for needy in Saraburi

Dec 03. 2020

By The Nation

Employees and business partners of export giant Cargill have joined local communities and state agencies to help Habitat for Humanity build houses for needy families in Saraburi’s Phra Buddhabhat district.

The Pracharat Housing Project launched by Habitat for Humanity aims to provide people with safe, affordable residences and help the local community address economic and social challenges.

Cargill has donated close to US$1.7 million for Habitat for Humanity’s projects since 1996, and so far, 147 homes have been built in different communities across the country, especially in the Central and Northeast regions.

Watcharapon Prasopkiatpoka, country representative of Cargill Thailand, said the firm has been conducting corporate social responsibility activities in line with the needs of local communities. “Our vision is to give back to communities. We know that a simple, decent and affordable house can have a strong impact on the health and education of children, as well as the well-being and financial success of a family, which in turn impacts a community positively.”

Apart from building homes, the company plans to build a school canteen in Korat province in February next year. The company has provided financial support for the construction of a number of hospital canteens, public libraries and school playgrounds in the province. It has also provided supplies, including books, stationeries and sports equipment for local schools.

Visit www.cargill.co.th to keep up with news and activities of Cargill Thailand.

Embassy of India Bangkok organized a business promotion seminar #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

Embassy of India Bangkok organized a business promotion seminar (nationthailand.com)

Embassy of India Bangkok organized a business promotion seminar

Dec 02. 2020

Embassy of India Bangkok organized a business promotion seminar in kanchanaburi province of Thailand on 27 November, 2020. Mrs Alpana Dubey Deputy Chief of Mission of Indian Embassy invited the local companies from Kanchanaburi to do business with India and visit India to experience different tourism attractions. Local SMEs can also participate in the Surajkund International craft fair being organized every year in February in Haryana state of India. Around 50 participants from various industry & chamber attended the event & showed keen interest in cooperation in agro, SMEs and tourism sector. Vice Governor of the province and other leaders of Thai Chambers also addressed the participants.