บิ๊กเพนตากอนหวั่นทรัมป์ประกาศกฎอัยการศึกขวางไบเดน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641243

วันที่ 25 ธ.ค. 2563 เวลา 20:15 น.บิ๊กเพนตากอนหวั่นทรัมป์ประกาศกฎอัยการศึกขวางไบเดนบิ๊กกลาโหมประชุมเครียดเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่ทรัมป์จะประกาศกฎอัยการศึกในนาทีสุดท้ายเพื่อขวางไม่ให้ โจ ไบเดน นั่งเก้าอี้ผู้นำ   

อดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงกลาโหมสหรัฐยืนยันกับสำนักข่าว Newsweek ว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทัพสหรัฐประชุมหารือลับท่ามกลางความหวั่นวิตกว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ อาจประกาศกฎอัยการศึกระหว่างช่วงเวลาไม่ถึงเดือนก่อนอำลาตำแหน่งเป็นการทิ้งทวน เพื่อขัดขวางไม่ให้ โจ ไบเดน เข้ารับตำแหน่งผู้นำสหรัฐอย่างเป็นทางการ

บรรดาเจ้าหน้าที่อ้างว่า แม้ว่าโอกาสที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทัพจะเอาตัวเองเข้าไปเกี่ยวข้องกับกิจการใดๆ เพื่อเปลี่ยนแปลงผลการเลือกตั้งจะเป็นศูนย์ แต่ก็มีความกังวลว่าทหารจะถูกดูดเข้าไปในปัญหาที่ทรัมป์ก่อขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากทรัมป์สั่งระดมกองกำลังทหารส่วนตัวเข้ามาขัดขวางการถ่ายโอนอำนาจและสร้างความวุ่นวายในกรุงวอชิงตันดีซี

อดีตเจ้าหน้าที่กลาโหมรายหนึ่งเผยกับ Newsweek ว่า “ผมทำงานเกี่ยวข้องกับกองทัพมากว่า 40 ปีและไม่เคยเห็นการหารือเช่นนี้มาก่อน”

แหล่งข่าวทั้ง 6 รายยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า ทรัมป์จะไม่ได้รับการสนับสนุนจากนายพลระดับสูงในกองทัพหากตัดสินใจดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อเปลี่ยนแปลงผลการเลือกตั้ง

รายงานข่าวของ Newsweek เกิดขึ้นหลังจากมีรายงานข่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าทรัมป์เรียกประชุมที่ห้องทำงานรูปไข่ในทำเนียบขาว เพื่อหารือหนทางใหม่ในการคว่ำชัยชนะของไบเดน โดยมีการพูดถึงการส่งทหารลงพื้นที่ก่อนจะถูกที่ประชุมปัดตกไป

โดยทรัมป์ทวีตปฏิเสธว่า “กฎอัยการศึก=ข่าวปลอม แค่การรายงานข่าวด้วยเจตนาไม่ดีเท่านั้น!”

ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทัพหลายนาย รวมทั้ง ไรอัน แม็คคาร์ธี รัฐมนตรีทบวงทหารบกสหรัฐ และเจมส์ แม็คคอนวิลล์  ผู้บัญชาการทหารบก สหรัฐ ยืนยันชัดเจนว่าจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง

หนูน้อยวัย 6 ขวบเขียนจดหมายถึงไฟเซอร์ ขอวัคซีนช่วยซานตาคลอส #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641241

วันที่ 25 ธ.ค. 2563 เวลา 19:15 น.หนูน้อยวัย 6 ขวบเขียนจดหมายถึงไฟเซอร์ ขอวัคซีนช่วยซานตาคลอสไฟเซอร์หุบยิ้มไม่อยู่เมื่อเด็ก 6 ขวบขอวัคซีนไปขั้วโลกเหนือเพื่อให้ซานตาและเหล่าเอลฟ์ด้วย

เดอะนิวยอร์กไทมส์รายงานว่า แคลลัม ธอร์นฮิลล์ หนูน้อยวัย 6 ขวบ รีบเขียนจดหมายถึงบริษัทไฟเซอร์เมื่อรู้ว่าทางบริษัทได้พัฒนาวัคซีนต้านโรคโควิด-19 แต่ทางไฟเซอร์ถึงกับหุบยิ้มไม่อยู่เมื่อพบว่าหนูน้อยคนนี้ไม่ได้เขียนจดหมายเพื่อขอวัคซีนให้ตัวเองหรือครอบครัวแต่อย่างใด แต่กลับขอให้ซานตาคลอสและเหล่าเอลฟ์ของเขาต่างหาก

พอลลา ลินแฮน แม่ของเขาเผยว่าลูกชายของเธอได้ยินเรื่องวัคซีนทางวิทยุบนรถระหว่างกำลังเดินทางไปโรงเรียน และเมื่อกลับจากโรงเรียนในวันนั้นเขาก็รีบเขียนจดหมายถึงบริษัทไฟเซอร์ในทันที

โดยในจดหมายระบุว่า “เรียนไฟเซอร์ ผมรู้ว่าคุณกำลังทำวัคซีนใหม่สำหรับไวรัสโคโรนา ยอดเยี่ยมเลย ได้โปรดส่งวัคซีนจำนวนหนึ่งไปที่ขั้วโลกเหนือให้ซานตาและเอลฟ์ของเขาด้วยได้ไหม พวกเราอยากปกป้องวันคริสต์มาสและทำให้เด็กๆ ทุกคนมีความสุข”

หลายสัปดาห์ต่อมาแคลลัมได้รับคำตอบจากอัลเบิร์ต เบอร์ลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทไฟเซอร์ว่า “เราอยากให้หนูรู้ว่าเรากำลังทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อช่วยสร้างความหวังให้กับผู้คนทั่วโลก และเราจะดูแลซานตาและเอลฟ์ของเขาด้วย”

นอกจากนี้ยังมีจดหมายจากเด็กๆ อีกหลายฉบับที่ส่งไปยังบริษัทไฟเซอร์ โดยเบอร์ลาเผยว่า “จดหมายลักษณะเช่นนี้จากเด็กๆ เต็มไปด้วยความหวังและความเมตตา มันเตือนให้เราตระหนักว่างานที่เรากำลังทำอยู่ทุกวันนี้มีความสำคัญมากขนาดไหน”

ทั้งนี้ สหภาพยุโรปได้อนุมัติวัคซีนไฟเซอร์-ไบโอเอ็นเทคแล้ว และคาดว่าประเทศสมาชิกจะได้รับวัคซีนชุดแรกในสัปดาห์หน้า ขณะที่หลายประเทศกำลังเผชิญกับการแพร่ระบาดระลอกใหม่และมีมาตรการที่เข้มงวดมากขึ้นในช่วงคริสต์มาส

Photo by Mohd RASFAN / AFP

โควิดมหาชัย ท้าทาย ‘ทีมเฮียม้อ’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/453279

โควิดมหาชัย ท้าทาย ‘ทีมเฮียม้อ’

 โควิดมหาชัย ท้าทาย 'ทีมเฮียม้อ'

26 ธันวาคม 2563 – 12:14 น.

ภารกิจแรกของ “ปลัดแต” ว่าที่นายก อบจ.สมุทรสาคร ต้องฝ่ามรสุมโควิดรอบใหม่ให้ได้

++
    สมุทรสาคร กลายเป็นพื้นที่สีแดงสำหรับการระบาดรอบใหม่ของโควิด-19 และช่วงวันเลือกตั้งนายก อบจ. ก็ดำเนินไป ท่ามกลางข่าวโควิดจากตลาดกุ้งมหาชัยแพร่สะพัดไปทั่วประเทศ
    เมื่อวันที่ 25 ธ.ค.2563 แฟนเพจเฟซบุ๊คฅนทำงาน ได้อัพสเตตัส #เราจะสู้ไปด้วยกันครับ และก่อนหน้านั้น มีภาพของอุดม (ปลัดแต) ไกรวัตนุสสรณ์ พร้อมสมาชิกทีมฅนทำงาน มอบคลอรีนน้ำฆ่าเชื้อ และหน้ากากอนามัย ให้กับ อ.กระทุ่มแบน อ.บ้านแพ้ว และอ.เมืองสมุทรสาคร เพื่อนำไปใช้ในภารกิจป้องกันโรคโควิค-19 
    ทีมฅนทำงาน เป็นชื่อกลุ่มการเมืองท้องถิ่นของตระกูล “ไกรวัตนุสสรณ์” ซึ่งได้ส่ง “ปลัดแต” อุดม ไกรวัตนุสสรณ์ ลงชิงเก้าอี้นายก อบจ.สมุทรสาคร และได้รับชัยชนะอย่างท่วมท้น

 โควิดมหาชัย ท้าทาย 'ทีมเฮียม้อ'

                    ทีมปลัดแต 

++
ทีมเฮียม้อ
++
    กว่า 3 ทศวรรษมาแล้ว การต่อสู้ทางการเมืองในสมุทรสาคร เป็นการขับเคี่ยวกันของ 3 ตระกูลดังคือ ก๊กผล, ทับสุวรรณ และไกรวัตนุสสรณ์ 
    สำหรับการเมืองท้องถิ่น คนในตระกูล “ไกรวัตนุสสรณ์” เป็นนายก อบจ.สมุทรสาคร ติดต่อกันมา 3 คนแล้ว เริ่มจาก “ตุ่น” อุดร ไกรวัตนุสสรณ์ ผู้ล่วงลับ , “เฮียม้อ” มณฑล ไกรวัตนุสสรณ์ และ “ปลัดแต” ที่เพิ่งได้รับชัยชนะ
    “เฮียม้อ” มณฑล ไกรวัตนุสสรณ์ ทำธุรกิจประมง มีห้องเย็นชื่อ บริษัท มณฑลชัยห้องเย็น จำกัด ก้าวเข้าสู่การเมืองระดับชาติในนามพรรคความหวังใหม่ 
    การผงาดขึ้นเป็น ส.ส.สมุทรสาคร และรัฐมนตรี ทำให้ตระกูลการเมืองดั้งเดิมอย่าง “ทับสุวรรณ” และ “ก๊กผล” ต้องปรับตัว
    ตระกูล “ทับสุวรรณ” จะผูกพันอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ แต่ล่าสุด ย้ายไปสังกัดพรรครวมพลังประชาชาติไทย ส่วน “ก๊กผล” พะยี่ห้อกิจสังคม มาหลายสิบปี ก่อนจะย้ายมาพรรคไทยรักไทย เมื่อสิ้นเจี่ย ก๊กผล ก็ไม่มีใครสานต่อ

++
ปลัดแต
++
    ผลการนับคะแนนเลือกตั้งนายก อบจ.สมุทรสาคร อย่างไม่เป็นทางการ อุดม ไกรวัตนุสสรณ์ ได้ 131,537 คะแนน ตามมาด้วย อวยชัย จาตุรพันธ์ คณะก้าวหน้า ได้ 26,463 คะแนน และเชาวรินทร์ ชาญสายชล เพื่อไทย ได้ 22,307 คะแนน
    ปลัดแตชนะไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ผลคะแนนของ “ทีมเฮียม้อ” ทิ้งห่างคณะก้าวหน้าหลายเท่าตัว เป็นเรื่องที่ผิดคาดของคอการเมือง

 โควิดมหาชัย ท้าทาย 'ทีมเฮียม้อ'

            อุดม ว่าที่นายก อบจ.สมุทรสาคร 

    เนื่องจากการเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 พรรคอนาคตใหม่ สร้างบิ๊กเซอร์ไพรส์ ได้ 2 ที่นั่ง และทีมเฮียม้อในสีเสื้อชาติไทยพัฒนา พ่ายยับ
    ฐานเสียงอนาคตใหม่(ก้าวไกล) กับคณะก้าวหน้า ก็ฐานเดียวกัน แต่ผ่านไปแค่ปีเศษ คะแนนของกลุ่มธนาธรทั้งจังหวัด หดหายไปเกินครึ่ง
    สำหรับประวัติ อุดม ไกรวัตนุสสรณ์ วัย 53 ปี บุตรชาย “เฮียม้อ” อดีตนายก อบจ.สมุทรสาคร และน้องชายของอุดร ไกรวัตนุสสรณ์ อดีตนายก อบจ.สมุทรสาคร ที่เสียชีวิตขณะดำรงตำแหน่ง     
    “อุดม” เคยเป็นอดีตปลัดอำเภอ อ.แวงน้อย จ.ขอนแก่น ก่อนเข้าสู่เส้นทางการเมือง โดยเป็น ส.ส.สมุทรสาคร 4 สมัย ในปี 2538, 2539, 2544 สังกัดพรรคความหวังใหม่ และปี 2548 สังกัดพรรคไทยรักไทย ก่อนถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี ในคดียุบพรรคไทยรักไทย 
    สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ เคยได้รับแต่งตั้งเป็นเลขานุการ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (วิเชษฐ์ เกษมทองศรี) 
    อาฟเตอร์ช็อกเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 สะเทือนทีมเฮียม้อมาแล้ว แต่มาเจอโควิดรอบนี้ ดูจะท้าทายปลัดแต่ยิ่งกว่า 


 โควิดมหาชัย ท้าทาย 'ทีมเฮียม้อ'

บทเรียน พท. ‘ขวัญ’ ลูกสหายแสง พวกมาก่อนพรรค #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/453270

บทเรียน พท.’ขวัญ’ ลูกสหายแสง พวกมาก่อนพรรค

 บทเรียน พท.'ขวัญ' ลูกสหายแสง พวกมาก่อนพรรค

26 ธันวาคม 2563 – 10:26 น.

สนามนครพนม บทเรียนเจ็บแสบเพื่อไทย “ครูแก้ว” เอาพวก ชนะฝ่ายที่ชูพรรค คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

++
    ปัญหาความขัดแย้งภายในพรรคเพื่อไทย ยังไม่จบ หลังทราบผลการเลือกตั้งนายก อบจ.ทั่วประเทศ เมื่อ การุณ โหสกุล ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กกรณี พิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แชร์คอลัมน์เกี่ยวกับการแพ้เลือกตั้งนายก อบจ.ในจังหวัดที่ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ลงไปช่วยหาเสียง  
    “เก่ง การุณ” วิจารณ์พิชัยว่า ไม่เป็นสุภาพบุรุษ ทำตัวไม่เหมาะสมกับเป็นผู้ใหญ่ในพรรค
    ตามมาด้วย ชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า ในสนามการต่อสู้ควรรักษาน้ำใจซึ่งกันและกัน เพราะนครพนมก็เป็นจังหวัดหนึ่งที่ส่งนายก อบจ.ในนามพรรคเพื่อไทย และผู้สมัครนายก อบจ.ไม่ได้รับเลือกตั้ง
    “ชวลิต” ขอขอบคุณผู้บริหารพรรค ที่ส่งทีมปราศรัยชุดใหญ่ ประกอบด้วยอดิศร เพียงเกษ ,อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด และ ดร.อรุณี กาสยานนท์ ไปปราศรัยทุกเขต
    ขณะที่การหาเสียงในนครพนม สมชอบ นิติพจน์ อดีตนายก อบจ.นครพนม พยายามชูแบรนด์พรรคเพื่อไทย ตรงกันข้ามกับคู่แข่งอย่าง “ขวัญ” ศุภพานี โพธิ์สุ จะปราศรัยทุกเวทีว่า “ไม่มีพรรค มีแต่พวก ทำงานร่วมกัน..เพราะเรื่องของท้องถิ่นไม่เกี่ยวกับพรรค”

++
พวกมาก่อนพรรค
++
    ผลการนับคะแนนเลือกตั้งนายก อบจ.นครพนม อย่างไม่เป็นทางการ ศุภพานี โพธิ์สุ ทีมนครพนมร่วมใจ ได้ 161,962คะแนน  ล้มแชมป์เก่า 2 สมัย สมชอบ นิติพจน์ ผู้สมัคร ที่ได้คะแนน 110,580 คะแนน  ทิ้งห่างกัน 5,1382 คะแนน 

 บทเรียน พท.'ขวัญ' ลูกสหายแสง พวกมาก่อนพรรค

                ทีมนครพนมร่วมใจ ได้บริหาร อบจ.นครพนม 

    “ขวัญ” ลูกสาวคนโต วัย 36 ปี ของ “ครูแก้ว” ศุภชัย โพธิ์สุ หนุ่มศรีสงคราม กับพูนสุข โพธิ์สุ สาวนาแก สำหรับชื่อ “ศุภพานี” นั้นนำเอาชื่อพ่อแม่ “ศุภ+พูน” มาตั้ง
    ครูแก้วหรือสหายแสง รองประธานสภาผู้แทนฯ พาลูกสาวคนนี้เข้าสู่วงการเมืองมานานแล้ว โดยเป็นผู้ช่วย ส.ส. และสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ ขวัญได้เป็นเลขานุการ รมว.มหาดไทย (ชวรัตน์ ชาญวีรกูล)
    ช่วงก่อน กกต.จะออกระเบียบห้าม ส.ส. หรือข้าราชการการเมืองไปช่วยหาเสียงในการเลือกตั้งท้องถิ่น ครูแก้วได้เปิดตัวทีมนายก อบจ.นครพนม ตั้งแต่เดือน ก.ย.2563 โดยวางตัวลูกสาวเป็นนายก อบจ. พร้อมกับดึง 2 อดีต ส.ส.นครพนมคือ นพ.อลงกต มณีกาศ และ ชูกัน กุลวงษา เป็นรองนายก อบจ.

 บทเรียน พท.'ขวัญ' ลูกสหายแสง พวกมาก่อนพรรค

               ครูแก้ว พาลูกสาวไปเปิดตัว ช่วงก่อน กกต.ออกกฎเหล็ก 

    ทั้ง นพ.อลงกต และชูกัน เคยสวมเสื้อพลังประชารัฐ ลงสนามเลือกตั้ง ส.ส.หนที่แล้ว แต่สอบตก

++
สิงห์เหนือเสือใต้
++
    เหนืออื่นใด ศุภชัย โพธิ์สุ กับไพจิต ศรีวรขาน สนิทสนมกันมายาวนาน ตั้งแต่สมัยพรรคความหวังใหม่ พรรคไทยรักไทย และพรรคพลังประชาชน ทุกวันนี้ แม้จะอยู่คนละพรรค แต่ก็พวกเดียวกัน 
    เมื่อวันที่ 13 ต.ค.2563 “สิงห์เหนือ” ศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.นครพนม เขต 1 ค่ายภูมิใจไทย กับ “เสือใต้” ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม เขต 3 ค่ายเพื่อไทย เจอกันในงานทอดกฐินสามัคคี วัดดอนสวรรค์ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ไพจิตได้ประกาศต่อหน้าชาวบ้านว่า ขอสนับสนุน ศุภพานี โพธิ์สุ  
    ย้อนไปเมื่อปี 2555 “ครูแก้ว” สิงห์เหนือ “ไพจิต” เสือใต้ ได้หนุน สมชอบ นิติพจน์ เป็นนายก อบจ.นครพนม โดยมีการแต่งนั้นภรรยาของทั้งคู่ เป็นรองนายก อบจ.
    นี่เป็นหนังตัวอย่างการเมืองท้องถิ่นแบบไทยๆ เรื่อง “ไม่มีพรรคมีแต่พวก” 

พลิกปูมเส้นทางชีวิตผู้ว่าฯปู “วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี” แม่ทัพหน้าปราบโควิด-19 เมืองมหาชัย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/453226

พลิกปูมเส้นทางชีวิตผู้ว่าฯปู “วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี” แม่ทัพหน้าปราบโควิด-19 เมืองมหาชัย 

พลิกปูมเส้นทางชีวิตผู้ว่าฯปู "วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี" แม่ทัพหน้าปราบโควิด-19 เมืองมหาชัย 

25 ธันวาคม 2563 – 16:49 น.

“คนไม่ทำงานเท่านั้นที่ไม่ผิด” น่าจะเป็นคำเปรียบเปรยได้ดีสำหรับผู้ว่าฯปู “วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี” ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครชั่วโมงนี้ที่โดนรุมถล่มในที่ประชุม ครม. แต่”โควิด-19 “ถือเป็นยาแรงที่สร้างความแกร่งให้กับผู้ว่าฯเมืองมหาชัยคนนี้

 “คนไม่ทำงานเท่านั้นที่ไม่ผิด” น่าจะเป็นคำเปรียบเปรยได้ดีสำหรับผู้ว่าฯปู “วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี” ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครช่วงโมงนี้ที่โดนรุมถล่มในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.63 ที่ผ่านมา พร้อมคำแถลงการณ์จากนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา ที่ว่า “ผู้ว่าฯปล่อยให้มีการแพร่ระบาดเช่นนี้ได้ยังไง ผมผิดที่ไม่ได้ดูนโยบายในภาพรวม”
  แต่หากใครติดตามข่าวการทำงานของ”พ่อเมือง”ท่านนี้ก็คงจะเห็นในทันทีที่ทราบข่าวว่ามีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ตลาดกลางค้ากุ้ง ผู้ว่าฯสั่งก็ระดมทุกหน่วยงานปฎิบัติแบบสายฟ้าแลบ พร้อมออกมาตรการต่าง ๆ อย่างเข้มงวดในทันที
  แม้จะเหนื่อยหนักขนาดไหนก็ไม่หวั่น ยังยิ้มสู้ เห็นได้จากการแถลงข่าว วันแรก ๆ ของการระบาดโควิด-19 มีนักข่าวโยนคำถามถึงผู้ว่าฯสมุทรสาคร”วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี”ในระหว่างการแถลงข่าวความคืบหน้าว่า
  “รู้สึกผู้ว่าฯ อารมณ์ดีเป็นพิเศษ”
  ซึ่งคำตอบที่ได้รับกลับสร้างความประทับใจให้แก่ผู้ที่ได้รับฟังไม่น้อย
   “อยากจะบอกเหลือเกินว่า คนเป็นผู้ว่าฯ ก็เหมือนกับเป็นแม่ทัพ ออกรบทัพจับศึก จะร้องไห้ให้ไพร่พลเห็นได้อย่างไร แม้หัวใจจะร้องไห้ ด้วยความสงสารคนสมุทรสาครมาหลายครั้งหลายหน มีเรื่องราวอีกมากมายที่อยากพูดแต่ไม่ได้พูด โดยเฉพาะคนที่ปล่อยให้ COVID-19 เข้ามาในใจกลางเมืองสมุทรสาครเหนื่อยและลำบากแค่ไหน แต่ยังไหวครับ” 

พลิกปูมเส้นทางชีวิตผู้ว่าฯปู "วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี" แม่ทัพหน้าปราบโควิด-19 เมืองมหาชัย 

                                             นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าฯสมุทรสาคร

นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี หรือคนสมุทรสาคร เรียกกันติดปาก”ผู้ว่าฯปู”  หากย้อนดูประวัติการทำงานต้องบอกว่า”ลูกสิงห์ทอง”คนนี้ถือว่าไม่ธรรมดาผ่านงานผู้ว่าฯมาหลายจังหวัด ผ่านประสบการณ์ บู๊-บุ๋น มาอย่างโชกโชน ทุกคนยอมรับในฝีไม้ลายมือการบริหารของนักปกครองอาชีพ 

 

พลิกปูมเส้นทางชีวิตผู้ว่าฯปู "วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี" แม่ทัพหน้าปราบโควิด-19 เมืองมหาชัย 


  วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี  เป็นคนอ่างทองโดยกำเนิด เกิดที่อ.วิเศษไชยชาญ ในครอบครัวคหบดี หลังจบป.ตรีรัฐศาสตร์จากรามคำแหง ก็คว้าป.โทด้านบริหารจากม.บูรพา หน้าที่การงานเริ่มไต่เต้าจากปลัดอำเภอสู่ผู้ว่าฯใช้เวลากว่า 30 ปี โดยชีวิตราชการส่วนใหญ่วนเวียนอยู่ในจ.สุพรรณบุรี
 เขาเป็นผู้บุกเบิกและพัฒนาบึงฉลากตามบัญชาของนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายรัฐมนตรีผู้ล่วงลับ เมื่อครั้งรั้งตำแหน่งนายอำเภอเดิมบางฯ โดยเริ่มจากการพัฒนาพื้นที่เสื่อมโทรม จนกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของจ.สุพรรณบุรีในทุกวันนี้ 
  เมื่อครั้งย้ายมาเป็นนายอำเภอศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรีก็สร้างผลงานไม่น้อยหน้า แต่ความฮือฮาคือ การมีแนวคิดสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับชาวบ้าน โดยการนำผักตบชวาที่ทุกคนมองว่าเป็นพืชขยะไร้ค่ามาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ จนมีชื่อเสียงโด่งดังระดับประเทศ

พลิกปูมเส้นทางชีวิตผู้ว่าฯปู "วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี" แม่ทัพหน้าปราบโควิด-19 เมืองมหาชัย 

        ครั้นย้ายมาเป็นนายอำเภอแม่วงค์ จ.นครสวรรค์ก็ยังรังสรรค์ผลงานที่เข้าตา ด้วยการแก้ปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าต้นน้ำของชาวบ้านและผู้มีอิทธิพลเป็นผลสำเร็จ เนื่องว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ของอ.แม่วงค์อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ 
  การก้าวผ่านนายอำเภอมาสู่ตำแหน่งหัวหน้าสำนักงานจังหวัดสุพรรณบุรี เหมือนได้กลับมาบ้านเก่า ครั้งหนึ่งผู้ว่าฯปูเคยปรารภกับ”ทีมข่าวคมชัดลึก”ว่า
      ”สุพรรณก็เหมือนบ้านหลังที่สอง มาสุพรรณเหมือนได้กลับมาบ้านอีกครั้งจะต้องดูแลคนสุพรรณให้ดีที่สุด” 
       จากปลัดจังหวัดสู่รองผู้ว่าฯ ก่อนก้าวมารั้งตำแหน่งผู้ว่าฯอย่างเต็มตัวครั้งแรกที่จ.พิจิตร
      ผลงานที่โดดเด่นของพ่อเมืองที่นี่  ได้พัฒนาจ.พิจิตรจากเมืองผ่านให้กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญอันโดดเด่นของเหนือตอนล่างในที่สุด  เพราะทันทีที่รับตำแหน่งผู้ว่าฯเมืองชาละวัน งานแรกที่จับกลายเป็นหินคือการพัฒนาพื้นที่รอบบึงสีไฟ เพราะเป็นแหล่งรวมของปัญหาที่หมักหมมมาอย่างยาวนาน ถูกบุกรุกของชาวบ้านและผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น ซึ่งที่ผ่านมาไม่มีผู้ว่าฯคนไหน กล้าแตะ 
     แต่ “วีระศักดิ์” คนนี้กลับเดินหน้าพัฒนาอย่างชนิดที่ว่าไม่กลัวหน้าอินทร์หน้าพรหม หลังได้รับไฟเขียวจากผู้บังคับบัญชารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยที่ชื่อ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ที่สั่งการลงมา พร้อมจัดสรรงบประมาณลงมาอย่างเต็มสูบ ส่วนแนวทางการพัฒนา เขานำประสบการณ์จากความสำเร็จ ถอดบทเรียนการพัฒนาบึงฉวาก เฉลิมพระเกียรติมาพัฒนาพื้นที่บึงสีไฟให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจของคนพิจิตร
  จากบึงสีไฟต่อยอดมาพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวสายธรรมะ เนื่องจากพิจิตรเป็นจังหวัดที่เต็มไปด้วยวัดวาอาราม มีเกจิอาจารย์มีชื่อดังมากมาย  ทั้งยังมีสถานที่ทางประวัติศาสตร์อีกหลายแห่ง ทำให้มีการต่อเชื่อมเส้นทางประวัติศาสตร์และวัดวาอารามด้วยเส้นทางท่องเที่ยวที่สมบูรณ์แบบ จึงทำให้เมืองรองการท่องเที่ยว อย่างพิจิตรเป็นที่รู้จักของคนทั่วประเทศ 
    ไปอยู่ที่ไหนก็มีแต่คนรัก จึงไม่แปลก เมื่อมีคำสั่งย้ายมารั้งตำแหน่งผ้ว่าฯศรีสะเกษ ชาวพิจิตรต่างแห่กันไปส่งอย่างอุ่นหนาฝาคั่งถึงหน้าศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษเลยทีเดียว   
  “ก่อนมารับตำแหน่งผู้ว่าฯที่นี่ ผมได้ทำการบ้านมาก่อนแล้ว 1 เดือนเต็ม เมื่อมาถึงก็เริ่มทำงานได้ทันที โดยไม่ต้องใช้เวลาศึกษาเรียนรู้งานใหม่ เพราะฉะนั้นผมมาเป็นผู้ว่าฯก่อนคำสั่งออก 1 เดือน”ผู้ว่าฯปูเปรยกับทีมข่าวคมชัดลึก เมื่อครั้งมารับตำแหน่งผู้ว่าฯศรีสะเกษใหม่ ๆ 
 จากพิจิตรมาศรีสะเกษ เมืองชายแดน ปัญหาจึงต่างจากเดิมอย่าลิบลับ ส่วนใหญ่เป็นปัญหาระหว่างประเทศ เพราะมีชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน  จึงมีการกระทบกระทั่งกันบ่อย แต่ด้วยความเป็นนักบริหารมือประสานสิบทิศ ปัญหาส่วนใหญ่จึงจบลงที่ระดับจังหวัด   แต่ที่ดังเป็นพลุแตกคือการสร้างสตอรี่ทุเรียนภูเขาไฟ พร้อมเนรมิตเส้นทางท่องเที่ยวเชิงเกษตร จนทำให้ศรีสะเกษเป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งผลิตทุเรียนพันธุ์ดี สามารถสร้างอาชีพและรายได้กับชาวศรีสะเกษอย่างเป็นกอบเป็นกำ
     2 ปีกว่าของพ่อเมืองศรีสะเกษ ก่อนย้ายมารับตำแหน่งผู้ว่าฯสมุทรสาคร รู้ว่าเป็นงานหนักงานหิน เพราะสภาพพื้นที่เศรษฐกิจ สังคมไม่เหมือนที่ผ่านมา เคยมีอดีตผู้ว่าฯท่านหนึ่งกล่าวไว้ว่า
      “ใครมาเป็นผู้ว่ามหาชัยเหมือนควบตำแหน่งปลัดกระทรวงฯ เพราะเป็นจังหวัดแหล่งรวมของทุกปัญหา ผ่านมหาชัยไปอยู่จังหวัดไหนก็ได้สบายมาก”
       ยามปกติ สมุทรสาครก็หนักอึ้งอยู่แล้ว ยิ่งยามไม่ปกติจากสถานการณ์โควิด-19 เข้ามาก็ยิ่งสาหัสสากรรจ์เข้าไปอีก  โชคร้ายในความโชคดีที่ผู้ว่าฯคนนี้มีชาวมหาชัยเป็นเกราะกำบัง หลังได้เห็นการทำงานแบบถึงลูกถึงคนมาระยะหนึ่ง มีบู้บุ๋นยืดหยุ่นตามสถานการณ์ตามหลักของนักปกครอง
      ”  โควิด-19 “ถือเป็นยาแรงที่สร้างความแกร่งให้กับผู้ว่าฯเมืองมหาชัยคนนี้ที่ชื่อ”วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงสี”

‘We Watch’ ออกแถลงการณ์ชี้ข้อบกพร่องหย่อนบัตร อบจ. แนะ 6ข้อ กกต.วางมาตรฐานเลือกตั้ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/453255

‘We Watch’ ออกแถลงการณ์ชี้ข้อบกพร่องหย่อนบัตร อบจ. แนะ 6ข้อ กกต.วางมาตรฐานเลือกตั้ง

'We Watch' ออกแถลงการณ์ชี้ข้อบกพร่องหย่อนบัตร อบจ. แนะ 6ข้อ กกต.วางมาตรฐานเลือกตั้ง

25 ธันวาคม 2563 – 22:30 น.

‘We Watch’ ออกแถลงการณ์ ชำแหละข้อบกพร่องเลือกตั้งอบจ. แนะ6ข้อกกต.วางมาตรฐานเลือกตั้งครั้งหน้า

แถลงการณ์ เครือข่ายสังเกตการณ์การเลือกตั้ง We Watch เรื่อง สถานการณ์ปัญหาการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) และข้อเสนอต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

https://wewatchthailand.org/data/2020/12/2835

การสังเกตการณ์การเลือกตั้งของอาสาสมัครและการรายงานจากบุคคลทั่วไปจากทุกภูมิภาค ยกเว้นภาคตะวันตก ผ่านทางเว็บไซต์www.electionwatchth.orgเฟซบุ๊คแฟนเพจ We Watch และทางโทรศัพท์ในช่วงการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ที่ผ่านมา พบว่า กกต. และ อบจ. สามารถจัดการเลือกตั้งให้ลุล่วงไปได้ แต่มีความบกพร่องหลายประการอันกระทบต่อความน่าเชื่อถือของการเลือกตั้ง We Watch ขอนำเสนอให้เห็นข้อบกพร่องดังกล่าว พร้อมทั้งข้อเสนอแนะต่อการปรับปรุงการจัดการเลือกตั้ง ดังต่อไปนี้

เมื่อเปรียบเทียบกับตัวชี้วัดมาตรฐานสากลของการเลือกตั้งทั้งด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน ความเป็นธรรม ความเป็นอิสระ และประสิทธิภาพในการจัดการการเลือกตั้ง ข้อบกพร่องที่พบในการเลือกตั้งครั้งนี้ ประกอบด้วย

1. ขาดการปกป้องและคุ้มครองสิทธิของประชาชน
1.1 ประชาชนถูกตัดสิทธิการเลือกตั้งเป็นจำนวนมาก เนื่องจากพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น (พ.ร.บ.การเลือกตั้งท้องถิ่นฯ) กำหนดให้ผู้ที่ย้ายทะเบียนบ้านที่มีระยะเวลาไม่ถึง 1 ปี ไม่มีสิทธิในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา
1.2 การประกาศวันเลือกตั้ง ไม่เอื้ออำนวยให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ติดภารกิจในพื้นที่ห่างไกลสามารถกลับมาใช้สิทธิได้อย่างสะดวก เช่น กำหนดวันเลือกตั้งไม่ตรงกับวันหยุดยาวและใกล้กับเทศกาลปีใหม่ รวมถึงไม่มีช่องทางอำนวยความสะดวกอื่นรองรับการใช้สิทธิ
1.3 การจัดทำบัตรเลือกตั้งที่สร้างความสับสน ดังกรณี การไม่ระบุชื่อผู้สมัครและรูปภาพของผู้สมัคร ซึ่งอาจเป็นสาเหตุหนึ่งของการทำให้บัตรเสีย
2. ความเป็นอิสระของผู้มาใช้สิทธิและการวางตัวไม่เป็นกลางของเจ้าหน้าที่
2.1 กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ส่งสัญญาณ ใช้อิทธิพลชักจูงผู้มาใช้สิทธิ ซึ่งชาวบ้านทราบดีว่ามี กปน. บางคนเป็นหัวคะแนน
2.2 ประชาชนจำนวนหนึ่งขาดความเชื่อมั่นในกระบวนการร้องเรียนและตรวจสอบจาก กกต. เนื่องจากเกรงว่าตนเองจะมีความเสี่ยงและที่ผ่านมาไม่สามารถดำเนินคดีตามกฎหมายได้
3. ความโปร่งใส่และการมีส่วนร่วมของประชาชน ในประเด็นนี้ กปน. มีการดำเนินการบกพร่องหลายกรณี เช่น ไม่ปิดประกาศเอกสารสำคัญหน้าหน่วย หละหลวมในการตรวจสอบและยืนยันตัวตนของผู้มาใช้สิทธิ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับหมายเลขผู้สมัครผิดพลาด ไม่นับจำนวนบัตรที่ยังไม่ถูกใช้ ไม่เจาะทำลายบัตรที่ยังไม่ถูกใช้ นับคะแนนโดยละเลยการมีส่วนร่วมของประชาชน ไม่ติดเอกสารประกาศสรุปผลการเลือกตั้งภายหลังการนับคะแนนแล้วเสร็จ รวมถึง กปน. ในหลายหน่วยไม่อนุญาตให้อาสาสมัครสังเกตการณ์ภายรอบหน่วยอย่างอิสระ
4. การลงคะแนนที่เสี่ยงต่อการไม่เป็นความลับ โดยเฉพาะในกรณีที่ กปน.ไม่จัดวางคูหาให้มีฉากกั้นด้านหลัง หรือ กรณีมีเจ้าหน้าที่ยืนอยู่ด้านหลังคูหา
5. การส่งเสริมบทบาทของภาคประชาชนในการสังเกตการณ์การเลือกตั้งยังมีน้อยโดยเฉพาะการสนับสนุนให้ภาคประชาชนสามารถดำเนินการสังเกตการณ์ได้มากขึ้นและมีมาตรฐานเดียวกันทุกหน่วยเลือกตั้ง
6. ขาดมาตรการในการควบคุมมิให้เกิดการคุกคามผู้สมัครในการหาเสียงในหลายพื้นที่

ในการจัดการกับข้อบกพร่องข้างต้น We Watch มีข้อเสนอแนะต่อ กกต. และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดการการเลือกตั้ง ดังต่อไปนี้

1. ควรมีการแก้ไขกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการใช้สิทธิเลือกตั้งของประชาชน เช่น มาตรา 38 (3) พ.ร.บ. การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 ที่จำกัดสิทธิเลือกตั้งของประชาชนผู้ที่มีการย้ายที่อยู่ในระยะเวลาต่ำกว่า 1 ปี
2. กกต. ควรแก้ไขระเบียบหรือจัดการให้มีช่องทางอำนวยความสะดวกในการใช้สิทธิของประชาชน โดยเฉพาะในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค และเงื่อนไขทางเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวยให้ประชาชนเดินทางกลับไปใช้สิทธิ
3. การจัดทำบัตรเลือกตั้งที่ง่ายต่อความเข้าใจ มีรายชื่อชัดเจน และเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศเพื่อป้องกันความสับสนของประชาชน
4. ควรมีการทบทวนเรื่องที่มาและคุณสมบัติของผู้จัดการเลือกตั้งใหม่ เช่น การยกเลิกการให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านเป็น กปน. และสร้างกระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติของ กปน. ใหม่ เพื่อป้องกันหัวคะแนนสร้างอิทธิพลหรือชักจูงผู้ใช้สิทธิภายในหน่วยเลือกตั้ง
5. กกต. ควรทบทวนกระบวนการอบรม กปน. เพื่อปรับปรุงแนวคิดและขั้นตอนการปฏิบัติในประเด็นเกี่ยวกับความโปร่งใส่และการมีส่วนร่วมของประชาชน ตลอดจนการทำความเข้าใจหลักการเรื่องการลงคะแนนที่เป็นความลับเสียใหม่
6. กกต. ควรมีการวางมาตรการในการทำงานเชิงรุกในประเด็นการป้องกันและดำเนินการเอาผิดผู้ที่กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง โดยเฉพาะในกรณีการคุกคามฝ่ายตรงข้ามและการโกงการเลือกตั้ง

สุดท้าย กกต. และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดการเลือกตั้งควรมีเจตนาที่จะแสดงความรับผิดชอบในข้อบกพร่องดังกล่าว และทบทวนบทเรียนในการดำเนินบทบาทและหน้าที่ของตนเอง เพื่อพัฒนามาตรฐานขั้นสูงในการจัดการเลือกตั้งท้องถิ่น ประกอบกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วนควรมีการผลักดันเรื่องการกระจายอำนาจไว้ในรัฐธรรมนูญ ไม่เช่นนั้นการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นเพื่อให้ผู้คนในต่างจังหวัดมีโอกาสทัดเทียมกันคงจะเป็นความฝันที่ยากที่จะเป็นจริง

เครือข่าย We Watch
25 ธันวาคม 2563

สำนักเลขาธิการนายกฯ ยัน 6 ขรก.ทำเนียบฯ ผลตรวจ ไม่พบเชื้อ โควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/453249

สำนักเลขาธิการนายกฯ ยัน 6 ขรก.ทำเนียบฯ ผลตรวจ ไม่พบเชื้อ โควิด-19

สำนักเลขาธิการนายกฯ ยัน 6 ขรก.ทำเนียบฯ ผลตรวจ ไม่พบเชื้อ โควิด-19

25 ธันวาคม 2563 – 20:50 น.

สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ยืนยัน ข้าราชการทำเนียบ 6 คน ผลตรวจรอบสองไม่พบเชื้อโควิด-19

เมื่อเวลาประมาณ20.00น. วันที่ 25 ธันวาคม สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี แจ้งสื่อมวลชน กรณีตรวจเชื้อโควิด-19 ข้าราชการทำเนียบรัฐบาล ด้วยการตรวจน้ำลายแล้วผลเป็นบวก 6คน

โดย น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกฯ ​เปิดเผยว่า จากการตรวจ rapid test ผู้ที่มึผลเป็น positive ได้ดำเนินการตรวจแบบ swap แล้วและผลออกแล้ว เป็น negative ทั้งหมด ไม่มีใครมีความเสี่ยง

Restaurant in Samyan Mitrtown told to close until Dec 28 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

Restaurant in Samyan Mitrtown told to close until Dec 28

NationalDec 26. 2020

By THE NATION

Samyan Mitrtown complex in Bangkok has ordered a branch of Nittaya Kai Yang Restaurant to close from December 25 to 28, after a Covid-19 patient was found to have visited the place late in the evening on December 12.

An announcement on Friday said the restaurant will open again on Tuesday, after being sterilised together with other areas of the complex, which are open as usual.

Restaurant staff have been told to quarantine.

Samut Sakhon stadium to be converted into field hospital in two days #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

Samut Sakhon stadium to be converted into field hospital in two days

NationalDec 26. 2020

By THE NATION

Samut Sakhon Governor Weerasak Wijitsaengsri on Saturday gave the go-ahead for setting up a field hospital.

The hospital will be set up at Samut Sakhon Provincial Stadium located in Mahachai subdistrict, Muang district to serve as a treatment and quarantine centre for confirmed patients and those suspected of contracting the Covid-19 virus in the province, a news source revealed.

The governor’s order was approved by the Samut Sakhon Communication Disease Committee, which also stipulated that unauthorised persons be prohibited from entering the stadium effective immediately. Violators will face a maximum one year imprisonment or Bt100,000 fine, or both, under the Communicable Diseases Act BE 2558, as well as a maximum two years’ imprisonment or Bt40,000 fine, or both, under the Emergency Decree on Public Administration in Emergency Situations BE 2548.

The source added that the field hospital would have 500 beds. The governor has ordered related agencies, including Department of Public Works and Town Planning and Samut Sakhon Sports Authority to finish setting up the field hospital within two days.

Earlier this week, the province surveyed the Thailand National Sports University Samut Sakhon campus, located in Bang Ya Phraek subdistrict, regarding the possibility of turning the campus into a field hospital for Covid-19 patients.

On Thursday hundreds of locals showed up at the university to protest the province’s decision, citing that some 10,000 people live near the university, and there are many kindergartens and nurseries nearby as well as a child development centre.

Related Story: Samut Sakhon locals hinder moves to set up Covid-19 field hospitals

Pro-democracy group leader sells prawns in front of Government House #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

Pro-democracy group leader sells prawns im front of Government House

NationalDec 26. 2020

By THE NATION

The leader of pro-democracy “We Volunteer” group, Piyarat Chongthep, on Saturday decided to sell a tonne of prawns in front of Government House, in response to a decrease in seafood sales across the nation due to the new Covid-19 crisis in Samut Sakhon province.

Piyarat explained that the prawns were brought from a farm in Nakhon Pathom province. His commercial operation was supervised by the police officers there.

The latest Covid-19 crisis emerged in Thailand last week, from the Central Shrimp Market in Samut Sakhon. Initial patients included seafood vendors, their family members and migrant workers who worked there, but the coronavirus has spread to other people who visited this market and other markets in the province.

This week, several vendors who had purchased seafood from Samut Sakhon for selling in their shops or in their stalls, were found infected with the virus. Moreover, some markets have been closed after the confirmed cases, obstructing routine trading and sales.