94 domestic cases among 110 new Covid-19 patients #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

94 domestic cases among 110 new Covid-19 patients
National
Dec 26. 2020


By THE NATION
The Centre for Covid-19 Situation Administration (CCSA) on Saturday revealed 110 cases in the past 24 hours, including 94 domestic cases and 16 in state quarantine.

Of the 94 cases, 64 were Thai nationals while 30 were migrant workers living in the country.

18 were in Bangkok,10 in Phetchaburi, seven in Samut Prakan, five in Chai Nat, four in Ratchaburi, three each in Nakhon Ratchasima and Rayong, two each in Saraburi, Chaiyaphum, Satun and Chachoengsao, one each in Ayutthaya, Pathumthani, Trang, Khon Kaen, Phichit, and Songkhla.

The new cases in quarantine facilities included two from Myanmar, four from Russia, three from the US, and one each from France, Turkey, the UK, Mozambique, India, Saudi Arabia and Germany.
The total number of confirmed cases in Thailand has risen to 6,020 — 4,061 domestic cases, of which 1,338 were migrant workers, and 1,959 in quarantine centres — 4,152 have recovered and been discharged while 60 people have died.
According to Worldometer, as of 10am on Saturday, the total number of confirmed cases globally had risen to 80.20 million (up by 472,443), 56.47 million have recovered, 23.73 million are active cases (105,785 in severe condition) and 1.75 million have died (up by 8,374).

Thailand ranks 144th for most cases in the world, while the US tops the list with 19.21 million, followed by India 10.16 million, Brazil 7.44 million, Russia 2.99 million and France 2.54 million.

Air quality unsafe in three Bangkok areas #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

Air quality unsafe in three Bangkok areas

NationalDec 26. 2020

By THE NATION

Air quality in three areas of Bangkok exceeded safe levels, or 50 micrograms (mcg) per cubic metre.

Bangkok’s air monitoring solutions reported at 7am on Saturday that particulate matter smaller than 2.5 micrometers in diameter (PM2.5) was 64mcg per cubic metre in Nong Khaem district, while it was 51mcg per cubic metre in Thawi Watthana district, near Sanam Luang II, and 59mcg per cubic metre in Taweewanarom Park.

Separately, the AirVisual application showed the air quality index of Bangkok at 92, or moderate level, at 10am.

Timeline of 13th Covid-19 case in Nonthaburi shows link to Samut Sakhon #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

Timeline of 13th Covid-19 case in Nonthaburi shows link to Samut Sakhon

NationalDec 26. 2020

By THE NATION

Nonthaburi provincial authorities on Friday revealed the timeline of the 13th patient in the latest Covid-19 wave in the province.

As of Friday, 15 new patients were confirmed in the province, taking the cumulative total to 131 since the outbreak early this year.

The 13th case is a person aged 36, who possibly got infected in Samut Sakhon.

According to the announcement, the man lived in Nonthaburi’s Bang Bua Thong district, and had driven to Mahachai seafood market in the red area province on December 15, 18 and 22.

The man had suspected symptoms – diarrhoea and snot – on December 21.

He also visited Sarasas Witaed School – Bang Bua Thong branch – for bringing his child back home on December 15, 16 and 17. Also, he took his child to the school on December 16 and 17.

The patient also visited Sombat Buri market in Nonthaburi on December 17 and 21, and Bang Len seafood market on December 22.

The man decided to visit a private hospital for checkup on December 23 and was found infected on December 24.

Court gives two years’ jail time to red-shirt protesters for possessing grenades during 2014 protests #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

Court gives two years’ jail time to red-shirt protesters for possessing grenades during 2014 protests

NationalDec 26. 2020

By THE NATION

The Criminal Court on Friday read its verdict in a case filed by the Criminal Case Prosecutor Office against Krisada Chaikhai, aged 49 years, and Phassanai Phanas, 45, members of the United Front of Democracy Against Dictatorship, also known as red shirts, for violating the Arms Control Act BE 2530 during the mass protests in 2014.

The two were arrested with 20 anti-personnel fragmentation grenades in Bangkok’s Bang Sue district and had confessed to their crimes.

The court gave two years’ prison time to both defendants, reducing the original sentence of four years due to their confession and cooperation with the investigation. However, only Phassanai will serve the two-year sentence as Krisada, on March 12, had already been given a life sentence by the Criminal Court for throwing a grenade on a stage during a rally of the People’s Democratic Reform Committee, also known as yellow shirts, on January 19, at Victory Monument, resulting in one death and 26 injured.

อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดงานสัมมนาผู้แทนสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์กรมปศุสัตว์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/541314

อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดงานสัมมนาผู้แทนสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์กรมปศุสัตว์

อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดงานสัมมนาผู้แทนสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์กรมปศุสัตว์

วันเสาร์ ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 11.35 น.

อธิบดีกรมปศุสัตว์เปิดงานสัมมนาผู้แทนสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์กรมปศุสัตว์ จำกัด เพื่อขับเคลื่อนงานสหกรณ์กรมปศุสัตว์ เน้นถูกต้อง โปร่งใส ตรวจสอบได้ ยึดประโยชน์สมาชิกเป็นสำคัญ

เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2563 เวลา9.30น.นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ในฐานะประธานสหกรณ์ออมทรัพย์กรมปศุสัตว์ จำกัด เปิดโครงการสัมมนาผู้แทนสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์กรมปศุสัตว์ จำกัด โดยมี น.สพ.เศรษฐเกียรติ กระจ่างวงศ์ ประธานฝ่ายประชาสัมพันธ์สหกรณ์กรมปศุสัตว์ กล่าวรายงาน และผู้แทนสมาชิกฯเข้าร่วมสัมมนาในครั้งนี้

 สหกรณ์ออมทรัพย์กรมปศุสัตว์ จำกัด ได้ก่อตั้งและเริ่มดำเนินกิจการตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2523 จนถึงปัจจุบันมีสมาชิกทั้งสิ้น 9,911คน มีสินทรัพย์กว่า 6,000 ล้านบาท และได้มีการกำหนดข้อบังคับ โดยใช้ระบบผู้แทนสมาชิกซึ่งเป็นตัวแทนของสมาชิก เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนา สหกรณ์ให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้น ตามหลักการสหกรณ์ และได้มีการจัดโครงการสัมมนาให้ความรู้อย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านองค์ความรู้ให้กับผู้แทนสมาชิก บุคลากรในองค์กรและบุคคลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งนับได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญ ที่จะนำพาให้สหกรณ์มีการบริหารงานที่มีประสิทธิภาพ มีความเจริญก้าวหน้า มีความมั่นคง สมาชิกและบุคคลภายนอกมีความเชื่อมั่นในองค์กร

 โดยมีวัตถุประสงค์ในการสัมมนาเพื่อ “การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน” ดังนี้

1.เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้นับทราบและเข้าใจถึงสิทธิและหน้าที่ของสมาชิกสหกรณ์

2.เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสัมมนามีส่วนร่วมในการพัฒนาสหกรณ์

3.เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้เรียนรู้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันระหว่างผู้แทนสมาชิกและทำให้เกิดแนวคิดพัฒนาการดำเนินงานสหกรณ์เพื่อประโยชน์สูงสุดแก่สมาชิกสหกรณ์ และเราจะผ่านสถานการณ์ที่ท้าทายในครั้งนี้ไปได้ด้วยความรัก ความเข้าใจ ความเชื่อมั่น และความศรัทธา ให้สหกรณ์มีความเจริญก้าวหน้า และยั่งยืน

ประธานสหกรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการสัมมนาผู้แทนสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์กรมปศุสัตว์ จำกัด ครั้งที่ 1 ประจำปีงบประมาณ 2564เรื่อง “สิทธิและหน้าที่ของผู้แทนสมาชิกสหกรณ์” ในวันนี้และขอแสดงความยินดีกับกรรมการและผู้แทนสมาชิกทุกท่านที่ได้รับการสรรหาและเลือกตั้ง ที่จะได้ใช้ความรู้ ความสามารถ และเสียสละเวลา ร่วมกันพัฒนาสหกรณ์ให้สมาชิกมีความเป็นอยู่ที่ดี มั่นคง และมั่งคั่งการสัมมนาในครั้งนี้คาดหวังว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้เข้าร่วมสัมมนาได้รับทราบและเข้าใจถึงสิทธิและหน้าที่ของผู้แทนสมาชิกสหกรณ์ รวมถึงการมีส่วนร่วมในการระดมความเห็นในการพัฒนาสหกรณ์ให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้น ตามหลักการสหกรณ์ ซึ่งนับว่าเป็นสิ่งสำคัญที่จะนำพาให้สหกรณ์มีการบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพมีความเจริญก้าวหน้า และมีความมั่นคง สมาชิกและบุคคลภายนอกมีความเชื่อมั่นในองค์กร อันนำไปสู่ความก้าวหน้ายั่งยืนสืบไป

ทั้งนี้ ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID -19) ที่ระบาดอยู่ในขณะนี้ เพื่อให้การดำเนินงานจัดโครงการสัมมนา และประชุมใหญ่สามัญ ประจำปี 2563เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ปราศจากการแพร่ระบาดโดยดำเนินการตามมาตรการเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดอย่างเข้มงวดเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้เข้าร่วมประชุมสัมมนา ดังกล่าวด้วย    ณ โรงแรมแกรนด์ เมอร์เคียว กรุงเทพฯ

รมว.เกษตรฯการันตี สินค้าประมง-ปศุสัตว์ปลอดภัย ขอให้ปชช.บริโภคได้ตามปกติ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/541279

รมว.เกษตรฯการันตี  สินค้าประมง-ปศุสัตว์ปลอดภัย  ขอให้ปชช.บริโภคได้ตามปกติ

รมว.เกษตรฯการันตี สินค้าประมง-ปศุสัตว์ปลอดภัย ขอให้ปชช.บริโภคได้ตามปกติ

วันเสาร์ ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

รมว.เกษตรฯการันตี สินค้าประมง-ปศุสัตว์ปลอดภัย ขอให้ปชช.บริโภคได้ตามปกติ

รมว.เกษตรฯยืนยัน สินค้าจากประมง-ปศุสัตว์ยังมีความปลอดภัย ได้มาตรฐาน พร้อมย้ำมีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างเข้มข้น ขอให้พี่น้องประชาชนสามารถบริโภคได้ตามปกติ ด้านปลัดเกษตรฯ เผยกรมประมงเร่งหาตลาดรองรับสินค้าสัตว์น้ำ หลังปิดท่าเรือ-ตลาดใหญ่ ขณะที่ประชาชนแห่ซื้อกุ้งก้ามกรามราคาถูก เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งใน อ.บางแพ จ.ราชบุรีที่ได้รับผลกระทบ

เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ทางกระทรวงฯ ได้มีการสรุปรายงานสถานการณ์และผลการดำเนินงานเฝ้าระวัง ป้องกันและเตรียมความพร้อมในการรองรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 รอบใหม่ ซึ่งจากกระแสความกังวลของประชาชนต่อการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในสัตว์น้ำที่อาจทำให้เกิดความไม่มั่นใจในการบริโภคอาหารทะเล ทางกระทรวงฯ จึงได้ทำการส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบกระบวนการผลิตสินค้าเกษตร ทั้งสินค้าประมงและสินค้าปศุสัตว์ เพื่อให้สินค้ามีความปลอดภัยและได้มาตรฐานต่อผู้บริโภคให้มากที่สุด จึงขอให้พี่น้องประชาชนสามารถบริโภคได้ตามปกติ และขอยืนยันว่าสินค้าที่มีเครื่องหมายรับรองจากกรมประมงและกรมปศุสัตว์ จะไม่มีการแพร่เชื้ออย่างแน่นอน

ด้าน นายทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากกระแสความกังวลของประชาชนต่อการบริโภคสินค้าประมง กระทรวงเกษตรฯโดยกรมประมง ได้มีการออกมาตรการเพิ่มเติมเฉพาะกิจในการป้องกันการปนเปื้อนไวรัสโควิด-19 ในสัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ เพื่อสร้างความมั่นใจต่อผู้บริโภคให้มากยิ่งขึ้น คือ 1.ผู้ประกอบการกระบวนการผลิต เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ฟาร์มต้องขึ้นทะเบียนและได้มาตรฐานจากกรมประมงปฏิบัติตามมาตรการคัดกรอง และการปฏิบัติงาน ล้างทำความสะอาดยานพาหนะที่ใช้บรรทุกสัตว์น้ำ ส่วนชาวประมง/เรือประมงทุกคนต้องผ่านการคัดกรองจากศูนย์แจ้งเข้า-ออก ตามมาตรการของกรมประมง ทำความสะอาดส่วนที่สัมผัสกับสัตว์น้ำอยู่เสมอ เป็นต้น

2.ผู้ประกอบการกระบวนการลำเลียงและขนส่งสัตว์น้ำ ล้างและทำความสะอาดอุปกรณ์ที่ใช้ในการจับ ลำเลียง หรือขนส่งสัตว์น้ำก่อน-หลัง ใช้ทุกครั้ง ฉีดพ่น ทำความสะอาดยานพาหนะที่ใช้ในการลำเลียง หรือขนส่ง ก่อน-หลัง ทุกครั้ง โดยประสานกรมปศุสัตว์หรือภาคเอกชนช่วยดำเนินการ พร้อมทั้งควบคุมไม่ให้มีการปนเปื้อนระหว่างการขนส่ง 3.ผู้ประกอบการสะพานปลา (องค์การสะพานปลานำร่อง) ปฏิบัติตามมาตรฐานสุขอนามัยท่าเทียบเรือ สะพานปลา คัดกรองบุคลากรที่ทำงานในพื้นที่ทุกรายเป็นประจำทุกวัน ทำความสะอาดสถานที่ด้วยคลอรีนทุกวัน พาหนะบรรทุกสัตว์น้ำที่เข้า-ออก ต้องลงทะเบียน และฉีดพ่นด้วยคลอรีน และ 4.ผู้ประกอบการร้านค้า Modern Trade ปฏิบัติตามข้อกำหนดร้านค้าของสาธารณสุข ทำความสะอาดพาหนะที่ขนส่งสินค้า ณ จุดจอด ก่อนมีการขนถ่ายเข้าสู่สถานประกอบการด้วยคลอรีน แยกสัตว์น้ำแต่ละประเภท ล้างทำความสะอาดและบรรจุในถุงพลาสติกก่อนวางบนน้ำแข็ง สุ่มตรวจการปนเปื้อน

นายทองเปลวกล่าวว่าขณะนี้กรมประมงได้เร่งสร้างการรับรู้ผู้บริโภคว่า สินค้าประมงไม่เป็นพาหะเชื้อโควิด-19 การระบาดที่ผ่านมาเป็นการติดต่อจากคนสู่คนพร้อมทั้งเร่งแก้ไขผลกระทบสินค้าประมงที่ต้องขายผ่านตลาดประมง โดยประสานผู้ประกอบการตลาดไทยและตลาดสี่มุมเมือง เพื่อเป็นแหล่งกระจายสินค้าประมงให้แก่เกษตรกร ขอความร่วมมือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งให้ชะลอการจับกุ้ง เพื่อลดปริมาณผลผลิตออกสู่ตลาด แต่หากจำเป็นต้องจับให้ประสานไปยังสมาคมอาหารแช่เยือกแข็ง เพื่อเข้าไปช่วยรับซื้อในราคาที่เกษตรกรคุ้มต้นทุน

นายประวิทย์ ละออบุตร ประมงจังหวัดราชบุรีร่วมกับนายประกอบ ทรัพย์ยอดแก้ว นายกสมาคมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทย นางวิมลมาก เนียมสมบูรณ์ ประธานชมรมผู้เพาะเลี้ยงกุ้งคุณภาพจังหวัดราชบุรี ได้นำกุ้งก้ามกรามจากสมาคมฯ และชมรมผู้เพาะเลี้ยงกุ้ง จ.ราชบุรี มาวางจำหน่ายในราคาถูกกว่าราคาปกติ หลังจากกลุ่มเกษตรกรเลี้ยงกุ้ง อ.บางแพได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด -19ทำให้อาหารทะเลทุกชนิดรวมทั้งกุ้งได้รับผลกระทบส่งออกระบายไปยังผู้บริโภคไม่ได้ทำให้จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งเข้ามาแก้ไขปัญหาเป็นการเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งโดยเร่งด่วน

ตั้งแต่ช่วงเช้าเกษตรกรได้นำกุ้งหลายไซส์ใส่ถังออกซิเจนนำมาจำหน่ายหลายขนาดไซส์ เช่น ขนาด 10-12 ตัว/กก.ขาย กก.ละ 300 บาท ซึ่งตามปกติทั่วไปจะขาย กก.ละกว่า 400 บาท มีทั้งกุ้งตัวผู้ และกุ้งตัวเมีย ราคาตั้งแต่ กก.ละ 180 -300 บาท ส่วนกุ้งนิ่มราคา กก.ละ 200 บาท ปรากฏว่ามีการตอบรับเป็นอย่างดี มีผู้ซื้อกุ้งไปบริโภคอย่างคับคั่ง ประชาชนที่ซื้อกุ้งไปบริโภคบอกว่าอยากมาอุดหนุนช่วยเกษตรกร เชื่อว่ามีความปลอดภัย หลังจากซื้อกลับไปถึงบ้านแล้วก็จะถ่ายรูปลงเฟซบุ้ค เพื่อประชาสัมพันธ์ช่วยเหลือให้เกษตรกรอีกทางหนึ่งด้วย

วันเดียวกัน นายธนิตพล ไชยนันท์ ที่ปรึกษา รมว.สาธารสุข, นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย และคณะ เดินทางมาตรวจเยี่ยมในโอกาสตรวจเยี่ยมการยกระดับมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่บริเวณศูนย์ขายอาหารทะเลสด ห้างแม็คโคร สาขานครอินทร์ ต.บางศรีเมือง อ.เมือง จ.นนทบุรี เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนที่มาใช้บริการและเลือกซื้ออาหารสด

นางศิริพร เดชสิงห์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานสื่อสารองค์กร บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แม็คโครสนับสนุนมาตรการป้องกันโควิด-19 ของภาครัฐอย่างเต็มที่ โดยได้วางแผนเชิงรุกในการยกระดับมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังขั้นสูงสุด มีการร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ อาทิ กรมอนามัย และองค์การอาหารและยา(อย.) กำหนดแนวทางการปฏิบัติเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด พร้อมวางมาตรการเสริมเพิ่มเติม เพื่อสร้างความมั่นใจในช่วงการระบาดระลอกใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของสินค้าอาหารสด อาหารทะเล ที่แม็คโครได้เพิ่มความเข้นข้นในการตรวจสอบตลอดห่วงโซ่การผลิตและจัดจำหน่าย เพื่อให้ถึงมือผู้ประกอบการและผู้บริโภคอย่างปลอดภัย

โรดโชว์ Youth Startup Fund ผลตอบรับเกินคาด TED Fund พร้อมลุยภูมิภาค ก่อนปิดรับข้อเสนอโครงการ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/541174

โรดโชว์ Youth Startup Fund ผลตอบรับเกินคาด  TED Fund พร้อมลุยภูมิภาค ก่อนปิดรับข้อเสนอโครงการ

โรดโชว์ Youth Startup Fund ผลตอบรับเกินคาด TED Fund พร้อมลุยภูมิภาค ก่อนปิดรับข้อเสนอโครงการ

วันเสาร์ ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

หลังจากที่ กองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (TED Fund) ได้เริ่มดำเนินโครงการยุววิสาหกิจเริ่มต้น (Youth Startup Fund) ประจำปี 2564 เพื่อส่งเสริมและพัฒนาเยาวชนสู่การเป็นผู้ประกอบการวิสาหกิจเริ่มต้น (Startup) และสนับสนุนสถาบันการศึกษา สู่การเป็นมหาวิทยาลัยแห่งผู้ประกอบการโดยเน้นกลุ่มเป้าหมายนักศึกษา รวมทั้งผู้ประกอบการรายใหม่ที่ต้องลงทุนวิจัยและพัฒนาเพื่อผลักดันสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ กองทุนฯ จึงจัดให้มีกิจกรรมเดินสายโรดโชว์ที่ชื่อว่า “TED New Gen Talent Roadshow 2021” ไปยังภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อสร้างการรับรู้ แนะแนว และเชิญชวนกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมโครงการ ก่อนจะปิดรับสมัครยื่นข้อเสนอโครงการรอบแรกในระบบ วันที่ 31 มกราคม 2564 นี้

สำหรับกิจกรรม “TED New Gen Talent Roadshow 2021” ประเดิมครั้งแรก จัดที่ภาคเหนือณ อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี ดร.ชาญวิทย์ ตรีเดช ผู้จัดการกองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (TED Fund) กล่าวเปิดงานพร้อมบรรยายในหัวข้อ “บทบาทและภารกิจของกองทุนฯ ในการสนับสนุนเงินทุนแก่ผู้ประกอบการ” และเสวนาเรื่อง “การเตรียมตัวของผู้ประกอบการรุ่นใหม่ สำหรับเข้าร่วมโครงการยุววิสาหกิจเริ่มต้น(Youth Startup Fund)” โดย ดร.สุรอรรถ ศุภจัตุรัสผู้อำนวยการฝ่ายนวัตกรรมเพื่อเศรษฐกิจ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน), นายเอกธัช ภัทระโภคพัฐ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนายการฝ่ายพัฒนาโครงการ กองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (TED Fund) ร่วมด้วยผู้แทนจากเครือข่ายร่วมพัฒนาผู้ประกอบการ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมแบ่งปันประสบการณ์ และสร้างแรงบันดาลใจ ถ่ายทอดจากรุ่นพี่ที่เคยได้รับทุนสู่รุ่นน้องอีกด้วย

ภายในบริเวณงาน มีบูธนิทรรศการจากเครือข่ายร่วมพัฒนาผู้ประกอบการ ทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน มหาวิทยาลัยต่างๆ ที่ขึ้นทะเบียนเป็นศูนย์บ่มเพาะธุรกิจเทคโนโลยีและนวัตกรรมไม่ต่ำกว่า 30 แห่ง มาให้คำปรึกษาในการเริ่มต้นธุรกิจเทคโนโลยีและนวัตกรรม และกองทุนฯจัดเจ้าหน้าที่มาให้ความรู้เกี่ยวกับการยื่นข้อเสนอโครงการ โดยมีผู้ประกอบการรุ่นใหม่ รวมถึงที่เป็นนักศึกษาจำนวนนับร้อยให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรม และแจ้งความจำนงยื่นข้อเสนอโครงการ

รูปแบบกิจกรรมของ “TED New Gen Talent Roadshow 2021” จะเหมือนกันทุกครั้งใน 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ ทั้งภาคเหนือ, ตะวันออกเฉียงเหนือ, กลาง และ ใต้ จำนวนทั้งสิ้น 8 ครั้งโดยครั้งสุดท้ายจะจัดที่กรุงเทพฯ ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2564 พร้อมพิธีลงนามความร่วมมือเครือข่ายร่วมพัฒนาผู้ประกอบการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ที่มีจำนวนถึง34 หน่วยงาน ทั้งนี้ TED Fund จะจัดสรรเงินทุนสนับสนุนให้แก่ผู้ประกอบการผู้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ได้รับคัดเลือก ทั้งแบบโปรแกรม Ideation Incentive Program ซึ่งให้ทุนสนับสนุนแบบให้เปล่า วงเงิน 100,000 บาท จำนวน200 โครงการ และแบบโปรแกรม Prove of Conceptซึ่งให้ทุนสนับสนุนแบบสมทบบางส่วน วงเงิน 500,000-1,500,000 บาท จำนวน 100 โครงการรวมมูลค่างบประมาณการสนับสนุนทุนสำหรับปี 2564 จำนวน 170 ล้านบาท สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่กองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม โทร.02-3333700 ต่อ 4072-4074 และเว็บไซต์ http://www.tedfund.mhesi.go.th โดยเปิดรับสมัครยื่นข้อเสนอโครงการในระบบสำหรับรอบแรกตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 31 มกราคม 2564

Ted Fund มุ่งหวังที่จะเปิดโอกาสให้เยาวชนได้นำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ไปพัฒนาภาคเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ สนับสนุนและส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์และผู้ประกอบการยุคใหม่ให้สามารถดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานขององค์ความรู้ทางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ซึ่งจะเป็นตัวเร่งสำคัญในการเพิ่มปริมาณการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ รวมถึงเป็นการสนับสนุนให้เกิดการสร้างและพัฒนานวัตกรรมของประเทศ นำไปสู่การเป็น “ประเทศฐานนวัตกรรม” ที่ยั่งยืนต่อไป

คุณแหน : 26 ธันวาคม 2563 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/541209

คุณแหน : 26 ธันวาคม 2563

คุณแหน : 26 ธันวาคม 2563

วันเสาร์ ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ll คณะรัฐมนตรี(ครม.)ได้มอบหมายให้ รองนายกรัฐมนตรี ดร.วิษณุ เครืองามเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการท่องเที่ยว ทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมหารือ เพื่อกำหนดวันหยุดราชการเป็นกรณีพิเศษ เป็นลักษณะวันหยุดยาวต่อเนื่อง ซึ่งเป็นวันหยุดเฉพาะปี ไม่ใช่วันหยุดนักขัตฤกษ์ เพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวทั้งนี้ภาคเอกชนได้สนับสนุนแนวทางนี้ ซึ่งมุ่งหวังว่าจะเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ภาคบริการและการท่องเที่ยว …แต่ทั้งนี้ยังไม่ได้เสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม.ในเร็ววันนี้เพราะต้องพิจารณาสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ควบคู่ไปด้วย…

llปฏิบัติกันมาทุกคืนวันที่ 31 ธ.ค.ของทุกปีที่คนไทยไปรวมตัว “สวดมนต์ข้ามปี” ตามวัดต่างๆ ใกล้บ้าน เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว…ทว่าปีนี้เหตุการณ์โควิด-19 ระบาดระลอกใหม่ ทำให้การรวมตัวกันในที่ชุมนุมเป็นเรื่องที่ต้องละเว้น…สนง.พระพุทธศาสนาแห่งชาติ จึงได้จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ สวดมนต์ข้ามปี ที่วัดอรุณราชวรารามฯ วันที่ 31 ธ.ค. 2563 ถึง1 ม.ค. 2564 โดยมีการถ่ายทอดสดผ่าน สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7 หรือ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย หรือ NBT และผ่านทางช่องทางออนไลน์ต่างๆ จึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนร่วมสวดมนต์ข้ามปี แบบวิถีใหม่ New Normal ที่บ้าน ป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและประเทศชาติในปี 2564…

ll พระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก นิศากร โฆษิตรัตน์ เกิดลื่นล้มขณะไปช็อปของตกแต่งต้นคริสต์มาสทำให้ต้องนั่ง Ambulance มาโรงพยาบาลด่วนคุณหมอใส่ Titanium ดามไว้ กลายเป็นTitanium Woman เลยต้องหยุดอยู่บ้าน…พอเหมาะพอเจาะที่ช่วงนี้อยู่บ้านเป็นดีที่สุด…

ll ลูกชายทั้งสองจัดฉลองแบบเซอร์ไพรส์ให้บุพการีในโอกาสครบรอบสมรส 36 ปี ของคุณแม่ สมจิตร กับคุณพ่อ สรวุธ ต่อพงษ์พันธุ์จัดงานบนเรือไวท์ ออร์คิด ริเวอร์ ครูซส์ เมื่อเร็วๆ นี้…

ll พงษ์ภัทร บุตรชายคนเล็กของ ศุภรัตน์ โชติสกุลรัตน์ จัดงานวิวาห์เรียบง่าย มีพิธีทางศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ที่อาสนวิหารอัสสัมชัญ บางรัก กรุงเทพพิธีศักดิ์สิทธิ์จัดท่ามกลางญาติและเพื่อนสนิท…

ll ขอแสดงความเสียใจกับ สุภาพันธ์สังคร ที่สูญเสียบิดา คุณพ่อ อัมพร กำหนดพระราชทานเพลิงศพ 30 ธ.ค.15.00 น. ที่เมรุวัดปราการ อ.คีรีรัฐ จ.สุราษฎร์ธานี…

llใจหายกับ มานิตย์ ศิริวรรณ ที่สูญเสียน้องชาย มนูญ ผู้คว่ำหวอดกับเรื่องพลังงานไปเมื่อเร็วๆ นี้…

ll เป็นคนไม่ชอบกลิ่นทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นผลไม้มีกลิ่นอย่างเช่น ละมุด ขนุนทุเรียน หรือแม้กระทั่งกลิ่นน้ำหอม ลัคนากนกพันธรางกูร สร้างเรื่องแปลกแต่จริงที่เพื่อนๆ ฟังแล้วก็เข้าใจได้!!…ll

บารอนเนส

‘ดอนเมืองโทลล์เวย์’ มุ่งมั่นสร้างสรรค์กิจกรรม CSR เพื่อสังคม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/541212

‘ดอนเมืองโทลล์เวย์’ มุ่งมั่นสร้างสรรค์กิจกรรม CSR เพื่อสังคม

‘ดอนเมืองโทลล์เวย์’ มุ่งมั่นสร้างสรรค์กิจกรรม CSR เพื่อสังคม

วันเสาร์ ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) หรือ ดอนเมืองโทลล์เวย์ ภายใต้การบริหารของ ธานินทร์ พานิชชีวะ กรรมการผู้จัดการ เดินหน้าทำกิจกรรม CSR มาอย่างต่อเนื่องนับสิบปี เพราะธุรกิจไม่ใช่การมองแค่ตัวเราเอง แต่ต้องมองสังคมรอบข้างและร่วมขับเคลื่อนสังคมไทยให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน ยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยในด้านต่างๆ

โดยในปี 2563 หลังเกิดการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ดอนเมืองโทลล์เวย์ ตระหนักถึงความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสดังกล่าว จึงบริจาคเงินให้แก่ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อสนับสนุนการสร้างโรงพยาบาลสนาม รองรับผู้ป่วยโควิด-19 และยังได้มอบเงินบริจาคในวัตถุประสงค์เดียวกัน ให้แก่โรงพยาบาลวชิระ และมูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถีทั้ง 3 แห่ง รวมเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 500,000 บาทและยังได้ส่งมอบชุดอุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล (PPE) ให้แก่โรงพยาบาล 10 แห่งทั่วประเทศไทย เพื่อป้องกันความปลอดภัยให้บุคลากรทางการแพทย์จากเชื้อไวรัสโควิด-19

ดอนเมืองโทลล์เวย์ ได้คำนึงถึงคุณภาพชีวิตและความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในสังคมจากผลกระทบโควิด-19 จึงจัดโครงการ “ตู้โทลล์เวย์แบ่งสุข” เปิดโอกาสให้คนใจดีละแวกบริษัทรวมถึงพนักงานมอบสิ่งของต่างๆ มาแบ่งปันน้ำใจใส่ในตู้ เพื่อให้ประชาชนในย่านหลักสี่ ดอนเมือง นำไปบริโภคกันได้จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

ความห่วงใยต่อผู้คนยังไม่หมดเพียงเท่านี้ดอนเมืองโทลล์เวย์ได้ส่งต่อสิ่งดีๆ ให้ผู้ใช้ทาง โดยมอบหมายให้ทีมงานมอบเจลแอลกอฮอล์ให้กับผู้ใช้ทาง ณ ทุกด่านเก็บค่าผ่านทางของดอนเมืองโทลล์เวย์ สำหรับทำความสะอาดมือและลดความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัส กิจกรรมเหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของภารกิจที่จัดขึ้นในช่วงวิกฤตการณ์โควิด-19

ดอนเมืองโทลล์เวย์ยังมีกิจกรรม “Tollway Safety Way” ยกระดับความปลอดภัยบนท้องถนน ผ่านโครงการติดตั้งป้ายสัญญาณไฟจราจรในชุมชนต่างๆ เป็นระยะเวลาต่อเนื่องมาหลายปี โดยในปีนี้ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตั้งป้ายสัญญาณไฟกะพริบ ให้กับโรงพยาบาลหนองขาหย่าง อ.หนองขาหยาง และบริเวณชุมชนวัดห้วยป่าปก อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี นับเป็นกิจกรรมดีๆที่หยิบยื่นให้กับประชาชนในพื้นที่ และสามารถช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้ในระยะยาว

ปิดท้ายที่กิจกรรม “Tollway Rally Thank you User” ขอบคุณผู้ใช้ทางที่สนับสนุนการใช้บริการทางยกระดับดอนเมืองด้วยดีเสมอมาโดยกิจกรรมดังกล่าวจัดต่อเนื่องติดต่อกันเป็นปีที่ 5 และในปีนี้จัดงานภายใต้ชื่อ “TollwayRally Thank you User 2020 ตอนไปแคมปิ้ง นั่งชิลลิ่งแบบ Distancing อินเมืองกาญ” ครั้งนี้บริษัทได้ชวนผู้ใช้ทาง แวะร่วมกิจกรรมอนุรักษ์ธรรมชาติด้วยการปั้นเมล็ดพันธุ์พืช ตระกูลไผ่และยิงหนังสติ๊กเข้าไปในพื้นที่ป่าเพื่อให้เมล็ดพืชได้เติบโตเป็นแหล่งอาหารตามธรรมชาติให้กับชาวบ้านและสัตว์ป่า ณ หน่วยพิทักษ์ป่าห้วยสะด่องเขตพิทักษ์สัตว์ป่าสลักพระ จ.กาญจนบุรี หลังจากนั้นได้ยกขบวนชวนกันไปบริจาคสมุด Green Wayซึ่งนำใบเสร็จค่าผ่านทางและกระดาษเหลือใช้มา Recycle เพื่อผลิตเป็นสมุดโน้ตให้แก่โรงเรียนมูลนิธิเด็ก

สำหรับโครงการดีๆ ที่มีประโยชน์ต่อชุมชนและสังคมเช่นนี้ ทางดอนเมืองโทลล์เวย์ยินดีเปิดกว้างให้โรงเรียน วัด มูลนิธิใดที่ต้องการให้ทางบริษัท เข้าไปดำเนินการให้ฟรี!! ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ สามารถแจ้งเรื่องมาได้ที่ส่วนสื่อสารองค์กรและกิจกรรมเพื่อสังคมสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติ่มที่ โทร.02-7926522-26 วันจันทร์-ศุกร์ (08.00-17.00 น.)

‘หลักทรัพย์บัวหลวง’ มุ่งมั่นทำกิจกรรมเพื่อสังคมตลอดปี 2563 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/541211

‘หลักทรัพย์บัวหลวง’ มุ่งมั่นทำกิจกรรมเพื่อสังคมตลอดปี 2563

‘หลักทรัพย์บัวหลวง’ มุ่งมั่นทำกิจกรรมเพื่อสังคมตลอดปี 2563

วันเสาร์ ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

“สร้างสรรค์ความมั่นคงทางการเงินที่คุณวางใจ…” คำกล่าวที่นักลงทุนหลายคนคุ้นหู คือแนวทางในการดำเนินธุรกิจที่หลักทรัพย์บัวหลวงยึดถือมาโดยตลอดจนทำให้เป็นหนึ่งในบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำของไทย แต่การประสบความเร็จนั้นไม่ได้เกิดขึ้นจากเพียงมิติทางด้านธุรกิจที่หลักทรัพย์บัวหลวงมุ่งเน้น เพราะยังมีอีกมิติที่เด่นชัดนั่นคือการมุ่งมั่นแบ่งปันช่วยเหลือสังคมของบริษัท เห็นได้จากการที่ตลอดปี 2563 หลักทรัพย์บัวหลวงได้ทำกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างหลากหลายมากกว่า 20 กิจกรรม ครอบคลุมทั้งทางด้านสิ่งแวดล้อม ด้านการศึกษา ด้านสุขภาพ และด้านคุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคม

พิเชษฐ สิทธิอำนวย กรรมการผู้อำนวยการ หลักทรัพย์บัวหลวง ที่ถือเป็นหัวเรือใหญ่ในการผลักดันกิจกรรมเพื่อสังคมของบริษัท กล่าวว่า“เราเชื่อว่าการประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนของธุรกิจไม่สามารถเกิดขึ้นได้หากขาดการคำนึงถึงสังคม ด้วยเหตุนี้นอกจากการดำเนินกิจการอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมในกระบวนการแล้ว เรายังมีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อสังคมอย่างต่อเนื่องสิ่งที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมเหล่านั้นนอกจากจะช่วยให้สังคมของเราน่าอยู่ขึ้นแล้วสิ่งสำคัญคือยังช่วยสร้างความตระหนักในการคำนึงถึงสังคมให้กับพนักงานและผู้บริหารของเราที่เข้าร่วมกิจกรรม และเราเชื่อว่าความตระหนักนั้นจะถูกถ่ายทอดสู่คนใกล้ชิดอย่างต่อเนื่องจนเกิดเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ขึ้นในที่สุด”

สำหรับปี พ.ศ.2563 ที่ต้องเผชิญหน้ากับการระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้ความเป็นอยู่ของผู้คนรวมถึงการดำเนินธุรกิจต่างๆ เป็นอย่างมาก หลักทรัพย์บัวหลวงกลับถือเป็นโอกาสในการมอบสิ่งดีๆ เพื่อช่วยเหลือสังคม อาทิ การระดมทุนเพื่อจัดทำหน้ากากผ้าให้เด็กยากไร้กว่า 3,000 คน ทำเฟซชิลด์มอบให้บุคลากรทางการแพทย์จัดทำถุงยังชีพมอบให้ชุมชนที่ได้รับความเดือดร้อนขาดรายได้ในพื้นที่เขตบางรัก และการมอบอาหารแห้งและนมให้กับเด็กๆ นอกจากนี้ภาวะการระบาดของโควิด-19 ส่งผลต่อจำนวนผู้บริจาคเลือดทำให้ปริมาณเลือดสำรองขาดแคลน บริษัทจึงได้ร่วมกับ รพ.ราชวิถี จัดพื้นที่ในสำนักงานใหญ่รับบริจาคเลือดโดยมีพนักงานเข้าร่วมบริจาคอย่างล้นหลาม ส่วนในโอกาสวันแม่แห่งชาติก็ยังมีการร่วมกันทำเต้านมเทียมเพื่อมอบให้กับผู้ป่วยมะเร็งเต้านมใน รพ.มงกุฎเกล้าอีกด้วย

ในด้านการศึกษา หลักทรัพย์บัวหลวงมีการมอบคอมพิวเตอร์อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ให้แก่โรงเรียนที่ขาดแคลน โดยล่าสุดได้นำไปมอบให้กับมูลนิธิพระดาบสซึ่งเป็นโครงการในพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 การสร้างอาชีพให้แก่ผู้พิการเป็นอีกโครงการที่น่าสนใจ ซึ่งหลักทรัพย์บัวหลวงร่วมกับมูลนิธิพระมหาไถ่ ให้โอกาสผู้พิการเข้าทำงานในตำแหน่ง Customer Service แบบระยะยาว โดยบริษัทได้จัดทำระบบการทำงานแบบออนไลน์เพื่อช่วยให้ผู้พิการสามารถปฏิบัติงานอยู่ที่มูลนิธิฯ โดยไม่ต้องเดินทางมาปฏิบัติงานที่สำนักงานของบริษัท นับเป็นความสำเร็จระดับหนึ่งในการพัฒนาและส่งเสริมอาชีพให้ผู้พิการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านระบบเทคโนโลยีอันทันสมัยของหลักทรัพย์บัวหลวง

ในส่วนของการรักษาสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับภาวะโลกร้อนซึ่งถือเป็นปัญหาในระดับโลก ถึงแม้บริษัทจะเป็นฟันเฟืองเล็กๆ แต่ก็มีความตั้งใจไม่น้อยไปกว่าด้านอื่นๆ จึงเกิดเป็นโครงการะยะยาวอย่าง “บัวหลวง ชวนแยกพลาสติก” ที่มีการตั้งจุดรับพลาสติกในพื้นที่ต่างๆ ของสำนักงาน และรณรงค์ให้พนักงานแยกและทิ้งขยะพลาสติกอย่างถูกวิธีเพื่อให้พลาสติกเหล่านั้นสามารถถูกนำไปรีไซเคิลเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อน ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีการรวมตัวกันไปช่วยกันเก็บขยะตามพื้นที่ต่างๆ

ล่าสุดบริษัทยังจัดกิจกรรม “ปีใหม่นี้พี่ให้น้อง” ต้อนรับปี 2564 ระดมทุนจัดหาของใช้จำเป็นและขนมเพื่อจัดทำเป็นถุงของขวัญปีใหม่พร้อมเงินบริจาคเพื่อมอบให้เด็ก รวม 350 คน ที่ได้รับการดูแลที่บ้านมูลนิธิเด็กอ่อนในสลัม และบ้านเด็กเร่ร่อน เพื่อช่วยเติมความสุขและสร้างรอยยิ้มให้แก่เด็กๆ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ให้เป็นความทรงจำดีๆ อีกปีหนึ่งของพวกเขา

ที่กล่าวมาคือส่วนหนึ่งของกิจกรรมเพื่อสังคมที่น่าสนใจของหลักทรัพย์บัวหลวงในปี 2563 ซึ่งเกิดขึ้นได้ก็เพราะการร่วมมือร่วมใจของผู้บริหารและพนักงานที่มุ่งมั่นตั้งใจอย่างจริงจัง โดยหวังจะได้เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้สังคมของเราอบอุ่นและน่าอยู่ยิ่งขึ้น…หลักทรัพย์บัวหลวงจะยังคงยึดถือแนวทางเช่นนี้ต่อไปเพราะเชื่อเสมอว่า “สังคมที่ดี คือสังคมที่มีการแบ่งปัน”