รวมช็อตเด็ดโตเกียวโอลิมปิก ผ่านพ้นมาแล้ว 1 สัปดาห์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/659342

วันที่ 30 ก.ค. 2564 เวลา 18:30 น.

รวมช็อตเด็ดโตเกียวโอลิมปิก ผ่านพ้นมาแล้ว 1 สัปดาห์รวมโมเมนต์ที่น่าประทับใจของนักกีฬาจากทั่วโลกในการแข่งขัน Tokyo 2020 Olympic Games

ภาพปก – เมย์ รัชนก อินทนนท์ ดวลกับไท่ ซื่อ หยิง นักแบดมินตันมือ 1 ของโลกในประเภทหญิงเดี่ยวจากไต้หวัน รอบก่อนรองชนะเลิศ วันที่ 30 ก.ค. (ภาพโดย Pedro PARDO / AFP)

แต้ว สุดาพร สีสอนดี เอาชนะอินเดียในการแข่งขันมวยสากลฯ หญิง รุ่น 57-60 กิโลกรัม รอบ 16 คนสุดท้าย วันที่ 30 ก.ค. (ภาพโดย Buda Mendes / various sources / AFP)

หวง ตงผิง และหวัง อี้ลวี่ จากจีนฉลองชัยชนะในการแข่งขันแบดมินตันคู่ผสมรอบชิงชนะเลิศ วันที่ 30 ก.ค. (ภาพโดย Alexander NEMENOV / AFP)

การแข่งขันวิ่งวิบากระยะทาง 3,000 เมตรชายเมื่อวันที่ 30 ก.ค. (ภาพโดย Andrej ISAKOVIC / AFP)

การแข่งขันวิ่ง 800 เมตรหญิงเมื่อวันที่ 30 ก.ค. (ภาพโดย Javier SORIANO / AFP)

ถัง ซีจิง จากจีนในการแข่งขันยิมนาสติกหญิงรอบชิงชนะเลิศเมื่อวันที่ 29 ก.ค. (ภาพโดย Loic VENANCE / AFP)

การแข่งขันกีฬาฟันดาบ ประเภทเซเบอร์บุคคลชาย เมื่อวันที่ 28 ก.ค. (ภาพโดย Fabrice COFFRINI / AFP)

เทนนิส พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ คว้าเหรียญทองในการแข่งขันกีฬาเทควันโดหญิง รุ่น 49 กิโลกรัม เมื่อวันที่ 24 ก.ค. (ภาพโดย Javier SORIANO / AFP)

นาโอมิ โอซากะ นักเทนนิสมือ 2 ของโลกจากญี่ปุ่นเป็นผู้จุดคบเพลิงในพิธีเปิดการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ โตเกียว 2020 เมื่อวันที่ 23 ก.ค. (ภาพโดย Jewel SAMAD / AFP)

ชี้ถ้าฉีดวัคซีนแล้วแต่ยังไม่มากพอยิ่งเสี่ยงเกิดเชื้อดื้อวัคซีน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/659340

วันที่ 30 ก.ค. 2564 เวลา 17:23 น.

ชี้ถ้าฉีดวัคซีนแล้วแต่ยังไม่มากพอยิ่งเสี่ยงเกิดเชื้อดื้อวัคซีนวิจัยพบความเสี่ยงที่จะเกิด Covid-19 สายพันธุ์ดื้อวัคซีนยิ่งสูงขึ้นเมื่อคนส่วนใหญ่ฉีดวัคซีนแล้วแต่ยังฉีดไม่มากพอ

ผลการวิจัยของทีมผู้เชี่ยวชาญในภาคพื้นยุโรปซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Nature Scientific Reports พบว่า การผ่อนคลายมาตรการสกัด Covid-19 อาทิ การสวมหน้ากากอนามัยและการเว้นระยะห่างระหว่างกัน หลังจากคนส่วนใหญ่ฉีดวัคซีนแล้ว เป็นการเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดเชื้อสายพันธุ์ดื้อวัคซีน

ในช่วงเวลาที่ชาวยุโรปเกือบ 60% ได้รับวัคซีนแล้วอย่างน้อย 1 โดส นักวิจัยเผยว่า การศึกษาผ่านแบบจำลองแสดงให้เห็นว่ามาตรการสกัด Covid-19 ยังจำเป็นต้องคงไว้จนกว่าทุกคนจะฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว

ทีมผู้เชี่ยวชาญจากยุโรปทำการจำลองความน่าจะเป็นที่เชื้อสายพันธุ์ดื้อวัคซีนจะอุบัติขึ้นในประชากร 10 ล้านคนในระยะเวลา 3 ปี เพื่อทำนายว่าเชื้อโคโรนาไวรัสจะกลายพันธุ์อย่างไรหลังการฉีดวัคซีน โดยมีตัวแปรต่างๆ อาทิ การฉีดวัคซีน อัตราการกลายพันธุ์และการแพร่เชื้อ รวมทั้งการระบาดระลอกใหม่และจำนวนเคสที่ลดลงหลังล็อกดาวน์

พบว่า การฉีดวัคซีนอย่างรวดเร็วลดความเสี่ยงที่เชื้อดื้อวัคซีนจะอุบัติขึ้น และยังมีผลการวิจัยที่ทางทีมเรียกว่าเป็น “ผลที่ขัดกับความรู้สึก” ที่พบว่า ความเสี่ยงสูงสุดที่เชื้อดื้อวัคซีนจะอุบัติขึ้นเกิดขึ้นเมื่อประชากรส่วนใหญ่ฉีดวัคซีนแล้ว แต่ยังไม่มากพอที่จะเกิดภูมิคุ้มกันหมู่

ผู้เชี่ยวชาญเผยว่า แบบจำลองแสดงให้เห็นว่า เมื่อ 60% ของประชากรได้รับวัคซีนแล้ว หลังจากนั้นก็มีโอกาสที่จะเกิดเชื้อสายพันธุ์ดื้อวัคซีน

“วัคซีนคือทางออกที่ดีที่สุดในการเอาชนะโรคระบาดนี้” ไซม่อน เรลลา หนึ่งในทีมผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของออสเตรีย (IST) เผย “แบบจำลองของเราบอกว่า เมื่อคนส่วนใหญ่ฉีดวัคซีนแล้ว สายพันธุ์ที่ดื้อวัคซีนมีข้อได้เปรียบเหนือสายพันธุ์ดั้งเดิม”

เรลลากล่าวต่อว่า นั่นหมายความว่าเชื้อสายพันธุ์ดื้อวัคซีนแพร่กระจายในประชากรได้เร็วกว่าสายพันธุ์ดั้งเดิมในช่วงเวลาที่คนส่วนใหญ่ฉีดวัคซีนแล้ว

ด้าน ฟีโอดอร์ คอนดราชอฟ หนึ่งในทีมวิจัยจาก IST เผยว่า “แน่นอนว่าเราหวังว่าจะไม่เกิดสายพันธุ์ดื้อวัคซีนตลอดช่วงการระบาดครั้งใหญ่นี้ แต่เราอยากให้ระวังไว้” และเผยอีกว่า “การวิวัฒนาการเป็นสิ่งที่ทรงพลังมาก และการคงมาตรการป้องกันตลอดช่วงการฉีดวัคซีนจะเป็นเครื่องมือที่ดีในการควบคุมการวิวัฒนาการนี้”

ทั้งนี้ ขณะนี้ประชากรทั่วโลกกว่า 1,000 ล้านคนฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว ขณะที่หลายประเทศโดยเฉพาะในแอฟริกาและอเมริกาใต้ยังไม่เริ่มฉีดวัคซีนในวงกว้าง เนื่องจากขาดแคลนวัคซีน

งานวิจัยระบุอีกว่า “หากทั่วโลกไม่ร่วมมือกัน เชื้อดื้อวัคซีนอาจหมดไปจากประชากรบางกลุ่มที่อาจจะอยู่กับอีกกลุ่มหนึ่ง ดังนั้น ความพยายามในการฉีดวัคซีนทั่วโลกอย่างแท้จริงอาจมีความจำเป็นเพื่อลดโอกาสของการแพร่กระจายของสายพันธุ์ดื้อยาทั่วโลก” 

Photo by PEDRO PARDO / AFP

‘คาร์ม็อบ’ จุดติด สิงหาชี้ชะตา ‘ตู่’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/476868

‘คาร์ม็อบ’ จุดติด สิงหาชี้ชะตา ‘ตู่’

1 สิงหาคม 2564 – 18:45 น.

คาร์ม็อบ 1 สิงหา “บก.ลายจุด” ขยายแนวร่วมทั่วประเทศ รุกไล่ประยุทธ์ จับตา “ม็อบแว้น” ป่วนกรุง คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดย ขุนน้ำหมึก

คาร์ม็อบภายใต้ชื่อกิจกรรม “ถนนทุกสายมุ่งสู่กรุงโรม” (วิภาวดี-รังสิต) ในวันอาทิตย์ที่ 1 ส.ค.2564 มีรถทุกชนิดเข้าร่วมไม่ต่ำกว่า 1 พันคัน ถือว่า “คาร์ม็อบจุดติดแล้ว”

เฉพาะกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีคาร์ม็อบ 3 ขบวนคือ คาร์ม็อบของ บก.ลายจุด ,คาร์ม็อบราษฎร นำโดย ไผ่-เพนกวิน และคาร์ม็อบคนเสื้อแดง ของณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ

สมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด แกนนำผู้จัดคาร์ม็อบ สื่อสารกับกลุ่มต่างๆ ผ่านคลับเฮ้าส์ โดยวางกติการ่วมกัน ไม่มีการจอดรถเพื่อหยุดทำกิจกรรมภาคพื้นในที่ใดที่หนึ่งโดยเฉพาะ แต่จะใช้วิธีการขับรถวนไปเรื่อยๆ

บก.ลายจุด นักกิจกรรมแนวสันติวิธี เน้นย้ำ “ไม่เอาปะทะ ไม่เอาวุ่นวาย” และคาร์ม็อบไม่มีเป้าหมายไปบ้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ภายในค่าย ร.1 รอ.

สิ่งที่อยู่เหนือการควบคุมของ บก.ลายจุด ก็คือ กลุ่มจักรยานยนต์ หรือกลุ่ม 2 ล้อ เพื่อประชาธิปไตย ที่ได้ร่วมทำกิจกรรมคาร์ม็อบกับกลุ่ม “ม่อน อาชีวะ” ไปเมื่อวันเสาร์(31 ก.ค.64) ด้วยเหตุนี้ จึงมีเหตุการณ์ปะทะ ระหว่างตำรวจกับผู้ชุมนุมบริเวณ ด้านหน้า รพ.ทหารผ่านศึก

นี่เป็นสิ่งที่ บก.ลายจุด คงไม่ปรารถนาที่จะให้เกิดขึ้น เมื่อมีคนมาร่วมชุมนุมจำนวนมาก หลายกลุ่มก้อน

++

ออกแบบคาร์ม็อบ

++

จับสัญญาณการแสดงออกผ่านโซเชียลของคนไทยหลากหลายกลุ่ม ที่มีต่อรัฐบาลประยุทธ์ในมหาวิกฤตโควิด นักวิเคราะห์การเมือง อาจสรุปว่า สถานการณ์ “สุกงอม” แล้ว สำหรับการเคลื่อนไหวบนท้องถนน

วันเสาร์ที่ 10 ก.ค.2564 บก.ลายจุด ได้อุ่นเครื่องจัด “คาร์ม็อบ” กิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ “กดแตรไล่ประยุทธ์” ตามหลักการเคลื่อนไหวทางการเมือง ที่ใช้อารมณ์ขัน ความสนุก ลดความตึงเครียด

ม็อบแว้น จุดอ่อนคาร์ม็อบ

เนื่องจากสถานการณ์โควิดระบาด บก.ลายจุด จึงเลือกเคลื่อน “รถ” แทน “คน” ปรากฏว่าคาร์ม็อบได้ปลุกให้คนชั้นกลางกล้าเข้าร่วมขบวน “สมบัติทัวร์” ได้

คาร์ม็อบอาจเปรียบเทียบกับการเคลื่อน “คน” นับหมื่นนับแสนไม่ได้ แต่กิจกรรมเชิงสัญลักษณ์แบบนี้ มี “รถ”เข้าร่วมนับพันคัน ก็สร้างพลังและสร้างความตื่นตัวได้

กิจกรรมคาร์ม็อบ ได้ขยายวงไปทั่วประเทศอย่างรวดเร็ว และมีเป้าหมายลักษณะรวมศูนย์คือ ขับไล่รัฐบาลประยุทธ์

++

สายพิราบ

++

กว่าสิบปีมานี้ ชื่อ “หนูหริ่ง” หรือ “บก.ลายจุด” จะถูกบันทึกไว้ในทำเนียบนักเคลื่อนไหวมวลชน ที่ชอบออกแบบการประท้วงเผด็จการ ตามแนวทางการต่อสู้สันติวิธี

บก.ลายจุด ต่อต้านเผด็จการทหาร มาแต่สมัยเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ กระทั่งเกิดรัฐประหาร 2549 เขาได้นำพามิตรสหาย จัดกิจกรรมต้านเผด็จการเป็นกลุ่มแรกๆ เมื่อขบวนการประชาชน ขยับเป็น “ม็อบ” ลงสู่ท้องถนน บก.ลายจุด ก็ถอยออกมา

ปี 2553 หลายคนคงจำกิจกรรม “วันอาทิตย์สีแดง” ได้ดี หลังเหตุการณ์สลายการชุมนุมที่ราชประสงค์ บก.ลายจุด ในบทบาทแกนนอน ได้เปิดปฏิบัติการ “นัดกินแมค” ที่สี่แยกราชประสงค์ พร้อมกับยกป้าย “ที่นี่มีคนตาย”

กิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ครั้งนั้น ได้ปลุกให้คนเสื้อแดงกล้าแสดงตัวตนมากขึ้น เพราะหลังสลายการชุมนุม คนเสื้อแดงตกอยู่ในสภาวะระส่ำระสาย แกนนำถูกจับ มีคนเจ็บคนตาย

'คาร์ม็อบ' จุดติด  สิงหาชี้ชะตา 'ตู่'

บก.ลายจุดแกนนำคาร์ม็อบ

เมื่อกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ หรือที่เรียกกันว่า “ม็อบสามนิ้ว” ออกมาจัดกิจกรรม และเคลื่อนขบวนลงถนน ช่วงเวลานั้น ได้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เรื่อง “ยุทธวิธี” และการแสวงหา “แนวร่วม”

โดยเฉพาะการเคลื่อนม็อบรีเด็ม (ม็อบไม่มีแกนนำ) ที่มีการปะทะกับตำรวจควบคุมฝูงชนบ่อยครั้ง จึงมีเสียงสะท้อนจากนักกิจกรรมรุ่นใหญ่ว่า ควรหลีกเลี่ยงการทำม็อบไร้แกนนำ

บก.ลายจุด เชื่อว่า พื้นที่การต่อสู้ที่แท้จริงไม่ใช่บนถนน สนามต่อสู้ที่แท้จริงคือการรับรู้และวิธีคิด ความเข้าใจและระบบคุณค่าทางการเมือง ส่วนปฏิบัติการการชุมนุมเป็นแค่เครื่องมือหนึ่งที่จะเรียกร้องทำให้เกิดความสนใจเพื่อสื่อสารกับสังคม

‘ทักษิณ’ มาแล้ว คาร์ม็อบเสื้อแดง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/476841

‘ทักษิณ’ มาแล้ว คาร์ม็อบเสื้อแดง

1 สิงหาคม 2564 – 14:35 น.

ม็อบ 1 สิงหา “ทักษิณ” โผล่แล้ว คาร์ม็อบเสื้อแดงแห่ตาม “ณัฐวุฒิ” ไล่ประยุทธ์สุดคึก คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ใกล้เที่ยงวันอาทิตย์ที่ 1 ส.ค.2564 บริเวณสี่แยกราชประสงค์ ขบวนคาร์ม็อบ โดยการนำของ “ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” เลขาธิการ นปช. ก็มาตามนัด ทั้งมอเตอร์ไซค์ รถเก๋ง และแท็กซี่ หลายร้อยคัน  

 “เสี่ยเต้น” สวมเสื้อแดงตัวเก่ง มีตัวหนังสือคำว่า “ไพร่” ตรงกลางอก ขึ้นเวทีปราศรัยพอหอมปากหอมคอ ก่อนจะเคลื่อนรถไปสมทบกับกิจกรรมคาร์ม็อบ ของ “บก.ลายจุด” สมบัติ บุญงามอนงค์ ที่ถนนวิภาวดีรังสิต 

ขบวนคาร์ม็อบเสื้อแดง

 แม้ “เสี่ยเต้น” พยายามจะบอกว่า คาร์ม็อบเที่ยวนี้ ไม่ใช่เรื่องของ นปช. เป็นเรื่องส่วนตัว แต่การแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ของคาร์ม็อบ ก็มีทั้งผ้าแดง และติดสติกเกอร์สีแดงข้อความ #ไล่ประยุทธ์ แถมด้วยศิลปินคนเสื้อแดง อาเล็ก โชคร่มพฤกษ์ ที่มาร้องเพลงของกลุ่มคนเสื้อแดง รำลึกการถูกสลายการชุมนุมที่แยกราชประสงค์ เมื่อ 19 พ.ค.2553   

ที่ขาดไม่ได้คือ การติดธงที่มีรูปของทักษิณ ชินวัตร พร้อมข้อความ “นายกในดวงใจ” เนื่องจากผู้ที่เข้าร่วมคาร์ม็อบสายเสี่ยเต้น ล้วนแต่เป็นคนเสื้อแดง และคนรักทักษิณ 

++
ชิงการนำ
++

ขบวนคาร์ม็อบหรือ #ม็อบ 1 สิงหา ของ บก.ลายจุด กระจายไปในหลายสิบจังหวัดทั่วประเทศ เป็นการต่อสู้เชิงสัญลักษณ์ตามแนวถนัดของเขา แต่วันนี้(1 ส.ค.2564) มีดาวเด่นดาวดังอย่าง “ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” เข้ามาร่วมด้วย สื่อทุกสำนัก จึงโฟกัสไปที่แกนนำ นปช.  

'ทักษิณ' มาแล้ว คาร์ม็อบเสื้อแดง

จับตาบทบาท ณัฐวุฒิ

“เสี่ยเต้น” ให้สัมภาษณ์สื่อว่า เป็นการทำเพื่อตอบสนองความทุกข์ยากเจ็บปวดและยืนยันเกียรติยศศักดิ์ศรีของประชาชน ตนเริ่มต้นด้วยความรู้สึกนี้และจะไล่ให้ได้ วันนี้ไม่ออก พรุ่งนี้ก็ไล่อีกก็จะทำอย่างสุดกำลัง    

“อีกไม่กี่วัน เดี๋ยวรู้ เราจะเดินหน้าอย่างไร ทั้งนี้จะไม่หยุดแน่ จะเดินหน้ากันต่อไป ในการขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม อย่างแน่นอน ยืนยัน เราจะแสดงออกด้วยสันติวิธี”    

เหมือนไม่มีไม่มีขลุ่ย ไม่มีใครคาดคิดหรอกว่า “เสี่ยเต้น” จะออกมาชักธงรบ “สู้เถิดพี่น้อง เพื่อนมิตรผู้ร่วมอุดมการณ์ มาเคียงไหล่ใกล้บ่ากันอีกครั้ง”    

ก่อนหน้านี้ แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) องค์กรใหญ่ที่แยกเป็น 2 สายคือ สายเต้น และสายตู่ มวลชนเสื้อแดงส่วนใหญ่ ต่างสงบนิ่ง มีเพียงบางกลุ่มที่เข้าไปร่วมทำกิจกรรมกับเยาวชนคนหนุ่มสาว     

กระทั่ง “ตู่” จตุพร พรหมพันธุ์ แยกตัวไปเคลื่อนไหว “ไล่ประยุทธ์” ในนามกลุ่มไทยไม่ทน ก็ไม่มีเสียงตอบจากคนเสื้อแดงมากนัก     

น่าสังเกตว่า สัปดาห์ที่ผ่านมา “ทักษิณ ชินวัตร” ขยับตัวแรง ส่งสัญญาณให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ถอยออกไป ให้กลับไปพักผ่อนเลี้ยงลูกเลี้ยงหลาน    

ถัดจากวันเกิดปีที่ 72 ของทักษิณ ชินวัตร “เสี่ยเต้น” ก็ประกาศ “ไล่ประยุทธ์” ผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว และสื่อในเครือข่ายอย่าง UDDnews 

++
เครือข่ายไล่ประยุทธ์
++

เมื่อวันที่ 31 ก.ค.2564 “เสี่ยเต้น” บอกผ่านเฟซบุ๊คว่า “หลังคาร์ม็อบ จะประสานพลังกำหนดแนวต่อสู้ วัน ว. เวลา น. ผมไม่ใช่ผู้นำแต่เป็นคนทำงาน ในนาม เครือข่ายไล่ประยุทธ์”     

น่าจับตาว่า เสี่ยเต้นจะเคลื่อนขบวน นปช.ออกสู่ท้องถนน หรือจะตั้งองค์กรใหม่ คล้าย “เสี่ยตู่” ตั้งกลุ่มไทยไม่ทน     

ว่ากันตามจริง ณัฐวุฒิยังมีภาพเป็น “พระเอก” ของคนเสื้อแดง และเขายังซื้อใจเยาวชนคนรุ่นใหม่ ด้วยการสนับสนุนแนวทางการต่อสู้ของกลุ่มราษฎร และกลุ่มอื่นๆ     

นักวิเคราะห์การเมืองมองว่า ทุกการเคลื่อนไหวของขบวนการสามนิ้ว จะภาพของ ส.ส.พรรคก้าวไกล จะเป็นพี่เลี้ยงเยาวชนคนรุ่นใหม่ แม้จะมี ส.ส.พรรคเพื่อไทย เข้าไปร่วมแจมบ้างก็เหมือนยังมีช่องว่างอยู่    

ว่ากันว่า โดยจุดยืนและอุดมการณ์ “ม็อบเยาวชนคนรุ่นใหม่” กับพรรคก้าวไกลคือขบวนการเดียวกัน และยังมีความต่างจาก “ทักษิณ” ในแง่ของอุดมการณ์ทางการเมือง    

ด้วยเหตุนี้ ทักษิณจึงต้องตรึงกำลัง “คนเสื้อแดง” เอาไว้ใกล้กับพรรคเพื่อไทย การขยับแรงของเสี่ยเต้น ก็เพื่อภารกิจ “กลับบ้าน” ของโทนี่     

พูดง่ายๆ ทักษิณในคราบ “โทนี่” มุ่งรีแบรนด์เพื่อไทย และ “เสี่ยเต้น” ก็หันมารีโนเวท “นปช.” ให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง 

ซินแสเข่งผ่าดวง “ป๋าเทพ โพธิ์งาม” ตลกอาวุโสอัจฉริยะ ดื้อ “คนไม่ยอมคน” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/476806

ซินแสเข่ง ผ่าดวง “ป๋าเทพ โพธิ์งาม” ตลกอาวุโสอัจฉริยะ ดื้อ “คนไม่ยอมคน”

1 สิงหาคม 2564 – 08:27 น.

ซินแสเข่ง ผ่าดวง “ป๋าเทพ โพธิ์งาม” ตลกอาวุโสอัจฉริยะ นักสู้ผู้ไม่ยอมถอย สุดฮอตในปี 2564 คลิประบายผ่านยูทูปดังระเบิดชั่วข้ามคืน คิวโชว์ตัวเกือบทุกช่อง ถูกกลุ่มเฟกนิวส์รุมขย่มยับ แต่ขนมเปี๊ยะกลับขายดี

ขนมเปี๊ยะ ของป๋าเทพ โพธิ์งาม จากเดิมขายได้วันละพัน เป็นวันละแสน กลุ่มตลกแตกคอขัดแย้ง สามกีบถล่มหนัก เด็กรุ่นใหม่ก่อม๊อบก่อเหตุ ด่าแรง ทำลายสถาบันฯ นักวิชาการ

อาจารย์แก่ๆ หัวหงอกเอาดีแต่พูด ยุให้เด็กเสียคน สร้างความแตกแยก พลิกประวัติศาสตร์ชีวิตกลับโด่งดัง ในบั้นปลาย เพราะความคิดของกูเอง ไม่มีใครจ้าง นายกฯ กูก็ไม่รู้จัก แต่กูว่า นายกฯดีที่สุดแล้ว

ซินแสเข่ง อ. ชนม์ทรรศน์ ฤทัยผ่อง ผู้อำนวยการสถาบันโหราศาสตร์พยากรณ์แห่งประเทศไทย ผ่าดวงวิกฤติวิเคาระห์ ตลกอาวุโส ป๋าเทพ โพธ์งาม วัย 71 ปี จบการศึกษาแค่ ป. 4 แต่มีความคิดเสียดทะลุฟ้า ปล่อยคลิประบายความรู้สึกปัญหาความแตกแยก ไม่คาดคิด ดังชั่วข้ามคืน ระบมเพราะโดนถล่มจากกลุ่มต่อต้านรัฐบาล เพราะความคิดของตนเองเป็นที่ตั้ง

ในดวงชะตา ป๋าเทพ โพธิ์งาม เป็นคนดื้อรั้น อยากรู้อยากเห็น ชอบเครียดมักจะคิดอะไรล่วงหน้าอ่านคนได้ออก มีความเป็นผู้นำคนรักครอบครัวห่วงใยครอบครัว แต่มักจะคิดแล้วมักจะเบียดเบียนตนเองกับเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง

เอาเรื่องคนอื่นมาคิดให้ตนเองเดือดร้อน ในดวงชะตาทำอะไรมักจะมีคนอิจฉาริษยา ไม่หวัง สร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้น ทำคุณคนไม่ขึ้น ช่วยเหลือคนอื่นแล้วกลับเป็นผลร้ายตอบกลับ 

แต่ถึงอย่างไรก็มีดวงอุปถัมภ์ ที่ได้รับการช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ และขายขนมเปี๊ยะถือว่าเป็นอาชีพที่ถูกโฉลกแล้ว

ซินแสเข่ง กล่าวเพิ่มเติมว่า ดวงของป๋าเทพ เกิดที่จ.ปราจีน เติบโตที่ จ.นราธิวาส เรียนจบ ป. 4 ที่รร. บ้านยะบะ รือเสาะ เป็นคนที่ชอบเครียด มักจะคิดอะไรล่วงหน้า ถ้าคิดอะไรได้ถอยหลังสักก้าวหนึ่ง ชีวิตจะไปได้ดี

และหากใช้ชีวิตที่ให้กลับไปบ้านเกิดเป็นครั้งเป็นคราว เหมือนชีวิตได้ชาร์ทแบตเตอร์รี่ ส่งผลให้เกิดพลังให้ชีวิตประสพความสำเร็จ และหากใช้ชีวิตที่ปล่อยวางบ้าง อย่าเอาเรื่องคนอื่นมาคิดให้เกิดความวิตกกังวล ชีวิตก็จะไปได้ดี

“ป๋าเทพ โพธิ์งาม” ในดวงชะตานั้นเป็นคนไม่ยอมคน และเป็นลูกจ้างใครก็ไม่ได้ นอกจากเป็นนายของตัวเอง

ปูด “รัฐประหาร” ได้กลิ่นอนาธิปไตย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/476763

ปูด “รัฐประหาร” ได้กลิ่นอนาธิปไตย

31 กรกฎาคม 2564 – 18:13 น.

ลือรัฐประหาร “ผบ.ทบ.” จัดการคนปล่อยข่าว เกาะติด “ม็อบ 7 สิงหา” แม่น้ำร้อยสายไม่เอารัฐบาลประยุทธ์ คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

แสดงพลังแว้นสนั่นกรุงจบไปแล้ว เมื่อบ่ายวันเสาร์ที่ 31 ก.ค.2564 กิจกรรม “รวมพลังคนพันธ์ R  CAR MOB อาชีวะขับไล่เผด็จการ” นำโดย ธนเดช ศรีสงคราม หรือ “ม่อน อาชีวะ” แกนนำกลุ่มอาชีวะพิทักษ์ประชาชน  นับแต่ปลายปีที่แล้ว มีกลุ่มนักเรียน-นักศึกษาอาชีวะ เข้าร่วมขบวนการสามนิ้ว มีหลายกลุ่มหลายก๊วน และสร้างปัญหาความขัดแย้งในระดับหนึ่ง จนบางกลุ่มต้องแยกทางกันเดิน พักหลัง “ม่อน อาชีวะ” หรือ ธนเดช ศรีสงคราม หัวหน้ากลุ่มอาชีวะมีนบุรี ได้แยกตัวมาเคลื่อนไหวร่วมกับชินวัตร จันทร์กระจ่าง และกลุ่มแดงก้าวหน้า  ล่าสุด ม่อน อาชีวะ ร่วมมือกับกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ “ชาว 2 ล้อไม่เอาประยุทธ์” โชว์พลังแว้นทั่วกรุงเทพฯ มีอะไรบางอย่าง ชวนให้น่าจับตามอง

ปูด "รัฐประหาร" ได้กลิ่นอนาธิปไตย

พลังคนรุ่นใหม่ 2 ล้อ เพื่อประชาธิปไตย

เปลี่ยนม้ากลางศึก

กลางดึกวันที่ 30 ก.ค.2564 มีรายงานข่าวแปลก ๆ เผยแพร่ในโซเซียลอ้างว่า มีการก่อรัฐประหาร โดย “บิ๊กบี้” พล.อ.ณรงค์พันธุ์ จิตต์แก้วแท้  ผู้บัญชาการทหารบก แถมมีการบุกจับตัว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และตั้งนายกฯ คนใหม่เรียบร้อย ทางโฆษกกองทัพบก ต้องออกมาแถลงด่วนว่า ไม่เป็นความจริง และข่าวดังกล่าวนั้นเป็น “เฟคนิวส์” อย่าได้หลงเชื่อ

ปูด "รัฐประหาร" ได้กลิ่นอนาธิปไตย

บิ๊กบี้ พล.อ.ณรงค์พันธุ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ.

วันรุ่งขึ้น พล.อ.ณรงค์พันธุ์ จิตต์แก้วแท้  ผบ.ทบ. ได้มอบให้ พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้อํานวยการสํานักงานพระธรรมนูญทหารบก (ผอ.สธน.ทบ.) เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการเผยแพร่ข่าวอันเป็นเท็จ ซึ่งกองทัพบก ได้ตรวจสอบพบว่า  มีผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊คชื่อ “Nathapong Akkara” ได้กระทำการนำเข้าสู่ระบบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ อันเป็นเท็จ ข่าวปล่อยเรื่องรัฐประหาร มีมาเป็นระยะๆ แต่ที่น่าสนใจ ตรงที่มีการโหมกระแสยึดอำนาจ ในวันที่ “ม็อบ” นัดหมายลงถนน 7 สิงหา วันเสียงปืนแตก

นายกฯพระราชทาน

สัปดาห์ที่แล้ว ในโซเชียลจุดกระแส “นายกฯพระราชทาน” ตามมาด้วยติดแฮชแท็ก “ไม่เอานายกฯพระราชทาน” ตามมาด้วยคณะก้าวหน้าออกแถลงการณ์คัดค้านนายกฯ พระราชทาน และนายกฯ นอกบัญชีพรรคการเมือง  ต่อมา  ฝ่ายรัฐบาลจึงได้รุกกลับ โดยอ้างแหล่งข่าวระดับสูงจากหน่วยงานความมั่นคง ระบุว่า เรื่องนายกฯพระราชทาน หรือเปลี่ยนตัวนายกฯนั้น ไม่เป็นความจริง 100% และภายใน 1 ปีครึ่งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ลาออกหรือยุบสภาแน่นอน 

มีข้อน่าสังเกตว่า ผู้ที่จับประเด็น มจ.จุลเจิม ยุคล วิจารณ์รัฐบาลเรื่องการแก้โควิด ไปผนวกกับเรื่องเปลี่ยนม้ากลางศึก แล้วปล่อยข่าว “นายกฯพระราชทาน” ก็ไม่ใช่ใครอื่น ก็เป็นคนคุ้นหน้าในยุทธจักรสามนิ้ว  แปลกที่ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และปิยบุตร แสงกนกกุล เด้งรับลูกเร็วมาก และยังวิเคราะห์เรื่องกระแส “ดีลลับ” เป็นตุเป็นตะ โดยไม่มีการตรวจสอบที่ไปที่มาของข่าวนายกฯ พระราชทาน  จริงหรือไม่จริง ชาวโซเชียลไม่ค่อยตรวจสอบ ก็ร่วมด้วยช่วยกันปั่น จนกระทั่ง #กุไม่เอานายกพระราช ติดเทรนด์ทวิตเตอร์

อย่างไรก็ตาม ประเด็น “ปูดข่าว” รัฐประหารหรือนายกฯพระราชทาน ได้จุดกระแสความไม่พอใจในฝ่ายประชาธิปไตยอย่างรวดเร็ว เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และรัฐบาล ตกอยู่ในภาวะวิกฤตศรัทธา ชาวบ้านร้านตลาดพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า อยากเปลี่ยนม้ากลางศึก แต่ก็เปลี่ยนไม่ได้ เมื่อพรรคร่วมรัฐบาล ยังเกาะกันแน่น ทางเดียวที่จะทำให้ “พล.อ.ประยุทธ์” ตัดสินใจลาออกคือ อาศัยพลังมวลชนเรือนหมื่นเรือนแสนกดดัน ด้วยเหตุฝ่ายตรงข้ามจึงระดมสรรพกำลังตีป้อมค่าย “3 ป.” ในเดือนสิงหานี้

ดังที่รู้กัน มวลชนยังมี “จำนวน” ไม่มากพอ แต่อารมณ์ของผู้ชุมนุมพลุ่งพล่านเกินพิกัด หลายฝ่ายรู้สึกเป็นกังวล “ม็อบเดือนสิงหา” อาจนำไปสู่อนาธิปไตย 

“นปช.” แปลงโฉม เครือข่ายไล่ประยุทธ์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/476749

“นปช.” แปลงโฉม เครือข่ายไล่ประยุทธ์

31 กรกฎาคม 2564 – 16:09 น.

สถานการณ์สุกงอม “ณัฐวุฒิ” ลุยเอง สร้างเครือข่าย “ไล่ประยุทธ์” ทิ้งแบรนด์ นปช. คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

ย่างเข้าเดือนสิงหา ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่อาจแตะหลัก 2 หมื่นต่อวัน ขณะที่สถานการณ์การเมืองก็ดูร้อนแรงขึ้น เมื่อสารพัดกลุ่มประกาศชุมนุม “ไล่ประยุทธ์” โดยไม่สนใจการระบาดของโควิด-19หน่วยข่าวฝ่ายความมั่นคง ต้องทำงานหนักขึ้น ลำพังเครือข่ายเยาวชนคนรุ่นใหม่และอาชีวะ ก็มีหลากหลายกลุ่ม ต่างฝ่ายต่างก็ไม่ขึ้นตรงต่อกัน ส่วนแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) องค์กรใหญ่ที่แยกเป็น “2 หัว” (ตู่-เต้น) และมวลชนที่กระจัดกระจาย ไม่ยิ่งใหญ่เหมือนเก่า

ล่าสุด “ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” เลขาธิการ นปช. ออกมาชักธงรบ เริ่มจาก “คาร์ม็อบ” วันที่ 1 ส.ค.2564 “สู้เถิดพี่น้อง เพื่อนมิตรผู้ร่วมอุดมการณ์ มาเคียงไหล่ใกล้บ่ากันอีกครั้ง สู้เถิดประชาชน ไม่เปลี่ยนแปลงมีแต่รอความตาย ให้มันจบที่รุ่นมัน”  ตามมาด้วย “ธิดา ถาวรเศรษฐ” ที่ปรึกษา นปช. เขียนบทความพิเศษ “ถึงเวลากลียุคในพระนครและราษฎรทั้งประเทศ” โดยมีเนื้อหาสรุปได้ว่า “สถานการณ์ของปัญหาและเรื่องราวของการติดเชื้อโควิดในประเทศไทย และความเลวร้ายแบบรุนแรงในครั้งนี้ ประมาณคล้าย ๆ วาระจะเสียกรุงศรีอยุธยา เสียกรุงครั้งที่ 2 ก็ดูประมาณเหมือนกับว่ากรุงรัตนโกสินทร์ พระนครเที่ยวนี้ถูกตีแตกโดยเชื้อโควิด ประมาณนั้น”

ช่วงที่ “จตุพร พรหมพันธุ์” ขับเคลื่อนขบวนไทยไม่ทน ออกสู่ท้องถนน ปรากฏว่า นปช.สายณัฐวุฒิ และธิดา กลับนิ่งเฉย ไม่สนใจไยดี ตรงข้ามกับวันนี้ “ณัฐวุฒิ” กระโจนสู่แถวหน้าไล่ประยุทธ์อย่างมั่นอกมั่นใจ

คาดว่า “เต้น” คงไม่ไปจับมือกับ “กลุ่มไทยไม่ทน” ของ “ตู่” เพราะเต้นยังอยู่ในสายตาของ “คนแดนไกล” ผิดจากตู่ที่ถูกเขี่ยให้พ้น “วงในชินวัตร” ไปแล้ว

องค์กรใหม่

วันที่ 31 ก.ค.2564 “เต้น” แจ้งผ่านเฟซบุ๊คว่า “หลังคาร์ม็อบ จะประสานพลังกำหนดแนวต่อสู้ วัน ว. เวลา น. ผมไม่ใช่ผู้นำแต่เป็นคนทำงาน ในนาม เครือข่ายไล่ประยุทธ์” แสดงว่า เสี่ยเต้นเปิดทางถอยให้ตัวเอง โดยไม่ลงทุนลงแรงเป็น “แกนนำ” เหมือน “ตู่” ที่ลงมือปั้นกลุ่มไทยไม่ทนทั้งเนื้อทั้งตัว ส่องดูกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ ที่รวมกันหลวมๆ ประกอบด้วยเยาวชนปลดแอก, ราษฎร, ทะลุฟ้า และนักเรียนเลว ยกเว้นกลุ่มการ์ด ที่มีกลุ่มวีโว่ กลุ่มการ์ดปลดแอก และกลุ่มอาชีวะเพื่อประชาธิปไตย

ส่วนกลุ่มการ์ดอาชีวะ สายม่อน อาชีวะ มีความแปลกแยกจากกลุ่มราษฎร แต่พวกเขากลับใกล้ชิดเสื้อแดงบางกลุ่ม ลักษณะการจัดตั้งกลุ่มหรือองค์กรของเยาวชนคนรุ่นใหม่ จะไม่มีรูปแบบตายตัว ไม่มีการนำรวมหมู่ มีลักษณะปัจเจกค่อนข้างสูง ฉะนั้น นักเคลื่อนไหวรุ่นใหญ่ จะมาสั่งขวาหัน ซ้ายหัน คงทำไม่ได้

“เต้น” รู้ปัญหานี้ดี เครือข่ายไล่ประยุทธ์ จึงอาจจะเป็นการรีเทิร์นของกลุ่มเสื้อแดงในต่างจังหวัดอีกครั้งหนึ่ง และเป็นไปได้ว่า “เต้น” อาจจับมือ “บก.ลายจุด” สมบัติ งามบุญอนงค์ เพราะเคยเคลื่อนไหวร่วมกันมาแต่สมัยแดงทั้งแผ่นดิน

"นปช." แปลงโฉม เครือข่ายไล่ประยุทธ์

นปช.สายคนแดนไกล ขยับตั้งองค์กรใหม่ 

ทิ้งแบรนด์ นปช.

ปลายปี 2563 มีกระแสเรียกร้องจากคนเสื้อแดงบางกลุ่ม ขอให้เปลี่ยนตัวประธาน นปช. เนื่องจาก “ตู่” จตุพร มีทัศนะที่เป็นลบต่อกลุ่มราษฎร กลุ่มเยาวชนปลดแอก และไปหาเสียงนายก อบจ.เชียงใหม่ ช่วยบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ แข่งกับคนของพรรคเพื่อไทย

ธิดา ถาวรเศรษฐ ที่ปรึกษา นปช. ซึ่งในปัจจุบัน คุมสื่อออนไลน์ “ยูดีดีนิวส์” ได้ทำการสำรวจความเห็นคนเสื้อแดงทั่วประเทศ เกี่ยวกับอนาคตองค์กร นปช. ปรากฏว่า ร้อยละ 95.5 ไม่ให้ยุบ นปช. และร้อยละ 89.1 ควรเปลี่ยนแกนนำ นปช.

"นปช." แปลงโฉม เครือข่ายไล่ประยุทธ์

ธิดา คุมทัพสื่อ UDD news 

เมื่อ “ตู่” จตุพร ได้ข่าว จึงส่งเสียงโวยวายว่า ทำโพลล์เพื่ออะไร? และร่ายยาวเหมือนทวงบุญคุณ “ธิดา” ลุกมาแจกแจงว่า เป็นเพียงการนำเสนอข้อมูลที่สมาชิก นปช. ที่ได้แสดงความคิดเห็นต่อ นปช. เท่านั้น 

พูดง่ายๆ “เต้น” ไม่กล้าแตกหัก “ตู่” ต้องปล่อยให้ นปช. เป็น “ตำนาน” ที่วางไว้บนหิ้ง เมื่อถึงวันที่ต้องลงถนนอีกครั้ง “เต้น” จึงต้องสร้างองค์กรใหม่

ขอ “ไฟเซอร์” ให้ด่านหน้า “คุญหญิงหน่อย” ส่งเสียงแทนบุคลากรทางการแพทย์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/476844

ขอ “ไฟเซอร์” ให้ด่านหน้า “คุญหญิงหน่อย” ส่งเสียงแทนบุคลากรทางการแพทย์

1 สิงหาคม 2564 – 15:20 น.

“คุญหญิงหน่อย” ขอส่งเสียงแทนบุคลากรทางการแพทย์ “ไฟเซอร์” 1.5 ล้านโดส ที่อเมริกาบริจาคมา ต้องฉีดให้แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่สาสุขฯ อาสาสมัครภาคประชาชนทุกคน อย่าให้ต้องตั้งคำถามว่า “เก็บไฟเซอร์ไว้ให้ใคร”

คุญหญิงหน่อย สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ผู้ก่อตั้งพรรคไทยสร้างไทย ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ล่าสุดว่า

ดิฉันขอส่งเสียงแทนแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่สาธารณสุข อีกครั้งค่ะ

วัคซีนไฟเซอร์ที่ได้รับบริจาค 1.5 ล้านโดส จากอเมริกา ต้องให้บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล ด่านหน้าทุกคน โดยต้องไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น ตามหลัก autonomy ประชาชนมีสิทธิ์เลือกวิธีการรักษามีสิทธิ์เลือกยาที่ใช้

 ขอ "ไฟเซอร์" ให้ด่านหน้า "คุญหญิงหน่อย" ส่งเสียงแทนบุคลากรทางการแพทย์

เพราะฉะนั้นต้องคุ้มครองบุคลากรทางการแพทย์ทั้งหมดไม่ว่าจะฉีด 1 เข็ม 2 เข็มหรือยังไม่ฉีดก็ตาม เพราะบุคลากรเหล่านี้ คือ”นักรบ”ของเรา แพทย์ 1 คนรักษาชีวิตคนได้เป็นร้อยๆ คน เครื่องมือไม่พอ เราจัดหาเพิ่มได้ แต่บุคลากรเราไม่สามารถหาเพิ่มได้

นอกเหนือจากนั้น ควรฉีดให้บุคลากรด่านหน้าอีกกลุ่ม คืออาสาสมัครภาคประชาชน ทั้งอสม. อสส. และอาสาสมัครของมูลนิธิต่างๆ และกรรมการชุมชน ที่ทำงานช่วยผู้ป่วยโควิดในพื้นที่

และนอกจากผู้สูงอายุและกลุ่ม 7 โรคเสี่ยงแล้ว ควรต้องเร่งนำมาฉีดให้แก่เด็ก 12 – 17 ปี และสตรีตั้งครรภ์ เพราะขณะนี้คนกลุ่มนี้กำลังติดเชื้อสูงขึ้น

สุดท้ายการจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์ที่ได้รับบริจาคมานี้ ต้องเป็นไปอย่าง”โปร่งใส”

โดยมี”ข้อสังเกต” การจัดวัคซีนครั้งนี้ มีการ”กันวัคซีน”ไว้บางส่วนโดยไม่มีเหตุผลที่ชัดแจ้ง อันอาจจะมีการนำไปฉีดให้บุคคลอื่นที่ไม่ใช่เป้าหมาย ควรเปิด“Open data” เพื่อให้ตรวจสอบได้อย่างโปร่งใส อย่าให้ประชาชนต้องตั้งคำถามว่า #เก็บไฟเซอร์ไว้ให้ใคร อีกเลยค่ะ

“สุดารัตน์” ห่วงรัฐคุมการระบาดเชื้อโควิดไม่อยู่ LockDown เจ็บแต่ไม่จบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/476835

“สุดารัตน์” ห่วงรัฐคุมการระบาดเชื้อโควิดไม่อยู่  LockDown เจ็บแต่ไม่จบ

1 สิงหาคม 2564 – 12:55 น.

“สุดารัตน์” ห่วงรัฐบาลคุมการระบาดเชื้อโควิดไม่ได้ ในเวลาอันสั้น ชี้ “LockDown”  เจ็บแต่ไม่จบ ขอย้ำให้เร่งทำตามแผนพิมพ์เขียว แผนสยบโควิดของพรรคไทยสร้างไทย เพื่อเร่งนำพาชาวไทยออกจากวิกฤตนี้ให้เร็วที่สุด

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์  ผู้ก่อตั้งพรรคไทยสร้างไทย ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ว่า วันนี้ผู้ติดเชื้อรายใหม่พุ่งสูงขึ้น ทำ New High ถึง 18,912 ราย เสียชีวิต 178 ราย ตั้งแต่ประกาศ Lockdown มาถึงวันนี้ รวม 19 วันแล้ว ผู้ติดเชื้อมีแต่สูงขึ้น ไม่มีลด

“ดังนั้น การ LockDown บังคับประชาชนให้หยุดทำมาหากินอย่างเดียว โดยไม่เร่งตรวจหาผู้ติดเชื้อ เพื่อนำผู้ติดเชื้อเข้าระบบดูแลและรักษา ไม่มีทางที่จะคุมการระบาดได้ในเวลาอันสั้น #เจ็บแต่ไม่จบ”

ขอย้ำให้เร่งทำตามแผนพิมพ์เขียว ของ #พรรคไทยสร้างไทย “เพื่อเร่งนำพาพี่น้องชาวไทยออกจากวิกฤตนี้ให้เร็วที่สุด”

1 ต้อง”ระดมตรวจเชิงรุก” กลุ่มเสี่ยงในพื้นที่สีแดงเข้มทุกคนด้วย Rapid Antigen test โดยการฝึกหัดอาสาสมัครของชุมชนหรือหมู่บ้าน เป็นผู้ช่วยตรวจในชุมชนต่างๆ รวมทั้งกระจายให้คลินิกเอกชนที่มีอยู่ทุกถนนเป็นจุดตรวจ โดย สปสช.จ่ายค่าตรวจ

2 “เร่งเพิ่ม community isolation”ให้เพียงพอ เพื่อแยกผู้ติดเชื้อออกจากครอบครัวและชุมชน เข้าระบบดูแลรักษาเร็วที่สุด โดยใช้โรงเรียน, วัด, หอประชุมที่อยู่ใกล้ชุมชน

3 ผู้ติดเชื้อที่เริ่มมีอาการ ต้อง “ให้ยาฟาวิพิราเวียทันที”

4 ปรับแผนวัคซีน “เร่งนำ mRNA มาเป็นวัคซีนหลักคู่กับ AstraZeneca “ เร่งฉีดให้ได้วันละ 500,000 โดส เพื่อฉีดให้จบภายในสิ้นปีนี้ เป็นของขวัญปีใหม่ให้คนไทย ได้เปิดเมือง เปิดการทำมาหากิน ฟื้นเศรษฐกิจไทย”

“หมดเวลาที่จะมานั่งอคติใส่กัน ถึงเวลาที่ทุกฝ่ายจะต้องร่วมกันคิด และเร่งหาทางนำพาประชาชนชาวไทย ออกจากมหาวิกฤตครั้งนี้ให้เร็วที่สุด”

ข้อเสนอที่พรรคไทยสร้างไทยจัดทำนี้ ด้วยความปรารถนาดี ซึ่งหวังว่า รัฐบาลจะเร่งนำไปพิจารณาปรับแผนการทำงานของตนเองให้ทันต่อสถานการณ์ เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องลำบากไปมากกว่านี้

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์

#พรรคไทยสร้างไทย

“ปริญญ์” แท็คทีมปชป.เปิดศูนย์พักคอย เร่งแยกผู้ติดเชื้อ ออกจากชุมชนแออัด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/476828

“ปริญญ์”แท็คทีมปชป.เปิดศูนย์พักคอย เร่งแยกผู้ติดเชื้อ ออกจากชุมชนแออัด

1 สิงหาคม 2564 – 12:25 น.

“ปริญญ์” แท็คทีมปชป.เปิด “ศูนย์พักคอย” โรงเรียนสุเหร่าบ้านดอน แก้ปัญหาโรงพยาบาลเตียงเต็ม พร้อมเปิดรับผู้ป่วยกลุ่มสีเขียว เร่งแยกผู้ติดเชื้อโควิดออกจากชุมชนแออัด และลงพื้นที่ แจกถุงยังชีพแก่ผู้กักตัว

นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ รองหัวหน้าพรรคและหัวหน้าทีมเศรษฐกิจทันสมัย พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยว่าที่.ร.ต. ธนิตศักดิ์ ดารามั่น นายประสิทธิ์ รักสลาม คณะทำงานรมช.มหาดไทย (นายนิพนธ์ บุญญามณี) อดีตส.ก. เขตวัฒนา นายบัญชา บุญชม นายเมธาวิน มีสุวรรณ และนายสมัย มะลูลีม อดีตส.ข. เขตวัฒนา ร่วมกันเปิดศูนย์พักคอย “โรงเรียนสุเหร่าบ้านดอน” ณ เขตวัฒนา โดยเปิดรับผู้ป่วยกลุ่มสีเขียวเป็นวันแรกเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคมที่ผ่านมา

"ปริญญ์"แท็คทีมปชป.เปิดศูนย์พักคอย เร่งแยกผู้ติดเชื้อ ออกจากชุมชนแออัด

นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ กล่าวว่า ปัจจุบันในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑลพบผู้ป่วยติดเชื้อโรคโควิด-19 เพิ่มมากขึ้น ในขณะที่โรงพยาบาลหลายแห่งประสบปัญหาเตียงเต็ม ไม่สามารถรองรับผู้ป่วยได้ ทำให้คนที่อาการไม่รุนแรงหรือเป็นผู้ป่วยสีเขียวจำเป็นต้องกักตัวอยู่บ้าน (Home isolation) หรือใช้บริการศูนย์พักคอยชุมชน (Community isolation) เป็นหลัก ซึ่งหากไม่มีการบริหารจัดการที่ดี อาจทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อในชุมชนต่าง ๆ เพิ่มขึ้นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในชุมชนแออัด

ด้วยเหตุนี้ ทีมเศรษฐกิจทันสมัยพรรค ปชป. จึงตระหนักถึงความสำคัญของการแยกตัวผู้ป่วยผู้ติดเชื้อออกจากครอบครัว หรือ ชุมชนอย่างเร่งด่วน เพื่อช่วยลดการแพร่กระจายเชื้อไวรัสในวงกว้าง

"ปริญญ์"แท็คทีมปชป.เปิดศูนย์พักคอย เร่งแยกผู้ติดเชื้อ ออกจากชุมชนแออัด

โดยเดินหน้าสนับสนุนให้ใช้สถานศึกษา ทั้งของภาครัฐและเอกชนในเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุดสีแดงเข้ม จัดทำเป็นสถานที่พักคอยผู้ป่วย และประสานหน่วยงานด้านสาธารณสุข หน่วยงานท้องถิ่น 

"ปริญญ์"แท็คทีมปชป.เปิดศูนย์พักคอย เร่งแยกผู้ติดเชื้อ ออกจากชุมชนแออัด

รวมถึงคนในชุมชนให้มาร่วมกันดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก่อนหน้านี้เราได้ช่วยสร้างศูนย์พักคอยวัดสะพาน เขตคลองเตย เพื่อแยกตัวผู้ป่วยออกจากชุมชนแออัดคลองเตยมาแล้ว

และในครั้งนี้ก็ได้มีโอกาสขยายความช่วยเหลือมายังศูนย์พักคอยโรงเรียนสุเหร่าบ้านดอน เขตวัฒนาด้วย โดยร่วมกันเปิดศูนย์พักคอย สนับสนุนทุนทรัพย์ และมอบอุปกรณ์จำเป็นให้แก่ผู้ป่วย อาทิ หน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ เตียงกระดาษ และฟูกที่นอน

โดยศูนย์พักคอยโรงเรียนสุเหร่าบ้านดอนเป็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงานราชการ ภาคเอกชน และผู้นำศาสนาอิสลามภายในพื้นที่ สำหรับเปิดรับผู้ป่วยสีเขียวที่ไม่สะดวกกักตัวอยู่บ้าน โดยมีโรงพยาบาลปิยะเวทและศูนย์บริการสาธารณสุข 21 ให้การดูแลอย่างใกล้ชิด และมีพี่น้องชาวไทยมุสลิมจากชุมชนสุเหร่าบ้านดอนเป็นผู้ประกอบอาหารให้ทั้ง 3 มื้อ

"ปริญญ์"แท็คทีมปชป.เปิดศูนย์พักคอย เร่งแยกผู้ติดเชื้อ ออกจากชุมชนแออัด

นอกจากนี้ ในวันเดียวกัน นายปริญญ์และทีมเศรษฐกิจทันสมัย ปชป. ยังได้ลงพื้นที่ชุมชนนวลจิต (ซอยเอกมัย 30) เพื่อแจกข้าวสาร อาหารแห้ง ไข่ไก่ เจลแอลกอฮอล์ หน้ากากอนามัยจากนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานมูลนิธิ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช แก่ผู้ที่ต้องกักตัวอยู่บ้าน เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายให้ประชาชนในช่วงที่ไม่สามารถหารายได้เลี้ยงชีพได้ตามปกติ