คุณแหน : 31 กรกฎาคม 2564 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/591525

คุณแหน : 31 กรกฎาคม 2564

วันเสาร์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ll จากสถานการณ์โควิด-19 ของไทยในขณะนี้ ชุด PPE นับเป็นเสื้อเกราะสำคัญที่จะปกป้องบุคลากรทางการแพทย์ให้ปลอดภัย “เพจ Less Plastic Thailand” ผนึก 5 พันธมิตร เดินหน้าโครงการฯ ภารกิจนี้ตั้งเป้าในการส่งมอบชุด PPE Level 2 แบบซักสะอาดใช้ซ้ำได้20 ครั้ง (Reusable PPE) จำนวนขั้นต่ำ 5,000 ชุดให้แก่ มูลนิธิคณะทันตแพทยศาสตร์ มหิดล และวิทยาลัยแพทยศาสตร์นานาชาติ จุฬาภรณ์เพื่อนำไปบริจาคในพื้นที่ขาดแคลน…และเพื่อให้ภารกิจนี้สำเร็จ จึงขอเชิญชวนปชช.ร่วมกันบริจาคขวดพลาสติกใช้แล้ว เพื่อนำไปทำเป็นเส้นใย ถักทอเคลือบสะท้อนน้ำ และส่งตัดเย็บ ให้เป็นชุด PPE Level 2 ที่เมื่อซักสะอาดแล้วสามารถใช้ซ้ำได้ 20 ครั้ง เป็นชุดที่เหมาะสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อใส่ป้องกันการติดเชื้อในจุดคัดกรอง หัตถการขนาดเล็กต่อไป…จึงขอเชิญบริจาคขวดน้ำพลาสติกใช้แล้วที่ สถานีบริการน้ำมัน ปตท.สาขาที่ร่วมโครงการอาทิ แยกประชาอุทิศ-ลาดพร้าว, วิภาวดีรังสิต, วิภาวดี 11, รามอินทรา กม.6.5, มีนบุรี,ยานนาวา, จอมทอง หรือบริจาคที่ จุดรับพลาสติกใช้แล้ว โครงการส่งพลาสติกกลับบ้าน จุดรับของเครือข่าย Less Plastic Thailand, คณะทันตแพทย์ฯม.มหิดล, สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์,ตลาดหลักทรัพย์ฯ, บ.ดอยคำ สำนักงานใหญ่…อีกทั้งสามารถส่งทางไปรษณีย์ ที่โครงการแยกขวดช่วยหมอ บ.ทีเออาร์เอฟ (อาคารบริการจัดการขยะ) 999 ม.1 ต.หนองปรือ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ 10540…ระหว่างนี้ โครงการ Less Plastic ยังคง ขอ “ระดมทุน” เพื่อหาค่าผลิต ค่าตัดเย็บ (ราคาชุดละ 450 บาท)บริจาคผ่าน 2 บัญชี มูลนิธิคณะทันตแพทยศาสตร์ม.มหิดล และวิทยาลัยแพทยศาสตร์นานาชาติ จุฬาภรณ์ มธ. (สิ้นสุด 25 ธ.ค. 64)…

ll ขอประชาสัมพันธ์อีกโครงการดีๆ เพื่อส่วนรวม…Chula Zero Waste และ Food For Fightersเปิดรับบริจาคปิ่นโตและกล่องข้าวพลาสติกใช้ซ้ำ เพื่อส่งต่อให้ชุมชนวัดโสมนัส และชุมชนจักรพรรดิพงษ์ในย่านนางเลิ้งใช้ใส่อาหารที่ได้รับจากครัวกลางของชุมชน…ส่งปิ่นโต/กล่องข้าวพลาสติกไปได้ที่ ศูนย์ข้าวเพื่อหมอ Food ForFighters (FFF) สมาคมนิสิตเก่า จุฬาฯ ถ.พญาไท วังใหม่ ปทุมวัน กทม.10330 โทร.02-0169910 เขียนแปะหน้ากล่องว่า บริจาคปิ่นโต/กล่องข้าว…หากไม่มีปิ่นโตแต่อยากสนับสนุนการช่วยเหลือชุมชน โครงการ Food for Fighters เปิดรับบริจาคอยู่ เพื่อนำเงินมาสนับสนุนการดำเนินงานของครัวชุมชน โดยโอนเงินเข้าเลขที่บัญชี 109-249780-3 มูลนิธิคุวานันท์ ธนาคารไทยพาณิชย์ (หักลดหย่อนภาษีได้) และระบุตรงหมายเหตุว่า “ปิ่นโต” หรือ “PintoFighters” แล้วส่งหลักฐานการโอนเงินมาที่ line ID:@silvervoyage…

ll ขอเชิญร่วมทำบุญสร้างเมรุเผาศพใหม่ให้วัดราษฎร์ประคองธรรม อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นหนึ่งในไม่กี่วัดในปริมณฑล ที่รับฌาปนกิจศพผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 เนื่องจากตอนนี้เมรุพังไปเรียบร้อยแล้ว หลังจากรับศึกหนักเผาศพผู้เสียชีวิต ตั้งแต่เดือนพ.ค. ถึงวันนี้กว่า 100 ศพ…เจ้าอาวาส สั่งทำเตาเผาใหม่ ในราคากว่า 2 ล้านบาท…จึงขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธา ร่วมทำบุญได้ที่ ธนาคารออมสิน ชื่อบัญชี วัดราษฎร์ประคองธรรม เลขที่ 020156779041 …สาธุ อนุโมทามิ !!…ll

บารอนเนส

โซไซตี้ : วว./พันธมิตร มุ่งพัฒนาคลัสเตอร์ไม้ดอกไม้ประดับ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/591528

โซไซตี้ : วว./พันธมิตร มุ่งพัฒนาคลัสเตอร์ไม้ดอกไม้ประดับ

โซไซตี้ : วว./พันธมิตร มุ่งพัฒนาคลัสเตอร์ไม้ดอกไม้ประดับ

วันเสาร์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

พืชที่มีศักยภาพสร้างการแข่งขันในการส่งออก และยังเป็นที่ต้องการของตลาด ได้แก่พืชสกุลไทร และพืชไม้ดอกที่สามารถปลูกเลี้ยงเพื่อลดการนำเข้าจากต่างประเทศ ได้แก่ เบญจมาศ นอกจากนี้ยังมีไม้ดอกชนิดใหม่ๆ เช่น ลิเซียนทัสที่สามารถส่งเสริมเพื่อสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกเลี้ยง และพัฒนาถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการผลิตไม้ดอกไม้ประดับให้กับผู้ประกอบการผู้ปลูกเลี้ยงไม้ประดับสกุลไทรเชิงพาณิชย์ รวมทั้งกระบวนการผลิตต้นพันธุ์ การใช้ประโยชน์ การเพิ่มมูลค่าทางการค้าและการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาด เพื่อสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรผู้ประกอบการอย่างมั่นคงและยั่งยืน

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ร่วมกับพันธมิตร ทั้งภาครัฐและเอกชน ได้แก่กรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตร พาณิชย์จังหวัดและมหาวิทยาลัยในพื้นที่ดำเนินการ เป็นต้น ภายใต้การสนับสนุนทุนวิจัย โดย สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) มุ่งดำเนิน “กิจกรรมพัฒนาคลัสเตอร์ไม้ดอกไม้ประดับ ภายใต้โครงการสนับสนุนและพัฒนาคลัสเตอร์ SMEs ปี 2564” โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมและผลักดันให้เกิดความร่วมมือและเชื่อมโยงกันระหว่างผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม จากฐานรากถึงระดับบน ในกลุ่มคลัสเตอร์เป้าหมายที่เป็นที่ต้องการของตลาด ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ให้เป็นคลัสเตอร์ที่เข้มแข็งได้ รวมถึงการพัฒนาผู้ประกอบการรายย่อย รายเล็ก หรือ Micro-SMEs (MSME)ในคลัสเตอร์เป้าหมายให้เป็นผู้ประกอบการยุคใหม่ที่มีศักยภาพในการแข่งขัน โดยการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาพัฒนากระบวนการผลิต คุณภาพมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ และระบบการบริหารจัดการ รวมไปถึงการออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการให้มีความสร้างสรรค์ ซึ่งจะเป็นการยกระดับผลิตภัณฑ์และบริการให้มีมูลค่ามากขึ้น นอกจากนี้ยังมีการจัดทำแผนพัฒนาคลัสเตอร์ สำหรับใช้เป็นแนวทางการดำเนินงานของคลัสเตอร์ในอนาคต และพัฒนาศักยภาพทางการแข่งขันด้านการตลาด โดยสร้างมูลค่าเพิ่มทางการตลาดให้แก่ผลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการในคลัสเตอร์เป้าหมาย และดำเนินกิจกรรมการตลาดที่เหมาะสมกับคลัสเตอร์ในพื้นที่ดำเนินการ

การพัฒนาผู้ประกอบการคลัสเตอร์ไม้ดอกไม้ประดับ ได้มีการดำเนินงานในพื้นที่คลัสเตอร์ต่อเนื่องที่มีความเข้มแข็งมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2563 ประกอบด้วย คลัสเตอร์ไม้ดอกไม้ประดับจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเลย และจังหวัดนครราชสีมา และยังได้ขยายพื้นที่คลัสเตอร์ใหม่ เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงเครือข่ายและการพัฒนาอย่างเต็มรูปแบบ ในปี พ.ศ. 2564 ประกอบด้วย คลัสเตอร์ไม้ดอกไม้ประดับจังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดนครนายก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

“…วว. และพันธมิตร ดำเนินการครบวงจรในการพัฒนาและปรับปรุงพันธุ์ คัดเลือกสายพันธุ์ ระบบการปลูกเลี้ยงไม้ดอกไม้ประดับตามหลักความพอดีไม่เหลือทิ้ง เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพปลอดภัยด้วยต้นทุนที่เหมาะสม มีการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เกษตรปลอดภัย รวมถึงการเพิ่มมูลค่าเพื่อเป็นผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมอาหารอุตสาหกรรมสุขภาพ และความงาม ตลอดจนสนับสนุนให้เกิดการท่องเที่ยวในจังหวัด โดยมีพื้นที่นำร่องในจังหวัดเลยสามารถรวมกลุ่มผู้ประกอบการมากกว่า 180 ราย เป็นคลัสเตอร์ สามารถเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ90 ล้านบาทต่อปี นอกจากนี้ในปัจจุบัน วว.บูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในจังหวัดเลยดำเนินการจัดตั้ง “มาลัยวิทยสถาน” เพื่อทำหน้าที่เป็นวิทยสถานแห่งปัญญา พัฒนาเศรษฐกิจฐานราก สร้างแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติและวัฒนธรรม ตลาดไม้ดอกไม้ประดับและผลิตภัณฑ์…” ศ. (วิจัย) ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ วว. กล่าว

ผลงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากด้วยไม้ดอกไม้ประดับของ วว. เกิดจากความคิดสร้างสรรค์ของนักวิจัยไทย เป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จในการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เข้าไปช่วยขับเคลื่อน นโยบาย BCG Modelของรัฐบาล ให้บังเกิดผลเป็นรูปธรรมมีการนำไปใช้จริงในทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยผ่านการบูรณาการดำเนินงานร่วมกันของพันธมิตรภาครัฐและเอกชนเพื่อนำไปสู่การพัฒนาประเทศไทยอย่างยั่งยืน

ภาพความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมที่ผ่านการดำเนินกิจกรรมพัฒนาคลัสเตอร์ไม้ดอกไม้ประดับ ภายใต้โครงการสนับสนุนและพัฒนาคลัสเตอร์ SMEs นั้น เป็นคุณประโยชน์ที่เกิดจากการประยุกต์ใช้องค์ความรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เข้าไปเสริมแกร่ง สร้างศักยภาพการแข่งขันให้กับเกษตรกร ผู้ประกอบการ ให้เทียบชั้นระดับสากล และภาพความสำเร็จในปี 2564 ซึ่งได้ขยายพื้นที่การดำเนินกิจกรรมนั้น จะเป็นโมเดลที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้นของคลัสเตอร์ไม้ดอกไม้ประดับ ที่พร้อมจะขยายผลไปสู่พื้นที่อื่นๆ ของไทย พร้อมทั้งขยายตลาดขยายฐานเศรษฐกิจต่อไปยังต่างประเทศให้มากขึ้นอันจะสร้างความยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจของประเทศต่อไปศ.(วิจัย) ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ วว.ศ.(วิจัย) ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ วว.ณวิสาร์ มูลทา ประธานกลุ่มคลัสเตอร์ไม้ดอกไม้ประดับ จ.เชียงใหม่ณวิสาร์ มูลทา ประธานกลุ่มคลัสเตอร์ไม้ดอกไม้ประดับ จ.เชียงใหม่นฤดี ทองวัตร ผู้ประสานงานคลัสเตอร์ไม้ดอกไม้ประดับ จ.เลยนฤดี ทองวัตร ผู้ประสานงานคลัสเตอร์ไม้ดอกไม้ประดับ จ.เลยเกียรติศักดิ์ กตกุลสัญญา ประธานกลุ่มคลัสเตอร์ไม้ดอกไม้ประดับจ.นครราชสีมาเกียรติศักดิ์ กตกุลสัญญา ประธานกลุ่มคลัสเตอร์ไม้ดอกไม้ประดับจ.นครราชสีมาวิมล บุญรอด ประธานกลุ่มคลัสเตอร์ไม้ดอกไม้ประดับ จ.นครนายกวิมล บุญรอด ประธานกลุ่มคลัสเตอร์ไม้ดอกไม้ประดับ จ.นครนายกอำนวย มาลัย ประธานกลุ่มคลัสเตอร์ไม้ดอกไม้ประดับ จ.สุพรรณบุรีอำนวย มาลัย ประธานกลุ่มคลัสเตอร์ไม้ดอกไม้ประดับ จ.สุพรรณบุรีบุญเรือน ระหงษ์ ประธานกลุ่มคลัสเตอร์ไม้ดอกไม้ประดับ กทม.และปริมณฑลบุญเรือน ระหงษ์ ประธานกลุ่มคลัสเตอร์ไม้ดอกไม้ประดับ กทม.และปริมณฑล

ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ และสมุย พลัส โมเดล คือการส่งสัญญาณว่าเมืองไทยพร้อมรับนักท่องเที่ยว โดยยังเน้นเรื่องสุขอนามัยเป็นสำคัญอันดับหนึ่ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/591494

ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ และสมุย พลัส โมเดล คือการส่งสัญญาณว่าเมืองไทยพร้อมรับนักท่องเที่ยว โดยยังเน้นเรื่องสุขอนามัยเป็นสำคัญอันดับหนึ่ง

ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ และสมุย พลัส โมเดล คือการส่งสัญญาณว่าเมืองไทยพร้อมรับนักท่องเที่ยว โดยยังเน้นเรื่องสุขอนามัยเป็นสำคัญอันดับหนึ่ง

วันเสาร์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

การเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวครั้งนี้เป็นเสมือนการแย้มประตูเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติและชาวไทย หลังจากประเทศไทยและโลกของเราต้องเผชิญกับวิกฤติโควิด-19 มานานประมาณหนึ่งปีครึ่ง แต่การเปิดครั้งนี้ก็ยังคงมีระบบระเบียบที่เข้มงวดเพื่อป้องกันโรคโควิด-19 เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับทั้งนักท่องเที่ยวและชาวบ้านเจ้าของพื้นที่ 

ไลฟ์ วาไรตี สัปดาห์นี้ ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย นำคุณไปสนทนากับ คุณธเนศวร์ เพชรสุวรรณรองผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ด้านสื่อสารการตลาด ในประเด็นสมุย พลัส โมเดล กับการเปิดเมืองไทยรับนักท่องเที่ยวในขณะที่สังคมไทยยังคงมีปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 

เรียนถามท่านรองฯ เรื่อง สมุย พลัส โมเดล มีวัตถุประสงค์หลักอะไรครับ 

คุณธเนศวร์ เรื่องนี้มาจากนโยบายของรัฐบาลที่พยายามค่อยๆ แย้มประตูการท่องเที่ยวไทยหลังจากบ้านเราไม่ได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นเวลา15-16 เดือนแล้ว ซึ่งส่งผลกระทบต่อธุรกิจการท่องเที่ยวและบริการ รวมถึงธุรกิจสืบเนื่องอย่างหนักหน่วงมาก ทำให้บุคคลที่อยู่ในวงธุรกิจนี้ได้รับผลกระทบอย่างสาหัส ท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จึงมีดำริว่าเราจำเป็นต้องเปิดประเทศในส่วนที่ปลอดภัยที่สุดเพื่อประกาศให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกรับรู้ว่าเมืองไทยยังมีที่ท่องเที่ยวที่ปลอดภัยรองรับพวกเขาอยู่ดังนั้นจึงนำไปสู่ Phuket Sand Box และ Sumui Plus Model แต่การแย้มประตูครั้งนี้เป็นการทำตามขั้นตอนที่เคร่งครัดในเรื่องสุขภาพอนามัยทั้งของนักท่องเที่ยวและคนในท้องถิ่น เราไม่ได้เปิดแบบไม่มีเงื่อนไข แต่ทำทุกอย่างตามแนวปฏิบัติเพื่อให้ทุกคนปลอดภัยจากโรคติดต่อ โดยนักท่องเที่ยวต้องมีคุณสมบัติตามเงื่อนไข เช่น รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 แล้วสองเข็ม มีใบรับรองว่าร่างกายปลอดเชื้อโควิด-19 มีประกันสุขภาพตามวงเงินที่ทางการกำหนด และในช่วง 3  วันแรกที่นักท่องเที่ยวมาถึง จะต้องทำกิจกรรมต่างๆ อยู่ในบริเวณโรงแรมเท่านั้น ส่วนหลังจากนั้นจะออกไปท่องเที่ยวนอกโรงแรม ก็ต้องมีบริษัทนำเที่ยวเป็นผู้นำออกไปไม่สามารถเดินทางไปท่องเที่ยวโดยอิสระโดยปราศจากมัคคุเทศก์ได้ เงื่อนไขนี้กำหนดเพื่อความมั่นใจของทุกฝ่ายว่าทุกคนจะไม่เสี่ยงกับการติดหรือเผยแพร่เชื้อโควิด-19 ดังนั้น โครงการทั้งสองนี้เปรียบเสมือนการโหมโรงบอกกับโลกว่าสถานที่ท่องเที่ยวของไทยพร้อมรับนักท่องเที่ยวแล้ว เป็นการส่งข้อความไปถึง partner ของไทย เช่น บริษัทนำเที่ยวสื่อมวลชนต่างชาติ และนักท่องเที่ยวต่างชาติว่าเมืองไทยยินดีต้อนรับทุกท่านที่ปฏิบัติตนตามเงื่อนไขแล้วเราก็หวังว่าเมื่อเขารับรู้แล้ว เขาก็จะเตรียมตัวกลับมาเที่ยวไทยในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้  

เพราะฉะนั้นที่มีผู้วิจารณ์ว่าไม่เห็นมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวมากมายในช่วงนี้ก็จึงเป็นการคาดหวังที่เร็วเกินไป ใช่ไหมครับ 

คุณธเนศวร์ : เขาก็คงมองโลกในแง่บวกนะครับ (หัวเราะ) ซึ่งก็ต้องบอกว่า จริงๆ แล้วในช่วงแรกนั้นนักท่องเที่ยวต่างชาติคงยังไม่ได้เข้ามามากมายเหมือนช่วงก่อนเกิดโควิด-19 ระบาด แต่เรามั่นใจว่าเมื่อเราส่งข้อความว่าเมืองไทยพร้อมรับพวกเขาแล้ว ในอีกไม่ช้านักท่องเที่ยวก็จะกลับมาเที่ยวบ้านเราอีก เพราะเขาคุ้นเคยกับบ้านเราเป็นอย่างดี โดยเฉพาะที่สมุย ภูเก็ต กระบี่ พัทยา เป็นต้น ขอย้ำว่าการเปิดประตูแบบนี้ เราทุกคนต้องประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ต้องดูว่ามีการติดเชื้อเพิ่มหรือไม่ เราควบคุมการเดินทางของนักเที่ยวไม่ให้ไปในสถานที่เสี่ยงกับการติดโรคได้ดีมากน้อยเพียงใด แล้วก็ต้องทำให้เจ้าของบ้าน คือคนในสมุยและภูเก็ตมั่นใจด้วยว่าเขาก็ปลอดภัยเช่นกัน แต่ข้อมูลที่เราทราบตรงกันคือคนในพื้นที่เกิน 60 เปอร์เซ็นต์รับวัคซีนแล้วสองเข็ม โดยเฉพาะพนักงานโรงแรมทุกคนและผู้ให้บริการ เช่น พนักงานขับรถรับส่งรถนำเที่ยว คนขับเรือ และมัคคุเทศก์ โดยทาง ททท. เข้ามาดูแลมาตรฐานความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยว บริการ และภัตตาคารร้านอาหารด้วยการมอบเครื่องหมาย SHA (Safety and Health Administration) ซึ่งนับว่ามีหลักประกันด้านความปลอดภัยด้านสุขภาพในระดับที่น่าพอใจ แต่ก็ยังต้องระมัดระวังตัวเช่นเดิม ต้องตั้งการ์ดสูงเหมือนเดิม 

ท่านรองฯ ครับ ทั้งสองโครงการนี้ไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลต้องการส่งสัญญาณไปแค่เพียงนักท่องเที่ยวต่างชาติใช่ไหมครับ 

คุณธเนศวร์ : แน่นอนครับ รัฐบาลและททท. เชิญชวนนักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศครับเพราะคนไทยที่พร้อมเดินทางท่องเที่ยวก็มีจำนวนไม่น้อย ส่วนคนต่างชาติที่พักอาศัยอยู่ในไทยก็ต้องการท่องเที่ยวเช่นกัน เช่น กลุ่ม expat ในกรุงเทพฯ ก็ต้องการไปเที่ยวภูเก็ต และสมุย เช่นกัน ส่วนทาง ททท. ย้ำเสมอว่า เราอยากชวนคนไทยเที่ยวเมืองไทย เพราะการเที่ยวกันเองจะช่วยทำให้ตลาดท่องเที่ยวของเราเข้มแข็งยิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น ขณะนี้เรากำลังอยู่บนชายหาดละไม ซึ่งในยามปกติที่ไม่มีโรคระบาด หาดนี้จะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวโรงแรมสวยๆ ก็จะจองได้ยากมาก แต่ในยามนี้ชาดหาดเงียบสงบ ธรรมชาติงดงาม โรงแรมที่พักต่างๆ ก็เสนอราคาที่ทุกคนสามารถจับต้องได้ และเลือกพักได้ตามสะดวก ทุกอย่างงดงามเป็นธรรมชาติมาก

เรียนถามเรื่องหลังจากนักท่องเที่ยวอยู่ในโรงแรมครบ 3 วันแรกแล้ว หลังจากนั้นหากเขาต้องการจะไปเกาะแก่งต่างๆ หรือไปทำกิจกรรมอื่น เขาต้องปฏิบัติตัวอย่างไรครับ 

คุณธเนศวร์ : เมื่อครบสามวันแรกแล้วนักท่องเที่ยวสามารถออกไปท่องเที่ยวนอกโรงแรมได้แต่ต้องแจ้งกับโรงแรมว่าจะไปที่ไหนบ้าง เพื่อโรงแรมจะอำนวยความสะดวกให้ และจัดหามัคคุเทศก์ให้ตามความต้องการ ทั้งนี้นักท่องเที่ยวอาจเลือกการเที่ยวตามเกาะต่างๆ ที่เราได้ทำ seal route ที่เหมาะสมไว้ให้ เช่น ไปเกาะพะงัน เกาะเต่า เป็นต้น เราจึงเรียกว่าสมุย พลัส โมเดล คือบวกอีกสองเกาะไว้ด้วย และยังมีเกาะอื่นๆ อีก เช่น เกาะร้างเป็นต้น แต่ทั้งหมดต้องเดินทางกับบริษัทนำเที่ยวที่ขึ้นทะเบียนกับเราเท่านั้น นี่คือการ bubble and seal เพื่อให้เกิดความมั่นใจสูงสุดว่านักท่องเที่ยวจะได้รับการบริการ ดูแลใกล้ชิด เพื่อป้องกันความเสี่ยงการติดเชื้อโควิด-19 มีคำถามว่าแบบนี้นักท่องเที่ยวอึดอัดไหม ตอบว่าไม่ครับ เพราะเราได้บอกเงื่อนไขกับเขาแล้วก่อนเดินทาง คือททท. ต้องใส่ใจความรู้สึกของนักท่องเที่ยวและประชาชนเจ้าของพื้นที่ ต้องทำให้ทุกอย่างลงตัวและราบรื่นที่สุด เมื่อโครงการทั้งสองไม่มีปัญหาใดๆ เราก็เตรียมเปิดพื้นที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ต่อไปเช่น เชียงใหม่ หัวหิน ชะอำ พัทยา บุรีรัมย์ เป็นต้น โดยตั้งเป้าเปิดในช่วงต้นไตรมาสที่สี่ของปีนี้  

ภารกิจหลักของ ททท. ในช่วงที่โลกยังไม่พ้นวิกฤติโควิด-19 คืออะไรครับ 

คุณธเนศวร์ : ภารกิจหลัก ททท. ที่ทำมาตลอด และต้องทำต่อไปโดยเฉพาะในสถานการณ์โควิด-19 คือสื่อสารกับโลกให้เข้าใจท่าทีของเมืองไทยต่อเรื่องการท่องเที่ยว ดังนั้น ททท. ทั้งในประเทศ และสำนักงานอีก 29 แห่งทั่วโลกคือบอกโลกว่าNow, Thailand is opened แต่เปิดอย่างระบบระเบียบมีเงื่อนไขความปลอดภัยของสุขภาพ ททท. ทำงานประสานกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงสาธารณสุข และประสานกับพื้นที่ตลอดเวลา เรายึดในสองเรื่องสำคัญคือ นักท่องเที่ยวต้องได้รับวัคซีนที่องค์การอนามัยโลกรับรองครบสองโดส แล้วดูว่านักท่องเที่ยวมาจากพื้นที่ที่มีความเสี่ยงของการแพร่ระบาดโรคสูงหรือต่ำหากนักท่องเที่ยวมีคุณสมบัติตามที่ทางการไทยกำหนดไว้ เราต้อนรับทุกคนครับ และเราก็พยายามปรับตัวให้ดีที่สุด เพราะเรารู้ว่าโควิด-19 ยังคงจะอยู่กับโลกมนุษย์ไปอีกระยะหนึ่ง แต่ธุรกิจก็ต้องดำเนินต่อไป การดำรงชีวิตก็ต้องเดินต่อไป การท่องเที่ยวก็ยังคงเป็นความต้องการของมนุษย์ต่อไปแต่เราต้องทำทุกอย่างให้ดีและรอดพ้นจากการติดเชื้อให้ได้ แล้วที่สำคัญในช่วงที่แหล่งท่องเที่ยวได้พักตัว เราจะพบว่ามีความงดงามมากขึ้น มีความเป็นธรรมชาติมากขึ้น และเจ้าของพื้นที่ก็ปรับปรุงซ่อมแซมพื้นที่ให้ดีขึ้น เช่น ซ่อมแซมถนน ขยายถนนนำสายไฟลงดินโดยเฉพาะที่เขตเฉวง ทำให้ดูแล้วเป็นระเบียบมากขึ้น นี่คือการเตรียมพร้อมรับรองนักท่องเที่ยวที่กำลังจะกลับมาเที่ยวบ้านเราในอนาคตอันใกล้ และเราก็มั่นใจว่า ประเทศไทยของเรา และโลกของเราจะสามารถก้าวข้ามผ่านพ้นวิกฤติโควิด-19 ไปได้ด้วยกัน ขอแค่ทุกคนดูแลตัวเองให้ดีที่สุด และให้กำลังใจกันและกันแล้วเราจะผ่านวิกฤตินี้ไปด้วยกัน ททท. ยืนยันว่าสถานที่ท่องเที่ยวทุกแห่งของไทยเตรียมพร้อมรอรับนักท่องเที่ยวเสมอ

คุณจะได้พบรายการดีที่ครบครันด้วยสาระและความรู้ รายการ ไลฟ์ วาไรตีออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00-16.25 น. ทางโทรทัศน์ NBTกดหมายเลข 2 และชมรายการย้อนหลังได้ที่YouTube ไลฟ์ วาไรตี

ซีพีเอฟทั่วไทย เดินหน้าส่งอาหารจากใจ หนุนบุคลากรสาธารณสุข สู้วิกฤติโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/591526

ซีพีเอฟทั่วไทย เดินหน้าส่งอาหารจากใจ  หนุนบุคลากรสาธารณสุข สู้วิกฤติโควิด-19

ซีพีเอฟทั่วไทย เดินหน้าส่งอาหารจากใจ หนุนบุคลากรสาธารณสุข สู้วิกฤติโควิด-19

วันเสาร์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

จากสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยที่ยังทวีความรุนแรงต่อเนื่อง มีจำนวนผู้ป่วยสะสมเพิ่มขึ้น บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ เป็นอีกหนึ่งองค์กร ที่ร่วมเดินเคียงข้างคนไทย ทั้งโรงงานและฟาร์มซีพีเอฟในจังหวัดต่างๆ ทั่วไทย จับมือพันธมิตร เดินหน้าส่งมอบอาหารคุณภาพปลอดภัยและครุภัณฑ์ทางการแพทย์ ให้บุคลากรด้านสาธารณสุข ที่กำลังปฏิบัติภารกิจในโรงพยาบาลหลักและโรงพยาบาลสนามทั่วประเทศ ภายใต้การดำเนินโครงการ “CPF ส่งอาหารจากใจ ร่วมต้านภัยโควิด-19” เสริมกำลังนักรบด่านหน้าได้มีกำลังใจและแรงกายต่อสู้กับไวรัสโควิดอย่างเต็มที่

ล่าสุด ซีพีเอฟ โดยผู้บริหาร พนักงานจิตอาสา โรงงานผลิตอาหารสัตว์บกราชบุรี นำไข่ไก่สดและน้ำดื่ม มอบให้แก่ ทีมแพทย์ อาสาสมัครสาธารณสุข ที่ โรงพยาบาลสนามของจ.ราชบุรี ด้านโรงงาน ซอส พรีมิกซ์ เครื่องปรุงไปมอบบะหมี่เกี๊ยวกุ้งพร้อมทาน เพื่อเป็นกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่ โรงพยาบาลสนาม จ.พระนครศรีอยุธยา และยังนำอาหารแห้งและข้าวสารตราฉัตร ช่วยเหลือประชาชนในชุมชนหมู่บ้านเจษฎา 7 ต.ลำไทร อ.วังน้อยจ.พระนครศรีอยุธยา ประมาณ 400 ครัวเรือนขณะที่โรงงานอาหารสัตว์บกบางนา กม.21มอบอาหารพร้อมทานคุณภาพ ปลอดภัยเมนูข้าวมันไก่ ไก่ย่างห้าดาว น้ำดื่ม และหน้ากากอนามัยซีพี แก่ ศูนย์ฉีดวัคซีน ของมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ สนับสนุนภารกิจการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดแก่ประชาชน ร่วมสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้ประเทศ

ธุรกิจสุกร ร่วมกับซีพี-เมจิ มอบผลิตภัณฑ์อาหารคุณภาพปลอดภัยและนมพาสเจอร์ไรส์B-Complex และโยเกิร์ตพร้อมดื่ม PRO-Cแก่ทีมแพทย์ พยาบาล อาสาสมัคร ศูนย์ฉีดวัคซีน อาคารจักรพันธ์เพ็ญศิริ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขนพื้นที่ภาคใต้ โรงงานผลิตอาหารสัตว์บกหาดใหญ่ สนับสนุนอาหารพร้อมทาน และน้ำดื่ม แก่ศูนย์ฉีดวัคซีนในพื้นที่เทศบาลตำบลน้ำน้อย อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โรงงานชำแหละสุกรหนองบัวลำภู ได้นำอาหารพร้อมทาน น้ำดื่ม และชุด PPE มอบให้ศูนย์บริการฉีดวัคซีนของ รพ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู เพื่อเป็นกำลังใจและแทนคำขอบคุณทีมแพทย์-พยาบาล นอกจากการส่งมอบอาหารคุณภาพ ปลอดภัย เพื่อเป็นเสบียงหนุนบุคลากรทางการแพทย์ที่เสียสละทุ่มเทช่วยดูแลผู้ป่วยและควบคุมการระบาดของไวรัสโควิดแล้ว ซีพีเอฟ ยังสนับสนุนอุปกรณ์เครื่องมือ เครื่องใช้ที่จำเป็นเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกและเพิ่มความปลอดภัยของบุคลากรทางการแพทย์ด้วย ได้แก่ โรงงานอาหารสำเร็จรูปหนองจอก ได้นำหน้ากากอนามัยซีพีและสิ่งของจำเป็น อาทิ รองเท้าบู๊ท และโลชั่นทากันยุง มอบให้แก่โรงพยาบาลสนาม ในพื้นที่เขตหนองจอก รวมทั้ง มอบหน้ากากอนามัยซีพีและห้องอาบน้ำเคลื่อนที่ ให้แก่ ศูนย์บริการสาธารณสุข 44กรุงเทพมหานคร ในส่วนโรงงานแปรรูปเนื้อไก่สระบุรี สนับสนุนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และเครื่องพิมพ์บาร์โค้ด 12 ชุดแก่ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 4 สระบุรี เพื่อสนับสนุนและอำนวยความสะดวกเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในการตรวจโควิดเชิงรุก ในพื้นที่ 70อำเภอ ใน 8 จังหวัดของพื้นที่ภาคกลาง

ซีพีเอฟ ได้ดำเนิน โครงการ “CPF ส่งอาหารจากใจ ร่วมต้านภัยโควิด-19”อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี2563 จนถึงปัจจุบัน เพื่อช่วยให้คนไทยทุกคนได้เข้าถึงอาหารคุณภาพปลอดภัยในทุกสถานการณ์ ตามนโยบายเครือเจริญโภคภัณฑ์ ภายใต้โครงการ“ซีพีร้อยเรียงใจ สู้ภัยโควิด-19” จากวันแรก…ถึงวันนี้ ซีพีเอฟได้ร่วมมอบอาหารจาก แก่ให้บุคลากรทางการแพทย์และประชาชนพี่น้องคนไทยแล้วเป็นจำนวนหลายล้านแพ็ก รวมถึงน้ำดื่มและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพหลายล้านขวด ตลอดจนสนับสนุนวัตถุดิบอาหารสดและเครื่องปรุงรสให้แก่โรงพยาบาลโรงพยาบาลสนาม แรงงานต่างชาติ และ กลุ่มคนเปราะบาง ศูนย์บริการฉีดวัคซีน จุดตรวจโควิดเชิงรุกและหน่วยงานต่างๆ มากกว่า 500 แห่งทั่วประเทศสะท้อนความมุ่งมั่นของซีพีเอฟที่พร้อมยืนหยัดเคียงข้างคนไทย ร่วมเป็น “ทีมประเทศไทย” เพื่อช่วยให้คนไทยก้าวผ่านวิกฤติโควิด-19 ไปด้วยกัน

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 31 กรกฎาคม 2564 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/591513

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 31 กรกฎาคม 2564

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 31 กรกฎาคม 2564

วันเสาร์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เอ แอนด์ ดับบลิว ชวนชิมเมนู “Waffle All Day” 3 รสชาติ ได้แก่ วาฟเฟิลไก่สไปซี่, วาฟเฟิลฟิชแอนด์ชีส, วาฟเฟิลไก่ย่างเทอริยากิ ราคา 49 บาท ที่ 7-ELEVEN 18 สาขา ติดตามได้ทางเฟซบุ๊ค A&W Thailand

คริสปี้ ครีม ชวนชิมโดนัท8 รสชาติ กับ “คริสปี้ ครีม xเครยอน ชินจัง” ราคาชิ้นละ 35 บาทหรือแบบเซตในกล่องลายลิมิเต็ดราคา 296 บาท ถึง 30 ก.ย.ที่ ร้านคริสปี้ ครีม 22 สาขาโทร.098-2736688

Cinnabon ชวนชิมซินนามอนโรลด้วยบริการ “ซินนาบอน เดลิเวอรี่”จากสาขาพระรามสี่ และสาขาอุดมสุข โทร.063-2049506 พร้อมโปรโมชั่น ซื้อเซตทริปเปิลไนน์ 1 กล่อง(9 ชิ้น) รับเซตซินนาบอนคลาสสิก(4 ชิ้น) ในราคา 365 บาท

ชวนชิม

โออิชิ ชวนชิมอาหารญี่ปุ่นแบรนด์ชั้นนำ รวมกว่า 100 รายการ จาก “โออิชิ คิทเช่น”พร้อมส่งตรงถึงบ้านด้วย“โออิชิ เดลิเวอรี่” โทร.1773 ติดตามข้อมูลที่ http://www.facebook.com/OishiFoodStation

แมคโดนัลด์ ชวนชิมอิ่มอร่อยกับชุดแฮปปี้มีล และสนุกไปกับของเล่นชุดใหม่ล่าสุด “Space Jam : A New Legacy” โดยทยอยออกมาให้สะสมถึงวันที่ 2 ก.ย. ที่ ร้านแมคโดนัลด์ ทุกสาขาที่ร่วมรายการ โทร.1711

ทาโก้ เบลล์ ชวนชิมอาหารสไตล์เม็กซิกันแบรนด์ดังจากอเมริกา โดยขยายสาขาใหม่ ที่สถานีบริการน้ำมันคาลเท็กซ์ ประชานุกูล และร้านทาโก้ เบลล์ พัทยา ที่ศูนย์การค้ารอยัลการ์เด้นพลาซ่า จ.ชลบุรี

ชวนช็อป

G&G เครือโอซีซีกรุ๊ป ชวนช็อปหน้ากากอนามัยชนิดผ้า COTTON 100% มีช่องใส่ตัวกรองเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันไวรัส และละอองฝอยต่างๆ สวมใส่สบายหายใจสะดวก กระชับรับทุกใบหน้าซักได้มากกว่า 100 ครั้ง ราคาพิเศษ 40 บาท สั่งซื้อสินค้าได้ที่ www.facebook.com/gunzethailand

ชวนช็อป นมยูเอชที โฟร์โมสต์ ในโครงการ “โฟร์โมสต์ส่งต่อรอยยิ้มให้เด็กไทยสู้ภัยโควิด-19” คุณซื้อนม 1 ลัง บริษัทฯ จะบริจาค 1 ลัง ให้มูลนิธิกระจกเงานำไปแจกจ่ายเด็กและครอบครัวที่เดือดร้อน ถึง 9 ก.ย.

บจก.โฮปฟูล ชวนช็อปผลิตภัณฑ์อาหารเสริมบำรุงและสร้างภูมิคุ้มกันปอด “BETA X” (เบต้าเอ็กซ์)โดยแบ่งปันยอดขาย นำไปบริจาคเพื่อซื้อเครื่องช่วยหายใจผ่านโรงพยาบาลราชวิถี และจัดทำถุงยังชีพแจก

ชวนใช้

ชวนใช้ “แบลคมอร์ส มัลติวิตามินนิวทริ 50+” อุดมไปด้วยสารสกัดจากสมุนไพรธรรมชาติ พร้อมวิตามินและแร่ธาตุรวม20 ชนิด บรรจุ 30 เม็ด 520 บาท, 60 เม็ด 960 บาท จำหน่ายตามร้านขายยาชั้นนำ

“ฟูจิฟิล์ม” ชวนใช้นวัตกรรมด้านการดูแลรักษาสุขภาพ Healthcare andMedical โดยให้ความช่วยเหลือในด้านอุปกรณ์เครื่องมือการแพทย์ และส่งทีมงานของฟูจิฟิล์มลงพื้นที่เสี่ยงเพื่อช่วยเจ้าหน้าที่หน้างานอย่างเต็มที่ด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม

ชวนร่วมแคมเปญ Water in Can โดยซื้อน้ำดื่มคริสตัล ขนาด 600 มล. หรือ 1,500 มล. 6 แพ็ก ผ่านช่องทางออนไลน์ของ7-11 รับ “คริสตัล แคน” 1 เซต 4 กระป๋อง 4 ลาย สดชื่นและรักษ์โลก ถึง 23 ก.ย.

ชวนชม

IQ LAB ชวนชมภาพสิ่งพิมพ์ ที่ได้รับรางวัลเหรียญทองใน Asian Print Awards ปี 2564 งานแบบคอลลาจ ภาพในอดีตและปัจจุบันของชีวิต ความเป็นอยู่ สถานที่สำคัญของไทยนับหมื่นๆ ภาพ ขนาดใหญ่ยักษ์ 30 เมตร สูง 10 เมตร เหนือทางเข้าออดิทอเรียม ที่ชั้น 7 ห้างไอคอน สยาม

“กระจกหกด้าน” ชวนชมสารคดีกระจกหกด้าน ตอน “ช่างฝีมือบันลือไทย” ในวันศุกร์ที่ 6 ส.ค. เวลา 17.00-17.15 น. และสารคดีร้อยเรื่องเมืองไทย ตอน “ปลาทูคู่ครัวไทย” ในวันอาทิตย์ที่ 8 ส.ค. เวลา 07.52-07.57 น. ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 7HD

เดอะ วัน ในกลุ่มเซ็นทรัล สนับสนุนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องในช่วงล็อกดาวน์คัดสรรดีลเรียน-เล่นออนไลน์ พร้อมมอบสิทธิพิเศษจาก 26 สถาบันการเรียนรู้และเสริมทักษะชั้นนำ ให้แลกใช้ได้ทันทีบนแอป The 1

ภาคเอกชนจับมือตั้งโรงพยาบาลสนาม บางนา-ตราด กม.5 เปิดรับผู้ป่วย 450 เตียง ต้นเดือนสิงหาคม สอดรับนโยบายภาครัฐ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/591492

ภาคเอกชนจับมือตั้งโรงพยาบาลสนาม บางนา-ตราด กม.5  เปิดรับผู้ป่วย 450 เตียง ต้นเดือนสิงหาคม สอดรับนโยบายภาครัฐ

ภาคเอกชนจับมือตั้งโรงพยาบาลสนาม บางนา-ตราด กม.5 เปิดรับผู้ป่วย 450 เตียง ต้นเดือนสิงหาคม สอดรับนโยบายภาครัฐ

วันเสาร์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

จากการระบาดของไวรัส โควิด-19 รอบที่ 3 ที่ประสบปัญหาผู้ป่วยล้น จนเตียงในโรงพยาบาลทั้งภาคเอกชน และภาครัฐ รับผู้ป่วยเต็มหมด ซึ่งภาครัฐก็ได้เร่งจัดตั้งโรงพยาบาลสนามและได้พยายามขยายงานในการให้ผู้ป่วยได้เข้าถึงการดูแลรักษาได้เร็วขึ้น เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการบรรเทาปัญหาที่เกิดจากการระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทย โรงพยาบาลในเครือพริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ จับมือกับภาคเอกชน MQDC,อีอีซี เอ็นจิเนียริ่ง เน็ทเวิร์ค, ทีแอนด์บีมีเดีย โกลบอล รวมทั้งมูลนิธิธนินท์ เทวี เจียรวนนท์, มูลนิธิอริยวรารมย์, มูลนิธิพุทธรักษา ก่อตั้งโครงการโรงพยาบาลสนาม ที่ได้มาตรฐานตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข โดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐอีกหลายหน่วยงาน

โรงพยาบาลสนามดังกล่าว ตั้งอยู่ที่ซอยวัดปลัดเปรียง ถนนบางนา-ตราด กม.5 ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ โดยตัวโรงพยาบาลจะเป็นเต็นท์ขนาดใหญ่ ติดระบบปรับอากาศ และระบบการระบายอากาศที่ปลอดภัยทั้งภายในโรงพยาบาล และภายนอก จำนวน 6 เต็นท์ผู้ป่วย รวม 450 เตียง โดยจะรับผู้ป่วยสีเขียว และสีเหลืองอ่อน และมีโรงพยาบาลในเครือพริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ รองรับสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการเปลี่ยนเป็นหนักขึ้น โดยโรงพยาบาลได้ขยายห้องผู้ป่วย ICU เพิ่มเติม สำหรับผู้ป่วยทั่วไป และผู้ป่วยจากโรงพยาบาลสนาม

นายแพทย์อธิวัฒน์ น้อยประสิทธิ์ Chief Performance Coach, Risk and Quality Officer บริษัท พริ้นซิเพิลเฮลท์แคร์ จำกัด และผู้อำนวยการโรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ กล่าวว่า ถือเป็นครั้งแรกที่ภาคเอกชนและมูลนิธิต่างๆ ได้ร่วมมือกัน โดยมีเทศบาลตำบลบางแก้ว และทางจังหวัดสมุทรปราการ ให้การสนับสนุนตามข้อกำหนดทางภาครัฐในการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามขึ้นในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ เนื่องจากเป็นหนึ่งในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด โดยโรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิในเครือพริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ ตั้งอยู่ห่างจากโรงพยาบาลสนาม เพียง5 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางไม่ถึง 10 นาทีและเรามีการสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์จากโรงพยาบาลในเครือพริ้นซิเพิลเฮลท์แคร์ อีก 11 สาขาร่วมมือด้วย ทั้งด้านเครื่องมือและบุคลากรทางการแพทย์เพื่อรับมือสถานการณ์การระบาด โดยเราติดตามอาการของคนไข้ผ่านระบบ TeleHealth อย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกันผู้ป่วยโควิด-19 ที่รักษาตัวอยู่โรงพยาบาลในปัจจุบันใกล้เต็มศักยภาพการรองรับ เช่นเดียวกับฮอสพิเทล (Hospitel)3 แห่งอีกรวม 400 เตียงที่มีอัตราครองเตียงเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ตลอดเวลา และยังมีการพักรักษาตัวโดยแยกกักตัวที่บ้าน (Home Isolation) ตามเกณฑ์ผู้ป่วยอาการไม่รุนแรง(สีเขียว) อีกหลายร้อยคน

ด้าน นายวิสิษฐ์ มาลัยศิริรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) กล่าวว่าด้านการก่อสร้างลักษณะของอาคารเป็นโครงสร้างประกอบ เพื่อทำให้สามารถก่อสร้างได้รวดเร็ว ภายในจะมีการเพิ่มความปลอดภัยด้านสุขภาพ ทั้งของผู้ป่วยและบุคลากรสนับสนุนในโรงพยาบาลสนาม พร้อมทั้งได้รับการสนับสนุนการก่อสร้างจาก 8 บริษัทก่อสร้างชั้นนำที่ได้มาตรฐาน อาทิสี่พระยาก่อสร้าง วิศวภัทร์ เป็นต้น การแบ่งพื้นที่ใช้สอยหลักเพื่อรองรับผู้ป่วยจำนวน 450 เตียง แบ่งเป็นผู้ป่วยชาย 225 ผู้ป่วยหญิง 225เน้นรับผู้ป่วยสีเขียวเป็นหลัก และได้แบ่งพื้นที่ไว้รองรับสำหรับผู้ป่วยระดับสีเหลืองอ่อน จำนวน 20 เตียง พร้อมทั้งอุปกรณ์จำเป็นสำหรับผู้ป่วยที่ต้องใช้ระบบ oxygen ได้จัดเครื่องช่วยหายใจ(Highflow) ไว้สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการหนักและมีอาการเชื้อลงปอด รวมทั้งได้รับการสนับสนุนจากบริษัท โอโบดรอยด์ คอร์ปอเรชั่น จัดให้มีหุ่นยนต์ส่งของ “ปิ่นโต” จำนวน 12 ตัว ทำหน้าที่รับส่งยา อาหาร เครื่องดื่ม และพัสดุจำเป็นใดๆ แก่ผู้ป่วย เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อของเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ นอกจากนี้ ยังได้นำระบบการสื่อสารทางไกล ระหว่างบุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วย “ไข่ต้ม Hospital” ซึ่งเป็นระบบ telemedicine ที่พัฒนาโดยบริษัท โอโบดรอยด์ คอร์ปอเรชั่น มาช่วยในการสื่อสารและติดตามอาการผู้ป่วยเพื่อลดความเสี่ยงของบุคลากร ประหยัดการใช้อุปกรณ์ป้องกันและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของเจ้าหน้าที่

นายเกชา ธีระโกเมน ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท อีอีซี เอ็นจิเนียริ่ง เน็ทเวิร์ค จำกัด กล่าวว่า ถือเป็นโอกาสอันดีของกลุ่มบริษัทอีอีซี พนักงาน และครอบครัวทุกคนที่ได้มีโอกาสร่วมกันจัดตั้งโรงพยาบาลสนามนี้ โดย อีอีซี ซึ่งเป็นผู้ชำนาญการในการออกแบบสถานพยาบาลมากกว่า 40 ปี ได้จัดเตรียมโรงพยาบาลสนามแห่งนี้ให้มีมาตรฐาน และป้องกันความเสี่ยงจากการติดเชื้อทางอากาศ เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์อย่างดีที่สุด ทั้งนี้ ความดันอากาศของโรงพยาบาลได้ออกแบบให้มีความดันเป็นลบเพื่อป้องกันเชื้อไม่ให้แพร่กระจายไปพื้นที่โดยรอบ อากาศก่อนปล่อยออกภายนอกอาคารจะถูกกรองผ่าน HEPA filter ซึ่งมีประสิทธิภาพการกรอง 99.9% และฆ่าเชื้อด้วย UVGI และปล่อยออกที่ระดับสูงเหนือลมขึ้นไป โดยทิศทางการไหลของอากาศและความดันอากาศแต่ละพื้นที่ได้ถูกออกแบบวางผังเพื่อแยกส่วนพื้นที่อากาศสะอาดและอากาศปนเปื้อนออกจากกัน ทั้งนี้ เพื่อดูแลให้บุคลากรด่านหน้าของเรามีความปลอดภัยสูงสุด

ทั้งนี้ โรงพยาบาลสนามดังกล่าวจะเปิดรับผู้ป่วยในเดือนสิงหาคม นี้ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้าง และการดำเนินการ สำหรับช่องทางการติดต่อจะแจ้งให้ทราบทางสื่อต่อไป

แนวหน้าไกด์ : ‘โปรไวต้า’ เพิ่มภูมิต้านทาน เติมความสดชื่น มีชีวิตชีวาให้ตัวคุณ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/591511

แนวหน้า ไกด์ : ‘โปรไวต้า’ เพิ่มภูมิต้านทาน เติมความสดชื่น มีชีวิตชีวาให้ตัวคุณ

แนวหน้า ไกด์ : ‘โปรไวต้า’ เพิ่มภูมิต้านทาน เติมความสดชื่น มีชีวิตชีวาให้ตัวคุณ

วันเสาร์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

“แนวหน้า ไกด์” คอลัมน์ที่สรรหาสิ่งใหม่ๆ พร้อมความพิเศษมาอัพเดทให้คุณก่อนใคร ในฉบับประจำวันเสาร์นี้ที่ยังคงอยูในมาตรการล็อกดาวน์ของพื้นที่สีแดงเข้มหรือควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 13 จังหวัด ประกอบด้วย กรุงเทพฯ นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร ฉะเชิงเทรา ชลบุรี พระนครศรีอยุธยา นราธิวาสปัตตานี ยะลา และสงขลา ซึ่งมีผลถึงวันที่ 2 ส.ค.

ความจำเป็นในการงดภารกิจที่ต้องออกเดินทางออกนอกเคหสถานหรือที่พำนักโดยไม่จำเป็น ละเว้นความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ยังระบาดอยู่นั้นขอแนะนำเครื่องดื่มใหม่ วิตามินซี 170% ProVita(โปรไวต้า) กลิ่นส้ม เป็นตัวช่วยเสริมสร้างสุขภาพที่ดีของคุณ

เครื่องดื่ม “โปรไวต้า” มีจุลินทรีย์โพรไบโอติกมีวิตามินซี บี3 บี5 บี6 และบี12 แคลอรี่ต่ำ 30 Kcal วิตามินซีมีส่วนช่วยในการสร้างเนื้อเยื่อคอลลาเจนเพื่อการทำงานตามปกติของกระดูกอ่อน และมีส่วนช่วยในกระบวนการต่อต้านอนุมูลอิสระ จึงเป็นเครื่องดื่มที่ดื่มได้ทุกวัน “เติมความสดชื่น มีชีวิตชีวาให้ตัวคุณ”

5 คุณประโยชน์ดีๆ ที่มีใน ProVita คือ มีจุลินทรีย์โพรไบโอติก,มีวิตามินซี บี3 บี5 บี6 และบี12, แคลอรี่ต่ำ 30 Kcal, วิตามินซี มีส่วนช่วยในการสร้างเนื้อเยื่อคอลลาเจน เพื่อการทำงานตามปกติของกระดูกอ่อนและมีส่วนช่วยในกระบวนการต่อต้านอนุมูลอิสระ รวมทั้งวิตามินบี12 มีส่วนช่วยในการทำงานของระบบประสาทและสมอง

โปรไวต้า มีจุลินทรีย์โพรไบโอติก ซึ่งนอกจากจะช่วยย่อยอาหารแล้ว ยังสร้างภูมิคุ้มกันโรคให้ร่างกาย ทำให้มีภูมิต้านทานต่อโรคระบาดต่างๆ ได้ดีขึ้น (ทำหน้าที่คล้ายวัคซีน)

จุลินทรีย์ Probiotic ที่ผสมอยู่ในผลิตภัณฑ์โปรไวต้า จะช่วยย่อยอาหาร เพิ่มภูมิต้านทานทำให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า มีชีวิตชีวา การขับถ่ายออกมาถ้ามีลักษณะเหลวแสดงว่าการย่อยอาหารสมบูรณ์ ไม่ใช่อาการท้องเสีย

โปรไวต้า ProVita เครื่องดื่มวิตามินซี 170% กลิ่นส้ม บรรจุในขวดขนาด 150 มล. แพ็กละ 10 ขวดและบรรจุลัง 30 ขวด สามารถสั่งซื้อได้ทางCALL CENTER : 081-9359681/085-6608565WEBSITE : TPIPOLENE.COM /Facebook :TPIPOLENE/LINE @TPIPL ตัวแทนจำหน่ายปูนทีพีไอทั่วประเทศ, ร้าน TPI NEW NORMAL,ปั๊มนํ้ามันทีพีไอทุกสาขาและร้านทีพีไอรักษ์สุขภาพ

เสริมสร้างภูมิต้านทานด้วยอาหารและเครื่องดื่มที่มีคุณประโยชน์ ดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง เพื่อความปลอดภัย ไปกับ “แนวหน้าไกด์”

‘เมืองไทยประกันภัย’ ผนึกกำลัง ‘มูลนิธิมาดามแป้ง’ หนุนตั้ง Community Isolation รอบกรุงเทพฯ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/591553

‘เมืองไทยประกันภัย' ผนึกกำลัง 'มูลนิธิมาดามแป้ง’ หนุนตั้ง Community Isolation รอบกรุงเทพฯ

‘เมืองไทยประกันภัย’ ผนึกกำลัง ‘มูลนิธิมาดามแป้ง’ หนุนตั้ง Community Isolation รอบกรุงเทพฯ

วันศุกร์ ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 16.59 น.

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่มีตัวเลขผู้ป่วย New High เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ทำให้มีผู้ป่วยที่ต้องการเตียงพักรักษาตัวในโรงพยาบาลจำนวนมาก เพื่อเป็นการบรรเทาและแก้ไขปัญหาดังกล่าว ‘บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน)’ จึงได้จับมือร่วมกับ ‘มูลนิธิมาดามแป้ง’ ดำเนินภารกิจสู้วิกฤตโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง โดยสมทบทุนจัดตั้งศูนย์ Community Isolation จำนวน 400 เตียง และจัดหาสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มูลค่ารวมกว่า 4 ล้านบาท ใน 4 แห่งรอบกรุงเทพมหานคร เพื่อรองรับผู้ติดเชื้อกลุ่มสีเขียว หวังบรรเทาวิกฤตเตียงไม่เพียงพอ ลดวงจรการเจ็บป่วยรุนแรงและเสียชีวิต เริ่มเปิดบริการต้นเดือนสิงหาคมนี้ เป็นต้นไป

‘มาดามแป้ง’ นางนวลพรรณ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ MTI ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิมาดามแป้ง กล่าวถึงการทำงานครั้งนี้ว่า “นับเป็นการบูรณาการความช่วยเหลือให้เท่าทันสถานการณ์ ในวินาทีที่สังคมต้องการความช่วยเหลือ เราพร้อมหมุนตัว 360 องศาช่วยเต็มที่ ด้วยความร่วมมือกันของทุกภาคส่วน ทั้งเอกชน หน่วยงานท้องถิ่น วัด โรงเรียน ชุมชน อาสาสมัคร โดยในอนาคตอันใกล้นี้ เราคงมีพันธมิตรทางธุรกิจมาร่วมกับเราอีกหลายองค์กร แน่นอนว่าจะเป็นประโยชน์สูงสุดต่อการแก้ไขวิกฤตของประเทศ”

สำหรับ Community Isolation ทั้ง 4 แห่งนั้น สามารถรองรับผู้ป่วยได้แห่งละ 100 เตียงต่อรอบการรักษา ซึ่งกระจายอยู่ทั้ง 4 มุมเมืองของกรุงเทพมหานคร ได้แก่ วิทยาลัยพาณิชยการอินทราชัย เขตวังทองหลาง โดย รพ.ลาดพร้าว, ร.ร.สุขุมนวพันธ์อุปถัมภ์ เขตบึงกุ่ม โดย รพ.พญาไท นวมินทร์, โกดังเก็บของ บมจ.ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ เขตราษฎร์บูรณะ โดย รพ.ประชาพัฒน์ และวัดกำแพง (บางแวก) เขตภาษีเจริญ โดย รพ.มิตรประชา (เพชรเกษม 2) โดยจะเริ่มทยอยเปิดให้บริการในช่วงต้นเดือนสิงหาคม

นางนวลพรรณ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ปัญหาใหญ่หนึ่งที่มองข้ามไม่ได้ คือการขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งมองอย่างไรก็ไม่มีทางเพียงพอต่อจำนวนผู้ป่วยโควิด-19 รายวัน ดังนั้น นอกจากสนับสนุนการตั้งศูนย์ขึ้นแล้ว เรายังมีแผนสร้างทีมอาสากล้าใหม่มูลนิธิมาดามแป้งขึ้นมาเป็นผู้ช่วยหมอ พยาบาล ในการดูแลผู้ป่วยหน้างานอย่างเร่งด่วน ด้วยรูปแบบการอบรมระยะสั้นตามมาตรฐาน หากเราทำได้ก็จะช่วยแบ่งเบาภาระงานของหมอ พยาบาลไปได้อีกมาก และยังสามารถขยายโมเดลนี้ได้ทั่วประเทศในอนาคตอีกด้วย”

6 กิจวัตรสู่การปรนนิบัติผิวที่ดีที่สุดสำหรับคุณผู้ชาย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/591466

6กิจวัตรสู่การปรนนิบัติผิวที่ดีที่สุดสำหรับคุณผู้ชาย

6กิจวัตรสู่การปรนนิบัติผิวที่ดีที่สุดสำหรับคุณผู้ชาย

วันศุกร์ ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 14.04 น.

การดูแลปรนนิบัติผิวไม่ใช่เป็นเพียงเรื่องเฉพาะสำหรับผู้หญิงการดูแลผิวพรรณสำหรับผู้ชายให้มีสุขภาพดีมีความสำคัญไม่แพ้กันเฮอร์บาไลฟ์นิวทริชั่น มีคำแนะนำดีๆ จากลอร่าชาร์คอนการ์บาโตผู้อำนวยการฝ่ายฝึกอบรมและการศึกษาผลิตภัณฑ์โภชนาการระดับโลกกับ6วิธีการดูแลผิวสำหรับคุณผู้ชายที่ไม่ยุ่งยาก ซับซ้อน และทำได้จริง

ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่จำเป็นสำหรับผู้ชาย

          เมื่อต้องเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ดูแลผิวสำหรับผู้ชายสินค้าที่มีให้เลือกกลาดเกลื่อนในท้องตลาดจะทำให้เราเวียนขมับถ้าไม่รู้ว่าควรจะเริ่มจากตรงไหนความเป็นจริงก็คือเราไม่ได้ต้องการผลิตภัณฑ์เป็นร้อยเพื่อให้มีผิวพรรณที่ดีตลอดทั้งปี แต่สิ่งที่เราจำเป็นต้องมีเป็นสิ่งจำเป็นพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับกิจวัตรในเรื่องต่อไปนี้

  • ขนบนใบหน้า
  • ความมันส่วนเกิน
  • ริ้วรอยแห่งวัย
  • การป้องกันแสงแดด

ถ้าไม่รู้ว่าควรจะเริ่มจากตรงไหนดีอย่าได้กังวลเรารวบรวมมาไว้ให้คุณที่นี่หมดแล้วกับ6ข้อสำคัญที่ต้องเปลี่ยนแปลงเพื่อสร้างกิจวัตรประจำวันที่ดีในการดูแลปรนนิบัติผิว

1. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมในการดูแลขนบนใบหน้า

          ประเด็นที่สร้างปัญหาผิวพรรณให้กับผู้ชายเกือบทั้งหมดเกี่ยวข้องกับเส้นขนบนใบหน้าเริ่มตั้งแต่สิ่งที่ใช้โกนหนวดและวิธีการปรนนิบัติผิวหลังโกนแทนที่จะใช้สบู่ก้อนควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีความลื่นและก่อให้เกิดความระคายเคืองน้อยกว่าสบู่ก้อนสร้างความระคายเคืองต่อผิวเนื่องจากบางครั้งมีการผสมน้ำหอมหรือสารขจัดคราบที่อันตรายที่อาจชะล้างเอาน้ำมันเคลือบผิวตามธรรมชาติออกไปหมดทำให้ผิวเสียสมดุลให้ลองมองหาผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารที่ช่วยเติมพลังให้ผิวอาทิน้ำมันสกัดจากส้มผลไม้ตระกูลซีตรัสและเกรฟฟรุ๊ต

หลังโกนหนวดทุกครั้งให้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากแอลกอฮอล์ตามมีโทนเนอร์ในท้องตลาดหลายตัวที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์และมาในรูปแบบสเปรย์ละอองน้ำที่ง่ายต่อการใช้ซึ่งช่วยในการฟื้นบำรุงผิวให้อิ่มน้ำโดยไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองหลังโกนหนวดการทาเจลว่านหางจระเข้อาจช่วยบรรเทาความระคายเคืองป้องกันการเห่อแดงของผิวและช่วยสร้างความชุ่มชื่นแก่ผิวได้

2.การล้างหน้าและทำความสะอาดตามสภาพผิว

การใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่เหมาะสมกับสภาพผิวให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดทั้งต่อความรู้สึกและผิวสัมผัสภายนอกคำแนะนำด้านล่างนี้เป็นสุดยอดเทคนิคการทำความสะอาดผิวหน้าที่อยากแนะนำให้ทำตามเป็นประจำทุกวัน

  • โดยทั่วไปแล้วให้พยายามหลีกเลี่ยงการใช้สบู่ฟอกธรรมดาที่อาจก่อความระคายเคืองต่อผิวหน้าอันเกิดมาจากการชะล้างเอาไขมันเคลือบผิวตามธรรมชาติออกไปจนผิวเสียความชุ่มชื้นดังนั้นจึงควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีความอ่อนโยนอย่างผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการทดสอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากสารซัลเฟต
  • สำหรับคนผิวแห้งให้เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่ช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชื้นอาทิว่านหางจระเข้และคาโมมายล์
  • สำหรับคนผิวมันควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่ทำให้ผิวรู้สึกสดชื่นหลังล้างหน้าอย่างส้มสดฉ่ำและเกรฟฟรุ๊ต
  • ทำความสะอาดผิวหน้าให้เป็นกิจวัตรประจำวันในตอนเช้าและตอนกลางคืนก่อนนอนเฉกเช่นเดียวกับการแปรงฟัน
  • อย่าลืมล้างหน้าและทำความสะอาดใบหน้าหลังออกกำลังกายทุกครั้งเพื่อป้องกันสิว

ดังนั้นคุณผู้ชายต้องให้ความสำคัญกับการล้างทำความสะอาดผิวหน้าเป็นประจำผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่เหมาะกับผิวหน้าและโทนเนอร์ที่ปราศจากแอลกอฮอล์จะช่วยทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งและดูสุขภาพดี

3.การเติมน้ำให้ผิวและเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวเป็นประจำ

          ดอกไม้เป็นของขวัญที่ดีเยี่ยมแต่ไม่มีผู้ชายคนไหนชอบให้ตัวเองมีกลิ่นแบบดอกไม้มอยเจอร์ไรเซอร์ที่กลิ่นออกหวานทำให้ผู้ชายหลายคนหลบเลี่ยงไม่ใช้เติมความชุ่มชื้นแก่ผิวลองมองหามอยเจอร์ไรเซอร์ที่มีสารให้ความชุ่มชื้นทำให้ผิวดูเปล่งปลั่งและมีคุณประโยชน์เพิ่มเติม เช่นการช่วยปกป้องแสงแดดและต่อต้านอนุมูลอิสระส่วนผสมเหล่านี้ช่วยให้ผิวพรรณเนียนนุ่มชุ่มชื่นนั่นหมายถึงว่าริ้วรอยและรอยเหี่ยวย่นย่อมดูจางลงไปด้วยแต่ถ้าอยากเติมน้ำให้ผิวดูอิ่มฟูเป็นพิเศษในขั้นตอนการดูแลผิวประจำวันให้เลือกมองหาครีมกันแดดที่มีคุณสมบัติคืนความชุ่มชื่นแก่ผิวในคราวเดียวกันหรือลองทาครีมกันแดดทับผลิตภัณฑ์บำรุงผิวตอนกลางคืนดูโดยปกติครีมทาตอนกลางคืนจะมีความเข้มข้นสูงกว่ามีส่วนผสมของอีมอลเลียนท์ที่เป็นสารช่วยเก็บกักความชุ่มชื้นของผิวมากกว่าซึ่งเป็นตัวช่วยเติมน้ำให้ผิวได้เป็นอย่างดีโดยเฉพาะในเดือนที่มีอากาศเย็น

4. มาส์กหน้าเป็นประจำทุกสัปดาห์

          การมีผิวมันมีข้อดีหลายประการเช่นทำให้ไม่แก่เร็วผิวแห้งมีแนวโน้มที่จะเกิดริ้วรอยและรอยเหี่ยวย่นได้เร็วกว่าแม้ว่าเรื่องนี้จะเป็นความจริงแต่ผู้ชายส่วนใหญ่คงไม่อยากดูหน้ามันวาวส่องประกายเหมือนพระอาทิตย์ทุกวันซึ่งนอกจากการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดโทนเนอร์และมอยเจอร์ไรเซอร์ที่เหมาะกับผิวแล้วการมาส์กหน้าทุกสัปดาห์เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำ

การมาส์กหน้าเป็นประจำสัปดาห์ละหนึ่งถึงสองครั้งช่วยขจัดสิ่งตกค้างและสิ่งอุดตันได้อย่างดีควรเลือกครีมพอกหน้าที่มีส่วนผสมของโคลนเบนโทไนท์ที่ขึ้นชื่อเรื่องคุณสมบัติอันทรงพลังในการขจัดสิ่งสกปรกและดูดซับความมันส่วนเกินการมาส์กหน้าทุกสัปดาห์ยังช่วยควบคุมการผลิตน้ำมันส่วนเกินบนใบหน้าได้ด้วยคุณอาจจะมาส์กหน้าหลังจากไปวิ่งหรือไปยิมกลับมาหรือในขณะกำลังจ่ายบิลออนไลน์ก็ได้

5. ทาครีมกันแดดตลอดทั้งปี

          ถ้ามีข้อควรปฏิบัติที่ห้ามต่อรองในการดูแลปรนนิบัติผิวเพียงข้อเดียวข้อนั้นจะต้องเป็นเรื่องการปกป้องผิวจากการเผชิญแสงแดดเป็นประจำทุกวันไม่ว่าสภาพอากาศจะเป็นแบบไหนฝนตกหรือมีเมฆมากไม่ได้แปลว่าปลอดภัยจากแสงแดดอย่าขี้เหนียวและใช้ครีมกันแดดที่มีค่าSPF 15หรือมากกว่าเป็นประจำทุกวัน  ครีมกันแดดที่ดีไม่เพียงแต่ช่วยป้องกันการเกิดผิวไหม้แดดแล้วยังช่วยป้องกันไม่ให้ผิวคล้ำเสียโดนทำลายจากรังสียูวีและยังช่วยป้องกันไม่ให้เกิดริ้วรอยแห่งวัยที่ชัดเจนจากการตากแดดและที่สำคัญที่สุดคือช่วยป้องกันการเกิดโรคผิวหนังที่อาจมีอันตรายได้ในหน้าร้อนที่เหงื่อออกมากเป็นพิเศษให้เปลี่ยนมาใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดที่กันน้ำได้ด้วยและให้ทาซ้ำทุกๆสองหรือสามชั่วโมง

สามารถดูคำแนะนำเรื่องค่าSPF ของเราเพิ่มเติมได้ที่SPF Guide ซึ่งจะรวบรวมคำถามที่พบได้บ่อยและความเชื่อผิดๆเกี่ยวกับการป้องกันแสงแดดและรังสียูวี

6. สร้างอุปนิสัยการมีสุขภาพที่ดี

ท้ายนี้ ลอร่าชาร์คอนการ์บาโตให้คำแนะนำว่า ในการดูแลปรนนิบัติผิวจะไม่สมบูรณ์ได้เลยหากไม่กล่าวถึงการเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์และการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและให้จำไว้เลยว่าการบำรุงจากภายในและภายนอกจะต้องทำควบคู่กันการทานอาหารที่มีสารช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระสูงจำพวกไวตามินเอซีและอีช่วยทำให้ผิวแข็งแรง การดื่มน้ำเปล่าในปริมาณมากพอช่วยป้องกันผิวพรรณไม่ให้แลดูขาดน้ำเมื่อเราดูแลร่างกายจากภายในสู่ภายนอกร่างกายของเรา (รวมถึงผิวพรรณ)จะขอบคุณเราส่งผลให้เรามีความมั่นใจเพิ่มมากขึ้นเมื่อเรารู้สึกดีและดูดี

สำหรับผู้ที่สนใจในผลิตภัณฑ์เฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น สามารถติดตามข้อมูลเพื่อสุขภาพและไลฟ์สไตล์ที่ดีได้ที่ www.facebook.com/HerbalifeThailandOfficialและwww.instagram.com/HerbalifeThailandOfficial

                                                                           ###

AIS สร้างแพลตฟอร์มพัฒนาครู ‘THE EDUCATORS THAILAND’ สู่การสอนยุค New Normal #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/591443

AIS สร้างแพลตฟอร์มพัฒนาครู ‘THE EDUCATORS THAILAND’ สู่การสอนยุค New Normal

AIS สร้างแพลตฟอร์มพัฒนาครู ‘THE EDUCATORS THAILAND’ สู่การสอนยุค New Normal

วันศุกร์ ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 12.46 น.

ภายใต้บริบทของสังคมที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทุกภาคส่วนต้องพร้อมตั้งรับเพื่อปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง ภาคธุรกิจนอกเหนือจากการต้องพัฒนาสินค้าและบริการให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคแล้ว การจัดเตรียมกำลังพลในแง่ของทรัพยากรบุคคลก็เป็นความสำคัญลำดับต้นๆนั่นจึงเป็นเหตุผลที่ AIS Academy ลุกขึ้นมามีบทบาทต่อภาคการศึกษาไทยอีกครั้งด้วยการมองไปที่บุคลากรต้นน้ำของระบบการศึกษาอย่างวิชาชีพครู

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 สร้างผลกระทบทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และภาคการศึกษาที่ห้องเรียนถูกปรับมาเป็นแบบออนไลน์เกือบ 100% ทำให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องปรับใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมากขึ้น และจะต้องมีการพัฒนาทักษะ เสริมองค์ความรู้ ติดอาวุธใหม่ตลอดเวลา AIS Academy จึงจัดโครงการ “THE EDUCATORS THAILAND” ร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการ และบุคลากรวงการศึกษาชั้นนำของประเทศ เพื่อเชื่อมต่อ ช่วยเหลือ เพื่อครูไทยยกระดับภาคการศึกษาสู่ดิจิทัลแบบครบวงจร ตั้งแต่การวางโครงสร้างหลักสูตร เครื่องมือสื่อการสอน และการวัดประเมินผลผู้เรียน

โครงการ “THE EDUCATORS THAILAND” นับเป็นครั้งแรกที่ได้เปิดเวทีให้บุคลากรด้านการศึกษากว่า 1,000 คน ทั้งจากภาครัฐและเอกชน ไม่ว่าจะเป็น นักการศึกษา, ครูผู้สอน, บุคลากรด้านการศึกษาทุกสังกัด และนักศึกษาฝึกสอน มาเข้าร่วม Un Learn และ Re Learn ทักษะการสอน ผ่านหลักสูตรที่ถูกออกแบบและพัฒนาโดย AIS Academy ร่วมกับสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยบุคลากรชั้นนำในวงการ ที่มีเนื้อหาในการพัฒนาทักษะ การสร้างนวัตกรรมการสอน เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของภาคการศึกษายุคใหม่ให้สอดคล้องกับการบ่มเพาะนักเรียนยุค LFH (Learn From Home) ที่จะเป็นจุดเริ่มต้นของบุคลากรที่ร่วมสร้างประเทศในอนาคต จนท้ายที่สุดจะได้มาซึ่งผลงานจากผู้เข้าร่วมโครงการในลักษณะต้นแบบของสื่อการสอนที่จะสามารถนำไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์ต่อภาคการศึกษาในปัจจุบันและอนาคต

นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AIS กล่าวว่า “เอไอเอสมองเห็นผลกระทบที่เกิดจากสถานการณ์โควิด-19 ไม่ใช่แค่ในมุมของเศรษฐกิจ สังคม แต่ภาคการศึกษาก็ได้รับผลกระทบไม่แพ้กัน ห้องเรียนถูกปรับมาเป็นแบบออนไลน์เกือบ100% ทำให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยีดิจิทัล เอไอเอสในฐานะ Digital Life Service Provider ที่มุ่งมั่นนำเอาศักยภาพของเทคโนโลยีดิจิทัลไปยกระดับการทำงานของภาคส่วนต่างๆเพื่อส่งเสริมให้คุณภาพชีวิตของคนไทยดีขึ้น จึงตั้งใจที่จะเข้ามาร่วมเชื่อมต่อ ช่วยเหลือ เพื่อครูไทย สนับสนุนภาคการศึกษาเตรียมความพร้อมของครูต่อเยาวชนที่จะต้องเรียนออนไลน์แม้ในอนาคตที่สถานการณ์คลี่คลาย ก็ยังเชื่อว่าการเรียนออนไลน์ก็เป็นสิ่งสำคัญ

หลายคนพูดว่า ในปัจจุบัน “ครู” อาจจะไม่จำเป็น เพราะเรามีอาจารย์ Google แต่สำหรับตนคิดเห็นแตกต่างว่า “ครู” ยังเป็นหัวใจสำคัญมากๆในการขับเคลื่อนลูกศิษย์และเยาวชนสิ่งสำคัญคือครูต้องพัฒนาตัวเองต้องปรับตัวไปด้วย ตนมั่นใจว่าในโครงการ “THE EDUCATORS THAILAND” ครูและบุคลากรที่เข้าร่วมกว่า 1,000 คน จะสามารถต่อยอดและจุดประกายความรู้ความสามารถที่มีอยู่ไปสอนเยาวชนและเด็กรุ่นใหม่ต่อไปได้ ซึ่งผลพวงจากการจุดประกายและต่อยอดนี้ทำให้เด็กมีพลังด้านบวกมากขึ้นเมื่อครูสามารถชี้นำ สิ่งเหล่านี้จะเป็นความสุขในการเรียนการสอนต่อไปในอนาคต เอไอเอสจึงมุ่งมั่นนำศักยภาพของดิจิทัลเทคโนโลยีที่เรามี ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับภาคการศึกษาของไทยให้ก้าวทันโลกแห่งการเปลี่ยนแปลง ดังเช่นโครงการ “THE EDUCATORS THAILAND”

ดร.ดิศกุล เกษมสวัสดิ์ เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า “ด้วยวิสัยทัศน์ของคุรุสภาคือการเป็นองค์กรที่มุ่งสนับสนุน พัฒนาวิชาชีพครู และบุคลากรทางการศึกษาให้มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล การทำงานร่วมกับ AIS ก็เป็นอีกหนึ่งจุดเริ่มต้นที่ดีในการนำเอาเทคโนโลยีรวมถึงองค์ความรู้ใหม่ๆ ด้านดิจิทัลมาเสริมทักษะให้กับบุคลากรทางการศึกษา ในยุคที่เราทุกคน และครูทุกคน ไม่ว่าจะรุ่นเก่า หรือรุ่นใหม่ ก็ต้องเรียนรู้ที่จะใช้เครื่องไม้เครื่องมือรวมถึงสื่อการสอนแบบใหม่ๆเพื่อให้การจัดการเรียนการสอนตอบโจทย์และช่วยพัฒนาผู้เรียนได้อย่างแท้จริง สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ ในหลายเรื่องทั้งการส่งเสริมแหล่งเรียนรู้และนวัตกรรมเพื่อการประกอบวิชาชีพอย่างมีคุณภาพ รวมถึงการพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ๆ เพื่อพัฒนาการสอนให้มีคุณภาพภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน”       

นางสาวกานติมา เลอเลิศยุติธรรม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคล กลุ่มบริษัท AIS และ กลุ่มอินทัช กล่าวเสริมว่า “ภารกิจคิดเผื่อ เพื่อคนไทย ของ AIS Academy ยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการยกระดับการเรียนรู้ตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ การจะพัฒนาระบบต้องเริ่มจากการพัฒนาศักยภาพของคน เวที THE EDUCATORS THAILAND  จึงเกิดขึ้น ด้วยความตั้งใจของเราคือการนำเอาทักษะ องค์ความรู้ใหม่ๆ รวมถึงศักยภาพความเป็นผู้นำด้านดิจิทัลเทคโนโลยี เข้ามาช่วยผลักดันตามแนวทางที่ AIS Academy เดินหน้าเรื่อง EdTech มาตลอด เพื่อช่วยพัฒนาให้เหล่าบุคลากรทางการศึกษา ครูอาจารย์ผู้ที่สมัครเข้าร่วมโครงการ ได้ร่วมสร้างความแข็งแกร่งและศักยภาพการศึกษาโดยการพัฒนาวิธีการสอน และเสริมทักษะการสร้างสรรค์ผลงานสื่อการสอน ภายใต้แนวคิด “มากกว่าความเป็น…ครูผู้สอน”

สำหรับ THE EDUCATORS THAILAND เป็นโครงการที่ AIS Academy ทำงานร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา คณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิระดับประเทศพัฒนาหลักสูตรผ่านการเรียนรู้แบบออนไลน์บนแพลตฟอร์ม LearnDi พร้อมกิจกรรมกระบวนการพัฒนาผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ Professional Learning Community (PLC) ทั้งภาคทฤษฎีและเรียนรู้จากประสบการณ์ผ่านกิจกรรมออนไลน์ THE EDUCATORS THAILAND จะเป็นอีกหนึ่งโครงการที่จะปลุกพลังของภาคการศึกษา บุคลากร และครูไทย ที่จะมาร่วมเปลี่ยนหน้าตากระบวนทัศน์การศึกษาในยุคดิจิทัลให้มีความสามารถอย่างไร้ขีดจำกัด