โซไซตี้ : สธ.ลงพื้นที่เยี่ยมศูนย์พักคอยวัดอินทรวิหาร รองรับผู้ป่วยโควิดกลุ่มสีเขียว ก่อนส่งต่อ รพ.สนาม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/591739

โซไซตี้ : สธ.ลงพื้นที่เยี่ยมศูนย์พักคอยวัดอินทรวิหาร  รองรับผู้ป่วยโควิดกลุ่มสีเขียว ก่อนส่งต่อ รพ.สนาม

โซไซตี้ : สธ.ลงพื้นที่เยี่ยมศูนย์พักคอยวัดอินทรวิหาร รองรับผู้ป่วยโควิดกลุ่มสีเขียว ก่อนส่งต่อ รพ.สนาม

วันอาทิตย์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

กระทรวงสาธารณสุข ลงพื้นที่เยี่ยมศูนย์พักคอยวัดอินทรวิหาร พระอารามหลวงเขตพระนคร รองรับผู้ป่วยโควิดกลุ่มสีเขียวกว่า 200 เตียง ก่อนส่งต่อไปยังโรงพยาบาลสนาม พร้อมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการจัดตั้งศูนย์พักคอย เพื่อนำไปพัฒนาต่อไป โดยเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัยอธิบดีกรมอนามัย, นพ.อรรถพลแก้วสัมฤทธิ์ รองอธิบดีกรมอนามัย และเจ้าหน้าที่กรมอนามัยกระทรวงสาธารณสุข ลงพื้นที่เยี่ยมศูนย์พักคอยวัดอินทรวิหาร พระอารามหลวงเขตพระนคร โดยมี พระโสภณธรรมวงศ์ (เจ้าคุณน้อย) เจ้าอาวาสวัดอินทรวิหาร บางขุนพรหม เป็นผู้ให้ข้อมูลเพื่อรับฟังปัญหาและแลกเปลี่ยนแนวทางในการจัดตั้ง “ศูนย์พักคอยส่งต่อ”เขตพระนคร ณ อาคารปฏิบัติธรรมวัดอินทรวิหาร และรับฟังแนวความคิดเห็นการดำเนินการจัดตั้ง “๑ วัด ๑ ศูนย์พักคอย/๑ อบต. ๑ ศูนย์พักคอย”

Science Update : สถานีไอเอสเอสเสียการควบคุม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/591720

Science Update : สถานีไอเอสเอสเสียการควบคุม

Science Update : สถานีไอเอสเอสเสียการควบคุม

วันอาทิตย์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

สถานีอวกาศนานาชาติ หรือไอเอสเอส สูญเสียการควบคุมเป็นช่วงเวลาสั้นๆ เมื่อวันพฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่น เมื่อเครื่องยนต์ไอพ่นโมดูลการวิจัยของรัสเซียที่เพิ่งเดินทางมาถึงเกิดติดเครื่องกะทันหันเป็นเวลาหลายชั่วโมงหลังเข้าจอดเทียบบริเวณด้านนอกของสถานีที่่อยู่ในวงโคจรรอบโลก มีลูกเรือ 7 คนอยู่ในโมดูลดังกล่าว ได้แก่ นักบินอวกาศชาวรัสเซีย 2 คน นักบินอวกาศของนาซา 3 คน นักบินอวกาศชาวญี่ปุ่น 1 คน และนักบินอวกาศชาวฝรั่งเศสขององค์การอวกาศยุโรป หรืออีเอสเอ 1 คน ทั้งหมดไม่ได้รับอันตรายจากเหตุการณ์ดังกล่าว

เจ้าหน้าที่ของนาซาเผยว่า เครื่องบินไอพ่นของโมดูลดังกล่าวกลับติดเครื่องใหม่อีกครั้งโดยหาสาเหตุไม่ได้ ทำให้สถานีอวกาศนานาชาติทั้งหมดเคลื่อนออกจากตำแหน่งบินปกติที่ตั้งอยู่สูงประมาณ 250 ไมล์ (402 กิโลเมตร) เหนือพื้นโลก และเป็นเหตุให้ผู้อำนวยการการบินของภารกิจดังกล่าวต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินบนยานอวกาศ ด้านผู้จัดการโครงการสถานีอวกาศของนาซากล่าวว่า การเคลื่อนตัวที่ไม่คาดคิดในการกำหนดตำแหน่งของสถานีถูกตรวจพบครั้งแรกโดยระบบเซ็นเซอร์ภาคพื้นดินอัตโนมัติ และอีก 15 นาทีต่อมาก็สูญเสียระบบควบคุมการวางตัวที่กินเวลาไปกว่า 45 นาที

Health News : แลนเซต ชี้ วัคซีนโควิดฉีดพ่นจีน ปลอดภัย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/591721

Health News : แลนเซต ชี้ วัคซีนโควิดฉีดพ่นจีน ปลอดภัย

Health News : แลนเซต ชี้ วัคซีนโควิดฉีดพ่นจีน ปลอดภัย

วันอาทิตย์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

The Lancet วารสารทางการแพทย์ชื่อดังเผยแพร่ผลการทดลองทางคลินิก ระยะที่ 1 ของวัคซีนป้องกันโควิด-19 แบบฉีดพ่นของจีน ว่า ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ เป็นครั้งแรกของโลกที่มีการเผยแพร่ข้อมูลการทดลองทางคลินิกของวัคซีนแบบฉีดพ่น

วัคซีนตัวนี้มีชื่อว่า แอดไฟว์ เอ็นโควี (Ad5-nCoV) ผลการศึกษาพบว่า หากฉีดพ่นวัคซีน 1 ครั้ง จะใช้ปริมาณยาเพียง 1 ใน 5 ของวัคซีนแบบฉีดเข้ากล้ามเนื้อ และสามารถสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายได้สูง หากฉีดพ่นวัคซีน 2 ครั้ง จะให้ประสิทธิภาพคล้ายกับการฉีดวัคซีนเข้ากล้ามเนื้อแบบปัจจุบัน 1 เข็ม และหากใช้วัคซีนแบบฉีดพ่น หลังจากฉีดวัคซีนเข้ากล้ามเนื้อเข็มแรก 28 วัน ก็จะช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกายได้มากขึ้น

วัคซีนป้องกันโควิด-19 แอดไฟว์ เอ็นโควี (Ad5-nCoV) ชนิดฉีดพ่นนี้ ถูกพัฒนาโดยทีมวิจัยจากสถาบันการแพทย์ทหาร สังกัดสถาบันวิทยาศาสตร์การทหาร พัฒนาร่วมกับและบริษัทแคนซิโน ไบโอโลจิกส์ (CanSino Biologics) ล่าสุด วัคซีนต้านโควิดแบบ ฉีดพ่น แอดไฟว์ เอ็นโควี กำลังอยู่ระหว่างการทดลองทางคลินิกระยะที่ 2 แล้ว

คุยกัน7วันหน : นักวิทยาศาสตร์เตือน โลกอยู่ในจุดวิกฤติของสภาวะอากาศเปลี่ยนแปลง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/591728

คุยกัน7วันหน : นักวิทยาศาสตร์เตือน  โลกอยู่ในจุดวิกฤติของสภาวะอากาศเปลี่ยนแปลง

คุยกัน7วันหน : นักวิทยาศาสตร์เตือน โลกอยู่ในจุดวิกฤติของสภาวะอากาศเปลี่ยนแปลง

วันอาทิตย์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นักวิทยาศาสตร์นับหมื่นคนทั่วโลก ลงนามในบทความที่เผยแพร่ผ่านนิตยสารวิทยาศาสตร์ BioScience เมื่อไม่กี่วันก่อน ย้ำข้อเรียกร้องที่ให้ผู้นำโลกมีมาตรการที่จริงจัง เพื่อรับมือกับวิกฤติสภาวะอากาศเปลี่ยนแปลง หลังจาก 2 ปีก่อนมีนักวิทยาศาสตร์มากกว่า 10,000 คนจาก 150 ประเทศ ที่ได้ร่วมลงนามประกาศ “ความเร่งด่วนของสภาวะอากาศเปลี่ยนแปลงของโลก” และในปีนี้ มีนักวิทยาศาสตร์เพิ่มอีกกว่า 2,800 คน ที่ร่วมลงนามเรียกร้องให้ปกป้องชีวิตบนโลกใบนี้

ฟิลิป ดัฟฟี่ กรรมการบริหาร สถาบันวิจัยสภาพอากาศวู้ดเวลล์ ในรัฐแมสซาชูเซตส์ของสหรัฐฯ บอกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากสภาพอากาศที่เลวร้ายที่เราเผชิญมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยที่ไม่จำเป็นต้องกล่าวถึงเหตุน้ำท่วม ไฟป่าที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่สัปดาห์มานี้ ก็แสดงให้เห็นถึงความเร่งด่วนที่เราต้องเร่งดำเนินการต่อวิกฤติสภาวะอากาศเปลี่ยนแปลงนี้แล้ว

นับตั้งแต่การประกาศเมื่อปี 2019 โลกของเราก็ยังเผชิญกับเหตุการณ์ที่เลวร้ายเกี่ยวข้องกับสภาวะอากาศ โดยในรายงานการศึกษา นักวิจัยได้อาศัย “สัญญาณชีพ”ในการวัดสุขภาพของดาวเคราะห์ดวงนี้ ซึ่งรวมถึงการปล่อยก๊าซเรือนกระจก, ความหนาแน่นของธารน้ำแข็ง, ขอบเขตน้ำแข็งในทะเล และการตัดไม้ทำลายป่า โดยพบว่า จาก 31 สัญญาณเหล่านี้ นักวิทยาศาสตร์พบว่า มีอย่างน้อย 18 สัณญาณ ที่พบว่ากำลังทำสถิติสูงสุด หรือต่ำสุด เป็นประวัติการณ์ ขณะที่ปี 2020 ที่ผ่านมา เป็นปีที่ร้อนที่สุดอันดับที่ 2 นับตั้งแต่ที่เริ่มมีการบันทึกอุณหภูมิ และพบว่าช่วงต้นปีนี้ ความหนาแน่นของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์บนชั้นบรรยากาศของโลก สูงกว่าช่วงเวลาใดๆนับตั้งแต่ที่เริ่มต้นวัดค่ากันมา

คณะนักวิจัยยังระบุด้วยว่า ปริมาตรของนำแข็งในกรีนแลนด์ และแอนตาร์กติกา อยู่ในระดับ“ต่ำ” ที่สุด นับตั้งแต่มีการบันทึกมาโดยพบว่า น้ำแข็งละลายเร็วขึ้นกว่าเมื่อ 15 ปีที่แล้วถึง 31% และขณะเดียวกัน ปี 2020 ป่าแอมะซอนในบราซิลยังถูกทำลายไปมากที่สุดในรอบ 12 ปี

ทิม เลนทัน ผู้อำนวยการ Global Systems Institute แห่งมหาวิทยาลัยเอ็กเซเตอร์ ในอังกฤษ และเป็นผู้ร่วมเขียนงานวิจัยชิ้นนี้ระบุว่า คลื่นความร้อนที่ทำสถิติในแถบตะวันตกของสหรัฐฯและแคนาดาก็ชี้ให้เห็นแล้วว่า สภาวะอากาศ พร้อมที่จะเริ่ม “รุนแรงกว่าที่เราคาดการณ์ไว้” เลนทัน บอกว่า เราต้องตอบสนองต่อหลักฐานที่ว่า เรากำลังอยู่ในจุด “วิกฤติ” ด้วยการเดินหน้ามาตรการที่เป็นรูปธรรมในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเริ่มต้นการฟื้นคืนธรรมชาติ มากกว่าที่จะทำลาย

ขณะเดียวกัน รายงานวิจัยจากสถาบันโลก แห่งมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย เปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจในวารสาร Nature Communications ว่า ในสิ้นทศวรรษนี้ หรือปี 2100 อาจมีประชากรโลกต้องเสียชีวิตจากเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับโลกร้อนมากถึง 83 ล้านคน เทียบเท่ากับจำนวนประชากรในเยอรมนีทั้งประเทศ โดยการปล่อยก๊าซคาร์บอนทุกๆ 4,434 ตัน สู่ชั้นบรรยากาศโลกจะคร่าชีวิต 1 คน ในสิ้นทศวรรษนี้ และมีโอกาสที่โลกใบนี้จะร้อนขึ้นถึง 4.1 องศาเซลเซียส ภายในปี 2100

แล้วเราจะตอบสนองได้อย่างไร?

นักวิจัยย้ำถึงข้อเรียกร้องในการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม โดยมี 3 ข้อเรียกร้องฉุกเฉินที่ต้องจัดการในทันที คือ

1.ยกเลิกการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล

2.เริ่มต้นการเก็บภาษีคาร์บอน

3.ฟื้นฟูระบบนิเวศ เช่น คาร์บอน ซิงค์ (carbon sinks) หรือ อ่างเก็บคาร์บอน และ พื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ (biodiversity hotspots)

นักวิจัยยังย้ำด้วยว่า การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ควรรวมอยู่ในหลักสูตรการเรียนในโรงเรียนทั่วโลก เพื่อสร้างความตระหนักตั้งแต่วัยเด็ก และควรบอกถึงสาเหตุที่แท้จริง ที่ทำให้เกิดวิกฤติสภาพภูมิกาศ นั่นคือ “การที่มนุษย์ใช้ประโยชน์จากโลกใบนี้มากจนเกินไป”

Villa Forest ผนึกกำลัง Wells International School เปิดตัวโครงการต้นแบบชีวิตวิถีใหม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/591738

Villa Forest ผนึกกำลัง Wells International School  เปิดตัวโครงการต้นแบบชีวิตวิถีใหม่

Villa Forest ผนึกกำลัง Wells International School เปิดตัวโครงการต้นแบบชีวิตวิถีใหม่

วันอาทิตย์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ด้วยปรัชญาแนวคิด “บ ว ร (บ้าน-วัด-โรงเรียน)” ความหมายของการพัฒนาชีวิตวิถีใหม่ควบคู่ไปกับความสุขที่ยั่งยืน ซึ่งสะท้อนถึงศูนย์รวมระหว่างบ้าน (ที่ให้มากกว่าคำว่าบ้าน), วัด (ที่มาของการพัฒนาจิตใจของทุกชาติและศาสนา) และโรงเรียน (การเรียนรู้รอบด้านควบคู่คุณธรรม) รวมไปถึงการยกระดับชีวิตวิถีใหม่ด้วยความอยู่ดีมีสุขอย่างยั่งยืน ถือเป็นแรงบันดาลใจและความมุ่งมั่นของ ธีระธัช รัตนกมลพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารโครงการ “Villa Forest-บ้านสวนคนเมือง” อยากจะสร้างชุมชนรักษ์นิเวศน์รักษ์สิ่งแวดล้อม แห่งบ้านสวนคนเมือง-บ้านบึง ชลบุรี ที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติร่มรื่นของไม้หลากพันธุ์ ท่ามกลางท้องฟ้าและขุนเขา ในพื้นที่ 150 ไร่ เพื่อเติมเต็มชีวิตที่สมดุลของความอยู่ดีมีสุข “กายแข็งแรง ใจเป็นสุข” (Balance of Life)

ธีระธัช รัตนกมลพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร วิลล่า ฟอเรสต์ กล่าวว่า เราเปิดตัวเฟสแรก คือ “ร-โรงเรียน ที่ซึ่งสะท้อนถึงการเรียนรู้รอบด้านควบคู่คุณธรรม” เพราะการศึกษามีความสำคัญ เป็นรากฐานของชีวิต จึงได้ร่วมกับ Wells International School, Chonburi Campus สานพลังเสริมสร้างจินตนาการการเรียนรู้วิถีใหม่ เพื่อพัฒนาเยาวชนให้มีความรู้คู่คุณธรรม “โดยมีข้อตกลงเป้าหมายร่วมกัน เพื่อบ่มเพาะกล้าพันธุ์ให้เติบใหญ่อย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดี ให้เป็นโรงเรียนวิถีใหม่ มีศูนย์การเรียนรู้กสิกรรมธรรมชาติ ที่เด็กๆ จะได้มาเรียนรู้ มีที่นาให้เด็กๆ เอาเท้าสัมผัสดิน สัมผัสหญ้า และมีแปลงผักให้ทดลองปลูกผักเก็บผัก และทำกิจกรรมร่วมกันที่จะสร้างสรรค์จินตนาการให้เด็กๆ เก่งและดีมีความสุข และมีความอ่อนน้อม โดยนำเอาวัฒนธรรม Globalization มาผสมผสานกับLocalizaion เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตในโลกยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลง”

ดร.เรย์ เดอ ลา เพนญ่า ครูใหญ่โรงเรียนนานาชาติ เวลส์, แคมปัสอ่อนนุช บอกเล่าว่า “อยากจะสร้างโรงเรียนแห่งนี้ในพื้นที่ 24 ไร่ ให้เป็นแคมปัสที่สามารถจะพัฒนาได้อย่างยั่งยืน สามารถที่จะเรียนรู้ได้ตั้งแต่ในห้องเรียนไปจนถึงนอกห้องเรียน โดยจะสร้างพื้นการเรียนการสอนให้มีคุณภาพเหมาะสมกับความสามารถของนักเรียน ซึ่งไม่ใช่เก่งแค่วิชาการ แต่สามารถพัฒนาต่อยอดสู่ความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ ให้เกิดขึ้น เพราะบรรยากาศที่เต็มไปด้วยธรรมชาติต้นไม้ จะทำให้โล่ง หายใจสะดวก ทำให้สนุกในการเรียนรู้ เกิดการเรียนรู้ที่ดี เกิดจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ และนี่คือหัวใจแห่งการเรียนรู้ที่สมบูรณ์แบบ”

โครงการต้นแบบชีวิตวิถีใหม่แห่งนี้ ยังมีแนวคิดแห่ง “บ-ว-ร” ในส่วนของ “บ-บ้าน”ที่ให้มากว่าคำว่าบ้าน และ “ว-วัด” ที่มาของการพัฒนาจิตใจของทุกชาติและศาสนา ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องราวดีๆ ที่น่าสนใจ และมีให้ติดตามกันในอนาคตอันใกล้นี้แน่นอน สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร.085-3994030ธีระธัช รัตนกมลพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร‘วิลล่า ฟอเรสต์’ธีระธัช รัตนกมลพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร‘วิลล่า ฟอเรสต์’มร.จาง เหยาหลาง ประธานบริหาร โรงเรียนนานาชาติ เวลส์มร.จาง เหยาหลาง ประธานบริหาร โรงเรียนนานาชาติ เวลส์ดร.เรย์ เดอ ลา เพนญ่า ครูใหญ่ รร.นานาชาติ เวลส์ แคมปัส อ่อนนุชดร.เรย์ เดอ ลา เพนญ่า ครูใหญ่ รร.นานาชาติ เวลส์ แคมปัส อ่อนนุชวิคทอเรีย เอลิส รอทครูใหญ่ รร.นานาชาติเวลส์ แคมปัส บางนาวิคทอเรีย เอลิส รอทครูใหญ่ รร.นานาชาติเวลส์ แคมปัส บางนาจิตติวัฒน์-ธีระธัช รัตนกมลพร

จิตติวัฒน์-ธีระธัช รัตนกมลพร

โครงการวิลล่า ฟอเรสต์ บ้านสวนคนเมือง บ้านบึง ชลบุรี โอบล้อมด้วยธรรมชาติแมกไม้หลากพันธุ์โครงการวิลล่า ฟอเรสต์ บ้านสวนคนเมือง บ้านบึง ชลบุรี โอบล้อมด้วยธรรมชาติแมกไม้หลากพันธุ์

แหวกฟ้าหาฝัน : เยือนเมืองมรดกโลก Valencia #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/591712

แหวกฟ้าหาฝัน : เยือนเมืองมรดกโลก Valencia

แหวกฟ้าหาฝัน : เยือนเมืองมรดกโลก Valencia

วันอาทิตย์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นักท่องเที่ยวที่มาเยือนสเปน และชื่นชอบเยือนเมืองมรดกโลก เมืองหนึ่งที่ต้องมานอนหลายๆ วันให้ได้ก็คือ Valencia เมืองที่อยู่ห่างจากมาดริดทางรถไฟประมาณ 1.50-2.15 ชั่วโมง เมืองที่มีประชากรมากเป็นอันดับสาม ของสเปน รองจากมาดริดและบาร์เซโลน่านี้เป็นเมืองท่าที่สำคัญอันดับ 5 ของยุโรปและเป็นเมืองท่าที่มีตู้คอนเทนเนอร์ผ่านมากที่สุดของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เมืองที่ถูกก่อตั้งขึ้นครั้งแรกโดยชาวโรมันตั้งแต่ 138 ปีก่อนคริสตกาลนี้เคยถูกครอบครองโดยชาวมัวร์มาก่อน พวกเขาจึงมีคนส่วนหนึ่งใช้ภาษา วัฒนธรรมและศาสนาตามชาวมัวร์ ต่อมาในปี 1238 พระเจ้าเจมส์ที่ 1 แห่ง Aragon ได้พิชิตมัวร์และสถาปนาให้เมืองนี้ กลายเป็นส่วนหนึ่งของสเปน และนับถือศาสนาคริสต์ ในคริสต์ศตวรรษที่ 18 เมื่อพระเจ้าฟิลิปที่ 5 แห่งสเปนหวนกลับมามีอำนาจในเมืองอีกครั้งจึงยกเลิกสิทธิพิเศษเนื่องจากเจ้าเมือง Valencia เข้าข้างราชวงศ์ Habsburgในสงครามระหว่างสเปนกับออสเตรีย Valenciaกลับมามีความสำคัญอีกครั้งและกลายเป็นเมืองหลวงของสเปน เมื่อ Joseph Bonaparteมีอำนาจเหนือสเปนในปี 1812 และยังเป็นเมืองหลวงของสเปนในปี 1936-7 ในช่วงสงครามกลางเมืองสเปนอีกด้วย

เนื่องจากเมืองนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกตั้งแต่ปี 2016 และมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย นักท่องเที่ยวที่มีเวลาจึงควรมานอนค้างสัก 2-3 คืน เพื่อที่จะไม่เพียงได้มีโอกาสเดินเล่นในเมืองที่เต็มไปด้วยอาคารที่มีสถาปัตยกรรมงดงามควรค่าแก่การถ่ายภาพเท่านั้น แต่ยังจะได้มีเวลาเข้าชมมิวเซียมและสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ อีกด้วย เป็นที่ทราบกันดีมานานแล้วว่า ชาวยุโรปตอนใต้ส่วนหนึ่งยังคงมีวัฒนธรรมการนอนตอนบ่าย ชาว Valencia ก็เป็นอีกชาวเมืองหนึ่งที่ยังยึดมั่นกับวัฒนธรรมนี้ สถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่ใน Valencia จึงยังมีการปิดเพื่อให้ชาวเมืองได้หยุดพักกลับบ้านไปกินข้าวและพักผ่อนตอนกลางวันอยู่วันละ 2 ชั่วโมง นักท่องเที่ยวจึงต้องทำการบ้านเรื่องเวลาเปิดปิดสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ รวมทั้งร้านค้าและร้านอาหารด้วยเพื่อให้ไม่พลาดการเข้าชม การเที่ยวเมืองนี้จึงต้องใช้เวลาค่อนข้างมากกว่าเมืองอื่นๆ

Central Market

สถานที่ท่องเที่ยวเด่นๆ ที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่นได้ง่าย อาทิ ตลาด สถานที่ก่อตั้งตลาด ณ ปัจจุบันนี้ถูกคัดเลือกมาตั้งแต่ปี 1839 เรียกว่าตลาดใหม่โดยเป็นตลาดแบบไม่มีหลังคา หรือ open air แต่สิ้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 เทศบาลเมืองตัดสินใจก่อสร้างส่วนหลังคาใหม่ และในปี 1910 เทศบาลเมืองก็ได้คัดเลือกแบบของ Alexandre Soler และFrancesc Gaurdia Vidal สถาปนิกที่จบจากSchool of Architecture of Barcelonaเป็นผู้ออกแบบตลาดใหม่ทั้งหมด ตลาดที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรปที่มีพื้นที่ 8,000 ตารางเมตรนี้ จึงได้รับการออกแบบตามแนวทางศิลปะแบบ Art Nouveau โดยใช้ทั้งเหล็ก ไม้ กระเบื้องตกแต่ง นักท่องเที่ยวที่ได้มีโอกาสมาเที่ยวตลาด ไม่เพียงจะได้ชื่นชมกับสถาปัตยกรรมที่สวยงามน่าประทับใจแล้วยังได้มีโอกาสสัมผัสชีวิตท้องถิ่น ผู้คน อาหารสดอาหารแห้ง และผักผลไม้หลากหลายที่สดใหม่และมีขนาดใหญ่โตกว่าที่พบเห็นในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพริกหวานมะเขือเทศ ขาหมู เห็ดทรัฟเฟิล และสตรอว์เบอร์รี่ในราคาที่ถูกแสนถูกอีกต่างหาก

นอกจากตลาดแล้ว Silk Exchange หรือ Llotja de la Seda ยังเป็นอาคารอีกแห่งที่อยู่ใกล้กันที่น่าสนใจ อาคารที่ถูกปลูกสร้างตามแนวทางศิลปะแบบ Valencian Gothicตั้งแต่ปี 1482 นี้ ประกอบด้วย 3 ส่วน คือส่วน Main Hall อันเป็นศูนย์กลางของการค้าที่พ่อค้าใช้ทำการซื้อของ ส่วนปีกที่มีชื่อว่าPavilion of the Consulate เป็นที่ตั้งของการท่าเรือ อาคารที่มีหลังคาทำจากไม้ลวดลายปิดทองสวยงามนี้เป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่สามารถสามารถเข้าชมได้ฟรี

Llotja de la SedaLlotja de la SedaTruffle

Truffleหลังคา Llotja de la Sedaหลังคา Llotja de la Seda

ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘กลุ่มป่าแก่งกระจาน’ ภูมิสัตว์ป่าพันธุ์พืชของมรดกโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/591701

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘กลุ่มป่าแก่งกระจาน’  ภูมิสัตว์ป่าพันธุ์พืชของมรดกโลก

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘กลุ่มป่าแก่งกระจาน’ ภูมิสัตว์ป่าพันธุ์พืชของมรดกโลก

วันอาทิตย์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

กระทิง

หลังจากไทยมีมรดกโลกทางธรรมชาติคือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้ง ในปี พ.ศ.๒๕๓๔ และกลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ในปีพ.ศ.๒๕๔๘ แล้ว ได้มีการเสนอป่าผืนใหญ่ที่สุดคือ กลุ่มป่าแก่งกระจาน เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ อาทิตย์นี้ได้ตามรอยธรรมชาติไปยังการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก สมัยสามัญครั้งที่ ๔๔ โดยสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นเจ้าภาพ โดยผ่านระบบทางไกล ซึ่งมีมติอนุมัติให้ “กลุ่มป่าแก่งกระจาน” ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ เมื่อวันที่๒๖ กรกฎาคม เวลา ๑๘.๓๕ น. การศึกษาและเสนอกลุ่มป่าแก่งกระจานนี้มีการทำงานมาตั้งแต่ปีพ.ศ.๒๕๔๘ ซึ่งผ่านการเสนอมาถึง ๓ ครั้ง ในปีพ.ศ.๒๕๕๘พ.ศ.๒๕๕๙ และ พ.ศ.๒๕๖๒ และได้รับการประกาศในปีนี้ ด้วยเกณฑ์ข้อที่ ๑๐ ที่มีการดำเนินการอนุรักษ์พื้นที่ถิ่นที่อยู่อาศัยที่มีความสำคัญสูงสุดสำหรับการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพในถิ่นกำเนิด รวมไปถึงการเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของชนิดพันธุ์พืชและสัตว์ ที่มีคุณค่าโดดเด่นเชิงวิทยาศาสตร์ หรือเชิงอนุรักษ์ระดับโลก จึงเป็นแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติ แห่งที่ ๓ ของไทยในจำนวนแหล่งมรดกโลกที่ได้รับแล้ว ๖ แห่ง กลุ่มป่าแก่งกระจาน นั้นเป็นป่าขนาดใหญ่ที่สุดอยู่ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ ครอบคลุมพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ๔ แห่ง ได้แก่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า แม่น้ำภาชี อุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และอุทยานแห่งชาติกุยบุรี มีเนื้อที่ประมาณ ๒.๕ ล้านไร่หรือ ๔,๐๘๙ ตารางกิโลเมตร มีความยาวตั้งแต่เหนือสุดถึงใต้สุดของพื้นที่มากกว่า ๒๐๐ กิโลเมตรเป็นกลุ่มป่าผืนใหญ่ที่เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญของแม่น้ำเพชรบุรี แม่น้ำปราณบุรี และแม่น้ำภาชี ที่มีความอุดมสมบูรณ์ ที่เป็นเขตสัตวภูมิศาสตร์ คือ เขตSundaic, Sino-Himalayan, Indochineseและ Indo-Burmes อันประกอบด้วย ๑.เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี มีเนื้อที่ทั้งหมด ๔๘๙.๓๑ ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ ๓๐๕,๘๒๐ ไร่ ซึ่งมีภูเขาสูงสลับซับซ้อน มียอดเขาที่สูงที่สุดคือ เขาพุน้ำร้อน สูงประมาณ ๑,๐๖๒ เมตร มีพื้นที่ราบแคบๆตามลำห้วยใหญ่เป็นพื้นที่ป่าที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ และมีคุณค่าทางระบบนิเวศสำคัญคือเป็นป่าต้นน้ำ ที่เป็นแหล่งกำเนิดแม่น้ำภาชีที่มีลำน้ำสาขาไหลมารวมกันและเกิดป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้งป่าเบญจพรรณและป่าเต็งรัง ทำให้เป็นที่อยู่ของ สัตว์ป่าหายาก เช่น สมเสร็จ เก้งหม้อ เลียงผา จระเข้ กระทิง หมี วัวแดง เสือ เก้ง กวาง และสัตว์เล็กๆ กระจายทั่วไปของพื้นที่ เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ๙๓ ชนิด สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก ๑๑ ชนิด สัตว์เลื้อยคลาน ๓๑ ชนิด นกต่างๆ ๑๘๖ ชนิด และปลา ๒๑ ชนิด ๒.อุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน พื้นที่ ๓๔๖.๕๙ ตารางกิโลเมตร เป็นป่าเบญจพรรณ ที่มีพันธุ์ไม้สำคัญ ได้แก่ ประดู่ แดง ตะแบก เสลา ส้าน มะค่าโมง ตะค้อ ตะคร้ำ สมอพิเภกเลี่ยน กะบก มะกอก ยางขาว ยางแดง ตะเคียน ยมหอม จำปาป่า รัก จำปีป่า กระบาก มะม่วงป่าตะแบก มะหาด มะไฟป่า สะเดาป่า ฯลฯ และไผ่ไร่ไผ่ซาง ไผ่บง และไผ่ข้าวหลาม ไผ่บง ไผ่เฮียะ ต๋าวหวาย ปาล์ม เฟิน เป็นต้น ๓.อุทยานแห่งชาติกุยบุรีหรือ ผืนป่ากุยบุรี เป็นแหล่งต้นน้ำสำคัญของ แม่น้ำกุยบุรี และแม่น้ำปราณบุรี และเป็นป่าที่มีความหลากหลายทางระบบนิเวศทางชีวภาพสูงที่มีความโดดเด่นของ ป่าดิบแล้งกระจายอยู่ทั่วไปเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าที่มีความสำคัญต่อการอนุรักษ์ในระดับชาติ ระดับภูมิภาค และระดับโลก เช่น ช้างเอเชีย เสือโคร่ง วัวแดงกระทิง สมเสร็จเก้งหม้อ หมีควาย เสือลายเมฆ เสือไฟ เสือดำ,เสือดาว เสือปลา หมีหมา หมาใน ชะมดแปลงลายแถบ เลียงผา นกเงือกกรามช้างปากเรียบ ไก่ฟ้าหน้าเขียว ซึ่งล้วนอยู่ในวิกฤติของการสูญพันธุ์ทางธรรมชาติ และพันธุ์พืช เช่นต้นจันทน์, ต้นยางนา, ต้นเหรียง, ต้นเปล้าน้อย, หวายตะค้าทอง, ต้นเอื้องวานิลลา เป็นต้น ๔.อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน มีพื้นที่กว้างใหญ่ที่สุดของประเทศไทย มีเนื้อที่ประมาณ ๒,๙๑๕ ตารางกิโลเมตรหรือ ๑,๘๒๑,๘๗๕ ไร่ เป็นป่าต้นน้ำลำธารของแม่น้ำเพชรบุรี และแม่น้ำปราณบุรี ซึ่งมีเอกลักษณ์การเรียนรู้ทางธรรมชาติที่สำคัญหลายแห่ง จาก ทะเลสาบ น้ำตก ถ้ำ หน้าผาที่สวยงาม และเขาพะเนินทุ่ง เขาสูงที่สุด ๑,๒๐๗ เมตร ซึ่งทำให้ป่ากลุ่มแก่งกระจานแห่งนี้เป็นภูมิธรรมชาติที่มีพันธุ์พืชและสัตว์ป่านานาชนิดจำนวนมากแห่งหนึ่งของโลกอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชีเขาพะเนินทุ่งป่าแก่งกระจาน

เขาพะเนินทุ่งป่าแก่งกระจานอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานแหล่งเที่ยวธรรมชาติไทยประจันแหล่งเที่ยวธรรมชาติไทยประจันป่าต้นน้ำอุทยานไทยประจัน

ป่าต้นน้ำอุทยานไทยประจันนํ้าตกในป่าไทยประจัน

นํ้าตกในป่าไทยประจันเสือโคร่งเสือโคร่งสมเสร็จ

สมเสร็จฝูงนกเงือก

ฝูงนกเงือกฝูงกระทิงป่ากุยบุรี

ฝูงกระทิงป่ากุยบุรีนกเงือก

นกเงือกช้างเอเชียป่ากุยบุรีช้างเอเชียป่ากุยบุรีจระเข้พันธุ์ไทย

จระเข้พันธุ์ไทยเขื่อนแก่งกระจาน

เขื่อนแก่งกระจาน

ตะลอนเที่ยว : อิ่มเอม เปรมกมล ในภูเก็ต (แม้โควิด-19 จะรุมเร้าเมืองไทย) #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/591699

ตะลอนเที่ยว : อิ่มเอม เปรมกมล ในภูเก็ต (แม้โควิด-19 จะรุมเร้าเมืองไทย)

ตะลอนเที่ยว : อิ่มเอม เปรมกมล ในภูเก็ต (แม้โควิด-19 จะรุมเร้าเมืองไทย)

วันอาทิตย์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

หลายคนอาจกำลังเครียดกับวิกฤตโควิด-19 ที่รุมเร้าสังคมไทย จนรู้สึกเศร้าหมอง หมองหม่น จนถึงขั้นระทมทุกข์ ท้อแท้ หมดหวัง ไม่อยากมีชีวิตอีกต่อไป เพราะไม่มีโรงพยาบาลใดรับผู้ป่วยโรคโควิด-19 ไปรักษา ความทุกข์สาหัสเช่นนี้เกิดขึ้นโดยเฉพาะในครอบครัวที่สมาชิกหลายคนติดเชื้อโควิด-19  

Mr. Flower ขอเรียนตรง ๆ ว่า จากการติดตามข่าว (จริง) ทุก ๆ วัน และจากการได้รับทราบข้อมูลจริงซึ่งได้รับโดยตรงจากคนรู้จักที่มีญาติป่วยด้วยโรคโควิด-19 หรือแม้กระทั่งเพื่อน และคนที่รู้จักอีกจำนวนไม่น้อยที่ร้องขอความช่วยเหลือจาก Mr. Flower ว่าต้องการที่รักษาพยาบาล เพราะตนเองติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ จนร่างกายมีอาการป่วยค่อนข้างหนัก ซึ่ง Mr. Flower ก็ได้แต่ให้กำลังใจ และพยายามช่วยหาที่รักษาพยาบาลให้ตามความสามารถ ซึ่งก็ช่วยได้บ้างบางราย (แต่ก็เพียงไม่กี่คน) แต่ส่วนใหญ่นั้นไม่สามารถช่วยได้ ทั้ง ๆ ที่พยายามช่วยอย่างเต็มความที่แล้ว 

ในเมื่อทุกอย่างเป็นความจริงตามที่หลายคนประจักษ์ชัดแล้ว ก็ต้องทำใจยอมรับความจริง แล้วก็ต้องรักษาตัวให้รอดพ้นจากไวรัสโควิด-19 เพราะเปล่าประโยชน์ที่จะวิตกทุกข์ร้อนไป เพราะร้อนรนกระวนกระวายใจไปก็ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น ดังนั้นจึงขอย้ำเพียงว่า ต้องยอมรับความจริง แล้วรักษาตนให้พ้นภัย แล้วก็ต้องไม่นำเชื้อโรคนี้ไปแพร่ให้กับคนอื่น ๆ โดยเฉพาะคนแก่ และเด็ก รวมถึงคนที่มีโรคร้ายแรงประจำตัว 

หนทางหนึ่งที่จะช่วยให้เรามีความสบายใจในยามที่โควิด-19 บุกรุกประชิดตัวแบบเช่นทุกวันนี้ ก็คือการรักษาใจตัวเองให้นิ่ง มีสติอยู่กับตัวตลอดเวลา และสามหน้ากากอนามัยที่มีคุณภาพ เว้นระยะห่างจากคนอื่น ๆ อย่างน้อย 1-2 เมตร ล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำสบู่เป็นเวลา 1 นาที ทุกครั้งเมื่อหยิบจับสิ่งของอื่น ๆ ที่อยู่นอกบ้าน หรือใช้เจลแอลกอฮอล์ 75 เปอร์เซ็นต์ทำความสะอาดมือ แล้วยังมีอีกสิ่งหนึ่งคือ หากคุณสามารถเลือกอยู่ในพื้นที่ที่มีความโปร่ง โล่ง สะอาด เช่นบริเวณริมทะเล ริมแม่น้ำ หรือในแหล่งธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยต้นไม้ใหญ่เขียนขจีร่มเย็น คุณก็จะมีความสุขกายและสบายใจ เพราะคุณน่าจะอยู่ห่างไกลจากเชื้อโควิด-19  

สัปดาห์นี้จึงตั้งใจชวนคุณเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตต่ออีก แต่การเที่ยวภูเก็ตในครั้งนี้จะชวนคุณรับประทานอาหารอร่อยสารพัดชนิด เพราะภูเก็ตมีอาหารอร่อยให้เลือกรับประทานมากมายหลากหลายชนิด ทั้ง อาหารทะเล อาหารพื้นเมือง ผัก และผลไม้ 

การได้รับประทานอาหารอร่อยในสถานที่แสนงดงาม โดยเฉพาะบนชายหาดที่มีทรายขาวละเอียดเสมือนแป้งทาตัวเนื้อละเอียด แถมยังแวดล้อมไปด้วยธรรมชาติที่แสนสวย แสนสะอาด และแสนสงบ คือความสุขใจที่เกินจะบรรยาย  

ดังนั้นภาพประกอบคอลัมน์ในวันนี้จึงเน้นเรื่องอาหารการกินมากเป็นพิเศษ เพราะต้องการเชิญชวนคุณ ๆ รวมทริปกินอร่อยและเที่ยวเมืองภูเก็ตแบบสุขใจไร้กังวลกับ Mr. Flower แม้ในยามนี้หลายคนอาจจะสับสนว่ายังสามารถเดินทางเข้าไปเที่ยวภูเก็ตได้หรือไม่ ก็ต้องย้ำว่า ยังสามารถเข้าไปเที่ยวเมืองภูเก็ตได้ ในกรณีที่คุณได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ครบสองเข็มเรียบร้อยแล้ว และมีใบรับรองสุขภาพว่าร่างกายของคุณปราศจากเชื้อโควิด-19 เพียงเท่านี้คุณก็สามารถเดินทางเข้าไปสัมผัสความงดงาม และลิ้มรสชาติแสนอร่อยของอาหารสารพัดชนิดบนเกาะภูเก็ตได้ โปรแกรมคร่าว ๆ คือ จะไปเที่ยวพักผ่อนสัก 4 คืน โดยจะนอนบนฝั่ง 3 คืน และอีกหนึ่งคืนนอนบนเกาะ (แต่ขอตัดสินใจก่อนว่าจะเลือกบนเกาะไหนจึงจะดีที่สุด เพราะมีเกาะที่น่าสนใจให้เลือกไปนอนพักหลายแห่ง) 

Mr. Flower ตั้งใจว่าปลายเดือนสิงหาคมนี้จะนำกลุ่มผู้อ่านคอลัมน์ตะลอนเที่ยวกลุ่มเล็ก ๆ (14 คน) ไปกินอาหารรสอร่อย และไปเที่ยวชมสัมผัสความงามของธรรมชาติ และชมเมืองเก่าในตัวเมืองภูเก็ตด้วยกัน หากคุณสนใจจะร่วมทริปแสนอบอุ่น และเป็นกันเองกับคณะที่แสนน่ารักและเต็มเปี่ยมด้วยน้ำจิตน้ำใจ โปรดติดต่อ 019 7233615  

Tech for Life : 1 สิงหาคม 2564 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/591719

Tech for Life : 1 สิงหาคม 2564

Tech for Life : 1 สิงหาคม 2564

วันเสาร์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 16.06 น.

สู้โควิด

บริษัท เนชั่นแนล เฮลท์แคร์ ซิสเท็มส์ จำกัด หรือ เอ็นเฮลท์ (N Health) ส่งมอบ หุ่นยนต์ผู้ช่วยอัจฉิริยะ รุ่นเฮลท์ตีบอท และรุ่นเฮลท์ตีบอท ที 1 สำหรับจัดส่งเวชภัณฑ์และยา รุ่นเฮลท์ตี บ๊อกซ์หุ่นยนต์สำหรับจัดส่งอาหารสำหรับคนไข้ รวม5 ตัว ให้โรงพยาบาลสนามบีดีเอ็มเอส สนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์) โดยจะเข้าไปช่วยปฏิบัติงานในโรงพยาบาลสนาม ร่วมกับบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ในการดูแลผู้ป่วยโควิด-19 เพื่อลดความเสี่ยงต่อการสัมผัส รวมถึงใช้นำทางผู้ป่วย

กล้องรีวิว

โซนี่ เปิดตัวกล้อง Alpha ZV-E10 ความละเอียด 24.2 ล้านพิกเซล เปลี่ยนเลนส์ได้ช่วยผู้ใช้งานสามารถใช้งานฟังก์ชั่น Product Showcase ที่ช่วยให้การรีวิว หรือขายสินค้าออนไลน์เป็นเรื่องง่ายด้วยระบบโฟกัสที่รวดเร็วแม่นยำเพียงกดแค่ปุ่มเดียว โดยกล้องจะทำการเปลี่ยนโฟกัสอัตโนมัติจากใบหน้าของตัวแบบไปยังวัตถุที่กำลังไฮไลท์อยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ น้ำหนักเบาเพียง 343 กรัม บันทึกเสียงที่คมชัดมาพร้อมแจ็คไมโครโฟนแบบ 3.5 mm. ราคา 23,990 บาท เริ่มวางจำหน่ายราวเดือนส.ค.นี้

K-pop

ทวิตเตอร์ประกาศ ศิลปินเกาหลีหรือ K-pop ที่ถูกทวีตถึงมากที่สุดดังนี้ 1.BTS (@BTS_twt)2.NCT (@NCTsmtown) 3.BLACKPINK(@BLACKPINK) 4.EXO (@weareoneEXO) 5.TREASURE (@treasuremembers)

6.TOMORROW X TOGETHER (@TXT_members) 7.ENHYPEN (@ENHYPEN)8.GOT7 (@GOT7Official) 9.TWICE(@JYPETWICE) 10.SEVENTEEN (@pledis_17)11.ATEEZ (@ATEEZofficial) 12.Stray Kids (@Stray_Kids)

ลอยน้ำ

กฟผ.เดินหน้าผลิตพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ ในโครงการโซลาร์เซลล์ลอยน้ำไฮบริดพลังน้ำ (Hydro-floatingSolar Hybrid) ขนาดกำลังผลิต 45 เมกะวัตต์ที่เขื่อนสิรินธร จ.อุบลราชธานี คาดว่าจะจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ได้ ต.ค.ปีนี้ พร้อมเร่งทำเส้นทางชมธรรมชาติ จุดเช็คอินใหม่รับนักท่องเที่ยวต้นปีหน้าด้วย

สคช. เปิดเวทีถก! การพัฒนามาตรฐานอาชีพ กระตุ้นให้ทุกอาชีพมีส่วนร่วมกำหนดทิศทางกำลังคนรองรับโลกอนาคต #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/591684

สคช. เปิดเวทีถก! การพัฒนามาตรฐานอาชีพ กระตุ้นให้ทุกอาชีพมีส่วนร่วมกำหนดทิศทางกำลังคนรองรับโลกอนาคต

สคช. เปิดเวทีถก! การพัฒนามาตรฐานอาชีพ กระตุ้นให้ทุกอาชีพมีส่วนร่วมกำหนดทิศทางกำลังคนรองรับโลกอนาคต

วันเสาร์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 12.39 น.

สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) หรือ สคช. เปิดเวทีรับฟังความเห็น “Stakeholder Engagement กับการจัดทำมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ ประจำปี 2565”ให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ได้มีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางการจัดทำมาตรฐานอาชีพในปี 2565 รองรับความต้องการกำลังคนเร่งด่วนตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ผ่านการประชุมออนไลน์ เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2564

ดร.นพดล ปิยะตระภูมิ ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ตอกย้ำให้เห็นถึงความสำคัญในการรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วนในการจัดทำมาตรฐานอาชีพ เนื่องจาก สคช. ทำงานกับทุกภาคส่วนโดยเฉพาะการพัฒนากำลังคนในอาชีพ ให้สามารถประกอบอาชีพได้อย่างมีมาตรฐาน ได้การรับรองด้วยระบบคุณวุฒิวิชาชีพ ซึ่งจะเป็นเครื่องมือในการพัฒนาไปสู่ระดับสากลได้ ที่ผ่านมา สคช. ได้ผลักดัน ส่งเสริมและสนับสนุนให้ทุกกลุ่มอาชีพได้มีส่วนร่วมในการจัดทำมาตรฐานอาชีพไปแล้ว 835 อาชีพ ใน 52 สาขาวิชาชีพ มีบุคลากรเข้าร่วมในการจัดทำมาตรฐานอาชีพมากกว่า 5,000 คน ส่งผลให้การดำเนินงานของสถาบันฯ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์ความต้องการกำลังคนในสนามอาชีพ ช่วยลดความเหลื่อมล้ำจากระบบคุณวุฒิด้านการศึกษา ที่คนในอาชีพสามารถใช้ความเชี่ยวชาญที่เกิดจากการสั่งสมประสบการณ์ และเข้าสู่ระบบคุณวุฒิวิชาชีพ เพื่อรับปริญญาอาชีพ ทำให้กลุ่มเปราะบางในสังคมกลายเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

ขณะที่เวทีระดมความเห็นเพื่อการจัดทำมาตรฐานอาชีพในครั้งนี้ ได้มีการแสดงความเห็นจากบุคลากรในหลากหลายสาขาอาชีพ อาทิ สมาคมส่งเสริมนวัตกรรมและเทคโนโลยีไซเบอร์ เสนอให้จัดทำมาตรฐานอาชีพความปลอดภัยทางไซเบอร์เพื่อสร้างบุคลากรในอุตสาหกรรมดิจิทัล เพื่อป้องกัน รับมือ และลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ ซึ่งกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจมวลรวมทั้งภายในและภายนอกประเทศ จึงจำเป็นต้องพัฒนากำลังคนให้ตอบโจทย์อุตสาหกรรมในโลกใหม่อย่างชัดเจน

ด้านตัวแทนจากคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แสดงความพร้อมร่วมผลักดันให้เกิดการรับรองนักรุกขกร รวมทั้งอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการจัดการพื้นที่สีเขียว นักจัดการไม้ขุดล้อม และผู้ปฏิบัติงานบนต้นไม้ ซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติงานที่มีความสำคัญในการพัฒนาไม้เศรษฐกิจ และไม้เพื่อการอนุรักษ์ ที่ควรมีการรับรองในอาชีพ

ไม่เพียงเท่านั้นยังมีตัวแทนผู้พิการทางการได้ยิน ที่อยากให้เกิดการจัดทำ และรับรองล่ามภาษามือ ซึ่งจะช่วยผลักดันเรื่องการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังมีตัวแทนจากอาชีพนักประเมินมูลค่าทรัพย์สิน นักโภชนาการ ที่พร้อมร่วมเดินหน้าพัฒนามาตรฐานอาชีพกับสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพด้วยเช่นกัน

การเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้ เกิดขึ้นจากสถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงของสังคม จากการระบาดของโรคโควิด – 19 ส่งผลให้ทุกอาชีพมีการปรับตัว ที่ผ่านมา สคช. ได้เดินหน้า ส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนากำลังคนด้วยการทบทวนมาตรฐานอาชีพเดิมและผลักดันให้เกิดการจัดทำมาตรฐานอาชีพใหม่ๆ รองรับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและสังคม รวมถึงการผลักดันให้เกิดการใช้ประโยชน์จากมาตรฐานอาชีพ เพื่อการพัฒนากำลังคนของประเทศอย่างยั่งยืน