ราชกิจจาฯโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง “ผู้ว่าปู” และผวจ. มีผลอย่างเป็นทางการเแล้ว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/483780

ราชกิจจาฯโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง “ผู้ว่าปู” และผวจ. มีผลอย่างเป็นทางการเแล้ว

15 ก.ย. 2564

“ราชกิจจาฯ” เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนในส่วนของผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยและ “ผู้ว่าราชการจังหวัด” รวมถึงการแต่งตั้ง “ผู้ว่าปู” มีผลอย่างเป็นทางการแล้ว

เมื่อวันที่ 14  ก.ย.ที่ผ่านมา “ราชกิจจานุเบกษา” เผยแพร่  ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ โดยในส่วนของกระทรวงมหาดไทยในการแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูงและ“ผู้ว่าราชการจังหวัด”มีผลอย่างเป็นทางการแล้ว 

ทั้งนี้ มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ข้าร าชการพลเรือนสามัญ สังกัดกระทรวงมหาดไทย พ้นจากตำแหน่ง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง จำนวน ๓ ราย ดังนี้

๑. นายณรงค์ รักร้อย พ้นจากตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี สำนักงาน ปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร สำนักงานปลัดกระทรวง

๒. นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี พ้นจากตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง สำนักงานปลัดกระทรวง

๓. นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี พ้นจากตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี สำนักงานปลัดกระทรวง

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๑๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๔ เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่๑๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๔

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

วันเดียวกันนั้น  “ราชกิจจานุเบกษา” เผยแพร่ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดกระทรวงมหาดไทย พ้นจากตำแหน่ง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง จำนวน ๒๘ ราย  ดังต่อไปนี้ 

ราชกิจจาฯ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง "ผู้ว่าปู" และผู้ว่าราชการจังหวัดราชกิจจาฯ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง “ผู้ว่าปู” และผู้ว่าราชการจังหวัด

ราชกิจจาฯ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง "ผู้ว่าปู" และผู้ว่าราชการจังหวัดราชกิจจาฯ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง “ผู้ว่าปู” และผู้ว่าราชการจังหวัด

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่… 

ประกาศสำนักนายกฯ แต่งตั้งข้าราชการพลเรือน กระทรวงมหาดไทย 28ราย  

ประกาศสำนักนายกฯ แต่งตั้งข้าราชการกระทรวงมหาดไทย 3 ราย 

พล.อ.ประวิตร นั่งหัวโต๊ะประชุม ”พปชร.” ธรรมนัส-นฤมล ร่วมอยู่ต่อ ไม่ทิ้งพรรค #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/483779

พล.อ.ประวิตร นั่งหัวโต๊ะประชุม ”พปชร.” ธรรมนัส-นฤมล ร่วมอยู่ต่อ ไม่ทิ้งพรรค

15 ก.ย. 2564

บิ๊กป้อม พล.อ.ประวิตร นั่งหัวโต๊ะประชุม ”พปชร.” ธรรมนัส-นฤมล ร่วม อยู่ต่อ ไม่ทิ้งพรรค ยังไม่มีการปรับโครงสร้างพรรค

ที่ชั้น 6  อาคารรัฐสภา  พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ร่วมประชุม ส.ส.พรรค ก่อนปิดสมัยประชุมสภา มีพลเอกวิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานยุทธศาสตร์พรรค “พปชร.” เดินติดตามประกบติดและเข้าร่วมประชุมด้วย

โดยพลเอกวิชญ์ ปธ.ยุทธศาสตร์ “พปชร.” คนใหม่ นั่งติด พล.อ. ประวิตร  คั่นกลาง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่าและนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์  

ก่อนเข้าประชุม พลเอกประวิตร ไม่ได้ตอบคำถามใด ๆ และได้ถามกลับผู้สื่อข่าวว่า  “เป็นโควิด-19 หรือไม่” หลังจากที่เมื่อวานนี้มีรายงานว่าพบผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบรัฐบาล มีผลตรวจเชื้อโควิด-19 เป็นบวก

ขณะที่เลขาธิการพรรค ร้อยเอกธรรมนัสและเหรัญญิกพรรค นางนฤมล ปรากฏตัวหลังถูกปรับพ้น ครม.ได้เดินมางมาพร้อม พลเอกประวิตร 

แต่เป็นที่สังเกตว่าทั้งคู่ไม่ได้เดินประกบข้างเหมือนที่ผ่านมา แต่เป็น พลเอกวิชญ์ แทน เช่นเดียวกับที่นั่งในห้องประชุม ก็มี พลเอกวิชญ์ นั่งคั่นกลางระหว่าง พลเอกประวิตร กับ ร้อยเอกธรรมนัส ด้วย

โดยการประชุมวันนี้มี ส.ส. ของพรรคทั้งที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ และถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. ชั่วคราวเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง 

วาระการประชุมเป็นการแจ้งเรื่องที่จะประชุมสภาผู้แทนราษฎรประจำสัปดาห์

แต่ยังต้องจับตาถึงเรื่องการปรับโครงสร้างพรรคว่าจะถูกยกมาหารือกันหรือไม่ ซึ่งก่อนหน้านี้รองหัวหน้าพรรค นายไพบูลย์ นิติตะวัน  ยืนยัน ว่าไม่มีวาระเรื่องนี้ กรรมการบริหาร “พปชร.” จะเป็นชุดเดิมไปอีกหลายเดือน 

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง

วิรัช  ยัน ไร้แผนปรับตำแหน่งภายใน “พปชร.” ธรรมนัส-นฤมล” คงทำหน้าที่ตามเดิม

ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ นายวิรัช รัตนเศรษฐ เปิดเผยภายหลังร่วมประชุมพรรคยืนยันยังไม่มีการปรับเปลี่ยนคณะกรรมการบริหารพรรค โดยเฉพาะตำแหน่งเลขาธิการพรรค ยังคงเป็นร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า และตำแหน่งเหรัญญิกพรรค ก็ยังคงเป็นนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ตามเดิม

และพลเอกประวิตร ยืนยันไม่ลาออกจากพรรค เพราะรักพรรคพลังประชารัฐมากและในช่วงเวลาที่เหลือหลังจากนี้ ให้ ส.ส. เร่งลงพื้นที่ เตรียมพร้อมในการเลือกตั้งครั้งถัดไป

รวมถึงช่วยเหลือพี่น้องประชาชน พร้อมฝากให้รัฐมนตรีในพรรค ลงพื้นที่ควบคู่กับสมาชิกพรรคอย่างเต็มที่เช่นกัน และจากวันนี้ไป พรรคพลังประชารัฐจะไม่มีก๊วนไม่มีกลุ่ม จะมีเพียงกลุ่มเดียวคือกลุ่มของพลเอกประวิตรเท่านั้น รวมถึงยืนยันจะไม่มีการยุบสภาอย่างแน่นอน

นายวิรัช ยังระบุเพิ่มเติมว่า ร้อยเอกธรรมนัส ยังยืนยันว่าจะทำหน้าในการเป็นเลขาธิการพรรคต่อไป อย่างเต็มที่ และสามารถที่จะลงพื้นที่เป็นผู้แทนได้เหมือนเดิม พร้อมย้ำว่าจะอยู่กับพรรคพลังประชารัฐต่อไป

สมศักดิ์ เผย ร.อ.ธรรมนัส จะเป็นเลขาธิการพรรคจนกว่าจะมีการเลือกตั้งใหม่  

หลังเสร็จสิ้นการประชุมพรรคพลังประชารัฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้สวมกอดพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ บริเวณหน้าลิฟท์ชั้น 6 ห้องประชุมพรรค 

พร้อมเปิดเผยถึงบรรยากาศในที่ประชุมพรรคว่า พลเอกประวิตร ย้ำให้ ส.ส.และคนในพรรครักกัน ไม่มีกลุ่มก้อนในพรรค และจะไม่มีการปรับโครงสร้างพรรค ยืนยันไม่มีการเปลี่ยนตัวเลขาธิการพรรค ซึ่งปัจจุบันคือร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ซึ่งจะเป็นเลขาธิการพรรคจนกว่าจะมีการเลือกตั้งครั้งต่อไป 

การตั้งพลเอกวิชญ์ เทพกัสดิน ณ อยุธยา เป็นประธานยุทธศาสตร์พรรคนั้น นายสมศักดิ์ บอกว่า แล้วแต่ประธานยุทธศาสตร์จะกำหนดแนวทางขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พรรค โดยยอมรับว่ารับทราบเรื่องตอนที่มีประกาศของหัวหน้าพรรคออกมาเมื่อวันที่ 14 กันยายน ซึ่งได้แสดงความยินดีกับพลเอกวิญช์กับตำแหน่งประธานยึทธศาสตร์  

เดิมพลเอกประวิตรจะให้นายสมศักดิ์ นั่งประธานยุทธศาสตร์ จากการประชุมพรรคเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา แต่เห็นว่าเป็นเรื่องที่ดีให้คนที่เหมาะสมและมีเวลามาทำงาน โดยส่วนตัวไม่ได้ผิดหวังอะไร แต่ดีใจมีคนมาช่วยทำงาน และแม้อาจไม่ใช่บุคคลที่ทำงานการเมือง แต่ด้วยประสบการณ์อื่นๆก็มาช่วยได้ เพราะคนการเมืองในพรรคก็เยอะแล้ว และยืนยัน ไม่มีสัญญาณการปรับ  ครม.

ร.อ.ธรรมนัส” เผยสบายใจตั้งนานแล้ว 

ขณะที่ร้อยเอกธรรมนัส เดินไปส่งพลเอกประวิตรและสื่อถามว่าสบายใจขึ้นหรือยัง โดยร้อยเอกธรรมนัสบอกว่า “สบายใจตั้งนานแล้ว” ด้วยสีหน้าไม่เคร่งเครียดและมีรอยยิ้ม

“ศาล”อนุญาต ให้ประกัน “เพนกวิน ” – ไมค์ ภานุพงศ์ 5 แกนนำม็อบ พร้อมเงื่อนไข ติด EM #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/483775

“ศาล”อนุญาต ให้ประกัน “เพนกวิน ” – ไมค์ ภานุพงศ์ 5 แกนนำม็อบ พร้อมเงื่อนไข ติด EM

15 ก.ย. 2564

“ศาลอุทธรณ์” ภ.1 อนุญาตประกันติดกำไร EM 5 เเกนนำปราศรัยหน้า ตชด.ภ.1 ชี้ไม่มีข้อบ่งชี้ว่าผู้ต้องหาจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานหรือหลบหนี ส่วน “เพนกวิน”ยังติดคดีถูกถอนประกันที่ศาลอาญา ทนายเตรียมลุยประกันต่อ

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 64 ที่ศาลจังหวัดธัญบุรี ศาลอ่านคำสั่งประกันตัวของศาลอุทธรณ์ภาค 1
ในคดีที่พนักงานสอบสวนยื่นคำร้องฝากขัง 1. นายพรหมศร วีระธรรมจารี 2.นาย พริษฐ์ หรือ “เพนกวิน” ชิวารักษ์ 3.นายชาติชาย แกดำ 4.นายภาณุพงศ์ จาดนอก และ 5.น.ส.ปนัดดา ศิริมาศกุล 

ในความผิดฐานมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายหรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง โดยผู้กระทำความผิดเป็นหัวหน้าหรือเป็นผู้มีหน้าที่สั่งการในการกระทำความผิดนั้น (ผู้ต้องหาลำดับที่ 2 ไม่ถูกกล่าวหาว่าเป็นหัวหน้าหรือเป็นผู้มีหน้าที่สั่งการฯ), ร่วมกันจัดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรคในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดที่มีจำนวนรวมกลุ่มกันของบุคคลที่มีจำนวนรวมกันมากกว่า 5 คน, ร่วมกันทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่จนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจและร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ (ยกเว้นผู้ต้องหาลำดับที่ 1, 3, 6 และ 9 ) และข้อหาอื่น

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

จากกรณีเมื่อวันที่ 2 ส.ค.64 เจ้าหน้าที่ตำรวจ บชน.ได้จับกุมนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ “ไผ่ดาวดิน” กับพวกมาควบคุมที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 หมู่ 6 ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ซึ่งอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.คลองห้า ต่อมาวันเดียวกัน (2 ส.ค.64) นายพริษฐ์ หรือ “เพนกวิน”, นายณัฐชนน, น.ส.ปนัดดา, นายภาณุพงศ์หรือไมค์, นายธนพัฒน์, นายพรหมศร, นายชาติชาย, นายสิริชัย เป็นแกนนำหรือเป็นผู้มีหน้าที่

สั่งการให้มีการ มั่วสุมกันมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก ตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย ให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง

โดยนายพริษฐ์หรือ “เพนกวิน” กับพวกมีการสลับกันขึ้นพูดปราศรัยบนรถที่มีเครื่องขยายเสียงโดยไม่มีการขออนุญาต มีการพูดปลุกเร้า กดดันให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปล่อยตัวนายจตุภัทร์หรือไผ่ดาวดิน กับพวกที่ถูกจับกุมและควบคุมตัวอยู่ภายใน บก.ตชด.ภ.1 ออกมา และมีการก่อความวุ่นวายโดยใช้รถยนต์ปิดกั้นถนนลักษณะเป็นการขัดขวางการจราจรทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนวุ่นวายในบ้านเมือง อีกทั้งยังได้ปราศรัยโจมตีการทำงานของเจ้าหน้าที่และรัฐบาล

โดยก่อนหน้านี้ศาลจังหวัดธัญบุรีและศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาเเต่ต่อมา ศาลอุทธรณ์ภาค 1 อนุญาติให้ปล่อยชั่วคราว นายแซม สาแมท ,นายณัฐชนน ไพโรจน์ เเละนายสิริชัย นาถึง


โดยในวันนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวผู้ต้องหาทั้ง5 โดยให้เหตุผลทำนองเดียวกันว่า พิเคราะห์แล้วเห็นว่าแม้ผู้ต้องหาจะถูกดำเนินคดีในลักษณะเดียวกันหลายคดี แต่เวลาได้ล่วงเลยมาเดือนเศษ นับแต่ผู้ต้องหาถูกจับการสอบสวนน่าจะคืบหน้าใกล้แล้วเสร็จประกอบกับไม่มีข้อบ่งชี้ว่าผู้ต้องหาจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานหรือจะหลบหนีและหลักประกันน่าเชื่อถือจึงอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาระหว่างสอบสวนตีราคาประกัน 1 แสนบาท กับให้ติดอุปกรณ์ติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์ (EM) โดยถือเอาคำรับรองของผู้ต้องหาในอุทธรณ์ข้อ 2.5เป็นเงื่อนไขที่ต้องปฏิบัติในการปล่อยชั่วคราวให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันแล้วดำเนินการต่อไป

นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน กล่าวว่าในวันนี้ศาลอุทธรณ์ภาค1มีคำสั่งให้ประกันตัวผู้ต้องหาหมดทุกคนในคดีเหตุเกิดที่คลอง5 ปทุมธานี ไม่มีใครติดค้างในเรือนจำในส่วนของธัญบุรีเเล้วเเต่ส่วนของนายพริษฐ์นั้นศาลอาญามีคำสั่งถอนประกันไปก่อนหน้านี้ในคดีปักหมุดสนามหลวง ฉนั้นตัวก็จะต้องย้ายกลับไปยังเรือนจำคลองเปรม ซึ่งหลังจากนี้เราก็จะดำเนินการยื่นประกันตัวเพนกวินต่อศาลอาญาต่อไปตอนนี้เราต้องดูทีละคดีก่อน

“ศรัณย์วุฒิ”เคลื่อนไหวแรกหลังจ่อถูก พท. ขับพ้นพรรค แฉลากไส้ นักรบห้องแอร์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/483732

“ศรัณย์วุฒิ”เคลื่อนไหวแรกหลังจ่อถูก พท. ขับพ้นพรรค แฉลากไส้ นักรบห้องแอร์

15 ก.ย. 2564

เคลื่อนไหวแรกหลังจ่อถูก พท. ขับพ้นพรรค “ศรัณย์วุฒิ” แฉลากไส้ นักรบห้องแอร์ อุดมการณ์จอมปลอม ปลุก ส.ส. ลุกขึ้นสู้ อย่ายอมเป็นเบี้ยล่าง

ภายหลังจากที่เมื่อวานนี้(13 ก.ย.)คณะกรรมการจริยธรรมพรรคเพื่อไทย ได้มีการพิจารณาบทลงโทษสำหรับ ส.ส. โหวตสวนมติพรรค ในศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งที่ผ่านมา

ซึ่งในเวลาต่อมาที่ประชุมมีมติขับ 2 ส.ส. ออกจากการเป็นสมาชิกพรรค ประกอบด้วย ส.ส.อุตรดิตถ์ “นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ” และ ส.ส.ปทุมธานี นางพรพิมล ธรรมสาร

วันนี้ (14 ก.ย.) ” นายศรัณย์วุฒิ ” ได้ออกแถลงการณ์ล่าสุด โดยมีเนื้อหาว่ากราบเรียนชาวอุตรดิตถ์และพี่น้องประชาชน ผู้รักความถูกต้อง เป็นธรรมที่เคารพตามที่ปรากฏเป็นข่าวทางสื่อมวลชนว่ามีคณะกรรมการที่อ้างตนในนามพรรคเพื่อไทยได้มีมติขับผมออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยแล้วนั้น ผมขอถือโอกาสนี้ สื่อสารความในใจและความเป็นมาต่อพี่น้องดังต่อไปนี้

ผมได้เข้าเป็นสมาชิกพรรคไทยรักไทยในปี 2541โดยร่วมกับนายกทักษิณ และผู้ ร่วมก่อตั้งเข้ามาสร้างนโยบายเป็นส่วนหนึ่งในการวางเสาหลักของพรรค ผมลงสมัครในนามพรรคที่อุตรดิตถ์และได้รับการเลือกตั้ง

ถึงแม้พรรคจะเจอมรสุมถูกทำลายจากอำนาจเผด็จการทุกรูปแบบ ถูกกลั่นแกล้งยุบพรรค เปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนกรรมการมากี่ชุด ก็ไม่ได้ย่อท้อทิ้งพรรค   ผมถูกกลั่นแกล้งรังแกจากคนบางกลุ่มในพรรคอย่างไร ก็ไม่เคยท้อถอย เพราะอยากจะยืนหยัดต่อสู้เผด็จการ สร้างพรรคให้เป็นที่พึ่งที่หวังของประชาชน

ต่อมาเมื่อผู้ใหญ่ในพรรคที่ผมเคารพยังถูกรังแกและขอให้ผมกลับมาร่วมต่อสู้อีกครั้งหนึ่ง ผมจึงกลับมาและได้ทุ่มเทปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถทั้งในพื้นที่และในสภา ใช้ทุกเวทีที่มีอยู่ในการต่อสู้โดยเฉพาะในสภา ในโอกาสของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ผมตั้งใจทำหน้าที่ให้พรรค และประชาชนอย่างเต็มความสามารถอย่างสมศักดิ์ศรีมาโดยตลอด

 อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

สำหรับครั้งล่าสุดก็เช่นกัน ผมตั้งใจเตรียมทำข้อมูลอย่างดีที่สุด เพื่ออภิปรายแฉความชั่วร้ายของนายประยุทธ์ จันทร์โอชา ผมทำอย่างเปิดเผย มิได้มีการแอบมุบมิบในการปฏิบัติแต่อย่างใด ผมกล้าพูดความจริงอย่างเปิดเผยมาโดยตลอด ผมกล้ายืนในที่สว่าง ไม่ยืนในที่มืด ไฟทุกดวงส่องถึง พิสูจน์ได้

กรณีของผมต่างจากเพื่อน ส.ส. อื่นโดยสิ้นเชิง เพราะที่ผ่านมาการโหวตของผม ผมไม่เคยแหกมติพรรค แม้หลายครั้งที่ไม่เห็นด้วยก็ตาม แต่ครั้งนี้เป็นความเห็นต่างและที่ต้องขัดแย้งกับผู้มีอำนาจในพรรค ที่เรียกว่า “นักรบห้องแอร์ พูดเก่ง ได้แต่ประชุม”

ผมโหวตไม่ไว้วางใจประยุทธ์ (ดังหลักฐานสภาที่ปรากฏ) ผมจะอภิปรายไม่ไว้วางใจประยุทธ์ ผมต้องการโดดเดี่ยวประยุทธ์จากพรรคร่วมรัฐบาล จนในที่สุดคะแนนของนายกต่ำสุด เขาเสียหน้ามาก

“นักรบห้องแอร์” เขาคิดได้แค่จะเอาชนะศึกเท่านั้น ไม่สามารถคิดที่จะเอาชนะสงครามได้ ผมถูกพวกนี้กลั่นแกล้งมาโดยตลอด ดูจากร่องรอยการอภิปรายทุกครั้งที่ผ่านมา แกล้งกดดันเรื่องเวลา



อย่างเช่นครั้งนี้ รับปากให้เวลาผม 1 ชั่วโมง สุดท้ายตัดชื่อผมออก ไม่ให้อภิปราย ทั้งที่เวลาฝ่ายค้านยังเหลืออีกหลายชั่วโมง (ดังหลักฐานสภาที่ปรากฏ) พวกเขามีวิธีปกครองแบบอำนาจนิยม แต่ไม่สร้างการมีส่วนร่วม ซึ่งผมต่อสู้มาตลอด ใครไม่อยู่ในก๊ก ไม่ทำตาม ก็ถูกกลั่นแกล้งกล่าวหาว่าผมใส่ร้ายป้ายสีพรรค

“ศรัณย์วุฒิ” คนจริงขอยืนยันว่าที่พูดไปทั้งหมดเป็นความจริงทุกประการไม่ใช่การกล่าวหาหรือป้ายสีแต่อย่างใด ผมกล้าเอาความจริงในพรรคมาพูด ก็เพื่อหวังดีต่อพรรคที่กำลังถูกคนกลุ่มนี้ที่ขึ้นมามีอำนาจบริหารพรรค แทนที่คนกลุ่มนี้จะทำให้พรรคเป็นที่พึ่งที่หวังของประชาชน แต่กลับใช้พรรคเป็นเครื่องมือในการหาประโยชน์ทางการเมืองให้ตัวเองและพวกพ้อง

แต่ทอดทิ้งประชาชนที่มีการกล่าวอ้างอุดมการณ์ มันเป็นเรื่องจอมปลอมทั้งสิ้น มีแต่แสวงหาความมักใหญ่ใฝ่สูงให้ตัวเองและพรรคพวก คนอย่างผม พี่น้องอุตรดิตถ์ได้เลือกผมด้วยรักและศรัทธา ให้มาเป็น ส.ส.อย่างมีศักดิ์ศรี ผมขายอุดมการณ์ไม่ได้ ไม่ได้แม้แต่จะคิด หยุดเถอะ บาปบุญมีจริง

ขอจงเลิกทำ i.o. ใส่ร้ายป้ายสี กัดคนลับหลัง ด้วยการปล่อยข่าวว่าผมเป็นงูเห่าจะย้ายพรรคไปอยู่กับฝ่ายตรงข้าม ผมมีอุดมการณ์แน่วแน่จะไม่อ้างกดบัตรผิดหรืออ้างป่วย

แต่ผมกล้าลงมติที่เป็นประโยชน์กับฝั่งประชาธิปไตยและประชาชนมากกว่ามติพวกนักรบห้องแอร์ผมบอกให้ก็ได้ครับ ตอนจัดตั้งรัฐบาล ก็ไปขอเสียงพรรคร่วมเหล่านี้ เพราะฉะนั้นการล้มรัฐบาล ประยุทธ์คือตัวปัญหา ผมสู้กับเผด็จการนอกพรรคก็เหนื่อยพอแล้ว ยังต้องมาสู้กับพวกเผด็จการในพรรค คนพวกนี้ด้อยค่าลูกพรรคมานาน

วันนี้พวกเขาต้องการทำเป็นพิธีกรรมเอาผมไป ด่า แล้ว ไล่ ผมออกจากพรรคเหมือนครั้ง ในปี 2557 ที่เรียกผมไปพล่ามเป็นชั่วโมง แล้วแกล้งไม่ให้ผมลงสมัคร ส.ส. คนกลุ่มนี้ ไม่พอใจที่ถูกอภิปรายสอนมวย ให้เพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ผู้พิการ จึงถูกกลั่นแกล้งไม่ส่งลงสมัคร โดยแกล้งดึงเวลาจนถึงก่อนการปิดรับสมัครเพียงไม่ถึง 1 ชั่วโมง เกือบลงสมัครไม่ทัน เดชะบุญนายกบรรหารได้กรุณารับให้ลงในนามพรรคชาติไทย และพี่น้องชาวอุตรดิตถ์ ได้โอบอุ้มจนชนะพรรคเพื่อไทย ในนามพรรคชาติไทย

ผมรู้เท่าทันนิสัยคนพวกนี้ดี และไม่อยากเสียเวลาไปทะเลาะด้วย ผมจึงเลือกไม่ไป ขอเพื่อน ส.ส.ในพรรคเข้าใจนะครับ อย่ายอมเป็นเครื่องมือของพวกเขา

สำหรับผมขอยืนยันไม่หนีไปไหน ยังขอยืนหยัดต่อสู้กับเผด็จการต่อไป ยึดมั่นอุดมการณ์ให้เป็นความหวังของประชาธิปไตย ให้สมกับที่เป็น ส.ส.ของปวงชนชาวไทย ความจริงและเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์
ที่สุดทุกคนจะเห็นธาตุแท้ของพวกเขาเหล่านี้ว่าทำเพื่อประชาชน หรือเพื่อตนเองและพวกพ้อง ช่วยกันกำจัดปลวก เห็บ หมัด เรือดไร ก่อนบ้านเมืองของพวกเราจะพัง 

ทั้งนี้บนเฟซบุ๊กส่วนตัวของ”นายศรัณย์วุฒิ “ยังคงโพสต์ข้อความและภาพ การลงพื้นที่พบปะประชาชนในจังหวัดอุตรดิตถ์ อย่างต่อเนื่อง 

“พ.ร.บ.ลงประชามติ” ประกาศลงราชกิจจาฯ มีผลบังคับใช้แล้ว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/483729

“พ.ร.บ.ลงประชามติ” ประกาศลงราชกิจจาฯ มีผลบังคับใช้แล้ว

15 ก.ย. 2564

ราชกิจจานุเบกษา ประกาศให้ “พ.ร.บ.ลงประชามติ” มีผลบังคับใช้แล้ว กำหนดสาระสำคัญของการออกเสียงลงประชามติ หนึ่งในหัวข้อสำคัญ ลงประชามติ ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ

พลันที่”ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ” แห่งราชอาณาจักรไทย ในประเด็นบัตรเลือกตั้ง ผ่านการลงมติเห็นชอบจากที่ประชุมรัฐสภาในวาระ 3 เป็นที่เรียบร้อย อีกด้านหนึ่ง “ราชกิจจานุเบกษา”ได้ประกาศให้”พ.ร.บ.การลงประชามติ” พ.ศ.2564 มีผลบังคับใช้ เช่นเดียวกัน 

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 14 ก.ย.64 ที่ผ่านมา “ราชกิจจานุเบกษา” เผยแพร่ “พ.ร.บ. ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564  ” โดยกำหนดในมาตรา 2  ให้มีผลบังคับใช้นับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป

สำหรับ “พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ.2564”  มีจำนวนทั้งสิ้น 9 หมวด  85 มาตรา

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

สาระสำคัญของการออกเสียงประชามติ อยู่ที่ มาตรา 9 ดังนี้  ให้คณะกรรมการ(ซึ่งก็คือ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) )  มีหน้าที่และอำนาจจัดและควบคุมดูแลการออกเสียงให้เป็นไป โดยสุจริต เที่ยงธรรม เสรี เสมอภาค และชอบด้วยกฎหมาย

การออกเสียงตามพระราชบัญญัตินี้ มีดังต่อไปนี้

(1) การออกเสียงเกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญตามที่มีบทบัญญัติกำหนดไว้ ในรัฐธรรมนูญ

(2) การออกเสียงกรณีเมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นว่ามีเหตุอันสมควร

(3) การออกเสียงตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องมีการออกเสียง

( 4 ) การออกเสียงในกรณีที่รัฐสภาได้พิจารณาและมีมติเห็นว่าเป็นเรื่องที่มีเหตุสมควรที่จะให้มี การออกเสียงและได้แจ้งเรื่องให้คณะรัฐมนตรีดำเนินการ

( 5 ) การออกเสียงกรณีประชาชนเข้าชื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อให้ความเห็นชอบ

อนึ่ง หลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกำหนดตามมาตรา 9 (5 ) อย่างน้อยต้องมีรายละเอียด เกี่ยวกับจำนวนผู้มีสิทธิเข้าชื่อไม่น้อยกว่าห้าหมื่นคน

"พ.ร.บ.ลงประชามติ" ประกาศลงราชกิจจาฯ มีผลบังคับใช้แล้ว“พ.ร.บ.ลงประชามติ” ประกาศลงราชกิจจาฯ มีผลบังคับใช้แล้ว

ในการออกเสียง ตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่คณะกรรมการกำหนด การออกเสียงในเรื่องที่มีผล กระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนตามที่รัฐธรรมนูญได้รับรองไว้ จะกระทำมิได้

ในกรณีที่จะต้องดำเนินการออกเสียงตามวรรคสอง เมื่อคณะรัฐมนตรีมีมติให้มีการออกเสียง หรือเมื่อประธานรัฐสภาแจ้งให้นายกรัฐมนตรีทราบแล้วแต่กรณี ให้นายกรัฐมนตรีประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาให้มีการออกเสียงตามวันที่กำหนดตามที่ได้หารือร่วมกับคณะกรรมการ

นอกจากนี้ การลงคะแนนให้ได้ข้อยุติ  ได้กำหนดไว้ในมาตรา 13  ระบุว่า “การออกเสียงที่จะถือว่ามีข้อยุติในเรื่องที่จัดทำประชามติ ต้องมีผู้มาใช้ สิทธิออกเสียงเป็นจำนวนเกินกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิออกเสียงและมีจำนวนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของผู้มาใช้ สิทธิออกเสียงในเรื่องที่จัดทำประชามตินั้น”

อ่านรายละเอียด “พ.ร.บ.ว่าด้วยการลงประชามติ” พ.ศ.2564 ฉบับเต็มได้ที่นี่….. 

http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2564/A/059/T_0001.PDF

ราชกิจจาฯ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งโยกย้ายนายทหาร 2564 จำนวน 771 อัตรา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/483708

ราชกิจจาฯ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งโยกย้ายนายทหาร 2564 จำนวน 771 อัตรา

14 ก.ย. 2564

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง”นายทหาร”รับราชการสนองพระเดชพระคุณประจำปี 2564 จำนวน 771 อัตรา ตามคาด วรเกียรติ นั่งปลัดกลาโหม , สมประสงค์ ผู้นำทัพเรือ และ “นภาเดช” ผู้นำทัพฟ้า

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องให้ “นายทหารรับราชการ” ประจำปี 2564 จำนวน 771 อัตรา ประกาศ ณ วันที่ 14 กันยายน 2564 ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี 

สำหรับรายชื่อและตำแหน่งที่น่าสนใจ อาทิ 

**สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

ราชกิจจาฯ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งโยกย้ายนายทหาร 2564 จำนวน 771 อัตราราชกิจจาฯ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งโยกย้ายนายทหาร 2564 จำนวน 771 อัตรา

-พลเอก วรเกียรติ รัตนานนท์ เสนาธิการทหารบก เป็น ปลัดกระทรวงกลาโหม

-พลเอก สนิธชนก สังขจันทร์ หัวหน้านายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็น รองปลัดกระทรวงกลาโหม

-พลเอก สราวุธ รัชตะนาวิน ผู้อำนวยการศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร เป็น รองปลัดกระทรวงกลาโหม

-พลเรือเอก มนัสวี บูรณพงศ์ ที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เป็น รองปลัดกระทรวงกลาโหม

-พลอากาศเอก สฤษฏ์พงศ์ วัฒนวรางกูร ผู้บัญชาการกรมควบคุมการปฏิบัติทางอากาศ เป็น รองปลัดกระทรวงกลาโหม

-พลตรี นิมิตต์ สุวรรณรัฐ (ทีมงานนายกฯ) รองหัวหน้าสำนักงานประสานภารกิจทางทหารกับกระทรวงการต่างประเทศ ศูนย์ประสานภารกิจทหาร สำนักนโยบายและแผนกลาโหม เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (อัตรา พลโท)

**กองบัญชาการกองทัพไทย 

-พลเอก นเรนทร์ สิริภูบาล ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา เป็น รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด

-พลเอก สุภโชค ธวัชพีระชัย รองผู้อำนวยการสำนักงานปฎิบัติภารกิจรักษาความมั่นคงภายในกองทัพบก เป็น รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด

-พลเรือเอก ทรงวุฒิ บุญอินทร์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ เป็น รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด

-พลเอก ณตฐพล บุญงาม ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เป็น เสนาธิการทหาร

-พลโท ธเนศ วงศ์ชะอุ่ม แม่ทัพภาคที่ 2  เป็น รองเสนาธิการทหาร

-พลตรี วีระพงษ์ สรวงศิริธนกุล รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ เป็น ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายสากล
 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
 


**กองทัพบก

-พลเอก อภินันท์ คำเพราะ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก เป็น รองผู้บัญชาการทหารบก

-พลโท เจริญชัย หินเธาว์ แม่ทัพภาคที่ 1 เป็น ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก

-พลโท ภูมิพัฒน์ จันทร์สว่าง ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ เป็น ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก

-พลโท สันติพงษ์ ธรรมปิยะ รองเสนาธิการทหารบก เป็น เสนาธิการทหารบก

-พลโท ทรงวิทย์ หนุนภักดี รองเสนาธิการทหารบก เป็น หัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา

-พลโท สุขสรรค์ หนองบัวล่าง แม่ทัพน้อยที่ 1 เป็น แม่ทัพภาคที่ 1

-พลตรี สวราชย์ แสงผล รองแม่ทัพภาคที่ 2 เป็น แม่ทัพภาคที่ 2

-พลตรี ณัฐวุฒิ นาคะนคร รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ เป็น ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ

-พลตรี ปิยพงษ์ กลิ่นพันธุ์ รองผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า เป็น ผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า

-พลตรี ธวัชชัย ตั้งพิทักษ์กุล ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 11 เป็น ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 11

-พันเอก วรยส เหลืองสุวรรณ เป็น ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์

-พันเอก สราวุธ ไชยสิทธิ์ เป็นผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 11

**กองทัพเรือ 

ราชกิจจาฯ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งโยกย้ายนายทหาร 2564 จำนวน 771 อัตราราชกิจจาฯ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งโยกย้ายนายทหาร 2564 จำนวน 771 อัตรา

-พลเรือเอก สมประสงค์ นิลสมัย รองปลัดกระทรวงกลาโหม เป็น ผู้บัญชาการทหารเรือ 

-พลเรือเอก ธีรกุล กาญจนะ เสนาธิการทหารเรือ เป็น รองผู้บัญชาการทหารเรือ

-พลเรือเอก สุทธินันท์ สมานรักษ์ ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ เป็น ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ

-พลเรือโท เถลิงศักดิ์ ศิริสวัสดิ์ รองเสนาธิการทหารเรือ เป็น เสนาธิการทหารเรือ

-พลเรือโท สุวิน แจ้งยอดสุข หัวหน้านายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บัญชาการทหารเรือ เป็น ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ
 

**กองทัพอากาศ

ราชกิจจาฯ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งโยกย้ายนายทหาร 2564 จำนวน 771 อัตราราชกิจจาฯ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งโยกย้ายนายทหาร 2564 จำนวน 771 อัตรา

-พลอากาศเอก นภาเดช ธูปะเตมีย์ ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพอากาศ เป็น ผู้บัญชาการทหารอากาศ

-พลอากาศเอก ธนศักดิ์ เมตะนันท์ รองเสนาธิการทหาร เป็น รองผู้บัญชาการทหารอากาศ
 

-พลอากาศเอก ชานนท์ มุ่งธัญญา เสนาธิการทหารอากาศ เป็น ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ

-พลอากาศเอก อลงกรณ์ วัณณรถ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพอากาศ เป็น ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ

-พลอากาศเอก คงศักดิ์ จันทรโสภา ที่ปรึกษาสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ เป็น ผู้บัญชาการกรมควบคุมการปฏิบัติทางอากาศ

-พลอากาศโท พันธ์ภักดี พัฒนกุล รองเสนาธิการทหารอากาศ เป็น เสนาธิการทหารอากาศ

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 เป็นต้นไป ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ  

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

อ่านรายละเอียด คลิก

เช็คเลย ไฟเขียวร่างกฎกระทรวง ผลิต นำเข้า ส่งออก “กัญชา”มีเงื่อนไขอะไรบ้าง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/483704

เช็คเลย ไฟเขียวร่างกฎกระทรวง ผลิต นำเข้า ส่งออก “กัญชา”มีเงื่อนไขอะไรบ้าง

14 ก.ย. 2564

เฮ ครม.ไฟเขียวร่างกฎกระทรวงอนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 เฉพาะ”กัญชา” มีเงื่อนไขอยางไรบ้าง เช็คเลย

เมื่อวันที่ 14 ก.ย.64 ในการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธาน มีมติเห็นชอบร่างกฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 เฉพาะกัญชา พ.ศ. …

ร่างกฎกระทรวงฯ ฉบับดังกล่าว ได้ผ่านการตรวจพิจารณาจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ตามที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เสนอ และให้ดำเนินการต่อไปได้ และให้ สธ. รับข้อสังเกตของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาไปพิจารณาดำเนินการต่อไปด้วย


สำหรับสาระสำคัญของร่างกฎกระทรวงดังกล่าว

กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขออนุญาตและการอนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 เฉพาะ“กัญชา” รายละเอียด ดังนี้
        

1. กำหนดคำนิยามคำว่า “กัญชา” “ห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์” “หน่วยงานของรัฐ” และ “รูปแบบพิเศษสำหรับการเข้าถึงยา”


2. กำหนดให้ผู้ขออนุญาตผลิตกัญชาโดยการปลูก เพื่อใช้ทางการแพทย์ ต้องเป็น (1) หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ในการศึกษาวิจัยหรือจัดการเรียนการสอนด้านการแพทย์เภสัชศาสตร์ วิทยาศาสตร์ หรือเกษตรศาสตร์ ในการให้บริการทางการแพทย์ เภสัชกรรม หรือวิทยาศาสตร์ ในการให้บริการทางเกษตรกรรมเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์หรือเภสัชกรรม (2) สภากาชาดไทย (3) ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมที่รวมกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชนหรือสถาบันอุดมศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่จัดการเรียนการสอนด้านการแพทย์หรือเภสัชศาสตร์

(4) ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมที่รวมกลุ่มเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคม (5) ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมที่รวมกลุ่มเป็นสหกรณ์การเกษตร

(6) ผู้ขออนุญาตอื่น ซึ่งดำเนินการภายใต้ความร่วมมือและกำกับดูแลของผู้รับอนุญาตผลิตยาแผนปัจจุบันหรือผู้รับอนุญาตผลิตยาแผนโบราณตามกฎหมายว่าด้วยยา หรือผู้รับอนุญาตผลิตผลิตภัณฑ์สมุนไพรตามกฎหมายว่าด้วยผลิตภัณฑ์สมุนไพร


3. กำหนดให้ผู้ขออนุญาตผลิตกัญชาโดยการปลูก เพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศต้องเป็น (1) หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ในการศึกษาวิจัยหรือจัดการเรียนการสอนด้านการแพทย์ เภสัชศาสตร์ วิทยาศาสตร์ หรือเกษตรศาสตร์ ในการให้บริการทางการแพทย์ เภสัชกรรม หรือวิทยาศาสตร์ ในการให้บริการทางเกษตรกรรมเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์หรือเภสัชกรรม (2) สภากาชาดไทย
        

4. กำหนดให้ผู้ขออนุญาตผลิตยาที่มีกัญชาปรุงผสมอยู่โดยการปรุงยาสำหรับคนไข้เฉพาะรายตามตำรับยาที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดให้เสพได้ ต้องเป็น (1) หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ในการให้บริการทางการแพทย์หรือเภสัชกรรมที่มีผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย หรือผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์(2) สภากาชาดไทยที่มีผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยหรือผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์(3) ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ หรือหมอพื้นบ้านตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพการแพทย์แผนไทย (4) สถาบันอุดมศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่จัดการเรียนการสอนด้านการแพทย์หรือเภสัชศาสตร์ (5) ผู้ขออนุญาตอื่น ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล และมีผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย หรือผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์
      

5. กำหนดให้ผู้ขออนุญาตผลิตกัญชาที่มิใช่การปลูกหรือการปรุงยาสำหรับคนไข้เฉพาะรายเพื่อใช้ทางการแพทย์ ต้องเป็น (1) หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ในการศึกษาวิจัย หรือจัดการเรียนการสอนด้านการแพทย์ เภสัชศาสตร์ วิทยาศาสตร์ หรือเกษตรศาสตร์ ในการให้บริการทางการแพทย์ เภสัชกรรม หรือวิทยาศาสตร์ ในการให้บริการทางเกษตรกรรมเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์หรือเภสัชกรรม (2) สภากาชาดไทย (3) สถาบันอุดมศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่จัดการเรียนการสอนด้านการแพทย์หรือเภสัชศาสตร์ (4) ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมที่รวมกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชนซึ่งจดทะเบียน ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน(5) ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมที่รวมกลุ่มเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม (6) ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมที่รวมกลุ่มเป็นสหกรณ์การเกษตร ซึ่งจดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยสหกรณ์(7) ผู้ขออนุญาตอื่น

เช่น (ก) ผู้รับอนุญาตผลิตยาแผนปัจจุบัน หรือผู้รับอนุญาตนำหรือสั่งยาแผนปัจจุบันเข้ามาในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยยา (ข) ผู้รับอนุญาตผลิตยาแผนโบราณหรือผู้รับอนุญาตนำหรือสั่งยาแผนโบราณเข้ามาในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยยา (ค) ผู้รับอนุญาตผลิตผลิตภัณฑ์สมุนไพรหรือผู้รับอนุญาตนำเข้าผลิตภัณฑ์สมุนไพรตามกฎหมายว่าด้วยผลิตภัณฑ์สมุนไพร

6. กำหนดให้ผู้ขออนุญาตนำเข้ากัญชา เพื่อใช้ทางการแพทย์ ต้องเป็น (1) หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ในการศึกษาวิจัยหรือจัดการเรียนการสอนด้านการแพทย์ เภสัชศาสตร์วิทยาศาสตร์ หรือเกษตรศาสตร์ ในการให้บริการทางการแพทย์ เภสัชกรรม หรือวิทยาศาสตร์ในการให้บริการทางเกษตรกรรมเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์หรือเภสัชกรรม (2) สภากาชาดไทย (3) สถาบันอุดมศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่จัดการเรียนการสอนด้านการแพทย์หรือเภสัชศาสตร์ (4) ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมที่รวมกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชน (5) ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมที่รวมกลุ่มเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคม (6) ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมที่รวมกลุ่มเป็นสหกรณ์การเกษตร (7) ผู้ขออนุญาตอื่น เช่น (ก) ผู้รับอนุญาตผลิตยาแผนปัจจุบันหรือผู้รับอนุญาตนำหรือสั่งยาแผนปัจจุบันเข้ามาในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยยา (ข) ผู้รับอนุญาตผลิตยาแผนโบราณหรือผู้รับอนุญาตนำหรือสั่งยาแผนโบราณ เข้ามาในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยยา (ค) ผู้รับอนุญาตผลิตผลิตภัณฑ์สมุนไพรหรือผู้รับอนุญาตนำเข้าผลิตภัณฑ์สมุนไพรตามกฎหมายว่าด้วยผลิตภัณฑ์สมุนไพร
        

7. กำหนดให้ผู้ขออนุญาตส่งออกกัญชา เพื่อใช้ทางการแพทย์ ต้องเป็น (1) หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ในการศึกษาวิจัยหรือจัดการเรียนการสอนด้านการแพทย์ เภสัชศาสตร์ วิทยาศาสตร์ หรือเกษตรศาสตร์ ในการให้บริการทางการแพทย์ เภสัชกรรม หรือวิทยาศาสตร์ ในการให้บริการทางเกษตรกรรมเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์หรือเภสัชกรรม (2) สภากาชาดไทย (3) สถาบันอุดมศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่จัดการเรียนการสอนด้านการแพทย์ หรือเภสัชศาสตร์ (4) ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมที่รวมกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชน (5) ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมที่รวมกลุ่มเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคม (6) ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมที่รวมกลุ่มเป็นสหกรณ์การเกษตร (7) ผู้ขออนุญาตอื่น เช่น (ก) ผู้รับอนุญาตผลิตยาแผนปัจจุบันหรือผู้รับอนุญาตนำหรือสั่งยาแผนปัจจุบันเข้ามาในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยยา (ข) ผู้รับอนุญาตผลิตยาแผนโบราณหรือผู้รับอนุญาตนำหรือสั่งยาแผนโบราณเข้ามาในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยยา (ค) ผู้รับอนุญาตผลิตผลิตภัณฑ์สมุนไพรหรือผู้รับอนุญาตนำเข้าผลิตภัณฑ์สมุนไพรตามกฎหมายว่าด้วยผลิตภัณฑ์สมุนไพร
        

8. กำหนดให้ผู้ขออนุญาตจำหน่ายกัญชาเพื่อใช้ทางการแพทย์ ต้องเป็น (1) หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ในการศึกษาวิจัยหรือจัดการเรียนการสอนด้านการแพทย์ เภสัชศาสตร์ วิทยาศาสตร์ หรือเกษตรศาสตร์ ในการให้บริการทางการแพทย์เภสัชกรรม หรือวิทยาศาสตร์ ในการให้บริการทางเกษตรกรรมเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์หรือเภสัชกรรม (2) สภากาชาดไทย (3) ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม หรือผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ชั้นหนึ่ง (4) ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย หรือผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ (5) ผู้รับอนุญาตผลิตกัญชา (6) ผู้รับอนุญาตนำเข้ากัญชา (7) ผู้ขออนุญาตอื่น เช่น (ก) ผู้ดำเนินการสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาลซึ่งมีผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ชั้นหนึ่ง ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย หรือผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ (ข) ผู้รับอนุญาตขายยาแผนปัจจุบันซึ่งมีผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมเป็นผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ (ค) ผู้รับอนุญาตขายผลิตภัณฑ์สมุนไพรซึ่งมีผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยหรือผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์เป็นผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ
 

9. กำหนดให้ผู้ขออนุญาตมีไว้ในครอบครองซึ่งยาที่มีกัญชาปรุงผสมอยู่เพื่อใช้ประจำในการปฐมพยาบาลหรือกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินในเรือหรือเครื่องบินซึ่งใช้ในการขนส่งสาธารณะระหว่างประเทศที่จดทะเบียนในราชอาณาจักร ต้องเป็นผู้ประกอบกิจการขนส่งสาธารณะระหว่างประเทศที่จดทะเบียนในราชอาณาจักร ให้ยื่นคำขอต่อผู้อนุญาตพร้อมด้วยข้อมูลเอกสารหรือหลักฐาน ดังต่อไปนี้ (1) ชื่อ ชื่อสกุล และเลขประจำตัวประชาชน ในกรณีที่บุคคลธรรมดาเป็นผู้ขออนุญาต (2) ชื่อและเลขทะเบียนนิติบุคคล ในกรณีที่นิติบุคคลเป็นผู้ขออนุญาต และหนังสือแสดงว่าผู้ขออนุญาตเป็นผู้แทนของนิติบุคคลหรือผู้มีอำนาจทำการแทนนิติบุคคล ซึ่งระบุเลขประจำตัวประชาชนของบุคคลดังกล่าวด้วย (3) เอกสารแสดงการจดทะเบียนในราชอาณาจักร ซึ่งยานพาหนะที่ใช้ในการขนส่งสาธารณะระหว่างประเทศ (4) คำยินยอมให้ผู้อนุญาตเข้าถึงข้อมูลตาม (1) หรือ (2) เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ
        

10. กำหนดให้ผู้รับอนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก หรือจำหน่ายกัญชาได้รับยกเว้นไม่ต้องขออนุญาตมีไว้ในครอบครองซึ่งกัญชา
        

11. กำหนดให้ผู้ขออนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งกัญชาเพื่อการศึกษา ต้องเป็น (1) หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ในการศึกษาวิจัยหรือจัดการเรียนการสอนด้านการแพทย์ เภสัชศาสตร์ วิทยาศาสตร์ หรือเกษตรศาสตร์ ในการให้บริการทางการแพทย์ เภสัชกรรม หรือวิทยาศาสตร์ ในการให้บริการทางเกษตรกรรมเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์หรือเภสัชกรรมในการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด (2) สภากาชาดไทย (3) สถาบันอุดมศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่มีหน้าที่ศึกษาวิจัยและจัดการเรียนการสอนเกี่ยวกับทางการแพทย์หรือเภสัชศาสตร์
        

12. กำหนดให้ผู้ขออนุญาตนำยาที่มีกัญชาปรุงผสมอยู่ติดตัวเข้ามาในหรือออกไปนอกราชอาณาจักร ต้องเป็นผู้ป่วยเดินทางระหว่างประเทศที่มีความจำเป็นต้องนำยาที่มีกัญชาปรุงผสมอยู่ ติดตัวเข้ามาในหรือออกไปนอกราชอาณาจักรเพื่อใช้รักษาโรคเฉพาะตัวในปริมาณเท่าที่จำเป็นสำหรับการใช้รักษาไม่เกินเก้าสิบวัน การนำยาที่มีกัญชาปรุงผสมอยู่ซึ่งเหลือจากปริมาณที่ได้รับอนุญาตติดตัวเข้ามาในหรือออกไปนอกราชอาณาจักรสำหรับการเดินทางในครั้งนั้น ไม่ต้องขออนุญาตอีก
        

13. กำหนดให้ผู้ขออนุญาตซึ่งประสงค์จะขออนุญาตนำยาที่มีกัญชาปรุงผสมอยู่ติดตัวเข้ามาในราชอาณาจักร ให้ยื่นคำขอต่อผู้อนุญาตไม่น้อยกว่าสิบห้าวันก่อนวันที่นำยาที่มีกัญชาปรุงผสมอยู่เข้ามาในราชอาณาจักรในแต่ละครั้ง พร้อมด้วยใบสั่งยาหรือหนังสือรับรองของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมหรือผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม ซึ่งเป็นผู้ให้การรักษา กรณีผู้ขออนุญาตซึ่งประสงค์จะขออนุญาตนำยาที่มีกัญชาปรุงผสมอยู่ติดตัวออกไปนอกราชอาณาจักร ให้ยื่นคำขอต่อผู้อนุญาตไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน ก่อนวันที่นำยาที่มีกัญชาปรุงผสมอยู่ออกไปนอกราชอาณาจักรในแต่ละครั้ง พร้อมด้วยใบสั่งยาหรือหนังสือรับรองของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ หรือหมอพื้นบ้านตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพการแพทย์แผนไทย ซึ่งเป็นผู้ให้การรักษา ใบสั่งยาหรือหนังสือรับรอง ต้องระบุชื่อและที่อยู่ของผู้ป่วย การวินิจฉัยโรคหรืออาการของผู้ป่วย ชื่อและรูปแบบของยาที่มีกัญชาปรุงผสมอยู่ ขนาดที่ใช้ และจำนวนหรือปริมาณที่ผู้ประกอบวิชาชีพสั่ง รวมทั้งชื่อและที่อยู่ของผู้ประกอบวิชาชีพดังกล่าว
        

14. กำหนดให้การยื่นคำขอ การอนุญาต การต่ออายุใบอนุญาต และการออกใบแทนใบอนุญาตตามกฎกระทรวงนี้ ให้ดำเนินการโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ เว้นแต่ไม่สามารถดำเนินการโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้การดำเนินการดังกล่าวกระทำ ณ สถานที่ ดังต่อไปนี้ (1) กรณีผลิต จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งกัญชา (ก) ในกรุงเทพมหานคร ให้กระทำ ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สธ. (ข) ในจังหวัดอื่น ให้กระทำ ณ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแห่งท้องที่ที่สถานที่ผลิต จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งกัญชาตั้งอยู่ (2) กรณีนำเข้า หรือส่งออกซึ่งกัญชา ให้กระทำ ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สธ. หรือสถานที่อื่นที่เลขาธิการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
       

15. กำหนดให้ผู้รับอนุญาตผลิตกัญชาโดยการปลูกปฏิบัติ ดังต่อไปนี้ (1) จัดเตรียมสถานที่และควบคุมการปลูกตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ที่คณะกรรมการกำหนด โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

(2) จัดให้มีป้ายแสดงไว้ในที่เปิดเผยเห็นได้ง่าย ณ สถานที่ที่ได้รับอนุญาต โดยเป็นป้ายที่ทำจากวัตถุถาวร และมีข้อความเป็นตัวอักษรไทยที่มีขนาดเหมาะสม ระบุว่าเป็นสถานที่ผลิตกัญชา แสดงเลขที่ใบอนุญาต ชื่อผู้รับอนุญาต และเวลาสิ้นสุดการอนุญาตตามใบอนุญาต

(3) ใช้เมล็ดพันธุ์ เนื้อเยื่อ หรือส่วนอื่นที่ใช้เพาะปลูกหรือใช้ทำพันธุ์ได้ ที่ได้รับอนุญาตในการปลูกทุกครั้ง

(4) ปลูกกัญชาในสถานที่และพิกัดตามที่ระบุไว้ในใบอนุญาต และจัดทำแนวเขตพื้นที่การเพาะปลูกที่มีความมั่นคงแข็งแรงและเห็นได้ชัด

(5) ดำเนินการตามแผนการผลิต ในกรณีที่ไม่สามารถดำเนินการตามแผนการผลิตได้ ให้แจ้งขอปรับแผนการผลิตต่อผู้อนุญาตเพื่อพิจารณาภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ปรากฏว่าไม่สามารถดำเนินการดังกล่าวได้ ทั้งนี้ การขอปรับแผนการผลิตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่เลขาธิการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

(6) จัดให้มีการแยกเก็บกัญชาเป็นสัดส่วนจากยาหรือวัตถุอื่น และเก็บในที่ซึ่งมั่นคงแข็งแรงและมีกุญแจใส่ไว้ หรือเครื่องป้องกันอย่างอื่นที่มีสภาพเท่าเทียมกัน

(7) ในกรณีที่กัญชาถูกโจรกรรม สูญหาย หรือถูกทำลาย ต้องแจ้งเป็นหนังสือ ให้ผู้อนุญาตทราบโดยมิชักช้า

(8) ในระหว่างการปลูก หากผู้รับอนุญาตผลิตโดยการปลูกหรือผู้รับอนุญาตซึ่งเป็นผู้รับผลผลิตจากผู้รับอนุญาตผลิตโดยการปลูกตรวจพบปริมาณสารปนเปื้อน โลหะหนัก หรือสารอื่น ที่อาจเป็นอันตรายต่อร่างกายเกินมาตรฐานที่คณะกรรมการกำหนดให้ดำเนินการทำลาย โดยแจ้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อควบคุมการทำลาย การทำลายให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
        

16. กำหนดให้ผู้รับอนุญาตผลิตหรือผู้รับอนุญาตนำเข้ายาที่มีกัญชาปรุงผสมอยู่ต้องนำตำรับยาที่มีกัญชาปรุงผสมอยู่นั้นมาขอรับรองตำรับก่อน และเมื่อได้รับใบสำคัญการรับรองตำรับยาแล้วจึงจะผลิตหรือนำเข้าได้
        

17. กำหนดให้ผู้ขออนุญาตผลิตยาที่มีกัญชาปรุงผสมอยู่ เพื่อใช้ในรูปแบบพิเศษสำหรับการเข้าถึงยา ต้องเป็น

(1) หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ศึกษาวิจัยหรือจัดการเรียนการสอนทางการแพทย์ เภสัชศาสตร์ หรือวิทยาศาสตร์ ให้บริการทางการแพทย์หรือเภสัชกรรม (2) สภากาชาดไทย
        

18. กำหนดให้บรรดาคำขอรับหนังสือสำคัญและคำขอรับใบแทนหนังสือสำคัญแสดงการอนุญาตตามกฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตผลิต จำหน่าย นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 4 หรือในประเภท 5 พ.ศ. 2559 ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกัญชาที่ได้ยื่นไว้ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับและยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของผู้อนุญาตให้ถือว่าเป็นคำขอรับใบอนุญาตหรือคำขอรับใบแทนใบอนุญาตตามกฎกระทรวงนี้ด้วยโดยอนุโลม

ในกรณีที่คำขอดังกล่าวมีข้อความแตกต่างไปจากคำขอตามกฎกระทรวงนี้ให้ผู้อนุญาตมีอำนาจสั่งให้แก้ไขเพิ่มเติมและให้ส่งเอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติมได้ตามความจำเป็น เพื่อให้การเป็นไปตามกฎกระทรวงนี้

จุรินทร์ ชง ครม. เปิด “เกาะพยาม” เชื่อมภูเก็ตแซนด์บอกซ์ นายกฯ รับลูก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/483694

จุรินทร์ ชง ครม. เปิด “เกาะพยาม” เชื่อมภูเก็ตแซนด์บอกซ์ นายกฯ รับลูก

14 ก.ย. 2564

รองนายกฯ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ชง คณะรัฐมนตรี เปิด”เกาะพยาม” เชื่อม ภูเก็ตแซนด์บอกซ์ ด้านนายกฯ สั่ง ศบค.ชุดเล็ก พิจารณา

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีการหาเรื่องความเป็นไปได้ในการการเปิดพื้นที่การท่องเที่ยวเพิ่มเติมจาก Phuket Sandbox ที่ครอบคลุม เกาะสมุย และเกาะในจังหวัดพังงา และกระบี่

โดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้รายงานผลการลงพื้นที่ จ.ระนอง และข้อเสนอของภาคเอกชน ที่ต้องการให้มีการเชื่อมต่อ Phuket Sandbox กับ “เกาะพยาม”

เนื่องจากเป็นสถานที่นักท่องเที่ยวต่างชาติให้ความสนใจมาก และเป็นพื้นที่ปิด มีประชากรบนเกาะไม่มากสามารถบริหารจัดการตามมาตรการสาธาาณสุขได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ที่ประชุม ศบค. ชุดเล็ก รับไปพิจารณาต่อไป

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง :“ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” เศรษฐกิจกระเตื้อง 13 วัน 

                      เปิด”ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” สวรรค์ของนักเที่ยว-นักกิน   

                       เช็คลิสต์ “5 จังหวัดแซนด์บ็อกซ์”

                    ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ พบ ผู้ติดเชื้อรายแรก

                  “นักกีฬาพาราไทย”ทัวร์พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ

สำหรับ”เกาะพยาม” ตั้งอยู่ฝั่งทะเลอันดามัน จังหวัดระนอง เป็นเกาะที่ได้ชื่อว่าเป็น”มัลดีฟส์เมืองไทย” ด้วยบรรยากาศ และน้ำทะเลที่ใสราวกับกระจก

ในมุมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ จะรู้จัก “เกาะพยาม”กันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว เพราะที่นี่มีความเป็นธรรมชาติสูง อุดมสมบูรณ์ ผู้คนไม่พลุกพล่าน เต็มไปด้วยความเงียบสงบ จึงเป็นเหตุผลที่ให้เหล่านักท่องเที่ยวเลือกที่จะมาที่นี่กันนั่นเอง

“ลิซ่า” ทำฮือฮากลางครม. “ลุงตู่” เอ่ยปากสุดปลื้มชื่นชมพร้อมให้การสนับสนุน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/483692

“ลิซ่า” ทำฮือฮากลางครม. “ลุงตู่” เอ่ยปากสุดปลื้มชื่นชมพร้อมให้การสนับสนุน

14 ก.ย. 2564

“ลุงตู่” สุดปลื้ม เอ่ยชม “ลิซ่า” กลางที่ประชุมครม. ศิลปินมากความสามารถเปิดตัวอัลบั้ม ลลิษา ดังไกลไปทั่วโลก อย่างนี้ต้องให้การสนับสนุน

ทำเอาฮือฮากลางที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อ “ลุงตู่”ต้องเอ่ยปากชื่นชม “ลิซ่า” ศิลปินสาวชาวไทยที่เปิดตัวอัลบัมเพลงชุดใหม่ ด้วยการสอดแทรกวัฒนธรรมไทย จนเป็นที่ได้รับความนิยม 

เมื่อวันที่ 14 ก.ย. 64  ในการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ซึ่งมี”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธาน  ก่อนเข้าสู่วาระ นายกฯ ได้หยิบยกกระแสการเปิดตัว MV “ลลิษา  LALISA “ ของศิลปินชื่อดัง “ลิซ่า”  ซึ่งมีผู้ติดตามทั่วโลกร้อยล้านวิวภายในสองวัน 

โดยกล่าวชื่นชมถึงผลงานความสามารถของ “ลิซ่า” ศิลปินสาวชาวไทยที่มีถิ่นกำเนิดบุรีรัมย์ พร้อมกับหยิบยกตัวอย่างของศิลปินรายนี้  รัฐบาลควรให้การสนับสนุน  

ทั้งนี้ “นายธนกร วังบุญคงชนะ” โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า  นายกฯ ได้แจ้งครม.ทราบว่า  “พลิกโฉมประเทศ”ถือเป็นวิสัยทัศน์นายกฯ ขอให้ส่วนราชการดำเนินการทุกมิติ ทั้งเกษตร เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ซึ่งเกี่ยวข้องทุกหน่วยงาน เพื่อเดินหน้าลดความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ขณะเดียวกัน สนับสนุนการสร้างสรรค์สินค้าใหม่ ๆ เพื่อส่งออกตามแนวเศรษฐกิจ BCG  ให้ความสำคัญนวัตกรรมท้องถิ่นสอดคล้องยุทธศาสตร์ชาติและแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ  ฉบับที่ 13 

"ลิซ่า" ทำฮือฮากลางครม. "ลุงตู่" เอ่ยปากสุดปลื้มชื่นชมพร้อมให้การสนับสนุน“ลิซ่า” ทำฮือฮากลางครม. “ลุงตู่” เอ่ยปากสุดปลื้มชื่นชมพร้อมให้การสนับสนุน

“นายธนกร” กล่าวต่อไปว่า  นายกฯห่วงใยสถานการณ์น้ำท่วม มีน้ำท่วม หลายพื้นที่ เกิดจากอิทธิพลมรสุม  ให้ทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อม เตรียมแผนรองรับน้ำท่วม ออกไปช่วยเหลือประชาชนโดยมอบหมายให้รมต.แต่ละกระทรวงลงพื้นที่รวมทั้งขอให้รมต.มหาดไทย ตรวจเยี่ยมประชาชน

“ท่านนายกฯกล่าวถึงความสำคัญของวัฒนธรม โดยมีเด็กไทย และศิลปินไทย เช่น “น้องลิซ่า” ซึ่งสร้างชื่อเสียงระดับโลกแต่ยังไม่ลืมวัฒนธรรมไทย  โดยรัฐบาลพร้อมสนับสนุนเยาวชน คนไทยที่มีความสามารถเป็นที่ชื่นชม รัฐบาลส่งเสริมอย่างเต็มที่”  โฆษกรัฐบาล กล่าว  

"ลิซ่า" ทำฮือฮากลางครม. "ลุงตู่" เอ่ยปากสุดปลื้มชื่นชมพร้อมให้การสนับสนุน“ลิซ่า” ทำฮือฮากลางครม. “ลุงตู่” เอ่ยปากสุดปลื้มชื่นชมพร้อมให้การสนับสนุน

นอกจากนี้  โฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงว่า  เรื่องที่สี่ นายกฯพอใจการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 และสถานการณ์ดีต่อเนื่อง  ผู้ติดเชื้อลดจำนวนน้อยลง โดยเฉพาะกทม.และพื้นที่ทั่วประเทศ  นายกฯขอบคุณหน่วยงานทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องช่วยหลือกันทำให้สถานการณ์คลี่คลายดีขึ้น 

ครม. ขยายเวลาประกาศสถานการณ์ “ฉุกเฉิน” 3 จังหวัดชายแดนใต้ อีก 3 เดือน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/483677

ครม. ขยายเวลาประกาศสถานการณ์ “ฉุกเฉิน” 3 จังหวัดชายแดนใต้ อีก 3 เดือน

14 ก.ย. 2564

คณะรัฐมนตรีขยายเวลาประกาศสถานการณ์”ฉุกเฉิน” 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อออกไปอีก 3 เดือน ตั้งแต่ 20 กันยายน-19 ธันวาคม 64

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบให้ขยายระยะเวลาการประกาศ”สถานการณ์ฉุกเฉิน”ที่มีความร้ายแรงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในท้องที่ 

1)จังหวัดนราธิวาส ยกเว้น อำเภอศรีสาคร อำเภอสุไหงโก-ลก และอำเภอสุคิริน 

2)จังหวัดยะลา ยกเว้น อำเภอเบตง และอำเภอกาบัง 

3)จังหวัดปัตตานี ยกเว้น อำเภอไม้แก่น และอำเภอแม่ลาน 

เป็นเวลาอีก 3 เดือน มีผลตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน – 19 ธันวาคม 2564

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง :เห็นชอบขยาย “พรก.ฉุกเฉิน” ต่อไปอีก 3 เดือน

                           บิ๊กตู่ ดัน “เสธ.ไก่ ” นั่งเก้าอี้ “เลขาธิการสมช.”   

                          ตั้ง”พล.อ.สุพจน์ ” นั่ง เลขาฯ สมช.คนใหม่

                         ตม.ลุยเข้มจุดเสี่ยง 3 จังหวัดชายแดนใต้ 

                    “นิพนธ์”มอบโฉนดฯ19,000 แปลง 4จ.ชายแดนใต้

ทั้งนี้เมื่อ 8 ก.ย.64  พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ได้เป็นประธานการประชุม คณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน (กบฉ.) ครั้งที่ 3/2564 โดยมี รมว.มท.และรมช.กห. เข้าร่วมประชุม ณ  ห้องประชุมวิจิตรวาทการ  ทำเนียบรัฐบาล


ทั้งนี้ที่ประชุมได้รับทราบ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า รายงานผลการดำเนินงานตามพระราชกำหนดการบริหารราชการใน”สถานการณ์ฉุกเฉิน” พ.ศ.2548 ห้วง 20 มิ.ย.-20 ส.ค.64

ซึ่งภาพรวมสถานการณ์การก่อเหตุความรุนแรงมีแนวโน้มลดลง อย่างต่อเนื่องประชาชนให้ความร่วมมือด้วยดีที่ผ่านมารวมถึงความคืบหน้าผลการดำเนินการตามแผนปรับลดพื้นที่การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินฯและความคืบหน้าแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพ ด้านการสืบสวน สอบสวน คดีความมั่นคงในพื้นที่ จชต.ของสำนักงานอัยการภาค 9  

จากนั้น กบฉ.ได้พิจารณาเห็นชอบตามที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เสนอขอขยายเวลาการประกาศ”สถานการณ์ฉุกเฉิน”ที่มีความร้ายแรง ในพื้นที่จชต. ยกเว้น อ.ไม้แก่น ,อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี  อ.เบตง ,อ.กาบัง จ.ยะลา และอ.สุไหงโก-ลก ,อ.สุคิริน ,อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส ออกไปอีกเป็นระยะเวลา 3 เดือนตั้งแต่ 20 ก.ย.64 และสิ้นสุดใน 19 ธ.ค.64

โดยเป็นการขยายระยะเวลาครั้งที่ 65 เพื่อให้เกิดความต่อเนื่อง และมีประสิทธิภาพในการดูแล รักษาความปลอดภัยชีวิต และทรัพย์สิน ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่

พล.อ.ประวิตร  ได้กำชับ ทภ.4 ,กอ.รมน.ภาค4 ส่วนหน้า ให้เข้มงวดงานด้านการข่าว ,การเฝ้าระวังการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ตามแนวชายแดนเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างเคร่งครัด

และเน้นย้ำการบังคับใช้กม.ควบคู่สร้างความเข้าใจประชาชน พร้อมขอบคุณเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทุกนาย ที่เสียสละ ทุ่มเทการทำงาน อย่างเต็มที่