#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
https://www.komchadluek.net/news/483669
ปธ.”ศาลฎีกา”เตรียมเรียกประชุมใหญ่หากประทับฟ้อง 3 ส.ส.หยุดปฏิบัติหน้าที่
14 ก.ย. 2564

เปิดขั้นตอนข้อกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หลัง “อัยการสูงสุด” ยื่นฟ้องกฎหมายบัญญัติให้ประธาน “ศาลฎีกา” เรียกประชุมใหญ่ศาลฎีกาตั้งองค์คณะโดยเร็ว หากประทับฟ้อง 3 ส.ส.หยุดปฏิบัติหน้าที่เว้นมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น
เมื่อวันที่ 14 กันยายน 64 ภายหลังพนักงานอัยการสำนักงานปราบปราบทุจริตยื่นฟ้อง “นายวิรัช รัตนเศรษฐ” ประธานวิปรัฐบาล ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ กับพวกรวม 87 คน เป็นจำเลยในคดีทุจริตสนามฟุตซอลโรงเรียนในจังหวัดนครราชสีมา ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เเล้ว ขั้นตอนหลังจากนี้
ตาม พรป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพ.ศ.2560มาตรา 11 บัญญัติไว้ว่า เมื่อมีการยื่นฟ้องคดีต่อศาล ให้ประธานศาลฎีกาเรียกประชุมใหญ่ศาลฎีกาโดยเร็ว เพื่อเลือกผู้พิพากษาในศาลฎีกาซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาศาลฎีกาหรือผู้พิพากษาอาวุโสซึ่งเคยดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาศาลฎีกา จำนวนเก้าคน เป็นองค์คณะผู้พิพากษา โดยให้เลือกเป็นรายคดี
ในกรณีมีเหตุสมควร ผู้พิพากษาคนใดอาจขอถอนตัวจากการได้รับเลือกเป็นองค์คณะผู้พิพากษาได้ โดยให้แถลงต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาก่อนการลงคะแนน และให้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาลงมติว่าจะให้มีการถอนตัวหรือไม่ มติของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาให้เป็นที่สุด
การเลือกองค์คณะผู้พิพากษาแต่ละคดีให้ใช้วิธีการลงคะแนนลับ ให้ผู้พิพากษาซึ่งได้รับคะแนนสูงสุดเรียงลงไปตามลำดับจนครบจำนวนเก้าคนเป็นผู้ได้รับเลือกเป็นองค์คณะผู้พิพากษาสำหรับคดี ถ้ามีผู้ได้รับคะแนนเท่ากันในลำดับใดอันเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับเลือกเกินจำนวนดังกล่าว ให้ประธานศาลฎีกาจับสลากว่าผู้ใดเป็นผู้ได้รับเลือก
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- อัยการยื่นฟ้อง “วิรัช รัตนเศรษฐ”คดีทุจริตก่อสร้าง “สนามฟุตซอล”โคราช
- “วิรัช” ถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ หลังมีคดี ทุจริตฯ “สนามฟุตซอล”
ผู้พิพากษาซึ่งได้รับเลือกเป็นองค์คณะผู้พิพากษามีหน้าที่และอำนาจในการพิจารณาพิพากษาคดีจนกว่าจะสิ้นสุดหน้าที่และอำนาจตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ และระหว่างการพิจารณาพิพากษาคดีนั้น ห้ามมิให้มีคำสั่งให้ผู้พิพากษาผู้นั้นไปทำงานที่อื่นนอกศาลฎีกา
ในกรณีที่ผู้พิพากษาคนใดในองค์คณะผู้พิพากษาพ้นจากหน้าที่ตามมาตรา 12หรือมีเหตุสุดวิสัยหรือเหตุจำเป็นอื่นอันมิอาจก้าวล่วงได้ทำให้ผู้พิพากษานั้นไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ดำเนินการเลือกผู้พิพากษาเข้ามาแทนที่ให้ครบจำนวนตามหลักเกณฑ์และวิธีการตามวรรคหนึ่ง โดยผู้พิพากษาซึ่งได้รับเลือกนั้น ให้มีอำนาจเช่นเดียวกับผู้พิพากษาอื่นในองค์คณะผู้พิพากษาที่ตนเข้าแทนที่และมีอำนาจตรวจสำนวน ทำความเห็นในการวินิจฉัยคดี และลงลายมือชื่อในคำสั่งที่เป็นการวินิจฉัยชี้ขาดคดีหรือคำพิพากษาได้
ในกรณีมีเหตุสุดวิสัย หรือเหตุจำเป็นอื่นอันมิอาจก้าวล่วงได้ทำให้ผู้พิพากษาคนใดในองค์คณะผู้พิพากษาไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ในวันนัดเป็นการชั่วคราว และผู้พิพากษาในองค์คณะผู้พิพากษาคงเหลือไม่น้อยกว่าเจ็ดคน ให้ถือว่าผู้พิพากษาเท่าที่มีอยู่เป็นองค์คณะผู้พิพากษาพิจารณาคดีต่อไปได้ เว้นแต่การทำคำสั่งที่เป็นการวินิจฉัยชี้ขาดคดีหรือคำพิพากษา
การเปลี่ยนแปลงสถานะของผู้พิพากษาในศาลฎีกาซึ่งได้รับเลือกเป็นองค์คณะผู้พิพากษาไปเป็นผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา ไม่กระทบกระเทือนถึงการที่ผู้นั้นจะปฏิบัติหน้าที่เป็นองค์คณะผู้พิพากษาต่อไป
มาตรา 14 ให้องค์คณะผู้พิพากษาเลือกผู้พิพากษาคนหนึ่งในจำนวนเก้าคนเป็นผู้พิพากษาเจ้าของสำนวน
ผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนมีอำนาจดำเนินการตามมติขององค์คณะผู้พิพากษา และเมื่อได้รับความเห็นชอบจากผู้พิพากษาในองค์คณะผู้พิพากษาอีกสองคน มีอำนาจออกคำสั่งใด ๆ ที่มิได้เป็นการวินิจฉัยชี้ขาดคดีได้
มาตรา 17 เมื่อศาลประทับรับฟ้อง ให้ผู้ถูกกล่าวหาซึ่งดำรงตำแหน่งตามมาตรา 10(1) (ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ) กรรมการ ป.ป.ช. หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ หยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคำพิพากษา เว้นแต่ศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ในกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาให้ผู้ใดพ้นจากตำแหน่ง หรือคำพิพากษานั้นมีผลให้ผู้ใดพ้นจากตำแหน่งไม่ว่าจะมีการอุทธรณ์ตามหมวด 6 อุทธรณ์ หรือไม่ ให้ผู้นั้นพ้นจากตำแหน่งตั้งแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาหรือวันที่หยุดปฏิบัติหน้าที่
นอกจากนี้ยังมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องอีกได้เเก่ พรป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต มาตรา 235 วรรค 1 (2) ยังบัญญัติไว้ว่า
ในกรณีที่มีการฟ้องผู้ถูกกล่าวหาต่อศาลฎีกาหรือศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองดังกล่าวแล้วแต่กรณี หากศาลประทับรับฟ้อง ผู้ถูกกล่าวหาต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา เว้นแต่ศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น และหากศาลมีคำพิพากษาว่า ผู้ถูกกล่าวหามีพฤติการณ์หรือกระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา ผู้ต้องคำพิพากษาต้องพ้นจากตำแหน่งนับแต่วันหยุดปฏิบัติหน้าที่ และให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้นั้น และให้อำนาจศาลที่จะเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนดไม่เกิน 10 ปีด้วยหรือไม่ก็ได้ และผู้ที่ถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือสมัครรับเลือกเป็น ส.ส. ส.ว. สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นตลอดไป และไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดๆ ด้วย
และในกรณีที่ศาลพิพากษาผู้ถูกกล่าวหาว่ามีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ หรือทุจริตต่อหน้าที่ ให้ริบทรัพย์สินที่ผู้นั้นได้มาจากการกระทำความผิด รวมทั้งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดที่ได้มาแทนทรัพย์สินให้ตกเป็นของแผ่นดิน
สำหรับผู้ต้องหากลุ่มนักการเมือง (ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ)
ประกอบด้วย “นายวิรัช รัตนเศรษฐ” นางทัศนียา รัตนเศรษฐ ภรรยา ,นางทัศนาพร เกษเมธีการุณ ส.ส. พรรคพลังประชารัฐ
ภายหลังอัยการยื่นฟ้อง ศาลฎีกาฯนักการเมืองนัดฟังคำสั่งว่าจะประทับรับฟ้องคดีทุจริตสร้างสนามฟุตซอลหรือไม่วันที่ 20 ธ.ค.นี้ เวลา 10.00 น.



“ทางด่วน” ขอร้อง โปรดอย่าทำลายทรัพย์สินของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย
“ทางด่วน” ขอร้อง โปรดอย่าทำลายทรัพย์สินของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย

พรรคกล้าชู “เศรษฐกิจดิจิทัล” ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในอนาคต
พรรคกล้าชู “เศรษฐกิจดิจิทัล” ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในอนาคต
พรรคกล้าชู “เศรษฐกิจดิจิทัล” ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในอนาคต


“เช็คเลย” ป.ป.ช.ประกาศให้ผู้บริหารสูงสุดองค์กรมหาชน กองทุน ยื่นทรัพย์สิน
“เช็คเลย” ป.ป.ช.ประกาศให้ผู้บริหารสูงสุดองค์กรมหาชน กองทุน ยื่นทรัพย์สิน
“เช็คเลย” ป.ป.ช.ประกาศให้ผู้บริหารสูงสุดองค์กรมหาชน กองทุน ยื่นทรัพย์สิน
“เช็คเลย” ป.ป.ช.ประกาศให้ผู้บริหารสูงสุดองค์กรมหาชน กองทุน ยื่นทรัพย์สิน
“เช็คเลย” ป.ป.ช.ประกาศให้ผู้บริหารสูงสุดองค์กรมหาชน กองทุน ยื่นทรัพย์สิน
“เช็คเลย” ป.ป.ช.ประกาศให้ผู้บริหารสูงสุดองค์กรมหาชน กองทุน ยื่นทรัพย์สิน
“เช็คเลย” ป.ป.ช.ประกาศให้ผู้บริหารสูงสุดองค์กรมหาชน กองทุน ยื่นทรัพย์สิน
“เช็คเลย” ป.ป.ช.ประกาศให้ผู้บริหารสูงสุดองค์กรมหาชน กองทุน ยื่นทรัพย์สิน