นายกรัฐมนตรีเน้นความสำคัญการปฏิรูปการศึกษา หนุนนโยบาย Coding For All-Project 14 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/599752

นายกรัฐมนตรีเน้นความสำคัญการปฏิรูปการศึกษา หนุนนโยบาย Coding For All-Project 14

นายกรัฐมนตรีเน้นความสำคัญการปฏิรูปการศึกษา หนุนนโยบาย Coding For All-Project 14

วันเสาร์ ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายกรัฐมนตรีเน้นความสำคัญการปฏิรูปการศึกษา หนุนนโยบาย Coding For All-Project 14 ของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาฯ คุณหญิงกัลยา ที่เน้นการเรียนประวัตศาสตร์ไทยผ่านสื่อร่วมสมัย

นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย โฆษกประจำตัวรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช กล่าวกับแนวหน้าว่าพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรว่ารัฐบาลให้ความสำคัญเรื่องปฏิรูปการศึกษาทั้งระบบ และกล่าวถึงนโยบาย Coding For All และ Project 14 ผ่านการเรียนออนไลน์ที่ความเหมาะสมกับศตวรรษที่ 21  โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดวิกฤตการระบาดของเชื้อโควิด-19 และนโยบายการอ่านเขียนเรียนประวัติศาสตร์ผ่านการสื่อสารร่วมสมัย ที่สามารถช่วยให้เยาวชนตระหนักถึงรากเหง้าทางวัฒนธรรมของประเทศได้อย่างลึกซึ้งโฆษกประจำตัวรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาฯ กล่าวว่า ขอขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่ให้ความสำคัญและสนับสนุนการปฏิรูปการศึกษา โดยเฉพาะนโยบาย Coding For All ซึ่งนายกรัฐมนตรีเน้นว่ามีความสำคัญอย่างมากต่อเยาวชน และจำเป็นต้องให้เรียนรู้เรื่องนี้ตั้งแต่เด็ก เพื่อให้รู้จักคิดวิเคราะห์ จนสามารถนำไปใช้ได้ในชีวิตประจำวัน ทั้งการเรียนและการทำงาน และยังกล่าวถึงโครงการ Project 14 ที่พัฒนาโดยสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์เเละเทคโนโลยี (สสวท.) ซึ่งเป็นหน่วยงานในกำกับของคุณหญิงกัลยาโดยในช่วงโควิด-19 ระบาด ได้ปรับไปใช้การเรียนผ่านระบบออนไลน์ และที่สำคัญโครงการยังเน้นการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา สามารถกำหนดการเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง เน้นความเข้าใจเพื่อเชื่อมโยงความรู้วิชาการตามหลักสูตรกับการดำรงชีวิตจริง รวมถึงการเรียนประวัติศาสตร์ผ่านการสื่อสารร่วมสมัย เพื่อสร้างแรงจูงใจในการเรียนของนักเรียนซึ่งทั้งหมดถือเป็นแนวทางในการวางรากฐานการปฏิรูปการศึกษาโดยตรงถึงเยาวชนไทย ทั้งนี้ รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการศึกษามาโดยตลอด เพราะตระหนักดีว่าเยาวชนคืออนาคตของประเทศ และย้ำว่ารัฐบาลต้องดูแลทั้งครูและนักเรียนให้ดี ซึ่งปัจจุบันรัฐบาลกำลังปรับหลักสูตรการเรียนการสอนและการวัดผลการเรียนเพื่อให้สอดคล้องกับสภาวการณ์ในศตวรรษที่ 21 เพื่อให้ผู้เรียนได้รับความรู้มากที่สุด และผู้สอนสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด 

สำหรับนโยบายการศึกษาทั้ง 3 ส่วนนั้นริเริ่มโดยคุณหญิงกัลยา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งได้ขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง เช่น Coding For All มีเป้าหมายต้องการเร่งกระจายการเรียนรู้ไปสู่ทุกคน ทุกอาชีพ ทุกวัยในสังคมทั่วประเทศ เพราะ Coding คือ ทางรอดของทุกวิกฤต หากเยาวชนมีพื้นฐานความรู้เรื่องCoding แล้วจะสามารถแข่งขันกับโลกยุคอนาคตได้อย่างดี ส่วนโครงการ Project 14 ซึ่งจัดทำโดย สสวท. คือการเปลี่ยนบทเรียนจากหนังสือเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี ให้เป็นบทเรียนออนไลน์ ซึ่งประกอบด้วยวีดีโอการสอนที่ครอบคลุมวิชาวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ตั้งแต่ชั้น ป.1-ม.6 โดยมีวีดีโอกว่า2,000 คลิป เพื่อให้นักเรียนได้รับความรู้อย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพสูงสุด ส่วนการเรียนประวัติศาสตร์ผ่านการสื่อสารร่วมสมัย ได้พัฒนารูปแบบสื่อการเรียนการสอนให้มีความทันสมัย ในแบบสื่อเทคโนโลยี พร้อมขยายผลการใช้สื่อสู่ห้องเรียนในหลายหลายช่องทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ปัจจุบันเริ่มปรับใช้ในการเรียนการสอนที่โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ทุกแห่ง เพื่อมุ่งให้เกิดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์แบบการวิพากษ์ร่วมสมัย เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตจริง

‘จุฬาฯ’ ขยายเวลาการปิดสถานที่ทำการชั่วคราว การเรียนการสอน-การปฏิบัติงานต่อ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/599604

'จุฬาฯ'ขยายเวลาการปิดสถานที่ทำการชั่วคราว การเรียนการสอน-การปฏิบัติงานต่อ

‘จุฬาฯ’ขยายเวลาการปิดสถานที่ทำการชั่วคราว การเรียนการสอน-การปฏิบัติงานต่อ

วันศุกร์ ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2564, 15.51 น.

วันที่ 3 กันยายน 2564 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ออกเป็นประกาศ เรื่อง การขยายเวลาการปิดสถานที่ทำการชั่วคราว การจัดการเรียนการสอน และการปฏิบัติงาน ในช่วงการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 โดยประกาศระบุว่า

เนื่องจากปรากฏว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโรค COVID-19 ค่อนข้างทรงตัวและมีแนวโน้มคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น กรุงเทพมหานครจึงได้ออกประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง ปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว (ฉบับที่ 41) ลงวันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2564 กำหนดว่า ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน พ.ศ.2564 ถึงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2564 ให้โรงเรียนหรือสถาบันการศึกษาทุกประเภทสามารถใช้อาคารสถานที่เพื่อการจัดการเรียนการสอน การสอบ การฝึกอบรม หรือการทำกิจกรรมใด ๆ ที่มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมากได้ โดยให้ผู้แทนกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องในพื้นที่รับผิดชอบ ร่วมกับคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร พิจารณาความจำเป็นและการดำเนินการตามมาตรการป้องกันโรคตามที่ทางราชการกำหนด รวมทั้งความเหมาะสมของสภาพพื้นที่และสถานการณ์ในพื้นที่รับผิดชอบ ให้เป็นไปตามที่กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และกระทรวงสาธารณสุขกำหนด ดังนั้น ในช่วงเวลาระหว่างที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จะได้ออกประกาศกำหนดในเรื่องดังกล่าวตามความในประกาศกรุงเทพมหานครต่อไป  

เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดและลดโอกาสติดเชื้อโรค COVID-19 แก่นักเรียน นิสิตและบุคลากร และเพื่อให้การดำเนินงานของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 27 และมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2551  จึงเห็นสมควรให้ดำเนินการ ดังนี้

ข้อ 1  ให้ขยายเวลาการปิดสถานที่ทำการที่ตั้งทั้งในเขตกรุงเทพมหานครและนอกเขตกรุงเทพมหานครออกไปตั้งแต่วันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2564 จนถึงวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2564

ข้อ 2  การจัดการเรียนการสอน และการปฏิบัติงานในช่วงดังกล่าวให้ดำเนินการตามประกาศจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรื่อง การขยายเวลาการปิดสถานที่ทำการชั่วคราว การจัดการเรียนการสอน และการปฏิบัติงาน ในช่วงการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 (ฉบับที่ 5) ลงวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2564 ต่อไป

ข้อ 3  บุคลากรหรือนิสิตที่ได้รับคำสั่งหรือได้รับอนุญาตเข้ามาในพื้นที่มหาวิทยาลัย หรือพักอาศัยในหอพักของมหาวิทยาลัย จะต้องได้รับวัคซีนที่ราชการกำหนดหรือที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับรอง แล้วแต่กรณี โดยบุคลากรหรือนิสิตนั้นจะต้องได้รับวัคซีนดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่าสิบสี่วัน

ข้อ 4  เนื่องจากขณะนี้โรค COVID-19 แพร่ระบาดอย่างรุนแรงและมีผู้ติดเชื้อเป็นจำนวนมาก มหาวิทยาลัยมีความห่วงใยนักเรียน นิสิตและบุคลากรทุกคน จึงขอให้นักเรียน นิสิตและบุคลากรโปรดระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ หลีกเลี่ยงการเดินทางหรือออกจากที่พักโดยไม่จำเป็น และหากเริ่มมีอาการของโรคหรือสงสัยว่าจะติดโรค COVID-19 ขอให้รีบประสานงานมายังมหาวิทยาลัย เพื่อที่มหาวิทยาลัยจะได้ให้ความช่วยเหลือโดยเร็วต่อไป         

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป หากสถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลงเป็นประการใด หรือกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้ออกประกาศตามความในประกาศกรุงเทพมหานครแล้ว มหาวิทยาลัยจะประกาศให้ทราบโดยเร็วต่อไป