เป็นที่ยอมรับกันว่าเทคโนโลยี AI ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญและสร้างผลกระทบต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเจริญเติบโตของเศรษฐกิจ ปัจจุบันมีการนำเทคโนโลยีหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาใช้แก้โจทย์ปัญหาหรือตอบสนองความต้องการและยังคงมีการพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ อยู่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงเทคโนโลยีทางการแพทย์
Hospital Automation Research Center หรือ HAC เป็นศูนย์ที่มุ่งเน้นงานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีด้านหุ่นยนต์ระบบอัตโนมัติ และปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ที่เกี่ยวข้องกับทางการแพทย์ที่นำไปใช้ในโรงพยาบาล จัดตั้งขึ้นภายใต้สถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม (FIBO) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) เมื่อเดือนธันวาคม 2563 วัตถุประสงค์เพื่อต้องการขับเคลื่อนองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นในห้องแล็บจากรั้วมหาวิทยาลัยออกไปสู่การใช้งานจริงในเชิงพาณิชย์ โดยการผูก partner ทั้งภาคเอกชน ภาครัฐและโรงพยาบาลทั้งในประเทศและต่างประเทศกว่า 70 แห่ง มีเป้าหมายหลักคือไปสู่การผลักดันเทคโนโลยีให้เข้าสู่การใช้งานจริงเชิงพาณิชย์ ปัจจุบัน HAC ถือเป็นศูนย์วิจัยและพัฒนาชั้นนำด้านนวัตกรรมระบบอัตโนมัติของโรงพยาบาล แห่งเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ผศ.ดร.สุภชัย วงศ์บุณย์ยง รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ สถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม (FIBO) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และผู้ก่อตั้งศูนย์ กล่าวถึงที่มาของศูนย์ Hospital Automation Research Center ว่า HAC เกิดจากการรวมตัวกันของกลุ่มอาจารย์ในฟีโบ้ที่ทำ Robot Automation หรือ AI งานที่เกี่ยวกับการแพทย์ สุขภาพ และ Healthcare และมีประสบการณ์การทำงานร่วมกับโรงพยาบาลทั้งในและต่างประเทศกว่า 30 แห่งมีผลงานสะสมมาไม่น้อยกว่า 5 ปี เป็นกลุ่มอาจารย์ที่มีแนวคิดคล้ายกันในการที่จะผลักดันองค์ความรู้และ Technology จากมหาวิทยาลัยออกไปขยายผลต่อสู่การใช้จริงในเชิงพาณิชย์รวมถึงการผลักดันให้เกิด Start-ups ให้มากขึ้น
“ฟีโบ้ นอกจากหลักสูตรการเรียนการสอนแล้ว ยังมีงานวิจัยเรื่องหุ่นยนต์ทุกแขนง ซึ่งในขณะนี้อาจมองได้เป็น 3 กลุ่มหลักๆ คือ กลุ่มบริการภาคอุตสาหกรรม กลุ่มการศึกษา และกลุ่มทางการแพทย์ ซึ่งมีผลงานอยู่มากมาย ทางกลุ่มอาจารย์ที่ทำ Robot Automation หรือ AI ที่เกี่ยวกับ Medical และ Healthcare เองจึงได้ทดลองมารวมกลุ่มกันจัดตั้งเป็นศูนย์ HAC ขึ้นเพื่อให้เป็นศูนย์ต้นแบบ และต้องการขับเคลื่อนเทคโนโลยีของเราให้ไปสู่การใช้งานจริง โดยการผูกพันธมิตรกับทุกภาคส่วนทั้งระดับสากลและระดับประเทศเข้าด้วยกัน” ผศ.ดร.สุภชัย กล่าว
ปัจจุบัน HAC มีเครือข่ายความร่วมมือทั้งภาครัฐภาคเอกชน และโรงพยาบาล รวมกันกว่า 70 แห่ง โดยมีภาคเอกชนทั้งในและต่างประเทศเป็นพันธมิตรในด้านการทำตลาด การลงทุนและสนับสนุนด้านการผลิต ส่วนหน่วยงานภาครัฐ ให้การสนับสนุนเรื่องของแหล่งทุนและเรื่องของมาตรฐาน นอกจากนี้ ยังมีมหาวิทยาลัยและหน่วยงานวิจัยทั้งในและต่างประเทศร่วมเป็นพันธมิตรทั้งจากเยอรมนี ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และภาคที่สำคัญคือ โรงพยาบาลในฐานะผู้ใช้และส่วนของการขยายผล โดยมีเครือข่ายความร่วมมือกับโรงพยาบาลกว่า 30 แห่งทั่วประเทศ ถือเป็น eco system แบบครบวงจร โดยมี HAC เป็นตัวช่วยในการขับเคลื่อนระบบดังกล่าวให้เกิดขึ้น