As part of new vaccine strategy, purchase of Sinovac to be wound down #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/in-focus/40005695

As part of new vaccine strategy, purchase of Sinovac to be wound down


The Public Health Ministry will slow down the purchase of Sinovac vaccine through the rest of the year in order to focus on vaccines that can be administered to children.

“The ministry will buy only 12 million doses of Sinovac in the rest of this year, which will be used for the Sinovac-AstraZeneca combo vaccination,” Dr Sopon Iamsirithaworn, deputy director-general of the Disease Control Department, said on Friday.

“Once the stock of Sinovac is depleted, an AstraZeneca-Pfizer combo will be used, while the non-combo vaccination would be either two doses of AstraZeneca or two doses of Pfizer.”

Sopon added that the reason for slowing down the purchase of Sinovac is not because the vaccine was less effective, but the ministry would focus on procuring vaccines that are safe for children.

Related Stories

Sinovac-AstraZeneca combo safe and effective, insists Public Health Ministry

Sinovac then AstraZeneca offers higher immunity than 2 doses of same brand

Sinovac effective against Covid-19, Chinese Embassy insists

“We will not buy more of the current Sinovac vaccine unless there is a study proving it can be safely administered to children,” he said. “Furthermore, the ministry is waiting for a new formula of Sinovac vaccine that is currently under development specifically for the new virus variants, as the current vaccine had been developed from the Wuhan virus.”

When asked about a social media post that receiving three jabs of vaccine could cause lymphoma, Sopon said that there was currently no conclusive information to prove the contention. “However, the immune system could be at risk of abnormal cell division if it were overly stimulated. We will need to study further to confirm the long-term effects of getting a third jab,” he said.

Published : September 04, 2021

Isolated heavy rains forecast for North, Northeast and East #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/in-focus/40005688

Isolated heavy rains forecast for North, Northeast and East


The Thailand Meteorological Department said on Saturday that a moderate southwest monsoon prevails across the Andaman Sea, Thailand and the Gulf of Thailand.

Amonsoon trough lies across the North and the upper Northeast, changing into a low-pressure cell in the Gulf of Tonkin.

Isolated heavy rains are likely in the North, the Northeast and the East. People in these areas should beware of flash floods, the department said.

The weather forecast for the next 24 hours:

North: Thundershowers in 80 per cent of the areas with isolated heavy rains; temperature lows of 23-24 degrees Celsius, highs of 30-32°C.

Northeast: Thundershowers in 80 per cent of the areas with isolated heavy rains; temperature lows of 23-24°C, highs of 30-32°C.

Central: Thundershowers in 60 per cent of the areas; temperature lows of 23-25°C, highs of 32-33°C.

East: Thundershowers in 60 per cent of the areas with isolated heavy rains; temperature lows of 23-26°C, highs of 30-33°C; waves a metre high and 1-2 metres during thundershowers.

South (east coast): Thundershowers in 40 per cent of the areas; temperature lows of 22-25°C, highs of 31-34°C; waves a metre high and 1-2 metres during thundershowers.

South (west coast): Thundershowers in 40 per cent of the areas; temperature lows of 20-25°C, highs of 32-34°C; waves 1-2 metres high and two metres during thundershowers.

Bangkok and surrounding areas: Thundershowers in 60 per cent of the areas; temperature lows of 24-25°C, highs of 31-34°C.

Source: Thailand Meteorological Department

Published : September 04, 2021

Thailand recorded 15,942 Covid-19 cases and 257 deaths on Saturday #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/in-focus/40005687

Thailand recorded 15,942 Covid-19 cases and 257 deaths on Saturday


Ministry of Public Health reported on Saturday (September 4) morning that in the past 24 hours there are 15,942 new patients who tested positive for Covid-19, 277 of whom have been found in prisons.

Death toll increased by 257, while 20,351 patients were cured and allowed to leave hospitals.

Cumulative cases in the country are at 1,265,082 with 12,631 total deaths.
 

Published : September 04, 2021

พี่น้อง 3ป. “ประวิตร” เปิดบ้านปั้น อนุพงษ์ – ประยุทธ์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/481858

พี่น้อง 3ป. “ประวิตร” เปิดบ้านปั้น อนุพงษ์ – ประยุทธ์

03 ก.ย. 2564

ยิ่งกว่าพี่น้องท้องเดียวกัน “ประวิตร” ปั้น “อนุพงษ์” – “ประยุทธ์” มากับมือ เล่าตำนานบ้าน 3 ทหารเสือ พิสูจน์เลือดข้นกว่าน้ำ คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ฉากจบของศึกภายในพลังประชารัฐ น่าจะเป็นที่บ้านป่ารอยต่อ ภายใน ร.1 รอ.ทม. เมื่อพี่น้อง 3 ป. คือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ,พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กอดคอแสดงความรักผูกพันอันยาวนานให้ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ บางกลุ่มได้เห็น

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

เช้าวันที่ 3 ก.ย.2564 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกลาโหม เดินทางมาถึงอาคารรัฐสภา พบหน้านักข่าวก็ให้สัมภาษณ์ตามปกติ ตอนหนึ่งเจอคำถามว่า มีปัญหากับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หรือไม่?

พล.อ.ประยุทธ์ ได้โอกาสร่ายยาวถึงความสัมพันธ์ของ “ป้อม” พล.อ.ประวิตร , “ป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ และ พล.อ.ประยุทธ์ ว่า “เหมือนพี่น้องท้องเดียวกัน ร่วมเป็นร่วมตายกันมา ใครก็ทำลายไม่ได้ แม้มีคนเสี้ยมให้แตกกัน…ผมรักกัน 3 คน ผมร่วมเป็นร่วมตายกันมา ชายแดนท่ามกลางสนามรบ ผมก็เคยอยู่ร่วมกันร่วมกัน”

พี่น้อง 3ป.” เติบโตมาใน “บ้านทหารเสือ” หรือกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ร.21 รอ.) ค่ายนวมินทราชินี ต.บ้านสวน อ.เมือง จ.ชลบุรี

++

บ้าน 3ป.

++

ปี 2519 ร.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ (ยศขณะนั้น) เป็นนายทหารยุทธการ ประจำกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ร.21 พัน 2 รอ.) มีบ้านพักนายทหารอยู่ภายในซอย 7 ของ ร.21 พัน 2 รอ. (ปัจจุบัน ไม่มีคนพักอาศัย ทางกองพันเตรียมสร้างเป็นพิพิธภัณฑ์)

ขณะนั้น มีนายทหารรุ่นน้องอีก 2 คน ร.ท.อนุพงษ์ เผ่าจินดา และ ร.ต.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาอาศัยอยู่ร่วมชายคาเดียวกัน

ครั้งหนึ่ง “พล.อ.ประวิตร” ได้เล่าให้นักข่าวสายทหารฟัง เมื่อได้เห็นภาพบ้านหลังเดิม ที่มีสภาพเปลี่ยนไป “จริงๆแล้วบ้านหลังนี้ เคยอยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา 4 คน” นอกจากพี่น้อง 3ป.แล้ว ก็มี พล.อ.พงษ์เทพ กนิษฐานนท์ อีกคนหนึ่ง

ไอ้ตู่ เป็นน้องเล็กไง เลยต้องตื่นก่อน” พล.อ.ประวิตร เล่าอย่างอารมณ์ดี เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ เป็นน้องคนเล็ก ต้องเสียสละโดยการตื่นก่อนพี่ๆ และอาบน้ำทำธุระก่อน เพื่อให้พี่ๆ ได้งีบต่ออีกสักนิด

สภาพบ้านพักนายทหารสมัยก่อน มีจำนวนไม่มาก ดังนั้น พี่ๆน้องๆ จึงต้องพักอยู่ร่วมกัน ไม่มีการกั้นห้อง แต่แยกเตียงนอนคนละมุม

“ท่าน (พล.อ.ประวิตร) ก็เป็นผู้บังคับบัญชาผม ตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามารับราชการ อยู่บ้านเดียวกันกินนอนด้วยกัน สั่งสอนและฝึกอบรมกันจนกระทั่งโตขึ้นมา ยังคบและเคารพกันอยู่” พล.อ.ประยุทธ์ บอกกับนักข่าวที่สภาฯ ในวันที่ 3 ก.ย.2564

ที่ผมเป็นวันนี้ได้ เพราะพี่ทั้งสองคนได้สั่งสอนผมมาและผมจำได้ว่า ไม่เคยที่พี่ทั้งสองจะมาสอนให้ผมทุจริต โกง ซึ่งไม่มี..

++

มีวันนี้เพราะพี่ให้

++

จุดเปลี่ยนในชีวิตของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็คือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ก้าวขึ้นเป็นผู้บัญชาการทหารบก คนที่ 34 (1 ต.ค.2547 ถึง 30 ก.ย.2548)

พล.อ.ประวิตร ได้ช่วยผลักดันน้องรัก พล.อ.อนุพงษ์ ขยับจากผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ร.2 รอ.) เป็นผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.ร.1 รอ.) ก่อนขึ้นรองแม่ทัพภาคที่ 1 และแม่ทัพภาคที่ 1 ตามลำดับ

ก่อนพ้นจากตำแหน่ง ผบ.ทบ. พล.อ.ประวิตร ได้ดึงตัวให้น้องเล็ก พล.อ.ประยุทธ์ ออกจาก พล.ร.2 รอ. มาเป็นรองแม่ทัพภาคที่ 1

พล.อ.อนุพงษ์ และ พล.อ.ประยุทธ์ จึงเป็นกำลังสำคัญของ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก ในการทำรัฐประหาร 2549

ในฐานะเป็นประธานเตรียมทหารรุ่นที่ 6 พล.อ.ประวิตร ได้ขอให้เพื่อนร่วมรุ่นอย่าง พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผลักดัน พล.อ.อนุพงษ์ เป็น ผบ.ทบ.

ปลายปี 2551 พล.อ.ประวิตร กับ พล.อ.อนุพงษ์ มีส่วนสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาลพลิกขั้ว ที่มี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร เป็นรัฐมนตรีกลาโหม โดย “บิ๊กป้อม” ได้วางตัวน้องเล็ก พล.อ.ประยุทธ์ เป็น ผบ.ทบ. ต่อจาก “บิ๊กป๊อก”

ด้วยความเป็น “ทหารการเมือง” ที่มีคอนเนกชั่นกับแกนนำหลายพรรค “บิ๊กป้อม” จึงประคอง “บิ๊กตู่” ให้เป็น ผบ.ทบ.สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ โดยไม่ให้ฝ่ายทักษิณหวาดระแวง

แม้ภาพลักษณ์ของ พล.อ.ประวิตร จะถูกมองว่าเป็น “ทหารการเมือง” แต่ความแนบแน่นของ “พี่ป้อม” กับ “น้องป๊อก” และ “น้องตู่” นั้น ลึกล้ำเกินกว่าคำว่าพี่น้องธรรมดาสามัญ

แผนล้มประยุทธ์ล่ม “ทักษิณ” ฝันค้าง บัตร 2 ใบหงายเก๋ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/481819

แผนล้มประยุทธ์ล่ม “ทักษิณ” ฝันค้าง บัตร 2 ใบหงายเก๋ง

03 ก.ย. 2564

ศึกพลังประชารัฐ “ทักษิณ” ฝันล่ม แผนล้มประยุทธ์ไม่เป็นจริง แผนกลับบ้านสะดุด แก้รัฐธรรมนูญบัตร 2 ใบส่อคว่ำวาระ 3 คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ความขัดแย้งในพรรคพลังประชารัฐ จบลงตามขนบละครการเมืองไทย “ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร” เมื่อผลประโยชน์ลงตัวก็ไม่รบราฆ่าฟันกัน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

สำหรับกองแช่ง “ไล่ประยุทธ์” อาจรู้สึกผิดหวัง ที่ไม่เห็นภาพ “ประยุทธ์แพ้โหวตกลางสภา” ซึ่งผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ค Thanapol Eawsakul จึงโพสต์เหน็บพวกไล่ประยุทธ์ว่า “นึกแล้วก็ขำดีนะครับตอนนี้ความหวังที่จะล้มประยุทธ์ จันทร์โอชา (สำหรับคนที่คิดว่าเอาประยุทธ์ออกไปอย่างเดียว)อยู่ที่ธรรมนัส พรหมเผ่า”

อีกรายหนึ่ง ผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ค Somsak Jeamteerasakul โพสต์เรื่องความขัดแย้งในพรรคพลังประชารัฐ ในวันที่ยังไม่ทราบผลการเจรจา โดยตั้งข้อสังเกตว่า “..แต่ในที่นี้อยากทบทวนว่า เหตุที่ทักษิณ-เพื่อไทย ไม่โจมตีธรรมนัส (ทักษิณยังพูดถึงค่อนข้างดี) มาจากเหตุนี้เอง จะเรียกว่า “ดีล” หรือไม่ ไม่สำคัญเท่าไร (ที่ผมเคยบอกไปว่าอาจเรียกเป็น “ดีล” อย่างหนึ่ง ไม่ว่าจะตกลงไว้ก่อนหรือไม่อย่างไร) 

ทักษิณเรียกเองว่า เป็นการคิดทาง “ยุทธศาสตร์” (ซึ่งผมว่าเป็นการใช้ภาษาที่ผิด) สำหรับการเมืองไทยและสำหรับทักษิณ อย่างน้อยตั้งแต่ปี 2549 เราได้เห็นเป็นประจำ ภาษาชาวบ้านเรียกเป็น “ดีล” บ้าง อย่างอื่นบ้าง หรือเรียกรวมๆว่า น้ำเน่า”

เหตุที่สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ใช้คำว่า “น้ำเน่า” เพราะนับแต่ถูกยึดอำนาจ ต้องไปใช้ชีวิตในต่างแดน ทักษิณผิดพลาด เพราะ “ดีลล่ม” มาหลายหนแล้ว

กรณีแผนล้มประยุทธ์ในสภาฯ นักการเมืองฝั่งตรงข้ามขั้วทักษิณ ฟันธงไปเลยว่า นี่คือเกมของคนแดนไกล ซึ่งไม่มีใครขุดหลักฐานใดออกมาโชว์ เพียงโยงตัวละครบางคน แล้วเชื่อมต่อไปถึงดูไบทันที

++

อยากกลับบ้าน

++

ย้อนไปก่อนหน้านี้ ช่วงเดือน ก.ค.2564 “โทนี่” หรือทักษิณ ชินวัตร จะพูดเรื่อง “กลับเมืองไทย” ถี่มาก จนผู้คนอดสงสัยไม่ได้ว่า ทักษิณมีความมั่นใจขนาดไหน จึงย้ำแล้วย้ำอีกว่า จะได้กลับเมืองไทยแน่

ก่อนวันเกิดครบรอบ 72 ปี(24 ก.ค.2564) ทักษิณพูดคุยกับนักข่าวกลุ่มหนึ่งที่เพจ The room 44 ก็มีคำถามว่า จะกลับเมืองไทยเมื่อไหร่ เขาก็ตอบทันที

“อะไรจะเกิดก็เกิด ผมเสี่ยงตายกับชีวิตมาเยอะแล้ว เสี่ยงคุกมันเรื่องเล็ก เมื่อสปิริตออฟไทม์มันให้ ผมจะบินกลับไปทันที ไม่ต้องเตรียมพิธีรีตอง ง่ายๆเลยขึ้นเครื่องบินก็ลงจบ อะไรจะเกิดก็ไม่เป็นไร เกิดได้หมด จะเอาผมเข้าคุกก็เอา จะเอาอย่างไรบอก ไม่มีปัญหาสักเรื่อง”

นับแต่เกิดรัฐประหาร 2549 “ทักษิณ” ได้กลับมากราบแผ่นดิน เมื่อวันที่ 28 ก.พ.2551 หลังไปลี้ภัยอยู่ที่อังกฤษนานถึง 1 ปี 5 เดือน หลังจากนั้นไม่นาน ทักษิณก็ต้องหนีออกจากเมืองไทยอีกครั้ง

สิบกว่าปีมานี้ มีข่าว “ทักษิณจะกลับบ้าน” นับครั้งไม่ถ้วน รวมถึงข่าวลือเรื่อง “อภิมหาดีล” ไม่รู้กี่ครั้งกี่หน นักวิชาการอย่างสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล จึงเรียกว่า เรื่องน้ำเน่า

++

บัตร 2 ใบ

++

ช่วงที่ “ทักษิณ” พูดเรื่องจะกลับบ้านแบบเท่ๆ มาทางประตูหน้า สนามบินสุวรรณภูมิ ปรากฏว่า พรรคเพื่อไทยจับมือพรรคพลังประชารัฐ แก้ไขรัฐธรรมนูญว่าด้วยระบบเลือกตั้ง โดยจะกลับไปใช้ระบบบัตร 2 ใบ ตามรัฐธรรมนูญ 2540

ในคลับเฮาส์ “โทนี่” ก็พูดเรื่องระบบเลือกตั้งว่า “อย่างตอนผมเป็นนายกฯ ก็เป็นผลผลิตของรัฐธรรมนูญ 2540 ทั้งที่ไม่ได้เป็นคนร่าง ก็ได้เป็นรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญ 2540 ชนะก็ชนะเยอะ ผมก็เลยมีอำนาจในการทำงานได้เต็มที่ ตัดสินใจได้เต็มที่ ไม่มี ส.ส. กวนใจ”

ทักษิณจึงเห็นด้วยเต็มที่ ในการนำระบบบัตรเลือกตั้ง 2 ใบกลับมาใช้ เพราะมั่นใจว่า เลือกตั้งเที่ยวหน้า พรรคเพื่อไทยชนะแบบแลนด์สไลด์แน่นอน

ขณะที่นักวิเคราะห์การเมือง ต่างกังขากรณีพรรคพลังประชารัฐ ร่วมหัวจมท้ายกับพรรคเพื่อไทย แก้ระบบเลือกตั้งจาก “บัตรใบเดียว” เป็น “บัตร 2 ใบ” ส.ส.แบ่งเขต 400 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน ซึ่งเกมแบบนี้ไม่มีใครสู้ “ทักษิณ” ได้แน่นอน

เหตุใด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค จึงเออออห่อหมกกับพรรคเพื่อไทย

“ธรรมนัส” อาจมองข้ามช็อตว่า เลือกตั้งสมัยหน้า พลังประชารัฐอาจมีสภาพเป็นพรรคขนาดกลาง ที่พร้อมเข้าร่วมรัฐบาลกับขั้วไหนก็ได้ เนื่องจากฉากทัศน์การเมืองไทยในอนาคต จะไม่ใช่ยุคของ 3 ป.อีกต่อไป

อย่างไรก็ตาม ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าด้วยระบบเลือกตั้ง ผ่านวาระ 2 ไปแล้ว เหลือด่านสุดท้ายวาระ 3 แต่เกิดเหตุแผนล้มประยุทธ์กลางคัน ร่างแก้รัฐธรรมนูญอาจแท้งกลางก็เป็นไปได้

เกมพลิก หลังเปิดเจรจาเซฟเฮาส์เกียกกายก่อนโหวต “อภิปรายไม่ไว้วางใจ” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/481761

เกมพลิก หลังเปิดเจรจาเซฟเฮาส์เกียกกายก่อนโหวต”อภิปรายไม่ไว้วางใจ”

03 ก.ย. 2564

เปิดหน้ากระดานผ่านศึก”อภิปรายไม่ไว้วางใจ” มีผู้เล่นทั้งจาก 3 ป. และ”ธรรมนัส พรหมเผ่า” ขนาบด้วยเกมนอกสภา ทำให้ต้องเปิดเซฟเฮาส์เจรจา เพื่อดับไฟแต่ต้นลม “เชียร์ลุงตู่อยู่ต่อ” จึงบังเกิด ก่อนถึงวันที่ 4 ก.ย. เจาะประเด็นร้อน โดย อสนีบาต

“การเมืองเป็นเรื่องของผลประโยชน์”  ถอดประโยคนี้มาจากบทเพลงเพื่อชีวิต คาราบาว ที่โด่งดังระดับตำนาน 

ช่างสอดคล้องกับพฤติกรรมกลุ่มก๊วนการเมืองทุกยุคทุกสมัย แต่ก่อนถึงเรื่องผลประโยชน์ ต้องมีการเจรจาต่อรองจัดสรรปันตำแหน่งให้ลงตัวด้วย 

ไม่ต่างกับความเคลื่อนไหวของขบวนการแซะเก้าอี้นายกรัฐมนตรี โดยอาศัยช่วงชุลมุนทั้งในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และการส่งสัญญาณให้กลุ่มการเมืองระดมมวลชนเคลื่อนไหวนอกสภาแต่ขณะเดียวกันก็อย่ามองข้าม “เชียร์ลุงตู่อยู่ต่อ”จึงบังเกิดขึ้น 

โดยเฉพาะก่อนถึงวันที่ 4 ก.ย. ที่จะเป็นการลงมติไม่ไว้วางใจ จึงต้องเร่งเร้าสร้างแรงกดดันไปที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้มาก เพื่อจะได้เห็นการตัดสินใจในทางใดทางหนึ่ง 

อย่างที่เคยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ หมากเกมการเมืองที่มีผู้เล่นในอำนาจทั้งจากกลุ่ม 3 ป.  และเหล่าเบี้ยการเมืองภายใต้ชื่อมาตามกระแสแรง “รอ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” รมช.เกษตรและสหกรณ์ และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ที่บรรดาสื่อพุ่งเป้าว่าเป็นแกนหลักสำคัญหวังเห็นการเปลี่ยนแปลง

เกมพลิก หลังเปิดเจรจาเซฟเฮาส์เกียกกายก่อนโหวต"อภิปรายไม่ไว้วางใจ"

เมื่อออกตัวเคลื่อนไหว หมากเกมจึงย่อมมีการพลิกไปพลิกมาได้ตลอดเวลา ยิ่งสถานการณ์ร้อนแรงขึ้นทุกขณะต้องมีการเร่งดับไฟให้สงบก่อนที่จะลามไปถึงเก้าอี้นายกรัฐมนตรี ดั่งปรากฎการเคลื่อนไหวที่มูลนิธิป่ารอยต่อ ตามมาถึงห้องประชุมย่านเกียกกายตลอด 2-3 วันที่ผ่านมา       

สายสืบเจาะข้อมูล ได้ว่า เหตุผลหนึ่งที่ชื่อ ธรรมนัส พรหมเผ่า  เข้าไปเป็นหมากสำคัญในเกมนี้ เริ่มจากการสั่งสมความคับข้องใจ 3ป. หลายวาระ โดยเฉพาะการเเต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการหลายกระทรวง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

“เคยมีการส่งโผไปให้ 1ใน3ป. เเต่คำตอบจาก 2ป.กลับไม่ไฟเขียวให้กับโผนั้น สร้างความฉุนเฉียวยิ่ง เพราะอ้างว่าหากไม่จัดทัพข้าราชการเพื่อตอบโจทย์การเมืองเพราะพปชร.เเทบไม่มีผลงานจากนโยบายพรรคไปขายชาวบ้านเลย เเละยิ่งโดนตัดตอนการจัดทัพข้าราชการจากคนกันเองเช่นนี้เเล้วยิ่งเเย่ไปใหญ่” 

เกมพลิก หลังเปิดเจรจาเซฟเฮาส์เกียกกายก่อนโหวต"อภิปรายไม่ไว้วางใจ"

ถึงขนาดตัดพ้อกับส.ส.ในพรรคหลายวาระว่า 3ป.ไม่ขยับตามจังหวะการเมืองตามที่ส.ส.เสนอไป เเบบนี้ พลังประชารัฐไม่มีอะไรไปขายกับประชาชนหากต้องหย่อนบัตรคราวหน้า

ดังนั้นศึกซักฟอกคราวนี้เหมือนสบจังหวะการยื่นเปลี่ยนเเม่ทัพนายกองคือปรับครม.เน้นไปยังเก้าอี้ที่3ป.ยึดโควต้าไว้ เเละยังไปกล่อมสร.2ที่เป็นพี่ใหญ่ค่าย 3ป.เเละเบอร์1พปชร.ให้ขึ้นเเท่นว่าที่สร.1เพราะยามนี้พล.อ.ประยุทธ์อยู่ในสภาพบอบช้ำหนักมาก ในการบริหารบ้านเมือง  

มีการเสนอแนะด้วยการกางกติกาของรธน.คล่อมเลนว่าเเคนดิเดตนายกฯของเเต่ละพรรคหากเสียงในรัฐสภาไม่เห็นชอบก็เปิดช่องให้เลือกคนอื่นเเทนได้

เเปลไทยเป็นไทยตามแบบฉบับลูกผู้ชายที่อาจไม่ใช่เกมสุภาพบุรุษ เหมือนอย่างที่พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์สื่อดักทางไว้ก่อนหน้านี้ก็ได้ว่า ธรรมนัสต้องการเดินหมากสอง “ด้วยการดันหลังพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ส่งเข้าประกวด รับไม้เเทนพล.อ.ประยุทธ์ หากเสียงไว้วางใจต่ำ” 

จังหวะนี้ขยับมาระยะหนึ่งทั้งในเเละนอกพรรค เเต่หลายมุ้งในพปชร.ไม่เอาด้วยกับเเนวคิดนี้ รวมทั้งพรรคร่วมรัฐบาลบนเรือเหล็กก็ไม่สอดรับกับการเดินเกมครั้งนี้


เเปลว่าคนในพปชร.เเตกกันเอง เเละเป็นครั้งเเรกๆในประวัติศาสตร์ที่เกิดรอยเเยกจากพรรคเเกนนำตั้งรัฐบาล เพราะที่ผ่านมามีเเต่พรรคร่วมรัฐบาลขัดเเย้งกันเอง จนหัวหน้ารัฐบาลต้องยุบสภา

รมช.คนนั้น ยังมั่นใจในเเนวคิดเเละหวังว่าการทำหน้าที่เเจก กล้วยในช่วงที่ผ่านมาเเละสายสัมพันธ์กับพรรคเเกนนำฝ่ายค้านยังเหนียวอยู่จะทำให้การขยับจังหวะคราวนี้สัมฤทธิผล


เเต่…ห้วงหนึ่งของการประสานงานไปยังพรรคร่วมเรือเหล็ก สายสืบเจาะมาได้ว่า หัวเรี่ยวหัวแรงใหญ่ดันไปดีลกับส.ส.หญิงปากกล้าคนหนึ่งในพรรคร่วมรัฐบาลให้ไม่ไว้วางใจพลเอกประยุทธ์  เเต่ส.ส.คนนี้ไปสอบถามหัวหน้าพรรคตัวเองว่าได้ดีลนี้มาจากคนเเจกกล้วย มันเรื่องจริงไหมหัวหน้า? 


เเว่วว่า หัวหน้าพรรคร่วมเรือเหล็กคนนี้ประสานไปยังหัวหน้าพรรคพปชร.กับดีลลับนี้ว่า จริงไหมครับ?

ความเลยเเตกว่าคนเเจกกล้วยเดินสายล็อบบี้ส.ส.ร่วมเรือเหล็กให้การไม่เอาด้วยกับพล.อ. ประยุทธ์ เเละบวกกับการเดินเกมล็อบบี้เสียงในพปชร.ที่ส.ส.หลายมุ้งในพรรคเเจ้งไปยังหัวหน้ามุ้งว่าดีลนี้โดนเปิดมาจาก”คนคิดการใหญ่” จะเอาอย่างไร?  เเละเเกนนำเเต่ละมุ้งก็เเจ้งผลไปยังพล.อ.ประวิตรในห้วงที่ผ่านมา


จึงเป็นที่มาที่ไปของอาการน็อตหลุดของ 3ป.ว่าต้องเช็กบิลริบทุกเก้าอี้ปลดจากการทำหน้าที่ทันที

บวกกับการที่พล.อ.ประยุทธ์เปิดห้องหารือกับเเกนนำหลายมุ้งของพปชร.ที่รัฐสภา น่าจะทำให้พล.อ.ประยุทธ์เบาใจว่าเกมนี้น่าจะสอบผ่าน เเละให้คำมั่นในหลายเรื่องกับเเกนนำหลากมุ้งไปด้วย


เเว่วว่า..หนึ่งในคำมั่นที่เอ่ยไปนั้นคือหลังริบโควต้าคืนจาก”ก๊วนการใหญ่”ได้ (น่าจะสามตำเเหน่งรมต.คือ รมช.เกษตรฯ,รมช.เเรงงาน,รมช.คมนาคมเเละเก้าอี้ผู้บริหารพปชร.)จะปันส่วนให้หลากมุ้งในพปชร.ให้มีบทบาทเพิ่มขึ้น

เกมพลิก หลังเปิดเจรจาเซฟเฮาส์เกียกกายก่อนโหวต"อภิปรายไม่ไว้วางใจ"

…..ต่างๆนานาข้างต้น…..

จึงเป็นที่มาของการเข้าพบพล.อ. ประวิตรของ รอ.ธรรมนัส ผู้ถูกพาดพิงในกระแสสื่อ ร่วมกับรมช.อีกคนในพปชร.ที่มูลนิธิป่ารอยต่อก่อนมาประชุมสภา นัยว่าไปชี้เเจงถึงเจตนาที่เเท้จริง การปรับความเข้าใจรวมทั้งขอความเมตตา

ขณะที่ช่วงบ่ายของวันที่ 2 ก.ย. เซฟเฮาส์ย่านเกียกกาย มีการเดินเข้าออกกันให้ควั่ก 

เเต่เมื่อมองไปยังวาทะของพล.อ.ประยุทธ์ที่มีต่อลีลาของ”คนคนนั้น” ในคราวนี้ จะพบว่า อาการเเตกหักจากพล.อ.ประยุทธ์ชี้ชัดเเล้วเเบบไม่ต้องเเปลความ…

พล.อ.ประยุทธ์เล่นเเละคุมเกมการเมืองเเบบชั้นเซียนไปอีกระดับเเล้ว

student.edudev.in.th “เงินเยียวยานักเรียน” 2,000 บาท เช็กด่วน ก่อนชวดสิทธิ์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/481901

student.edudev.in.th “เงินเยียวยานักเรียน” 2,000 บาท เช็กด่วน ก่อนชวดสิทธิ์

04 ก.ย. 2564

เช็กสิทธิ์” เงินเยียวยานักเรียน” ไทม์ไลน์การได้รับเงิน student.edudev.in.th “เงินเยียวยานักเรียน” 2,000บาท เช็กด่วน ก่อนชวดสิทธิ์ เช็กครบจบที่นี่ อีกหนึ่งโครงการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากมาตรการของรัฐในการควบคุมการแพร่ระบาดของ โควิด-19

กรณีตรวจสอบสิทธิ์ “เงินเยียวยานักเรียน” 2,000 บาท ผู้ปกครองนักเรียน โรงเรียนของรัฐและเอกชน สามารถตรวจสอบสิทธิ์รับ”เงินเยียวยานักเรียน” รายละ 2,000 บาท เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้แล้ว

หลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบมาตรการให้ความช่วยเหลือผู้ปกครองและนักเรียนด้านค่าใช้จ่ายทางการศึกษา จำนวน 2,000 บาทต่อนักเรียน 1 คน
 

ตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลจนถึง ม.6 , ระดับอาชีวศึกษา ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ในกรอบวงเงิน 23,000 ล้านบาท เพื่อให้ความช่วยเหลือบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาให้แก่ผู้ปกครองในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้มีการเปิดตรวจสอบการมีสิทธิตามโครงการดังกล่าวแล้ว

การตรวจสอบผ่านทางเว็บไซต์คลิก https://student.edudev.in.th 

กรอกข้อมูล ดังนี้

1.เลขประจำตัวประชาชนของนักเรียน

2.เลขประจำตัวนักเรียน

3.รหัสตรงตามรูปที่กำหนด

4.กดปุ่มตรวจสอบข้อมูล

ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน สามารถตรวจสอบได้ผ่านทางเว็บไซต์ https://regis-test.opec.go.th/ :  โดยใช้รหัส G-Code ที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด

สามารถขอทราบรหัส G-Code ได้ที่โรงเรียนที่นักเรียนศึกษาอยู่ สามารถตรวจสอบข้อมูลได้แล้ว บน Application สช. On Mobile สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน สช. On Mobile ดังนี้

ระบบแอนดรอยด์ >> คลิกที่นี่ 

ระบบ iOS >> คลิกที่นี่

วิธีการจ่ายเงินช่วยเหลือ

จ่ายผ่านสถานศึกษาและให้สถานศึกษาจ่ายตรงให้แก่นักเรียน นักศึกษา หรือผู้ปกครอง ในรูปแบบของเงินสดหรือนำเข้าบัญชีธนาคาร ประมาณ 11 ล้านคน วงเงินราว 21,600 ล้านบาท
 

ไทม์ไลน์การได้รับ”เงินเยียวยานักเรียน”

ไทยคู่ฟ้า ให้ข้อมูลว่า กระทรวงศึกษาธิการ พร้อมจ่ายภายใน 7 วัน หลังได้รับเงินจากกระทรวงการคลัง

คาดว่าจะเริ่มจ่ายได้ภายในวันที่ 31 ส.ค. – ต้นเดือน ก.ย. นี้ พร้อมตั้งศูนย์รับเรื่องร้องเรียน เพื่อช่วยเหลือผู้ปกครอง หากยังไม่ได้รับสิทธิ์

-โรงเรียนรัฐบาล สังกัด สพฐ. โอนเงินเข้าบัญชีผู้ปกครอง ตั้งแต่วันที่ 5 กันยายน 2564 เป็นต้นไป

-สถาบันอาชีวศึกษา ผู้ปกครองรับเงินสดที่วิทยาลัย ตั้งแต่วันที่ 5 กันยายน 2564 เป็นต้นไป

-โรงเรียนเอกชน ผู้ปกครองรับเงินสดที่โรงเรียน หรือรับเข้าบัญชี ตั้งแต่วันที่ 7 กันยายน 2564 เป็นต้นไป

-กศน. ผู้ปกครองรับเงินสดจาก กศน. อำเภอ หรือศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา ตั้งแต่วันที่ 7 กันยายน 2564 เป็นต้นไป

“เช็กเสียงก่อนโหวต” ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายกฯและ 5 รมต. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/481897

“เช็กเสียงก่อนโหวต” ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายกฯและ 5 รมต.

04 ก.ย. 2564

การอภิปรายไม่ไว้วางใจดำเนินมาถึงวันชี้ชะตา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ 5 รมต. จะได้ไปต่อหรือพอแค่นี้ มา “เช็กเสียงก่อนโหวต” กันก่อน ใครจะอยู่ใครจะไป โอกาสรอดหรือร่วง

วันนี้ ( 4 ก.ย. )เป็นวันลงมติญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและ 5  รัฐมนตรี ดังนั้น “คมชัดลึก” ขอ “เช็กเสียงก่อนโหวต” มาตรวจสอบจำนวนเสียงรัฐบาลและฝ่ายค้าน มีจำนวนเท่าไหร่ ห่างกันมากน้อยแค่ไหน และหวังผลได้แค่ไหนกับการซักฟอกครั้งนี้ “ลุงตู่จะได้อยู่ต่อ” หรือ “พอแค่นี้” 

การลงมติญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ สำหรับรัฐมนตรีที่ถูกฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ มีทั้งสิ้น 6 คน คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม และรมต.จาก 3 พรรครัฐบาล คือพลังประชารัฐ ภูมิใจไทย และประชาธิปัตย์ 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน  รมว.เกษตรและสหกรณ์ 

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

สำหรับเสียงในการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะทำให้รัฐมนตรี ต้องพ้นจากตำแหน่งนั้น 

มาตรา  151 รัฐธรรมนูญ บัญญัติว่า “มติไม่ไว้วางใจต้องมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร

และมาตรา 170 รัฐธรรมนูญ บัญญัติว่า ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัวเมื่อ 

( 3 ) สภาผู้แทนราษฎรมีมติไม่ไว้วางใจ

ส.ส.เท่าที่มีอยู่ในสภาผู้แทนราษฎรขณะนี้มีจำนวน 482 คน (จากจำนวนเต็ม 500 คน) กึ่งหนึ่งก็คือ 241 คน

ดังนั้นรัฐมนตรีคนใด ถูกลงมติ “ไม่ไว้วางใจ” มากกว่ากึ่งหนึ่ง หรือ 242 เสียงขึ้นไป รัฐมนตรีคนนั้น ก็จะต้องพ้นจากตำแหน่งทันที

เสียงรัฐบาลvs.ฝ่ายค้าน

มาถึงตรงนี้ต้องมา “เช็กเสียงรัฐบาล” และ “ฝ่ายค้าน” ว่าแต่ละฝ่ายมีมากน้อยกว่ากันเท่าไหร่ 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

จำนวน ส.ส.ที่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้  482 คน แยกเป็น

– ฝ่ายรัฐบาล 276 คน

– ฝ่ายค้าน 206 คน

 รัฐบาล 276 เสียง ประกอบด้วย

–  พลังประชารัฐ 119 เสียง

– ภูมิใจไทย 61  เสียง 

– ประชาธิปัตย์  48 เสียง

– ชาติไทยพัฒนา 12  เสียง

– เศรษฐกิจใหม่ 5 เสียง

– รวมพลังประชาชาติไทย 5 เสียง

– พลังท้องถิ่นไท 5  เสียง

– ชาติพัฒนา 4  เสียง

– รักษ์ผืนป่าประเทศไทย 2 เสียง

-ก้าวไกล(แนวโน้มงูเห่า )  5 เสียง 

-กลุ่ม 9 พรรคเล็ก  9 เสียง 

“ฝ่ายรัฐบาล” นำโดย พรรคพลังประชารัฐ (119 เสียง )  ภูมิใจไทย (61 เสียง ) ประชาธิปัตย์ ( 48 เสียง ) ชาติไทยพัฒนา (12 เสียง ) รวมพลังประชาชาติไทย ( 5เสียง ) ชาติพัฒนา (4เสียง ) พลังท้องถิ่นไท ( 5เสียง) รักษ์ผืนป่าประเทศไทย   ( 2 เสียง ) เสริมด้วยเสียงของ ส.ส.พรรคเศรษฐกิจใหม่ ที่ย้ายขั้วมา ( 5เสียง ) และกลุ่มพรรคเล็ก 9 เสียง

ขณะที่ ส.ส.จากพรรคก้าวไกล อีก 5 คน ซึ่ง 4 คน เคยโหวตเห็นชอบให้กับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล และนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งที่ผ่านมา และล่าสุดโหวต งบฯ ปี 65 วาระ 3 ก็มีส.ส. จากพรรคก้าวไกล 5 คนโหวตเห็นชอบกับรัฐบาล และอีกเสียงจากนายอนุมัติ ซูสารอ ส.ส.ปัตตานี พรรคประชาชาติ ทำให้รัฐบาลมีอย่างน้อย 276 เสียง โดยยังไม่นับ “งูเห่าฝากเลี้ยง”

ฟาก “ฝ่ายค้าน” พรรคเพื่อไทย (134 เสียง) ก้าวไกล (48 เสียง) เสรีรวมไทย (10 เสียง) ประชาชาติ (6 เสียง ) เพื่อชาติ (5 เสียง ) พลังปวงชนไทย (1 เสียง ) บวกเพิ่มอีก 2  เสียง จากนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ พรรคเศรษฐกิจใหม่ และ มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ พรรคไทยศรีวิไลย์ รวมแล้ว 206 เสียง

อย่างไรก็ตาม  เมื่อวันที่ 3 ก.ย.64  นายวิรัช  รัตนเศรษฐ ประธานกรรมการในคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร หรือ “วิปรัฐบาล”  เปิดเผยว่า  ส.ส.พรรคพลังประชารัฐติดเชื้อโควิด-19  จำนวน 1 รายและส.ส. จากพรรคภูมิใจไทยติดเชื้อ 1 ราย ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา เนื่องจากวันนี้มีผู้ติดเชื้อ 15,000 ราย ถึง 20,000 รายต่อวัน ซึ่งคะแนนตอนนี้อยู่ที่ 269 เสียง พร้อมกับระบุว่าตอนนี้มีเสียงเกินกึ่งหนึ่งแล้ว

เมื่อพิจารณาจากการล็อบบี้เคลียร์ใจกันภายในพรรคพลังประชารัฐ อันเป็นผลสืบเนื่องจาก”ใครบางคนคิดการใหญ่” จนมีการขอโทษขอโพยและสงบศึกแล้ว กอปรกับ จำนวนเสียงฝ่ายค้านที่มีจึงต้องอยู่ในความสงบตามไปด้วย

โอกาสที่จะล้มรัฐบาลจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในครั้งนี้น่าปิดประตู สิ่งที่ฝ่ายค้านทำได้เหมือนศึกซักฟอกสองครั้งที่ผ่านมา คือ การใช้เวทีตามกติกาประชาธิปไตย  เขย่าเสถียรภาพและความชอบธรรมของรัฐบาลไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงวันที่พลพรรคมีโอกาสหวนคืนสู่อำนาจ 

นายกฯเปิด “กระเป๋า” โชว์สื่อ สยบข่าวเงินแลกโหวต #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/481868

นายกฯเปิด “กระเป๋า” โชว์สื่อ สยบข่าวเงินแลกโหวต

03 ก.ย. 2564

นายกฯเปิด “กระเป๋าเอกสาร” โชว์สื่อสยบข่าว บอก ใครจะเอาอะไรมาใส่ เพ้อเจ้อ ชี้ สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ลงมติญัตติยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยกับสื่อมวลชนหลังจบการชี้แจงการประชุมอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเป็นวันสุดท้าย ก่อนลงมติในวันพรุ่งนี้

โดยนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้ชี้แจงไปหมดแล้ว ก็ชี้แจงอีกที พูดอะไรไปก็ไม่ฟัง นี่ถือได้ว่าเป็นวิถีประชาธิปไตยที่เขาว่ากัน ไม่ฟังเหตุผลซึ่งกันและกัน ก็พูดซ้ำเดิม เคยชี้แจงไปแล้วก็มาพูดใหม่ เป็นระเบียบของสภาฯ เพราะสุดท้ายฝ่ายค้านเสนอญัตติไปแล้วเป็นคนสรุป นายกฯก็ได้พูดไปแล้ว ขอพูดในสิ่งที่เป็นประโยชน์ดีกว่า

จากนั้นนายกรัฐมนตรี ได้ให้เจ้าหน้าที่เปิดกระเป๋าโชว์เอกสารที่นำมาชี้แจงจำนวน 3 ใบ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจปมเงิน 5 ล้านบาท พร้อมระบุว่า “ใครจะเอาอะไรมาใส่ เพ้อเจ้อ” 

และก่อนขึ้นรถยนต์ เดินทางกลับ ผู้สื่อข่าวถามว่าพรุ่งนี้มีอะไรน่าเป็นห่วงหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ตอบว่า สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม

ยอดพุ่งเกินล้านไปแล้วผลโหวต “เชียร์ลุงตู่อยู่ต่อ” ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/481871

ยอดพุ่งเกินล้านไปแล้วผลโหวต “เชียร์ลุงตู่อยู่ต่อ” ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ

03 ก.ย. 2564

เปิดผลโหวต “เชียร์ลุงตู่อยู่ต่อ” รับศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ผลการลงคะแนนจากประชาชนทั่วประเทศ ทำสถิติพุ่งเกินล้านไม่หยุด พบพื้นที่อุดรธานี ร่วมหนุนลุงตู่ มากสุดในตอนนี้

ท่ามกลางสถานการณ์ทางการเมืองที่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ 5 รัฐมนตรี โดยจะมีการลงมติญัตติอภิปรายไม่วางใจที่รัฐสภา ในวันที่  4 ก.ย.นี้ 

ขณะเดียวกัน ได้มีการเผยแพร่กลุ่ม“เชียร์ลุงตู่อยู่ต่อ” ว่อนโลกโซเชียล  ทั้งนี้มีการจัดทำเพจ รักลุงตู่ https://rakloongtoo.com/score  เพื่อเป็นการสำรวจคะแนนความนิยม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯรัฐมนตรี และครม.  โดยแบ่งเป็นรายจังหวัด

พร้อมกับขึ้นภาพอินโฟรกราฟฟิคแผนที่ประเทศไทย  เพื่อแสดงให้เห็นว่า แต่ละจังหวัดให้ความนิยม “เชียร์ลุงตู่อยู่ต่อ”  โดยขึ้นภาพพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน  และ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์  รมว. ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมกับให้ประชาชน ลงมติประชาชนสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์  จนมีประชาชน เข้ามากดโหวต “เชียร์ลุงตู่อยู่ต่อ” จำนวนมาก

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 

ยอดพุ่งเกินล้านไปแล้วผลโหวต "เชียร์ลุงตู่อยู่ต่อ" ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 3 ก.ย.เวลา15.30 น. มีประชาชนร่วมกันโหวต สนับสนุน ลุงตู่อยู่ต่อ  เป็นจำนวน 1,529,613 คนแล้ว และกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ที่น่าสนใจ จังหวัดอุดรธานี เป็นจังหวัดที่มีประชาชนลงคะแนนสนับสนุน ลุงตู่อยู่ต่อ มาเป็นอันดับหนึ่ง ด้วยสถิติ 578448 คน ตามด้วย กรุงเทพมหานคร  163500 คน   เชียงราย 145740 คน  สมุทรสงคราม 102452 คน ชลบุรี 912161 คน  ตามลำดับ 

วันเดียวกัน นางสาวอรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงโจมตีการทำงานรัฐบาล พร้อมกับเปิดเผยว่ามีประชาชนลงชื่อผ่านแคมเปญ“ลงมติประชาชนรวมพลไล่ประยุทธ์” ผ่าน  https://change.org/prayutgetout/  ที่เปิดตัวไปเมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา  

ยอดพุ่งเกินล้านไปแล้วผลโหวต "เชียร์ลุงตู่อยู่ต่อ" ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ

และเวปไซต์ https://vote.ptp.or.th จนถึงวันนี้ (3 ก.ย.64)  มีผู้ร่วมลงชื่อไล่พลเอกประยุทธ์ และรัฐมนตรีอีก 5 คนรวมกว่า 1.4 ล้านคนแล้ว  เป็นประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครมากที่สุด

รองลงมาเป็นนครราชสีมา ชลบุรี เชียงใหม่และขอนแก่น  ซึ่งคาดว่าในวันลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาลในวันที่ 4 กันยายน 2564 จะยังมีผู้ร่วมลงชื่อไล่พลเอกประยุทธ์ หลั่งไหลเข้ามาอีกหลายล้านคนแน่นอน