วิโรจน์ จวก นายกฯ- อนุทิน ปากแจ๋ว อุปโลกน์แผน “วัคซีนลวงโลก” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/481510

วิโรจน์ จวก นายกฯ- อนุทิน ปากแจ๋ว อุปโลกน์แผน “วัคซีนลวงโลก”

01 ก.ย. 2564

ส.ส.ก้าวไกล วิโรจน์ ลักขณาอดิศร จวก นายกฯ- อนุทิน ปากแจ๋ว อุปโลกน์แผน “วัคซีนลวงโลก” โหมประชาสัมพันธ์กระจายวัคซีนแอสตร้าฯ 61 ล้านโดส เต็มแขน ปชช. ก่อนโป๊ะแตก เพิ่งเซ็นสัญญาครบถ้วน แฉ จงใจอัดงบกลาง ให้ บ.สนามไบโอไซแอน ตั้งธงสร้างความนิยมทางการเมือง

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล อภิปรายไม่ไว้วางใจ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และนายอนุทิน  ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข 

โดยกล่าวถึงการแพร่ระบาดโควิด-19และได้ย้อนถึงวาทกรรมวัคซีนแอสตร้าเซเนก้าจะเต็มแขนประชาชน จนไม่มีที่เก็บ ในไตรมาสที่ 3 ซึ่งนายอนุทิน เคยชี้แจงในการอภิปรายครั้งที่ผ่านมา จนถึงตอนนี้นายอนุทินยังปากแจ๋ว ยืนยันว่าไม่ได้ผิดคำพูด จึงถามว่าอยู่คนละโลกกับประชาชนหรือไม่ 

รัฐบาลประชาสัมพันธ์มาโดยตลอดว่าวัคซีน แอสตร้าเซนเนก้า 61 ล้านโดสจะได้รับภายในปี 2564 และยังยืนยันว่าไทยมีวัคซีนมากที่สุดในทวีปเอเชียซึ่งการโหมประชาสัมพันธ์ที่ผ่านมาทำให้เข้าใจว่ามีการลงนามกับบริษัทวัคซีนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จนการแพร่ระบาดละลอกที่ 3 เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2564 และอีก 20 วันถัดมามีประชาชนป่วยตายคาบ้าน 

เมื่อมาติดตามงบประมาณโครงการด้านสาธารณสุขเพื่อรับมือสถานการณ์ โควิด-19 รวมถึงโครงการจัดซื้อจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เบิกจ่ายได้เพียง 7.09% และ 9.06% จึงเป็นหลักฐานที่ชี้ชัดได้ว่านายกรัฐมนตรีและนายอนุทิน ปล่อยปะละเลยจนขาดความพร้อมที่จะดูแลรักษาชีวิตของประชาชน

จนสุดท้ายประชาชนต้องล้มตายเพราะเข้าไม่ถึงการรักษา การจัดสรรลงทะเบียนวัคซีนซ้ำซ้อน และขออย่าอ้าง ระเบียบบริหารราชการแผ่นดินว่าเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานเพราะพลเอกประยุทธ์ มีอำนาจเต็มมือ หลอกลวงประชาชน เป็นแผนวัคซีนลวงโลก 

ในระหว่างนี้นายคารม พลพรกลาง ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ได้ยกมือประท้วงผู้อภิปรายที่ใช้คำว่าวัคซีนลวงโลก ทำให้นายวิโรจน์กล่าวต่อนายคารม ว่า “เชิญครับงู” พร้อมเสียดสีว่า นายสุชาติ ตันเจริญ ที่รับหน้าที่ประธานการประชุมในขนาดนั้นเก่งที่ฟังภาษา งูรู้เรื่อง 

นายกฯ เมินคุย “ร้อยเอกธรรมนัส” ปมล็อบบี้โหวตคว่ำซักฟอก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/481501

นายกฯ เมินคุย “ร้อยเอกธรรมนัส” ปมล็อบบี้โหวตคว่ำซักฟอก

01 ก.ย. 2564

ประยุทธ์ เมินคุย “ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า” ต่อกระแสว่าเป็นตัวการล็อบบี้โหวตคว่ำซักฟอก ถามกลับ “ทำไมต้องคุย ก็เป็นเรื่องของเขา ว่ากันไป”

วันที่ 1 กันยายน 2564 การอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภาเป็นวันที่ 2 กำลังออกรส  การเมืองนอกสภาส่อเค้าดุเดือดไม่แพ้กัน เมื่อมีขบวนการล็อบบี้เสียงสภาเพื่อล้ม พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

ซึ่ง ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ระบุว่า ขบวนการนั้นมีหรือไม่มี ต้องไปถามคนเต้าข่าว ว่าต้องการอะไร คนเต้าข่าวไม่ใช่พรรคฝ่ายค้าน แต่เป็นพรรคฝ่ายรัฐบาล ไอ้ห้อยไอ้โหนทั้ง หลายชอบเลียแข้งเลียขา สำเหนียกซะบ้าง

ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวจาก พล.อ ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เดินทางออกจากอาคารรัฐสภาในเวลา 16.30 น. โดยสื่อมวลชนได้สอบถามว่าอารมณ์ดีแล้วหรือยังหลังชี้แจงการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน โดยพล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “อารมณ์ดีเสมอ”

เมื่อถามว่าได้คุยกับร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์หรือยัง กรณีมีข่าวลือเรื่องการล็อบบี้คว่ำนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า “ทำไมต้องคุยล่ะ ก็เป็นเรื่องของเขา ว่ากันไป” 

เมื่อสื่อมวลชนถามว่า ร้อยเอกธรรมนัสยืนยันว่าไม่ได้อยู่ในกระบวนการล็อบบี้ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า “ไม่รู้เหมือนกัน เขาได้พูดแล้วเหรอ” ก่อนจะเดินขึ้นรถไป

ส่วนจะกลับเข้ามาที่อาคารรัฐสภาอีกหรือไม่ พลเอกประยุทธ์กล่าวว่า ต้องดูก่อน เนื่องจากมีงานข้างนอก และมีลูกน้องอยู่

ทั้งนี้ก่อนขึ้นรถสื่อมวลชนได้ถามนายกรัฐมนตรีว่าดีใจหรือไม่ที่ทำเนียบรัฐบาลเปิดแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ตอบสั้นๆว่า “แหม” 

ธรรมนัส ซัดไอ้ห้อยไอ้โหน พปชร. ปูดข่าวล็อบบี้เสียงสภา “ล้มนายกฯ” ยันไม่จริง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/481468

ธรรมนัส ซัดไอ้ห้อยไอ้โหน พปชร. ปูดข่าวล็อบบี้เสียงสภา “ล้มนายกฯ” ยันไม่จริง

01 ก.ย. 2564

ธรรมนัส ซัดไอ้ห้อยไอ้โหน พปชร. ปูดข่าวล็อบบี้เสียงสภา”ล้มนายกฯ “ยันไม่จริง ขู่ระวังตัวไว้ ลั่น ไม่ใช่สัตว์โดนเหยียบหางแล้วแหกปาก แต่ถ้าไม่เคลียร์ พร้อมไขก๊อก เป็น ส.ส.ตำแหน่งเดียว ปัดฝันนั่งเก้าอี้นายกฯ

ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า  รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงกระแสข่าวแรงขย่มภายในพรรคพลังประชารัฐ ว่า เรื่องที่พูดกัน 2-3 วันที่ผ่านมา ตนขอยืนยันว่า ไม่เคยสนใจ ใส่ใจเรื่องตำแหน่งหน้าที่

“ผมพูดเสมอว่ามาถึงทุกวันนี้จากลูกชาวนา เด็กบ้านนอกจน ๆ มาถึงเวลานี้ทำงานเพื่อชาติบ้านเมือง ถือว่าชีวิตสูงสุดแล้ว”

ส่วนที่เหลือหากตอนนี้โอกาสทำงานเพื่อชาติบ้านเมือง รับใช้แผ่นดินและประชาชนก็จะทำให้ดีที่สุด  2 ปีที่ผ่านมา  ตนทำอะไรเพื่อบ้านเมืองบ้าง คงไม่ต้องพูดอะไรมาก

ดังนั้นการจะมาแก่งแย่งชิงดีชิงเด่น ในรัฐบาลและครม.เดียวกันไม่ใช่พฤติกรรมของตน เมื่อย้อนไปการประชุมพรรคที่จังหวัดขอนแก่นในการเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ เคยยืนยันว่าจะนำพาพรรคพลังประชารัฐ ให้เป็นสถาบันการเมืองที่เข้มแข็งเป็นที่พึ่งของประชาชน และจะทำต่อไปหากยังมีโอกาส  

ดังนั้นข่าวลือว่าจะทำนู่นนี่ไม่จริง มีแต่ข่าวที่ได้ยินขณะที่ตนไปตรวจราชการ จ. พระนครศรีอยุธยา มีส.ส.หลายคนโทรหาว่ามีหัวหน้าพรรคการเมืองพรรคเล็กคนหนึ่ง เสนอรับเงินเป็นผลต่างตอบแทน 10 ล้านบาท ได้ยินมาตลอด

และที่ยิ่งร้ายไปกว่านั้น มีรัฐมนตรีในพรรคพลังประชารัฐ รับงานมาล็อบบี้ส.ส.เพื่อไทย ประชาธิปัตย์ และพลังประชารัฐ ในการโหวตสนับสนุนใครคนใดคนหนึ่ง ตนขอถามว่าในการเป็นรัฐมนตรีสมควรทำเช่นนั้นหรือไม่ ควรเห็นประโยชน์แก่ชาติบ้านเมือง ไม่ต้องใครคนที่ว่า  4 ช.  ฝากไปบอกเขาด้วยว่าทำอะไรเพื่อบ้านเมืองบ้าง อย่าเห็นประโยชน์ส่วนตัว นี่เป็นคำตอบ
 

เมื่อถามถึงกรณีมีการโยงชื่อ ร้อยเอกธรรมนัส หนึ่งในขบวนการล้มนายกฯ ผ่านการโหวตคว่ำในสภา ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้บัญญัติชัดเจน เสียงหนึ่งเสียงของ ส.ส. คือเสียงของประชาชน ดังนั้นจึงต้องรู้จักคิด แล้วรู้จักทำว่าจะทำอย่างไร เราไม่สามารถไปครอบงำเขาได้ มติพรรคจะให้ทำอะไร ก็ไม่ได้เพราะขัดต่อรัฐธรรมนูญ ซึ่งพรรคพลังประชารัฐไม่มีอย่างนั้น

ใครมาถามก็บอกว่า ให้ดูเอาแล้วตัดสินใจเอง ตนไม่ได้ถูกใช้ให้มาล็อบบี้ใคร ไม่ว่าจะให้ช่วยรัฐบาลหรือไประดมพรรค อื่นให้มาช่วยในการโหวตคว่ำใครคนใดคนหนึ่ง ผมไม่ทำ

เมื่อถามย้ำว่าแสดงว่าร้อยเอกธรรมนัสไม่ได้อยู่ในขบวนการ 4 ช. ใช่หรือไม่นั้น ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า ให้ดูเมื่อวานตนเข้าสภามากี่โมง เมื่อเข้ามา ก็มีพี่น้องจากพรรคเพื่อไทย เข้ามาสวัสดีขอถ่ายรูปด้วย คนเข้าไปในห้องประชุมสภา นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย ก็ดึงแขนไปบอกอยากคุยเรื่อง สปก.

พี่น้องพรรคเล็กพรรคน้อยก็มาคุยกับตนเป็นปกติ ที่ทักทายกันแบบนี้ ไม่เคยคิด และไม่เคยปฏิบัติว่าต่างพรรคต่างความคิด จะต้องเป็นศัตรูกับตน แม้กระทั่งถูกกระทำอย่างไร ไม่เคยโทษ เพราะสิ่งเหล่านั้นตนพูดกับตัวเองไว้เสมอว่าควรนำมาปรับปรุงตัวเอง

“เขาจะด่าเราอย่างไร ผมถามกลับว่าใน ครม.ใครโดนหนักเท่าผมบ้าง ไม่กี่วันที่ผ่านมามีม็อบบุกไปที่บ้านใครโดนเหมือนผมบ้าง แล้วเคยได้ยินหรือไม่ว่าผมบ่นหรือแหกปากสักคำ ผมไม่ใช่เป็นสัตว์ประเภทว่าเหยียบหางหน่อยแล้วแหกปาก ไม่ใช่ผม”

เมื่อถามย้ำว่ายอมรับหรือไม่ว่ามีขบวนการดังกล่าวเกิดขึ้น ร้อยเอกธรรมนัส  ระบุว่า ขบวนการนั้นมีหรือไม่มี ต้องไปถามคนเต้าข่าว ว่าต้องการอะไร เป็นคนเต้าข่าวไม่ใช่พรรคฝ่ายค้าน แต่เป็นพรรคฝ่ายรัฐบาล ไอ้ห้อยไอ้โหนทั้งหลายชอบเลียแข้งเลียขา สำเหนียกซะบ้าง

ขณะที่จัดการกับไอ้ห้อยไอ้โหนนี้อย่างไร ร้อยเอกธรรมนัส ระบุว่า รู้หมด บางคนตนบันทึกเทปไว้หมดแล้ว ขอให้ระวังเดี๋ยวเจอกัน 

“โฆษกรัฐบาล” แจกแจง นายกฯ ไม่เคยสั่งการให้ซื้อ ATK ที่ผ่าน WHO #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/481464

“โฆษกรัฐบาล” แจกแจง นายกฯ ไม่เคยสั่งการให้ซื้อ ATK ที่ผ่าน WHO

01 ก.ย. 2564

“ธนกร” ยืนยัน นายกฯ ไม่เคยสั่งการให้ซื้อ ATK ที่ผ่าน WHO ใน ศบค. เผย สปสช. ร่วม ธ. กรุงไทยกระจาย ATK 8.5 ล้านชุด ผ่านแอป ฯ “เป๋าตัง” ผู้ไม่มีสมาร์ทโฟนรับชุดตรวจผ่านผู้นำชุมชน และ อสม. ใกล้บ้าน

วันที่  1 กันยายน 2564 นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ไม่เคยสั่งการให้ซื้อชุดตรวจ ATK ที่ผ่าน WHO ในการประชุม ศบค. และขอให้ สธ. เร่งดำเนินการให้ได้โดยเร็ว หากมีปัญหาความขัดแย้งอยู่ในปัจจุบัน ขอให้เร่งแก้ไขปัญหาให้ดีที่สุด

โฆษกรัฐบาล ยังพูดถึงการชี้แจงของนายกรัฐมนตรี ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล วานนี้ ว่า ปัจจุบันชุดตรวจ ATK เป็นสินค้าเชิงพาณิชย์ที่ได้รับอนุญาตให้ขายจำหน่ายได้ แต่ละยี่ห้อมีราคาแตกต่างกัน

 เนื่องจากการแพร่ระบาดโควิด-19 ในวงกว้าง จนไม่สามารถตรวจหาเชื้อแบบ RT-PCR ได้อย่างครอบคลุม รัฐบาลจึงมีนโยบายจัดหา ATK จำนวน 8.5 ล้านชิ้น และไม่เคยมีข้อสั่งการให้ซื้อชุดตรวจ ATK ที่ผ่านการรับรองโดยองค์การอนามัยโลก (WHO) ในการประชุม ศบค. เนื่องจากในขณะนั้น ยังไม่มีชุดตรวจยี่ห้อใดผ่านการรับรองมีแต่ที่บุคลากรทางการแพทย์ใช้เฉพาะเท่านั้น

ส่วน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขชี้แจงในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรถึง การจัดซื้อชุดตรวจ ATK จำนวน 8.5 ล้านชุดนั้น เป็นไปตามที่คณะกรรมการ EOC ของกระทรวงสาธารณสุขได้อนุมัติให้มีการใช้ ATK เพื่อให้สามารถหาผู้ติดเชื้อได้เร็วมากขึ้น ทั้งแบบ Professional Use / Home Use มี สปสช. เป็นผู้สนับสนุนงบประมาณ 

อย่างไรก็ตาม สปสช. ไม่สามารถสั่งซื้อชุดตรวจ ATK จำนวน 8.5 ล้านชุดเองได้ เนื่องจากมีข้อกฎหมายที่ห้ามสั่งซื้อ จึงใช้กระบวนการสั่งซื้อผ่านกระทรวงสาธารณสุขที่มอบหมายให้องค์การเภสัชกรรมเป็นคนจัดซื้อ

ซึ่ง ATK เป็นเวชภัณฑ์ เครื่องมือแพทย์ เมื่อผ่านการรับรองขององค์การอาหารและยาแล้ว ก็จะสามารถใช้ได้เลย และการจัดซื้อเวชภัณฑ์ของรัฐไม่มีข้อกำหนดใดที่ระบุว่าจะต้องผ่านการรับรองโดยองค์การอนามัยโลก (WHO) ในการเปิดให้มีสิทธิเข้าประมูล มีผู้เข้าประมูลถึง 17 ราย

และผู้ประมูลผ่าน อย. ทุกราย ผู้ที่ได้รับการทำสัญญาคือผู้ที่ประมูลราคาต่ำสุด โดยราคาขึ้นอยู่กับจำนวนในการสั่งซื้อ ซึ่งในที่ประชุม ศบค. ข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี คือ เน้นให้มีการจัดซื้อชุดตรวจ ATK ยึดหลักโปร่งใส ยุติธรรม ตรวจสอบได้

โฆษกรัฐบาล กล่าวอีกว่า ทาง สปสช. ได้เตรียมพร้อมกระจายชุดตรวจโควิด ATK 8.5 ล้านชุด สำหรับประชาชนกลุ่มเสี่ยงทั่วประเทศ และได้ร่วมกับธนาคารกรุงไทยบริการประเมินความเสี่ยงโควิด-19 บนแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ก่อนรับชุดตรวจ ATK สำหรับผู้ไม่มีมือถือสมาร์ทโฟน ในชุมชนพื้นที่สีแดงใน กทม. กรุงเทพมหานครได้กำหนดไว้ 2,000 ชุมชน จะกระจายผ่านทางผู้นำชุมชน และอาสาสมัครสาธารณสุข

พื้นที่ กทม. มีชุมชนจำนวน 2,000 ชุมชน กำหนดแจก ATK ชุมชนละ 1,008 ชุด รวมจำนวน 2 ล้านชุดผ่านศูนย์บริการสาธารณสุข (ศบส.) สำนักอนามัย กทม. ทีมแพทย์อาสาวินิจฉัย และให้อาสาสมัครสาธารณสุข (อสส.) ผู้นำชุมชน ในส่วนประชาชนกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่อื่นทั่วไป จะกระจายผ่านหน่วยบริการในพื้นที่ ร้านยา คลินิกเวชกรรม และคลินิกพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการ ด้วยระบบ VMI ขององค์การเภสัชกรรมเท่านั้น

และหากเกิดการแพร่ระบาดมากขึ้น จะจัดส่งชุดตรวจ ATK ทางไปรษณีย์ เพื่อลดการเดินทางและแพร่กระจายเชื้อต่อไป

“ธรรมนัส” แจกฟรี ฟ้าทะลายโจร 1 ล้านต้นให้เกษตรกร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/481458

“ธรรมนัส” แจกฟรี ฟ้าทะลายโจร 1 ล้านต้นให้เกษตรกร

01 ก.ย. 2564

“ร้อยเอกธรรมนัส” เปิด Kick Off ฟ้าทะลายโจร 1 ล้านต้น สู่เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน ตั้งเป้าดันสมุนไพรไทยทุกชนิด สู่ภาคอุตสาหกรรมแปรรูป หวังสร้างอาชีพ สร้างรายได้เกษตรกร เผยคุยหลายประเทศเปิดตลาดรองรับแล้ว

วันที่ 1 ก.ย. 2564 ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน เปิดงาน “Kick Off ฟ้าทะลายโจร 1 ล้านต้น สู่เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน” ณ ศูนย์ส่งเสริม และขยายพันธุ์พืชในเขตปฏิรูปที่ดิน ตำบลพระยาบันลือ อำเภอลาดบัวหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

“ธรรมนัส” แจกฟรี  ฟ้าทะลายโจร 1 ล้านต้นให้เกษตรกร

ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวถึงความสำคัญของพืชสมุนไพรว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่เป็นปัญหาสำคัญเร่งด่วนของประเทศไทยในขณะนี้ รัฐบาลนำโดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีนโยบายให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบในทุกระดับและทุกมิติ

 และเล็งเห็นความสำคัญของการนำพืชสมุนไพรฟ้าทะลายโจรมาเป็นทางเลือกประโยชน์ในการรักษาโรค รวมถึงสนับสนุนให้มีการผลิตและสร้างมูลค่าเพิ่ม ซึ่งจะก่อให้เกิดรายได้ให้กับเกษตรกร

เพื่อให้แนวนโยบายดังกล่าวสามารถดำเนินการ ได้สำเร็จตามเป้าหมาย จึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายการบริหารจัดการพืชสมุนไพรฟ้าทะลายโจรและ พืชสมุนไพรอื่น และแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ตามที่ได้กำหนดไว้ วัตถุประสงค์มุ่งเน้นการพัฒนา สมุนไพรไทยทั้งระบบ เพื่อให้เกิดความมั่นคงทางด้านสุขภาพและความยั่งยืนทางด้านเศรษฐกิจ

สำหรับการจัดงาน “Kick Off ฟ้าทะลายโจร 1 ล้านต้น สู่เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน” ในวันนี้นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่มีความสำคัญยิ่ง โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินที่จะได้รับต้นฟ้าทะลายโจรเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ท่ามกลางการระบาด ของโรคโควิด-19 และเป็นการเตรียมการของเกษตรกรและเครือข่ายเพื่อยกระดับการพัฒนาฟ้าทะลายโจรสู่ ภาคอุตสาหกรรมต่อไป

“ธรรมนัส” แจกฟรี  ฟ้าทะลายโจร 1 ล้านต้นให้เกษตรกร

ซึ่งจะต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะกลไกของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงพาณิชย์ ภาคอุตสาหกรรม รวมถึงเครือข่ายเกษตรกร และสถาบันเกษตรกร

ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวย้ำว่า การขับเคลื่อนปลูกพืชสมุนไพรฟ้าทะลายโจร ถือ เป็นภาระสำคัญและเป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งรัฐบาลโดยคณะรัฐมนตรึได้มีมติขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบ ด้วยการตั้งคณะกรรมการนโยบายการบริหารจัดการพืชสมุนไพรฟ้าทะลายโจรและพืชสมุนไพรอื่น โดยมี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน

“ธรรมนัส” แจกฟรี  ฟ้าทะลายโจร 1 ล้านต้นให้เกษตรกร

พร้อมทั้งมีรัฐมนตรีกระทรวงต่างๆที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นกรรมการ ตนในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายให้รณรงค์ปลูกพืชสมุนไพร ซึ่งประเทศไทยมีหลายชนิด ขณะที่การแพทย์แผนไทยอยู่กับคนไทยมายาวนาน และภาคการเกษตรเป็นอาชีพที่มีความสำคัญของคนไทย 

“วันนี้เราอย่ามองแค่การผลิต เราต้องมองตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ ต้องผลันไปสู่ภาคอุตสาหกรรมการแปรรูปพืชสมุนไพร โดยตนได้คุยกับหลายประเทศ รองรับตลาดไว้แล้ว”ร้อยเอกธรรมนัสกล่าว

“วันนี้บ้านเมืองเกิดวิกฤตโรคระบาด ซึ่งไมรู้อีกนานแค่ไหน เราต้องปลุกกระแสคนไทยเอาของดีที่มีอยู่เข้ามาเป็นทางเลือกในการรักษาลักษณะของแพทย์แผนไทย ผมได้ให้นโยบายไว้ เรื่องนี้ขอให้ขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม แบบบูรณาการิซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีความพร้อมทุกอย่าง หากขับเคลื่อนบูรณาการไปพร้อมกัน ก็จะสามารถช่วยเหลือเกษตรกรไทย ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศให้รอดพ้นวิกฤตไปได้”ร้อยเอกธรรมนัส กล่าว

ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวย้ำด้วยว่า นโยบายการปลูกพืชสมุนไพรขับเคลื่อนมาตั้งแต่ปี 2562 ในหลายพื้นที่จังหวัดที่มีเขตปฏิรูปที่ดิน แต่ยังไม่เป็นนโยบายของภาครัฐ ทั้งนี้เมื่อมีมติคณะรัฐมนตรี ขับเคลื่อนสมุนไพรขึ้นมา ถือเป็น ความหวังใหม่ให้เกษตรกรไทยยกระดับคุณภาพขีวิตสร้างรายเพิ่มขึ้นด้วย

ด้าน ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการ ส.ป.ก. กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้ อยู่ภายใต้โครงการ ขับเคลื่อนสมุนไพรฟ้าทะลายโจรต้านภัยโควิค-19 ในเขตปฏิรูปที่ดิน ตามนโยบายของร้อยเอก ธรรมนัส มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการเริ่มต้นโครงการอย่างเป็นทางการในการสนับสนุนฟ้าทะลายโจร แก่เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินทั่วประเทศ จำนวน 1,000,000 ต้น แก่เกษตรกร จำนวน 100,000 ราย โดยให้ เกษตรกรนำฟ้าทะลายโจรไปใช้ประโยชน์ในการดูแลสุขภาพ ในช่วงการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19  

พร้อมทั้ง สนับสนุนองค์ความรู้การปลูกและการใช้ประโยชน์ที่ถูกต้องแก่เกษตรกร ซึ่งมีเป้าหมายการแจกจ่ายฟ้าทะลายโจร ให้กับเกษตรกรให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคมนี้ ซึ่งวันนี้ได้ส่งมอบฟ้าทะลายโจรแก่ตัวแทนเกษตรกร จำนวน10 จังหวัดประกอบด้วยพระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี ฉะเชิงเทรา นครปฐม อ่างทอง ชัยนาท ลพบุรี สุพรรณบุรี สระบุรี และสิงห์บุรี รวมไปถึงอีก 62 จังหวัด ซึ่งจะส่งมอบ ณ ส.ป.ก. จังหวัด พร้อมกัน ทั่วประเทศ 

นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงนิทรรศการการขับเคลื่อนงานสมุนไพรในเขตปฏิรูปที่ดิน พร้อมพิธีลงนามบันทึก ข้อตกลงความร่วมมือเรื่องการพัฒนาสมุนไพรในเขตปฏิรูปที่ดิน ระหว่าง ส.ป.ก. กับ กรมพัฒนาที่ดิน (พด.) และ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก (พท.) อันจะเกิดความร่วมมือการทำงานร่วมกันต่อไปในอนาคต 

โดยความร่วมมือระหว่าง ส.ป.ก. กับ พด. เป็นการร่วมมือกันพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานปัจจัยการผลิตพืช

สมุนไพรในเขตปฏิรูปที่ดิน เพื่อให้เกษตรกรสามารถผลิตพืชสมุนไพรได้อย่างครบวงจรและมีประสิทธิภาพ มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับ ทั้งประเภทยา อาหาร อาหารเสริม เวชสำอาง และสินค้าบริการต่าง ๆ ให้เป็นที่ยอมรับ การส่งเสริมให้เกษตรกร เป็นผู้ประกอบการสมุนไพร สามารถบริหารจัดการสมุนไพร เชื่อมโยงผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ

ทั้งนี้ “การมอบต้นกล้าฟ้าทะลายโจรในวันนี้ นอกจากจะเป็นการขยายพันธุ์ไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ของ ส.ป.ก. ทั่วประเทศแล้ว ยังมุ่งหวังให้เป็นแหล่งปลูกพืชสมุนไพรที่ใหญ่และมีคุณภาพที่สุดในประเทศได้ในอนาคต และหาก นับเวลาไปอีก 3 เดือนข้างหน้า ต้นกล้าเหล่านี้ก็จะเติบโตพร้อมนำไปจำหน่ายหรือแปรรูป ซึ่งเปรียบเสมือน ของขวัญปีใหม่ให้กับพี่น้องเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน สามารถสร้างรายได้และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี อยู่ในพื้นที่ ส.ป.ก. ได้อย่างยั่งยืนต่อไป

นายกฯ ซัดฝ่ายค้าน อย่า “ฉวยโอกาส” เรื่องจีดีพี ช่วงโควิดไม่มีประเทศใดสูง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/481434

นายกฯ ซัดฝ่ายค้าน อย่า”ฉวยโอกาส”เรื่องจีดีพี ช่วงโควิดไม่มีประเทศใดสูง

01 ก.ย. 2564

นายกฯ ซัดฝ่ายค้าน อย่า “ฉวยโอกาส”เรื่องจีดีพี ช่วงโควิด ไม่มีประเทศใดจีดีพีสูง แนะนำอะไรมาขอให้ช่วยด้วย อย่าทำให้คนแตกแยก 2ฝ่าย ชี้ไม่สมควรที่มี ส.ส.บางคนไปอยู่เบื้องหลังม็อบ

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมชี้แจงว่า ยืนยันทำเพื่อประเทศมาตลอด แต่ฝ่ายค้านไม่ยอมมองแง่ดี ๆ เลย ขอให้ความเป็นธรรมด้วย

การเปิดประเทศ 120 วันนั้น เริ่มเปิดไปแล้วที่จ.ภูเก็ต และจะขยายไปที่อื่น  ๆ  ไม่ต้องการให้ทุกคนขาดความเชื่อมั่น ทุกอย่างต้องเดินหน้า ได้เจรจาความพร้อมด้านท่องเที่ยวกับต่างประเทศและแก้กฎหมายต่าง ๆ ถ้ายังทำไม่ได้ ก็เปิดเป็นเซกเตอร์ไปก่อน ถ้ายังมีโรคระบาดอยู่ จำนวนนักท่องเที่ยวย่อมน้อยเป็นปกติ

ส่วนเรื่องจีดีพีนั้น อย่าฉวยโอกาส ช่วงโควิดไม่มีประเทศใดมีจีดีพีสูงแล้วมาเปรียบเทียบประเทศไทยไม่มีอะไรดีเลย ตนลดดอกเบี้ย ขยายเวลาชำระหนี้ 

ถ้าคิดว่าเก่งจริงทำไมไม่ทำให้จบในรัฐบาลท่านหรือเรื่องซอล์ฟโลน
อาจต้องใช้เวลาแก้ไข เพราะสั่งสมมานาน ไม่ใช่มาหาเสียง แต่นี่คือเวทีช่วยแก้ปัญหา ตนฟังทุกฝ่าย แต่ไม่เคยเรียกใครไปที่บ้าน ไม่เคยมีแขกไปที่บ้าน10 กว่าปีแล้ว  ตนไม่เคยไปเที่ยว นอกจากไปทำงานกับทำเนียบรัฐบาล

แต่ฟังที่ฝ่ายค้านพูดแล้วอเนจอนาถใจ ข้อมูลบิดเบือน ไม่มีข้อเท็จจริง อย่างเรื่องต่างประเทศดำเนินนโยบายอย่างสมดุลระหว่างทุกมหาอำนาจ จะหาว่าตนไปเป็นเมืองขึ้นใคร เราไม่เคยเป็นเมืองขึ้นใคร พูดแบบนี้เสียเกียรติภูมิประเทศ  ในเวทีต่างประเทศ ตนไม่เคยน้อยหน้าใครในศักดิ์ศรีของประเทศ ได้รับการตอบรับจากผู้นำหลายประเทศ หลายคนพยายามบ่อนทำลายความเข้มแข็งลักษณะนี้

พลเอกประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ฝ่ายค้านแนะนำอะไรมา ขอให้ช่วยด้วย อย่าทำให้คนแตกแยก 2ฝ่ายจะไม่เกิดความร่วมมือ เรื่องการชุมนุมก็บอกว่าถูกต้องตามกฎหมาย ถ้าถูกจริง ใครจะไปทำอะไรได้ เห็นว่าไม่สมควรเลยที่มี ส.ส. บางคนไปอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้

ตนก็กลัวกฎหมาย กลัวการทุจริต เพราะมีตัวอย่างถูกลงโทษให้เห็นเรื่องการหนีคดี ไม่ต้องมาขู่ ตนเคารพกระบวนการยุติธรรม อย่าขู่บ่อยนัก อย่าบอกรัฐบาลไม่ฟังเสียงประชาชน แต่ต้องหาวิธีเหมาะสมดำเนินการ ไม่ใช่ขออะไรมาได้หมด ตนมีมาตรการผ่อนคลายให้ตลอด หลายอย่างอย่าให้ดราม่ามากนัก เอาข้อมูลโชเซียลมาพูด ต้องวิเคราะห์ข้อมูลให้ดี  

ขอให้เข้าใจการทำงานว่า รัฐบาลต้องทำงานแก้ปัญหาเดิมที่หมักมายาวนาน วันนี้มาเจอโควิด ก็ต้องแก้โควิดด้วย จะบอกไม่มีอนาคตได้อย่างไร อย่าทำลายความเชื่อมั่นไปหมด

ส่วนการกู้เงินเมื่อมีความจำเป็นก็ต้องกู้ แต่กู้มาแล้วทำให้เกิดเป็นเม็ดเงินกี่โครงการให้ไปดูเมื่อเทียบกับ6-7ปีที่แล้ว 7ปีเราทำโครงสร้างพื้นฐานทุกอย่าง ไม่ใช่คิดกู้แล้วจะไม่หาเงินมาผ่อนชำระ ตนต้องดูแลคนทั้งประเทศ อย่าฉวยโอกาสช่วงสถานการณ์วิกฤติในเรื่องขบวนการประชาธิปไตย

โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องการฟื้นตัวประเทศอาจช้าลง เพราะรายได้ประเทศส่วนใหญ่มาจากท่องเที่ยวที่ลดลงจากโควิด  แต่ประเทศอื่นก็มีโควิด มีการบาดเจ็บล้มตายมากว่าเราหรือไม่ ตนเสียใจและขอโทษ ถ้าทำอะไรให้ไม่พอใจ เป็นลูกผู้ชายพอ ไม่ใช่วิธีแยบยลมาบ่อนทำลายกัน

ผมนับถือหลายคนเป็นคนดี รักประเทศ แต่บางคนรักตัวเองมากกว่า
ขอให้เลิกซะที ขอให้นึกถึงประเทศ อย่าคิดจ้องทำลายกันทุกวัน อะไรที่รัฐบาลก่อนทำไว้ดี ผมก็พร้อมทำต่อ

ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี มั่นใจว่า ภายใน 4-5ปี ประเทศไทยจะเห็นหน้าเห็นหลังแน่นอน โครงสร้างต่าง ๆ ที่ทำไว้จะเห็นผล ส่วนเรื่องวัคซีนก็พร้อมฉีดให้ภายในปีนี้ และจะได้วัคซีนครบไม่อยากให้วัคซีนเป็นสินค้าที่เป็นข้อขัดแย้งทางการเมือง ด้อยค่าเขากันไปเรื่อย แล้ววันหน้าจะได้ไหมวัคซีน

วันนี้ทุกคนฉีดมาก็ปลอดภัย เราเอาเข้ามาหมด ต้องทำตามขั้นตอน มีให้ฉีดก็ด้อยค่า ให้ฉีดใหม่ก็หวาดระแวง  อย่าเอาโซเชียลมาสู้กับตน เอาข้อเท็จจริงมาสู้

สวนหมัด “อภิปรายไม่ไว้วางใจ” อย่าเอาโซเชียลมาสู้ ยัน 120 วัน “เปิดประเทศ” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/481432

สวนหมัด”อภิปรายไม่ไว้วางใจ”อย่าเอาโซเชียลมาสู้ ยัน120วัน”เปิดประเทศ”

01 ก.ย. 2564

นายกฯสวนกลับ “อภิปรายไม่ไว้วางใจ” รัฐบาลก่อนสร้างปัญหาอะไรไว้ต้องตามล้างตามเช็ด ยัน120วัน”เปิดประเทศ” อย่าเอาโซเชียลมาสู้ ต้องเอาข้อเท็จจริงมาสู้

เมื่อวันที่ 1 ก.ย.64  “การอภิปรายไม่ไว้วางใจ” 6 รัฐมนตรี ดำเนินการเข้าสู่วันที่สอง ซึ่งการอภิปรายในวันนี้ มีส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้านซึ่งส่วนใหญ่เป็นส.ส.หน้าใหม่สมัยแรกลุกขึ้นอภิปรายโจมตีการบริหารงานของพล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและคณะที่เป็นไปด้วยความบกพร่องล้มเหลว

ขณะที่นายกฯตอบโต้กลับประเด็นการบริหารวัคซีนผิดพลาด อย่าเอาโซเชียลมาสู้ ต้องสู้ด้วยข้อเท็จจริงและยืนยัน 120 วัน“เปิดประเทศ”

ผู้นำไร้กึ๋น ไม่ทันเทคโนโลยี พาชาติตกเป็นเมืองขึ้น

การอภิปรายในช่วงแรก พรรคฝ่ายค้านจัดให้ ส.ส.สมัยแรกจากพรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นอภิปรายหลายราย  อาทิ นายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ ส.ส.หนองคาย  นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ ส.ส.เลย และ นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ส.ส.เชียงใหม่ 

สวนหมัด"อภิปรายไม่ไว้วางใจ"อย่าเอาโซเชียลมาสู้ ยัน120วัน"เปิดประเทศ"

ส.ส.พรรคเพื่อไทย อภิปรายกล่าวหา การบริหารงานทางด้านเทคโนโลยีการสื่อสารที่ไม่มีประสิทธิภาพของรัฐบาลชุดนี้  โดยเฉพาะ ตัวผู้นำประเทศไม่มีความรู้ ไม่มีความสามารถก้าวไม่ทันโลกยุคใหม่  ต่างชาติไม่เชื่อมั่นเจรจาการค้าทำให้ตกเป็นเมืองขึ้น  รวมถึงการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและโควิด-19 มีการจัดทำแอพพลิเคชั่นรองรับมาตรการจ่ายเงินเยียวยาที่ไม่ทันสมัย รวมถึงระบบการจองฉีดวัคซีน ทำให้ประชาชนเกิดความสับสน  

ข่าวที่เกี่ยวข้อง 

นายกฤษฎา อภิปรายตอนหนึ่งว่า การบริหารราชการที่ผิดพลาดเป็นการซ้ำเติมภาคธุรกิจ เหมือนเหยียบหัวพวกเขาให้จมน้ำ ไม่สามารถอยู่รอดได้ในวิกฤตนี้ รัฐบาลไม่เข้าใจปัญหา บริหารจัดการไปคนละทิศทาง ปล่อยให้ประชาชนดิ้นรนหาทางออกเอง หาวัคซีนเอง หาทางกลับบ้าน หาโรงพยาบาลเอง วันที่เรามีผู้ติดเชื้อน้อยเหตุใดท่านไม่สั่งวัคซีน ไม่ดำเนินการมาตรการเด็ดขาด แต่เมื่อเกิดปัญหาแล้ว ท่านปล่อยให้แรงงานทั้งไทย และต่างด้าว อยู่ตามมีตามเกิด

วันนี้ตัวเลขผู้ติดเชื้อยังสูง แต่ท่านปลดล็อก ตอนนี้เป็นเวลาที่ถูกที่ควรหรือไม่ หรือคลายล็อกเพื่อต้องการลดความตึงเครียดการอภิปราย หากเป็นเช่นนั้น ท่านกำลังเอาวิกฤตมาเป็นโล่กำบังทางการเมือง ซึ่งผิดวิสัยชายชาติทหาร และผู้นำประเทศ

นายกฯโต้เข้ามาแก้ปัญหาของรัฐบาลที่แล้วทั้งนั้น 

สวนหมัด"อภิปรายไม่ไว้วางใจ"อย่าเอาโซเชียลมาสู้ ยัน120วัน"เปิดประเทศ"

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ลุกขึ้นชี้แจงต่อที่ประชุมสภาฯ ว่าท่านไม่เคยมองในแง่ดีเลย อยากให้เปรียบเทียบกับรัฐบาลที่ผ่านมา ต้องขอความเป็นธรรมรัฐบาลด้วย ที่มีการกล่าวหาว่าเป็นผู้นำไร้วิสัยทัศน์ไม่เคยมองโลกภายนอก ท่านคิดอยู่ฝ่ายเดียวตนไม่ว่าอะไร สุดแท้ว่าประชาชนเชื่อมั่นหรือเปล่าเพราะท่านใช้คำว่าประชาชนทั้งประเทศ  

สร้างความเชื่อมั่น 120 วัน เปิดประเทศ 

นายกฯ กล่าวว่า เรื่อง 120 วันเปิดประเทศ ไม่ต้องการให้ทุกคนขาดความเชื่อมั่นตรงนี้ วันนี้ได้เริ่มไปแล้ว ที่ภูเก็ต    แซนด์บ็อกซ์ และจะพิจารณาในพื้นที่ต่างๆหลังจากนี้ วันนี้เรากำลังเดินหน้าสู่ประเทศวิถีใหม่ มีการเตรียมความพร้อมทุกด้าน

กรณีจีดีพี ท่านฉวยโอกาสช่วงโควิด ไม่มีประเทศไหน จีดีพีสูงจนเปรียบเทียบได้ว่าเราไม่มีอะไรดีเลย อย่าลืมว่ารัฐบาลดูแลประชาชนไปเท่าไหร่  ต้องติดตามว่าเราช่วยเหลือ ลดดอกเบี้ยให้ประชาชนเป็นจำนวนเท่าไหร่ ที่ฝ่ายค้านบอกว่า ไม่เกิดประโยชน์ ลองถามประชาชนทั้งประเทศ  หลายท่านบอกกู้ซอฟท์โลนไม่ได้ รัฐบาลมีคณะกรรมการตรงนี้พิจารณา  ทั้งหนี้กยศ. ถ้าพูดมาว่า เสนอแนวทางแก้ปัญหาได้เก่งจริงน่าจะเสนอตั้งแต่รัฐบาลที่แล้ว 

“เรื่องค่าโง่ทางด่วน มันเกิดขึ้นจากรัฐบาลที่แล้วหลายอย่างแก้ได้ แต่กลับไม่แก้ต้องมาแก้ไขในรัฐบาลนี้” นายกฯกล่าวตอบโต้   

“ผมไม่อยากให้พูดแบบหาเสียง ที่นี่ไม่ใช่เวทีหาเสียง แต่เป็นเวทีแก้ปัญหา อยากให้พูดในการแก้ไขปัญหาหรือการกล่าว หาว่า มีคนมาพบผม ไม่มีแขกมาบ้านผมสิบกว่าปีมาแล้ว นอกจากทำงานไปกลับทำเนียบรัฐบาล และตรวจเยี่ยม นิสัยผมเป็นอย่างนั้น แต่ผมฟังจากที่ท่านพูด พูดผ่านสื่อนสพ. ทางสื่อโซเชียล อเนจอนาถใจ ที่พูดไม่เป็นไปตามข้อเท็จจริง เป็นการบิดเบือน” นายกฯ กล่าว  

ไทยไม่เคยตกเป็นเมืองขึ้น

นายกฯ ยังตอบโต้ข้อกล่าวหาการดำเนินนโยบายด้านต่างประเทศจนตกเป็นเมืองขึ้น ว่า เราดำเนินนโยบายอย่างสมดุล ที่กล่าวหาประเทศไทยตกเป็นเมืองขึ้น เป็นเมืองขึ้นใคร การพูดอย่างนี้เสียเกียรติภูมิประเทศไทย  ในเวทีต่างประเทศยืนยันว่าไม่น้อยหน้าไปกว่าประเทศอื่นในเรื่องของความเป็นศักดิ์ศรีประเทศ ซึ่งปีนี้เรากำลังจะเป็นประธานการประชุมเอเปคฯด้วย 

“ไม่มีใครอยากให้เป็นเมืองขึ้นและสำคัญประเทศไทย ไม่ใช่เมืองขึ้นเพราะมีระบอบประชาธิปไตยอยู่แล้ว นี่คือหลักการ แต่หลายคนพยายามบั่นทอนความเข้มแข็งตรงนี้ เถียงผมมาสิครับว่าไม่มี ” นายกฯ สอนเชิงฝ่ายค้าน 

ย้ำอีก 120 วันเปิดประเทศ

นายกฯกล่าวย้ำอีกว่า ในเรื่องการเปิดประเทศหากไม่สามารถเปิดพร้อมกันทั่วประเทศได้ เราก็จะพิจารณาเปิดเฉพาะพื้นที่ เพราะไม่ว่าจะเปิดเท่าไหร่ก็ตาม แต่ถ้าการแพร่ระบาดยังมีอยู่จำนวนนักท่องเที่ยวก็ต้องน้อยลงเป็นธรรมดา

แต่ประเด็นสำคัญคือ เป้าหมายที่เขาจะมา ถ้าสามารถดำเนินการได้ทั้งประเทศต้นทางและปลายทาง พยายามเจรจาแต่ละประเทศโดยตลอด วันนี้ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ถือว่ามีแนวโน้มนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น หลังจากนี้จะทยอยเปิดให้มากขึ้นขึ้นอยู่กับสถานโควิด-19ซึ่งเราต้องช่วยกัน

ตามล้างตามเช็ดปัญหารัฐบาลก่อน

“ส่วนเรื่องการชุมนุมวันนี้ เป็นการไม่สมควรเลยที่มีส.ส.ไปอยู่เบื้องหลังยืนยันว่า ผมก็กลัวกฎหมาย กลัวการทุจริต ไม่ต้องมาขู่เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม ผมเคารพตลอด อย่าบอกว่าผมไม่ฟังเสียงประชาชน ผมฟังทุกอย่างแต่ต้องหาวิธีการที่เหมาะสม ไม่ใช่ขออะไรมาแล้วฟังทุกอย่าง” นายกฯ กล่าว 

นายกฯ กล่าวว่า ขอให้เข้าใจว่าการแก้ปัญหาวันนี้ รัฐบาลต้องแก้ปัญหาเดิมๆ ที่หมักหมมมานาน วันนี้เมื่อเจอสถานการณ์โควิด-19 ก็ต้องแก้ไปด้วยและต้องมองไปถึงอนาคต

“เรื่องการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าว ท่านเคยช่วยไหมครับ สถานประกอบการอยู่ในพื้นที่ผิดกฎหมาย ทำไมรัฐบาลอื่นไม่ทำ อย่าเอาข้อมูลดรามา โซเชียลมาแสดง ท่านต้องแสดงสังเคราะห์ให้ดี ขอให้ประชาชนทางบ้านที่ติดตามรับชมรับฟังอยู่  วันนี้ รัฐบาลต้องแก้ปัญหาเดิมๆและวันนี้เจอโควิดก็ต้องแก้โควิดด้วย และต้องเตรียมตัวเรื่องอนาคตด้วย จะบอกไม่มีอนาคต แต่ก่อนมีหรือไม่” นายกฯ กล่าว 

“อะไรที่รัฐบาลทำไปมุ่งอนาคต ท่านทำลายไปหมด ท่านจะได้อะไร เวลาผ่านไปวันๆ ขัดแย้งกันตลอดเวลา  ต่างประเทศก็มองเราอยู่” นายกฯ กล่าว 

อย่าเอาโซเชียลมาสู้กับผม

นายกฯ ย้ำถึงการแก้ปัญหากระจายวัคซีนอีกครั้งว่า จะช้าเร็วมีปัญหาอยู่บ้าง แต่ปีนี้ยืนยันเราได้วัคซีนครบ ท่านต้องมองโลกมองอย่างเข้าใจ  ไม่อยากให้วัคซีนเป็นสินค้าขัดแย้งทางการเมือง

“วันนี้ไม่มีวัคซีนตัวไหนชัดเจน แต่เราเอาเข้ามาหมด ทุกอย่างทำเป็นขั้นตอนไม่ผลีผลาม มีให้ฉีดก็ด้อยค่าให้ฉีดใหม่ก็หวาดระแวง ผมฟังทุกวัน ทางโซเชียลจริงหรือเปล่า  อย่าเอาโซเชียลมาสู่กับผม เอาข้อเท็จจริงมาสู้กับผม” นายกฯ กล่าวทิ้งท้าย 

เปิดตัว “นวัตกรรมใหม่” ระบบดิจิทัล ตรวจโควิดครั้งแรกในไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/481423

เปิดตัว “นวัตกรรมใหม่” ระบบดิจิทัล ตรวจโควิดครั้งแรกในไทย

01 ก.ย. 2564

“นวัตกรรรมใหม่” เอพีเอ ไบโอเทคแคร์ จำกัด ผู้ถือสิทธิ์หนึ่งเดียวในประเทศไทย เซ็นสัญญาเป็นตัวแทนนำเข้าเครื่องตรวจโควิดดิจิทัลในขนาดพกพา ช่วยจำกัดวงจรการแพร่ระบาดและสร้างพื้นที่ปลอดเชื้อให้กับชุมชน

เอพีเอ ไบโอเทคแคร์ จำกัด ผู้ถือสิทธิ์หนึ่งเดียวในประเทศไทย เซ็นสัญญาเป็นตัวแทนนำเข้าเครื่องตรวจโควิดดิจิทัลในขนาดพกพา ช่วยจำกัดวงจรการแพร่ระบาดและสร้างพื้นที่ปลอดเชื้อให้กับชุมชน จากประเทศไต้หวัน การันตีด้วยรางวัลนวัตกรรมประสิทธิภาพมาตรฐานสากลด้วยการรองรับจาก CE-IVD และ EUA

เปิดตัว "นวัตกรรมใหม่" ระบบดิจิทัล ตรวจโควิดครั้งแรกในไทย
เปิดตัว "นวัตกรรมใหม่" ระบบดิจิทัล ตรวจโควิดครั้งแรกในไทย

นางสาวปุณยวีร์  รัตนภัทรพงศ์  ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอพีเอ ไบโอเทค แคร์ จำกัด ผู้นำด้านความเชี่ยวชาญในการนำเข้าสกินแคร์และเครื่องมือแพทย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2564 ที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ลงนามในสัญญาว่าด้วยการเป็นผู้แทนหนึ่งเดียว ณ ประเทศไทย ในการจัดจำหน่ายเครื่องตรวจคัดกรองโควิด-19 ระบบดิจิทัล PixoTest® POCT COVID-19 Antigen Testing

ที่มีคุณสมบัติ ในการสแกนตรวจจับผู้ป่วยติดเชื้อ บันทึกผลสุขภาพ พร้อมทั้งการแจ้งผลตรวจผ่านแอปพลิเคชั่น ซึ่งจะช่วยลดภาระ
งานของแพทย์และเอื้อต่อการตรวจวินิจฉัยโรค  เปรียบเป็นความหวังของคนไทยที่จะช่วยให้หลุดพ้นจากภาวะเศรษฐกิจหยุดนิ่งได้ไม่มากก็น้อย ตัวเครื่องได้มีการศึกษา

และปรับใช้กับประเทศที่มีการกลายพันธุ์ของโรคโควิด-19 มาแล้วหลายประเทศ ตอบโจทย์ชุมชน ภาคธุรกิจ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว รวมถึงระบบการศึกษาให้กลับมาเดินหน้าได้อีกครั้งอย่างมีนัยสำคัญ

จากบทความของ HARVARD T.H. CHAN School of Public Health ได้ระบุว่า สิ่งสำคัญที่จะช่วยหยุด การระบาดของโควิด-19 ได้ ควรมุ่งเน้นไปที่ความถี่ในการสุ่มตรวจ การคำนึงถึงข้อจำกัดในการวิเคราะห์ ผลควรเป็นเรื่องรอง  

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทยในปัจจุบัน จะพบว่ามีข้อจำกัด ไม่ว่าจะเป็นจำนวนบุคลากร ทางการแพทย์  การตรวจเชิงรุก การวางแผนจำกัดวงจรการแพร่ระบาดและการสร้างพื้นที่ปลอดเชื้อ เครื่อง PixoTest® POCT COVID-19 Antigen Testing ถือได้ว่าเป็นนวัตกรรมที่ตอบสนองต่อสถานการณ์ ปัจจุบันเป็นอย่างมาก

เพราะช่วยให้การคัดกรองผู้ติดเชื้อรายวันสามารถทำได้อย่างรวดเร็ว และเป็นการตรวจเชิงคุณภาพ ที่จะทำงานร่วมกับแอปพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน รองรับทั้งระบบ iOS และ Android  มาพร้อมระบบบันทึกข้อมูลด้านสุขภาพ

ไม่ว่าจะเป็นระบบการเก็บบันทึกการฉีดวัคซีน  ค่าออกซิเจน ประสิทธิภาพการหายใจและอื่น ๆ ที่จะช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัย การรักษาโดยอ้างอิงจากข้อมูลสุขภาพในอดีตได้ ส่งผลให้สามารถลดอัตราการยกระดับที่ผู้ติดเชื้อที่จะกลายเป็นผู้ป่วยเสี่ยง สูงได้เป็นอย่างดี อีกทั้งผู้ที่ปลอดเชื้อก็ยังสามารถมาทำงานและดำเนินชีวิตได้ปกติ

จึงสามารถกล่าวได้ว่าเครื่องตรวจ PixoTest เป็นอีกหนึ่งทางออกที่จะช่วยกระตุ้นให้เศรษฐกิจในประเทศได้พลิกฟื้นขึ้นอีกครั้ท่ามกลางสภาวะแพร่ระบาดของโรค โควิด-19  

ขณะนี้ PixoTest® POCT COVID-19 Antigen Testing อยู่ระหว่างดำเนินการยื่นขอขึ้นทะเบียนกับทางองค์การอาหารและยา และคาดว่าคนไทยจะได้ใช้นวัตกรรมดังกล่าวในเร็วๆ นี้

“ศรีสุวรรณ” แจ้งความเอาผิด “ณัฐวุฒิ-บก.ลายจุด-ลูกนัท” จัดคาร์ม็อบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/481413

“ศรีสุวรรณ” แจ้งความเอาผิด”ณัฐวุฒิ-บก.ลายจุด-ลูกนัท” จัดคาร์ม็อบ

01 ก.ย. 2564

“ศรีสุวรรณ” บุก สน.บางเขน แจ้งความเอาผิด”ณัฐวุฒิ-บก.ลายจุด-ลูกนัท ” แกนนำจัด “คาร์ม็อบคอลเอาท์” เข้าข่าย ผิดกกฎหมาย หลายกระทง

1 ก.ย. 2564    นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย นำหลักฐาน เข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางเขน กล่าวโทษนายณัฐวุฒิ  ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด และนายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย  ซึ่งร่วมกันจัดกิจกรรม คาร์ม็อบ คอลเอ้าท์ เมื่อวันที่ 29 ส.ค.64 ที่ผ่านมา โดยมีฐานความผิดหลายข้อหา อันก่อให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคง และความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง

"ศรีสุวรรณ"  แจ้งความเอาผิด"ณัฐวุฒิ-บก.ลายจุด-ลูกนัท" จัดคาร์ม็อบ

นายศรีสุวรรณ ระบุว่า  การนัดรวมตัวที่ถนนประเสริฐมนูญกิจ แยกเกษตร ก่อนที่จะเคลื่อนขบวนไปยัง จ.ปทุมธานี เป็นการกีดขวางทางสัญจรของประชาชน มีการปราศรัย ผ่านเครื่องขยายเสียง ซึ่งมีแนวร่วมส่งเสียง บีบแตรยานยนต์ ส่งเสียงโหวกเวก เป็นที่เบื่อหน่าย สร้างความเดือดร้อนรำคาญ และสร้างความเสียหายให้กับประชาชนและสาธารณะ เป็นพฤติการณ์ที่ไม่ยำเกรงกฎหมายบ้านเมือง ไม่มีสำนึกรับผิดชอบต่อความเดือดร้อนของผู้อื่น แต่กลับมาเป็นแกนนำสร้างความปั่นป่วนให้บ้านเมือง อันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายหลายฉบับ

"ศรีสุวรรณ"  แจ้งความเอาผิด"ณัฐวุฒิ-บก.ลายจุด-ลูกนัท" จัดคาร์ม็อบ

ทั้งนี้การกระทำดังกล่าว มีความผิดหลายกระทงด้วยกัน อาทิ ความผิดฐานฝ่าฝืน มาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 2548, ฝ่าฝืนประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคง(ฉบับที่ 9) ลงวันที่ 3 ส.ค.64, ฝ่าฝืน หรือการกระทำใดๆ ซึ่งอาจก่อสภาวะที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ที่เป็นเหตุให้เกิดโรคติดต่ออันตรายหรือโรคแพร่ระบาดออกไป ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อตาม ม.34(6) ของ พ.ร.บ.โรคติดต่อ 2558

นอกจากนั้นยังฝ่าฝืนประมวลกฎหมายอาญา ม.116, ม.215 ฐานมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป  หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด ให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง และเมื่อเจ้าพนักงานสั่งผู้ที่มั่วสุมให้เลิกไปแล้วไม่เลิก ตาม ม.216, ความผิดฐานกีดขวางการจราจร ตาม ม.43 ของพ.ร.บ.จราจรทางบก 2522, ความผิดฐานใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องขยายเสียงฯ 2493 และยังเป็นความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ในฐานะเป็นตัวการที่ร่วมกระทำความผิดกับบุคลลอื่นๆ ที่มาร่วมคาร์ม็อบคอลเอ้าท์ และความผิดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอีกหลายกระทงความ

สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย  จึงนำพยานหลักฐาน หลักฐานเข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางเขน เพื่อดำเนินการสอบสวนเอาผิดและดำเนินคดีตามกฎหมาย และส่งอัยการฟ้องศาลพิพากษาลงโทษขั้นสูงสุดอย่างเด็ดขาด เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อสังคมต่อไป นายศรีสุวรรณ กล่าวในที่สุด

นายกฯ แย้มเล็งลด-เลิก “เคอร์ฟิว” มอบผู้ประกอบการหารือ ศบค. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/481415

นายกฯ แย้มเล็งลด-เลิก “เคอร์ฟิว” มอบผู้ประกอบการหารือ ศบค.

01 ก.ย. 2564

นายกรัฐมนตรี แย้มเล็งลด-เลิก “เคอร์ฟิว” รับห่วงคนแห่เที่ยวผับบาร์-สถานบันเทิง มอบผู้ประกอบการหารือ ศบค. ขอมั่นใจรัฐจัดซื้อ ATK แจกฟรี 8.5 ล้านชุด

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางเข้าร่วมรับฟังการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันที่ 2 โดยกล่าวถึงการผ่อนคลายมาตรการในวันนี้เป็นวันแรกว่า ขอให้ทุกคนปฏิบัติตามมาตการต่างๆที่ออกมาอย่างเคร่งครัด ซึ่งหากดีขึ้นก็จะทำได้มากขึ้น

ส่วนการปรับลดหรือยกเลิกเวลาเคอร์ฟิวนั้น  กำลังพิจารณาแต่ให้ผ่านระยะนี้ไปก่อนเพื่อดูว่าตัวเลขจะมากขึ้นหรือไม่

แต่การเคลื่อนไหวกลางคืนส่วนใหญ่ก็จะไปสถานที่ท่องเที่ยวสถานบันเทิงซึ่งในส่วนนี้ยังเป็นปัญหาอยู่ ตนถึงบอกให้สมาคมที่รับผิดขอบหรือผู้ประกอบการกลางคืน ผับ บาร์ต้องพูดคุยกันผ่านช่องทางศบค.อยู่แล้ว เพื่อนำข้อมูลมาพิจารณาโดยให้สาธารณสุขและแพทย์ดูแล

ซึ่ง นายกฯ สั่งไม่ได้ ตัดสินใจไม่ได้ถ้าไม่ฟังสาธารณสุข เพราะหากผิดพลาดขึ้นมาก็ต้องรับผิดชอบ ซึ่งที่พูดในสภากันเรื่องเหล่านี้เหมือนยังไม่เข้าใจการบริหาร

พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า   ขณะที่ปัญหาการจัดซื้อชุดตรวจโควิด Antigen Test Kit (ATK) 8.5 ล้านชุดจะให้ความมั่นใจประชาชนได้อย่างไรนั้น ต้องถามมั่นใจว่า อย.หรือไม่ ที่ผ่านมาทำงานตรวจสอบยาและเวชภัณฑ์มาโดยตลอด ซึ่งATK นั้นมีหลายสิบบริษัท โดยอย. พิจารณาตรวจสอบแล้วและมีใช้ที่ต่างประเทศด้วย

อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาอาจมีความผิดพลาดด้านเอกสารถึงต้องมีการปรับใหม่ ซึ่งไม่ได้ปรับเพื่ออำนวยความสะดวกใครแต่สำคัญคือทำอย่างไรถึงจะได้คุณภาพที่ดีและมีราคาถูกที่สุด

ทั้งนี้ย้ำว่า ATK 8.5 ล้านชุดนี้รัฐบาลนำไปแจกจ่ายฟรี ในพื้นที่สีแดงเข้ม ส่วนอื่นๆบางคนมีทางเลือกมีเงินก็ซื้อได้ โดยขณะนี้กำลังให้พิจารณาค่าใช้จ่าย ATK ตามสิทธิ และขอให้เข้าใจทุกอย่างไม่ง่าย แต่นายกฯ พยายามแก้ตามลำดับ ซึ่งตนก็เสียใจและขอโทษหากทำให้ฟังคนไม่พอใจเพราะเสียใจกับการสูญเสียเพราะตัวเองก็เคยสูญเสียพ่อแม่

เมื่อถามว่ามั่นใจว่าขณะนี้ระบบสาธารณสุขยังรับมือได้ใช่หรือไม่ พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า ยืนยันว่ารับมือได้ ก่อนหน้านี้ต่างชาติก็มาท่องเที่ยวและเข้ามารักษาในประเทศไทยและมั่นใจในระบบสาธารณสุขของเรา

แต่วันนี้ต้องเข้าใจสถานการณ์ที่เป็นโรครุนแรงและรวดเร็วไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน จึงอาจทำให้ขีดความสามารถลดลงบ้าง แต่ก็พัฒนามาเรื่อยๆตามลำดับ ถ้าไม่มั่นใจระบบสาธารณสุขและคนของเรา นอกจากนี้ทำไมวันนี้ไม่ดูตัวเลขรักษาหายเท่าไหร่ ถ้าเอาแต่ตัวเลขคนป่วยคนตายไม่เป็นธรรม

ย้ำว่าวันก็ต่อไปจะดูให้ในเรื่องการเคอร์ฟิว ซึ่งการเคลื่อนไหวนั้นไม่สามารถไปห้ามได้ แต่อย่าลืมเป็นปัญหาต้องแก้ซ้ำ ตนไม่โยนความผิดให้ใคร แต่ขอความเป็นธรรมรัฐบาลและสาธารณสุขด้วย