“จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์” อัด ประยุทธ์ อยู่มา 8 ปี สร้างหนี้ไทยพุ่ง 9 ล้านล้านบาท #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/481414

“จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์” อัด ประยุทธ์ อยู่มา 8 ปี สร้างหนี้ไทยพุ่ง 9 ล้านล้านบาท

01 ก.ย. 2564

ส.ส.เชียงใหม่ อัด ประยุทธ์ เป็นผู้นำประเทศคนเดียวในโลก ที่ WFH ในสถานการณ์วิกฤต ยิ่งอยู่นานคนไทยยิ่งจนลง สิทธิประชาชนถูกลดทอน

วันที่ 1 กันยายน 2564 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.พรรคเพื่อไทย อภิปรายไม่ไว้วางใจ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม(รมว.กห.) โดยกล่าวว่า ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา เป็น 8 ปีแห่งความล้มเหลวพังพินาศของเศรษฐกิจไทย ทั้งสังคม การเมือง เศรษฐกิจและความเหลื่อมล้ำระหว่างคนรวยคนจน สิทธิประชาชนถูกลดทอน

โดยพุ่งเป้าไปที่การบริหารเศรษฐกิจที่ล้มเหลวของพลเอกประยุทธ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องเจอกับ การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 มีการปิดกิจกรรมกิจการ ตัวเลขการว่างานพุ่งสูง การลงทุนของต่างชาติในไทยลดลง แม้การส่งออกของไทยจะขยับตัวดีขึ้น แต่ไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกับประเทศอื่นทั่วโลกที่ฟื้นตัวได้อย่างดี เพราะการบริหารที่ไร้วิสัยทัศน์ ไม่มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางเศรษฐกิจของประเทศเพื่อรองรับการแข่งขันที่เปลี่ยนไป

ซึ่งนอกจากเศรษฐกิจที่พังพินาศความเหลื่อมล้ำและความขัดแย้ง ซึ่งพลเอกประยุทธ์ได้สร้างมรดกไว้ให้คนรุ่นต่อๆไปคือหนี้สาธารณะ , หนี้ครัวเรือน , และหนี้ในภาคการเงินการธนาคาร

ซึ่งตั้งแต่ที่พลเอกประยุทธ์เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีในปี 2557 จนถึงปัจจุบันข้อมูลล่าสุดเมื่อ เดือนมีนาคม 2564 ภาพรวมหนี้สาธารณะ พุ่งสูงถึง 9 ล้านล้านบาท และประชาชนและสาธารณะและไม่มีทุนเหมือนเจ้าสัวทุนขนาดใหญ่ ที่รวยขึ้น ซึ่งหนี้ครัวเรือนชี้ชัดว่ายิ่งพลเอกประยุทธ์อยู่นานคนไทยยิ่งจนลง

นายจุลพันธ์ ยังกล่าวอีกว่าพลเอกประยุทธ์คือผู้นำแห่งการโกหกหลอกลวง ตั้งแต่การเข้ามาและสัญญาว่าขอเวลาไม่นานเคยพูดว่าตัวเองไม่ใช่นักการเมืองกระทั่งมาถึงเรื่องโควิด-19 ที่โกหกประชาชนเรื่องการอยู่วัคซีนและสัญญาจะเปิดประเทศภายใน 120 วัน ซึ่งคนไทยบอบช้ำกับการโกหกบอกแล้วครั้งเล่าของพลเอกประยุทธ์

ในปัจจุบันคนตื่นรู้และลุกขึ้นมาขับไล่รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ซึ่งจะเป็นความร่วมสลายของรัฐราชการที่พลเอกประยุทธ์สร้างขึ้นมา การทำงานที่เต็มไปด้วยคณะกรรมการซ้อนคณะกรรมการไม่รู้กี่ 10 ชั้น และเป็นนายกรัฐมนตรีคนเดียวในโลก ที่เวิร์คฟอร์มโฮม(WFH)ในสถานการณ์วิกฤติ 

“ผมไม่เชื่อว่า พลเอกประยุทธ์ไม่ได้ยินเสียงก่นด่าขับไล่ 8 ปีที่ผ่านมาพิสูจน์แล้วว่าพลเอกประยุทธ์ไม่มีความรู้ ความสามารถ ในการบริหารประเทศ วันนี้จึงถึงเวลาเห็นการเปลี่ยนแปลง ขอสมาชิกทุกคนพกเอาความเชื่อใจ ประชาชนเลือกเข้ามาเป็นผู้แทน ร่วมกันเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีเพื่อรีสตาร์ทประเทศไทย” นายจุลพันธ์  อภิปรายฯ

นายจุลพันธ์  อภิปรายไม่ไว้วางใจ ในช่วงท้ายอีกว่าขอเป็นตัวแทนคนไทยทั้งประเทศ ไม่ไว้วางใจให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีอีกต่อไป พร้อมยกมือตะโกน “ประยุทธ์ออกไป”

นายกฯ ยัน ไม่มี “ปรับ ครม.” ตอนนี้ ยุบสภา ไม่มีในหัวสมอง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/481406

นายกฯ ยัน ไม่มี”ปรับ ครม.”ตอนนี้ ยุบสภา ไม่มีในหัวสมอง

01 ก.ย. 2564

นายกฯ ขู่ คนแอบอ้างเบื้องสูง ระวังตัวไว้ ลั่น ตนเข้าเฝ้าถวายข้อราชการเพียงคนเดียว ยัน ไม่มี “ปรับ ครม. “ตอนนี้ ส่วนเรื่องยุบสภาไม่มีในหัวสมอง ฉุดกระแสเปลี่ยนแปลงไม่เอานายกฯ ใครเชื่อก็โง่เต็มที่

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี ว่า ตนขอยืนยันตรงนี้ยังไม่มีการปรับคณะรัฐมนตรีตอนนี้

และตนยังไม่มีการยุบสภาในตอนนี้ ยังไม่มีอยู่ในหัวสมองตน ใครที่ออกมาพูดลักษณะนี้ขอให้ระวังตัวไว้ด้วย เพื่อสร้างความตระหนักในการอภิปรายอะไรก็แล้วแต่ เพราะตนติดตามข่าวจากสื่อมาตลอด ถ้ามีคนทำเช่นนั้นจริงตนคิดว่า เป็นคนใช้ไม่ได้

ส่วนได้มีการพูดคุยกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ แล้วหรือไม่ นายกรัฐมนตรีระบุว่า ได้มีการพูดคุยกันแล้ว ซึ่งเป็นพลเอกประวิตร ยืนยันว่า ไม่มีปัญหาอะไร คุยกันภายในพรรคเรียบร้อยแล้ว แต่ยังมีการปล่อยข่าวพวกนี้ออกมา ตนและพลเอกประวิตร ก็ไม่สบายใจ

ส่วนแรงกระเพื่อมในพรรคพลังประชารัฐ ที่เป็นแกนนำรัฐบาล จะเป็นปัญหาอะไรหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตนไม่ได้มองว่าพรรคใดจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่ตนคิดว่าสมาชิกทุกคนต้องเข้มแข็ง ยึดมั่นในข้อเท็จจริง หากใครจะกล่าวอะไรทั้งหมด ก็ขออย่าไปเชื่อ ถ้าสงสัยถามนายกฯได้ทุกคน นายกฯอาจจะห่างเขาบ้างเนื่องจากทำงานคนละบทบาท

แต่ผมยินดีให้คำปรึกษา ตนก็เน้นย้ำมาโดยตลอดว่าการทำงานอะไรเกี่ยวกับงบประมาณต้องให้โปร่งใสและถึงมือประชาชนอย่างแท้จริง ส่วนเรื่องที่จะมีใครไปทุจริตนั้น ก็ต้องไปสอบตามกระบวนการ ขอให้ช่วยกันดูไม่ว่าพรรคใดก็ตาม ผิดมาตนก็ไม่ไหว เพราะช่วยไม่ได้ เพราะต้องยืนยันไปแล้วว่าจะต้องไม่ทุจริต

ขณะที่ตอนนี้มีข่าวอยู่ 2-3 เรื่อง 1. คือการโหวตล้มนายกฯ ถ้ามันจริงตนถือว่าไม่เป็นสุภาพบุรุษ เพราะเวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะทำอย่างนั้น ทำไปเพื่ออะไร ตนเข้ามาตนก็ทำงาน 100%ในทุกเรื่อง เพราะฉะนั้นการที่จะไปรวมคะแนนเสียงโหวต ซึ่งจริงหรือไม่จริงตนไม่ทราบ แต่ถือว่าไม่ใช่สุภาพบุรุษ ถ้าทำแบบนั้น

ส่วนเรื่องที่ 2 อาจปล่อยข่าวว่า ตนนั้นจะยุบสภาทุกคนก็ตื่นตระหนกกันไปหมด หรือไม่ให้นายกฯมีอำนาจยุบสภาฯดีกว่า พูดอย่างนี้ก็ได้ใช่หรือเปล่า และ 3 มีการแอบอ้างหรือไม่ ตนยืนยันว่าเป็นการแอบอ้างทั้งสิ้น 

ส่วนเมื่อถามย้ำว่า ได้พูดคุยกับพลเอกประวิตรหรือไม่ว่ามาบีบตนทำไม นายกรัฐมนตรีระบุว่าตนไม่ได้ถามอย่างนั้น แต่ผมถามว่ามีข่าวอย่างนี้จริงหรือไม่ว่าไปอ้างแล้วพูดกันเรื่อยเปื่อย 

ด้านพลเอกประวิตร ให้ความมั่นใจต่อนายกรัฐมนตรีได้หรือไม่นั้น พลเอกประวิตร ยืนยันมากับตนโดยตลอด และตนก็คุยกับพลเอกประวิตรตั้งแต่มีกระแสข่าวมาโดยตลอด พลเอกประวิตร ก็บอกว่า เดี๋ยวจะสอบให้ สืบให้ เมื่อสอบมาก็ได้มารายงานตน ว่าเป็นเรื่องที่ไม่ดีอาจจะหลบหู หลบตาอะไรหรือเปล่าก็ไม่รู้

วันนี้ตนก็ต้องตามหมด ว่าพรรคร่วมรัฐบาลมีด้วยหรือไม่ ซึ่งหัวหน้าพรรคก็จะช่วยกัน พร้อมยืนยันว่าจะไม่มีการยุบสภา เรากำลังทำงานหนักอยู่ งานสำคัญอยู่แล้วจะยุบสภาไปทำไมจะยุบได้อย่างไร 

ส่วนกรณีการแอบอ้างมีการเปลี่ยนตัว แอบอ้างเบื้องสูง   นายกฯรัฐมนตรี ระบุว่า ถือเป็นความผิดร้ายแรง ผมคนเดียวเท่านั้น ที่ได้มีโอกาสถวายข้อราชการคนอื่นไม่มี โอเคไหมชัดเจนไหม 

เมื่อถามถึงกรณีพลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก็โดน พรรคพลังประชารัฐทวงคืนเก้าอี้เป็นโควตาของพรรค พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า เอาไปทำอะไร เอาไปทำเพื่อเกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศชาติหรือเปล่า ส่วนจะมีการเปลี่ยนตำแหน่งมท. 1 หรือไม่ ตนได้พูดไปเมื่อสักครู่แล้ว 

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า จะอยู่ครบเทอมกับพรรคร่วมรัฐบาลโดยระบุว่า ตนได้บอกกับหัวหน้าพรรค 3-4 พรรค ว่าเราต้องอยู่กันไปให้ได้ก่อนในช่วงวันหน้าเป็นเรื่องของวันหน้า เรื่องเลือกตั้งก็อีกเรื่องหนึ่ง วันนี้ตนไม่ทราบว่ามีจริงหรือเปล่า มีกระบวนการเหล่านี้เกิดขึ้นจริงหรือไม่ แต่ตนก็ขอร้องตรงนี้ ว่าการทำอะไรที่ไม่ถูกต้อง ทำสิ่งที่ไม่ดี มันก็เป็นเรื่องของกรรม อันนั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง วันหน้าถ้าผมดูแล้วมันใช่มันจริงแล้วผมจะทำอะไรได้บ้าง

ส่วนได้มีการหารือกับพรรคเล็กแล้วหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ตนไม่ได้คุยโดยตรง ก็มีคนคุยด้วยซึ่งพรรคเล็กพรรคน้อยก็คุยกับหัวหน้าพรรค ทั้ง 3 พรรคเขาคุยกันหมด ตนก็ขอบคุณพรรคเล็กไม่ใช่ไม่ให้ความสำคัญ อย่าคิดว่าการทำงานร่วมกับรัฐบาล ประเด็นหลักคือเรื่องงบประมาณ ถ้าอย่างนี้กลับไปที่เดิมหมด

อันไหนที่ควรได้ก็ควรได้ อันไหนที่ควรให้ก็ให้ โดยการพิจารณาของข้าราชการ ไม่ใช่เขียนอะไรมาก็ได้ พอไม่ได้ก็ไม่พอใจ ได้น้อยก็ไม่ชอบ ซึ่งตนไม่ต้องการให้กลับไปที่เดิม วันนี้ก็เห็นสิ่งต่าง ๆ ที่มีการพัฒนามามากพอสมควร ในเกือบทุกจังหวัด ซึ่งได้ทุกจังหวัดมากน้อยต่างกันเท่านั้น

แต่ต้องทำข้อมูลโครงการให้ถูกต้องตามระเบียบ ตามที่ให้ได้ ถ้าให้ไปส่งเดช แล้วติดคุกทีหลัง จะว่าอย่างไรใครจะยอม ตนก็ไม่ยอม เรื่องว่าตนทุจริต ก็ไปตรวจสอบมาแล้วกัน บางทีก็พูดเอาสนุกเอามันกันในสภา ผมคิดว่าประชาชนเข้าใจมากขึ้น เราจะเดินการเมืองกันแบบเดิมไม่ได้แล้ว

นี่คือการปฏิรูปการเมือง ซึ่งต้องเริ่มโดย ส.ส. ทุกคน ในเมื่ออาสาสมัครเข้ามาทำงานการเมือง ก็ต้องทำงานตามที่ประชาชนเขาไว้ใจมาและท่านก็เป็น ส.ส.และรัฐมนตรีของคนทั้งประเทศไม่ใช่เฉพาะพื้นที่ของท่าน การเมืองแบบเดิมไม่น่าจะเกิดขึ้นอีกแล้ว ต้องทำการเมืองแบบใหม่ที่ทุกคนพูดคุยกันหารือกัน ช่วยกันทำโครงการไปจนถึงคนในพื้นที่ของตนเองและพื้นที่อื่น ๆ ไม่ใช่แค่เฉพาะพื้นที่ของตนเอง

ขณะที่การเคลื่อนไหวนอกสภาที่พยายามจะบีบมายังรัฐบาล นายกรัฐมนตรี ระบุว่าตนพูดไปแล้วว่ามีเหตุผลอะไรไปอ้าง มีข่าวว่านายกฯจะยุบสภา ต้องทำให้นายกฯไม่สามารถยุบสภาฯได้ เอานายกฯออกตอนนี้ ที่มีข่าวมา อันที่ 2 มีเปลี่ยนแปลงมา ไม่เอานายกฯแล้ว อะไรแบบนี้ เรื่องแบบนี้อย่าไปฟังเลย ใครเชื่อก็โง่แหละ โง่จริงๆ

ส่วนเมื่อคืนนี้ได้สวดมนต์แล้วหรือไม่ นายกรัฐมนตรีระบุว่าตนได้สวดมนต์ทุกวัน มีคนบอกว่าตนสวดมนต์แล้วเอาเจ้าอาวาสมาเป็นนายกรัฐมนตรีดีกว่า นายกฯจะตามใจได้หรือไม่

Live! 1 ก.ย. 2564 ถ่ายทอดสด ชมสดอภิปรายไม่ไว้วางใจ 2564 จับตาศึกซักฟอก 6 รมต. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/481231

Live! 1 ก.ย. 2564 ถ่ายทอดสด ชมสดอภิปรายไม่ไว้วางใจ 2564 จับตาศึกซักฟอก 6รมต.

01 ก.ย. 2564

การเมืองเข้าสู่โหมดร้อนแรงการตรวจสอบการทำงานรัฐบาลอีกครั้ง เมื่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาญัตติ “อภิปรายไม่ไว้วางใจ นายกรัฐมนตรีและ 5 รมต. ระหว่างวันที่ 31 ส.ค. – 4 ก.ย. 64

ติดตามการถ่ายทอดสดอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ที่นี่ …. โดยกำหนดการมีดังนี้ 

31 สิงหาคม -2 กันยายน 
เริ่มประชุมตั้งแต่เวลา 09.00 น.-00.30 น 

วันที่ 3 กันยายน
ประชุมตั้งแต่เวลา 09.00 น.-21.00 น.

วันที่ 4 กันยายน
ลงมติ เวลา 10.00 น.

ระยะเวลาในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

รวมเวลาทั้งหมด  58.30  ชั่วโมง 
ฝ่ายค้านขอเวลาอภิปราย  40 ชั่ วโมง 
ฝ่ายรัฐบาลและ ครม.ชี้แจง 18.30  ชั่วโมง

รายชื่อครม.ที่อยู่ในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ 

  • พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม
  • นายอนุทิน ชายวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข
  • นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน
  • นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม 
  • นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ 
  • นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

ลิงค์ถ่ายทอดสด

สุพิศาล จัดหนัก นายกฯ ทำให้ตำรวจกลายเป็น “ผู้พิทักษ์ทรราช” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/481370

สุพิศาล จัดหนัก นายกฯ ทำให้ตำรวจกลายเป็น “ผู้พิทักษ์ทรราช”

01 ก.ย. 2564

สุพิศาล จัดหนัก นายกฯ ทำให้ตำรวจกลายเป็น “ผู้พิทักษ์ทรราช” ใช้คำสั่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อย่างอำมหิตมาปราบปรามประชาชน คุมสื่อที่วิจารณ์ เพื่อปกป้องตัวเอง

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายไม่ไว้วางใจ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพราะไร้จิตสำนึก ไร้ความรับผิดชอบ ไร้จริยธรรม ไร้ความสามารถที่จะเป็นหัวหน้ารัฐบาลหรือผู้นำประเทศ

บริหารประเทศผิดพลาดบกพร่องเสียหายร้ายแรงทุกด้าน ใช้อำนาจตามอำเภอใจ จงใจใช้อำนาจขัดรัฐธรรมนูญและกฎหมาย จนมีลักษณะท้าความตาย ค้าความตายทรยศต่อความไว้วางใจประชาชน ไม่เห็นใจในความทุกข์ร้อนของประชาชนจากความโอหังและเสพติดอำนาจ

เมื่อประชาชนออกมาวิพากษ์วิจารณ์ก็ใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือข่มขู่ประชาชน และลิดรอนสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน ใช้อำนาจปราบปรามประชาชนที่ออกมาชุมนุมอย่างรุนแรงเกินสมควรแก่เหตุ ตามนิสัยความถนัดของตนเอง

จนกล่าวได้ว่าประเทศกำลังขับเคลื่อนไปด้วยความขัดแค้นเกลียดชัง ละเมิดกฎหมาย ตั้งแต่ฉีกรัฐธรรมนูญฉบับที่แล้ว ยึดอำนาจ ใช้กฎหมายเป็นเครื่องมืออย่างผิด ๆ ในการปราบปรามประชาชนมาจนถึงวันนี้

ทั้งนี้ ตนยอมรับไม่ได้ที่พลเอก ประยุทธ์ กำลังทำให้องค์กรตำรวจเปลี่ยนจากผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ กลายเป็นผู้พิทักษ์ทรราช ให้ตำรวจกลายเป็นกลไกปราบปรามประชาชนเพื่อรับใช้ระบบปรสิต ที่คอยสูบเลือดสูบเนื้อจากเจ้าของประเทศ และฉวยโอกาสในการสร้างสถานการณ์โรคระบาดโควิด ประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563 จนบัดนี้กว่า 16 เดือนแล้ว

นอกจากนี้ 15 ต.ค.2563 พลเอก ประยุทธ์ ได้ยกระดับการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินปกติ ให้เป็นสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง เพื่อให้ตัวเองมีอำนาจมากขึ้น โดยอ้างเรื่องขบวนเสด็จ

ซึ่งเรื่องนี้พรรคก้าวไกลเคยยื่นญัตติด่วนต่อสภาขอให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาข้อเท็จในข้อบกพร่องการกำหนดเส้นทางเสด็จและถวายความปลอดภัยไปตั้งแต่  2 พฤศจิกายน 2563 แต่จนบัดนี้ยังไม่มีการนำญัตติดังกล่าวเข้าสู่สภาเพื่อพิจารณา

อย่างไรก็ตาม มองว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อแก้วิกฤติโรคระบาด แต่ถูกออกแบบมาใช้ในสถานการณ์จังหวัดใช้แดนภาคใต้ ตั้งแต่ปี 2548 โดยตั้งแต่มีการบังคับใช้กฎหมายนี้ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์มาตลอด เปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ละเมิดสิทธิมนุษย
ชนอย่างร้ายแรง ยิ่งสร้างความขัดแย้งมากขึ้น

พรรคก้าวไกลจึงคัดค้านและเตือนพลเอก ประยุทธ์ ว่าต้องใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน สำหรับการควบคุมด้านสาธารณสุขเท่านั้น ไม่ใช่เอามาเป็นเครื่องมือทางการเมืองในการปราบปรามประชาชน

ถือว่าล้มเหลวทุกด้านในการใช้กฎหมายฉุกเฉินแก้โควิด แต่เอามาปราบประชาชนเกินสมควรแก่เหตุ และควบคุมสื่อที่วิจารณ์รัฐบาล จนกลายเป็นเกราะกำบังให้ไม่ต้องรับผิดชอบกฎหมาย เหมือนกับที่เคยล้อมปราบประชาชนเมื่อปี 2553

พลตำรวจตรีสุพิศาล ยังกล่าวอีกว่า ตนเป็นตำรวจทั้งชีวิตเกษียณมาเป็นปีที่ 7 แล้ว ไม่เคยเห็นภาพประชาชนโกรธแค้นตำรวจอย่างกว้างขวางแบบนี้มาก่อน ถึงขนาดติดป้ายประกาศไม่เผาผีให้ พ่อค้าแม่ค้าไม่ขายของให้ตำรวจ จนบางหน่วยต้องประกาศงดแต่งเครื่องแบบออกจากบ้าน

ไม่คิดว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดกับองค์กรตำรวจเหมือนที่เคยเกิดกับทหาร ซึ่งเป็นผลจากที่ พลเอก ประยุทธ์ เข้ามากำกับ สั่งการตำรวจ ให้ตำรวจออกมาปราบปรามประชาชน เพียงเพื่อรักษาอำนาจของตนเอง

สำหรับการแสดงออกทางการเมือง การชุมนุม เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน ตำรวจมีหน้าที่ควบคุมดูแลผู้ชุมนุม ต้องมีทักษะและความอดทนต่อสถานการณ์ ต้องปฏิบัติกับผู้ชุมนุมให้สอดคล้องกับหลักนิติรัฐ เหมาะสมได้สัดส่วน กระทบสิทธิเสรีภาพประชาชน
ให้น้อยที่สุด

แต่ยุทธวิธีในการควบคุมฝูงชนของตำรวจ เป็นการคุกคามประชาชน มองเห็นประชาชนเป็นอริราชศัตรู ทำให้ประชาชนมีความแค้นสะท้อนกลับมา ซึ่งเมื่อมีการรวมตัว ก็มอบคำสั่งอำมหิตให้ตำรวจเดินหน้าเข้าปะทะทันที สาดกระสุน แก๊สน้ำตาใส่ผู้ชุมนุมทันที จนลืมคำนึงถึงความปลอดภัยประชาชน ข้ามขั้นตอนการเจรจาพูดคุย อดทนให้อยู่ในขอบเขต แสดงอาวุธ แต่วันนี้มีแค่การประกาศเป็นพิธีแล้วลุยเลย ส่วนตู้คอนเทนเนอร์ เป็นอุปกรณ์นอกกฎหมายทั้งที่ปกติใช้ขนส่งสินค้า

นอกจากนี้ยังมีถังแก๊สน้ำมันขวางไว้อีก ใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุ รุมกระทืบผู้ชุมนุม ยิงกระสุนยาง-ยิงแก๊สน้ำตา ไม่เป็นไปตามข้อบังคับ จนทำให้ผู้สื่อข่าว ผู้ชุมนุม และไฮโซลูกนัท ตาบอด ถ้าหากไม่ปรับวิธีการปฏิบัติ จะนำไปสู่ความรุนแรงมากขึ้น

หรือนายกฯ ต้องการให้เกิดความรุนแรงจนประกาศกฎอัยการศึก พร้อมระบุตำรวจยุคนี้ถูกนายทหารนอกแถวอย่าง พลเอก ประยุทธ์ ทำให้กลายเป็นเครื่องมือทางการเมืองของตน ทำลายศักดิ์ศรีตำรวจ ปล่อยให้มีตั๋วช้าง ทำให้ถูกมองเป็นโจรในเครื่องแบบ เป็นศัตรูประชาชน ทั้งที่ตำรวจอาชีพไม่ควรรับใช้นักการเมือง แต่ต้องช่วยเหลือดูแลประชาชน

ยุพรรคร่วมโหวตคว่ำนายกฯ แต่รู้บ้างไหมส.ส.เพื่อไทยกลายพันธุ์เป็น “งูเห่า” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/481361

ยุพรรคร่วมโหวตคว่ำนายกฯ แต่รู้บ้างไหมส.ส.เพื่อไทยกลายพันธุ์เป็น”งูเห่า”

01 ก.ย. 2564

แม้ทักษิณเปิดศึก”อภิปรายไม่ไว้วางใจ”นอกสภา ด้วยการวอนชาวบ้านกดดันส.ส.พื้นที่อย่าโหวตหนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่เจ้าตัวรู้บ้างไหม ส.ส.ในสังกัดเลือดไหลไม่หยุดแถมกลายเป็น”งูเห่า”หนุนรัฐบาล

เป็นอีกรายที่ไม่พลาดโอกาสสำคัญ ในศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ 6 รัฐมนตรี ที่เข้าสู่วันที่สองของการอภิปราย  โดยเมื่อค่ำวานนี้(31 ส.ค.64 )  “นายทักษิณ ชินวัตร”  หรือ ที่รู้จักกันอีกชื่อในนาม “โทนี่ วู้ดซั่ม”  อดีตนายกฯผู้หนีคดีความผิดทุจริตหลบหนีอยู่ต่างแดน  ได้เข้ามาร่วมแสดงความเห็นผ่าน คลับเฮาส์ Care Talk X CareClubHouse  : ในหัวข้อ “ขอไม่ไว้วางใจประยุทธ์ด้วยคน” ของกลุ่มแคร์ซึ่งมิอาจปฏิเสธได้ เป็นกลุ่มสมาชิกในปีกสนับสนุนพรรคเพื่อไทย และคนเสื้อแดงบางส่วน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง 

การแสดงความเห็นต่อศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจของนายโทนี่ วู้ดซั่ม เป็นช่วงเวลาที่การอภิปรายอันยาวเหยียดถึงเที่ยงคืนยังไม่จบดี แต่“โทนี่ วู้ดซั่ม” ก็ให้ความเห็นชนิดด่วนสรุปเรียบร้อย ด้วยการยุยงให้ประชาชนอย่าไว้วางใจพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  ด้วยการไม่ลงคะแนนเลือกพรรคที่สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ ซะงั้น 

นายทักษิณ กล่าวไว้อย่างนี้  ” วันนี้ท่านบอกว่าท่านไม่ทำผิดอะไรเพราะสวดมนต์ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันนะ สวดมนต์แล้วทำผิดก็มี ทุกคนในชีวิตมีผิดพลาดได้ แต่วันนี้ที่ผิดมากคือท่านเหนียวเกาะเก้าอี้โดยที่ท่านทำงานไม่ได้ วันนี้ถึงเวลาที่เสียสละ หาคนที่มีฝีมือช่วยบ้านเมืองเถอะ  ผมไม่ไว้วางใจท่านแน่นอน ต้องเสียสละแล้ว “

อดีตผู้นำประเทศต้องคดีทุจริตและหลบหนีอยู่ต่างประเทศ กล่าวต่อไปว่า  ที่สำคัญจะต้องอย่าให้คนไทยอ่อนแอมากกว่านี้  ให้คนไทยแข็งแรงมากขึ้นได้แล้ว คนตกงานเยอะ  บริษัทปิดตัวเยอะ  หนี้เสีย ในระบบธนาคารจะเยอะขึ้นเรื่อยๆ อย่าคิดว่าไปไล่ตะครุปไวรัสโดยล็อกดาวน์เลย  วิธีที่ดีที่สุดเพิ่มวัคซีนโดยเร็ว ตรวจทางลึกให้มาก เพื่อค้นหาคนป่วยจริงๆ เตรียมยาที่อยู่ในสายการผลิตทั้งหลาย

นายทักษิณ กล่าวถึงพรรคร่วมรัฐบาลลุงตู่ว่า  วิธีที่จะให้ พล.อ.ประยุทธ์ เหมือนที่ท่านยืนยันแล้วจะใช้ระบบรัฐสภา ดีที่สุดง่ายที่สุดคือ ประชาชนที่อยากจะเปลี่ยนนายกฯ ทุกเขตเลือกตั้งไปหาส.ส.บอกส.ส.ว่าอย่าอย่ายกมือไว้วางใจพล.อ.ประยุทธ์  

ยุพรรคร่วมโหวตคว่ำนายกฯ แต่รู้บ้างไหมส.ส.เพื่อไทยกลายพันธุ์เป็น"งูเห่า"โปสเตอร์ทักษิณยุชาวบ้านไปบอกส.ส.โหวตคว่ำนายกฯ

ถ้าไว้วางใจ คราวหน้ามาลงส.ส.ไม่เลือกแน่นอน เพราะทำให้คนเดือดร้อน คนตกลงขายของไม่ได้ 2 วันนี้รีบเดินไปบ้าน ส.ส.บอกว่าเราไม่เอาแล้ว นายกฯคนนี้ ขอให้ยกมือไม่ไว้วางใจ ถ้ายังยกมือครั้งหน้า ไม่เลือกแน่นอน 

“ส.ส.กลัวนะ ส.ส.เหมือนไก่ชน ถ้าเลือกตั้งชนะเหมือนไก่ชนที่ชนะ ถ้าเลือกตั้งแพ้เหมือนไก่ชนที่แพ้ ถ้าแพ้ขายกิโลกรัมละ 35 บาท ถ้าชนะขายตัวละ 3 แสนถึงล้าน” ผู้แทนกลัวสอบตกทุกคน ถ้าชาวบ้านพร้อมใจไปกันทุกเขตเลือกตั้ง ผมว่าไปกดดันเลย แล้วส.ส.จะยกมือได้อย่างสบายใจ เพราะประชาชนกดดันไม่งั้นเขาสอบตก เป็นการให้อำนาจส.ส.ทางอ้อม “นายทักษิณ กล่าว 

ในขณะที่ นายทักษิณ พยายามยุยงชาวบ้านให้ไปกดดันส.ส.ในพื้นที่ของตนอย่าไว้วางใจ นายกรัฐมนตรีและ 5 รมต.นั้น  น่าสนใจว่า นายทักษิณ กลับไม่กล่าวเรียกร้องให้ บรรดาส.ส.ในค่ายเพื่อไทย ให้สมัครสมานสามัคคีให้ลงมติไปในทิศทางเดียวกัน 

เนื่องจากนายทักษิณ รู้บ้างหรือไม่ว่า สมาชิกพรรคเพื่อไทย กำลังกลายเป็นโรคเลือดไหลไม่หยุดถ่ายเทไปพรรคอื่นต่อเนื่อง แถมยังมีการกลายพันธุ์ เป็นงูเห่าหลายต่อหลายครั้งของการลงมติการพิจารณาวาระสำคัญในสภา

รอเวลาเปลี่ยนสีเสื้อพรรคในการเลือกตั้งครั้งใหม่  

“นายกฯ” ไม่โกรธฝ่ายค้านใช้คำแรง ทุกอย่างให้ประชาชนตัดสิน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/481351

“นายกฯ” ไม่โกรธฝ่ายค้านใช้คำแรง ทุกอย่างให้ประชาชนตัดสิน

31 ส.ค. 2564

“นายกฯ”ไม่โกรธฝ่ายค้านใช้คำรุนแรงในการ อภิปรายไม่ไว้วางใจ เชื่อตามคำพระสอน ทำอย่างไรได้อย่างนั้น พร้อมขออย่าเพิ่มปัญหามากไปกว่านี้ ทุกอย่างให้ประชาชนตัดสิน

วันที่ 30 สิงหาคม   2564  ที่ประชุมสภา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยกับสื่อมวลชนสั้น ๆ หลังจากเสร็จสิ้นการอภิปรายไม่ไว้วางใจในวันแรก โดยนายกฯ กล่าวว่า สบายดี

ผู้สื่อข่าวยังถามถึงการให้คะแนน ประเมินฝ่ายค้าน พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า ไม่ได้ให้คะแนน

ส่วนการที่พรรคฝ่ายค้านใช้คำค่อนข้างรุนแรง  นายกฯ ตอบว่า ก็ว่ากันไป แต่ไม่สมควร

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า โกรธหรือไม่ นายกฯ ตอบว่า ไม่โกรธใครทำอย่างไรก็ได้อย่างนั่น ตามคำพระท่านบอกไว้ การชี้แจงในวันนี้  มั่นใจว่าทำเต็มที่ที่สุดแล้ว

“นายกฯ” ไม่โกรธฝ่ายค้านใช้คำแรง  ทุกอย่างให้ประชาชนตัดสิน

เมื่อถามว่าวันนี้ภาพรวมของการชี้แจง นายกฯ กล่าวทิ้งท้ายว่า เชื่อว่าประชาชนจะเข้าใจ ไม่มีใครจะใจร้าย ขอทุกฝ่ายอย่าทำให้ปัญหามากไปกว่านี้เลย แค่นี้ก็แย่มากพอแล้ว ขอให้ทุกอย่างขึ้นอยู่กับประชาชนที่จะเรียนรู้ และเป็นผู้ตัดสิน 

“นายกฯ” ไม่โกรธฝ่ายค้านใช้คำแรง  ทุกอย่างให้ประชาชนตัดสิน

จากนั้นพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ชูสองนิ้ว ก่อนเดินทางออกจากอาคารรัฐสภา

ปชป. โต้ ทวี นำข้อมูลบิดเบือนซักฟอก “เฉลิมชัย” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/481342

ปชป. โต้ ทวี นำข้อมูลบิดเบือนซักฟอก “เฉลิมชัย”

31 ส.ค. 2564

โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ราเมศ รัตนะเชวง โต้ พ.ต.ท.ทวี สอดส่อง นำข้อมูลบิดเบือนซักฟอก “เฉลิมชัย” ยันระบายยางพาราครั้งที่ 3 เป็นไปตามกฎหมาย

วันที่ 31 ส.ค.ุ64  นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงชี้แจงหลังจากที่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ อภิปรายพาดพิงถึงนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เกี่ยวกับการระบายยางพาราครั้งที่ 3 ว่า ขณะนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ อยู่ในห้องประชุมเพื่อรับฟังและติดตามการอภิปรายของ ส.ส. และจะรอชี้แจงในครั้งเดียว หลังจากที่ ส.ส.อภิปรายครบทุกคน

ซึ่งข้อมูลที่ พ.ต.อ.ทวี อภิปรายนั้นเป็นข้อมูลที่บิดเบือน ทั้งข้อกฎหมาย ระเบียบ และมติ ครม. และขอยืนยันว่าการระบายยางพาราครั้งที่ 3 นั้นทุกกระบวนการเป็นการดำเนินการที่ชอบด้วยกฎหมายทั้งหมด ไม่มีการทุจริตเชิงนโยบาย ไม่มีการทำให้รัฐเสียประโยชน์

ดังนั้นการใช้คำพูดเช่นนี้ทำให้นายเฉลิมชัยเสียหาย และยืนยันว่านายเฉลิมชัยไม่มีทางคิดหาประโยชน์จากงบประมาณแผนดิน และไม่มีการเอื้อประโยชน์ให้บริษัทที่เข้ายื่นประกวดราคา  

ท่านใช้คำพูดรุนแรงขนาดนี้ไม่มีอะไรต้องเกรงใจกันต่อไป ตาต่อตา ฟันต่อฟัน หมัดต่อหมัด และเชื่อว่าเมื่อประชาชนได้ฟังการชี้แจงจะเข้าใจว่าเป็นหนังคนละเรื่อง คนละม้วนกัน ผมผิดหวังในการทำหน้าที่ของ พ.ต.อ.ทวี ผิดหวังในการทำหน้าที่ในฐานะ ส.ส. ที่เป็นถึงอดีตข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ แต่ข้อมูลที่นำมาอภิปรายเป็นข้อมูลที่บิดเบือน ไม่ตรงต่อความเป็นจริง” นายราเมศ กล่าว

รับมือ 3 ม็อบชุมนุม หากบุกสภา “อภิปรายไม่ไว้วางใจ” พร้อมบังคับใช้กฎหมาย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/481330

รับมือ 3 ม็อบชุมนุม หากบุกสภา”อภิปรายไม่ไว้วางใจ” พร้อมบังคับใช้กฎหมาย

31 ส.ค. 2564

ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผบ.ชน.แถลงเตรียมพร้อมรับมือ 3 “ม็อบชุมนุม” ระหว่าง”การอภิปรายไม่ไว้วางใจ”หากบุกรัฐสภา ต้องบังคับใช้กฎหมาย

ในขณะที่”การอภิปรายไม่ไว้วางใจ” 6 รัฐมนตรี ได้เริ่มขึ้นแล้ว ระหว่างวันที่ 31 ส.ค- 3 ก.ย.  แต่อีกด้านหนึ่ง คือ ความเคลื่อนไหวทางการเมืองนอกสภา โดยมีกลุ่มมวลชนนัดหมายจะเคลื่อนไปชุมนุม ถึง 3 กลุ่มด้วยกัน  โดยกระจายไปแต่ละพื้นที่  ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จัดเตรียมกำลังรับมือการชุมนุม

พล.ต.ต. ปิยะ ต๊ะวิชัย  รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า ในวันที่ 1 ก.ย.นี้ พบการรายงานว่ามีการนัดหมายชุมนุมเบื้องต้น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มราษฎรตาลีบัน มีการนัดหมายเวลา 14.00 น. บริเวณแยกลาดพร้าว    กลุ่มรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย นัดหมายเวลา 15.00 น. บริเวณหน้าสภารัฐสภา แยกเกียกกาย  และ กลุ่มทะลุแก๊ส บริเวณแยกดินแดง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“ขอย้ำเตือนว่า พื้นที่กรุงเทพมหานคร(กทม.) เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด การรวมกลุ่มชุมนุม ยังไม่สามารถทำได้ โดยจะมีความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ พ.ร.บ.ควบคุมโรคฯ และความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง” พล.ต.ต.ปิยะ กล่าว 
รับมือ 3 ม็อบชุมนุม หากบุกสภา"อภิปรายไม่ไว้วางใจ" พร้อมบังคับใช้กฎหมายรับมือ 3 ม็อบชุมนุม หากบุกสภา"อภิปรายไม่ไว้วางใจ" พร้อมบังคับใช้กฎหมาย

ส่วนที่จะมีการชุมนุมบริเวณอาคารรัฐสภา ในช่วงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ รองผบ.ชน.ยืนยันว่า หากพบมีการละเมิดกฎหมาย หรือ ความพยายามฝ่าฝืนเข้าไปในสถานที่ราชการ เจ้าหน้าที่ก็จำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมาย

พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวย้ำว่า ตำรวจจะใช้อุปกรณ์ควบคุมฝูงชนตามหลักสากล ดังที่เคยใช้ เช่น แก๊สน้ำตา น้ำสีม่วงผสมแก๊สน้ำตา กระสุนยาง ส่วนการตั้งเครื่องกีดขวาง และปิดเส้นทาง จะพิจารณาตามสถานการณ์

โดยต้องจะคำนึงถึงการเปิดทางเข้าออกสถานที่ การรักษาความปลอดภัยสถานที่ และการลดผลกระทบกับประชาชนทั่วไป แต่กรณีที่ไม่สามารถเข้าออกได้ตามเส้นทางปกติ ก็มีการเตรียมแผนอพยพ และเส้นทางสำรองไว้แล้ว

“ส่วนแกนนำ หรือผู้ชุมนุมที่มีหมายจับ หากตำรวจพบ ก็จำเป็นต้องจับกุม เว้นแต่การจับกุม อาจทำให้เกิดความวุ่นวาย ก็อาจมีการติดตามไปจับกุมภายหลัง” พล.ต.ต.ปิยะ กล่าว 

หมอชลน่าน ซัด “นายกฯ” โอหังคลั่งอำนาจ ทำโควิดวิกฤต #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/481332

หมอชลน่าน ซัด “นายกฯ “โอหังคลั่งอำนาจ ทำโควิดวิกฤต

31 ส.ค. 2564

หมอชลน่าน จี้ “นายกฯ “-อนุทิน ลาออก ละเว้นหน้าที่มิชอบ จ่อฟ้อง ป.ป.ช. ผิด ม.157 บริหารโควิด-19 ล้มเหลวมีวาระซ่อนเร้นทางการเมือง ซัด”นายก” โอหังคลั่งอำนาจ ทำโควิดวิกฤต

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส. น่าน พรรคเพื่อไทย อภิปรายไม่ไว้วางใจ กล่าวถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา “นายกรัฐมนตรี”และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและนายอนุทิน ชาญวีรกุล  รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ปล่อยปละละเลยในหน้าที่ มีการรวบอำนาจในการแก้ปัญหาสถานการณ์วิกฤตโควิด-19 ล้มเหลว หลายชีวิต ต้องไร้ญาติ ไร้พิธีกรรม นายกฯ ควรพิจารณาตัวเองลาออกไปก่อนศาลจะพิพากษาตัดสิน

นพ.ชลน่าน ยังกล่าวต่อว่า หากมีการทบทวนการปฏิบัติหน้าที่ของตัวเองวันนี้จะไม่มีคำว่าอภิปรายไม่ไว้วางใจ ขณะนี้คนไทยเรา 1 ชั่วโมงจะมีผู้ติดเชื้อไม่ต่ำกว่า 1 พันคนเสียชีวิตชั่วโมงละไม่ต่ำกว่า 10 คน ผมจึงไม่ไว้วางใจให้พลเอกประยุทธ์ และนายอนุทิน มีอำนาจโดยตรง ทำให้เกิดการสูญเสียตามข้อมูลรายงานของ ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค.  

นอกจากนี้ นพ.ชลน่าน ยัง นำ ส.ส. ยืนไว้อาลัยกลางสภาส่งผู้เสียชีวิตโรคโควิด-19 พร้อมขออโหสิกรรมดวงวิญญาณที่จากไปในสิ่งที่เกิดขึ้น แล้วอย่าได้เป็นเวรเป็นกรรมต่อกันอีกเลย ยกเว้นกรรมนั้นจะไปเกิดกับผู้ที่ก่อไว้ หากนายกฯ มีจิตสำนึกที่ดีภาพเหล่านี้ก็จะไม่เกิดขึ้น แต่ถ้านายกฯ  ลาออก เชื่อว่า ประชาชนจะดีใจอย่างแน่นอน

พร้อมกันนี้ยังได้นำสไลด์โชว์ข้อมูลเกี่ยวกับกรณีการบริหารโควิด-19 ผิดพลาดอย่างร้ายแรงจนเป็นมูลเหตุที่เกิดขึ้น จำนวน 3 ข้อ ได้แก่ 

1.ไร้ภูมิปัญญาในการแก้ไขปัญหา สั่งการไม่อยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่เป็นจริง 

2. รวบอำนาจ โรคโอหังคลั่งอำนาจ ซึ่งเป็นโรคที่เกิดเฉพาะผู้นำ ที่อยู่ในอำนาจอย่างยาวนาน ทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง

3. เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว พวกพ้อง ใช้ความฉ้อฉลทุจริต 

ทั้งนี้ยังมีเรื่องที่เลวร้ายที่สุด คือ การสื่อสารของผู้นำ ที่ไม่สามารถทำได้ ไม่สามารถสื่อสารให้ประชาชนทราบได้ว่า ต้องทำอย่างไร ในภาวะวิกฤตโควิด-19 ซึ่งเป็นการบริหารตรงกันข้ามกับผู้นำทั่วไป ที่ต้องปรับเปลี่ยนกลไลการแก้ปัญหาอยู่ตลอดเวลา เป้าหมายคืออะไร  ไปสู่เป้าหมายได้อย่างไรและต้องให้กำลังใจประชาชน

นายแพทย์ชลน่าน ยังย้ำถึง ผลการตรวจเชื้อโควิด-19 ที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลงมาตลอด ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนสิงหาคม ที่ตัวเลขลดลง เชื่อว่ามีการตกแต่งตัวเลขให้ดูลดลง เพราะมีการตรวจ ATK น้อย ผลคนติดเชื้อก็เลยน้อย ทำให้เป็นการบริหารเชื้อเพื่อชาติ  มีประชาชนเสียชีวิตจำนวนมากเศรษฐกิจเสียหาย ปิดแคมป์คนงาน  เกิดความเลื่อมล้ำในสังคม รวมถึงการบริการฉีดวัคซีนก็ยังมีวาระซ่อนเร้นทางการเมืองอีก

ทั้งนี้จะมีการส่งฟ้องต่อ ป.ป.ช. เนื่องจากรัฐบาลส่อเจตนาทุจริตมีการเรียกรับผลประโยชน์ และไม่ปฏิบัติตาม มติ ครม.เมื่อวันที่ 2 มี.ค.2564 รวมไปถึงข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี วันที่ 21 พฤษภาคม 2564 แล้วไม่มีการกำกับดูแลสิ่งที่สั่งการของตัวเอง  นายอนุทิน รองนายกฯ และรมว.สธ. ก็ไม่ได้ทำ แบบนี้เรียกละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ผิด ม.157 หรือไม่

นายแพทย์ชลน่าน กล่าวทิ้งท้ายว่า พลเอกประยุทธ์ กับนายอนุทิน ถือว่ามีหน้าที่โดยตรงในการบริหารสถานการณ์โควิดที่ไว้ใจไม่ได้เพราะ 1 วินาทีหรือ 1 ชั่วโมงจะมีคนติดเชื้อเสียชีวิต 10 คน นายกฯ เป็นชายชาติทหารถวายสัตย์ปฏิญาณมีเจตนาดีช่วยเหลือบ้านเมือง แต่ถ้ามีมโนธรรมสำนึกที่ดีรับผิดชอบต่อบ้านเมือง ขอให้รับผิดชอบโดยการยืนขึ้นแล้วบอกลาออก 3 เดือนหลังจากประกาศ พลเอกประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี จะเป็นวีรบุรุษของคนไทยทั้งประเทศ

“เต้ มงคลกิตติ์” อภิปรายฯ ประยุทธ์-อนุทิน สะเทือนซิโนแวค #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/481314

“เต้ มงคลกิตติ์” อภิปรายฯ ประยุทธ์-อนุทิน สะเทือนซิโนแวค

31 ส.ค. 2564

“เต้ มงคลกิตติ์” อภิปรายไม่ไว้วางใจ ประยุทธ์-อนุทิน สะเทือนซิโนแวค ระบุ ส่อมีทุจริตลักลอบขนแรงงานข้ามชาติ พร้อมประกาศกร้าว เตรียมยื่น ป.ป.ช.ตรวจสอบ ปมประมูลชุดตรวจ ATK

วันที่ 31  สิงหาคม 2564  นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.พรรคไทยศรีวิไลย์ ลุกขึ้นอภิปรายไม่ไว้วางใจพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ชี้ถึงสถานภาพการเงินของประเทศในช่วง2 ปีที่ผ่านมานี้เพิ่มขึ้นร้อยละ 14.76 ต่อ GDP ส่งผลสถานะประเทศหนี้สินท่วมตัว อีกทั้งรัฐบาลยังออก พ.ร.ก.กู้เงิน อีก 3 ฉบับ วงเงิน 1.25 ล้านบาท

พร้อมกับอ้างอิงถึงสถานการณ์โควิด-19 ที่มีประชาชนติดเชื้อสะสมกว่า 1 ล้านคนและมีผู้เสียชีวิตกว่า 11,500 คน และอ้างถึงหนังสือของบริษัทไฟเซอร์ ทำหนังสือขอเข้าพบนายกรัฐมนตรีเมื่อช่วงกลางเดือนเมษายน 2563 แต่ก็ไม่ได้รับการตอบกลับ รวมถึงในการทำหนังสือขอพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขช่วงเดือนกรกฎาคม 2563 แต่ก็ไม่มีการตอบรับจากทางกระทรวงก่อนจะท้วงติงรัฐบาลถึงการบริหารจัดการวัคซีน รวมถึงทักท้วงกรณีไทยไม่เข้าร่วมโคแวกซ์ในการจัดการวัคซีน

พร้อมกันนี้ยังเปรียบเทียบชนิดวัคซีนที่แข่งขันสูงในตลาดโลก ทั้งประสิทธิภาพและราคา รวมถึงแผนการจัดซื้อวัคซีนของไทย 7 ยี่ห้อ แต่ตั้งข้อสังเกตถึงการจัดซื้อวัคซีนซิโนแวคระหว่างบริษัทและรัฐบาลไทย โดยเฉพาะอ้างถึงสายสัมพันธ์เครือญาติของคนในบริษัทซิโนแวกซ์กับเจ้าสัวรายหนึ่งของไทย

นอกจากนี้ยังอภิปรายตั้งข้อสังเกตถึงการทุจริตลักลอบขนแรงงานข้ามชาติ ที่ชี้ว่ารัฐบาลปล่อยปละละเลย และ ยังมีการนิรโทษกรรมให้กับแรงงานและนายจ้างที่ลักลอบขนแรงงานผิดกฎหมายตามมติ 29 ธันวาคม 2563

พร้อมชี้ว่ารัฐบาลตัดสินใจผิดพลาด คือ ปล่อยให้ประชาชนกลับต่างจังหวัดในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้น รวมถึงการสั่งปิดแคมป์คนงานในกรุงเทพมหานคร ทำแรงงานแห่กลับบ้านและเกิดการแพร่เชื้อไปยังต่างจังหวัด มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น แต่ระบบสาธารณะสุขล้มเหลว คนเข้าไม่ถึงการบริการด้านสาธารณสุข

จากนั้นอ้างว่ารัฐบาลยังมีแนวคิดที่จะออกกฏหมายนิรโทษกรรมให้กับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการโควิด-19 และยังปิดกั้นสื่อมวลชนออกประกาศคำสั่งห้ามเสนอข่าวสารที่กระทบต่อความมั่นคง และกล่าวถึงการประมูลชุดตรวจโควิด ATK ที่มีความผิดปกติ และเตรียมยื่น ป.ป.ช.ตรวจสอบต่อไป

และใช้อำนาจสั่งปราบปรามผู้เห็นต่างทางการเมือง ออกกฎหมายนิรโทษกรรมความผิด และใช้กฏหมายปิดปากประชาชน ค้าความตายทำให้ประชาชนลำบาก และเป็นความวิบัติของบ้านเมือง และจขอให้นายกรัฐมนตรีลาออก

บรรยากาศในช่วงท้ายมี ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลทั้งจากพรรคภูมิใจไทย พลังประชารัฐ ลุกขึ้นประท้วงนายมงคลกิตติ์ ข้อบังคับข้อ 69 ใช้ถ้อยคำเสียดสี ไม่สุภาพ และประธานในที่ประชุมย้ำเตือนผู้อภิปรายไม่ใช้เวทีสภาฯใส่ร้ายเสียดสี