สงคราม ซัด รัฐบาลมาเฟีย – นายกฯ วางตัวเป็น “จ่าเฉย” ปราบโกง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/481311

สงคราม ซัด รัฐบาลมาเฟีย – นายกฯ วางตัวเป็น “จ่าเฉย” ปราบโกง

31 ส.ค. 2564

ส.ส. พรรคเพื่อชาติ สงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ซัด รัฐบาลมาเฟีย-นายกฯ วางตัวเป็น”จ่าเฉย” ปราบโกง ในสถานการณ์วิกฤต โควิด-19

นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์   ส.ส. พรรคเพื่อชาติ ระบุ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่จริงจังต่อการปราบปรามการทุจริตหลายโครงการ อีกทั้งยังวางตัวเป็น”จ่าเฉย”  เช่น ในสถานการณ์วิกฤตระบาดโควิด-19 ไม่สามารถควบคุมราคาสินค้าได้ เช่น แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ โดยตนเชื่อว่ามีการร่วมมือกับนายทุน เจ้าสัว , การจัดซื้อเอทีเค เพื่อตรวจหาเชื้อโควิด-19 เป็นต้น

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี ได้ประโยชน์จากโควิด-19 โดยนำความตายของประชาชนเป็นเดิมพัน ถือว่าเป็นผู้นำขี้ขลาดและเห็นแก่ตัว ในภาวะวิกฤตบริหารแบบคนสติไม่สมประกอบไม่สามารถจัดการปัญหาได้ บทบาทของหัวหน้ารัฐบาลคือต้องเป็นด่านหน้าเผชิญข้าศึก ไม่ใช่หนีไปนอนในค่ายทหาร และปล่อยให้ประชาชนเผชิญสถานการณ์ตามยถากรรม  

ผมยืนยันว่าปัญหาทุกอย่างมาจาก พล.อ.ประยุทธ์ เช่น ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมเพราะใช้เป็นเครื่องมือทำลายคู่ตรงข้าม หากปฏิรูปจะเกิดการตรวจสอบ  การปฏิรูปเศรษฐกิจ เพราะกลัวการแข่งขัน  การปฏิรูปการศึกษา เพราะกลัวประชาชนตื่นตัว ต่อต้านสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

ผมมองว่ารัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี คือรัฐบาลมาเฟีย แบ่งกันกิน หาผลประโยชน์ ดังนั้นหากทำลายระบบประยุทธ์ ระบบมาเฟีย จะทำให้บ้านเมืองดีขึ้น ผมขอเรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรีลาออก  นายสงคราม กล่าว

กยท.เดินหน้าถ่ายทอดเทคโนฯงานวิจัย ติดอาวุธเพิ่มศักยภาพเอกชนช่วยเกษตรกร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/598887

กยท.เดินหน้าถ่ายทอดเทคโนฯงานวิจัย ติดอาวุธเพิ่มศักยภาพเอกชนช่วยเกษตรกร

วันพุธ ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

กยท.จับมือผู้นำเข้าแผ่นใยสังเคราะห์รายใหญ่ ลงนาม MOU ถ่ายทอดเทคโนโลยีงานวิจัยน้ำยางคอมพาวนด์ สำหรับนำไปเคลือบบนแผ่นใยสังเคราะห์เข้าสู่กระบวนการผลิต ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน เพิ่มศักยภาพให้ทั้งภาคเอกชนและเกษตร และช่วยกระตุ้นการใช้น้ำยางในประเทศ สร้างเสถียรภาพให้ยางพารา

นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) กล่าวว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ กยท.ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ(MOU) กับ บริษัท เท็กเซ็ท จำกัด ในการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ ภายใต้ “โครงการนำผลงานวิจัยการทำแผ่นกั้นน้ำที่ทำจากแผ่นใยสังเคราะห์ขยายผลสู่ผู้ประกอบการ” โดยการนำเทคโนโลยีการผลิตน้ำยางคอมพาวนด์ สำหรับนำไปเคลือบบนแผ่นใยสังเคราะห์เข้าสู่กระบวนการผลิตในเชิงพาณิชย์อุตสาหกรรม เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตและการแข่งขัน

ทั้งนี้ บริษัท เท็กเซ็ท จำกัด เป็นบริษัทผู้นำเข้าแผ่นใยสังเคราะห์(Geotextile)รายใหญ่ของประเทศไทย เพื่อใช้ในงานวิศวกรรมและสิ่งแวดล้อม เช่น การสร้างเขื่อนการป้องกันชายฝั่งทะเล เขื่อนกักกั้นน้ำตามแหล่งน้ำธรรมชาติ การปรับภูมิทัศน์ การทำถนน เป็นต้น ในขณะที่ กยท. มีผลงานวิจัยเทคโนโลยีการผลิตน้ำยางคอมพาวนด์และการเคลือบน้ำยางคอมพาวนด์บนแผ่นใยสังเคราะห์ หากถ่ายทอดเทคโนโลยีดังกล่าวให้ภาคเอกชนที่มีศักยภาพนำไปพัฒนาต่อขยายผลในเชิงอุตสาหกรรมจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งภาคเอกชน และภาคการเกษตรเป็นอย่างยิ่ง

“โดยในส่วนของภาคเอกชนนั้น จะทำให้สามารถผลิตแผ่นใยสังเคราะห์ ที่มีคุณภาพ มีความทนทาน ไม่ฉีกขาดง่าย ช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน ในขณะที่ภาคการเกษตรที่ใช้แผ่นใยสังเคราะห์ในหลากหลายกิจกรรม เช่น ปูพื้นรองบ่อเลี้ยงสัตว์ ทำบ่อน้ำ ทำฝาย สร้างแหล่งกักเก็บน้ำ เป็นต้น ได้ใช้แผ่นใยสังเคราะห์ที่มีคุณภาพรับน้ำหนักแรงดันน้ำได้มากขึ้น ยิึดอายุการใช้งาน ซึ่งช่วยลดต้นทุนการผลิตให้เกษตรกรโดยตรง และที่สำคัญยังเป็นการส่งเสริมการใช้ยางพาราในประเทศ โดยผลงานวิจัยการเคลือบน้ำยางคอมพาวนด์บนแผ่นใยสังเคราะห์ในเบื้องต้นได้ผลว่า จะใช้น้ำยางธรรมชาติ 1 กิโลกรัมต่อพื้นผิว 1 ตารางเมตรยกตัวอย่าง การปูพื้นผิวอ่างเก็บน้ำขนาดมาตรฐาน 3,500 ตารางเมตร จะใช้ยางธรรมชาติประมาณ 3.5 ตัน เป็นต้น ซึ่งจะช่วยสร้างเสถียรภาพให้กับยางพาราอีกด้วย” นายณกรณ์กล่าว

ผู้ว่าการ กยท.กล่าวต่อว่า กยท.มีนโยบายสนับสนุนนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ได้จากการวิจัยยางพารามาอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นงานวิจัยที่จะสามารถช่วยลดต้นทุนการผลิต เพิ่มความได้เปรียบให้สถาบันเกษตรกร ผู้ประกอบการให้นำไปต่อยอดในเชิงพาณิชย์ได้ ในขณะเดียวกันยังช่วยเพิ่มปริมาณการใช้ยาง สร้างเสถียรภาพด้านราคาและเพิ่มมูลค่าให้ยางพารา ผลงานวิจัยที่ถูกนำออกไปใช้อย่างเป็นรูปธรรมจึงมีส่วนช่วยสร้างความมั่นคงให้อุตสาหกรรมยางในประเทศได้อย่างดี

“กยท.ยังคงศึกษาค้นคว้าวิจัยเชิงพาณิชย์เพื่อพัฒนารูปแบบการใช้ยางพาราไทยให้ได้ในหลากหลายวงการ เช่น ในงานก่อสร้าง งานวิศวกรรม อุปกรณ์การแพทย์ เป็นต้น เพื่อนำนวัตกรรมที่เราได้ออกไปช่วยสร้างรายได้ ช่วยยกระดับคุณภาพการใช้ชีวิต เพื่อจะขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมต่อไป เกษตรกร สถาบันเกษตรกร ผู้ประกอบการใดสนใจ ติดต่อได้ที่ฝ่ายอุตสาหกรรมยาง การยางแห่งประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2940-5712” นายณกรณ์ กล่าว

ด้านนายสันติ สวัสดิศานต์ กรรมการบริษัท เท็กเซ็ท จำกัด กล่าวว่า การที่ กยท.ได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีงานวิจัยในครั้งนี้ ทำให้เกิดการผสมผสานการระหว่างน้ำยางพาราและแผ่นใยสังเคราะห์ ภายใต้ชื่อผลิตภัณฑ์ว่า Rubber Seal Geotextile หรือ RST ซึ่งมีคุณสมบัติเหนียว ทน ยืดหยุ่นกว่าของเดิมอย่างแน่นอน ช่วยประหยัดน้ำ ประหยัดเงินให้กับผู้ที่ทำงานในภาคเกษตร ช่วยแก้ปัญหาน้ำขาดแคลน ประหยัดค่าใช้จ่ายให้งานวิศวกรรม งานชลประทาน ขณะนี้ผลิตภัณฑ์ RST อยู่ระหว่างกระบวนการทดสอบการผลิต คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จพร้อมออกสู่ตลาดภายในระยะเวลา 1-2 ปีนี้ โดยในเบื้องต้นคาดว่าภาคการเกษตรจะใช้ RST ราว 10,000 ตารางเมตรต่อปี

ทต.เกล็ดแก้วเปิดจุดคัดกรองโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/598886

ทต.เกล็ดแก้วเปิดจุดคัดกรองโควิด

วันพุธ ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากศาลาประชาคม ชุมชนหมู่ที่ 7 อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี นายกิตติพงษ์กิติคุณ นายอำเภอสัตหีบ มาเป็นประธานในพิธีเปิดจุดบริการ คัดกรองโควิด-19 และ Local Quarantine one STOP SERVICE เทศบาลตำบลเกล็ดแก้ว รองรับผู้ป่วยโควิด-19โดยมี นายยศวัฒน์ ภูวรัตน์เลิศคุณ นายกเทศมนตรีตำบลเกล็ดแก้ว พร้อมคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเจ้าหน้าที่อาสาสมัครสาธารณสุข และในส่วนที่เกี่ยวข้อง ร่วมต้อนรับ พร้อมเยี่ยมชมความพร้อมของจุดบริการ คัดกรองโควิด-19 

สำหรับจุดบริการ คัดกรองโควิด-19และ Local Quarantine one STOPSEVICE เทศบาลตำบลเกล็ดแก้ววัตถุประสงค์  เป็นการแบ่งเบาภาระของหมอ และลดการรอของประชาชน ซึ่งจุดบริการแห่งนี้ หลังจากที่ประชาชน ได้รับการตรวจหาเชื้อโควิด แบบ ATK รอผลตรวจ 15 นาที เมื่อผลออกมาเป็นบวก จะดำเนินการตรวจ RT-PCR เพื่อส่งผลตรวจให้โรงพยาบาล ตรวจยืนยันผลอีกครั้งหนึ่ง ในระหว่างรอผลตรวจ นั้นทางเราจะให้ประชาชนผู้ป่วยพักรักษาตัว ชั่วคราวที่ ศูนย์ Local Quarantine one STOP SERVICE เทศบาลตำบลเกล็ดแก้ว ซึ่งมีทั้งหมด 14 เตียง แยกชาย หญิง และมอบกล่องยา ที่จัดเตรียมไว้ เพื่อให้ผู้ป่วยใช้รักษาในเบื้องต้น อีกทั้งยังเป็นการแยกตัวออกจากครอบครัว ชุมชน โดยที่ไม่ต้องเดินทางกลับบ้าน เป็นการป้องการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19

รายงานพิเศษ : สสก.5 สงขลา ขับเคลื่อนเครือข่ายทุเรียนภาคใต้ ตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนกลไกระดับพื้นที่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/598891

รายงานพิเศษ : สสก.5 สงขลา ขับเคลื่อนเครือข่ายทุเรียนภาคใต้ ตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนกลไกระดับพื้นที่

รายงานพิเศษ : สสก.5 สงขลา ขับเคลื่อนเครือข่ายทุเรียนภาคใต้ ตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนกลไกระดับพื้นที่

วันพุธ ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายสุพิท จิตรภักดี ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 5 (สสก.5) จังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า “ทุเรียน” เป็นผลไม้เศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย ซึ่งสถานการณ์ตลาดทุเรียนในอาเซียนช่วง 10 ปี ที่ผ่านมา (2554-2563) อินโดนีเซีย ครองแชมป์การผลิตทุเรียนมากที่สุดของโลกตามด้วยไทยมาเลเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ คาดว่าในช่วง 5 ปีข้างหน้า (2564-2568) ปริมาณการส่งออกทุเรียนไทยจะนำหน้าอินโดนีเซีย ตามมาด้วย มาเลเซีย และเวียดนาม แต่พบว่าปัจจัยเสี่ยงที่มีผลต่อทุเรียนไทย ได้แก่

1. จีนอนุญาตให้นำเข้าทุเรียนจากประเทศอื่น 2. ไทยขาดระบบตรวจสอบย้อนกลับ 3. ปัญหาทุเรียนอ่อน และเครื่องมือในการตรวจ 4. จีนมีความเข้มงวดในการตรวจสินค้ามากขึ้น 5. มีการสวมสิทธิ์ทุเรียนจากประเทศเพื่อนบ้าน และ 6. ตลาดทุเรียนในประเทศถูกควบคุมโดยกลุ่มล้ง

ซึ่งปัจจัยดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรผู้ผลิตและแปรรูปทุเรียนในอนาคต และกรมส่งเสริมการเกษตรได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว จึงได้มีนโยบายการส่งเสริมการเกษตรในรูปแบบระบบส่งเสริมเกษตรแบบใหญ่ เป็นการดำเนินงานที่เน้นการรวมกลุ่มของเกษตรกรรายย่อยในพื้นที่ วางแผนการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ตามนโยบายการตลาดนำการผลิต สร้างเสถียรภาพของราคาสินค้าเกษตร ได้อย่างมั่นคงในอนาคตตามแผนปฏิรูปการเกษตร

ดังนั้น จึงจัดทำโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทุเรียนให้มีคุณภาพเพื่อการค้า (Quick Win ปี 2564) เพื่อพัฒนาความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรผู้ผลิตและแปรรูปทุเรียน เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการควบคุมคุณภาพทุเรียนเพื่อการค้า สร้างมูลค่าเพิ่ม ของทุเรียนผลสดและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากทุเรียนให้ตรงกับความต้องการของตลาดและส่งเสริมการบริโภคทุเรียนคุณภาพ และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากทุเรียน สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 5 จังหวัดสงขลา ในฐานะเป็นหน่วยงานที่มีภารกิจหลักในการส่งเสริมและพัฒนาการผลิตสินค้าเกษตรให้มีคุณภาพและได้มาตรฐาน ทำให้เกษตรกรมีความเข้มแข็งและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อีกทั้งยังเป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนการบริหารจัดการผลผลิตไม้ผลของภาคใต้ให้มีเสถียรภาพ จึงได้จัดทำกิจกรรมอบรมพัฒนาศักยภาพเกษตรกร SF และ YSF ให้เป็นผู้ประกอบการด้านการเกษตรเบื้องต้น เพื่อพัฒนาความเข้มแข็งด้านธุรกิจเกษตรให้กับเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรผู้ผลิตและแปรรูปทุเรียน อีกทั้งยังเชื่อมโยงเครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนในพื้นที่ภาคใต้

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2564 นายสุพิท จิตรภักดี ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 5 จังหวัดสงขลา เป็นประธานการสัมมนาเชิงปฏิบัติการพัฒนาความเข้มแข็งเครือข่ายแปลงใหญ่ทุเรียนภาคใต้ออนไลน์ ณ ห้องประชุมสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 5 จังหวัดสงขลา และสำนักงานเกษตรจังหวัด 14 จังหวัดภาคใต้ โดยมีบุคคลเป้าหมาย
เป็นเกษตรกรจากแปลงใหญ่ทุเรียน 14 จังหวัดภาคใต้ เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรจากสำนักงานเกษตรจังหวัด เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้การบริหารกลุ่มในเรื่องเงินทุนแก่สมาชิก ข้อมูลปัญหาของกลุ่มและของเกษตรกร ข้อมูลสถานการการผลิตคาดว่าทุเรียนในฤดูเหลือน้อยแล้ว ส่วนทุเรียนนอกฤดูจะเริ่มเก็บเกี่ยวได้ช่วงกลางเดือนธันวาคมเป็นต้นไป และร่วมหารือประเด็นปุ๋ยเคมีราคาสูงขึ้นมาก ซึ่งเป็นไปตามกลไกราคาตลาด จึงแก้ไขปัญหาโดยเสนอให้เกษตรกรแปลงใหญ่ได้เข้าร่วมโครงการปุ๋ยของกระทรวงพาณิชย์และใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินเพื่อลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยได้ และหาแนวทางการจำหน่ายแบบออนไลน์ให้ประสบผลสำเร็จ

นายสุพิท จิตรภักดี ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ใน 14 จังหวัดภาคใต้ มีแปลงใหญ่ทุเรียนจำนวน 111 แปลง จังหวัดยะลา มีจำนวนมากที่สุด 29 แปลง รองลงมาได้แก่ จังหวัดชุมพร 24 แปลง และจังหวัดนครศรีธรรมราชและจังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดละจำนวน 10 แปลง ทั้งนี้ สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 5

จังหวัดสงขลา ได้ผลักดันให้จัดตั้งคณะทำงานเครือข่ายแปลงใหญ่ทุเรียนภาคใต้ เพื่อขับเคลื่อนให้แปลงใหญ่ทุเรียนผลิตทุเรียนภาคใต้มีประสิทธิภาพการบริหารจัดการควบคุมคุณภาพทุเรียนเพื่อการค้า สร้างมูลค่าเพิ่ม ของทุเรียนผลสดและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากทุเรียนให้ตรงกับความต้องการของตลาด

ลุยเกษตรสุดเขตไทย : น้ำท่วมใหญ่กับการจัดการน้ำในเขื่อนของกรมชลประทาน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/598889

ลุยเกษตรสุดเขตไทย : น้ำท่วมใหญ่กับการจัดการน้ำในเขื่อนของกรมชลประทาน

วันพุธ ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

มาพบกันอีกครั้งครับ “ลุยเกษตรสุดเขตไทย”ช่วงนี้อยู่ระหว่างการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หนึ่งในผู้ถูกอภิปรายมีดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์รวมอยู่ด้วยคอยติดตามสถานการณ์กันว่าผลโหวตจะเป็นเช่นไร

ฉบับที่แล้ว “หนุ่มยูโร” ได้เตือนว่าจะเกิดสภาวะน้ำท่วมใหญ่ใน 34 จังหวัดรวมทั้งกรุงเทพมหานครด้วย เริ่มมาก็ จ.สมุทรปราการ อ.บางพลี อ.เมือง แถวนิคมอุตสาหกรรมบางปูโดนท่วมหนัก รถยนต์รถจักรยานยนต์จมน้ำหลายร้อยคัน ส่วนบ้านเรือนที่อยู่ริมคลองสำโรง แถววัดบางพลีใหญ่ใน มวลน้ำเอ่อท่วมบ้านเรือน สร้างความเดือดร้อนไปตามๆ กัน

ที่หนักไม่แพ้กันก็คือจ.ปราจีนบุรี น้ำเอ่อมาจากเขาใหญ่ไหลลงสู่แม่น้ำปราจีนบุรี ทำให้น้ำท่วมหลายอำเภอ เช่นที่อ.กบินทร์บุรี อ.ศรีมโหสถ อ.ศรีมหาโพธิ อ.ประจันตาคาม ลามไปถึงจ.ชลบุรี เมืองพัทยา และจ.ระยอง ส่วนทางภาคเหนือก็โดนหนักหลายจังหวัดปีนี้ครบรอบ 10 ปี น้ำท่วมใหญ่ภาคกลางและกรุงเทพฯ เมื่อปี 2554 ต่างได้รับความเดือดร้อนกันทั่วหน้าหลายหน่วยงานต่างย้ำเตือนให้เฝ้าระวัง

หันไปดูในส่วนของกรมชลประทานเริ่มปรับแผนบริหารจัดการน้ำ รับมือสภาพอากาศผันผวนเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาเร่งเก็บกักน้ำให้ได้มากที่สุด ลดความเสี่ยงผลผลิตการเกษตรเสียหาย และป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่เฝ้าระวัง

นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน แจ้งหลังการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าจากการสำรวจปริมาณน้ำปัจจุบัน อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น 39,013 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 51 ของความจุอ่างฯรวมกัน เป็นน้ำใช้การได้ 14,985 ล้าน ลบ.ม. สามารถรับน้ำได้อีกรวม 37,302 ล้าน ลบ.ม. เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา(เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 8,305 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 33 ของความจุอ่างฯรวมกัน เป็นน้ำใช้การได้ 1,609 ล้าน ลบ.ม. ในขณะที่ทั้งประเทศมีการทำนาปีไปแล้วรวม 13.96 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 83 ของแผนฯ เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา เพาะปลูกไปแล้ว 6.47 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 81 ของแผนฯ

ถึงแม้จะมีฝนตกหนักในสัปดาห์ที่แล้ว แต่ภาพรวมปริมาณน้ำต้นทุนทั้งประเทศยังอยู่ในเกณฑ์ต่ำ เนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา จำเป็นต้องปรับการระบายน้ำจาก 4 เขื่อนหลักให้อยู่ในเกณฑ์ต่ำสุด เพื่อสำรองน้ำไว้ใช้ในการอุปโภค-บริโภคและรักษาระบบนิเวศ ยกเว้นเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ที่ยังคงทำการระบายอยู่ที่ 4.32 ล้านต่อวัน เพื่อช่วยเสริมการระบายน้ำจากเขื่อนสิริกิติ์ เนื่องจากที่สถานีวัดน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาที่ C.2 อำเภอเมือง จ.นครสวรรค์ ยังคงมีปริมาณน้ำไหลผ่านในเกณฑ์น้อย

ผู้บริหารกรมชลประทานยังได้สั่งการไปยังโครงการชลประทานทั่วประเทศ ให้บริหารจัดการน้ำด้วยความประณีต เน้นเก็บกักน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคเป็นหลัก ที่สำคัญให้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชาสัมพันธ์ข้อมูลสถานการณ์น้ำในพื้นที่ ให้ทุกภาคส่วนได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างการรับรู้แก่ประชาชนอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะพื้นที่ที่เก็บเกี่ยวข้าวนาปีเสร็จแล้ว ขอความร่วมมือให้งดการทำนาต่อเนื่อง เพื่อลดความเสี่ยงผลผลิตเสียหาย จากน้ำแล้งและน้ำท่วมอีกด้วย

จากปรากฏการณ์น้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2554 สมัยที่ “นายกฯปู”น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร บริหารประเทศต่างให้สัมภาษณ์ทุกวี่ทุกวันว่า “เอาอยู่” แล้วเป็นไงละครับ น้ำกลับท่วมหลายจังหวัด กว่าเศรษฐกิจจะฟื้นเล่นเอาเหนื่อย หลายฝ่ายมองกันว่า “เป็นน้ำการเมือง” ของอีกฝั่ง ถึงจะเป็นน้ำอะไรก็ขออย่าให้เกิดเลย “หนุ่มยูโร”เจอประสบการณ์โดยตรงยังเข็ดไม่หาย

ช่วงที่ฝนตกหนักและเกิดน้ำท่วมหลายจังหวัด อยู่ในช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจ มีม็อบชุมนุมหลายพื้นที่ ขออย่าให้เกิดน้ำการเมืองขึ้นมาอีกเลย คนที่เดือดร้อนคือประชาชน เคราะห์ซ้ำกรรมซัดชาวบ้านอีก ที่ผ่านมาเจอปัญหาโรคโควิดระบาด ยังโงหัวไม่ขึ้นเลยครับ

‘หนุ่มยูโร’

กรมชลฯเกาะติดสถานการณ์ฝนตกหนัก สั่งคุมเข้มการบริหารจัดการน้ำลดผลกระทบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/598888

กรมชลฯเกาะติดสถานการณ์ฝนตกหนัก สั่งคุมเข้มการบริหารจัดการน้ำลดผลกระทบ

วันพุธ ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

กรมชลประทานเกาะติดสถานการณ์น้ำสั่งติดตามเฝ้าระวัง ปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล ไม่ให้ซ้ำเติม COVID-19 พร้อมเร่งช่วยเหลือพื้นที่น้ำท่วม เผยขณะนี้มีอ่างฯขนาดใหญ่มีปริมาณน้ำค่อนข้างมาก 15 แห่ง ขนาดกลาง 41 แห่ง คุมเข้มการบริหารจัดการน้ำตาม Rule Curve เพื่อลดผลกระทบ

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ(กอนช.) นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้กรมชลประทานติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดและให้ดำเนินการตามมาตรการรับมือฤดูฝน 10 มาตรการของรัฐบาล เพื่อลดผลกระทบไม่ให้ไปซ้ำเติมประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ซึ่งขณะนี้กรมชลประทานได้ดำเนินการตามมาตรการดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้จากการติดตามสภาพภูมิอากาศของศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ(SWOC) พบว่าในเดือนกันยายน 2564 นี้ พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศไทยยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่นเกือบทั่วไปเฉลี่ยร้อยละ 60-80 ของพื้นที่ โดยล่าสุดอิทธิพลของร่องมรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกําลังแรงขึ้น ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมประเทศลาวและเวียดนามตอนบน ทำให้ประเทศไทยเริ่มมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออก บริเวณ จ.ปราจีนบุรี ซึ่งได้สั่งการให้สำนักงานชลประทานที่ 9 สำนักเครื่องจักรกลและโครงการชลประทาน ปราจีนบุรี ติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำล้นตลิ่งของแม่น้ำปราจีนบุรี โดยให้จัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปประจำในพื้นที่เสี่ยง ดำเนินการแก้ไขสถานการณ์โดยเร็ว เพื่อลดผลกระทบจากสถานการณ์น้ำที่อาจจะล้นตลิ่ง

นอกจากนี้ให้เตรียมความพร้อมของเครื่องจักร เครื่องมือ รถแบ๊กโฮ รถขุด รถเทรลเลอร์เครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ เครื่องผลักดันน้ำในพื้นที่เสี่ยงสามารถนำไปช่วยเหลือได้ทันที รวมทั้งกําจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ และมอบเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดส่วนในพื้นที่อื่นๆ ที่มีความเสี่ยงท่ี่จะเกิดภัยน้ำท่วมก็ให้ดำเนินการในลักษณะเดียวกัน และให้รายงานสถานการณ์และผลการดำเนินงานให้ผู้บริหารตลอดจนประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบทันที

สำหรับสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำทั้งขนาดกลางและขนาดใหญ่มีน้ำไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นจากฝนที่ตกในช่วงนี้ ทั้งนี้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 3 กันยายน 2564 กรมอุตุนิยมวิทยา ได้คาดหมายว่า ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง ทำให้บริเวณดังกล่าวยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง กับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งโดยล่าสุดเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2564 ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและขนาดใหญ่ทั่วประเทศ447 แห่ง มีจำนวน 39,035 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็น 51% ของปริมาณการเก็บกัก เป็นปริมาณน้ำที่ใช้การได้ 15,105 ล้าน ลบ.ม.หรือ 29% สามารถรับน้ำได้อีก 37,032 ล้าน ลบ.ม.

อย่างไรก็ตามเพื่อป้องกันและลดผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น กรมชลประทานได้สั่งการให้เฝ้าระวังและบริหารจัดการน้ำโดยเกณฑ์กักเก็บน้ำของอ่าง (Rule Curve) อย่างใกล้ชิด พร้อมให้มีการติดตามสถานการณ์และคาดการณ์น้ำในอ่างโดยใช้ Dynamic Operation Curve (DOC) โดยเฉพาะอ่างฯขนาดใหญ่ที่มีปริมาณน้ำมากกว่า 51% ของปริมาณการเก็บกัก ซึ่งขณะนี้มีจำนวน 15 แห่ง ได้แก่ อ่างฯจุฬาภรณ์ 56%  อ่างฯลำตะคอง 61% อ่างฯมูลบน 63% อ่างฯลำแชะ 56% อ่างฯลำนางรอง 56% อ่างฯสิรินธร 63% อ่างฯศรีนครินทร์ 69% อ่างฯวชิราลงกรณ 69% อ่างฯขุนด่านปราการชล67% อ่างฯหนองปลาไหล 68% อ่างฯประแสร์ 71% อ่างฯนฤบดินทรจินดา 63% อ่างฯแก่งกระจาน 61% อ่างฯปราณบุรี 53% และอ่างฯรัชชประภา 65%  และอ่างฯขนาดกลางที่มีปริมาณน้ำมากกว่า 80% ของปริมาณการเก็บกักซึ่งขณะนี้มีจำนวน 41 แห่ง โดยการระบายน้ำจะไม่กระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำ นอกจากนี้ยังได้มีการตรวจสอบความมั่นคง แข็งแรงของอ่างฯทุกแห่ง

สำหรับพื้นที่ที่เกิดน้ำท่วมขังในขณะนี้กรมชลประทานได้บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแก้ไขแล้ว ไม่ว่าจะเป็นที่ อ.แกลง จ.ระยอง ได้เปิด ปตร.คลองโพล้เพื่อเร่งระบายน้ำออกสู่ทะเล ที่ตลาดเจริญสุข อ.เมืองจันทบุรี ได้เปิด ปตร.คลองภักดีรำไพ ในแม่น้ำจันทบุรี เพื่อเร่งให้คลองน้ำใสระบายลงแม่น้ำจันทบุรีได้มากขึ้น เป็นต้น คาดว่า หากไม่มีฝนตกหนักลงมาซ้ำเติมสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติอย่างแน่นอน

‘ทีเซลส์’ ผนึกราชวิทยาลัยรังสีแพทย์ฯ – กรมราชทัณฑ์ นำนวัตกรรม AI รุกตรวจผู้ต้องขังติดโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/599071

‘ทีเซลส์’ ผนึกราชวิทยาลัยรังสีแพทย์ฯ-กรมราชทัณฑ์  นำนวัตกรรม AI รุกตรวจผู้ต้องขังติดโควิด

‘ทีเซลส์’ ผนึกราชวิทยาลัยรังสีแพทย์ฯ-กรมราชทัณฑ์ นำนวัตกรรม AI รุกตรวจผู้ต้องขังติดโควิด

วันพุธ ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2564, 15.22 น.

ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) “ทีเซลส์” จับมือราชวิทยาลัยรังสีแพทย์แห่งประเทศไทย กรมราชทัณฑ์ และบริษัทเจเอฟ แอดวาน เมด จำกัด ได้นำนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ “AI” ช่วยอ่านผลภาพรังสีทรวงอกของผู้ต้องขังติดเชื้อโควิด19 ควบคู่กับอาสาสมัครรังสีแพทย์ เพื่อวินิจฉัยได้อย่างแม่นยำ รวดเร็ว และรักษาผู้ป่วยได้ทันท่วงที  ภายใต้โครงการ “รังสีแพทย์จิตอาสา เพื่อแปลผลภาพรังสีทรวงอกในชุมชนขนาดใหญ่ที่มีการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 หรือ RadioVolunteer”

ดร.ศิรศักดิ์ เทพาคำ  ผู้อำนวยการ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ หรือ ทีเซลส์ (TCELS) กล่าวว่า สำหรับในประเทศไทยนั้น งานปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์ปัจจุบันมีความก้าวหน้าไปหลายด้าน มีการตื่นตัว ได้มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องและนำมาใช้มากขึ้น ตัวอย่างเช่น ปัญญาประดิษฐ์ช่วยคัดกรองผู้ป่วยโรคปอดต่างๆ  ซึ่งที่ผ่านมาทางทีเซลส์ได้ร่วมมือ และให้การสนับสนุนพัฒนานวัตกรรมทางด้านการแพทย์  โดยเฉพาะ “AI”  ที่มีความสามารถช่วยอ่านและประมวลผลด้วยความรวดเร็ว และแม่นยำเข้ามาเป็นผู้ช่วยแพทย์ และบุคลากรทางการแพทย์ ในการวางแผนการรักษาได้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น

ทั้งนี้ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดระลอกใหม่ ของไวรัสโคโรนาสายพันธ์ใหม่ 2019 หรือ โควิด 19 ที่มีการแพร่ระบาดอย่างกว้างขวางไปทุกส่วน รวมทั้งในทัณฑสถานทั่วประเทศ ซึ่งพบว่าอัตราการติดเชื้อของในทัณฑสถานเป็นที่น่ากังวลเป็นอย่างมาก ทางกรมราชทัณฑ์ จึงได้ขอความอนุเคราะห์ไปยังราชวิทยาลัยรังสีแพทย์แห่งประเทศไทย เพื่อขออาสาสมัครรังสีแพทย์ในการแปลผลภาพรังสีทรวงอกของผู้ป่วยในทัณฑสถานที่ติดเชื้อไวรัสโควิด 19 จึงเป็นที่มาของโครงการ “รังสีแพทย์จิตอาสา เพื่อแปลผลภาพรังสีทรวงอกในชุมชนขนาดใหญ่ที่มีการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 หรือ RadioVolunteer” โดยมี รองศาสตราจารย์นายแพทย์วิวัฒนา ถนอมเกียรติ ประธานราชวิทยาลัยรังสีแพทย์แห่งประเทศไทย  ได้ขอความร่วมมือไปยัง บริษัท เจ เอฟ แอดวาน เมด จำกัด  เพื่อสร้างแพลตฟอร์มดิจิตัล ที่เอื้อต่อการแสดงและส่งภาพรังสีจำนวนมากให้อาสาสมัครรังสีแพทย์จากทุกภาคในประเทศไทยได้อ่านจากทุกที่ในทุกเวลาของทุกวัน ร่วมกับนำนวัตกรรม AI เข้าไปช่วยแปลผลเพื่อให้รังสีแพทย์อ่านได้อย่างรวดเร็วและมั่นใจยิ่งขึ้น ซึ่งนอกจากเป็นการวินิจฉัยโรคโควิด 19 แล้วยังเป็นการคัดกรองวัณโรคไปด้วยในตัว โดยเหตุที่วัณโรคได้มีการแพร่ระบาดในทัณฑสถานมาก่อนแล้ว และการแพร่ระบาดทับซ้อนของโรคโควิด 19 ทำให้การคัดกรองวัณโรคด้วยภาพรังสีทรวงอกซึ่งดำเนินมาก่อนหน้านี้ต้องหยุดชะงักไป

ในส่วนของทีเซลส์ซึ่งได้ลงนามบันทึกความร่วมมือกับราชวิทยาลัยฯ ในเรื่องของการพัฒนา AI ในด้านรังสีวินิจฉัย ที่ผ่านมาได้ออกผลงานไปแล้วเรื่องข้อแนะนำการใช้ AI ในรังสีวินิจฉัย สำหรับโครงการ RadioVolunteer ทีเซลส์จะได้ร่วมกับราชวิทยาลัยฯ วิเคราะห์ผลการใช้ AI ในการวินิจฉัยโรคโควิด 19 และวัณโรคต่อไป  โดยผลการวิเคราะห์นี้จะมีผลเป็นอย่างมากในการพัฒนา AI ตลอดจนแนวทางใหม่ๆ ในการใช้ AI ในระบบสาธารณสุขของประเทศต่อไป เพราะโครงการ RadioVolunteer เปรียบเสมือนเป็นสภาวะแวดล้อม (testing environment หรือ sandbox) ในการทดสอบ AI ครั้งสำคัญ

ด้าน ผศ.พญ.นิทรา ปิยะวิเศษพัฒน์  หัวหน้าแผนกรังสีวิทยา (Imaging Center) MedPark Hospital และ อาจารย์พิเศษ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้รับผิดชอบหลักของโครงการ RadioVolunteer กล่าวว่า โครงการนี้เป็นการระดมอาสาสมัครรังสีแพทย์จากทั่วประเทศประมาณ 300 คน  ให้การช่วยเหลือของโรงพยาบาลทัณฑสถาน จากโรงพยาบาลสนาม หรือโรงพยาบาลในพื้นที่ที่มีรังสีแพทย์ไม่เพียงพอในการแปลผลภาพถ่ายรังสีทรวงอก ซึ่งภาพถ่ายรังสีจะมีส่วนช่วยในการคัดแยกผู้ป่วย ที่ติดเชื้อไวรัส COVID-19 ว่าเชื้อลงปอดหรือไม่ ซึ่งจะช่วยในการวางแผนการรักษาและติดตามผลการรักษา

 “ในช่วงเวลาที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีภาพเอกซเรย์มากกว่า 3,000-5,000 คนต่อวัน (ณ วันที่ 15 สิงหาคม 2564)  ในช่วงระยะเวลา 2 เดือนครึ่ง มีจำนวนผู้ป่วยมากกว่า 100,000 คน) ที่กลุ่ม RadioVolunteer ช่วยอ่านผล AI หรือการจัดลำดับความสำคัญ โดย AI ที่ใช้อยู่ในขณะนี้ จะการแสดงผลความเชื่อมั่นว่ามีความผิดปกติแต่ละชนิด เช่น consolidation, atelectasis, fibrosis, nodule, calcification, pleural effusion, pneumothorax, pneumomediastinum, mediastinal widening, cardiomegaly รวมถึง TB ว่ามีมากน้อยแค่ไหน ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างรวดเร็วและเหมาะสม เนื่องจากการเอกซเรย์ปอดมีข้อจำกัดทั้งในแง่ของความไว และความจำเพาะในการตรวจหาความผิดปกติในปอด  ในกรณีที่รังสีแพทย์ไม่แน่ใจว่ามีความผิดปกติจริงหรือไม่ AI ก็อาจมีส่วนช่วยในการตัดสินใจ เหมือนเป็นเพื่อนคู่คิดที่อยู่เคียงข้างรังสีแพทย์” ผศ.พญ.นิทรา กล่าว

นายอดิสรณ์ ท่าพริก ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เจ เอฟ แอดวาน เมด จำกัด  กล่าวว่า บริษัทได้รับความไว้วางใจในการจัดทำระบบ PACS (Picture Archiving and Communication System) คือ ระบบที่ใช้ในการจัดเก็บรูปภาพ ทางการแพทย์ (medical Images) และรับ-ส่งข้อมูลภาพ ในรูปแบบ Digital โดย PACS ใช้การจัดการรับส่งข้อมูล ผ่านทางระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์สำหรับเก็บ และจัดส่งภาพ  เป็นระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เข้ามาช่วย เพื่อคัดกรองและประมวลผลเบื้องต้นเกี่ยวกับสภาพปอดของผู้ป่วย ซึ่งในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา บริษัทได้มีโอกาสร่วมกับราชวิทยาลัยรังสีแพทย์  โครงการ Radio Volunteer เข้าร่วมกับกรมราชทัณฑ์ในภาระกิจการจัด platform การแปลผลภาพเอกซเรย์ปอดที่มีผู้ติดเชื้อมากกว่า 30,000 ราย เพื่อให้แพทย์ที่มีอยู่อย่างจำกัดสามารถดูแลผู้ติดเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด 

“ภายใต้โครงการ RadioVolunteer มีรังสีแพทย์อาสาจากทั่วประเทศ พร้อมใจกันเสียสละเข้ามาร่วมในโครงการนี้ น่าจะกล่าวได้ว่าเป็นครั้งแรกในประเทศที่มีการทำงานในลักษณะแบบนี้ ที่มีทีมงานของราชวิทยาลัยรังสีแพทย์ในการปรับรายงานโครงสร้าง (structure report) ให้สอดคล้องกับการทำงานของบุคลากรจำนวนมากจากที่ต่าง ๆ ของประเทศให้ทำงานได้ง่าย และครอบคลุมเนื้อหากับผู้ติดเชื้อที่เป็นผู้ต้องขัง ซึ่งรังสีแพทย์จะเข้ามาแปลผล และรายงานให้อีกครั้งเพื่อความถูกต้อง พร้อมระบุข้อแนะนำต่างๆ ทำให้การอ่านภาพถ่ายรังสีทรวงอก มีความแม่นยำและรวดเร็ว ตอบสนองต่อการนำข้อมูลไปประกอบรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ และรวดเร็วมากยิ่งขึ้น” นายอดิสรณ์ กล่าว

รายการ LIFE VARIETY : วิรัช พงศ์ฉบับนภา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/599070

รายการ LIFE VARIETY : วิรัช  พงศ์ฉบับนภา

รายการ LIFE VARIETY : วิรัช พงศ์ฉบับนภา

วันพุธ ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2564, 15.17 น.

วิรัช พงศ์ฉบับนภา กรรมการผู้จัดการ โรงแรมพาวิเลียน สมุย

รายการ LIFE VARIETY ออกอากาศวันอาทิตย์ที่ 15 สิงหาคม 2564 ทาง NBT 2HD ช่องหมายเลข 2 เวลา 11.05 – 11.30 น.

รายการ LIFE VARIETY : ดร.สาธิต ปิตุเตชะ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/599065

รายการ LIFE VARIETY : ดร.สาธิต ปิตุเตชะ

รายการ LIFE VARIETY : ดร.สาธิต ปิตุเตชะ

วันพุธ ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2564, 15.05 น.

ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

รายการ LIFE VARIETY ออกอากาศวันอาทิตย์ที่ 8 สิงหาคม 2564 ทาง NBT 2HD ช่องหมายเลข 2 เวลา 11.05 – 11.30 น.

รายการ LIFE VARIETY : ธเนศวร์ เพชรสุวรรณ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/599059

รายการ LIFE VARIETY : ธเนศวร์ เพชรสุวรรณ

รายการ LIFE VARIETY : ธเนศวร์ เพชรสุวรรณ

วันพุธ ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2564, 14.57 น.

รองศาสตราจารย์ ดร.พนิต ภู่จินดา หัวหน้าภาควิชาการวางแผนภาคและเมือง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ นายกสมาคมนักผังเมืองไทย

รายการ LIFE VARIETY ออกอากาศวันอาทิตย์ที่ 1 สิงหาคม 2564 ทาง NBT 2HD ช่องหมายเลข 2 เวลา 11.05 – 11.30 น.