GIT เดินหน้าจัด Gems Treasure Pop-Up Exhibition; The Vision เครื่องประดับอัตลักษณ์ไทยสู่สากล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/599045

GIT  เดินหน้าจัด  Gems Treasure Pop-Up Exhibition; The Vision เครื่องประดับอัตลักษณ์ไทยสู่สากล

GIT เดินหน้าจัด Gems Treasure Pop-Up Exhibition; The Vision เครื่องประดับอัตลักษณ์ไทยสู่สากล

วันพุธ ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2564, 14.36 น.

GIT  เดินหน้าจัด  Gems Treasure Pop-Up Exhibition; The Vision เครื่องประดับอัตลักษณ์ไทยสู่สากล ต่อยอดงานฝีมือด้านอัญมณีและเครื่องประดับพื้นถิ่นทั่วไทย เพิ่มช่องทางการจำหน่าย

สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT เดินหน้าต่อยอดสร้างสินค้าอัตลักษณ์พื้นถิ่น และสร้างความเข้มแข็งให้ทั่วประเทศ จัดแสดงนิทรรศการ Gems Treasure Pop-Up Exhibition; The Vision เครื่องประดับอัตลักษณ์ไทยสู่สากล พร้อมเสวนาสร้างแรงบันดาลใจให้แก่นักออกแบบรุ่นใหม่ ระหว่างวันที่ 28 – 29 สิงหาคม 2564 นี้ ณ วัน นิมมาน จังหวัดเชียงใหม่

นายสุเมธ ประสงค์พงษ์ชัย ผู้อำนวยการสถาบัน กล่าวว่า อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับของไทยเป็นหนึ่งภาคส่วนที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจการค้าของประเทศ ที่สามารถช่วยสร้างงานสร้างรายได้ให้แก่ช่างฝีมือและแรงงานในภาคอุตสาหกรรมรวมนับล้านคน ซึ่งในปีที่ผ่านมาไทยเป็นผู้ผลิตและส่งออกสินค้า

อัญมณีและเครื่องประดับอันดับ 13 ของโลกซึ่งมีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของไทยอย่างมาก โดยอัญมณีและเครื่องประดับเป็น 1 ใน 5 สินค้าส่งออกหลักของไทยที่นำรายได้เข้าประเทศ รวมทั้งมีความสำคัญต่อการจ้างงานในประเทศ

ที่ผ่านมามีหลายโครงการที่พัฒนาสินค้าแฟชั่นซึ่งหมายรวมเอาเครื่องประดับไปด้วย แต่ส่วนใหญ่เครื่องประดับจะถูกพัฒนาเน้นไปเฉพาะแค่การออกแบบที่มีความสวยงามซึ่งเอื้อต่อแฟชั่นเครื่องแต่งกาย แต่ไม่ได้สื่อเอกลักษณ์ที่เป็นตัวตนของเครื่องประดับ หรือสะท้อนวัฒนธรรมท้องถิ่นที่แท้จริง ตลอดจนอาจไม่ได้คำนึงถึงความเป็นมารวมทั้งเทคนิคต่างๆในการผลิต ทำให้ขาดพัฒนาการของสินค้า หลายๆพื้นที่สินค้ามีรูปแบบที่ซ้ำกันจนหาเอกลักษณ์ไม่ได้

สถาบันGIT จึงได้ลงไปพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการด้านการออกแบบ และ การผลิตทั่วประเทศ โดยหลายปีที่ผ่านมาได้มีการลงพื้นที่ไปแล้วกว่า 18 จังหวัด และในปี 2564 นี้ก็ได้มีการต่อยอดการลงพื้นที่เพื่อพัฒนาผู้ประกอบการในอีสานใต้ 5 จังหวัดซึ่งประกอบด้วย จังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และ อุบลราชธานี (อีสานมอร์เดิ้น)และ ลงพื้นที่ไปพัฒนาผู้ประกอบการเครื่องเงินภาคเหนือ 5 จังหวัด อันได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดลำพูน จังหวัดน่าน จังหวัดแพร่ และจังหวัดสุโขทัย ใน โครงการพัฒนาผู้ประกอบการเครื่องประดับเงินภาคเหนือ  หรือ “มาเหนือ”

โดยทั้ง 2 โครงการนี้ สถาบันได้มีการฝึกอบรมพัฒนาทั้งรูปแบบสินค้า เทคนิคการผลิต และการตลาดเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มแก่เครื่องประดับ นำเอกลักษณ์ของภูมิภาคที่สะท้อนวัฒนธรรมท้องถิ่นมาเป็นจุดขาย และได้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจ เราจึงได้กำหนดจะจัดแสดงผลงานGems Treasure Pop-Up Exhibition; The Vision เครื่องประดับอัตลักษณ์ไทยสู่สากลซึ่งจัดแสดงผลงาน และชิ้นงานของผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการข้างต้น ระหว่างวันที่ 28 – 29 สิงหาคม 2564 ณ One Nimmanจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งจะจัดแสดงในรูปแบบ Online นำการ Streaming มาผสมผสาน กับการจัดแสดงจริง ผู้ที่สนใจเข้าชมสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานด้วยผ่าน Facebook Official: @git.or.th หรือFacebook Official: Gems Treasure โดยไม่มีค่าใช้

นอกจากนี้ยังมีการจัดเสวนาให้ความรู้และแรงบันดาลใจ ในวันเสาร์ที่ 28 สิงหาคม 2564 ในหัวข้อ กว่าจะเป็นเครื่องประดับอัตลักษณ์ ซึ่งหัวข้อนี้จะได้ผู้ประกอบการเครื่องเงินที่มีชื่อเสียงจากภาคเหนือ ทั้งเชียงใหม่ แพร่ และ สุโขทัยมาร่วมเสวนา ในเวลา 16.00 น.  และในวันอาทิตย์ที่ 29สิงหาคม 2564 ก็จะมีการจัดเสวนาในหัวข้อ ทำไมต้อง….ออกแบบอัตลักษณ์ไทย โดยวันนี้จะได้รับเกียรติจากผู้ก่อตั้งแบรนด์สะพรั่ง และ แบรนด์โนว่า มาร่วมพูดคุย ในเวลา 15.00 น. เช่นกัน ซึ่งคาดว่าผู้ที่เข้าร่วมรับฟัง ผ่านทาง Streaming Facebook จะได้แนวคิด และแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์เครี่องประดับอย่างแน่นอน

‘Azian by Blue Elephant’ เดลิเวอรี่ความอร่อยรสชาติไทยและเอเชียถึงบ้านคุณ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/598998

‘Azian by Blue Elephant’ เดลิเวอรี่ความอร่อยรสชาติไทยและเอเชียถึงบ้านคุณ

‘Azian by Blue Elephant’ เดลิเวอรี่ความอร่อยรสชาติไทยและเอเชียถึงบ้านคุณ

วันพุธ ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2564, 12.26 น.

เชฟนูรอ โซ๊ะมณี สเต็ปเป้ แห่งร้านอาหารบลู เอเลเฟ่นท์ ผู้สร้างตำนานความอร่อยของอาหารไทยมายาวนานกว่า 41 ปี  ด้วยหัวใจที่รักในการทำอาหาร และมักจะสร้างสรรรค์เมนูแปลกใหม่จากหลากหลายวัฒนธรรม กล่าวว่า ‘Azian by Blue Elephant’ เป็นแบรนด์อาหารปรุงสำเร็จพร้อมรับประทาน ที่ผสมผสานความหลากหลายทางวัฒนธรรมของไทยและเอเชียเข้าด้วยกัน ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากประสบการณ์ที่ได้เดินทางไปชิมอาหารและสัมผัสวัฒนธรรมต่างๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะอาหารอินเดีย ‘ดิฉันชอบมาก’ และยังได้มีโอกาสเรียนรู้การทำอาหารอินเดีย เมื่อครั้งที่ได้รับเชิญให้ไปเป็นเชฟของโรงแรมหรูในเครือ Taj Group ทั้งยังได้เปิดร้านอาหารอินเดียที่ลอนดอน และเบลเยียมอีกด้วย

‘Azian by Blue Elephant’ เป็นเมนูเชฟนูรอตั้งใจสร้างสรรค์ด้วยความรัก เพราะต้องการให้ทุกคนได้รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Simply Delicious” ที่ พร้อมเสิร์ฟความอร่อยของอาหารรสชาติไทยแท้และเอเชีย อาทิ ข้าวแกงอินเดีย, ข้าวแกงไทย, อาหารฮาลาล, อาหารย่าง ฯลฯ ให้อร่อยแบบง่ายๆ ในราคาเบาๆ เริ่มต้นเพียง 75 – 160 บาท โดยปรุงใหม่สดจากวัตถุดิบคุณภาพดีที่คัดสรรมาจากทั่วประเทศ และคุมเข้มมาตรการป้องกันโควิด-19 ในทุกขั้นตอนการผลิต เพื่อให้มั่นใจว่าอาหารทุกจานส่งถึงมือลูกค้าไร้ความกังวัล

สามารถสั่งความอร่อยจาก ‘Azian by Blue Elephant’ ได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.30 – 19.30 น. ที่เบอร์โทรศัพท์:  02 115 9830 / 080 070 1771    , Line : @azian https://page.line.me/azian , GRAB : AZIAN by Blue Elephant – ซอยสุขุมวิท 13 https://bit.ly/2VtWLY4 , LINEMAN : https://wongn.ai/1rwgv

และยังสามารถเลือกซื้ออาหารแบรนด์ ‘Azian by Blue Elephant’ แบบ Take Home ที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตของ Icon Siam, Siam Takashimaya, UG Zone / Siam Paragon, Gourmet Market, G Floor / Central Chidlom, Tops Market, G Floor / Central Ladprao, Tops Market, G Floor ไปลิ้มลองความอร่อยในแบบเชฟนูรอ ได้เช่นเดียวกัน 

เมนูสุดยอดคุณภาพ สุดยอดแห่งความอร่อย สุดยอดแห่งความชื่นชอบ

ข้าวแกงอินเดีย-Indian Curry & Rice

– ข้าวแกงไก่ติกก้ามาซาร่า-Chicken Tikka Masala Curry Rice ราคา 140 บาท

– ข้าวแกงไก่บัตเตอร์-Chicken Butter Curry Rice ราคา 140 บาท

– ข้าวแกงไก่มาดาส-Chicken Madras Curry Rice ราคา 140 บาท

– ข้าวแกงไก่วินดาลู-Chicken Vindaloo Curry Rice ราคา140 บาท

อาหารฮาลาล-Halal Option

– ข้าวหมกไก่-Chicken Biryani Rice ราคา 99 บาท

– ข้าวหมกเนื้อ-Beef Biryani Rice ราคา 129 บาท

อาหารย่าง-Grill

– สะเต๊ะไก่ทิกก้า-Chicken Tikka Satay with Mint Sauce ราคา 69 บาท

– สะเต๊ะไก่-Chicken Satay with Peanut Sauce ราคา 75 บาท

ข้าวแกงไทย-Thai Curry & Rice       

– ข้าวแกงเขียวหวานไก่-Chicken Green Curry Rice ราคา 140บาท

– ข้าวแกงเผ็ดเป็ดย่าง-Roasted Duck Red Curry Rice ราคา 160บาท

– ข้าวแกงมัสมั่นไก่-Chicken Massaman Curry Rice ราคา140 บาท

– ข้าวแกงมัสมั่นเนื้อ-Beef Massaman Curry Rice ราคา 160 บาท

– ข้าวแกงพะแนงไก่-Chicken Paneang Curry Rice ราคา 140 บาท

– ข้าวแกงพะแนงเนื้อ-Beef Paneage Curry Rice ราคา 160 บาท

– ข้าวแกงเนื้อใบยี่หร่า-Beef with Fennel Leaves Curry Rice ราคา160 บาท

รู้ทันเบาหวาน! ลดหวานไม่ได้ ‘Caminia’ ลดเบาหวานได้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/598994

รู้ทันเบาหวาน! ลดหวานไม่ได้  ‘Caminia’ ลดเบาหวานได้

รู้ทันเบาหวาน! ลดหวานไม่ได้ ‘Caminia’ ลดเบาหวานได้

วันพุธ ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2564, 12.07 น.

Caminia เป็นผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่ถูกคิดค้นขึ้นมา โดยคำนึงถึงผู้ป่วยเบาหวานในประเทศไทย และ อีกหลากหลายประเทศทั่วโลกเป็นสำคัญ เรามองว่าปัญหาที่เกิดจากโรคเบาหวานทั้งในประเทศและต่างประเทศนั้นสร้างความลำบากให้กับผู้คนในสังคมอย่างมากมาย โรคเบาหวานที่ถูกจัดการได้ไม่ดี อาจทำให้เกิดภาวะทุพพลภาพและภาวะ แทรกซ้อน เช่น โรคตา โรคหลอดเลือดสมอง โรคไต โรคหัวใจและหลอดเลือด และการถูกตัดเท้าหรือขา สำหรับประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคเบาหวานมากกว่า 5 ล้านคน และสูญเสียค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขเฉพาะโรคเบาหวานสูงถึง 47,596 ล้านบาทต่อปี ซึ่งไม่เพียงค่าใช้จ่ายด้านการดูแลสุขภาพที่เพิ่มขึ้น แต่ยังเพิ่มภาระงานแก่บุคคลากรทางการแพทย์ด้วย ดังนั้น การสามารถดูแลรักษาผู้ป่วยเบาหวานให้บรรลุเป้าหมายในการรักษา จึงนับเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศเป็นอย่างมาก

เราจึงระดมความรู้ของนักวิจัย เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรม ชิ้นนี้ขึ้นเพื่อที่สามารถช่วยเหลือให้ผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานได้รับการฟื้นฟูจากอาการเจ็บป่วย ด้วยการผสมผสานระหว่าง สมุนไพรของไทย และ เทคโนโลยีสมัยใหม่ ก่อให้เกิดผลงานที่มุ่งหวังการฟื้นฟูอาการเจ็บป่วยของผู้ป่วยโรคเบาหวานโดยเฉพาะ

คามินเนีย (Caminia) คือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร รูปแบบแคปซูลเจลาตินนิ่ม ประกอบไปด้วยสารสกัดขมิ้นชัน น้ำมันปลา และ วิตามิน ดี 3 เกรดพรีเมี่ยมที่มีส่วนช่วยในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด สำหรับดูแลผู้ที่ต้องการลดเบาหวานโดยเฉพาะ

ถูกผลิตขึ้นโดยนวัตกรรมนาโนเทคโนโลยีและส่วนผสมที่เป็นสิทธิบัตรเฉพาะของคามินเนีย ทำให้ได้สารสกัดขมิ้นชันที่มีการกักเก็บในรูปแบบอนุภาคระดับนาโนเมตร ซึ่งสามารถละลาย ได้รวดเร็ว และทำให้ร่างกายดูดซึมไปใช้งานได้มากกว่า 20 เท่า จึงทำให้ได้รับประโยชน์สูงสุด โดยไม่มีการตกค้างหรือสะสมในร่างกาย

คุณสมบัติหลัก

– ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ลดเบาหวาน ลดน้ำตาลสะสม

– ช่วยลดระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์

– กระตุ้นการสร้างอินซูลินของเซลล์ตับอ่อน

– ต้านการอักเสบ

ส่วนประกอบสำคัญ

– สารสกัดขมิ้นชัน (นวัตกรรมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ Caminia เท่านั้น เป็นเทคโนโลยีที่ออกแบบเพิ่มประสิทธิภาพ “การออกฤทธิ์และคงคุณสมบัติ” ของสารสำคัญ สามารถควบคุมการปลดปล่อยให้ยาวนานในปริมาณที่เหมาะสม และแตกตัวในอวัยวะเป้าหมาย ช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารสำคัญได้ดีขึ้น รวมถึงปลอดภัยต่อผู้มีภาวะไตเรื้อรัง)

– น้ำมันปลาเกรดพรีเมี่ยม สกัดจากปลาทูน่า มีความบริสุทธิ์สูง ด้วยกระบวนการกลั่นด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง และมีมาตรฐานในระดับสากลที่ ทันสมัย ที่สุด จากประเทศเยอรมนี เป็นแหล่งของกรดไขมัน โอเมก้า 3 มีปริมาณอีพีเอและดีเอชเอสูง ที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ

– วิตามิน ดี3 เกรดทางการแพทย์

การออกฤทธิ์ของสารสำคัญ

– เคอร์คูมิน (Curcumin) สกัดจากขมิ้นชันอนุภาคระดับนาโน ร่างกายดูดซึมได้เร็ว 20 เท่า ช่วยกระตุ้นเซลล์ตับอ่อนในการสร้างอินซูลินไปควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

– โอเมก้า 3 (Omega-3) ช่วยลดไตรกลีเซอไรด์

– วิตามินดี 3 (Vitamin D3) ลดความเสี่ยงการเกิดเบาหวาน ช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์ตับอ่อน

การรับรอง

– สิทธิบัตรการประดิษฐ์ของบริษัท โอเรียนท์อินโนเวชั่น จำกัด

– สิทธิบัตรการประดิษฐ์ (Thailand Patent Filling No. 2001002290 (Apr 24, 2020)

– เครื่องหมายการค้า (Thailand Trademark Filling No. 200112151 (Apr 3, 2020)

– เลขที่ใบจดแจ้ง อย. (เลขสารบบอาหาร 13-1-07458-5-0198)

การศึกษาวิจัย

– Caminia มีพันธมิตรที่มีความน่าเชื่อถือ ไม่ว่าจะเป็น คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ช่วยเหลือในด้านการวิจัยและคิดค้นสูตรของตัวสินค้าที่ออกมาให้ได้มีประสิทธิภาพสูงที่สุด และ ยังมีโรงพยาบาลของภาครัฐที่คอยให้การสนับสนุนด้านการทดสอบตัวผลิตภัณฑ์ เพื่อเป็นเครื่องหมายยืนยันว่า นวัตกรรมของ Caminia สามารถช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาของผู้ป่วยโรคเบาหวาน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

– โดยนวัตกรรมของคามินเนียเกิดจากความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐร่วมเอกชนในเชิงอุตสาหกรรมและพานิชย์ เพื่อให้การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีผลิตภัณฑ์อาหารฟังก์ชั่น โภชนาเภสัชศาสตร์ และสารออกฤทธิ์เชิงหน้าที่ เพื่อสร้างเสริมสุขภาพของคนไทย อีกทั้งเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งของประเทศไทย ให้เกิดผลกระทบเชิงบวกในระบบเศรษฐกิจในระดับสูงในด้านสุขภาพทั้งระดับประเทศและภูมิภาคที่ดีอย่างยั่งยืน

เอาใจเหล่าคอลเลคเตอร์ Bearbrick ขนทัพน้องหมี Rare items มาให้ได้จับจอง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/598833

เอาใจเหล่าคอลเลคเตอร์ Bearbrick  ขนทัพน้องหมี Rare items มาให้ได้จับจอง

เอาใจเหล่าคอลเลคเตอร์ Bearbrick ขนทัพน้องหมี Rare items มาให้ได้จับจอง

วันพุธ ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

Absolute Siam Store บนชั้น 1 สยามเซ็นเตอร์ เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์ แหล่งรวมสินค้าแฟชั่น งานดีไซน์ไลฟ์สไตล์ และความคิดสร้างสรรค์อันมีเอกลักษณ์เฉพาะทั้งสินค้าที่เป็นเอ็กซ์คลูซีฟ และคอลลาบอเรชั่น ระหว่างแบรนด์ไทยดีไซเนอร์ชื่อดังหรือสินค้าสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ไม่เคยมีมาก่อน แตกต่างไม่เหมือนใคร พร้อมนำเสนอสินค้าสุดพิเศษ สำหรับเหล่าคอลเลคเตอร์ ให้ได้จับจองเป็นเจ้าของกันแล้ว กับ Rare items เด็ดมากมายที่คัดสรรมาแล้วว่าโดนใจแน่นอน

Be@rbrick Flowers Bomber 1000% ตัวนี้น่าสนใจมาก มาในไซส์ 1000% ขนาด 70 cm. เป็นการนำภาพกราฟิตี้หนึ่งในผลงานชิ้นที่โด่งดังที่สุดชิ้นหนึ่งของ BANSKY อย่าง Flower Bomber มา co llab ลงบนหมี เป็นแบร์บริคที่ฮิตสุดๆ นำไปวางมุมไหนก็สวยมากแน่นอน Be@rbrick Mickey R&W 1000% ตัวยอดนิยมที่เป็นแนวการ์ตูนตอนนี้ต้องยกให้ Mickey เลย ด้วยดีไซน์รูปหน้าแบบน่ารักสุดๆ เป็นที่รู้จักของทุกคน ตัวนี้ห้ามพลาด นำไปตกแต่งบ้าน ออฟฟิศ หรือมอบเป็นของขวัญให้คนรู้ใจก็ได้เช่นกัน Be@rbrick Tim 400% ตัวนี้ เหมาะสำหรับแฟนๆ ที่ชอบน้องตัวขนๆ พลาดไม่ได้กับTim 400% ตัวนี้เป็นการนำการ์ตูนสุดฮิตนำมาทำเป็นแบร์บริค ดีไซน์หุ้มเป็นขน ซึ่งรุ่นที่เป็นขนได้รับความนิยมอย่างมาก ซึ่งตัวนี้จะมีขนไม่มากเกินไปกำลังพอดี ใครชอบแบร์บริคแบบขนน่ารักๆ ต้องไม่พลาดคว้ามาสะสมไว้ในคอลเลคชั่น Be@rbrick Joker 100%+400% สาวกโจ๊กเกอร์พลาดไม่ได้เลยกับตัวนี้ เพราะดีไซน์จากคาแร็กเตอร์การ์ตูนและภาพยนตร์ชื่อดัง สีสันสวยงาม ใครที่ชอบแนวนี้ ตัว Joker เป็นอีกตัวที่น่าสะสมทีเดียว Be@rbrick Andy Muhammad Ali 100%+400% ตัวนี้เป็นการ collab โดยการนำนักกีฬาชื่อดังระดับโลกอย่าง Muhammad Ali มาดีไซน์ลงบนตัวของหมีแบร์บริคใครชื่นชอบและเป็นทั้งแฟนกีฬาและแฟนแบร์บริคควรเก็บสะสมไว้ได้เลย

ไม่เพียงแต่แบร์บริคที่โดดเด่นเหล่านี้ ยังมีแบร์บริคดีไซน์เท่ๆ น่ารักๆอีกมากมายให้เลือกสรร

ท้าแดดกับแว่นตาสปอร์ตสุดเก๋ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/598837

ท้าแดดกับแว่นตาสปอร์ตสุดเก๋

ท้าแดดกับแว่นตาสปอร์ตสุดเก๋

วันพุธ ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

Luxottica นำเสนอแว่นตาที่คัดสรรมาอย่างดีเพื่อสะท้อนจิตวิญญาณความเป็นสปอร์ตในการเฉลิมฉลองการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่โตเกียว 2020 ที่ผ่านมา ผสมผสานการใช้งานและสไตล์ที่ดูเก๋ไก๋และแข็งแรงเป็นพิเศษด้วยแว่นตาสปอร์ตสำหรับการสร้างแรงบันดาลใจของคุณ

แม้การแข่งขันโอลิมปิก 2020 ที่โตเกียว จะผ่านพ้นไปแล้ว แต่ความประทับใจและความตื่นเต้นจากการรับชมกีฬาต่างๆ ทำให้เราอาจพบว่าเรากำลังอยากที่จะออกไปหากิจกรรมกลางแจ้งหรือการเล่นกีฬาชนิดใหม่ และแน่นอนว่าแฟชั่นแนวสปอร์ตต้องกลับมาฮิตอีกครั้ง สำหรับกีฬากลางแจ้งที่คุณจะต้องเจอกับรังสียูวี และการเคลื่อนไหวร่างกายที่มากกว่าปกติ ดังนั้น เสริมความมั่นใจของคุณให้เล่นกีฬาได้อย่างคล่องตัวด้วยแว่นตาที่ช่วยปกป้องจากแสงแดดและให้ความสบายสูงสุดแต่ยังคงความเรียบง่าย

นอกจากนี้ รับชมการแข่งขันกีฬาต่างๆเพลิดเพลินกับช่วงเวลาแห่งความสนุกและความตื่นเต้นด้วยแว่นสายตา Luxottica ที่มีสไตล์ร่วมสมัย ตามเทรนแฟชั่น มาพร้อมน้ำหนักที่เบาและทนทาน เป็นคู่หูที่คู่ควรและเหมาะสมสำหรับไลฟ์สไตล์และกิจกรรมการกีฬาของคุณ

สภากาชาดจีนน้อมเกล้าฯถวายวัคซีน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/598841

สภากาชาดจีนน้อมเกล้าฯถวายวัคซีน

สภากาชาดจีนน้อมเกล้าฯถวายวัคซีน

วันพุธ ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

สภากาชาดจีนจัดส่งวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ซิโนฟาร์ม จำนวน 100,000 โดส เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ถวายสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย โดยวัคซีนดังกล่าวได้เดินทางถึงประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา

และเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2564 เวลา 09.00 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย พระราชทานพระราชวโรกาสให้นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทยนำ นายหยางซิน อัครราชทูตที่ปรึกษา สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย เป็นผู้แทนสภากาชาดจีน เฝ้าทูลละอองพระบาท น้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ถวายวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ซิโนฟาร์ม จำนวน 100,000 โดส ณ วังสระปทุม เพื่อให้สภากาชาดไทยนำไปใช้ในการป้องกันการแพร่ระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 ต่อไป

WFH ทั้งวัน จนตาล้า ผิวหน้าพัง งานนี้ต้องมีตัวช่วย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/598822

WFH ทั้งวัน จนตาล้า ผิวหน้าพัง งานนี้ต้องมีตัวช่วย

WFH ทั้งวัน จนตาล้า ผิวหน้าพัง งานนี้ต้องมีตัวช่วย

วันพุธ ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ปัญหาจากการทำงานแบบ Work from Home ไม่ได้มีแค่ความเครียดและความกังวลเท่านั้น แต่ยังส่งผลถึงระบบการทำงานร่างกายที่อาจเหนื่อยล้าตามไปด้วย เห็นชัดที่สุดก็คงเป็นเรื่องของดวงตา เคยสังเกตกันหรือไม่ว่า หลังจากที่ทำงานจนหมดวันเราจะเริ่มรู้สึกสายตาอ่อนล้า จนอยากจะปิดตาลงทันที เพราะการจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ค แท็บเลตหรือโทรศัพท์มือถือ ติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจทำให้การมองเห็นภาพไม่ชัดเจน หรือระคายเคืองตาและมีผลเสียต่อสายตาในระยะยาวอย่างเช่น โรคจอประสาทตาเสื่อมได้ ประเด็นถัดมาที่น่ากลัวไม่แพ้กันก็คือความโรยราของผิวหน้า เพราะแสงสีฟ้าที่ส่งผ่านมาจากหน้าจอดิจิทัลต่างๆ จะทำปฏิกิริยากับผิวของเราด้วยการเข้าไปสร้างสารอนุมูลอิสระ ทำให้ผิวเสื่อมก่อนวัยเร็วมากขึ้น

อินเตอร์ ฟาร์มา มีการศึกษาวิจัย เกี่ยวกับสารที่มีส่วนช่วยในการปกป้อง ฟื้นฟู เพื่อนำมาใช้เป็นตัวช่วยสำคัญในการชะลอความเสื่อมก่อนวัยทั้งกับดวงตาและผิวหน้า โดยพบว่ามี 2 สารอาหารจากธรรมชาติที่เป็นสุดยอดในด้านการต้านอนุมูลอิสระ ได้แก่ แอสตาแซนทิน(Astaxanthin) และ เคอร์คูมิน (Curcumin)

Astaxanthin สารอาหารสำคัญจากสาหร่ายทะเล ถือว่าเป็นราชาแห่งสารต้านอนุมูลอิสระ เพราะมีประสิทธิภาพสูงกว่าวิตามินอี 550 เท่า และสูงกว่าโคเอนไซม์คิวเท็น 800 เท่า โดยเป็นสารอาหารที่จัดอยู่ในกลุ่มแคโรทีนอยด์ นอกจากพบในสาหร่ายทะเลแล้ว ยังมีในอาหารประเภทผักสด ผลไม้ที่มีสีส้ม สีเหลือง สีแดง เช่น แครอท ฟักทอง มะเขือเทศ เป็นต้น อีกทั้งในเนื้อสัตว์จำพวก ล็อบสเตอร์ ปู และปลาแซลมอน เป็นต้น

Curcumin สารสำคัญที่พบในขมิ้นชัน มีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายประการ โดยเฉพาะมีฤทธิ์ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ รวมถึงต้านเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย และช่วยชะลอความเสี่ยงการเกิดโรคอัลไซเมอร์ได้อีกด้วย แต่โดยทั่วไป สารเคอร์คูมินในขมิ้นจะมีเพียง 1-5 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักเท่านั้น ทำให้ร่างกายดูดซึมเข้ากระแสเลือดได้น้อยและไม่มีความคงตัว แต่ด้วยเทคโนโลยี Nano Encapsulation เทคโนโลยีขั้นสูงที่สามารถคงประสิทธิภาพของสาร Curcumin โดยมีหลักการในการห่อหุ้มสารออกฤทธิ์ด้วยเทคนิคเฉพาะ เพื่อป้องกันไม่ให้สารออกฤทธิ์ Curcumin สลายตัวจากปัจจัยต่างๆ มีความคงตัวมากขึ้น และยังสามารถนำส่ง ตรงสู่เซลล์เป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น

ทั้งนี้ “ASTACURMIN” ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมชนิดแคปซูล ของ อินเตอร์ ฟาร์มาเป็นผลิตภัณฑ์เดียวที่ใช้เทคโนโลยี Nano Encapsulation เพื่อรวบรวม 2 สารอาหารสำคัญทั้ง Astaxanthin และ Curcumin เข้าด้วยกัน เป็น Multi-Antioxidants จึงนับว่าเป็นสุดยอดตัวช่วยในด้านการต้านอนุมูลอิสระ โดยถูกพัฒนาให้อยู่ในรูปแบบที่รับประทานง่าย นอกจาก ASTACURMIN จะช่วยในการบำรุงสายตา ลดเลือนริ้วรอย ต้านการอักเสบ และปกป้องรังสี UV แล้ว ยังมีส่วนช่วยป้องกันโรคหัวใจ และเสริมสร้างการทำงานของตับได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย เหมาะอย่างยิ่งในการดูแลสุขภาพ และชะลอความเสื่อมในส่วนต่างๆ ของร่างกาย โดยรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นตั้งแต่ 1-2 สัปดาห์แรก เช่น อาการเหนื่อยล้าบริเวณดวงตาลดลง ผิวกระจ่างใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

ปัจจุบันอุปกรณ์ดิจิทัลไม่ว่าจะเป็น โทรศัพท์ แท็บเลต โน้ตบุ๊ค หรือคอมพิวเตอร์ กลายเป็นปัจจัย 5 ไปแล้ว หลายคนเหนื่อยล้าจากการทำงาน แต่ก็ยังใช้เวลาพักผ่อนไปกับการไถหน้าจอโทรศัพท์ โดยลืมคิดถึงผลเสียต่อร่างกายในระยะยาว เพราะฉะนั้น ควรมีตัวช่วยดีๆ อย่าง ASTACURMIN ติดตัวไว้ ก่อนที่จะร่างกายจะเสื่อมถอยเกินแก้นะคะ สนใจสามารถดูรายละเอียดผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพเพิ่มเติมได้ที่ InterpharmaStore ผ่านทางเว็บไซต์ www.interpharma.co.th, Facebook InterpharmaThailand, Line : @interpharma และ Call center 094-9569536

‘เอสเพอรานซ์’ รพ.บำรุงราษฎร์ เผยทางเลือกใหม่ สลายเนื้องอกในเต้านมชนิดปกติด้วยความเย็นติดลบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/598823

‘เอสเพอรานซ์’ รพ.บำรุงราษฎร์ เผยทางเลือกใหม่ สลายเนื้องอกในเต้านมชนิดปกติด้วยความเย็นติดลบ

‘เอสเพอรานซ์’ รพ.บำรุงราษฎร์ เผยทางเลือกใหม่ สลายเนื้องอกในเต้านมชนิดปกติด้วยความเย็นติดลบ

วันพุธ ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ผศ.พญ.ศศิธร สุจริตธนะการ

คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมมะเร็ง “เอสเพอรานซ์” ซึ่งเป็นศูนย์การรักษามะเร็งเชิงบูรณาการและเป็นส่วนหนึ่งของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ที่เน้นการใช้นวัตกรรมในการป้องกันก่อนเกิดโรค รวมถึงมีแนวทางการรักษามะเร็งแบบเฉพาะบุคคลด้วยวิธีแบบผสมผสาน ได้นำเทคโนโลยีการบำบัดด้วยความเย็น (หรือ Cryoablation) เข้ามาใช้ในการรักษาด้วยการสลายก้อนเนื้องอกใน

เต้านมชนิดปกติด้วยความเย็นติดลบ ด้วยอุณหภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็งหรือต่ำกว่าลบ 170 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่ทำให้เซลล์เนื้องอกตาย โดยการใช้เข็มที่บรรจุไนโตรเจนเหลวแทรกผ่านผิวหนังเข้าไปในก้อนเนื้อที่ต้องการกำจัดได้อย่างแม่นยำ โดยระหว่างการทำหัตถการ แพทย์จะใช้อัลตราซาวนด์เพื่อช่วยระบุตำแหน่งให้เห็นเนื้องอกและก้อนน้ำแข็งที่ก่อตัวครอบคลุมก้อนเนื้องอกได้อย่างชัดเจน หัตถการนี้จะทำให้เกิดแผลที่ผิวหนังขนาดเล็กเพียง 3 มิลลิเมตรซึ่งเป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้ที่ไม่ต้องการผ่าตัด และมีความปลอดภัยสูง ซึ่งได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (FDA)

ผศ.พญ.ศศิธร สุจริตธนะการ แพทย์ผู้ชำนาญการด้านศัลยศาสตร์มะเร็งเต้านม คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมมะเร็งเอสเพอรานซ์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวแนะนำผู้หญิงที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ว่าควรตรวจเช็คเต้านมด้วยตนเองอย่างสม่ำเสมอ โดยลักษณะของก้อนเนื้องอกที่เต้านมชนิดปกติ คือก้อนเนื้องอกชนิดธรรมดาที่เกิดจากเซลล์ของท่อน้ำนม ส่วนใหญ่จะมีลักษณะเป็นเพียงก้อนเดียว ซึ่งน้อยรายที่จะมีเกินหนึ่งก้อน แต่ก็จะมีจำนวนก้อนไม่มากนัก โดยจะมีรูปทรงกลมเรียบแต่มีขอบเขต ไม่แข็ง โดยก้อนเนื้อจะค่อยๆ โตขึ้นเพียงเล็กน้อย พบได้ตั้งแต่ก้อนเล็กกว่า 1 เซนติเมตร จนถึงขนาดใหญ่กว่า 5 เซนติเมตร ซึ่งควรจะต้องผ่าตัดเอาออกตั้งแต่มีขนาดไม่ใหญ่มาก สำหรับในกรณีที่ตรวจพบความผิดปกติในรูปแบบอื่นๆ ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจประเมิน วินิจฉัยโรค และวางแผนการรักษาได้อย่างทันท่วงที

ข้อดีของการรักษาด้วยนวัตกรรมการบำบัดด้วยความเย็น เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการผ่าตัด จึงไม่จำเป็นต้องวางยาสลบ แต่จะใช้วิธีการฉีดยาชาเฉพาะที่ ซึ่งจะมีรอยแผลเล็กเพียงประมาณ 3 มิลลิเมตรเท่านั้น ผู้ป่วยจึงมีอาการเจ็บน้อยมาก ฟื้นตัวได้เร็ว และสามารถกลับบ้านได้ในวันที่ทำการรักษา ที่สำคัญ วิธีนี้สามารถรักษารูปทรงของเต้านมได้ดีกว่าการผ่าตัด เนื่องจากไม่มีการทำลายของเนื้อเยื่อเต้านมปกติ ทำให้ลดความกังวลของผู้หญิงลง โดยโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ มีศัลยแพทย์ผู้ชำนาญการด้านศัลยกรรมเต้านมเป็นผู้ทำหัตถการ และทำงานเป็นทีมร่วมกับสหสาขาวิชาชีพอื่นๆ ด้วยมาตรฐานคุณภาพในระดับสากล และเน้นความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นสำคัญ

อย่างไรก็ตาม เซลล์เนื้องอกจะถูกทำลายไปจนหมดสิ้นระหว่างการจี้เย็นแล้ว จากนั้นร่างกายจะค่อยๆ สร้างเซลล์ใหม่ที่ปกติขึ้นมาแทนที่ ในช่วงแรกผู้ป่วยอาจยังรู้สึกว่ามีก้อนเนื้ออยู่ แต่ก้อนเนื้อจะมีขนาดเล็กลงจนกระทั่งร่างกายกำจัดไปหมด ซึ่งสามารถติดตามได้จากการตรวจอัลตราซาวนด์ โดยระยะเวลาในการหายไปของก้อนเนื้อจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับขนาดของก้อนเนื้อและปัจจัยอื่นๆ ทั้งนี้ ผลจากการทำอัลตราซาวนด์ใน 3 ระยะ พบว่า 1.หลังการทำ 6 เดือน ผู้ป่วยบางรายก้อนเนื้อหายไปหมด ในขณะที่บางรายก้อนเนื้อมีขนาดเล็กลง 2.หลังการทำ 1 ปีก้อนเนื้อจะมีขนาดเล็กลงและมีขอบที่ไม่ชัดเจน ผู้ป่วยส่วนหนึ่งพบว่าก้อนเนื้อได้สลายไปแล้ว และ 3.หลังการทำ 2 ปีผู้ป่วยทุกรายพบว่าก้อนเนื้อหายไปหมดแล้ว

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมมะเร็งเอสเพอรานซ์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ชั้น 11 อาคาร C (Tower) หรือโทร.02-0115888หรือเยี่ยมชมได้ที่เว็บไซต์ https://www.bumrungrad.com/th/packages/cryoablation-of-breast-fibroadenom

สสว.หนุนผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ติดอาวุธการค้าออนไลน์ฝ่าวิกฤตโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/598834

สสว.หนุนผู้ประกอบการรุ่นใหม่  ติดอาวุธการค้าออนไลน์ฝ่าวิกฤตโควิด-19

สสว.หนุนผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ติดอาวุธการค้าออนไลน์ฝ่าวิกฤตโควิด-19

วันพุธ ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

(นั่งซ้าย)วีระพงศ์ มาลัย ผอ.สสว.

สสว.เดินหน้าโครงการส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการใหม่ (Early Stage All Stars) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 สร้างทัพ SME รุ่นใหม่ ฝ่าวิกฤตโควิด-19 ผ่านการตลาดออนไลน์การใช้เทคโนโลยี และนวัตกรรมไม่ต่ำกว่า 120 ราย

นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า แม้ว่าในปีนี้ประเทศไทย และทั่วโลกต่างเผชิญกับวิกฤตโควิด-19 แต่ สสว.ก็ยังคงเดินหน้าสร้าง ผู้ประกอบการใหม่ ให้มีศักยภาพสอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลง และสถานการณ์ในปัจจุบัน เพื่อสร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่พร้อมเข้ามาพัฒนาเศรษฐกิจของไทยต่อไปในอนาคต

ทั้งนี้ โครงการพัฒนาและส่งเสริมผู้ประกอบการใหม่ (SME-Early Stage : All Stars)ได้เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2559 ตามนโยบายของรัฐบาล โดยสร้าง SMEs รุ่นใหม่ที่ปรับใช้เทคโนโลยี และนวัตกรรม ในการพัฒนาสินค้า และบริการใหม่ๆ ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบัน ซึ่งตลอดระยะเวลาดำเนินงานที่ผ่านมาถึงปี 2564 นี้สามารถพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการไทยกว่า 50,000 ราย ให้สามารถต่อยอดการดำเนินธุรกิจของตนและเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการส่งเสริมด้านเทคโนโลยี นวัตกรรมและวิจัยพัฒนา

สำหรับปี 2564 โครงการได้มีการปรับรูปแบบการดำเนินงานได้ร่วมกับหน่วยร่วมดำเนินงาน 6 หน่วยงาน ได้แก่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย อุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิเพื่อสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมภายใต้แนวคิด Early Stage All Stars เพื่อให้สามารถขยายการดำเนินงานไปสู่กลุ่มผู้ประกอบการใหม่ และกลุ่มผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19มาตั้งแต่ปี 2563 โดยใช้นวัตกรรม และเทคโนโลยีดิจิทัลในรูปแบบต่างๆ มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งในด้านการการผลิต บริหารจัดการและการตลาด โดย SME ที่เข้าร่วมโครงการ สามารถเป็นบุคคลธรรมดาที่ต้องการเป็นผู้ประกอบการ หรือผู้ประกอบการที่ยังไม่ได้จดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจแต่ถ้าหากเป็นผู้ประกอบการที่จดทะเบียนแล้วจะต้องจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจไม่เกิน 3.5 ปี

ผอ.สสว. กล่าวอีกว่า ผู้ประกอบการที่สมัครเข้าร่วมโครงการ จะได้รับความรู้เกี่ยวกับ ขั้นตอนในการเริ่มต้นทำธุรกิจ และรูปแบบการทำธุรกิจในยุคดิจิทัล รวมถึงสิทธิประโยชน์ต่างๆ จาก สสว. ผ่านกิจกรรมการสร้างและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการในเชิงลึกโดยผู้เชี่ยวชาญผ่านระบบออนไลน์และออฟไลน์ อาทิ การเขียนแผนธุรกิจ แนะนำแผนธุรกิจที่ได้รับการตรวจสอบและพิจารณาจากสถาบันการเงินการทำ Content Marketing แนะนำการใช้สื่อสำหรับประชาสัมพันธ์การเชื่อมโยง Online to Offline (O2O) สอนการเชื่อมโยงร้านค้าโลกออนไลน์กับไลน์เข้าด้วยกันการยกระดับมาตรฐาน แนะนำการเตรียมความพร้อมเพื่อการขอรับรองมาตรฐาน ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI (Artificial Intelligence) และการเชื่อมนวัตกรรมเทคโนโลยีเข้าสู่ธุรกิจหรือ Internet of Things: IoT

“กิจกรรมทดสอบตลาดเป็นอีกหนึ่งในกิจกรรมของโครงการฯ ที่สสว. ได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ คัดเลือกผู้ผ่านการพัฒนาศักยภาพในเชิงลึก กว่า 100 ราย เข้าร่วมงาน Early Stage Market Fair 2021 ผ่านช่องทางการค้าออนไลน์ใน Facebook Page : SME ตีตลาด Early Stage Market Fair ซึ่งจะมีการไลฟ์สดขายของ เพื่อให้ผู้ประกอบการได้เรียนรู้ ทดสอบสินค้า พร้อมพฤติกรรมผู้บริโภค เพื่อนำไปปรับปรุงและเพิ่มคุณค่าของสินค้าให้ตรงตามความต้องการของตลาดอย่างแท้จริง นอกจากนี้ ยังเป็นการเพิ่มโอกาสผู้ซื้อได้พบกับผู้ขายโดยตรง ซึ่ง สสว. จะเข้าไปช่วยโปรโมทผ่านช่องทาง Facebook และกิจกรรมส่งเสริมการขายต่างๆ บนแพลตฟอร์มออนไลน์ทั้งหมด”

โดยในปีนี้มีผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพและโดดเด่นหลายราย เช่น Pinn ทิชชู่ไร้ขยะ ทิ้งลงชักโครกได้ ไม่อุดตัน ย่อยสลาย ลดการแพร่เชื้อ ลดกลิ่นในห้องน้ำ ลดขั้นตอนและค่าใช่จ่ายสิ้นเปลืองการกำจัดขยะ ผลิตจากเยื่อกระดาษรีไซเคิล ลดการตัดต้นไม้ ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมบริษัท กรีนเนอร์เซนส์ จำกัด ผ้าอนามัยเส้นใยไผ่ ช่วยต่อต้านการเกิดเชื้อแบคทีเรีย ยืดหยุ่นสูงและซึมซับน้ำได้ดี พร้อมช่วยระงับกลิ่นเหงื่อ ช่วยระบายอากาศได้ดี แห้งสบายเร็วกว่า และย่อยสลายได้ง่าย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

หจก.นัทชา โกลเบิล น้ำพริกเนื้อปลาแซลมอน ผลิตจากเนื้อปลาแซลมอน ผสมหอม พริกและใบมะกรูดทอด Yummyyum ข้าวกรอบแหนมสด ยำแหนมแพ็กสำเร็จรูปสะดวกพร้อมรับประทาน ภัครา เพอร์เฟค ไวท์ออร์แกนิคเซรั่ม ช่วยฟื้นบำรุงผิวที่มีริ้วรอยใบหน้าหมองคล้ำ ให้แลดูกระจ่างใส Farmer Gac วิตามินบำรุงสายตา ป้องกันจอประสาทตาเสื่่อม ป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ เพิ่มภูมิคุ้มกันหลักให้ร่างกายผลิตจากผงฟักข้าว 100% และภูมิจิต คาเฟ่ สาขาเสาชิงช้า ร้านขนมไทยซึ่งเป็นซิกเนเจอร์ ขนมทุกชิ้นจะใช้วัตถุดิบคุณภาพสูง เมื่อคนรับประทานขนมเข้าไป จะเสพได้ทั้งความสวยงามจากตา ความหอมจากกลิ่น และความอร่อยจากรสชาติ กลิ่นอบควันเทียนซึ่งเป็นอีกหนึ่งหัวใจของการทำขนม พร้อมปรับรูปแบบขนมให้มีความร่วมสมัยมากขึ้น

“ในการจัดงาน Early Stage Market Fair ทุกครั้งที่ผ่านมา จะจัดที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะเพื่อให้ผู้ประกอบการได้ทดสอบตลาดผ่านประสบการณ์จริง และได้รับข้อติชมจากลูกค้าโดยตรง เพื่อนำไปปรับปรุงสินค้า และบริการ แต่จากการระบาดของโควิด-19 สสว. จึงได้ปรับกิจกรรมนี้จัดในรูปแบบออนไลน์ ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีในการให้ผู้ประกอบการได้มีประสบการณ์จริงจากการค้าออนไลน์ และนำข้อบกพร่องมาหารือกับผู้เชี่ยวชาญให้สินค้าและบริการได้รับการตอบรับจากตลาดออนไลน์ที่ดีขื้น ทำให้ SME ที่ผ่านโครงการนี้ต่อยอดและเดินหน้าทำการค้าได้จริงในภาวะการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในขณะนี้” นายวีระพงศ์ กล่าว

‘ความเครียด’ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพผิว แพทย์แนะหาวิธีการผ่อนคลายร่างกายและจิตใจ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/598840

‘ความเครียด’ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพผิว  แพทย์แนะหาวิธีการผ่อนคลายร่างกายและจิตใจ

‘ความเครียด’ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพผิว แพทย์แนะหาวิธีการผ่อนคลายร่างกายและจิตใจ

วันพุธ ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในปัจจุบัน ทำให้หลายคนต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิต รวมถึงต้องทำงานที่บ้าน (Work from Home) ส่งผลให้มีระยะเวลาในการทำงานยาวนานขึ้นกว่าปกติ จนทำให้ไม่สามารถแยกแยะสถานที่ทำงานออกจากบ้านได้ ทำให้เกิดความเหนื่อยล้าและความเครียดสะสมโดยไม่รู้ตัว จนส่งผลกระทบต่อสุขภาพผิวซึ่งแสดงออกมาในรูปแบบของอาการ “ผิวเครียด” แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม “ธัญ” (THANN จึงได้เชิญแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม แพทย์หญิงอวิกา รงค์ทองมา “แนะนำ “ความเครียด” ภัยเงียบใกล้ตัวที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพผิว พร้อมแนะแนวทางรับมือกับอาการผิวเครียด” กับผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม “ชิโซะ คอลเลคชั่น” (Shiso Collection)  ร่วมกับเซเลบริตี้สาวสวย มาเผยเคล็ดลับการดูแลสุขภาพผิวตามแบบฉบับตนเอง อาทิ พัณณิตา สนิทวงศ์ ณ อยุธยา, ชวมณฑ์ปวโรดม และ กนกรส กิตติขจร

แพทย์หญิงอวิกา รงค์ทอง

แพทย์หญิงอวิกา รงค์ทอง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังได้กล่าวถึงผลกระทบของความเครียดที่ส่งผลกระทบต่อผิว รวมถึงวิธีการรับมือกับอาการผิวเครียดว่า “อาการ “ผิวเครียด” เป็นโรคทางจิตวิทยาผิวหนัง(Psychodermatology)  เกิดจากสภาวะของจิตใจหรือความเครียดที่ส่งผลโดยตรงต่อสภาพของผิวพรรณ คนส่วนใหญ่มักคิดว่าเป็นอาการหนึ่งของโรค “ภูมิแพ้” ซึ่งรักษาเท่าไหร่ก็ไม่หายเพราะต้นตอของอาการนั้นมาจาก “ความเครียด”โดยสามารถอธิบายได้อย่างง่ายๆ คือ ความเครียดไปกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) หรือที่เรารู้จักกันในนามของ “ฮอร์โมนแห่งความเครียด” ออกมามากกว่าปกติ ทำให้ร่างกายเสียสมดุล ส่งผลเสียต่อกระบวนการทำงานของร่างกายและผิวพรรณ ทำให้ผิวหนังเกิดเป็นผื่น ระคายเคือง เป็นสิว ติดเชื้อได้ง่าย

นอกจากนี้ฮอร์โมนความเครียดยังไปกระตุ้นการหลั่ง “เมลาโนไซด์ สติมูเลติงฮอร์โมน” (Melanicyte Stimulating Homone หรือ MSH) ซึ่งส่งผลต่อการสร้างเม็ดสี (Melanin) ทำให้หน้าหมองคล้ำ ฝ้า กระ เข้มขึ้นได้ ดังคำโบราณบอกว่าหน้าดำคร่ำเครียด อีกทั้งยังส่งผลยับยั้งการหลั่งฮอร์โมนแห่งความหนุ่มสาวหรือ “โกรทฮอร์โมน” (Growth Hormone)ทำให้ผิวเกิดความแห้งกร้าน สิว ริ้วรอยก่อนวัยและความหย่อนคล้อยได้ อาการ “ผิวเครียด” หากยิ่งสะสมเป็นเวลานานมากเท่าไหร่ ก็จะเกิดปัญหาผิวต่างๆ ตามมามากขึ้นเท่านั้น หากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างถูกวิธี

ชวมณฑ์ ปวโรดม

แนวทางสำหรับรับมือกับอาการผิวเครียด เริ่มจากการดูแลตัวเองจากภายในนั่นคือ พยายามลดความเครียด หรือออกห่างจากสิ่งที่ทำให้เครียด หาวิธีการผ่อนคลายร่างกายและจิตใจ เช่น การใช้กลิ่นหอมบำบัด ดนตรีบำบัด สวดมนต์นั่งสมาธิ ออกกำลังกายเบาๆ อย่างโยคะ พิลาทิส เต้นรำ หากิจกรรมที่ชื่นชอบ เช่น ดูหนัง ฟังเพลง ร้องคาราโอเกะ ดูแลอาหารการกิน เลือกอาหารที่มีประโยชน์เน้นกลุ่มโปรตีน และไขมันดี อย่างเช่น โอเมก้า 3, น้ำมันมะกอก, ไขมันจากถั่ว เพราะเป็นสารอาหารที่จำเป็นในการสร้างฮอร์โมนต้านความเครียด รวมถึงอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ หลีกเลี่ยงอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง ส่วนการดูแลตัวเองจากภายนอก ควรให้ความสำคัญการดูแลผิวเพิ่มเติมจากขั้นตอนปกติ เช่น การกระชับรูขุมขนและคืนความสมดุลของผิวด้วยแอสตริเจนต์โทนเนอร์, การเติมเต็มความชุ่มชื้นสู่ผิวด้วยไฮเดรติ้ง อิมัลชั่น, การปกป้องผิวจากริ้วรอยและความหย่อนคล้อยแห่งวัยด้วยเฟเชียลเซรั่ม และการคืนความกระจ่างใสสู่ผิวด้วย รีไวทอลไลซิ่งเฟซ มาส์ก อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง เพียงเท่านี้ก็สามารถดูแลผิวให้มีสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติได้”

ด้าน เซเลบริตี้สาว ชวมณฑ์ ปวโรดมเผยเคล็ดลับการดูแลสุขภาพผิวว่า “ช่วงนี้เราต้องเวิร์ก ฟรอม โฮม ทำให้การจัดสรรเวลาไม่ค่อยลงตัวนัก ระหว่างเรื่องงาน และเวลาที่เราต้องพักผ่อน ร่างกายจึงเกิดความเหนื่อยล้าและรู้สึกว่าพักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้เกิดความเครียดสะสมโดยไม่รู้ตัว และยังส่งผลต่อผิวพรรณอย่างเห็นได้ชัด เช่น ผิวหมองคล้ำและแห้งอีกด้วย จึงมานั่งวิเคราะห์ดูถึงสาเหตุจึงรู้ว่าเราจำเป็นต้องหมั่นสังเกตสภาวะร่างกายและจิตใจของเราทุกวันว่าเป็นอย่างไร หากเริ่มอ่อนล้า หรือเครียด เราก็จะเปลี่ยนอิริยาบถด้วยการหากิจกรรมที่ชื่นชอบอย่างงานศิลปะทำเพื่อผ่อนคลายความเครียด ควบคู่กับการดูแลสุขภาพผิว โดยเราจะให้ความสำคัญกับขั้นตอนการทำความสะอาดและปรับสภาพผิวหน้าหลังการล้างด้วยการใช้แอสตริเจนต์ โทนเนอร์ เพื่อขจัดการกับสิ่งสกปรกตกค้างและกระชับรูขุมขน ซึ่งเราก็มีเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ อย่างการแช่โทนเนอร์ในตู้เย็น เมื่อเวลานำออกมาใช้ก็จะรู้สึกว่าผิวเย็นสดชื่นได้ทันที รวมถึงการบำรุงผิวด้วยเฟเชียล เซรั่ม เพื่อป้องกันการเกิดริ้วรอยและความหย่อนคล้อยก่อนวัย”

กนกรส กิตติขจร

 สำหรับผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม “ชิโซะคอลเลคชั่น”  ได้แก่ “แอสตริเจนต์ โทนเนอร์”(Astrigent Toner) โทนเนอร์ช่วยกระชับรูขุมขน และคืนความสมดุลของผิวหลังล้างหน้า มีส่วนผสมจากพืชพรรณธรรมชาติ “รีไวทอลไลซิ่ง เฟซ มาส์ก” (Revitalising Face Mask)มาส์กหน้าสูตรเข้มข้นที่รวมคุณค่าจากสารสกัดธรรมชาติ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการฟื้นฟูผิวให้สว่างใสอย่างไร้ที่ติ “เฟเชียล เซรั่ม”(FacialSerum)  เซรั่มเพื่อการฟื้นฟูสภาพผิว พัฒนามาเพื่อรับมือกับปัญหาริ้วรอยแห่งวัยโดยเฉพาะ เพิ่มความชุ่มชื้น “ไฮเดรติ้ง อิมัลชั่น”)Hydrating Emulsion) ผลิตภัณฑ์เติมเต็มความชุ่มชื้นสำหรับผิวหน้าสูตรที่พัฒนามาเพื่อแก้ปัญหาผิวขาดน้ำโดยเฉพาะซึมซาบเข้าบำรุงและฟื้นฟูสภาพผิวไม่ทิ้งความมันส่วนเกิน และไม่อุดตันรูขุมขน