สมเด็จเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เสด็จพร้อมด้วย กรมหมื่นสุทธนารีนาถพระราชทาน ‘ถุงน้ำใจพึ่งพา’ สำหรับผู้ป่วยโควิดกักตัวที่บ้าน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/598796

สมเด็จเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เสด็จพร้อมด้วย กรมหมื่นสุทธนารีนาถพระราชทาน ‘ถุงน้ำใจพึ่งพา’ สำหรับผู้ป่วยโควิดกักตัวที่บ้าน

สมเด็จเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เสด็จพร้อมด้วย กรมหมื่นสุทธนารีนาถพระราชทาน ‘ถุงน้ำใจพึ่งพา’ สำหรับผู้ป่วยโควิดกักตัวที่บ้าน

วันพุธ ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา องค์ประธานกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เสด็จพร้อมด้วย พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ องค์นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพมูลนิธิฯ พระราชทานพระวโรกาสให้ เตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย เข้าเฝ้ารับพระราชทานถุงน้ำใจพึ่งพา (Help Me Bag)

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาองค์ประธานกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภา ฯ) ยามยากสภากาชาดไทย เสด็จออกพร้อมด้วย พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ องค์นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภา ฯ) ยามยากสภากาชาดไทย ณ ชั้น 28 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร เมื่อวันเสาร์ที่ 28 สิงหาคม 2564 พระราชทานพระวโรกาสให้ เตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย เข้าเฝ้ารับพระราชทานถุงน้ำใจพึ่งพา(Help Me Bag) สำหรับผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่กักตัวอยู่บ้าน (Home Isolation) โดยมี นายแพทย์จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และ แพทย์หญิงป่านฤดี มโนมัยพิบูลย์ผู้อำนวยการสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร เป็นตัวแทนเข้ารับพระราชทานถุงน้ำใจพึ่งพา เพื่อเชิญไปมอบแก่ผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่กักตัวอยู่บ้านในระหว่างที่มีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในวงกว้าง ซึ่งถุงน้ำใจพึ่งพา (Help Me Bag) ประกอบด้วย เครื่องอุปโภค-บริโภค ยาฟ้าทะลายโจร ปรอทวัดไข้ เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว หน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ ล้างมือ และชุดสิ่งของจำเป็น

ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ ผอ.รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และ เฉลาศรี เสงี่ยม หัวหน้าพยาบาลรพ.จุฬาฯ รับพระราชทานถุงน้ำใจพึ่งพา (Help Me Bag)

ทั้งนี้ ตั้งแต่มีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติด เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยากสภากาชาดไทย ได้มีส่วนร่วมดำเนินการให้ความช่วยเหลือ จัดอาหารปรุงสุกพร้อมรับประทานมอบแก่ประชาชนในชุมชนต่างๆ และที่พักคนงานในหลายพื้นที่ รวมทั้งอุดหนุนอาหารจากผู้ประกอบการรายเล็ก เพื่อเป็นการช่วยเหลือให้ร้านค้าต่างๆ มีรายได้ในการดำเนินการ พร้อมทั้งช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน อีกทั้งยังพระราชทานเจลแอลกอฮอล์ และอุปกรณ์การแพทย์ ให้กับบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อใช้ในการดูแลรักษา ผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อควบคุมและป้องกันจากการแพร่ระบาดของโรคต่อไปนพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และ พญ.ป่านฤดี มโนมัยพิบูลย์ ผอ.สำนักอนามัย กทม. เป็นผู้แทนเข้ารับพระราชทานถุงน้ำใจพึ่งพา (Help Me Bag)นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และ พญ.ป่านฤดี มโนมัยพิบูลย์ ผอ.สำนักอนามัย กทม. เป็นผู้แทนเข้ารับพระราชทานถุงน้ำใจพึ่งพา (Help Me Bag)นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี, ฐิติวัฒน์ ว่องวรรณกุล ผจก.มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยากฯ และ พญ.ป่านฤดี มโนมัยพิบูลย์นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี, ฐิติวัฒน์ ว่องวรรณกุล ผจก.มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยากฯ และ พญ.ป่านฤดี มโนมัยพิบูลย์ถุงน้ำใจพึ่งพา (Help Me Bag) มอบให้แก่ผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่กักตัวอยู่บ้าน (Home Isolation)ถุงน้ำใจพึ่งพา (Help Me Bag) มอบให้แก่ผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่กักตัวอยู่บ้าน (Home Isolation)ถุงน้ำใจพึ่งพา (Help Me Bag) มอบให้แก่ผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่กักตัวอยู่บ้าน (Home Isolation)ถุงน้ำใจพึ่งพา (Help Me Bag) มอบให้แก่ผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่กักตัวอยู่บ้าน (Home Isolation)

‘AOT เคียงข้างและแบ่งปัน’ จัดกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/598793

‘AOT เคียงข้างและแบ่งปัน’  จัดกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์

‘AOT เคียงข้างและแบ่งปัน’ จัดกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์

วันพุธ ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ปาณิศา ธนกุลจีรพัฒน์ ผอ.สำนัก กก.ผอ.ใหญ่ พร้อมด้วย ผู้บริหารและพนักงาน AOT ร่วมกันบรรจุเครื่องอุปโภค-บริโภค

เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม 2564 บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) ได้จัดกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ “AOTเคียงข้างและแบ่งปัน” โดย ปาณิศา ธนกุลจีรพัฒน์ผู้อำนวยการสำนักกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ พร้อมด้วยผู้บริหาร และพนักงาน AOT ร่วมกันบรรจุสิ่งของอุปโภค-บริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวัน เช่น ข้าวสาร ปลากระป๋อง นมถั่วเหลือง ขนมปัง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และได้มอบเครื่องอุปโภค-บริโภค จำนวน 600 ชุด ให้กับชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในพื้นที่เขตดอนเมือง โดยมี นพดล ผ่องสำเภา ผู้แทนสำนักงานเขตดอนเมือง, ยงยุทธ สงวนอารมณ์ ประธานชุมชนโซน 1และ มานพ โสภณวัฒนไพบูลย์ ตัวแทนชุมชนโซน 2 เป็นผู้รับมอบ ณ อาคารสโมสรท่าอากาศยาน AOT เมื่อวันที่ 9 และ 10 สิงหาคม 2564นพดล ผ่องสำเภา ผู้แทนสำนักงานเขตดอนเมือง รับมอบของเพื่อนำไป
แจกจ่ายให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19

นพดล ผ่องสำเภา ผู้แทนสำนักงานเขตดอนเมือง รับมอบของเพื่อนำไป แจกจ่ายให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19

‘PLUS TOGETHER พอยท์ต่อชีวิต’ ร่วมพลังแบ่งปันน้ำใจ สู้ภัยโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/598792

‘PLUS TOGETHER พอยท์ต่อชีวิต’ ร่วมพลังแบ่งปันน้ำใจ สู้ภัยโควิด-19

‘PLUS TOGETHER พอยท์ต่อชีวิต’ ร่วมพลังแบ่งปันน้ำใจ สู้ภัยโควิด-19

วันพุธ ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นับตั้งแต่ “ไวรัสโควิด-19” ได้อุบัติขึ้น ส่งผลกระทบไปทั่วโลกมานานกว่า 1 ปี เช่นเดียวกับประเทศไทย ที่กำลังเผชิญกับวิกฤตการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ ส่งผลให้อัตราผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนถึงหลักหมื่น อัตราผู้เสียชีวิตสะสมกว่า 8,000 คน ฟันเฟืองหลักที่จะช่วยรับมือการแพร่ระบาด ลดการติดเชื้อและลดอัตราเสียชีวิตลงได้ คือ บุคลากรทางการแพทย์ ด่านหน้าสำคัญที่ยังคงปักหลักต่อสู้กับการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19

เอ็ม บี เค เห็นถึงความเสียสละของเหล่านักรบเสื้อกาวน์ ที่ทำหน้าที่อย่างเต็มกำลัง ได้มีอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพครบครันทั้งการป้องกันและช่วยเหลือผู้ป่วยติดเชื้อได้ทันท่วงที จึงได้จัด โครงการ PLUS TOGETHER พอยท์ต่อชีวิต พร้อมเชิญชวนสมาชิก MBK PLUS มาร่วมพลังแบ่งปันน้ำใจร่วมใจสู้ภัยโควิด-19 ด้วยการบริจาคคะแนน เอ็ม บี เคพอยท์ (MBK Points) ทุก 100 คะแนน เปลี่ยนเป็นเงินบริจาคมูลค่า 15 บาท และ MBK PLUS ร่วมสมทบทุนให้อีก 15 บาท เพื่อนำไปจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์มอบให้กับโรงพยาบาลกลาง ช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19 รวมทั้งสนับสนุนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์เพียงแค่ดาวน์โหลดและสมัครแอปพลิเคชั่น MBK PLUS ทั้งระบบ iOS และ Android โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งสมาชิกใหม่จะได้รับคะแนนทันที 150 คะแนน และสามารถเข้าร่วมบริจาค โครงการ PLUS TOGETHER พอยท์ต่อชีวิต ได้ทันที ตั้งแต่ครั้งแรกที่สมัครยิ่งบริจาคคะแนนเท่าไหร่ MBK PLUS ยิ่งสมทบเพิ่มให้เท่านั้น เริ่มบริจาคได้ตั้งแต่ 100 คะแนน มีมูลค่าเท่ากับ15 บาท 200 คะแนน มีมูลค่าเท่ากับ 30 บาท 300 คะแนน มีมูลค่าเท่ากับ 45 บาท 400 คะแนน มีมูลค่าเท่ากับ 60 บาท

แม้ไม่มีใครรู้ว่าการแพร่ระบาดโควิด-19 จะสิ้นสุดเมื่อไร แต่การรวมพลังทำสิ่งดีๆ เพื่อช่วยสังคม จะสามารถทำให้ประเทศไทยก้าวผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้แน่นอน มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแสดงพลังแห่งการให้ เพราะทุกพอยท์ของคุณ คือการเพิ่มโอกาสในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 และช่วยบุคลากรทางการแพทย์ที่เป็นด่านหน้าให้ปลอดภัยจากโควิด-19 กับ โครงการ PLUS TOGETHER พอยท์ต่อชีวิต ตั้งแต่วันนี้-15 กันยายน 2564 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เอ็ม บี เค คอนแทคท์เซ็นเตอร์ 1285 ในเวลา 08.30- 22.00 น.

คุณแหน : 1 กันยายน 2564 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/598850

คุณแหน : 1 กันยายน 2564

วันพุธ ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ll มิตรสหายร่วมยินดีกับ พิกุลแก้ว ไกรฤกษ์,พิริยาภรณ์ ธรรมมารักษ์,รศ.พญ.เยาวลักษณ์ ชาญศิลป์, สัณหพิศ สมบัติศิริ และ ภัทธิรา หาญสกุล ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษา ติดตาม และสืบสานแนวพระราชดำริ ในคณะกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ วุฒิสภา..

ll ดร.วัฒนา พุฒิชาติ ผวจ.ศรีสะเกษ เป็นประธานในพิธีมอบบ้านในโครงการ“เฮือนดีๆ ศรีสะเกษ ไม่ทิ้งกัน” เนื่องในโอกาสงานเฉลิมฉลอง 238 ปี จ.ศรีสะเกษ ให้ผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาส..

ll ยินดีกับ ชูวิทย์ ยุระยง ได้รับโปรดเกล้าฯให้ดำรงตำแหน่งเป็นอธิการบดีสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา..

ll กรัณย์พล อัศวสุวรรณ ซีอีโอ บมจ.ซิมโฟนี่คอมมูนิเคชั่น แม้จะผ่านการอบรมหลักสูตรใหญ่ๆ เช่น วปอ.,วตท.,วพน.,ปธพ.มาแล้วล่าสุดไปอัพเดตความรู้เรื่องดิจิทัลเทคโนโลยีสมัยใหม่ในหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล(Digital CEO)รุ่นที่ 4 ดีป้า โดยมีเพื่อนร่วมรุ่น อาทิ ภุชพงค์โนดไธสง,พล.อ.ชูชาติ บัวขาว,อรนุช ศรีนนท์,นิสิต จันทร์สมวงศ์,ชยันต์ ศิริมาศ,ปิยพงศ์ ชูวงศ์,ศุภศิษย์ กอเจริญยศ,นพ.มานัส โพธาภรณ์, นพ.ขวัญชัย วิศิษฐานนท์,รศ.นพ.ณัฐพล ธรรมโชติ,ศุภวรรณ ตีระรัตน์,กรรธิมา สาริกา,ดร.ดี จันทร์ศุภฤกษ์,พรพนิต รัตนกุล,ณัฐฐินี บุษธรรม..

llข่าวดี ดร.นวลจันทร์ วิจักษณ์จินดา ได้เป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์การแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์..

ll ยามนี้ ชวิศ ยงเห็นเจริญ กำลังวุ่นกับการเตรียมผุดโรงงานใหม่ของ ชลิต อินดัสทรีฯ ซึ่งคืบหน้าไปกว่า 80% แล้ว เพื่อรองรับตลาดอะไหล่รถยนต์ที่ยังเติบโต..

ll ใครอยากเก่งภาษาอังกฤษ จารุวรรณ พงษ์จารุวัฒน์ หน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ แนะนำคอร์ส English Pathway ให้นักเรียนที่ยังไม่ผ่าน IELTS สามารถเรียนภาษาเพื่อเข้าตรงกับมหาวิทยาลัยและคอร์สภาษาเพื่อเรียนหรือทำงานและฝึกงานสายอาชีพในนิวซีแลนด์ ขณะนี้มีแบบออนไลน์ให้เรียนได้เลย ไม่ต้องรอข้อมูลที่ www.learnenglishnewzealand.com..

ll อยากช่วยเกษตรกรยามนี้ สินีนาฏ คำวงศ์ปิน ชักชวนเพื่อนๆ สั่งลำไยจากวิสาหกิจชุมชนหนองช้างคืน จ.ลำพูน มาทั้งทานเองและแจกตามบ้านมิตรสหายทั้งหลาย งานนี้ได้ ดร.ปิยะนุช สัมฤทธิ์ ช่วยจัดการเรื่องการขนส่ง..ll

น้องใหม่

‘ช่อง 7HD รวมใจสู้ภัยโควิด-19’ ร่วมสมทบทุนสจล. ผลิตเครื่อง High Flow #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/598832

‘ช่อง 7HD รวมใจสู้ภัยโควิด-19’  ร่วมสมทบทุนสจล. ผลิตเครื่อง High Flow

‘ช่อง 7HD รวมใจสู้ภัยโควิด-19’ ร่วมสมทบทุนสจล. ผลิตเครื่อง High Flow

วันพุธ ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ช่อง 7HD เดินหน้าต่อเนื่อง 2 ปีซ้อน ร่วมสนับสนุนการรับมือการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 ที่ยังส่งผลกระทบในวงกว้างทุกประเทศทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย ส่งผลให้อุปกรณ์ทางการแพทย์ยังขาดแคลนอีกเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะเครื่องจ่ายออกซิเจน High Flow ที่มีความจำเป็นต่อการรักษาดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของสถานี ที่อาสาเป็นสื่อกลางรับบริจาคเงินเพื่อมอบให้กับโรงพยาบาลรัฐ ที่ดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ตลอดมา ด้วยการเปิดโครงการ “ช่อง 7รวมใจสู้ภัยโควิด-19” ตั้งแต่เมื่อปี 2563 โดยได้ดำเนินการมอบเงินบริจาคทั้งจากช่อง 7HD ประชาชน และหน่วยงานพันธมิตร รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 37,302,579.68 บาท (สามสิบเจ็ดล้านสามแสนสองพันห้าร้อยเจ็ดสิบเก้าบาทหกสิบแปดสตางค์)ให้แก่ 11 โรงพยาบาลรัฐเสร็จสิ้นแล้ว และยังคงดำเนินการเพื่อสาธารณประโยชน์ และเผยแพร่ข่าวสารข้อมูลด้านต่างๆ ให้ประชาชนเตรียมการรับมือและป้องกันการแพร่ระบาดมาโดยตลอดอย่างต่อเนื่อง

และล่าสุดเมื่อเร็วๆ นี้นายพัฒนพงค์ หนูพันธ์ รักษาการกรรมการผู้จัดการ นายสมโภชน์โตรักษา ผู้จัดการฝ่ายข่าว พร้อมด้วยผู้ประกาศข่าว เปรมสุดา สันติวัฒนาและ สวิตต์ ลีละพงศ์วัฒนา เป็นผู้แทนจาก ช่อง 7HD ร่วมมอบเงิน จำนวน 1,925,000 บาท (หนึ่งล้านเก้าแสนสองหมื่นห้าพันบาทถ้วน) ในโครงการ “ให้เพื่อต่อลมหายใจ” แก่ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) โดย มูลนิธิโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ในพระสังฆราชูปถัมภ์ เพื่อสมทบทุนการผลิตเครื่องจ่ายออกซิเจน High Flow จำนวน 35 เครื่อง เครื่องละ55,000 บาท นำไปแจกจ่ายให้โรงพยาบาลสนาม และโรงพยาบาลที่ขาดแคลน โดยมีศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เป็นผู้รับมอบ

เปรมสุดา สันติวัฒนาผู้ประกาศข่าวรายการ สนามข่าว 7 สีเผยว่า “ช่อง 7HD ขอเป็นกำลังใจร่วมส่งแรงขับเคลื่อนในการช่วยบรรเทาความเดือดร้อน พร้อมสนับสนุนให้ได้ประโยชน์สูงสุด เพื่อนำไปใช้ในการรักษาผู้ป่วย และดูแลบุคลากรทางการแพทย์ให้ห่างไกลจากโรคโควิด-19 ช่วยให้สถานการณ์ต่างๆ คลี่คลายไปในทิศทางที่ดีต่อไป”

สวิตต์ ลีละพงศ์วัฒนาผู้ประกาศข่าวรายการ เช้านี้ที่หมอชิตร่วมเชิญชวน “บุคคลทั่วไปหากสนใจร่วมบริจาคสามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ มูลนิธิโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารฯ
โทร.092-5482640 หรือ092-4548160 หรือบริจาคได้ที่ ธนาคารกรุงไทย เลขที่บัญชี 693-0-35455-4 ชื่อบัญชี มูลนิธิโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารในพระสังฆราชูปถัมภ์ เพื่อสู้ภัยโควิด ขอส่งกำลังใจให้ทุกคนอดทนเข้มแข็ง เราจะก้าวผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ด้วยดีไปพร้อมกันนะครับ”

โรงแรม มีเลีย เชียงใหม่ จอง 1 คืน ฟรี 1 คืน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/598831

โรงแรม มีเลีย เชียงใหม่ จอง 1 คืน ฟรี 1 คืน

โรงแรม มีเลีย เชียงใหม่ จอง 1 คืน ฟรี 1 คืน

วันพุธ ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

รับคลายล็อกดาวน์ โรงแรม มีเลีย เชียงใหม่ (Meliá Chiang Mai) ออกโปรโมชั่นฉลองเปิดโรงแรมพัก 1 คืน ฟรี 1 คืน ให้นักท่องเที่ยวชาวไทยและผู้มีถิ่นพำนักอยู่ในประเทศไทยได้วางแผนเดินทางท่องเที่ยวในช่วงปลายปี 2564

โรงแรมมีเลีย เชียงใหม่ ตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำปิง ใจกลางเมือง ห่างจากสนามบินเชียงใหม่เพียง 6 กิโลเมตร และยังอยู่ใกล้กับสถานที่ท่องเที่ยว ตลาด และวัดสำคัญต่างๆ ห้องพักทั้ง 260 ห้อง ได้รับการออกแบบตกแต่งโดยสะท้อนให้เห็นถึงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของเชียงใหม่ ผสมผสานไปกับกลิ่นอายร่วมสมัย โรงแรมตั้งอยู่บนอาคารสูง 22 ชั้น ที่เชื่อมต่อกับอาคาร 7 ชั้นด้านหน้าโรงแรม มีส่วนบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันสำหรับทุกท่าน ได้แก่ เรือนแก้ว โถงต้อนรับที่ตั้งอยู่ติดกับห้องอาหาร ล้านนา คิทเชน ซึ่งเป็นห้องอาหารนานาชาติที่ให้บริการตลอดทั้งวัน ห้องอาหารไหม เรสเตอร์รองท์ แอนด์ บาร์ ห้องอาหารบนชั้น 21 ให้บริการอาหารไทยภาคเหนือแนวร่วมสมัยส่วน ไหม เดอะ สกาย บาร์ เป็นบาร์เครื่องดื่มบนชั้นดาดฟ้าที่มีที่นั่ง 2 ฝั่งถูกเชื่อมกันไว้ด้วยสะพานกระจก ถือว่าเป็นบาร์บนยอดตึกที่สูงที่สุดในเมืองเชียงใหม่ห้องรับรองพิเศษ (The Level Executive Lounge) ที่ตั้งอยู่บนชั้น 21ยี่ สปา(YHI Spa) สปาที่เป็นเอกลักษณ์ของเครือ มีเลีย มีห้องทรีตเมนต์ส่วนตัวทั้งหมด 7 ห้องห้องออกกำลังกายที่พร้อมไปด้วยอุปกรณ์อย่างครบครัน สระว่ายน้ำห้องบอลรูมและห้องประชุมย่อยสำหรับจัดการประชุม สัมมนาทางธุรกิจ หรือเพื่อการพักผ่อนอีก 4 ห้อง

ห้องพักแบบ มีเลีย 2 คืน ราคาสุทธิ 4,999 บาท ราคารวมอาหารเช้าสำหรับ 2 ท่าน สำรองห้องพักโปรโมชั่นฉลองเปิดโรงแรมมีเลีย เชียงใหม่ ได้ตั้งแต่วันนี้-30 พฤศจิกายน 2564 เพื่อเข้าพักและออกเดินทางค้นหาเสน่ห์ของเมืองเก่าอย่างเชียงใหม่ได้ตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2564 จนถึง วันที่ 30 มิถุนายน 2565 ติดต่อแผนกสำรองห้องพัก อีเมล์ reservation.chiangmai@melia.com

Life & Health : รู้จักโรคมะเร็งจอประสาทตาในเด็ก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/598820

Life & Health : รู้จักโรคมะเร็งจอประสาทตาในเด็ก

Life & Health : รู้จักโรคมะเร็งจอประสาทตาในเด็ก

วันพุธ ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

มะเร็งเป็นโรคที่ใครๆ ก็ไม่อยากเป็น โรคนี้สามารถจะเกิดขึ้นกับทุกเพศทุกวัยแม้แต่ในวัยเด็ก เมื่อเด็กป่วยเป็นโรคมะเร็งจะพลาดโอกาสดีในการใช้ชีวิตวัยเด็กที่แสนจะสุขสดใสเหมือนเด็กทั่วไป ข้อมูลจาก รศ.นพ.เจษฎา บัวบุญนำสาขาวิชาโลหิตวิทยาและอองโคโลยีภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า โรคมะเร็งจอประสาทตาเป็นโรคที่พบได้เป็นอันดับ 7 ของโรคมะเร็งในเด็ก จากสถิติพบว่า มีผู้ป่วยเด็กที่ได้รับการวินิจฉัยใหม่ปีละประมาณ 30 รายต่อปี และส่วนมากมักจะพบในเด็กที่อายุน้อยกว่า 5 ปี แม้ว่าจะเป็นโรคที่พบได้ไม่บ่อยแต่การตรวจพบที่ล่าช้าอาจทำให้โรคลุกลามจนไม่สามารถเก็บรักษาดวงตาไว้ได้หรือโรคอาจแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นจนทำให้เสียชีวิตได้

สาเหตุของการเกิดมะเร็งจอประสาทตายังไม่ทราบแน่ชัด แต่พบว่าผู้ป่วยหลายรายสัมพันธ์กับความผิดปกติของยีนที่ชื่อ RB ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการแบ่งเซลล์และการตายของเซลล์ในร่างกายของคนปกติ ดังนั้นผู้ที่มีความผิดปกติของยีนดังกล่าวในเซลล์สืบพันธุ์จะมีความเสี่ยงที่จะมีลูกเป็นโรคมะเร็งจอประสาทตาได้และผู้ป่วยมะเร็งจอประสาทตาเองก็มีความเสี่ยงสูงที่จะมีลูกเป็นโรคมะเร็งจอประสาทตาเช่นกัน

อาการและอาการแสดงของมะเร็งจอประสาทตา ในระยะแรกมักจะวินิจฉัยยาก อาการที่พบบ่อย ได้แก่ อาการตาวาวซึ่งเกิดจากแสงที่สะท้อนจากตัวก้อนมะเร็งในจอประสาทตา โดยจะพบลักษณะจุดสีขาวที่กลางตาดำ อาการแสดงอื่นๆ ได้แก่ อาการตาเหล่ หรือมีเลือดออกในช่องด้านหน้าม่านตา ในบางรายก้อนมีขนาดใหญ่ขึ้นอาจมีอาการปวดตาหรือมีการอักเสบของเนื้อเยื่อรอบลูกตาซึ่งเกิดจากการตายของเนื่อเยื่อบริเวณรอบในรายที่โรคมีการลุกลามออกนอกลูกตาผู้ป่วยอาจตรวจพบตาโปน เนื่องจากก้อนมะเร็งลามออกมาในเบ้าตา ผู้ป่วยที่โรคลุกลามไปที่ต่อมน้ำเหลืองอาจคลำพบต่อมน้ำเหลืองโตบริเวณใบหน้า ในรายที่มีโรคแพร่กระจายไปที่สมองผู้ป่วยอาจมีอาการปวดศีรษะรุนแรง มีอาการชักหรือแขนขาอ่อนแรงได้ ผู้ป่วยที่มีโรคแพร่กระจายไปที่กระดูกอาจมีอาการปวดกระดูกหรือคลำพบก้อนตามแขนขาได้ ในผู้ป่วยที่โรคมีการลุกลามออกนอกเบ้าตาหรือมีการแพร่กระจายจะเป็นกลุ่มที่มีการพยากรณ์โรคไม่ดีและอาจจะเสียชีวิตแม้ว่าจะได้รับการรักษาอย่างเต็มที่ ดังนั้นการสังเกตบุตรหลานของตนเองว่ามีอาการตาวาวหรือการมองเห็นที่ผิดปกติหรือไม่ จึงมีความสำคัญเนื่องจากการตรวจพบในระยะแรกของโรคอาจจะรักษาให้หายขาด รวมทั้งอาจรักษาดวงตาและความสามารถในการมองเห็นได้

หากบุตรหลานของท่านมีอาการผิดปกติดังกล่าวควรรีบไปพบจักษุแพทย์เพื่อได้รับการตรวจอย่างละเอียด ซึ่งโรคอื่นๆ ที่อาจจะทำให้ผู้ป่วยมีอาการตาวาว ได้แก่ ความผิดปกติของวุ้นตาหรือหลอดเลือดที่จอตาแต่กำเนิด หรือการติดเชื้อพยาธิบางชนิด ในผู้ป่วยบางรายอาจจะต้องได้รับการตรวจเพิ่มเติม เช่น การทำอัลตราซาวนด์ดวงตา การทำเอกซเรย์สนามแม่เหล็กของสมองและลูกตา เป็นต้น เพื่อช่วยในการวินิจฉัยแยกโรคและประเมินการลุกลามของโรค ดังที่กล่าวไปข้างต้นว่ามะเร็งจอประสาทตาอาจจะสามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ ดังนั้นแพทย์ผู้ดูแลผู้ป่วยอาจพิจารณาตรวจตาของพี่น้องของผู้ป่วยมะเร็งจอประสาทตาด้วยเนื่องจากอาจพบตัวโรคได้

การรักษามะเร็งจอประสาทตาขึ้นอยู่กับระยะของโรค ขนาดของก้อนและสภาพร่างกายของผู้ป่วย ในรายที่ก้อนมีขนาดเล็กและผู้ป่วยยังมีความสามารถในการมองเห็น แพทย์ผู้รักษาจะทำการรักษาอย่างเต็มที่เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงการผ่าตัดเอาลูกตาออก โดยการใช้การรักษาเฉพาะที่ เช่น การจี้ความเย็น หรือการใช้เลเซอร์เพื่อทำลายเซลล์มะเร็งร่วมกับการให้ยาเคมีบำบัดทางหลอดเลือดดำทุกๆ 3 ถึง 4 สัปดาห์ ซึ่งเป็นการรักษาที่เป็นมาตรฐาน การรักษาทั้ง 2 วิธีมีผลเสริมฤทธิ์กันทำให้ก้อนมีขนาดเล็กลงโดยอาจจะต้องให้การรักษามากกว่า 1 ครั้ง

อย่างไรก็ตาม การรักษาดังกล่าวอาจมีภาวะแทรกซ้อน เช่น จอตาฉีกขาดจากการรักษาเฉพาะที่ หรือภาวะติดเชื้อ เนื่องจากภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำจากการให้ยาเคมีบำบัด นอกจากการรักษาดังที่กล่าวมายังมีการรักษาอื่นๆ เช่น การฉีดยาเคมีบำบัดเข้าในชั้นวุ้นตาหรือทางหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงตัวก้อนมะเร็งโดยตรง การใช้ฉายรังสีหรือการวางแร่กัมมันตรังสีที่ตา เป็นต้น ซึ่งการรักษาดังกล่าวมีความซับซ้อนและอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่แตกต่างกันไปในแต่ละวิธีของการรักษา

นอกจากนี้ อาจจะยังไม่สามารถทำได้ในโรงพยาบาลทั่วไปจึงจำเป็นจะต้องส่งต่อผู้เชี่ยวชาญเพื่อพิจารณาการรักษาที่เหมาะสมในผู้ป่วยแต่ละราย ในรายที่ก้อนมีขนาดใหญ่สูญเสียการมองเห็น ไม่ตอบสนองต่อการรักษาอื่น หรือโรคมีการลุกลามออกนอกลูกตาผู้ป่วยจะได้รับการรักษาโดยการเอาลูกตาออก และใส่ตาปลอมในภายหลัง

การผ่าตัดเอาลูกตาออกอาจจะเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ยากสำหรับผู้ปกครอง และมีผู้ปกครองของผู้ป่วยหลายรายหลีกเลี่ยงการผ่าตัดเอาลูกตาออก ทำให้โรคมีการลุกลามและแพร่กระจายไปมากซึ่งกลุ่มผู้ป่วยดังกล่าวจะมีความทุกข์ทรมานเป็นอย่างมากเนื่องจากอาการเจ็บปวดจากตัวก้อนหรือมีภาวะเลือดออกจากตัวก้อนและผู้ป่วยมักจะเสียชีวิตทุกรายแม้ว่าจะได้รับการรักษาอย่างเต็มที่ การผ่าตัดเอาลูกตาออกจึงมีความจำเป็นที่จะต้องทำเพื่อที่จะรักษาชีวิตของผู้ป่วย นอกจากนี้ การผ่าตัดเอาลูกตาออกเมื่อก้อนมีขนาดใหญ่หรือมีการลุกลามจะทำได้โดยยากและอาจจะต้องผ่าตัดเอาเนื้อเยื่อโดยรอบออกเป็นขนาดกว้างมากกว่าปกติ ปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าขึ้นทำให้ตาปลอมมีความคล้ายคลึงกับตาจริงมากขึ้น ทำให้ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดเอาลูกตาออกมีคุณภาพชีวิตที่ดีและอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขขึ้น

โดยสรุป การตระหนักถึงภาวะตาวาวในเด็กมีความสำคัญอย่างยิ่งโดยผู้ปกครองจะมีส่วนร่วมอย่างมากในการเฝ้าระวังภาวะดังกล่าว การตรวจพบตั้งแต่ระยะแรกของโรคจะทำให้ผู้ป่วยมีโอกาสหายขาดและอาจจะสามารถหลีกเลี่ยงการผ่าตัดเอาลูกตาออกได้

กองทุนโรคมะเร็งในเด็กในพระอุปถัมภ์พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ปัจจุบันได้ช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็งในเด็กที่ยากไร้ทั่วประเทศในรพ.กว่า 20 แห่งทั่วประเทศ รูปแบบในการให้ความช่วยเหลือของกองทุนโรคมะเร็งในเด็กฯ คือช่วยค่าใช้จ่ายสำหรับการรักษา ค่าเดินทางมาตรวจรักษา ค่าที่พัก รวมไปถึงการรักษาที่มีค่าใช้จ่ายที่สูงผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคได้ที่บัญชี“กองทุนโรคมะเร็งในเด็กในพระอุปถัมภ์ฯ”SCB สาขาอ่อนนุช เลขที่บัญชี 133-2-08742-3 โทร.02-7183800 ต่อ 123 ใบเสร็จนำไปลดหย่อนภาษีได้ รายละเอียดที่ http://www.thaichildrencancerfund.org/

ผศ.(พิเศษ)ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ

‘พลอย-คลอดีน’ โชว์โมเมนต์สุดหวาน ผลัดกันอุ้มน่ารักดีต่อใจ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/599089

'พลอย-คลอดีน'โชว์โมเมนต์สุดหวาน ผลัดกันอุ้มน่ารักดีต่อใจ

‘พลอย-คลอดีน’โชว์โมเมนต์สุดหวาน ผลัดกันอุ้มน่ารักดีต่อใจ

วันพุธ ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2564, 16.01 น.

1 ส.ค.64 ดูท่าความสัมพันธ์ของนางเอกสาว พลอย เฌอมาลย์ กับดาราสาวรุ่นน้อง คลอดีน อทิตยา จะเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ แล้ว หลังสาวพลอยอวดโมเมนต์หวานถี่และเรียกอีกฝ่ายว่า ที่รัก

ล่าสุด สาวพลอย ที่ยังอยู่ในทริปควง คลอดีน เที่ยวที่อเมริกาก็มีโมเมนต์สุดสวีต ได้เสิร์ฟภาพคู่หวานๆ ผ่านอินสตาแกรม @chermarn อีกครั้ง โดยเป็นภาพที่ทั้งคู่ผลัดกันขี่หลังน่ารักมุ้งมิ้ง พร้อมเขียนแคปชั่นสั้นๆ ไว้ว่า “ผลัดกันอุ้ม”

ถึงแม้จะมีรูปภาพหวานๆ คอยปล่อยออกมาให้แฟนคลับได้ฟินจนจิกหมอนกันอยู่บ่อยๆ แต่ก็ยังไม่มีใครได้ยินจากปากของทั้งคู่ถึงเรื่องของสถานะทางหัวใจ

‘เมฆ วินัย’ เผยข่าวดี ภรรยาตั้งท้องลูกสาวคนที่ 3 แล้ว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/599019

'เมฆ วินัย'เผยข่าวดี ภรรยาตั้งท้องลูกสาวคนที่ 3 แล้ว

‘เมฆ วินัย’เผยข่าวดี ภรรยาตั้งท้องลูกสาวคนที่ 3 แล้ว

วันพุธ ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2564, 13.38 น.

1 ก.ย.64 ออกมาประกาศข่าวดีว่ากำลังเป็นว่าที่คุณพ่อลูกสามแล้ว สำหรับนักแสดงมากฝีมือ “เมฆ วินัย ไกรบุตร” ซึ่งแม้จะป่วยเป็นโรคตุ่มน้ำพอง แต่ก็อยู่ระหว่างรักษาตัวจนอาการดีขึ้นมากแล้ว

ล่าสุดเจ้าตัวออกมาโพสต์ภาพครอบครัว ร่วมเฟรมพร้อมหน้ากับสมาชิกครอบครัว ซึ่งมี เอ๋ อรชัญญาช์ ภรรยาสาวยืนอวดท้องใหญ่สุขภาพดีให้คุณสามีและลูกๆ อีก 2 คน น้องมาร์ค-น้องแมม โอบกอดอยู่เคียงข้าง พร้อมแคปชั่นบรรยายโมเมนต์ดังกล่าว รวมถึงประกาศเพศของลูกคนนี้เอาไว้อย่างชัดเจนด้วยว่า “รอน้อง merch นะลูก พร้อมแล้วครับ ขอให้ลูกแข็งแรงครบทุกประการ เจอกันๆๆ ครับลูกสาว”

‘บอล วิทวัส’ ควงภรรยา ‘แนนนี่ อรรณิกา’ เผยเส้นทางรัก แพลนย้ายไปอยู่เยอรมันเพราะพิษโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/598953

'บอล วิทวัส' ควงภรรยา 'แนนนี่ อรรณิกา' เผยเส้นทางรัก แพลนย้ายไปอยู่เยอรมันเพราะพิษโควิด

‘บอล วิทวัส’ ควงภรรยา ‘แนนนี่ อรรณิกา’ เผยเส้นทางรัก แพลนย้ายไปอยู่เยอรมันเพราะพิษโควิด

วันพุธ ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2564, 07.53 น.

“บอล” วิทวัส สิงห์ลำพอง  ควงภรรยา “แนนนี่” อรรณิกา มาเปิดเผยเส้นทางความรักกว่า 12 ปี  โอดเจอพิษโควิด 19 หนักมากเตรียมย้ายครอบครัวไปต่างประเทศ ในรายการ “คุยแซ่บSHOW”  ที่มี  “พีเค” ปิยะวัฒน์ เข็มเพ็ชร์  และ เป๊กกี้ ศรีธัญญา เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

ทราบว่าเจอพิษโควิดหนักหรือ 

บอล วิทวัส : โอย…มัน 2 ปี นะครับ คือเราก็มีงานแหละ แต่ว่ามันถ่ายแล้วไม่จบสักที คือตอนนี้ก็มีละครอยู่ 2 เรื่องที่เหลือแค่คิวเดียวที่มันยังปิดกล้องไม่ได้ ส่วนอีกเรื่องหนึ่งเพิ่งฟิตติ้ง ยังเปิดกล้องไม่ได้

เรียกว่ารายรับไม่มี แต่รายจ่ายเท่าเดิม เอาเงินที่ไหนไปจ่าย

บอล วิทวัส : ก็เอาเงินที่สะสมไว้ ต้องเอามาใช้จ่ายทุกเดือนแต่ว่า แนนนี่เขาโชคดี ที่เขามีร้านน้ำ ยังเปิดขายอยู่ที่โรงพยาบาล ก็เลยยังพอมีรายได้เข้ามาอยู่บ้าง จริงๆ ร้านก็ไม่ได้เล็กนะ รายได้ก็โอเคอยู่ แต่ในช่วงโควิดเขาไม่ได้เปิดให้เข้าไปนั่งทานปกติ คือต้องซื้อแล้วเวียนออกไป แต่มันก็ยังพอมีรายได้อยู่ 

แนนนี่ อรรณิกา : ร้านอยู่ในโรงพยาบาลพระมงกุฎ ในโรงอาหาร เป็นร้านขายน้ำเปล่าและน้ำอัดลม มีอยู่ร้านเดียว

แต่ละเดือน เรามีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง 

บอล วิทวัส : หลักๆ เลยคือเรื่องบ้าน เพราะบ้านยังผ่อนอยู่เดือนละ 30,000 กว่าบาท และก็มีค่าน้ำ ค่าไฟเดือนหนึ่งประมาณ  3-4 พันบาท ส่วนค่าใช้จ่ายเรื่องครอบครัว กับลูกเรื่องค่ากิน ค่าอยู่ถ้าเป็นสถานการณ์ปกติค่ายใช้จ่ายเดือนหนึ่งจะมากกว่านี้ 5-6 หมื่น แต่พออยู่บ้านเราไม่ค่อยได้ใช้เงินเยอะ ไม่ได้สั่งของเข้าบ้าน ส่วนใหญ่จะซื้อของเข้ามาแล้วทำกินเอง 7-8 หมื่น ส่วนค่าเทอมลูกแม้จะเรียนออนไลน์แต่ก็ยังต้องจ่ายอยู่เท่าเดิม  

เห็นว่าพอสถานการณ์โควิดลากยาวเลยต้องทยอยขายของสะสม 

บอล วิทวัส : จริงๆ เราก็ยังพอมีเงินเก็บ แต่เราต้อง การสภาพคล่อง คือเราต้องการมีเงินเผื่อว่าเราจะมีแอคซิเดน (accidental) อย่างเช่นวันดีคืนดีเราเกิดป่วยขึ้นมา เราต้องการเงินสดเผื่อเอาไว้ เราก็เลยเอารถไปรีไฟแนนซ์ไว้ก่อน คือรถเราไม่ได้ผ่อนแล้ว 

สภาพแบบนี้เราจะอยู่โดยไม่มีงานได้อีกกี่เดือน 

บอล วิทวัส : ถ้าเป็นเงินเก็บของผมล้วนๆ อยู่ได้ประมาณ 2-3 เดือน ก็น่าจะหมดแล้ว ถ้าปีใหม่ยังโควิดอยุ่ก็จะจุกหน่อย แต่ว่าผมโชคดีที่คุณภรรรยาเขามีโปรดักซ์  ที่ทำออกมาแล้วกำลังขายอยู่ แล้วมันค่อนข้างโอเค 

ได้ข่าวว่า ถ้าปีใหม่แล้วสถานการณ์ไม่ดีขึ้น บอลจะพาครอบครัวไปอยู่ต่างประเทศ

บอล วิทวัส : จริงๆ เป็นแพลนที่คิดไว้นานแล้ว เพราะก่อนหน้านี้ผมคิดจะพาลูกไปเรียนที่เยอรมัน 

แนนนี่ อรรณิกา : เพราะแนนนี่เป็นลูกครึ่งเยอรมัน ไม่ได้มีบ้านอยู่ที่โน่น คือถ้าไปเราก็ต้องไปเริ่มใหม่ แต่ด้วยความที่เรามี 2 สัญชาติ คือเรากลับไปเมื่อไหร่ก็ได้ แล้วถ้าลูกไปอยู่ที่โน่น ลูกเรียนฟรี มันเป็นสวัสดิการของรัฐ 

แล้วถ้าไปที่โน่น บอลจะไปทำอะไร

บอล วิทวัส : ถ้าไปแรกๆ เราก็คงต้องเลี้ยงลูกไปก่อน แล้วหลักๆ ภรรยาก็ไปทำงาน เพราะเราไปที่โน่นเราต้องขอวีซ่า แต่ว่าลูกได้สัญชาติตามแม่ ถ้าไปแล้วผมได้ทำงานอะไรผมทำหมด คืองานอะไรก็ตามที่ทำแล้วเรามีชีวิตรอด เป็นอาชีพสุจริต ผมทำหมด ขอแค่อนาคตของลูกเมียเจริญเติบโต

แนนนี่ อรรณิกา : ถามว่าอยากไปทำงานอะไร คือหนูอยากไปทำธุรกิจมากกว่า จริงๆ เรามีความรู้ของเมืองไทย เราไปเปิดร้านนวดก็ได้ ไปเปิดร้านอาหารก็ได้ เพราะว่าที่โน่นเขาชอบของไทย 
แพลนไว้ไหมว่าเมื่อไหร่ 

บอล วิทวัส :  จริงๆ แล้วก่อนหน้านี้ เราคุยกันแล้วว่าถ้าเหตุการณ์มันไม่ไหวจริงๆ เราก็จะไปสตาร์นับหนึ่งใหม่ที่โน่นเลย แต่ในแพลนก่อนหน้านั้น คือเราก็คิดเผื่อไว้แล้วว่า ถ้าเรามีชีวิตที่ดีที่นี่ เราก็จะไปซื้อบ้านที่โน่น ไปทำธุรกิจที่โน่น 

แนนนี่ อรรณิกา : ถามว่าเมื่อไหร่เอาเป็นว่า เหลือแต่ค่าตั๋วเครื่องบิน เราก็ขนกับไปเลย ไปกัน 4 คน เรื่องนี้เราก็มีคุยกับลูกไว้บ้างแล้ว ว่าถ้าไปโน่นหนูจะโอเคไหม ต้องไปเรียนที่โน่นนะ ด้วยความที่โรงเรียนหยุดไปนาน ก็เหมือนเขาลืม  ขนาดอ่านหนังสืออ่านอย่างไรก็ลืมแล้ว ชื่อเพื่อนก็ลืมแล้ว 

ด้วยความที่อยู่วงการบันเทิงมาตลอด ต้องมาทิ้งวงการบันเทิงเพราะโควิด 19 ไม่เสียดายหรือ 

บอล วิทวัส : ถามว่าเสียดายไหม เสียดาย แต่เราก็ต้องเอาชีวิตเราให้รอด เพราะอยู่ที่นี่มันไม่มีงาน เราทำอะไรไม่ได้ เราก็ต้องเลือกที่จะไปหาอะไรเพื่อให้เรามีชีวิตรอดต่อไป เพียงแต่ว่าตอนนี้เรามีผลิตภัณฑ์ของคุณแนนนี่ที่มันยังพอไปได้ และมันก็น่าจะเติบโตประมาณหนึ่ง  

แนนนี่ อรรณิกา : แต่เราก็พูดเผื่อกรณีที่มันไม่เวิร์ค เราก็อาจจะต้องไป

บอลกับภรรยาเจอกันครั้งแรกที่ไหน  

บอล วิทวัส : ต้องบอกว่าเจอกันที่เครื่องบิน จริงๆ ผมเห็นเขาตั้งแต่ตอนที่อยู่ที่สนามบินสุวรรณภูมิแล้ว แต่ตอนแรกคือผมรู้ตัวว่าผมต้องไปทำงานที่อเมริกากับพี่ติ๊ก ชีโร่ แต่ผมเห็นเขาเดินผ่าน  แล้วเราก็มองว่าฝรั่งคนนี้สวย ซึ่งตอนนั้นผมยังโสดอยู่  ผมเห็นเขาเดินไปคุยกับพี่ติ๊ก ก็คิดว่าเขาคงมาส่งพี่ติ๊ก พอผมขึ้นเครื่องบินลงนั่งปุ๊บ เขาลงมานั่งข้างๆ เรา บนเครื่องบิน เขาก็เอาผ้าห่มคลุมแล้วหลับเลยตลอดทาง 13 ชั่วโมงในการเดินทาง 

แนนนี่ อรรณิกา : คือก่อนหน้าหนูเคยเห็นเขาผ่านทางทีวี หนูรู้ว่าเขาเป็นใคร แล้วก็เห็นว่าเขามองเราอยู่ ก็คิดว่าเขาเป็นโรคจิตหรือเปล่ามองอยู่นั่นแหละ แต่ก็ไม่ได้สนใจ จนขึ้นเครื่องปรากฎว่าได้นั่งติดกัน ก็ตกใจ 

แล้วได้คุยกันตอนไหน 

บอล วิทวัส : ตอนเครื่องกำลังจะลง มันต้องมีกรอกข้อมูล ซึ่งเขาก็ทำสีหน้าเลิกลั่ก ว่าจะกรอกอย่างไร สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจถาม พี่คะไอ้ใบนี้มันต้องกรอกอย่างไร ผมก็มองเขากลับไป ว่าพูดไทยได้ด้วยหรือ คือผมเข้าใจว่าเขาเป็นฝรั่งมาโดยตลอด  

แนนนี่ อรรณิกา : คือเราคุยกับเขาเพราะต้องการความช่วยเหลือ ก็คิดว่ากรอกเสร็จก็จบแค่นั้น บังเอิญไม่จบ เพราะเราไปทริปเดียวกัน เพราะหนูเป็นหลานของภรรยาของน้าติ๊ก ชีโร่

บอล วิทวัส : มันเป็นงานสงกรานต์ไทยเฟสติวัลที่แอลเอ ก็ได้ไปทำงานที่โน่น เรียกว่าไม่ได้ไปทำงานหรอก ก็ไปร้องเพลงแป๊บหนึ่งแล้วเขาก็พาไปเที่ยวนั่นแหละ 
มาสนใจเขาตอนไหน

บอล วิทวัส : คือทริปนั้นเป็นทริปคนสูงอายุหน่อย เป็นพี่ติ๊ก ทีมงาน และรุ่นเด็กไปเลยก็คือลูกพี่ติ๊ก ก็จะมีวัยเดียวกันคือเรากับภรรยา ซึ่งตอนนั้นเขาก็พาเราไปเที่ยว ไปหลายเมือง ไปเวกัส  ไปเที่ยวดิสนีย์แลนด์ ยูนิเวอร์แซล ก็เลยมีโอกาสสนิทกัน พอได้คุยกันปั๊บ ปรากฎว่าได้เรียนที่มหาวิทยาลัยเดียวกันด้วย 

ทำไมมาตกหลุมรักผุ้ชายคนนี้ 

แนนนี่ อรรณิกา : จริงๆ เจ้าชู้ทั้งคู่ แต่คนนี้เขาหยอดเยอะ เขาตึ๊อหนักแล้วหนูก็เลยแพ้ลูกตื๊อเขา แล้วที่บ้านเชียร์เขาก็เลยได้ภาษีดีกว่า 

บอล วิทวัส :  คือผมอาศัยวิธีเข้าทางผู้ใหญ่ คือทางพี่อ้อ และทางคุณยายทวด คือผมได้รู้จักกับน้าอ้อตอนไปทริปอเมริกา ก็เลยสนิทกัน เขาก็เลยเป็นแม่สื่อ เราก็ใช้วิธีเวลาเราไปทำงานที่ไหน เราก็จะซื้อของมาฝากน้าอ้อบ้าง  มีโทรถามว่าตอนนี้ผมอยู่ที่นี่นะอยากได้อะไรไหม ส่วนคุณยายเราก็ใช้วิธีเดียวกัน คือซื้อของที่แกชอบไปฝาก   

นานไหมกว่า แนนนี่ จะตกลงเป็นแฟน  

บอล วิทวัส : จริงๆ แล้วต้องขอบคุณคุณยายและน้าอ้อมากๆ ที่เขาค่อนข้างจะโอเพิ่นกับเรา เขาเป็นคนเปิดโอกาสให้เราได้มีโอกาสไปมาหาสู่แนนี่บ่อยๆ บางครั้ง คุณยายทำอาหารแกก็จะโทรเรียกเรามากินที่บ้าน เราก็จะมีโอกาสเจอแนนนี่ที่บ้าน ถามว่านานไหมกว่าจะเป็นแฟนก็ 2-3 เดือน แต่กว่าที่ผมจะมาขอเขาเป็นแฟนก็ประมาณ 5-6 เดือน 

เห็นคบกันพักหนึ่งเจอปัญหาเรื่องเงิน  

บอล วิทวัส : คือผมเป็นคนที่ใช้เงินเก่ง ด้วยความที่เราถูกสปอยโดยพ่อแม่ พอเรามีเงินของตัวเอง เรามีเท่าไหร่ก็ใช้เท่านั้น โดยเราไม่ได้คิดถึงอนาคต แล้วก็ไม่ได้คิดว่า มันอาจจะมีบางช่วงที่เราอาจจะไม่มีงาน เราก็ใช้เงินเหมือนเดิม พอใช้ปั๊บเงินหมด คือช่วงนั้นเป็นช่วงน้ำท่วม ที่เราไม่ได้ทำงาน ประมาณปี 2554 ถามว่าหนักไหมหนัก เพราะว่างานมันไม่จบเหมือนช่วงโควิดนี่แหละ เราก็เลยยังไม่ได้เงินที่ควรจะได้ 

บอลทำงานมาเด็ก และก็เป็นดาราดัง เงินหมดไปกับอะไร

บอล วิทวัส : ก็ใช้สุรุ่ยสุร่าย ส่วนใหญ่หมดไปกับรถ แต่งรถ เปลี่ยนแม็กซ์ เปลี่ยนโช้ค  คือเปลี่ยนทีก็หมดเป็นแสน คือซื้อธรรมดาไม่ได้ต้องเป็นลิมิเต็ด ช่วงนั้นเงินหมดจนมีเงินเหลือติดตัวอยู่แค่ 20 บาท แล้วก็เอาเงิน 20 บาทไปเติมน้ำมัน ซึ่งตอนนั้นเติมได้ประมาณ ลิตรหนึ่ง แล้วก็ขับรถไปบ้านคุณยายทวดของแนนนี่ 

เห็นว่ามีฉกกางเกงยีนส์คุณพ่อแนนนี่ไปขายด้วย 

บอล วิทวัส : จริงๆ ใช้คำว่าขอยืมดีกว่า คือคุณพ่อแนนนี่สะสมกางเกงยีนส์ เป็นลีวาย 505 เป็นเมดอินยูเอส ถามว่าลิมิเต็ดไหม ไม่รู้ แต่เป็นอะไรที่คนเขาเล่นกัน เพราะมันเมดอินยูเอส 
แนนนี่ อรรณิกา : ใช้คำว่าไม่ได้ขออนุญาติดีกว่า คือเป็นกางเกงของคุณพ่อ คุณพ่อสะสม คือช่วงนั้นไปอยู่อเมริกา แล้วคุณพ่อก็จะซื้อเก็บๆ  มีเยอะมากเป็นตู้คอนเทนเนอร์

แล้วบอลยืมไปประมาณกี่ตัว 

บอล วิทวัส : ลีวายประมาณ 70 ตัว ที่ไม่ใช่ลีวายก็ประมาณ 70-80 ตัว แล้วเอาไปขายที่ตลาดบางใหญ่ ตอนนั้นเขาเปิดแผงใช้เข่า เราก็ไปแบกะดินขาย คือคนที่มาซื้อเขาจำไม่ได้หรอกว่าผมเป็นใคร บังเอิญโชคดีที่มีคนมาเจอแล้วขอเหมาได้ 7000 คือตอนนั้นผมยอมรับว่าผมไม่มีความรู้เรื่องกางเกงเลย แล้วเราก็ไม่อยากอยู่นาน แล้วก็ไม่มั่นใจว่าถ้าไม่ขายเหมาแล้วเราจะขายได้หมดไหม ก็เลยให้  

แล้วคุณพ่อรู้ไหมว่าเอากางเกงเขาไปขาย

บอล วิทวัส : คือคุณพ่อไม่รู้ แต่คุณแม่รู้ 

แนนนี่ อรรณิกา : คือยังไม่มีโอกาสได้บอก คุณพ่อก็เสียก่อน แต่คุณแม่ทราบเพราะเราไปเล่าให้ท่านฟัง คุณแม่บอกว่าไม่เป็นไรมีเยอะอยู่แล้ว แต่พอท่านเสียกางเกงก็หายไปเยอะเหมือนกัน โดนขโมยไปเยอะ 

ตอนขายกางเกง คือช่วงน้ำท่วมเหรอ

บอล วิทวัส : ช่วงนั้นเริ่มดีขึ้นแล้ว แต่ตอนที่เหลือเงินแค่ 20 บาท ตอนนั้นน้ำยังท่วมอยู่  จำได้ว่าลำบากประมาณครึ่งปีได้ เพราะพอพ้นช่วงปีใหม่ก็เริ่มมีงาน เริ่มได้เงิน  

คิดว่าตอนน้ำท่วมกับตอนโควิดตอนไหนหนักกว่ากัน 

บอล วิทวัส : ผมว่าหนักคนละแบบ ตอนน้ำท่วมมันระยะสั้น แต่ว่ามันทำให้เราต้องย้ายที่อยู่ด้วย เพราะตอนนั้นเราอยู่หอแถวรังสิต ผมจำได้ว่าผมไปช่วยผู้ประสบภัยที่ลพบุรี กลับมาปั๊บที่หอน้ำท่วมหอ เราต้องย้ายขอมาอยู่ตรงเกษตร พอมาอยู่เกษตรก็เจอน้ำท่วมอีก ก็ไปไหนไม่ได้ เพราะตรงนั้นเหมือนเป็นเกาะ มันไปไหนไม่ได้เพราะรอบข้างท่วมหมด แต่บ้านเราไม่ท่วม ช่วงนั้นต้องหนีไปหนีมา ส่วนตอนนี้มันลำบากเพราะมันยาวนานที่เราไม่มีรายได้เข้ามาเลย   


คู่นี้แต่งงานมากี่ปีแล้ว

แนนนี่ อรรณิกา : เข้าปีที่ 8 

บอล วิทวัส : เราคบกันมา 4-5 ปี และเพราะเจอเหตุการณ์ช่วงเหลือเงิน 20 บาททำให้ผมรู้ว่า ผู้หญิงคนนี้คือแม่ของลูก ผมอยากจะบอกว่าในชีวิตคนๆ หนึ่ง มันมีไม่บ่อยหรอกที่เขาจะอยู่กับเราในช่วงที่เราลำบาก แล้วเขาไม่ทิ้งเราไปไหนถึงแม้เขาจะมีหนทางที่ดีกว่าก็ตาม อันนี้คือทำให้ทราบว่าเขาคือแม่ของลูกเราจริงๆ 

ถ้าเต็ม 10 บอลเจ้าชู้ขนาดไหน 

แนนนี่ อรรณิกา : ประมาณ 7-8 ถ้าเป็นสมัยก่อนนะ หลังเราเป็นแฟนแล้ว ตอนนั้นก็เหนื่อยนะที่ต้องคอยตามเช็ค 

บอล วิทวัส : ตอนนั้นก็ยอมรับว่าเราก็มีคนคุยเยอะ ก็ฮอตประมาณหนึ่ง ก็มีผู้หญิงเข้าหาเราเยอะ แล้วแนนนี่ก็จะเอาโทรศัพท์เราไปเช็คประจำ โดยที่เราไม่รู้

เช็คแล้วเจอเราทำอย่างไร 

แนนนี่ อรรณิกา : ก็จะโทรไปด่าเลย ถามว่าทำกี่ครั้งคือจำไม่ได้เหมือนกัน คือสมัยก่อนจะเป็นบีบี เราก็จะส่งข้อความไปด่า คือผู้หญิงเขาก็จะรู้ว่ามีแฟนแล้ว แต่ผู้หญิงเขาก็อยากคุย คือเราก็ไปแสดงตัวว่าเขามีแฟนแล้ว เคยเจอคนหนึ่งที่ย้อนกลับว่า มีแฟนแล้วไง คือตอนนั้นก็เดือดมาก คือสมัยก่อนเราหัวรุนแรงไงก็เลยจัดหนัก เขาก็หยุด 

แฟนสวยขนาดนี้ทำไมไม่เลิกเจ้าชู้  

บอล วิทวัส : คือก่อนหน้าที่เราจะมาคบกับเขา เราก็ยอมรับประมาณหนึ่งว่าเราเป็นคนเฟรนลี่ประมาณหนึ่ง เป็นคนเข้าถึงง่าย การเคลียร์มันก็เลยเป็นเรื่องยาก มันก็มีติดค้างติดพันนัวเนียกันบ้าง 

แล้วเราทำอย่างไร  

แนนนี่ อรรณิกา : สมัยก่อนเราหัวรุนแรง พร้อมบวก แต่หลังๆ เราก็ใช้วิธีตามทางโทรศัพท์ เพราะในไอโฟนจะมีไฟล์ในไอคราว ถ้าโทรไม่ติดเราก็จะเปิดดู มันจะเป็นแผนที่ขึ้นมา 

บอล วิทวัส : มันเป็นแอปไฟล์ในไอโฟนสมัยก่อน ซึ่งเวลาซิงค์ไอคราวกับปุ๊บ เราก็จะรู้พิกัดของอีกเครื่องหนึ่งได้ ไลน์ของเขาก็จะเด้งมากับของเราด้วย  มันมีเคสหนึ่งที่เราไปทำงาน แล้วมีอยู่วันหนึ่งเราแวบออกนอกเส้นทาง วันนั้นเราบอกเขาจะกลับเลย แต่กลับขับรถไปม.รังสิตเพื่อที่จะเอารถไปแต่ง ระหว่างทางเขาก็โทรตาม คือพอสายที่หนึ่งไม่รับ สายที่สองไม่รับ สายที่สามไม่รับ ซึ่งพอสายที่สามไม่รับ ไฟล์ในไอโฟนก็จะมีส่งเสียงมาประมาณครึ่งชั่วโมง สุดท้าย เฟสไทม์มา เราก็กดรับปั๊บ คำแรกที่เขาถามคือ อยู่ไหน รบกวนถ่ายเฟสไทม์รอบๆ ให้ดูซิ ซึ่งผมก็ต้องทำ แล้วเขาก็จะถามว่าไปไหน ไปทำอะไร แล้วก็ตบท้ายว่าไม่เป็นไร ไปทำให้เสร็จแล้วกลับมาคุยกันยาว พอกลับบ้านมาก็โดนควบคุมวินัยทางการเงิน จนทุกวันนี้ก็ยังเป็นแบบนี้อยู่ 

แนนนี่ อรรณิกา : เหตุการณ์นี้หลังแต่งงาน แต่ก่อนหน้านี้ก่อนจะแต่งงาน เราไม่เคยไปยุ่งการเงินเขานะ แต่เราก็มองในวงนอกว่าเขาบริหารเงินไม่ได้เรื่องเลย แล้วพอแต่งงานเขาก็ยังมีนิสัยเดิมๆ อยู่ วันนั้นฟิวขาดเราก็เลยมาดูแลเอง เราก็เอาการเงินของเขามาดูแล ถามว่าเขายอมไหม ต้องยอม 

ผู้บริหารให้เงินใช้วันละเท่าไหร่

บอล วิทวัส : หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา ได้เงินมาใช้วันละ 200 บาท แล้วเหลือเท่าไหร่เอามาทอนด้วย จริงๆ ผมก็แทบจะไม่ใช้เงินอยู่แล้ว อย่างมากก็ซื้อกาแฟแก้วหนึ่ง กินข้าวกอง 
แนนนี่ อรรณิกา : ต้องบอกก่อนว่า 200 บาทตรงนี้ เราเติมน้ำมันให้เต็มถัง เราจ่ายค่าทางด่วนให้ เวลาเขาไปกอง เราก็รู้อยู่แล้วว่าเขามีอาหารกองเลี้ยง 3 มื้ออยู่แล้ว เพราะฉะนั้นคุณแทบไม่มีกิจต้องใช้เงิน 

คุณบอล กลัวเมียไหม 

บอล วิทวัส : ขอใช้คำว่าเกรงใจดีกว่า เพื่ออนาคตของครอบครัว 

ติดตามชมคำสัมภาษณ์แบบเต็มๆ ได้ในรายการ “คุยแซ่บShow”  ทุกวันจันทร์-วันศุกร์  เวลา13.40-14.40 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama