จีนคุมเข้มจัดระเบียบ ‘ศิลปิน-นักแสดง’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/662048

วันที่ 01 ก.ย. 2564 เวลา 14:01 น.จีนคุมเข้มจัดระเบียบ ‘ศิลปิน-นักแสดง’หลังจากเกิดเรื่องอื้อฉาวในวงการบันเทิงครั้งแล้วครั้งเล่า ถึงเวลาที่จีนจะจัดระเบียบครั้งใหญ่

ปักกิ่ง, 31 ส.ค. (ซินหัว) — เมื่อวันจันทร์ (30 ส.ค.) ทางการจีนได้ออกหนังสือเวียนเรียกร้องให้มีการจัดการและให้การอบรมเพิ่มเติมสำหรับบุคคลในแวดวงศิลปะการแสดงทั่วประเทศ

กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวจีนได้กล่าวถึงปัญหาต่างๆ เช่น การหลีกเลี่ยงภาษีในอุตสาหกรรมการแสดง โดยเน้นว่านักแสดงควรเสริมสร้างความตระหนักทางกฎหมายของตน อีกทั้งควรได้รับการอบรมด้านกฎหมายลิขสิทธิ์และภาษี

เอกสารข้างต้นระบุว่า การจัดกิจกรรมเชิงพาณิชย์ของแวดวงศิลปะการแสดงควรมีการจัดการที่เข้มงวด โดยเฉพาะงานที่จัดในสถาบันของรัฐ พร้อมระบุว่านักแสดงที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมที่ผิดกฎหมายหรือผิดจรรยาบรรณ ควรถูกงดเว้นจากการงานการแสดง’

หนังสือเวียนระบุว่าการกระทำที่ผิดกฎหมายและผิดจรรยาบรรณของนักแสดงควรได้รับการรายงานและจัดการโดยเร็วที่สุด อีกทั้งศิลปินและนักแสดงควรพิจารณาอย่างถี่ถ้วนถึงอิทธิพลที่ผลงานและพฤติกรรมส่วนตัวของตนมีต่อสังคม

หนังสือเวียนยังระบุว่าควรมีการจัดตั้งและปรับปรุงกลไกการพิจารณาและประเมินจริยธรรมของนักแสดง โดยเน้นว่าศิลปินและนักแสดงควรได้รับการตักเตือนให้เคารพกฎเกณฑ์และมาตรฐานทางจริยธรรมอยู่เสมอ

เนื้อหาข่าวและภาพด้วยความร่วมมือกับสำนักข่าวซินหัว

ญี่ปุ่นพบวัตถุสีดำปริศนา ปนเปื้อนในขวดวัคซีน Moderna #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/662052

วันที่ 01 ก.ย. 2564 เวลา 13:48 น.ญี่ปุ่นพบวัตถุสีดำปริศนา ปนเปื้อนในขวดวัคซีน Moderna  ญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับกรณีปนเปื้อนของวัตถุลึกลับในวัคซีน Moderna เริ่มที่โอกินาวะล่าสุดพบที่คานางาวะ

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า จังหวัดคานางาวะของญี่ปุ่นพบกรณีวัตถุปนเปื้อนในวัคซีนโควิด-19 ของ Moderna Inc ที่ต้องสงสัยว่ามีสารแปลกปลอมและได้ระงับการผลิตส่วนที่เหลือไว้

ในแถลงการณ์เมื่อวันอังคาร เจ้าหน้าที่จังหวัดกล่าวว่าเภสัชกรพบอนุภาคสีดำหลายชิ้นในขวดเดียว ขณะตรวจสอบสารแปลกปลอมก่อนการใช้วัคซีน

ญี่ปุ่นระงับการใช้ Moderna จำนวน 1.63 ล้านโดสเมื่อสัปดาห์ที่แล้วหลังจากได้รับแจ้งการปนเปื้อนในวัคซีนบางส่วน ขณะที่บริษัท Moderna และบริษัทยาของสเปน Rovi ซึ่งบรรจุวัคซีนในขวดกล่าวว่าสาเหตุอาจเป็นปัญหาด้านการผลิต และหน่วยงานกำกับดูแลด้านความปลอดภัยของยุโรปได้เริ่มการสอบสวนแล้ว

Moderna กล่าวว่าไม่มีการระบุประเด็นด้านความปลอดภัยหรือประสิทธิภาพจากปัญหาดังกล่าว

จังหวัดคานางาวะกล่าวว่า บริษัท Takeda Pharmaceutical Co Ltd ซึ่งเป็นผู้จัดจำหน่ายวัคซีนในประเทศ ได้รวบรวมขวดที่มีสารปนเปื้อนต้องสงสัย และมีประมาณ 3,790 คนได้รับช็อตจากล็อตเดียวกันแล้ว

วัคซีน Moderna ถูกระงับการใช้ในสองภูมิภาคในสัปดาห์นี้ ในบางกรณี พบสารแปลกปลอมในขวดที่ยังไม่ได้ใช้ ในขณะที่กรณีอื่นๆ อาจเกิดจากการที่จุกยางของขวดแตกออกเมื่อใส่เข็มไม่ถูกต้อง

Takeda Pharmaceutical ไม่ตอบสนองต่อคำร้องขอความคิดเห็นเกี่ยวกับเหตุการณ์ในจังหวัดคานางาวะว่าในทันที บริษัทได้โพสต์ประกาศบนเว็บไซต์เมื่อวันพุธ โดยระบุว่า มีโอกาสที่เกิดขึ้นได้ยากในระหว่างการผลิตที่วัสดุยางอุดขวดสามารถผสมลงในสารละลายวัคซีนได้

บริษัทระบุว่าว่าเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ควรได้รับคำแนะนำให้ตรวจดูขวดด้วยสายตาว่ามีการเปลี่ยนสีหรือวัสดุแปลกปลอมก่อนใช้งาน หรือไม่

Photo by CHAIDEER MAHYUDDIN / AFP

อนามัยโลกจับตาสายพันธุ์ใหม่ ‘มิว’ เสี่ยงดื้อวัคซีน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/662046

วันที่ 01 ก.ย. 2564 เวลา 13:25 น.อนามัยโลกจับตาสายพันธุ์ใหม่ ‘มิว’ เสี่ยงดื้อวัคซีนองค์การอนามัยโลกกำลังจับตา Covid-19 สายพันธุ์ใหม่ที่ชื่อว่า มิว ซึ่งเสี่ยงที่จะดื้อวัคซีน

จดหมายข่าวรายสัปดาห์เกี่ยวกับการระบาดของ Covid-19 ขององค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า ขณะนี้องค์การอนามัยโลกกำลังเฝ้าจับตาเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่เรียกว่า “มิว (Mu)” หรือสายพันธุ์ B.1.621 ซึ่งพบครั้งแรกในประเทศโคลอมเบียเมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา

องค์การอนามัยโลกระบุว่า สายพันธุ์มิวซึ่งถูกจัดให้อยู่ในสายพันธุ์ที่น่าจับตามอง (variant of interest) มีการกลายพันธุ์ที่บ่งชี้ว่ามีความเสี่ยงที่จะดื้อต่อวัคซีน และย้ำว่ายังต้องศึกษาสายพันธุ์นี้เพิ่มเติมเพื่อทำความเข้าใจ

“สายพันธุ์มิวมีกลุ่มของการกลายพันธุ์ที่บ่งชี้ว่ามีแนวโน้มที่จะมีคุณสมบัติในการหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกัน” จดหมายข่าวระบุ

ขณะนี้มีความกังวลอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับการเกิดขึ้นของสายพันธุ์กลายพันธุ์ใหม่ๆ เนื่องจากตัวเลขผู้ติดเชื้อทั่วโลกกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง โดยมีสายพันธุ์เดลตาซึ่งแพร่กระจายได้ง่ายเป็นสายพันธุ์หลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มคนที่ยังไม่ฉีดวัคซีน และในภูมิภาคที่มีการผ่อนคลายมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด

ไวรัสทุกชนิด รวมทั้งเชื้อโคโรนาไวรัส SARS-CoV-2 ที่ก่อให้เกิดโรค Covid-19 กลายพันธุ์ตลอดเวลา และการกลายพันธุ์ส่วนใหญ่มีผลกระทบเล็กน้อยหรือไม่มีเลยกับคุณสมบัติของไวรัส

ทว่า การกลายพันธุ์บางอย่างส่งผลกระทบต่อคุณสมบัติของไวรัสและมีอิทธิพลกับความยากง่ายของการแพร่กระจาย ความรุนแรงของโรค และการดื้อต่อวัคซีน ยา หรือมาตรการรับมืออื่น

ปัจจุบันองค์การอนามัยโลกระบุให้ 4 สายพันธุ์ รวมทั้งอัลฟาซึ่งพบใน 193 ประเทศ และเดลตาซึ่งพบใน 170 ประเทศเป็นสายพันธุ์ที่น่ากัวล (variant of concern) และอีก 5 สายพันธุ์ รวมทั้งมิวเป็นสายพันธุ์ที่น่าจับตามอง

ทั้งนี้ หลังจากพบครั้งแรกในประเทศโคลอมเบีย มีการพบสายพันธุ์มิวแพร่ระบาดในอเมริกาใต้และยุโรป โดยมีอัตราความชุกของโรคทั่วโลกลดลงต่ำกว่า 0.1% ในจำนวนเคสที่ทำการตรวจสอบพันธุกรรม อย่างไรก็ดีในโคลอมเบียมีความชุกอยู่ที่ 39%

ผวา! พบเชื้อเดลตากลายพันธุ์ครั้งแรกในญี่ปุ่น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/662039

วันที่ 01 ก.ย. 2564 เวลา 12:30 น.ผวา! พบเชื้อเดลตากลายพันธุ์ครั้งแรกในญี่ปุ่นญี่ปุ่นพบโควิด-19 สายพันธุ์เดลตากลายพันธุ์ครั้งแรกในประเทศ

เมื่อวันที่ 31 ส.ค. ที่ผ่านมาสื่อท้องถิ่นญี่ปุ่นรายงานการพบเชื้อ N501S หรือโควิด-19 สายพันธุ์เดลตาที่กลายพันธุ์ใหม่เป็นครั้งแรกในญี่ปุ่น โดยผู้ป่วยคนแรกติดเชื้อเมื่อช่วงกลางเดือนสิงหาคม

ทีมวิจัยจากโตเกียวซึ่งนำโดยรองศาสตราจารย์ฮิโรอากิ ทาเคอุจิ เผยว่าจากการวิเคราะห์จีโนมของไวรัสพบว่ามีความเป็นไปได้สูงที่สายพันธุ์กลายพันธุ์จะมีการแพร่ระบาดในประเทศ เนื่องจากพบผู้ติดเชื้อที่ไม่มีประวัติเดินทางไปต่างประเทศ และพบรายงานการติดเชื้อดังกล่าวนอกญี่ปุ่นเพียง 8 รายเท่านั้น

รายงานระบุว่าเชื้อกลายพันธุ์ N501S มีความคล้ายคลึงกับสายพันธุ์ N501Y หรืออัลฟาที่พบครั้งแรกในสหราชอาณาจักรเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งสามารถแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็วและรุนแรงกว่าโควิด-19 สายพันธุ์ดั้งเดิมที่พบในประเทศจีน นักวิจัยจึงคาดว่าเชื้อ N501S ก็อาจเป็นไปในลักษณะเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องมีการวิจัยเพิ่มเติมเพื่อยืนยันว่า N501S จะรุนแรงเพียงใดเมื่อเทียบกับสายพันธุ์อัลฟา และสายพันธุ์เดลตาดั้งเดิม รวมถึงวิเคราะห์ว่าเชื้อดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อการแพร่ระบาดของโควิด-19 หรือไม่

โดยนักวิจัยกำลังดำเนินการศึกษาสายพันธุ์ดังกล่าวต่อไป พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลญี่ปุ่นพยายามควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างเต็มที่เพื่อป้องกันการกลายพันธุ์ของเชื้อ

ทั้งนี้ นับตั้งแต่เดือนที่แล้วญี่ปุ่นพบผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 30 ส.ค. ที่ผ่านมามีผู้ติดเชื้อรายใหม่อยู่ที่ 13,625 ราย ส่งผลให้ผู้ติดเชื้อสะสมในญี่ปุ่นอยู่ที่ราว 1.47 ล้านราย และเสียชีวิต 16,016 ราย

Photo by Kazuhiro NOGI / AFP

นักลงทุน Sinovac ได้อานิสงส์วัคซีนฟันกำไรเกือบ 6 เท่า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/662033

วันที่ 01 ก.ย. 2564 เวลา 12:12 น.นักลงทุน Sinovac ได้อานิสงส์วัคซีนฟันกำไรเกือบ 6 เท่าSinovac ได้อานิสงส์จากวัคซีน Covid-19 ครึ่งปีแรกโกยกำไรเกือบ 6 เท่า

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า บรรดานักลงทุนในบริษัท Sinovac Biotech ทำกำไรเพิ่มจากการลงทุนในครึ่งปีแรกเกือบ 6 เท่าด้วยอานิสงส์จากการจำหน่ายวัคซีนป้องกัน Covid-19

ยอดขายวัคซีน CoronaVac กว่า 1,000 ล้านโดสช่วยให้บริษัท Sino Biopharmaceutical ซึ่งถือหุ้นในบริษัทสาขาของบริษัท Sinovac Biotech 15% ทำกำไร 8,480 ล้านหยวนในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2021

Sino Biopharmaceutical ยังเผยอีกว่า ในจำนวนนี้การร่วมมือและการร่วมลงทุนรวมทั้งในบริษัทสาขาของ Sinovac มีสัดส่วนถึง 6,910 ล้านหยวน

รายได้ของบริษัทผลิตยาสัญชาติจีนนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายได้จำนวนมหาศาลที่ Sinovac ได้จากการจำหน่วยวัคซีนไปทั่วโลก ขณะที่ Sinovac ซึ่งหุ้นถูกระงับการซื้อขายในตลาดหุ้น Nasdaq ตั้งแต่ต้นปี 2019 ยังไม่รายงานผลประกอบการในปี 2021 ส่วน Sino Biopharmaceutical ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดในบริษัทที่เข้าไปลงทุน

โดยเมื่อวันนี้ (1 ก.ย.) หุ้นของ Sino Biopharmaceutical พุ่งขึ้น 1.7%

การเร่งฉีดวัคซีนป้องกัน Covid-19 ทั่วโลกส่งผลให้บริษัทผู้พัฒนาและผลิตวัคซีนรายใหญ่ทำกำไรมหาศาล โดย Pfizer มีรายได้จากการจำหน่ายวัคซีนชนิด mRNA ที่พัฒนาร่วมกับบริษัท BioNTech ของเยอรมนีถึง 7,800 ล้านเหรียญสหรัฐ และคาดว่าปีนี้จะทำรายได้ราว 33,500 ล้านเหรียญสหรัฐ

ขณะที่เมื่อปีที่แล้ว Sino Biopharm ซึ่งเพิ่งเปลี่ยนจากการลงทุนในบริษัทผลิตยาทั่วไปมาลงทุนในบริษัทผลิตยารักษามะเร็ง ลงทุน 500 ล้านเหรียญสหรัฐในบริษัท Sinovac ซึ่งมูลค่าหุ้นเพิ่มขึ้นราว 3 เท่า

Photo by Lillian SUWANRUMPHA / AFP

จีนออกกฎหมายใหม่คุมดาต้า หวั่นข้อมูลรั่วไหลให้ต่างชาติ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/662026

วันที่ 01 ก.ย. 2564 เวลา 11:12 น.จีนออกกฎหมายใหม่คุมดาต้า หวั่นข้อมูลรั่วไหลให้ต่างชาติจีนออกกฎหมายว่าด้วยความปลอดภัยของข้อมูลฉบับใหม่ กำกับดูแลบริษัทยักษ์ใหญ่เข้มงวด

เมื่อวันที่ 1 ก.ย. สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่าจีนออกกฎหมายว่าด้วยความปลอดภัยของข้อมูลฉบับใหม่ ซึ่งนับเป็นความพยายามครั้งล่าสุดในการกำกับดูแลธุรกิจเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของประเทศอย่างเข้มงวด

โดยมาพร้อมกับความกังวลด้านความมั่นคงของชาติ เนื่องจากบริษัทเทคโนโลยีของจีนหลายแห่งเล็งขยายสาขาออกไปในต่างประเทศ ส่งผลให้ทางการเกรงว่าข้อมูลในประเทศจะตกไปอยู่ในมือของต่างชาติ

ตลอดจนความกลัวที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับความปลอดภัยของข้อมูล ขณะที่หน่วยงานของรัฐต้องพึ่งพาบริการจัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์มากขึ้น

ทั้งนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดสำหรับการบังคับใช้กฎหมาย แต่เบื้องต้นรายงานระบุว่ากฎหมายดังกล่าวจะกำหนดความรับผิดชอบของทุกบริษัทและองค์กรที่จัดการข้อมูล

โดยมีการกำหนดโทษปรับสูงสุด 10 ล้านหยวน สำหรับความผิดต่างๆ รวมถึงการทำให้ข้อมูลรั่วไหลและการไม่ยืนยันตัวตนของผู้ซื้อหรือผู้ขายข้อมูล

รวมถึงมีการห้ามไม่ให้องค์กรและบุคคลใดส่งข้อมูลไปยังหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในต่างประเทศ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลจีน

แองเจลา จาง รองศาสตราจารย์ด้านกฎหมายจากมหาวิทยาลัยฮ่องกง มองว่าการออกกฎหมายใหม่ฉบับนี้เป็นการส่งสัญญาณว่า “จะมีการควบคุมการถ่ายโอนข้อมูลข้ามพรมแดนที่เข้มงวดมากขึ้น”

โดยบริษัทต่างๆ ซึ่งรวมถึงบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของจีนจะต้องแบกรับความรับผิดชอบที่มากขึ้นในการปฏิบัติตามภาระหน้าที่ในการปกป้องความปลอดภัยของข้อมูล

ทั้งนี้ กฎหมายฉบับใหม่มีขึ้นไม่กี่เดือนหลังจากที่ทางการจีนอ้างถึงความกังวลด้านความมั่นคงของชาติในการสอบสวนบริษัท Didi Chuxing ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของจีนที่จดทะเบียนในตลาดสหรัฐ

เคน ยี นักวิเคราะห์นโยบายจากบริษัท Access Partnership ให้ความเห็นว่ากฎหมายเหล่านี้กำลังเปิดตัวในขณะที่ภาคเทคโนโลยีกลายเป็นเวทีหลักของการแข่งขันระหว่างสหรัฐและจีน ซึ่งอาจช่วยขยายอิทธิพลของจีนในการกำหนดนโยบายด้านเทคโนโลยีไปทั่วโลก

โดยรายงานระบุว่ากฎหมายว่าด้วยความปลอดภัยของข้อมูลเป็นส่วนหนึ่งของชุดกฎหมายที่จะกำหนดทิศทางเศรษฐกิจดิจิทัลของจีนมานานหลายทศวรรษ

เมื่อเร็วๆ นี้ จีนเพิ่งผ่านร่างกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในเดือนพฤศจิกายน โดยมีเป้าหมายเพื่อควบคุมการจัดเก็บรวบรวมข้อมูลผู้ใช้ของบรรดาบริษัทต่างๆ

AFP PHOTO / WANG Zhao

หนุ่มน้อยอัจฉริยะเขียนโปรแกรมสร้างงานอาร์ต รวยเละ 13 ล้าน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/661967

วันที่ 31 ส.ค. 2564 เวลา 20:30 น.หนุ่มน้อยอัจฉริยะเขียนโปรแกรมสร้างงานอาร์ต รวยเละ 13 ล้านเด็กชายวัย 12 ปีจากลอนดอน คว้าเงินล้านจากการเขียนโปรแกรมสร้างงานศิลปะดิจิทัล

เรื่องราวของ Benyamin Ahmed (เบนจามิน อาเหม็ด) เด็กชายวัย 12 ปีจากลอนดอนกำลังเป็นที่โด่งดังในต่างประเทศขณะนี้ หลังจากที่เขาทำเงินจากการขายผลงานศิลปะแบบดิจิทัลไปได้เกือบ 400,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 12.9 ล้านบาท ภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่เดือน

เริ่มเขียนโปรแกรมตั้งแต่ 5 ขวบ

เบนจามินมักใช้เวลาว่างจากการเรียนหนังสือไปกับการว่ายน้ำ ฝึกซ้อมเทควันโด และเรียนรู้วิธีการเขียนโค้ด

เขาเริ่มเรียนรู้การเขียนโค้ดตั้งแต่อายุได้ 5 ขวบจากการดูพ่อของเขาซึ่งเป็นนักพัฒนาซอฟต์แวร์ โดยเริ่มต้นจาก HTML และ CSS และพัฒนาทักษะการเขียนโค้ดมาเรื่อยๆ และต่อยอดไปยัง JavaScript และโปรแกรมอื่นๆ

จนกระทั่งล่าสุดเบนจามินได้รู้จักกับ NFTs หรือ non-fungible tokens ซึ่งเขาสนใจมันเป็นอย่างมาก และตัดสินใจสร้างคอลเลกชัน NFT ของตัวเอง

“ผมศึกษามันครั้งแรกเมื่อต้นปีนี้เอง และผมทึ่งกับมันมากเพราะเราสามารถโอนความเป็นเจ้าของ NFT ได้อย่างง่ายดายด้วยบล็อกเชน”

NFTs คืออะไร

NFTs หรือ non-fungible tokens เป็นสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทหนึ่งที่ใช้บล็อกเชนเช่นเดียวกับคริปโต แต่ว่าแต่ละโทเคนจะมีลักษณะเฉพาะตัว ซึ่งไม่สามารถทำซ้ำหรือลอกเลียนได้ อาจมาในรูปแบบของภาพวาด ภาพถ่าย ภาพกราฟิก เพลง คลิปวิดีโอ หรือผลงานศิลปะอื่นๆ ในรูปแบบดิจิทัล

โดยสามารถซื้อขายเพื่อโอนกรรมสิทธิ์การเป็นเจ้าของผลงาน ซึ่งผลงานนั้นๆ จะมีเจ้าของเพียงคนเดียวเท่านั้น ต่อให้มีการคัดลอกผลงานต่อไปเรื่อยๆ แต่หากไม่ได้เป็นเจ้าของก็ไม่สามารถนำไปขายต่อได้ โดยสามารถเช็คได้ว่าเจ้าของผลงานนั้นๆ คือใครด้วยระบบบล็อกเชน

ทำเงินจาก NFTs

ผลงานชิ้นแรกของเบนจามินเปิดตัวเมื่อช่วงต้นฤดูร้อนที่ผ่านมาในชื่อว่า “Minecraft Yee Haa” ซึ่งแน่นอนว่าได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Minecraft เกมในดวงใจของเด็กๆ รวมถึงเบนจามินด้วย

แม้ว่าผลงานชิ้นแรงของเบนจามินจะขายไม่ได้ในทันที แต่เด็กคนนี้มองว่าประสบการณ์ที่เขาได้รับมีค่ามากกว่าเงิน และจะยังคงทำมันต่อไป

เบนจามินตั้งใจศึกษาการเขียนโค้ดเพื่อสร้างสรรค์ผลงานชิ้นต่อไป โดยเรียนรู้จากออนไลน์และบรรดาโปรแกรมเมอร์ในชุมชน Discord

เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาเขาเริ่มเขียนโค้ดสร้างผลงาน NFT ชิ้นที่ 2 ในชื่อว่า Weird Whales ซึ่งมีภาพวาฬในคอลเลกชันถึง 3,350 ภาพด้วยกัน โดยแต่ละภาพมีวาฬในลักษณะแตกต่างกันออกไป

เบนจามินลงทุนกับคอลเลกชันนี้ไปประมาณ 300 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 9,700 บาท) โดยส่วนใหญ่เป็นการจ่ายค่าธรรมเนียมก๊าซ (Gas Fees)

แต่สิ่งที่เขาได้รับกลับมานั้นคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม เพราะหลังจากเปิดตัวคอลเลกชันนี้ไปในเดือนกรกฎาคม ผลงานของเขาขายหมดเกลี้ยงภายในเวลาเพียงแค่ 9 ชั่วโมงเท่านั้น

โดยเบนจามินได้รับผลตอบแทนเป็นเหรียญ Ethereum ซึ่งคิดเป็นมูลค่าเกือบ 400,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 12.9 ล้านบาท ตามราคาปัจจุบัน

มองไกลถึงอนาคต

ตอนนี้เบนจามินไม่มีบัญชีธนาคาร มีแต่กระเป๋าเงินดิจิทัล เพราะเขามองว่าในอนาคตเงินสดและบัญชีธนาคารแบบเดิมๆ อาจไม่ใช่สิ่งจำเป็น

“ผมตั้งใจที่จะเก็บ Ethereum ทั้งหมดไว้ และจะไม่แปลงเป็นเงินสด…ในอนาคตบางทีทุกคนอาจไม่ต้องการบัญชีธนาคาร เพียงแค่มีเหรียญดิจิทัลและวอลเลต”

ตอนนี้เขายังคงมุ่งมั่นทำสร้างสรรค์ผลงาน NFT และคาดว่าเราจะได้เห็นผลงานของเด็กคนนี้ประสบความสำเร็จอีกมากมายในอนาคต

“ถ้าผมยังคงมุ่งมั่นต่อไป วันหนึ่งผมอาจได้เป็นเหมือนเจ้าพ่อเทคโนโลยีคนอื่นๆ อย่างอีลอน มัสก์ (Elon Musk) หรือเจฟฟ์ เบโซส์ (Jeff Bezos)” เบนจามินกล่าว

ที่มา CNBC

ภาพโดย REUTERS/Kacper Pempel//File Photo

วิจัยชี้ Moderna สร้างภูมิคุ้มกันได้มากกว่า Pfizer 2.6 เท่า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/661975

วันที่ 31 ส.ค. 2564 เวลา 18:17 น.วิจัยชี้ Moderna สร้างภูมิคุ้มกันได้มากกว่า Pfizer 2.6 เท่าวัคซีนของ Moderna กระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันได้มากกว่าของ Pfizer 2.6 เท่า

ผลการวิจัยเปรียบเทียบการตอบสนองของภูมิคุ้มกันต่อวัคซีน mRNA ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Journal of the American Medical Association ระบุว่า วัคซีนป้องกัน Covid-19 ของ Moderna กระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันได้มากกว่าวัคซีนของ Pfizer-BioNTech 2.6 เท่า

การวิจัยซึ่งทำในพนักงานของระบบโรงพยาบาลหลักของเบลเยียมเกือบ 2,500 คนพบว่า ระดับภูมิคุ้มกันของพนักงานที่ไม่เคยติด Covid-19 ก่อนได้รับวัคซีนของ Moderna 2 เข็มเฉลี่ยอยู่ที่ 2,881 หน่วยต่อมิลลิลิตร (units/mL) ส่วนกลุ่มที่ได้รับวัคซีนของ Pfizer-BioNTech มีระดับภูมิคุ้มกันเฉลี่ย1,108 หน่วยต่อมิลลิลิตร

ปัจจัยที่แตกต่างกันของวัคซีนทั้งสองยี่ห้อนี้คือ วัคซีนของ Moderna มีส่วนประกอบสำคัญ (active ingredient) สูงกว่าของ Pfizer-BioNTech (100 ไมโครกรัม vs 30 ไมโครกรัม) และระยะห่างระหว่างเข็มแรกกับเข็มที่ 2 ของ Moderna นานกว่าของ Pfizer-BioNTech (4 สัปดาห์ vs 3 สัปดาห์)

ขณะที่ผลการวิจัยอีกชิ้นหนึ่งที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 9 ส.ค. ก่อนที่จะมีการพิจารณาจากผู้เชี่ยวชาญระบุว่า วัคซีนของ Moderna เกี่ยวข้องกับการลดความเสี่ยงที่จะเกิดการติด Covid-19 หลังฉีดวัคซีน (breakthrough infections) ลง 2 เท่า เมื่อเทียบกับของ Pfizer-BioNTech

แผน 4 แนวรบ “ทักษิณ” เดินเกมแรง หยุดประยุทธ์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/481475

แผน 4 แนวรบ “ทักษิณ” เดินเกมแรง หยุดประยุทธ์

01 ก.ย. 2564

ซักฟอกหยุดประยุทธ์ “ทักษิณ” เปิดเกมรุกทุกแนวรบ บ่อนเซาะรอยร้าวพลังประชารัฐ ใกล้เป็นความจริง คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ท่ามกลางอุณหภูมิการเมืองอันร้อนแรง ทั้งในสภา และนอกสภา สมชาย แสวงการ ส.ว.คนดัง ได้โพสต์เฟซบุ๊คส่วนตัว มีข้อความว่า “จับตาวิกฤติ 4 กันยา ชี้ชะตาบ้านเมือง ถ้าขบวนการรวมหัวลงมติคว่ำลุงสำเร็จ วงจรอุบาทว์จะกลับมา”

บังเอิญวันเดียวกันที่รัฐสภา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า “ตอนนี้มีข่าวอยู่ 2-3 เรื่อง คือการโหวตล้มนายกฯ ถ้าเป็นเรื่องจริง ผมถือว่าไม่เป็นสุภาพบุรุษ”

แผนลับ “ล้มประยุทธ์” มีจริงหรือไม่? คงต้องไปถาม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

อย่างไรก็ตาม วันที่ 4 ก.ย.2564 หลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจสิ้นสุดลง ก็มีการลงมติทันที ซึ่งจะเป็นวันที่คนไทยทั้งประเทศเฝ้าจับตามอง

แผน 4 แนวรบ “ทักษิณ” เดินเกมแรง หยุดประยุทธ์

ทักษิณ เดินเกมทุกรูปแบบ

ส่องรัฐธรรมนูญ 2560 บทบัญญัติว่าด้วยการอภิปรายไม่ไว้วางใจ มาตรา 151 ระบุว่า “มติไม่ไว้วางใจ ต้องมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร”

มาตรา 170 บทบัญญัติว่าด้วยความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัว เมื่อ (1) ตาย (2) ลาออก (3) สภาผู้แทนราษฎรมีมติไม่ไว้วางใจ (4) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 160 (5) กระทำการอันเป็นการต้องห้ามตามมาตรา 186 หรือมาตรา 187 (6) มีพระบรมราชโองการให้พ้นจากความเป็นรัฐมนตรีตามมาตรา 171”

หลังยุบพรรคอนาคตใหม่ ทำให้กรรมการบริหารพรรคที่เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ 11 คนสมาชิกภาพการเป็น ส.ส.สิ้นสุดลง ส่งผลให้จำนวน ส.ส.ทั้งสภาผู้แทนราษฎรจากที่กฎหมายกำหนดให้มี 500 คน เหลือเพียง 487 ราย

แผน 4 แนวรบ “ทักษิณ” เดินเกมแรง หยุดประยุทธ์

ประยุทธ์ บอกมีคนจะโหวตล้มนายกฯ ในสภา

เมื่อหักจำนวน ส.ส. 5 คน ที่ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ และอีก 2 ส.ส.หญิงที่ศาลให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ในสภาฯ จึงเหลืออยู่ 480 คน

ถ้าเกินกึ่งหนึ่งของ ส.ส.ทั้งหมด เท่ากับ 241 คน แต่ปัจจุบัน พรรคฝ่ายค้านมี ส.ส.212 คน และพรรครัฐบาลมี ส.ส. 268 คน

หากจะต้องการ “หยุดประยุทธ์” ผ่านกลไกสภาฯ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 พรรคร่วมฝ่ายค้านต้องหาเสียงผู้สนับสนุนมาอีก 30-40 คน

++

ศึกนอกศึกใน

++

เนื่องจากองค์ประกอบของพรรคพลังประชารัฐ มีส่วนผสมระหว่างอดีตนายทหารใหญ่ 3 คนที่เรียกกันว่า “3 ป.” กับนักเลือกตั้ง จึงมีความอิหลักอิเหลื่อมาตั้งแต่ตอนจัดตั้งรัฐบาล

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีมหาดไทย ดูมีความแปลกแยกจาก ส.ส.ที่มาจากหลายพรรคการเมือง ยามที่รัฐบาลมีเสถียรภาพ ก็ไม่มีอะไร แต่ชั่วโมงที่มีเสียงขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ กระหึ่มทั้งแผ่นดิน นักเลือกตั้งก็เริ่มคิดถึงอนาคต

หากมีการยุบสภา ต้องหาเสียงใหม่ พลังประชารัฐจะชู “พล.อ.ประยุทธ์” เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไปได้หรือ?

แรงกระเพื่อมในพลังประชารัฐ เกิดจากนักเลือกตั้งกลุ่มใหญ่ ต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลงในรัฐบาล เพื่อเรียกศรัทธาประชาชนคืนมา ก่อนยุบสภาเลือกตั้งใหม่

เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ รู้เรื่องข่าวเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรี จึงให้สัมภาษณ์ว่า ตนเองทำอะไรผิด จะไม่มีการปรับ ครม. และไม่ยุบสภา

++

โทนี่เดินแรง

++

อย่างที่รู้กัน พรรคเพื่อไทย มีความมั่นอกมั่นใจมากในศึกซักฟอกรัฐบาลหนนี้ ต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองแน่นอน

ดังนั้น ขบวนการไล่ประยุทธ์ จึงแบ่งออกเป็น 4 แนวรบ ประกอบด้วยพรรคเพื่อไทย เปิดเกมอภิปรายไม่ไว้วางใจ คู่ขนานให้ประชาชนโหวตลงมติไล่ประยุทธ์ทางออนไลน์

กลุ่มแคร์ จัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ไล่ประยุทธ์ และขอประชามติล้มระบอบประยุทธ์ทางออนไลน์

กลุ่มคนเสื้อแดง ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ จัดชุมนุมใหญ่ 2 ก.ย. และต่อเนื่องไปจนถึงวันลงมติ 4 ก.ย.2564

ปิดท้ายด้วย “โทนี่” ทักษิณ ชินวัตร ขออภิปรายไม่ไว้วางใจผ่านเวทีคลับเฮาส์ โดยแนะนำวิธีเอาประยุทธ์ออกจากตำแหน่ง ขอให้ประชาชนในทุกเขตเลือกตั้ง ไปบ้าน ส.ส. แล้วบอกว่า “…อย่ายกมือไว้วางใจประยุทธ์นะ ถ้ายกมือไว้วางใจ คราวหน้าฉันไม่เลือกแน่นอน…”

ตลอด 2 เดือนมานี้ “ทักษิณ” เปิดตัวเล่นเกมไล่ประยุทธ์ เหมือนช่วงปี 2553 ที่กระโจนเข้าสมรภูมิแดงทั้งแผ่นดิน ทักษิณอาจได้รับรู้ถึง “รอยร้าวลึก” ภายในพรรคพลังประชารัฐ จึงออกแรงเขย่าอีกรอบ

จับตา “เพื่อไทย” ส.ส.ก้อย เจ้าเก่า ท้าทายกฎเหล็ก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/481326

จับตา “เพื่อไทย” ส.ส.ก้อย เจ้าเก่า ท้าทายกฎเหล็ก

31 ส.ค. 2564

กฎเหล็กวัดใจ “เพื่อไทย” เกาะติด ส.ส.ก้อย ไม่สนแบรนด์พรรค มั่นใจฐานเสียงตัวเอง คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

สีสันก่อนวันอภิปรายไม่ไว้วางใจ สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้ทำหนังสือถึง ส.ส.ทุกคน แจ้งมติพรรคเพื่อไทยคือ ให้ลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีทุกคน ที่ถูกอภิปราย และ “ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามโหวตรับ ห้ามงดออกเสียง” หากใครฝ่าฝืนมติจะถูกลงโทษ ถึงขั้นขับออกจากพรรค

อีกด้านหนึ่ง มีคนแย้งว่า ส.ส.ทุกคนมีเอกสิทธิ์ ที่จะลงมติโดยเสรี แต่บทเรียนของพรรคอนาคตใหม่ ก็มีให้เห็นแล้วเรื่องการขับงูเห่าออกจากพรรค

จับตา “เพื่อไทย”  ส.ส.ก้อย เจ้าเก่า ท้าทายกฎเหล็ก

พรพิมล ธรรมสาร ส.ส.ปทุมธานี

พูดถึงประเด็นกฎเหล็กของเพื่อไทย คอการเมืองต่างจับจ้องไปที่ “ส.ส.ก้อย” พรพิมล ธรรมสาร ส.ส.ปทุมธานี เขต 5 พรรคเพื่อไทย เนื่องจาก “ส.ส.ก้อย” ได้ใช้เอกสิทธิ์บ่อยครั้ง ทั้งไม่ลงคะแนน งดออกเสียง และโหวตสวนมติพรรค

กรณีการลงมติในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล จำนวน 10 คน เมื่อ 20 ก.พ.2564 ปรากฏว่า พรพิมล ธรรมสาร โหวตสวนมติพรรคไว้วางใจ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และไม่ลงคะแนน ตอนที่โหวต พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ปี 2562 พรพิมล ธรรมสาร เคยถูกพรรคเพื่อไทยตักเตือน และคาดโทษจะไม่ให้ลงสมัคร ส.ส.ในนามเพื่อไทย สมัยหน้า อันเนื่องจากไม่ปฏิบัติตามมติพรรค

ทุกวันนี้ “ส.ส.ก้อย” ได้เคลื่อนไหวทำงานการเมืองในนามส่วนตัว และในเฟซบุ๊คส่วนตัว นักการเมืองหญิงคนดัง ได้ติดแฮชแท็ก #ปัญหาที่เกิดต้องได้แก้ ขอแค่นึกถึง ส.ส.ก้อย #StandWithPORNPIMON #ปทุมธานีต้องพัฒนา

++

สายบิ๊กแจ๊ส

++

นับแต่มีกระแสคนเสื้อแดงปทุมธานี ขับไล่ “งูเห่า” และทางพรรคเพื่อไทย คาดโทษ “ส.ส.ก้อย” คนสายคลอง ก็จะให้เห็น ส.ส.ก้อย ออกงาน โดยใช้คำว่า “ทีมพรพิมล” แทนพรรคเพื่อไทย

ช่วงปลายปี 2563 สมชาย รังสิวัฒนศักดิ์ สามีของ ส.ส.ก้อย ได้ช่วยทีมรักปทุม ของ “บิ๊กแจ๊ส” พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง หาเสียงเลือกตั้งนายก อบจ.ปทุมธานี จนทีมบิ๊กแจ๊สได้รับชัยชนะ นอกจากนี้ “ส.จ.เบี้ยว” เฉลิมพงษ์ รังสิวัฒนศักดิ์ ได้เป็น ส.จ.ปทุมธานี เขต 6 อีกสมัย ในนามทีมคนรักปทุม

พูดง่ายๆ พรพิมล อาจไม่ได้ผูกติดกับแบรนด์เพื่อไทย แต่ในพื้นที่ก็ยังแนวร่วมกับ “บิ๊กแจ๊ส” แสดงว่า การเลือกตั้งสมัยหน้า เธอได้เตรียมการล่วงหน้าแล้วว่า จะสวมเสื้อสีไหน?

หากดูจากการที่ ส.ส.ก้อย ผูกมิตรกับ “บิ๊กแจ๊ส” ย่อมบ่งบอกว่า เธอจะไม่ข้ามไปอยู่ฟากตรงข้ามฝ่ายประชาธิปไตยแน่นอน

++

‘สมชาย’คัมแบ็ก

++

ช่วงเดือน มี.ค.2564 สมชาย รังสิวัฒนศักดิ์ คู่ชีวิตของ ส.ส.ก้อย ได้รับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรีเมืองสนั่นรักษ์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ถือว่าเป็นหวนคืนตำแหน่งเดิม หลังพลาดท่าปราชัยเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว

ผลเลือกตั้งนายกเล็กเมืองสนั่นรักษ์ “สมชาย” ได้ 9,008 คะแนน เอาชนะ “นายกอ่าง”ณรงค์ชัย นาคะโยธินสกุล ที่ได้ 3,014 คะแนน ซึ่งเป็นเครือข่ายของชาญ พวงเพ็ชร อดีตนายก อบจ.ปทุมธานี

วันเปิดประชุมสภาเทศบาลสนั่นรักษ์ “บิ๊กแจ๊ส” พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี หอบช่อดอกไม้มาอวยพรนายกฯ สมชาย ถึงถิ่นเทศบาลสนั่นรักษ์

จับตา “เพื่อไทย”  ส.ส.ก้อย เจ้าเก่า ท้าทายกฎเหล็ก

สมชาย  รังสิวัฒนศักดิ์ นายกเล็กเมืองสนั่นรักษ์

“นายกฯสมชาย” เคยลงสมัคร ส.ส.ปทุมธานี มา 2 ครั้งแต่สอบตกหมด ครั้งล่าสุด เลือกตั้งเมื่อปี 2562 ลงสมัคร ส.ส. เขต 6 ปทุมธานี พรรคเพื่อไทย ก็ไม่ประสบความสำเร็จ

ชัยชนะในสนามการเมืองท้องถิ่น เป็นการยืนยันถึงฐานเสียงอันมั่นคง เทศบาลเมืองสนั่นรักษ์ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ “นายกฯสมชาย” ตัดสินใจผลักดันภรรยา-ก้อย พรพิมล อดีตนักร้องสาวชื่อดัง ค่ายนิธิทัศน์โปรโมชั่น ลงสนาม ส.ส.สมัยแรก

เลือกตั้งสมัยหน้า จะเป็นปีที่พิสูจน์ศรัทธาของคนปทุมธานี เขต 5 ว่า “พรพิมล” ส.ส.ปทุมธานี 3 สมัยจะได้ไปต่ออีกหรือไม่