‘อลงกรณ์’ขับเคลื่อนคกก. พัฒนาเกษตรยั่งยืนระดับตำบล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/689138

วันจันทร์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ประธานคณะอนุกรรมการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนระดับประเทศ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ จ.เพชรบุรี ขับเคลื่อนโครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนระดับตำบล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการรับรู้แนวทางการทำงานของคณะกรรมการ (คกก.) พัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนระดับตำบล ใน จ.เพชรบุรี และนโยบายโครงการสำคัญๆ ของกระทรวงเกษตรฯ โดยมีหัวหน้าส่วนราชการของกระทรวงเกษตรฯ ในส่วนภูมิภาค และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ในพื้นที่ 11 ตำบล ได้แก่ ดอนยาง หนองขนานหาดเจ้าสำราญ นาพันสาม หนองพลับช่องสะแก บางจาน นาวุ้ง โพไร่หวาน โพพระและสำมะโรง นอกจากนี้นายอลงกรณ์และคณะ จะลงพื้นที่ ต.บ้านแหลม ต.บางครกต.ท่าแร้ง ต.ท่าแร้งออก ต.บางแก้ว ต.ปากทะเล ต.บางขุนไทร และ ต.แหลมผักเบี้ย จ.เพชรบุรี ต่อไป

นายอลงกรณ์กล่าวว่า คณะกรรมการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนระดับตำบล อยู่ภายใต้คณะกรรมการบริหารการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืน ซึ่งมี ดร.เฉลิมชัยศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ เป็นประธาน โดยคณะกรรมการฯ เป็นกลไกใหม่ในการยกระดับการพัฒนาหมู่บ้านตำบล เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนและหนี้สินของเกษตรกรโดยการผนึกพลังทุกภาคส่วนในหมู่บ้าน ตำบล ยึดหลักการพัฒนาโดยชุมชนเพื่อชุมชน เพื่อให้ประชาชนและชุมชนมีศักยภาพมากขึ้นและมีรายได้เพิ่มขึ้น ด้วยแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งหวังว่า จ.เพชรบุรี จะเป็นโมเดลต้นแบบนำร่องของทุกหมู่บ้าน ตำบลในทุกจังหวัดทั่วประเทศ ขณะนี้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนระดับตำบล ครบทั้ง 7,255 ตำบลใน 76 จังหวัดแล้ว กลไกดังกล่าวถือเป็นเครื่องมือการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากที่เล็กที่สุดลึกที่สุดและสำคัญที่สุด

‘ประภัตร’ลงพื้นที่อุบลฯ ช่วยเกษตรกรประสบภัยน้ำท่วม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/689136

วันจันทร์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมกับมอบถุงยังชีพ สิ่งของที่จำเป็น หญ้า อาหารสัตว์พระราชทาน และบริการตรวจสุขภาพสัตว์ โดยหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่ กรมปศุสัตว์ ที่ศูนย์พักพิงและอพยพสัตว์ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี โดยมีเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ ว่าจากสถานการณ์อุทกภัยปีนี้ มีเกษตรกรได้รับผลกระทบผลผลิตทางการเกษตรได้รับความเสียหาย ซึ่งรัฐบาลมีความห่วงใยพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจึงได้มอบหมายให้กระทรวงเกษตรฯ ติดตาม กำกับ ตรวจเยี่ยม และช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรอย่างเร่งด่วน โดยกรมปศุสัตว์ ได้วางแผนและเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ สามารถดำเนินการให้ความช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ที่ประสบอุทกภัยจากพายุโนรูได้อย่างทันท่วงที เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนและลดความเสียหายให้กับเกษตรกร

“กระทรวงเกษตรฯ มาส่งมอบกำลังใจและมอบปัจจัยการยังชีพ ไข่ต้มของสำนักงานปศุสัตว์จังหวัด 300 ชุด พร้อมนำหญ้าอาหารสัตว์พระราชทานของกรมปศุสัตว์ 15,000 กิโลกรัม เพื่อช่วยเหลือใน อ.เขื่องใน อ.เมือง จ.อุบลราชธานี และ อ.วารินชำราบ นอกจากนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากชมรมรถบรรทุกฟางวัยรุ่นฟางอัดแห่งประเทศไทย มอบฟาง 400 ก้อน และหญ้าสับบด 30 ถุง รวมทั้งสำนักงานปศุสัตว์ จ.อุบลราชธานี ได้จัดหน่วยสัตว์แพทย์เคลื่อนที่ออกให้บริการแก่สัตว์เลี้ยงของเกษตรกรใน อ.วารินชำราบ ด้วย” นายประภัตร กล่าว

สำหรับสถานการณ์ด้านปศุสัตว์ในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี มีพื้นที่ได้รับผลกระทบต่อสัตว์เลี้ยง พื้นที่เลี้ยงสัตว์และอาหารสัตว์ รวมทั้งสิ้น 14 อำเภอใน 65 ตำบล รวม 427 หมู่บ้าน ได้แก่ อ.เมือง อ.วารินชำราบ อ.สว่างวีระวงศ์ อ.เหล่าเสือโก้ก อ.ดอนมดแดง อ.ม่วงสามสิบ อ.เดชอุดม อ.ตระการพืชผล อ.สิรินธร อ.สำโรง อ.นาเยีย อ.เขื่องใน อ.ตาลสุม และ อ.พิบูลมังสาหาร เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ ได้รับผลกระทบ 17,609 ราย สัตว์ที่ได้รับผลกระทบ รวมทั้งสิ้น 705,577 ตัว ประกอบด้วย โค 47,450 ตัว กระบือ 12,224 ตัว สุกร 4,436 ตัว สัตว์ปีก 640,677 ตัว แพะ 738 ตัว แกะ 52 ตัว แปลงหญ้า 170 ไร่ และสัตว์อพยพในพื้นที่ประสบภัยพิบัติ รวมทั้งสิ้น 51,253 ตัว ประกอบด้วย โค 6,488 ตัว กระบือ 2,514 ตัว สุกร 206 ตัว สัตว์ปีก 39,701 ตัว แพะ 192 ตัว สุนัข 349 ตัวและแมว 140 ตัว

‘เฉลิมชัย’สั่งปศุสัตว์ แก้ปัญหาลิงแสมพระนครคีรี ป้องกันแพร่ระบาดโรคลิงสู่คน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/689100

'เฉลิมชัย'สั่งปศุสัตว์ แก้ปัญหาลิงแสมพระนครคีรี ป้องกันแพร่ระบาดโรคลิงสู่คน

‘เฉลิมชัย’สั่งปศุสัตว์ แก้ปัญหาลิงแสมพระนครคีรี ป้องกันแพร่ระบาดโรคลิงสู่คน

วันอาทิตย์ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 20.16 น.

“เฉลิมชัย”สั่งการ”อลงกรณ”นำทีมกรมปศุสัตว์แก้ปัญหาลิงแสมพระนครคีรี เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดโรคลิงสู่คน พร้อมฟื้นฟูการท่องเที่ยวการค้าธุรกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนภายใต้เพชรบุรีโมเดล

เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2565 นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยวันนี้ว่า นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้ตน นำทีมกรมปศุสัตว์แก้ไขปัญหาประชากรลิงแสมเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วในชุมชนเมืองของหลายจังหวัด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดโรคฝีดาษลิง และโรคอื่นๆ ที่ลิงเป็นพาหะสู่คน ซึ่งกรมปศุสัตว์ได้จัดทำโครงการและแผนงาน โดยจะเริ่มดำเนินการในพื้นที่พระนครคีรี เป็นโครงการนำร่อง โดยตนจะนำทีมกรมปศุสัตว์ประชุมกับจังหวัดเพชรบุรี กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช และทุกภาคีภาคส่วน ในช่วงเช้าวันที่ 1 พ.ย.นี้ ก่อนนำคณะลงพื้นที่เขาวังจากนั้นช่วงบ่ายจะไปประชุมและสำรวจพื้นที่สำหรับจัดตั้งเป็นศูนย์ศึกษาลิงแสมที่อำเภอแก่งกระจาน จะเน้นแนวทางสวัสดิภาพคนและสวัสดิภาพสัตว์ (Animal welfare) ตามมาตรฐานสากลในการดำเนินการ

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา ได้นำทีมเพชรบุรีโมเดลลงพื้นที่สำรวจปัญหาลิงแสมที่พระนครคีรี และสอบถามปัญหากับผู้ประกอบการร้านค้าและชุมชนรอบบริเวณเขาวัง รวมทั้งเจ้าอาวาสวัดมหาสมณารามราชวรวิหาร (วัดเขาวัง) พบว่าลิงแสมอาศัยอยู่ได้เพิ่มจํานวนมากขึ้นอย่างรวดเร็ว คาดว่าจะมีไม่น้อยกว่า 2,000 ตัว ถึง 3,000 ตัว ลงมาหาอาหารยังพื้นที่ด้านล่าง และสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้ที่อยู่อาศัย และสถานประกอบการรอบบริเวณพระนครคีรี (เขาวัง) รวมทั้งนักทองเที่ยวส่งผลกระทบต่อการค้าการท่องเที่ยวจนซบเซานานนับสิบปี แม้จะมีความพยายามดำเนินการทำหมันลิง แต่ไม่บรรลุเป้าหมาย ตรงข้ามกับมีการขยายพันธุ์อย่างรวดเร็ว ซึ่งลิงแสมเป็นพาหะของโรคฝีดาษลิง โรคบาดทะยัก โรควัณโรค ซึ่งเป็นโรคระบาดตามพระราชบัญญัติโรคพิษ สุนัขบ้า พ.ศ.2535 และพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558 หากประชาชน พ่อค้าแม่ค้า และนักท่องเที่ยวทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ถูกลิงแสมกัดทําร้าย ก็อาจเป็นอันตรายถึงแก่เสียชีวิตได้

“คาดหวังว่าจะเป็นโครงการที่สามารถแก้ไขปัญหาลิงแสมอย่างยั่งยืนด้วยความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ และภาคประชาชน รวมทั้งองค์กรภาคประชาสังคม ในลักษณะการบูรณาการร่วมกันเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคที่ลิงเป็นพาหะสู่คน และยังช่วยบรรเทาความเดือนร้อนของประชาชน ธุรกิจการค้าที่อาศัยอยู่ในพื้นที่โดยรอบพระนครคีรี (เขาวัง) รวมทั้งนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศเพื่อฟื้นฟูให้อุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี (เขาวัง) กลับมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สําคัญของจังหวัดเพชรบุรีอีกครั้งหนึ่ง เราจะดำเนินการด้วยหลากหลายวิธีและให้ความสำคัญกับสุขภาพของประชาชน และมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์ (Animal welfare standard) ตั้งแต่ขั้นต้นถึงขั้นสุดท้ายในการลดประชากรลิง และเคลื่อนย้ายลิงแสมไปอยู่ในศูนย์ศึกษาลิงแสม หากสำเร็จ เพชรบุรีโมเดลจะเป็นต้นแบบตัวอย่างในการขยายผลไปยังพื้นที่เขาหลวง เขาตะเครา เขาย้อย จังหวัดอื่นๆ ต่อไป” นายอลงกรณ์ กล่าว

– 006

สภากาชาดไทย พร้อมเหล่ากาชาดอยุธยา ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ผ่านแอปพลิเคชั่น‘พ้นภัย’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/689090

สภากาชาดไทย พร้อมเหล่ากาชาดอยุธยา ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ผ่านแอปพลิเคชั่น‘พ้นภัย’

สภากาชาดไทย พร้อมเหล่ากาชาดอยุธยา ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ผ่านแอปพลิเคชั่น‘พ้นภัย’

วันจันทร์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

สภากาชาดไทย พร้อมเหล่ากาชาดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในหลายพื้นที่ผ่านแอปพลิเคชั่น “พ้นภัย” พระนครศรีอยุธยาเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาอุทกภัย ชาวบ้านต่างได้รับความเดือดร้อน ไร้ที่อยู่อาศัย ไร้อาหาร รวมถึงการคมนาคมที่ยากลำบาก ที่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างในหลายอำเภอ อาทิ อำเภอเมืองพระนครศรีอยุธยา อำเภอผักไห่ อำเภอบางบาล อำเภอบางปะหัน อำเภอบางปะอิน อำเภอบางไทร อำเภอเสนา

ในการนี้ สภากาชาดไทย ร่วมกับ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยรองนายกเหล่ากาชาด คณะกรรมการเหล่ากาชาด สมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัด และหน่วยงานราชการอื่นที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่เพื่อเยี่ยมเยียนให้กำลังใจและให้ความช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยการมอบ “ชุดธารน้ำใจสภากาชาดไทยเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย” ผ่านการร้องขอจากแอปพลิเคชั่น “พ้นภัย” ไปแล้วจำนวนกว่า 6,471 ชุด รวมมูลค่ากว่า 7,118,100 บาท ตั้งแต่ที่ประชาชนเริ่มประสบปัญหาดังกล่าว และจะเร่งดำเนินการส่งมอบความช่วยเหลือให้แก่ประชาชนที่ประสบความเดือดร้อนในพื้นที่อื่นๆ ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาอย่างเร่งด่วนต่อไป

แอปพลิเคชั่น “พ้นภัย” เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่สามารถแจ้งภัยและร้องขอความช่วยเหลือได้อย่างสะดวกรวดเร็ว รวมทั้งติดตามความช่วยเหลือแบบ Real-time ซึ่งหน่วยงานตั้งแต่ระดับท้องถิ่น ระดับอำเภอ และระดับจังหวัดจะเห็นภาพรวมของคำร้องในพื้นที่ของตนและหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือด้วยระบบฐานข้อมูลเดียวกัน เพื่อการจัดสรรทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพและนำส่งความช่วยเหลือได้ทันต่อสถานการณ์ ตามกระบวนการทำงานของระบบบน Web และ Mobile Application ซึ่งนอกจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทำการรับเรื่องตรวจสอบ พิจารณาคัดกรองคำร้องจากแกนนำชุมชน/กำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านเพื่อให้ความช่วยเหลือในพื้นที่ที่รับผิดชอบหรือส่งต่อความช่วยเหลือแล้ว ยังสามารถเป็นผู้แจ้งภัยและเป็นผู้ร้องขอความช่วยเหลือในระบบได้ด้วย สามารถติดตามสถานการณ์การดำเนินงานและการนำส่งความช่วยเหลือจากคำร้อง ทั้งยังเป็นการช่วยลดภาระของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน โดยระบบสามารถแสดงผลและรายงานเหตุด่วนสาธารณภัยแบบมาตรฐาน สำหรับผู้ที่มีความประสงค์ร่วมส่งผ่านความห่วงใยและให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบอุทกภัยที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก สามารถบริจาคเงินได้ที่ ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสภากาชาดไทย ประเภทบัญชีกระแสรายวันบัญชีเลขที่ 045-3-04637-0 ชื่อบัญชีสภากาชาดไทยเพื่อภัยพิบัติ (ลดหย่อนภาษี 2 เท่า)

รามาดา บาย วินด์แฮม เฟ้นหา Chief Eats Officer คนแรกของโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/689088

รามาดา บาย วินด์แฮม เฟ้นหา Chief Eats Officer คนแรกของโลก

รามาดา บาย วินด์แฮม เฟ้นหา Chief Eats Officer คนแรกของโลก

วันจันทร์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นักชิมอาหาร เป็นหนึ่งในอาชีพที่ทุกคนใฝ่ฝัน เพราะเป็นงานที่เปิดโอกาสให้เราได้ลิ้มรสอาหารแสนอร่อย ไม่ว่าจะเป็นทาโก้ข้างถนนที่ร้อนระอุของเม็กซิโก สูดกลิ่นหอมของกาแฟตุรกี ชิมชิมิชูรี่ที่เปรี้ยวที่สุดในอาร์เจนตินาและสัมผัสรสแสบร้อนของเครื่องต้มยำรสเผ็ดของประเทศไทย และวันนี้อาชีพนั้นอาจตกเป็นของคุณ รามาดา® บาย วินด์แฮมหนึ่งในแบรนด์โรงแรมที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก กำลังค้นหา Chief Eats Officer (“CEO”) คนแรก ซึ่งเป็นตำแหน่งใหม่ที่จะดึงดูดผู้ที่สนใจเพียงคนเดียวจากทั่วทั้งมุมโลก ที่จะมาร่วมเฟ้นหาและแบ่งปันอาหารเลิศรสและวัฒนธรรมที่น่ารื่นรมย์อันเป็นที่สุดของที่สุด เหนือสิ่งอื่นใด งานนี้มาพร้อมกับเงินค่าตอบแทน10,000 ดอลลาร์ รวมไปถึงสิทธิในการเป็นเจ้าของงานที่ชวนน้ำลายสอมากที่สุดในโลก

รามาดา เป็นเครือโรงแรมที่ได้รับรางวัลมากมายในกว่า 63 ประเทศทั่วโลก

ตำแหน่ง “ซีอีโอ” ที่ได้รับแต่งตั้งครั้งนี้ จะได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ค้นหาและตีแผ่วัฒนธรรมและอาหารของทั้ง 5 ทวีปทั่วโลก อย่างสร้างสรรค์บนโซเชียลมีเดียและช่องทางการตลาดของแบรนด์ ทั้งนี้ ผู้ที่ได้รับตำแหน่งจะได้รับเงินจำนวน 10,000 ดอลลาร์ และ 150 ดอลลาร์ เป็นค่าเดินทางรายวัน เพื่อช่วยสนับสนันและผลักดันการผจญภัยรอบโลกให้พิเศษยิ่งขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น “CEO Comp Package” ยังรวมไปถึงบริการที่พักและค่าเดินทางทางอากาศ การอัปเกรดเป็นสมาชิก Wyndham Rewards Diamond และประสบการณ์การเดินทางแบบพิเศษสุดที่หาที่ไหนไม่ได้

สเตฟานี เคนดริก หัวหน้าแบรนด์และรองประธานฝ่ายปฏิบัติการของรามาดา บาย วินด์แฮมกล่าวว่า “อาหารเป็นกุญแจสำคัญที่เปิดประตูสู่วัฒนธรรมใหม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ รามาดา บาย วินด์แฮม ให้ความสำคัญเสมอมา เพื่อช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักเดินทางและเชื่อมโยงพวกเขาเข้ากับประสบการณ์ใหม่ๆ ทั่วโลก และซีอีโอผู้โชคดีของเราจะมีโอกาสได้ดื่มด่ำไปกับโรงแรมเครือรามาดาที่ดีที่สุดและจุดหมายปลายอันน่าตื่นตาตื่นใจทางมากมาย พร้อมมาร่วมแบ่งปันในทุกช่วงเวลาของการผจญภัยที่เติมชีวิตชีวาของพวกเขาออกสู่สายตาของผู้ชมทั่วโลก

ความรับผิดชอบของ Chief Eats Officer นั้นรวมถึงการเดินทางไปทั่วโลก รวม 8 ประเทศนานถึงสามสัปดาห์ และจัดทำลิสต์อาหารที่ห้ามพลาดลงบนโซเชียลมีเดีย ซึ่งเนื้อหาและประสบการณ์จากความคิดสร้างสรรค์ของ CEO จะถูกนำเสนอบนเว็บไซต์แบรนด์และช่องทางโซเชียลมีเดียของ รามาดา เพื่อช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้แก่นักเดินทางคนอื่นๆ ได้เดินทางและลิ้มลองความแปลกใหม่ไปพร้อมๆ กัน

คุณสมบัติของผู้สมัครจะต้องมีถิ่นที่อยู่ในอาร์เจนตินา ออสเตรเลีย แคนาดา เยอรมนี อินเดีย เม็กซิโก นิวซีแลนด์ ตุรกี สหราชอาณาจักร หรือสหรัฐอเมริกา รวมทั้งประเทศไทย จะต้องมีความชำนาญในการใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ (โดยเฉพาะ TikTok และ อินสตาแกรม) สามารถพูดและเขียนภาษาอังกฤษได้ในระดับดีเยี่ยม มีอายุมากกว่า 21 ปี และถือพาสปอร์ตที่ใช้งานได้ สามารถเดินทางได้ในระยะเวลา 3 สัปดาห์ ระหว่างเดือนพฤษภาคม ถึงสิงหาคม 2566 เป็นนักชิมตัวยง มีทักษะการเขียนในระดับดีมาก (โดยเฉพาะการเขียนบล็อก) สามารถทำงานจากทางไกลตามระยะเวลาที่กำหนดได้ รวมทั้งต้องได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 อย่างครบถ้วนตามข้อกำหนดของแต่ละประเทศที่ต้องเดินทาง

วิธีการสมัคร โพสต์วิดีโอสาธารณะลงในTikTok และติดแท็ก @RamadabyWyndham และ #RamadaCEO พร้อมอธิบายว่าอะไรทำให้คุณเป็นผู้สมัครในอุดมคติสำหรับงานนี้ โดยวีดีโอควรมีความยาวอย่างน้อย 2 นาที และแสดงถึงความหลงใหลของผู้สมัครเกี่ยวกับอาหารและการเดินทาง ตลอดจนทักษะการเล่าเรื่องและความรอบรู้ในสังคม ทั้งนี้ผู้สมัครที่สมัครผ่าน TikTok จะต้องติดตาม @RamadabyWyndham จึงจะได้รับการพิจารณา หรือสามารถส่งอีเมลวีดีโอไปได้ที่ makemeceo@ramada.com โปรดระบุประเทศที่อยู่อาศัยในวีดีโอ หรือหากสมัครทางอีเมล โปรดระบุบัญชีโซเชียลมีเดียส่วนตัวที่ใช้งาน ซึ่งจะต้องเป็นบัญชีสาธารณะเท่านั้น จึงจะได้รับการพิจารณา และต้องส่งใบสมัครภายในเวลา 23.59 น. ตามเวลาสหรัฐฯ (Eastern Time) ในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2565 เป็นภาษาอังกฤษ

รามาดา บาย วินด์แฮม จะเลือก “CEO”ที่ชนะภายในหรือประมาณสัปดาห์ของวันที่ 2 ธันวาคม 2565 สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม รวมถึงกฎเกณฑ์อย่างเป็นทางการ สามารถเข้าไปดู ได้ที่ www.ramada.com/ceo

เอ็ม บี เค ร่วมส่งกำลังใจ มอบนํ้าดื่มช่วยชาวสิงห์บุรี สู้ภัยนํ้าท่วม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/689091

เอ็ม บี เค ร่วมส่งกำลังใจ มอบนํ้าดื่มช่วยชาวสิงห์บุรี สู้ภัยนํ้าท่วม

เอ็ม บี เค ร่วมส่งกำลังใจ มอบนํ้าดื่มช่วยชาวสิงห์บุรี สู้ภัยนํ้าท่วม

วันจันทร์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมประเทศไทยที่ขยายเป็นวงกว้าง หลายพื้นที่ถูกน้ำท่วมอย่างหนัก ส่งผลให้ประชาชนใช้ชีวิตด้วยความยากลำบาก บางแห่งถึงขั้นวิกฤต อย่าง หมู่บ้านทับยาหมู่ 6 ต.ทับยา อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี ซึ่งได้รับผลกระทบจากแม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นเข้าท่วม และระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลายจุดถูกน้ำท่วมสูงกว่า 2 เมตรแล้ว ส่งผลให้รถเล็กวิ่งไม่ได้ ทำให้ประชาชนกว่า 300 ครัวเรือน ได้รับความเดือดร้อนต่อเนื่อง

ล่าสุด บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) ร่วมส่งต่อความห่วงใยและกำลังใจให้ชาวจังหวัดสิงห์บุรี ให้ผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้ โดย ศตกมล วรกุล ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) พร้อมพนักงาน MBK Spirit ลงพื้นที่มอบน้ำดื่ม MBK เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ได้รับผลกระทบ โดยมี ไมตรี อิ่มแก้ว ผู้ใหญ่บ้าน เป็นผู้รับมอบ ณ หมู่บ้านทับยาหมู่ 6 ต.ทับยา อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี

มูลนิธิสายใจไทยฯ ชวนอุดหนุนสินค้าผลงานทหารผ่านศึก ในงาน‘สานสายใยเพื่อผลิตภัณฑ์สายใจไทย’2565

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/689087

มูลนิธิสายใจไทยฯ ชวนอุดหนุนสินค้าผลงานทหารผ่านศึก ในงาน‘สานสายใยเพื่อผลิตภัณฑ์สายใจไทย’2565

มูลนิธิสายใจไทยฯ ชวนอุดหนุนสินค้าผลงานทหารผ่านศึก ในงาน‘สานสายใยเพื่อผลิตภัณฑ์สายใจไทย’2565

วันจันทร์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

มูลนิธิสายใจไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ ศูนย์การค้าสยามพารากอน ชวนคนไทยร่วมสนับสนุนสินค้าคุณภาพฝีมือคนไทย พร้อมตรวจดวงชะตากับนักโหราศาสตร์ชั้นนำในงาน“สานสายใยเพื่อผลิตภัณฑ์สายใจไทย” ระหว่างวันที่ 4-10 พฤศจิกายน 2565 ณ แฟชั่น ฮอลล์ ชั้น 1 สยามพารากอนรายได้จากการจำหน่ายทั้งหมดจะนำเข้ามูลนิธิสายใจไทยฯ เพื่อช่วยเหลือสมาชิกทหารผ่านศึก ตามพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงเห็นความสำคัญและไม่ทรงละทิ้งเหล่าทหารผ่านศึกและครอบครัว

จากสองมือของผู้ที่รับหน้าที่ปกป้องคนในชาติ สู่การสรรสร้างผลงานที่เปี่ยมด้วยคุณภาพจากปลายพู่กัน ทั้งผลิตภัณฑ์หัตถกรรม งานเครื่องหนัง งานตัดเย็บ งานไม้งานพู่กันระบายสี เหล่านี้ ล้วนถูกรังสรรค์ด้วยฝีมืออันพิถีพิถันจากเหล่าทหารผ่านศึกผู้ทุพพลภาพจากการเสียสละทำหน้าที่ปกป้องผืนแผ่นดินไทย ภายใต้การดูแลของ มูลนิธิสายใจไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ อีกทั้งยังมีงานฝีมือคอลเลคชั่นใหม่ที่ยังไม่เคยวางจำหน่ายที่ใดมาก่อน ถูกตระเตรียมไว้เพื่อนำเสนอผลงานให้ผู้ที่ชื่นชอบงานฝีมือได้ชื่นชมและจับจองเป็นเจ้าของ ในงาน “สานสายใยเพื่อผลิตภัณฑ์สายใจไทยประจำปี 2565” ซึ่งผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นถือได้ว่าเป็นงานฝีมือที่มีเอกลักษณ์ เปี่ยมด้วยคุณภาพ และความสวยงาม โดยฝ่ายฝึกอาชีพมูลนิธิสายใจไทยฯ ได้น้อมนำพระราชดำรัสขององค์ประธานฯเป็นหลักปฏิบัติของช่างฝีมือตลอดมา “ขอให้ทุกคนได้รักษาฝีมืออย่างนี้เอาไว้ เพื่อที่จะให้คนที่ซื้อของเรา เขาซื้อด้วยคุณภาพและฝีมือ ไม่ใช่ซื้อเพราะความสงสาร”

ภายในงานจะได้พบกับการจัดแสดงผลิตภัณฑ์งานหัตถกรรมจากแผนกต่างๆ โดยมีผลิตภัณฑ์ไฮไลท์ที่น่าสนใจ อาทิ ภาพพระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์ พระที่นั่งกลางน้ำในพระราชวังบางปะอิน วาดด้วยมืออย่างประณีต บรรจง ลงบนถาดกระเบื้องสี่เหลี่ยม ขนาด 8×11 นิ้ว, ผ้าไหมพิมพ์ลายสายใจไทย 10 ลายใหม่, ผ้าพันคอดอกกุหลาบลายใหม่ ทั้งแบบสี่เหลี่ยมผืนผ้าและสี่เหลี่ยมจัตุรัส, ชิ้นงานชุดพิเศษที่รังสรรค์ลงบนจานกลมขนาด 11 นิ้ว เช่น ภาพแมว นกแก้วมาคอว์ และสุนัขพันธุ์ต่างๆ อาทิ คอร์กี้ปอมเมอเรเนียน พุดเดิ้ล เทอร์เรีย และโกลเด้น รีทริฟเวอร์ ซึ่งชิ้นงานชุดนี้จะมีเพียงลายละหนึ่งชิ้นเท่านั้น

ชิ้นงานประเภทเครื่องใช้ในบ้าน ได้แก่ ชุดเครื่องนอนลวดลายดอกไม้คอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด ผ้าปูโต๊ะลายดอก ขนาด 2.5×1.45 ม. ชุดอาหาร ชุดกาแฟ ชุดช็อกโกแลตฟองดู แจกันรูปทรงต่างๆ กรอบรูป โคมไฟ ฯลฯ ที่วาดลวดลายและสีสัน สวยงาม โดดเด่น อย่างลายเลมอนและดอกไม้หลากหลายชนิดทั้ง กุหลาบ ไฮเดรนเยียดอกบัว กุหลาบป่า เป็นต้น กระเป๋าหลากหลายสไตล์ ทั้งกระเป๋าผ้าพิมพ์ลายกุหลาบ กระเป๋าย่าม กระเป๋าหนังแท้/กระเป๋าหนังเทียม ที่มีแบบใหม่ 2 แบบ 12 สี กระเป๋าถือ ที่มีให้เลือกหลายขนาดและหลายสีสัน เช่น กระเป๋าลายดอกไม้ควีนสิริกิติ์ กระเป๋าผ้านาโนลายดอกไม้ กระเป๋าเก็บความร้อนความเย็นเพนท์ลาย Handmade และ กระเป๋าถือลายกระต่าย เป็นต้น ผลิตภัณฑ์จากไม้ เช่น ที่วางกระถางต้นไม้ ชั้นวางรองเท้า ม้านั่งเพนท์ลาย Handmade รวมไปถึงต้นไม้ดอกไม้ กล่องใส่เครื่องประดับ และกล่องใส่เครื่องเขียน หนังแท้บุกำมะหยี่

นอกจากสินค้าหัตถกรรมคุณภาพดีของมูลนิธิที่นำมาจำหน่ายแล้ว ยังได้เชิญโครงการกำลังใจ ในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา,ร้านภัทรพัฒน์ จากมูลนิธิชัยพัฒนา มาร่วมงาน นำผลิตภัณฑ์ที่เป็นผลผลิตต่างๆ จากโครงการมาจัดจำหน่ายในราคาพิเศษ พร้อมด้วย มูลนิธิสิริวัฒนาเชสเชียร์ในพระบรมราชินูปถัมภ์ โดย คุณหญิงตรึงใจ อิฐรัตน์ ประธานมูลนิธิฯ เชิญนักโหราศาสตร์มากประสบการณ์ในศาสตร์ต่างๆ มาร่วมตรวจดวงชะตา ชี้แนะแนวทางในการดำเนินชีวิตด้วยหลักโหราศาสตร์ตลอดระยะเวลาการจัดงาน

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมของงานได้ที่ มูลนิธิสายใจไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ โทร.02-1835115 Facebook : Saijaithai Market ร้านสายใจไทย หรือ Line : @saijaithai, สยามพารากอน โทร.02-6108000 หรือ Facebook : SiamParagon

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯทรงเปิดงานเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2022

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/689094

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯทรงเปิดงานเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2022

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯทรงเปิดงานเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2022

วันจันทร์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดงานเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่Bangkok Art Biennale 2022 (BAB 2022) โดย มูลนิธิ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ร่วมกับ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ผสานความร่วมมือครั้งสำคัญกับ กรุงเทพมหานคร การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB) และเครือข่ายพันธมิตรภาครัฐ และเอกชนทุกภาคส่วน ที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 3 ภายใต้แนวคิดใหม่ “CHAOS : CALM โกลาหล : สงบสุข” โดยกำหนดจัดขึ้นทุกๆ 2 ปี ถือเป็นโครงการสำคัญที่จัดขึ้นมาเพื่อให้กรุงเทพมหานคร ได้เป็นศูนย์กลางแห่งการท่องเที่ยวที่สำคัญทางด้านศิลปะร่วมสมัยในอันดับต้นๆ ของโลก และเป็นจุดหมายของ นักเดินทางผู้รักงานศิลปะ

โดยมี นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายฐาปน สิริวัฒนภักดีกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และประธานกรรมการ ผู้ก่อตั้งมูลนิธิ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่นางปภัชญา สิริวัฒนภักดี นายปณต สิริวัฒนภักดีกรรมการ บริษัท ทีซีซี แอสเซ็ทส์ (ประเทศไทย) จำกัด ม.ล.ตรีนุช สิริวัฒนภักดี ศาสตราจารย์ ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ ประธานอำนวยการและผู้อำนวยการศิลป์ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ศาสตราจารย์ถาวร โกอุดมวิทย์ นายนิติกร กรัยวิเชียร กรรมการโครงการ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ และคณะผู้จัดงาน เฝ้าฯรับเสด็จ

เทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ บางกอกอาร์ต เบียนนาเล่ Bangkok Art Biennale 2022 (BAB 2022)กับผลงานศิลปะกว่า 200 ชิ้นจากศิลปินชั้นนำของโลกจำนวน 73 ศิลปิน 35 สัญชาติ ที่จะมาสร้างความอลังการและความยิ่งใหญ่ให้กับวงการศิลปะ ภายใต้แนวคิดใหม่ “CHAOS : CALM โกลาหล : สงบสุข”จัดแสดงตามสถานที่สำคัญต่างๆ ทางประวัติศาสตร์ในกรุงเทพมหานคร 12 แห่ง ได้แก่ วัดพระเชตุพนวิมล มังคลารามราชวรมหาวิหาร / วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร/ วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร / หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร /ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ / มิวเซียมสยาม พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ / ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ /สามย่านมิตรทาวน์ / เดอะ ปาร์ค / เดอะพรีลูด วันแบงค็อก / JWD Art Space และในพื้นที่เสมือนจริง BAB Virtual Venue โดยจะจัดแสดงตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคม 2565 ถึง 23 กุมภาพันธ์ 2566

นายฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ในนามประธานกรรมการ และผู้ก่อตั้งมูลนิธิ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ กล่าวว่า เราตระหนักถึงความสำคัญของการส่งเสริมให้เกิดความเชื่อมโยง ในด้านการท่องเที่ยวในเชิงศิลปะ และวัฒนธรรมไทย โดยงาน Bangkok Art Biennale 2022 หรือ BAB 2022 ถือเป็นโครงการสำคัญที่จัดขึ้นมาโดยมีจุดมุ่งหวังเพื่อให้กรุงเทพมหานคร ได้เป็นศูนย์กลางแห่งการท่องเที่ยวที่สำคัญทางด้านศิลปะร่วมสมัยในอันดับต้นๆ ของโลก และเป็นจุดหมายของนักเดินทางผู้รักงานศิลปะจากทั่วโลก

เทศกาลศิลปะร่วมสมัย บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ ถือเป็นการจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 3จากการผสานความร่วมมือครั้งสำคัญทั้ง จากภาครัฐ ภาคเอกชน และพันธมิตรทุกภาคส่วน นับว่าเป็นการผลักดันคุณค่าทางศิลปะ คุณค่าทางมรดกวัฒนธรรม สู่คุณค่าทางศิลปกรรม เพื่อยกระดับให้เกิดคุณค่าทางเศรษฐกิจสร้างสรรค์ แก่เมือง และชุมชน ทั้งชุมชนศิลปะ และชุมชนที่เกี่ยวข้องในด้านการผลิต การบริการ เช่นร้านอาหาร โรงแรมที่พัก ให้เป็นการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์

สำหรับปี 2022 เรียกว่ามีความพิเศษเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากเราจะนำผลงานจากศิลปินทั่วโลกมาจัดแสดงไว้ที่หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นพื้นที่หลักในการจัดแสดงงานบางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ เพื่อดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวบนพื้นที่ใจกลางเมืองได้เป็นจำนวนมากแล้ว เรายังได้เพิ่มพื้นที่จัดแสดงงานแห่งใหม่ขึ้นที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ที่พร้อมเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยว ผู้รักงานศิลปะที่จะเดินทางมาจากทั่วโลก และยังถือเป็นโอกาสพิเศษในฐานะที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมระดับผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปก หรือความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก Asia-Pacific Economic Cooperation : APEC APEC 2022 Thailand ทำให้คณะประชุมระดับผู้นำเขตเศรษฐกิจ APEC 2022 ได้มีโอกาสชมงานศิลปะจากเหล่าศิลปินที่นำมาจัดแสดงในครั้งนี้ ในเดือนพฤศจิกายนนี้ ที่จะสร้างความตื่นตาตื่นใจกับผลงานศิลปะร่วมสมัยบนพื้นที่ขนาดใหญ่ รวมถึงกิจกรรมที่เตรียมจัดเต็มอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังเพิ่มพื้นที่เสมือนจริง BAB Virtual Venue ที่จะใช้จัดแสดงผลงาน Digital Art บนโลกออนไลน์แบบเต็มรูปแบบ ซึ่งกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในวงการศิลปะ

“ผมขอขอบพระคุณ กรุงเทพมหานคร, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.),สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB) และเครือข่ายพันธมิตร ทุกภาคส่วน และสื่อมวลชนทุกท่าน ที่ร่วมกันสนับสนุนให้เกิดงานบางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2022 และได้ร่วมกันเตรียมตัวเป็นเจ้าบ้านในการต้อนรับนักท่องเที่ยวเพื่อสร้างความประทับใจ และภาพลักษณ์ให้คนทั้งโลกได้จดจำว่า กรุงเทพฯ คือเมืองแห่งศิลปวัฒนธรรมระดับโลก ภายใต้ธีมหลักของเรา CHAOS : CALM โกลาหล : สงบสุข”

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า “ในนามกรุงเทพมหานคร มีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่งานบางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2022 จัดขึ้นบนพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งงานนี้เป็นการผสานความร่วมมือกัน ระหว่าง ภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายพันธมิตรทุกภาคส่วน โดยกรุงเทพมหานครยินดีให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่และร่วมกันขับเคลื่อนเพื่อให้การจัดงานประสบความสำเร็จ โดยงาน BAB ถือว่าเป็นงานศิลปะร่วมสมัยที่มีความยิ่งใหญ่ระดับโลกที่จะทำให้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองแห่งศิลปวัฒนธรรม และเป็นแหล่งท่องเที่ยวติดอันดับต้นๆ ของนักเดินทางจากทั่วทุกมุมโลก

สำหรับกรุงเทพมหานครมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ จัดเทศกาลต่างๆ เป็นประจำทุกเดือน เดือนละ 1 เทศกาล ตลอดรอบปี ซึ่งแต่ละเทศกาลจะดึงอัตลักษณ์และศักยภาพของพื้นที่แต่ละแห่งทั่วกรุงเทพฯ ออกมาเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของพื้นที่ โดยคัดสรร จัดกลุ่ม สร้างเรื่องราว เพื่อพัฒนาเป็นกิจกรรมกระตุ้นเศรษฐกิจให้หมุนเวียนตลอดปี นอกจากนี้ยังมุ่งหวังให้เกิดการท่องเที่ยวภายในย่านจากการจัดเทศกาลต่างๆ อีกด้วย โดยเฉพาะในเดือนพฤศจิกายนนี้ที่เป็นช่วงเทศกาลศิลปะสร้างสรรค์ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว และเป็นการต้อนรับ คณะประชุมผู้นำเศรษฐกิจ APEC 2022 นับเป็นโอกาสสำคัญอย่างยิ่งที่กรุงเทพร่วมเป็นเจ้าบ้านที่ดีต้อนรับผู้มาเยือน และพัฒนาสู่การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ อย่างยั่งยืน

“งาน บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ เป็นงาน International Art Festival ที่สำคัญเป็นหลัก ของช่วงเทศกาลศิลปะสร้างสรรค์ ที่ทางรุงเทพมหานครสนับสนุนกิจกรรมร่วมเป็นเจ้าภาพ และขอชื่นชมการจัดงาน BAB 2018 และBAB 2020 ใน 2 ครั้งที่ผ่านมา ที่เราได้เห็นภาพข่าว ภาพบรรยากาศ จากการติดตามมาตลอดงาน BAB ทั้งสองครั้ง ทำให้กรุงเทพมหานครของเราสามารถติดอันดับ 1 ใน 5 สุดยอดเมืองสร้างสรรค์ของโลก (Creative Cities in the World) โดยการจัดอันดับจากผู้สื่อข่าว BBC ประเทศอังกฤษ ในเดือนกรกฎาคม 2019 ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจร่วมกัน”

ติดตามข่าวสาร และตารางกิจกรรมของเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2022 Bangkok Art Biennale 2022 (BAB 2022) (Bangkok Art Biennale) เพิ่มเติมได้ทาง Facebook และ Instagram : Bkkartbiennale

ฉลอง 75 ปีห้างเซ็นทรัล เนรมิต‘เทศกาลดอกไม้’สุดตระการตา ‘The Celebration of Central 75th Anniversary’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/689086

ฉลอง 75 ปีห้างเซ็นทรัล เนรมิต‘เทศกาลดอกไม้’สุดตระการตา ‘The Celebration of Central 75th Anniversary’

ฉลอง 75 ปีห้างเซ็นทรัล เนรมิต‘เทศกาลดอกไม้’สุดตระการตา ‘The Celebration of Central 75th Anniversary’

วันจันทร์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

กลับมาอีกครั้งกับงาน “เทศกาลดอกไม้” ประจำปีสุดอลังการ พร้อมฉลองครบรอบ 75 ปี ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ร่วมกับ บัตรเครดิตเซ็นทรัลเดอะวันและมาสเตอร์การ์ด จัดงาน “The Celebration of Central 75th Anniversary” อิ่มเอมไปกับบรรยากาศแห่งความสุขและความสดใสของดอกไม้นานาพันธุ์ กับไฮไลท์แห่งปี เนรมิตพื้นที่ภายในห้างเซ็นทรัล 3 สาขาใจกลางเมือง ห้างเซ็นทรัลชิดลม ห้างเซ็นทรัล แอท เซ็นทรัลเวิลด์ และศูนย์การค้าเซ็นทรัลเอ็มบาสซี ให้กลายเป็นดินแดนแห่งดอกไม้หลากสีสันนานาพรรณนับล้านดอกที่บานสะพรั่งใจกลางเมือง พร้อมด้วยกิจกรรมมากมายเอาใจนักช้อป ระหว่างนี้จนถึงวันที่ 9 พฤศจิกายน 2565

โอลิวิเยร์ บรง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า“เพื่อมอบความสุขแทนคำขอบคุณให้ลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่เป็นส่วนสำคัญในความสำเร็จของห้างเซ็นทรัลมาโดยตลอด บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด ร่วมกับ บริษัทเจเนอรัล คาร์ด เซอร์วิสเซส จำกัด และบริษัท มาสเตอร์ การ์ด (ประเทศไทย) จำกัด จัดงาน “The Celebration of Central 75th Anniversary” เพื่อฉลองครบรอบ 75 ปี ห้างเซ็นทรัล ด้วยงานดอกไม้ประจำปีสุดยิ่งใหญ่ที่ห้างเซ็นทรัลชิดลม ห้างเซ็นทรัล แอท เซ็นทรัลเวิลด์ และศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ที่มาในคอนเซ็ปต์ 3 ห้าง 3 สไตล์ ตลอดจนความบันเทิงด้วยโชว์ชุดพิเศษจากศิลปินชื่อดังและกิจกรรมมากมาย พร้อมเดินหน้ายกระดับประสบการณ์ช้อปปิ้งที่ดีที่สุดด้วยสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ เพื่อให้ลูกค้าทุกคนมีความสุขทุกครั้งที่มาช้อปกับห้างเซ็นทรัล”

กิจกรรมไฮไลท์แรกของงาน เริ่มต้นด้วยซิกเนเจอร์ “เทศกาลดอกไม้”สุดอลังการสมการรอคอย ที่มาในคอนเซ็ปต์แตกต่างกันถึง 3 ห้าง 3 สไตล์ ได้แก่ ห้างเซ็นทรัลชิดลม บริเวณชั้น 1 โซนทางเดินและโถงกลาง นำลายหวายสองลายมาเชื่อมต่อกันเกิดเป็นลวดลายชวนมอง ในส่วนนี้ดอกไม้จะเชื่อมต่อจากโทนร้อนบริเวณทางเดินกลับมาสู่โทนเย็น อีกหนึ่งไฮไลท์ของชั้นนี้ ได้แก่ เหล่ากระต่ายหวายแสนน่ารักต้อนรับผู้มาเยือนต่อที่บริเวณชั้น 2 แผนกสตรี พบกับเหล่ากระต่ายหนุ่มนั่งอยู่ท่ามกลางทุ่งดอกไม้ที่กำลังมองกระต่ายสาวที่อยู่บนดวงจันทร์ สื่อถึงความรักความผูกพันที่ส่งถึงกัน ส่วนอีกฝั่งหน้ามุข ตกแต่งด้วยดอกสแตติสแทนความรักที่มั่นคง ซึ่งหนุ่มสาวในแถบยุโรปมักนิยมให้ดอกสแตติสแก่คนรัก บริเวณชั้น 4 แผนกบุรุษ ชุ่มชื่นด้วยกลิ่นอายทรอปิคอล จำลองพรรณไม้สีเขียวชอุ่มแสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ โดยรวบรวมพืชตระกูลใบมาจัดวางอย่างลงตัว เพิ่มความโดดเด่นด้วยดอกไม้โทนสีแดงและส้ม บริเวณชั้น 5 แผนกตกแต่งบ้าน เอาใจคนรักบ้านด้วยดอกกุหลาบ จัดเต็มด้วยกุหลาบหลากหลายสายพันธุ์จากทั่วโลก นำมาจัดแต่งเป็น 2 เฉดสี ได้แก่ โทนสีอ่อนหวานละมุนและโทนสีสดจัดจ้าน พร้อมแต่งแต้มพื้นและเพดานด้วยลวดลายใบดอกกุหลาบ สร้างบรรยากาศเสมือนอยู่ท่ามกลางสวนดอกกุหลาบมากยิ่งขึ้น บริเวณชั้น 6 My Little World พบกับกระต่ายตัวใหญ่แสนน่ารักขวัญใจเด็กๆ กำลังนอนเอกเขนกท่ามกลางทุ่งดอกไม้มองไปยังพระจันทร์บนเพดาน พร้อมให้คุณหนูๆ อิงกายถ่ายรูปคู่กับเจ้ากระต่ายแสนน่ารัก และเหล่ากระต่ายขี้เล่นกำลังหยอกล้อท่ามกลางทุ่งดอกไม้เติมความสดใสให้กับชั้นนี้

เดินลัดเลาะมายังทางเชื่อมห้างเซ็นทรัลชิดลม และศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี พบกับอุโมงค์ดอกไม้หลากสีสัน ที่นำมาจากกลุ่มชาวสวนดอกไม้ นับเป็นการช่วยเหลือและสร้างรายได้ให้กับกลุ่มเกษตรกรชุมชน โดยนำมาประดับประดาอย่างงดงาม ผสมผสานกับการสอดแทรกกิ่ง ก้าน ใบ ให้ดูห้อยระย้าสวยงาม ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Endless Floral Field” ขณะที่บริเวณด้านหน้า ชั้น G ได้ถูกตกแต่งด้วยดอกโบตั๋น จากการสร้างสรรค์อะลูมิเนียมให้เป็นรูปทรงอ่อนช้อยสวยงามสอดรับกับเทรนด์รักษ์โลก ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Eternal Bloom” ความงามชั่วนิรันดร์ที่ไม่มีวันเหี่ยวเฉาและหยั่งรากลึกแข็งแรง โดยรายได้จากการจำหน่ายกระป๋องอะลูมิเนียมเพื่อรีไซเคิล จะนำไปบริจาคให้กับมูลนิธิขาเทียมในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (Prostheses Foundation of HRH the Princess Mother) หลังจากจบงาน อีกทั้งยังมีกิจกรรมมากมายให้ลูกค้าได้เข้าร่วม อาทิ งาน Blooming Market ชั้น 5 รวบรวมสินค้าเกี่ยวกับดอกไม้ ทั้งเครื่องประดับ แฟชั่น และสินค้าโฮมเมด และนิทรรศการ “AREA 107” ที่ชั้น 6 โซน OPEN HOUSE จัดแสดงผลงานจิตรกรรมของนิสิต-นักศึกษา กิจกรรมเวิร์กช็อปวาดภาพดอกไม้ด้วยสีน้ำและสีอะคริลิค

ปิดท้ายด้วยแลนด์มาร์คยอดนิยมห้างเซ็นทรัล แอท เซ็นทรัลเวิลด์ พบกับการตกแต่งภายใต้คอนเซ็ปต์ “ดอกไม้ป่า”เนรมิตพื้นที่ อีเวนท์ อารีน่า ชั้น 1 ให้เป็น“ป่าแห่งความลึกลับ” อันยิ่งใหญ่ที่เผยให้เห็นความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ สร้างความสุขและสุนทรียศาสตร์ให้กับจิตใจมนุษย์ ตกแต่งด้วยดอกไม้หลากหลายชนิดคู่กับใบไม้น้อยใหญ่ คอยต้อนรับทุกคนให้สัมผัสกับป่าไม้อันศักดิ์สิทธิ์เพื่อเป็นเกียรติแก่เหล่าทวยเทพและผู้พิทักษ์ดินแดนลึกลับแห่งนี้ ธรณีประตูที่นำไปสู่สวรรค์และเจดีย์แห่งสวรรค์ซึ่งเป็นที่พำนักของเหล่าทวยเทพ พืชพรรณหลายชนิดที่ถูกนำมาจัดเตรียมเปรียบเสมือนเป็นการแสดงความเคารพที่เชื่อว่าจะนำไปสู่ความเป็นนิรันดร์

นอกจากนี้ เพื่อฉลอง 75 ปี ห้างเซ็นทรัล ยังมาพร้อมเมนูอาหารดอกไม้จากหลากหลายร้านดัง ครบทั้งเมนูคาวหวาน ไปจนถึงเครื่องดื่มสูตรพิเศษให้ทุกคนมาอิ่มอร่อยด้วยกัน สามารถลิ้มรสความอร่อยได้ ที่ Eathai ชั้น LGศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี, Public Market ชั้น 2 และ Lofter ชั้น 7 ห้างเซ็นทรัลชิดลม รวมถึง Living House ชั้น 7ห้างเซ็นทรัล แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ตั้งแต่วันนี้-31 ตุลาคม 2565 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง www.facebook.com/CentralDepartmentStore

มัดรวมความแซ่บก่อนลุ้นมง! มิสกรุงทอง 2022 ที่สุดแห่งสาวพลัสไซส์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/689081

มัดรวมความแซ่บก่อนลุ้นมง! มิสกรุงทอง 2022 ที่สุดแห่งสาวพลัสไซส์

มัดรวมความแซ่บก่อนลุ้นมง! มิสกรุงทอง 2022 ที่สุดแห่งสาวพลัสไซส์

วันจันทร์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เตรียมลุ้นติดขอบนับถอยหลังเข้าสู่การประกวดรอบตัดสิน ในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2565 ณโรงละครอักษรา คิงเพาเวอร์ รางน้ำสำหรับ“มิสกรุงทอง 2022 (MISS KRUNGTHONG 2022)” เวทีแห่งความเท่าเทียมสู่ความเป็นที่สุดแห่งสาวพลัสไซส์ ไม่จำกัดเพศ ขอแค่คุณสวยอย่างมั่นใจ ในแบบที่เป็นคุณ! พร้อมสร้างปรากฏการณ์โดยศูนย์การค้ากรุงทอง พลาซา แหล่งรวมจำหน่ายเสื้อผ้า เครื่องแต่งกายแฟชั่นหลากสไตล์ ตอกย้ำจุดยืนแหล่งค้าส่งของสาวพลัสไซส์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

มัดรวมความแซ่บของเหล่าสาวงามกว่า 68 ชีวิตในรอบคัดเลือกที่ห้างกรุงทอง พลาซา ก่อนจะไปลุ้นติดขอบรอบชิงชนะเลิศ บรรยากาศรอบคัดเลือกเต็มไปด้วยความสนุก ผู้เข้าประกวดจัดหนักจัดเต็มขนความสวยและความมั่นใจมาเต็มร้อย โดยมี อัญชลีตันติวงษากิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท กรุงทอง เรียลเอสเตท จำกัด เป็นประธานกรรมการตัดสิน ร่วมกับฌาร์ม-โอสถานนท์ นักแสดง นางแบบ และนางงามเจ้าของตำแหน่ง มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2549, พรฟ้า-ปุณิกากุลสุนทรรัตน์ รองอันดับ 2 Miss international 2014 รองอันดับ 2 มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2020, ปลา-ปรภัสสรวรสิรินดา ครูสอนบุคลิกภาพจาก Sharp Sharp Studio พร้อมยังพ่วงตำแหน่ง มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2557,รองอันดับ 1 มิสซูปราเนชั่นแนล 2014 และธัชชัยรัตโนดม สไตลิสต์

เวที “มิสกรุงทอง 2022 (MISS KRUNGTHONG2022)” จัดขึ้นเป็นครั้งแรกเพื่อให้สาวพลัสไซส์ได้โชว์ความสวยในแบบของตัวเองอย่างมั่นใจ เปิดโอกาสสำหรับคนไทยทุกคน แบบไม่จำกัดเพศ มีอายุระหว่าง 18-35 ปี ผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ “มิสกรุงทอง 2022 (MISS KRUNGTHONG 2022)” จะได้รับเงินสด 50,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล มงกุฎและสายสะพาย, รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 เงินสด 20,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลและสายสะพาย, รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 เงินสด 10,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลและสายสะพาย, รางวัลป๊อปปูลาร์โหวต เงินสด 10,000 บาทพร้อมสายสะพาย และรางวัลชุดครีเอทชั่นยอดเยี่ยม เงินสด 5,000 บาท พร้อมสายสะพาย

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในรอบตัดสิน วันที่ 8 พฤศจิกายน 2565 ณ โรงละครอักษรา คิงเพาเวอร์ รางน้ำ ผู้ที่สนใจสามารถคลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง www.krungthongplaza.com หรือ โทร.02-6539333 และไลน์โอเอ (LINE Official Account/LINE OA) @krungthongplaza