สื่อผู้ดีชี้ คิงชาร์ลส์ เจรจา แฮร์รี ร่วมพิธีราชาภิเษก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2615995

สื่อผู้ดีชี้ คิงชาร์ลส์ เจรจา แฮร์รี ร่วมพิธีราชาภิเษก

30 ม.ค. 2566 10:55 น.

สื่อผู้ดีชี้ คิงชาร์ลส์ เจรจา แฮร์รี ร่วมพิธีราชาภิเษก

เมื่อวันที่ 29 ม.ค. สำนักข่าวเดลีเมลอังกฤษ รายงานอ้างการเปิดเผยของแหล่งข่าวภายในพระราชสำนักอังกฤษ ถึงกรณีพระราชพิธีราชาภิเษกสมเด็จพระราชาธิบดีชาร์ลส์ที่ 3 ประมุขแห่งราชวงศ์อังกฤษในวันที่ 6 พ.ค. และข้อสงสัยว่าเจ้าชายแฮร์รี ดยุคแห่งซัสเซกซ์ จะได้รับเชิญมาร่วมงานหรือไม่ หลังเกิดกรณีทิ้งระเบิดใส่ครอบครัวผ่านหนังสือชีวประวัติ “Spare” (ตัวสำรอง) และการให้สัมภาษณ์สื่อสหรัฐฯ แฉความขัดแย้งภายในรั้ววัง

ทั้งนี้ แหล่งข่าวเปิดเผยกับเดลีเมลว่า สมเด็จพระราชาธิบดีชาร์ลส์ที่ 3 ทรงไหว้วานจัสติน เวลบี อาร์คบิชอปแห่งแคนเทอร์เบอรีให้ช่วยประสานงาน เพื่อให้เจ้าชายแฮร์รีและเมแกน ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ ทรงร่วมพระราชพิธีราชาภิเษกในเดือน พ.ค.นี้ เนื่องด้วยพระองค์เชื่อว่า การไม่มีเจ้าชายแฮร์รีและเมแกนอยู่ในพระราชพิธี จะยิ่งเป็นการสร้างประเด็นมากกว่าการให้มาร่วมพระราชพิธี

ด้วยเหตุนี้ พระองค์จึงพร้อมที่จะยินยอมและเกลี้ยกล่อมเจ้าชายแฮร์รีและเมแกนในเรื่องการมาเข้าร่วม แหล่งข่าวระดับอาวุโสยังระบุว่า เจ้าชายแฮร์รีอาจได้รับประกันว่าจะจัดที่นั่งให้อย่างสมพระเกียรติในมหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ รวมถึงการรับประกันอย่างไม่เป็นทางการว่า เจ้าชายแฮร์รีจะไม่ถูกริบยศถาบรรดาศักดิ์ใดๆ จากกรณีหนังสือตัวสำรองและการออกสัมภาษณ์สื่อ

อย่างไรก็ตาม มีรายงานด้วยว่า เจ้าชายวิลเลียม เจ้าชายแห่งเวลส์และพระเชษฐาของเจ้าชายแฮร์รี กังวลว่า เจ้าชายแฮร์รีอาจทำการแย่งซีนในพระราชพิธีราชาภิเษก ยกเว้นแต่จะมีการจัดสคริปต์ให้อย่างรัดกุม ว่าต้องทำอะไรบ้าง เพื่อหลีกเลี่ยงการแย่งซีนที่อาจเกิดขึ้น อย่างเช่น การพาเมแกนออกเดินในกรุงลอนดอน

แหล่งข่าวรายหนึ่งระบุด้วยว่า ประเด็นสำคัญในเรื่องนี้คือการเจรจาตกลงว่า เจ้าชายแฮร์รีจะมาร่วมพระราชพิธีหรือไม่ และหากมาร่วมจริงจะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขใด การที่มีข่าวว่าสมเด็จพระราชาธิบดีชาร์ลส์ทรงพยายามล็อบบี้ แต่เจ้าชายวิลเลียมกังวลนั้น แสดงให้เห็นว่า เจ้าชายแฮร์รีได้รับ “คำแนะนำ” ว่าอย่าเพิ่งตอบตกลงอะไร ให้เวลาผ่านไปเรื่อยๆ ซึ่งย่อมทำให้การเจรจาประสานงานใดๆกับเจ้าชายแฮร์รีทำได้ยาก นอกจากนี้ ฝั่งเจ้าชายแฮร์รียังมีจุดยืนในการเจรจาอย่างชัดเจนว่า รับไม่ได้หากจะถูกเชิญมาร่วมงาน และถูกถอดยศในภายหลัง ทั้งเจ้าชายแฮร์รียังไม่พอใจสถานะในตอนนี้ ที่ถูกเหมารวมกับเจ้าชายแอนดรูว์ว่าเป็นเจ้าชายตัวปัญหา.

กลาโหมสหรัฐฯ มองหนทางส่งบินรบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2615990

กลาโหมสหรัฐฯ มองหนทางส่งบินรบ

30 ม.ค. 2566 10:50 น.

กลาโหมสหรัฐฯ มองหนทางส่งบินรบ

เมื่อวันที่ 29 ม.ค. สื่อการเมืองโพลิติโกสหรัฐฯ รายงานอ้างแหล่งข่าวในกระทรวงกลาโหมเพนตากอนสหรัฐฯว่า กำลังมีกระแสการล็อบบี้อย่างเงียบๆภายในกระทรวง เรื่องการส่งเครื่องบินขับไล่รุ่น F-16 ให้กองทัพยูเครน ใช้ทำสงครามกับรัสเซีย โดยฝ่ายที่ผลักดันในเรื่องนี้ พยายามขยายผลจากการที่รัฐบาลสหรัฐฯยอมส่งรถถัง M1 เอบรัมส์ให้กองทัพยูเครน และจากการเช็กกระแสภายในกระทรวงพบว่ามีเสียงคัดค้านน้อยลง

ทั้งนี้ หลังแผนการส่งรถถังสหรัฐฯ-เยอรมนีได้รับการอนุมัติ นายโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน กล่าวเรียกร้องเพิ่มเติมว่า กองทัพยูเครนต้องการจรวดพิสัยไกล และเครื่องบินรบ ซึ่งแหล่งข่าวรายหนึ่งเปิดเผยกับโพลิติโกว่า การตัดสินใจว่าจะส่งเครื่องบินรบ F-16 หรืออนุมัติให้ประเทศที่สาม นำเครื่องบินรบรุ่นดังกล่าว ไปมอบให้กองทัพยูเครน อาจต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์

แม้รัฐบาลเยอรมนีแสดงจุดยืนว่า จะไม่ส่งเครื่องบินรบให้กับยูเครน แต่จากการสอบถามนายจอห์น เคอร์บี โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ ระบุว่ามีการหารืออย่างต่อเนื่องกับยูเครน ในเรื่องขีดความสามารถของกองทัพยูเครน ไม่โทษยูเครนที่เรียกร้องขออาวุธเพิ่ม และไม่ใช่ครั้งแรกที่ยูเครนขอเครื่องบินรบ.

ตาลีบันห้ามนักเรียนหญิงอัฟกันสอบเข้ามหาวิทยาลัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2615885

ตาลีบันห้ามนักเรียนหญิงอัฟกันสอบเข้ามหาวิทยาลัย

30 ม.ค. 2566 07:42 น.

ตาลีบันห้ามนักเรียนหญิงอัฟกันสอบเข้ามหาวิทยาลัย

กระทรวงศึกษาธิการของอัฟกานิสถาน ภายใต้การนำของรัฐบาลตาลีบันมีคำสั่งให้มหาวิทยาลัยเอกชนในอัฟกานิสถานไม่อนุญาตให้นักเรียนหญิงสอบเข้ามหาวิทยาลัยในเดือนหน้า พร้อมเน้นย้ำถึงนโยบายที่จำกัดสตรีไม่ให้เข้าศึกษาในระดับอุดมศึกษา

จดหมายจากกระทรวงฯ ที่ส่งถึงสถาบันการศึกษาในจังหวัดทางตอนเหนือของอัฟกานิสถาน รวมทั้งกรุงคาบูล ซึ่งมีกำหนดสอบตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ จดหมายระบุว่าสถาบันเหล่านั้นที่ไม่ปฏิบัติตามกฎจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

การประกาศครั้งนี้มีขึ้นแม้หลายสัปดาห์ก่อนอัฟกานิสถานจะถูกประชาคมระหว่างประเทศกล่าวประณามให้ยกเลิกมาตรการจำกัดเสรีภาพของผู้หญิง รวมทั้งการเยือนของเจ้าหน้าที่อาวุโสของสหประชาชาติหลายคน 

เมื่อเดือนธันวาคม กระทรวงการอุดมศึกษาอัฟกานิสถาน แจ้งต่อมหาวิทยาลัยหลายแห่งว่าไม่อนุญาตให้นักศึกษาหญิงเข้าเรียน “จนกว่าจะมีประกาศเพิ่มเติม” วันต่อมา ฝ่ายบริหารได้สั่งห้ามไม่ให้พนักงานที่เป็นผู้หญิงขององค์กรเอ็นจีโอส่วนใหญ่ทำงาน ขณะที่โรงเรียนมัธยมหญิงส่วนใหญ่ก็ถูกสั่งปิดโดยทางการเช่นกัน

ข้อจำกัดในการทำงานและการศึกษาของผู้หญิงทำให้เกิดเสียงประณามจากนานาชาติ นักการทูตตะวันตกส่งสัญญาณว่ากลุ่มตาลีบันจำเป็นต้องเปลี่ยนแนวนโยบายที่มีต่อผู้หญิง เพื่อให้ได้รับการยอมรับจากนานาชาติอย่างเป็นทางการ และลดการถูกโดดเดี่ยวทางเศรษฐกิจ

อัฟกานิสถานกำลังตกอยู่ท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากมาตรการคว่ำบาตรที่ส่งผลกระทบต่อภาคการธนาคารและการตัดเงินสนับสนุนเพื่อการพัฒนา โดยหน่วยงานช่วยเหลือเตือนว่ามีประชาชนหลายสิบล้านคนต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

อย่างไรก็ตาม รายงานของธนาคารโลกในสัปดาห์นี้ยังระบุด้วยว่า รัฐบาลตาลีบัน ซึ่งกล่าวว่าพวกเขามุ่งเน้นไปที่การพึ่งพาตนเองทางเศรษฐกิจมากขึ้น สามารถจัดเก็บรายได้อย่างแข็งแกร่งในปีที่แล้ว และมียอดการส่งออกเพิ่มขึ้น.

จีนกลับมาออกวีซ่าให้ชาวญี่ปุ่นอีกครั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2615865

จีนกลับมาออกวีซ่าให้ชาวญี่ปุ่นอีกครั้ง

30 ม.ค. 2566 07:15 น.

จีนกลับมาออกวีซ่าให้ชาวญี่ปุ่นอีกครั้ง

จีนกล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า จะกลับมาออกวีซ่าให้ชาวญี่ปุ่นอีกครั้ง หลังจากถูกระงับไปเมื่อต้นเดือนมกราคม เพื่อประท้วงมาตรการเข้มงวดเรื่องโควิด-19 ของญี่ปุ่น สำหรับผู้เดินทางจากจีน 

สถานทูตจีนประจำประเทศญี่ปุ่นกลับมาออกวีซ่าให้กับชาวญี่ปุ่นอีกครั้ง โดยเริ่มมีผลวานนี้ (29 ม.ค.) หลังทางการจีนเคยประกาศงดการออกวีซ่าให้ชาวญี่ปุ่นเมื่อช่วงต้นเดือนมกราคม ซึ่งการตัดสินใจดังกล่าวน่าจะช่วยลดความตึงเครียดทางการทูตระหว่างทั้งสองประเทศลง และคลายความกังวลของบริษัทญี่ปุ่นที่ดำเนินธุรกิจในจีน

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้มีขึ้นในขณะที่รัฐบาลจีนมุ่งเน้นไปที่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ย่ำแย่จากมาตรการป้องกันไวรัสที่เข้มงวด ซึ่งเกี่ยวข้องกับการล็อกดาวน์และการแพร่ระบาดที่รุนแรงในช่วงปลายปี 2565

จีนได้ระงับการออกวีซ่าแก่พลเมืองเกาหลีใต้ในลักษณะเดียวกัน แต่ยังไม่ได้ประกาศให้เริ่มกระบวนการใหม่ จีนได้อนุมัติการออกวีซ่าบางประเภทให้กับชาวญี่ปุ่นและชาวเกาหลีใต้ โดยเป็นข้อยกเว้นสำหรับนักการทูต เจ้าหน้าที่รัฐบาล และนักธุรกิจที่มีความจำเป็นเร่งด่วน

ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และอีกหลายประเทศได้ควบคุมพรมแดนอย่างเข้มงวดกับผู้เดินทางจากจีน หลังจีนประกาศเปิดพรมแดนอีกครั้งและยกเลิกมาตรการกักกันโรค เมื่อวันที่ 8 มกราคม

หลายประเทศอ้างว่าจีนขาดข้อมูลการติดเชื้อที่น่าเชื่อถือ และเกรงว่าอาจมีไวรัสสายพันธุ์ใหม่เกิดขึ้นในประเทศจีน โดยเมื่อวันที่ 10 มกราคม จีนระงับการออกวีซ่าสำหรับนักเดินทางชาวญี่ปุ่นและชาวเกาหลีใต้ โดยวิจารณ์การจำกัดการเดินทางเข้าของนักท่องเที่ยวจากจีนว่าเป็น “การเลือกปฏิบัติ”

ญี่ปุ่นด้ยื่นประท้วงต่อจีนผ่านช่องทางทางการทูตและเรียกร้องให้ยุติข้อจำกัดดังกล่าว ซึ่งนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ฟูมิโอะ คิชิดะ กล่าวว่า ดูเหมือนจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับมาตรการตอบโต้โควิด-19

สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำกรุงปักกิ่งโต้แย้งแนวทางของจีนว่า “ขาดการแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกันอย่างสิ้นเชิง” เนื่องจากญี่ปุ่นไม่ได้จำกัดการออกวีซ่าสำหรับชาวจีนที่ประสงค์จะเดินทางเยือนญี่ปุ่น

ตัวแทนภาคธุรกิจของญี่ปุ่นยินดีกับความเคลื่อนไหวดังกล่าว โดยผู้บริหารขององค์กรธุรกิจแห่งหนึ่งกล่าวว่าจีนพยายามลดผลกระทบด้านลบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ขณะที่จีนยกเลิกข้อจำกัดไม่นานหลังจากวันหยุดตรุษจีนจนถึงวันศุกร์ ซึ่งโดยปกติแล้วกิจกรรมการผลิตจะหุดลงชั่วคราว

เจ้าหน้าที่อาวุโสของบริษัทญี่ปุ่นที่ตั้งอยู่ในจีน แสดงความหวังว่าจีนจะนำนโยบายการเข้าประเทศโดยไม่ใช้วีซ่า 15 วันสำหรับชาวญี่ปุ่นอีกครั้งในเร็ววันนี้ เพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจสามารถเดินทางไปยังจีนได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัจจุบันญี่ปุ่นกำหนดให้นักเดินทางจากจีนแผ่นดินใหญ่ต้องแสดงหลักฐานการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ที่เป็นลบภายใน 72 ชั่วโมงก่อนออกเดินทาง

นอกจากนี้ ผู้เดินทางจากจีนแผ่นดินใหญ่และผู้ที่เดินทางมาเยือนญี่ปุ่นภายใน 7 วันจะต้องทำการตรวจพีซีอาร์เมื่อเดินทางมาถึงญี่ปุ่น ผู้ที่มีผลตรวจเป็นบวกต้องกักตัวในสถานที่ที่กำหนดเป็นเวลา 7 วัน.

สหรัฐฯ คาด โรงงานกองทัพอิหร่านถูกโดรนโจมตี อิสราเอลอาจอยู่เบื้องหลัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2615846

สหรัฐฯ คาด โรงงานกองทัพอิหร่านถูกโดรนโจมตี อิสราเอลอาจอยู่เบื้องหลัง

30 ม.ค. 2566 04:50 น.

สหรัฐฯ คาด โรงงานกองทัพอิหร่านถูกโดรนโจมตี อิสราเอลอาจอยู่เบื้องหลัง

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เผย โรงงานของกองทัพอิหร่านถูกโดรนโจมตีในช่วงข้ามคืนที่ผ่านมา โดยดูเหมือนว่าอิสราเอลอาจเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีนี้

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 29 ม.ค. 2566 รัฐบาลอิหร่านออกมาอ้างว่า พวกเขาสามารถยิงสกัดโดรนหลายลำที่เข้ามาโจมตีโรงงานอุตสาหกรรมทางทหารใกล้เมืองอิสฟาฮาน ตอนกลางของประเทศ โดยยืนยันว่า ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต และไม่เกิดความเสียหายรุนแรง

ขณะที่สื่อของอิหร่านเผยแพร่คลิปวิดีโอแสดงให้เห็นแสงสว่างวาบบนท้องฟ้า ภาพการระเบิดรุนแรง และมีรถฉุกเฉินหลายคันถูกส่งมายังที่เกิดเหตุ โดยที่กระทรวงกลาโหมระบุว่า การระเบิดดังกล่าวสร้างความเสียหายเพียงเล็กน้อย และไม่มีผู้บาดเจ็บล้มตาย

เจ้าหน้าที่ของเตหะรานออกมาตั้งข้อสงสัยว่าการโจมตีที่เกิดขึ้นอาจเป็นฝีมือของอิสราเอล ศัตรูคู่อาฆาต ซึ่งเคยพูดไว้นานแล้วว่า จะโจมตีเป้าหมายในอิหร่านหากการเจรจาล้มเหลวในการจำกัดโครงการขีปนาวุธ หรือโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน

นายฮอสเซน อามีร์อับดุลลอเฮียน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของอิหร่าน ประณามว่านี่เป็นการโจมตีอันขี้ขลาด ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อสร้างความไม่มั่นคงในอิหร่าน ส่วนนายฮอสเซน มีร์ซาอี สมาชิกรัฐสภาอิหร่านกล่าวว่า มีข้อสงสัยอย่างรุนแรงว่า อิสราเอลอาจอยู่เบื้องหลังการโจมตีนี้

ด้านโฆษกของกองทัพอิสราเอลปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นใดๆ เกี่ยวกับการโจมตีที่เกิดขึ้น ขณะที่พลจัตวา แพทริก ไรเดอร์ โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ยืนยันว่า ไม่มีกองทัพของสหรัฐฯ เกี่ยวข้องกับการโจมตีในอิหร่าน แต่ไม่เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม สำนักข่าววอชิงตันโพสต์ รายงานอ้างคำพูดของเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ หลายคน ว่า อิสราเอลอาจอยู่เบื้องหลังการโจมตีนี้ ขณะที่แหล่งข่าวผู้ไม่ประสงค์ออกนามคนหนึ่งบอกกับสำนักข่าวรอยเตอร์ส ว่า ดูเหมือนอิสราเอลจะมีส่วนเกี่ยวข้อง

ที่มา : reuters

แผ่นดินไหวเขย่าอิหร่านกลางดึก ตาย 3 ศพ เจ็บอีก 800 ราย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2615843

แผ่นดินไหวเขย่าอิหร่านกลางดึก ตาย 3 ศพ เจ็บอีก 800 ราย

30 ม.ค. 2566 03:59 น.

แผ่นดินไหวเขย่าอิหร่านกลางดึก ตาย 3 ศพ เจ็บอีก 800 ราย

เหตุแผ่นดินไหวระดับ 5.9 แมกนิจูด เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 ศพ บาดเจ็บอีกมากกว่า 800 ราย อาฟเตอร์ช็อกตามมาอื้อ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดแผ่นดินไหวความรุนแรงระดับ 5.9 แมกนิจูด ใกล้เมืองคอย ในจังหวัดอาเซอร์ไบจานตะวันตก ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศอิหร่าน เมื่อเวลาประมาณ 21.44 น. วันเสาร์ที่ 28 ม.ค. 2566 ที่ผ่านมา โดยจุดศูนย์กลางอยู่ที่ความลึกเพียง 7 กม.

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นสร้างความเสียหายให้หมู่บ้านอย่างน้อย 70 แห่งรอบเมืองคอย บางแห่งยังเกิดไฟดับด้วย จนถึงตอนนี้พบผู้เสียชีวิต 3 ศพ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 816 ราย โดยบางส่วนต้องถูกส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลในเขตใกล้เคียง

หลังจากเกิดแผ่นดินไหวหลักจนถึงตอนนี้ มีอาฟเตอร์ช็อกเกิดขึ้นตามมาแล้วมากกว่า 40 ครั้ง โดยครั้งที่รุนแรงที่สุดมีแรงสั่นสะเทือนระดับ 4.2 แมกนิจูด ขณะที่สื่อท้องถิ่นเผยแพร่ภาพแสดงให้เห็นคนจำนวนมากอพยพออกจากบ้านที่ได้รับความเสียหาย หลายคนไปอาศัยอยู่ที่เต็นท์ชั่วคราว ท่ามกลางอากาศใกล้จุดเยือกแข็งของฤดูหนาว

นายบาบัค มาห์มูดี หัวหน้าสำนักงานกู้ภัยและบรรเทาทุกข์แห่งอิหร่าน กล่าวว่า เครื่องบิน 2 ลำเดินทางออกจากท่าอากาศยาน เมห์ราบัด ในกรุงเตหะรานแล้วหลังจากเที่ยงคืน เพื่อขนส่งความช่วยเหลือต่างๆ ออกไปยังเมืองคอย เช่นเดียวกับรถบรรทุกหลายสิบคันที่ขนสิ่งของช่วยเหลือจากจังหวัดข้างเคียงเข้าสู่เมืองคอยด้วย

ที่มา : aljazeera

ขอหยุดที่รถถัง นายกฯ เยอรมนีลั่น ไม่ส่งเครื่องบินรบให้ยูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2615841

ขอหยุดที่รถถัง นายกฯ เยอรมนีลั่น ไม่ส่งเครื่องบินรบให้ยูเครน

30 ม.ค. 2566 03:09 น.

ขอหยุดที่รถถัง นายกฯ เยอรมนีลั่น ไม่ส่งเครื่องบินรบให้ยูเครน

นายกรัฐมนตรีเยอรมนีออกมาปฏิเสธข้อเรียกร้องให้เขาตัดสินใจส่งเครื่องบินรบให้แก่ยูเครน เพื่อช่วยรับมือรัสเซีย ไม่กี่วันหลังจากเขาเพิ่งรับปากส่งรถถังประจัญบานให้เคียฟ

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 29 ม.ค. 2566 นายโอลาฟ ชอลซ์ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น ปฏิเสธข้อเรียกร้องให้พวกเขาส่งเครื่องบินรบให้ยูเครน ไม่กี่วันหลังจากเยอรมนีเพิ่งให้คำมั่นว่าจะส่งรถถังประจัญบานให้เคียฟ พร้อมเตือนชาติตะวันตกไม่ให้เข้าร่วมสงครามประมูลอาวุธล้ำสมัย

นายชอลซ์บอกกับ Tagesspiegel ว่า เขากำลังตั้งสมาธิกับการส่งมอบรถถัง เลพเพิร์ด 2 ให้ยูเครน “ข้อเท็จจริงที่ว่า เราเพิ่งตัดสินใจส่งรถถัง แต่ตอนนี้กลับเกิดการถกเถียงเรื่องเครื่องบินรบในเยอรมนีแล้ว แบบนี้มันดูไม่มีความหมายและบ่อนทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการตัดสินใจของรัฐบาล”

“ผมทำได้แค่แนะนำไม่ให้ (ชาติตะวันตก) เข้าสู่สงครามการประมูลระบบอาวุธเท่านั้น” นายชอลซ์กล่าว และย้ำด้วยว่า นาโตไม่ได้ทำสงครามกับรัสเซีย และเยอรมนีจะไม่ยอมให้สถานการณ์บานปลายไปเป็นแบบนั้น

นายกฯ เยอรมนี ยืนยันด้วยว่า เขายังพูดคุยอย่างเป็นปกติกับวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ซึ่งโทรศัพท์พูดคุยกันครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในเดือนธันวาคม 2565 โดยเขาย้ำว่าทุกฝ่ายจำเป็นต้องพูดคุยกัน แต่เขาชัดเจนเสมอว่า การรุกรานยูเครนของรัสเซียนั้น เป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้อย่างสิ้นเชิง และมีเพียงการถอนทหารกลับไปเท่านั้นที่จะแก้ไขสถานการณ์ได้

ทั้งนี้ คำพูดของนายชอลซ์เกิดขึ้นหลังจากเริ่มเกิดกระแสเรียกร้องในเยอรมนีให้ส่งเครื่องบินรบไปช่วยยูเครนรับมือรัสเซีย ขณะที่ นายอันดรี เมลนิค รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงต่างประเทศของยูเครน เรียกร้องให้มีการจัดตั้งกลุ่ม ‘พันธมิตรเครื่องบินรบ’ (fighter jet coalition) ที่สามารถจัดหาเครื่องบินอย่าง F-16 และ F-35 ของสหรัฐฯ, เครื่องบินยูโรไฟเตอร์ของอังกฤษ, ทอร์นาโดของเยอรมนี, ราฟาเอลของฝรั่งเศส และ กริพเพนของสวีเดน ให้ยูเครนได้

ด้าน นายมิคไฮโล โพโดลียัค ที่ปรึกษาประธานาธิบดียูเครน กล่าวผ่านเครือข่ายโทรทัศน์อิสระของประเทศว่า ยูเครนยังต้องการมิสไซล์เพื่อลดอาวุธสำคัญของรัสเซียลงอย่างยิ่งยวดด้วย

ที่มา : bbc

ปากีสถานเศร้า บัสตกสะพาน-เรือบรรทุกนักเรียนล่ม ดับรวม 51 ศพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2615838

ปากีสถานเศร้า บัสตกสะพาน-เรือบรรทุกนักเรียนล่ม ดับรวม 51 ศพ

30 ม.ค. 2566 02:06 น.

ปากีสถานเศร้า บัสตกสะพาน-เรือบรรทุกนักเรียนล่ม ดับรวม 51 ศพ

ปากีสถานเกิดอุบัติเหตุใหญ่ 2 ครั้งในวันเดียวกัน เมื่อรถบัสตกสะพาน และเรือบรรทุกนักเรียนล่ม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวมอย่างน้อย 51 ศพแล้ว

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 29 ม.ค. 2566 เกิดอุบัติเหตุรถบัสตกสะพานลงไปยังก้นแม่น้ำที่แห้งขอด บริเวณเมืองเบลา ในเขตลาสเบลา จังหวัดบาลูคิสถาน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศปากีสถาน จนเกิดไฟลุกท่วม ทำให้มีผู้เสียชีวิตที่ได้รับการยืนยันแล้วอย่างน้อย 41 ศพ มีได้รับบาดเจ็บ 2 คน อาการสาหัสทั้งคู่

รถบัสดังกล่าวบรรทุกผู้โดยสารมา 48 คน รถชนเสาบนสะพานก่อนจะเสียหลักตกลงมา โดย นายฮัมซา อันจุม เจ้าหน้าที่บริหารเขตลาสเบลา เผยว่า บัสคันนี้เป็นรถประจำทางที่วิ่งข้ามคืนไปมาระหว่างเมืองเกตตา เมืองเอกของจังหวัดบาลูคิสถาน กับเมืองการาจี จึงคาดว่าคนขับอาจหลับใน และอาจขับรถด้วยความเร็วสูง

ส่วนนายอัสการ์ รามาซาน หัวหน้าเจ้าหน้าที่กู้ภัยท้องถิ่น บอกกับสำนักข่าว เอเอฟพี ว่า รถบัสคันนี้เต็มไปด้วยถังบรรจุน้ำมัน ทำให้รถถูกไฟลุกท่วมทันทีที่ตกจากสะพานกระแทกพื้น และน้ำมันทำให้ไฟลุกโหมจนควบคุมได้ยากลำบาก

เจ้าหน้าที่ค้นหาผู้สูญหายจากเหตุเรือล่มในทะเลสาบตันดา
เจ้าหน้าที่ค้นหาผู้สูญหายจากเหตุเรือล่มในทะเลสาบตันดา

อีกด้านหนึ่งที่จังหวัด ไคเบอร์ ปัคตุนควา ทางตะวันตกเฉียงเหนือของปากีสถาน เกิดอุบัติเหตุเรือโดยสารบรรทุกเด็กนักเรียนล่มในทะเลสาบอ่างเก็บน้ำ ตันดา (Tanda Dam) ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 10 ศพ เป็นเด็กอายุระหว่าง 7-14 ปีเท่านั้น ขณะที่มีผู้รอดชีวิตถูกช่วยเหลือกลับขึ้นมาได้ 17 ราย แต่ยังมีนักเรียนสูญหายอีก 3 คน

นักเรียนอายุ 11 ปีที่รอดชีวิตเล่าว่า ทุกอย่างปกติดีทุกอย่างก่อนที่จู่ๆ เรือจะพลิกคว่ำ เขาติดอยู่ใต้เรือในน้ำเย็นจัดและรู้สึกเหมือนกำลังจะหมดสติ ก่อนที่ชายใส่ห่วงยางคนหนึ่งจะมาช่วยเขาเอาไว้

ด้าน นายอับดุล ราอุฟ หัวหน้าตำรวจท้องถิ่น บอกกับเอเอฟพีว่า นักเรียนจากโรงเรียนสอนศาสนาอิสลามกลุ่มนี้กำลังเดินทางไปปิกนิกและล่องเรือ โดยตามข้อมูลที่พวกเขาได้รับมา เรือลำนี้อยู่ในสภาพทรุดโทรม และมีผู้โดยสารเกินความจุด้วย

ที่มา : cna

นายกฯ อังกฤษปลดหัวหน้าพรรคอนุรักษนิยม พ้นรัฐบาล พัวพันคดีภาษี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2615786

นายกฯ อังกฤษปลดหัวหน้าพรรคอนุรักษนิยม พ้นรัฐบาล พัวพันคดีภาษี

30 ม.ค. 2566 00:10 น.

นายกฯ อังกฤษปลดหัวหน้าพรรคอนุรักษนิยม พ้นรัฐบาล พัวพันคดีภาษี

นายกรัฐมนตรีอังกฤษสั่งปลด นายนาดิม ซาฮาวี หัวหน้าพรรคอนุรักษนิยม ออกจากตำแหน่งต่างๆ ในรัฐบาลแล้ว ฐานไม่ยอมเปิดเผยว่าเขาเคยถูกลงโทษปรับในคดีภาษี

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 29 ม.ค. 2566 นายริชี ซูแน็ก นายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร สั่งปลด นายนาดิม ซาฮาวี หัวหน้าพรรคอนุรักษนิยมออกจากตำแหน่งต่างๆ ในรัฐบาลของเขาแล้ว หลังจากผลการสืบสวนพบว่า ซาฮาวีละเมิดจรรยาบรรณสำหรับรัฐมนตรี (Ministerial Code) อย่างร้ายแรง ด้วยการไม่เปิดเผยว่าเขาเคยถูกตรวจสอบการจ่ายภาษี

ในเบื้องต้น นายซูแน็ก ยังคงให้การสนับสนุน นายซาฮาวี ก่อนจะออกคำสั่งให้ เซอร์ ลอรี แม็กนัส ที่ปรึกษาอิสระ ดำเนินการสืบสวนข้อสงสัยเกี่ยวกับการจ่ายภาษีของเขา หลังจากมีการเปิดเผยว่า นายซาฮาวีทำข้อตกลงไกล่เกลี่ยมูลค่า 4.8 ล้านปอนด์ กับกรมสรรพากรและศุลกากรแห่งสหราชอาณาจักร (HMRC) เมื่อปีก่อน

นายซาฮาวี กล่าวก่อนหน้านี้ว่า HMRC ตัดสินว่าเขา “สะเพร่า” ในการเปิดเผยข้อมูลรายรับต่อเจ้าหน้าที่ แต่ไม่ได้จงใจก่อความผิดพลาดเพื่อจ่ายภาษีน้อยกว่าที่ควรจะเป็น พร้อมยืนยันว่า เขาจ่ายค่าปรับให้แก่ HMCR แล้ว

อย่างไรก็ตาม เซอร์แม็กนัสสรุปผลการสืบสวนว่า นายซาฮาวีไม่ได้ประกาศว่าการจ่ายภาษีของเขาเคยถูกตรวจสอบ ในตอนที่เขาได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเมื่อปีก่อนในยุคนายกรัฐมนตรี บอริส จอห์นสัน และล้มเหลวในการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวตอนที่นายซูแน็กแต่งตั้งให้เขารับตำแหน่งในปัจจุบัน

“หลังการสืบสวนของที่ปรึกษาอิสระเสร็จสิ้น … เป็นที่ชัดเจนว่ามีการละเมิดจรรยาบรรณสำหรับรัฐมนตรีอย่างร้ายแรง” นายซูแน็กระบุในจดหมายที่เขาส่งให้นายซาฮาวี “ด้วยเหตุนั้น ผมจึงขอแจ้งต่อคุณว่า ผมตัดสินใจที่จะถอดคุณออกจากตำแหน่งปัจจุบันของคุณในรัฐบาลของสมเด็จพระราชา”

อนึ่ง นี่นับเป็นการก้าวถอยหลังครั้งล่าสุดในความพยายามของนายซูแน็ก ที่ต้องการรีเซตรัฐบาลใหม่ หลังความปั่นป่วนเมื่อปีก่อน ซึ่งทำให้สหราชอาณาจักรต้องเปลี่ยนรัฐมนตรีถึง 2 คนภายในเวลาเดือนเศษ แต่เรื่องปวดหัวสำหรับเขายังไม่หมด เนื่องจาก นายโดมินิค ราอับ รองนายกรัฐมนตรีกำลังถูกตรวจสอบคดี “กลั่นแกล้ง” หรือ “บูลลี่” เจ้าหน้าที่

ที่มา : cna

บุกพิจิตร “ประยุทธ์” ชูหิมาลัย ล้มบ้านใหญ่ “ภัทรประสิทธิ์”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/541927

ขุนน้ำหมึก

30 ม.ค. 2566

บุกพิจิตร “ประยุทธ์” ชูหิมาลัย ล้มบ้านใหญ่ “ภัทรประสิทธิ์”

ตะลุยแดนชาละวัน “ประยุทธ์” พาขุนศึกคู่ใจ หิมาลัย ผิวพรรณ ปักหมุด รทสช. 2 เขต ชนบ้านใหญ่พิจิตร “ภัทรประสิทธิ์” ,ตระกูลแก้วทอง และตระกูลเหลืองวิจิตร

ถึงคิวลุยพิจิตร “ประยุทธ์” พร้อมขุนศึกคู่ใจ หิมาลัย ผิวพรรณ ปักหมุด รทสช. 2 เขต ชนทีม “ภัทรประสิทธิ์” และทีมพลังป้อม

จบภารกิจชุมพร “ประยุทธ์” เดินหน้าต่อสู่พื้นที่เป้าหมายสายเหนือตอนล่าง หิมาลัยหวังเก็บ 3 ที่นั่ง จากนครสวรรค์ และพิจิตร  

วันที่ 30 ม.ค.2565 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกลาโหม เตรียมเดินทางตรวจราชการ จ.นครสวรรค์และพิจิตร ติดตามดูโครงการสี่แควโมเดล และเยี่ยมชมโรงพยาบาลอำเภอ 3 แห่ง

เบื้องลึกของการตรวจราชการ ย่อมหนีไม่พ้นเรื่องการเมือง ดังนั้น เป้าหมายแรกคือ อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ พื้นที่ของ สัญญา นิลสุพรรณ ส.ส.นครสวรรค์ สายหิมาลัย ผิวพรรณ 


เป้าหมายที่สองคือ อ.บึงนาราง และ อ.บางมูลนาก พื้นที่ของ สุรชาติ ศรีบุษกร ส.ส.พิจิตร เขต 3 สายหิมาลัย ซึ่งทั้งสัญญา และสุรชาติ เตรียมสวมพรรครวมไทยสร้างชาติ ลงสนามสมัยหน้า

‘สนามเล็กแต่คนโต’

“ประยุทธ์” ต้องลงพื้นที่ จ.พิจิตร เพราะเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ของพรรค รทสช. แต่ก็เจอเจ้าถิ่น “ภัทรประสิทธิ์” ในสีเสื้อ ภท.ที่ประกาศขอกวาด 3 ที่นั่งยกจังหวัด

จ.พิจิตร เป็นสังเวียนเลือกตั้งขนาดเล็ก มี ส.ส. 3 คน แต่ผู้จัดการทีมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของแต่ละพรรค ล้วนแต่เป็นคนดังระดับประเทศ    

พรรคภูมิใจไทย รับผิดชอบโดย ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ อดีต ส.ส.พิจิตร และอดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวง ที่หวนคืนสังเวียน หลังเข้าส่ง พ.ต.อ.กฤษฎา ภัทรประสิทธิ์ ยึด อบจ.พิจิตร ได้สำเร็จ

เสี่ยอ๊อด-ประดิษฐ์ จัดทีมเอง ประกอบด้วยเขต 1 (อ.เมืองพิจิตร) กำนันน็อต-ภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ หลานเขยของเนวิน ชิดชอบ ,เขต 2 (อ.ตะพานหิน) วินัย ภัทรประสิทธิ์ อดีต ส.ส.พิจิตร และเขต 3 (อ.บึงนาราง,อ.บางมูลนาก) ลูกยอด-ศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ อดีต ส.ส.พิจิตร ลูกชาย เสธ.หนั่น-พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ 

พรรคเพื่อไทย รับผิดชอบโดย สุณีย์ เหลืองวิจิตร อดีต ส.ส.พิจิตร คนสนิทเฮียเพ้ง-พงษ์ศักดิ์ รักตพงษ์ไพศาล

เปิดรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.ก็ถือว่า เกรด A ได้แก่เขต 1 ปุณยวัจน์ เหลืองวิจิตร น้องชายสุณีย์ เหลืองวิจิตร ,เขต 2 ณริยา บุญเสรฐ ภรรยา นาวิน บุญเสรฐ อดีต ส.ส.พิจิตร และเขต 3 โกเนี้ยว-วิชัย ด่านรุ่งโรจน์ อดีต ส.ว.พิจิตร 

พรรคประชาธิปัตย์ มีแม่ทัพใหญ่ ไพฑูรย์ แก้วทอง อดีต ส.ส.พิจิตร และนรา พัฒน์ แก้วทอง อดีต ส.ส.พิจิตร โดยวางตัวผู้สมัคร ส.ส.หน้าใหม่ทั้งหมดคือ เขต 1 พล.ท.ฉลวย แย้มโพธิ์ใช้, เขต 2 วรวุฒิ แก้วทอง น้องชายของไพฑูรย์ แก้วทอง และเขต 3 มานพ เกตุเมฆ

พรรคพลังประชารัฐ ก็มีทั้ง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และสมศักดิ์ เทพสุทิน เข้ามาช่วยกันดูแล เบื้องต้นมีผู้สมัคร ส.ส. 2 คนคือ เขต 1 พรชัย อินทร์สุข ส.ส.พิจิตร (สาย ร.อ.ธรรมนัส) และเขต 2 ภูดิท อินสุวรรณ์ ส.ส.พิจิตร (สายสมศักดิ์)


พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้คนดังอย่าง เสธ.หิ-หิมาลัย ผิวพรรณ เป็นแม่ทัพ ตั้งเป้าไว้ 2 เขตคือ เขต 2 มาดามนิด-ปุณณรีย์ ศรีบุศกร ภรรยาของสุรชาติ ศรีบุษกร และเขต 3 สุรชาติ ศรีบุษกร ส.ส.พิจิตร 

เฉพาะมาดามนิด-ปุณณรีย์ เปิดตัวลงเขต 2 ไปแล้ว พร้อมชน วินัย ภัทรประสิทธิ์ ค่าย ภท. และคนในตระกูลแก้วทอง ค่าย ปชป.
  

  ส.ส.ไก่ สุรชาติ และมาดามนิด พรรค รทสช.ส.ส.ไก่ สุรชาติ และมาดามนิด พรรค รทสช.

‘เดิมพันหิมาลัย’

สนามพิจิตร “ประยุทธ์” ฝากผีฝากไข้ไว้กับหิมาลัย ผิวพรรณ เฉพาะเขต 3 แข่งเดือดแน่ เพราะบ้านใหญ่ “ภัทรประสิทธิ์” ไม่ถอย ค่ายเพื่อไทยก็สู้ยิบตา 

การเลือกตั้ง ส.ส.พิจิตร ปี 2562 พรรคพลังประชารัฐ หักปากกาเซียน คว้า 3 ที่นั่ง แต่การเลือกตั้งครั้งหน้า 3 ส.ส.พิจิตร ก็ไปกันคนละทาง

พรชัย อินทร์สุข ที่เคยไปอยู่พรรคเศรษฐกิจไทย ก็หวนกลับพรรค พปชร.ตามลูกพี่-ธรรมนัส ส่วน ภูดิท อินสุวรรณ์ ยังอยู่พรรคเดิม เพราะสมศักดิ์ เทพสุทิน ไม่ขยับออกจากบ้านป่ารอยต่อฯ

 พรชัย อินทร์สุข และภูดิท อินสุวรรณ ยังอยู่ พปชร.พรชัย อินทร์สุข และภูดิท อินสุวรรณ ยังอยู่ พปชร.

มีเพียง ส.ส.ไก่-สุรชาติ ศรีบุษกร คนเดียวที่ต้องไปอยู่พรรค รทสช. เนื่องจาก ส.ส.ไก่ สังกัดซุ้มหิมาลัยมานานแล้ว    

สมัยหน้าจะเป็นศึกหนักของ ส.ส.ไก่-สุรชาติ ศรีบุษกร เพราะต้องเจอคู่แข่งสายแข็ง ทั้งศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ ค่าย ภท. ที่มีบ้านใหญ่ “ภัทรประสิทธิ์” สนับสนุน

ที่น่ากลัวกว่าลูกยอด ศิริวัฒน์ คือ วิชัย ด่านรุ่งโรจน์ พรรคเพื่อไทย เพราะสมัยที่แล้ว โกเนี้ยว-วิชัย สวมเสื้อ ภท. ลงสมัคร ส.ส.เขต 3 แพ้ ส.ส.ไก่-สุรชาติ แค่พันแต้ม

เมื่อเสี่ยอ๊อด-ประดิษฐ์ อาสาเป็นแม่ทัพภูมิใจไทย เมืองชาละวัน โกเนี้ยว-วิชัย ก็โบกมือลาค่ายสีน้ำเงิน ไปอยู่ค่ายสีแดงทันที

ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จึงต้องมีคิวไปที่ ร.พ.บึงนาราง และ ร.พ.บางมูลนาก อันเป็นพื้นที่เขต 3 เพื่อให้กำลังใจ ส.ส.ไก่-สุรชาติ ทำศึกป้องกันแชมป์ครั้งหน้า
 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ              โดย … ขุนน้ำหมึก