อลงกรณ์ชี้บอร์ดเกลือไฟเขียว รักษาเสถียรภาพราคา-ชะลอการขาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/704422

วันจันทร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ประชุมคณะกรรมการพัฒนาเกลือทะเลไทย ครั้งที่ 5/2565 แบบ Hybrid Meeting โดยมีผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม โดยนายอลงกรณ์ กล่าวว่า ที่ประชุมได้สรุปผลการดำเนินการการพัฒนาเกลือทะเลในปี 2565 รวมถึงกิจกรรมการสืบทอดและฟื้นฟูประเพณีทำขวัญเกลือและพิธีแรกนาเกลือ การคุ้มครองเกลือทะเลไทยจากการค้าระหว่างประเทศ การแสวงหาโอกาสในการส่งออก การพัฒนามาตรฐานเกลือ เพื่อเข้าสู่ตลาดผู้บริโภค รวมทั้งการใช้ผลผลิตจากนาเกลือไปใช้ประโยชน์ด้านต่างๆ มีการจัดตั้งสถาบันเกลือทะเลไทยซึ่งเป็นศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม (ศูนย์ AIC) ประเภทศูนย์ความเป็นเลิศด้านเกลือ ในการยกระดับการพัฒนาเกลือทะเล

นายอลงกรณ์ กล่าวต่อว่า ที่ประชุมได้รับทราบรายงาน ดังนี้ 1.ผลการดำเนินงานอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาด้านเกลือทะเล “ประเพณีแรกนาเกลือ” 2.การคาดการณ์ปริมาณผลผลิตเกลือทะเล ปีการผลิต 2565/66 คาดการณ์ว่าจะมีผลผลิตเกลือทะเลรวม 7 จังหวัด 531,201.87 ตันและ 3.ความก้าวหน้าการดำเนินงานการพัฒนาเกลือทะเลไทย สถาบันเกลือทะเลไทย มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี สถาบันเกลือทะเลไทย ซึ่งได้ดำเนินการขับเคลื่อนการพัฒนาเกลือทะเลไทย และการแก้ปัญหาเกลือทะเลอย่างเป็นระบบ

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาประเด็นสำคัญ ดังนี้ 1.เห็นชอบในหลักการโครงการสินเชื่อชะลอการขายเกลือ ปีการผลิต 2565/66 โดยเป็นเรื่องสืบเนื่องจากการประชุมในครั้งที่แล้ว มีวัตถุประสงค์เพื่อชะลอปริมาณเกลือทะเลไม่ให้ออกสู่ตลาดพร้อมกัน บรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรนาเกลือด้านค่าใช้จ่ายในครอบครัวและหนี้สิน ตลอดจนยกระดับราคาเกลือให้สูงขึ้นและรักษาราคาเกลือให้มีเสถียรภาพและมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก่ ธ.ก.ส. กระทรวงพาณิชย์ กรมส่งเสริมการเกษตร และหน่วยงานอื่นๆ เร่งดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

2.แนวการพัฒนาความร่วมมือด้านการตลาดเกลือทะเลไทยในต่างประเทศ โดยความร่วมมือจากทูตเกษตร(ประเทศเบลเยียม สหรัฐอเมริกา อิตาลี ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย จีน ญี่ปุ่น) เพื่อพิจารณาแนวทางความร่วมมือช่องทางการตลาดไปยังต่างประเทศ เช่น ช่องทางการขยายตลาดไปต่างประเทศด้วยการตลาดออนไลน์ การให้ความรู้เกี่ยวกับประเทศที่สามารถส่งออก มาตรการสินค้าเกษตรในแต่ละประเทศ ความรู้ทั้งกฎหมายการค้าภาษี สถิตินำเข้าส่งออกที่น่าสนใจ รวมไปถึงเทคนิคที่สร้างสินค้าให้โดนใจ สามารถเข้าใจ Insight แต่ละประเทศได้ และการเจาะไปที่การตลาดที่เหมาะสมในแบบประเทศนั้นๆ เป็นต้น เพื่อการสร้างโอกาสในการแข่งขันในตลาดใหม่ และลดผลกระทบกับภาคการเกษตรของไทยเพื่อให้การขับเคลื่อนการสร้างโอกาสในการลงทุนการขยายช่องทางการตลาดเกลือทะเลในต่างประเทศด้วย และ 3.การใช้นิยามศัพท์ “นาเกลือสมุทร” และ “นาเกลือทะเล” โดยที่ประชุมมีมติใช้คำว่า “นาเกลือทะเล” ซึ่งมีความเหมาะสม และเข้าใจง่ายตรงตามความหมายการทำนาเกลือของเกษตรกร

กรมข้าวรีแบรนด์ศูนย์ข้าวฯทำครบวงจร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/704425

วันจันทร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวภายหลังประชุมผู้บริหารฯ ว่าศูนย์ข้าวชุมชนเป็นองค์กรตัวแทนของชาวนาด้านการผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี มีหน้าที่ผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีในชุมชน เป็นศูนย์เรียนรู้ในการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตข้าว รวมทั้งเป็นศูนย์กลางการพัฒนาข้าวของชุมชนแต่ที่ผ่านมา ยังมีข้อจำกัดหลายประการ จึงส่งผลให้ศูนย์ข้าวชุมชนขาดความเข้มแข็ง เพื่อให้ศูนย์ข้าวชุมชน สามารถผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพได้อย่างทั่วถึง จึงยกระดับจากศูนย์ข้าวชุมชน สู่ “ศูนย์บริหารจัดการข้าวครบวงจร” (CRMC : Comprehensive Rice Management Center) ที่เป็นตัวกลางในการบริหารจัดการข้าวอย่างครบวงจร ในพื้นที่ 6,559 ตำบลซึ่งแบ่งเป็นพื้นที่การปลูกข้าวที่ไม่เกิน 500 ไร่ 909 ตำบล, พื้นที่การปลูกข้าว 501 – 1,499 ไร่ 562 ตำบล และพื้นที่การปลูกข้าวมากกว่า 1,500 ไร่ขึ้นไป 5,088 ตำบล รวมพื้นที่ทั้งหมด 62,700,000 ไร่ โดยทุกตำบลต้องได้รับการดูแล และการบริหารจัดการการปลูกข้าวให้เหมาะสมตามสภาพพื้นที่ รวมทั้งการเข้าถึงเมล็ดพันธุ์ดี เพื่อยกระดับปริมาณและคุณภาพให้ตรงกับความต้องการ ส่งเสริมการแปรรูปเพื่อต่อยอดผลิตภัณฑ์ข้าว

อธิบดีกรมการข้าว กล่าวอีกว่า สำหรับศูนย์บริหารจัดการข้าวครบวงจรนั้น ในแต่ละตำบลจะมีชาวนาอาสาอยู่ในพื้นที่ หมู่บ้านละไม่น้อยกว่า 3 คน โดยกรมการข้าวจะดำเนินการจดทะเบียน และขึ้นทะเบียนเป็นอาสาสมัครเกษตรประเภทชาวนาอาสา ซึ่งเป็นไปตามระเบียบกระทรวงเกษตรฯ ว่าด้วยการบริหารงานอาสาสมัครเกษตร ปี 2563 ให้สอดคล้องกับสภาวการณ์ของการขับเคลื่อนอาสาสมัครเกษตร ทั้ง 16 ประเภท โดยผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นนายทะเบียน ขึ้นทะเบียนอาสาสมัครเกษตรประเภทชาวนาอาสา เพื่อความสะดวก รวดเร็ว และที่สำคัญสามารถอำนวยประโยชน์แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้ดียิ่งขึ้น

รองปลัดฯมอบนโยบายงาน รับมือไฟป่า-หมอกควัน-ฝุ่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/704426

วันจันทร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับมอบหมายจากนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ให้ร่วมประชุมมอบนโยบายเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองในพื้นที่ภาคเหนือ ปี 2566 โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และมีปลัดกระทรวงฯ/ผู้แทน 11 กระทรวง ผู้ว่าราชการจังหวัด 17 จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ GMS อาคารเจียงราย จ.เชียงราย

สำหรับการประชุมดังกล่าว ได้รับทราบการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองในพื้นที่ภาคเหนือ ปี 2566 ทั้งในพื้นที่เมือง พื้นที่ป่าและพื้นที่เกษตรกรรม ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีมาตรการป้องกัน แก้ไข ปัญหาในพื้นที่เกษตรกรรม 3 มาตรการ ดังนี้ มาตรการที่ 1 การสร้างการรับรู้ รณรงค์ และประชาสัมพันธ์ มาตรการที่ 2 การป้องกันและเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงและมาตรการที่ 3 การส่งเสริมและสร้างเครือข่ายในการงดเผาในพื้นที่เกษตรกรรม โดยมีเป้าหมายลดจุดสะสมความร้อนในพื้นที่การเกษตรลดลง ร้อยละ 10 จากปี 2565ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร เน้นย้ำให้เฝ้าระวัง ป้องปราม ระงับ ยับยั้ง การเผาในพื้นที่เกษตรกรรม สร้างเครือข่ายเกษตรกรงดการเผา และขยายเครือข่าย เพื่อปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตให้เป็นเกษตรปลอดการเผา ส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากเศษวัสดุทางการเกษตร

ICONSIAM สร้างปรากฏการณ์ความสุขในงาน ‘THE ICONIC CHILDREN’S PLAYGROUND 2023 @ICONSIAM’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/704568

ICONSIAM สร้างปรากฏการณ์ความสุขในงาน ‘THE ICONIC CHILDREN’S PLAYGROUND 2023 @ICONSIAM’

ICONSIAM สร้างปรากฏการณ์ความสุขในงาน ‘THE ICONIC CHILDREN’S PLAYGROUND 2023 @ICONSIAM’

วันจันทร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2566, 14.56 น.

“ไอคอนสยาม” สร้างปรากฏการณ์ความสุข สุดมหัศจรรย์ ต้อนรับวันเด็กแห่งชาติ จัดงาน “THE ICONIC CHILDREN’S PLAYGROUND 2023 @ ICONSIAM” ร่วมสนุกกับกิจกรรมการแข่งขันต่อประกอบฟิกเกอร์ครั้งใหญ่ที่สุด พร้อมเรียนรู้ความมหัศจรรย์วิทยาศาสตร์สุดสร้างสรรค์ และผจญภัยในโลกละครนิทานเพลงมหาสนุก ตั้งแต่วันนี้ – 15 ม.ค. ศกนี้

ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ร่วมกับ Playmobil (เพลย์โมบิล) จัดงาน “THE ICONIC CHILDREN’S PLAYGROUND 2023 @ ICONSIAM” เนรมิตรกิจกรรมความสุข สุดมหัศจรรย์ ต้อนรับวันเด็กแห่งชาติ ปี 2566 ขนกองทัพไจแอนท์ ฟิกเกอร์ Playmobil ขนาดใหญ่ เยอะที่สุดกว่า 50 ตัว หลากหลายอาชีพให้น้องๆ หนูๆ เรียนรู้และสร้างแรงบันดาลใจ ร่วมสนุกกับกิจกรรมการแข่งขันต่อประกอบฟิกเกอร์ พร้อมแบ่งปันฟิกเกอร์ให้กับน้องๆ ให้กับศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ย่านคลองสาน -ธนบุรี โรงเรียนในย่านคลองสานและเยาวชนเพื่อนบ้านไอคอนสยาม รวมมูลค่ากว่า 1,200,000 บาท โดยมีไฮไลท์คือการเปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ Wiltopia จาก Playmobil ฟิกเกอร์หุ่นต่อเสริมพัฒนาการจากเยอรมนี ของเล่นแรกในโลกที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิลมากถึง 80% ให้เด็กๆ ได้เรียนรู้รักษ์โลกอย่างสนุกสนานกับ Feature AR ส่องสัตว์ป่า Amazon นอกจากนี้ ยังได้สนุกไปกับความมหัศจรรย์ของกิจกรรมวิทยาศาสตร์สุดสร้างสรรค์ จาก อพวช. และ พร้อมเปิดเมืองมหัศจรรย์“คิดส์สนุก สุขสยาม” เต็มไปด้วยแหล่งเรียนรู้ และการสร้างสรรค์จินตนาการของเด็กๆ ณ เมืองสุขสยาม พบกับสนามเด็กเล่นกลางแจ้งริมแม่น้ำเจ้าพระยา กับกิจกรรม Let’s Play at River Park ICONSIAM

สำหรับงาน “THE ICONIC CHILDREN’S PLAYGROUND 2023 @ ICONSIAM” ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ และ ภาคเอกชน ได้แก่ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) ร้านค้าผู้เช่า สถาบันการศึกษา สินค้าและบริการในไอคอนสยาม โดยกำหนดจัดขึ้นตั้งแต่วันนี้ – 15 มกราคม 2566 ณ เจริญนคร ฮอลล์ ชั้น M, รัษฎา ฮอลล์ ชั้น 1 และริเวอร์ พาร์ค ชั้น G ไอคอนสยาม พร้อมจัดพิธีเปิดงานในวันที่ 12 มกราคม 2566 ณ เจริญนคร ฮอลล์ ชั้น M

โดยได้รับเกียรติจาก มร.โยฮันเนส แคร์เนอะ (Mr.Johannes Kerner) ที่ปรึกษาทูตฝ่ายเศรษฐกิจและการค้า สถานเอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ประจำประเทศไทย เป็นประธานเปิดงานพร้อมด้วยคุณไพรัช วิเศษศิริลักษณ์ ผู้บริหารสายงานบริการลูกค้า บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด คุณชุตินันท์ กังวานโอฬารรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โซลิด เอ็นเตอร์ไพรซ์ จำกัด ผศ.ดร.รวิน ระวิวงศ์ ผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ พร้อมกันนี้ยังมีเซเลบริตี้ คุณรัสรินทร์ ชุมสาย ณ อยุธยา มาพร้อมกับน้อง

ฉันทวัฒน์ ชุมสาย ณ อยุธยา คุณสุพินดา หวังทรัพย์คณาและคุณพอล นฤนาทวานิช พร้อมด้วยน้องแอลลิสัน และน้องเอลล่า นฤนาทวานิช คุณวิมลลักษณ์ จงรัตนเมธีกุล และน้องปารย์ชวิณทร์ นิลวิไลภร และยังมีครอบครัว “ดีน” โดยคุณแม่คนสวย ลิเดีย-ศรัณย์รัชต์ ดีน และพิธีกรหนุ่ม แมทธิว ดีน จูงมือน้องดีแลน และน้องเดมี่ มาร่วมเปิดเผยเคล็ดลับส่งเสริม สนับสนุนพัฒนาการของลูกน้อย และร่วมกิจกรรมวันเด็ก ณ ไอคอนสยาม

Playmobil ของเล่นเสริมจินตนาการ ชวนแข่งขันต่อประกอบฟิกเกอร์ แบ่งปันของเล่นให้น้อง ณ เจริญนครฮอลล์ ชั้น M

กิจกรรมไฮไลท์ของงานวันเด็กแห่งชาติปี 2566 จะได้พบกับไจแอนด์ ฟิกเกอร์ Playmobil ที่เยอะที่สุด และกิจกรรมประกอบฟิกเกอร์ Playmobil ของเล่นหุ่นต่อเสริมพัฒนาการสำหรับเด็ก แบรนด์คุณภาพจากประเทศเยอรมนี ที่มุ่งเสริมสร้างจินตนาการอย่างไร้ขอบเขต กระตุ้นความคิด ฝึกฝนทักษะทางสังคม การคิดวิเคราะห์ การใช้กล้ามเนื้อมือมัดเล็ก และทักษะทางอารมณ์ ชวนเรียนรู้อาชีพต่างๆ ผ่านไจแอนด์ฟิกเกอร์ขนาดใหญ่กว่า 50 ตัว หลากหลายอาชีพทั้งตำรวจ นักดับเพลิง  นักฟุตบอล รวมถึงฟิกเกอร์ในจินตนาการทั้งอัศวิน เจ้าหญิงพร้อมด้วยตัวการ์ตูนอีกมากมาย  พร้อมเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ และบุคคลทั่วไป สามารถเข้าร่วมกิจกรรมแข่งขันการต่อประกอบฟิกเกอร์ Playmobil (เพลย์โมบิล) ได้ตามจินตนาการ ภายใต้หัวข้อ Your own Figures ครั้งแรกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยมีผู้เข้าแข่งขันมากที่สุด 6,400 คน และมูลค่ากว่า 3,200,000 บาท (ตลอดการแข่งขัน) รวมทั้งสิ้น 12,800 ตัว

ความพิเศษของการแข่งขันในครั้งนี้ มุ่งนำเสนอแนวคิดเรื่องการ “แบ่งปัน” โดยทุกการ “แข่งขัน” มีการ “แบ่งปัน” ภายใต้กติกาที่ว่า ผู้ชนะจะได้รับฟิกเกอร์ Playmobil ที่ต่อประกอบเป็นจำนวน 2 ตัว ขณะที่ผู้แพ้ จะต้องแบ่งปันฟิกเกอร์ Playmobil ที่ต่อประกอบในการแข่งขัน จำนวน 1 ตัว ให้กับศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ย่านคลองสาน -ธนบุรี โรงเรียนในย่านคลองสานและเยาวชนเพื่อนบ้านไอคอนสยาม รวมมูลค่ากว่า 1,200,000 บาท

สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมสนุกกิจกรรมการแข่งขันต่อประกอบฟิกเกอร์ Playmobil เพียงแสดงใบเสร็จจากการซื้อสินค้าและบริการต่างๆ จากร้านค้าที่ร่วมรายการภายในไอคอนสยาม รวมถึง สยามทาคาชิมายะ มูลค่า 200 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ (ไม่รวมยอดใช้จ่ายผ่านออนไลน์) เพื่อแลกรับสิทธิ์แข่งขันฯ ภายในวันเดียวกัน พิเศษสำหรับเด็กๆ ที่มาร่วมงาน ไอคอนสยามยังมีของที่ระลึกวันเด็กเป็นบัตร Child Safety ID Card ให้กับเด็กๆ สำหรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ เพียงแสดง One Siam Super App และใบเสร็จที่มีค่าใช้จ่าย 200 บาทขึ้นไป

นอกจากนี้ภายในงานได้นำสินค้าคอลเลกชั่นพิเศษในชื่อว่า Wiltopia ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นฟิกเกอร์ที่ผลิตจากวัสดุพลาสติก PCR ที่ผู้บริโภคใช้ไปแล้วและได้นำกลับเข้าสู่วัฏจักรการรีไซเคิล เช่นเดียวกับการใช้พลาสติกชีวภาพ  โดยแบรนด์ Playmobil มีเป้าหมายและความมุ่งมั่นที่จะปล่อย ก๊าซคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Net-zero Carbon Emissions) ในปี พ.ศ. 2570 และมุ่งสอนให้เด็กได้เรียนรู้การรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนผ่านกิจกรรมภายในงาน และเรียนรู้เกี่ยวกับความอัศจรรย์ของเหล่าสัตว์ ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม รวมถึงความสำคัญของการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนผ่านเทคโนโลยี AR ซึ่งจะแสดงภาพสามมิติสัดส่วนเท่าขนาดจริงของสัตว์ชนิดนั้น พร้อมเสียงอธิบาย

สนุกไปกับความมหัศจรรย์ของกิจกรรมวิทยาศาสตร์สุดสร้างสรรค์ จาก อพวช.

สนุกไปกับความมหัศจรรย์ของวิทยาศาสตร์ จาก อพวช. พบกับกิจกรรมวิทยาศาสตร์ จากองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) ให้เด็ก ๆ ได้ร่วมสนุก ชวนเล่น และท้าทายไปกับการค้นหาคำตอบด้วยตนเองผ่าน “ชิ้นงานวิทยาศาสตร์สื่อสัมผัส” พร้อมสนุกไปกับการประดิษฐ์จรวดหลอด จรวดลูกโป่ง เครื่องร่อน เครื่องบินกระดาษพับ มาเรียนรู้และสนุกไปด้วยกันที่ ไอคอนสยาม ณ รัษฎา ฮอลล์ ชั้น 1

เมืองมหัศจรรย์ “คิดส์สนุก สุขสยาม” เต็มไปด้วยแหล่งเรียนรู้ และการสร้างสรรค์จินตนาการของเด็กๆ ณ เมืองสุขสยาม ชั้น G

เมืองสุขสยาม เปิดเมืองมหัศจรรย์ ร่วมฉลองเทศกาลวันเด็กแห่งชาติ ด้วยการจัดงาน “คิดส์สนุก สุขสยาม” บริเวณลานเมือง 2 เมืองสุขสยาม ชั้น G ไอคอนสยาม ภายใต้แนวคิด Small World เมืองมหัศจรรย์ ที่เต็มไปด้วยแหล่งเรียนรู้ และ การสร้างสรรค์จินตนาการของเด็กๆ ในงานจะได้พบกับขนม และของเล่นเด็กโบราณ จากร้านชุมชนประชารัฐของเล่นโบราณ, พร้อมสนุกกับการเล่นเกมส์แจกของรางวัล ได้แก่ Popcorn set , ตั๋วหนัง Kid Cinema และบัตรสมาชิก M Generation Kids จาก ไอคอนซีเนคอนิค และชุดเครื่องเขียน ตราม้า จากนานมี จัดเป็นรอบเวลา 12.30 น., 13.30 น., 15.30 น., 16.30 น., 17.30 น., 18.30 น.  พิเศษสำหรับวันเสาร์ที่ 14 และ อาทิตย์ที่ 15 มกราคม 2566 ร่วมผจญภัยในโลกละครนิทานเพลงมหาสนุก 4 เรื่อง โดยวันเสาร์ที่ 14 มกราคม เวลา 14.00 น. กับเรื่อง “ลูกหมูสามตัว” และเวลา 17.00 น. เรื่อง “พิน๊อคคิโอ” วันอาทิตย์ที่ 15 มกราคม เวลา 14.00 น. เรื่อง “หัวผักกาดยักษ์” และเวลา 17.00 น. เรื่อง “สโนไวท์กับคนแคระทั้งเจ็ด” สร้างสีสันความสนุกโดยกลุ่มนิทานแต้มฝัน พร้อมขบวนพาเหรดการ์ตูนในโลกนิทาน และเพลิดเพลินกับ การแสดงมายากล, โบโซ่แจกลูกโป่ง พร้อมสร้างสรรค์จินตนาการ กับ workshop ต่างๆ ได้แก่ ระบายสีกระปุกหมูออมสิน, ศิลปะทำเทียนเจลท้องทะเล, ปั้นดินเบารูปสัตว์, ระบายสีพวงกุญแจ, สานปลาตะเพียน และเขียนหน้าหัวโขนเล็ก

Let’s Play at River Park, ICONSIAM สนามเด็กเล่นกลางแจ้งริมแม่น้ำเจ้าพระยา

นอกจากนี้น้องๆ ยังได้สนุกกับสนามเด็กเล่นกลางแจ้งริมแม่น้ำเจ้าพระยากับงาน Let’s Play at River Park, ICONSIAM สนุกกับเครื่องเล่นเป่าลมขนาดยักษ์ กับ 4 เครื่องเล่นที่สามารถปีนป่ายได้อย่างสนุกสนานและปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็น Vroom Your Way Out สนุกกับการฝ่าฟันอุปสรรคสุดหรรษาที่จะทดสอบความว่องไวของเด็กๆ รับรองงานนี้สนุกแน่นอน, Hang On ให้เด็กๆ ปีนป่ายอย่างสนุกสนาน, Pandora Box ให้เด็กๆค้นหาความลึกลับของกล่อง Pandora Box และหาทางออกจากเขาวงกตนี้ให้เจอ และกิจกรรม The Tarzan Challenge เด็กๆจะได้แปลงร่างเป็นทาร์ซานและสนุกไปกับการปีนป่ายท่ามกลางบรรยากาศที่เสมือนยกป่ามาไว้ ณ ริเวอร์ พาร์ค เลยทีเดียว รวมถึงรถบั๊ม และเรือพาย โดยมีอัตราค่าเข้าสำหรับเด็ก 250 บาท และผู้ใหญ่ 100 บาท  ตั้งแต่วันนี้ – 17 มกราคม และ 25 มกราคม – 9 กุมภาพันธ์ 2566 ณ ริเวอร์ พาร์ค ชั้น G ไอคอนสยาม

ผจญภัยในโลกไดโนเสาร์และป่าดึกดำบรรพ์ กับสวนสนุกในร่ม Jurassic  Dinosaur Adventure Park ครั้งแรกในประเทศไทย

ร่วมสนุกและผจญภัยในป่าดึกดำบรรพ์และอาณาจักรไดโนเสาร์ที่ Jurassic Dinosaur  Adventure Park ครั้งแรกในประเทศไทยที่ ICON Art & Culture Space ชั้น 8 ไอคอนสยาม ตั้งแต่วันนี้ – 24 กุมภาพันธ์ 2566 เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 11.00 น.- 19.45 น. และแบ่งรอบเข้าชมเป็น 4 รอบๆละ 2 ชั่วโมงตั้งแต่เวลา 11.00-13.00 น., 13.15-15.15 น., 15.30-17:30 น. และ 17.45-19.45 น.  โดยบัตรเข้าชมวันธรรมดา สำหรับผู้ใหญ่ ราคา 350 บาท สำหรับเด็ก 450 บาท สำหรับผู้สูงอายุ 250 บาท และบัตรเข้าชมวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ สำหรับผู้ใหญ่ ราคา 450 บาท สำหรับเด็ก 550 บาท และ สำหรับผู้สูงอายุ 250 บาท ซื้อบัตรได้ที่บริเวณงานและ  https://www.trip.com/t/Jurassic-ICON    

ขอเชิญน้องๆ ร่วมเปิดประสบการณ์ในงานวันเด็กแห่งชาติ “THE ICONIC CHILDREN’S PLAYGROUND 2023 @ ICONSIAM” ร่วมแต่งกายชุดอาชีพในฝันมาร่วมงานวันเด็กแห่งชาติ เพื่อรับของที่ระลึกจาก Playmobil  (จำนวนจำกัด)  และพบกับโรงเรียนพัฒนาทักษะและความสามารถพิเศษของลูกน้อย รวมถึงร้านค้าจำหน่ายของเล่นเสริมจินตนาการ ให้ผู้ปกครองได้เลือกคอร์สเรียน หรือกิจกรรมที่เหมาะสมกับช่วงวัย ตั้งแต่วันนี้ – 15 มกราคม 2566 กิจกรรมต้อนรับวันเด็กแห่งชาติจัดขึ้น ณ เจริญนคร ฮอลล์ ชั้น M, รัษฎา ฮอลล์ ชั้น 1, เมืองสุขสยาม และริเวอร์ พาร์ค ชั้น G ไอคอนสยาม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.1338 หรือ เฟสบุค ไอคอนสยาม

-(016)

CENTRAL คอลแลบเซอร์เรียลอาร์ติสต์ดัง ‘JCCHR’ ครีเอต ‘8 กระต่ายมหามงคล’ ฉลองเทศกาลตรุษจีน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/704556

CENTRAL คอลแลบเซอร์เรียลอาร์ติสต์ดัง ‘JCCHR’ ครีเอต ‘8 กระต่ายมหามงคล’ ฉลองเทศกาลตรุษจีน

CENTRAL คอลแลบเซอร์เรียลอาร์ติสต์ดัง ‘JCCHR’ ครีเอต ‘8 กระต่ายมหามงคล’ ฉลองเทศกาลตรุษจีน

วันจันทร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2566, 13.58 น.

ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ฉลองเทศกาลตรุษจีนสุดยิ่งใหญ่ต้อนรับปีกระต่ายทอง จับมือนักวาดภาพประกอบชื่อดัง แนน–จิดาภา จันทร์สิริสถาพร ร่วมสร้างสรรค์งานศิลปะสุดงดงามและเต็มไปด้วยความหมาย กับธีม “8 กระต่ายมหามงคล” ผ่านการวาดมือและดิจิทัลเพนต์ ในแคมเปญ “CENTRAL THE GREAT CHINESE NEW YEAR 2023” เปิดจุดเช็คอินให้ลูกค้าห้างเซ็นทรัลได้มาถ่ายรูปรับความโชคดีกันอย่างเต็มอิ่มทั้งกับ Pop-up ดิสเพลย์สุดชิคที่ห้างเซ็นทรัลชิดลม, ลาดพร้าว, บางนา, ปิ่นเกล้า และเซ็นทรัล แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ตลอดจนกิจกรรม Interactive AR และการเพนต์กระต่าย

เซรามิกเพื่อครีเอตของที่ระลึกในสไตล์ของคุณเอง ตอกย้ำการเป็นจุดหมายแห่งการเฉลิมฉลองที่ดีที่สุดในทุกเทศกาล (The Best Festive Destination of All Time) โดยห้างเซ็นทรัลตั้งใจจะมอบประสบการณ์สุดพิเศษผ่านกิจกรรมและช่องทางช้อปปิ้งใหม่ ๆ เพื่อสร้างความสุขแก่ลูกค้าตลอดทั้งปี

“JCCHR” หรือ แนน–จิดาภา จันทร์สิริสถาพร ผู้รับหน้าที่สร้างสรรค์ผลงาน “8 กระต่ายมหามงคล” เล่าว่า “แนวคิดหลักของการออกแบบมาจากนิทานพื้นบ้านเรื่องเกี่ยวกับกระต่าย ที่เสียสละตัวเองเพื่อเป็นของขวัญแก่เทพเจ้า ด้วยความกล้าหาญนั้นทำให้กระต่ายได้รับพรและได้ไปอาศัยบนดวงจันทร์ จากไอเดียนี้แนนจึงอยากให้ปีนี้เป็นปีที่กระต่ายเดินทางกลับมายังโลกเพื่อส่งต่อพรอันเป็นมงคลแก่ทุกคน โดยดีไซน์ให้เป็นพาเหรดของ 8 กระต่ายที่แต่ละตัวจะมีคาแรกเตอร์ สีสัน และของมงคลประจำตัวที่แตกต่างกัน เพื่อนำมามอบเป็นของขวัญแก่ลูกค้าของห้างเซ็นทรัลในวันตรุษจีนปีนี้ค่ะ”

การออกแบบให้กระต่ายทั้งหมดมี 8 ตัวเนื่องจากเลข 8 ถือเป็นเลขนำโชคของจีน รวมถึงพ้องเสียงกับความหมายในเชิงบวก จึงเหมาะสำหรับนำมาใช้สื่อถึงความเป็นสิริมงคลและความสุขอันไม่มีสิ้นสุด โดยกระต่ายแต่ละตัวจะถือไอเท็มมงคลที่แตกต่างกัน ได้แก่

• ลูกท้อ ต้นไม้ที่ทุกส่วนล้วนมีความหมายมงคล เช่น ดอกท้อสื่อถึงโชคลาภ ผลท้อสื่อถึงความอมตะและความเยาว์วัย ต้นท้อหมายถึงอายุยืนยาว ส่วนกลีบดอกท้อแทนความรักและความสุข

• เครื่องราง ชาวจีนนิยมใช้ของตกแต่งบ้านที่มีสีทอง สีเงิน และสีแดง และเป็นรูปลักษณ์สิ่งของมงคลอย่างเรือสำเภาหรือปลา เพราะเชื่อว่าจะช่วยเสริมบารมี หน้าที่การงาน โชคลาภ และความสุข

• พัด คำว่าพัดในภาษาจีนออกเสียงว่า “ซ่าน” ซึ่งแปลว่าเมตตากรุณา คนจีนยังชอบให้พัดเป็นของขวัญแก่กัน เพราะเชื่อว่าจะช่วยพัดเงินทองให้ไหลมาเทมา

• ทอง ชาวจีนเชื่อว่าทองคือตัวแทนของพลัง อำนาจ และโชคลาภ คนจีนส่วนใหญ่ชอบให้ทองแก่กันเพราะถือเป็นสิ่งมีค่าและยิ่งเก็บไว้ก็จะยิ่งมีมูลค่าสูงขึ้น

• ส้ม ผลไม้มงคลที่นิยมให้ผู้หลักผู้ใหญ่ในวันตรุษจีน เพราะคำว่าส้มออกเสียงในภาษาจีนว่า “ไต้กิก” ประกอบด้วยอักษรที่มีความหมายทองและโชคดี

• ดอกโคมจีน คำในภาษาจีนคือ “เติงหลงฮวา” เป็นตัวแทนของความสว่างไสวโชติช่วง ความเจริญรุ่งเรือง และสิริมงคล

• ดอกโบตั๋น สัญลักษณ์ของมงคลหลายประการ ทั้งความมั่งคั่งร่ำรวย ความซื่อสัตย์ โชคลาภ ความเมตตา ความภาคภูมิและเกียรติยศ รวมถึงความเคารพและการให้เกียรติซึ่งกันและกัน

• กระดาษอักษรฟู ศิลปะกระดาษรูปข้าวหลามตัด เขียนอักษรมงคล “ฟู” นิยมนำมาตกแต่งเหนือประตูบ้านเพื่อเรียกโชคลาภและความสุขแก่ครอบครัว 

แนน–จิดาภา อธิบายถึงโปรเจ็กต์ซึ่งใช้เทคนิคผสมระหว่างงาน Traditional และ Digital รวมถึงการเพนต์ด้วยสีอะครีลิคบนแคนวาสในครั้งนี้ว่า “แนนอยากให้สีสันออกมาโทนสว่างและสดใส โดยใช้โทนสีส้มเป็นหลักค่ะ เพราะถึงแม้เหล่ากระต่ายจะเดินทางลงมาพร้อมกับดวงจันทร์ในยามค่ำคืน แต่ก็อยากให้เป็นค่ำคืนที่มีบรรยากาศสดใสและอบอุ่นด้วยคำอวยพรจากเหล่ากระต่ายและดวงจันทร์ ซึ่งนำพาความสว่างไสว ความสดชื่น และความมีชีวิตชีวามาสู่วันตรุษจีนปีนี้ค่ะ”

แนน–จิดาภา จันทร์สิริสถาพร ศิลปินสาวผู้ชื่นชอบการถ่ายทอดอารมณ์ที่ลึกซึ้งหรือจับบรรยากาศของสิ่งเหล่านั้นมาตีความในเชิงนามธรรม วาดภาพดอกไม้และพืชพันธุ์ต่าง ๆ จากมุมมองและจินตนาการของตัวเอง ถ่ายทอดออกมาเป็นสไตล์เซอร์เรียล เพื่อเปิดโอกาสให้คนดูได้ตีความเองอีกทีหนึ่งมากกว่าแค่แสดงให้เห็นถึงความงามตามธรรมชาติทั่วไป JCCHR ใช้เทคนิคที่หลากหลายในการวาดภาพ ทั้งการวาดมือ ร่างเส้นด้วยดินสอ ลายเส้นที่เป็นเอกลักษณ์ ผสมผสานเข้ากับเทคนิคดิจิทัลเพนต์เพื่อสร้างเอกลักษณ์ให้กับงานของเธอเอง

JCCHR สำเร็จการศึกษาจากคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และเดินทางไปศึกษาต่อที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งในระหว่างเรียนที่นั่นเธอได้มีโอกาสทำงานให้กับ Samsung Japan ในปี พ.ศ. 2560 จนเป็นที่ยอมรับในฐานะศิลปินที่ผสมผสานงานวาดมือแบบ Drawing เข้ากับการเพนต์ดิจิทัลเพื่อสร้างสรรค์ลายเส้นและสีสันสุดเซอร์เรียลในโทนสีที่อ่อนหวานและชวนจินตนาการ

“สำหรับการร่วมงานกับห้างเซ็นทรัลครั้งนี้ แนนรู้สึกสนุกและเต็มที่มากค่ะ เพราะว่าเป็นคอนเซ็ปต์แนวแฟนตาซีที่เราถนัดอยู่แล้ว จึงสนุกกับการตีความและการวาดคาแรกเตอร์มาก ๆ โดยเฉพาะในรายละเอียดต่าง ๆ ซึ่งเราให้ความสำคัญและตั้งใจเก็บรายละเอียดมาก รวมถึงการดีไซน์คู่สีให้ออกมาสวยที่สุด เพราะแนนอยากให้เป็นการเปิดศักราชใหม่อย่างยิ่งใหญ่ สวยงาม และอยากให้คนที่ได้เห็นรู้สึกมีชีวิตชีวาค่ะ” แนน–จิดาภา กล่าว

แฟน ๆ เซ็นทรัลสามารถสัมผัสกับงานดีไซน์ “8 กระต่ายมหามงคล” ตลอดช่วงเทศกาลตรุษจีน โดยสามารถเช็คอินถ่ายรูปกันได้ทั้งกับ Pop-up ดิสเพลย์สุดน่ารักและไอเท็มการตกแต่งห้างส่วนต่าง ๆ ในธีมกระต่าย โดยมีไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้ ดังนี้ 

ห้างเซ็นทรัลชิดลม ชมความงามของ โคมไฟจีนยักษ์ ผลงานหัตถกรรมจากชุมชนในจังหวัดนครปฐม ห้อยระย้า เล่นระดับอย่างสวยงามที่บริเวณโถงกลางห้างเพื่อความเป็นสิริมงคล

ห้างเซ็นทรัล แอท เซ็นทรัลเวิลด์ พบกับ ศาลาเก๋งจีนสีแดง 9 ชั้น สูงกว่า 14 เมตรลอยเด่นตระหง่านกลางห้าง

ห้างเซ็นทรัลลาดพร้าว ชวนคุณย้อนยุคด้วยขบวน จักรยานจีนโบราณ ที่ตกแต่งอย่างสวยงาม

ห้างเซ็นทรัลบางนา พบกับ กันสาดจากสะดึงไม้ไผ่ ตกแต่งด้วยลวดลายกระต่ายมหามงคล

ห้างเซ็นทรัลปิ่นเกล้า พบกับ กรงนกสีส้ม พร้อมประดับตกแต่งด้วยพู่ปอมปอมจากไหมพรมแสนน่ารัก

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเอาใจสายคอนเทนท์กับ “Lucky AR Snap” ให้ทุกคนได้สนุกกับคาแรกเตอร์ของกระต่ายแสนน่ารักที่ออกมาให้คุณได้ถ่ายรูปร่วมเฟรมแชร์ลงโซเชียลที่จุด AR ห้างเซ็นทรัลทุกสาขา รวมถึงกิจกรรม “Paint A Bunny” ระบายสีตุ๊กตากระต่ายในสไตล์ของตัวเอง เฉพาะห้างเซ็นทรัลชิดลม, เซ็นทรัล แอท เซ็นทรัลเวิลด์, บางนา, ปิ่นเกล้า และลาดพร้าว (ระหว่างวันที่ 21 ม.ค. 66 – 22 ม.ค. 66) พิเศษ! ผู้ถือบัตร Central The1 Credit Card รับปฏิทินจีนมงคล 2566 ที่ออกแบบโดย แนน – จิดาภา จันทร์สิริสถาพร ฟรี! ที่ห้างเซ็นทรัลทุกสาขา ในวันที่ 22 ธ.ค. 66 เท่านั้น

พบความสุขสมหวังตลอดปีกระต่ายทองกับงานฉลองตรุษจีนสุดยิ่งใหญ่ได้ที่ “THE GREAT CHINESE NEW YEAR 2023” ที่ห้างเซ็นทรัลและศูนย์การค้าเซ็นทรัลทุกสาขา หรือช้อปสุดคุ้มกับโปรโมชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ Central App, บริการ Central Chat & Shop แอดไลน์ @Centralofficial รวมถึง Central Call & Shop และบริการผู้ช่วยส่วนตัว Central Personal Shopper โทร.1425 และเฟซบุ๊กห้างเซ็นทรัลที่ facebook.com/CentralDepartmentStore และติดตามข่าวสารกิจกรรมและโปรโมชั่นของศูนย์การค้าเซ็นทรัล ได้ที่เฟซบุ๊ก CentralPattana

-(016)

รู้จัก Multidisciplinary Team (MDT) เพื่อการรักษามะเร็งอย่างตรงจุด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/704395

รู้จัก Multidisciplinary Team (MDT) เพื่อการรักษามะเร็งอย่างตรงจุด

รู้จัก Multidisciplinary Team (MDT) เพื่อการรักษามะเร็งอย่างตรงจุด

วันจันทร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

การรักษาโรคมะเร็งในอดีต ผู้ป่วย 1 คน จะมีแพทย์เจ้าของไข้เพียงคนเดียวที่ทำหน้าที่ในการตรวจ วินิจฉัย และวางแผนการรักษา แต่ปัจจุบันด้วยวิวัฒนาการทางการแพทย์ก้าวหน้าไปมากจึงมีการรักษามะเร็งด้วยระบบMultidisciplinary Team เพื่อวางแผนการรักษาผู้ป่วยมะเร็งอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

นายแพทย์ณัฐชดล กิตติวรารัตน์อายุรแพทย์เฉพาะทางด้านมะเร็งวิทยาโรงพยาบาลเวชธานี อธิบายว่าMultidisciplinary Team หรือ MDT คือการรักษาโรคมะเร็งโดยแพทย์เฉพาะทางหลากหลายสาขาร่วมกันวิเคราะห์ข้อมูลผู้ป่วยและวางแผนแนวทางการรักษาที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสมที่สุดให้กับผู้ป่วย

ในทุกๆ การรักษาผู้ป่วยมะเร็ง MDT ของศูนย์มะเร็ง โรงพยาบาลเวชธานี ซึ่งประกอบไปด้วยสหสาขาวิชาชีพ จะทำการแลกเปลี่ยนข้อมูล ระดมความรู้เฉพาะทาง และร่วมประชุมผ่าน Vejthani Tumor Board Conference ทุกสัปดาห์ เพื่อวางแนวทางการรักษาของผู้ป่วยแต่ละรายอย่างเหมาะสม ให้เกิดความแม่นยำ และรวดเร็วในการรักษา โดยจะถกข้อมูลในด้านผลดี ผลเสีย การคาดหวังของการรักษา และการคาดการณ์ถึงผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการรักษา รวมถึงการวางแผนดูแลผู้ป่วยหลังการรักษา และการให้คำแนะนำในการปฏิบัติตัวของผู้ป่วย พร้อมทั้งวางขั้นตอนการรักษาที่สอดคล้องเป็นระบบ เพื่อเป็นการเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้ป่วยทั้งขณะรักษา และหลังการรักษาเสร็จสิ้น โดยหลังการประชุมจะมีการแจ้งให้ผู้ป่วยและครอบครัวรับทราบแผนการรักษาที่ชัดเจน เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อผู้ป่วยแบบองค์รวม

MDT ประกอบด้วยแพทย์เฉพาะทางในแต่ละสาขาที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งวิทยา และทีมสหสาขาวิชาชีพ ซึ่งมีหน้าที่ในการดูแลคนไข้ตามความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกันดังนี้ 1.ประธานคณะกรรมการ MDT ทำหน้าที่บริหารจัดการทีมแพทย์ เพื่อให้การดูแลคนไข้เป็นไปตามแผนการรักษา 2.อายุรแพทย์เฉพาะทางด้านมะเร็งวิทยา จะเป็นผู้ให้การรักษาทางยาและติดตามผลการรักษา 3.ศัลยแพทย์ทั่วไปและศัลยแพทย์เฉพาะทาง ทำหน้าที่ผ่าตัด และวางแนวทางการผ่าตัดที่เหมาะสม4.สูตินรีแพทย์ด้านโรคมะเร็งทำหน้าที่ผ่าตัดในผู้ป่วยมะเร็งสตรี เช่น มะเร็งรังไข่ มะเร็งปากมดลูก 5.พยาธิแพทย์ ทำหน้าที่ตรวจและวิเคราะห์ชิ้นเนื้อ 6.รังสีแพทย์ด้านการวินิจฉัยภาพรังสี ทำหน้าที่บอกขนาด ตำแหน่ง และระยะของมะเร็ง 7.แพทย์รังสีรักษา ทำหน้าที่วางแผนการรักษาทางรังสี หรือการฉายรังสีให้ผู้ป่วย เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด และเกิดผลข้างเคียงจากการฉายรังสีน้อยที่สุด

8.วิสัญญีแพทย์ ทำหน้าที่ช่วยลดอาการเจ็บปวดทั้งจากการรักษาหรือจากธรรมชาติของตัวโรคด้วยการให้ยา 9.แพทย์โภชนาการและนักโภชนบำบัด ดูแลประเภทของอาหารและสารอาหารที่ควรได้รับ 10.พยาบาลชำนาญการด้านการดูแลผู้ป่วยมะเร็ง ดูแลและให้คำแนะนำต่างๆ อย่างรอบด้าน 11.จิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาคอยดูแลจิตใจและให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด เพื่อให้คนไข้คลายความกังวลและมีพลังใจในการต่อสู้กับโรค12.นักกายภาพบำบัด ออกแบบกิจกรรมและช่วยเหลือผู้ป่วยในการฟื้นฟูร่างกาย 13.เภสัชกรผู้ชำนาญการด้านยารักษามะเร็ง จัดยาและออกแบบยาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยมะเร็ง 14.แพทย์ผู้ชำนาญการด้านพันธุกรรมหรือยีน อ่านค่าการตรวจยีนกลายพันธุ์มะเร็ง รวมถึงดูแลครอบครัวผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงเป็นมะเร็ง

อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยมะเร็งชนิดเดียวกัน ไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษาแบบเดียวกันเสมอไปเพราะฉะนั้น การรักษาด้วย MDT จะช่วยค้นหาแนวทางการรักษาที่เหมาะสมและตรงจุดกับผู้ป่วยรายนั้นๆ อย่างเป็นระบบ

ธ.ไทยเครดิตฯ เสริมแกร่งสร้างพลังการเงินให้คนไทย เปิดตัว ‘มูลนิธิไทยเครดิต’ กับแนวคิด EMpower

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/704386

ธ.ไทยเครดิตฯ เสริมแกร่งสร้างพลังการเงินให้คนไทย  เปิดตัว ‘มูลนิธิไทยเครดิต’ กับแนวคิด EMpower

ธ.ไทยเครดิตฯ เสริมแกร่งสร้างพลังการเงินให้คนไทย เปิดตัว ‘มูลนิธิไทยเครดิต’ กับแนวคิด EMpower

วันจันทร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ธนาคารไทยเครดิต เพื่อรายย่อย จำกัด (มหาชน) เปิดตัว “มูลนิธิไทยเครดิต” ภายใต้แนวคิดหลัก “Empower” เสริมพลังแกร่งสู่สังคม ผ่านโครงการ “ตังค์โตKnow-how” ขยายบทบาทการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมในทุกมิติ ด้วยวิสัยทัศน์ที่มุ่งพัฒนาส่งเสริมสังคมและเศรษฐกิจแก่ผู้ประกอบการรายย่อย ผู้ด้อยโอกาส เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของสังคมไทย เพราะเชื่อมั่นว่าการสร้างความตระหนักรู้และวินัยทางด้านการเงิน จะเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาชีวิต พัฒนาธุรกิจ และชุมชนให้มั่นคงอย่างยั่งยืน จะช่วยลดปัญหาหนี้ครัวเรือนที่เป็นปัญหาใหญ่ระดับประเทศ โดยตั้งเป้าในปี 2566 จะมีผู้เข้าอบรมไม่ต่ำกว่า 50,000 ราย

ภายในงานเปิดตัวมูลนิธิไทยเครดิต ได้รับเกียรติจาก นายวิญญู ไชยวรรณ ประธานกรรมการมูลนิธิฯ และ นายรอย ออกุสตินัส กุนารา รองประธานกรรมการมูลนิธิฯ ให้รายละเอียดเกี่ยวกับมูลนิธิ โดยมีผู้บริหารมูลนิธิฯ อาทิ นายกิตติพันธ์ ศรีวรรณวิทย์ กรรมการและเหรัญญิก, นายวีรเวท ไชยวรรณ กรรมการ, นายนาธัสกฤตวรานนท์ กรรมการ, นายกมลภู ภูริดิฐสกุล กรรมการ และ นางสาวเขมฤทัย อัศวนนท์ เลขานุการมูลนิธิฯ ร่วมงาน

นายวิญญู ไชยวรรณ ประธานมูลนิธิไทยเครดิต เปิดเผยว่า กลุ่มลูกค้าหลักของธนาคารจะเป็นพ่อค้าแม่ค้ารายย่อย จากการติดตามทำให้พบว่าเขาเหล่านี้ไม่มีความรู้ด้านการบริหารจัดการการเงิน ธนาคารจึงได้จัดกิจกรรมลงไปให้ความรู้ในการบริการการเงินเพื่อให้ลูกค้าไม่เป็นหนี้เสีย หรือสร้างหนี้สินเพิ่มเติม ซึ่งจะเป็นการช่วยให้พ่อค้าแม่ค้าที่เป็นลูกค้าของธนาคารฯ ความมั่นคงทางด้านการเงินมากขึ้น ซึ่งเป็นการทำงานที่สอดคล้องกับปรัชญาของธนาคารที่ว่า Everyone Matters ทุกคนคือคนสำคัญ และเพื่อให้การทำงานในด้านนี้มีความเข้มข้นและขยายไปในวงกว้างมากขึ้น ธนาคารจึงได้ก่อตั้ง “มูลนิธิไทยเครดิต” ขึ้น โดยนำแนวคิด “EMpowerการเสริมพลัง” มาเป็นแกนหลักในการดำเนินงานเพื่อส่งเสริมทักษะด้านการเงินผ่านโครงการ “ตังค์โต Know-how” เพื่อเสริมสร้างพลังแกร่งสู่กลุ่มเป้าหมายทุกภูมิภาคทั่วประเทศ และสู่ชุมชนที่มีคุณภาพชีวิตต่ำกว่าเกณฑ์

“พันธกิจหลักของมูลนิธิฯ ที่สำคัญ ได้แก่ การถ่ายทอดความรู้และทักษะด้านการเงินแก่ผู้ประกอบการรายย่อย เจ้าของกิจการขนาดเล็กเพื่อให้สามารถตัดสินใจด้านการเงินได้อย่างเหมาะสม ให้ความรู้แก่เจ้าของกิจการ ผู้ด้อยโอกาสเพื่อลดความเสี่ยงและกับดักทางการเงินจากกลุ่มมิจฉาชีพและผู้ให้กู้นอกระบบอย่างผิดกฎหมาย ตลอดจนสนับสนุนและส่งเสริมทักษะความรู้แก่เด็กและผู้ด้อยโอกาส ให้ความช่วยเหลือชุมชน และสังคมตามโอกาสความจำเป็น ส่งเสริมและสนับสนุนด้านการพัฒนาชุมชน ศิลปวัฒนธรรม สังคมและสิ่งแวดล้อม” โดยมีเป้าหมายในการดำเนินงาน ได้แก่สร้างสรรค์เนื้อหาส่งเสริมความรู้ทางการเงินที่น่าสนใจ เข้าใจง่าย ทันเหตุการณ์ กลุ่มเป้าหมายสามารถเข้าถึงความรู้ทางการเงินได้โดยง่าย ผ่านการอบรมทั้งในรูปแบบชั้นเรียน และออนไลน์ และพัฒนาเนื้อหาและหลักสูตรความรู้ทางการเงินเพื่อเสริมความแข็งแกร่งทางการเงิน พัฒนาอาชีพ และสร้างรายได้”

นายรอย ออกุสตินัส กุนารา รองประธานมูลนิธิไทยเครดิต กล่าวเสริมว่า การเสริมสร้างความรู้ทางการเงิน จะตอบโจทย์การสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น จากผลสำรวจ 844 ตัวอย่างทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 10 ธันวาคม 2022-3 มกราคม 2023 ผ่านเพจเฟซบุ๊ค “ตังค์โต Know-how” ตามมาตรฐานการสำรวจระดับทักษะทางการเงินของคนไทยตามกรอบของ The Organization for Economic Co-operation and Development (OECD) พบว่าคนไทยมีทักษะทางการเงินอยู่ที่ 79.3% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของ OECD ที่ 60.5% แต่เมื่อวิเคราะห์ในเชิงลึก กลับพบว่าคนไทยมีพฤติกรรมด้านการออมเงินที่เหมาะสมเพียง 55.7% ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของ OECD ที่ 70.4% ในขณะที่คนไทย 80.7% ประสบปัญหาเงินไม่พอใช้ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของ OECD ที่ 35.3% นอกจากนี้ คนไทยอีก 54.6% มักจะมีการกู้ยืมเงินเมื่อเงินไม่พอใช้ ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของ OECD ที่ 25.8%

จากผลสำรวจยังพบกว่า 15.8% เป็นผู้ไม่มีภาระหนี้สิน ในขณะที่คนมีหนี้สินสูงถึง 84.2% โดยเฉลี่ยมีหนี้สินคนละ 296,104 บาท แบ่งเป็นหนี้สินประเภทต่างๆ ได้แก่ จะมีหนี้สินเฉลี่ยต่อคนอยู่ที่ 290,000 บาท สามารถแบ่งสัดส่วนหนี้สินของคนไทยพบว่า เป็นการกู้ยืมเพื่อการลงทุนการทำธุรกิจ 67.5% กู้ยืมเพื่อค่าใช้จ่ายในครัวเรือน 31.9%, กู้ยืมเพื่อที่อยู่อาศัย 17.6% กู้ยืมด้านยานพาหนะ 13.8% และกู้ยืมเพื่อการศึกษา 10.1% ซึ่งแหล่งกู้ยืมจากสถาบันการเงินถูกกฎหมาย 88.9% แต่ยังมีผู้กู้ยืมจากเงินกู้นอกระบบ 11.1%

สิ่งที่น่าเป็นกังวลคือ ผู้มีรายได้ต่ำกว่า 13,000 – 25,000 บาท/เดือน จะมีภาระหนี้สินสูงถึง 75% ของรายได้ ในขณะที่ผู้รายได้สูง 40,000 บาท/เดือนขึ้นไปจะมีภาระหนี้สิน 20%-37% เท่านั้น เมื่อถามถึงรายได้ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา พบว่ามีเพียง 35% เท่านั้นที่รายได้ไม่ลดลง ผู้ที่รายได้ลดลงตั้งแต่ 10% ไปจนถึงรายได้ลดลงมากกว่า 50% สูงถึง 45%

“เมื่อนำมาสรุปผลการสำรวจทักษะทางการเงินของคนไทย พบว่า 52% ฐานะการเงินแข็งแรงมากบริหารจัดการหนี้ได้ดี และอีก 11% ฐานะทางการเงินอยู่ในเกณฑ์ดี สามารถชำระหนี้ได้ตามปกติ สำหรับกลุ่มที่น่าเป็นห่วงคือ กลุ่มผู้ที่กำลังมีปัญหาหนี้สิน เริ่มก่อหนี้เกินตัว รวมถึงผู้ที่มีหนี้สินอยู่ในขั้นอันตราย รวม 37% ที่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขด้วยการลดหนี้ที่ไม่จำเป็น หยุดก่อหนี้ใหม่ และปลดหนี้เก่าที่มีอย่างเร่งด่วนที่สุด จึงเป็นการสะท้อนให้เห็นว่า ควรให้ความสำคัญเรื่องการส่งเสริมความรู้ทางการเงินให้แก่ประชาชน โดยมุ่งเน้นให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการออม รู้จักวิธีการออมเงินที่เหมาะสม รู้จักวิธีการบริหารจัดการรายได้ให้เพียงพอกับค่าใช้จ่าย จัดสรรเงินก่อนใช้ ใช้จ่ายเท่าที่จำเป็นไม่ก่อหนี้สินจนเกินตัว เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาหนี้ครัวเรือนที่เป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ” นายรอย กล่าวสรุป

สำหรับในปี 2566 มูลนิธิไทยเครดิต จะเดินหน้าดำเนินโครงการ “EMpower เพื่อชุมชนที่ยั่งยืน” ในพื้นที่นำร่อง แบบบูรณาการครบทุกมิติ ทั้งการเสริมสร้างความรู้ทางการเงิน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ รวมถึงการส่งเสริมศิลปะ วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างชุมชนที่ดี แข็งแกร่ง มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รวมถึงโครงการ “ตังค์โต Know-how” ที่ธนาคารได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2560 เพื่อส่งมอบความรู้ทางการเงินแก่ผู้ประกอบการรายย่อย ประชาชน เยาวชน รวมทั้งสิ้นกว่า 118,555 ราย จากนี้จะดำเนินโครงการภายใต้มูลนิธิไทยเครดิต เพื่อขยายและครอบคลุมในทุกมิติ และกลุ่มเป้าหมาย เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของทุกคนในสังคม

สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารมูลนิธิไทยเครดิตได้ที่ www.thaicreditfoundation.orgFB Page : ตังค์โต Know-how by Thai Creditและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.02-6975388

คุณแหน : 16 มกราคม 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/704408

วันจันทร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll งานวันสถาปนาสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ครบรอบ 65 ปี 25 ม.ค. 08.00 น. ณ อาคารเบญจรังสฤษฏ์ สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ.5) ของดรับกระเช้าอวยพร กรุณาบริจาคเงินเข้าบัญชี “สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 เพื่อการกุศล” เลขที่บัญชี 021-2-18592-0…

ll ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ เป็นประธานงานปฐมนิเทศผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล รุ่นที่ 6 โดยมี ฉัตรชัย คุณปิติลักษณ์ และ ดร.จักกนิตต์ คณานุรักษ์ ร่วมด้วย ทั้งนี้มีผู้เข้ารับการอบรม เช่น ธวัชชัย ศรีทอง, จุมพฏ วรรณฉัตรสิริ, สมเกียรติ วิริยะกุลนันท์, ณรงค์ ขันติวิริยะกุล, ณัฐพงศ์ ดิษยบุตร, เกศนรี จองโชติศิริกุล, ไขแข เชิดวิศวพันธุ์, จารุพรรณ อินทรรุ่ง, ธานินทร์ พานิชชีวะ, จิรพล ตังทัตสวัสดิ์, ชมนาถ พรสมผล, มรกต ยิบอินซอย, ช้างน้อย กุญชร ณ อยุธยา, ณัฐ เหลืองนฤมิตชัย, ณัฐพล สืบอ่ำ, ธนพล กองบุญมา, ธีรัส บุญ-หลง, ผศ.นพ.บุญชัย หวังศุภดิลก, ประเทือง เผ่าดิษฐ, พีรพงศ์ กรินชัย, ดร.วงกต วิจักขณ์สังสิทธิ์, ดร.ฤทธิกร ภูมิศักดิ์, ดร.ชวลิต นิ่มละออ, ศานิตย์ ภู่บุบผา, ศิริพร วงศ์ตรีภพ, สินีนุช โกกนุทาภรณ์, สุเมธ สุรบถโสภณ, นพ.อภิชาต วชิรพันธ์, อุกฤษฎ์ ตั้งสืบกุล, อติพร ประทีปมงคล, อรรถวิทย์ เฉลิมทรัพยากร, ภญ.สุนทรี ตันติทวีวัฒน์…

ll ข่าวดีของ ภัทร บัญญัติปิยพจน์ บุตร นพ.สุจิตร์ บัญญัติปิยพจน์ และ ทพญ.มณหทัย คงอุไร ที่จะฉลองมงคลสมรสกับ เปรมิกา วงศ์เจริญรัตน์ บุตรี บรรพต-เพชรรัตน์ วงศ์เจริญรัตน์ 29 ม.ค.นี้ 11.30 น. ณ รร.โฟร์ซีซันส์ กรุงเทพฯ แอท เจ้าพระยาริเวอร์…

ll แม้ภารกิจมากแต่ ผศ.(พิเศษ) ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์ ก็ยังจัดสรรเวลาไปบรรยายให้หลักสูตร MBA in Marketing ของ คณะบริหารฯ มช. ตามคำเชิญของ รศ.ดร.นฤมล กิมภากรณ์…

ll สภากาชาดไทย เชิญบริจาคและบูชา “พระไภษัชยคุรุไวฑูรยประภาตถาคตพุทธเจ้า” พระพุทธเจ้าบรมครูแห่งการแพทย์รูปหล่อลอยองค์ เนื้อบรอนซ์ รมดำซาตินจัดสร้าง 19,999 องค์ บูชาองค์ละ 900 บาทเหรียญแบน องค์นูน เนื้อทองแดง จัดสร้าง 1 แสนองค์ บูชาองค์ละ 200 บาท เพื่อนำเงินรายได้สมทบทุนโครงการก่อสร้าง “อาคารศูนย์บูรณาการบริการด้านการแพทย์และสาธารณสุขโรงพยาบาลจุฬาฯ สภากาชาดไทย” ร่วมบริจาคและบูชาได้ที่ ฝ่ายหารายได้และกิจกรรม สำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย ตึกอำนวยนรธรรมชั้น 1 โทร.02-2564623 www.bhaisajyaguru.redcross.or.th…

ll มิตรสหายร่วมยินดีกับ รศ.ดร.นพพร ลีปรีชานนท์ ที่ได้เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการองค์การพิพิธภัณฑ์…

ll วันเกิดปีนี้ โปรพริม-พริมา ธรรมมารักษ์ สุดปลื้มที่หลานชายน้อยทั้งสอง สิรภัทร-พีรวิชญ์ ศรีสุกใส ขอไปใส่บาตรเป็นเพื่อนคุณน้าในวันเกิด ณ วัดยานนาวา…

ll หลังจากฟิตซ้อมร่างกายมาหลายเดือน ในที่สุดหลังปีใหม่ ธนะชัย กุลสมบูรณ์สินธ์ ก็ได้เดินขึ้นยอดดอยหลวงเชียงดาว โดยใช้เวลาเดินพิชิตยอดเขาถึง 5 ชม. พร้อมอยู่นอนเต็นท์ ดูดาว ทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นบนยอดเขาสูงถึง 2,225 ม. วิวสวยงามมาก สมความตั้งใจแน่วแน่ของเจ้าตัว โดยขาลงใช้เวลาเดินกว่า 2 ชม. …ll

คุณแหน

หลงใหลไปกับเสน่ห์อาหารจีนคอนเซ็ปต์ใหม่‘PengYou Cuisine & Specialty Bar’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/704375

หลงใหลไปกับเสน่ห์อาหารจีนคอนเซ็ปต์ใหม่‘PengYou Cuisine & Specialty Bar’

หลงใหลไปกับเสน่ห์อาหารจีนคอนเซ็ปต์ใหม่‘PengYou Cuisine & Specialty Bar’

วันจันทร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เปิดตัวต้อนรับเทศกาลตรุษจีนปีกระต่ายอย่างเป็นทางการ กับร้านอาหารจีนแห่งใหม่สไตล์โมเดิร์น PengYou Cuisine & Specialty Bar (เผิงโหย่ว คูซีน แอนด์ สเปเชียลตี้บาร์) ย่านพระราม 9 ในคอนเซ็ปต์ Creative Modern Chinese- Cantonese Cuisine & Bar ที่จะเปลี่ยนภาพคุ้นชินของร้านอาหารจีนที่คุ้นตาและเมนูอาหารจีนสไตล์กวางตุ้ง-ฮ่องกงที่คุ้นเคย ให้กลายเป็นเมนูสุดพิเศษด้วยวัตถุดิบพรีเมียมจากทุกมุมโลก พร้อมการตกแต่งร้านอาหารที่ตอบโจทย์นักชิมทุกวัย ชวนหลงใหลไปกับเสน่ห์ของอาหารจีนสุดโมเดิร์นด้วยประสบการณ์การรับประทานอาหารแบบใหม่ที่ไม่ซ้ำใครพิเศษฉลองเทศกาลตรุษจีนปี 2566 กับเซตเมนูสำหรับครอบครัว PENGYOU “XIN NIAN HAO 2023”

ที่มาของร้านอาหาร PengYou (เผิงโหย่ว) ซึ่งในภาษาจีน แปลว่า “เพื่อน” เกิดจากความตั้งใจในการสร้างสรรค์พื้นที่แห่งนี้ให้เป็นตัวแทนของช่วงเวลาแห่งมิตรภาพระหว่างเพื่อน ครอบครัวหรือคนใกล้ชิด ผ่านมื้ออาหารและการบริการที่คัดสรรพิเศษ พร้อมกับบรรยากาศร้านอาหารจีนที่มีคาแร็กเตอร์ใหม่ สอดแทรกสไตล์ Modern Chinese-Cantonese Cuisine ลงไปในทุกรายละเอียด

เชฟผู้มากฝีมือมากและมากประสบการณ์ด้านการทำอาหารจีนมากว่า 25 ปี คัดสรรเมนูอาหารสุดพิเศษกับรสชาติอาหารจีนแบบใหม่ไม่ซ้ำใคร ผ่านวัตถุดิบพรีเมียมจากทุกมุมโลก และการนำเสนอที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ โดยยังคงจุดเด่นของมื้ออาหารที่จะทำให้ได้ใช้ช่วงเวลาแห่งมิตรภาพไปด้วยกัน เมนูแนะนำ อาทิ พระกระโดดกำแพง, เกี๊ยวไข่กุ้งซุปหมูแฮมฮ่องกง, หมูแดงฮ่องกง, หมูกรอบฮ่องกง,เป็ดปักกิ่ง และเมนูอื่นๆ อีกมากมาย

นักดื่มห้ามพลาดเครื่องดื่มสไตล์เฉพาะตัวกับ Single Malt Bar บาร์เรียบหรูที่มาพร้อมความโดดเด่นในการคัดสรรซิงเกิลมอลต์จากทุกมุมโลก ตกแต่งในสไตล์แกสบี้ และไม่จำกัดแต่เฉพาะนักดื่มซิงเกิลมอลต์เท่านั้น ยังมีไวน์คุณภาพที่บรรจงเลือกสรรมาแล้วสำหรับคอไวน์ตัวจริง และ Café Hoppingที่เสาะหาค็อกเทลและม็อกเทลเก๋ๆ ที่มีส่วนผสมของเครื่องเทศจีนแบบลงตัว 

ต้อนรับปีใหม่และเทศกาลตรุษจีนปี 2566 กับเซตเมนูอาหารสุดพิเศษ PENGYOU “XIN NIAN HAO 2023” เซตอาหารสำหรับครอบครัวด้วยเมนูสุดพิเศษและวัตถุดิบระดับพรีเมียม อย่าง ไก่แช่เหล้า, ซุปหูฉลามน้ำแดง, บาร์บีคิวรวม, เนื้อปูผัดขิงต้นหอม, หอยเชลล์ญี่ปุ่นผัดถั่วแมคคาเดเมีย,เป๋าฮื้อผัดซอส XO และเมนูอื่นๆ อีกมากมายรังสรรค์มาให้ทุกคนสามารถออกแบบเมนูที่ชอบได้ด้วยตัวเองให้พิเศษยิ่งกว่ามื้อไหนๆ ในราคา 19,999 บาท สำหรับ 10 ท่าน พร้อมรับอั่งเปาของขวัญสุดพิเศษ ตั้งแต่วันที่ 16-31 มกราคม 2566 

นอกจากนี้ ยังสามารถสั่งชุดอาหารสำหรับไหว้เจ้าในราคาเริ่มต้น6,999-9,999 บาท มีให้เลือก 2 เซต ได้แก่ SET A ราคา 9,999 บาท ประกอบไปด้วย เป็ดพะโล้พร้อมเครื่องใน,ไก่ต้มพร้อมเครื่องใน, หมูแดงบาร์บีคิวเส้น,ปลาหิมะนึ่งซีอิ๊ว, ซุปเยื่อไผ่เกี๊ยวไข่กุ้ง, ผักขมหม้อดินไข่ 3 อย่าง, กุ้งกระจก,ผัดหมี่ซั่วมงคล และบัวลอยน้ำขิงแปะก๊วย และ SET B ราคา 6,999 บาท ประกอบไปด้วย เป็ดพะโล้พร้อมเครื่องใน, ไก่ต้มพร้อมเครื่องใน, หมูแดงบาร์บีคิวเส้น, ปลาหิมะนึ่งซีอิ๊ว, ผักขมหม้อดินไข่ 3 อย่าง และผัดหมี่ซั่วมงคล รวมถึงเมนูซิ่วท้อมงคลไส้ครีมจำนวน 9 ลูกในราคา 1,290 บาท ตั้งแต่วันที่ 16-22 มกราคม 2566 

ร้านอาหารจีนสไตล์โมเดิร์น PengYou Cuisine & Specialty Bar (เผิงโหย่ว) ตั้งอยู่ในซอยพระรามเก้า 41 เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00-23.00 น. สำรองที่นั่งโทร.061-1611682 หรือ Line OA : @pengyou ดูรายละเอียด เพิ่มเติมได้ทาง Facebook : https://www.facebook.com/pengyou.bkk Instagram: https://www.instagram.com/pengyoubkk/

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ มอบทุนการศึกษาเด็กพิการ และเด็กเยาวชนที่ยากไร้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/704382

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ มอบทุนการศึกษาเด็กพิการ และเด็กเยาวชนที่ยากไร้

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ มอบทุนการศึกษาเด็กพิการ และเด็กเยาวชนที่ยากไร้

วันจันทร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สมาคมสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดพิธีมอบทุนการศึกษาเด็กพิการ และเด็กเยาวชนที่ยากไร้ โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล มีเด็กพิการ และเด็กเยาวชนที่ยากไร้ รับทุนรวมทั้งสิ้น 360 ทุน เป็นเงิน 2,9000,000.- บาท โดยมี พลตรีหญิง คุณหญิงอัสนีย์ เสาวภาพ ประธานสมาคมสภาสังคมสงเคราะห์ฯ เป็นประธานในพิธี ณ ห้องประชุมชั้น 3ตึกนวมหาราช สมาคมสภาสังคมสงเคราะห์ฯ แยกตึกชัย ถนนราชวิถี กรุงเทพฯ

ทั้งนี้ ประธานในพิธี พลตรีหญิง คุณหญิงอัสนีย์ เสาวภาพ ประธานสมาคมสภาสังคมสงเคราะห์ฯ ได้กล่าวในพิธีมอบทุนการศึกษาในครั้งนี้ว่า “สมาคมสภาสังคมสงเคราะห์ฯ ได้ให้ความสำคัญกับการศึกษาของเด็กพิการ และเด็กเยาวชนที่ยากไร้เป็นอย่างมาก จึงได้จัดหาทุนการศึกษาให้แก่คนพิการและเด็กเยาวชนที่ยากไร้เป็นประจำทุกปี ขอให้ลูกหลานทุกคนที่ได้รับทุนตั้งใจศึกษาเล่าเรียน ประพฤติปฏิบัติตนเป็นคนดี ห่างไกลยาเสพติด และอบายมุขทั้งปวง เคารพเชื่อฟังและปฏิบัติตามคำสั่งสอนของบิดามารดา ครูอาจารย์ จะได้เป็นกำลังสำคัญของครอบครัว สังคม และประเทศชาติต่อไป”

สมาคมสภาสังคมสงเคราะห์ฯ ดำเนินงานด้านการส่งเสริม และสนับสนุนเด็กและเยาวชนที่ยากไร้ทั่วประเทศ ทั้งที่เป็นคนพิการ และคนปกติให้มีโอกาสได้รับการศึกษา เพื่อมีความรู้ ความสามารถ ในการพัฒนาตนเอง ดำรงชีวิตตามสมควรแก่อัตภาพ เป็นกำลังของครอบครัว ไม่เป็นภาระของสังคม โดยให้ทุนการศึกษาแก่คนพิการ บุตรของคนพิการ และเด็กเยาวชนที่ยากไร้ ตั้งแต่ระดับอนุบาล ถึงระดับอุดมศึกษา ซึ่งในปี 2565 ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เป็นเงิน 2,900,000.- บาท (สองล้านเก้าแสนบาทถ้วน) ดังนี้ ระดับอนุบาล จำนวน 5 ทุน ทุนละ 3,000.- บาท, ระดับประถมศึกษา จำนวน 112 ทุน ทุนละ 5,000.- บาท, ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 79 ทุน ทุนละ 7,000.- บาท, ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 63 ทุน ทุนละ 9,000.- บาท, ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ จำนวน 18 ทุน ทุนละ9,000.- บาท, ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงจำนวน 12 ทุน ทุนละ 10,000.- บาท, ระดับอุดมศึกษา จำนวน 71 ทุน ทุนละ 13,000.- บาท รวมทั้งสิ้น 360 ทุน ทั้งนี้เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2565 ที่ผ่านมา สมาคมสภาสังคมสงเคราะห์ฯ ได้มอบทุนการศึกษาให้แก่คนพิการ และเด็กเยาวชนที่ยากไร้ที่ศึกษาในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล จำนวน 55 ทุน เป็นทุนการศึกษาระดับต่างๆ ดังนี้ ระดับประถมศึกษาจำนวน 9 ทุน,ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 8 ทุน, ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 11 ทุน, ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ จำนวน 4 ทุน, ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง จำนวน 5 ทุน และระดับอุดมศึกษา จำนวน 18 ทุน สำหรับผู้ขอรับทุนที่อยู่ในต่างจังหวัด สมาคมสภาสังคมสงเคราะห์ฯ จะดำเนินการโอนเงินทุนการศึกษาให้ผู้ขอรับทุนต่อไป

พล.ต.หญิง คุณหญิงอัสนีย์ เสาวภาพ ประธานสมาคมสภาสังคมสงเคราะห์ฯ เป็นประธานในพิธีมอบทุน การศึกษาเด็กพิการ และเด็กเยาวชนที่ยากไร้ โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยมี คณะกรรมการสมาคมสภาสังคมสงเคราะห์ฯ ศิริพร คัมภีรยส ผู้ช่วยเลขาธิการ, วิไลวรรณ ลายถมยา กรรมการอำนวยการ, พ.ต.อ.ดร.อัครพล บุณโยปัษฎัมภ์ ผู้ตรวจสอบภายใน, รัชนี วัชรีวงศ์ ณ อยุธยา เลขาธิการ, พล.ต.หญิง อัญชลี ฤกษ์งาม รองเลขาธิการ และ วราภรณ์ ชมกลิ่น ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ร่วมในพิธี

พล.ต.หญิง คุณหญิงอัสนีย์ เสาวภาพ ประธานสมาคมสภาสังคมสงเคราะห์ฯ เป็นประธานในพิธีมอบทุน การศึกษาเด็กพิการ และเด็กเยาวชนที่ยากไร้ โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยมี คณะกรรมการสมาคมสภาสังคมสงเคราะห์ฯ ศิริพร คัมภีรยส ผู้ช่วยเลขาธิการ, วิไลวรรณ ลายถมยา กรรมการอำนวยการ, พ.ต.อ.ดร.อัครพล บุณโยปัษฎัมภ์ ผู้ตรวจสอบภายใน, รัชนี วัชรีวงศ์ ณ อยุธยา เลขาธิการ, พล.ต.หญิง อัญชลี ฤกษ์งาม รองเลขาธิการ และ วราภรณ์ ชมกลิ่น ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ร่วมในพิธี

บรรยากาศในพิธีมอบทุนการศึกษาเด็กพิการ และเด็กเยาวชนที่ยากไร้ที่ศึกษาในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล

บรรยากาศในพิธีมอบทุนการศึกษาเด็กพิการ และเด็กเยาวชนที่ยากไร้ที่ศึกษาในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล

วราภรณ์ ชมกลิ่น, ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช, พ.ต.อ.ดร.อัครพล บุณโยปัษฎัมภ์, รัชนี วัชรีวงศ์ ณ อยุธยา, พล.ต.หญิง อัญชลี ฤกษ์งาม และ วิไลวรรณ ลายถมยา ร่วมมอบทุนการศึกษาให้กับเยาวชน

วราภรณ์ ชมกลิ่น, ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช, พ.ต.อ.ดร.อัครพล บุณโยปัษฎัมภ์, รัชนี วัชรีวงศ์ ณ อยุธยา, พล.ต.หญิง อัญชลี ฤกษ์งาม และ วิไลวรรณ ลายถมยา ร่วมมอบทุนการศึกษาให้กับเยาวชน

ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช และ พ.ต.อ.ดร.อัครพล บุณโยปัษฎัมภ์ ร่วมแสดงความยินดีกับเยาวชนที่ได้รับทุนการศึกษา

ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช และ พ.ต.อ.ดร.อัครพล บุณโยปัษฎัมภ์ ร่วมแสดงความยินดีกับเยาวชนที่ได้รับทุนการศึกษา