โอเร็กซ์ เทรดดิ้ง เปิดตัว ‘RHINO’ ตอกย้ำตำนานของผ้าเทปสุขภาพของไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/704397

โอเร็กซ์ เทรดดิ้ง เปิดตัว ‘RHINO’ ตอกย้ำตำนานของผ้าเทปสุขภาพของไทย

โอเร็กซ์ เทรดดิ้ง เปิดตัว ‘RHINO’ ตอกย้ำตำนานของผ้าเทปสุขภาพของไทย

วันจันทร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริษัท โอเร็กซ์ เทรดดิ้งจำกัด บริษัทธุรกิจผู้ผลิตผู้จำหน่ายสินค้าเครื่องมือแพทย์และเวชภัณฑ์ ภายใต้การนำของแม่ทัพใหญ่ นายสวัสดิ์ดอนสกุล ประธานกรรมการบริหาร เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่“RHINO” พร้อมดึง “บัวขาว บัญชาเมฆ” ขึ้นแท่นพรีเซ็นเตอร์คนแรกสะท้อนภาพลักษณ์แบรนด์ ตอกย้ำความเป็นตำนานของผ้าเทปไทย ภายใต้สโลแกน “THE LEGEND OF THAI DRESSING TAPE” ที่อยู่เคียงคู่คนไทยมายาวนานกว่า 42 ปี

อุษณีย์ ธารมณีวงศ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท โอเร็กซ์ เทรดดิ้ง จำกัด กล่าวว่า บริษัท โอเร็กซ์ เทรดดิ้ง จำกัด เป็นบริษัทสายเลือดไทยแท้ ที่ทำธุรกิจเป็นผู้จัดจำหน่ายและกระจายสินค้าด้านยา เวชภัณฑ์ และสินค้าสุขภาพให้แก่โรงพยาบาล ร้านขายยาร้านขายส่ง และร้านค้าอื่นๆ ทั่วประเทศมานานกว่า 42 ปีเป็นผู้ริเริ่มการผลิตและทำตลาดกลุ่มพลาสเตอร์ปิดแผล แผ่นแปะบรรเทาปวด และกลุ่มพลาสเตอร์อื่นๆเป็นรายแรก และประสบความสำเร็จมีชื่อเสียงมาเป็นเวลากว่า 30 ปี ทำให้เรามีความมั่นใจในศักยภาพและความชำนาญในการพัฒนาคุณภาพสินค้าที่ได้ทำมาต่อเนื่อง จึงตัดสินใจเลือกกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้มาสร้างแบรนด์ของเราเองในชื่อว่า “RHINO” (ไรโน) เพื่อคงความเป็นตำนานของผ้าเทปไทย ภายใต้สโลแกน ที่ว่า“THE LEGEND OF THAI DRESSING TAPE” โดยได้รับเกียรติจาก บัวขาว บัญชาเมฆ มาเป็นพรีเซ็นเตอร์คนแรกของทางแบรนด์ ซึ่งจะมาช่วยผลักดันแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นด้วย

สำหรับผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ “RHINO” ประกอบด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์ ได้แก่ Rhinoplast, Rhinopore, Rhinotape, Rhinochamp, Rhinosan, Rhinocast Comfort Spray, Rhinobun Icy Spray, Rhinofilm Spray เป็นต้น ซึ่งแต่ละผลิตภัณฑ์มีคุณสมบัติในการรักษาและการใช้ที่แตกต่างกันออกไป ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต นอกจากนี้ บริษัทยังคงเดินหน้าคัดสรรผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพเพื่อส่งถึงมือผู้บริโภคให้ได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐานและแก้ไขปัญหาสุขภาพได้อย่างตรงจุด ผู้สนใจหรือต้องการสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ “RHINO” สามารถสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่ www.orex.co.th หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/RhinoTH

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ เสด็จฯ ทอดพระเนตรการแสดงคอนเสิร์ต ในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/704410

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ เสด็จฯ ทอดพระเนตรการแสดงคอนเสิร์ต ในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ เสด็จฯ ทอดพระเนตรการแสดงคอนเสิร์ต ในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ

วันจันทร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรการแสดงคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ 8 มกราคม 2566 โดย มูลนิธิรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนีออร์เคสตร้าฯ บรรเลงโดยวง RBSO ในรายการ Royal Concert “Gautier Capuçon plays Walton Cello Concerto” พร้อมด้วยศิลปินเดี่ยวเชลโลรับเชิญ โกติเย กาปูว์ชง (Gautier Capuçon) ผู้มีชื่อเสียงชาวฝรั่งเศส อำนวยเพลงโดย Michel Tilkin ผู้อำนวยการด้านดนตรีประจำวง RBSO ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

การแสดงคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา เนื่องในวันคล้ายวันประสูติ ครั้งนี้ ศิลปินเดี่ยวเชลโลชาวฝรั่งเศส ที่มีชื่อเสียงระดับโลก โกติเย กาปูว์ชง (Gautier Capuçon)ได้ร่วมบรรเลงบทเพลง Cello Concerto, Op.68ของ William Walton ซึ่งบทประพันธ์นี้แต่งขึ้นในปีค.ศ.1956 สำหรับนักเชลโลชื่อดัง Piatigorsky ที่มีกลิ่นอายของประเทศอิตาลีตอนใต้แถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งเป็นสถานที่ที่เขาโปรดปรานมากเป็นพิเศษ

โกติเย กาปูว์ชง (Gautier Capuçon) เคยได้รับรางวัลการแข่งขันเดี่ยวเชลโลหลายรายการ อาทิ Maurice Ravel International Academy of Music Competition (1998), Echo Classic Award (2010/2011) นอกจากนี้เขายังได้ร่วมงานกับวาทยกรระดับโลกหลายท่าน อาทิ Bernard Haitink, Pierre Boulez และ Claudio Abbado

รายการเพลงคอนเสิร์ต เริ่มด้วยเพลงโหมโรงชื่อดังจากอุปรากรเรื่อง William Tell ของ Rossini ที่น่าตื่นตาตื่นใจ และปิดท้ายด้วยบทเพลง Scheherazade, Op.35 ของ Rimsky-Korsakov ที่มีการบรรเลงเดี่ยวของ Concertmaster มากที่สุดเพลงหนึ่ง อำนวยเพลงโดย Michel Tilkin ผู้อำนวยการด้านดนตรีประจำวง RBSO

ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ประธาน บี.กริมในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนีออร์เคสตร้าฯ เปิดเผยว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในฐานะองค์อุปถัมภ์ RBSO ทรงตั้งพระทัยมุ่งมั่นที่จะพัฒนาวง RBSO ให้เป็นวงออร์เคสตร้าชั้นนำในภาคพื้นเอเชีย-แปซิฟิก มีความสามารถเทียบเท่าวงออร์เคสตร้าระดับนำในประเทศยุโรป จึงเป็นเป้าหมายของมูลนิธิฯ ในการยกระดับวงดนตรีรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนีออร์เคสตร้า (RBSO) เพื่อก้าวสู่ความเป็นเลิศทางดนตรีในระดับเวิลด์คลาส และเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ โดยให้ความสำคัญในการเสริมสร้างทักษะและพัฒนาศักยภาพของวงอย่างต่อเนื่องและเพิ่มความพิเศษมากขึ้นในปีพ.ศ.2566 นี้

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ไบโอติน สารที่จำเป็นสำหรับร่างกาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/704396

รู้เรื่องยา

วันจันทร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

หลายคนมักจะตั้งต้นปีใหม่ด้วยการตั้งปณิธานปีใหม่ หรือ New Year Resolution เพื่อให้มีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม ปีนี้เรามาตั้งปณิธานปีใหม่ด้วยการดูแลสุขภาพตัวเองให้ดีขึ้นนะครับ เริ่มจากลดละเลิกการนำสิ่งที่ไม่ดีต่อสุขภาพเข้าสู่ร่างกายของเรา แล้วหันมาใส่ใจเรื่องอาหารการกินให้มากขึ้นแต่สำหรับมนุษย์วัยทำงานที่มักจะอ้างว่างานยุ่งมาก จนไม่มีเวลาใส่ใจกับอาหารการกิน ก็ต้องเลิกอ้าง แล้วหันมาใส่ใจตัวเองให้มากขึ้น

บางคนอาจดูแลเรื่องอาหารการกินแล้ว ยังมองหาวิตามินและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารด้วย แต่มีข้อแนะนำว่าก่อนใช้วิตามินหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต่างๆ คุณควรปรึกษาแพทย์ก่อน โดยเฉพาะผู้มีโรคประจำตัว หรือต้องใช้ยาเป็นประจำ ยิ่งต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง

หนึ่งในบรรดาวิตามินหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ถูกพูดถึงเป็นอันดับต้นๆ คือไบโอติน (biotin) โดยเฉพาะในกลุ่มคนมีปัญหาผมร่วง ผมบาง ผมน้อย เพราะเชื่อคำโฆษณาว่าไบโอตินมีส่วนช่วยแก้ปัญหาผมร่วง ดูแลสุขภาพของผิวหนังและเล็บ 

วันนี้ เรามาทำความรู้จักไบโอตินให้มากขึ้นดีกว่าไบโอตินหรือวิตามินบี 7 (วิตามินนี้ละลายน้ำได้) ขึ้นชื่อว่าวิตามินก็คือสารสำคัญที่จำเป็นต่อการทำงานของร่างกาย แต่ทว่าร่างกายไม่ต้องการปริมาณมาก 

ในประเทศสหรัฐอเมริกาแนะนำค่าปริมาณไบโอตินที่พอเพียงในแต่ละวัน (Adequate Intake (AI)) สำหรับคนวัยผู้ใหญ่ต้องการไบโอตินประมาณ 30 ไมโครกรัมต่อวันเท่านั้นส่วนผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์หรืออยู่ระหว่างการให้นมบุตรอาจจะต้องการเพิ่มขึ้นเป็น 35 ไมโครกรัมต่อวัน ซึ่งตามธรรมชาติแล้วสารอาหารชนิดนี้มีที่มาจากไข่แดง เครื่องในสัตว์ ธัญพืช ถั่วเปลือกแข็งต่างๆ รวมถึงผักด้วย 

ไข่ 1 ฟอง มีไบโอตินประมาณ 10 ไมโครกรัม ตับวัว 3 ออนซ์ มีไบโอติน 35 ไมโครกรัม ถั่วประมาณ 1 ถ้วย มีไบโอตินประมาณ 6 ไมโครกรัม อย่างไรก็ตาม ไบโอตินจากอาหารอาจเสื่อมสลายไปบางส่วนเมื่อผ่านความร้อน

หน้าที่หลักของไบโอตินก็คล้ายกับวิตามินบีชนิดอื่นๆ คือ ช่วยกระบวนการเผาผลาญสารอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งคาร์โบไฮเดรตและไขมัน และไบโอตินยังจำเป็นในกระบวนการสร้าง DNA และ RNA ซึ่งเป็นจุดตั้งต้นการสร้างเซลล์ใหม่ รวมถึงโปรตีนเคราติน ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของเส้นผม ผิวหนังและเล็บ จึงเชื่อว่าการรับประทานอาหารเสริมที่มีไบโอตินเป็นส่วนประกอบจะช่วยบำรุงสุขภาพผม ผิว และเล็บให้แข็งแรงขึ้น

อย่างไรก็ตาม ไบโอตินเป็นสารอาหารที่คนปกติมักไม่ค่อยขาด เพราะในลำไส้มีแบคทีเรียประจำถิ่นสามารถสร้างไบโอตินได้เองส่วนหนึ่ง แต่คนที่เสี่ยงการขาดไบโอติน เช่น คนที่บริโภคไข่ดิบปริมาณมากเป็นประจำ เนื่องจากในไข่ดิบมีสารอะวิดิน (avidin) ที่ขัดขวางการดูดซึมของไบโอติน คนที่ใช้ยาปฏิชีวนะต่อเนื่อง ก็มีโอกาสขาดไบโอติน เนื่องจากยาไปทำลายแบคทีเรียในลำไส้ ส่วนยาอื่นที่อาจทำให้ขาดไบโอติน เช่น ยากันชัก เป็นต้น และผู้ที่เป็นโรคพิษสุราเรื้อรัง มีความเสี่ยงที่จะขาดไบโอติน และวิตามินอื่นๆ เนื่องจากแอลกอฮอล์ขัดขวางการดูดซึมของวิตามิน

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไบโอติน มีทั้งแบบเดี่ยว และผสมกับวิตามินหรือแร่ธาตุอื่น ตัวที่นิยมผสมด้วยกัน คือ สังกะสีหรือ zinc เป็นหนึ่งแร่ธาตุจำเป็นที่ร่างกายต้องการในปริมาณน้อย (trace element) แต่มีบทบาทสำคัญต่อการเจริญเติบโตของผมและเล็บ สำหรับผู้มีปัญหาผมร่วง ผมบาง ผมเปราะขาดง่าย จึงนิยมใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสูตรนี้ โดยทั่วไปขนาดของไบโอตินที่อยู่ในสูตรผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจะอยู่ที่เม็ดละ 100-300 ไมโครกรัม ส่วน zinc มี ปริมาณที่ต้องการในผู้ใหญ่ที่สุขภาพดี คือประมาณ 11 มิลลิกรัม แต่อาจผสมในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารประมาณ 25-100 มิลลิกรัม 

เห็นได้ว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมักกำหนดสูตรวิตามินและแร่ธาตุสูงกว่าที่ร่างกายปกติต้องการหลายเท่าแต่สารอาหารเหล่านี้มักมีช่วงการรักษากว้าง ถึงจะบริโภคขนาดสูงกว่าที่ร่างกายต้องการเป็นร้อยเท่า ก็ยังไม่พบอันตรายร้ายแรงในคนที่มีสุขภาพดี แต่ถึงกระนั้น ผู้ใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ก็ต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานสากล โดยตรวจสอบเลขทะเบียนที่ได้รับอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาและต้องสังเกตอาการผิดปกติหลังรับประทานอาหารเสริมด้วย 

เพราะไม่ว่าจะเป็นยาหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร อาจทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ เช่น ไม่สบายท้อง ท้องเสีย ผื่นขึ้นถ้าพบอาการผิดปกติเหล่านี้ต้องหยุดใช้ทันที ส่วนคนที่ใช้แล้วไม่มีอาการผิดปกติ สามารถใช้ต่อเนื่อง โดยจะเริ่มเห็นผลหลังจากการใช้ต่อเนื่องประมาณ 2-3 เดือน แต่ในกลุ่มคนที่ใช้แล้วไม่เห็นผล อาจหมายความว่าสาเหตุของปัญหาไม่ได้เกิดจากการขาดไบโอติน

รศ.ภญ.ดร.ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และ ผศ.ภก.ดร.บดินทร์ ติวสุวรรณ

คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

‘วิทยาลัยนานาชาติ มข.’จัดวิ่งเพื่อการกุศล ‘Music Run Funtiverse’ช่วยผู้ป่วยมะเร็งท่อนํ้าดี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/704400

‘วิทยาลัยนานาชาติ มข.’จัดวิ่งเพื่อการกุศล ‘Music Run Funtiverse’ช่วยผู้ป่วยมะเร็งท่อนํ้าดี

‘วิทยาลัยนานาชาติ มข.’จัดวิ่งเพื่อการกุศล ‘Music Run Funtiverse’ช่วยผู้ป่วยมะเร็งท่อนํ้าดี

วันจันทร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยขอนแก่น พร้อมจัดงานวิ่งการกุศลของโครงการ KKUIC The Insider 9 “Music Run Funtiverse” โดย ผศ.สิริมนพร ทิพสิงห์ คณบดีวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้เล็งเห็นความสำคัญในการมีส่วนร่วมกับชุมชนจึงได้จัดกิจกรรมการกุศลอย่างต่อเนื่อง เฉกเช่นโครงการ KKUIC The Insider ปีที่ 9 ซึ่งทุกปีที่ผ่านมาถือได้ว่าบรรลุวัตถุประสงค์และประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก

โดยปีนี้กลับมาจัดงานวิ่ง เนื่องด้วยสถานการณ์ COVID-19 ในปัจจุบันได้มีการเบาบางลงแล้ว และ มีมาตรการผ่อนปรนจึงสามารถจัดงานวิ่งเพื่อการกุศลในครั้งนี้ได้ โดยวิทยาลัยนานาชาติ มีวิสัยทัศน์ ว่า หล่อเลี้ยงความหลากหลาย คิดค้นนวัตกรรม เสริมสร้าง ความคิดสร้างสรรค์ และก้าวไปข้างหน้าสู่ความเป็นวิทยาลัยสากลระดับโลก จากวิสัยทัศน์ของวิทยาลัยฯ จึงได้สร้างสรรค์กิจกรรมนี้ขึ้นมา

พร้อมกับอุดมการณ์ที่ว่า “No matter who you are, where you from, we unite within diversity.” แม้ว่าทุกคนจะชื่นชอบในแนวเพลงใด เมื่อได้มาร่วมงานของเรา ทุกคนจะมีจุดมุ่งหมายเป็นหนึ่งเดียวกัน ซึ่งกิจกรรมครั้งนี้ ทางวิทยาลัยฯจะมอบรายได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายให้แก่มูลนิธิมะเร็งท่อน้ำดี เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยที่ขาดแคลนโอกาสทางด้านการแพทย์ได้รับการรักษา และ มีการช่วยเหลือให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นต่อไป

รศ.ดร.วัชรินทร์ ลอยลม รักษาการแทนผู้อำนวยการสถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี และเลขาธิการมูลนิธิมะเร็งท่อน้ำดี กล่าวว่า พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบว่ามีผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดีมากที่สุด เนื่องจากพฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิต ผู้เป็นมะเร็งท่อน้ำดีส่วนใหญ่ค่อนข้างขาดทุนทรัพย์ในการรักษา รวมไปถึงค่าใช้จ่ายทั้งก่อน และหลังรักษา กิจกรรมนี้นอกจากจะสร้างความสนุกสนาน และความบันเทิงให้กับผู้เข้าร่วมโครงการ แล้วยังมอบโอกาสในการรักษาและมอบชีวิตใหม่ให้ผู้ป่วย ขอเป็นกำลังใจให้นักศึกษาในการพัฒนาโครงการ KKUIC The Insider ที่ทำเพื่อตอบแทนสังคมในปีนี้ และปีต่อๆ ไป

อาจารย์ลักคณา เฮ้งบริบูรณ์ อาจารย์ที่ปรึกษารายวิชาการสัมมนาทางการตลาดระหว่างประเทศ กล่าวว่า งานวิ่งเพื่อการกุศล “Music Run Funtiverse” เป็นกิจกรรมที่ให้ประโยชน์มากมายมหาศาล ไม่ใช่แค่เพียงการออกกำลังกาย แต่นักศึกษาสามารถสร้างความตระหนักถึงภัยอันตรายจากมะเร็งท่อน้ำดีให้แก่ชุมชนและสังคม สำหรับการบริจาคนี้ ท่านสามารถบริจาคโดยตรงให้กับมูลนิธิได้

แต่หากท่านบริจาคผ่านโครงการนี้ เงินทุกบาทที่ท่านบริจาคจะสามารถช่วยต่อยอด และพัฒนาทักษะต่างๆ ของนักศึกษาในโครงการนี้ได้ ไม่ว่าจะเป็นการนำเอาความรู้ตลอดหลักสูตรมาปรับใช้ในการทำงานจริง ตั้งแต่การวางแผน การแก้ไขปัญหา และ ฝึกการทำงานร่วมกันของนักศึกษา และสามารถประยุกต์ความรู้หลังจากที่ได้ทำโครงการนี้ต่อยอดในอนาคต และส่งต่อสิ่งดีๆให้แก่สังคมต่อไป

นายเกียรติกูล คูชัมภู ประธานโครงการ KKUIC The Insider ครั้งที่ 9 “Music Run Funtiverse” กล่าวว่า โครงการนี้เป็นการวิ่งเพื่อการกุศลในรูปแบบการวิ่งดนตรีครั้งแรกในจังหวัดขอนแก่น เป็นการวิ่งในยามค่ำคืนที่มีแสง สี เสียง เพลงที่เป็นเอกลักษณ์ จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 11 มีนาคม 2566 เวลา 10.00-22.00 น. ณ บึงสีฐาน มหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดภายใต้คอนเซ็ปต์Funtiverse มาจาก Fun คือ Fun Run การวิ่งมินิมาราธอนระยะสั้น และ Tiverse มาจาก Multiverse เป็นเสมือนโลกที่มีความหลากหลายพาทุกท่านเข้าสู่โลกของแนวดนตรีต่างๆ

พร้อมความ สนุกสนาน สำหรับกิจกรรมหลักภายในงาน KKUIC The Insider 9 “Music run Funtiverse”เป็นงานวิ่งที่มี 2 ระยะ มีระยะวิ่ง 5 กิโลเมตร และ 9 กิโลเมตร งานดนตรีที่นำเสนอมี 3 แนว คือ หมอลำ เพลงป๊อป และแนวดนตรี EDM โดยแยกเป็น 3 เวที ตกแต่งตามสไตล์ของแนวเพลงนั้นๆ และมีคอนเสิร์ตสุดพิเศษจากศิลปินชื่อดัง วง Safeplanet

‘บูกีส์ ลา ฟรองเซส์’เทียนหอมของเหล่าเซเลบริตี้ทั่วโลกมาไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/704409

‘บูกีส์ ลา ฟรองเซส์’เทียนหอมของเหล่าเซเลบริตี้ทั่วโลกมาไทย

‘บูกีส์ ลา ฟรองเซส์’เทียนหอมของเหล่าเซเลบริตี้ทั่วโลกมาไทย

วันจันทร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เมซอง แบร์เช่ ปารีส (MaisonBerger Paris) ผู้นำเครื่องหอมสำหรับบ้านระดับพรีเมียมจากประเทศฝรั่งเศส สร้างอากาศบริสุทธิ์ให้ทุกมุมในบ้าน เปิดตัวแบรนด์เทียนหอมระดับพรีเมียม Bougies LA FRANCAISE (บูกีส์ลา ฟรองเซส์) แบรนด์เทียนหอมสัญชาติฝรั่งเศสที่มีชื่อเสียงโด่งดังในยุโรปและมีแฟนคลับเป็นเซเลบริตี้ชั้นนำของโลกมากมายโดยนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ จำนวน 3 คอลเลคชั่น
ซึ่งล้วนรังสรรค์กลิ่นและดีไซน์ที่ตอบโจทย์ทุกเทรนด์การตกแต่งบ้านถ่ายทอดคุณค่าจากฝรั่งเศส ทั้งด้านอารมณ์ ความเชี่ยวชาญ มนต์เสน่ห์และมีความเป็นเอกลักษณ์

นางนนทกานต์ ทัพพะรังสี อึงผู้บริหารแบรนด์ เมซอง แบร์เช่ ปารีสกล่าวว่า “เทียนหอม เป็นไอเทมที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ที่นอกจากจะช่วยตกแต่งห้องให้ดูโดดเด่นมีเอกลักษณ์ มนต์เสน่ห์ของแสงไฟดีไซน์ของเทียนหอม และกลิ่นที่บรรจงสร้างสรรค์ขึ้นมาเป็นพิเศษยังช่วยสร้างบรรยากาศให้สอดคล้องกับอารมณ์ทำให้สนุกกับการแต่งบ้าน และผ่อนคลาย ตามไลฟ์สไตล์ส่วนตัวได้เป็นอย่างดี

นับเป็นโอกาสอันดีที่ เมซอง แบร์เช่ ปารีส ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องหอมสำหรับบ้านจะได้นำเสนอแบรนด์เทียนหอม Bougies LA FRANCAISE (บูกีส์ ลา ฟรองเซส์) แบรนด์เทียนหอมสัญชาติฝรั่งเศส ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในยุโรป และมีแฟนคลับเป็นเซเลบริตี้ชั้นนำของโลกมากมาย เข้ามาสร้างความหอมให้กับทุกมุมบ้านของคุณ ทั้ง 3 คอลเลคชั่น สะท้อนถึงช่วงเวลาของความสุข ความอบอุ่น และการอยู่ร่วมกัน ช่วยให้การตกแต่งบ้านเต็มไปด้วยสีสัน ธรรมชาติ สะท้อนอารมณ์ที่หลากหลายและสนุกสนานยิ่งขึ้น ประกอบไปด้วย Colorama des Lumieres (โคโลรามา เดอ ลูมิแยส์), Lumieres Naturelles (ลูมิแยส์ แนทตูแรลส์) และ Jardin des Lumieres (จาแดง เดอ ลูมิแยส์)”

Bougies LA FRANCAISE (บูกีส์ ลา ฟรองเซส์) เป็นแบรนด์ผู้ผลิตเทียนหอมที่มีความเชี่ยวชาญยาวนานกว่าหนึ่งศตวรรษในประเทศฝรั่งเศส ก่อตั้งในปีค.ศ.1902 ได้รับการพัฒนามาจนถึงรุ่นที่ 5 และได้รับตราสัญลักษณ์ EPV (Entreprise du Patrimoine Vivant-Living Heritage Company) ซึ่งมอบให้แก่บริษัทที่มีความโดดเด่นและมีความคิดสร้างสรรค์ด้วยนวัตกรรมและทรงคุณค่าจากประเทศฝรั่งเศส

Bougies LA FRANCAISE (บูกีส์ ลา ฟรองเซส์) ทั้ง 3 คอลเลคชั่นมีจำหน่ายที่ร้าน Maison Berger Paris ทุกสาขา และทุกช่องทางออนไลน์ Facebook : MaisonBergerThailand LINE : @maisonbergerthai IG : maisonbergerthailand http://www.maisonbergerthailand.com Shopee และ Lazada ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านความหอมที่พร้อมให้บริการถึง 10 สาย สอบถามรายละเอียดโทร.02-6722088

รับพรจากดวงจันทร์ สุขสมหวังปีกระต่ายมหามงคล กับคอลเลคชั่นเครื่องประดับ Rubiesia the Eye of Rabbit

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/704376

รับพรจากดวงจันทร์ สุขสมหวังปีกระต่ายมหามงคล กับคอลเลคชั่นเครื่องประดับ Rubiesia the Eye of Rabbit

รับพรจากดวงจันทร์ สุขสมหวังปีกระต่ายมหามงคล กับคอลเลคชั่นเครื่องประดับ Rubiesia the Eye of Rabbit

วันจันทร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ต้อนรับเทศกาลตรุษจีนกับปีมหามงคล ปีกระต่ายทอง 2023 NGG JEWELLERY เปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่สุดตระการตา “Rubiesia the Eye of Rabbit” ชุดเครื่องเพชร และทับทิม พร้อมด้วยชุดเครื่องหัวทองคำ “The Empire of Swan Paradise” มูลค่ารวมกว่า 105 ล้านบาท พร้อมร่วมมือกับ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์การค้าในเครือเซ็นทรัล จัดงานใหญ่ “The Great Chinese New Year 2023” รับพรจากดวงจันทร์ สุขสมหวังปีกระต่าย กับคอนเซ็ปต์ “นำพาความมงคลทั้งปวงสู่ทุกท่านผ่านปีกระต่ายมหามงคล ให้โชคลาภ ความสุขก้องกังวาล” เพื่อเป็นของขวัญให้กับคนไทยเชื้อสายจีน และส่งความสุขต้อนรับปีกระต่ายทองโดยมีนางเอกแถวหน้าของเมืองไทย แพทริเซีย กู๊ด เป็นผู้สวมใส่โชว์ความสวยงามของเครื่องประดับคอลเลคชั่นนี้

นายวิชา วัฒนเมธา ประธานฝ่ายปฏิบัติการ (Chief Operating officer) บริษัท เอ็นจีจี เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด กล่าวว่า เทศกาลตรุษจีนถือเป็นเทศกาลสำคัญกับคนไทยเชื้อสายจีน เพราะเปรียบเสมือนการเปิดต้นศักราชใหม่ และตามความเชื่อจะนิยมเลือกทองคำมาใช้เป็นเครื่องประดับ เพราะสื่อถึงความมั่งคั่ง ร่ำรวย ซึ่งปีนี้ NGG JEWELLERY ได้รังสรรค์เครื่องประดับสุดอลังการ รวมมูลค่ากว่า 105 ล้านบาทประกอบด้วยชุด “Rubiesia the Eye of Rabbit” ชุดเครื่องประดับเพชรและพลอยทับทิม ตัวเรือนทองคำขาว 18K น้ำหนักทองกว่า 139 กรัม ฝังเพชรน้ำร้อยทั้งหมด 815 เม็ด กว่า 68 กะรัต ประดับด้วยทับทิมรูปไข่สุดงดงาม กว่า 11 เม็ด น้ำหนักกว่า 140 กะรัต ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากปีนักษัตรกระต่ายทองมูลค่า 98 ล้านบาท พร้อมชุดเครื่องหัวทองคำ “The Empire of Swan Paradise” ที่โดดเด่นด้วยปิ่นทองคำแท้ 96.5 เปอร์เซ็นต์ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากหงส์และดอกเหมย ซึ่งเป็นสัญลักษณ์มงคลของชาวจีนที่แสดงถึงความสง่างามมูลค่า 7 ล้านบาท พร้อมจับมือกับเซ็นทรัลพัฒนา จัดงาน “The Great Chinese New Year 2023” เพื่อส่งต่อความสุขต้อนรับปีกระต่ายทอง

“ตรุษจีนปีนี้ NGG JEWELLERY ยังได้ทำคอลเลคชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟเซตทองคำกระต่ายมงคล รวม 8 ตัว น้ำหนักรวม 8 บาท ประกอบด้วยกระต่ายลูกท้อ, กระต่ายของแต่งบ้านมงคล, กระต่ายพัด,กระต่ายทอง, กระต่ายส้ม, กระต่ายดอกโคมจีน, กระต่ายดอกโบตั๋น และ กระต่ายกระดาษฟู เสริมความมั่งมี มูลค่ารวม 244,500 บาท ที่ออกแบบโดย แนน-จิดาภา จันทร์สิริสถาพร ศิลปินนักวาดภาพที่มีลายเส้นเป็นเอกลักษณ์ ด้วยภาพวาดสไตล์เซอร์เรียลด้วย ใครที่กำลังมองหาชุดของขวัญในช่วงเทศกาลตรุษจีนปีนี้ ต้องห้ามพลาดกับการสั่งจอง เซตทองคำกระต่ายมงคลนี้เลย เพื่อส่งต่อสิ่งดีๆ ส่งต่อความร่ำรวย มั่งคั่งและความโชคดีต้อนรับเทศกาลตรุษจีน”

ภายในงาน นางเอกสาว แพทริเซีย กู๊ด ได้สะกดทุกสายตา โดดเด่นและสง่างามด้วยเครื่องประดับจาก NGG JEWELLERYที่ประกอบด้วย ชุดเครื่องประดับเพชรและพลอยทับทิม (Rubiesia The Eye of Rabbit) สุดอลังการ ซึ่งถือเป็น Masterpiece ของ NGG JEWELLERY ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากปีนักษัตรกระต่ายทอง และชุดเครื่องหัวทองคำ (The Empire Of Swan Paradise) ทำให้เครื่องประดับชุดนี้ถูกถ่ายทอดออกมาได้อย่างลงตัวสวยงาม ทั้งความอ่อนช้อยงดงามจากปิ่นทองคำ และความเข้มแข็ง อ่อนโยน แต่แฝงไปด้วยพลัง จากเครื่องประดับเพชรและพลอยทับทิม

แพทริเซีย กู๊ด เผยความรู้สึกว่า “รู้สึกดีใจมากที่ได้มาร่วมงานเพราะเหมือนได้มาอวยพรทุกๆ คนเข้าสู่เทศกาลตรุษจีน และตื่นเต้นสุดกับการสวมชุดเครื่องประดับ Rubiesia the Eye of Rabbit และ The Empire Of Swan Paradise เพราะมีความอลังการ สวย และงดงามมากๆ และเนื่องในตรุษจีน ขอใช้โอกาสนี้ “ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดใช้”คิดหวังสิ่งใดขอให้สมปรารถนา ร่ำรวย มั่งคั่ง เฮง เฮง ตลอดปีและตลอดไปนะคะ”

ใครที่หลงเสน่ห์ของเครื่องประดับอัญมณี สามารถมาชมและช้อปกันได้ที่โซน Atrium ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ จนถึงวันที่ 31 มกราคม 2566

‘Beesanc’โมเดลการเลี้ยงผึ้ง-ชันโรง สู่‘นํ้าผึ้งตามสั่ง’สายพานอาชีพเอื้อชุมชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/704398

‘Beesanc’โมเดลการเลี้ยงผึ้ง-ชันโรง  สู่‘นํ้าผึ้งตามสั่ง’สายพานอาชีพเอื้อชุมชน

‘Beesanc’โมเดลการเลี้ยงผึ้ง-ชันโรง สู่‘นํ้าผึ้งตามสั่ง’สายพานอาชีพเอื้อชุมชน

วันจันทร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

หลังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 พบว่า “น้ำผึ้ง” กลายเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างแพร่หลายเนื่องจากน้ำผึ้งถือเป็นยาอายุวัฒนะ ช่วยเพิ่มความสดชื่นให้แก่ร่างกาย ช่วยต้านทานโรคต่างๆ ได้ดี ทำให้หลายคนหันมาให้ความสนใจและรักษาเรื่องสุขภาพมากขึ้น และจากความต้องการของตลาด ส่งผลให้น้ำผึ้งได้รับความนิยมมากขึ้นร้านค้าต่างๆ ที่เน้นอาหารคลีน เน้นธรรมชาติ เน้นอาหารปลอดสาร เริ่มให้ความสนใจน้ำผึ้งมากขึ้น

รศ.ดร.อรวรรณ ดวงภักดี หัวหน้าศูนย์วิจัยผึ้งพื้นเมืองและแมลงผสมเกสร (Native Honeybee and Pollinator Center) หรือ Bee Park มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (ราชบุรี) (มจธ.ราชบุรี) กล่าวถึงศูนย์วิจัยผึ้งพื้นเมืองและแมลงผสมเกสร ว่า เป็นการนำองค์ความรู้จากงานวิจัยไปต่อยอดขยายผลในเรื่องการสร้างงานสร้างอาชีพให้ชุมชนด้วยการเลี้ยงผึ้งและชันโรงกระจายสู่ชาวบ้านในพื้นที่

การทำงานดังกล่าวภายใต้ บีแซงโมเดล (Beesanc Model) ซึ่งมีแนวคิดในเรื่องธุรกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) มีเป้าหมายหลักในการแก้ปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยใช้การบริหารจัดการของภาคธุรกิจบวกกับความรู้จากงานวิจัยและนวัตกรรมสังคมเป็นกลไกหลักในการกระบวนการผลิต พัฒนา สร้างน้ำผึ้งพื้นเมืองมูลค่าสูงที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ

“นอกจากเป็นชื่อแบรนด์แล้ว Beesanc ยังเป็นโมเดลการเลี้ยงผึ้งพื้นเมืองไทยที่เป็นการนำองค์ความรู้จากการวิจัยมาประยุกต์ใช้ในการออกแบบคุณลักษณะน้ำผึ้งที่ตลาดต้องการ เช่น รส กลิ่น สี ปริมาณน้ำผึ้งหรือชนิดน้ำหวานจากดอกไม้ที่ผึ้งเก็บมาโดยมีคุณสมบัติทางยาบางชนิดซึ่งความพิเศษดังกล่าวนำไปสู่การสร้างอาชีพให้กับชุมชนและเป็นการปลูกฝังให้เกษตรกรลดการใช้สารเคมีในการทำการเกษตร หันมาใส่ใจธรรมชาติเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

โดยน้ำผึ้งที่เกษตรกรเครือข่ายนำมาขายกับศูนย์ฯ จะได้รับการขึ้นทะเบียนสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI ผู้ซื้อจะทราบว่าใครเป็นผู้ผลิต ผลิตจากที่ไหน ดังนั้น ผู้บริโภคสามารถไปซื้อกับเกษตรกรผู้ผลิตเองได้ โดยไม่ต้องอยู่ภายใต้แบรนด์ Beesancหรือถ้าเกษตรกรต้องการทำแบรนด์ของตัวเอง มจธ. ก็มีอาจารย์และนักวิจัยเข้าไปช่วยดูช่วยพัฒนาแบรนด์ให้ด้วย” รศ.ดร.อรวรรณ กล่าว

ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ Beesanc เป็นน้ำผึ้งออร์แกนิคแท้ 100% ผ่านการตรวจรับรองมาตรฐานและคุณค่าบ่งชี้ทางสุขภาพจาก Lab วิจัย ซึ่งผู้บริโภคสามารถเลือกได้ว่าอยากได้ค่าน้ำผึ้งแบบไหน อย่างไร รสชาติเป็นอย่างไร ด้วยแนวคิด “น้ำผึ้งธรรมชาติที่มีคุณภาพที่ออกแบบเองได้โดยผู้บริโภค” หรือ “น้ำผึ้งตามสั่ง” นั่นเอง ถือเป็นนวัตกรรมทางเลือกใหม่ของผู้บริโภคในการผลิตน้ำผึ้งที่มีมูลค่าสูงออกสู่ตลาด ที่ต้องการสื่อถึงรสชาติของน้ำผึ้งเขตร้อนในแต่ละมิติซึ่งมีความหวานของน้ำผึ้งแตกต่างกันออกไปตามรสชาติของดอกไม้ที่ผึ้งเก็บมา

โดยมี Beesanc ทำหน้าที่เสมือนโชว์รูม ให้คนเข้ามาชิม ช้อป และสื่อสารกับผู้บริโภคสู่ความเป็นที่ยอมรับในตลาดโลกหรือระดับสากล ซึ่ง รศ.ดร.อรวรรณ ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ปัจจุบัน Beesanc มีการฝึกอบรมและให้ความรู้แก่ผู้สนใจในการเลี้ยงผึ้งและชันโรง โดยทางชุมชนได้ขยายเครือข่ายไปยังเด็กชายขอบและโรงเรียนในพื้นที่ใกล้เคียง เนื่องจากกลุ่มเยาวชนในพื้นที่เหล่านี้ หลังจากจบการศึกษา ระดับประถมไม่มีโอกาสได้เรียนต่อ

“การมีอาชีพรองรับ พร้อมๆกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติจะทำให้เด็กและเยาวชนนอกระบบเหล่านี้เกิดความยั่งยืนในการประกอบอาชีพเลี้ยงตัวเองและครอบครัว รวมทั้งสามารถดูแลระบบนิเวศในพื้นที่บ้านเกิดของเขาต่อไป ตอนนี้ได้ขยายการเลี้ยงผึ้งและชันโรงไปยังเด็กชายขอบและเด็กนอกระบบ รวมทั้งมีการเพิ่มหลักสูตรเข้าไปในโรงเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 เพื่อเป็นการปูพื้นฐานการเลี้ยงตั้งแต่ต้น

จนกระทั่งเด็กจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เมื่อจบออกไปสามารถประกอบอาชีพสร้างรายได้ให้ครอบครัว ซึ่งทุกคนที่เข้าร่วมโครงการนี้สามารถนำน้ำผึ้งมาขายให้กับศูนย์ฯได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้มาตรฐานที่ศูนย์ฯกำหนด โดยเรามีการรับซื้อทั้งหมด เช่น เป็นน้ำผึ้งแท้จากธรรมชาติ มีการเก็บน้ำผึ้งที่ถูกสุขลักษณะ เป็นต้น ซึ่งราคาที่ได้จะเป็นไปตามกลไกของตลาด” รศ.ดร.อรวรรณ ระบุ

โมเดลการเลี้ยงผึ้ง Beesancมีความหมายว่า “สวรรค์ของผึ้ง”มาจากการรวมกันของคำว่า Bee ที่แปลว่าผึ้ง และ Sanctuary ที่แปลว่าสวรรค์หรือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์โมเดลนี้สนับสนุนให้เกิดการค่อยๆ ปรับเปลี่ยนพื้นที่ให้เป็นมิตรกับผึ้ง ทั้งในแง่ความปลอดภัยจากสารเคมี การปลูกพืชอาหารเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำผึ้ง และการปลูกพืชสมุนไพรชนิดพิเศษ ที่เพิ่มคุณค่าทางสุขภาพให้กับน้ำผึ้งที่ผลิตได้ ซึ่งจะเป็นการปรับเปลี่ยนพื้นที่ให้ค่อยๆ อุดมสมบูรณ์ขึ้นทีละน้อย จนวันหนึ่งก็จะมีพื้นที่อุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งผลิตพืชปลอดสารพิษ์พร้อมกับสามารถผลิตน้ำผึ้งให้รายได้เสริมให้ครอบครัวอย่างเป็นรูปธรรม

นายแมนรัตน์ ฐิติธนากุล ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 11 ตำบลบ้านคาอำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี ในฐานะประธานกลุ่มผู้เลี้ยงผึ้งพื้นเมืองและชันโรงอำเภอบ้านคา กล่าวว่าเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วชุมชนแห่งนี้เคยเป็นหนึ่งในพื้นที่สีแดงที่ขึ้นชื่อเรื่องการใช้ยาฆ่าแมลงอย่างเข้มข้น เนื่องจากชาวบ้านมีอาชีพทำเกษตรปลูกสับปะรดเป็นอาชีพหลัก จนกระทั่งตนได้เป็นผู้ใหญ่บ้านแทนพ่อ เพราะพ่อเสียชีวิตจากโรคติดเชื้อในกระแสเลือดเนื่องจากยาฆ่าแมลงจากการทำไร่สับปะรด และจากความสูญเสียดังกล่าวจึงเป็นที่มาของการลุกขึ้นมาทำเกษตรแบบปลอดสารเคมี 100%

ซึ่งในช่วงแรก ผู้ใหญ่แมนรัตน์ยอมรับว่า เป็นเรื่องยากมากโดยเฉพาะการปรับเปลี่ยนทัศนคติของลูกบ้านในเรื่องลดการใช้สารเคมีในแปลง โจทย์คือทำอย่างไรให้ชาวบ้านเลิกใช้สารเคมีด้วยการเปลี่ยนความคิดจากตัวเขาเองประกอบกับตนตั้งใจจะลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเองไม่อยากข้องเกี่ยวกับสารเคมี ไม่อยากทำไร่สับปะรด แต่อยากมีอาชีพเสริมอื่น จึงเข้าไปคุยกับอาจารย์ที่ศูนย์ฯ จากนั้นจึงได้เรียนรู้เรื่องการเลี้ยงผึ้งและชันโรง

“ตอนแรกลองเอามาเลี้ยงเองก่อนและแจกชันโรงให้ชาวบ้านในชุมชนเลี้ยงด้วย เพื่อให้ชันโรงเป็นตัวกลางในการลดการใช้ยาฆ่าแมลง แรกๆ ชาวบ้านทุกคนเอากลับมาคืนหมด แต่มีน้องที่ตกงานช่วงโควิด-19 เขาลองเลี้ยงไปสัก 5-6 เดือน แล้วนำมาขายได้ราคาได้เงินมาเลี้ยงครอบครัว คนอื่นจึงเริ่มสนใจเลี้ยงบ้าง จากเดิมมีผู้ใหญ่และเด็กนอกระบบประมาณ 5-6 คนเท่านั้น จากนั้นมีการบอกต่อปากต่อปากจึงเกิดการขยายเครือข่ายการเลี้ยงผึ้งและชันโรงในวงกว้าง ชาวบ้านเห็นคุณค่าของการเลี้ยงผึ้งและชันโรงจึงค่อยๆ ลดการใช้สารเคมีไปโดยปริยาย” นายแมนรัตน์ กล่าว

จากประสบการณ์และองค์ความรู้ที่ได้จากมหาวิทยาลัยประกอบกับปณิธานอันแรงกล้า ทำให้ผู้ใหญ่แมนรัตน์ มีการสานต่ออุดมการณ์เพื่อลดการใช้สารเคมีในการทำเกษตรและต้องการให้ลูกบ้านมีรายได้เพิ่มขึ้น จึงร่วมมือกับภาคีเครือข่ายโรงเรียนใกล้บ้านอบรมหลักสูตรการเลี้ยงผึ้ง หลังจากนั้นมีการเพิ่มเนื้อหาดังกล่าวเข้าไปในหลักสูตรการเรียนการสอนในโรงเรียนด้วย

โดยเด็กที่นี่จะเรียนต่อน้อยมาก พอจบ ป.6 ก็ไม่ได้เรียนแล้ว จึงต้องไปดึงเขาเข้ามาในระบบด้วยการฝึกอบรมอาชีพให้เขา เพราะใครๆ ก็สามารถเลี้ยงผึ้งและชันโรงได้ เพียงแค่บริเวณนั้นต้องเป็นการทำเกษตรอินทรีย์เท่านั้น เพราะผึ้งจะดูดน้ำหวานจากผลไม้หรือดอกไม้ที่ไม่มีสารเคมี ซึ่งทางกลุ่มได้มีการฝึกอบรมอาชีพการเลี้ยงผึ้งและชันโรงฟรีมาโดยตลอด เพื่อให้ครอบครัวมีรายได้และลดการใช้สารเคมีในชุมชนให้มากที่สุด

ปัจจุบัน วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้เลี้ยงผึ้งพื้นเมืองและชันโรงอำเภอบ้านคา มีสมาชิกประมาณ 300 คน หน้าที่ของวิสาหกิจคือ เน้นการส่งเสริมองค์ความรู้เรื่องผึ้งและชันโรงที่ถูกต้องโดยได้รับการถ่ายทอดจากอาจารย์และนักวิจัยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (ราชบุรี) โดยวิสาหกิจชุมชนฯ ได้รวบรวมน้ำผึ้งจากสมาชิกเพื่อส่งขายต่อให้กับศูนย์ฯ เพื่อนำไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์แบรนด์ Beesanc โดยน้ำผึ้งโพรงทางศูนย์ฯ รับซื้ออยู่ที่กิโลกรัมละ 500-600 บาท น้ำผึ้งชันโรงรับซื้อที่กิโลกรัมละ 1,000 บาท

นอกจากนี้ วิสาหกิจชุมชนฯยังมีทำกล่องหรือบ้านผึ้งส่งขายด้วย โดยมีออเดอร์ในแต่ละเดือนประมาณ 200-300 ใบต่อเดือน ซึ่งอาชีพดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งอาชีพเสริมที่นอกจากจะช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่ชาวบ้านแล้ว ยังเป็นการปรับเปลี่ยนทัศนคติของเกษตรกรในการลดการใช้สารเคมี ก่อให้เกิดความเข้าใจในเรื่องของการดูแลรักษาระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมให้เกิดประโยชน์อย่างยั่งยืน!!!

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

หลักสูตร Brand Planner สร้างความสุดยอดในการวางแผนแบรนด์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/704399

หลักสูตร Brand Planner  สร้างความสุดยอดในการวางแผนแบรนด์

หลักสูตร Brand Planner สร้างความสุดยอดในการวางแผนแบรนด์

วันจันทร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

Brandnow.asia ถือเป็นพันธมิตรผู้มีบทบาทสำคัญด้านวางแผนกลยุทธ์การสื่อสารแบรนด์เพื่อส่งเสริมให้ธุรกิจสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ได้อย่างชัดเจน โดยที่ผ่านมา Brandnow.asia ได้มีส่วนสนับสนุนการวางแผนแคมเปญสื่อสารการตลาดเพื่อเปิดตัวสินค้าและบริการให้กับกลุ่มธุรกิจสตาร์ทอัพมากมาย อาทิ Grab, Lalamove รวมไปถึง Shopback ซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่าแบรนด์ให้มีพลัง จนสามารถครองส่วนแบ่งทางการตลาดได้อย่างสำเร็จ

ในปี 2566 นี้ Brandnow.asia กลับมาพร้อมกับหลักสูตรการวางแผนแบรนด์ ซึ่งเป็นหลักสูตรเข้มข้น เข้าใจง่าย เรียนรู้ผ่านกรณีศึกษาและพร้อมสอนการออกแบบใบงานเพื่อใช้เป็นเครื่องมือวางแผนกลยุทธ์การสื่อสารแบรนด์เพื่อสร้างเอกลักษณ์ของแบรนด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและทำให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในใจของลูกค้าได้อย่างโดดเด่น โดย พัชรี พันธุมโน กรรมการผู้จัดการบริษัท Brandnow.asia กล่าวว่า การกำหนดแนวทางเพื่อวางแผนกลยุทธ์การสื่อสารแบรนด์เป็นอีกหนึ่งในความท้าทายที่ธุรกิจสตาร์ทอัพและธุรกิจขนาดย่อม (SMEs) ต้องเผชิญ

ซึ่งองค์ประกอบของเอกลักษณ์แบรนด์ต่างๆ ทั้งน้ำเสียง ข้อความหลักแนวทางกำหนดเนื้อหา รวมถึงรูปภาพและเรื่องราวที่ใช้สื่อสารเพื่อแสดงถึงบุคลิกภาพของแบรนด์ ซึ่งองค์ประกอบเหล่านี้เป็นรากฐานสำคัญที่แสดงความเป็นตัวตนของแบรนด์ออกไปสู่ลูกค้าและกลุ่มเป้าหมายทางธุรกิจ และความพิเศษของหลักสูตรนี้ช่วยส่งเสริมให้เจ้าของธุรกิจสามารถกำหนดแนวทางกลยุทธ์การสื่อสารแบรนด์ได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

Jens Dallmann คณบดีฝ่ายบริหารของมหาวิทยาลัย Stenden ประเทศไทย กล่าวว่า หลายปีที่ผ่านมา คุณพัชรี พันธุมโน ได้ถูกรับเชิญเป็นวิทยากรประจำที่มหาวิทยาลัย Stenden จากความรู้และประสบการณ์มากมายด้านการวางแผนแคมเปญสื่อสารแบรนด์สำหรับเปิดตัวสินค้าและบริการ รวมถึงเรียนรู้จากกรณีศึกษาซึ่งนับว่ามีคุณค่าอย่างมากแก่นักศึกษาที่มหาวิทยาลัย Stenden โดยหลักสูตรออนไลน์สำหรับนักวางแผนแบรนด์ (Brand Planner) นี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่กำลังศึกษาและสนใจเกี่ยวกับการวางแผนการสื่อสารแบรนด์ด้วยเช่นกัน

Nina Teng อดีตหัวหน้าธุรกิจระดับภูมิภาคของ Grab กล่าวว่าเราประทับใจอย่างมากในความทุ่มเทและความเป็นมืออาชีพของทีมงานแบรนด์นาว เพราะในฐานะบริษัทที่ปรึกษาแคมเปญประชาสัมพันธ์เปิดตัวบริการ GrabTaxi ทีมงานแบรนด์นาวทุ่มเทเกิดความคาดหวังเพื่อช่วยเหลือกิจการเพื่อสังคมของเราให้บรรลุเป้าหมาย

ทั้งนี้ Brandnow.asia เปิดตัวสุดยอดหลักสูตรออนไลน์ สำหรับ 50 ท่านแรกฟรี เพื่อเป็นของขวัญต้อนรับปี 2566 ผ่าน Udemy แหล่งการเรียนการสอนออนไลน์มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนเจ้าของธุรกิจสตาร์ทอัพและวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อมและรายย่อย (MSMEs)ที่กำลังวางแผนและต้องการปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์แบรนด์ให้ทันสมัย เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ เพื่อความเป็นสุดยอดแบรนด์แห่งปี

หลักสูตร Brand Planner “สร้างความสุดยอดในการวางแผนแบรนด์!” หลักสูตรออนไลน์เวอร์ชั่นฉบับภาษาอังกฤษที่พร้อมให้บริการบน Udemy แหล่งการเรียนการสอนออนไลน์ หลักสูตรนี้พัฒนาขึ้นจากประสบการณ์หลายปีของ Brandnow.asia ในการสนับสนุนกลุ่มธุรกิจสตาร์ทอัพและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ผู้ที่สนใจหลักสูตรสามารถลงทะเบียนด้วยอีเมลเพื่อรับรหัสสำหรับ 50 ท่านแรกฟรี ภายในวันที่ 31 มกราคม 2566

ยูนิเซฟฉลอง 75 ปีในไทย ยืนหยัดในภารกิจที่มุ่งมั่น ส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีเพื่อเด็กทุกคน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/704384

ยูนิเซฟฉลอง 75 ปีในไทย ยืนหยัดในภารกิจที่มุ่งมั่น ส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีเพื่อเด็กทุกคน

ยูนิเซฟฉลอง 75 ปีในไทย ยืนหยัดในภารกิจที่มุ่งมั่น ส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีเพื่อเด็กทุกคน

วันจันทร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ยูนิเซฟฉลองครบรอบ 75 ปีของภารกิจเพื่อเด็กและการทำงานร่วมกับเด็กในประเทศไทย โดยตลอดระยะเวลา 75 ปี ยูนิเซฟได้ร่วมมือกับรัฐบาลไทยและภาคีเครือข่ายในการยกระดับคุณภาพชีวิตและส่งเสริมสิทธิของเด็กในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นสุขภาพ การศึกษาการคุ้มครองเด็ก และการมีส่วนร่วมในสังคม และเนื่องในวันเด็กแห่งชาติปีนี้ ยูนิเซฟขอเชิญชวนสังคมไทยให้หันมาให้ความสำคัญกับความต้องการของเด็กมากขึ้นพร้อมร่วมกันสร้างอนาคตที่สดใสให้กับเด็กทุกคน

ในโอกาสนี้ ยูนิเซฟจะเปิดตัววีดีโอซีรี่ส์ “ยูนิเซฟ 75 ปี แห่งคำมั่นสัญญาเพื่อเด็กทุกคน” บนโซเชียลมีเดียตลอดทั้งปี ซึ่งจะมีผู้คนจากทุกภาคส่วนทั้งผู้กำหนดนโยบาย อินฟลูเอนเซอร์ ภาคีเครือข่าย ประชาชน รวมทั้งเด็กและเยาวชนมาบอกเล่าคำมั่นสัญญาของตนในการส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของเด็กๆ โดยเฉพาะเด็กกลุ่มเปราะบางที่สุด โดยวีดีโอชุดแรกที่ปล่อยวันนี้นำโดย คยอนซอน คิม ผู้อำนวยการองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย, มิน-พีชญา วัฒนามนตรี เฟรนด์ออฟยูนิเซฟ และวรรธน์วรี ไชยมงคล หนึ่งในตัวแทนคณะกรรมการที่ปรึกษาเยาวชนยูนิเซฟ

ตลอด 75 ปีที่ผ่านมา ภารกิจของยูนิเซฟมีส่วนสำคัญในการช่วยพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของเด็กในประเทศไทย ยกตัวอย่าง การสนับสนุนการฉีดวัคซีนป้องกันวัณโรคทั่วประเทศเป็นครั้งแรกในปี 2496, การริเริ่มโครงการนมโรงเรียนเพื่อช่วยลดการขาดโปรตีนในเด็กในยุค 2500, การส่งเสริมการศึกษาระดับปฐมวัยและระดับประถมศึกษาในปี 2507, การสนับสนุนให้เกิดกฎหมายที่กำหนดให้เติมไอโอดีนในเกลือบริโภคทุกชนิดในปี 2554 และการสนับสนุนให้เกิดโครงการเงินอุดหนุนเพื่อเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดในปี 2558 ซึ่งถือเป็นการคุ้มครองทางสังคมที่สำคัญอย่างยิ่งของประเทศไทย

คยองซอน คิม ผู้อำนวยการ องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กล่าวว่า “ชีวิตของเด็กๆ ในประเทศไทยพัฒนาไปมากตลอดระยะเวลา 75 ปี ซึ่งยูนิเซฟภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางครั้งนี้ ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศไทยมีความก้าวหน้าในแทบทุกด้านที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของเด็ก ยกตัวอย่าง การรอดชีวิตของเด็กแรกเกิดการขจัดความยากจนสุดขีด หรือการที่เด็กเกือบทุกคนในปัจจุบันได้รับการจดทะเบียนเกิด ได้เข้าถึงวัคซีนป้องกันโรคและบริการสุขภาพ และได้เข้าเรียนในระดับชั้นประถมศึกษา”

ในช่วง 75 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างมาก ยูนิเซฟจึงได้ปรับเปลี่ยนบทบาทและภารกิจให้สอดคล้องกับบริบทการพัฒนาที่เปลี่ยนไป ความสัมพันธ์ระหว่างยูนิเซฟและรัฐบาลไทยได้ก้าวข้ามจากการเป็นผู้ให้และผู้รับเป็นพันธมิตรที่ร่วมสร้างกลยุทธ์และทำงานร่วมกัน เพื่อสนับสนุนให้ประเทศได้พัฒนาศักยภาพและความเชี่ยวชาญในการเติมเต็มวิสัยทัศน์สำหรับเด็กในระยะยาว ในขณะเดียวกันยูนิเซฟก็ได้สร้างโอกาสให้สังคมไทยมีส่วนร่วมในการสนับสนุนเด็กกลุ่มเปราะบางในประเทศและทั่วโลกผ่านการบริจาคและการเป็นอาสาสมัครเพื่อตอบแทนชุมชนของตนเอง ปัจจุบัน ยูนิเซฟยังคงทำงานร่วมกับรัฐบาลไทย ภาคประชาชน ภาคเอกชน สื่อสารมวลชน นักวิชาการ ตลอดจนเด็กและเยาวชนเอง เพื่อร่วมกันสร้างแนวทางที่ประกันสิทธิของเด็กทุกคนในประเทศไทยอย่างเท่าเทียม

คยองซอน คิม กล่าวเสริมว่า “ในขณะที่เราฉลองความสำเร็จในวันเด็กในปีนี้ เราก็สะท้อนถึงชีวิตของเด็กไทยในปัจจุบันและอนาคตด้วยเช่นกัน แม้ว่าประเด็นด้านเด็กจะมีความก้าวหน้าและสำเร็จไปหลายเรื่อง แต่ก็ยังมีความท้าทายอีกมากมายหลายด้านที่รอเราอยู่ข้างหน้า ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมจากโควิด-19วิกฤตสภาพอากาศ และความเหลื่อมล้ำที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นความท้าทายใหม่ๆ ที่จำเป็นต้องใช้ความพยายาม ความมุ่งมั่น และการลงทุนอย่างจริงจังจากทุกภาคส่วนในสังคมเพื่อรับมือกับมัน เราต้องรวมพลังในหมู่ภาคีเครือข่ายและทำงานร่วมกันอย่างสร้างสรรค์เพื่อสร้างอนาคตใหม่ให้กับเด็กทุกคน ยูนิเซฟจะไม่หยุดนิ่งจนกว่าเด็กทุกคนในประเทศไทยและทั่วโลกจะได้รับโอกาสที่พวกเขาสมควรจะได้รับเพื่อเติมเต็มศักยภาพของตนเองอย่างเต็มกำลัง”

ชมวีดีโอซีรี่ส์ “ยูนิเซฟ 75 ปี แห่งคำมั่นสัญญาเพื่อเด็กทุกคน” ได้ที่ https://bit.ly/Commitment4Children

ชวนเหล่าแฟชั่นนิสต้าอัพลุคให้ปัง รับทรัพย์ เสริมสิริมงคล รับปีกระต่ายทอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/704374

ชวนเหล่าแฟชั่นนิสต้าอัพลุคให้ปัง รับทรัพย์ เสริมสิริมงคล รับปีกระต่ายทอง

ชวนเหล่าแฟชั่นนิสต้าอัพลุคให้ปัง รับทรัพย์ เสริมสิริมงคล รับปีกระต่ายทอง

วันจันทร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

JASPAL

สยามเซ็นเตอร์ เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์ ต้อนรับเทศกาลตรุษจีนปีกระต่ายทอง 2566 ชวนเหล่าแฟชั่นนิสต้าอัพลุคให้ปัง รับทรัพย์ เสริมสิริมงคล ด้วยไอเท็มเก๋ไก๋จากแบรนด์แฟชั่นชั้นนำมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าแฟชั่น สปอร์ตแวร์ แอคเซสซอรี่ทั้งจากแบรนด์ระดับโลกและจากแบรนด์ดีไซเนอร์ไทยชื่อดัง ฉลองเทศกาล แบบจัดเต็มในคอลเลคชั่นตรุษจีน มอบความสุขและความเฮงรับต้นปี

เริ่มต้นที่ แบรนด์ดีไซเนอร์ไทยLeisure Projects นำทุกคนก้าวกระโดดสู่ปีกระต่ายทอง ไปกับคอลเลคชั่นต้อนรับตรุษจีน ในโทนสีมงคล สีแดง เป็นสัญลักษณ์ของความสุขและโชคลาภของชาวจีน การแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีแดงในวันตรุษจีนจะช่วยหนุนนำให้ชีวิตมีกำลัง เจริญรุ่งเรือง ประสบความสำเร็จ ความหวังเพราะสีแดงเป็นสีแห่งชัยชนะ แสงสว่าง และความโชคดี, สีเหลือง เป็นสัญลักษณ์ของพลังอำนาจสมัยโบราณเป็นสีประจำขององค์จักรพรรดิ มักใช้ในพระราชวังสื่อถึงความเป็นปึกแผ่น มั่นคง ความเจริญก้าวหน้า และอำนาจ, สีเขียว เป็นสัญลักษณ์ของความก้าวหน้า เจริญรุ่งเรือง เติบโต เปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีขึ้นกว่าเดิม เป็นสีแห่งธาตุไม้ตัวแทนของธรรมชาติ นอกจากนี้ ยังสื่อถึงความอ่อนเยาว์ สดชื่น อายุยืนยาว และความสามัคคี และ สีน้ำเงิน เป็นสัญลักษณ์ของความมั่นคง เป็นตัวแทนธาตุน้ำบ่งบอกถึงสันติสุข ความสงบ ความละเอียดรอบคอบ หนักแน่น สุขุมเยือกเย็นอีกทั้งยังเป็นสีที่แสดงถึงความมีระดับ มั่งคั่งร่ำรวยอีกด้วย

KLOSET เลือกใช้สีแดงและทองซึ่งเป็นสีสันประจำเทศกาล มาใช้เป็นโทนหลักสำหรับปีกระต่ายที่กำลังมาถึงกับดีไซน์ล่าสุดช่วงเทศกาลกับคอลเลคชั่นตรุษจีน ขณะที่ Jaspal เปิดตัวคอลเลคชั่นเฉลิมฉลองตรุษจีนปีกระต่าย Jaspal x Orla Kiely ที่ได้ Queen of Prints ระดับโลกมาออกแบบน้องกระต่าย Lola แบบเอ็กซ์คลูซีฟให้กับแฟนคลับ Jaspalโดยเฉพาะ จัดเต็มทั้งเสื้อผ้า แอคเซสซอรี่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ ในลายพรินท์ซิกเนเจอร์ที่มีเฉพาะที่ Jaspal ที่เดียวเท่านั้น

iCOniC มาพร้อมกับ “The Lucky Rabbit” Exclusive Chinese New Year 2023 Collection ก้าวเข้าสู่ปีเถาะ หรือปีกระต่าย ที่จะเป็นปีแห่งความสดใส คล่องแคล่วและว่องไวซึ่งตามคติของชาวจีน กระต่ายถือเป็นสัตว์แสนรู้ น่ารัก วิ่งเร็ว ปราดเปรียว และมีสัญชาตญาณในการระแวดระวังภัยที่ดี โดยปีนี้ได้นําหลักความเชื่อที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสิริมงคลของชาวจีนมาถ่ายทอดลงในเสื้อยืดสําหรับตรุษจีนปีนี้มีให้เลือกถึง 2 ลวดลายด้วยกัน แบบแรก “กระต่ายคู่มงคล” กับอักษรจีน   [xìngfú] คือการได้รับการเติมเต็มในสิ่งที่ต้องการ การมีความสุขมีพร้อม ไม่ขาดแคลน เปรียบเสมือนการเติมเต็มความสุขซึ่งกันและกัน และแบบที่สอง “ครอบครัวกระต่ายมงคล” น่ารักสดใสด้วยลายกระต่าย 5 ตัว ซึ่งเลข 5 ในภาษาจีนเป็นเลขที่อยู่ตรงกลาง มีความสัมพันธ์กับธาตุทั้ง 5 ซึ่งกระต่ายทั้ง 5 ตัวกระโดดไปมา ระหว่างอักษรภาษาจีน (fú) มีความหมายว่า ความสุข เป็นอักษรที่มีความเป็นสิริมงคล เป็นตัวนําโชคและความสุข เปรียบเสมือนการอวยพรให้มีความสดใสคล่องแคล่ว และมีความสุขตลอดปี

CPS อัพลุคให้ปัง! รับตรุษจีนปีนี้กับ CNY ESSENTIALS เพิ่มความ Glam แฝงความเท่ด้วยลาย Lucky Animal Print แบบชิคๆ สไตล์ CPS CHAPS ไปพร้อมกัน ส่วน Quinn ขอต้อนรับเทศกาลตรุษจีนกับคอลเลคชั่นเสื้อผ้าที่จะทำให้สาวๆ สนุกสนานไปกับการเฉลิมฉลองวัฒนธรรมที่เข้ากับยุคสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว

Charles&Keith แนะนำคอลเลคชั่นตรุษจีน 2023 ด้วยแอคเซสซอรี่ที่มาพร้อมกับผ้าทวีตและประดับด้วยลูกปัดรูปกระต่ายสุดน่ารัก ให้ความหรูหราและน่ารักไม่เหมือนใคร พร้อมต้อนรับปีเถาะ ที่ชั้น M สยามเซ็นเตอร์ มาถึงแบรนด์รองเท้ายอดฮิตใส่สบาย Havaianasปักหมุดรองเท้าน่าช้อป ใส่สบาย เสริมความเฮงรับตรุษจีน

ขยับมาที่แบรนด์สปอร์ตแวร์อย่าง Under Armour พลาดไม่ได้กับเสื้อผ้าเฟรนช์เทรีเนื้อหนัก มอบสัมผัสนุ่มแบบผ้าฟลีซ แต่ไม่สะสมความร้อนเพิ่มเติมจากขนผ้าเหมาะสำหรับการเทรนในค่ำคืนในฤดูร้อน หรือเช้าตรู่ที่มีอากาศเย็นสบายที่ อันเดอร์ อาร์เมอร์ โดดเด่นในการทำเสื้อยืดที่พิเศษที่พิเศษกว่าใคร เพราะเนื้อผ้าที่เลือกใช้มีน้ำหนักเบา นุ่ม และแห้งง่าย แบรนด์รองเท้าสปอร์ตระดับโลก Nike ก็ร่วมฉลองเทศกาลตรุษจีนกับคอลเลคชั่นพิเศษเช่นกัน ด้วยความมั่นใจและความกระตือรือร้น ก้าวกระโดดสู่สิ่งที่ดีกว่าที่รออยู่ข้างหน้า กับ MessyMsxi’s designs ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากปีกระต่าย และ NEW ERA ต้อนรับปีกระต่าย รับฟรี!!ซองอั่งเปา ลายพิเศษเฉพาะ NEW ERA เท่านั้น

เอาใจสายมู Harmenstone ต้อนรับปี 2566 กับไอเทมแก้ชง เทพจีนมงคลในรูปแบบมินิมอลสุดเรียบหรู THE GOD OF WEALTH 2023 SERIES กับ 3 เทพเจ้าแห่งโชคลาภและความมั่งคั่ง ผู้บันดาลทรัพย์มั่งมี องค์เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย องค์เทพเจ้าปี่เซียะ และก้อนเงินก้อนทอง มาพร้อมดีไซน์รูปแบบใหม่ ทั้งสร้อยข้อมือและแผ่นทองแบบ Limited Edition

CPS

CPS

ICONIC

ICONIC

Harmenstones

Harmenstones

Leisure Projects

Leisure Projects

Quinn CNY 2023

Quinn CNY 2023

KLOSET