ไขปมดราม่า “พลอย ณิชชา” ที่แท้หวงแบรนด์ “ทักษิณ”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/540912

ขุนน้ำหมึก

14 ม.ค. 2566

ไขปมดราม่า “พลอย ณิชชา” ที่แท้หวงแบรนด์ “ทักษิณ”

ดราม่าหนองบัวสะอื้น “พลอย ณิชชา” กับ ส.ส.ณัฐวุฒิ อดีตคนรัก ไม่ใช่เรื่องรักข้ามพรรคพาพัง แต่แท้จริงแล้วคือ สงครามชิงแบรนด์ “ทักษิณ” กับคนเคยรู้จักกัน


ไขปมหนองบัวสะอื้น “พลอย ณิชชา” กับ ส.ส.ณัฐวุฒิ แค่ตัวประกอบ แท้จริงแล้วคือ สงครามชิงแบรนด์ “ทักษิณ” กับคนเคยรู้จักกัน

เรื่องส่วนตัวของ “พลอย ณิชชา” กลายเป็นข้ออ้างของผู้ใหญ่ค่ายสีแดง ลึก ๆแล้ว กลัวคนเคยอยู่พรรคเดียวกันมาโหนแบรนด์ “ทักษิณ” 

กรณี พลอย-ณิชชา บุญลือ รองโฆษกพรรคไทยสร้างไทย ได้ออกมาเล่าเรื่องรักระหว่างรบผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว เมื่อพรรคเพื่อไทย ไม่ส่ง ณัฐวุฒิ กองจันทร์ดี ส.ส.หนองบัวลำภู เขต 3 ลงสมัคร ส.ส.ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป เหตุเพราะ ส.ส.ณัฐวุฒิ เป็นอดีตคนรักของเธอ

อันที่จริง เรื่องนี้จะไม่บานปลาย หากผู้ใหญ่บางคนในพรรคเพื่อไทย ไม่แอบไปพูดกับสื่อว่า สาเหตุที่พรรคไม่ส่งณัฐวุฒิ ลงสมัคร ส.ส. เพราะแฟนณัฐวุฒิเป็นรองโฆษกพรรคไทยสร้างไทย และไม่ยอมลาออกจากพรรคดังกล่าว อาจสร้างความสับสนให้กับประชาชนในพื้นที่ 


เมื่อวันที่ 13 ม.ค.2566 ตรีชฎา ศรีธาดา รองโฆษกพรรคเพื่อไทย จึงต้องออกมาแถลงข่าวว่า พรรคเพื่อไทย ได้มีการประกาศรายชื่อผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.หนองบัวลำภู 4 คน จากจำนวน ส.ส.เขต จ.หนองบัวลำภู ที่มีทั้งหมด 3 คน 

กระบอกเสียงเพื่อไทยพยายามอธิบายว่า พรรคต้องการให้ผู้เสนอตัวทำงานในพื้นที่ โดยคณะกรรมการสรรหาของพรรค จะมีการทำโพลสำรวจคะแนนความนิยมในพื้นที่ เฉพาะเขต 3 หนองบัวลำภู จะต้องมีคนหนึ่งลง ส.ส.เขต และอีกคนต้องขึ้น ส.ส.บัญชีรายชื่อ

คณะกรรมการสรรหาพรรคเพื่อไทยยังไม่ได้เคาะว่า ใครจะได้ลง ส.ส.เขต ทางฝ่าย ส.ส.ณัฐวุฒิ ก็ชิงลาออกจากเพื่อไทยไปก่อน    

หาก ทักษิณ ชินวัตร ไม่ส่งสัญญาณมาถึงแกนนำในพื้นที่เรื่องต้องสร้างความชัดเจนว่า เพื่อไทย ไม่มีพรรคสาขา ไม่มีพรรคพี่พรรคน้อง อาการหวาดระแวง ส.ส.ณัฐวุฒิ คงไม่บังเกิด

‘แบรนด์ซ้อนแบรนด์’

กรณีหนองบัวลำภู ไม่ใชเรื่อง “พลอย ณิชชา” กับอดีตแฟนหนุ่ม ส.ส.ณัฐวุฒิ หากแต่เกมชิงแบรนด์ เพื่อไทยไม่ต้องการให้ใครมาโหน “ทักษิณ” สร้างความสับสนให้ชาวอีสาน

การเลือกตั้ง ส.ส.หนองบัวลำภู เขต 3 (อ.นากลาง, อ.สุวรรณคูหา และอ.นาวัง) สมัยที่แล้ว วิชัย สามิตร อดีต ส.ส.หนองบัวลำภู 4 สมัย ไม่ลงสนาม แต่ส่งหลานชาย ณัฐวุฒิ กองจันทร์ดี ลงสนามแทน

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยในเวลานั้น ได้สนับสนุนหลานชายวิชัย สามิตร เต็มที่ และยกคณะมาปราศรัยที่หนองบัวลำภูหลายครั้ง

ช่วงการเลือกตั้งนายก อบจ.หนองบัวลำภู วิชัย สามิตร เดินหน้าลุยสนามนายก อบจ.ในนามพรรคเพื่อไทย ซึ่งคุณหญิงหน่อย ก็มาช่วยหาเสียงให้วิชัย อยู่หลายรอบ แต่วิชัยก็พ่ายวุฒิพงษ์ ศิริสถิตย์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคภูมิใจไทย

ภาพความสัมพันธ์ระหว่างคุณหญิงสุดารัตน์ กับวิชัย สามิตร กลายเป็นของแสลงสำหรับคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย ยุคลูกสาวนายใหญ่

‘สายตรงศูนย์อำนาจใหม่’

แกนนำเพื่อไทยรู้อยู่แก่ใจดีว่า ปมปัญหาไม่ส่ง ส.ส.ณัฐวุฒิคืออะไร จึงไม่ตอบโต้ “พลอย ณิชชา” และเดินหน้าสร้างความชัดเจนระหว่างแบรนด์ “ทักษิณ” กับคนเคยรู้จักกัน

ส.ส.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย 3 คน แยกเป็น 2 ปีกคือ สายตรงกลุ่มอำนาจใหม่ ได้แก่ไชยา พรหมา และสยาม หัตถสงเคราะห์ ลูกชายกิตติศักดิ์ หัตถสงเคราะห์ อดีต ส.ส. 8 สมัย

ส่วน ส.ส.ณัฐวุฒิ กองจันทร์ดี หลานชายวิชัย สามิตร ถูกมองว่า ใกล้ชิดกับปีกคุณหญิงสุดารัตน์ ผู้ใหญ่ในพรรคบางคน จึงส่งผู้สมัครหน้าใหม่มาประกบ และให้มีการทำโพลสำรวจความนิยม

เสก-ณพล เชยคำแหง ประธานสภาอุตสาหกรรม จ.หนองบัวลำภู เป็นตัวเลือกใหม่ที่ได้รับการสนับสนุนจากไชยา พรหมา และสยาม หัตถสงเคราะห์

ทำไมต้องเป็นณพล เชยคำแหง? คำตอบคือ ครอบครัวของ ณพล ดำเนินธุรกิจโรงโม่หินสากล ต.ด่านช้าง อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู ซึ่งอยู่ในพื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 3 

ณพล เชยคำแหง ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.หนองบัวลำภู เขต 3 กับอดีตนายกฯสมชาย ณพล เชยคำแหง ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.หนองบัวลำภู เขต 3 กับอดีตนายกฯสมชาย

ด้วยความเก๋าของวิชัย สามิตร อดีต ส.ส.หนองบัวลำภู ประเมินว่า สิ้นเดือน ก.พ.นี้ กรรมการสรรหาเพื่อไทย จะประกาศให้ ณพล เชยคำแหง ลงสมัคร ส.ส.หนองบัวลำภู เขต 3 และให้ ส.ส.ณัฐวุฒิ ไปสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ 

ฉะนั้น วิชัย สามิตร จึงเป็นฝ่ายรุก ชิงประกาศอำลาเพื่อไทย ฝ่ายเพื่อไทยไม่ทันตั้งหลัก ดันยกเรื่องรักข้ามพรรค มาเป็นข้ออ้าง เลยเกิดดราม่าการเมืองระเบิดเถิดเทิงอย่างช่วยไม่ได้
 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ      โดย … ขุนน้ำหมึก

จุดเสี่ยง “ประยุทธ์” นำ รทสช. ติดกับดักต่ออายุ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/540881

ขุนน้ำหมึก

14 ม.ค. 2566

จุดเสี่ยง “ประยุทธ์” นำ รทสช. ติดกับดักต่ออายุ

ก้าวแรกก็โดนทดสอบ “ประยุทธ์” เจอแผนแก้รัฐธรรมนูญ ยกเลิกนายกฯไม่เกิน 8 ปี เหมือนวางกับดักให้พรรค รทสช. แค่เริ่มต้นลุงตู่ ก็เผชิญแรงเสียดทานรอบด้าน

บททดสอบ “ประยุทธ์” เจอ ส.ว.ร้อนวิชาวางแผนแก้รัฐธรรมนูญ ยกเลิกนายกฯไม่เกิน 8 ปี เหมือนวางกับระเบิดให้ลุงตู่และพรรค รทสช.

แค่เริ่มต้น “ประยุทธ์” ในสีเสื้อพรรคใหม่ เผชิญแรงเสียดทานรอบด้าน ทั้งพรรคคู่แข่ง และพรรคพี่ใหญ่ 

สัปดาห์แรกของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ ต้องเจอบททดสอบทางการเมืองอยู่มากมายพอสมควร

ด่านแรกคือ จดหมายเปิดใจของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ที่ระบายความอึดอัดและคับข้องใจ ในการรับบทพี่ใหญ่ คอยประคับประคองน้องรักให้ไปสู่เป้าหมายการเป็นนายกรัฐมนตรี ในช่วงการเลือกตั้งสมัยที่แล้ว 

เชื่อว่า เนื้อหาในจดหมายฉบับนี้ แกนนำพรรค พปชร.จะนำไปขยายผลในเวทีหาเสียงเลือกตั้ง และมันจะกลายเป็นสงครามพรรคพี่-พรรคน้อง 

ด่านที่สองคือ กิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พัฒนาการเมือง และการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา สนับสนุนให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญหลายประเด็น โดยเฉพาะยกเลิกการดำรงตำแหน่งของนายกรัฐมนตรีไม่เกิน 8 ปี 

ส.ว.กิตติศักดิ์ ออกตัวว่า ไม่ได้เสนอแก้เพื่อ พล.อ.ประยุทธ์ นายกฯคนไหนก็ได้ ที่เป็นคนดีอยู่ได้เกิน 8 ปี แต่การจุดประเด็นในห้วงเวลานี้ ก็ถูกมองว่า ส.ว.กลุ่มนี้กำลังเตรียมการต่ออายุให้ลุงตู่ 

เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ จะสามารถดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้อีก 2 ปี และประเด็นนี้ กลายเป็นจุดอ่อนที่ทำให้พรรคคู่แข่งไปโฆษณาว่า จะเลือกลุงตู่ไปทำไม อยู่ได้แค่ 2 ปี

สำหรับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้กล่าวสั้น ๆ ถึงกรณี ส.ว.เสนอประเด็นให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่กำหนดวาระการดำรงตำแหน่งของนายกรัฐมนตรี ว่า “ไม่เกี่ยวกับผม”

‘ต้นขั้วอนุรักษ์นิยม’

เสียงสะท้อนการเปิดตัว “ประยุทธ์” กับพรรค รทสช. ว่าไม่ปัง ไม่ว้าว ดังกระหึ่มทั้งจากกลุ่มไม่เห็นด้วย และกองเชียร์ลุงตู่เอง

อย่างไรก็ตาม หากประเมินจากการสร้างแบรนด์ทางการเมือง พล.อ.ประยุทธ์ในฐานะว่าที่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ของพรรค รทสช. ก็ประสบความสำเร็จในแง่การตอกย้ำความเป็นผู้นำฝ่ายอนุรักษ์นิยม

  ก้าวแรกชอง พล.อ.ประยุทธ์ ในบทบาทนักการเมืองเต็มตัวก้าวแรกชอง พล.อ.ประยุทธ์ ในบทบาทนักการเมืองเต็มตัว

จุดแข็งของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ยืนยาวมาได้ 8 ปีก็คือภาพของผู้นำ ที่ไม่โกงกิน ไม่มีเรื่องทุจริต

“ผมเคยเป็นทหารกรม 21 รักษาพระองค์ จะมีเครื่องหมายอยู่อันหนึ่งที่ติดหน้าอกของเราอยู่เสมอคือ ทหารเสือ เครื่องหมาย ถ้าท่านไปดูจะมีเสือ 2 ตัว เรามีหัวใจอยู่ตรงกลาง ทำไมหัวใจอันนั้นเป็นสีม่วง ทำไมไม่เป็นสีแดง เพราะผู้บังคับ บัญชาต้องมีหัวใจแห่งความซื่อสัตย์”

หัวใจสีม่วงคือ หัวใจของคนที่ใกล้ตาย ต้องไม่โกหก ต้องสุจริต เพราะฉะนั้น คนใกล้ตายก็ไม่โกหก

“ทำไมผมต้องอยู่ ทำไมผมต้องมายืนตรงนี้ คำนิยมของผมก็คือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน”

‘จุดอ่อน รทสช.’

การเลือกตั้งปี 2562 “ประยุทธ์” ยังลอยตัวเหนือพรรค พปชร. โดยกุมอำนาจเต็มเป็นนายกฯ ที่มาจาก คสช. แต่ปัจจุบัน ลุงตู่ต้องกระโจนเข้าสู่สังเวียนการเมืองเต็มตัว

4 ปีที่แล้ว นักการเมืองอาชีพหลั่งไหลเข้าสู่พรรค พปชร. มีตั้งแต่เทคโนแครต และนักเลือกตั้งเกรดเอ ยันเกรดดี พรรคนี้จึงเติบโตชั่วข้ามคืน

ต่างจากพรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดตัววันแรก ก็มีเสียงวิจารณ์มากมาย แม้แต่แฟนพันธุ์แท้ลุงตู่ ยังรู้สึกผิดหวัง เพราะ ส.ส.เกรดเอ ไม่ปรากฏตัวบนเวทีวันนั้น

ทักษิณจึงฉวยโอกาสนำเรื่องไม่มี ส.ส.เกรดเอ ไปยืนบนเวทีรวมไทยสร้างชาติ โจมตีว่า ที่ยืนอยู่ข้าง พล.อ.ประยุทธ์ มีแต่พวก ส.ต.หรือสอบตก

ด้วยเหตุนี้ จึงมีการเปรียบเทียบกับเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ที่มีแต่ ส.ส.ตัวท็อปตัวจริง ต่างจากค่ายลุงตู่ ที่มีแต่อดีต ส.ส. และนักการเมืองโนเนม

สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ เพราะรูปแบบการนำแบบซุปเปอร์บอร์ด หรือคณะกรรมการยุทธศาสตร์ ยังไม่เป็นจริง

ดังที่ทราบกัน เมื่อพรรค รทสช.จะต้องเปิดบ้านรองรับนักเลือกตั้งอาชีพ เข้ามาเสริมทัพ ก็ต้องมีที่อยู่ที่ยืนให้ ส.ส.ดาวฤกษ์เหล่านั้น

เรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องลงมาจัดการด้วยตัวเอง จะลอยตัวอยู่เหนือพรรค รทสช.ไม่ได้ มิเช่นนั้น จะหา ส.ส.เกรดเอหรือนักการเมืองท้องถิ่นระดับบ้านใหญ่เข้ามาร่วมงานไม่ได้

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ             โดย … ขุนน้ำหมึก

“ปชป.” จัด ‘ฟัง- คิด-ทำ’ เวิร์คช้อป คนรุ่นใหม่กับโซเชียลมีเดียเพื่อการเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540918

14 ม.ค. 2566

“ปชป.” จัด ‘ฟัง- คิด-ทำ’  เวิร์คช้อป คนรุ่นใหม่กับโซเชียลมีเดียเพื่อการเมือง

ยุทธศาสตร์ กทม. ปชป. จัด ฟัง-คิด-ทำ เวิร์คช้อป คนรุ่นใหม่กับโซเชียลมีเดียเพื่อการเมือง เน้นเสนอนโยบาย สร้างสรรค์ ไม่ปั้นข่าวลวง

วันที่ 14 ม.ค.2566 ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) กรุงเทพมหานคร คณะกรรมการยุทธศาสตร์ กทม. พรรคประชาธิปัตย์ จัดงาน ฟัง-คิด-ทำ : เวิร์คช้อป “เยาวชนคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่กับโซเชียลมีเดียเพื่อการเมือง” ที่ ชั้น 3 อาคาร ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช พรรคประชาธิปัตย์

โดยมีเยาวชน หนุ่มสาว คนรุ่นใหม่ ที่ตัดสินใจเป็นส่วนหนึ่งของพรรคประชาธิปัตย์ มาร่วมกันเรียนรู้เพื่อนำไปใช้ประโยชน์สำหรับการสื่อสารทางการเมือง สำหรับสร้างความเข้าใจและเผยแพร่นโยบายของพรรคให้กับพี่น้องประชาชนในการเลือกตั้งที่จะมาถึง

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคปชป. กทม. ได้กล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า โซเชียลมีเดียเป็นสิ่งที่เกี่ยวพันกับชีวิตของเราทุกคน เมื่อมันมาเกี่ยวข้องกับเราแล้ว เราจะสามารถใช้โซเชียลมีเดียอย่างไรให้เกิดประโยชน์กับชีวิตของเรา ซึ่งไม่เพียงแต่เฉพาะในปัจจุบันเท่านั้น แต่เชื่อว่ายังคงมีต่อไปในอนาคตด้วย เพราะจะมีแพลตฟอร์มใหม่ๆ มากขึ้นเรื่อยๆ

ดังนั้นกิจกรรมในวันนี้ถือว่าเป็นประโยชน์มากสำหรับการทำงานทางการเมืองและงานอื่น ๆ ด้วย เพราะนอกจากนำไปใช้เพื่องานทางการเมืองแล้วยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อีกด้วย เพราะโซเชียลมีเดียในปัจจุบันกลายเป็นสื่อที่สำคัญสำหรับสร้างความรู้ความเข้าใจ และนำไปสู่การสร้างแนวร่วมทางการเมืองได้ หากได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและสอดคล้องกับความต้องการ

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

“ขณะนี้การรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง หรือจะรณรงค์เรื่องอะไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นการรณรงค์ให้ขับรถอย่างปลอดภัย เราไม่ได้นำเอกสารไปเดินแจกคนขับรถ แต่ทุกวันนี้ได้ทะลุทะลวงมายังโทรศัพท์ของคนจำนวนมาก ซึ่งโซเชียลมีเดียก็ถือว่าสื่อที่ให้ประโยชน์และมีความสำคัญกับชีวิตเรา

แต่ทุกเรื่องเมื่อมีคุณก็มีโทษ มีมิจฉาชีพเข้ามาอาศัยช่องทางโซเชียลมีเดียเช่นกัน ดังนั้นการได้มาสัมผัสความรอบรู้ใหม่ๆ ก็จะเป็นประโยชน์ต่อชีวิตของเราทุกคน” นายองอาจ กล่าว

“ปชป.” จัด ‘ฟัง- คิด-ทำ’  เวิร์คช้อป คนรุ่นใหม่กับโซเชียลมีเดียเพื่อการเมือง

“สุวัจน์” ฝาก “ผู้ใหญ่”ในบ้านเมือง ช่วยสานฝันให้ของเด็กๆให้เป็นจริง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540915

14 ม.ค. 2566

“สุวัจน์” ฝาก “ผู้ใหญ่”ในบ้านเมือง ช่วยสานฝันให้ของเด็กๆให้เป็นจริง

“สุวัจน์” ร่วมงานวันเด็กแห่งชาติ ขอให้มุ่งมั่นเรียน มีกีฬาในหัวใจ และมีคุณธรรม ฝากผู้ใหญ่ช่วยกันสร้างภาวะแวดล้อมที่ดีให้เยาวชนเพื่อสร้างจินตนาการที่ถูกต้อง

วันที่ 14 มกราคม 2565 เวลา 10.30 น. ณ MCC HALL ชั้น 3 เดอะมอลล์ โคราช นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรีประธานเปิดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2566 ภายใต้คอนเซ็ปท์ THE MALL KORAT KIDS FUNTASIA จัดโดยเทศบาลนครนครราชสีมา ร่วมกับเดอะมอลล์โคราช,มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา, korat Free Play ,สถานบันการศึกษา,หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน เพื่อสร้างความสุข ความสนุนสนาน ส่งเสริมการเรียนรู้ จินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ และการพัฒนาด้านต่างๆ

โดยมี นายภูมิสิทธิ์ วังคีรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา นายเทวัญ ลิปตพัลลภ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล ผู้อำนวยการศูนย์คนโคราชรักจริงไม่ทิ้งกัน นายประเสริฐ บุญชัยสุข นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา นายปรีชา ลิ้มอั่ว ผู้จัดการทั่วไป บริษัทเดอะมอลล์ราชสีมา จำกัด พร้อมด้วยคณะผู้บริหารส.ทและส.จ.พรรคชาติพัฒนากล้า

นายสุวัจน์ กล่าวว่า วันนี้บรรยากาศคึกคัก มีผู้ใหญ่ใจดีส่วนราชการ ภาคเอกชน ได้ร่วมกันจัดงานวันเด็ก ซึ่งเป็นวันที่มีความสําคัญ เพราะว่าเด็กๆ ทุกคนคือ อนาคตของประเทศ อนาคตของจังหวัด อนาคตของครอบครัว ในวันเด็กนั้นนอกเหนือจากหน้าที่ของเด็กๆ แล้ว ก็มีหน้าที่ของผู้ใหญ่ เพราะว่าเด็กๆ จะเติบโตขึ้นมาเป็นคนดีก็ต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี

“สุวัจน์” ฝาก “ผู้ใหญ่”ในบ้านเมือง ช่วยสานฝันให้ของเด็กๆให้เป็นจริง

“ฉะนั้น ในฐานะที่พวกเราเป็นผู้ใหญ่ก็ควรที่จะเป็นแบบอย่างที่ดี ในการที่จะทําให้เด็กๆ มีจินตนาการ มีความใฝ่ฝัน มีชีวิตเขาว่าเขาอยากจะเป็นอะไร อาทิ อยากจะเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด อยากเป็นครู อยากเป็นนักกีฬาดัง ๆ หรือจะเป็นอะไรก็แล้วแต่ทุกคนมีความฝันที่แตกต่างกัน แต่ขอให้เป็นความฝันที่ถูกต้อง เป็นความฝันที่ดี ซึ่งผู้ใหญ่ต้องช่วยกันสร้างสภาวะแวดล้อมดีๆ เพื่อให้เด็กๆมีจินตนาการที่ถูกต้อง มีความใฝ่ฝันที่ดี”

นายสุวัจน์ กล่าวอีกว่า ยกตัวอย่าง เมื่อเช้าตนเห็นข่าว น้องกุ๊บกิ๊บตื่นตั้งแต่ตีห้าไปเข้าคิวหกโมง แล้วก็ได้นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี ที่เป็นเก้าอี้จริงๆ ก็ทําให้เด็กเขามีความใฝ่ฝัน ต่อไปถ้าเขาจะต้องเติบโตต่อไป เพื่อทําอะไรต่อไปให้กับบ้านเมือง

วันเด็กแห่งชาติก็อยากจะให้เป็นวันที่ผู้ใหญ่ได้ช่วยกันสร้างสิ่งแวดล้อมดีๆ ให้บรรยากาศของประเทศ บรรยากาศของจังหวัด บรรยากาศของครอบครัว เป็นแบบอย่างที่ทําให้เด็กมีจินตนาการ มีความฝันที่เขาอยากจะเติบโต

ขณะเดียวเด็กๆ ก็มีหน้าที่อยู่ 3 ประการ คือ

  1. ต้องเรียนหนังสือเพราะเป็นบันไดก้าวแรกที่จะนำไปสู่ความสําเร็จ
  2.  สุขภาพต้องแข็งแรง ต้องเล่นกีฬา มีกีฬาในหัวใจ มีจิตใจเป็นนักกีฬา รู้แพ้รู้ชนะให้อภัยกัน 
  3. มีคุณธรรม เพราะคุณธรรมจะทําให้นําร่างกายดีๆ บวกกับความรู้ดีๆ ไปสู่สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ

นายสุวัจน์ กล่าวอีกว่าถ้าเด็กฝันอยากเป็นนักการเมือง ต้องทำอย่างไร คือ ตอนนั้นนักการเมืองก็ต้องพยายามสร้างภาพลักษณ์ สร้างการทํางาน สร้างคุณภาพที่ถูกต้อง เพื่อให้ความใฝ่ฝันของเด็กนั้น เป็นประโยชน์ต่อประเทศ และให้เด็กๆ เห็นภาพของนักการเมืองที่ควรจะเป็น นักการเมืองที่จะต้องทําทั่วประเทศ นักการเมืองที่ต้องเสียสละ นักการเมืองที่ซื่อสัตย์ แล้วเด็กๆ ก็จะมีจินตนาการของเขา แล้วสักวันหนึ่งเมื่อเขาไปเป็นนักการเมืองตามจินตนาการแล้วเขาก็จะเป็นนักการเมืองที่มีคุณภาพ

ฉะนั้น ถ้าเด็กอยากเป็นนักการเมือง ถ้าผู้ใหญ่ได้ช่วยกันสร้างบรรยากาศของการเมือง บรรยากาศของเป็นนักการเมืองที่ดีให้แก่เด็กๆ ก็จะเป็นเรื่องที่ดี คือ ทุกอาชีพที่เด็กๆ อยากเป็น อาทิ อยากเป็นครู เป็นนักกีฬา เป็นนักฟุตบอล เป็นนักเทนนิส เป็นนักวอลเลย์บอล ผู้ใหญ่เราสามารถช่วยกันสร้างภาพลักษณ์ที่ดี สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับเด็กๆ และเมื่อเด็กเขาไปถึงเป้าหมายแล้วก็เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศในงานวันเด็กแห่งชาติในปี 2566 มีกิจกรรมสนุกๆมากมาย สำหรับน้องๆ หนูๆ ฟรีตลอดงาน อาทิ บ้านลิงลมยักษ์ ถ่ายภาพกับบรรดาเหล่าฮีโร่ขวัญใจเด็กๆ การวาดภาพระบายสี กิจกรรม Family Club การแสดงโชว์ของเด็กและเยาวชน ฯลฯ พร้อมของขวัญแด่หนูๆ มากมาย

“สุวัจน์” ฝาก “ผู้ใหญ่”ในบ้านเมือง ช่วยสานฝันให้ของเด็กๆให้เป็นจริง
“สุวัจน์” ฝาก “ผู้ใหญ่”ในบ้านเมือง ช่วยสานฝันให้ของเด็กๆให้เป็นจริง
“สุวัจน์” ฝาก “ผู้ใหญ่”ในบ้านเมือง ช่วยสานฝันให้ของเด็กๆให้เป็นจริง

เบื้องลึกจม.บิ๊กป้อม ถึง บิ๊กตู่ เผยฝ่าย เสธ. แย้งแล้วผิดแนวทางชายชาติทหาร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540913

14 ม.ค. 2566

เบื้องลึกจม.บิ๊กป้อม ถึง บิ๊กตู่ เผยฝ่าย เสธ. แย้งแล้วผิดแนวทางชายชาติทหาร

เบื้องลึกปม “ประวิตร” โพสต์ จม.เปิดใจกระทบ “ประยุทธ์” ทั้งที่ “ฝ่าย เสธ.” แย้ง หวั่นผิดแนวทาง “ไม่ฆ่าน้อง ไม่ฟ้องนาย ไม่ขายเพื่อน” ของชายชาติทหาร คาด “อันวาร์-นิพิฏฐ์” เบื้องหลังร่าง จม.หวังดิสเครดิต “บิ๊กตู่”

รายงานจากพรรคพลังประชารัฐ แจ้งถึงกรณีจดหมายเปิดใจ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ที่มีถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ตัดสินใจไปร่วมงานทางการเมืองกับพรรครวมไทยสร้างชาติว่า ภายในพรรคพลังประชารัฐมีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงจดหมายเปิดใจดังกล่าวพอสมควร เนื่องจากไม่เชื่อว่า ข้อสั่งการของ พล.อ.ประวิตร ที่โดยปกติจะพยายามยืนยันในความสัมพันธ์อันดีที่มีต่อ พล.อ.ประยุทธ์ และพี่น้อง 3 ป.

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fweb.facebook.com%2FGen.PrawitWongsuwon%2Fposts%2Fpfbid09HAtmjvXzn2vjJFZuJiTrzPDY2agrX5wJbEVULShUQHhZ8WGwg9G63WHda7EwkwXl&width=500&show_text=true&height=814&appId

แม้ในช่วงที่มีกระแสข่าวขัดแย้งกันก็ตาม จึงคาดว่าเป็นฝีมือของบุคคล หรือกลุ่มบุคคลใหม่ๆที่เข้ามาร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ มากกว่าจะเป็นทีมงานเก่าที่อยู่กับพรรค และทำงานร่วมกับ พล.อ.ประวิตร มาก่อน

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า สำหรับแฟนเพจเฟซบุ๊ก “พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ” ที่ลงข้อความกระทบไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ นั้นอยู่ในความดูแลของทีมประชาสัมพันธ์พรรคพลังประชารัฐ ที่ผ่านมา ก็ผลิตคอนเทนท์เกี่ยวกับผลงานของ พล.อ.ประวิตร เท่านั้น เพิ่งมีการโพสต์เกี่ยวกับประเด็นการเมืองเป็นครั้งแรก

จึงมีความเป็นไปได้สูงที่จะมาจากทีม นายอันวาร์ สาและ อดีต ส.ส.ปัตตานี หรือ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ เพราะที่ผ่านมา นายอันวาร์ และนายนิพิฏฐ์ มีทัศนคติอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ พล.อ.ประยุทธ์ อย่างชัดเจน รวมทั้งมีเป้าหมายให้การลดความน่าเชื่อถือของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่มีคะแนนนิยมในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่ของทั้งคู่ด้วย

“ก่อนจะเผยแพร่ข้อความใดๆ ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก “พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ” ต้องมีการขออนุมัติจาก พล.อ.ประวิตร ทุกครั้ง ที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตร จะมอบให้ ฝ่าย เสธ.เป็นผู้พิจารณา แต่สำหรับจดหมายเปิดใจดังกล่าวมีฝ่าย เสธ.ของ พล.อ.ประวิตร ทักท้วงว่าจะผิดแนวทางชายชาติทหาร ที่ปลูกฝังกันว่า ไม่ฆ่าน้อง ไม่ฟ้องนาย ไม่ขายเพื่อน จึงได้แสดงความไม่เห็นด้วย แต่สุดท้าย พล.อ.ประวิตรก็ไม่ได้ทัดทาน และปล่อยให้เผยแพร่ จนเป็นประเด็นขึ้นมา” แหล่งข่าว ระบุ

ทั้งนี้ในส่วนของทีมงานด้านประชาสัมพันธ์ของพล.อ.ประวิตร ที่ที่งในส่วนของฝ่ายการเมืองที่มีหลายกลุ่ม และยังมีในส่วนของฝ่าย เสธ.ที่มีทั้งอดีตนายทหาร และนายทหารในราชการช่วยดูแลอยู่ ส่งผลให้ไม่สามารถกำกีลการสื่อสารในทิศทางเดียวกันได้ทั้งหมด เห็นได้ชัดจากกรณีจดหมายเปิดใจที่เผยแพร่ผ่านแฟนเพจ “พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ” ที่ พล.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ซึ่งเป็นหนึ่งในฝ่าย เสธ.ของ พล.อ.ประวิตร ออกมาระบุว่า เพจปลอม ก่อนที่จะเปลี่ยนแปลงในภายหลังเมื่อได้ตรวจสอบแล้วว่าออกมาจากพรรคพลังประชารัฐ เนื่องจากทีมฝ่ายการเมืองไม่ได้แจ้งมาก่อน และเพจดังกล่าวไม่ได้อยู่ในความดูของฝ่าย เสธ.

รายงานข่าวแจ้งต่อไปว่า ขณะนี้บรรยากาศภายในพรรคพลังประชารัฐ มีการแข่งขันในระดับแกนนำพรรคค่อนข้างสูง เพราะมีทีมฝ่ายการเมืองหลายกลุ่มที่พยายามสร้างผลงานทั้งด้านการทำพื้นที่ และด้านการประชาสัมพันธ์งานของพรรคให้เข้าตา พล.อ.ประวิตร เพื่อให้ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบงานมากขึ้น ซึ่งก็จะได้รับงบประมาณตามภารกิจเพิ่มขึ้นด้วย

โดยเฉพาะงบประมาณด้านประชาสัมพันธ์ ที่ตามปกติพรรคพลังประชารัฐตั้งงบประมาณไว้ค่อนข้างสูง และเชื่อว่า ในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง จะต้องใช้งบประมาณมากขึ้นหลายเท่าตัว จึงทำให้ทุกกลุ่มการต้องการแย่งชิงงบประมาณดังกล่าวมาบริหารจัดการ เพราะถือเป็นงบประมาณในทางลับที่ตรวจสอบได้ยาก

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า เดิมทีผู้ที่ดูแลงานด้านประชาสัมพันธ์เป็นหลักให้กับพรรค เป็นทีมของของ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค ที่ดูแลในส่วนกลาง รวมถึง นายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ที่ดูแลในระดับพื้นที่

แต่ปรากฎว่า ผลงานไม่เข้าเป้าเท่าที่ควร ทำให้กลุ่มอื่นมองว่า เป็นจุดอ่อน จึงเสนอให้พล.อ.ประวิตร เปลี่ยนผู้รับผิดชอบใหม่ โดยมีทีมของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีต ผบ.ตร. ที่สนับสนุนในส่วนของสื่อโซเชี่ยลมีเดียมาระยะหนึ่งแล้ว

อย่างไรก็ตามขณะนี้มีทีมของ นายอันวาร์ และนายนิพิฏฐ์ ซึ่งเพิ่งเปิดตัวมาร่วมงานกับพรรคได้ร่วมเสนอแผนการประชาสัมพันธ์พรรคให้ พล.อ.ประวิตรรับฟัง ซึ่ง พล.อ.ประวิตร ก็ได้เปิดโอกาสให้ นายอันวาร์ และนายนิพิฏฐ์ ได้แสดงผลงานก่อนจะตัดสินใจอีกครั้ง.

‘ก้าวไกล’ พร้อมจับมือ ‘เพื่อไทย’ ตั้งรัฐบาล หวังสูงชนะ 145 เขต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540911

14 ม.ค. 2566

'ก้าวไกล' พร้อมจับมือ 'เพื่อไทย' ตั้งรัฐบาล หวังสูงชนะ 145 เขต

“พิธา” เผยกับสื่อเครือเนชั่นพรรคก้าวไกลพร้อมร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยและพันธมิตรฝ่ายค้านเดิม มั่นใจเสียงรวมกันเกิน 375 แน่นอน และยืนยันไม่ขอสังฆกรรมพลังประชารัฐ-รวมไทยสร้างชาติ

พรรคก้าวไกลพร้อมร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยและพันธมิตรฝ่ายค้านเดิม โดย พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล บอกเหตุผลกับสื่อเครือเนชั่นว่า สามารถแสวงจุดร่วมสงวนจุดต่างด้านนโยบายกับเพื่อไทยได้ มั่นใจเสียงรวมกันเกิน 375 แน่นอน

'ก้าวไกล' พร้อมจับมือ 'เพื่อไทย' ตั้งรัฐบาล หวังสูงชนะ 145 เขต

และยืนยันไม่ขอสังฆกรรมกับพรรคพลังประชารัฐและพรรครวมไทยสร้างชาติตั้งรัฐบาล

นายพิธาระบุว่า เป้าหมายประมาณการที่พรรคก้าวไกลหวังผลการเลือกตั้งครั้งหน้าจะได้รับเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เขตจากทุกภาค ประมาณ 112 เขต กรุงเทพมหานคร (กทม.) อีก 33 เขต รวมทั่วประเทศ 145 เขต

'ก้าวไกล' พร้อมจับมือ 'เพื่อไทย' ตั้งรัฐบาล หวังสูงชนะ 145 เขต

ยกตัวอย่างรายภาค เช่น ภาคเหนือ 27 ที่นั่ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 40 ที่นั่ง ภาคกลางและตะวันออก 36 ที่นั่ง กทม.และปริมณฑล 19 ที่นั่ง เฉพาะ จ.สมุทรปราการคาดว่าจะได้ 7 ที่จาก 8 เขต และภาคใต้ 10 ที่นั่ง 

ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงเป้าหมาย แต่ตัวเลขจริงพรรคก้าวไกลคงได้ สส.ต่ำกว่านั้นมาก โดยเฉพาะในพื้นที่อีสานนั้นถือเป็นสนามหิน เนื่องจากเป็นฐานที่มั่นของพรรคเพื่อไทยที่หวังคะแนนเสียงจาก 132 เขตเลือกตั้ง ให้เกิดแลนด์สไลด์ หรือชนะเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย ขณะเดียวกันยังมีภูมิใจไทยที่จะเป็นตัวแบ่ง สส.ที่สำคัญอีกพรรค

'ก้าวไกล' พร้อมจับมือ 'เพื่อไทย' ตั้งรัฐบาล หวังสูงชนะ 145 เขต

สำหรับการเลือกตั้งเที่ยวนี้พรรคก้าวไกลได้วางยุทธศาสตร์ไว้ 2 ระดับ คือ ระดับชาติและระดับพื้นที่ ซึ่ง ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล เปิดเผยสื่อเครือเนชั่นว่า ก้าวไกลมุ่งทำงานระดับพื้นที่เพื่อให้เข้าเป้ามากที่สุดซึ่งช่วงที่ผ่านมาว่าที่ผู้สมัครและคณะทำงานได้ลงพื้นที่ขายนโยบายให้สอดคล้องกับแต่ละพื้นที่ เช่น นโยบายปฏิรูปที่ดินทั้งระบบ สวัสดิการถ้วนหน้า การดูแลผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง เด็กแรกเกิด ฯลฯ  

จากการเกาะติดพื้นที่ทำให้พรรคก้าวไกลมั่นใจว่าคะแนน สส.แบบแบ่งเขตจะเป็นปัจจัยชี้ขาดผลการเลือกตั้ง โดยที่ Money Politics หรือการใช้เงินในทุกรูปแบบที่กำลังเกิดขึ้นเวลานี้ ไม่ว่าการดูดผู้สมัคร หรือการใช้กระสุนทางการเมืองในการเลือกตั้งจะเป็นปัจจัยบวกต่อพรรค เนื่องจากในการลงพื้นที่ของว่าที่ผู้สมัครของพรรคและทีมงานตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เทียบกับการเลือกตั้งปี 2562 พบว่าความนิยมของพรรคก้าวไกลเป็นบวก โดยเฉพาะจากการทำงานการเมืองในระดับท้องถิ่น ยกตัวอย่างเช่น ในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ครั้งที่ผ่านมา พรรคก้าวไกลได้ สก. ถึง 14 ที่นั่ง  

'ก้าวไกล' พร้อมจับมือ 'เพื่อไทย' ตั้งรัฐบาล หวังสูงชนะ 145 เขต

“พรรคไม่กังวลเรื่องบัตร 2 ใบ บางเขตถือเป็นโอกาสมากกว่าวิกฤต มั่นใจว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะได้ สส.เขตเพิ่มมากขึ้นแบบก้าวกระโดด โดยมีปัจจัยหลัก คือ ความนิยมต่อพรรค ทั้งการทำงานที่เป็นจริงและนโยบายจับต้องได้” เลขาธิการพรรคก้าวไกลระบุ

แน่นอนว่าการเลือกตั้งเที่ยวนี้พรรคฝั่งประชาธิปไตยอย่างก้าวไกลจะต้องแข่งเดือดกับพรรคเพื่อไทยที่หวังผลแบบแลนด์สไลด์หรือผลชนะอย่างถล่มทลายเพื่อคว้าโอกาสเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จึงคาดการณ์กันว่าผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งหรือโหวตเตอร์จำนวนไม่น้อยอาจตัดสินใจเลือกผู้แทนฯ แบบยุทธศาสตร์ หรือเทคะแนนให้พรรคใดพรรคหนึ่งชนะขาด โดยเฉพาะเพื่อไทยซึ่งหวังฐานเสียงจากคนรุ่นใหม่และกลุ่มที่เอือมระอากับการบริหารประเทศของพรรคฝั่งอนุรักษ์นิยมอย่างพลังประชารัฐและพันมิตรในปัจจุบัน

ประเด็นนี้ พิธาอธิบายว่า ประชาชนจะตัดสินใจเลือกตั้งอย่างมีความหวัง คงไม่เลือกเพราะความกลัว จึงมั่นใจว่าประชาชนจะให้น้ำหนักในการเลือกผู้นำประเทศมากกว่า ซึ่งแน่นอนว่าพิธาจะเป็นผู้ถูกเสนอชื่อในนามก้าวไกลเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจคะแนนนิยมทางการเมืองจากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) หรือ “นิด้าโพล” ครั้งล่าสุดเมื่อเดือน ธ.ค. 2565 ซึ่งเป็นการสำรวจรายไตรมาสพบว่าบุคคลที่ประชาชนจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรี อันดับ 1 ร้อยละ 34 เป็น “อุ๊งอิ๊ง” แพทองธาร ชินวัตร จากพรรคเพื่อไทย 

ขณะที่อันดับ 2 ร้อยละ 14 เป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เพิ่งประกาศตัวในนามพรรครวมไทยสร้างชาติขอพาประเทศไปต่อ และอันดับ 3 ร้อยละ 13 เป็น พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ โดยส่วนหนึ่งของผลสำรวจในครั้งนี้ประชาชนระบุความต้องการให้โอกาส “คนรุ่นใหม่” ที่มีวิสัยทัศน์เข้ามาบริหารประเทศ

ทั้งนี้ กกต.ประกาศเขตเลือกตั้งใหม่ทั่วประเทศรวม 400 เขต จำนวน สส. 400 คน แบ่งเป็น ภาคเหนือ 39 คน จากเดิม 33 คน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 132 คน จากเดิม 116 คน ภาคกลาง 122 คน จากเดิม 106 คน (รวม กทม. 33 คน) ภาคตะวันออก 29 คน จากเดิม 26 คน ภาคตะวันตก 20 คน จากเดิม 19 คน ภาคใต้ 58 คน จากเดิม 50 คน 

“ชุมสาย” ดักคอ ส.ว.ก่อนจะแก้ รธน.ปลดล็อกนายกฯ 8 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540905

14 ม.ค. 2566

“ชุมสาย” ดักคอ ส.ว.ก่อนจะแก้ รธน.ปลดล็อกนายกฯ 8 ปี

“ชุมสาย” รองเลขาธิการ พรรคเพื่อไทย ดักคอ ส.ว.ก่อนจะแก้ รธน.ปลดล็อกนายกฯ 8 ปี ไปแก้ ม.272 ,159 ตัดอำนาจ ส.ว.ก่อน ชี้หัดเคารพเสียง ปชช.บ้าง

วันที่ 14 มกราคม 2566 นายชุมสาย ศรียาภัย รองเลขาธิการ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) บางคน มีแนวคิดแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 158 วาระดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ไม่ควรจำกัดแค่ 8 ปี ถ้านายกรัฐมนตรีเป็นคนดีนั้น ก่อนที่บรรดา ส.ว.จะแก้ไขมาตรา 158 สิ่งที่ ส.ว.ควรทำ คือแก้ไขมาตรา 272 ที่กำหนดให้ ส.ว.มีอำนาจโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ที่ถือเป็นเมล็ดพันธุ์ของความขัดแย้งในสังคม ไม่มีความเป็นธรรม ไม่เคารพเสียงของประชาชน

เนื่องจาก ส.ส.ที่ประชาชนเลือกเข้าสู่สภาไม่อาจเอาชนะเสียงของ ส.ว.ที่มีที่มาจากการสรรหาของ คสช.ได้ ทำให้คนไทยไม่สามารถเลือกนายกรัฐมนตรีที่มีความรู้ ความสามารถได้ ซึ่งเชื่อมโยงกับมาตรา 269 ที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ที่แต่งตั้งโดย คสช. ออกแบบไว้ให้ ส.ว.มีวาระดำรงตำแหน่งยาวไปถึง 5 ปี 

เป้าหมายเพื่อให้สามารถโหวตนายกรัฐมนตรีได้อีกครั้งหนึ่ง และสอดรับกับมาตรา 256 ที่บัญญัติให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญทำได้ยากที่สุด ถึงกับขนาดที่แทบเป็นไปไม่ได้เลยในทางปฏิบัติจริง

ดังนั้น การที่ ส.ว.มีความพยายามแผ้วถางเส้นทางรอพลเอกประยุทธ์ โดยอ้างว่ามีสิทธิ์ที่จะอยู่ต่อได้เพราะเป็นคนดีนั้น เท่ากับคนกลุ่มนี้ไม่เคารพเสียงของประชาชน ดังนั้นหากอยากจะอยู่ต่อ ต้องไม่เอาเปรียบคนอื่น เข้าสู่อำนาจอย่างเท่าเทียม

ซึ่งการที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทยจำนวน 101 คน ได้เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยยกเลิกมาตรา 272 และแก้ไขมาตรา 159 เพื่อตัดอำนาจ ส.ว. เพื่อให้เฉพาะ ส.ส.เท่านั้นมีอำนาจเลือกนายกรัฐมนตรี ก่อนหน้านี้ จึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง ที่สมาชิกรัฐสภาทั้ง ส.ส.และ ส.ว.ต้องร่วมมือกันผลักดันให้เกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้ง

“คำพูดที่ว่าคนดีอยู่เกิน 8 ปีก็ได้ พยายามแก้ไขกฎหมายต่ออายุอำนาจ จึงสงสัยว่า ส.ว.กลุ่มนี้รับงานมาหรือไม่ เหตุใดจึงเอาแต่เพิ่มความขัดแย้งให้บ้านเมือง ท้าทายสติปัญญาคนไทย ส.ว.กลุ่มนี้มีที่มาจากการสรรหา กินเงินเดือนเท่ากับ ส.ส.ที่ประชาชนเลือกเข้ามา แทนที่จะทำงานเพื่อประชาชนบ้าง แต่กลายเป็นว่าทำงานตอบสนองต่ออำนาจเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน บ่งบอกว่า ส.ว.บางคนเป็นตรายางหรือไม่” นายชุมสาย ระบุ

“จุรินทร์” นำทัพแกนนำปชป. มอบ “นโยบาย 5ฟรี” ของขวัญวันเด็กแห่งชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540902

14 ม.ค. 2566

"จุรินทร์" นำทัพแกนนำปชป. มอบ "นโยบาย 5ฟรี" ของขวัญวันเด็กแห่งชาติ

คึกคัก! “จุรินทร์” นำทัพแกนนำปชป. มอบ “นโยบาย 5ฟรี” เป็นของขวัญวันเด็กแห่งชาติ พร้อมเปิดเวทีีให้เด็กๆ และผู้สนใจร่วมทำกิจกรรมตามโครงการ “ฟัง-คิด-ทำ” ตอน คิด-สร้างคน

เมื่อวันเสาร์ที่ 14 มกราคม 2566 เวลา 10.30 น.ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วย นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค ดูแล กทม. น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม. และนางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรค ได้ร่วมกันเปิดเวทีให้เด็กๆ และผู้สนใจร่วมทำกิจกรรมงานวันเด็กแห่งชาติของพรรคประชาธิปัตย์ในโครงการ “ฟัง-คิด-ทำ” ตอน คิด-สร้างคน

นายจุรินทร์ กล่าวว่า พรรคให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับงานวันเด็ก เพราะเด็กเยาวชนคืออนาคตของชาติ และช่วงเวลาที่ผ่านมาเป็นรัฐบาลทำงานก็ยึดเด็ก เยาวชนเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาประเทศ โดยคำขวัญปี 2566 คือ “รู้หน้าที่ มีวินัย ใฝ่ความดี” ซึ่งถือเป็นคุณสมบัติพื้นฐานของเยาวชนที่จะเติบโตไปเป็นบุคลากรสำคัญของประเทศ คำขวัญวันเด็กอย่างเดียวคงยังไม่พอ แต่ต้องมีมากกว่านั้นคือยุทธศาสตร์ทิศทางนโยบายที่จะขับเคลื่อนเด็กเยาวชนไปข้างหน้าเพื่อให้เป็นอนาคตของชาติที่มีศักยภาพต่อไปด้วย

“วันนี้แม้ไม่มีของขวัญวันเด็ก เป็นสมุด ดินสอ ปากกา ลูกโป่ง การ์ตูน แต่ประชาธิปัตย์ก็มีของขวัญวันเด็ก ที่เป็นนโยบายสำคัญ ถ้าประชาธิปัตย์ได้มีโอกาสเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เราก็จะขับเคลื่อนนโยบายที่จะเป็นประโยชน์ในการขับเคลื่อนพัฒนาเด็ก เยาวชน ต่อไปภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ 3 ข้อ คือ สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าว

พรรคประชาธิปัตย์ จัดงานวันเด็กแห่งชาติปี 2566พรรคประชาธิปัตย์ จัดงานวันเด็กแห่งชาติปี 2566

"จุรินทร์" นำทัพแกนนำปชป. มอบ "นโยบาย 5ฟรี" ของขวัญวันเด็กแห่งชาติ

พร้อมกับได้เพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบาย 5 ฟรี ประกอบด้วย

1. เดินหน้าต่อนโยบาย “เรียนฟรี” ที่ประชาธิปัตย์ได้เริ่มต้นไว้ตั้งแต่ปี 2552 สมัยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี และมีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

2. “รักษาฟรี” เป็นนโยบายที่พรรคประชาธิปัตย์ได้เริ่มต้นมาตั้งแต่นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ในสมัยที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โดยให้เด็กและเยาวชนรักษาฟรี ซึ่งจะเดินหน้าต่อไปและพัฒนาให้มีศักยภาพมากขึ้น

3.จัดให้มี “นมโรงเรียนฟรี” ที่เริ่มต้นไว้ตั้งแต่สมัยนายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี โดยจะเดินหน้าต่อและจะขยายให้มีนมโรงเรียนฟรี 365 วัน เพื่อสร้างคน สร้างชาติต่อไปในอนาคต

4. “อาหารกลางวันฟรี” ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์เห็นว่าจากการที่ยังมีเด็กยากจนจำนวนมาก ดังนั้นอาหารกลางวันฟรี ตั้งแต่อนุบาล ถึง ป.6 จึงเป็นความคิดหนึ่งของประชาธิปัตย์และเดินหน้ามาถึงปัจจุบันนี้ ซึ่งจะได้ขยายผลเพิ่มเติมต่อไปในอนาคต

5. เด็กอายุ 0-6 ขวบ ที่ทุกวันนี้มีเงินสนับสนุนแม่ 600 บาทต่อเดือน แต่ยังได้รับไม่ทั่วถึง ซึ่งหากพรรคประชาธิปัตย์ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลจะเดินหน้าต่อ และจะต้องได้รับแบบถ้วนหน้าทุกคน

พร้อมกันนี้ นายจุรินทร์ ยังได้พูดคุยกับกลุ่มนักศึกษาที่มาร่วมงาน โดยได้สอบถามเรื่องวิชาเรียน พร้อมกับให้คำแนะนำกลุ่มนักศึกษาซึ่งส่วนใหญ่กำลังเรียนในคณะศึกษาศาสตร์ว่า “เรียนในห้องสอบก็ไม่สำคัญเท่ากับโลกของความเป็นจริง” และยังเสริมอีกว่า สาขาปฐมวัยเป็นสาขาหนึ่งที่ยังขาด เพราะเป็นวิชาเฉพาะ มีวิธีการเฉพาะอยู่ ซึ่งจะช่วยในการสร้างชาติสร้างประเทศได้ ขณะที่มีนักศึกษาที่จบการศึกษาและกำลังประกอบอาชีพครูได้กล่าวถึงปัญหาจากการเรียนการสอนว่า การต้องสอนตามหลักสูตรทำให้ไม่ทันโลก จึงอยากให้แก้ไขหลักสูตรการเรียนการสอนเพื่อให้ทันสมัยขึ้น

"จุรินทร์" นำทัพแกนนำปชป. มอบ "นโยบาย 5ฟรี" ของขวัญวันเด็กแห่งชาติ
"จุรินทร์" นำทัพแกนนำปชป. มอบ "นโยบาย 5ฟรี" ของขวัญวันเด็กแห่งชาติ

‘นายกรัฐมนตรี’ ขอบคุณ เด็กๆให้กำลังใจทำงาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540889

14 ม.ค. 2566

'นายกรัฐมนตรี' ขอบคุณ เด็กๆให้กำลังใจทำงาน

ย้ำ 4 กลยุทธ์ บ่มเพาะสู่ความสำเร็จ เนื่องใน’วันเด็ก’แห่งชาติ นายกรัฐมนตรี บอกให้รู้จักวางตัว วางความคิด ให้เหมาะสม

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โพส ขอบคุณเด็กๆ ที่ได้ส่งบัตรอวยพรและงานฝีมือมาให้ เพื่อเป็นกำลังใจในการทำงาน อวยพรให้ดำเนินภารกิจต่างๆ ไปได้ด้วยความสำเร็จราบรื่น  จึงขอรับน้ำใจและความระลึกถึงกันจากเด็กๆ ที่เป็นอนาคตของชาติไว้ด้วยความขอบคุณและขอส่งมอบความปรารถนาดีไปยังเด็กไทยทั่วประเทศ ผ่านคำขวัญวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2566 รู้หน้าที่ มีวินัย ใฝ่ความดี 

วันนี้ ได้เปิดทำเนียบรัฐบาลต้อนรับเด็กๆ และจัดกิจกรรมที่มีแนวคิดหลัก 3 ประการ คือการ ปลูกฝัง ใจรักชาติ, ภาคภูมิความเป็นไทย และให้โอกาสแสดง พลังอำนาจของเด็กไทย ซึ่งจะได้ร่วมรับชม รับฟัง การนำเสนอผลงาน และแลกเปลี่ยนความเห็น การนำเสนอความคิดผ่านมุมมองของตัวแทนเยาวชน 10 ทีม

ในฐานะนายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับเด็กและเยาวชนเป็นอย่างมาก ไม่เพียงแต่ในวันเด็ก แต่ในทุกๆ วัน ทั้งวันนี้และวันข้างหน้า ในบริบทของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป โดยได้ผลักดันแนวทางการพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชนอย่างรอบด้าน มีความพร้อมทั้งความรู้และทักษะชีวิต ตามหลักกลยุทธ์ 4 H ได้แก่

  • ด้านอารมณ์-จิตใจ (Heart) คือ ความดี มีคุณธรรม
  • ด้านสติปัญญา (Head) คือ ความเก่ง ฉลาดเฉลียว
  • ด้านสุขภาพ (Health) คือ สุขภาพดี แข็งแรง
  • ด้านทักษะฝีมืออาชีพ (Hand) คือ ทักษะที่สำคัญและจำเป็นในศตวรรษที่ 21  

ทั้งหมดนี้ พื้นฐานที่สำคัญคือการมีส่วนร่วมของครอบครัว (Home) และชุมชน ในการบ่มเพาะเยาวชนให้เติบโตขึ้น เป็นพลเมืองคุณภาพของบ้านเมืองต่อไป

ในวันเด็กแห่งชาติปีนี้ ขอให้ลูกหลานไทยทุกคน วางใจ ไว้ในที่ๆ ถูกต้องเหมาะสม วางความคิดไว้ในทางที่จะเป็นประโยชน์ ไม่มีโทษต่อทั้งตัวเรา ครอบครัว สังคม และประเทศชาติ และ วางตัวในการหมั่นเพียร ทั้งการเรียนและการทำความดี เท่านี้เราก็จะเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพของสังคมได้อย่างแน่นอน

North’s top digital asset expo returns with Block Mountain CNX on Feb 23-26

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/more/pr-news/40023991

North’s top digital asset expo returns with Block Mountain CNX on Feb 23-26

North’s top digital asset expo returns with Block Mountain CNX on Feb 23-26

FRIDAY, JANUARY 13, 2023

The largest Blockchain and digital asset exhibition in the North is celebrating its 5th anniversary with the four-day Block Mountain CNX 2023 expo next month.

Visitors can explore the Web 3.0 experience in Chiang Mai from February 23-26.

On the menu is a feast of Blockchain and digital-asset events that have proved popular among the government sector, entrepreneurs, investors and the general public alike over the past four years.

The four-day expo is being held by OM Platform Co Ltd together with the Thai Digital Asset AssociationThai metaverse association, and a network of industry alliances. Other partners including CryptomindBlockchain Review, and the crypto community will be showcasing their knowledge of Web3.0 Blockchain technology, digital assets, innovations, and related technologies.

The organisers expect the expo to stimulate knowledge and understanding of the application of Blockchain technology in business operations for entrepreneurs in Thailand. It will boost awareness of digital assets’ important role and how they will affect life in the future, while also serving as a forum for connection and collaboration between sectors related to Web 3.0 Blockchain technology and digital assets.

The core of Block Mountain CNX 2023 will be held at the Science and Technology ParkChiang Mai University from February 23-26.

North’s top digital asset expo returns with Block Mountain CNX on Feb 23-26

The introductory event is the “CNX NFT Day” from 1pm to 6pm on February 23.

Other side events include “Bitcoin & Beer Uncensored” while the expo will wrap up with the Web3.0 Community Talk. Tickets for the mixed-format online/offline expo are on sale from Saturday, January 14.

For more details visit https://blockmountaincnx.com or https://www.facebook.com/BlockmountainOfficial