‘มนัญญา’ชูแปลงใหญ่มะม่วง ผลผลิตมีคุณภาพ-เน้นการส่งออก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/702485

วันศุกร์ ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวในโอกาสลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่มะม่วงคุณภาพบ้านวังน้ำบ่อต.ไทรย้อย อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก โดยมีนายภูสิต สมจิตต์ ผวจ.พิษณุโลก นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เข้าร่วม ว่า จ.พิษณุโลก มีพืชเศรษฐกิจที่สำคัญหลายชนิด โดยมะม่วงน้ำดอกไม้ ถือเป็น Product Champion ที่สร้างรายได้และชื่อเสียงให้กับ จ.พิษณุโลก ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ ปัจจุบัน จ.พิษณุโลก มีเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วง ผ่านการรับรองมาตรฐาน GAP รวม 563 ราย พื้นที่ 7,878 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 12 ของพื้นที่ปลูกมะม่วงทั้งหมด ซึ่งการได้รับการรับรอง GAP ส่งผลให้สามารถส่งมะม่วงจำหน่ายตลาดต่างประเทศ เพิ่มขึ้นร้อยละ 50

“กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่มะม่วงคุณภาพบ้านวังน้ำบ่อ เป็นอีกตัวอย่างความสำเร็จที่ได้รับการสนับสนุนเทคโนโลยี และความรู้วิชาการจากกรมวิชาการเกษตร ซึ่งได้ถ่ายทอดให้แก่กลุ่มเกษตรกร ช่วยลดต้นทุนการผลิตและทำให้ผลผลิตมีคุณภาพได้มาตรฐาน อย่างไรก็ดี จากการรับฟังปัญหา พบว่าขณะนี้โรงคัดบรรจุมะม่วงของกลุ่มที่อยู่ระหว่างการขอการรับรอง GMP นั้น ยังติดปัญหาเรื่องเอกสารสิทธิที่ดิน ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาด ภายใต้โครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล ซึ่งจะรวบรวมเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหา” น.ส.มนัญญา กล่าว

ด้านนระพีภัทร์ กล่าวว่า กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่มะม่วงคุณภาพบ้านวังน้ำบ่อ นำโดยน.ส.ชลธิชา ช่างประดิษฐ์ ประธานกลุ่มฯ เริ่มแรกได้ปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง 22.75 ไร่ โดยศึกษาวิธีการผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองคุณภาพเพื่อการส่งออกด้วยตนเอง ต่อมาปี 2561 ได้ยื่นขอรับการรับรอง GAP เพื่อใช้ประกอบการส่งออกไปจำหน่ายต่างประเทศ ปี 2562 ได้รับคัดเลือกจากสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 2 เป็นแปลง GAP ดีเด่นระดับเขต และต่อมาได้รับคัดเลือกเป็นแปลงพืช GAP ดีเด่นอันดับที่ 2 ระดับประเทศ จากนั้นได้รวมกลุ่มผู้ปลูกมะม่วงบ้านวังน้ำบ่อ จดทะเบียนเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่มะม่วงคุณภาพบ้านวังน้ำบ่อ เพื่อยกระดับการผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้เพื่อการส่งออก

โอกาสนี้ น.ส.มนัญญา ได้มอบใบรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืช (GAP) ให้แก่เกษตรกรผู้ผ่านการรับรอง 10 ราย พร้อมมอบเมล็ดพันธุ์ดี ต้นพันธุ์กัญชา และปัจจัยการผลิตแก่เกษตรกรในพื้นที่ และเยี่ยมชมแปลงต้นแบบการผลิตมะม่วงที่ได้รับใบรับรอง GAP พร้อมทั้งปล่อยแม่พันธุ์มวนพิฆาตตัวเต็มวัย 200 ตัว เพื่อปรับระบบนิเวศในการควบคุมแมลงศัตรูมะม่วง โดยวิธีธรรมชาติ จากนั้นเยี่ยมชมโรงคัดบรรจุมะม่วง ของกลุ่มที่อยู่ระหว่างการขอการรับรอง GMP และเยี่ยมชมนิทรรศการต่างๆ เช่น การสาธิตการผสมปุ๋ยใช้เอง,การจัดทำบัญชีสหกรณ์, สาธิตการให้น้ำแบบ AI นอกจากนี้ภายในงานยังมีบูธให้บริการขึ้นทะเบียนรับรองแหล่งผลิตพืช GAP รวมทั้งการต่ออายุใบรับรอง แบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) ให้กับเกษตรกรภายในงานด้วย

เกษตรฯร่วมจัดงาน มหกรรมการประกวด ควายใหญ่ควายงาม ช่วยพัฒนาสายพันธุ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/702486

วันศุกร์ ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงาน “มหกรรมประกวดควายใหญ่ ควายงาม เมืองดอกบัวครั้งที่ 1” โดยมีผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมที่สนามกีฬาโรงเรียนนาคำวิทยา ต.แดงหม้อ อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี มีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นและเสริมสร้างแรงจูงใจในการเลี้ยงควาย เป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการปรับปรุงและพัฒนาสายพันธุ์ ตลอดจนอนุรักษ์และพัฒนาสายพันธุ์ควายให้ได้มาตรฐานสู่สากล กระตุ้นและสนับสนุนการท่องเที่ยวใน จ.อุบลราชธานี ซึ่งภายในงานแบ่งประเภทการประกวดควายงาม เป็น 2 ประเภท คือ 1.ประกวดควายท้องถิ่น ควายงามลุ่มแม่น้ำมูล รวมสีดำ เผือก เพศผู้ เพศเมีย ประกอบไปด้วย 6 รุ่น (ตั้งแต่รุ่นอายุ 8-12 เดือน / 12-18 เดือน / 18-24 เดือน / 24-36 เดือน / 36-48 เดือน / 48-60 เดือน) 2.ประกวดควายทั่วไป ประเภทควายเผือก เพศผู้ เพศเมีย(รุ่นฟันน้ำนม / รุ่นฟันแท้ไม่เกิน 2 คู่) และประเภทควายดำ เพศผู้ เพศเมีย(รุ่นฟันน้ำนม สูงไม่เกิน 140 ซม. / รุ่นฟันน้ำนม สูงเกิน 140 ซม. / รุ่นฟันแท้ไม่เกิน 1 คู่ / รุ่นฟันแท้ไม่เกิน 2 คู่ / รุ่นฟันแท้ไม่เกิน 3 คู่)

ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวให้ทั้งความรู้และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวใน จ.อุบลราชธานี โดยได้รับความสนใจจากประชาชนผู้เลี้ยงทั้งในพื้นที่และจังหวัดอื่นๆ สามารถรวมพลคนเลี้ยงควาย เป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้วิถีคนเลี้ยงควาย และการสร้างเครือข่าย เพื่อการพัฒนาและอนุรักษ์ควายไทยให้คงอยู่คู่กับ สังคมไทย และเป็นการสร้างมาตรฐานสู่สากล ให้เป็นที่ยอมรับโดยทั่วกัน

ปลัด ทส.สั่งสอบวินัยร้ายแรงอธิบดีกรมอุทยานฯ ใครเอี่ยวโดนหมด โทษสูงสุดให้ออก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/702513

ปลัด ทส.สั่งสอบวินัยร้ายแรงอธิบดีกรมอุทยานฯ ใครเอี่ยวโดนหมด โทษสูงสุดให้ออก

ปลัด ทส.สั่งสอบวินัยร้ายแรงอธิบดีกรมอุทยานฯ ใครเอี่ยวโดนหมด โทษสูงสุดให้ออก

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2566, 19.14 น.

ปลัด ทส.กำชับให้คกก.สอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงกรณีอธิบดีกรมอุทยานฯ เรียกรับเงินลูกน้องดำเนินการอย่างละเอียดผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงที่มาของเงินที่พบในห้องทำงาน ด้านปธ.คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเผย อธิบดีกรมอุทยานฯ ได้ทำหนังสือตอบกรรมการ โดยปฏิเสธเรื่องที่ถูกกล่าวหา

5 ม.ค.65 นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงกรณีนายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชถูกตำรวจบก.ปปป. และเจ้าหน้าที่ป.ป.ช. จับกุมฐานเรียกรับเงินจากผู้ใต้บังคับบัญชาเพื่อแลกกับการแต่งตั้งโยกย้าย โดยขั้นตอนการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงเป็นขั้นตอนหลังจากที่คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงได้สอบสวนเบื้องต้นแล้วพบว่า มีมูลการกระทำผิดทางวินัยของข้าราชการ (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :เชือดดาบสอง!วราวุธเผยปลัดทส.เซ็นตั้งกก.สอบวินัยร้ายแรงอธิบดีอุทยานฯ)

ทั้งนี้ คณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงจะสอบสวนผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ตลอดจนสอบสวนที่มาของเงินซึ่งพบในห้องทำงานของอธิบดีกรมอุทยานฯ ด้วย หากคณะกรรมการสรุปผลการสอบสวนว่า กระทำผิดจริง จะดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ผิดคือผิด โดยตามระเบียบข้าราชการพลเรือน หลังการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงแล้ว ต้องมีกระบวนการพิจารณาโทษต่อไป ซึ่งโทษสูงสุดกรณีทุจริตคือ ให้ออกจากราชการ

ส่วนข้อเสนอของนายศศิน เฉลิมลาภ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียรที่ให้คืนความธรรมแก่ข้าราชการของกรมอุทยานฯ ที่ถูกนายรัชฎาโยกย้ายโดยมิชอบนั้น ปลัดกระทรวงทส. กล่าวว่า จะตรวจสอบ โดยพิจารณาว่า เป็นไปตามหลักเกณฑ์การแต่งตั้งโยกย้ายหรือไม่ แต่จะปรักปรำว่า ทุกตำแหน่งที่อธิบดีออกคำสั่งแต่งตั้งนั้น ไม่เหมาะสมทั้งหมดไม่ได้ ซึ่งนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทส. กำชับว่า การแต่งตั้งต้องเป็นธรรม โปร่งใส และตรวจสอบได้ 

นายกุศล โชติรัตน์ รองปลัดกระทรวงทส. และประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กล่าวว่า ในการสอบสวนของคณะกรรมการนั้น ได้ตรวจสอบ 3 ส่วนคือ อธิบดีกรมอุทยานฯ ซึ่งเป็นผู้ถูกร้อง นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ซึ่งเป็นผู้ร้องและข้อมูลจากตำรวจ บก.ปปป. และป.ป.ช. โดยอธิบดีกรมอุทยานฯ ปฏิเสธข้อกล่าวหาโดยทำเป็นลายลักษณ์อักษรตอบกรรมการ แต่การปฏิเสธของผู้ถูกร้อง ไม่ได้หมายถึง ไม่มีความผิด การพบเงินจำนวนมากในห้องทำงานเป็นเรื่องไม่ปกติ ประกอบกับข้อมูลประกอบอื่นๆ จึงสรุปว่า มีมูลการกระทำผิดทางวินัย อีกทั้งการปฏิเสธของผู้ถูกร้อง ไม่ได้หมายถึง ไม่มีมูลความผิด จึงเสนอผลสอบต่อปลัดกระทรวงฯ ซึ่งปลัดกระทรวงฯ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง

สำหรับขั้นตอนการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงตามระเบียบข้าราชการพลเรือน ไม่ได้กำหนดระยะเวลา เนื่องจากต้องสอบสวนอย่างรอบคอบ กรณีที่มีหลักฐานชัดเจน คณะกรรมการสามารถสรุปผลได้เร็ว แต่ถ้ามีรายละเอียดและมีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก ต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง หากคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยสรุปว่า มีความผิด ปลัดกระทรวงฯ มีอำนาจในการพิจารณาโทษ โดยผู้ถูกร้องสามารถอุทธรณ์ได้ใน 90 วัน

‘สมเด็จพระสังฆราชฯ’ประทานไฟพระฤกษ์วัดพระศรีมหาธาตุราชวรวิหารพิษณุโลก ในโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีพุทธ 2565

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/702668

'สมเด็จพระสังฆราชฯ'ประทานไฟพระฤกษ์วัดพระศรีมหาธาตุราชวรวิหารพิษณุโลก ในโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีพุทธ 2565

‘สมเด็จพระสังฆราชฯ’ประทานไฟพระฤกษ์วัดพระศรีมหาธาตุราชวรวิหารพิษณุโลก ในโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีพุทธ 2565

วันศุกร์ ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2566, 15.49 น.

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก จุดไฟพระฤกษ์ถวายเป็นพุทธบูชาในเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ในโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีพุทธ 2565 ประทานไฟพระฤกษ์ให้วัดพระศรีมหาธาตุราชวรวิหาร จ.พิษณุโลก ไปเมื่อวันที่ 2 มกราคม พ.ศ 2566  เมื่อเวลา 13.39 น.

โดยเจ้าหน้าที่วัฒนธรรมและคณะอนุกรรมการให้การตอนรับประธานในพิธี คณะอนุกรรมการฝ่ายกิจกรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนา มจร.นำโดย ดร.ศุภชัย ผ่องสวัสดิ์ ประธานอนุกรรมการฯ พร้อมด้วยคุณสุพิชญา ไพฑูลย์ประธานอนุกรรมการฝ่ายกิจกรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนามจร.ประจำวิทยาเขตนครสวรรค์ ภาคเหนือตอนล่าง และเจ้าหน้าที่พิธีการอัญเชิญตระเกียงไฟพระฤกษ์ ประทานนำเข้าสู่พระอุโบสถ ประดิษฐานหน้าโต๊ะหมู่หน้าพระรูป เจ้าพระคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายกประธานในพิธีจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัยและเปิดกรวยถวายสักการะหน้าพระรูป พิธีกรนำสมาธานศีลห้า พระสงฆ์ให้ศีล กล่าวรายละเอียดไฟพระฤกษ์ประทานและคำถวายไฟพระฤกษ์แด่พระสงฆ์ เจ้าหน้าที่พิธีการอัญเชิญไฟพระฤกษ์ จากโต๊ะหมู นำประธานในพิธีน้อมถวายตะเกียงไฟพระฤกษ์ แด่เจ้าอาวาส จากนั้นเจ้าอาวาสทำพิธีจุดไฟพระฤกษ์บนเทียนชัย ถวายเป็นพุทธบูชาแด่พระประธานในอุโบสถ พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา  เพื่อถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ รวมทั้งเป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนาและสร้างแรงจูงใจให้ประชาชน ลด ละ เลิกอบายมุข ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่พุทธศักราช 2566

‘C.P.S. COFFEE’จับมือศิลปินสตรีทอาร์ต เปิดตัวแฟชั่นไอเทมคอลเลคชั่นพิเศษ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/702463

‘C.P.S. COFFEE’จับมือศิลปินสตรีทอาร์ต  เปิดตัวแฟชั่นไอเทมคอลเลคชั่นพิเศษ

‘C.P.S. COFFEE’จับมือศิลปินสตรีทอาร์ต เปิดตัวแฟชั่นไอเทมคอลเลคชั่นพิเศษ

วันศุกร์ ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

อภิสิทธิ์ สิงห์สัจจเทศ แห่ง C.P.S. และศิลปินทู-เชย

ถูกใจเหล่าคอกาแฟที่หลงใหลในแฟชั่นและงานศิลปะ เมื่อคาเฟ่ไลฟ์สไตล์สุดเท่อย่าง “C.P.S. COFFEE” ได้เปิดตัวแฟชั่นไอเทมคอลเลคชั่นพิเศษที่นำเอาศิลปะสตรีทอาร์ตมาผสมผสานเข้ากับไลฟ์สไตล์การดื่มกาแฟ โดยการจับมือกับศิลปินหนุ่มแนวสตรีทอาร์ตชื่อดัง “2CHOEY” (ทู-เชย) ร่วมสร้างสรรค์คอลเลคชั่นพิเศษที่ชื่อว่า “C.P.S. COFFEE X 2CHOEY” โดยนำเอาผลงานศิลปะชื่อดังที่เป็นคาแร็กเตอร์รูปมือแสนซนอันเป็นเอกลักษณ์ ด้วยโทนสีสดใสและลายเส้นที่เฉียบคมอย่าง “Fingies” มาผสมผสานเข้ากับความเท่และความโมเดิร์นของแบรนด์ “C.P.S. COFFEE” ที่โดดเด่นในเรื่องของกาแฟได้อย่างลงตัว 

“C.P.S. COFFEE” คาเฟ่สไตล์ Coffee & Lifestyle Bar ซึ่งรังสรรค์เมนูเครื่องดื่มและเบเกอรี่คุณภาพระดับพรีเมียม ที่มาในคอนเซ็ปต์ “COFFEE. PASSION. SPECIALTY.” ตอบโจทย์ความต้องการของเหล่าคาเฟ่ฮอปเปอร์ได้ทุกรูปแบบ

สำหรับผลงานศิลปะที่ทาง “2CHOEY” (ทู-เชย) ได้สร้างสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษสำหรับ “C.P.S. COFFEE” นั้น มีทั้งหมด 4 ลวดลายด้วยกัน เริ่มต้นจากผลงานที่ชื่อว่า “Friends” ภาพที่บ่งบอกถึงมิตรภาพและบทสนทนาที่มีคาเฟ่และกาแฟเป็นจุดเชื่อม ซึ่งความสนใจเดียวกันนี้ทำให้ผู้คนที่หลากหลายได้เดินทางมาเจอกัน และทำให้เกิดการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ และประสบการณ์ใหม่ๆ ถัดมาที่ผลงาน “Thinking of you” ภาพที่นำเสนอแง่มุมความคิดถึงในรสชาติของกาแฟ เสน่ห์ที่ทำให้เหล่าคอฟฟี่เลิฟเวอร์ต่างหลงใหลจึงไม่แปลกที่คอกาแฟหลายๆ คน จะคิดถึงรสชาติและกลิ่นหอมของกาแฟอยู่บ่อยๆ ผลงานถัดมา “Cuffee Together” อีกหนึ่งเอกลักษณ์ในการสร้างสรรค์ผลงานของทูเชย คือการหยิบยกเอาเรื่องราวที่มีความแตกต่างกันมานำเสนอในมุมมองใหม่ จึงก่อให้เกิดการมุมมองและจินตนาการใหม่ๆ ให้กับผู้พบเห็น ซึ่ง Cuffee Together เป็นการนำคำว่า Cuff และ Coffee มาเล่าเรื่องใหม่ จากการนำเอาสัญลักษณ์ระหว่างตำรวจกับผู้ร้ายอย่างกุญแจมือมาตีความขึ้นใหม่ โดยมีกาแฟเป็นจุดเชื่อม และผลงานชิ้นสุดท้ายมีชื่อว่า “Blending” กับการให้คาแร็กเตอร์ดังอย่าง “Fingies” กระโดดลงไปในเครื่องดื่มแก้วโปรด เพื่อดื่มด่ำกับรสชาติและกลิ่นอันหอมหวานของกาแฟที่มีความพิเศษเฉพาะตัว ราวกับว่าผู้ดื่มและเครื่องดื่มแก้วโปรดนั้นได้รวมกันเป็นหนึ่ง 

โดยผลงานทั้ง 4 ชิ้นนั้นได้ถูกนำมาถ่ายทอดสู่แฟชั่นไอเทมชิ้นเด่น ที่ประกอบไปด้วยเสื้อยืดพิมพ์ลายผลงานภาพวาดที่มาในโทนสีเบสิกอย่างสีขาวและสีดำ รวมถึงโทนสีคลาสสิกอย่างสีครีมและสีน้ำตาล อีกทั้งยังมีหมวกบักเก็ตผ้าลูกฟูกสีดำ ที่ใช้สีขาวในการพิมพ์ลายเพื่อเพิ่มความโดดเด่น และกระเป๋าโท้ทใบโปรด ไอเทมเด่นสำหรับเหล่าคาเฟ่ฮอปเปอร์ นอกจากนี้ ยังมีแก้วเก็บความเย็น (Tumbler) พวงกุญแจ และโปสเตอร์ ที่คอกาแฟสายอาร์ตไม่ควรพลาดสำหรับการสะสม

พบกับคอลเลคชั่น “C.P.S. COFFEE X 2CHOEY” ได้แล้ววันนี้ที่ร้าน C.P.S. COFFEE สาขาแฟล็กชิพ สุขุมวิท 53 เท่านั้น

ASICS EX89™ จากรองเท้าบาสยุค 80 สู่สนีกเกอร์สุดเท่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/702453

ASICS EX89™ จากรองเท้าบาสยุค 80 สู่สนีกเกอร์สุดเท่

ASICS EX89™ จากรองเท้าบาสยุค 80 สู่สนีกเกอร์สุดเท่

วันศุกร์ ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ASICS SportStyle (เอสิคซ์ สปอร์ตสไตล์) เผยโฉมสนีกเกอร์รุ่นใหม่ล่าสุด EX89™ ที่่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากรองเท้าบาสเกตบอล GEL-EXTREME ในช่วงปี 1989 และนำมาปรับเปลี่ยนทรงรองเท้าให้เป็นแบบ low-top ซึ่งโมเดลนี้ เดิมถูกออกแบบโดย Toshikazu Kayano(โทชิคาซึ คายาโน่) นับว่าเป็นโปรเจกท์แรกที่ร่วมมือกับ ASICS ที่หลายๆ คนอาจจะคุ้นเคยกับเขาจากซีรี่ส์รองเท้าวิ่งอย่าง GEL-KAYANO™ เพราะเป็นโมเดลที่นับว่าเป็นความสำเร็จที่สำคัญ ที่ปูทางไปสู่การพัฒนาทางเทคโนโลยีของรองเท้า ASICS

ในช่วงยุค 1980 ตอนปลาย รองเท้าสำหรับเล่นบาสเกตบอลมักจะใช้สีพื้นเป็นสีขาว แต่รูปลักษณ์ของ EX89™ ที่สืบทอดมาจาก GEL- EXTREME เรียกได้ว่าเป็นการฉีกกฎรองเท้าบาส ด้วยการนำสียูนิฟอร์มของทีมมาตกแต่งเพื่อตัดกับพื้นรองเท้าสีขาว และในซีซั่นนี้ EX89™ ก็กลับมาในรูปแบบใหม่ที่ยังคงการใช้วัสดุหนัง แต่ออกนอกกรอบมากขึ้นด้วยการผสานสีประจำทีมต่างๆ ในลวดลายของรองเท้าเข้าไปด้วย นอกจากนั้น โมเดลใหม่นี้ก็ยังมีรูปแบบอื่นๆ มาให้เลือกอย่างหลากหลาย และยังปรับให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ในปัจจุบันมากขึ้นอีกด้วย

ในส่วนของนวัตกรรมของ รองเท้า EX89™ มาพร้อมกับเทคโนโลยี GEL™ที่รองรับแรงกระแทกและเพิ่มการดูดซับแรงกระแทกจากการกระโดดหรือชู้ตลูกได้อย่างดี และยังมีการนำเอา FF BLAST™ เทคโนโลยีโฟมของ ASICS มาเสริมบริเวณพื้นรองเท้า ซึ่งให้ความ นุ่ม เด้ง เบาสบาย ขณะสวมใส่ ทำให้เหมาะสำหรับการสวมใส่ในทุกๆวันมากยิ่งขึ้น

สำหรับพื้นของรองเท้าคู่นี้คายาโน่ ผู้ออกแบบได้รับแรงบันดาลใจมาจากทริปที่สหรัฐอเมริกาในปี 1987 ซึ่งเป็นการนำวิวของผังเมือง เวลาที่มองจากมุมสูง มาไว้ที่พื้นของรองเท้า นอกจากดีไซน์ที่แปลกตา ตัวพื้นนี้ก็ยังให้การเกาะที่ดีบนพื้นผิวไม้ โดยเฉพาะเวลาเลี้ยวอย่างรวดเร็ว หรือหยุดกะทันหัน

สำหรับ EX89™ ยังได้ อิน-สาริน รณเกียรติ และ เน๋ง-ศรัณย์นราประเสริฐกุล ASICS Brand Ambassador มาร่วมนำเสนอแฟชั่นลุคเท่ๆ จากการ mix & match สนีกเกอร์ EX89™ ให้แฟนๆ ได้ติดตามกันอีกด้วย

สนีกเกอร์ EX89™ มีทั้งแบบที่ตกแต่งด้วยสีทีมบาสเกตบอลโปรดของคุณ และยังมีแบบโทนสีเรียบง่ายที่ถูกออกแบบให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์แบบคลาสสิกอีกด้วย ทั้งหมดนี้วางจำหน่ายแล้วที่ ASICS.com และ ASICS Store สาขา CentralwOrld และ Central Ladprao รวมถึงร้านรองเท้าชั้นนำติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ASICS SportStyle ได้ที่ LINE Official : @ASICSTH Facebook: ASICS SportStyle และ Instagram: @ASICS_SPORTSTYLE_TH

ไต้หวัน ชวนชมงาน เทศกาลโคมไฟไต้หวัน 2023 รับตรุษจีน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/702458

ไต้หวัน ชวนชมงาน เทศกาลโคมไฟไต้หวัน 2023 รับตรุษจีน

ไต้หวัน ชวนชมงาน เทศกาลโคมไฟไต้หวัน 2023 รับตรุษจีน

วันศุกร์ ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เทศกาลโคมไฟไต้หวัน (Taiwan Lantern Festival) เป็นอีกหนึ่งงานประจำปีอันเก่าแก่ของไต้หวันที่ถูกจัดต่อเนื่องมายาวนาน นิยมจัดหลังจากเทศกาลตรุษจีนเพื่อขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และต้อนรับพระจันทร์เต็มดวงคืนแรกของวันปีใหม่ทางจันทรคติ ที่เชื่อกันว่าจะนำพาความหวังและความปรารถนาของเราให้ประสบความสำเร็จ บทความในวันนี้จะพาทุกท่านไปสัมผัสกับความสวยงามตระการตาของเทศกาลที่ขึ้นชื่อว่าเป็น 1 ใน 7 เทศกาลของไต้หวันที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกต่างรอคอยชมความสวยงามของโคมไฟและความยิ่งใหญ่เทคโนโลยีการใช้แสงสี

เทศกาลโคมไฟ 2023 (Taiwan Lantern Festival in Taipei 2023) เมืองไทเป ได้รับให้เป็นเจ้าภาพและจัดงาน ภายใต้ธีม Light Up The Futureแสงแห่งความหวังและเส้นทางแห่งแสงนำไทเปไปสู่อนาคต นักท่องเที่ยวจะได้เพลิดเพลินกับการชมโคมไฟรูปร่างตัวการ์ตูน สัตว์นานาชนิด รูปทรงต่างๆ จากการออกแบบที่ถูกผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมการใช้ชีวิต ศิลปะโคมไฟแบบดั้งเดิม เข้ากับนวัตกรรมและเทคโนโลยีแสงสี เพื่อสะท้อนถึงวิถีชีวิตประเพณีของคนไต้หวันและสนุกสนานกับการชมการแสดงพื้นบ้าน พร้อมทานอาหารที่หลากหลายจากร้านที่เปิดให้บริการตลอดสองข้างทาง

ภายในงานแบ่งการแสดงโคมไฟออกเป็น 4 โซน ซึ่งแต่ละโซนก็มีความพิเศษและรูปร่างโคมไฟแตกต่างกันไป โดยเริ่มกันที่ โซน Beacons of Light Display Zone กับการประดับโคมไฟรูปสัตว์ ตัวการ์ตูน รูปร่างต่างๆ มากมาย ที่จะทำให้เราสามารถเห็นถึงย่านธุรกิจ ความเป็นผู้นำทางเศรษฐกิจใหม่ ความสำเร็จและความรุ่งเรืองของเมืองไทเปในยามค่ำคืน ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจของคนไต้หวัน ต่อมา โซน Fount of Light Display Zone กับการเรียนรู้ประวัติศาสตร์วิวัฒนาการ วัฒนธรรมของเมืองไทเปที่มีความหลากหลาย ตั้งแต่อดีต-ปัจจุบัน เพลิดเพลินกับการแสดงน้ำพุและแสงสีเสียง บริเวณสวน Songshan Cultural and Creative Park และ โซน Lights of the Future Display Zone จัดแสดงบริเวณเขต Xin Yi ซึ่งถือเป็นเขตที่มีความทันสมัยของเมืองไทเป จัดแสดงโคมไฟโดยการควบคุมความสว่างของโคมไฟด้วยระบบเทคโนโลยีดิจิทัล สามารถเพิ่มและลดความสว่างได้เองอัตโนมัติ ปิดท้ายกับ โซน Central Display Zone กับการชื่นชมโคมไฟ จากศิลปินทั่วโลกที่มาสร้างสรรค์แสดงจินตนาการตกแต่งโคมไฟในรูปแบบต่างๆ และความพิเศษในโซนนี้ คือ เหล่าโคมไฟที่น่ารักเหล่านี้ สามารถสนทนา โต้ตอบกับเราได้ด้วย

นอกจากการงานแสดงโคมไฟที่จัดโดยการท่องเที่ยวไต้หวันแล้ว แต่ละเมืองก็ยังมีกิจกรรมเฉลิมฉลองเทศกาลโคมไฟที่แตกต่างกันออกไป ที่ขึ้นชื่อเลยก็คือ เทศกาลโคมลอยผิงซี จัดขึ้นที่เมืองนิวไทเปสิ่งที่เป็นไฮไลท์ที่ชวนห้ามพลาด คือ การปล่อยโคมลอย หรือที่คนไต้หวันรู้จักกันในชื่อ “โคมขงหมิง” เชื่อกันว่าการปล่อยโคมลอยที่ไต้หวัน ผู้ที่เขียนคำอธิษฐานแล้วปล่อยโคมลอยให้กับสรวงสรรค์ ในช่วงเทศกาลดังกล่าว พรที่ขอจะได้รับความสำเร็จตามคำที่ขอทุกประการ อีกทั้งเมื่อการปล่อยโคมลอยพร้อมๆ กัน ดวงไฟนับร้อยที่ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า ทำให้บรรยากาศภายในงานสว่างไสวและเป็นภาพที่สวยงามประทับใจไม่ลืมเลือน

นักท่องเที่ยวที่กำลังวางแผนการเดินทาง อยากขอพรพร้อมชมความสวยงามใหม่ๆ การท่องเที่ยวไต้หวัน ประจำกรุงเทพฯ ขอแนะนำว่า เทศกาลโคมไฟไต้หวัน 2023 เป็นอีกหนึ่งในงานที่พลาดไม่ได้เมื่อมาเยือนไต้หวัน ในปีนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-19 กุมภาพันธ์ 2566 โดยเปิดไฟแสดงทุกวันช่วงเวลา 17.00-22.00 น. และช่วงเวลากิจกรรม วันจันทร์-วันพฤหัสบดี เวลา 14.00-22.00 น. และวันศุกร์-วันอาทิตย์ เวลา 10.00-22.00 น. รับรองได้ว่างานเทศกาลโคมไฟนั้น ควรค่ากับการเดินทางมาท่องเที่ยวสักครั้ง

ไต้หวัน เป็นประเทศที่มีแหล่งท่องเที่ยวหลากหลาย พร้อมด้วยอาหารเลิศรสนานาชนิด ตลอดจนเทศกาลท่องเที่ยวอื่นๆ ที่น่าสนใจ ชวนให้ทุกคนได้ไปสัมผัสอีกมากมาย ผู้สนใจสามารถอัปเดตข่าวสารของเทศกาลต่างๆ ที่ไต้หวันได้ที่ https://shorturl.asia/1y02u หรือสอบถามข้อมูลร้านอาหาร และข้อมูลการท่องเที่ยวที่ไต้หวัน ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.taiwantourism.org/th/หรือ ช่องทางโซเชียลมีเดีย Facebook :Taiwan Tourism Bureau TH Instagram :taiwantourism.bkk

SEAC จัดเวิร์กช็อปปิดโครงการ IWA เติมพลังผู้หญิงทำงาน ดึงกูรูอัพสกิลทักษะด้านบุคลิกภาพให้กับผู้หญิงให้เป๊ะปัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/702450

SEAC จัดเวิร์กช็อปปิดโครงการ IWA เติมพลังผู้หญิงทำงาน  ดึงกูรูอัพสกิลทักษะด้านบุคลิกภาพให้กับผู้หญิงให้เป๊ะปัง

SEAC จัดเวิร์กช็อปปิดโครงการ IWA เติมพลังผู้หญิงทำงาน ดึงกูรูอัพสกิลทักษะด้านบุคลิกภาพให้กับผู้หญิงให้เป๊ะปัง

วันศุกร์ ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ริก้า ดีล่า

SEAC (ซีแอค) ผู้นำด้านการพัฒนาศักยภาพคนและองค์กรเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต จัดเต็มข้อมูลการเรียนรู้ชุดใหญ่สำหรับผู้หญิง เพื่อปิดท้ายโครงการ “Iconic Women Alliance (IWA) by SEAC” ในสัปดาห์สุดท้าย ด้วยเวิร์กช็อปเพื่อการพัฒนาชีวิตด้าน Social Life (การเข้าสังคม) กับหลักสูตรพัฒนาบุคลิกภาพและส่งเสริมทักษะการเข้าสังคมอย่างมั่นใจ โดย ปืน-สธน ตันตราภรณ์ ที่ปรึกษาด้านภาพลักษณ์และวิทยากรสายแฟชั่นชื่อดัง และ ริก้า ดีล่า หนึ่งในผู้ร่วมพัฒนากิจกรรมเวิร์กช็อป ภายใต้โครงการ IWA ร่วมแชร์ประสบการณ์เพื่อเป็นแนวทางในการเข้าสังคม

โครงการ IWA เป็นโครงการด้าน CSR สำหรับผู้หญิงวัยทำงาน ที่เป็นลูกค้าปัจจุบันของ SEAC หรือ YourNextU by SEAC โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้หญิงที่เข้าร่วมโครงการฯ ให้ได้มีโอกาสพัฒนาตนเองให้ดียิ่งขึ้นใน 4 แง่มุมที่สําคัญของชีวิต ได้แก่ ชีวิตการทำงาน (Work Life) ชีวิตครอบครัว (Family Life) การดูแลตนเอง (Personal Life) และการเข้าสังคม (Social Life) โดยกิจกรรมดังกล่าวได้จัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในทุกวันศุกร์ รวม 4 สัปดาห์ เริ่ม 4 พฤศจิกายน 2565 ที่ผ่านมา โดยมีการแชร์ประสบการณ์และสร้างแรงบันดาลใจ โดยดารา นักแสดง และวิทยากรผู้คร่ำหวอดในด้านต่างๆ ไปแล้ว อาทิ แหวนแหวน-ปวริศา เพ็ญชาติ,คริส หอวัง, ชัย-ปิลันธน์ ศรีวีระกุล แห่งเพจ “เชื่อชัย” รวมถึง บุ๋ม-บุณย์ญานุช บุญบำรุงทรัพย์ นักการตลาดชื่อดังของประเทศ ที่ดำรงตำแหน่งสำคัญในฐานะกรรมการผู้จัดการ YourNextU by SEAC และผู้อำนวยการโครงการ IWA อีกด้วย

ปืน-สธน ตันตราภรณ์

สำหรับเวิร์กช็อปในสัปดาห์สุดท้ายนี้ ได้วิทยากรสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ปืน-สธน มาบรรยายในหัวข้อ “Social Life : เทคนิคการเข้าสังคมให้มั่นใจในแบบของตัวเอง” โดยการเปิดประเด็นว่า “ปกติแล้วคนเราจะมีความประทับใจแรก (First Impression) ต่อกันในระยะเวลาเพียง 3 วินาที หรือน้อยกว่านั้น พร้อมแนะนำเทคนิคการเสริมบุคลิกภาพพื้นฐานให้กับผู้เข้าร่วม ไม่ว่าจะเป็นการไหว้แบบไทยที่อิงตามลำดับอาวุโส การเชกแฮนด์แบบวัฒนธรรมตะวันตก การแนะนำตัว การสร้างบทสนทนาให้ประทับใจผ่านรอยยิ้ม แววตา สีหน้า น้ำเสียง รวมถึงการแต่งตัวให้เหมาะสมตามโอกาสต่างๆ ฯลฯโดยมีไฮไลท์ที่น่าสนใจ เช่น การจับมือ คือการแสดงถึงความเสมอภาค

หนึ่งในวัฒนธรรมการทักทายแบบสากล หลายคนคงนึกถึงการจับมือ หรือ Shake Hand ซึ่ง ปืน-สธน ก็ได้ให้เทคนิคในการทักทายรูปแบบนี้ว่า “การเชกแฮนด์ที่ถูกต้อง คือเราต้องทำขณะสบสายตาอีกฝ่ายโดยตรง มีรอยยิ้มขณะเขย่ามือ และสำคัญคือการเขย่ามือนั้นหมายความว่า เรามีความสนใจในตัวของอีกฝ่าย ต้องทำโดยเขย่าแบบพอดี สั้นกระชับ แต่นานพอให้สัมผัสถึงกันและกันได้บ้าง การเชกแฮนด์เป็นการทักทายที่เท่าเทียมกันทุกคน ไม่มีใครเหนือกว่า ไม่มีใครต่ำกว่า สะท้อนความเสมอภาคระหว่างกันและกัน ทั้งในทางธุรกิจและการเมืองระหว่างประเทศ”

บรรยากาศของเวิร์กช็อป “Iconic Women Alliance (IWA) by SEAC”

นอกจากนี้ การสนทนากับผู้คน ต้องคำนึงถึงประเด็นอ่อนไหวเสมอ ซึ่งองค์ประกอบการสนทนาที่ดีประกอบไปด้วยหลายส่วน ซึ่ง ปืน-สธน ได้อธิบายการสนทนาที่มีประสิทธิภาพ มีหัวใจสำคัญคือ “สิ่งสำคัญในการเปิดบทสนทนา คือการใส่ใจเรื่องราวของคู่สนทนา มีงานวิจัยออกมาแล้วว่าสิ่งที่คนเราชอบมาก คือการได้ยินชื่อของตัวเอง ตามด้วยหัวข้อที่น่าสนใจ เช่น “ทราบมาว่าคุณสธนสนใจละครเวทีเป็นพิเศษ คุณรุ่งนภาเพิ่งเล่าให้ฟังว่าชอบมิวสิคัลเรื่องหนึ่งมาก” ประโยคนี้ทั้งเพื่อดึงความสนใจเขาด้วยเรื่องราวที่เขาชอบ และแบ่งปันประสบการณ์ที่มีร่วมกัน ทั้งนี้ ก็ต้องคำนึงถึงประเด็นอ่อนไหวที่ไม่ควรหยิบยกมาใช้ เช่น ด้านศาสนา ความเชื่อ ข่าวอื้อฉาว และที่สำคัญคือเรื่องการเมือง แม้จะอยู่ในยุคที่เปิดกว้างมากเพียงใด แต่ก็มีโอกาสเสี่ยงที่ความเห็นทางการเมืองที่ไม่ตรงกันจะเป็นปัญหาระหว่างสนทนาได้อยู่ดี”

นอกจากนี้ ริก้า ดีล่า หนึ่งในผู้ร่วมพัฒนากิจกรรมเวิร์กช็อปภายใต้โครงการ IWA ยังได้ร่วมแชร์ประสบการณ์เพื่อเป็นแนวทางในการเข้าสังคมให้กับผู้ร่วมโครงการ โดยกล่าวว่า “ความมั่นใจ ถือเป็นวัตถุดิบสำคัญในการใช้ชีวิตไม่ว่าจะสถานการณ์ใด แต่หลายครั้งคนเราก็มักจะตื่นตระหนกเกินเหตุเมื่อต้องจัดการอะไรต่างๆ เพราะขาดความมั่นใจว่าตนจะสามารถรับมือกับเรื่องตรงหน้าได้ กลายเป็นอุปสรรคในการเข้าสังคมผู้หญิงไทยหลายคนมีความไม่มั่นใจในตัวเองสูง สังเกตจากตอนเราอยู่กับคนใกล้ตัวอาจจะเป็นแบบหนึ่ง แต่เมื่อต้องไปในงานทางการอาจจะไม่กล้าพูดคุยกับใคร รวมถึงรู้สึกกังวลที่ต้องอยู่ท่ามกลางคนจำนวนมาก และจากประสบการณ์ของตนเองที่เคยล้มเหลวในการเปิดร้านอาหารจนไม่กล้าออกจากบ้านร่วมปี แต่พอถึงเวลาที่ต้องออกมาเจอผู้คนจริงๆ เราพบว่าไม่มีใครสนใจเรื่องของเราขนาดนั้น ไม่ได้มีใครวิจารณ์ ไม่ได้มีใครเยาะเย้ย บางคนไม่ทราบด้วยซ้ำว่าเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นกับเรา ฉะนั้น หลายครั้งที่เราเกิดความอาย ความไม่มั่นใจ สิ่งเหล่านั้นอาจเป็นความกลัวที่อยู่ในเฉพาะสมองของเรา เราต้องเลิกจินตนาการไปเองก่อน กล้าที่จะเข้าไปพูดคุย ทักทาย ใช้ทักษะรวมถึงความเป็นตัวเองที่มีในการสานสัมพันธ์กับผู้อื่น เพื่อเติมสมดุลชีวิตด้านการเข้าสังคมให้กับตัวเอง” ริก้า ทิ้งท้าย

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ Iconic WomenAlliance ได้ที่ช่องทาง Facebook : IconicWomen Alliance คลิก https://www.facebook.com/iconicwomenalliance

‘มูลนิธิมาดามแป้ง’ประกาศเดินหน้าช่วยเหลือสังคมแบบ 360 องศา ตลอดปี 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/702456

‘มูลนิธิมาดามแป้ง’ประกาศเดินหน้าช่วยเหลือสังคมแบบ 360 องศา ตลอดปี 2566

‘มูลนิธิมาดามแป้ง’ประกาศเดินหน้าช่วยเหลือสังคมแบบ 360 องศา ตลอดปี 2566

วันศุกร์ ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นางนวลพรรณ ล่ำซำ

มูลนิธิมาดามแป้ง นำโดย นางนวลพรรณ ล่ำซำ ประธานกรรมการ มูลนิธิมาดามแป้ง ประกาศเดินหน้าสานต่อภารกิจช่วยเหลือสังคมอย่างต่อเนื่อง ตลอดปี 2566 หลังจากระยะเวลาเกือบ 2 ปีที่ผ่านมา ได้ทำงานเพื่อสังคมแบบ 360 องศา ให้ความช่วยเหลือสังคมอย่างรอบด้านทั้งด้านการศึกษา ด้านสาธารณสุข ด้านการสร้างอาชีพ ส่งเสริมผู้ด้อยโอกาส พัฒนาคุณภาพชีวิตและช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยเมื่อยามเกิดภัยพิบัติ ผ่านโครงการต่างๆ หวังสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีและเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน

นางนวลพรรณ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันภัย จํากัด (มหาชน) ในฐานะประธานกรรมการ มูลนิธิมาดามแป้ง กล่าวว่า “ทุกๆ ภารกิจที่ผ่านมา ล้วนเป็นความภาคภูมิใจ เราหวังเป็นเพียงส่วนเล็กๆ ได้ช่วยเหลือสังคม และยังคงเดินหน้าทำงานอย่างต่อเนื่อง เป็น 360 องศา ที่เชื่อมต่อกันได้หลากหลายภาคส่วน เพื่อส่งมอบความสุขและรอยยิ้ม เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของผู้คนในสังคม”

ที่ผ่านมา มูลนิธิมาดามแป้ง ได้สนับสนุนงานด้านสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง โดยได้มอบเงินสนับสนุนแก่สถาบันมะเร็งแห่งชาติ 1 ล้านบาท,มอบเครื่องรักษาจอประสาทตา มูลค่า3 ล้านบาท ให้โรงพยาบาลมุกดาหาร มอบเครื่องฟอกไต ให้รพ.สมเด็จพระยุพราช สระแก้ว จำนวน 2 เครื่อง มูลค่า 1 ล้านบาท ตลอดจนการมอบอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ที่จำเป็น เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยในโรงพยาบาลในต่างจังหวัด จำนวน 8 แห่ง จากเงินสนับสนุนในกิจกรรมกอล์ฟการกุศล รวมมูลค่ากว่า 5.9 ล้านบาท

นอกจากนี้ มูลนิธิมาดามแป้ง ยังได้ให้ความช่วยเหลือในด้านการสร้างงานสร้างอาชีพ ทั้งการฝึกอบรมทักษะงานฝีมือแก่กลุ่มคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว ซึ่งมูลนิธิฯจะรับซื้อแล้วนำไปบริจาคให้ โรงพยาบาล และสถานสงเคราะห์ต่างๆ การฝึกอบรมการชงกาแฟและเครื่องดื่มต่างๆ ให้ผู้ตกงานผู้ด้อยโอกาส พร้อมทั้งมอบรถเข็นและอุปกรณ์ตั้งต้นในการประกอบอาชีพ โดยได้มอบรถเข็นครัวมาดาม 70 คันให้ประชาชนในพื้นที่นนทบุรีและสมุทรปราการ รวมทั้งกลุ่มผู้หญิงและคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว ผู้พ้นโทษจากกรมราชทัณฑ์ อีกทั้ง ในยามเกิดภัยพิบัติ มูลนิธิฯ ยังได้ส่งทีมอาสากล้าใหม่ ลงพื้นที่จัดตั้งครัวมาดาม ส่งมอบอาหารและถุงยังชีพแก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่กว่า 16 จังหวัด รวมมูลค่าการช่วยเหลือตลอดปี 2565 เป็นเงินกว่า 15.5 ล้านบาท

ทั้งนี้ ผู้มีจิตเมตตาสามารถร่วมสมทบทุนสนับสนุนกิจกรรมของมูลนิธิมาดามแป้งได้ที่ ธนาคารกสิกรไทย บัญชีเลขที่ 092-2-64095-5 เพื่อสร้างสังคมแห่งการให้ที่ยั่งยืน #ส่งต่อน้ำใจคนไทยไม่ทิ้งกัน

คุณแหน : 6 มกราคม 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/702461

วันศุกร์ ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll ข่าวดีรับปีใหม่ของ ดร.อมร-มุกดา จันทรสมบูรณ์ ที่หลานชาย ตนุภัทร ดารกานนท์ บุตร ศศิธร จันทรสมบูรณ์ จะมีงานฉลองมงคลสมรสกับ มารีอาน่า มารี มิโชน บุตรีมาร์ค-ชารี มิโชน ณ ห้องแกรนด์บอลรูม รร.แกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ 11 ม.ค. เวลา 12.00 น. ..

ll ดร.ลักขณา ลีละยุทธโยธิน,ภาสภณ เหตระกูล,นพ.พลลภัตม์ เสถียร,นพ.ประวัติกิจธรรมกูลนิจ,ดร.ศิพัตม์ ไตรอุโฆษ,ผศ.ดร.พลชาติ โชติการ,ณัฐพล วิมลเฉลา,ธนะชัย กุลสมบูรณ์สินธ์,นพ.กิตติโชคตั้งกิตติถาวร,พญ.แคทรียา เทนสิทธิ์,พญ.สุภาพร ปรางค์เจริญ ได้เป็นคณะทำงานสืบสานและต่อยอดพระราชปณิธานด้าน รพ.สมเด็จพระยุพราช ของคณะอนุกรรมาธิการพิจารณา ศึกษา ติดตามและสืบสานแนวพระราชดำริ วุฒิสภา โดยมี ผศ.(พิเศษ)ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์ เป็นประธานคณะทำงานนี้..

ll อนุโมทนาบุญกับ จรินทร์ จักกะพาก รวมญาติสนิทมิตรสหายไปถวายผ้าไตร 200 ไตร ณ วัดพระธาตุแช่แห้ง จ.น่าน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและงานประจำปีหกเป็ง (ก.พ.2566)..

ll ช่วงปีใหม่ สุพจน์-พิริยาภรณ์ ธรรมมารักษ์ พร้อมลูกๆ พิมรา-ธาวิน-พริมา และหลานๆ พร้อมหน้ากันไปเดินสายฉลองที่อเมริกาหลายเมือง งานนี้ โปรพริม-พริมา ธรรมมารักษ์ เป็นเจ้าภาพตลอดทริป..

ll ดนัย แสงศรีจันทร์ ช่วงวันเกิดปีนี้ได้เดินสายไหว้พระทำบุญถวายสังฆทานวัดญาณฯ และวัดชลประทานมีบริจาคเงินให้โรงเรียนต่างจังหวัด
อีกหลายแห่ง..

ll ศ.คลินิก นพ.อาทิตย์ อังกานนท์ รับมอบเงินสมทบทุนโครงการอาคาร รพ.รามาธิบดีและย่านนวัตกรรมโยธีมูลนิธิรามาธิบดีฯ จากผู้บริหาร บจ.อีซูซุอึ้งง่วนไต๋ ออโตเซลส์..

ll นารี-แพรกวิตานนท์ เชิญญาติมิตร ร่วมทำบุญเลี้ยงพระเพลอุทิศกุศลแด่ สถาพรกวิตานนท์ 9 ม.ค. 10.00 น. ณ ธรรมศาลา วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก..

ll กลับจากฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่พร้อมลูกหลานอย่างมีความสุขที่เชียงใหม่ พรรณประภา อินทรวิทยนันท์ สุขสุดๆ กับแปลงกุหลาบบานสะพรั่งหลากสีที่บ้านอโยธยาด้วยฝีมือคุณสามีที่รัก พิทักษ์ อินทรวิทยนันท์..

ll วัย 82 ปี ประทุม รัตนาวะดี มารดา สารัชถ์ รัตนาวะดี ยังแข็งแรงแคล่วคล่อง ด้วยการเดินออกกำลังกายเป็นประจำทุกวันวันละ 5 กม. แถมว่ายน้ำโดยการกำกับดูแลใกล้ชิดของลูกชายคนโต สาณิต รัตนาวะดี..ll

คุณแหน