เกษตรฯชมความสำเร็จสหกรณ์วัดจันทร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/702240

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและพบปะสมาชิกสหกรณ์วัดจันทร์ จำกัด ตามโครงการขับเคลื่อนนโยบายการผลิตและการตลาดสินค้าเกษตรผ่านกลไกสหกรณ์ โดยมีนายวาทิต ปัญญาคม รอง ผวจ.พิษณุโลก นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วม โดย น.ส.มนัญญากล่าวว่า ได้เน้นย้ำนโยบายด้านสหกรณ์ ที่ต้องเพิ่มประสิทธิภาพ คุณภาพของผลผลิตลดความเสียหายจากกระบวนการผลิต สร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลผลิตของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรเพื่อความมั่นคงในอาชีพของสมาชิก ที่ผ่านมา ได้สนับสนุนงบประมาณกว่า 5 ล้านบาท และสนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ เพื่อส่งเสริมให้มีการรวบรวมผลผลิตการเกษตร และจัดหาสินค้ามาจำหน่ายเป็นเงินกว่า 44 ล้านบาท จึงอยากให้สหกรณ์เป็นที่พึ่งช่วยเหลือสมาชิกเกษตรกร

ทั้งนี้ การขับเคลื่อนการตลาดสินค้าเกษตรผ่านกลไกสหกรณ์ นั้น ทางสหกรณ์วัดจันทร์ จำกัด ได้ดำเนินธุรกิจในรูปแบบซูเปอร์มาร์เก็ตสหกรณ์ เน้นการนำผลผลิตทางการเกษตร ผลไม้ตามฤดูกาล ผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปจากสมาชิกสหกรณ์ทั้งในและต่างจังหวัดมาจำหน่ายให้สมาชิกและประชาชนทั่วไป ที่ผ่านมา สหกรณ์มียอดจำหน่ายสินค้า ทั้งสิ้น 1,689,986 บาท

โอกาสนี้ น.ส.มนัญญา ได้มอบใบประกาศนียบัตรผู้นำสมาชิกดีเด่น และสมาชิกดีเด่นของสหกรณ์วัดจันทร์ จำกัด ให้กับสมาชิกสหกรณ์ที่ได้รับรางวัล 16 ราย และเยี่ยมชมโครงการซูเปอร์มาร์เก็ตสหกรณ์ การจำหน่ายผลผลิตจากเกษตรกรสมาชิก จากการเชื่อมโยงสินค้าจากสหกรณ์ต่างๆ อาทิ ส้มโอ จากสหกรณ์การเกษตรบางคนที จำกัด จ.สมุทรสาคราม , ทุเรียน จากสหกรณ์การเกษตรบ้านฉาง จำกัด และสหกรณ์นิคมวังไทร จ.ระยอง , แตงโมและข้าวโพดหวาน ผลิตภัณฑ์จากเกษตรกรสมาชิกสหกรณ์วัดจันทร์ จำกัด เป็นต้น เพื่อประชาสัมพันธ์“โครงการส่งความสุขในเทศกาลปีใหม่ด้วยสินค้าสหกรณ์ปี 2566”

‘ประภัตร’ใช้ศูนย์ฯที่สุพรรณบุรี กระจายสินค้าเกษตรส่งทั่วไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/702242

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเปิด “ศูนย์รวมและกระจายการขนส่งสินค้าเกษตรทางราง ศรีสำราญ” พร้อมด้วยผู้แทนจากบริษัท ไทยเรล
โลจิสติกส์ จำกัด และการรถไฟแห่งประเทศไทย บริเวณที่หยุดรถศรีสำราญ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ว่าการเปิดศูนย์ฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มช่องทางการขนส่งสินค้าผ่านระบบรางให้เกษตรกรและผู้ประกอบการด้านสินค้าเกษตร ช่วยลดต้นทุนการขนส่ง ประหยัดระยะเวลา และเพิ่มความปลอดภัยในการขนส่งสินค้า และเป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์ชาติในการพัฒนาและยกระดับการขนส่งทางราง

นายประภัตรกล่าวอีกว่า ได้ช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ประกอบการสินค้าเกษตรแปรรูปที่ประสบปัญหาในการจำหน่ายสินค้าเกษตรทั้งในประเทศและส่งออกไปต่างประเทศ ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 รวมถึงสภาวะน้ำมันมีการปรับราคาสูงขึ้นจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน โดยเล็งเห็นว่า จ.สุพรรณบุรี เป็นแหล่งผลิตสินค้าเกษตรที่ตลาดมีความต้องการสูง ได้แก่ ข้าว อ้อย โคเนื้อ เป็นต้น ประกอบกับเป็นพื้นที่ซึ่งมีศักยภาพ สามารถรองรับปริมาณสินค้าจำนวนมาก มีความพร้อมเป็นจุดศูนย์กลางเชื่อมโยงการกระจายสินค้าไปทั่วประเทศ และส่งออกประเทศเพื่อนบ้าน ผ่านระบบการขนส่งทางรางซึ่งสามารถช่วยลดต้นทุน ย่นระยะเวลาการขนส่ง และมีความปลอดภัยต่อสินค้าให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการ

ผอ.รพ.กรุงเทพตราดประกาศ พร้อมดูแลรักษานักท่องเที่ยว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/702241

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายแพทย์จักรกฤษณ์ สุรการ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพตราดเปิดเผยถึงทิศทางธุรกิจสุขภาพปี 2566 ของจังหวัดตราด และความพร้อมของโรงพยาบาลกรุงเทพตราดกรณีมีเหตุอุบัติภัยฉุกเฉินหรือการแพร่ระบาดว่า สถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้นในไทยและจังหวัดตราด เมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา ทำให้ประชาชนไทยมองเรื่องสุขภาพมีความสำคัญมากขึ้น และทำให้มีการปรับทัศนคติทางด้านสุขภาพของตัวเองมากขึ้น ซึ่งแม้ในปัจจุบันนี้สถานการณ์โควิดเริ่มคลี่คลายทางโรงพยาบาลมีความพยายามที่จะดูแลโรคที่มีความซับซ้อนมากขึ้นเพื่อให้คนตราดมีความมั่นใจในด้านการดูแลทางการแพทย์ร่วมกันทั้งภาครัฐและเอกชนโดยยังคำนึงถึงสถานการณ์เศรษฐกิจภาพรวมของประชาชนในพื้นที่โดยเราจะมุ่งเน้นการดูแลเป็นภาพรวมมากกว่าการดูแลเพียงในโรงพยาบาล

“โรงพยาบาลกรุงเทพตราดมีความมุ่งมั่นที่จะดูแลประชาชนชาวตราดโดยมุ่งเน้นให้เกิดความสะดวกสบายและความปลอดภัย อีกทั้งยังดูแลในกลุ่มของนักท่องเที่ยวทั้ง
ชาวไทยและต่างประเทศ รวมไปถึงเพื่อนบ้านชาวกัมพูชาที่เข้ามารับการรักษาด้วยความเชื่อมั่นทั้งนี้เราพยายามที่จะพัฒนาระบบดูแลทางการแพทย์ฉุกเฉินเพื่อประชาชนที่อาศัยอยู่เกาะช้าง, เกาะหมาก, เกาะกูด ให้ได้รับความปลอดภัยแม้ในยามฉุกเฉินเร่งด่วนและเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวจังหวัดตราดของเรา”

นายแพทย์จักรกฤษณ์ กล่าวว่า ส่วนเรื่องที่จังหวัดตราดเป็นแหล่งเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามามากในแต่ละปีนั้น รพ.กรุงเทพตราดมองว่าในฐานะที่จังหวัดตราดเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของภาคตะวันออก มุ่งเน้นให้ความปลอดภัยทั้งกับนักท่องเที่ยวเองคือการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉินและการดูแลอย่างต่อเนื่องร่วมมือกันทั้งภาครัฐและเอกชน อีกส่วนสำคัญคือผู้ประกอบการท่องเที่ยว เราจะส่งเสริมให้มีความรู้ความสามารถในการช่วยเหลือชีวิตเบื้องต้นการดูแล

“อย่างไรก็ตาม กลุ่มลูกค้าของโรงพยาบาลกรุงเทพตราดอีกกลุ่มหนึ่งคือ กลุ่มชาวกัมพูชาที่มีกำลังซื้อการรักษาพยาบาลที่ดีนั้น เรามีแผนงานรองรับการเข้ามารักษาพยาบาลของชาวกัมพูชาสำหรับในส่วนของชาวกัมพูชาที่มารับบริการของเรา เราสามารถให้บริการได้ทั้งการเดินทางมาที่โรงพยาบาลกรุงเทพตราดและสามารถทำการรักษาแบบออนไลน์ได้ด้วยระบบเทเลเมดิซีน ซึ่งจริงๆแล้วในส่วนนี้สามารถให้บริการได้กับพี่น้องชาวตราด นักท่องเที่ยวที่หมู่เกาะต่างๆและผู้คนที่อยู่ห่างไกลได้สะดวกมากขึ้นโดยโรงพยาบาลกรุงเทพตราดจะมีทีมแพทย์พยาบาลและบุคลากรคอยให้การดูแลในทุกช่องทางเพื่อให้เกิดความปลอดภัย”

‘มนัญญา’ย้ำจุดยืนทุเรียน คุณภาพดีได้มาตรฐานส่งออก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/702243

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวเปิดการสัมมนา “ทุเรียนไทย ทุเรียนคุณภาพ” (Premium Thai Durian)” โดยมีนายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่โรงแรมแกรนด์ริชมอนด์ กทม. ว่าการบริหารการส่งออกทุเรียนตลอดSupply Chain ต้องร่วมมือกันทุกภาคส่วน ซึ่งกรมวิชาการเกษตร ได้ตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจคุณภาพผักและผลไม้ไทย เพื่อกำกับดูแลการนำเข้า-ส่งออกผักและผลไม้ไทย ให้มีคุณภาพมาตรฐาน(Thai Premium Fruits and Vegetable) เป็นไปตามข้อกำหนดการตรวจสอบคุณภาพและสุขอนามัยพืช ตามเงื่อนไขการนำเข้า–ส่งออกรวมถึงกฎหมาย ประกาศ ระเบียบ และข้อกำหนดต่างๆ โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน มีอำนาจสั่งพักใช้ เพิกถอน ใบรับรอง หรือระงับ ยกเลิกหนังสือแสดงการขึ้นทะเบียน เมื่อตรวจพบการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามระเบียบ ประกาศ กฎ ของกรมวิชาการเกษตร หรือระเบียบอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

ที่ผ่านมา กรมวิชาการเกษตร ได้ออกระเบียบ ประกาศ ให้การรับรองการผลิตผักและผลไม้ เพื่อให้ผักและผลไม้มีคุณภาพและมาตรฐาน มีทั้งกรณีผู้ผลิตมีความประสงค์ยื่นคำขอรับการรับรองและการกำหนดให้ผู้ผลิตต้องยื่นคำขอการรับรอง หากผู้ได้รับการรับรองฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด จะถูกลงโทษตามที่กำหนดในระเบียบและประกาศ ตั้งแต่ การตักเตือน การพักใช้ การเพิกถอน หรือการสั่งระงับ หรือยกเลิก แล้วแต่กรณี

“จากการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสวนทุเรียนในจังหวัดต่างๆ เกษตรกร ล้ง ผู้ประกอบการให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี จะเห็นได้จากการสวมสิทธิ์และทุเรียนอ่อนลดลงอย่างมาก มั่นใจว่าผลผลิตปีนี้จะดีขึ้น หากเรายังเน้นคุณภาพทุเรียน เพราะจากการลงพื้นที่พบปะกับชาวสวนทุเรียน พบว่าหลายรายมีความกระตือรือร้น ให้ความสนใจในการปลูกทุเรียนคุณภาพ และตระหนักถึงความสำคัญในการรักษา GAP ไม่ให้มีใครมาสวมสิทธิ์ทุเรียนของตน อย่างไรก็ดี นอกจากการส่งออกทุเรียนจะเป็นสิ่งสำคัญแล้ว ยังมีผลไม้อื่นๆที่กระทรวงเกษตรฯ ต้องสนับสนุนและสร้างความเข้มแข็งเหมือนทุเรียน” น.ส.มนัญญา กล่าว

นอกจากนี้ยังเน้นย้ำการเพิ่มขีดความสามารถ ยกระดับมาตรฐานโรงรวบรวมและคัดบรรจุทุเรียนสดเพื่อส่งออกเป็นทุเรียนคุณภาพไม่เป็นทุเรียนอ่อนจากสวนของเกษตรกร และต้องตรวจติดตามแหล่งที่มาได้ รวมทั้งการตรวจและรับรองสุขอนามัยพืชของทุเรียนสด จะต้องเป็นตามข้อตกลงพิธีสารการส่งออกผลไม้ไทย–จีน และเพื่อให้นโยบายการส่งออกทุเรียนคุณภาพไปจีนมีประสิทธิภาพ จึงมอบหมายให้ทูตเกษตรไทยในจีนทั้ง 3 หน่วยงาน (อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายเกษตร) ประจำกรุงปักกิ่ง ฝ่ายเกษตร ณ นครเซี่ยงไฮ้ และฝ่ายเกษตร ณ นครกว่างโจว) ติดตามสถานการณ์และอำนวยความสะดวกให้กับการส่งออกทุเรียนไทย

โซลวาซู ฉลองเปิดแคมเปญ #SulwhasooRebloom จาก‘รุ่นสู่รุ่น’กับ Care Activating เซรั่มในตำนาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/702145

โซลวาซู ฉลองเปิดแคมเปญ #SulwhasooRebloom  จาก‘รุ่นสู่รุ่น’กับ Care Activating เซรั่มในตำนาน

โซลวาซู ฉลองเปิดแคมเปญ #SulwhasooRebloom จาก‘รุ่นสู่รุ่น’กับ Care Activating เซรั่มในตำนาน

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เซเลบริตี้หนุ่มสาวผิวสวย ร่วมฉลองความสำเร็จของเซรั่มในตำนานโซลวาซู

สองผู้บริหารระดับสูง จอง โฮ ชอย และ หฤดี วรวงศ์พิสุทธิ์ แห่ง บริษัท อมอร์ แปซิฟิค (ประเทศไทย) ผู้ดูแลแบรนด์โซลวาซู (SULWHASOO) จัดงานฉลองความสำเร็จของแบรนด์ผ่านแคมเปญ “Sulwhasoo Rebloom” เล่าเรื่องราวอันเป็นจุดกำเนิดและตัวตนอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ พร้อมเปิดตัว Friend of Sulwhasoo นักแสดงหนุ่มหล่อชื่อดัง กลัฟ-คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์ แนะนำผลิตภัณฑ์รุ่น LIMITED EDITION “2023 SULWHASOO FIRST CARE ACTVATING SERUM LUNAR NEW YEAR COLLECTION” เซรั่มอันเป็นตํานานโดยมีเซเลบริตี้หนุ่มสาวผิวสวย อาทิ กรองกาญจน์ ชมะนันทน์, ศุภมาสลักษณวิศิษฎ์, ม.ร.ว.จันทรลัดดา ยุคล, ปัทมวดี เสนาณรงค์, สุริยนศรีอรทัยกุล, ชุติมา ทีปะนาถ, นาขวัญ รายนานนท์, ปุญญพัฒน์ ถนอมกุล,นุชนาถ ระวีแสงสูรย์, ณิชชา บุณยากร, พญ.พลอยลดา ธนาไพศาลวรกุล,รัณอิท โสมศุภผล, วรวุฒิ โตวิรัตน์, ฐิติพงศ์ ล้อประเสริฐ ฯลฯ ร่วมงานด้วย

จอง โฮ ชอย กรรมการผู้จัดการ บริษัท อมอร์ แปซิฟิค (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า โซลวาซู แบรนด์ ที่โดดเด่นในเรื่องการนำเสนอวิธีปรนนิบัติผิวตั้งแต่ขั้นตอนแรกที่ผสานคุณค่าแห่งสุนทรียศาสตร์ นอกเหนือจากความงามแล้วเรายังยกระดับแบรนด์สู่ความเป็นศิลปะและวัฒนธรรม โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาโซลวาซูได้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้หญิงในทุกช่วงวัย จากรุ่นสู่รุ่นจนกลายเป็นแบรนด์ความงามที่เป็นตัวแทนของเกาหลีที่เติบโตอย่างยั่งยืน ปัจจุบัน โซลวาซู ได้สืบทอดจิตวิญญาณแห่งการบุกเบิกและภาพลักษณ์ในฐานะผู้สืบทอดที่มุ่งมั่นที่จะสานต่อการเดินทางแห่งความงามอย่างไม่มีที่สิ้นสุดจน Sulwhasoo First Care Activating Serum ได้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นตํานาน โดยในทุกๆ 10 วินาที จำหน่ายได้ 1 ขวด มีลูกค้ามากกว่า 400,000 คนซื้อซ้ำมากกว่า 10 ขวด และปัจจุบันจำหน่ายไปแล้วกว่า 35 ล้านขวดทั่วโลกนับตั้งแต่เปิดตัวในปี 1997

กลัฟ-คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์ และ หฤดี วรวงศ์พิสุทธิ์

หฤดี วรวงศ์พิสุทธิ์ ผู้จัดการทั่วไปผลิตภัณฑ์โซลวาซู แนะนำผลิตภัณฑ์ที่ขายดีที่สุดของแบรนด์ว่า Sulwhasoo First Care Activating Serum เปรียบเสมือนตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่ส่งต่อความงามจากรุ่นสู่รุ่นที่แท้จริง ในปี 2023 โซลวาซู พร้อมฉลองเทศกาลแห่งความสุขต้อนรับปีเถาะ ด้วยผลิตภัณฑ์ First Care Activating Serum รุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่น “2023 HAPPY LUNAR NEW YEAR COLLECTION” ที่สะท้อนให้เห็นถึงความงามของ “มินฮวา” ศิลปะพื้นบ้านดั้งเดิมของเกาหลี ด้วยภาพลายเส้นอันงดงามของ “กระต่ายคู่ตัวกลมคล้ายพระจันทร์” สัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ความสุข และความรัก อยู่ใต้ต้นพลัมที่กำลังผลิดอกบานสะพรั่งในฤดูหนาว นำพาความรุ่งเรืองและความสุขสู่ทุกคน ส่งสัญญาณการเริ่มต้นแห่งฤดูใบไม้ผลิถ่ายทอดลวดลายลงบนขวดที่ออกแบบดั่งงานศิลปะสมัยใหม่ นำความงามแบบดั้งเดิมของเครื่องลายครามสีขาวในสมัยราชวงศ์โชซอน ที่แสดงถึงสุนทรียศาสตร์ที่บริสุทธิ์และเรียบง่ายของเกาหลี ของขวัญชุดพิเศษนี้ทาง โซลวาซู ตั้งใจมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้ในปี 2023 ให้เป็นปีแห่งความหวัง พลังชีวิต รุ่งเรือง และอิสรภาพ

โซลวาซูเชื่อว่าใครก็ตามที่ได้รู้จักกับ First Care Activating Serum จะต้องเปลี่ยนกิจวัตรความงามของตัวเอง แบบที่เซเลบริตี้คนดังที่ได้มาบอกเล่าความประทับใจ เริ่มที่ ศุภมาส ลักษณวิศิษฎ์ กล่าวว่า โซลวาซูโดดเด่นในเรื่องกลิ่นสมุนไพรเกาหลีที่หอมกระจายขึ้นมาทำให้รู้สึกสดชื่นผ่อนคลายจนทำให้ Sulwhasoo First Care เป็นเซรั่มที่ใช้มาตลอด เพื่อเตรียมผิวใช้แล้วรู้สึกชุ่มชื้น เวลาแต่งหน้าแล้วรู้สึกได้เลยว่าทำให้ติดทนนาน เรียกได้ว่าเป็นไอเทมสำหรับขั้นตอนแรกที่ขาดไม่ได้ทั้งก่อนแต่งหน้าและก่อนนอน อีกหนึ่งกิจวัตรความงามที่ทำให้ผิวกระจ่างใสเปล่งประกาย คือตื่นนอนจะดื่มน้ำทันที

นาขวัญ รายนานนท์

อีกหนึ่งแฟนตัวยงของโซลวาซู นาขวัญ รายนานนท์ กล่าวว่า ตั้งแต่รู้จัก Sulwhasoo First Care Serum มาก็ใช้มาตลอด เพราะสิ่งที่ขาดไม่ได้ในเรื่องของขั้นตอนการบำรุง เนื่องจากว่าผิวมีปัญหาค่อนข้างเยอะตามวัย ในเรื่องริ้วรอย ผิวอ่อนแอ และเป็นคนนอนน้อย ซึ่งจะเห็นชัดเลยว่าผิวหยาบกร้าน ขาดความชุ่มชื้น ริ้วรอยจะลึกขึ้น ผิวหน้าหมองคล้ำ แล้วเราก็ขี้เกียจที่จะหาสิ่งที่จะมาบำรุงผิวหลายขั้นตอน ตัวนี้จึงเป็น All in 1 ที่สามารถตอบโจทย์และผิวแข็งแรงขึ้นได้ และตลอดเวลาที่ผ่านมา Sulwhasoo ได้การันตีคุณภาพด้วยชื่อเสียงของตัวเองมานานแล้ว บอกได้เลยว่าตัวนี้ราคาสูงแต่คุ้มค่ากับใบหน้าของเรา เพราะไม่ใช่ว่าเราจะใช้อะไรก็ได้ เพิ่งรู้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาบำรุงผิดวิธีมาตลอดและเป็นคนล้างหน้าไม่สะอาด และเมื่อลงบำรุงขั้นตอนต่อๆ ไปก็จะไม่มีประสิทธิภาพ เพราะฉะนั้น ล้างหน้าให้สะอาดก่อนเป็นขั้นตอนแรก หลังจากนั้นจะใช้เซรั่มบำรุงผิวของยี่ห้อใดก็แล้วแต่ แต่แนะนำว่าเป็น Sulwhasoo เพราะจะเสริมประสิทธิภาพของครีมที่ใช้อยู่ให้มากยิ่งขึ้น”

สัมผัสประสบการณ์ใหม่ให้กับผิวกับโซลวาซูได้แล้วที่ เคาน์เตอร์โซลวาซูทุกสาขา หรือช่องทางการสั่งซื้อ Line Shopping และช่องทาง online official

ศิริราชเปิดการใช้งานรถบัสรับบริจาคเลือดเคลื่อนที่คันแรก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/702152

ศิริราชเปิดการใช้งานรถบัสรับบริจาคเลือดเคลื่อนที่คันแรก

ศิริราชเปิดการใช้งานรถบัสรับบริจาคเลือดเคลื่อนที่คันแรก

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ศ.นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดี ร่วมด้วย ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา ที่ปรึกษาคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมเป็นประธานเปิดการใช้งานรถบัสรับบริจาคเลือดเคลื่อนที่

เพื่อรองรับการบริจาคเลือด และความสะดวกของประชาชนเพิ่มมากขึ้น โรงพยาบาลศิริราช โดย ศ.นพ.อภิชาติอัศวมงคลกุล คณบดี ร่วมด้วยศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา ที่ปรึกษา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมเป็นประธานเปิดการใช้งานรถบัสรับบริจาคเลือดเคลื่อนที่ โดยมี รศ.ร.อ.พญ.ปาริชาติ เพิ่มพิกุลหัวหน้าภาควิชาเวชศาสตร์การธนาคารเลือดและ รศ.นพ.ไชยรัตน์ เพิ่มพิกุล หัวหน้าภาควิชาอายุรศาสตร์ ร่วมในพิธีเปิดงาน ณ อาคารนวมินทรบพิตร ๘๔ พรรษาโรงพยาบาลศิริราช เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2565 ที่ผ่านมา

สำหรับรถบัสรับบริจาคเลือดเคลื่อนที่ ภาควิชาเวชศาสตร์การธนาคารเลือด ได้เปิดการใช้งานขึ้นเป็นคันแรกเพื่อรองรับการบริจาคเลือดบนรถ โดยมีเตียงสำหรับผู้บริจาคเลือดจำนวน 6 เตียง พร้อมอุปกรณ์ทางการแพทย์ และพื้นที่พักคอยหลังการบริจาคเลือดบนรถ เพื่อเพิ่มจำนวนการบริจาคเลือดสำรองสำหรับผู้ป่วยโรงพยาบาลศิริราช ซึ่งรถดังกล่าวสามารถรองรับจำนวนผู้บริจาคเลือดได้ 50-80 คนต่อวัน และสามารถรองรับการรับบริจาคเลือดเป็น 2 รูปแบบ ดังนี้

1.รถรับบริจาคเลือดแบบบริจาคเลือดบนรถพร้อมเตียงและอุปกรณ์ทางการแพทย์ สำหรับผู้ประสงค์บริจาคเลือด 50-80 คน

2.รถรับบริจาคเลือดแบบต้องใช้พื้นที่หน่วยงานตั้งจุดคัดกรองและเตียงรับบริจาคเลือดผู้ประสงค์บริจาคเลือด80 คนขึ้นไป

สำหรับองค์กรต่างๆ มีประสงค์ต้องการบริจาคเลือดเป็นหมู่คณะสามารถติดต่อทีมงานรับบริจาคเลือดได้ที่ ภาควิชาเวชศาสตร์การธนาคารเลือด คุณฉลวย เฉิดฉาย, คุณชวัลนุช จันทร์พุฒ โทร.02-4198081, 02-4197492 ต่อ 110, 136, 087-9440827, 091-0155424 (ในวันและเวลาราชการ)

และสำหรับผู้มีความประสงค์บริจาคเลือด สามารถติดต่อบริจาคเลือดได้ทุกวัน ที่ศูนย์รับบริจาคเลือดศิริราช อาคารนวมินทรบพิตร ๘๔ พรรษา ชั้น 3
รพ.ศิริราช เวลา 08.30-16.00 น. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02-4140100, 02-4140102 (ในวันและเวลาทำการ) ติดตามข่าวสารได้ที่ Facebook : ศูนย์รับบริจาคเลือดศิริราช อาคารนวมินทรบพิตร ๘๔ พรรษา

BEAUTY GEMS คว้าตัว‘เจย์บี’บินตรงมอบความสุขปีใหม่ เปิดจอง‘เข็มกลัดเพชรรูปผึ้ง’รายได้มอบให้มูลนิธิพิทักษ์และคุ้มครองเด็ก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/702143

BEAUTY GEMS คว้าตัว‘เจย์บี’บินตรงมอบความสุขปีใหม่  เปิดจอง‘เข็มกลัดเพชรรูปผึ้ง’รายได้มอบให้มูลนิธิพิทักษ์และคุ้มครองเด็ก

BEAUTY GEMS คว้าตัว‘เจย์บี’บินตรงมอบความสุขปีใหม่ เปิดจอง‘เข็มกลัดเพชรรูปผึ้ง’รายได้มอบให้มูลนิธิพิทักษ์และคุ้มครองเด็ก

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

BEAUTY GEMS (บิวตี้เจมส์) ผู้นำในการสร้างสรรค์เครื่องประดับและอัญมณีอันดับต้นๆ ของประเทศไทย นำโดย นายสุริยน ศรีอรทัยกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท บิวตี้เจมส์ จำกัด จัดงานเอ็กซ์คลูซีฟดินเนอร์ มอบของขวัญส่งต่อความสุขในเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ คว้าตัว “อิมแจบอม” หรือ (JAY B GOT7) บินตรงจากแดนกิมจิ มาเป็นแขกรับเชิญสุดพิเศษ พร้อมเปิดรับจองเข็มกลัดเพชรรูปผึ้งและนำรายได้ส่วนหนึ่งมอบให้มูลนิธิพิทักษ์และคุ้มครองเด็ก (Safeguardkids)

นายสุริยน ศรีอรทัยกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท บิวตี้เจมส์ จำกัด กล่าวว่า “เดือนธันวาคม ถือเป็นการช่วงเวลาที่หลายคนเก็บเกี่ยวความสุข รอยยิ้มผ่านกิจกรรมต่างๆ รวมถึงเป็นช่วงเวลาที่เอกชนหลายหน่วยงานจะใช้โอกาสนี้ในการขอบคุณลูกค้าและคนสำคัญที่เป็นพันธมิตร เชื่อใจ เชื่อมั่นในการใช้บริการหรือซื้อสินค้า ดังนั้นบิวตี้เจมส์ ซึ่งเป็นผู้นำในการผลิตและจำหน่ายเครื่องประดับและอัญมณีของไทย จึงได้ชวนอิมแจบอม หรือ (JAY B GOT7) มาร่วมงานในฐานะแขกรับเชิญสุดพิเศษเพื่อเอาใจทั้งเหล่าอากาเซ่พร้อมมอบเป็นของขวัญสุดพิเศษแก่ลูกค้าคนสำคัญ และถือเป็นโอกาสที่หนุ่มเจย์บีจะได้ร่วมมอบของขวัญส่งท้ายปีให้กับอากาเซ่ชาวไทยทุกคนอีกด้วย”

การมาของ JAY B ครั้งนี้ จัดเต็ม 2 วัน ทั้งการเดินทางไปที่แฟล็กชิฟสโตร์บิวตี้เจมส์ เพื่อทักทายลูกค้าและเหล่าอากาเซ่ไทยที่มารอกรี๊ดกันเต็มพื้นที่ หนุ่มเจย์บีในลุคหล่อเนี้ยบตั้งแต่หัวจรดเท้า มาพร้อมกับเข็มกลัดเพชรรูปผึ้งของบิวตี้เจมส์ไม่เพียงเท่านั้นในงาน Exclusive Dinner เหล่าอากาเซ่แวดวงสังคม ยังได้ร่วมชมการแฟชั่นโชว์ความงามของเครื่องประดับและอัญมณีจากฝีมือคนไทย และยังได้ฟินแบบสุดๆ กับมินิคอนเสิร์ตสุดเอ็กซ์คูลซีฟที่ JAY B จัดให้แบบไม่กั๊ก

สำหรับกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ครั้งนี้ไม่ได้จัดเพื่อความบันเทิงเท่านั้น แต่ หนึ่ง-สุริยน บอสใหญ่ ยังใช้ช่วงเวลาแห่งความสุขนี้ตอบแทนสังคม ด้วยการเปิดรับสั่งจองเข็มกลัดเพชรรูปผึ้ง ประกอบด้วย ทองคำขาว 18 K 8 กรัม เพชร 105 เม็ด 2.17 กะรัต สุดอลังการที่ใช้ผึ้งมาเป็นตัวแทนของความมุ่งมั่น ขยันขันแข็ง ลักษณะนิสัยของผึ้งชอบการรวมตัวและเกาะกลุ่มกันในบริเวณรวงผึ้งสื่อถึงความสามัคคี ถึงแม้ขนาดลำตัวของผึ้งจะเล็กดูน่าทะนุถนอมแต่เมื่อถึงคราวมีภัยก็พร้อมจะมีเหล็กในไว้ป้องกันตน และผึ้งยังเป็นอีกหนึ่งในสัญลักษณ์ของความรักอันแสนหวาน สัญลักษณ์แห่งการบอกรัก เหล็กในของผึ้งเปรียบดั่งสายศรรักของกามเทพผู้บันดาลรักแก่มนุษย์ทุกผู้คน และยังมีความเชื่อทั้งทางตะวันออกและตะวันตกว่าสีเหลืองนวลของน้ำผึ้งนั้นเป็นน้ำอันบริสุทธิ์ แสดงถึงรักแท้จึงเป็นที่มาของคำว่า ฮันนีมูน หรือน้ำผึ้งพระจันทร์ มาเป็นตัวแทนส่งต่อความรัก ความมุ่งมั่น ความสุขให้กับคนสำคัญในโอกาสที่จะก้าวสู่ศักราชใหม่ และนำรายได้ส่วนหนึ่งมอบให้มูลนิธิพิทักษ์และคุ้มครองเด็ก(Safeguardkids) พื้นที่ที่การสร้างความรับรู้เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายในการรณรงค์ผลักดันการออกกฎหมายอาญาว่าด้วยสื่อลามกอนาจารเด็กประเทศไทย

ผู้เชี่ยวชาญด้านกายภาพบำบัด แนะเทคนิค จัดการความเหนื่อยล้าหนุ่มสาวชาวออฟฟิศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/702160

ผู้เชี่ยวชาญด้านกายภาพบำบัด แนะเทคนิค จัดการความเหนื่อยล้าหนุ่มสาวชาวออฟฟิศ

ผู้เชี่ยวชาญด้านกายภาพบำบัด แนะเทคนิค จัดการความเหนื่อยล้าหนุ่มสาวชาวออฟฟิศ

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

พลอยพยัพ ศรีกาญจนา, วิชาดา พูลผล, ธัญวรรณ เทพหัสดิน ณ อยุธยา

กล้ามเนื้อลาย (Skeletal Muscle) เป็นอวัยวะที่หนักถึง 40% ของน้ำหนักตัว โดยมีจำนวนมากถึง 696 มัด มีบทบาทสำคัญต่อการเคลื่อนไหวของร่างกาย การหายใจ และการทรงตัว ซึ่งการทำงานหรือทำกิจกรรมอย่างหนักติดต่อกันเป็นเวลานาน ทำให้ง่ายต่อการเกิดความอ่อนล้าและปวดเมื่อยได้ เราจึงควรหาเวลาและวิธีผ่อนคลายอย่างเหมาะสม เพื่อไม่ให้ร่างกายเกิดความเมื่อยล้าจนเกินไป แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผมจากสารสกัดธรรมชาติ “ธัญ”(THANN) ร่วมกับนักวิทยาศาสตร์การกีฬาและกายภาพบำบัด “กรณิภา สุริยเลิศ” มาแนะ “เทคนิคบริหารจัดการความเหนื่อยล้าสำหรับหนุ่มสาวชาวออฟฟิศ” กับผลิตภัณฑ์ “บาธ แอนด์ มาสสาจ ออยล์” (Bath & Massage Oil) ร่วมกับเซเลบริตี้สาว อาทิ ธัญวรรณ เทพหัสดิน ณ อยุธยา, พลอยพยัพศรีกาญจนา และ วิชาดา พูลผล

กรณิภา สุริยเลิศ นักวิทยาศาสตร์การกีฬาและกายภาพบำบัด ได้แนะเทคนิคบริหารจัดการความเหนื่อยล้าสำหรับหนุ่มสาวชาวออฟฟิศ ว่า “อาการปวดเมื่อยร่างกายของแต่ละคนนั้นส่วนใหญ่แล้วจะแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่หลายปัจจัย เช่น ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต กิจกรรมที่ต้องทำในแต่ละวัน รวมถึงช่วงอายุของแต่ละบุคคล ซึ่งมักส่งผลต่ออาการปวดเมื่อยตามบริเวณต่างๆ ของร่างกายที่มักพบได้บ่อย คือ คอ บ่า ไหล่ สะบัก และหลัง หรือที่รู้จักกันว่าออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) โดยอาการออฟฟิศซินโดรมนั้นสามารถเกิดขึ้นได้จากหลากหลายสาเหตุ เช่น การนั่งทำงานในท่านั่งที่ไม่เหมาะสม, ลักษณะการทำกิจกรรมที่ไม่ถูกต้องอย่างต่อเนื่องติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน ความเครียดจากการทำงาน และการพักผ่อนไม่เพียงพอ

กรณิภา สุริยเลิศ

อาการปวดกล้ามเนื้อ (Muscle Pain) คือ ภาวะตึง ปวดหรือการอักเสบเรื้อรังของกล้ามเนื้อตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย ทั้งตามกล้ามเนื้อมัดเดียวหรือหลายมัด มักมีสาเหตุจากการใช้งานกล้ามเนื้อซ้ำๆ หรือมากเกินไปจากการทำกิจกรรมประจำวัน หรือการเคลื่อนไหวในท่าเดิมซ้ำๆ จนทำให้เกิดความตึงเครียดสะสมที่กล้ามเนื้อ เช่น การสะพายกระเป๋าข้างใดข้างหนึ่งเป็นประจำ, การใส่รองเท้าส้นสูง, การพิมพ์งานหน้าจอคอมพิวเตอร์, การใช้มือถือ รวมไปถึงการออกกำลังกาย เนื่องจากเวลาเคลื่อนไหว กล้ามเนื้อ จะเกิดกระบวนการต่างๆ ในการดึงพลังงานของกล้ามเนื้อออกมาใช้ และเกิดกรดแลคติคไปสะสมอยู่ในกล้ามเนื้อ ทำให้มีอาการกล้ามเนื้อล้า (Muscle Fatigue) ตามมา โดยอาการเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย

การนวด (Massage) เป็นหนึ่งในเครื่องมือทางกายภาพบำบัดใช้ในการบรรเทาอาการปวดที่ไม่รุนแรงมากนักมีหลายเทคนิค เช่น ลูบตามผิวหนัง บีบ คลึง กดจุด เคาะ ทุบ หรือดึง การนวดนอกจากจะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและลดความตึงเครียดแล้ว ยังเป็นการรักษาทางเลือกที่อาจช่วยบรรเทาอาการต่างๆ ได้ อาทิ ลดอาการเกร็งกล้ามเนื้อ ให้ความตึงลดลง ลดการยึดติดของเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังและแผลเป็น เพิ่มการไหลเวียนกลับของเลือดและน้ำเหลือง เพิ่มการเคลื่อนไหวข้อต่อข้อยึดติดที่ไม่รุนแรง ลดอาการปวดจากการกระตุ้นการหลั่งสารบรรเทาความเจ็บปวด (Endogenous endorphins)และเกิดความรู้สึกผ่อนคลาย ลดความวิตกกังวลและความตึงเครียดของจิตใจ

ส่วนหลักการเลือกใช้น้ำมันนวด ควรพิจารณาจากเบสน้ำมันนวดตัว หรือน้ำมันนำพา (Carrier oil) ที่มาจากน้ำมันสกัดธรรมชาติที่มีคุณสมบัติในการบำรุงผิวให้เนียนนุ่มชุ่มชื้น อาทิ น้ำมันรำข้าว(Rice Bran Oil), น้ำมันอะโวคาโด(Avocado Oil), น้ำมันถั่วอินคา (Inca InchiOil), น้ำมันมะกอก (Olive Oil) เป็นต้น ควบคู่กับการใช้ศาสตร์แห่งกลิ่นหอมบำบัด (Aromatherapy) เพื่อสร้างความผ่อนคลายได้ และสามารถผสมน้ำมันนวด (Bath & Massage Oil) ลงในน้ำอุ่นสำหรับแช่ตัว นอกจากจะช่วยคลายกล้ามเนื้อและความเครียดแล้ว ยังสามารถบำรุงผิวให้เนียนนุ่มชุ่มชื้นไปพร้อมกันได้”

สำหรับ “ธัญ” (THANN) ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ผสานคุณค่าแห่งพืชพรรณจากแหล่งธรรมชาติชั้นดีทั่วโลกและเทคโนโลยีอันทันสมัย ได้แนะนำ “บาธ แอนด์ มาสสาจ ออยล์”(Bath & Massage Oil) เพื่อเติมเต็มความชุ่มชื้น คืนชีวิตชีวาสู่ผิว ด้วยคุณค่าการบำรุงของน้ำมันสกัดจากธรรมชาติอาทิ น้ำมันรำข้าว (Rice Bran Oil), น้ำมันอะโวคาโดออร์แกนิค (Organic Avocadooil), น้ำมันดาวอินคาออร์แกนิค (Organic Inca Inchi oil) และน้ำมันมะกอก (Oliveoil) มอบความชุ่มชื้นสู่ผิวได้ยาวนาน พร้อมมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระทรงประสิทธิภาพ สูตรบางเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะ ไม่อุดตันรูขุมขน พร้อมกลิ่นหอมของน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ มีให้เลือก5 กลิ่น ได้แก่ กลิ่นอะโรมาติก วูด (AromaticWood), กลิ่นโอเรียนทอล เอสเซ้นซ์(Oriental Essence), กลิ่นอีเดน บรีซ(Eden Breeze) กลิ่นอีสเทิร์น ออร์เชิร์ด(Eastern Orchard)  และกลิ่นลาเวนเดอร์ แอนด์ โรสแมรี่ (Lavender & Rosemary)  

สนใจแวะสัมผัสผลิตภัณฑ์ได้แล้ววันนี้ที่ ร้าน “ธัญ” (THANN) ทั้ง 12 สาขาทั่วประเทศ และ ออนไลน์สโตร์  www.thann.co.th (ส่งฟรีทั่วประเทศ)

ททท. ส่งพลังใจรับศักราชใหม่ ชูรุ่งอรุณแห่งศรัทธา ‘Amazing Thailand Countdown 2023’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/702134

ททท. ส่งพลังใจรับศักราชใหม่ ชูรุ่งอรุณแห่งศรัทธา ‘Amazing Thailand Countdown 2023’

ททท. ส่งพลังใจรับศักราชใหม่ ชูรุ่งอรุณแห่งศรัทธา ‘Amazing Thailand Countdown 2023’

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ไฮไลท์การแสดงแสงสี Light Up พระปรางค์วัดอรุณฯ พร้อมการแสดงพลุประกอบดนตรีสุดอลังการ ในชุด “รุ่งอรุณแห่งความสดใส เบิกฟ้ารับความโชคดี ผ่านพ้นอุปสรรคนานาสู่ความเป็นเลิศตลอดกาล”

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สร้างความสุขและความหวังสู่หัวใจคนไทยรับศักราชใหม่ด้วยกิจกรรม “Amazing Thailand Countdown 2023”ชูคอนเซ็ปต์ “รุ่งอรุณแห่งศรัทธา ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2566” ณ ท่าวัดโพธิ์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานครเสมือนของขวัญแทนคำขอบคุณแก่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวและคนไทยทุกคนที่เป็นกำลังสำคัญในการ“พลิกฟื้น” เศรษฐกิจและ “พลิกโฉม” การท่องเที่ยวไทยโดยมี ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. เป็นประธานในพิธี และกล่าวว่า ในโอกาสส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2566 ททท. จัดงาน Amazing Thailand Countdown 2023 ณ ท่าวัดโพธิ์ เขตพระนคร กทม. โดย ททท. มุ่งมั่นที่จะส่งมอบความหวังและความสุขคืนสู่หัวใจคนไทยอีกครั้ง ขอบคุณผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยที่ยืนหยัดเคียงข้างเป็นกำลังสำคัญในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจด้วยการท่องเที่ยวตลอดปี 2565 และขอบคุณประชาชนชาวไทยที่ร่วมกันเป็นเจ้าบ้านที่ดีต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยมิตรไมตรีแบบไทยทั้งแสดงสัญญาณการก้าวเข้าสู่ปีที่ 2 ของปีท่องเที่ยวไทย 2566 หรือ Visit Thailand Year 2023 : Amazing New Chapters

ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. ประธาน ในพิธีเปิดงาน “Amazing Thailand Countdown 2023”

ภายในงานเนรมิตพื้นที่บริเวณท่าเรือวัดโพธิ์ เป็นพื้นที่ส่งความสุข พร้อมโลเกชั่นสุดงดงามริมแม่น้ำเจ้าพระยาทอดยาวตัดกับเบื้องหน้าพระปรางค์วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร แลนด์มาร์คสำคัญของประเทศไทยซึ่งมีผู้ประกอบการภายในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและหน่วยงานพันธมิตรด้านการท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม รวมถึงประชาชนมาร่วมชมกิจกรรมอย่างคับคั่ง พร้อมสัมผัส Soft Power of Thailand การแสดงเชิงวัฒนธรรมรำร่วมสมัยชุด “รุ่งอรุณ” ทั้งเพลิดเพลินบรรยากาศบทเพลงจากวงออร์เคสตร้าระดับประเทศและศิลปินที่มีชื่อเสียงมากมาย ได้แก่ บอย โกสิยพงษ์, นภ พรชำนิ, โต๋ ศักดิ์สิทธิ์, เจนนิเฟอร์ คิ้ม, รัดเกล้า อามระดิษ, กิต เดอะวอยซ์, หมู เดอะวอยซ์, โจ้เดอะวอยซ์ และนิค เดอะวอยซ์ และการแสดงสุดพิเศษ โดยอัญเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์เพลงพรปีใหม่ และเพลงใกล้รุ่ง ก่อนจะพบกับไฮไลท์การแสดงแสงสี Light Up พระปรางค์วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร และร่วมนับถอยหลังก้าวเข้าสู่ปีใหม่ไปพร้อมกับการแสดงพลุประกอบดนตรีสุดอลังการริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในชุด “รุ่งอรุณแห่งความสดใสเบิกฟ้ารับความโชคดี ผ่านพ้นอุปสรรคนานา สู่ความเป็นเลิศตลอดกาล” ที่ดำเนินต่อเนื่องระยะเวลา5 นาที จำนวน 5,000 นัด โดยแบ่งเป็น 9 องก์ประกอบด้วย องก์ที่ 1 เริ่มอรุณ, องก์ที่ 2 อรุณรวมใจ,องก์ที่ 3 ประชาร่วมมือ ประชาร่วมใจ, องก์ที่ 4 ประชาเบิกบาน,องก์ที่ 5 ประชาสำราญ,องก์ที่ 6 รุ่งอรุณส่องฟ้าต้อนรับวันใหม่, องก์ที่ 7แสงอรุณทอประกาย, องก์ที่ 8 อรุณแสงสีทอง ผ่องอำพัน และองก์ที่ 9 รุ่งอรุณ เบิกบาน สืบสานนิรันดร์ รวมถึงกิจกรรมถวายพระพรสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ขอให้พระองค์ทรงหายจากพระอาการประชวรและมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรงในเร็ววัน

บอย โกสิยพงษ์, นภ พรชำนิ และ กิต เดอะวอยซ์

บอย โกสิยพงษ์, นภ พรชำนิ และ กิต เดอะวอยซ์

รัดเกล้า อามระดิษ

รัดเกล้า อามระดิษ

โต๋-ศักดิ์สิทธิ์

โต๋-ศักดิ์สิทธิ์

ปล่อยแคมเปญ ‘ช้อป 10 แบรนด์พลังหญิง’ สนับสนุนผู้ประกอบการหญิงไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/702162

ปล่อยแคมเปญ ‘ช้อป 10 แบรนด์พลังหญิง’ สนับสนุนผู้ประกอบการหญิงไทย

ปล่อยแคมเปญ ‘ช้อป 10 แบรนด์พลังหญิง’ สนับสนุนผู้ประกอบการหญิงไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

Sea (ประเทศไทย) และช้อปปี้ (Shopee) ซึ่งเป็นธุรกิจอี-คอมเมิร์ซภายในเครือ ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) เปิดตัวแคมเปญ “Women Made ช้อป10 แบรนด์พลังหญิง” ชวนช้อปสินค้าคอลเลคชั่นพิเศษบนช้อปปี้ พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการหญิงชาวไทยให้เติบโตอย่างเต็มศักยภาพ ไปจนถึงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2566

หลังจากที่ Sea (ประเทศไทย) และ CEA เปิดตัวโครงการส่งเสริมผู้ประกอบการหญิง “Women Made” ไปเมื่อเดือนกันยายน 2565 ที่ผ่านมา ผู้เข้าร่วมโครงการที่ได้รับคัดเลือกทั้ง 10 แบรนด์ ก็ได้ผ่านโปรแกรมฝึกอบรม Women Made Masterclass สุดเข้มข้นไปเป็นที่เรียบร้อย ไม่ว่าจะเป็นการฝึกฝนด้านการสร้างคุณค่าและมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ การสร้างแบรนด์ การขับเคลื่อนสังคมด้วยธุรกิจ และการพัฒนาธุรกิจในโลกอี-คอมเมิร์ซ นอกจากนี้ ทั้ง10 แบรนด์ยังได้จับคู่กับเหล่าดีไซเนอร์จากเครือข่าย CEA Connect ทั้ง 5 ท่าน ได้แก่ ปิติ อมรเลิศวัฒนา จาก NormanDesign Studio, นัยญดา ผิวดำ จาก Studio dē cloud, นภัทรชนนันท์นันท์ทปรีชา (@abouttongpic), ธิรดา ชนาวิโชติ และอุ้มบุญ ลิ้มน้ำคำ และร่วมปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของโครงการฯ แบบ One-on-one เพื่อพัฒนาสินค้าคอลเลคชั่นพิเศษที่จะวางขายในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2566 บนช้อปปี้

นางสาวมณีรัตน์ อนุโลมสมบัติประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Sea (ประเทศไทย)เผยว่า “เราพบว่าผู้ประกอบการหญิงที่สมัครเข้าร่วมโครงการฯ มีประสบการณ์ในทำธุรกิจ แต่ยังขาดความมั่นใจในการต่อยอดองค์ความรู้ทางธุรกิจ การบอกเล่าเรื่องราวและการใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการเพิ่มมูลค่าสินค้าและนวัตกรรมใหม่ๆ ให้กับแบรนด์ของตนเอง รวมถึงความท้าทายในการขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ในโลกอี-คอมเมิร์ซ ดังนั้น โครงการ Women Made จึงเข้ามาช่วยแต่ละแบรนด์ระบุปัญหาและหาวิธีปรับตัวเพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน พร้อมมอบทักษะใหม่ๆ และแนวคิดในการทำธุรกิจที่แต่ละคนสามารถนำไปปรับใช้ได้ในระยะยาว โดยคอลเลคชั่นพิเศษที่จะวางจำหน่ายบนช้อปปี้ นับเป็นผลลัพธ์ในระยะเริ่มต้น จากการที่แต่ละแบรนด์ใช้โครงการนี้เป็นสนามทดลองเพื่อทำสิ่งใหม่ๆ ปลดล็อกข้อจำกัดเดิมๆ โดยมีผู้เชี่ยวชาญคอยช่วยเหลือในแต่ละขั้นตอน พร้อมใช้เทคโนโลยีอี-คอมเมิร์ซและการสนับสนุนกิจกรรมทางการตลาดจากช้อปปี้ เข้ามาช่วยเปิดประตูสู่กลุ่มลูกค้าใหม่ๆ”

นอกจากจุดมุ่งหมายการส่งเสริมผู้ประกอบการหญิงในประเทศไทยแล้ว แคมเปญ “Women Made ช้อป 10 แบรนด์พลังหญิง” ยังช่วยสร้างสีสันช่วงปีใหม่ให้ขาช้อปชาวไทย โดยเฉพาะนักช้อปออนไลน์ที่ชื่นชอบการค้นพบแบรนด์ใหม่ๆ ที่เหมาะกับตัวเอง แคมเปญนี้ยังมาพร้อมกับดีลสุดคุ้ม ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2566 ทั้งนี้สามารถดูสินค้าคอลเลคชั่นพิเศษทั้ง 10 แบรนด์ในแคมเปญ “Women Made ช้อป 10 แบรนด์พลังหญิง” ได้แก่ Kanz by Thaitor, Sliptosleep, VERAPARIS, Sureeya, Pick Me Please, ทันจิตต์, Mediherbtea, Ales Thailand,Happy FLows TH และ Pethology+ จาก โครงการ Women Made ได้ที่ www.shopee.co.th/WomenMade