2023 positive for Thailand as EECO predicts full economic recovery

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/thailand/economy/40023666

2023 positive for Thailand as EECO predicts full economic recovery

2023 positive for Thailand as EECO predicts full economic recovery

MONDAY, JANUARY 02, 2023

The Thai economy should return to the pre-pandemic level by mid this year thanks to the recovery of the tourism sector and private consumption, the Eastern Economic Corridor Office (EECO) reckons.

The agency said on Monday that it believes the economy will expand by 3.8% this year.

“However, there is still the risk of declines in export due to rising production costs and high-interest rates,” EECO said.

The economy expanded by 4.5% in the third quarter of last year, it said

“Investment in production and construction sectors in the third quarter of last year rose despite rising production costs,” it said.

EECO said the operators of 376 projects in industries targeted for the Eastern Economic Corridor (EEC) have won investments worth 247 billion baht for the first nine months of last year.

The target industries include next-generation automotives, medical and wellness tourism, agriculture, food for the future, robotics, aviation and logistics, biofuels and biochemicals, and digital technologies.

“Investment in these industries is expected to expand further,” EECO said.

It added that 77 factories worth 6.66 billion baht had been set up in the EEC in the third quarter last year, 13 of which worth 1.66 billion are located in Chachoengsao, 40 worth 2.43 billion baht in Chonburi and 24 worth 2.55 billion in Rayong.

Related stories:

‘เฉลิมชัย’หนุนหมอดินอาสา ใช้เทคโนโลยีพัฒนาสินค้าเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/701876

วันอังคาร ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรม “โครงการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพของหมอดินอาสาด้านการพัฒนาที่ดินจ.ประจวบคีรีขันธ์ ปีงบประมาณ 2566 ที่โรงแรมแกรนด์หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งกรมพัฒนาที่ดิน จัดขึ้นเพื่อให้หมอดินอาสาใน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้พัฒนาความรู้ความชำนาญด้านการพัฒนาที่ดิน สามารถเข้าถึงข้อมูลและใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการพัฒนาพื้นที่การเกษตรของตนเอง แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ในการนำเทคโนโลยีในการพัฒนาที่ดินไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่

อย่างไรก็ดี กรมพัฒนาที่ดิน ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของหมอดินอาสา โดยเฉพาะอย่างยิ่งหมอดินอาสาประจำจังหวัด โดยดำเนินงานให้สอดคล้องเชื่อมโยงระหว่างยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (2560–2579) กับยุทธศาสตร์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ระยะ 20 ปีที่มีเป้าหมายให้เกษตรกรเข้มแข็ง พึ่งพาตนเองได้ สถาบันเกษตรกรมีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ สินค้าเกษตรมีคุณภาพมาตรฐาน มีความปลอดภัย ภาคเกษตรเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยนวัตกรรม รวมถึงมีการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างเหมาะสม จึงมุ่งเน้นการสร้างหมอดินอาสาให้เป็นเกษตรกรต้นแบบที่มีองค์ความรู้สามารถใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ทางการเกษตร ช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต สร้างมาตรฐานสินค้าเกษตร ยกระดับรายได้

ทั้งนี้ โครงการหมอดินอาสาของกรมพัฒนาที่ดิน เริ่มก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2538 เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานในพื้นที่ทุกหมู่บ้าน โดยช่วงแรกเริ่มจากแต่งตั้งเกษตรกรที่สนใจงานด้านการพัฒนาที่ดิน และสมัครใจเป็นอาสาสมัครของกรมพัฒนาที่ดิน มีความต้องการพร้อมที่จะเข้ารับการอบรมรับความรู้การใช้เทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ของกรมพัฒนาที่ดินและนำไปใช้พัฒนารูปแบบการทำการเกษตรของตนเองและมีความเป็นผู้นำสามารถถ่ายทอดความรู้สู่เกษตรกรภายในหมู่บ้านหรือพื้นที่อื่นได้ โดยหมอดินอาสาของกรมพัฒนาที่ดิน แบ่งออกเป็น 4 ระดับ ตามรูปแบบการปกครองของประเทศไทย ได้แก่ หมอดินอาสาประจำหมู่บ้าน หมอดินอาสาประจำตำบล หมอดินอาสาประจำอำเภอ และหมอดินอาสาประจำจังหวัด

ปัจจุบันมีหมอดินอาสาทุกระดับปฏิบัติงานอยู่ทั่วประเทศ กว่า 77,000 คน สำหรับ จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีหมอดินอาสา ทั้งสิ้น 435 ราย ประกอบด้วยหมอดินอาสาประจำจังหวัด 1 ราย หมอดินอาสาประจำอำเภอ 8 ราย หมอดินอาสาประจำตำบล 45 ราย และหมอดินอาสาประจำหมู่บ้าน 381 ราย

“การฝึกอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพของหมอดินอาสาด้านการพัฒนาที่ดิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ประจำปีงบประมาณ 2566 ได้คัดเลือกหมอดินอาสาที่มีความรู้ความสามารถ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้หมอดินอาสาได้มีเวทีพบปะและแลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์ในการนำเทคโนโลยีด้านการพัฒนาที่ดินไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ร่วมกัน ตลอดจนเรียนรู้การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล มาใช้ประโยชน์สร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายหมอดินอาสาในแต่ละพื้นที่” ดร.เฉลิมชัย กล่าว

ประชาชนแห่เที่ยว จ.ตราด ส่งท้ายปีเก่ารับปีใหม่แน่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/701875

วันอังคาร ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ท่าเรืออนุสรณ์สถานยุทธนาวีเกาะช้าง ต.แหลมงอบ อ.แหลมงอบ จ.ตราด นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศกำลังลงเรือสปีดโบ๊ทของ 4 บริษัท ทั้งลีลาวดี,ปานัน, มารินเกาะหมาก เป็นต้น กว่า 200 คนเดินทางไปท่องเที่ยวที่ต.เกาะหมาก อ.เกาะกูด ซึ่งจำนวนยังไม่มากนัก โดยแต่ละบริษัทจะมีวันละ 2 เที่ยว รวม 8 เที่ยว/วันทั้งนี้ ในช่วงบ่ายจะนักท่องเที่ยวเดินทางมาอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งต.เกาะหมาก รองรับนักท่องเที่ยวได้ประมาณ 1,000-1,500 คน/วัน

ขณะที่ท่าเรือเกาะช้างเฟอร์รี่ ต.คลองใหญ่ อ.แหลมงอบ จ.ตราดผู้ประกอบการนำเรือเฟอร์รี่จำนวน 4 ลำมาให้บริการนักท่องเที่ยว ซึ่งเริ่มเที่ยวแรกตั้งแต่ เวลา 05.40 น. โดยนักท่องเที่ยวจากต่างจังหวัดและกรุงเทพฯเดินทางมาลงเรือเฟอร์รี่ที่เปิด 2 ช่องจราจรเพื่อระบายรถยนต์ลงเรือให้เร็วที่สุดซึ่งในช่วงเช้ามีความหนาแน่นเล็กน้อย แต่ในช่วง 10.00 น.เป็นต้นมาเริ่มระบายลงเกาะช้างได้มากขึ้น โดยในช่วงเช้าสามารถนำรถยนต์ลงเรือเฟอร์รี่ไปแล้วกว่า 1 พันคันและนักท่องเที่ยว 2-3 พันคนเดินทางลงไปเกาะช้างแล้ว คาดว่าในช่วงบ่ายถึงเย็นจะมีนักท่องเที่ยวกว่า 5-6 พันคนลงไปท่องเที่ยวในอำเภอเกาะช้าง โดยเรือเฟอร์รี่บริการจนสามารถระบายรถยนต์ได้ทั้งหมดในเวลา 19.00 น.

ทั้งนี้ ในเวลา 24.00 น.ทางนายอำเภอเกาะกูด และนายอำเภอเกาะช้างได้ผ่อนปรนในเรื่องการจัดกิจกรรมเคาท์ดาวน์ โดยเฉพาะการจุดพลุสามารถทำได้แต่ขอให้อยู่ในวงจำกัด และส่วนใหญ่ทางหน่วยงานภาคเอกชนและชุมชนเป็นผู้ดำเนินการจัดขึ้น

ส่วนที่ท่าเรือแหลมศอก ต.อ่าวใหญ่ อ.เมือง จ.ตราด ที่มีเรือโดยสารจำนวน4 เที่ยว จากเรือบุญศิริ 2 เที่ยว เรือเกาะกูดปรินซ์เซส และเรือเกาะกูด อีก 2 เที่ยว ที่นำนักท่องเที่ยวเดินทางไปเกาะกูดว่า 600 คนและยังมีเรือสปีดโบ๊ทอีก 3-5 เที่ยวที่เดินทางไปต.เกาะกูด อ.เกาะกูด

นอกจากนี้ ที่อำเภอคลองใหญ่ จ.ตราด บริเวณหาดบานชื่น ต.ไม้รูด อ.คลองใหญ่ จ.ตราด มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวหนาตาเช่นกันขณะที่ เทศบาลตำบลหาดเล็ก จัดประเพณีการแข่งขันเรือพายประจำปี 2566 ระหว่างวันที่ 27-31 ธันวาคม 2565 ณ ชุมชนบ้านคลองมะขาม หมู่ที่ 1 ตำบลหาดเล็ก อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด ทำให้มีนักท่องเที่ยวชาวกัมพูชาเดินทางมาท่องเที่ยวชายแดนบ้านหาดเล็กจำนวนมาก

กรมชลฯผนึกกำลัง กำจัดผักตบ-วัชพืช ในพื้นที่หนองหาร จัดการน้ำใช้ฤดูแล้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/701873

วันอังคาร ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า จากข้อสั่งการของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณรองนายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผอ.กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ให้ติดตามผลการดำเนินงานตามแผนหลักการพัฒนาหนองหาร จ.สกลนคร นั้น สำนักเครื่องจักรกล และโครงการชลประทานสกลนคร ได้สนับสนุนรถแบ๊กโฮ ลงโป๊ะ 15 ชุด บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งกำจัดผักตบชวาและวัชพืชในพื้นที่หนองหารอย่างเต็มกำลัง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการน้ำทั้งในช่วงฤดูฝนและฤดูแล้ง รวมทั้งยังช่วยป้องกันผลกระทบจากน้ำเน่าเสีย และควบคุมคุณภาพน้ำสำหรับใช้ในการผลิตน้ำประปา

สำหรับกรมชลประทาน มีแผนกำจัดผักตบชวาและวัชพืชในหนองหาร ร่วมกับกรมประมง และหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 26 สำนักงานพัฒนาภาค 2 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย (นพค.26) รวม 326,312 ตัน ครอบคลุมพื้นที่ ต.ดอนเสาธง ต.นาดอกไม้ ต.ดอนตาลโง๊ะ และ ต.ดอนเชียงคูณ รวมพื้นที่ 2,615 ไร่ ปัจจุบันกรมชลประทานกำจัดผักตบชวาและวัชพืชแล้วเสร็จกว่า 385 ไร่ คาดว่าจะดำเนินแล้วเสร็จทั้งหมดภายใน2 เดือน ซึ่งจากการสำรวจวัชพืชในหนองหาร จ.สกลนคร พื้นที่ทั้งหมด 15,398 ไร่ มีปริมาณวัชพืช รวม 3,924,931 ตัน มีแผนกำจัดวัชพืช แบ่งออกเป็น 2 ระยะ โดยแผนในระยะเร่งด่วน ทุกภาคส่วนได้บูรณาการร่วมกันเพื่อดำเนินการให้แล้วเสร็จตามเป้าภายใน 2 เดือน ซึ่งจะสามารถกำจัดวัชพืชได้ รวม 503,134 ตันและหลังจากนั้นจะดำเนินการในส่วนที่เหลือให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด

รมว.เกษตรฯจัดกิจกรรมประกวดโคนม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/701878

วันอังคาร ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงานประกวดโคนมเทิดพระเกียรติชิงถ้วยพระราชทานครั้งที่ 22 ที่โครงการวัวหลุม อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งชุมนุมสหกรณ์โคนมภาคใต้และตะวันตก จำกัด ร่วมกับสหกรณ์โคนม สมาชิกหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ร่วมกันจัดงาน เป็นการส่งเสริมพัฒนาอาชีพของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในพื้นที่ภาคใต้และภาคตะวันตก ให้เห็นความสำคัญในการพัฒนาปรับปรุงสายพันธุ์โคนมและปรับปรุงฟาร์มให้ได้มาตรฐาน

สำหรับกิจกรรมภายในงาน อาทิ การประกวดโคนมชิงเงินรางวัลสายสะพายพร้อมถ้วยเกียรติยศจาก รมว.เกษตรฯ 2 รุ่น การออกร้านแสดงนิทรรศการทางวิชาการจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง การออกร้านแสดงและจำหน่ายปัจจัยการผลิตในราคาพิเศษจากบริษัทหรือห้างร้านต่างๆ ส่วนกิจกรรมกลางคืน เช่น งาน “ราตรีโคนม” ซึ่งจะจัดประกวดธิดาและขวัญใจโคนม เป็นตัน

“ดีใจที่ได้มีโอกาสมาร่วมกิจกรรมกับพี่น้องผู้เลี้ยงโคนม เพราะถือเป็นอาชีพที่มีเกียรติ เราต้องรักษาอาชีพนี้ให้อยู่คู่กับประเทศไทย โดยเกษตรกรต้องปรับตัวและพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ต่างๆ ในอนาคต โดยกระทรวงเกษตรฯ พร้อมจะอยู่เคียงข้างพี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม สำหรับปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกร คือปัญหาเร่งด่วนที่ต้องทำทันที โดยกระทรวงเกษตรฯ พร้อมร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการร่วมขับเคลื่อนการทำงานและวางแผนรับมือกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น นอกจากนี้ยังมุ่งหวังให้เด็กไทยได้บริโภคนมทั้ง 365 วัน เพราะถือเป็นหนึ่งในการเสริมสร้างพัฒนาการทั้งทางสมองและร่างกายของเด็ก โดยจะต้องเป็นนมจากพี่น้องเกษตรกรคนไทยเท่านั้น อย่างน้อยที่สุดจะเป็นการสร้างความมั่นใจให้พี่น้องเกษตรกรโคนมอีกทางหนึ่ง” ดร.เฉลิมชัย กล่าว

เกษตรฯรับรางวัลสำเภา-นาวาทอง อำนวยความสะดวกให้ภาคธุรกิจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/701879

วันอังคาร ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายสุรเดช สมิเปรม รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับมอบหมายจาก นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ เป็นผู้แทนกระทรวงเกษตรฯ เข้ารับรางวัลสุดยอดหน่วยงานภาครัฐด้านการอำนวยความสะดวกภาคธุรกิจ รางวัล “สำเภา-นาวาทอง” ประจำปี 2565 โดยมี ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานมอบรางวัล พร้อมทั้งกล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “ปลดล็อก กฎหมาย กฎระเบียบ ช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันประเทศได้อย่างไร?” ที่หอประชุมมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ถนนวิภาวดีรังสิต กทม.

ทั้งนี้ จากการที่หน่วยงานภาครัฐได้ดำเนินการปลดล็อกกฎหมาย กฎระเบียบ (Regulatory Guillotine) ที่ช่วยลดปัญหาอุปสรรคและอำนวยความสะดวกการดำเนินงานภาคธุรกิจ หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย จึงได้จัดทำรางวัลสุดยอดหน่วยงานภาครัฐ ด้านการอำนวยความสะดวกภาคธุรกิจ รางวัล “สำเภา-นาวาทอง” ประจำปี 2565 เพื่อเป็นการให้กำลังใจและเชิดชูหน่วยงานภาครัฐที่ช่วยลดอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจอย่างเห็นผล โดยคณะกรรมการตัดสินรางวัลดังกล่าว ประจำปี 2565 มีมติมอบรางวัลหน่วยงานระดับกระทรวง ให้แก่กระทรวงเกษตรฯ ซึ่งได้ดำเนินการเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม

อสมท หนุนชุมชนบ้านศาลาดินต่อเนื่อง สานต่อโครงการ ‘อสมท รักษ์น้ำ สืบสานพระราชดำริ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/701822

อสมท หนุนชุมชนบ้านศาลาดินต่อเนื่อง สานต่อโครงการ ‘อสมท รักษ์น้ำ สืบสานพระราชดำริ’

อสมท หนุนชุมชนบ้านศาลาดินต่อเนื่อง สานต่อโครงการ ‘อสมท รักษ์น้ำ สืบสานพระราชดำริ’

วันอังคาร ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

คณะผู้บริหารและหน่วยงานพันธมิตร (จากซ้าย) ชัยนันต์ สันติวาสะ ผอ.ฝ่ายสื่อสารภาพลักษณ์องค์กร บมจ.อสมท, กฤษณา อุบลเพ็ง ผช.กก.ผอ.ใหญ่สำนักบัญชีและการเงิน, ญาณี แสงศรีจันทร์ กก.บมจ.อสมท, ดร.รอยล จิตรดอน กก.และเลขาธิการมูลนิธิอุทกพัฒน์ฯ,กรประณม วงษ์มงคล กก.บมจ.อสมท, สมพล ชัยสิริโรจน์ กก.บมจ.ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล, วันชัย สวัสดิ์แดง ประธานกลุ่มวิสาหกิจกลุ่มผู้ใช้น้ำบ้านศาลาดิน, รศ.ดร.เลอลักษณ์ จิตรดอน และ พัชรินทร์ เศวตสุทธิพันธ์ ที่ปรึกษาด้าน ปชส.มูลนิธิอุทกพัฒน์ฯ

บมจ.อสมท ให้ความสำคัญกับการสร้างความเข้มแข็งของชุมชน และส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติเพื่อต่อยอดไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยเล็งเห็นว่า “น้ำ” เป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตของคนไทย จึงได้ร่วมสนับสนุนการดำเนินงานของ มูลนิธิอุทกพัฒน์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ด้วยการน้อมนำแนวพระราชดำริและองค์ความรู้ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรมาใช้ในการบริหารจัดการน้ำ ด้วยความเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา พร้อมสนับสนุนการนำเสนอเนื้อหาและข้อมูลข่าวสารการดำเนินงานของมูลนิธิฯ แก่ประชาชน เพื่อสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วม ในการรักษาทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง ตามแนวทาง MCOT Cares สื่อดี สังคมดี โดย บมจ.อสมท ได้เชิญชวนหน่วยงานต่างๆ ที่มาร่วมแสดงความยินดีในโอกาสครบรอบการจัดตั้ง อสมท ในวันที่ 9 เมษายน ของทุกปี เริ่มตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา ให้ร่วมนำเงินสมทบทุนการดำเนินงานของมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อใช้สนับสนุนแผนงานบริหารจัดการน้ำของชุมชนที่อยู่ในความดูแลของ บมจ.อสมท ได้แก่ ชุมชนบ้านศาลาดิน ตำบลมหาสวัสดิ์ อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม อีกทั้งเชื่อมโยงการสนับสนุนด้านอุปกรณ์เครื่องมือแก่ชุมชนเพื่อให้การดำเนินงานตามแผนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ สนับสนุนงบประมาณจัดสร้างและพัฒนาเรือเก็บผักตบชวา สนับสนุนการจัดทำบอร์ดข้อมูลถ่ายทอดองค์ความรู้ชุมชน ตามศาสตร์พระราชา และปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณจุดนิทรรศการของชุมชน

ดร.รอยล จิตรดอน กก.และเลขาธิการมูลนิธิอุทกพัฒน์ฯ

ล่าสุด เมื่อวันเสาร์ที่ 24 ธันวาคม 2565 บมจ.อสมท ซึ่งดำเนินโครงการ“อสมท รักษ์น้ำ สืบสานพระราชดำริ” ได้นำคณะกรรมการฯ และผู้บริหาร บมจ.อสมทเข้าร่วมกิจกรรม เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติจัดการน้ำชุมชน ตามแนวพระราชดำริ ชุมชนบ้านศาลาดิน ต.มหาสวัสดิ์ อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม นำโดยดร.รอยล จิตรดอน กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิอุทกพัฒน์ในพระบรมราชูปถัมภ์,กรประณม วงษ์มงคล กรรมการ บมจ.อสมท, ญาณี แสงศรีจันทร์ กรรมการบมจ.อสมท พร้อมด้วยคณะผู้บริหารบมจ.อสมท ร่วมเยี่ยมชมการดำเนินงานโดยน้อมนำแนวพระราชดำริมาใช้ จัดระบบบริหารจัดการ 4 น้ำ รวมทั้งการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมร่วมกับภูมิปัญญาท้องถิ่น ทำให้ชุมชนบ้านศาลาดินสามารถแก้ปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งได้อย่างยั่งยืน พร้อมร่วมกิจกรรม ณ ฐานการเรียนรู้ในชุมชน ได้แก่ บ้านข้าวตัง นาบัวและบ้านฟักข้าว

โอกาสนี้ มีหน่วยงานพันธมิตรที่ร่วมสนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิอุทกพัฒน์ฯ ได้แก่ บริษัท ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) โดย สมพล ชัยสิริโรจน์ กรรมการบริษัทฯ เข้าร่วมกิจกรรม เยี่ยมชมการดำเนินงาน พร้อมแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวคิดการดำเนินงานของชุมชนเพื่อให้เกิดประโยชน์ในพื้นที่ดำเนินงานต่อไป

บรรยากาศการเข้าร่วมกิจกรรม เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติจัดการนํ้าชุมชนตามแนวพระราชดำริ ชุมชนบ้านศาลาดิน จ.นครปฐม

บรรยากาศการเข้าร่วมกิจกรรม เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติจัดการนํ้าชุมชนตามแนวพระราชดำริ ชุมชนบ้านศาลาดิน จ.นครปฐม

วันชัย สวัสดิ์แดง ประธานกลุ่มวิสาหกิจบ้านศาลาดิน

วันชัย สวัสดิ์แดง ประธานกลุ่มวิสาหกิจบ้านศาลาดิน

ฐานการเรียนรู้ในชุมชน นาบัว

ฐานการเรียนรู้ในชุมชน นาบัว

ฐานการเรียนรู้ในชุมชน บ้านข้าวตัง

ฐานการเรียนรู้ในชุมชน บ้านข้าวตัง

ฐานการเรียนรู้ในชุมชน บ้านข้าวตัง

ฐานการเรียนรู้ในชุมชน บ้านข้าวตัง

ฐานการเรียนรู้ในชุมชน บ้านฟักข้าว

ฐานการเรียนรู้ในชุมชน บ้านฟักข้าว

ฐานการเรียนรู้ในชุมชน บ้านฟักข้าว

ฐานการเรียนรู้ในชุมชน บ้านฟักข้าว

กลุ่มทรู โชว์ความพร้อมนำเทคโนโลยีทะลุขีดจำกัดของมนุษย์ด้วย AI

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/701835

กลุ่มทรู โชว์ความพร้อมนำเทคโนโลยีทะลุขีดจำกัดของมนุษย์ด้วย AI

กลุ่มทรู โชว์ความพร้อมนำเทคโนโลยีทะลุขีดจำกัดของมนุษย์ด้วย AI

วันอังคาร ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กลุ่มทรู นำโดย นายณัฐวุฒิ อมรวิวัฒน์ ประธานกรรมการ บริษัท ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป จำกัด ร่วมสนับสนุนงานสัมมนาระดับภูมิภาค “MIT Media Lab Southeast Asia
Forum” จัดโดย MIT Media Lab หน่วยงานวิจัยชั้นนำของโลกในด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรม การออกแบบ และศิลปะ ที่มุ่งเน้นสำรวจ ค้นคว้าและสร้างสรรค์นวัตกรรมเทคโนโลยี ของสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) ประเทศสหรัฐอเมริกา พร้อมร่วมเป็นวิทยากรพิเศษหัวข้อ “Human+AI : Opportunities and Challenges” ซึ่งนอกจากจะเป็นการแบ่งปันองค์ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยี AI ที่จะพลิกโฉมโลกธุรกิจในอนาคตอันใกล้นี้แล้ว ยังแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น และความเป็นผู้นำทางความคิดของทรู ซึ่งเน้นการทำงานร่วมกันระหว่างคนและเทคโนโลยียุคปัจจุบันหรือในอนาคต อันก่อให้เกิดนวัตกรรมที่ช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาบุคคล องค์กร และเศรษฐกิจไทย ความสามารถทางการแข่งขัน และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พร้อมตั้งเป้าขยายความร่วมมือทั้งในด้านธุรกิจ การพัฒนาโซลูชั่น และสานต่อความสัมพันธ์ระหว่างองค์กร เพื่อสรรค์สร้างนวัตกรรมระดับแนวหน้าให้แก่ผู้ประกอบการเทคและสตาร์ทอัพประเทศไทยอย่างเต็มที่

นายณัฐวุฒิ อมรวิวัฒน์ ประธานกรรมการ บริษัท ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า การนำเทคโนโลยี AI มาทำงานร่วมกับคนอย่างกลมกลืน จะส่งผลให้เกิดประสิทธิภาพในการดำเนินงานทั้งในแง่ของการลดต้นทุน ตลอดจนการสร้างโอกาสใหม่ๆ ทางธุรกิจ เนื่องจาก AI มีความสามารถประมวลผลข้อมูลจำนวนมหาศาลในเวลาอันรวดเร็ว จึงแก้ปัญหาต่างๆ เพื่อหาคำตอบที่ถูกต้องและเหมาะสมอย่างรวดเร็วเช่นกัน ซึ่งอีกไม่กี่ปีข้างหน้า AI จะก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจในทุกมิติโดยยกตัวอย่างธุรกิจที่กำลังจะเริ่มนำ AI มาใช้ ได้แก่ ธุรกิจด้านสุขภาพ ธุรกิจค้าปลีก และอุตสาหกรรมการเกษตรอัจฉริยะ

นอกจากนี้ เทคโนโลยี AI ยังเข้ามามีบทบาทต่อวิถีชีวิตประจำวันของผู้คนอย่างมากอีกด้วย เห็นได้จากนวัตกรรมการเชื่อมโยงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ภายในบ้านกับเครือข่ายอินเตอร์เนต ที่จะช่วยเพิ่มความสบายแก่ผู้อยู่อาศัย จึงอาจส่งผลให้ไลฟ์สไตล์คนยุคดิจิทัล ทั้งการทำงาน ความบันเทิง และการเรียนรู้พลิกโฉมไปจากเดิม อย่างไรก็ตาม การสร้างนวัตกรรมที่จะเป็นประโยชน์กับสังคมจริงๆ นั้น มาจากการทำงานร่วมกันระหว่างคนและเทคโนโลยีอย่างลงตัว โดยเทคโนโลยีเป็นส่วนสนับสนุน คนและกระบวนการมีส่วนสำคัญยิ่งกว่า ในการที่จะทำให้นวัตกรรมนั้นเกิดคุณค่าหรือไม่ ทรูจึงทำงานร่วมกับแพทย์ เกษตรกร ผู้ค้าปลีก และผู้เชี่ยวชาญจากทุกสาขาอย่างใกล้ชิดเพื่อร่วมกันสร้างสิ่งใหม่ๆ ให้กับประเทศ รวมทั้งคนยังมีความรู้สึกและวิเคราะห์เรื่องต่างๆ ได้อย่างลึกซึ้งกว่า AI ดังนั้นการสร้างระบบที่คนและ AI ทำร่วมกัน จึงเป็นแนวทางที่ทรูเชื่อและทำเสมอมา

ทั้งนี้ การสนับสนุนงานสัมมนาระดับภูมิภาค “MIT Media Lab Southeast Asia Forum” ยังเน้นย้ำถึงความพร้อมด้านระบบนิเวศดิจิทัลครบวงจรของทรูที่มีส่วนสำคัญในการยกระดับวงการเทคและสตาร์ทอัพไทย และแสดงถึงศักยภาพความสามารถของคนไทยและประเทศไทยต่อสายตาคนทั่วโลกที่มาร่วมงาน

2 มกราคม 2566 วันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ครบ 15 ปี สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ : บุคคลสำคัญของโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/701838

2 มกราคม 2566 วันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ครบ 15 ปี  สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ : บุคคลสำคัญของโลก

2 มกราคม 2566 วันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ครบ 15 ปี สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ : บุคคลสำคัญของโลก

วันอังคาร ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงเป็นพระเชษฐภคินีในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 8 และรัชกาลที่ 9 และทรงเป็นสมเด็จพระราชปิตุจฉาในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10

ประสูติเมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 พฤษภาคมพ.ศ. 2466 ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เป็นพระธิดาพระองค์แรกในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระนามแรกประสูติตามที่โรงพยาบาลตั้งถวายคือ  May Songkla ซึ่งเป็นเดือนที่ทรงประสูติ ต่อมาเมื่อความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระนามว่า หม่อมเจ้ากัลยาณิวัฒนา และต่อมาพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาขึ้นเป็น พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้ากัลยาณิวัฒนา

พระองค์ทรงสำเร็จการศึกษาจากคณะวิทยาศาสตร์ สาขาเคมี มหาวิทยาลัยโลซานน์ ทรงได้รับ Diplôme de Chimiste A ขณะที่ทรงศึกษาที่คณะวิทยาศาสตร์นั้นยังทรงศึกษาหลักสูตรของสังคมศาสตร์ Diplôme de Sciences Sociales Pédagogiques อันประกอบด้วยวิชาต่างๆ ในสาขาวิชาการศึกษา วรรณคดี ปรัชญา และจิตวิทยาด้วย

ตลอดพระชนม์ชีพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงบำเพ็ญพระกรณียกิจมากมายแก่ประเทศชาติ เพื่อแบ่งเบาพระราชภาระพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีมีโครงการในพระอุปถัมภ์หลายร้อยโครงการ ทั้งด้านการศึกษา การสังคมสงเคราะห์ การแพทย์และการสาธารณสุข การต่างประเทศ การศาสนา และอื่นๆ กับทั้งยังมีพระปรีชาสามารถด้านการเขียน ด้านการกีฬา ด้านการถ่ายภาพ และด้านดนตรี ซึ่งได้พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์จัดตั้ง “ทุนส่งเสริมดนตรีคลาสสิกในพระอุปถัมถ์ฯ” ขึ้น เพื่อพระราชทานทุนให้เด็กไทยได้มีโอกาสไปศึกษาต่อทางด้านตนตรีคลาสสิก โดยทรงสัมภาษณ์เด็กนักเรียนที่ขอรับทุนด้วยพระองค์เอง

ทั้งยังทรงสนพระทัยโครงการจัดส่งเยาวชนไทยไปร่วมแข่งขันโอลิมปิกวิชาการ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2532 ถึงปัจจุบัน โดยพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์และเงินกองทุนสมเด็จย่าเพื่อช่วยเหลือ ทรงติดตามความเคลื่อนไหวทุกขั้นตอนการแข่งขัน พระราชทานกำลังใจและทรงแสดงความยินดีแก่เยาวชนไทยที่ได้รับรางวัลและใบประกาศเกียรติคุณจากการแข่งขันในทุกๆ ครั้ง ทรงเป็นองค์พระอุปถัมภ์ “มูลนิธิส่งเสริมโอลิมปิกวิชาการและพัฒนามาตรฐานวิทยาศาสตร์ศึกษา ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์” (สอวน.) ทำให้บรรดาเยาวชนไทยได้ค้นพบตัวเองและสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยติดต่อกันมายาวนานหลายปีตั้งแต่ปีแรกที่มีการส่งเยาวชนร่วมแข่งขัน

ด้านการแพทย์และการสาธารณสุข ทรงดำรงตำแหน่งประธานมูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทย โดยมูลนิธิฯได้ให้การช่วยเหลือผู้ป่วยเกี่ยวกับค่ายา ค่ารักษาพยาบาล ในโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศ การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม และการผ่าตัดเปลี่ยนไต นอกจากนี้ยังให้การสนับสนุนการศึกษาค้นคว้าวิจัย ตลอดจนสนับสนุนทุนศึกษาต่อทั้งในประเทศและต่างประเทศแก่แพทย์โรคไตรวมทั้งการอบรมพยาบาลไตเทียม เพื่อพัฒนาให้การดูแลรักษาพยาบาลผู้ป่วยโรคไตให้เจริญก้าวหน้า ทัดเทียมกับอารยประเทศ และการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคไตที่ถูกต้องแก่ประชาชนด้วย ทรงเป็นประธานมูลนิธิหม่อมเจ้าบุญจิราธร (ชุมพล) จุฑาธุช ซึ่งมีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการให้ทุนการศึกษาแพทย์ตามโครงการแพทย์ชนบท ให้ทุนการศึกษาแก่นักศึกษาพยาบาลที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ และให้ทุนการศึกษาสำหรับผู้ที่จะสมัครเป็นอาจารย์วิชาการพยาบาล ทรงดำรงตำแหน่งประธานมูลนิธิขาเทียมในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ซึ่งมูลนิธิขาเทียมในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี นี้ ทรงร่วมกับสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีก่อตั้งขึ้นมา โดยทรงลงพระนามขอจดทะเบียนด้วยพระองค์เอง และพระราชทานพระราชทรัพย์ประเดิมร่วมกับที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระราชทานในการก่อตั้งมูลนิธิขาเทียมฯ เพื่อจัดทำขาเทียมและพระราชทานแก่ผู้พิการขาขาดผู้ยากไร้ในชนบทโดยไม่คิดมูลค่า และค้นคว้า วิจัย พัฒนาชิ้นส่วนขาเทียมจากวัสดุภายในประเทศเพื่อลดการนำเข้าจากต่างประเทศ ทั้งยังทรงดำรงตำแหน่งประธานมูลนิธิถันยรักษ์ในพระบรมราชูประถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

และเนื่องในวาระครบรอบ 100 ปี วันประสูติสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ 6 พฤษภาคม 2566 องค์การยูเนสโก (UNESCO) พิจารณาประกาศยกย่องให้ทรงเป็นบุคคลสำคัญของโลก เพราะพระองค์ทรงประกอบพระกรณียกิจนานัปการด้วยพระปณิธานแนวแน่ที่จะทำประโยชน์เพื่อประชาชนชาวไทย และสังคมโลก ทั้งยังทรงยึดมั่นในคุณค่าของมนุษย์ และศักยภาพของการพัฒนาจึงทรงอุปถัมภ์กิจการทั้งปวงที่เกี่ยวกับด้านการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ประยุกต์ การแพทย์และการสาธารณสุข ด้านสังคมสงเคราะห์ ด้านสัมพันธไมตรี การสื่อสารและการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม ด้านการศาสนาและศิลปวัฒนธรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนและพสกนิกรชาวไทย ซึ่งรัฐบาลไทยและหน่วยงานทั้งไทยและต่างประเทศจะได้จัดกิจกรรมถวายพระเกียรติในวาระอันสำคัญนี้ตลอดทั้งปี 2566

สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์สิ้นพระชนม์ เมื่อวันที่ 2 มกราคม พ.ศ.2551 ในโอกาสวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ครบ 15 ปี ปวงพสกนิกรชาวไทยรู้สึกสำนึกในพระกรุณาธิคุณที่ทรงพระกรณียกิจงานด้านต่างๆ เพื่อความสุขแก่พสกนิกรทั้งหลาย

คุณแหน : 3 มกราคม 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/701844

วันอังคาร ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll สวัสดีปีใหม่ 2566 ขอให้ทุกท่านจงมีแต่ความสุข ท่วมท้นล้นหฤทัย สุขภาพแข็งแรงกันถ้วนหน้า ธุรกิจก้าวหน้าอย่างยิ่งยวด…และกลับมาปฏิบัติภารกิจตามหน้าที่กันต่อไป…

ll ในอดีตพรรคการเมืองดังก็เคยปรากฏการณ์ “ผลัดใบ” มาแล้ว ครั้งนี้สมาคมเก่าแก่ของ “นักเรียนนอก” สมาคมเพื่อนแคลิฟอร์เนียในช่วงที่ผ่านมาได้เกิดการสูญเสียต่อเนื่องกล่าวคือ กรรมการระดับผู้ก่อตั้งได้ถึงแก่กรรมด้วยโรคภัยที่ต่างกัน อาทิ อมร เตชะหรูวิจิตร ประธานกรรมการกลุ่มโรงแรมเอเชีย, เกียรติ ประชาศรัยสรเดช อดีตผู้บริหารโครงการนวนคร, และล่าสุด ธวัชชัยทวีศรี (ทูตเหยอ) อดีตนักการทูตอาวุโสมีผลงานมากมาย อาทิ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเดลีและเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซล ได้ถึงแก่กรรมด้วยโรคชราภายหลังเกษียณอายุจากกระทรวงต่างประเทศได้รับเชิญจากเจ้าสัว วิชัย ศรีวัฒนประภา ประธานกรรมการกลุ่ม คิง เพาเวอร์ ให้เข้ารับตำแหน่งกรรมการที่ปรึกษา เนื่องจากความสัมพันธ์อันเก่าแก่ระหว่างทูตธวัชชัยขณะดำรงตำแหน่งกงสุลใหญ่ไทยที่ฮ่องกง และท่านทูตใช้ความอัธยาศัยดีของท่านแนะนำให้เจ้าสัวเข้ามาสัมผัสธุรกิจ “DUTY FREE” … นั่นคือจุดกำเนิดของธุรกิจมูลค่าล้านล้านในเวลาต่อมา…

ll เพิ่งเขียนแปะไว้ข้างฝาไม่นานมานี้ ว่าแผนรวมพรรคการเมืองไตรภาคีเพื่อรับมือเลือกตั้งใหญ่ระหว่างพรรค ทสท. โดย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์,สอท. โดย ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ และ ชพก.โดย สุวัจน์ ลิปตพัลลภ จะเป็นรายการจิ้มแห้งแบบปลาคนละน้ำไม่เวิร์กแน่นอน บัดนี้คลี่คลายออกมาก็เป็นเช่นนั้นจริงแหล่งข่าววงในขยายความว่าคุยกันหลายรอบแต่ก็ไม่ลงตัวมาถึงจุดต้องเซย์กู๊ดบายไปกันคนละทาง ซึ่งคอการเมืองดูว่าอนาคตไม่แจ่มใสดังเช่นเคยสรุปว่าในเมื่อผู้นำพรรคเหล่านี้ไม่ได้มาด้วยความมุ่งมั่นหรืออุดมการณ์ร่วมเป็นเพียงต้องการรวมกันเพื่อต่อกรกับพรรคใหญ่ตัวเต็ง ปัญหาต่างๆ จึงผุดขึ้นมากมายแต่สรุปชัดๆ ประเด็นสำคัญที่สุดคือเรื่องปัจจัยทุนสำหรับ ทสท.นั้นไม่มีทุนรอนชัดเจนยิ่งนานวันยิ่งกลายเป็นจุดอ่อน, สอท. ยิ่งไม่ต้องพูดถึงมีแต่พก AMBITIONS มาการเมืองไม่ถนัดอีกต่างหาก, ในกลุ่มนี้มีแต่ ชพก. ดูจะมีภาษีกว่าเพื่อน ทั้งผู้นำพรรคมีทุนรอนของตัวเองคอนเนคชั่นก็พอสมควร แถมมือเศรษฐกิจแข็งโป๊ก…

ll ในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ 2566 ชาวธรรมศาสตร์ มธ.2513 รวบรวมเงินไปทำบุญ ไถ่ถอน โค กระบือ ที่โรงฆ่าสัตว์ย่านปทุมธานี ได้เงินทำบุญกว่า 1 แสนบาท มี อารีย์ กังวาลเนาวรัตน์ช่วยเป็นธุระรวบรวมเงินทำบุญ… สาธุ ขออนุโมทนาบุญด้วย…

ll ขอแสดงความเสียใจกับ ศ.พญ.ศรีศุภลักษณ์ สิงคาลวณิช, ทพญ.จุฑามาศ วชิรพงศ์, ฉัตรสุดา กลิ่นพันธ์ุ และ ผศ.พญ.สุวิรากร ธรรมศักดิ์ ในการจากไปของมารดา พญ.ดวงสุดา ธรรมศักดิ์ พิธีรดน้ำศพ จัดที่สถาบันพยาธิวิทยา ราชวิถี 3 ม.ค.14.00 น.และสวด 3-7 ม.ค. ณ ศาลา 5 วัดมกุฏฯ 19.00 น….

ll ด้วยรักและผูกพัน สุทธิวรารามศิลป รุ่นธวัชชัย เทอดเผ่าไทย วันชัย สุทิน นัดสังสรรค์เพื่อนๆ ร่วมรุ่น โดยมีการจัดคารวะอาจารย์อันเป็นที่รักยิ่ง เกษม เกษมปัญญา ลงทุนไปรับอ.สุคนธ์ สงวนพันธุ์ ในวัย 95 ปี และ ชาติชายอัครวิบูลย์ อาสาไปรับ อ.ระเบียบ จรรยา วัย 86 ปี มาให้ศิษย์ได้คารวะ เนื่องในวันครู 16 ม.ค.เวลา 11.00 น. ที่เพลิน วิภาวดี…งานนี้อาจารย์ทั้งสองปลาบปลื้มใจมากที่ศิษย์ไม่ลืมครู…

ll ยัญชัย-ปิยะวัลย์ ยิ้มประเสริฐ ตระเวนไหว้พระ ทำบุญ เดินสายภาคเหนือ และจบที่สวดมนต์รับปีใหม่ โดยมี วุธรวี-ขวัญชนก จารุวัฒนะ ติดตามดูแล และเป็นสารถีให้อีกแต่หาก ทั้งนี้ไม่ลืมพาน้องธาม วัย 2 ขวบไปด้วย…ดีจังที่ผู้อาวุโสได้ปลูกฝังการทำบุญทำกุศลให้หลานตั้งแต่เด็กๆ !!…ll

บารอนเนส