ชาวนิวยอร์กประท้วงเดือดขอความเป็นธรรมให้ชายผิวสีที่ถูก ตร.ซ้อมจนตาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2614620

ชาวนิวยอร์กประท้วงเดือดขอความเป็นธรรมให้ชายผิวสีที่ถูก ตร.ซ้อมจนตาย

28 ม.ค. 2566 11:30 น.

ชาวนิวยอร์กประท้วงเดือดขอความเป็นธรรมให้ชายผิวสีที่ถูก ตร.ซ้อมจนตาย

ชาวอเมริกันออกมาประท้วงการใช้กำลังเกินว่าเหตุของตำรวจในสหรัฐฯ อีกครั้ง หลังมีการเผยแพร่คลิปเหตุการณ์ที่ ไทร์ นิโคลส์ ชายผิวสีวัย 29 ปี ถูกตำรวจใช้กำลังเข้าจับกุม จนทำให้เขาเสียชีวิตในเวลาต่อมา

หลังจากที่ทางการเมืองเมมฟิส สหรัฐอเมริกา ได้มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดหลากหลายมุมที่เผยให้เห็นเหตุการณ์ขณะที่ นายไทร์ นิโคลส์ ชายผิวสี วัย 29 ปี ถูกตำรวจเข้าจับกุมในข้อหาขับรถโดยประมาท โดยจะเห็นว่าเขาถูกตำรวจกดให้นอนลงกับพื้น ก่อนที่จะทั้งเตะทั้งต่อย และใช้กระบองฟาดใส่เขาไม่ยั้ง ในขณะที่เขาร้องเรียกหาแม่ และร้องขอว่าเขาอยากจะกลับบ้าน โดยจากคลิปวิดีโอแสดงให้เห็นว่าหนึ่งในตำรวจที่ซ้อมเขาเป็นชายผิวสีเช่นกัน และเขาเป็นคนที่วิ่งไล่ตามนิโคลในขณะที่พยายามจะวิ่งหนี ก่อนจะกดเขาลงกับพื้นและรุมซ้อมเขา

ทั้งนี้ คลิปวิดีโอขณะเกิดเหตุทั้งหมดถูกนำออกมาเผยแพร่ หลังจากที่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องหลายนายถูกตั้งข้อหาฆาตกรรมนายนิโคลเพียง 1 วัน

เหตุการณ์ครั้งนี้ยังได้จุดกระแสการประท้วงการใช้ความรุนแรงของตำรวจสหรัฐฯ ขึ้นมาอีกครั้ง จนมีการรวมตัวประท้วงของประชาชนหลายร้อยคนในนครนิวยอร์ก เพื่อเรียกร้องให้มีการปฏิรูปตำรวจ และเรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่ผู้เสียชีวิตด้วย

ด้านประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐฯ เรียกร้องให้มีการปฏิรูปองค์การตำรวจสหรัฐฯ โดยเร็วหลังเกิดเหตุการณ์ครั้งนี้ พร้อมทั้งได้โทรศัพท์ไปแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตแล้ว โดยระบุว่า เขาได้เห็นภาพเหตุการณ์แล้วรู้สึกโกรธและเสียใจมาก และรับปากว่าผู้กระทำความผิดจะถูกนำตัวมาลงโทษอย่างเต็มที่.

ที่มา : เอพี

ไฟต์บังคับ “ลูกหมี ชุมพล” หนุนตู่ สู้ ส.ส.ตาร์ทบ้านใหญ่ชุมพร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/541834

ขุนน้ำหมึก

28 ม.ค. 2566

ไฟต์บังคับ “ลูกหมี ชุมพล” หนุนตู่ สู้ ส.ส.ตาร์ทบ้านใหญ่ชุมพร

ปักธงชุมพร “ลูกหมี ชุมพล” ปักธง รทสช.ชนะยกจังหวัด ไฟต์บังคับส่งมือขวา สจ.ชัย อดีตดาวไฮด์ปาร์ค กปปส. ลงสนามเขต 1 ชน ส.ส.ตาร์ท ลูกบ้านใหญ่ท่ายาง

ชุมพรสะเทือน “ลูกหมี ชุมพล” เปิดบ้านต้อนรับลุงตู่ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ ปักธง รทสช. ที่ประตูสู่ภาคใต้ ทีมจุลใสแฟมิลี่ ประกาศชนะยกจังหวัด

ที่มั่นใหญ่ “ลูกหมี ชุมพล” แพ้ไม่ได้ ส่งมือขวา สจ.ชัย อดีตดาวไฮด์ปาร์ค กปปส.ยึดเขต 1 หากจำเป็นต้องสู้กับ ส.ส.ตาร์ท หลานเมีย ก็ต้องรบ 

เย็นวันที่ 28 ม.ค.2566 ลูกหมี-ชุมพล จุลใส อดีต ส.ส.ชุมพร 3 สมัย อาสาจัดเวทีปราศรัยใหญ่ของพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่สนามหน้าเทศบาลเมืองชุมพร อ.เมือง จ.ชุมพร โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะขึ้นปราศรัยในเวทีกลางแจ้งเป็นครั้งแรก

นายกโต้ง-นพพร อุสิทธิ์ นายก อบจ.ชุมพร และ สจ.ชัย-วิชัย สุดสวาทดิ์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ชุมพร เขต 1 พรรค รทสช. เป็นแม่งานใหญ่ ที่จัดเวทีปราศรัยภายใต้ชื่องาน “ลุงตู่ เปิดประตู สู่ภาคใต้ @ชุมพร”


สังเวียนชุมพร เขตเลือกตั้งที่ 1 ประกอบด้วย อ.เมืองชุมพร (ยกเว้นบางตำบล) และ อ.สวี (ยกเว้น ต.เขาทะลุ และต.เขาค่าย) เป็นที่มั่นของลูกหมี-ชุมพล จุลใส ในสีเสื้อพรรคประชาธิปัตย์

การเลือกตั้ง 22 มี.ค.2562 ที่สนามเขต 1 เป็นการต่อสู้ระหว่างคนบ้านเดียวกัน คือ ลูกหมี-ชุมพล จุลใส กับ ชวลิต อาจหาญ พรรคพลังประชารัฐ ผลปรากฏ ลูกหมีชนะ คะแนนทิ้งห่างประมาณ 1 หมื่นแต้ม

ต้นปี 2564 ลูกหมี ถูกศาลพิพากษาจำคุกในคดี กปปส. และถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง จึงมีการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 1 ชุมพร

‘ลูกบ้านใหญ่ชุมพร’

“ลูกหมี ชุมพล” ในฐานะกองเชียร์ สนับสนุนให้ อิสรพงษ์ มากอำไพ ญาติข้างภรรยาเป็นตัวแทนลงสนามเลือกตั้งซ่อมในสีเสื้อ ปชป.

ตาร์ท-อิสรพงษ์ มากอำไพ เรียนจบจากเมืองนอก ก็มานั่งบริหารบริษัทดาฟีเนียร์ คอนสตรั๊กชั่น และบริษัทบลูเพิร์ล เบิร์ดเนส จำกัด ผู้ได้สัมปทานรังนกนางแอ่น ซึ่งคนชุมพรเรียกตระกูลมากอำไพว่า บ้านใหญ่ แห่ง ต.ท่ายาง อ.เมืองชุมพร 

ปี 2563 ตาร์ท-อิสรพงษ์ ได้เข้าร่วมเป็นทีมงานพลังชุมพรเครือข่ายลูกหมี ในการเลือกตั้งนายก อบจ.ชุมพร หลังนพพร อุสิทธิ์ เข้ารับตำแหน่งนายก อบจ.ชุมพร จึงแต่งตั้ง อิสรพงษ์ มากอำไพ เป็นเลขานุการนายก อบจ. 

 ส.ส.ตาร์ท สมัยที่ยังสังกัดกลุ่มพลังชุมพร ของลูกหมีส.ส.ตาร์ท สมัยที่ยังสังกัดกลุ่มพลังชุมพร ของลูกหมี

ช่วงเลือกตั้งซ่อม พรรค ปชป.ส่ง ตาร์ท-อิสรพงษ์ ลงสนามแข่งกับ ชวลิต อาจหาญ พรรค พปชร. ที่มีพี่เลี้ยงชื่อ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า 

จะว่าไปแล้ว การต่อสู้ในครั้งนั้น จึงเป็นศึกวัดฝีมือของลูกหมี ชุมพล กับ ร.อ.ธรรมนัส ผลการเลือกตั้งซ่อม 16 ม.ค.2564 อิสรพงษ์ชนะชวลิตขาดลอย

ปลายปีที่แล้ว จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ปชป. ลงพื้นที่ จ.ชุมพรเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ทั้ง 3 เขตคือ เขต 1 อิสรพงษ์ มากอำไพ ส.ส.ชุมพร ,เขต 2 สราวุธ อ่อนละมัย ส.ส.ชุมพร และเขต 3 มีศักดิ์ ภักดีคง อดีตอธิบดีกรมประมง

เมื่อลูกหมี ชุมพล และนายกโต้ง-นพพร อุสิทธิ์ นายก อบจ.ชุมพร เปิดตัวร่วมงานกับพรรค รทสช. แต่ ส.ส.ตาร์ท ยังยืนยันที่จะอยู่พรรค ปชป. 

‘ขุนศึกคู่ใจลูกหมี’

สนามชุมพรเป็นเรื่องของศักดิ์ศรีของ “ลูกหมี ชุมพล” ซึ่งเขต 3 ลูกช้าง-สุพล จุลใส น่าจะลอยลำ เพราะทีมงานในพื้นที่เข้มแข็ง

ส่วนเขต 1 และเขต 2 เป็นของพรรค ปชป. ก็ถือว่ามีแต้มต่ออยู่ แต่พรรค รทสช. มีลุงตู่ เป็นจุดขาย บวกกับทีมพลังชุมพร ทั้ง อบจ. และ อบต. ก็พร้อมจะเบียดแทรกได้ทั้งสองเขต

เขต 2 (อ.ปะทิว อ.ท่าแซะ) ลูกหมี ส่งคนสนิท สันต์ แซ่ตั้ง รองนาย อบจ.ชุมพร ลงสนาม เปิดตัวมาหลายเดือนแล้ว โดยสันต์ เป็น ส.อบจ.ชุมพร เขต อ.ท่าแซะ มาหลายสมัย และเพิ่งขยับมาเป็นรองนายก อบจ.ชุมพร 

เขต 1 (อ.เมืองชุมพร อ.สวี) ลูกหมี ส่ง สจ.ชัย-วิชัย สุดสวาทดิ์ ลงสนาม เป็นตัวแทนเขา เพื่อรักษาที่มั่นอันสำคัญของจุลใสแฟมิลี่

  สจ.ชัย คนสนิทลูกหมี และอดีตพี่เลี้ยง ส.ส.ตาร์ท สจ.ชัย คนสนิทลูกหมี และอดีตพี่เลี้ยง ส.ส.ตาร์ท

ตอนแรก คอการเมืองชุมพรคาดว่า ลูกหมีจะไม่ส่งคนลงแข่งกับ ส.ส.ตาร์ท-อิสรพงษ์ หลานภรรยา เมื่อ ส.ส.ตาร์ท ไม่ทิ้งพรรค ปชป.ก็เลี่ยงไม่ได้ ที่จะต้องสู้กัน

ในการเลือกตั้งซ่อม สจ.ชัย-วิชัย เป็นพี่เลี้ยง ส.ส.ตาร์ท พาออกพื้นที่ไปพบชาวบ้าน และเป็นนักปราศรัยบนเวทีย่อย

สมัยที่ลูกหมี-ลูกช้าง นำพลพรรคจากชุมพรมาร่วมทัพ กปปส. ก็ได้ สจ.ชัย เป็นดาวไฮด์ปาร์คยืนเคียงข้างลูกหมี

การเลือกตั้ง ส.ส.ชุมพร ครั้งใหม่ จึงเป็นไฟต์บังคับของลูกหมี ที่ต้องสู้กับหลานภรรยา ตามวิถีการต่อสู้ทางการเมือง ไม่มีรายการซูเอี๋ย

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ               โดย … ขุนน้ำหมึก

กฎหมาย’เลือกตั้ง’ ส.ส. และกฎหมายพรรคการเมืองมีผลใช้บังคับแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541880

28 ม.ค. 2566

กฎหมาย'เลือกตั้ง' ส.ส. และกฎหมายพรรคการเมืองมีผลใช้บังคับแล้ว

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ กฎหมายเลือกตั้ง สองฉบับมีผลบังคับใช้แล้ว เผยแพร่ใน’ราชกิจจานุเบกษา’วันที่ 28 มกราคม 256

ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2566 ลงวันที่ 28 มกราคม 2566 มีเนื้อหา กำหนดการเลือกตั้งแบบบัตรเลือกตั้ง2ใบ จำนวน 32 มาตรา มีเนื้อหาดังนี้

พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.(ฉบับที่2) พ.ศ.2566

ราชกิจจานุเบกษายังได้เผยแพร่พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง(ฉบับที่2)พ.ศ.2566 อีกหนึ่งฉบับ ลงวันที่28 มกราคม 2566 เช่นเดียวกัน กฎหมายฉบับนี้มีรายละเอียด จำนวน 16 มาตรา มีเนื้อหาดังนี้

พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง(ฉบับที่2)พ.ศ.2566  

้พรรค’ก้าวไกล’ล้ำหน้า เปิดตัวแอพพลิเคชั่นใช้สื่อสารทางการเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541868

28 ม.ค. 2566

้พรรค'ก้าวไกล'ล้ำหน้า เปิดตัวแอพพลิเคชั่นใช้สื่อสารทางการเมือง

พรรคก้าวไกล นำหน้าสื่อสารผ่านโซเชี่ยลมีเดีย เปิดตัว’แอพพลิเคชั่น’ ก้าวไกลทูเดย์ ให้ติดตามพรรคได้อย่างใกล้ชิด

นอกจากวาระรับทราบผลการดำเนินงานของพรรคและแก้ข้อบังคับให้สอดรับกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พรรคก้าวไกลยังเปิดตัวแอพพลิเคชั่นในการสื่อสารทางการเมือง โดย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ รองเลขาธิการพรรคก้าวไกล ผู้จัดทำแอพพลิเคชั่น ก้าวไกลทูเดย์ (MFP Today) อธิบายว่า

ฟีเจอร์หลักของแอพพลิเคชั่นคือการทำให้ทุกการโพสต์ หรือการสร้างคอนเทนต์บนสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ ของช่องทางสื่อสารพรรค ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. และทีมงานพรรคก้าวไกลทุกจังหวัดจะถูกเชื่อมต่อ และนำมาปรากฏบนแพลตฟอร์มก้าวไกลทูเดย์โดยอัตโนมัติ

หน้าแรกของแอพฯ เป็นฟีดข่าวที่มีการรวบรวมเรื่องราวของผู้คนที่ร่วมเดินทางไปกับพรรคก้าวไกลในแต่ละวัน บอกให้รู้ว่าผู้คนในพรรคก้าวไกล กำลังทำอะไรอยู่ เพราะทุกคนคือคนสำคัญ ที่จะเข้ามาเปลี่ยนให้ประเทศไทยไม่เหมือนเดิม

นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์เกาะทุกก้าวรวบรวมการแสดงผลแฮชแทก (#) ของแคมเปญหลักของพรรค สร้างออกมาเป็น story timeline แสดงผลในแอพพลิเคชั่นนี้โดยอัตโนมัติ



นอกจากสองฟีเจอร์หลักนี้แล้วในแอพพลิเคชั่นยังมีการเชื่อมต่อกับร้านค้าทางการของพรรคและข้อมูลพื้นฐานที่แสดงในเว็บไซต์พรรคก้าวไกล

โดยในอนาคตจะพัฒนาให้เป็นแอพพลิเคชั่น เพื่อให้ทุกอย่าง จบ ครบ ในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นระบบอาสาสมัคร ระบบร้องเรียน ระบบบริจาค ระบบสมาชิก หรือแม้แต่แพลตฟอร์มรวมนโยบายพรรค และว่าที่ผู้สมัครส.ส.ของพรรค

เพื่อให้พรรคก้าวไกล เป็นพรรคมวลชน เป็นพรรคการเมืองที่เป็นของทุกคน ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล อย่างแท้จริง

อุ๊งอิ๊งไม่สนใจข่าวสร้างอนาคตไทยรวมพรรคกับ’พลังประชารัฐ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541860

28 ม.ค. 2566

อุ๊งอิ๊งไม่สนใจข่าวสร้างอนาคตไทยรวมพรรคกับ'พลังประชารัฐ'

สองแกนนำ’สร้างอนาคตไทย’เปิดตัวเข้าพรรคพลังประชารัฐ30ม.ค. อุ๊งอิ๊ง มองเป็นแค่เกมการเมือง ขอใช้นโยบายซื้อใจประชาชน

แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรมพรรคเพื่อไทย มองว่าการกลับมาควบรวมระหว่างพรรคสร้างอนาคตไทย กับพรรคพลังประชารัฐคือเกมการเมือง

แต่พรรคเพื่อไทยจะเอานโยบายไปแลกกับความไว้ใจของประชาชนเพราะเราต้้งใจจริงๆ หลังจากถูกยุบพรรคและตั้งมาใหม่ก็ยังตั้งใจแก้ปัญหาปากท้องให้กับประชาชน  นี่คือนโยบายและจุดประสงค์ทำเพื่อประเทศชาติและพี่น้องประชาชน

ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย ระบุว่าข่าวการควบรวมพรรคพลังประชารัฐ น่าจะเป็นภาระของ พรรครวมไทยสร้างชาติมากกว่าไม่ใช่ของพรรคเพื่อไทย เพราะว่าเห็น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐตัวเดินช้า แต่ลีลาเดินเร็ว และเดินเร็วกว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีหลายก้าว   ด้วยการดึงคนกันเองเข้าพรรคแม้ไม่ใช่คนหน้าใหม่ ที่เคยรวมตัวในพรรคพลังประชารัฐมาก่อนนั้น

เป็นภาพสะท้อนให้เห็นว่า พล.อ. ประวิตร มีบารมีและได้รับการยอมรับในฝ่ายตัวเองมากกว่า พล.อ.ประยุทธ์ อย่างเห็นได้ชัด และ พล.อ.ประวิตร ก็สามารถจบดีลกับสี่กุมารได้ ในขณะที่พล.อ.ประยุทธ์ มีแต่เสกสกล อัตถาวงศ์ หรือแรมโบ้อีสาน ที่ปรึกษาของนายกฯ เป็นกำลังหลักคนเดียวเท่านั้น



แพทองธาร กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นอำนาจของประชาชนที่จะตัดสิน ว่าพรรคเพื่อไทยจะมีแรงต่อสู้ทางการเมืองหรือไม่ พรรคเพื่อไทยปล่อยให้เป็นหน้าที่ของประชาชน ส่วนตัวไม่ได้ความสนใจการควบรวมของพรรคพลังประชารัฐกับพรรคสร้างอนาคตไทย แต่จะทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด

เพราะการที่จะทำแคมเปญหาเสียงเลือกตั้งให้กับประชาชนรับรู้ก็ยากแล้ว ดังนั้นจะไม่โฟกัสเรื่องอื่นๆมีแต่นโยบายและความต้้งใจ ขอใช้ความจริงใจเป็นหมัดเด็ดของพรรคเพื่อไทย

  • พลังประชารัฐเปิดตัวคนคุ้นเคย 15.00 น. วันนี้

มีรายงานว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ  หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วย นายสันติ พร้อมพัฒน์ เลขาธิการพรรค จะเปิดพรรค เปิดตัวให้การต้อนรับการกลับมาร่วมพรรคพลังประชารัฐของ ในนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค ในเวลา 15.00 น.วันที่ 30 ม.ค. ที่พรรคพลังประชารัฐ 


โดย พล.อ. ประวิตร ต้องการให้ภาพออกมาเป็นการก้าวข้ามความขัดแย้ง ตามนโยบายพรรค โดยนายอุตตม จะเข้ามาช่วยดูยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ และนายสนธิรัตน์ เข้ามาช่วยดูยุทธศาสตร์การเมืองให้กับพรรคพลังประชารัฐ

หลังจากการเปิดตัวในวันนี้แล้วทั้ง 2  คน จะได้เข้าร่วมในงานระดมทุน ที่จะมีขึ้นในเวลา 17.00 น.วันที่ 30 ม.ค.นี้ ที่ ร.ร.เซ็นทราราแกรนด์ ฯ กทม.

ประชาธิปัตย์ ไม่ทิ้งอีสาน ลั่นส่ง’ผู้สมัครส.ส.’ครบทุกเขต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541857

28 ม.ค. 2566

ประชาธิปัตย์ ไม่ทิ้งอีสาน ลั่นส่ง'ผู้สมัครส.ส.'ครบทุกเขต

พรรค’ประชาธิปัตย์’ ตั้งเป้าได้ส.ส.อีสานเพิ่มขึ้น ยันส่งผู้สมัครส.ส.ครบทุกเขต รอ กกต.แบ่งเขตเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ

แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ในพื้นที่ภาคอีสาน 99 เขต มีทั้งนักการเมืองท้องถิ่น คนรุ่นใหญ่ และคนรุ่นใหม่ จากทั่วอีสาน  ที่หอประชุมใหญ่มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล 


จุรินทร์ ลักษณะวิศิษฐ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ย้ำถึงนโยบายอีสานเชื่อมโลกว่า เป็นวิสัยทัศน์ของพรรคประชาธิปัตย์ ที่จะขับเคลื่อนอีสานไปสู่ความร่ำรวยในอนาคต ที่จะต้องไม่เฉพาะเชื่อมเฉพาะในประเทศไทย แต่ต้องเชื่อมโลกผ่านทั้งการคมนาคม การค้า และการท่องเที่ยว รวมถึงศิลปวัฒนธรรมอัตลักษณ์ความเป็นอีสาน เพื่อสร้างเงิน และสร้างอนาคตให้ชาวอีสาน

โดยหลังจากนี้ ยังจะมีการทัวร์ลงพื้นที่ในภาคอีสาน เพื่อเปิดนโยบายภาคอีสาน พร้อมผู้สมัครส.ส.ในภาคอีสานที่เหลือต่อไป

ส่วนเป้าหมายจำนวน ส.ส.ในพื้นที่ภาคอีสานนั้น  พรรคประชาธิปัตย์ ตั้งเป้าไว้หลายที่นั่งไม่เฉพาะจังหวัดนครราชสีมาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงจังหวัดอื่น ๆ ในภาคอีสานด้วย เพราะชาวอีสาน ก็มีส่วนสำคัญในการเป็นผู้ร่วมก่อตั้งพรรคประชาธิปัตย์ แม้ในบางช่วงพรรคฯ จะได้มี ส.ส.มากบาง-น้อยบ้าง แต่ชาวอีสาน ก็ไม่เคยทอดทิ้งพรรคประชาธิปัตย์ และประชาธิปัตย์ ก็พร้อมรับใช้ชาวอีสานต่อไป   มั่นใจว่า ในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ พรรคประชาธิปัตย์ จะได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากชาวอีสานแน่นอน
 

จุรินทร์ ยังยืนยันด้วยว่า ไม่กังวลต่อการแข่งขันทางการเมืองในพื้นที่ภาคอีสาน ทั้งแลนด์สไลด์เพื่อไทย ภูมิใจไทย และชาติพัฒนากล้า เนื่องจาก ทุกพรรค จะต้องแข่งขันกันเป็นปกติอยู่แล้ว แต่พรรคประชาธิปัตย์ จะต้องสู้กับตัวเอง และเชื่อในความเชื่อมั่น ความศรัทธาที่ประชาชนภาคอีสาน และทั่วประเทศ มีต่อพรรคประชาธิปัตย์ ที่ดีขึ้นเป็นลำดับ และมีผลงานที่จับต้องได้ ทั้งการประกันรายได้ และนโยบายอื่น ๆ 

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ให้เหตุผลถึงการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ในพื้นที่ภาคอีสานเพียง 99 เขตการเลือกตั้ง จากทั้งหมด 132 เขต เนื่องจาก ยังต้องรอความชัดเจนการแบ่งเขตการเลือกตั้งจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.   ซึ่งจำนวนดังกล่าวยังไม่รวมบัญชีรายชื่อ ที่จะการประกาศต่อไปในอนาคต และจะมีผู้สมัครจากภาคอีสานเข้าเป็นบัญชีรายชื่อของพรรคด้วยฯ

ยืนยันว่า พรรคประชาธิปัตย์ จะส่งผู้สมัครครบทั้ง 400 เขตการเลือกตั้ง และ 100 บัญชีรายชื่อ แน่นอน

‘ชาติพัฒนากล้า’ตั้งเป้าหาเงิน5ล้านล้านบาทเข้าประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541850

28 ม.ค. 2566

'ชาติพัฒนากล้า'ตั้งเป้าหาเงิน5ล้านล้านบาทเข้าประเทศ

ชาติพัฒนากล้า วางแนวทางรื้อโครงสร้าง’เศรษฐกิจ’ หารายได้ใหม่เข้าประเทศ ตั้งเป้า 5 ล้านล้านบาท ไม่เอางบประมาณไปแจกฟรี

เศรษฐกิจ 5 เฉดสี คือแนวทางการหาเงิน 5 ล้านล้านบาท เข้าประเทศ ซึ่งกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า อธิบายว่า เป็นการเจาะลึกถึงการรื้อโครงสร้างเศรษฐกิจครั้งใหญ่ และการหาเงินจากแหล่งรายได้ใหม่ๆ เข้าประเทศ ตามยุทธศาสตร์ที่เรียกว่า Spectrum Economy  หาเงิน 5 ล้านล้านเข้าประเทศ ได้แก่

เศรษฐกิจสีเขียว กรีนอีโคโนมี เศรษฐกิจเพื่อสิ่งแวดล้อม, เศรษฐกิจสีเทา เปลี่ยนส่วยเป็นภาษี, เศรษฐกิจสีขาว เศรษฐกิจสายมู ,  เศรษฐกิจสีน้ำเงิน เศรษฐกิจสายเทค สร้างโอกาสด้านดิจิทัลอีโคโนมี, เศรษฐกิจสีเหลือง ใช้เศรษฐกิจสร้างสรรค์ หรือซอฟต์พาวเวอร์ของไทยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างโอกาสด้านดิจิทัลอีโคโนมี , เศรษฐกิจสีรุ้ง เรนโบว์อีโคโนมี  จากความเท่าเทียมสู่โอกาสทางเศรษฐกิจ เพิ่มกำลังซื้อสูงสุด 1 ล้านล้านบาททุกปี และเศรษฐกิจสีเงิน ชูเศรษฐกิจวัยเก๋า 

เศรษฐกิจไทย กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ เราไม่อาจแก้ปัญหาแบบเดิม  นโยบายเศรษฐกิจของ พรรคชาติพัฒนากล้า ไม่ได้เอาเงินภาษีคนทำงานมาแจกไปเรื่อย แต่ต้องสร้างระบบการแข่งขันที่เป็นธรรม รื้อโครงสร้างเศรษฐกิจให้คนขยันสามารถลืมตาอ้าปากได้     คนรายได้น้อยมีโอกาสที่เพิ่มขึ้น คนชั้นกลางเสียภาษีเป็นธรรม เป็นกำลังสำคัญในแรงสะพัดของเม็ดเงินในระบบ 

นี่คือ ประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจที่แท้จริง เราถึงจะกอบกู้วิกฤตเศรษฐกิจของประเทศนี้ได้อีกครั้ง

เส้นทาง 3 ตัวเต็ง’นายกรัฐมนตรี’ ในพื้นที่หาเสียงเลือกตั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541847

28 ม.ค. 2566

เส้นทาง 3 ตัวเต็ง'นายกรัฐมนตรี' ในพื้นที่หาเสียงเลือกตั้ง

3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลุยหาเสียง’เลือกตั้ง’ ต่างคนต่างมีเงื่อนไข สุดท้ายต้องพึ่งวุฒิสภา หากรวมเสียงได้น้อยกว่า 375 เสียง

หลังจากที่ประชุมสามัญพรรคพลังประชารัฐเลือก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี มีการเผยแพร่โปรแกรมการลงพื้นที่ในเดือนกุมภาพันธ์หลายวาระ วันที่ 1 ก.พ. 65 มีกำหนดการลงพื้นที่ นครปฐมและราชบุรี โดยที่ราชบุรี ถือเป็นการลงพื้นที่ครั้งที่ 2  ส่วนครั้งแรกไปเมื่อ 17 ม.ค. 65 เป็นการลงไปพบ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ที่มีกระแสข่าวย้ายพรรค เพื่อโน้มน้าวให้อยู่กับพรรคต่อไป



วันที่ 2 ก.พ. 65 ลงพื้นที่ตรวจราชการไปตรวจเยี่ยมโครงการแก้มลิงที่ยโสธร และตรวจเยี่ยมโครงการ เติมน้ำ เติมบุญ เติมทุน พัฒนา อาชีพ”พบปะผู้นำท้องถิ่น และประชาชน ที่มุกดาหาร วันที่ 8 ก.พ. 65 ลงพื้นที่ปทุมธานี และวันที่ 13 ก.พ. 65 ลงพื้นที่กาญจนบุรี

พล.อ.ประวิตร ได้รับการคาดหมายว่ามีโอกาศเป็นนายกรัฐมนตรีมากกว่าพล.อ.ประยุทธ์ ด้วยไม่มีข้อจำกัดเรื่องวาระการดำรงตำแหน่ง และอยู่แวดวงการเมืองมานาน จึงใช้สโลแกนก้าวข้ามความขัดแย้งเป็นยุทธศาสตร์ ปูทางขึ้นสู่อำนาจ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประเดิมเวทีปราศรัยหาเสียงครั้งแรกหลังเปิดตัวอยู่ขั้วรวมไทยสร้างชาติ แม้ยังไม่มีการประกาศเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี  ที่จังหวัดชุมพร ฐานที่มั่นสำคัญของแกนนำกปปส.อย่างชุมพล จุลใส ซึ่งถูกตัดสิทธิ์การเมือง 5 ปี และ เทพไท เสนพงศ์ ซึ่งต้องโทษจำคุก พ้นสภาพส.ส. ส่งน้องชายมารับไม้แทน 

การกลับสู่เส้นทางนายกรัฐมนตรีของพล.อ.ประยุทธ์ นอกจากเงื่อนไขดำรงตำแหน่งได้อีกประมาณ2 ปีแล้ว ยังต้องลุ้นว่า พรรครวมไทยสร้างชาติจะมีส.ส.เพียงพอที่จะส่งรายชื่อนายกรัฐมนตรีเข้าไปเป็นตัวเลือกในสภาหรือไม่   ทางเดียวที่พล.อ.ประยุทธ์ จะอยู่สถานะนายกรัฐมนตรีต่อไป คือ ต้องเป็นนายกรัฐมนตรีรักษาการณ์ หลังสภาครบวาระแล้วไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้

อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร ยังไม่ได้รับการเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เช่นเดียวกัน แต่สำนักโพลหลายสถาบันยกให้เป็นเต็งหนึ่ง  ขณะนี้ อยู่ระหว่างเคลียร์ใจคนเพื่อไทย คนเสื้อแดงในพื้นที่ภาคอีสาน หลังถูกจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปช. โยนระเบิดลูกใหญ่สกัดแลนด์สไลด์ทั้งแผ่นดิน 

ไม่มีปัญหาว่าเสียงส.ส.พอที่จะเสนอชื่อเข้าสู่สภาหรือไม่  แต่ด้วยความเป็นสายเลือดทักษิณ จึงตกเป็นเป้าสายตา ว่าจะทำให้เกิดความขัดแย้งระลอกใหม่ หากได้เป็นนายกรัฐมนตรี

แต่ทั้งหมดนี้ ก็ขึ้นอยู่กับว่าวุฒิสภาจะเทคะแนนให้ใคร  หากไม่มีฝ่ายไหน รวมเสียงส.ส.ได้เกิน 375 คน หลังการเลือกตั้ง และพรรคแกนนำรัฐบาลต้องมีเสียงในสภา ในระดับที่เรียกว่าเอาอยู่ ไม่ถูกพรรคร่วมขู่รายวัน 

ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ยันย้ายหมอ’สุภัทร’ไม่เกี่ยวการเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541843

28 ม.ค. 2566

ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ยันย้ายหมอ'สุภัทร'ไม่เกี่ยวการเมือง

ไม่ได้แก้ระเบียบสาธารณสุขเพื่อย้ายหมอสุภัทรคนเดียว ปลัดจิ๋วโยนย้ายผอ.’โรงพยาบาลจะนะ’เป็นอำนาจผู้ตรวจฯเขต12

การโยกย้ายนายแพทย์ สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ จากผอ.โรงพยาบาลจะนะ ไปเป็นผอ.โรงพยาบาลสะบ้าย้อย ได้รับการยืนยันจากนายแพทย์โอภาส กานย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุขว่าว่าไม่ได้มีการแก้ไขหนังสือคำสั่งเพื่อจะย้ายคนเพียงคนเดียว

แต่เป็นการใช้อำนาจในการบริหารของ นพ.สวัสดิ์ อภิวัจนีวงศ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 12 ตามระเบียบและขอบเขตที่ได้รับมอบอำนาจ

ข้อมูลของปลัดกระทรวงสาธารณสุขซึ่งทำงานใกล้ชิดกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข   ขัดแย้งกับข้อมูลของผู้ได้รับผลกระทบจากคำสั่งดังกล่าว อย่างหมอสุภัทรที่ตั้งข้อสังเกตไว้ว่า การแก้ไขระเบียบและคำสั่งย้าย เป็นการดำเนินการที่ต่อเนื่องกัน  ตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชน ไม่ได้อยู่ในวาระการโยกย้ายประจำปี และปลัดกระทรวงมีอำนาจโยกย้ายได้ หากมีความผิด


หมอสุภัทร บอกว่า กระทรวงสาธารณสุขได้วางระบบไว้ว่า ตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชนและแพทย์สามารถขึ้นได้ถึงระดับวิชาการเชี่ยวชาญ ซึ่งไม่ใช่ตำแหน่งบริหารจึงไม่มีวาระที่ต้องย้าย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชนจำนวนมากรวมทั้งตัวเขาจึงเลือกทำงานจนเกษียณโดยไม่ขอย้าย ทำให้งานสาธารณสุขในชนบทเกาะติดพื้นที่พัฒนาได้ต่อเนื่อง

ขณะที่พรรคก้าวไกลแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับคำสั่งดังกล่าว และขอตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการโยกย้ายด้วยเหตุผลทางการเมืองหรือไม่ เนื่องจากนายแพทย์สุภัทรเป็นข้าราชการที่ทำงานเป็นปากเสียงแทนประชาชน มีความกล้าหาญในการแสดงความเห็นคัดค้านผู้มีอำนาจ และเปิดเผยข้อมูลสาธารณสุขที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างต่อเนื่อง จึงขอให้กระทรวงสาธารณสุขทบทวนคำสั่งดังกล่าวโดยคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศและประชาชน

ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด ชมรมแพทย์ชนบทมีบทบาทสำคัญในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ด้วยการรุกเข้าหาประชาชน ทั้งระดมฉีดวัค รักษาผู้ป่วยในเบื้องต้น  นอกเหนือจากการรณรงค์ให้คนจะนะฉีดวัคซีน

“ณัฐวุฒิ”ขอร้อง”จตุพร”หยุดพาดพิง เห็นใจ”อุ๊งอิ๊ง”หัวใจคนเสื้อแดง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541827

27 ม.ค. 2566

"ณัฐวุฒิ"ขอร้อง"จตุพร"หยุดพาดพิง เห็นใจ"อุ๊งอิ๊ง"หัวใจคนเสื้อแดง

“ณัฐวุฒิ”ขอร้อง”จตุพร”หยุดพาดพิง”อดีตนายกฯ”ปล่อยเพื่อไทยเดินหน้าต่อ ขณะที่”อุ๊งอิ๊ง”ลั่นเป็นคนเสื้อแดง เปิดทางประชาธิปไตย เลือกพรรคใดย่อมได้

ฟาดกันไปมาสำหรับคนเคยกอดคอต่อสู้ทางการเมืองระหว่าง นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำคณะหลอมรวมประชาชนฯ และ  ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี 

ล่าสุดวันนี้ 27 ม.ค. “อุ๊งอิ๊ง แพรทองธาร” หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยและประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม กล่าวขณะกำลังลงพื้นที่จังหวัดเลย “รู้สึกสะเทือนใจเมื่อกล่าวถึงการต่อสู้ของคนเสื้อแดง เราผ่านมาอะไรกันมาเยอะ แน่นอนว่าคนเสื้อแดงถ้ายังสนับสนุนประชาธิปไตย เราสนับสนุนสิทธิ จะเลือกพรรคใด ย่อมได้ อิ๊งเป็นนำคนนำคนมาหาเสียง อิ๊งคือคนเสื้อแดงคนหนึ่ง มีความสูญเสีย มีหลายเหตุการณ์เกิดขึ้น มีญาติคนสนิทเสียชีวิต พูดกี่ทีก็สะเทือนใจ”
นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หรือ อุ๊งอิ๊ง นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หรือ อุ๊งอิ๊ง

ขณะที่ “ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย ย้ำว่า พรรคเพื่อไทยมีแนวทางที่ไม่ตอบโต้ หรือขยายพื้นที่วิวาทะนายจตุพรและคนอื่นๆ พร้อมยอมรับว่าส่วนตัวถูกตั้งคำถามจากเพื่อนมิตร ที่กอดคอต่อสู้กันมา แม้เหตุการณ์จะล่วงเลยมาถึงตอนนี้ แต่ไม่เคยล่วงเกินนายจตุพรในนามของส่วนบุคคล วอนนายจตุพร  ให้หยุดแสดงท่าที ขอให้พวกเราเดินหน้าเลือกตั้งต่อไป 

“พี่ก็ทราบว่าน้องอิ๊งมีหัวใจเป็นคนเสื้อแดง เธอเติบโตมากับการเห็นภาพการถูกกระทำของคนเสื้อแดง เธอหลั่งน้ำตาให้กับความสูญเสีย  กับความเจ็บปวดของคนเสื้อแดง  อยากให้พี่เห็นภาพวันแบบนั้น  ให้น้องอิ๊งได้ทำหน้าที่อย่างที่ควรจะทำ อย่างที่ประชาชนตั้งความหวัง  อย่างที่ประเทศไทยกำลังรอคอยโอกาส” 

นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า หากพี่น้องคนเสื้อแดงสนับสนุนพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยพรรคอื่น คงเป็นไปด้วยเหตุผลอื่น ไม่ใช่เพราะนายจตุพรเปิดประเด็น เชื่อว่าคนเสื้อแดงส่วนใหญ่ยังเชื่อในพรรค หลังยุบสภาอยากให้พี่น้องเสื้อแดงทบทวนวิธีคิดและจับมือร่วมกันเหมือนเดิม  เพราะเป้าหมายแลนด์สไลด์ไม่ใช่พา ดร.ทักษิณ กลับบ้าน แต่เป็นการนำพาประยุทธ์ พาประวิตร พารัฐบาลสืบทอดอำนาจกลับบ้าน  เพื่อให้พรรคเพื่อไทยต้องจัดตั้งรัฐบาลที่ต้องแลนสไลด์ให้ได้

ส่วนกรณีที่พรรคพลังประชารัฐ เปิดรายชื่อพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเป็นพรรคแรก ก่อนประกาศพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง แต่ไม่ทำให้พรรค“เพื่อไทย”หวั่นไหว เนื่องจากเป็นไปตามข้อบังคับของแต่ละพรรค

นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ยืนยันทันทีที่ประกาศยุบสภา ก็พร้อมประกาศทันทีเช่นกัน ตอนนี้มีมากกว่า 3 รายชื่อ และจะประกาศตามกฎหมายกำหนดที่ 3 รายชื่อแน่นอน และผลสำรวจที่ผ่านมาจะเป็นตัวบอกอยู่แล้วว่าใครคือแคนดิเดตของพรรคเพื่อไทย 

ขณะที่การจูบปากเป็นมิตรกับพรรคพลังประชารัฐ อุ๊งอิ๊ง แพรทองธาร  ยืนยัน ยังไม่เคยคุยกัน ไม่มีดีล

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ