พนง.ขนกระเป๋าอเมริกัน แอร์ไลน์ โดนดูดเข้าไปในเครื่องยนต์เครื่องบิน ดับสยอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2592716

พนง.ขนกระเป๋าอเมริกัน แอร์ไลน์ โดนดูดเข้าไปในเครื่องยนต์เครื่องบิน ดับสยอง

2 ม.ค. 2566 15:44 น.

พนง.ขนกระเป๋าอเมริกัน แอร์ไลน์ โดนดูดเข้าไปในเครื่องยนต์เครื่องบิน ดับสยอง

(ภาพประกอบ)

พนักงานขนกระเป๋าสุดเคราะห์ร้าย โดนดูดเข้าไปในเครื่องยนต์ของเครื่องบินสายการบินอเมริกัน แอร์ไลน์ ขณะกำลังเคลื่อนตัวออกจากเกต ดับสยอง คาสนามบินในสหรัฐฯ

เมื่อ 2 ม.ค. 2566 เดอะซันรายงาน เกิดอุบัติเหตุสะเทือนขวัญที่สนามบินภูมิภาคมอนต์โกเมอรี Montgomery Regional Airport ในรัฐแอละบามา ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อมีพนักงานขนถ่ายสัมภาระคนหนึ่งของสายการบินพีดมอนต์ แอร์ไลน์ซึ่งเป็นสายการบินในภูมิภาคของสายการบินอเมริกัน แอร์ไลน์ ประสบอุบัติเหตุไม่คาดคิดถูกดูดเข้าไปในเครื่องยนต์ของเครื่องบิน จนทำให้เสียชีวิตอย่างน่าสะเทือนใจ

จากการเปิดเผยของผู้เห็นเหตุการณ์ 2คน บอกกับนักข่าวรอยเตอร์ว่ามีพนักงานประจำภาคพื้นดินของสายการบินอเมริกัน แอร์ไลน์ คนหนึ่ง ซึ่งระบุเพียงว่าเป็นพนักงานขนกระเป๋าได้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับเครื่องยนต์ของเครื่องบินสายการบินอเมริกันแอร์ไลน์ที่กำลังเคลื่อนออกมาจากหลุมจอด

ขณะที่สนามบินภูมิภาคมอนต์โกเมอรี่ได้ออกแถลงการณ์ด้วยความเสียใจว่า ‘วันนี้ เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. พนักงานของพีดมอนต์ แอร์ไลน์ ซึ่งเป็นสายการบินในภูมิภาคของสายการบินอเมริกัน แอร์ไลน์ ได้ประสบอุบัติเหตุที่ทำให้เสียชีวิต และยังไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมที่สามารถหาได้ในขณะนี้’ สนามบินภูมิภาคมอนต์โกเมอรี่ ทวีตข้อความแจ้งข่าวร้ายเมื่อ 1 ม.ค. 2566 ตามเวลาท้องถิ่น

ด้านสายการบินอเมริกัน แอร์ไลน์ ได้แจ้งว่า ทางสายการบินรู้สึกเสียใจอย่างยิ่งต่ออุบัติเหตุที่เกิดกับพนักงานคนหนึ่งในทีมของสายการบินพีดมอนต์ แอร์ไลน์ ซึ่งเป็นสายการบินในภูมิภาคของอเมริกัน แอร์ไลน์

ขนลุก เปิดคำทำนาย ‘นอสตราดามุส’ ปี 2023 เกิดสงครามใหญ่ ศก.พังพินาศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2592660

ขนลุก เปิดคำทำนาย 'นอสตราดามุส' ปี 2023 เกิดสงครามใหญ่ ศก.พังพินาศ

2 ม.ค. 2566 13:46 น.

ขนลุก เปิดคำทำนาย ‘นอสตราดามุส’ ปี 2023 เกิดสงครามใหญ่ ศก.พังพินาศ

เปิดคำทำนาย นอสตราดามุส หมอดูสุดแม่นยำของโลก ตั้งแต่เมื่อ 400 กว่าปีก่อน ทำนายทายทักชะตาโลกในปี 2023 จะเกิดสงครามใหญ่ นาน 7 เดือน คนล้มตายด้วยมือปิศาจ เศรษฐกิจพังพินาศย่อยยับ

เมื่อ 2 ม.ค. 2566 เดลี่เมล รายงานว่า ‘นอสตราดามุส’ นักพยากรณ์เอกของโลกชาวฝรั่งเศส ซึ่งเคยมีชีวิตตั้งแต่ยุคศตวรรษที่ 16 ได้ทำนายทายทักอนาคตในปี ค.ศ.2023 ไว้อย่างชวนขนลุกว่า จะเกิดสงครามใหญ่ ยาวนาน 7 เดือน ผู้คนจะล้มตายด้วยมือปิศาจ ‘Seven months great war, people dead through evil.’

คำทำนายของนอสตราดามุสดังกล่าวซึ่งอยู่ในหนังสือเล่มที่มีชื่อเสียงโด่งดังของเขา ‘Les Propheties’ และถูกตีพิมพ์ตั้งแต่ปี ค.ศ.1555นั้น ทำเอาชาวโลกหวาดผวาไม่น้อย เนื่องจากขณะนี้กองทัพรัสเซียภายใต้การนำของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ยังคงไม่ประสบชัยชนะ หลังทำสงครามหฤโหดในยูเครนมาตั้งแต่ 24 ก.พ. 2022 จนหวั่นเกรงว่าจะมีการใช้อาวุธที่ร้ายแรงมากขึ้นในการทำสงคราม

นอกจากนอสตราดามุสจะทำนายชะตาโลกในปี 2023 ว่าจะเกิดสงครามใหญ่แล้ว ยังพยากรณ์ชะตาโลกที่น่าหวาดหวั่นในปีนี้ว่า เศรษฐกิจจะพังพินาศ ”รวงข้าวจะสูงเสียดฟ้า คนจะหันมากินคนด้วยกัน’ So high will the bushel of wheat rise, that man will be eating his fellow man’ ซึ่งคำทำนายของนอสตราดามุสที่วาดภาพให้เห็นวิกฤติขาดแคลนอาหารมีขึ้นขณะที่ยูเครนซึ่งเป็นประเทศส่งออกธัญพืชที่สำคัญของยุโรป ไม่สามารถส่งออกธัญพืชได้อย่างราบรื่นเหมือนก่อน เนื่องจากรัสเซียได้ยึดครองน่านน้ำทะเลดำ หลังทำสงครามในยูเครน อีกทั้งการระบาดของโรคโควิด-19 ตั้งแต่ปลายปี 2019 ทำให้เศรษฐกิจโลกได้รับผลกระทบอย่างมหาศาล

ในหลายปีก่อนหน้านี้ นอสตราดามุส ได้ทำนายทายทักอนาคตโลกไว้อย่างหลายเรื่อง อย่างเช่น ดูเหมือนได้เคยทำนายไว้ว่าจะเกิดเหตุการณ์วินาศกรรม 9/11 จนตึกแฝดในนครนิวยอร์กถล่ม, การเกิดภาวะโลกร้อน,การเรืองอำนาจของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ และแม้แต่การก่อเกิดเทคโนโลยีก้าวล้ำอย่าง ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI.

จักรพรรดิญี่ปุ่นเสด็จออกสีหบัญชรเนื่องในวันปีใหม่ ครั้งแรกในรอบ 3 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2592651

จักรพรรดิญี่ปุ่นเสด็จออกสีหบัญชรเนื่องในวันปีใหม่ ครั้งแรกในรอบ 3 ปี

2 ม.ค. 2566 13:16 น.

จักรพรรดิญี่ปุ่นเสด็จออกสีหบัญชรเนื่องในวันปีใหม่ ครั้งแรกในรอบ 3 ปี

สมเด็จพระจักรพรรดิและสมเด็จพระจักรพรรดินีแห่งญี่ปุ่นเสด็จออกสีหบัญชร ณ พระราชวังอิมพีเรียล กรุงโตเกียว เป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี เนื่องในโอกาสวันปีใหม่

สมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะเสด็จออกสีหบัญชร ณ พระราชวังอิมพีเรียลในกรุงโตเกียว เพื่อพระราชทานพระราชดำรัสแก่พสกนิกร เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ ในการนี้สมเด็จพระจักรพรรดินีมาซาโกะ เจ้าหญิงไอโกะ พระราชธิดา เจ้าชายฟุมิฮิโตะ มกุฎราชกุมาร เจ้าหญิงคิโกะ มกุฎราชกุมารี รวมถึงสมเด็จพระจักรพรรดิหลวงอากิฮิโตะ และสมเด็จพระจักรพรรดินีหลวงมิชิโกะ และพระบรมวงศานุวงศ์ ร่วมเสด็จด้วย

จักรพรรดิญี่ปุ่นเสด็จออกสีหบัญชรเนื่องในวันปีใหม่ ครั้งแรกในรอบ 3 ปี

ทั้งนี้ มีรายงานว่า สำนักพระราชวังได้จำกัดจำนวนประชาชนเข้าสู่พระบรมมหาราชวังเพียงแค่ไม่เกิน 1,500 คนเท่านั้น โดยผู้ที่จะเข้ามารับเสด็จได้ จะเป็นการสุ่มจากผู้โชคดี ขณะที่ก่อนหน้าที่จะมีการระบาดของโควิด-19 สำนักพระราชวังจะอนุญาตให้ประชาชนเข้าร่วมรับเสด็จได้มากถึงเกือบ 70,000 คน โดยหมายกำหนดการนี้ได้ถูยกเลิกไปในปี 2021 และ 2022 เพื่อควบคุมการระบาดของโควิด-19

จักรพรรดิญี่ปุ่นเสด็จออกสีหบัญชรเนื่องในวันปีใหม่ ครั้งแรกในรอบ 3 ปี

สมเด็จพระจักรพรรดิตรัสในตอนหนึ่งว่า พระองค์ทรงยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ทรงร่วมเฉลิมฉลองปีใหม่ร่วมกันกับพสกนิกรอีกครั้งในรอบ 3 ปีพร้อมทั้งขออวยพรให้ประชาชนชาวญี่ปุ่น และคนทั่วโลกมีความสุข.

ที่มา : แชนแนลนิวส์เอเชีย

แคนาดาออก ก.ม.ห้ามชาวต่างชาติซื้อบ้าน มีผลตั้งแต่ปีใหม่นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2592608

แคนาดาออก ก.ม.ห้ามชาวต่างชาติซื้อบ้าน มีผลตั้งแต่ปีใหม่นี้

2 ม.ค. 2566 12:24 น.

แคนาดาออก ก.ม.ห้ามชาวต่างชาติซื้อบ้าน มีผลตั้งแต่ปีใหม่นี้

กฎหมายห้ามชาวต่างชาติซื้อบ้านของแคนาดาเริ่มมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม เพื่อหวังคุมราคาบ้านไม่ให้แพงเกินไป เพื่อให้ชาวแคนาดาสามารถซื้อบ้านเป็นของตัวเองได้

รัฐบาลแคนาดาเริ่มบังคับใช้กฎหมายใหม่ ที่ห้ามชาวต่างชาติซื้อบ้าน หรืออสังหาริมทรัพย์ในแคนาดา ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ที่ผ่านมา เพื่อควบคุมราคาที่พักอาศัยไม่ให้ราคาสูงเกินไป โดยกฎหมายใหม่นี้จะเป็นมาตรการชั่วคราวที่ใช้ในระยะเวลา 2 ปี และเป็นไปตามนโยบายหาเสียงของ นายจัสติน ทรูโด นายกรัฐมนตรีของแคนาดา ตั้งแต่เมื่อปี 2021 หลังจากที่แคนาดากำลังเผชิญกับปัญหาราคาที่พักอาศัยพุ่งสูงขึ้น จนชาวแคนาดาจำนวนมากไม่สามารถซื้อบ้านเป็นของตัวเองได้ เนื่องจากชาวต่างชาติที่ร่ำรวยและนักลงทุนต่างชาติ ให้ความสนใจซื้อบ้านในแคนาดาเพื่อเก็งกำไรในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้ราคาบ้านมีการปรับตัวสูงขึ้นมากจนทำให้บ้านจำนวนมากถูกปล่อยทิ้งร้าง

อย่างไรก็ตาม แม้กฎหมายนี้จะครอบคลุมชาวต่างชาติเกือบทั้งหมด แต่จะยกเว้น ผู้ลี้ภัย และผู้ที่ได้รับอนุญาตให้อาศัยอยู่ในแคนาดาเป็นการถาวรเท่านั้น ที่ยังสามารถซื้อบ้านและที่พักอาศัยในแคนาดาได้อยู่ รวมทั้งกฎหมายนี้จะไม่รวมถึงบ้านพักตากอากาศด้วย

ทั้งนี้ จากข้อมูลของสมาคมอสังหาริมทรัพย์ของแคนาดาระบุว่า ราคาบ้านเฉลี่ยในแคนาดา มีการปรับลดลงมาบ้างแล้ว จากที่เคยมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 800,000 ดอลลาร์แคนาดา หรือประมาณ 20 ล้านบาทต่อหลัง เมื่อช่วงต้นปี 2022 มาอยู่ที่ราคา 630,000 ดอลลาร์แคนาดา หรือ 16 ล้านบาทต่อหลัง เมื่อเดือนที่แล้ว

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากระบุว่า มาตรการห้ามชาวต่างชาติซื้อบ้านในแคนาดา ซึ่งนับว่ามีจำนวนไม่ถึง 5 เปอร์เซ็นต์ของผู้ครอบครองบ้านในประเทศ ไม่น่าจะส่งผลใดๆ ต่อการทำให้ราคาบ้านลดลงมากนัก พร้อมเสนอแนะให้เพิ่มการก่อสร้างบ้านให้เพียงพอต่อความต้องการดีกว่า สอดคล้องกับรายงานของบริษัทสินเชื่อที่อยู่อาศัยของแคนาดาที่ระบุว่าภายในปี 2030 จะมีความต้องการที่พักอาศัยมากถึงเกือบ 19 ล้านยูนิต ซึ่งเท่ากับว่าแคนาดาจะต้องสร้างบ้านใหม่อีกราว 5.8 ล้านหลัง เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการในเวลานั้น.

ที่มา : แชนแนลนิวส์เอเชีย

รัสเซียโหดจัด ระดมโจมตียูเครน-กรุงเคียฟ เขย่าขวัญส่งท้ายปีเก่า เข้าปีใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2592561

รัสเซียโหดจัด ระดมโจมตียูเครน-กรุงเคียฟ เขย่าขวัญส่งท้ายปีเก่า เข้าปีใหม่

2 ม.ค. 2566 11:27 น.

รัสเซียโหดจัด ระดมโจมตียูเครน-กรุงเคียฟ เขย่าขวัญส่งท้ายปีเก่า เข้าปีใหม่

กองทหารรัสเซียโหดไม่หยุด ระดมยิงมิสไซล์ ส่งโดรนโจมตีกรุงเคียฟและหลายเมืองของยูเครนหลายระลอก ต่อเนื่องเป็นคืนที่ 2 มาตั้งแต่คืนส่งท้ายปีเก่า เข้าสู่วันปีใหม่ มีชาวยูเครนบาดเจ็บอีก 1

เมื่อ 2 ม.ค. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เสียงไซเรนเตือนภัยทางอากาศดังกึกก้อง กองทหารรัสเซียระดมยิงมิสไซล์ ขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตีกรุงเคียฟ เมืองหลวงและทางภาคตะวันออกของยูเครนอย่างหนักหน่วงหลายระลอก ช่วงกลางดึกคืนวันอาทิตย์ที่ 1 มกราคม จนเข้าสู่เช้าวันจันทร์ที่ 2 มกราคม ตามเวลาท้องถิ่น นับเป็นการระดมโจมตีต่อเนื่องเป็นคืนที่ 2 นับตั้งแต่คืนส่งท้ายปีเก่า เข้าสู่ปีใหม่ 2566 

ตามรายงานของนายอเล็กซีย์ คูเลบา ผู้ว่าการกรุงเคียฟแจ้งสถานการณ์ผ่านทางแอปพลิเคชัน เทเลแกรม ว่า รัสเซียได้ส่งโดรนสร้างโดยอิหร่านมาโจมตีเป้าหมายโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในกรุงเคียฟ และพื้นที่โดยรอบหลายระลอก จนสร้างความสะเทือนขวัญเป็นอย่างมาก เป็นเหตุให้มีพลเรือนได้รับบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 1 คน

รัสเซียโหดจัด ระดมโจมตียูเครน-กรุงเคียฟ เขย่าขวัญส่งท้ายปีเก่า เข้าปีใหม่
สภาพความเสียหายของบ้านเรือนในกรุงเคียฟ หลังถูกรัสเซียโจมตีเมื่อคืนวันที่ 31 ธ.ค. 2565

ระบบป้องกันภัยทางอากาศของกองทัพยูเครนกำลังสกัดยิงโจมตีเป้าหมาย ซึ่งสิ่งสำคัญในตอนนี้คือขอให้ประชาชนคงอยู่ในความสงบและหลบอยู่ในที่หลบภัย จนกว่าเสียงไซเรนจะเงียบลง

ก่อนหน้านี้ รัสเซียได้ระดมยิงขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตีกรุงเคียฟอย่างหนักและหลายเมืองของยูเครนมาตั้งแต่วันส่งท้ายปีเก่าและช่วงกลางดึกเข้าสู่วันปีใหม่ เป็นให้พลเรือนในกรุงเคียฟและเมืองอื่นๆ เสียชีวิตอีกอย่างน้อย 3 ศพ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา และมีผู้เสียชีวิตอีกศพในเมืองซาปอริชเชีย

ที่มา : AljazeeraBBC

ไฟฟ้าขัดข้องทำสนามบินฟิลิปปินส์ป่วนรับปีใหม่ กระทบกว่า 200 เที่ยวบิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2592536

ไฟฟ้าขัดข้องทำสนามบินฟิลิปปินส์ป่วนรับปีใหม่ กระทบกว่า 200 เที่ยวบิน

2 ม.ค. 2566 10:54 น.

ไฟฟ้าขัดข้องทำสนามบินฟิลิปปินส์ป่วนรับปีใหม่ กระทบกว่า 200 เที่ยวบิน

เจ้าหน้าที่ฟิลิปปินส์ต้องระงับเที่ยวบินทั้งขาเข้าและขาออกจากรุงมะนิลา ในวันปีใหม่ เนื่องจากเหตุขัดข้องของศูนย์ควบคุมการจราจรทางอากาศ ซึ่งทำให้หลายสายการบิน ที่มีจุดหมายปลายทางในสถานที่ต่างๆ ไม่สามารถบินเหนือน่านฟ้าของฟิลิปปินส์ได้

จากการเปิดเผยของบริษัทผู้บริหารสนามบิน รวมแล้วมีการยกเลิกเที่ยวบิน เที่ยวบินที่ล่าช้า และเที่ยวบินที่ต้องเบี่ยงไปยังสนามบินอื่นๆ ในภูมิภาครวม 282 เที่ยวบิน ส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารราว 56,000 คนที่ท่าอากาศยานนานาชาตินินอย อากีโน ของกรุงมะนิลา อย่างไรก็ตาม ยังคงไม่เป็นที่ชัดเจนว่ามีเที่ยวบินที่บินข้ามฟิลิปปินส์มากน้อยเพียงใดที่ได้รับผลกระทบจากเหตุขัดข้องดังกล่าว

เจมี บาวติสตา รัฐมนตรีคมนาคมฟิลิปปินส์ ออกมาขอโทษผู้โดยสารสำหรับความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น และกล่าวโทษปัญหาไฟฟ้าดับที่เป็นสาเหตุของการขัดข้องของระบบกลางของศูนย์ควบคุมการสัญจรทางอากาศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อปฏิบัติการของสนามบินอื่นๆ ในประเทศเช่นกัน

เขากล่าวว่า ศูนย์ควบคุมการสัญจรทางอากาศที่มีอยู่นั้นล้าสมัยแล้ว ควรได้รับการยกเครื่องใหม่ในทันที และจำเป็นต้องมีระบบสำรองไว้คอยสนับสนุนด้วย

บาวติสตา กล่าวว่า “นี่ถือเป็นประเด็นปัญหาเกี่ยวกับระบบการบริหารจัดการการสัญจรทางอากาศ ซึ่งหากเปรียบเทียบกับสิงคโปร์ มันมีความแตกต่างกันอย่างใหญ่หลวง พวกเขานำหน้าเราอย่างน้อย 10 ปี”

การท่าอากาศยานนานาชาติมะนิลา ระบุในแถลงการณ์ว่า “เมื่อเวลา 08.00 น. ตามเวลามาตรฐาน ระบบกลับมาทำงานได้บางส่วน ทำให้สามารถปฏิบัติการเที่ยวบินต่างๆ ได้แบบจำกัด” จากนั้นในช่วงค่ำ การท่าอากาศยานฯ เปิดเผยว่า ได้อนุญาตให้ปฏิบัติการเที่ยวบินขาเข้า 8 เที่ยว และขาออก 8 เที่ยว

คลิปวิดีโอและภาพที่โพสต์บนสื่อสังคมออนไลน์ พบเห็นนักเดินทางต่อแถวยาวเหยียดที่สนามบิน และบุคลากรของสายการบินต่างๆ กำลังแจกอาหารและเครื่องดื่มแก่ผู้โดยสารที่ตกค้าง

มานูเอล ปันกิลินัน ประธาน พีแอลดีที บริษัทโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ของฟิลิปปินส์ หนึ่งในผู้โดยสารเผยว่า เราได้รับแจ้งว่าระบบเรดาร์และนำทางที่สนามบินนินอย อากีโน ล่ม เขากำลังเดินทางจากกรุงโตเกียวเพื่อกลับบ้าน อยู่บนเที่ยวบินแล้วกว่า 3 ชั่วโมง แต่เที่ยวบินจำเป็นต้องเลี้ยวกลับไปยังสนามบินฮาเนดะ

ด้านเซบู แปซิฟิก สายการบินต้นทุนต่ำ และฟิลิปปินส์ แอร์ไลน์ส เผยว่าได้เสนอจองตั๋วใหม่โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายสำหรับผู้โดยสารที่มีกำหนดบินในวันอาทิตย์ หรือทางเลือกสำหรับเปลี่ยนตั๋วเป็นบัตรกำนัลแทน.

“ลูลา” สาบานตนรับตำแหน่ง ปธน.บราซิล สมัยที่ 3 ย้ำสร้างผลประโยชน์ให้ประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2592463

"ลูลา" สาบานตนรับตำแหน่ง ปธน.บราซิล สมัยที่ 3 ย้ำสร้างผลประโยชน์ให้ประเทศ

2 ม.ค. 2566 10:10 น.

“ลูลา” สาบานตนรับตำแหน่ง ปธน.บราซิล สมัยที่ 3 ย้ำสร้างผลประโยชน์ให้ประเทศ

ลูอิซ อินาชิโอ ลูลา ดา ซิลวา หรือที่ชาวบราซิลรู้จักกันในชื่อ “ลูลา” สาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นครั้งที่ 3 เมื่อวานนี้ (1 ม.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น ที่ถือเป็นการหวนคืนสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีหลังจากห่างหายไป 12 ปี

นายลูลา กล่าวตำหนิ นายฌาอีร์ โบลโซนาโร อดีตผู้นำขวาจัด และให้คำมั่นว่าจะเปลี่ยนแปลงแนวทางครั้งใหญ่เพื่อช่วยเหลือประเทศที่ประสบปัญหาความอดอยาก ความยากจน และการเหยียดเชื้อชาติ พร้อมทั้งสัญญาว่าจะรักษา ปกป้อง และปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ปฏิบัติตามกฎหมาย ส่งเสริมประโยชน์ส่วนรวมของชาวบราซิล สนับสนุนเอกภาพ บูรณภาพ และความเป็นอิสระของบราซิล

ในการกล่าวสุนทรพจน์ต่อสภาคองเกรสหลังจากเข้ากุมบังเหียนประเทศที่ใหญ่ที่สุดในละตินอเมริกาอย่างเป็นทางการ นายลูลา ซึ่งเป็นผู้นำฝ่ายซ้าย กล่าวว่า ประชาธิปไตยคือผู้ชนะที่แท้จริงในการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อเดือนตุลาคม เมื่อเขาสามารถโค่นล้ม นายโบลโซนาโร ในการเลือกตั้งที่เข้มข้นที่สุดครั้งหนึ่ง และกล่าวว่า เขาจะบริหารประเทศเพื่อชาวบราซิลทุกคน ไม่ใช่แค่คนที่ลงคะแนนเลือกเขา ประเทศนี้ต้องการสันติภาพและความเป็นหนึ่งเดียว คนประเทศนี้ไม่ต้องการต่อสู้กันอีกต่อไป

นายลูลา กล่าวต่อรัฐสภาว่า ประชาธิปไตยเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ในการเลือกตั้งครั้งนี้ โดยสามารถเอาชนะการคุกคามที่รุนแรงที่สุดต่อเสรีภาพในการลงคะแนนเสียง และความพยายามในการสร้างเรื่องโกหกและความเกลียดชัง และการทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งอับอาย

นอกจากนี้ เขายังกล่าวหาว่ารัฐบาลของโบลโซนาโรกระทำการ “ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” โดยไม่สามารถดำเนินมาตรการอย่างเหมาะสมต่อการรับมือการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่คร่าชีวิตชาวบราซิลไปแล้วกว่า 680,000 คน

รอยเตอร์ระบุว่า นโยบายต่างๆ ของนายลูลานั้นมีแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับระยะเวลา 4 ปีในสมัยของนายโบลโซนาโร ที่รวมถึงนโยบายการปกป้องสิ่งแวดล้อมในป่าฝนแอมะซอนที่อ่อนแอ การผ่อนคลายกฎหมายอาวุธปืน และนโยบายการคุ้มครองชนพื้นเมืองและชนกลุ่มน้อยที่อ่อนด้อย นายลูลา กล่าวว่า เขาต้องการเปลี่ยนบราซิล หนึ่งในผู้ผลิตอาหารชั้นนำของโลก ให้กลายเป็นมหาอำนาจด้านสิ่งแวดล้อม

นายโบลโซนาโรซึ่งออกจากบราซิลไปยังรัฐฟลอริดาของสหรัฐฯ เมื่อวันศุกร์ หลังจากปฏิเสธที่จะยอมรับความพ่ายแพ้ และพยายามสร้างความปั่นป่วนให้แก่ประชาธิปไตยของบราซิลด้วยการกล่าวอ้างที่ไม่มีมูลความจริงเกี่ยวกับความอ่อนแอของระบบการเลือกตั้ง ซึ่งนำไปสู่การเคลื่อนไหวที่รุนแรงของผู้ปฏิเสธการเลือกตั้ง

นายลูลา ลูลา วัย 77 ปี เคยดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีมาแล้ว ระหว่างปี 2546-2553 และ 2560-2562 เดิมทีนายลูลา จะลงสมัครเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีในปี 2561 แต่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนร่วมในการคอร์รัปชัน โดยถูกกล่าวหาว่าได้รับเงินจากบริษัทก่อสร้างยักษ์ใหญ่ในบราซิล เพื่อแลกกับการที่บริษัทจะได้รับสัญญาทำการค้ากับ เปโตรบราส บริษัทน้ำมันใหญ่ของรัฐ เขาถูกจำคุกอยู่ 580 วัน จนได้รับการปล่อยตัวในปี 2562 และได้รับสิทธิการเลือกตั้งคืนมาในปี 2564 ทำให้เขาลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีได้เมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว.

ปิดดีลกลับบ้าน “ทักษิณ” พึ่งรัฐบาลในฝัน ป้อม-เนวิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/540135

02 ม.ค. 2566

ปิดดีลกลับบ้าน "ทักษิณ" พึ่งรัฐบาลในฝัน ป้อม-เนวิน

ปี 66 ได้เวลากลับบ้าน “ทักษิณ” ชนะขาด แต่ไม่พลิกแผ่นดิน เจอของแข็ง ส.ว.250 คน ลุงป้อมจึงมีแต้มต่อ เหลือแต่ฝ่ายดูไบกับฝ่ายบุรีรัมย์ จะปิดดีลสลายสีอย่างไร

ปีแห่งการเลือกตั้ง “ทักษิณ” ส่อเค้าได้กลับบ้าน ถ้ารัฐบาลผสม 3 ฝ่าย เกิดขึ้นจริง ลุงป้อมพร้อมร่วมงานคนแดนไกล-ครูใหญ่บุรีรัมย์

พลพรรค “ทักษิณ” ชนะขาด แต่เสียงตัดสินนายกฯ อยู่ที่ ส.ว. 250 คน ลุงป้อมจึงมีแต้มต่อ เหลือแต่ฝ่ายดูไบกับฝ่ายบุรีรัมย์ จะปิดดีลอย่างไร

ทักษิณ ชินวัตร คงวางแผนจะกลับเมืองไทย ในช่วงหลังเลือกตั้งกลางปีนี้ไว้แล้ว เพราะประเมินสถานการณ์ก่อนการยุบสภาฯ ปรากฏว่า กระแสอุ๊งอิ๊งมาแรงในทุกภูมิภาค

ดังนั้น โอกาสที่พรรคเพื่อไทย จะเป็นพรรคต้นขั้วในการจัดตั้งรัฐบาลก็มีสูง แต่คงไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้ คงต้องหาพันธมิตรมาร่วมฟอร์มรัฐบาล

กูรูการเมืองอย่างไพศาล พืชมงคล จึงจุดพลุรัฐบาลในฝัน 3 พรรคคือ เพื่อไทย, พลังประชารัฐ และภูมิใจไทย

สอดรับกับคำให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในช่วงปีใหม่ ว่า พรรคพลังประชารัฐ หวังว่าจะได้เข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลครั้งใหม่

“ในครั้งที่แล้ว เราตั้งพรรคมา 2 เดือน ก็ได้ ส.ส.ร้อยกว่าคน และคราวนี้ ผมอยู่กับพรรคนี้มาตั้ง 4 ปี แล้ว มันจะไม่ได้ ได้อย่างไร..เราก็หวังว่าจะไปร่วมในการจัดตั้งรัฐบาลครั้งใหม่”

ก่อนหน้านั้น ครูใหญ่เนวิน ชิดชอบ ได้เปิดประเด็นพรรคภูมิใจไทย พร้อมทำงานกับทุกพรรคการเมือง ไม่มีขั้วไม่มีสี แม้กระทั่ง การร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย

พูดตรงๆ ทั้งลุงป้อม และครูใหญ่เนวิน ต่างพยายามสลัดความเป็นขั้วขัดแย้ง ตรงข้ามกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ยืนยันในจุดยืนเดิมคือ ไม่เอาระบอบทักษิณและปกป้องสถาบันฯ

‘ดีลลับดีลลวง’

จับอาการ “ทักษิณ” ดูจะไม่มีปัญหาในการทำงานร่วมกับ พล.อ.ประวิตร เพราะคนวงในบ้านรอยต่อฯ ล้วนแต่เป็นคนเคยรู้จักมักคุ้นกับอดีตนายกฯ ที่ลี้ภัยอยู่ดูไบทั้งสองคน

ทักษิณ ฝันได้กลับบ้านแน่ทักษิณ ฝันได้กลับบ้านแน่

สัญญาณปรองดองระหว่างบ้านจันทร์ กับบ้านป่า มาเห็นชัดตอนท้ายปีที่แล้ว เมื่อ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดข้าราชการการเมือง ข้าราชการ และเอกชนจำนวนหนึ่ง ในคดีทุจริตการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจีข้าว ภาค 2 โดยตีตกข้อกล่าวหา 3 พี่น้องชินวัตรคือ ทักษิณ ชินวัตร,ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และเยาวภา วงศ์สวัสดิ์

เหตุที่ผู้คนในสังคมคิดเรื่องดีลลับ เพราะบิ๊ก ป.ป.ช.บางคน มีความสัมพันธ์พิเศษกับ ป.ที่ 4 คนข้างกายป้อม และมีความสัมพันธ์พิเศษโยงไปถึงคนแดนไกล

แหล่งข่าวในวุฒิสมาชิกสายลุงตู่ เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ รู้สึกไม่พอใจกรณีป.ป.ช.ตีตก 3 พี่น้องชินวัตร จึงประกาศเข้าร่วมงานกับพรรครวมไทยสร้างชาติ โดยไม่เหลือเยื่อใยกับพรรคพลังประชารัฐ เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ เป็นผู้ก่อการยึดอำนาจเพื่อหยุดระบอบทักษิณ

ดังนั้น ภารกิจ พล.อ.ประยุทธ์ และพรรครวมไทยสร้างชาติ จึงมุ่งหยุดระบอบโกงชาติ สานต่อเจตนารมณ์ปฏิรูปประเทศของ คสช.

++

‘ไพ่ในมือครูใหญ่’

++

ครูใหญ่เนวินเป็นอีกคนหนึ่งที่ออกมาประกาศสลายขั้ว ภูมิใจไทยพร้อมร่วมงานกับเครือข่าย “ทักษิณ

แม้ในรายการแคร์ทอล์ค ผ่านแอพพลิเคชั่นคลับเฮาส์ ทักษิณจะโจมตีเรื่องพลังดูดอยู่บ่อยๆ แต่การเมืองหลังม่าน ก็มีตัวแทนของค่ายสีน้ำเงิน เดินทางไปพบคนแดนไกลเช่นกัน

ในวันที่เนวิน ชิดชอบ ให้สัมภาษณ์ไทยพีบีเอส ว่าด้วยประเด็นทักษิณ-นายเก่า เนวินพยายามแยกระหว่าง อนุทินกับตัวเขา โดยระบุว่า อนุทินไม่มีปัญหากับทักษิณ ส่วนตัวเขาเองก็แค่ลุงเนวิน คนอยู่วงนอก

บทสัมภาษณ์ของเนวิน เรื่องสลายขั้ว และไม่มีปัญหาใดๆกับนายทักษิณ ส่งผลให้ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค ในพื้นที่ภาคอีสานและภาคเหนือ ทำงานได้ง่ายขึ้น

เนวินมีบทเรียนจากปี 2554 ที่ภูมิใจไทย เล่นบทนักชกไฟต์เตอร์ เดินหน้าลุยเพื่อไทย ในฐานะปฏิปักษ์ทางอุดมการณ์ เจอแรงต้านจากมวลชน พร้อมข้อกล่าวหา “เนรคุณนายใหญ่”

ด้วยเหตุนี้ ครูใหญ่บุรีรัมย์ จึงไม่ยอมทำผิดพลาดเชิงกลยุทธ์ซ้ำสอง การเปิดประเด็นสลายขั้ว พร้อมร่วมกับเพื่อไทย ย่อมส่งผลดีแก่ทักษิณ ในการสร้างพันธมิตรทางการเมือง

รัฐบาลในฝันของกูรูไพศาล อาจเกิดขึ้นจริงๆก็ได้ เพราะยังไงทักษิณก็ต้องพึ่งพามือ 250 ส.ว.ในสภาฯ ซึ่งลุงป้อมตอบโจทย์คนแดนไกลได้

‘กกต.’ เตรียมพร้อมรับมือเลือกตั้ง ไม่ว่าจะยุบสภา หรือครบวาระ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540129

02 ม.ค. 2566

'กกต.' เตรียมพร้อมรับมือเลือกตั้ง ไม่ว่าจะยุบสภา หรือครบวาระ

เลขาฯกกต. สั่งเตรียมพร้อมจัดการ ‘เลือกตั้ง’ ให้สัมฤทธิ์ผลแล้ว เชื่อมีบุคคลากรที่ดี แม้เครื่องมือยังมีไม่พร้อม

ในกลุ่มไลน์ผู้บริหารของสำนักงาน กกต. นอกจากจะอวยพรเนื่องในโอกาสวันปีใหม่   ขอให้มีกำลังกายที่แข็งแรง มีกำลังใจที่เข็มแข็ง มีกำลังสติปัญญาที่เฉียบคมในการที่จะนำสิ่งดีๆมาสู่ครอบครัว องค์กร และชาติบ้านเมืองโดยรวมแล้ว 

แสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการเลือกตั้ง ยังโพสต์ข้อความ    เตรียมการนับถอยหลังเลือกตั้ง ไม่ว่า พ.ร.ป. 2 ฉบับจะมีผลใช้บังคับเมื่อใด   โดยมีเป้าหมายในการเลือกตั้ง ส.ส. เป็นการทั่วไปครั้งต่อไป คือ 

ทำให้การเลือกตั้งเป็นทางออกของประเทศให้ได้   การเลือกตั้งเป็นที่ยอมรับทั้งกระบวนการและผลการเลือกตั้ง   สร้างความเชื่อมั่น และเกียรติภูมิ แก่ กกต.และสำนักงาน  

โดยองค์ประกอบที่จะทำให้บรรลุตามเป้าหมาย ต้องมีเครื่องยนต์ อยู่อย่างน้อย 4 เครื่องยนต์ กล่าวคือ 
1.คนดี
2.การบริหารจัดการดี   
3. เทคโนโลยีดี 
และ 4.สื่อสารดี    
  
แต่ในการเลือกตั้งครั้งนี้ เราไม่ได้เดินครบทั้ง 4 เครื่องยนต์ เราขาดเทคโนโลยี   เราไม่มีแอพปริเคชั่น  ที่ใช้อำนวยความสะดวกในการรับสมัคร ให้แก่พรรคการเมือง ผู้สมัคร เขต สนง. หน่วยงานสนับสนุน เหมือนการเลือกตั้งที่ผ่านมา รวมทั้งไม่มีแอพปริเคชั่น   ในการรายงานผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ เหมือนการเลือกตั้งที่ผ่านมา


“ในฐานะหัวหน้าหน่วยงานผมขอรับผิดแต่เพียงผู้เดียว   แต่แม้จะมีข้อจำกัด ก็มีความเชื่อมั่นในพวกเรา   ว่าเราจะทำการเลือกตั้ง  บรรลุตามเป้าหมายทั้ง 3 ข้อข้างต้นได้ แต่อาจจะต้องเก่งขึ้นอีกนิด มันจึงเป็นแค่ความท้าทาย ไม่ใช่ปัญหาหรืออุปสรรคที่จะหยุดเราแต่อย่างใด” นายแสวง กล่าว

เลขาฯ กกต. ยังกล่าวว่าเครื่องมือและตัวชี้วัด ที่จะทำให้บรรลุเป้าหมาย   ประกอบไปด้วย


1. ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในแต่ละจังหวัดเพิ่มขึ้น 5% จากของเดิมในแต่ละจังหวัดตัวเอง   

2. บัตรเขย่ง คะแนนเขย่ง เป็นศูนย์   ซึ่งเราทำได้มาแล้วจากการเลือกตั้งท้องถิ่นเกือบทั้งหมด   อาทิ กทม.ที่ใหญ่มาก   แต่ถ้ามีเหตุเกิดขึ้นก็สามารถอธิบายชี้แจงได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว ครบถ้วน เพื่อมิให้ผู้ไม่หวังดีนำไปขยายผลเพื่อประโยชน์ทางการเมือง 

3. บัตรเสียมีสัดส่วนที่น้อยลงจากการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว เที่ยบกับจังหวัดตนเอง

4. มีสำนวน การเรื่องร้องเรียนน้อยลง เทียบกับการเลือกตั้งครั้งที่แล้วในจังหวัดตนเอง   

5. รายงานผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว   

6.นำแบบ  ส.ส. 5/18 เข้าในระบบคอมพิวเตอร์เพื่อให้ พรรคการเมือง ผู้สมัคร และประชาชนได้ตรวจสอบภายในกำหนดเวลา  

และ  7.มีศูนย์ข่าว ในแต่ละจังหวัด   ซึ่งเท่าที่ทราบมีอยู่แล้ว ที่มีประสิทธิภาพ ถูกต้อง รวดเร็ว เพื่อใช้ประโยชน์ในการ ควบคุม บริหารสถานการณ์ การเลือกตั้ง ในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง ไปจนถึงวันเลือกตั้ง วันประกาศผล เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

พรรคประชาชาติขอจองพื้นที่ ‘สามจังหวัดชายแดนใต้’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540119

02 ม.ค. 2566

พรรคประชาชาติขอจองพื้นที่ 'สามจังหวัดชายแดนใต้'

เปิดศูนย์อำนวยการเลือกตั้งจังหวัดปัตตานี ‘พรรคประชาชาติ’ ของจองพื้นที่ สามจังหวัดชายแดนใต้ อาสาแก้ปัญหาให้ประชาชน

วันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ เป็นประธานเปิดศูนย์อำนวยการเลือกตั้งเขต 1 ปัตตานี โดยมี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคประชาชาติ พร้อมคณะผู้บริหารพรรค และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาชาติ เศรษฐ์ อัลยุฟรี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี, ธนาวิทย์ ไชยานุพงศ์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองนราธิวาส, แวดือราแม มะมิงจิ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี เข้าร่วมพิธี

หัวหน้าพรรคประชาชาติ บอกว่า ปัญหาในสามจังหวัดชายแดนใต้ไม่มีใครรู้ดีกว่าคนในสามจังหวัด พรรคประชาชาติพร้อมเป็นรัฐบาล และในการเลือกตั้ง ถ้าจะเลือกพรรคประชาชาติ จำเป็นต้องเลือก ส.ส.เขต และเลือกพรรค ขอทุกคนร่วมดุอาอ์ให้พรรคประชาชาติชนะการเลือกตั้ง และได้มาเป็นรัฐบาลเพื่อเข้ามาแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชน

เปิดศูนย์อำนวยการเลือกตั้งพรรคประชาชาติจังหวัดปัตตานีเปิดศูนย์อำนวยการเลือกตั้งพรรคประชาชาติจังหวัดปัตตานี

ศูนย์อำนวยการเลือกตั้งของพรรคประชาชาติ ตั้งอยู่หน้าซุ้มประตูชัย ทางเข้าเมืองฟาฏอนี หมายถึงชัยชนะของพรรคประชาชาติ และประวัติการเกิดของพรรคประชาชาติเกิดที่ปัตตานี เพราะพี่น้องต้องการมีบ้านของตัวเอง อยากมีพรรคการเมืองของตัวเอง จึงเกิดพรรคประชาชาติ เพื่อแก้ปัญหาให้พี่น้อง

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ กล่าวว่า เราต้องญิฮาดกับความอยุติธรรม พรรคประชาชาติเกิดมาเพื่อแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชน สร้างสันติภาพและความสงบสุข คืนสิทธิ คืนอำนาจให้ประชาชน และกระจายอำนาจให้กับสามจังหวัดชายแดนใต้ที่มีความพร้อม



พรรคประชาชาติยืนยันว่าไม่เห็นด้วยกับดอกเบี้ยและเบี้ยปรับของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ. ตามร่างกฎหมายใหม่ที่วุฒิสภาเห็นชอบ และสภาผู้แทนราษฎรลงมติรับ เพราะการหากินกับดอกเบี้ยคือศัตรูของอัลลอฮ์

พรรคประชาชาติต้องการเป็นพรรคที่แก้ปัญหาความขัดแย้ง สร้างความเจริญ การศึกษาต้องเรียนฟรีถึงปริญญาตรี

“ อยากให้ประชาชนทุกคนรับรู้ว่า พรรคประชาชาติเป็นพรรคของทุกคน การเลือกตั้งที่จะถึงนี้ จ.ปัตตานี จะมี ส.ส.ได้ 4 คน ยะลา 3 คน นราธิวาส 5 คน รวม 12 คน จากพลังเดิมที่เรามีอยู่ 7 คน ทำเต็มที่ ถ้าเรามี 12 คน เราเชื่อว่าจะมีพลังมาเปลี่ยนแปลงอนาคตอย่างแน่นอน เพราะเราจะเป็นพรรคร่วมรัฐบาล สื่อตั้งฉายารัฐบาลนี้ว่า 8 ปี แปดเปื้อน ที่ทำให้ประชาชนอ่อนแอ เราจำเป็นต้องทำให้ประเทศเป็นรัฐสวัสดิการ ให้สิทธิเสมอกัน” พ.ต.อ.ทวี กล่าว