ไทยสร้างไทยตั้งเป้า หาเครือข่ายบำนาญประชาชน 5 ล้านคนก่อนเลือกตั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541741

26 ม.ค. 2566

ไทยสร้างไทยตั้งเป้า หาเครือข่ายบำนาญประชาชน 5 ล้านคนก่อนเลือกตั้ง

คุณหญิง’สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์’ ย้ำ เดินหน้าบำนาญประชาชน ขอเครือข่าย 5 ล้านก่อนเลือกตั้ง เข็นกฎหมายผ่านสภาไม่เกิน 5 เดือน

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ระบุมีเป้าหมายที่จะสร้างเครือข่ายบำนาญประชาชนให้ได้ถึง 5 ล้านคน ก่อนการเลือกตั้ง เพื่อให้ประชาชนร่วมสนับสนุน กฎหมายบำนาญประชาชน ที่พรรคไทยสร้างไทยเสนอเข้าสภาเรียบร้อยแล้ว   

โดยการเปิดตัว ปณิธาน ประจวบเหมาะ ว่าที่ผู้สมัครส.ส.เขตบางนา พระโขนง พรรคไทยสร้างไทย เขตบางนา มีการมอบบัตรสมาชิกเครือข่ายบำนาญประชาชน คนที่ 2 ล้าน ให้กับคุณป้าอริณช์ บุญศิลป์ ผู้สูงอายุ ชาวบางนา พร้อมมอบบัตร สมาชิกเครือข่ายบำนาญประชาชน ของเขตบางนาอีก 578 คน ด้วย

ไทยสร้างไทยเปิดตัวผู้สมัครส.ส.เขตบางนาไทยสร้างไทยเปิดตัวผู้สมัครส.ส.เขตบางนา

คุณหญิงสุดารัตน์ บอกว่าถึงแม้พรรคไทยสร้างไทยจะเป็นพรรคการเมืองใหม่ ยังไม่ผ่านการเลือกตั้ง และยังไม่มีส.ส.ในสภาฯแม้แต่คนเดียว แต่พรรคไทยสร้างไทยได้เสนอร่างกฎหมายบำนาญประชาชนเข้าสู่สภาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เปรียบเสมือนนำรถไปจอดที่สภาไว้แล้ว รอเพียงคนขับคือส.ส. ของพรรคไทยสร้างไทย ที่จะเข้าไปขับเคลื่อนให้กฎหมายบำนาญประชาชนผ่านสภาได้สำเร็จภายใน5 เดือน จึงขอพี่น้องช่วยเลือกส.ส. ของพรรคไทยสร้างไทย ทุกเขต เพื่อมายกมือให้กฎหมายบำนาญประชาชนผ่านสภาให้เร็วที่สุด

นโยบายบำนาญประชาชนของพรรคไทยสร้างไทย จะสร้างประโยชน์ถึงสี่ด้านประกอบด้วย

  • ผู้สูงอายุที่มีรายได้เพียงพอต่อการยังชีพ เดือนละ3,000 บาท สามารถดำรงชีพได้อย่างมีศักดิ์ศรี
  • เป็นการลดภาระลูกหลานคนหนุ่มคนสาวที่ต้องทำงานเลี้ยงดูพ่อแม่ ให้คนวัยทำงานสามารถตั้งตัวได้เร็วขึ้น
  • สร้างสุขภาพดี และอาชีพแก่ผู้สูงอายุ ที่ศูนย์สุขภาพที่รัฐจัดหาให้ใกล้บ้าน โดยตั้งเป้าลด 3 โรคสำคัญ คือโรคความดันสูง โรคไขมันอุดตัน และโรคเบาหวาน ที่เป็นบ่อเกิดของโรคร้ายแรงและค่าใช้จ่ายสูง เมื่อผู้สูงอายุแข็งแรงจะลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลปีละเป็น แสนล้านบาท และยังจะทำให้ผู้สูงอายุสามารถกลับไปทำงานสร้างรายได้ให้แก่ครอบครัวและประเทศชาติได้
  • นโยบายบำนาญประชาชน 3,000 บาท จะเป็นกำลังซื้อมหาศาลที่จะทำให้เศรษฐกิจฐานรากฟื้นตัว เงินหมุนเวียนในชุมชน จากการที่ผู้สูงวัยนำเงินไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ส่งผลทำให้เศรษฐกิจในภาพรวมทั้งประเทศดีขึ้นอย่างยั่งยืน

‘ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ’ ไม่รู้ถูกสั่งย้ายไปสะบ้าย้อย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541737

26 ม.ค. 2566

'ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ' ไม่รู้ถูกสั่งย้ายไปสะบ้าย้อย

นพ.’สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ’ ขอตรวจสอบคำสั่งย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลสะบ้าย้อย ก่อนแถลงข่าวพรุ่งนี้

นายแพทย์ สุภัทร ฮาสุรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ ประธานชมรมแพทย์ชนบทโพสต์เฟสบุ๊ค ระบุว่ายังไม่ทราบรายละเอียด คำสั่งย้ายไปเป็นผอ.โรงพยาบาลสะบ้าย้อย ตามรายงานของเพจ hfocus โดยบอกว่าจะขอตรวจสอบรายละเอียดก่อน เพราะโดยปกติการย้ายเพราะทำงานดี หรือขอให้ย้ายไปดำรงตำแหน่งเพื่อแก้ปัญหาที่อื่น ผู้ใหญ่ก็จะโทรมาคุยหรือเรียกไปหารือ แต่ครั้งนี้ไม่ได้เป็นเช่นนั้น  และเมื่อตรวจสอบแล้ว จะแถลงต่อสาธารณะอย่างเป็นทางการในวันพรุ่งนี้

เพจ hfocus  รายงานพร้อมคำสั่งย้ายมีเนื้อหาว่า นพ.สวัสดิ์ อภิวัจนีวงค์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวงสาธารณสุข ลงนามในคำสั่งกระทรวงสาธารณสุขที่ 125/2566 เรื่อง ย้ายข้าราชการ  โดยระบุว่า อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 57 มาตรา 63 แห่งพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กฎ ก.พ.ว่าด้วยการย้าย การโอน หรือการเลื่อนข้าราชการพลเรือนสามัญไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญตำแหน่งประเภทวิชาการใน หรือต่างกระทรวงหรือกรม พ.ศ.2564

คำสั่งย้าย ผอ.โรงพยาบาลจะนะคำสั่งย้าย ผอ.โรงพยาบาลจะนะ

กฎ ก.พ.ว่าด้วยการให้ข้าราชการพลเรือนสามัญได้รับเงินเดือน พ.ศ.2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กฎ ก.พ.ว่าด้วยการให้ข้าราชการพลเรือนได้รับเงินประจำตำแหน่ง พ.ศ.2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติมระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินค่าตอบแทน นอกเหนือจากเงินเดือนของข้าราชการ และลูกจ้างประจำของส่วนราชการ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2553 หนังสือสำนักงาน ก.พ.ที่ นร 1006/ ว14 ลงวันที่ 11 ส.ค. 2564 ให้ย้ายข้าราชการไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง และคำสั่งกระทรวงสาธารณสุขที่ 97/2556 ลงวันที่ 23 มกราคม พ.ศ.2566 เรื่อง มอบอำนาจให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข  ปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวงสาธารณสุขในเขตสุขภาพ

โดยการย้ายครั้งนี้ มี นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ ถูกคำสั่งให้ย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลสะบ้าย้อย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา  โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ลงนาม คือ วันที่ 25 มกราคม 2566 เป็นต้นไป

  • ก้าวไกลแถลงจุดยืนค้านย้ายประธานชมรมแพทย์ชนบท

พรรคก้าวไกลออกแถลงการณ์แสดงจุดยืน กรณีมีคำสั่งกระทรวงสาธารณสุขโยกย้ายข้าราชการ นายแพทย์สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ และประธานชมรมแพทย์ชนบท ไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา มีผลตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม 2566 เป็นต้นไป

โดยแถลงการณ์ระบุว่า พรรคก้าวไกลขอแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับคำสั่งดังกล่าว และขอตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการโยกย้ายด้วยเหตุผลทางการเมืองหรือไม่ เนื่องจากนายแพทย์สุภัทรเป็นข้าราชการที่ทำงานเป็นปากเสียงแทนประชาชน มีความกล้าหาญในการแสดงความเห็นคัดค้านผู้มีอำนาจ และเปิดเผยข้อมูลสาธารณสุขที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างต่อเนื่อง จึงขอให้กระทรวงสาธารณสุขทบทวนคำสั่งดังกล่าวโดยคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศและประชาชน

‘ส.ส.จองชัย’ ทวงถามรัฐบาลกลางสภา ปมออกโฉนดน้ำลบชายฝั่งเมืองชลบุรี  

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541729

26 ม.ค. 2566

‘ส.ส.จองชัย’ ทวงถามรัฐบาลกลางสภา ปมออกโฉนดน้ำลบชายฝั่งเมืองชลบุรี  

‘ส.ส.จองชัย’ กระตุกรัฐบาลเห็นใจพี่น้องประมงพื้นบ้าน เร่งเยียวยา หลังรับผลกระทบมาตรการIUU  จี้ ‘รมว.คมนาคม’ เร่งแก้ปัญหาการจราจรเร่งด่วน 

เมื่อวันที่ 26 ม.ค.ร.อ.จองชัย วงศ์ทรายทอง ส.ส.ชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปช.) กล่าวหารือก่อนการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ว่า  ผมขอทวงถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงโครงการดีๆที่ได้เคยเสนอไปก่อนหน้านี้ว่าทำไมยังไม่มีการดำเนินการ  โดยเรื่องที่ 1. ขอทวงถามไปถึงนายกรัฐมนตรี  และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรวมถึงอธิบดีกรมที่ดิน ถึงปัญหาการออกโฉนดที่ดินน้ำลบในเขตพื้นที่ชายฝั่งทะเล อ.เมืองชลบุรี ซึ่งประชาชนอาศัยกันมาหลายชั่วอายุคน  ทั้งนี้ ผมพูดผ่านสภาฯเป็นครั้งที่ 3 และได้มีโอกาสพบท่านส่วนตัว เพื่อแจ้งปัญหาและยื่นหนังสือแล้ว เวลาผ่านไปนานพอสมควร ขอให้นายกฯและรัฐมนตรีมหาดไทย ช่วยเร่งรัดพิจารณาหาข้อสรุป ให้พี่น้องประชาชนได้มีโฉนดที่ดินเพื่อเป็นหลักประกันและความมั่นคงในชีวิตด้วย

‘ส.ส.จองชัย’ ทวงถามรัฐบาลกลางสภา ปมออกโฉนดน้ำลบชายฝั่งเมืองชลบุรี  

ร.อ.จองชัย ยังกล่าวอีกว่า  นอกจากนี้เรื่องที่ 2 ขอให้กรมประมงเยียวยาพี่น้องประมงพื้นบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการออกมาตราการ IUU ของรัฐในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จะเยียวยามากน้อยเท่าไร ขอให้รีบดำเนินการ ให้เขาได้มีกำลังใจบ้าง  เพราะผมพูดผ่านสภาไปหลายครั้งแล้ว ขอให้เห็นใจพี่น้องประมงพื้นบ้านด้วย  ผมลูกหลานชาวประมง เข้าใจความทุกข์ร้อน

เรื่องที่ 3 ผม ขอให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา อบจ.ชลบุรี และเทศบาลเมืองชลบุรี ประสานทำงบประมาณร่วมกัน เพื่อปรับปรุงสนามฟุตบอลเทศบาลที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ที่เสื่อมโทรมมากๆ ให้กลับมาสวยงามสร้างรายได้ให้จังหวัด เพราะเป็นแลนด์มาร์กแหล่งท่องเที่ยว สถานที่จัดการแข่งขันและออกกำลังกาย


ร.อ.จองชัย ยังกล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ขอให้รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม  ช่วยอนุมัติโครงการต่อไปนี้อย่างเร่งด่วน เพื่อแก้ปัญหาการจราจร  โดยเฉพาะปัญหาจุดตัดทางรถไฟ บ้านเก่า-พานทอง เรื่องนี้พูดผ่านสภาครั้งที่ 4 แล้ว ขอให้ทำสะพานต่างระดับข้ามทางรถไฟ และขยายผิวการจราจรบริเวณตรงทางรถไฟเป็น 4 เลน รวมถึงปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณแยกดอนหัวฬ่อ และแยกวัดท้องคุ้ง นาป่า  ทั้งนี้ ผมขอให้สร้างสะพานต่างระดับ หรือ อุโมงค์ลอดข้ามแยก หรือทำการขยายช่องทางการจราจรให้กว้างขึ้น

ร.อ.จองชัย  กล่าวด้วยว่า  เส้นทางเชื่อมต่อพื้นที่บ้านสวนกับหนองข้างคอก  โดยขอให้เร่งสร้างสะพานต่างระดับข้ามแยก ซึ่งจะทำให้เกิดทางลอดใต้สะพานเชื่อมพี่น้องประชาชนสองฝั่งเดินทางไปมาได้สะดวก  รวมถึงเร่งสร้างส่วนต่อขยายทางด่วนบูรพาวิถีไปทางบายพาส และทำทางขึ้นลงเข้า อ.พานทองผ่านถนนบ้านเก่า และเพื่อให้สอดรับกับส่วนต่อขยายสะพานชลมารควิถีหรือสะพานกลางทะเล ที่จะเชื่อมต่อจาก ต.บางทราย มาถึง ต.คลองตำหรุ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งโครงการที่กระผมผลักดันจนสำเร็จ โดยจะเริ่มสร้างในปีนี้.

“นักวิชาการ”เรียกร้อง ตัดอำนาจ สว.เลือกนายกฯ เคารพเสียงประชาชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541723

26 ม.ค. 2566

"นักวิชาการ"เรียกร้อง ตัดอำนาจ สว.เลือกนายกฯ เคารพเสียงประชาชน

“นักวิชาการ” เสวนา เรียกร้อง ตัดอำนาจ สว.เลือกนายกฯ เคารพเสียงประชาชน “อ.ปริญญา” ตั้งข้อสังเกตเสนอแก้รธน. ขยายเวลานายกฯ 8 ปี แลกต่ออายุสว.

เมื่อวันที่ 26 ม.ค. คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ จัดเสวนา “เลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย : หยุดให้อำนาจ ส.ว.เลือกนายกฯ” เพื่อเรียกร้องให้การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นต่อไปนี้ โปร่งใส เคารพเสียงประชาชน เปิดให้ภาคประชาชนและนานาชาติเข้ามาร่วมสังเกตการณ์ได้  โดยมี นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 , ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง มหาวิทยาลัยรังสิต , ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ , รศ.ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ และนายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ร่วมอภิปราย

ผศ.วันวิชิต เปิดเผยว่า การเมืองที่ผ่านมาติดหล่มมาตลอด 8 ปี หลังเลือกตั้งเมื่อปี 62 เราคิดว่าการเมืองไทยจะดีขึ้น แต่ปัญหาหลายอย่างก็ติดกับดักรัฐธรรมนูญ หรือ ใช้อำนาจของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) แต่งตั้งนายกรัฐมนตรีติดวังวนแบบนี้มาตลอด 4 ปี

ประชาธิปไตยถูกท้าทายและล้มล้างเข้าสู่อำนาจนิยมแบบอำพราง ผู้มีอำนาจจึงออกแบบให้ตัวเองมีประโยชน์สูงสุด โดยหยิบยกตัวอย่างปี 2559 ห้ามกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองวิพากษ์วิจารณ์จุดแข็งจุดอ่อนของรัฐธรรมนูญ 2560 จึงทำให้คนที่ไม่ได้ศึกษารัฐธรรมนูญอย่างลึกซึ้งพอ ทั้งนี้ตนเคยร่วมลงชื่อเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยกเลิกอำนาจ ส.ว.เลือกนายกรัฐมนตรี แต่ก็ถูกคว่ำอย่างบรรจงจากวุฒิสภา

ประเด็นนี้สังคมไทยควรตั้งคำถามอย่างกว้างขวางว่าเหมาะสมหรือไม่และสมควรยกเลิกได้แล้วหรือยัง ไม่เคยเห็นที่ไหนให้อำนาจ สว. ออกมาตรวจสอบฝ่ายค้าน ออกมาปกป้องรัฐบาล เสนอความคิดแจกเงินสนับสนุนให้ประชาชนไปเลือกตั้ง 500 บาท  ด้วยเหตุผลจูงใจประชาชนออกมาใช้สิทธิ ซึ่งความจริงแล้ว ความคิดแบบนี้มีตั้งแต่ 2557 ช่วงรัฐประหารใหม่

ตอนนั้นเสนอ 300 บาท ซึ่งในประเทศที่เจริญแล้วไม่ต้องแจกเงิน เพียงแค่ติดกระดาษA4 ก็ได้ ไม่แคร์เรื่องตัวเลขผู้ออกมาใช้สิทธิ เพราะมาจากความรู้สึกของประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ได้มาจากการกดดันหรือบีบบังคับให้ออกมาใช้สิทธิ ก็จะได้นักการเมืองที่มาจากประชาชน

ส่วนกรณีที่ สว. ขอแก้รัฐธรรมนูญ อายุนายกฯ 8 ปี นั้น หากไม่ใช่คนที่คุณสนับสนุนจะเป็นอย่างไร ตนมองว่า สว.ที่เหลืออายุเพียงปีเศษจะหมดวาระ ไม่รู้ว่าขั้นตอนที่ สว. ชุดใหม่จะมามาอย่างไร คนที่เป็นบทเฉพาะการ จะมีโอกาสกลับมาอีกหรือไม่ หรือ เว้นวรรค 2 ปี และจะมีการแก้ไขกติกาอะไรหรือไม่ ที่อาจนำไปสู่การเอื้อประโยชน์

อย่างไรก็ตามขอ เรียกร้องไห้นักวิชาการ นักรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยต่างๆ ออกมาแสดงความคิดเห็น เป็นไฟนำทางส่องสว่างให้กับสังคมด้วย

ด้านผศ.ดร.ปริญญา กล่าวว่า การทำประชามติเห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ ตนมองว่าควรถาม เห็นด้วยหรือไม่ที่วุฒิสภามีอำนาจเลือกนายกรัฐมนตรี เพราะอดีตที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2534 ที่อาจารย์มีชัย ฤชพันธ์ ก็เคยยัดไว้เพื่อให้คณะรัฐประหาร รสช. สืบทอดอำนาจแต่ทำไม่สำเร็จ แต่มาสำเร็จในปี 2560 โดยแอบยัดซ่อนไปในคำถามพ่วงในการประชามติ ซึ่งเป็นการอำพรางหลอกลวงประชาชน ซึ่งสว.จะมีอำนาจ 5 ปี แต่ผลพ่วงอาจจะไปจนถึง 8 ปีเพราะเลือกนายกรัฐมนตรีได้ 2 ครั้ง หรือ อาจไม่ใช่แค่ 8 ปีอาจจะยาวกว่านั้น

เสวนา “เลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย : หยุดให้อำนาจ ส.ว.เลือกนายกฯ” เสวนา “เลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย : หยุดให้อำนาจ ส.ว.เลือกนายกฯ”

ตนจึงขอเรียกร้องให้พลเอกประยุทธ์ ในฐานะเป็นหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ที่เป็นผู้ยึดอำนาจ ไม่ใช่ในฐานะนายกรัฐมนตรี ออกมารับผิดชอบที่สัญญาไว้ว่า ขอเวลาอีกไม่นานความสงบสุขจะกลับคืน จะปฏิรูปประเทศ แต่วันนี้จะครบ 9 ปีแล้ว ประเทศได้รับการปฏิรูปไปถึงไหนแล้ว การเมืองไทยวันนี้แตกต่างกันหรือไม่กับการเมืองไทยก่อนท่านยึดอำนาจ ท่านทำการเมืองไทยซ้ำรอยการเมืองเก่า และทำให้ระบบตรวจสอบทั้งประเทศแย่ไปกว่าเก่า

ผศ.ดร.ปริญญา กล่าวต่อว่า 5 สิงหาคม 2559 ก่อนประชามติรัฐธรรมนูญ 60 เพียง 2 วัน ขอให้รับรัฐธรร มนูญฉบับนี้และสัญญาว่าจะไม่สืบทอดอำนาจ แต่ยังสืบทอดอำนาจมาจนถึงปัจจุบัน แม้แต่เรื่องกติกาการเมือง 8 ปี ก็ยังไม่ปฏิบัติและพยายามจะขยายเวลาออกไปอีก  ในทางกฎหมายไม่สามารถทำได้ เพราะถ้าแก้ไขต้องเขียนว่าสำหรับนายกฯ คนต่อไปเท่านั้น ไม่ใช่สำหรับคนเก่า

การเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้น ขอให้เคารพเสียงข้างมาก เสียงประชาชน จะได้ไม่ต้องมานั่งถกเถียงกัน เพราะที่ผ่านมาประชาชนเลือกท่านแค่ 116 เสียงจาก 500 คน แต่ท่านได้เป็นนายกรัฐมนตรี เพราะเสียงสว. จึงมองว่า สว.พยายามเสนอแก้ นายกฯ 8 ปีนั้น เพื่อเป็นการโยนหินถามทางดูกระแสสังคมว่าเห็นด้วยหรือต่อต้าน ขยายเวลาของสว.ให้อยู่เกิน 5 ปีสว. หากเป็นเช่นนั้น จะยิ่งทำให้กระบวนการประชาธิปไตยไม่เริ่มต้นสักที

แม้ 2 ป. จะแยกกันเดิน แต่ไม่ได้แปลว่าสว.จะแยกกัน ดังนั้นเสียงประชาชนก็ไม่มีความหมาย ซึ่งจะแยกกันก็ต่อเมื่อ 2 ป. แย่งกันจัดตั้งรัฐบาล เรียกร้องให้สว.ประกาศเคารพเสียงประชาชนจะเป็นตัวชี้ในการจัดตั้งรัฐบาล สิ่งนี้ยากที่จะเกิด ดังนั้นเห็นควรว่า ต้องถสใเสียงประชาชนอีกครั้งหนึ่งผ่านการทำประชามติปิดสวิตช์สว.ก่อนจะมีการเลือกตั้ง

ด้าน รศ.ดร.พิชาย กล่าวประเด็น สว.เสนอให้รัฐจ่ายให้ประชาชนคนละ 500 บาทเพื่อไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งโดยไม่ขายเสียงและรู้คุณแผ่นดิน แสดงถึงวิธีคิดของ ส.ว. ที่คิดว่านักการเมืองเป็นต้นตอของปัญหา ขณะที่ประชาชนคิดว่า รัฐประหารและ ส.ว.เป็นต้นตอของปัญหาการเมืองไทยในปัจจุบัน

โดยเทียบการซื้อสิทธิขายเสียงระหว่างไทยและอังกฤษ ที่ต้องสร้างจิตสำนึกทางการเมือง ไม่ใช่กฎหมาย ตนเห็นว่า อำนาจ ส.ว.ไม่ได้ยึดโยงกับประชาชน มี ส.ว. เพียง 23 คนเท่านั้นที่ร่วมโหวตตัดอำนาจตนเองในร่างแก้ไขรัฐธรรมที่ผ่านมา แต่ส่วนใหญ่ติดกับดักอำนาจรัฐประหาร ในการเลือกตั้งครั้งนี้พรรคร่วมฝ่ายค้านจะได้เกิน 300 เสียง แต่พรรคร่วมรัฐบาลในปัจจุบันจะได้เสียงไม่ถึง 200 เสียง

สุชาติเบื่อทำหน้าที่ต่อจากศุภชัย รับไม้ทีไร’สภาล่ม’ทุกที

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541712

26 ม.ค. 2566

สุชาติเบื่อทำหน้าที่ต่อจากศุภชัย  รับไม้ทีไร'สภาล่ม'ทุกที

รองประธานสภาคนที่1 ‘สุชาติ ตันเจริญ’ พ้อ สภาล่มทุกครั้งที่ทำหน้าที่ประธาน ต่อจาก ‘ศุภชัย โพธิสุ’ ล่าสุด อยู่บนบัลลังค์ได้เพียง 6 นาที

สถาล่มอีกแล้ว หลังสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภา คนที่1 ขึ้นมาทำหน้าที่แทน ศุภชัย โพธิสุ รองประธานสภาคนที่ 2 ระหว่างที่กำลังมีการนับองค์ประชุม ในวาระรับทราบรายงาน  การประชุม ซึ่งอุบลศักดิ์  บัวหลวงงาม  ส.ส.ลพบุรีพรรคเพื่อไทยขอให้ประธานนับองค์ประชุมก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระเนื่องจากห้องประชุมเนื่องจากห้องประชุมมีส. ส. จำนวนน้อย     แต่ศุภชัยซึ่งทำหน้าที่ประธานอยู่ขณะนั้นได้ขอให้ดำเนินการตามวาระเนื่องจากเป็นเพียงการรับทราบรายงาน

พิเชษฐ์  เชื้อเมืองพาน ส. ส.  เชียงรายพรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นสำทับว่าประธานจำเป็นต้องดำเนินการตามที่ร้องขอ  พร้อมยกตัวอย่างการประชุมรัฐสภาเมื่อวานนี้ว่า เป็นเรื่องสำคัญที่พรรคเพื่อไทยเสนอเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม แต่กลับไม่ได้รับความร่วมมือจากทั้งส.ว และส.ส. รัฐบาล  เช่นเดียวกับวันนี้ที่ไม่ได้รับความร่วมมือจากนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่ไม่มาตอบกระทู้สด ทั้ง3 กระทู้และหน้าที่การเป็นองค์ประชุมก็คือส.ส.รัฐบาล

บรรยากาศประชุมสภาผู้แทนราษฎรบรรยากาศประชุมสภาผู้แทนราษฎร

รองประธานคนที่ 1 กล่าวว่า ไม่อยากขึ้นมาทำหน้าที่ประธานสภาต่อจากนายศุภชัย เพราะขึ้นมา ทีไรก็ต้องปิดประชุมทุกที จนได้ฉายามือปิดประชุมไปแล้ว  แต่ก็ไม่รู้ว่าจะประชุมต่อได้อย่างไร เพราะเมื่อปิดการแสดงตน มีสมาชิกที่กดบัตรแสดงตนเพียง 121คนท่านนั้น และแสดงตนผ่านไมโครโฟนอีกแค่ 29 คน ขาดไปแค่อีก 100 คน    หน้าที่ประธานในที่ประชุมของสุชาติ จึงยุติลงเพียงแค่ 6 นาที  เนื่องจาก องค์ประชุมไม่ครบมีสมาชิกแสดงตนเพียง 153 คน ไม่ถึงกึ่งหนึ่ง คือ215 คน

อดีตคู่กัดพรรค’พลังประชารัฐ’ พร้อมใจกันกลับมาช่วยงานพรรค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541703

26 ม.ค. 2566

อดีตคู่กัดพรรค'พลังประชารัฐ' พร้อมใจกันกลับมาช่วยงานพรรค

ลาออกมาช่วยงาน’เลือกตั้ง’ พรรคพลังประชารัฐ พล.อ.วิชญ์ ทิ้งพรรครวมแผ่นดินแล้ว เชื่ออาจมีคนคัดค้านการกลับมาของร้อยเอกธรรมนัส

พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา หัวหน้าพรรครวมแผ่นดิน ยอมรับว่า เตรียมสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐอีกครั้ง เพื่อมาช่วยงานและผนึกกำลังกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ในการสู้ศึกเลือกตั้ง ซึ่งคาดว่าจะได้รับตำแหน่งประธานที่ปรึกษาพรรคพลังประชารัฐ และจะไม่ลงสมัคร ส.ส.

ทั้งนี้มีผู้สมัครพรรครวมแผ่นดินกว่า 10 คน ลาออกมาลงสมัครในนามพรรคพลังประชารัฐด้วย โดยได้ยื่นใบลาออก จากพรรครวมแผ่นดินแล้ว เมื่อ 24 มกราคมที่ผ่านมา

ส่วนพรรครวมแผ่นดิน ยังคงดำเนินการทางการเมืองต่อไป โดยมี พล.อ.ชัชชัย ภัทรนาวิก รองหัวหน้าพรรค ทำหน้าที่รักษาการหัวหน้าพรรคแทน จากนั้นจะมีการประชุมเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ตามกฎหมาย

ถามว่าจะมีปัญหาหรือไม่หาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า กลับมาพรรคพลังประชารัฐ เพราะเคยขัดแย้งกันมาก่อน พล.อ.วิชญ์ระบุว่าแล้วแต่ทางพรรค แต่ก็คิดว่าอาจมีคนในพรรคไม่เห็นด้วย

พรรคพลังประชารัฐมีกำหนดประชุมใหญ่สามัญพรรคในวันพรุ่งนี้ ณ  ที่ทำการพรรคถนนรัชดาฯ เป็นที่น่าจับตาว่า บรรดาผู้ที่มีรายชื่อจะกลับมาร่วมงานกับพรรคจะมาร่วมประชุมด้วยหรือไม่ แต่ละคนมีตำแหน่งแห่งที่อย่างไร ภายในพรรค

โดยมีวาระการประชุมแก้ไขข้อบังคับพรรคหลายข้อ เช่นให้หัวหน้าพรรคมีหน้าที่และอำนาจ แต่งตั้งและถอดถอนผู้อำนวยการสำนักงานพรรค รองเลขาธิการพรรค โฆษกพรรค รองโฆษกพรรค และตำแหน่งอื่นๆในการบริหารพรรค   รองหัวหน้าพรรคต้องได้รับเลือกจากที่ประชุมด้วยคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของผู้เข้าร่วมประชุมเป็นต้น

นายกรัฐมนตรี ไม่มาตอบ’กระทู้ถามสด’ในสภา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541701

26 ม.ค. 2566

นายกรัฐมนตรี ไม่มาตอบ'กระทู้ถามสด'ในสภา

กระทู้ถามสดในสภา เป็นหมัน ‘นายกรัฐมนตรี’และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ไม่มาตอบข้อซักถาม ทั้งปัญหาทุนจีนสีเทาและการท่องเทียว

กระทู้ถามสดด้วยวาจา ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันนี้ ซึ่งไม่มีรัฐมนตรี มาตอบประกอบด้วย กระทู้ของ รังสิมันต์ โรม ส.ส.พรรคก้าวไกล ถามนายกรัฐมนตรี เรื่องทุนจีนสีเทา ซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้พล.อ. ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหมมาตอบ แต่รัฐมนตรีก็ติดภาระกิจ  กระทู้ถามสด ของ จิรายุ ห่วงทรัพย์ พรรคเพื่อไทย เรื่อง Thailand elite Card ที่ให้อภิสิทธิ์ นักท่องเที่ยวอย่างมาก และ กระทู้ถามสดของ สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ พรรคภูมิใจไทย เรื่องการท่องเที่ยวเช่นเดียวกัน

รังสิมันต์ อภิปรายว่าตั้งใจตั้งกระทู้ถามถึงนายกรัฐมนตรีในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมข้ามชาติ และการโยกย้ายตำรวจที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งจะสอบถามไปถึงความเกี่ยวข้องของหลานของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายการฟอกเงินจีนเทา ที่เป็นที่สนใจของประชาชน

สาเหตุที่สอบถามเรื่องนี้ต่อพลเอกประยุทธ์เพราะเครือข่ายเหล่านี้จะดำรงอยู่ได้ต้องอาศัยผู้มีอำนาจไม่เช่นนั้นเครือข่ายเหล่านี้จะไม่สามารถตั้งมั่นอยู่ในประเทศของเราได้นานขนาดนี้ อีกทั้งยังมีหลักฐาน พยานต่างๆที่อาจเข้าไปพัวพันหรือเกี่ยวข้องกับหลานพลเอกประยุทธ์ แต่ปรากฏว่าหลานของพลเอกประยุทธ์ ไม่ได้มีการถูกเรียกสอบเข้าไปสอบถามจึงเป็นเหตุผลที่ต้องตั้งคำถามถึงพลเอกประยุทธ์  หากคำตอบไม่พึงพอใจ ก็อาจจะเป็นไปได้ที่ นายกรัฐมนตรีอาจจะเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายจีนเทาด้วยหรือไม่

จิรายุ อภิปรายขอใช้สิทธิ์ในการตั้งคำถามทิพย์ โดยนำรูปพลเอกประยุทธ์มาวางไว้ด้านหน้า พร้อมเปิดคลิปวิดิโอ นักท่องเที่ยวจีนรีวิวจ่ายเงินตำรวจเพื่อความสะดวกตั้งแต่เข้าไปรับในสนามบิน มีรถนำ จนถึงส่งที่โรงแรม พร้อมอธิบายค่าใช้จ่ายในกระบวนการดังกล่าวอย่างละเอียด  จึงถามนายกรัฐมนตรีว่ามีแนวทางในการจัดการเรื่องดังกล่าวอย่างไร

และขอถามถึงการซื้อตั๋ว Thailand elite Card หลังพบว่าคนที่ไปซิ้อตั๋วดังกล่าว เป็นอั้งยี่ มาเฟีย สีเทาจำนวนมาก จึงอยากทราบว่าelite Card ทำอะไรได้บ้าง ปล่อยให้บริษัทเอกชนที่รับสัมปทานelite Card จากกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาไปขาย ใช้อำนาจในส่วนใด บริษัทเอกชนมีการปั่นราคาจึงเกิดมีการนำเข้าบุคลากรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายเข้ามา

ขณะที่สิริพงศ์ ถามรัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะจัดการอย่างไรในปัญหาที่ถูกพูดถึงในสังคม เป็นผลที่ไม่ค่อยดีต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของไทยมีการวางมาตรการในการป้องกันปัญหานี้ไม่ให้เกิดขึ้นอีกอย่างไร แม้มีข่าวว่าตำรวจท่องเที่ยวได้วางแนวทางป้องกันแล้วจึงขอให้รัฐมนตรีกำชับเรื่องนี้ด้วย

เปิด 5 ปฏิบัติการเร่งด่วน ฟื้น’กรมอุทยาน’ฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541690

26 ม.ค. 2566

เปิด 5 ปฏิบัติการเร่งด่วน ฟื้น'กรมอุทยาน'ฯ

รักษาการอธิบดี’กรมอุทยาน’ฯ เร่งสางปัญหาทุจริต ฟื้นขวัญกำลังใจให้ผู้ปฏิบัติงาน และให้ความสำคัญเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า

อรรถพล เจริญชันษา รักษาการอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพรรณพืช  เปิดเผย 5 ภาระกิจเร่งด่วน หลังรับตำแหน่งประกอบด้วย

  • การเซ็นคำสั่งแก้ปัญหาแต่งตั้งโยกย้ายโดยไม่ได้รับความเป็นธรรม เพื่อให้เกิดความโปร่งใสเป็นธรรม โดยจะทำทุกวิถีทาง  เป็นแต่ละกรณีไป  หากมีใครทุจริต ซื้อขายตำแหน่งจะต้องดำเนินการโดยไม่ละเว้น  เพื่อให้เกิดความยุติธรรม คาดว่าจะเริ่มออกคำสั่งได้ในสัปดาห์หน้า ขณะนี้อยู่ระหว่างหารือในคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมา 
  • แก้ปัญหากองทุนช้าง เพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากช้างป่า ต้องเร่งผลักดันขอกงบกลางเข้ามาอยู่ในกองทุน ใช้จัดการช่วยเหลือประชาชนที่ได้ทันที
  • ปัญหาเรื่องที่ดินทำกินที่มีราษฎรอยู่ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์  ต้องเร่งดำเนินการ เพราะเกี่ยวข้องกับเรื่องการเข้าไปพัฒนอาชีพ และโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น
  • งบไฟป่านอกจากจะแตะต้องไม่ได้แล้วยังต้องแสวงหาความร่วมมือกับหลายภาคส่วน เพื่อให้เกิดรูปธรรมการแก้ปัญหา
  • ฟื้นขวัญกำลังใจเจ้าหน้าที่กรมอุทยาน จัดคนให้ถูกกับงาน ให้ความสำคัญกับเจ้ากน้าที่พิทักษ์ป่า ต้องมีเงินช่วยเหลือพิเศษในการลาดตระเวณป่า บุคคลากรเหล่านี้ถือเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของกรมอุทยาน

นอกจากนี้ จะต้องเร่งจัดการบริหารเชิงพื้นที่ แบบซิงเกิ้ลคอมมานต์ หลายๆภาระกิจต้องมาบูรณาการทำงานร่วมกัน ไม่แยกภาระกิจหน้าที่

รักษาการณ์อธิบดีกรมอุทยานฯ ยืนยันว่า การจัดการกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องอื้อฉาวที่เกิดขึ้น ต้องใช้ทั้งนิติศาตร์และรัฐศาสตร์ เพื่อฟื้นศรัทธาของกรมอุทยานฯ

รองปลัดฯถกคณะกรรมการ ยกร่างก.ม.คุ้มครองพันธุ์พืช

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/706722

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคุ้มครองพันธุ์พืช
ครั้งที่ 1/2566 ที่ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมีประเด็นสำคัญในที่ประชุม คือ 1.คำสั่งแต่งตั้ง
คณะอนุกรรมการเตรียมการและยกร่างกฎหมายลำดับรอง ภายใต้ พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ.2542

2.คำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการกองทุนคุ้มครองพันธุ์พืช 3.ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองพันธุ์พืช เรื่องแนวทางหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และลำดับความสำคัญของการใช้จ่ายเงินกองทุนคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. … 4.ระเบียบคณะกรรมการคุ้มครองพันธุ์พืช ว่าด้วยการแบ่งผลประโยชน์ระหว่างผู้ซึ่งอนุรักษ์หรือพัฒนาพันธุ์พืชพื้นเมืองเฉพาะถิ่น พ.ศ. …และ 5.การเพิกถอนหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่ 27 ฉบับ ทั้งนี้ ฝ่ายเลขานุการได้รายงานความก้าวหน้าผลการประชุมชี้แจงทำความเข้าใจและรับฟังความคิดเห็นต่อการเตรียมความพร้อม กรณีเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา UPOV ในการเจรจาเข้าร่วมความตกลง CPTPP ที่กรมวิชาการเกษตร ดำเนินการไปแล้ว ซึ่งที่ประชุมมีมติให้ฝ่ายเลขานุการ นำผลการประชุมดังกล่าว รายงานให้คณะกรรมการทราบความคืบหน้าในการประชุมครั้งต่อไป

รองฯกรมข้าวร่วมเกี่ยวข้าวชาวนากระบี่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/706721

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

น.ส.นนทิชา วรรณสว่าง รองอธิบดีกรมการข้าว ลงพื้นที่แปลงนาเกษตรกรพื้นที่หมู่ 1 ต.คลองประสงค์ อ.เมือง จ.กระบี่ ร่วมกิจกรรม “วันเก็บเกี่ยวชาวนาเล” โดยมี นายวรวิทย์ เพชรทรัพย์ ผอ.ศูนย์วิจัยข้าวกระบี่ พร้อมด้วยนายประวัติ คลองรั้ว ประธานกลุ่มชาวนาคลองประสงค์ เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยข้าวกระบี่ เกษตรอำเภอ/เกษตรจังหวัดกระบี่ และเกษตรกร ให้การต้อนรับ โดยกิจกรรมครั้งนี้ ได้ลงพื้นที่แปลงนาเกษตรกรพื้นที่หมู่ 1 ต.คลองประสงค์ อ.เมือง จ.กระบี่ หลังจากเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2565 น.ส.นนทิชา ได้เปิดงาน “กินข้าววาน สืบสานวัฒนธรรม ชาวนาเกาะกลาง” ภายใต้กิจกรรม “ปลูกวันแม่ เก็บเกี่ยววันพ่อ” พร้อมทั้งได้พบปะพี่น้องเกษตรกรและทำการดำนาวาน (ลงแขก) ด้วยกล้าพันธุ์ข้าวสังข์หยด บัดนี้ข้าวเจริญเติบโตงอกงามจนสามารถเก็บเกี่ยวได้แล้ว รองอธิบดีฯ จึงร่วมเกี่ยวข้าว เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับพี่น้องเกษตรกรอีกครั้ง

ทั้งนี้ การทำนาเพื่อปลูกข้าวไว้กินเองเป็นเรื่องราววิถีชีวิต พร้อมๆ กับการทำประมง เพื่อหารายได้ แต่ข้าวที่ปลูกขายได้ราคาถูกมาก ถ้าเอาข้าวไปแลกกับสิ่งอื่นหรือไปขายจะได้ไม่คุ้มกับการยังชีพ จึงมีคำกล่าวของชาวบ้านที่นี่ว่า “ทำงานเอาเงินซื้อสารดีกว่า” (สารหมายถึงข้าวสาร) ความหมายคือ ทำงานแล้วเอาเงินมาซื้อข้าวกินดีกว่า เพราะทำงานอย่างอื่นได้เงินมากกว่า การทำนาจึงลดน้อยลงและบ้างก็ใช้ที่นาในการปลูกพืชอย่างอื่นเพิ่มมากขึ้น ซึ่งในพื้นที่ทำนาแห่งนี้เป็นแหล่งทำนาสุดท้ายในเกาะกลางต.คลองประสงค์ โดยเกษตรกรมีความต้องการอนุรักษ์ไว้ เพื่อปลูกข้าวสำหรับบริโภคภายในเกาะ แต่ทุกปีเกษตรกรจะประสบปัญหาน้ำทะเลหนุนพื้นที่นาสร้างความเสียหายเสมอ จึงมอบหมายให้ศูนย์วิจัยข้าวกระบี่ เร่งดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาให้เกษตรกร โดยสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าว พันธุ์สังข์หยด และพันธุ์ทับทิมชุมแพที่ข้าวทั้งสองพันธุ์นี้เป็นพันธุ์ที่มีความเหมาะสมต่อสภาพพื้นที่ให้เกษตรกรได้ลองปลูก