Jetts Fitness คว้าทำเลทอง’ศรีราชา’ลุยคอมมูนิตี้คนรักสุขภาพภาคตะวันออก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/706610

Jetts  Fitness คว้าทำเลทอง'ศรีราชา'ลุยคอมมูนิตี้คนรักสุขภาพภาคตะวันออก

Jetts Fitness คว้าทำเลทอง’ศรีราชา’ลุยคอมมูนิตี้คนรักสุขภาพภาคตะวันออก

วันพุธ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2566, 15.09 น.

กว่า 6 ปี กับแนวคิดการสร้างแบรนด์ Jetts Fitness ให้เป็นคลับในการออกกำลังกายที่สามารถตอบโจทย์สมาชิกได้อย่างครบวงจร ในแบบคอมมูนิตี้ของคนรักสุขภาพ ล่าสุด เจ็ทส์ ฟิตเนส จับมือพันธมิตรยักษ์ใหญ่อย่าง Central Group รุกทำเลภาคตะวันออก ใจกลางเมืองศรีราชา ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ศรีราชา เปิดสาขาที่  40  ในประเทศไทย และถือเป็นฟิตเนสที่มีสาขามากที่สุดในประเทศ  

มร.ไมค์ แลมป์ ผู้บริหารสูงสุดของ ฟิตเนส แอนด์ ไลฟ์ สไตล์กรุ๊ป ประเทศไทย (FLG)  กล่าวว่า “หลังจากที่เราเปิดตัวคลับที่เซ็นทรัลจันทบุรีเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ถือว่ากระแสตอบรับดีเกินกว่าที่เราคาดหมายไว้มาก จนมาต้นปีนี้ เราได้เปิดคลับใหม่ที่ศรีราชาถือว่าเป็นอีกสาขาบนภาคตะวันออกที่ใช้เวลาในการเปิดใกล้กันมากและใช้เวลาในการทดลองให้บริการเพียงระยะสั้นๆ ก็มีจำนวนสมาชิกถึง 800 คน ตัวคลับของที่นี่มีขนาดพื้นที่มากกว่า 1,100 ตารางเมตร ซึ่งใหญ่กว่าคลับปกติของเจ็ทส์ ฟิตเนสถึง 35 เปอร์เซ็นต์ สามารถรองรับสมาชิกชาวศรีราชาและพื้นที่ใกล้เคียงได้อย่างลงตัว มีความพรีเมี่ยมในเรื่องของบรรยากาศและอุปกรณ์มาตรฐานของฟิตเนสระดับโลก และราคาก็ยังคงเป็นราคาปกติ คือเริ่มต้นที่เดือนละ 1,500 บาท (US$43 / £35) และที่พิเศษของสาขานี้อีกจุดคือ ส่วนของเพลย์กราวด์สำหรับฝึกฟังก์ชันนอล ที่มีพื้นที่กว่า 100 ตารางเมตร สามารถมาใช้พื้นที่ตรงจุดนี้เพื่อการฝึกส่วนตัว หรือฝึกกับเทรนเนอร์หลาย ๆ กลุ่มพร้อมกันได้อย่างสะดวก และยังมีในส่วนของสนามหญ้าเทียม และอุปกรณ์ออกกำลังกาย ทั้งคอร์แบ็ก ดัมเบล และ เคทเทิลเบล ซึ่งทั้งหมดนี้โดยปกติแล้วจะมีแค่ที่เจ็ทส์ แบล็กเท่านั้น เรียกได้ว่าสาขาศรีราชาเป็น เจ็ทส์ ฟิตเนส 24 ชั่วโมงแห่งแรก ที่มาพร้อมกับเพลย์กราวด์แบบพรีเมี่ยมครบชุด รวมไปถึงคลาสการออกกำลังที่ฮิตมาก อย่าง J Series ที่เป็นจุดเด่นของเจ็ทส์ ฟิตเนส หรือ คลาสแบบกลุ่มโดยใช้วิธีการ HIIT บนพื้นที่ออกกำลังกายแบบฟรีเวท และห้องสตูดิโอสำหรับคลาสออกกำลังกายขนาดใหญ่ที่สามารถจุคนได้ถึง 50 คน  ซึ่งทั้งหมดนี้ก็ต้องขอบคุณพันธมิตรที่ดีของเราอย่าง Central Group  ด้วย ที่ช่วยดูแลในเรื่องทำเลที่ดีให้กับเจ็ทส์ เรามั่นใจว่า ภายใน 6 เดือนหลังจากการเปิดตัว จำนวนสมาชิกของเราจะพุ่งไปถึง 1,500 คน อย่างแน่นอน และแผนในปี 2566 นี้  เป้าที่ 45 คลับ คงไม่ใช่เรื่องยาก เพราะ เราเชื่อมั่นว่าด้วยจำนวนประชากรกว่า 60 ล้านคน ในประเทศไทย และ 10 ล้านคนในกรุงเทพมหานคร เรามีโอกาสไปได้ถึง 100 คลับ ในอนาคตอย่างแน่นอน”

ผอ.ฟ้า มอบทุนการศึกษาแก่เด็กที่ขาดแคลน พร้อมช่วยเหลือเด็กกำพร้า-พิการ รร.เจริญดีวิทยา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/706560

ผอ.ฟ้า มอบทุนการศึกษาแก่เด็กที่ขาดแคลน พร้อมช่วยเหลือเด็กกำพร้า-พิการ รร.เจริญดีวิทยา

ผอ.ฟ้า มอบทุนการศึกษาแก่เด็กที่ขาดแคลน พร้อมช่วยเหลือเด็กกำพร้า-พิการ รร.เจริญดีวิทยา

วันพุธ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2566, 13.24 น.

น.ส.พรทิพา สุพัฒนุกูล หรือผอ.ฟ้า ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ฟ้าให้ทีวี ช่อง160 พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร เดินทางมาร่วมงานวันเด็กแห่งชาติที่โรงเรียนเจริญดีวิทยา ลำลูกกา ปทุมธานี  โดยมอบของขวัญวันเด็กเป็นเงินสดจำนวน 20 รางวัล รางวัลละ 1,000 บาท รวม 20,000 บาท และ เงินสดจำนวน 500 บาท 5 รางวัล  พร้อมทั้งมอบทุนการศึกษาให้กับโรงเรียนเจริญดีวิทยาอีกจำนวน 50,000 บาท โดยมี น.ส.เหมือนฝัน จันทร์ประสิทธ์ ผู้อำนวยการสถานศึกษาโรงเรียนเจริญดีวิทยา เป็นผู้รับมอบ พร้อมกล่าวขอบคุณผอ.ฟ้า ที่ให้เกียรติมาร่วมงาน และที่สำคัญท่านได้มีจิตศัทธาในการมอบทุนการศึกษาให้กับทางโรงเรียนเป็นเงินจำนวน 50,000 บาท โดยทางโรงเรียนจะนำเงินจำนวนดังกล่าวไปมอบให้กับเด็กนักเรียนที่เรียนดี ประพฤติดี และเด็กที่ขาดแคลนอุปกรณ์การเรียน เสื้อผ้า โดยเด็กเหล่านี้จะมีการพิจารณาและคัดเลือกจากคณะครูอีกทีหนึ่ง 

ทางด้าน  ผอ.ฟ้า กล่าวว่า ได้ทราบข่าวจากครูนิวว่า ที่โรงเรียนมีเด็กนักเรียนที่ด้อยโอกาสเยอะมาก จึงอยากให้ผอ.ฟ้า มาช่วย ซึ่งก็ได้รับเรื่องไว้ และพร้อมจะช่วยเหลือ โดยโรงเรียนได้จัดงานวันเด็กแห่งชาติจึงถือโอกาสเดินทางมามอบทุนให้ทางโรงเรียนจำนวน 50,000 บาท และของขวัญเงินสดให้กับเด็กๆอีกจำนวนเงิน 20,000 บาท 20 คนๆละ 1000 บาท และ 500 บาท 5 คน ซึ่งตนได้กล่าวให้กำลังใจเด็กๆ และขอให้เด็กทุกคนตั้งใจเรียนหนังสือ เป็นเด็กดีของคุณพ่อคุณแม่ และ ขอให้เติบโตเป็นอนาคตที่ดีของประเทศชาติ ต่อไป

ทั้งนี้ ผอ.ฟ้า ยังได้มอบเงินสดอีกจำนวน 3,000 บาทให้กับน้องพรรณรักษ์ จันถึก อายุ 19 ซึ่งเป็นเด็กพิการตั้งแต่กำเนิด ซึ่งได้มาร่วมงานวันเด็กด้วย โดยน้องพรรณรักษ์ รู้สึกดีใจและกล่าวขอบคุณ ผอ.ฟ้า ที่ทั้งสวยและใจดีมาก 

จากนั้น ผอ.ฟ้า ได้ทราบข่าวจากคุณครูว่ามีเด็กกำพร้า ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ทางบ้านฐานะยากจน อาศัยอยู่กับคุณยาย คือ ด.ช.อติวัฒน์ โพธิ์นาค นักเรียนชั้น ป6/3 โดยทาง ผอ.ฟ้า พร้อมคณะผู้บริหารได้เดินทางมาที่บ้านหลังดังกล่าว พร้อมมอบเงินช่วยเหลือจำนวน 5,000 บาท  โดย ด.ช.อติวัฒน์ อาศัยอยู่กับคุณยายลัดดา รอเซ็น ถูกพ่อแม่ ทิ้งตั้งแต่เด็กๆ ถือว่าเป็นเด็กที่ยากจนพิเศษ ซึ่ง ผอ.ฟ้า ได้กล่าวว่า ที่เดินทางมาที่บ้านของน้องอติวัฒน์เพื่อต้องการมาเยี่ยมเยียนเป็นกำลังใจและให้การช่วยเหลือ พอมาเห็นสภาพความเป็นอยู่ก็ยิ่งสงสารจับใจ โดยบ้านที่อาศัยอยู่ก็ไม่ใช่บ้านตัวเอง จึงอยากจะดูแลและช่วยเหลือเด็กที่ด้อยโอกาส ตนได้สอบถามเด็กและทางคุณยายว่า อยากจะให้ช่วยเหลืออะไรเพิ่มเติมก็บอกได้ พร้อมที่จะช่วย โดยเบื้องต้นได้มอบเงินให้ 5,000 บาท ส่วนอีก 1,000 บาท เป็นเงินที่น้องได้จากเงินรางวัลที่ตัวเองแจก ซึ่งน้องก็ได้มอบให้คุณยายไปแล้ว ตนเชื่อว่าเด็กคนนี้มีความกตัญญู และโตขึ้นต้องเป็นเด็กดีที่มีคุณภาพในอนาคตแน่นอน

-(016)

รายการ LIFE VARIETY : พระสมุห์ธีรภัทโธ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดอ่างศิลา จ.ชลบุรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/706550

รายการ LIFE VARIETY : พระสมุห์ธีรภัทโธ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดอ่างศิลา จ.ชลบุรี

วันพุธ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2566, 12.41 น.

พระสมุห์ธีรภัทโธ  ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดอ่างศิลา จ.ชลบุรี

ออกอากาศวันเสาร์ที่ 14 มกราคม 2566 ทาง NBT 2HD ช่องหมายเลข 2 เวลา 14.05 – 14.30 น.

ชวนเสริมทรัพย์ รับโชค ต้อนรับปีเถาะ กับป๊อปอัพสโตร์สุดคูล JOY LUCK LOVE 2023

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/706410

ชวนเสริมทรัพย์ รับโชค ต้อนรับปีเถาะ กับป๊อปอัพสโตร์สุดคูล JOY LUCK LOVE  2023

ชวนเสริมทรัพย์ รับโชค ต้อนรับปีเถาะ กับป๊อปอัพสโตร์สุดคูล JOY LUCK LOVE 2023

วันพุธ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เอ็มโพเรียม ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ และ เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน ชวนเสริมพลังเฮงรอบด้านกับเทศกาลตรุษจีนปีเถาะรับพลังสุดปังตลอดปีกระต่ายทอง พร้อมสัมผัสไฮไลท์กับป๊อปอัพสโตร์สุดคูล ในกิจกรรม JOY LUCK LOVE 2023 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ร้านชำนำเฮง” คัดสรรหลากหลายไอเทมสินค้าคอลเลคชั่นพิเศษเสริมพลังความเฮง ทั้งแฟชั่น, บิวตี้, ไลฟ์สไตล์สินค้านำโชคเสริมดวงของแต่ละนักษัตร โดยหมอบอย เคลียร์ชัด จาก HOROSOCIETY รวมถึงกิจกรรมมูเตลูสุดคูล ตั้งแต่วันนี้-1 กุมภาพันธ์ 2566 

สำหรับกิจกรรม JOY LUCK LOVE 2023 ในปีนี้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการรังสรรค์ประสบการณ์ มูเตลูรูปแบบใหม่ใจกลางห้างที่เอ็มโพเรียม ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์และเดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน ให้เป็นดินแดนแห่งสวรรค์ของโชคลาภ ภายในพื้นที่พบกับไฮไลท์“ร้านชำ นำเฮง” ที่รวบรวมสินค้ามาเสริมพลังแห่งความเฮงทั้ง 12 นักษัตร คัดสรรตามตารางมงคลปี 2566 โดย หมอบอย เคลียร์ชัดจาก HOROSOCIETY พร้อมจัดโซนมาให้เลือกช้อปครบทุกไอเทม เสริมพลังเฮงทั้งความรักการงาน และสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าแฟชั่นนำโชคและสินค้าไลฟ์สไตล์เสริมดวง อาทิ กลุ่มสินค้าแฟชั่น และไลฟ์สไตล์  ได้แก่  VICTEERUT, PATTRIC BOYLE, VANILLIN, PANDORA, KINTO, PUNPURI, ERB กลุ่มสินค้าบิวตี้ ได้แก่ LA MER,ESTEE LAUDER, SULWHASOO รวมถึงสินค้าคอลเลคชั่นพิเศษจากแบรนด์ดังอีกมากมาย  

พิเศษรับสิทธิ์ดูดวงกับนักพยากรณ์ชื่อดังจาก HOROSOCIETY ตั้งแต่ เวลา 13.00-19.00 น. อาทิ สาขาเอ็มโพเรียม ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์วันที่ 28 ม.ค. 2566 พบกับหมอฝ้ายThe Magic Queen, วันที่ 29 ม.ค.2566 พบกับ หมอท็อป ซีเคร็ทส่วนที่สาขาเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์งามวงศ์วาน เพียงช้อปครบ 4,000 บาทขึ้นไป จากแผนกที่ร่วมรายการ สามารถรับปฏิทินสายมู ปักหมุดฤกษ์มงคล มูลค่า 990 บาท และรับอั่งเปามหาเฮง มูลค่าสูงสุด 500 บาท สำหรับซื้อสินค้าที่แผนก MEN’S FASHION, WOMEN’S FASHION,LINGERIE SALON,THE LIVING เท่านั้นคูปองสามารถใช้ได้ตั้งแต่วันนี้-วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2566  

ช้อปรับพลังเฮง รับปีเถาะกับกิจกรรม JOY LUCK LOVE 2023 : ร้านชำ นำเฮง  ได้แล้ววันนี้ที่ E-SPACE ชั้น 2 เอ็มโพเรียมดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ และที่PROMOTION 1 ชั้น 1 เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน

ททท. และแอร์เอเชีย ชวนเปิดประสบการณ์ เมืองรองมิรู้ลืม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/706412

ททท. และแอร์เอเชีย ชวนเปิดประสบการณ์ เมืองรองมิรู้ลืม

ททท. และแอร์เอเชีย ชวนเปิดประสบการณ์ เมืองรองมิรู้ลืม

วันพุธ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ททท. ร่วมกับ แอร์เอเชีย เปิดตัวแคมเปญ “เมนูเปิดประสบการณ์ใหม่ เมืองรองมิรู้ลืม” ชวนเที่ยวเมืองไทยสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวรูปแบบใหม่กับสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายในเมืองรอง ชูเอกลักษณ์ของเมนูอาหารถิ่น ในแต่ละภูมิภาคทั่วประเทศบัตรโดยสารราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 888 บาทต่อเที่ยวบิน สำรองที่นั่งได้ ตั้งแต่วันนี้-วันที่ 29 มกราคม 2566

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยนายสันติสุข คล่องใช้ยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินไทยแอร์เอเชีย และ เขื่อน-ภัทรดนัย ศิลปินชื่อดังแถลงข่าวเปิดตัวแคมเปญ “เมนูเปิดประสบการณ์ใหม่ เมืองรองมิรู้ลืม” ชวนเที่ยวเมืองไทยสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวรูปแบบใหม่กับสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายในเมืองรอง ชู Soft Power เอกลักษณ์ของเมนูอาหารถิ่น (Local Food) สะท้อนอัตลักษณ์แต่ละภูมิภาคทั่วประเทศ จากการสร้างการรับรู้สู่การเดินทางจริงผ่านประสบการณ์ ภาพจำ ความรู้สึก และรสชาติอาหารท้องถิ่นที่คุ้นเคยเชื่อมโยงกับเรื่องราวบรรยากาศการเดินทางท่องเที่ยว และประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้การท่องเที่ยวเมืองรองให้ยังคงเป็นกระแสท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เกิดการกระจายตัวการเดินทางท่องเที่ยวและรายได้จากเมืองหลักสู่พื้นที่เมืองรองทั่วประเทศตามแนวทางของรัฐบาลในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจด้วยการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ เป็นการดำเนินงานภายใต้โครงการ “เปิดประสบการณ์ใหม่ เที่ยวเมืองรองมิรู้ลืม” เพื่อเป็นการกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวเมืองรอง ผ่านการนำเสนอเมนูประสบการณ์ใหม่ในการเดินทางท่องเที่ยว โดยร่วมกับสายการบินแอร์เอเชีย มอบบัตรโดยสารราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 888 บาทต่อเที่ยวบิน บินตรงสู่ 15 จังหวัดเมืองรอง (จังหวัดเชียงราย น่าน พิษณุโลก นครศรีธรรมราช ตรัง ระนอง ชุมพร นราธิวาส อุดรธานี อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด นครพนม สกลนคร บุรีรัมย์ และเลย)

สนใจสามารถสำรองที่นั่งได้แล้ววันนี้-29 มกราคม 2566 โดยเดินทางได้ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์-30
กันยายน 2566

OLIVER PEOPLES แว่นตาดีไซน์สุดคลาสสิก เปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ แรงบันดาลใจจากสไตล์ยุค1960

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/706379

OLIVER PEOPLES แว่นตาดีไซน์สุดคลาสสิก  เปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ แรงบันดาลใจจากสไตล์ยุค1960

OLIVER PEOPLES แว่นตาดีไซน์สุดคลาสสิก เปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ แรงบันดาลใจจากสไตล์ยุค1960

วันพุธ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

Oliver Peoples (โอลิเวอร์ พีเพิ้ล) แบรนด์แว่นตาชื่อดังจากลอสแองเจลิส แคลิฟอร์เนียตอนใต้ แบรนด์ที่นำเสนอไลฟ์สไตล์อันเป็นแรงบันดาลใจ หรูหราและทันสมัย เปิดตัวคอลเลคชั่น Nineteen Sixties ประจำฤดูใบไม้ร่วงปี 2022 นำเสนอแว่นตาคอลเลคชั่นใหม่สไตล์ยุค 1960 ที่ได้แรงบันดาลใจจากบุคคลสำคัญในวัฒนธรรมป๊อปยุค 60
ที่เปี่ยมไปด้วยพลัง พร้อมถ่ายทอดจิตวิญญาณที่อยู่เบื้องหลังผ่านกรอบแว่นสไตล์วินเทจของ Oliver Peoples

คอลเลคชั่น Nineteen Sixties ของ Oliver Peoples มาจากเสน่ห์ของการเดินทางทางอากาศในช่วงทศวรรษที่มีความโดดเด่น การเล่าเรื่องเกิดขึ้นที่ TWA Flight Terminal ที่มีชื่อเสียง ซึ่งถ่ายทอดเรื่องราวผ่านแคมเปญกับตัวละครที่มีเสน่ห์อันน่าดึงดูด เริ่มต้นด้วยเหล่านักเดินทางโดยเครื่องบินเจ็ตของ Oliver Peoples ได้หวนกลับไปสู่ยุคทองของการเดินทางในยุค 1960 ความตื่นเต้นในการเดินทาง และรากฐานของความเป็นยุค 1960 โดยถ่ายทอดออกมาอย่างทันสมัย ชวนให้นึกถึงอดีตแต่ก็เข้ากับคนยุคปัจจุบัน

แว่นตารุ่นเด่นของคอลเลคชั่น นี้ Cassavet มีจุดเด่นอยู่ที่เลนส์ทรงกลมขนาดใหญ่พร้อมขาเชื่อม กรอบอะซิเตททำมุมเอียง และขาแว่นที่มีแกนเส้นลวดมีลวดลายเฉพาะตัว แผ่นโลหะและบานพับแบบพิเศษ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากลวดลายที่พบในหนังสือโบราณ ส่วนแว่นตารุ่น Merceaux เป็นแว่นทรงเหลี่ยมที่มีสะพานแบบอานม้า รวมถึงเส้นทำมุมที่สร้างโครงแว่นทรงเหลี่ยมที่เด่นชัด ทั้งสองมาพร้อมกับเลนส์กระจกของ Oliver Peoples ในกรอบอะซิเตททั้งสองรุ่นเป็นแว่นที่มีรายละเอียดพิเศษเฉพาะตัว ได้แรงบันดาลใจมาจากสิ่งต่างๆในยุค 1960 ลุคนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากศิลปิน นักดนตรี และนักเขียนที่โด่งดังที่สุดในยุคนั้น

นอกจากนี้ ยังมีกรอบแว่นตารุ่นใหม่ ฝีมืออันประณีตแบบญี่ปุ่นอย่างรุ่น TK-6 และ TK-7 ดีไซน์ของสองรุ่นนี้เป็นการปรับจากกรอบแว่นทรงกลมแบบวินด์เซอร์ และมีความโดดเด่น แว่นทรงวินด์เซอร์เป็นแว่นแบบย้อนยุคที่เห็นได้ในแว่นตาของ Oliver Peoples ทั้งในอดีตและปัจจุบัน ส่วนมากจะมีกรอบรอบเลนส์ และมีการเล่นสีบนกรอบโลหะ ในครั้งนี้แว่นทรงวินด์เซอร์นำมาออกแบบใหม่ให้แตกต่าง โดยมีแกนและสะพานที่กึ่งไร้กรอบรายละเอียดต่างๆ ของแว่นทรงวินด์เซอร์ยังคงเห็นได้ในแว่นตารุ่นนี้ และมีสะพานไทเทเนียมตกแต่งลวดลายฟิลิกรีเพื่อสร้างความแตกต่างและตัดกับพื้นที่โล่งด้านล่างของโครงกึ่งไร้กรอบ เป็นการผสานวัสดุที่ต่างกันเพื่อสร้างความสมดุลที่ลงตัว โดยแว่นตา TK-6 มีให้เลือก 2 ทรงสไตล์วินเทจ เลนส์เป็นทรงกลม ส่วนรุ่น TK-7 มีมุมเล็กน้อยทำจากไทเทเนียมและผลิตในประเทศญี่ปุ่นแนวคิดมินิมัลเป็นหัวใจของการออกแบบก้านขาแว่นตาน้ำหนักเบา พร้อมปลายที่มีน้ำหนัก ซึ่งเป็นรายละเอียดพิเศษสำหรับซีรี่ส์นี้

พบกับ Oliver Peoples แว่นตาสุดไอคอนนิคที่ตอบโจทย์ในเรื่องของดีไซน์ คุณภาพ ที่มาพร้อมความคลาสสิกและหรูหราให้กับคนทุกสมัย

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงเปิดนิทรรศการ ‘คิดถึง ถวัลย์ ดัชนี’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/706435

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  ทรงเปิดนิทรรศการ ‘คิดถึง ถวัลย์ ดัชนี’

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงเปิดนิทรรศการ ‘คิดถึง ถวัลย์ ดัชนี’

วันพุธ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังหอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เขตพระนคร ทรงเปิดนิทรรศการ “คิดถึง ถวัลย์ ดัชนี” ซึ่งจัดแสดงผลงานศิลปะในมิติต่างๆ ที่สะท้อนชีวิตของอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี ตั้งแต่ปี 2482-2557 รวม 75 ปี จากมุมมองของคนที่รักและคิดถึง โดยนำเสนอเรื่องราวชีวิตส่วนตัวที่ได้รับการถ่ายทอดผ่านการจำลองพื้นที่ส่วนต่างๆ ภายในบ้านนวธานี อาทิ ห้องนอนห้องนั่งเล่น และห้องทำงาน รวมถึงผลงานที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน อย่างภาพวาดการ์ตูนที่วาดทับลงไปบนกระดาษหนังสือพิมพ์ หรือเอกสารเหลือทิ้ง รวมถึงการต่อยอดดัดแปลง เรื่องราวชีวิตและการอุทิศตนให้กับการทำงานศิลปะจวบจนวาระสุดท้าย เพื่อเป็นแรงบันดาลใจ และเป็นแบบอย่างให้กับคนรุ่นหลัง นอกจากนี้ ยังจัดแสดงชุดเสื้อผ้า และเครื่องแต่งกายของอาจารย์ถวัลย์ที่ใส่ในโอกาสสำคัญและในชีวิตประจำวัน ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ถ.ราชดำเนินกลาง เมื่อวันศุกร์ที่ 20 มกราคม 2566 โอกาสนี้ ทอดพระเนตรการแสดงแฟชั่นโชว์ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจในการนำผลงานศิลปะของอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี มาออกแบบสร้างสรรค์เป็นเครื่องแต่งกาย โดยดีไซเนอร์ผู้ก่อตั้งแบรนด์ NAGARA จำนวน 52 ชุด

จุดเริ่มต้นของนิทรรศการ เกิดจากความคิดถึงที่ ทิพย์ชาติ วรรณกุล หรือป้าอ๊อด ที่เป็นทั้งเพื่อนสนิทและคู่ชีวิต มีต่อ ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ประจำปีพ.ศ. 2544 ผู้ได้สร้างสรรค์ผลงานอันทรงคุณค่ามีเอกลักษณ์ เป็นที่ยกย่องทั้งในและต่างประเทศทั้งยังได้สร้างคุณูปการมากมายต่อวงการศิลปะไทยในนิทรรศการครั้งนี้ นอกจากเป็นการแสดงผลงานศิลปะที่สะท้อนชีวิตของถวัลย์ ดัชนี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2482-2557 แล้ว ยังสะท้อนความเป็นอยู่ความนึกคิด และอารมณ์ขัน ผ่านการจำลองห้องทำงาน ห้องนั่งเล่น และห้องนอน รวมทั้งภาพร่าง ภาพวาดการ์ตูน และของสะสม ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงาน นอกจากนี้ ยังแสดงแง่มุมที่มีความละเอียดอ่อนในหลายมิติของท่าน ไม่ว่าจะเป็นภาพวาดหรือบทกวีที่ผสมผสานออกมาในเนื้องาน รวมถึงการนำผลงานมาเป็นแรงบันดาลใจ ในการออกแบบสร้างสรรค์เป็นเครื่องแต่งกาย โดย นคร สัมพันธารักษ์ ดีไซเนอร์ระดับตำนานแห่ง แบรนด์ นาการ่า และจากการจัดเวทีเสวนาองค์ความรู้เกี่ยวกับงานศิลปะโดยศิลปินและนักวิชาการ นับเป็นเวลา 8 ปีแล้ว ที่วงการศิลปะสูญเสียศิลปินชั้นบรมครู แต่ผลงานทางศิลปะยังคงเป็นตัวแทนที่แสนงดงามอยู่ในใจบรรดาลูกศิษย์และผู้ชมอยู่เสมอ

ร่วมชื่นชมผลงานและคลายความคิดถึงถวัลย์ ดัชนี ราชาแห่งผืนผ้าใบ ในแง่มุมที่ไม่เคยมีใครได้เห็นมาก่อนในนิทรรศการ “คิดถึง ถวัลย์ ดัชนี” จัดแสดงถึง 25 เมษายน 2566 ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ถนนราชดำเนินกลาง เปิดให้เข้าชมทุกวัน (ปิดวันพุธ) เวลา 10.00-19.00 น.

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ทรงเปิดนิทรรศการ “คิดถึง ถวัลย์ ดัชนี”

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ทรงเปิดนิทรรศการ “คิดถึง ถวัลย์ ดัชนี”

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราช
กุมารี พระราชทานฉายพระฉายาลักษณ์ร่วมกับ (นั่งซ้าย) สุภัททา สังสิทธิ, ณินทิรา
โสภณพนิช, คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช, ชัย โสภณพนิช, ทิพย์ชาติ วรรณกุล,
สมอร วงศ์เมือง, สุภาภรณ์ อธิรกุล, สุกัญญา ปุณหวันลี้ตระกูล (ยืนจากซ้าย)
อ.ปัญญา วิจินธนสาร ศิลปินแห่งชาติ, พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง, อภิชาต รมยะรูป,
วิทิต ลีนุตพงษ์, พงศา อธิรกุล, ปรีชา ส่งวัฒนา, อนุโรจน์ จันทร์โพธิ์ศรี

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราช กุมารี พระราชทานฉายพระฉายาลักษณ์ร่วมกับ (นั่งซ้าย) สุภัททา สังสิทธิ, ณินทิรา โสภณพนิช, คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช, ชัย โสภณพนิช, ทิพย์ชาติ วรรณกุล, สมอร วงศ์เมือง, สุภาภรณ์ อธิรกุล, สุกัญญา ปุณหวันลี้ตระกูล (ยืนจากซ้าย) อ.ปัญญา วิจินธนสาร ศิลปินแห่งชาติ, พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง, อภิชาต รมยะรูป, วิทิต ลีนุตพงษ์, พงศา อธิรกุล, ปรีชา ส่งวัฒนา, อนุโรจน์ จันทร์โพธิ์ศรี

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทอดพระเนตรภายในนิทรรศการ “คิดถึง ถวัลย์ ดัชนี”

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทอดพระเนตรภายในนิทรรศการ “คิดถึง ถวัลย์ ดัชนี”

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทอดพระเนตรภายในนิทรรศการ “คิดถึง ถวัลย์ ดัชนี”

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทอดพระเนตรภายในนิทรรศการ “คิดถึง ถวัลย์ ดัชนี”

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทอดพระเนตรภายในนิทรรศการ “คิดถึง ถวัลย์ ดัชนี”

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทอดพระเนตรภายในนิทรรศการ “คิดถึง ถวัลย์ ดัชนี”

คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช, ชัย โสภณพนิช, สุภัททา สังสิทธิ, วิทิต-ศุลีรัตน์ ลีนุตพงษ์

คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช, ชัย โสภณพนิช, สุภัททา สังสิทธิ, วิทิต-ศุลีรัตน์ ลีนุตพงษ์

ทิพย์ชาติ วรรณกุล กับ สุภาภรณ์ อธิรกุล, สมอร
วงศ์เมือง, พงศา อธิรกุล

ทิพย์ชาติ วรรณกุล กับ สุภาภรณ์ อธิรกุล, สมอร วงศ์เมือง, พงศา อธิรกุล

ฉลองเทศกาลตรุษจีน กินแบบไหนให้ไร้โรค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/706403

ฉลองเทศกาลตรุษจีน กินแบบไหนให้ไร้โรค

ฉลองเทศกาลตรุษจีน กินแบบไหนให้ไร้โรค

วันพุธ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ยังอยู่ในช่วงของการเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีน ที่นิยมรับประทานอาหารนอกบ้านพร้อมหน้าพร้อมตากันในครอบครัว แต่ของอร่อยๆ เหล่านี้ หากรับประทานมากเกินพอดีโรคภัยอาจจะถามหาโดยที่ไม่รู้ตัว

พ.ต.นพ.ภควัต ตั้งจาตุรนต์รัศมี แพทย์ทางด้านโภชนาการ โรงพยาบาลเวชธานี เปิดเผยว่า อาหารในช่วงเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีน ส่วนใหญ่จะเน้นเมนูพวกเนื้อสัตว์ อาหารที่ทำจากแป้ง และอาหารที่ใช้น้ำมันเยอะเมื่อรับประทานประเภทนี้มากเกินไปจะส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว โดยเฉพาะในกลุ่มของผู้สูงอายุ เมื่อรับประทานเนื้อสัตว์มากเกินไปจะส่งผลต่อระบบการย่อยอาหาร ทำให้ย่อยยาก ท้องอืดและท้องผูก ส่วนอาหารที่มีรสหวาน มัน เค็มอาจกระตุ้นอาการของโรคบางชนิด เช่น โรคอ้วน โรคไต ความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด และโรคมะเร็ง

“การรับประทานอาหาร ควรรับประทานอาหารในสัดส่วนที่เหมาะสม เริ่มจากเนื้อสัตว์ควรบริโภคในปริมาณที่ไม่มากจนเกินไป ควรเลือกเนื้อสัตว์ที่ย่อยง่าย เช่น ปลานึ่ง ไก่ต้มหลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ที่ติดมัน เช่น หมูสามชั้นหนังสัตว์ และหากต้องนำอาหารที่เหลือจากการไหว้ไปประกอบอาหาร ควรเลี่ยงวิธีการทอดหรือการใช้น้ำมันมากๆ ให้ใช้วิธีการนึ่ง ต้ม หรือผัดด้วยน้ำแทนจะดีกว่า หรือเลือกใช้น้ำมันที่ดีสุขภาพ เช่น น้ำมันรำข้าว น้ำมันคาโนล่า ส่วนขนมไหว้ต่างๆ เช่น ขนมถ้วยฟู ขนมเข่ง ขนมเทียนควรรับประทานให้น้อยเพราะมีแป้ง ไขมันและน้ำตาลในปริมาณที่ค่อนข้างมาก” พ.ต.นพ.ภควัต แนะนำ

นอกจากนี้ เพื่อเป็นการช่วยกระตุ้นระบบขับถ่ายให้ทำงานดีขึ้นลดความเสี่ยงต่อการท้องผูก ควรเพิ่มสัดส่วนการรับประทานผัก ผลไม้ และธัญพืชให้มากขึ้น เนื่องจากมีวิตามิน เกลือแร่ มีกากใยอาหารสูง และอาหารที่เหลือควรรีบบริโภคอาหารให้หมดในคราวเดียว เพราะคุณค่าทางโภชนาการจะลดลงเมื่อแช่ตู้เย็นไว้นาน และอาจจะเสี่ยงต่อการท้องร่วงได้เมื่อนำมารับประทานอีกครั้ง

แม้ว่าอาหารในช่วงฉลองเทศกาลตรุษจีนหลายชนิดจะมีความอร่อย แต่หากรับประทานในปริมาณที่ไม่เหมาะสมก็อาจให้โทษต่อร่างกาย การเลือกรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีจึงเป็นสิ่งสำคัญ เป็นการป้องกันไม่ให้เกิดโรคต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตได้

ซีพีเอฟ ร่วมพัฒนานักนวัตกรรมเยาวชนไทยรุ่นใหม่ ก้าวสู่ผู้นำนวัตกรรมด้านอาหารในระดับภูมิภาค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/706385

ซีพีเอฟ ร่วมพัฒนานักนวัตกรรมเยาวชนไทยรุ่นใหม่  ก้าวสู่ผู้นำนวัตกรรมด้านอาหารในระดับภูมิภาค

ซีพีเอฟ ร่วมพัฒนานักนวัตกรรมเยาวชนไทยรุ่นใหม่ ก้าวสู่ผู้นำนวัตกรรมด้านอาหารในระดับภูมิภาค

วันพุธ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ หนุนพัฒนาศักยภาพเยาวชนไทย ก้าวสู่
นักพัฒนานวัตกรรมอาหารบนเวทีระดับสากล ร่วมถ่ายทอดความเชี่ยวชาญแก่เยาวชนไทย ประสบความสำเร็จคว้า
2 รางวัลจากเวทีการแข่งขันนวัตกรรมอาหารจากพืชในระดับภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ปี 2565 (The ProVeg Food
Innovation Challenge APAC 2022) ต่อยอดสร้างสตาร์ทอัพ และนักนวัตกรรมรุ่นใหม่พัฒนาเมนูอาหารแห่งอนาคต ตอบโจทย์ผู้บริโภคทั้งด้าน ความอร่อยสุขภาพ สวัสดิภาพสัตว์ และสิ่งแวดล้อม

ดร.ลลานา ธีระนุสรณ์กิจ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านนวัตกรรมอาหารและความสัมพันธ์องค์กร ซีพีเอฟ กล่าวว่า บริษัทร่วมเป็นพันธมิตรกับ ProVeg ซึ่งเป็นองค์กรระดับภูมิภาคด้านอาหารที่สนับสนุนการผลิตเนื้อจากพืช (Plant based meat) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 สนับสนุนการยกระดับอุตสาหกรรมอาหาร พร้อมสนับสนุนกิจกรรมการประกวด The ProVeg Food Innovation Challenge APAC 2022 ซึ่งศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหาร ซีพีเอฟ (CPF RD Center) เป็นผู้ให้คำปรึกษาและถ่ายทอดความรู้แก่ทีมที่ส่งผลงานร่วมประกวด เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญของซีพีเอฟนำมาต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ และร่วมขับเคลื่อนความมั่นคงทางอาหาร โดยในปีนี้ 2 ใน 3 ทีมที่ซีพีเอฟเป็นที่ปรึกษาจากผลงานที่ส่งเข้าประกวดรวม 179 ผลงาน จาก 16 ประเทศทั่วภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก สามารถคว้า 2 รางวัลจากเวทีนี้

ทั้งนี้ ซีพีเอฟ ได้ร่วมกำหนดหัวข้อในการสร้างสรรค์นวัตกรรม คือ การพัฒนาเมนูอาหารท้องถิ่นของชาวเอเชีย โดยใช้เนื้อจากพืช ที่มีรสสัมผัสเสมือนเนื้อจริง โดยนวัตกรจะต้องสร้างแบรนด์สินค้าของตัวเองและวางแผนการเปิดตัวสินค้าให้ครบถ้วน ซึ่งบริษัทจะร่วมเป็นโค้ชให้แก่นักศึกษาที่เข้ารอบ โดยการประชุมออนไลน์ร่วมกัน เพื่อติดตามความ
คืบหน้า ให้คำปรึกษาและช่วยแก้ปัญหาให้โครงการสำเร็จตามเป้าหมาย นอกจากนี้ โครงการที่เข้ารอบสุดท้ายมีโอกาสพัฒนาเพื่อนำออกขายในตลาดจริงในอนาคต เพื่อเป็นการสร้างนักนวัตกรรมรุ่นใหม่ เกี่ยวกับโปรตีนทางเลือกในเอเชีย-แปซิฟิก

ทั้งนี้ ทีม DE CRAB นิสิตปริญญาโท ของภาควิชาพัฒนาผลิตภัณฑ์ คณะอุตสาหกรรมเกษตร ม.เกษตรศาสตร์ ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 2 จากผลงาน “แกงคั่วเนื้อปูก้อนแพลนท์เบสใบชะคราม” ซึ่งเป็นการผสมผสานนวัตกรรมแพลนต์เบสเข้ากับอาหารพื้นบ้าน ขณะที่ ทีม Hi-Burger นักศึกษาจากสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศอันดับ 3 จากผลงานเบอร์เกอร์เนื้อจากพืช ที่เน้นใช้วัตถุดิบท้องถิ่น เช่น ขนุน บีทรูท และถั่วเหลือง และราดด้วยน้ำซอสสะเต๊ะ
ที่ให้รสกลมกล่อมแบบไทย โดยผลงานนี้ ยังได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมนำเสนอภายในงาน The UN Climate Change Conference (COP27) เวทีการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

“การแบ่งปันองค์ความรู้ และความเชี่ยวชาญแก่เยาวชนไทยของซีพีเอฟ ถือเป็นการสร้างนักนวัตกรรมไทยรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพ สามารถแข่งขันได้ในระดับโลก และมีโอกาสที่จะสามารถเติบโตไปเป็นสตาร์ทอัพในอนาคตได้
ให้มีความรู้และความเข้าใจอย่างรอบด้านในภาคอุตสาหกรรมอาหาร เพื่อเข้ามาร่วมกันพัฒนาอาหารแห่งอนาคต เช่น เมนูเนื้อจากพืชซึ่งได้รับความนิยมในหมู่ผู้บริโภคภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง และร่วมสร้างความมั่นคงทางอาหาร” ดร.ลลานา กล่าว

งาน The ProVeg Food Innovation Challenge APAC 2022 เป็นเวทีการประกวดเพื่อเฟ้นหานวัตกรที่มีความรู้ และความคิดสร้างสรรค์ในการพัฒนาเมนูอาหารเนื้อจากพืชที่ดีต่อสุขภาพและสร้างความยั่งยืนแก่สังคมและสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมการมีสุขภาพที่ดีของผู้บริโภคทั่วโลก

LIFE & HEALTH : เรียนรู้เรื่องนวัตกรรมเพื่อชีวิตที่ดีกว่า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/706405

LIFE & HEALTH :  เรียนรู้เรื่องนวัตกรรมเพื่อชีวิตที่ดีกว่า

LIFE & HEALTH : เรียนรู้เรื่องนวัตกรรมเพื่อชีวิตที่ดีกว่า

วันพุธ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ปัจจุบันในโลกนี้มีความท้าทายต่างๆ มากมาย เช่น เรื่องโรคระบาด ภาวะสงคราม เรื่องเศรษฐกิจที่ตกต่ำลง ภาวะโลกร้อน ปัญหาความยากจน ความเหลื่อมล้ำทางสังคม เป็นต้น การที่วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีก้าวหน้าอย่างไม่หยุดยั้งก่อให้เกิดนวัตกรรมในด้านต่างๆ รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงด้านดิจิทัลเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วโลก โดยเฉพาะในช่วงการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ทำให้องค์กร หน่วยงานต่างๆ และประชาชนมีการปรับตัว ปรับพฤติกรรมใช้เทคโนโลยีต่างๆ มาช่วยให้การดำเนินชีวิตดีขึ้น ปลอดภัย สะดวกสบายมากขึ้น

ข้อมูลจาก ธนะชัย กุลสมบูรณ์สินธ์ นักกลยุทธ์นวัตกรรม เปิดเผยว่า นวัตกรรม คือสิ่งที่ทำใหม่ขึ้นมา ซึ่งโลกของเราขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมมาตลอด ตั้งแต่ยุคแรกๆ ที่มนุษย์เริ่มใช้ประโยชน์จากไฟ มาจนถึงยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมที่ใช้เครื่องจักรไอน้ำ สิ่งที่สำคัญคือ เราจะใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมในการทำงานและดำรงชีวิตให้ดีขึ้นจากเดิมได้อย่างไร ปัจจุบันเราถูกรายล้อมด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ มากมาย ทั้งนี้ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ในฐานะหน่วยงานสนับสนุนการสร้างระบบนวัตกรรมของประเทศ ได้จัดทำโครงการ Innovation Thailand ขึ้น เพื่อพยายามสร้างอัตลักษณ์ของนวัตกรรมว่า “การใช้ชีวิตอย่างงดงามประณีต” (Innovation for Crafted Living) ที่คนไทยได้คิดค้น ต่อยอดจากความรู้ที่สั่งสม ผสานการมองโลกในแง่ดี และใส่ใจในรายละเอียด ได้หล่อหลอมกลายเป็นนวัตกรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้การใช้ชีวิตคนไทยและคนทั้งโลกดีขึ้น ประกอบไปด้วย 7 นวัตกรรม ดังนี้

1.นวัตกรรมเพื่อชีวิตที่มีสุขภาพดี ด้วยนวัตกรรมเพื่อสุขภาพที่ครอบคลุมทั้งการดูแลสุขภาพ และการรักษาทางการแพทย์ ไม่ว่าจะเป็นนวัตกรรมอาหารเพื่อสุขภาพ นวัตกรรมทางการแพทย์ ที่เราสร้างสรรค์เพื่อให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดีขึ้น ตัวอย่าง เช่น เรื่องของการคิดค้นวัคซีนในการป้องกันโรค อาหารที่มีปริมาณเกลือต่ำหรือไร้น้ำตาล เนื้อที่ทำจากพืช เนื้อสัตว์ที่เพาะในห้องแล็บ เป็นต้น

2.นวัตกรรมเพื่อชีวิตที่มีความปลอดภัย ปัจจุบันมีนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินมากขึ้น ทั้งการคมนาคม การให้บริการสาธารณะ และความเป็นอยู่ การมีนวัตกรรมช่วยติดตามสอดส่อง แจ้งเตือนภัยที่อาจเกิดขึ้น ทำให้ทุกชีวิตมีความปลอดภัยและทำให้เมืองที่น่าอยู่มากขึ้น

3.นวัตกรรมเพื่อชีวิตที่สะดวกสบาย สังคมไทยเป็นสังคมที่มีน้ำใจช่วยเหลือซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะกับกลุ่มผู้เปราะบาง จึงมีนวัตกรรมที่ช่วยให้การใช้ชีวิตที่ง่ายและสะดวกสบายสำหรับคนทุกกลุ่มในสังคม โดยเฉพาะผู้สูงวัย ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส เพื่อให้ทุกคนมีชีวิตที่สะดวกสบายได้อย่างเท่าเทียมกัน

4.นวัตกรรมเพื่อชีวิตที่เป็นมิตรกับโลก คนไทยโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ได้ร่วมใจกันสร้างโลกใหม่ด้วยนวัตกรรม ที่ใส่ใจและคำนึงถึงการอนุรักษ์โลกและสิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆ กัน ทั้งเศรษฐกิจหมุนเวียน พลังงานสะอาด พลังงานทดแทน เพื่อให้การใช้ชีวิตของทุกคนเป็นมิตรกับโลกและสิ่งแวดล้อม และอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน ตัวอย่างการใช้หลอดดูดที่ย่อยสลายได้อย่างสมบูรณ์ ผลิตจากของเหลือทิ้งในภาคการเกษตร เป็นหนึ่งในนวัตกรรมที่ออกแบบมาอย่างใส่ใจสิ่งแวดล้อม

5.นวัตกรรมเพื่อชีวิตที่เชื่อมต่อถึงกันได้ สังคมไทยมีความหลากหลายของอายุ และช่องว่างระหว่างวัยที่มากขึ้น
จึงมีนวัตกรรมที่เชื่อมต่อ สื่อสารถึงกันได้ทุกที่ ทุกเวลา ทุกไลฟ์สไตล์ เกิดเป็นแพลตฟอร์ม สร้างเป็นเครือข่าย เชื่อมทุกวันให้เข้าถึงกัน เพื่อให้ทุกคนมีปฏิสัมพันธ์กันได้ตลอดเวลา

6.นวัตกรรมเพื่อชีวิตที่มีอาชีพและรายได้ เทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน ส่งผลให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป ทำให้เกิดโอกาสในการสร้างอาชีพและรายได้ ผ่านรูปแบบธุรกิจใหม่ๆ ทั้งนวัตกรรมที่เป็นสินค้าและบริการที่สามารถตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น รวมถึงการพัฒนาทักษะและศักยภาพตนเอง เรียนรู้สิ่งใหม่ เพื่อการประกอบอาชีพ พัฒนาอาชีพของตนเอง

7.นวัตกรรมเพื่อชีวิตที่มีความสุข ประเทศไทยมีชื่อเสียงในการเป็นจุดหมายสำคัญในการท่องเที่ยวของคนทั่วโลก และคนไทยยังมีความคิดสร้างสรรค์ ในการผสมผสานเทคโนโลยีกับการท่องเที่ยว ดนตรี และนันทนาการได้อย่างน่าสนใจ จนกลายเป็นนวัตกรรมเพื่อความสุข ที่ทำให้คนทั่วโลกต่างให้ความสนใจอย่างมาก

คนส่วนใหญ่มักจะคิดว่านวัตกรรมเป็นเรื่องไกลเป็น นวัตกรรมเป็นคำที่แสดงถึงเทคโนโลยี แต่ในความเป็นจริงแล้วนวัตกรรมไม่ใช่เทคโนโลยีแต่ นวัตกรรม คือ สิ่งที่คิดค้นขึ้นมาเพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น และที่สำคัญนวัตกรรมทำคนเดียวไม่ได้ ตัวอย่างเช่น นวัตกรรมเพื่อการมีสุขภาพดี เป็นนวัตกรรมด้านสุขภาพและการแพทย์ที่จะช่วยในเรื่องของสุขภาพหรือโภชนาการ ซึ่งอาจเป็น ผลิตภัณฑ์โปรตีนบริสุทธิ์จากไข่ขาวพร้อมรับประทานที่ช่วยเสริมโปรตีนและอัลบูมิน ผลิตภัณฑ์ครีมปรุงอาหารและวิปปิ้งครีมไขมันต่ำเพื่อสุขภาพที่ผลิตจากพืชธรรมชาติ ทำให้ไขมันลดลงครึ่งหนึ่งจากวิปครีมที่ผลิตจากนมวัว เป็นต้น

สำหรับตัวอย่างนวัตกรรมเพื่อทำให้ชีวิตง่ายขึ้น เช่น ผลิตภัณฑ์อาหารปรุงสำเร็จแช่แข็งที่เพียงนำมาอุ่นในไมโครเวฟก็สามารถรับประทานได้ ทำให้ประหยัดเวลาในการเตรียมอาหาร เหมาะกับวิถีชีวิตคนเมืองที่จะมีเวลาน้อย เหล่านี้คือตัวอย่างบางส่วนที่เป็นนวัตกรรมที่พัฒนามาอย่างยาวนานและเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำของหลายคน

ซึ่งนวัตกรรมที่น่าจับตามองและมีแนวโน้มในปี 2566 ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการ NIA ได้เปิดเผยถึงเทรนด์นวัตกรรมทั้ง 7 ที่สามารถสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน ได้แก่ ขาขึ้นของเทคโนโลยีใหม่ด้านพลังงาน (New energytech on the rise),การฟื้นสร้างอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและอากาศยาน(Regenerating travel and aviation industries), การมีผู้เล่นใหม่จากวงการเทคโนโลยีเชิงลึก (Deeptech startup, a newcomers), การกลับมาผงาดอีกครั้งของญี่ปุ่นด้วยซอฟต์พาวเวอร์ (Return of Japan Soft Power), ปัญญาประดิษฐ์ที่สร้างสรรค์เนื้อหาจากข้อมูล (Sophisticated AI for data-driven content creation), การเข้าสู่ยุคใหม่ของเทคโนโลยีอาหาร (Next generation of foodtech), การลงทุนขนานใหญ่ในเทคโนโลยีความมั่นคง (Hyper Spending on Defense Tech) ทั้งนี้รายละเอียดของแต่ละแนวโน้มเหล่านี้จะนำเสนอในบทความหน้าต่อไป

ผศ.(พิเศษ)ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ