ส่องการเมืองเปรู ศึกช่วงชิงอำนาจชนวนเหตุการประท้วงรุนแรง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2609065

ส่องการเมืองเปรู ศึกช่วงชิงอำนาจชนวนเหตุการประท้วงรุนแรง

23 ม.ค. 2566 14:05 น.

ส่องการเมืองเปรู ศึกช่วงชิงอำนาจชนวนเหตุการประท้วงรุนแรง

  • เกิดการประท้วงรุนแรงในหลายเมืองทั่วประเทศเปรู เป้าหมายขับไล่ประธานาธิบดีออกจากตำแหน่ง และแม้ว่าประธานาธิบดีจะประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่ครอบคลุมกว่า 1 ใน 3 ของประเทศ แต่กลุ่มผู้ประท้วงก็ได้พยายามกดดันรัฐบาลใช้ความรุนแรงท้าทายสถานการณ์ฉุกเฉิน ขณะที่ตำรวจใช้ความรุนแรงสลายการชุมนุม มีผู้เสียชีวิตแล้วเกือบ 50 ศพ 
  • ชนวนเหตุประท้วงมาจากกรณีที่ อดีตประธานาธิบดีเปโดร คาสติญโญ ของเปรู ถูกรัฐสภาลงมติถอดถอนออกจากตำแหน่ง เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม เขาถูกควบคุมตัวดำเนินคดีในข้อหาคอร์รัปชัน จากความพยายามก่อกบฏ ด้วยการสั่งยุบสภา และจัดตั้งคณะทำงานร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แทนฉบับที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2537 สมัยประธานาธิบดีอัลแบร์โต ฟูจิโมริ 

การเมืองเปรูอยู่ในภาวะวุ่นวายตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา จากความพยายามแย่งชิงอำนาจทางการเมือง ซึ่งทำให้มีประธานาธิบดีถึง 6 คนในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ขณะที่สถานการณ์ประท้วงรุนแรงระลอกล่าสุดเริ่มปะทุมาตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคมปี 2565 หลังการถูกปลดของอดีตประธานาธิบดีคาสติญโญ ซึ่งทำให้รองประธานาธิบดีดีน่า โบลัวร์เต ขึ้นมารับตำแหน่งแทน 

บรรดากลุ่มรากหญ้าผู้สนับสนุนนายคาสติญโญ ทั้งในกรุงลิมา และส่วนใหญ่อยู่ในเมืองคุสโก ตลอดจนเมืองอื่นๆ ทางตอนใต้ของประเทศ ต่างไม่พอใจออกมาประท้วงรุนแรงภายใต้สโลแกน “ยึดเมือง” เพื่อกดดันรัฐบาลของประธานาธิบดีโบลัวร์เต เรียกร้องให้ประธานาธิบดีลาออก แล้วจัดการเลือกตั้งใหม่

อะไรคือชนวนเหตุการประท้วง

สถานการณ์ความรุนแรงทางการเมืองครั้งใหม่ในเปรูเริ่มปะทุขึ้น นับตั้งแต่วันที่รัฐสภาลงมติอิมพีชเมนต์ หรือถอดถอนประธานาธิบดีคาสติญโญ วัย 53 ปี ออกจากตำแหน่ง เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม ปีที่แล้ว หลังจากที่เขาพยายามยุบสภาอย่างไม่ชอบด้วยกฎหมาย และยังพยายามจัดตั้งคณะทำงานร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สร้างความตกตะลึงให้กับทุกฝ่าย ซึ่งทางศาลรัฐธรรมนูญระบุว่าเป็นความพยายามก่อกบฏ

หลังจากที่เขาถูกถอดถอนได้เพียงไม่กี่ชั่วโมง รองประธานาธิบดีโบลัวร์เต ก็ได้สาบานตนเข้ารับตำแหน่งแทน โดยการปลดนายคาสติญโญ แสดงให้เห็นถึงความขัดแย้งครั้งล่าสุด ระหว่างฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติของเปรู

ก่อนหน้านี้ นายคาสติญโญ ต้องเผชิญข้อกล่าวหาคอร์รัปชันที่อยู่ระหว่างการสอบสวน และเคยรอดพ้นกระบวนการอิมพีชเมนต์มาได้ 2 ครั้ง หลังจากฝ่ายค้านพยายามสกัดเขาลงจากตำแหน่ง แต่กลับมาเพลี่ยงพล้ำต้องหลุดจากตำแหน่งในการอิมพีชเมนต์ครั้งที่ 3 นี้เอง ตอนนี้เขาอยู่ระหว่างถูกควบคุมตัวเพื่อรอการสอบสวนในข้อหาก่อกบฏ

ขณะที่ผู้ประท้วงเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวนายคาสติญโญ พร้อมขับไล่ประธานาธิบดีโบลัวร์เตออกจากตำแหน่ง เรียกร้องให้มีการยุบสภาจัดการเลือกตั้งใหม่ ท่ามกลางการประท้วงรุนแรงที่ลุกลามไปทั่วประเทศ มีผู้เสียชีวิตแล้วเกือบ 50 ศพ ทางการเปรูต้องประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศเพื่อหาทางควบคุมเหตุความไม่สงบ

สถานการณ์ประท้วงรุนแรงจะจบลงอย่างไร

ผู้ประท้วงส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้สนับสนุนนายคาสติญโญ ซึ่งมีพื้นเพเป็นกลุ่มชาวบ้านในพื้นที่ห่างไกล กลุ่มชาติพันธุ์ในแถบตอนใต้มีแนวคิดทางฝ่ายซ้าย แตกต่างและขัดแย้งกับคนในเมืองหลวง เช่นเดียวกับอดีตผู้นำของเขา ที่เป็นอดีตครูและผู้นำสหภาพในหมู่บ้านขนาดเล็กที่ยากจน คนกลุ่มนี้เลยมองว่ารัฐบาลใหม่เป็นพวกขโมยอำนาจ ที่ชอบโกหก และประธานาธิบดีโบลัวร์เตไม่ได้เป็นตัวแทนของพวกเขา การประท้วงจึงเริ่มขึ้นที่เมืองทางตอนใต้ก่อนที่จะลุกลามไปในหลายเมืองทั่วประเทศอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ยังมีการปะทะกันยังปะทุขึ้นในพื้นที่อื่นๆ อีก เช่น ลา ลิเบอร์ทาด ภูมิภาคทางตะวันตกเฉียงเหนือของเปรู โดยผู้ประท้วงพยายามใช้ข้อความโน้มน้าวกองทัพให้หันมาอยู่ข้างประชาชนที่เข้าร่วมการประท้วง

ด้านประธานาธิบดีโบลัวร์เต ได้เคยออกมายืนยันหนักแน่นว่าจะไม่ลาออกจากตำแหน่ง พร้อมออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ประชาชนอยู่ในความสงบ ไม่ใช้ความรุนแรง ขณะที่รัฐบาลจำเป็นต้องตอบโต้ตามมาตรการภายใต้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน

ผู้เชี่ยวชาญทางการเมืองของเปรู ระบุว่า ความรุนแรงทางการเมืองเปรูที่เลวร้ายที่สุดในรอบกว่า 2 ทศวรรษ และสะท้อนถึงความแตกแยกฝังรากลึกในประเทศนี้ย้อนไปหลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากสถานการณ์การเมืองในเปรูมีความซับซ้อนย้อนไปในประวัติศาสตร์จนถึงปัจจุบัน จะพบว่าเต็มไปด้วยการแย่งชิงอำนาจ และมีความเหลื่อมล้ำระหว่างผู้คนในเมืองกับผู้คนกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่ห่างไกล ที่มักจะถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง และไม่รับประโยชน์จากการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ทำให้แม้ว่าตัวเลขจีดีพีของประเทศจะเติบโตได้ดี แต่ในความเป็นจริงผู้คนจำนวนมากยังยากจนและขาดแคลนสิ่งของจำเป็นพื้นฐานในชีวิต ไม่สามารถเข้าถึงระบบสาธารณสุข ระบบการศึกษา และไร้ที่อยู่อาศัย 

จนถึงตอนนี้การประท้วงรุนแรงดำเนินมาเป็นสัปดาห์ที่ 5 แล้ว การประท้วงที่ไม่มีแกนนำชัดเจนทำให้สถานการณ์รุนแรงเกินควบคุม โดยผู้ประท้วงยืนยันว่าพวกเขาทำเพื่อปกป้องประเทศจากนักการเมืองที่เล่นเกมช่วงชิงอำนาจกัน และจะไม่มีการเจรจากับรัฐบาลที่ใช้ความรุนแรงกับประชาชน

ผู้เชี่ยวชาญ ระบุว่า หากเทียบกับโบลิเวียแล้วจะเห็นได้ว่าการเมืองมีความรุนแรงและวุ่นวายมากขึ้น และหากเทียบกับความรุนแรงสมัยอดีตประธานาธิบดีอัลแบร์โต ฟูจิโมริ ก็จะพบว่ามีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากในขณะนั้นเป็นการลุกฮือประท้วงขับไล่ผู้นำเผด็จการปล้นชาติ ส่วนตอนนี้เป็นเรื่องของการช่วงชิงอำนาจระหว่างผู้นำ 2 คนที่ไม่ได้เป็นที่นิยมมากนัก ขณะที่การจะกลับไปเป็นการเมืองสไตล์กรุงลิมาเป็นศูนย์กลางก็นับเป็นเรื่องยากอย่างมาก เนื่องจากเกิดความแตกแยกรุนแรงมากขึ้น ทำให้สถานการณ์การเมืองในขณะนี้ยากที่จะคลี่คลาย 

ผู้เขียน : เพ็ญโสภา สุคนธรักษ์

ข้อมูล : Reuters BBC CNN

สุดสลดคนขายเนื้อ ถูกหมูชนล้มดับคาโรงฆ่าสัตว์ในฮ่องกง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2610065

สุดสลดคนขายเนื้อ ถูกหมูชนล้มดับคาโรงฆ่าสัตว์ในฮ่องกง

23 ม.ค. 2566 13:26 น.

สุดสลดคนขายเนื้อ ถูกหมูชนล้มดับคาโรงฆ่าสัตว์ในฮ่องกง

คนขายเนื้อในฮ่องกงเสียชีวิตสลด หลังถูกหมูที่กำลังจะเชือดวิ่งชนจนล้ม จนถูกมีดบาดเท้าตัวเองตาย

เหตุการณ์สลดที่ไม่มีใครคาดคิดนี้เกิดขึ้นที่โรงฆ่าสัตว์แห่งหนึ่งในฮ่องกง ในขณะที่คนขายเนื้อวัย 61 ปี กำลังเตรียมที่จะเชือดหมูตัวหนึ่งด้วยมีดปังตอ หลังจากที่ใช้ปืนไฟฟ้าช็อตมันจนสลบไปแล้ว แต่จู่ๆ เจ้าหมูเจ้ากรรมกลับฟื้นขึ้นมา และพุ่งเข้าชนเขา จนทำให้คนขายเนื้อเคราะห์ร้ายล้มลงและถูกมีดที่ถืออยู่ในมือตัวเองแทงจนบาดเจ็บ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

เพื่อนร่วมงานของเขาเล่าว่า มาพบชายเคราะห์ร้ายนอนหมดสติอยู่ โดยที่ในมือยังกำมีดไว้แน่น และพบว่ามีแผลบาดลึกบริเวณเท้าของเขา จึงได้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่เขาเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ด้านกระทรวงแรงงานของฮ่องกง ระบุว่า กำลังเร่งสอบสวนเหตุการณ์ครั้งนี้แล้ว โดยจะตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยในที่ทำงาน พร้อมจะเร่งหามาตรการป้องกันเหตุในลักษณะนี้ต่อไป พร้อมทั้งยังแถลงแสดงความเสียใจต่อการเสียชีวิตของคนขายเนื้อ และแสดงความห่วงใยอย่างสุดซึ้งมายังครอบครัวผู้สูญเสียด้วย ขณะที่ตำรวจฮ่องกงยังไม่ได้ยืนยันสาเหตุของการเสียชีวิตเช่นกัน.

ที่มา : แชนแนลนิวส์เอเชีย

ว่าที่นายกฯ นิวซีแลนด์ประกาศปกป้องครอบครัว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2610066

ว่าที่นายกฯ นิวซีแลนด์ประกาศปกป้องครอบครัว

23 ม.ค. 2566 12:52 น.

ว่าที่นายกฯ นิวซีแลนด์ประกาศปกป้องครอบครัว

นายคริส ฮิปกินส์ ว่าที่นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ ตำหนิการโจมตีส่วนตัวที่เกิดขึ้นกับนายกรัฐมนตรีจาซินดา อาร์เดิร์น ว่าเป็นเรื่องน่ารังเกียจ และประกาศว่าเขาจะปกป้องครอบครัวไม่ให้ตกเป็นเหยื่อการโจมตี

นายคริส ฮิปกินส์ ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของนิวซีแลนด์ให้คำมั่นว่าจะปกป้องครอบครัวของเขาจากสิ่งที่เขาเรียกว่า “การข่มเหงที่น่าชิงชัง” ที่จาซินดา อาร์เดิร์น นายกรัฐมนตรีคนก่อนหน้าได้รับขณะดำรงตำแหน่ง

นายฮิปกินส์ วัย 44 ปี ได้รับการรับรองด้วยเสียงเอกฉันท์จากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคแรงงานเมื่อวานนี้ให้เป็นหัวหน้าพรรคและนายกรัฐมนตรีคนใหม่แทนนางอาร์เดิร์น ที่ประกาศลาออกอย่างกะทันหันเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาโดยอ้างเหตุผลเรื่องการหมดไฟในการทำงาน

การคุกคามอาร์เดิร์นเกิดขึ้นบ่อยครั้งมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และรวมถึงชายคนหนึ่งที่อ้างว่าเขามีสิทธิ์ที่จะ “ยิงนายกรัฐมนตรี” ในข้อหากบฏและหักหลัง ในวิดีโอที่โพสต์ลงในยูทูบ

นายฮิปกินส์ เขากล่าวหลังจากได้รับการรับรองว่า ชาวนิวซีแลนด์เพียง “ส่วนน้อย” มีส่วนรับผิดชอบต่อการแสดงการเหยียดหยามอาร์เดิร์น สิ่งที่เธอถูกกระทำเป็นเรื่องที่น่ารังเกียจ และไม่ใช่สิ่งที่ชาวนิวซีแลนด์ควรทำ เขาได้เห็นการตรวจสอบและแรงกดดันมหาศาลที่มีอาร์เดิร์นและครอบครัวได้รับ จึงต้องการปกป้องครอบครัวของตนเองให้พ้นจากการถูกจับจ้องของสาธารณะ

เขากล่าวว่า สิ่งเหล่านี้ไม่ได้แสดงให้เห็นว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของพลเมืองของประเทศ พร้อมทั้งกล่าวว่า ผู้ชาควรมีส่วนรับผิดชอบในการต่อสู้กับปัญหา “การเกลียดผู้หญิง เขาตระหนักดีว่า การเป็นผู้นำประเทศเท่ากับเป็นคนของสาธารณะ แต่ครอบครัวของเขาไม่ใช่ บุตรชายวัย 6 ขวบ และบุตรสาววัย 4 ขวบของเขาจะต้องเติบโตมีชีวิตแบบเด็กชาวนิวซีแลนด์ทั่วไป และการที่เขาแยกกันอยู่กับภรรยาก็เป็นเรื่องส่วนตัว

ข้อมูลที่เผยแพร่ในเดือนมิถุนายน แสดงให้เห็นว่าภัยคุกคามต่ออาร์เดิร์นเพิ่มขึ้นเกือบสามเท่าในช่วงสามปีที่ผ่านมา และสื่อท้องถิ่นรายงานว่าภัยคุกคามต่อเธออย่างน้อยแปดครั้ง ได้เข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย ซึ่งรวมถึงกรณีที่ชายคนหนึ่งโพสต์วิดีโอในยูทูบและแสดงท่าทีคุกคามเธอ

นอกจากนี้ ตำรวจยังเตรียมดำเนินการสืบสวน หลังจากพบใบปลิวที่เขียนด้วยลายมือ ที่มีข้อความว่า สาบานว่าจะ “กำจัด” อาร์เดิร์น ถูกส่งไปยังบ้านหลายหลังในเดือนมกราคม 2565

ทั้งนี้ นายฮิปกินส์จะสาบานตนเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 41 ของนิวซีแลนด์ ต่อหน้าข้าหลวงใหญ่ประจำนิวซีแลนด์ในวันพุธนี้ หลังจากอาร์เดิร์นก้าวลงจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการ

นายกรัฐมนตรีอาร์เดิร์น วัย 42 ปี ประกาศเมื่อวันพฤหัสบดีว่า จะลาออกเพราะหมดไฟในการบริหารประเทศ เธอเหนื่อยล้าในการนำพาประเทศผ่านพ้นการระบาดของโรคโควิด-19 เหตุก่อการร้ายครั้งร้ายแรงที่สุดของประเทศที่มัสยิดในเมืองไครสต์เชิร์ชเดือนมีนาคม 2562 และเหตุภูเขาไฟปะทุใหญ่เดือนธันวาคม 2562.

ตร.สหรัฐฯ เร่งหาเหตุจูงใจ กราดยิงสยอง ดับ 10 ศพ มือปืนยิงตัวตายในรถตู้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2610010

ตร.สหรัฐฯ เร่งหาเหตุจูงใจ กราดยิงสยอง ดับ 10 ศพ มือปืนยิงตัวตายในรถตู้

23 ม.ค. 2566 12:48 น.

ตร.สหรัฐฯ เร่งหาเหตุจูงใจ กราดยิงสยอง ดับ 10 ศพ มือปืนยิงตัวตายในรถตู้

ตร.สหรัฐฯ เร่งสืบหามูลเหตุจูงใจ เหตุกราดยิงสะเทือนขวัญที่เมืองมอนเทอเรย์ พาร์ก ดับ 10 ศพ จนท.เผยชื่อชายต้องสงสัย เป็นคนเชื้อสายเอเชีย วัย 72 และต่อมาได้ชิงปลิดชีพ ยิงตัวตายในรถตู้

เมื่อ 23 ม.ค. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าเหตุเหตุกราดยิง ที่ ‘สตาร์ บอลรูม แดนซ์ สตูดิโอ’ ในเมืองมอนเทอเรย์ พาร์ก ใกล้นครลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ขณะมีผู้คนหลายพันคนฉลองเทศกาลตรุษจีนในเมือง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 10 ศพ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 21 ม.ค. ตามเวลาท้องถิ่น จนนับเป็นเหตุกราดยิงสังหารหมู่ครั้งร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของรัฐแคลิฟอร์เนีย 

เจ้าหน้าที่สำนักงานนายอำเภอในนครลอสแอนเจลิส ได้เปิดเผยชื่อชายผู้ต้องสงสัยก่อเหตุกราดยิงครั้งนี้แล้ว มีชื่อว่า นาย Huu Can Tran เป็นคนเชื้อสายเอเชีย อายุ 72 ปี และทางการได้ส่งกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยสวาต (SWAT) มาทุบกระจกรถตู้สีขาวคันหนึ่ง และได้พบชายต้องสงสัยก่อเหตุกราดยิง ได้นอนจมกองเลือด เสียชีวิตอยู่ภายในรถตู้สีขาวซึ่งเป็นของเขาเอง เนื่องจากใช้ปืนยิงตัวตาย

ขณะนี้ เจ้าหน้าที่สอบสวนสหรัฐฯ ยังไม่ระบุมูลเหตุจูงใจที่ทำให้ชายต้องสงสัยรายนี้ก่อเหตุกราดยิงอย่างเหี้ยมโหด จนทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 10 ศพ และบาดเจ็บนับ 10 คน ซึ่งในจำนวนนี้ 7 คนยังรักษาที่โรงพยาบาล  อีกทั้ง เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเขามีปืนกี่กระบอกที่นำมาใช้กราดยิง แต่ตำรวจสหรัฐฯ ได้ยึดปืนสั้นกึ่งอัตโนมัติ 1 กระบอก และปืนพกอีก 1 กระบอก ที่ผู้ต้องสงสัยใช้ก่อเหตุ

จากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ระบุว่า มือปืนรายนี้ได้ขับรถหลบหนีไป หลังก่อเหตุกราดยิงที่ ‘สตาร์ บอลรูม แดนซ์ สตูดิโอ’ ในเมืองมอนเทอเรย์ พาร์ก และยังพยายามจะไปก่อเหตุกราดยิงที่ แดนซ์ สตูดิโอ แห่งที่ 2 ซึ่งอยู่ใกล้เมืองอัลฮัมบราด้วย เดชะบุญที่มีพลเมืองดีสามารถแย่งปืนจากชายต้องสงสัยได้ ทำให้เขาขับรถหลบหนีไป ก่อนต่อมา ชายต้องสงสัยรายนี้ได้ยิงตัวตายในรถตู้สีขาวของเขาเอง

เจ้าหน้าที่ปิดล้อมบริเวณที่เกิดเหตุกราดยิงสังหารหมู่ในเมืองมอนเทอเรย์ พาร์ก ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 10 ศพ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 21 ม.ค. 2566 ตามเวลาท้องถิ่น
เจ้าหน้าที่ปิดล้อมบริเวณที่เกิดเหตุกราดยิงสังหารหมู่ในเมืองมอนเทอเรย์ พาร์ก ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 10 ศพ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 21 ม.ค. 2566 ตามเวลาท้องถิ่น
ประชาชนในเมืองมอนเทอเรย์ พาร์ก มายืนดูเจ้าหน้าที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุกราดยิงสังหารหมู่ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 21 ม.ค. ตามเวลาท้องถิ่น เสียชีวิตอย่างน้อย 10 ศพ บาดเจ็บ 10 คน
ประชาชนในเมืองมอนเทอเรย์ พาร์ก มายืนดูเจ้าหน้าที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุกราดยิงสังหารหมู่ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 21 ม.ค. ตามเวลาท้องถิ่น เสียชีวิตอย่างน้อย 10 ศพ บาดเจ็บ 10 คน

ทั้งนี้ เมืองมอนเทอเรย์ พาร์ก อยู่ห่างจากนครลอสแอนเจลิส ไปทางตะวันออกประมาณ 7 ไมล์ หรือประมาณ 11 กิโลเมตร ถือเป็นเมืองที่มีคนเชื้อสายเอเชียอาศัยอยู่จำนวนมาก และก่อนเกิดเหตุได้มีประชาชนหลายพันคนมาฉลองเทศกาลวันตรุษจีน ในเมืองมอนเทอเรย์ พาร์ก

ที่มา : CNNBBC

ตร.สหรัฐฯ เผยภาพผู้ต้องสงสัยก่อเหตุกราดยิงงานฉลองตรุษจีน ดับอย่างน้อย 10 ศพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2609773

ตร.สหรัฐฯ เผยภาพผู้ต้องสงสัยก่อเหตุกราดยิงงานฉลองตรุษจีน ดับอย่างน้อย 10 ศพ

23 ม.ค. 2566 08:56 น.

ตร.สหรัฐฯ เผยภาพผู้ต้องสงสัยก่อเหตุกราดยิงงานฉลองตรุษจีน ดับอย่างน้อย 10 ศพ

ตำรวจสหรัฐฯ เปิดเผยภาพผู้ต้องสงสัยก่อเหตุกราดยิงในงานฉลองเทศกาลตรุษจีนในรัฐแคลิฟอร์เนีย สังเวย 10 ศพ บาดเจ็บอีก 10 ราย

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงานว่า เมื่อวันที่ 23 ม.ค.2566 ตำรวจนครลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ของสหรัฐฯ เปิดเผยภาพถ่ายผู้ต้องสงสัยก่อเหตุกราดยิงในงานฉลองเทศกาลตรุษจีนที่ “สตาร์ แดนซ์ สตูดิโอ” ในเมืองมอนเทอเรย์ พาร์ก เมื่อคืนวันเสาร์ (21 ม.ค.) ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตถึงอย่างน้อย 10 ศพ บาดเจ็บอีก 10 ราย ในจำนวนนี้หลายรายมีอาการสาหัส ขณะที่คนร้ายหลบหนีไปหลังก่อเหตุ

ตำรวจเปิดเผยว่า ผู้ต้องสงสัยก่อเหตุกราดยิงผู้คนในงานฉลองตรุษจีนครั้งนี้ เป็นผู้ชาย ลักษณะเป็นชาวเอเชีย คาดว่าอายุประมาณ 30-50 ปี ซึ่งตำรวจกำลังพยายามสืบหาเบาะแแสตามจับตัว ขณะที่มีรายงานว่า ล่าสุดตำรวจได้เข้าปิดล้อมและตรวจค้นรถตู้สีขาวต้องสงสัยคันหนึ่งที่จอดอยู่ในเมืองทอร์แรนส์ เชื่อว่ารถคันนี้มีความเกี่ยวข้องกับคนร้ายก่อเหตุกราดยิง

นอกจากนี้มีรายงานข่าวด่วนเข้ามาว่า ตำรวจพบศพชายลักษณะคล้ายผู้ต้องสงสัยเสียชีวิตอยู่ในรถ ซึ่งตำรวจเชื่อว่าเขาอาจจะยิงตัวตาย อย่างไรก็ตาม ต้องรอการยืนยันรายละเอียดที่แน่ชัดจากตำรวจอีกครั้งว่าเป็นศพของคนร้ายหรือไม่

รายงานข่าวระบุว่า เหตุเกิดเมื่อช่วงเวลาประมาณ 22.00 น. ของคืนวันที่  21 ม.ค. ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น ขณะมีผู้คนจำนวนหลายพันคนไปชุมนุมกันเพื่อร่วมฉลองเทศกาลตรุษจีน ขณะที่ผู้เห็นเหตุการณ์ซึ่งเป็นเจ้าของร้านอาหารซีฟู้ดที่อยู่ใกล้เคียงเล่าว่า ขณะที่ทุกคนกำลังเฉลิมฉลอง เต้นรำ และรับประทานอาหารกัน จู่ๆ ก็มีคนวิ่งเข้ามาในร้านอาหาร แล้วตะโกนบอกให้รีบปิดประตู เพราะมีผู้ชายคนหนึ่งพร้อมด้วยปืนอัตโนมัติกำลังก่อเหตุยิงคนในบริเวณนี้ ทำให้ทุกคนพากันแตกตื่นตกใจ

ทั้งนี้ เมืองมอนเทอเรย์ พาร์ก มีประชากรประมาณ 60,000 คน และเรียกได้ว่าเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของผู้คนเชื้อสายเอเชียที่มาอยู่ในเมืองนี้กันเป็นจำนวนมาก ขณะที่มีประชาชนกว่า 100,000 คน เข้าร่วมงานเทศกาลฉลองตรุษจีนที่เมืองมอนเทอเรย์ พาร์ก ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา.

อวยพรตรุษจีน ส่งตรงจากสถานีอวกาศห่างจากโลก 400 กม.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2609763

อวยพรตรุษจีน ส่งตรงจากสถานีอวกาศห่างจากโลก 400 กม.

23 ม.ค. 2566 07:36 น.

อวยพรตรุษจีน ส่งตรงจากสถานีอวกาศห่างจากโลก 400 กม.

มิติใหม่อวยพรเทศกาลตรุษจีนส่งตรงจากนอกโลก โดยนักบินอวกาศที่ประจำการอยู่บนสถานีอวกาศเทียนกง ของจีน ห่างจากโลกกว่า 400 กิโลเมตร

สำนักข่าวซินหัว ของจีน รายงานว่าเมื่อวันที่ 21 ม.ค. 2566 องค์การอวกาศที่มีมนุษย์ควบคุมแห่งประเทศจีน (China Manned Space Agency-CMSA) เผยแพร่คลิปวิดีโอนักบินอวกาศจีน ภารกิจเสินโจว-15 จำนวน 3 คน ได้แก่ นายเฟ่ย จวิ้นหลง นายเติ้ง ชิงหมิง และนายจาง ลู่ ได้ส่งคำอวยพรตรุษจีนตรงมาจากสถานีอวกาศเทียนกง ที่โคจรห่างจากพื้นโลกราว 400 กิโลเมตร ในคลิปวิดีโอที่เผยแพร่

จะเห็นได้ว่า นักบินอวกาศทั้งสามคนแต่งกายในชุดจั๊มพ์สูทสีน้ำเงิน ที่แต่งแต้มด้วยลวดลายสีแดงเข้ม แต่ละคนถือแผ่นป้ายตัวอักษรจีนซึ่งเขียนด้วยพู่กันฝีมือตัวเอง แผ่นป้าย 2 ชิ้นคือคำว่า “ฝู” ที่แปลว่าโชคดีมีสุขเหมือนกัน ส่วนอีกชิ้นเป็นคำอวยพรให้โชคดีจากเทียนกง

นักบินอวกาศเล่าว่า บนสถานีอวกาศแห่งนี้อบอวลไปด้วยบรรยากาศฉลองตรุษจีน พวกเขาสวมเสื้อผ้าใหม่ กินเกี๊ยว และส่งมอบคำอวยพร โดยพวกเขายังตกแต่งสถานีเทียนกงด้วยบทกลอนและเชือกถักสีแดงแบบจีน

ทั้งนี้ ภารกิจเสินโจว-15 เป็นการจบงานระยะสุดท้ายของการก่อสร้างสถานีอวกาศจีน ก่อนนำไปสู่ระยะแรกของการใช้งานและการพัฒนา ที่ผ่านมาพวกเขาต้องทำการทดลองและทดสอบต่างๆ มากกว่า 40 ครั้ง ในด้านการวิจัยและการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์อวกาศ เวชศาสตร์อวกาศและเทคโนโลยีอวกาศ และจะทำกิจกรรมนอกยานอวกาศ 3-4 ครั้ง ระหว่างการปฏิบัติงานในวงโคจรนาน 6 เดือน.

ช็อก กราดยิงสังหารหมู่ในสหรัฐฯ ตาย 10 ศพ คนหลายพันร่วมฉลองเทศกาลตรุษจีน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2609500

ช็อก กราดยิงสังหารหมู่ในสหรัฐฯ ตาย 10 ศพ คนหลายพันร่วมฉลองเทศกาลตรุษจีน

22 ม.ค. 2566 18:56 น.

ช็อก กราดยิงสังหารหมู่ในสหรัฐฯ ตาย 10 ศพ คนหลายพันร่วมฉลองเทศกาลตรุษจีน

เกิดเหตุสะเทือนขวัญ กราดยิงสังหารหมู่ที่เมืองมอนเทอเรย์ พาร์ก ใกล้นครลอสแอนเจลิส ในสหรัฐฯ เสียชีวิตอย่างน้อย 10 ศพ ขณะคนหลายพันร่วมฉลองเทศกาลตรุษจีน

เมื่อ 22 มกราคม 2566 เกิดเหตุกราดยิงสังหารหมู่ ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 10 ศพ ที่เมืองมอนเทอเรย์ พาร์ก ใกล้นครลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อช่วงเวลาประมาณ 22.00 น. ของคืนวันเสาร์ที่ 21 มกราคม ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น ขณะมีผู้คนจำนวนหลายพันคนมาชุมนุมในเมืองมอนเทอเรย์ พาร์ก เพื่อร่วมฉลองเทศกาลตรุษจีน

สำนักงานนายอำเภอในนครลอสแอนเจลิส เผยว่า ผู้ต้องสงสัยก่อเหตุยิงผู้คนในครั้งนี้ เป็นผู้ชาย ในขณะที่เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่เปิดเผยว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บกี่คน และสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยก่อเหตุสะเทือนขวัญได้หรือไม่

จากวิดีโอที่ถูกแชร์ในโลกโซเชียล แสดงให้เห็นว่ามีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนมากมายังเมืองมอนเทอเรย์ พาร์ก ซึ่งอยู่ห่างจากนครลอสแอนเจลิส ไปทางตะวันออกเพียงประมาณ 11 กิโลเมตร

มีผู้เห็นเหตุการณ์ ซึ่งเป็นเจ้าของร้านอาหารแห่งหนึ่งในเมืองมอนเทอเรย์ พาร์ก กล่าวกับนักข่าวลอสแอนเจลิส ไทม์ ว่า มีคน 3 คนวิ่งเข้ามาในร้านอาหารของเขา และบอกเขาให้ปิดประตู เพราะมีผู้ชายคนหนึ่งพร้อมด้วยปืนอัตโนมัติก่อเหตุยิงคนในบริเวณนี้

ทั้งนี้ มีประชาชนกว่า 1 แสนคนมาร่วมในเทศกาลฉลองตรุษจีนที่เมืองมอนเทอเรย์ พาร์ก ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยงานเทศกาลฉลองตรุษจีนนี้มีกำหนดปิดงานในเวลาประมาณ 21.00 น. ของวันเสาร์ที่ 21 มกราคม ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นคืนส่งท้ายปีเก่า เข้าสู่ปีใหม่ของชาวจีน ขณะที่เมืองมอนเทอเรย์ พาร์ก มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 60,000 คน และถือเป็น ‘บ้าน’ของผู้คนเชื้อสายเอเชียที่พากันมาอยู่ในเมืองนี้กันเป็นจำนวนมาก

ที่มา : BBC

เผยเจ้าชายแอนดรูว์ พยายาม ‘กลับลำ’ ยอมความนอกศาล ละเมิดทางเพศผู้เยาว์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2609466

เผยเจ้าชายแอนดรูว์ พยายาม 'กลับลำ' ยอมความนอกศาล ละเมิดทางเพศผู้เยาว์

22 ม.ค. 2566 18:22 น.

เผยเจ้าชายแอนดรูว์ พยายาม ‘กลับลำ’ ยอมความนอกศาล ละเมิดทางเพศผู้เยาว์

แหล่งข่าวเผย เจ้าชายแอนดรูว์ กำลังหารือกับทีมทนาย หาทาง ‘กลับลำ’ ข้อตกลงยอมความนอกศาล กับเวอร์จิเนีย จุฟเฟร์ จนยอมถอนฟ้องพระองค์ในข้อหาละเมิดทางเพศผู้เยาว์

เมื่อ 22 มกราคม 2566 เดอะซัน สื่อแนวสีสันชื่อดังในอังกฤษ รายงานอ้างการเปิดเผยของแหล่งข่าวว่า เจ้าชายแอนดรูว์ ดยุกแห่งยอร์ก กำลังพยายามจะกลับลำข้อตกลงที่พระองค์ได้ทำไว้กับเวอร์จิเนีย จุฟเฟร์ หญิงอเมริกัน ด้วยการยอมจ่ายเงินหลายล้านปอนด์ เพื่อให้จุฟเฟร์ยอมความนอกศาลในคดีที่เธอยื่นฟ้องต่อศาลสหรัฐฯ กล่าวหาเจ้าชายแอนดรูว์ละเมิดทางเพศเธอขณะยังเป็นผู้เยาว์ ซึ่งขณะนั้น อายุ 17 ปี และต่อมา จุฟเฟรย์ได้ถอนฟ้องคดีแพ่งนี้เมื่อปีที่แล้ว โดยยอมรับว่าเธออาจทำผิดพลาด

แหล่งข่าวที่รู้เรื่องนี้เป็นอย่างดีเผยกับเดอะซันว่า ตอนนี้ ดยุกแห่งยอร์กกำลังปรึกษากับแอนดรูว์ เบร็ตต์เลอร์ และแบลร์ เบิร์ก ทนายความในสหรัฐฯ เพื่อพยายามจะ’กลับลำ’ข้อตกลงนี้กับจุฟเฟร์ หรือแม้แต่คำขอโทษต่อเธอ เพื่อหาทางกลับมาปฏิบัติพระกรณียกิจในฐานะสมาชิกชั้นสูงราชวงศ์อังกฤษได้อีกครั้ง

แหล่งข่าวยืนยันด้วยความมั่นใจว่า ทีมกฎหมายของเจ้าชายแอนดรูว์กำลังพิจารณาเงื่อนไขทางกฎหมาย เพื่อที่จะกลับลำหรือพลิกข้อตกลงที่พระองค์ได้ทำไว้กับจุฟเฟร์ ในขณะที่เดอะซันเผยว่า เจ้าชายแอนดรูว์อาจจ่ายเงินถึง 3 ล้านปอนด์ หรือราว 120 ล้านบาทให้แก่จุฟเฟร์ เพื่อยอมความนอกศาล ถอนฟ้องในคดีนี้

ภาพของ เจ้าชายแอนดรูว์ , เวอร์จิเนีย จุฟเฟร์ และกิสเลน แม็กซ์เวลล์
ภาพของ เจ้าชายแอนดรูว์ , เวอร์จิเนีย จุฟเฟร์ และกิสเลน แม็กซ์เวลล์

ความพยายามที่จะกลับลำในข้อตกลงนี้ของเจ้าชายแอนดรูว์ มีขึ้นหลังจาก กิสเลน แม็กซ์เวลล์ อดีตแฟนของเจฟฟรีย์ เอปสตีน ซึ่งถูกศาลในนิวยอร์กตัดสินจำคุก 20 ปี ในคดีจัดหาเด็กสาวไปให้นายเอปสตีน เพื่อส่งไปบำเรอกามให้แก่บรรดาลูกค้านั้น ยืนยันว่าเธอไม่เคยมีความจำเกี่ยวกับเรื่องที่เจ้าชายแอนดรูว์ได้ทรงเคยพบหรืออยู่กับจุฟเฟร์ที่อังกฤษ หรือสหรัฐฯ

แม็กซ์เวลล์ วัย 61 ปี ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อผ่านทางโทรศัพท์ จากในเรือนจำ และมีการเผยแพร่ภาพของเธอต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรกทางโทรทัศน์ นับตั้งแต่แม็กซ์เวลล์ถูกจับกุมคุมขัง ยืนยันว่า เธอไม่เคยมีความจำว่าเจ้าชายแอนดรูว์ได้ทรงพบกับจุฟเฟร์ที่บ้านของเธอ และบางทีรูปที่ถูกนำมาใช้เป็นหลักฐานอาจไม่ใช่ภาพจริง

‘ไม่มีรูปจริงของรูปใบนี้ที่มีการก๊อบปี้ต่อๆ กันไป และตามความเห็นของผู้เชี่ยวชาญบางคน บอกว่า ดูเหมือนรูปนี้มีการปรับแต่งด้วยโฟโต้ช็อป ซึ่งเธอจำไม่ได้ว่าจุฟเฟรย์เคยมาที่บ้านของเธอ’ แม็กซ์เวลล์ อดีตแฟนสาวของนายเอปสตีน เจ้าพ่อค้ากามเด็ก ซึ่งฆ่าตัวตายในห้องขังที่นิวยอร์กเมื่อ 4 ปีก่อน ยืนยันระหว่างให้สัมภาษณ์กับสื่อ

สลายสีเสื้อ “อดิศร”เซ็ง ทายาท “อุ้ย เจริญศรี” ปาดหน้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/541498

ขุนน้ำหมึก

23 ม.ค. 2566

สลายสีเสื้อ “อดิศร”เซ็ง ทายาท “อุ้ย เจริญศรี” ปาดหน้า

เจาะสนามเมืองหมอแคน “อดิศร” ทำใจรับสภาพ พท.ส่งทายาท “อุ้ย เจริญศรี” ปาดหน้านักสู้เสื้อแดง ลงสังเวียนขอนแก่น เขต 2 ตามแผนสลายสีเสื้อของคนแดนไกล

ยุคสลายสีเสื้อ “อดิศร” หมอแคนขอนแก่น ขมขื่นใจ ยอมรับเพื่อไทยส่งทายาท “อุ้ย เจริญศรี” เจ้าสัวใหญ่ลงสังเวียนเขต 2 

“อดิศร” วางแผนหนุนคนสนิทนักสู้เสื้อแดงลงสนาม หวังโค่นตระกูลช่างเหลา กลับเจอแผนสลายสีเสื้อคนแดนไกล ลูกสาว “อุ้ย เจริญศรี” ปาดหน้าเข้าป้าย

อดิศร เพียงเกษ อดีต ส.ส.ขอนแก่น อดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวง ฉายาหมอแคนเพื่อประชาธิปไตย หมายมั่นปั้นมือจะส่ง พัฒนา นุศรีอัน อดีตเกษตรและสหกรณ์จังหวัดขอนแก่น สวมเสื้อเพื่อไทย ลงสนามขอนแก่น เขต 2 โดยมอบให้พัฒนาลงพื้นที่มานานกว่า 2 ปี

ล่าสุด พรรคเพื่อไทย ตัดสินใจส่ง รัมภามาศ ทีฆธนานนท์ ลูกสาว “อุ้ย เจริญศรี” โกเมศ ทีฆธนานนท์ นายกเทศมนตรีตำบลเมืองเก่า และอดีต ส.ว.ขอนแก่น ลงสนามขอนแก่น เขต 2


มติดังกล่าวของพรรคเพื่อไทย ส่งผลให้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมายในกลุ่มเสื้อแดงขอนแก่น เพราะพวกเขาทราบดีว่า ครอบครัวของ “อุ้ย เจริญศรี” เคยร่วมสนับสนุนการชุมนุมของ กปปส. และคนเสื้อเหลือง

ด้วยเหตุนี้ ทางพรรค พท. จึงให้ รัมภามาศ ทีฆธนานนท์ ผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ขอนแก่น เขต 2 แถลงจุดยืนทางการเมือง เมื่อวันที่ 23 ม.ค.2566

เอม-รัมภามาศ กล่าวว่า ส่วนตัวไม่เคยไปร่วมชุมนุม กปปส. แม้แต่ครั้งเดียว และไม่เคยให้การสนับสนุนไม่ว่าทางใด แต่ยอมรับว่า เธอและคนในครอบครัวมีความเห็นทางการเมืองที่แตกต่างกันพอสมควร 

“ในฐานะที่เอมเป็นลูก คนในครอบครัวอาจเคยทำบางสิ่งที่ผิดพลาด เอมขอโทษแทนคนในครอบครัวเอมด้วย แต่ขอยืนยันว่าปัจจุบันครอบครัวเรายืนข้างประชาชน และยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย” รัมภามาศ กล่าว

  เอม รัมภามาศ เจริญศรี พรรคเพื่อไทยเอม รัมภามาศ เจริญศรี พรรคเพื่อไทย

‘ตาสว่างแล้ว’

คนแถวขอนแก่นรู้ดีว่า “อดิศร” กับ “อุ้ย เจริญศรี” มีแนวคิดการเมืองแตกต่างกันชัดเจน หมอแคนตุ๊นั้น ประกาศตัวเป็นฝ่ายเสื้อแดง ทั้งแดงเก่าและแดงใหม่ ส่วนเสี่ยอุ้ยก็มีความโน้มเอียงไปทางฝั่งเสื้อเหลืองหรือ กปปส.

จับความจากคำแถลงของเอม-รัมภามาศ ประมาณเสี่ยอุ้ยตาสว่างแล้ว ซึ่งเรื่องความคิดทางการเมืองนั้น แปรเปลี่ยนกันได้ตามสถานการณ์

สองปีที่แล้ว อดิศร เพียงเกษ สนับสนุน พัฒนา นุศรีอัน อดีตเกษตรและสหกรณ์จังหวัดขอนแก่น สวมเสื้อ พท.ลงสนาม เพราะพัฒนา เป็นนักสู้เพื่อประชาธิปไตย และอยู่เคียงข้างอดิศรมากว่า 30 ปี

ช่วงต้นปี 2566 พงศกร อรรณนพพร อดีต ส.ส.ขอนแก่น ย้ายจากพรรคไทยสร้างไทย กลับพรรคเพื่อไทย และเอม-รัมภามาศ ลูกสาวเสี่ยอุ้ย เจริญศรี เข้ามาอยู่พรรค พท.ด้วย 

เนื่องจากช่วงปี 2564 พงศกร อรรณนพพร ยังเป็นแม่ทัพไทยสร้างไทย ได้เปิดตัวรัมภามาศ ทีฆธนานนท์ ในฐานะผู้สมัคร ส.ส.ขอนแก่น เขต 1 แต่เมื่อพงศกรย้ายกลับบ้านเก่า ก็หนีบเอาลูกสาวเสี่ยอุ้ย มาลงเขต 2 

ปัจจุบัน รัมภามาศ เป็นรองนายกเทศมนตรีเมืองเก่า และกรรมการผู้จัดการตลาดศรีเมืองทอง ตลาดค้าปลีก-ค้าส่งผักและผลไม้ที่ใหญ่สุดในภาคอีสาน
 

‘ดับจงอางผยอง’

“อุ้ย เจริญศรี” หรือโกเมศ ทีฆธนานนท์ เพิ่งได้รับเลือกเป็นนายกเทศมนตรีตำบลเมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น เมื่อต้นปี 2564 จึงมีแต้มต่อในแง่ของพื้นที่ และพรรค พท.คงมองว่า มีโอกาสชนะมากกว่าคนของ “อดิศร” 

การเลือกตั้งปี 2562 เอกราช ช่างเหลา รับบทแม่ทัพพลังประชารัฐ โดยส่งลูกชาย วัฒนา ช่างเหลา เอาชนะอรอนงค์ สาระผล ภรรยา ภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ เพื่อไทย ได้เป็น ส.ส.ขอนแก่น เขต 2 สมัยแรก

วันนี้ เอกราช ช่างเหลา เป็นแม่ทัพเมืองหมอแคนของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งในการเลือกตั้งสมัยหน้า สนามขอนแก่น จะมี ส.ส. 11 คน แต่เอกราช ตั้งเป้าไว้ 2 เขต

เขต 2 (อ.เมืองขอนแก่น ,อ.ซำสูง) วัฒนา ช่างเหลา ในฐานะแชมป์เก่า ชนกับคนหน้าใหม่ รัมภา ทีฆธนานนท์ ค่าย พท.

เขต 4 (อ.อุบลรัตน์, อ.เขาสวนกวาง) เอกราช ช่างเหลา จาก ส.ส.บัญชีรายชื่อ จะลง ส.ส.เขตนี้ เจอคู่แข่ง มุกดา พงษ์สมบัติ ส.ส.ขอนแก่น ค่าย พท.เหมือนกัน

ลึก ๆ แล้ว เอกราชคงคาดหวังที่เขต 2 เพราะเป็นศึกศักดิ์ศรีมีเดิมพันสูง แม้คู่แข่งจะเป็นทายาทเจ้าสัวที่หันมาสวมเสื้อแดง

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ             โดย … ขุนน้ำหมึก

เพื่อแม้วแตก 4 ก๊ก “สหายแสง ศุภชัย”ตาอยู่ ยึดนครพนม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/541436

ขุนน้ำหมึก

23 ม.ค. 2566

เพื่อแม้วแตก 4 ก๊ก “สหายแสง ศุภชัย”ตาอยู่ ยึดนครพนม

สมรภูมินครพนม “สหายแสง ศุภชัย”ตาอยู่ตัวจริง ส.ส.ชวลิต ซบคุณหญิงสุดารัตน์ ศึกชิงตัวแทน พท.เขต 4 ไม่จบ แตกหลายก๊ก ปลุกกระแสเลือกพรรค ไม่เลือกคน

สมรภูมินครพนม “สหายแสง ศุภชัย” ยิ้มหวาน ส.ส.ชวลิต ซบ ทสท.ตั้งป้อมสู้ ศึกชิงตัวแทน พท.ไม่จบ คนแพ้เตรียมหาพรรคลงสู้คนชนะ 

“สหายแสง ศุภชัย” เพิ่มโอกาสหยุดแลนด์สไลด์ สนามนครพนม 3 เขต เฉพาะเขต 4 พื้นที่สีแดงเก่า ค่าย ภท.ลุ้นเป็นตาอยู่ ค่ายเพื่อแม้วแตกหลายก๊ก

คำประกาศยึดเก้าอี้ ส.ส. 4 ที่นั่งของ ศุภชัย โพธิ์สุ แม่ทัพภูมิใจไทย นครพนม น่าจะไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน เนื่องจากฝั่งพรรคเพื่อไทย เกิดความขัดแย้งภายในค่อนข้างรุนแรง โดยเฉพาะเขต 4 (อ.นาแก อ.ปลาปาก และ อ.วังยาง)

เช้าวันที่ 23 ม.ค.2566 ชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม เขต 4 พรรคเพื่อไทย เปิดแถลงข่าวลาออกจากพรรค และเปิดตัวในสีเสื้อพรรคไทยสร้างไทย

ส.ส.ชวลิต หรือที่ชาวบ้านเรียก นายอำเภอชวลิต เคยเป็น ส.ส.เขต 2 สมัย ก่อนจะถูกขยับให้ไปเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ

สมัยที่แล้ว ชูกัน กุลวงษา อดีต ส.ส.นครพนม เขต 4 ลาออกจากพรรคเพื่อไทยไปอยู่พรรคพลังประชารัฐ ชวลิต วิชยสุทธิ์ จึงได้ลงสมัคร ส.ส.นครพนม เขต 4 แทน และได้เป็น ส.ส.อีกสมัย

ส.ส.ชวลิต เป็นคนสุภาพ เรียบร้อย เคยรับราชการเป็นนายอำเภอ และเป็นคนสนิทของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ด้วยเหตุนี้เอง แกนนำพรรค พท.ยุคนักรบห้องแอร์ จึงมองว่า ชวลิตไม่เหมาะกับ ส.ส.เขต และขอให้ไปสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ

คนแถว อ.นาแก รู้มาตั้งปลายปีที่แล้วว่า ชวลิตจะย้ายไปพรรคไทยสร้างไทย เพราะไม่พอใจที่พรรค พท.จะให้ไปลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ
 

‘เพื่อไทยแตก’

“สหายแสง ศุภชัย” ดึง ชูกัน กุลวงษา อดีต ส.ส.นครพนม จากพรรค พปชร.มาสวมเสื้อ ภท. และลงเดินหาเสียงในพื้นที่ อ.นาแก มาเป็นปีแล้ว

  ชูกัน กุลวงษา ค่าย ภท. มีโอกาสเป็นตาอยู่ ชูกัน กุลวงษา ค่าย ภท. มีโอกาสเป็นตาอยู่

ขณะที่ฝั่งเพื่อไทย มีการขับเคี่ยวกันของผู้แสดงเจตจำนงจะลงสมัคร ส.ส. 3 คนและสุดท้าย แกนนำพรรค พท.เคาะชื่อ ณพจน์ศกร ทรัพยสิทธิ

ปฏิกิริยาจากผู้ที่ไม่ผ่านการคัดเลือก 2 คน ดูเหมือนจะไม่ยอมการตัดสินใจของผู้ใหญ่ในพรรค อย่าง สมชอบ นิติพจน์ อดีตนายก อบจ.นครพนม ที่มี มนพร เจริญศรี ส.ส.นครพนม เขต 2 เป็นกองเชียร์ มีแนวโน้มจะไปสวมเสื้อพรรคเสรีรวมไทย ลงสนามเขต 4

ส่วน ชาญชัย คำจำปา นายกเทศมนตรีตำบลพระซอง อ.นาแก และปรึกษาวิทยาลัยอาชีวศึกษานาแก รู้สึกผิดหวังอย่างแรง เพราะตัวเขาได้รับเสียงโหวตครอบครัวเพื่อไทยในเขต 4 จำนวนมาก

เวลานี้ จึงมีคนเสื้อแดงบางกลุ่มแถว อ.นาแก เตรียมรณรงค์ให้เลือกพรรค ไม่เลือกคน เพราะการเลือกตั้งหนนี้เป็นบัตร 2 ใบ

‘ตาอยู่สีน้ำเงิน’

สำหรับ ชูกัน กุลวงษา โตมาจากนักการเมืองท้องถิ่นแถวนาแก “สหายแสง ศุภชัย” ดึงมาเป็นรองนายก อบจ.นครพนม หลังลูกสาวสหายแสง ได้รับเลือกตั้งเป็นนายก อบจ.


จริง ๆ แล้ว เมื่อการเลือกตั้งปี 2554 ศุภชัย โพธิ์สุ เป็นหัวหน้าทีมภูมิใจไทย นครพนม ได้ส่ง ณพจน์ศกร ทรัพยสิทธิ ลงสนามเขต 4 สู้กับชูกัน กุลวงษา พรรคเพื่อไทย

ผลเลือกตั้งปรากฏว่า ชูกัน กวาดมา 5 หมื่นแต้ม ส่วน ณพจน์สกร ได้แค่หมื่นแต้ม เพราะตอนนั้น คนเสื้อแดงต่อต้านเนวิน

มาถึงการเลือกตั้งปี 2566 ณพจน์ศกร กลับมาสวมเสื้อแดงลงทำศึกล้างตากับชูกัน ที่สวมเสื้อสีน้ำเงิน ในบริบทการเมืองนครพนมที่เปลี่ยนแปลงไปพอสมควร

ณพจน์ศกร ทรัพยสิทธิ์ เดิมชื่อ สุรสีห์ ทรัพยสิทธิ์ มีความฝันอยากเป็น ส.ส.นครพนม เหมือนพี่ชาย อรรถสิทธิ์ ทรัพยสิทธิ์ หรือนายคันคาย จึงลงสนามมาหลายหน ตั้งแต่พรรคไทยรักไทย ,พรรคภูมิใจไทย และพรรคเพื่อคนไทย แต่ไม่ประสบความสำเร็จ 

 ณพจน์ศกร จัดงานวันเกิดทักษิณ ปีที่แล้ว คนแดนไกลวิดีโอคอลมาทักทายคนเสื้อแดงด้วย ณพจน์ศกร จัดงานวันเกิดทักษิณ ปีที่แล้ว คนแดนไกลวิดีโอคอลมาทักทายคนเสื้อแดงด้วย

การเลือกตั้งครั้งใหม่ ณพจน์ศกร จึงมีความหวังสูงยิ่งที่จะได้เป็น ส.ส.สมัยแรก แต่ในสถานการณ์ที่คนเสื้อแดง ถูกแบ่งไปเชียร์ ส.ส.ชวลิต พรรคไทยสร้างไทย รวมถึงสมชอบ นิติพจน์ อดีตนายก อบจ.นครพยม

ตาอยู่ที่ชื่อ ชูกัน กุลวงษา ผู้สมัคร ส.ส.ที่เป็นความหวังของสหายแสง อาจเข้าป้ายไปได้ เพราะการเลือกตั้งเที่ยวนี้ บัตร 2 ใบ เลือกคน กับเลือกพรรค

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ                       โดย … ขุนน้ำหมึก