รองปลัดฯรุดลงพื้นที่ตรวจ โครงการส่งน้ำแก่งกระจาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/705969

วันจันทร์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการบริหารจัดการน้ำ ที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเขื่อนแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ซึ่งเขื่อนแก่งกระจาน เป็นเขื่อนดิน มีความสูง 58 เมตร ความยาวสันเขื่อน 760 เมตร ความกว้าง 8 เมตร (ระดับน้ำทะเลปานกลาง) มีพื้นที่ 46.5 ตารางกิโลเมตร มีความจุ 710 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) สามารถช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำ เพื่อการอุปโภค-บริโภค ตั้งแต่ปากอ่าวเพชรบุรีจนถึงหัวหินให้หมดไป อีกทั้งยังเป็นแหล่งส่งเสริมการประมง และช่วยบรรเทาอุทกภัยในทุ่งเพชรบุรีได้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้ นายเศรษฐเกียรติ ได้กล่าวชื่นชมการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำภายใต้โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเขื่อนแก่งกระจาน และได้ให้ข้อแนะนำในการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานอื่นที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการใช้น้ำ เพื่อการอุปโภคและบริโภคในด้านการเกษตรและการท่องเที่ยวอย่างมีประสิทธิภาพ

‘เบลล่า-ราณี’แบรนด์แอมบาสซาเดอร์‘บาจา’ ชวนสาวๆ สลัดรองเท้าแก้ว ตามหารองเท้าในแบบของตัวเอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/705919

‘เบลล่า-ราณี’แบรนด์แอมบาสซาเดอร์‘บาจา’  ชวนสาวๆ สลัดรองเท้าแก้ว ตามหารองเท้าในแบบของตัวเอง

‘เบลล่า-ราณี’แบรนด์แอมบาสซาเดอร์‘บาจา’ ชวนสาวๆ สลัดรองเท้าแก้ว ตามหารองเท้าในแบบของตัวเอง

วันจันทร์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บิ๊กแฟชั่นโชว์เปิดปี 2023 บาจา(Bata) ประเทศไทย แบรนด์รองเท้าระดับโลกจากยุโรปที่มีดีไซน์ทันสมัย สวมใส่สบาย ตอบโจทย์ความต้องการของทุกคนในครอบครัว จัดงาน“Surprisingly Bata CinderBella” โดยมี “เบลล่า-ราณี แคมเปน” แบรนด์แอมบาสซาเดอร์ต่อเนื่องปีที่ 2 มาร่วมถ่ายทอดความเป็นเจ้าหญิงในแบบ Bata CinderBella ที่งานนี้ขอสลัดรองเท้าแก้ว เพื่อตามหารองเท้าในแบบของตัวเอง พร้อมขนทัพคนดังร่วมเดินแฟชั่นโชว์สุดยิ่งใหญ่

วิลาสินี ภาณุรัตน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท บาจา (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า สำหรับแคมเปญ “Surprisingly Bata CinderBella” เราอยากที่จะพาทุกท่านออกนอกกรอบไปสร้างเรื่องราวใหม่ๆตามหารองเท้าคู่โปรดที่เหมาะกับตัวคุณเองโดยบาจา ได้เลือก เบลล่า-ราณี แคมเปน”แบรนด์แอมบาสซาเดอร์ต่อเนื่องปีที่ 2 และ ลี-ฐานัฐพ์ โล่ห์คุณสมบัติ Friend of Bata มาร่วมถ่ายทอดความเป็นคนยุคใหม่ที่กล้าก้าวออกจากกรอบเดิมๆ มาเลือกสิ่งที่เหมาะกับตัวเอง พร้อมกันนี้ยังได้เปิดตัว Friend of Bata คู่ใหม่ “ซี-พฤกษ์ พานิช” และ “นุนิว-ชวรินทร์ เพริศพิริยะวงศ์” เพื่อเป็นตัวแทนสื่อสารไปถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่อีกด้วย

นอกจากนี้ บาจายังได้เสริมทัพสินค้าใหม่ๆ เพิ่มขึ้นเต็มขบวนทั้งในไลน์ คอมฟอร์ทเทค บาจาคอมฟิต ที่มีแบบและสีหลากหลายขึ้น หรือไลน์ของ บาจาเรด ลาเบล ที่จะมีทั้งรองเท้าส้นสูงรูปแบบทันสมัยหรือรองเท้าไปงานโอกาสพิเศษต่างๆ ทั้งนี้จะมีการสื่อสารกับแบรนด์ในเครือเพิ่มเติมเพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าสนีกเกอร์ผ้าใบ ทั้ง พาวเวอร์ บาย บาจากับรองเท้ากีฬาเทคโนโลยีสูง หรือนอร์ทสตาร์ บาย บาจา ที่เป็นรองเท้าผ้าใบสตรีทสไตล์สำหรับคนรุ่นใหม่ อีกทั้งยังมี บั๊บเบิ้ลส์กัมเมอร์ส รองเท้าเด็กที่ครองใจคุณหนูๆ มานาน ซึ่งปีนี้เราจะมีเทคโนโลยีและลูกเล่นต่างๆ เพื่อตอกย้ำความเป็นเจ้าตลาดรองเท้าเด็กและเป็นการขยายไลน์ดีไซน์ตลาดรองเท้าสำหรับเด็กของบาจาที่มากกว่าแค่รองเท้านักเรียน

บรรยากาศภายในงาน “Surprisingly Bata CinderBella” ได้เนรมิตลานกิจกรรม Block i สยามสแควร์ ให้เป็นรันเวย์แฟชั่นโชว์ที่ขนกองทัพคอลเลคชั่นจากรองเท้าบาจามาให้ชมอย่างจุใจผ่านนางแบบและนายแบบชื่อดัง พร้อมเต็มอิ่มกับโชว์พิเศษจาก 2 ศิลปินดังโบกี้ไลอ้อน และเดอะทอยส์ และยังได้รับเกียรติจากเหล่าเซเลบริตี้ อาทิ บุ๊ค-พิมพ์เลิศ ใบหยก, จุง-อาเชนไอย์ดึน, ดัง-ณัฎฐ์ฐชัย บุญประเสริฐ, เฟิร์ส-คณพันธ์ ปุ้ยตระกูล, ข้าวตัง-ธนวัฒน์ รัตนกิจไพศาล, เบล-ณัฐสิมา ศิริสุนทร และมีมี่-แม้นวาด นาครทรรพมาร่วมกิจกรรมสุดเซอร์ไพรส์จากบาจากันอย่างคับคั่ง

เบลล่า-ราณี แคมเปน แบรนด์แอมบาสซาเดอร์ พูดถึงความประทับใจว่า “เบลเป็นคนที่ใส่รองเท้าบาจาในชีวิตจริงตลอด ไม่ว่าจะออกกำลังกาย หรือทำงาน เพราะรองเท้าบาจามีหลากหลายรูปแบบ และที่สำคัญคือ ใส่สบาย ซึ่งบาจาเขาใส่ใจและดูแลตรงนี้เป็นพิเศษจึงทำให้มั่นใจได้เลยว่าทุกคู่ของบาจานั้นรับรองได้เลยว่าใส่สบายจริงๆ ที่สำคัญคือช่วยคอมพลีทลุคของเราให้สวยและมั่นใจด้วยค่ะ”

เซเลบริตี้สาวรุ่นใหม่ บุ๊ค-พิมพ์เลิศใบหยก พูดถึงรองเท้าคู่โปรดว่า “บุ๊คชอบใส่รองเท้าสนีกเกอร์มากเพราะว่าสะดวกสบายต่อการเดินทาง แต่ก็มีรองเท้าส้นสูงเยอะเหมือนกัน สำหรับบุ๊คนั้นการเลือกซื้อรองเท้าส้นสูงต้องสวมใส่สบาย และใช้ได้จริงด้วย แต่บุ๊คเป็นคนที่ซื้อรองเท้ามาแล้ว บุ๊คจะใช้งานจริงๆ เพราะรองเท้าอยู่กับเราตลอด ช่วยเสริมสร้างบุคลิกภาพและความมั่นใจให้เราค่ะ”

ออกมาตามหารองเท้าคู่โปรด และร่วมสัมผัสประสบการณ์การความนุ่มสบายเท้าในแบบของบาจาได้ที่ร้านบาจาและห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศ หรือช่องทางออนไลน์ที่เว็บไซต์ https://www.bata.co.th/, Line Official : @Batathailand, Lazada : Bata Thailand https://bit.ly/3uCDq5R, Shopee : Bata Official Store https://bit.ly/336mjek

พิธีทำบุญทอดผ้าป่าสามัคคีมหากุศล เพื่อจัดซื้อครุภัณฑ์ทางการแพทย์ อาคารสุจิณฺโณ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/705939

พิธีทำบุญทอดผ้าป่าสามัคคีมหากุศล เพื่อจัดซื้อครุภัณฑ์ทางการแพทย์ อาคารสุจิณฺโณ  โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

พิธีทำบุญทอดผ้าป่าสามัคคีมหากุศล เพื่อจัดซื้อครุภัณฑ์ทางการแพทย์ อาคารสุจิณฺโณ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

วันจันทร์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (เจ้าประคุณสมเด็จธงชัย ธมฺมธโช) เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ในพิธีทำบุญทอดผ้าป่าสามัคคีมหากุศล เพื่อจัดซื้อครุภัณฑ์ทางการแพทย์ อาคารสุจิณฺโณ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยมี ศ.(เกียรติคุณ)นพ.เกษม วัฒนชัย นายกสภามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วย นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการ จังหวัดเชียงใหม่, ศ.ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่, ศ.(เชี่ยวชาญพิเศษ) นพ.บรรณกิจ โลจนาภิวัฒน์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, พลเอกนินนาท เบี้ยวไข่มุก ประธานคณะทำงานทอดผ้าป่า สามัคคีมหากุศล พร้อมคณะผู้บริหาร คณะแพทยศาสตร์, คณาจารย์อาวุโส, คณะอนุกรรมการระดมทุน เพื่อพัฒนาคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, ผู้มีอุปการคุณคณะฯ พร้อมด้วยบุคลากรคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่และพุทธศาสนิกชน ร่วมในพิธี ณ ห้องประชุมชั้น 15 อาคารเฉลิมพระบารมี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 มกราคม 2566

ทั้งนี้ ภายในงานจัดให้มีการสนทนาธรรม โดย สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (เจ้าประคุณสมเด็จธงชัย ธมฺมธโช), ศ.เกียรติคุณ นพ.เกษม วัฒนชัย ดำเนินรายการโดย สุภาพ คลี่ขจาย จากนั้นเป็นการทำพิธีถวายองค์ผ้าป่า และเมื่อเสร็จสิ้นพิธีแล้ว ผู้บริจาคและผู้ร่วมพิธีเข้ารับมอบผ้ายันต์จากสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ท่านเจ้าประคุณสมเด็จธงชัย ธมฺมธโช)

หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ แห่งวัดดอยแม่ปั๋ง อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ เป็นพระอริยสงฆ์ที่ได้รับความเลื่อมใสศรัทธาอย่างสูงจากพุทธศาสนิกชนทุกเพศทุกวัย ตลอดถึงพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ อีกทั้งหลวงปู่ยังมีความเมตตาผูกพันห่วงใยประชาชนคนไทย และให้ความสำคัญอย่างยิ่งในการดูแลผู้เจ็บป่วย ในมงคลสมัยที่หลวงปู่แหวนสุจิณฺโณ เจริญอายุครบ 90 ปี เมื่อปี พ.ศ.2521คณะศิษยานุศิษย์ได้ร่วมกับประชาชนทั่วประเทศบริจาคทุนทรัพย์สร้างอาคารผู้ป่วย “สุจิณฺโณ” เพื่อถวายเป็นมหากุศลและอนุสรณ์แด่หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณซึ่งได้ใช้เป็นอาคารรักษาผู้ป่วยทั่วทั้งภาคเหนือของโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2527 เป็นต้นมา อาคารนี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดอาคาร เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2528

ถึงแม้หลวงปู่แหวนจะได้ลาขันธ์ไปตั้งแต่วันที่2 กรกฎาคม 2528 แต่กระแสแห่งความเมตตา ปฏิปทาสัมมาปฏิบัติ จริยวัตรที่งดงาม พร้อมกับธรรมโอวาทอันล้ำค่าของหลวงปู่ ยังคงก่อให้เกิดความสุข สงบ โสมนัส และเป็นสิริมงคลแก่ศาสนิกชนทั้งหลายจวบจนถึงปัจจุบัน

อาคารสุจิณฺโณ เป็นอาคารที่ให้บริการรักษาพยาบาลผู้ป่วยปีละกว่า 1,000,000 คน มาราว40 ปี ด้วยระยะเวลาการใช้งานมายาวนาน ทำให้ครุภัณฑ์ทางการแพทย์ต่างๆ ไม่เพียงพอและล้าสมัย จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องจัดซื้อครุภัณฑ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัยมีเทคโนโลยีสูงมาสนับสนุนกระบวนการดูแลรักษาผู้ป่วยที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นทุกปีให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เป็นที่พึ่งด้านสุขภาพของประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะในเขตจังหวัดภาคเหนือ ซึ่งต้องใช้งบประมาณเป็นจํานวนมาก โดยเงินรายได้ผ้าป่ามหากุศลเพื่ออาคารสุจิณฺโณ ได้ยอด 11 ล้านบาท ณ วันที่ 11 มกราคม 2566

บินตรงจากนิวยอร์ก SAVOR BEAUTY สกินแคร์ออร์แกนิก เผยผิวสวยฉบับเกาหลี ฉํ่า เงา เปล่งประกาย สไตล์สาวนิวยอร์ก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/705918

บินตรงจากนิวยอร์ก SAVOR BEAUTY สกินแคร์ออร์แกนิก  เผยผิวสวยฉบับเกาหลี ฉํ่า เงา เปล่งประกาย สไตล์สาวนิวยอร์ก

บินตรงจากนิวยอร์ก SAVOR BEAUTY สกินแคร์ออร์แกนิก เผยผิวสวยฉบับเกาหลี ฉํ่า เงา เปล่งประกาย สไตล์สาวนิวยอร์ก

วันจันทร์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ส่งความงาม ผิวสวย สุขภาพดี จากนิวยอร์ก Savor Beauty เนรมิตสาวไทยให้สวยฉบับเกาหลี ฉ่ำ เงา กระจ่างใสเป็นธรรมชาติ (Mulgwang) ในสไตล์สาวนิวยอร์ก ที่เร่งรีบ มีเวลาจำกัด ให้ได้สวยเปล่งประกาย ด้วย Savor Beauty (เซเวอร์ บิวตี้) สกินแคร์จากธรรมชาติ ทุกอณูออร์แกนิกที่เข้าใจถึงทุกนาทีมีค่า จึงครีเอท Numbered System บนบรรจุภัณฑ์ ทำให้ง่าย ประหยัดเวลา ยามปรนนิบัติผิว กับ ชุด แอท โฮม ลักซ์ เฟเชียล คิต (At Home Luxe Facial Kit) 5 ขั้นตอนทรีตเมนต์หน้าทำด้วยตัวเอง กระชับฉับไว ในเวลาอันสั้น หรือดื่มด่ำกับประสบการณ์ทรีตเมนต์ที่รวบรวมเทคนิคการนวดหน้าบำบัดผิวล้ำลึกให้ฉ่ำเงากระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติแบบ Mulgwang Skin โดยผู้เชี่ยวชาญจาก Savor Beauty สุขุมวิท 39

ครั้งแรกที่ Savor Beauty ได้ส่งต่อความสวยออกนอกอาณาจักรหลังจากเริ่มต้นที่นิวยอร์กในปี 2009 พร้อมได้รับรางวัลการันตีจากนิตยสารชั้นนำหลายสำนัก ได้เลือกประเทศไทย เป็นประเทศแรกในการเป็นจุดสตาร์ทแห่งการเดินทาง ก่อตั้งโดย แองเจล่าเจีย คิม (Angela Jia Kim) ชาวเกาหลี-อเมริกัน อดีตนักเปียโนคลาสสิกที่เติบโตมากับความงามสไตล์เกาหลี ประกอบกับมีความเชื่อมั่นในปรัชญาการดูแลรักตนเอง (Self-love) ที่เป็นมากกว่า ความงามภายนอก แต่เป็นช่วงเวลาส่วนตัวที่มีคุณภาพ เชื่อมโยงกับความรู้สึกที่มีต่อตัวเองให้กลับสู่สมดุล เปล่งประกายความมั่นใจจากภายนอกเติมเต็มความมั่นใจภายใน

ด้วยไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบ และเวลาจำกัดของสาวนิวยอร์ก “ฉันต้องการผลานความงามสไตล์เกาหลีที่ฉันเติบโตมาโดยได้รับแรงบันดาลใจจากคุณแม่ที่ใส่ใจการดูแลผิวด้วยตนเอง กับทุกนาทีอันมีค่าของชีวิตสาวนิวยอร์ก ด้วยผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก จากธรรมชาติ ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ทำให้ผิวสวยไร้ที่ติ” แองเจล่า กล่าวถึงคอนเซ็ปต์ผลิตภัณฑ์

จากการคิดค้น เสาะแสวงหาแหล่งวัตถุดิบออร์แกนิกที่มีประสิทธิภาพสูงจนสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ Savor Beauty ในห้องครัว จนเติบโตและได้ว่าจ้างกลุ่มสาวนิวยอร์กให้เธอเหล่านั้นได้กลับมามีงานทำ ทุกวันนี้ผลิตภัณฑ์ทุกขวดจึงเป็นแฮนด์เมด ผลิตและจัดส่งโดยผู้หญิงล้วน สด ใหม่ ทุกสัปดาห์การันตีคุณภาพด้วยรางวัล Best of New York อีกทั้งยังได้รับการเผยแพร่ในนิตยสารชั้นนำ อาทิ New York Time,Vogue, Elle, People, Allure, Well-Good เป็นต้น

“ให้ปรนนิบัติดูแลผิว เสมือนหนึ่งแพรไหมที่ทรงคุณค่าบนโลกใบนี้ เนื่องจากผิวสามารถบ่งบอกถึงความรู้สึกอารมณ์ กาย และจิตวิญญาณ ชีวิตที่เปล่งประกาย เริ่มต้นด้วยการรักและดูแลตนเองให้กระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติจากภายนอก หยั่งลึกจนเติมเต็มความมั่นใจภายใน” แองเจล่า ผู้ได้รับการขนานนามว่าเป็นเจ้าแม่ Clean Beauty Guru กล่าว และย้ำว่า Savor Beauty เป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ โดยส่วนผสมเป็นออร์แกนิกที่ได้รับการรับรอง เน้นคลีน ฟอร์มูล่า หลากสูตร ที่มีประสิทธิผลสูง ดีต่อผิวของแต่ละบุคคล และผลิตภัณฑ์ทดลองบนผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

Savor Beauty เป็นสกินแคร์แบรนด์แรก และแบรนด์เดียว ที่ แองเจล่าได้นำ Numbered System มาใช้กับชุดแอท โฮม ลักซ์ เฟเชียล คิต เรียงขั้นตอนด้วยตัวเลข 0-5 เพื่อให้ง่าย สะดวก รวดเร็ว ต่อการปรนนิบัติผิวให้ฉ่ำ เงา กระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยตนเองที่บ้าน ทำให้มั่นใจในทุกขั้นตอนและประหยัดเวลา นอกจากนี้ ยังได้ดีไซน์ 4 โปรแกรม ทรีตเมนต์หน้า ที่รวบรวมเทคนิคการนวดหน้าบำบัดผิวอย่างล้ำลึกสไตล์เกาหลี Mulgwang Skin โดยผู้เชี่ยวชาญ ให้ผู้รักผิวหน้าได้สัมผัส ที่ Savor Spa ในนิวยอร์กทั้ง 3 แห่งที่ได้รับรางวัล Best of New York เช่นกัน

สำหรับสาวไทย โอกาสความสวยฉบับเกาหลีสไตล์สาวนิวยอร์ก มาถึงแล้ว ไม่ว่าจะสวยด้วยมือเรา หรือผู้เชี่ยวชาญได้ที่ Savor Beautyสุขุมวิท 39 (ซอยพร้อมศรี 1) สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Line @savorbeauty.th / โทร.088-9569955

ฉลองเปิดตัว‘เดอะ สแตนดาร์ด แบงค็อก มหานคร’ที่สุดของโรงแรมระดับโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/705921

ฉลองเปิดตัว‘เดอะ สแตนดาร์ด แบงค็อก มหานคร’ที่สุดของโรงแรมระดับโลก

ฉลองเปิดตัว‘เดอะ สแตนดาร์ด แบงค็อก มหานคร’ที่สุดของโรงแรมระดับโลก

วันจันทร์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สุดยอดโรงแรมไลฟ์สไตล์ที่เต็มไปด้วยสีสัน ความสนุกสนาน และเสน่ห์ที่น่าหลงใหล The Standard, Bangkok Mahanakhon (เดอะสแตนดาร์ด แบงค็อก มหานคร) ร่วมกับคิง เพาเวอร์ มหานคร แลนด์มาร์ค เดสติเนชั่น ใจกลางกรุงเทพฯ จัดงานเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ด้วยสีสันและบรรยากาศของเทศกาลดนตรี นับเป็นการเฉลิมฉลองที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดแห่งปีกับโรงแรมแฟล็กชิปในเครือ The Standard ของเอเชีย และยังคงอบอวลไปด้วยบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองมาจนถึงศักราชใหม่

Amber Asher ซีอีโอของ The Standard กล่าวว่า โรงแรมนี้ตั้งอยู่ในคิง พาวเวอร์ มหานคร ที่ถือได้ว่าเป็นแลนด์มาร์ค เดสติเนชั่นที่ดึงดูดนักเดินทางท่องเที่ยวจากทั่วโลกต้องแวะเวียนมา“ช้อปปิ้ง เข้าพัก เล่นสนุก และกินดื่ม” ทั้งนี้ ทีมของเราได้พิสูจน์ความทุ่มเทอย่างหนักซึ่งก้าวผ่านความท้าทายอย่างสาหัสจากวิกฤตการระบาดใหญ่มาได้ และสามารถนำแบรนด์ The Standardมาทำให้คนเอเชียได้รู้จักและเข้าใจแบรนด์ที่พวกเรารักและภูมิใจมายังเอเชีย ได้เกินที่เราคาดหวังไว้เสียอีก

ในงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการทุกครั้ง ธรรมเนียมปฏิบัติของแบรนด์ได้ถูกนำเสนอผ่านการแสดงของนักดนตรีมากฝีมือชาวไทยและสุดยอดดีเจระดับโลกซึ่งออกแบบและสร้างสรรค์โดย Stephane Vacher ผู้ดำรงตำแหน่งรองประธานกรรมการบริหารด้าน Nightlife and Entertainment นำเสนอโปรแกรมดนตรีในทุกห้องอาหารและบาร์ของโรงแรม เริ่มจาก ล็อบบี้เลานจ์ที่ทุกคนโปรดปราน The Parlor โดยใช้ดนตรีที่หลากหลายเริ่มต้นด้วยฮิพฮอพยุค 90 ไปกับผู้ทรงอิทธิพลในแวดวงดนตรีอันเดอร์กราวนด์ของนิวยอร์กอย่าง Stretch Armstrongและดีเจสายปาร์ตี้ชื่อดังจากฝั่งอีสต์โคสต์อย่าง Rich Medina เป็นสองดีเจผู้สร้างบรรยากาศในช่วงหัวค่ำ

ส่วนของปาร์ตี้ริมสระที่ The Pool ได้วงดนตรีโมเดิร์นแจ๊สรุ่นใหม่ Onyx Collective เป็นผู้ถ่ายทอดดนตรีแจ๊สแบบคลาสสิกที่ผสานเข้ากับฮิพฮอพและอาร์แอนด์บีจนกลายเป็นซาวนด์แจ๊สสไตล์อะวองการ์ด นอกจากนี้ แขกที่มาร่วมงานยังได้ตื่นตาตื่นใจไปกับการแสดงของนักแสดงเบอร์เลสก์ระดับตำนานจากนิวยอร์ก Dita Von Teese ในแก้วมาร์ตินีขนาดยักษ์ที่ The Standard Grill และตบท้ายค่ำคืนแห่งสีสันและซาวนด์ดนตรีสุดเร้าใจด้วยการแสดงของดีเจและนักแต่งเพลงสไตล์อิเล็กทรอนิกส์ดัง Diplo ที่ทำให้แดนซ์ฟลอร์ลุกเป็นไฟคอมพลีทโลกแห่งแสงสีและดนตรีของ The Standard, Bangkok Mahanakhon ได้อย่างอลังการ

เซเลบริตี้มากมายทั้งดาราแถวหน้าระดับโลก พร้อมด้วยคนดังจากเมืองไทยอาทิ วรมาศ ศรีวัฒนประภา, ระวิอิทธิระวิวงศ์, วัจณา เจริญสมสมัย,แม้นวาด นาครทรรพ อัญชิสา วัชรพล, ภิพัชรา แก้วจินดา, แจ๊ค-ปริญญารุ่นประพันธ์, มุก-เพลินจันทร์ วิญญรัตน์,เต้-ปิยะรัฐ กัลย์จาฤก, นิษฐา-ธราภุช คูหาเปรมกิจ มาร่วมสังสรรค์ในบรรยากาศที่ให้ทุกคนสนุกเต็มที่ไปกับปาร์ตี้ที่ออกแบบมาอย่างลงตัว โดยมีเสียงดนตรีปลุกเร้าและกระตุ้นให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสประสบการณ์ของ The Standard ในแบบของตนเองอย่างอิสระ ไม่ว่าจะเป็นที่ The Parlor, Tease, The Standard Grill และ The Pool ที่ประดับด้วยไฟนีออนตระการตาเสมือนเป็นโลกแห่งเสียงดนตรีที่หลากหลาย ในขณะที่ชั้นสามของโรงแรมถูกเนรมิตให้เป็นไนท์คลับสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่สุดของกรุงเทพฯ

ข้อมูลเพิ่มเติมของเดอะ สแตนดาร์ด แบงค็อก มหานคร เยี่ยมชมได้ที่เว็บไซต์ http://www.standardhotels.com/bangkok/properties/bangkok โทร. 02-0858888 หรือแอดไลน์ @thestandardbangkok

ยูบิลลี่ ไดมอนด์ เปิดตัวงานศิลปะชั้นสูงแห่งเครื่องประดับเพชร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/705955

ยูบิลลี่ ไดมอนด์ เปิดตัวงานศิลปะชั้นสูงแห่งเครื่องประดับเพชร

ยูบิลลี่ ไดมอนด์ เปิดตัวงานศิลปะชั้นสูงแห่งเครื่องประดับเพชร

วันจันทร์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ต้อนรับปีกระต่ายทองและเทศกาลตรุษจีนปี 2566 ยูบิลลี่ ไดมอนด์ เปิดตัวงานศิลปะชั้นสูงแห่งเครื่องประดับเพชร คอลเลคชั่น“THE SPARKLE OF ETERNAL GLORY : THE FLOWERING OF GREAT HAPPINESS, PROSPERITY AND ACHIEVEMENT” เป็นครั้งแรกที่นำ “เพชร” ราชาแห่งอัญมณีสมบัติล้ำค่าจากธรรมชาติ ผสานความงามสง่าอันเรืองรองของเพชรหายากอย่าง Fancy Color Yellow มาสร้างสรรค์เป็นคอลเลคชั่นสุดเลอค่า พร้อมความงดงามของเครื่องประดับจำลองแบบจาก “กระต่าย” สัญลักษณ์แห่งความโชคดี ตามปีนักษัตรจีน 2566 ออกแบบเป็นเครื่องประดับเพชรชุดพิเศษ ผสมผสานความเป็นเอกลักษณ์ของยูบิลลี่ ไดมอนด์ ที่สะกดทุกสายตา 

คอลเลคชั่น “THE SPARKLE OF ETERNAL GLORY : THE FLOWERING OF GREAT HAPPINESS, PROSPERITY AND ACHIEVEMENT –  perfection and splendor of creativity crafted high diamond jewelry collection”ถือเป็นงานศิลปะเครื่องประดับเพชรแห่งปีจาก ยูบิลลี่ ไดมอนด์ ที่มาพร้อมกับเอกลักษณ์พิเศษต้อนรับเทศกาลตรุษจีน ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาแห่งความมงคลของชาวไทยเชื้อสายจีน เปี่ยมไปด้วยคุณค่าและความหมายที่นำพาความมงคล มั่งคั่ง โชคดีในปีกระต่ายทอง 2566 ซึ่งนอกจากการสรรหาเพชรที่มีคุณภาพระดับ World Class แล้ว ยังได้เลือก “กระต่าย” สัญลักษณ์แห่งความโชคดี ตามปีนักษัตรจีน 2566 เป็นจุดเด่นเพื่อเสริมความสิริมงคล ความมั่งคั่ง และความโชคดี ผ่านการดีไซน์ชิ้นงานไฮจิวเวลรี่ที่เปล่งประกายระยิบระยับจับตา และกระบวนการผลิตที่พิถีพิถันจากช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญระดับสูงของยูบิลลี่ ไดมอนด์

เครื่องประดับเพชรชุดนี้ ได้รับแรงบันดาลใจจากความงามสง่าอันเรืองรองของเพชร FANCY YELLOW COLOR โดยคัดสรรเพชรสีเหลืองแฟนซี ที่สุดของเพชรสี จัดเรียงสีอย่างสม่ำเสมอซึ่งหายากและมีมูลค่าสูง มาเสริมความสง่างามให้กับเครื่องประดับทุกชิ้น อีกทั้ง เพชรสีเหลืองนี้ยังสื่อถึงความเรืองรองอันรุ่งโรจน์ รุ่งเรือง โดยเฉพาะความเป็นประกายที่เป็นคุณลักษณะของเพชรแท้ จะช่วยส่งเสริมความหมายที่ดี นำพาความเจริญรุ่งเรือง ความสำเร็จ แก่ผู้สวมใส่

คอลเลคชั่น “THE SPARKLE OF ETERNAL GLORY : THE FLOWERING OF GREAT HAPPINESS, PROSPERITY AND ACHIEVEMENT” นำเสนอชิ้นงานด้วยเพชรประกายเจิดจรัสและเพชรหายากอย่าง FANCY YELLOW COLOR ได้แก่ เข็มกลัดเพชรที่ได้รับแรงบันดาลใจจากอิริยาบถของกระต่าย สัญลักษณ์แห่งความโชคดี ถ่ายทอดสู่ชิ้นงานเครื่องเพชรระยิบระยับแวววาว แหวนเพชรดีไซน์ร่วมสมัยที่มีการนำ Fancy Shape Diamond และ Fancy Color Diamond มาสอดประสานดีไซน์นำความโดดเด่นสุกสกาวให้ผู้สวมใส่ รวมถึงกำไลข้อมือเพชร และสร้อยข้อมือเพชร ซึ่งเครื่องประดับในคอลเลคชั่นนี้ถือเป็นชิ้นงาน Masterpiece ที่จัดทำขึ้นเป็น limited collection เท่านั้น

คุณแหน : 23 มกราคม 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/705954

วันจันทร์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll สมเด็จพระกนิษฐาธิราช เจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราชวโรกาสให้ ชวิศ ยงเห็นเจริญ พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหาร บจ.ชลิต อินดัสทรี เข้าเฝ้าฯทูลเกล้าฯ ถวายเงินเพื่อโดยเสด็จพระราชกุศลสมทบทุนวิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคาย ในพระราชูปถัมภ์ฯ 3 ก.พ. 09.00 น. ณ วังสระปทุม…

ll ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองประธานกรรมการที่ปรึกษาและประธานกรรมการบริหาร มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย จะนำคณะกรรมการลงนามถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา องค์ประธานกรรมการมูลนิธิฯ 25 ม.ค.13.00 น. พร้อมจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายเป็นพระกุศลฯ เวลา 15.00 น. ณ วัดราชบพิธฯ…

ll พลโท นพ.สุปรีชา โมกขะเวส รองประธาน ทุนส่งเสริมดนตรีคลาสสิกในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ พร้อมคณะ กก. อาทิ จุมพจน์ เชื้อสาย, อัจฉรา เตชะไพบูลย์, พิริยาภรณ์ ธรรมมารักษ์, ชรินทร์ทิพย์ เดชะไกศยะ และ ผศ. (พิเศษ) ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์ ร่วมมอบทุนการศึกษาให้ เจษฎา แซ่ภู่ ไปร่วมโครงการแลกเปลี่ยนที่ ม.คาร์ดิฟฟ์ สหราชอาณาจักร…

ll ศุภศิษย์ กอเจริญยศ ผวจ.กาฬสินธุ์ เตรียมจัดงานมหกรรมผู้ไทนานาชาติ อ.เขาวง ประจำปี 2566 ณ สวนเฉลิมพระเกียรติฯ อ่างเก็บน้ำห้วยสายนาเวียง 4-6 ก.พ. ชมขบวนรากเหง้าผู้ไท การแสดงศิลปวัฒนธรรมผู้ไท เลือกซื้อสินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชน…

ll มิตรสหายยินดีกับ ณฐพงศ์ วรรณรัตน์ ได้เป็นกรรมการอื่นในคณะกรรมการธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าฯ (ธสน.)…

ll ประภา ปูรณโชติ เดินสายไหว้พระรับตรุษจีน ล่าสุดไปสักการะพระธาตุช่อแฮ จ.แพร่ และพระธาตุแช่แห้ง จ.น่าน…

ll ข่าวสุดยินดีของว่าที่คุณพ่อคุณแม่ นพ.พลลภัตม์ เสถียร และ พญ.สุธารา อร่ามเจริญ ที่กำลังจะได้เห็นหน้าลูกสาวคนแรกประมาณกลางเดือนก.พ.นี้…

ll วันเกิดปีนี้ ปัณณ์นิตรา ธัญญ์ธนาวิทย์ ช่วงเช้าไปไหว้ศาลหลักเมือง ทำบุญรัวๆ บริจาคช่วยคนพิการ และตั้งใจถือศีล 1 เดือนเลยงดงานเลี้ยงไปก่อน…

ll บิวตี้ เจมส์ โดย สุริยน ศรีอรทัยกุล เนรมิตพื้นที่อีเวนต์ฮอลล์ ชั้น 3 เซ็นทรัลชิดลม 24 ม.ค.14.30 น. เชิญเหล่าเซเลบริตี้ ชมความสวยงามและเพลิดเพลินไปกับเครื่องประดับและอัญมณีจากฝีมือคนไทยในงาน BEAUTY GEMS “THE TIMELESS OF GEMS” พร้อมนี้เปิดตัวเครื่องประดับเซต The Timeless Of Gems มูลค่ารวมกว่า 80 ล้านบาท…ll

คุณแหน

Rado และ Ash Barty อดีตนักเทนนิสมือหนึ่งของโลก ชวนโอบกอดทุกเดินทางไปกับ‘True Square Limited Edition’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/705956

Rado และ Ash Barty อดีตนักเทนนิสมือหนึ่งของโลก ชวนโอบกอดทุกเดินทางไปกับ‘True Square Limited Edition’

Rado และ Ash Barty อดีตนักเทนนิสมือหนึ่งของโลก ชวนโอบกอดทุกเดินทางไปกับ‘True Square Limited Edition’

วันจันทร์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

Ash Barty อดีตนักเทนนิสมือหนึ่งของโลก และแชมป์หญิงเดี่ยวออสเตรเลียนโอเพ่นคนล่าสุด ได้ร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ที่รู้ใจมาเนิ่นนานอย่าง Rado สร้างสรรค์นาฬิกา Limited Edition III ขึ้นมา

เป็นที่รู้กันว่าความสามารถของ Ash รวมถึงความอดทนอดกลั้น ความมั่นใจ และความเป็นตัวเองของเธอคือรากฐานความสำเร็จอันเป็นประวัติศาสตร์ของนักเทนนิสออสเตรเลีย ซึ่งในโลกของการผลิตนาฬิกา คุณสมบัติเหล่านี้ก็สะท้อนอยู่ในแบรนด์ Rado ผู้รังสรรค์นาฬิกาที่มีความแม่นยำ เชื่อถือได้เสมอ และเป็นผู้นำในการใช้ไฮเทคเซรามิก วัสดุที่ทนทานต่อรอยขีดข่วนได้จริง

Ash Barty Limited Edition III นี้ คือการนำ True Square นาฬิกาไฮเทคเซรามิกรุ่นคลาสสิกอันเป็นซิกเนเจอร์ของ Rado มาดัดแปลงจนเกิดเป็นช่วงเวลาใหม่ๆ ที่น่าตื่นเต้นของทั้งแบรนด์และตัว Ash Barty เอง

จากความตั้งใจที่จะสร้างสรรค์นาฬิกาอันมีเอกลักษณ์ มีความเป็นผู้หญิง และอยู่กับผู้สวมใส่ได้ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ แบรนด์ Rado กับ Ash จึงออกแบบให้ตัวเรือนไฮเทคเซรามิกทรงสี่เหลี่ยมให้เป็นสีชมพูกุหลาบอ่อนๆ หน้าปัดใช้เปลือกหอยมุกสีขาว ส่วนดัชนีบอกเวลาเป็นสีโรสโกลด์ให้ความรู้สึกหรูหรามีระดับ นอกจากนี้ ยังมีการเจาะช่องกลมๆ บนหน้าปัดเพื่อให้เห็นกลไกด้านใน สะท้อนถึงการตั้งใจทำงานอย่างหนักก่อนจะได้เป็นรูปลักษณ์ที่สวยงามนี้

ส่วนแซฟไฟร์คริสตัลมีการเคลือบสารป้องกันแสงสะท้อน ด้านในใช้กลไกการเดินคุณภาพสูงอย่างคาลิเบอร์ R734 ที่สำรองพลังงานได้นานถึง 80 ชั่วโมง มาพร้อม NivachronTM แฮร์สปริงป้องกันสนามแม่เหล็กช่วยให้นาฬิกาบอกเวลาได้อย่างแม่นยำและน่าเชื่อถือเสมอ ซึ่งระบบอุตสาหกรรมกำหนดให้นาฬิกาต้องผ่านการทดสอบใน 3 ตำแหน่ง แต่ Rado ทดสอบผ่านถึง 5 ตำแหน่ง เป็นเครื่องยืนยันถึงความเที่ยงตรงได้เป็นอย่างดี

Ash Barty ผู้หลงใหลและรักนาฬิกาได้พูดถึงการทำงานร่วมกับทีมออกแบบของ Rado และการทำให้นาฬิกาในฝันมีชีวิตจริงขึ้นมาว่า “Rado True Square เป็นนาฬิกาเรือนโปรดของฉันมาตลอด มันคือสไตล์ที่มีความพอดี ฉันถึงได้มีเก็บสะสมไว้เยอะมาก แล้วเราก็ตัดสินใจกันว่าจะเลือกรูปทรงนี้มาใช้ในรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่น

เราเลือกหนังสีชมพูอ่อนๆ มาแมทช์กับตัวเรือนไฮเทคเซรามิกซึ่งเป็นโครงสร้างหลัก เสริมด้วยหน้าปัดเปลือกหอยมุกที่เจาะเป็นวงให้เห็นด้านใน ทำให้นาฬิกาทรงสี่เหลี่ยมนี้โดดเด่นหรูหรา และดูมีมิติหลากหลายพอให้ใส่ได้ทุกโอกาส ทั้งกลางวันและกลางคืน

ตัวหน้าปัดมีลูกเทนนิสจิ๋วสีโรสโกลด์ประดับอยู่ด้วย พร้อมสลักคำว่า Jeu, Set และ Match ซึ่งเป็นคำที่ใช้ในการแข่งขันเทนนิส ลูกเล่นตรงนี้เป็นเหมือนสัญลักษณ์ที่เชื่อมฉันกับ Rado ไว้ด้วยกันในโลกของเทนนิส

ฉันชอบประสบการณ์ที่ได้ร่วมงานกับ Rado เพราะนี่คือโอกาสที่ทำให้ฉันได้ดึงความรักในนาฬิกาออกมาหลอมรวมกับความคิดสร้างสรรค์ และในช่วงเวลาแบบนี้ งานนี้เหมือนเป็นเครื่องเตือนใจให้ฉันมีความสุขไปกับทุกๆ โมเมนต์ของการเดินทางในชีวิตด้วย แล้วฉันก็หวังว่าทุกคนจะสัมผัสได้ถึงความสุขผ่านนาฬิกาเรือนนี้เหมือนกับฉัน”

นาฬิกาทรงสี่เหลี่ยมคือส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์การออกแบบของ Rado ซึ่งมีการเปิดตัวเรือนแรกไปเมื่อปีค.ศ.1976 ตอนนั้น Rado ค้นคว้าทดลองเรื่องนาฬิกาเซรามิกทรงสี่เหลี่ยมอยู่ แล้วในปีค.ศ.1990 ก็เปิดตัว Ceramica ออกมา หลังจากนั้นอีก 30 ปี จึงมีการนำวัสดุที่ป้องกันรอยขีดข่วนได้มาใช้ผลิตตัวเรือนนาฬิกาทรงสี่เหลี่ยม โดยใช้เทคโนโ

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ถึงรู้ว่าเหล้า เบียร์ ไวน์มีผลเสียต่อสุขภาพ แต่ก็อดใจไม่ได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/705934

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ถึงรู้ว่าเหล้า เบียร์ ไวน์มีผลเสียต่อสุขภาพ แต่ก็อดใจไม่ได้

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ถึงรู้ว่าเหล้า เบียร์ ไวน์มีผลเสียต่อสุขภาพ แต่ก็อดใจไม่ได้

วันจันทร์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เช่น เหล้า เบียร์ และไวน์ถูกยอมรับโดยคนไม่น้อยว่าช่วยสร้างบรรยากาศและสีสันในการพบปะสังสรรค์มีประวัติกล่าวว่า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์อยู่บนโลกใบนี้มานานนับพันๆ ปีแล้ว ดังนั้นคนจำนวนไม่น้อยกับเครื่องดื่มชนิดนี้จึงใกล้ชิดกันมาก

แต่ก็มิใช่ว่าคนที่ดื่มเหล้า เบียร์ ไวน์จะไม่รู้ว่าหากดื่มมากๆ จะส่งผลเสียต่อร่างกาย แต่ถึงรู้ ก็ยังมีคนดื่มต่อไป 

การดื่มเครื่องดื่มแอลกฮอล์มากเกินความพอดีทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพหลายประการและมีผลโดยตรงกับระบบการทำงานของร่างกาย ผลกระทบอันแรกคือ สมอง แอลกอฮอล์ทำให้การทำงานของสมองมีประสิทธิภาพต่ำลง มีผลโดยตรงต่อการทรงตัว ความจำ การพูด การมองเห็น สมาธิในการทำกิจกรรมต่างๆ มีผลต่อความสามารถตัดสินใจในเรื่องต่างๆ และความรับรู้ การตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรอบตัวลดลงและช้าลง สิ่งเหล่านี้ทำให้เห็นพฤติกรรมของคนดื่มแอลกอฮอล์ เช่น ดื่มแล้วทำให้ความกล้าเพิ่มขึ้น ความยับยั้งชั่งใจลดลงผู้ดื่มเหล้าจนมึนเมามีแนวโน้มก่อเหตุทะเลาะวิวาทกับคนอื่นมากขึ้น รวมถึงอาจนำไปสู่ความรุนแรงในครอบครัวได้

เมื่อขาดความยับยั้งชั่งใจ บวกกับการรับรู้ต่อสิ่งแวดล้อมลดลง การตัดสินใจในเรื่องต่างๆ และการตอบสนองต่อเหตุการณ์ก็ลงลด ดังจะพบว่าคนที่เมาสุราแล้วขับรถยนต์จะเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้โดยง่าย แล้วนำไปสู่ความพิการ หรือความตายของทั้งของผู้เสพและผู้อื่น

น่าอัศจรรย์ใจมากที่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์คือสาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งที่ก่อให้เกิดโศกนาฏกรรมบนท้องถนนในเมืองไทยในแต่ละปีเป็นจำนวนมาก เรื่องนี้ทุกคนรับรู้ดี แต่ก็แค่รับรู้เท่านั้น เพราะปัญหายังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากข้อเท็จจริงพบว่ากฎหมายไทยดูเสมือนยินยอมให้คนเมาแล้วขับรถยนต์ได้ เพราะบทลงโทษต่ำมาก คนเมาแล้วขับรถยนต์ ถูกตัดคะแนนความประพฤติการขับรถเพียงแค่ 4 คะแนนเท่านั้น 

การดื่มแอลกอฮอล์ต่อเนื่องเป็นเวลานาน ส่งผลให้ขนาดสมองหดแฟบลง และยังฟ่อในส่วนที่เรียกว่า ฮิปโปแคมปัส (hippocampus) ซึ่งเกี่ยวข้องกับความจำ และการใช้เหตุผล โดยผลในส่วนนี้จะมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับปริมาณที่ดื่ม

ทุกคนอาจทราบดีว่าแอลกอฮอล์ที่เราดื่มคือ เอธิลแอลกอฮอล์ หรือ เอทานอล (ethanol) เมื่อดื่มเข้าไปแล้ว แอลกอฮอล์จะถูกร่างกายเปลี่ยนแปลงเป็นสารที่เรียกว่าอะเซตาลดีไฮด์ (acetaldehyde) และ อะซีเตท (acetate) ตามลำดับ สารนี้มีผลทำให้เกิดการอักเสบที่ตับ เมื่อดื่มเหล้ามากๆ และบ่อยๆ การอักเสบก็จะรุนแรงและเรื้อรัง จนเกิดภาวะตับแข็งตามมา 

ภาวะตับแข็งทำให้ตับทำหน้าที่ผิดปกติ หน้าที่หลักของตับคือกำจัดของเสียต่างๆ ในร่างกาย คนที่ตับแข็งจะมีอาการตัวเหลืองตาเหลือง ท้องมาน นอกจากนั้น ตับยังทำหน้าที่สร้างสารช่วยให้เลือดแข็งตัว คนตับแข็งจึงเลือดออกง่าย แต่ที่สำคัญคือเมื่อตับแข็งแล้ว จะไม่สามารถกลับสู่ภาวะปกติได้อีก

แอลกอฮอล์ยังส่งผลต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด ทำให้ความดันโลหิตสูง มีผลทำลายกล้ามเนื้อหัวใจ และการเต้นของหัวใจ

หลายคนอ้างว่า แม้จะดื่ม แต่ก็รู้ limit ของตัว จึงไม่มีทางดื่มจนเมา หรือเป็นตับแข็งอย่างแน่นอน แต่ทว่าหากสังเกตดีๆ คนดื่มเหล้าจัดๆ มักมีน้ำหนักขึ้นเรื่อยๆ โปรดอย่าคิดว่าเป็นผลมาจากกับแกล้ม เพราะอันที่จริงเหล้าหรือแอลกอฮอล์มีพลังงานสูงมาก เทียบกับคาร์โบไฮเดรต 1 กรัมที่ให้พลังงาน 4 กิโลแคลอรีแอลกอฮอล์ 1 กรัม ให้พลังงานสูงถึง 7 กิโลแคลอรี เกือบ 2 เท่าของคาร์โบไฮเดรต จึงไม่น่าแปลกใจที่คนที่ดื่มเบียร์วันละ 2-3 ขวด จะมีน้ำหนักขึ้นเรื่อยๆ แม้ไม่ได้กินอาหารหลักมากมายก็ตาม แล้วเมื่อถึงจุดภาวะอ้วนลงพุง โรคที่เกี่ยวกับระบบเผาผลาญหรือ metabolic diseases ก็จะตามติดมาติดๆ เช่น เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง โรคเกาต์ โรคหัวใจ และหลอดเลือด เป็นต้น 

ดังนั้น แม้จะไม่นับผลทางตรงที่เหล้ามีต่อระบบต่างๆ ของร่างกาย แต่ก็มีผลทางอ้อมที่ทำให้เกิดโรคอื่นๆ หลายโรค และเหล้ายังเพิ่มความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งได้หลายตำแหน่งด้วย นอกจากมะเร็งตับ ที่เกิดจากผลของเหล้าต่อตับโดยตรง อะเซตาลดีไฮด์ที่ได้จากการเปลี่ยนแปลงของแอลกอฮอล์คือสารที่มีความสัมพันธ์กับการก่อมะเร็งโดยตรง 

เพราะ อะเซตาลดีไฮด์ สามารถเปลี่ยนแปลงสาย DNA ทำให้มีโอกาสเกิดการกลายพันธุ์ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคมะเร็ง 

มีงานวิจัยพบว่าเหล้าเป็นปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ มะเร็งศีรษะและคอมะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง ยิ่งในคนที่ทั้งดื่มเหล้าและสูบบุหรี่ด้วย ความเสี่ยงก็จะยิ่งเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ ผู้ป่วยอาจเกิดอาการไม่พึงประสงค์ หรืออันตรายจากแอลกอฮอล์ที่ดื่มไปตีกับยาที่ใช้ มียาจำนวนไม่น้อยที่เกิดปฏิกิริยากับแอลกอฮอล์ เช่น ยาพาราเซตามอล ยาแก้ปวดอื่นๆ ยานอนหลับ ยาต้านชัก ยาต้านซึมเศร้า ยาฆ่าเชื้อบางประเภท เป็นต้น 

เห็นแล้วใช่ไหมว่าโทษของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีมากมาย สามารถทำลายล้างระบบการทำงานของร่างกายได้อย่างน่ากลัว แต่ก็เป็นดุลยพินิจของปัจเจกว่าจะยังคงดื่มต่อไป หรือจะยุติการดื่มแน่นอนว่าในรายที่เคยดื่มหนักมาก อาจจะยากกับการหักดิบเลิกดื่มโดยพลัน แต่การค่อยๆ ลดปริมาณ และความถี่ในการดื่มลง ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ก่อนดื่มทุกครั้งขอให้คิดก่อนว่าจะมีความสุขตอนนี้ หรือจะต้องทนทุกข์แสนสาหัสในวันหน้า ส่วนเรื่องความจนความรวยนั้น เป็นเรื่องที่หลายคนรู้ดีว่าจ่ายค่าเหล้า เบียร์ ไวน์นั้นแพงกว่าจ่ายค่าอาหาร แต่ที่จ่ายแพงกว่าคือค่ารักษาพยาบาล ส่วนเรื่องนายทุนขายเหล้า เบียร์ ไวน์ร่ำรวยมากขึ้นกี่แสนกี่ล้านเท่านั้น ก็ลองดูความมั่งคั่งของเจ้าของธุรกิจค้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เอาเองก็แล้วกัน

ผศ.ภก.ดร.บดินทร์ ติวสุวรรณ และรศ.ภญ.ดร.ณัฏฐดา อารีเปี่ยม

คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รัก ‘ผม’ ให้ปลูก (คิ้วกับหนวด เครา ก็ปลูกได้นะ)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/705933

รัก ‘ผม’ ให้ปลูก (คิ้วกับหนวด เครา ก็ปลูกได้นะ)

รัก ‘ผม’ ให้ปลูก (คิ้วกับหนวด เครา ก็ปลูกได้นะ)

วันจันทร์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ปัญหาผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้านสามารถพบเจอได้ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ซึ่งการปลูกผมถือเป็นทางออกที่ดี มีความปลอดภัยสูงและเป็นธรรมชาติ เพราะขั้นตอนการปลูกผมทั้งหมดจะกระทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะ

แพทย์หญิงกุลธิดา ลุสวัสดิ์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเส้นผม โรงพยาบาลศัลยกรรมมาสเตอร์พีซ ให้ข้อมูลว่า การปลูกผม คือการย้ายรากผมจากที่หนึ่งหรือบริเวณด้านหลังศีรษะไปยังอีกจุดหนึ่งที่มีปัญหา ไม่ใช่การเพิ่มปริมาณเส้นผมจากที่มีอยู่ เนื่องจากบริเวณที่นำรากผมออกมาแล้วจะไม่มีการงอกขึ้นมาใหม่ แต่ผมจะไปขึ้นบริเวณที่นำรากผมไปปลูกแทน ซึ่งระยะเวลาในการปลูกผมจะใช้ระยะเวลาประมาณ 7-10 ชั่วโมง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความยากง่ายของคนไข้แต่ละคน

เทคนิคการศัลยกรรมปลูกผมมีกี่แบบ

การปลูกผมสามารถทำได้ด้วยสองเทคนิคที่แตกต่างกัน และเทคนิคที่ว่านั้นคือ เทคนิค FUE และเทคนิค DHI โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินและเลือกเทคนิคที่เหมาะสมในแต่ละเคส

การปลูกผมไม่ต้องผ่าตัดแบบ FUE คืออะไร

เป็นการปลูกผมที่นิยมมากในปัจจุบัน เรียกได้ว่าเป็นวิธีการปลูกผมที่ถูกคิดค้นขึ้นใหม่และทันสมัยมากที่สุดในขณะนี้ ซึ่งการปลูกผมแบบ FUE (Follicular Unit Extraction) นั้นไม่ใช่การผ่าตัด ทำให้ผู้เข้ารับการรักษาเจ็บตัวน้อย ไม่ต้องพักฟื้นนาน

การปลูกผมแบบนี้เป็นการปลูกผมที่มีขั้นตอนการย้ายเซลล์รากผมในรูปแบบหนึ่ง ใช้วิธีการปลูกถ่ายเซลล์รากผมลงไปในบริเวณที่ไม่มีเส้นผม หรือบริเวณที่ผมร่วง ผมบาง โดยขั้นตอนนี้ต้องใช้ความชำนาญและความประณีตค่อนข้างสูง

การย้ายเซลล์รากผมต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง โดยจะเลือกเส้นผมบริเวณส่วนท้ายทอย ซึ่งรากผมบริเวณนี้เป็นจุดที่เส้นผมมีความสมบูรณ์แข็งแรงมากกว่าส่วนอื่น แพทย์จะใช้หัวเจาะขนาดประมาณ 0.8-1.0 มิลลิเมตร ซึ่งมีขนาดเล็กมาก เจ็บน้อย ไร้รอยแผลผ่าตัด แถมไม่ต้องพักฟื้นด้วย

ข้อดีของการปลูกผมแบบ FUE นี้คือไม่ต้องผ่าตัดบริเวณหลังศีรษะ ทำให้รู้สึกเจ็บน้อยกว่า ไม่ต้องพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ แถมยังสามารถย้ายรากผมไปปลูกบริเวณอื่นได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นบริเวณคิ้ว หนวด จอน เครา

หลักการปลูกผมด้วยเทคนิค FUE

อันดับแรกเลยแพทย์จะทำการออกแบบแนวผมที่จะทำการปลูกใหม่ให้เหมาะกับโครงหน้าของคนไข้ หลังจากนั้น จะโกนผมบริเวณหนังศีรษะด้านหลัง เพื่อให้ง่ายต่อการย้ายเซลล์รากผม ก่อนที่จะทำการฉีดยาชาบริเวณท้ายทอย เพื่อระงับความเจ็บปวด

หลังจากนั้นแพทย์จะใช้เครื่องมือที่มีขนาดเล็กมากเจาะย้ายเซลล์รากผมโดยจะเจาะไปรอบๆ กอผมบริเวณท้ายทอยแล้วนำรากผมที่ถูกแยกออกมาปลูกถ่ายลงในตำแหน่งที่ต้องการ ขั้นตอนนี้ต้องใช้เทคนิค ความชำนาญการของแพทย์ เพื่อให้เส้นผมที่ปักลงไปเรียงตัวตามเส้นผมธรรมชาติของคนไข้

ที่สำคัญเทคนิคนี้เป็นการใช้เซลล์รากผมของตัวคนไข้เอง ไม่ใช่สิ่งแปลกปลอมหรือสารอันตราย จึงไม่ก่อให้เกิดการแพ้หรือต่อต้าน รอยแผลจะมีขนาดเล็กมาก หลังปลูกผมไปแล้วสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ

เทคนิค FUE เหมาะกับใครบ้าง

เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผมบางกลางศีรษะ หัวล้าน หน้าผากกว้าง และผู้ที่ต้องการปรับโครงหน้า เช่น อยากให้ใบหน้าดูเรียวลง

เทคโนโลยีปลูกผม

เทคโนโลยี WAW FUE เป็นนวัตกรรมใหม่ที่นำเข้ามาจากประเทศเบลเยียม เพื่อช่วยให้การปลูกผมได้ผลลัพธ์ดียิ่งขึ้น ใช้ระยะเวลาสั้นลงและเก็บรากผมอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด แต่เหนือสิ่งอื่นใดผู้ที่เข้ารับการปลูกผมจะต้องมีวินัยปฏิบัติตนตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อผลลัพธ์ที่ดีหลังทำ และการอดทนรอเวลาเพื่อเส้นผมที่แข็งแรงจะเกิดขึ้นมาภายใน 6-12 เดือน

การปลูกผมแบบ DHI คืออะไร

การปลูกผมด้วยเทคนิค DHI (Direct Hair Implantation) เป็นการปลูกผมแบบ FUE ประเภทหนึ่ง ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพสูงสุดของวงการปลูกผมในปัจจุบัน เป็นการย้ายเซลล์รากผมถาวรจากบริเวณหลังศีรษะไปไว้ในตำแหน่งที่ไม่มีเส้นผม ซึ่งขั้นตอนการทำศัลยกรรมจะคล้ายกับการปลูกผมแบบ FUE แต่ในปัจจุบันได้มีการพัฒนาเทคนิคการใส่ผมเข้าไปใต้ผิวหนัง โดยใช้อุปกรณ์ที่มีชื่อว่า Implanter ในการปลูกผมแทนการใช้ปากคีบ (Forcep) โดยการปลูกผมด้วยเทคนิค DHI สามารถปลูกผมทีละเส้นได้ในครั้งเดียว

ข้อดีของเทคนิค DHI

เทคนิค DHI มีข้อดีอยู่ไม่น้อย ปริมาณผมแน่นขึ้นและถี่กว่าการปลูกผมด้วยเทคนิค FUE เนื่องจากแพทย์ใช้เครื่องมือเฉพาะในการปลูกผมในครั้งเดียวอีกทั้งยังควบคุมความลึก มุม ทิศทางของรากผม เพื่อให้เส้นผมใหม่ที่ปลูกมีลักษณะเดียวกับผมธรรมชาติของเรา นอกจากนี้ยังไม่มีรอยแผลเป็น ไม่ต้องพักฟื้นด้วย

อย่างไรก็ตาม เทคนิคนี้ไม่เหมาะกับคนที่ไม่มีเส้นผมเลย ศีรษะโล้น แต่ถ้าหากมีปัญหาผมร่วงด้วยฮอร์โมน อาจจะต้องกินยาเพื่อรักษา

เทคนิค DHI เหมาะกับใครบ้าง

เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาผมบาง หนังศรีษะล้านเล็กน้อย และคนที่ต้องการปลูกผมเพียงเล็กน้อย รวมทั้งผู้ที่ต้องการปลูกผมโดยไร้รอยแผลเป็น รวมไปถึงผู้ที่มีเวลาพักฟื้นน้อย

ศัลยกรรมปลูกคิ้วคืออะไร

ศัลยกรรมปลูกคิ้วจะคล้ายกับการปลูกผม เนื่องจากเป็นการย้ายเซลล์รากผมบริเวณที่แข็งแรงที่สุด คือส่วนท้ายทอย แพทย์จะนำเซลล์รากผมย้ายมาปลูกบริเวณคิ้ว โดยความหนาของเส้นขนและการงอกจะเหมือนเส้นผมเลย ทำให้หลังจากที่ทำการปลูกคิ้วไปแล้ว ต้องมีการตัดแต่งอยู่เสมอ

การปลูกคิ้วถือเป็นหัตถการที่มีความละเอียดสูง และยังต้องใช้ความชำนาญของแพทย์ตั้งแต่การออกแบบทรงคิ้วไปจนถึงการวางทิศทางของเส้นคิ้วแต่ละเส้นอีกด้วย เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ออกมาดูเป็นธรรมชาติมากที่สุดนั่นเอง

ใครบ้างที่ควรปลูกคิ้ว

คนที่มีปัญหาคิ้วบางตั้งแต่กำเนิด ปัญหาคิ้วไม่เป็นทรง คิ้วไม่ได้สัดส่วน กรณีคิ้วแหว่งจากอุบัติเหตุ โรคผิวหนังบางชนิด สำหรับคนที่สักคิ้วมาแล้วแต่ต้องการปลูกขนคิ้วเพิ่มขึ้นเพื่อเพิ่มความเป็นธรรมชาติมากขึ้น กรณีที่สักคิ้วแล้วไปลบรอยสักด้วยเลเซอร์ ทำให้ขนคิ้วจริงหลุดร่วงหมด คิ้วไม่เป็นสัดส่วน ไม่ได้รูปทรงสวย คิ้วแหว่งจากการผ่าตัด และคนที่ต้องการเพิ่มความคมเข้มให้คิ้ว

ผู้ชายปลูกคิ้วได้ไหม

ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายก็สามารถปลูกคิ้ว และปัจจุบันเป็นที่นิยมอีกด้วย เนื่องจากผลลัพธ์ของการทำหัตถการดังกล่าวนั้นเป็นที่พึงพอใจสำหรับหนุ่มๆ หลายคน ทั้งเรื่องของความเป็นคงอยู่แบบถาวรของขนคิ้ว ทิศทางการจัดเรียงของเส้นขน ที่สำคัญคือความเป็นธรรมชาติหลังจากปลูกคิ้ว

การปลูกคิ้วถาวรเหมือนการสักคิ้วหรือไม่

ไม่เหมือน การสักคิ้วเป็นการใช้เส้นเขียน แต่ไม่ได้มีมิติขึ้นมาจริงๆในอนาคตเส้นคิ้วที่สักขึ้นมาจะค่อยๆ จางหายไปเรื่อยๆ จากสีที่เข้มก็จะเริ่มอ่อนลง ทำให้ต้องมีการใช้เครื่องสำอางเข้ามาช่วยเพื่อเพิ่มความเข้ม ความคมชัดของคิ้วส่วนการปลูกคิ้วเป็นการย้ายเซลล์รากผมบริเวณส่วนท้ายทอยของเรามาปลูกบริเวณคิ้ว ผลลัพธ์ที่ได้จึงสวยงาม เน้นความเป็นธรรมชาติที่สำคัญคิ้วที่ปลูกจะเป็นคิ้วจริงๆ ของเรา ทำให้มีสีเดียวกับสีคิ้วเดิม แถมยังสามารถตัดแต่งทรงคิ้วได้ตามที่ต้องการ

ศัลยกรรมปลูกหนวด เครา คืออะไร

ศัลยกรรมปลูกหนวด ปลูกเครา จอน เป็นวิธีเพิ่มปริมาณเส้นขนแบบธรรมชาติ ซึ่งใช้หลักการเดียวกันกับการปลูกผม โดยการย้ายเซลล์รากผมจากบริเวณที่มีความแข็งแรงของเซลล์รากผมมากที่สุด นั่นก็คือ บริเวณท้ายทอย แพทย์จะนำมาปลูกบริเวณที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นบริเวณหนวด เครา จอน

แต่การเลือกขนาดของเส้นผมจะแตกต่างกันเล็กน้อย เพราะในการปลูกหนวดนั้นต้องเลือกเส้นผมที่ใกล้เคียงกับขนาดของเส้นขนเดิม และจัดเรียงให้ปลูกขึ้นในทิศทางใกล้เคียงกับหนวดเดิมเพื่อผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติที่สุด

ใครบ้างที่ควรทำศัลยกรรมปลูกหนวด เครา

คนที่มีหนวดแหว่ง อาจมีสาเหตุมาจากแผลผ่าตัดหรือแผลเป็นที่เกิดจากโรคต่างๆ มีความต้องการปกปิดรอยแผลเป็น ผู้ที่ปลูกหนวดด้วยเซรั่มไม่ได้ผลตามที่ต้องการ คนที่อยากเพิ่มความหนา ความดกดำ ให้กับหนวด เครา จอน เพื่อเสริมบุคลิกภาพ ความคมเข้มให้กับใบหน้า คนที่อยากปรับเปลี่ยนรูปทรงหนวดเดิมให้เข้ากับใบหน้าและดูเป็นธรรมชาติ

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการปลูกผม คิ้ว หนวด เครา เพิ่มเติม สามารถหาอ่านได้จากหนังสือ “รักผมให้ปลูก” วางจำหน่ายแล้ววันนี้ในร้านหนังสือชั้นนำ หรือขอรับคำปรึกษาได้ที่ โรงพยาบาลศัลยกรรมมาสเตอร์พีซ www.masterpiecehospital.com

แพทย์หญิงกุลธิดา ลุสวัสดิ์

แพทย์หญิงกุลธิดา ลุสวัสดิ์