ออกมาตามหารองเท้าคู่โปรด และร่วมสัมผัสประสบการณ์การความนุ่มสบายเท้าในแบบของบาจาได้ที่ร้านบาจาและห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศ หรือช่องทางออนไลน์ที่เว็บไซต์ https://www.bata.co.th/, Line Official : @Batathailand, Lazada : Bata Thailand https://bit.ly/3uCDq5R, Shopee : Bata Official Store https://bit.ly/336mjek
จากการคิดค้น เสาะแสวงหาแหล่งวัตถุดิบออร์แกนิกที่มีประสิทธิภาพสูงจนสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ Savor Beauty ในห้องครัว จนเติบโตและได้ว่าจ้างกลุ่มสาวนิวยอร์กให้เธอเหล่านั้นได้กลับมามีงานทำ ทุกวันนี้ผลิตภัณฑ์ทุกขวดจึงเป็นแฮนด์เมด ผลิตและจัดส่งโดยผู้หญิงล้วน สด ใหม่ ทุกสัปดาห์การันตีคุณภาพด้วยรางวัล Best of New York อีกทั้งยังได้รับการเผยแพร่ในนิตยสารชั้นนำ อาทิ New York Time,Vogue, Elle, People, Allure, Well-Good เป็นต้น
สุดยอดโรงแรมไลฟ์สไตล์ที่เต็มไปด้วยสีสัน ความสนุกสนาน และเสน่ห์ที่น่าหลงใหล The Standard, Bangkok Mahanakhon (เดอะสแตนดาร์ด แบงค็อก มหานคร) ร่วมกับคิง เพาเวอร์ มหานคร แลนด์มาร์ค เดสติเนชั่น ใจกลางกรุงเทพฯ จัดงานเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ด้วยสีสันและบรรยากาศของเทศกาลดนตรี นับเป็นการเฉลิมฉลองที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดแห่งปีกับโรงแรมแฟล็กชิปในเครือ The Standard ของเอเชีย และยังคงอบอวลไปด้วยบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองมาจนถึงศักราชใหม่
Amber Asher ซีอีโอของ The Standard กล่าวว่า โรงแรมนี้ตั้งอยู่ในคิง พาวเวอร์ มหานคร ที่ถือได้ว่าเป็นแลนด์มาร์ค เดสติเนชั่นที่ดึงดูดนักเดินทางท่องเที่ยวจากทั่วโลกต้องแวะเวียนมา“ช้อปปิ้ง เข้าพัก เล่นสนุก และกินดื่ม” ทั้งนี้ ทีมของเราได้พิสูจน์ความทุ่มเทอย่างหนักซึ่งก้าวผ่านความท้าทายอย่างสาหัสจากวิกฤตการระบาดใหญ่มาได้ และสามารถนำแบรนด์ The Standardมาทำให้คนเอเชียได้รู้จักและเข้าใจแบรนด์ที่พวกเรารักและภูมิใจมายังเอเชีย ได้เกินที่เราคาดหวังไว้เสียอีก
ในงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการทุกครั้ง ธรรมเนียมปฏิบัติของแบรนด์ได้ถูกนำเสนอผ่านการแสดงของนักดนตรีมากฝีมือชาวไทยและสุดยอดดีเจระดับโลกซึ่งออกแบบและสร้างสรรค์โดย Stephane Vacher ผู้ดำรงตำแหน่งรองประธานกรรมการบริหารด้าน Nightlife and Entertainment นำเสนอโปรแกรมดนตรีในทุกห้องอาหารและบาร์ของโรงแรม เริ่มจาก ล็อบบี้เลานจ์ที่ทุกคนโปรดปราน The Parlor โดยใช้ดนตรีที่หลากหลายเริ่มต้นด้วยฮิพฮอพยุค 90 ไปกับผู้ทรงอิทธิพลในแวดวงดนตรีอันเดอร์กราวนด์ของนิวยอร์กอย่าง Stretch Armstrongและดีเจสายปาร์ตี้ชื่อดังจากฝั่งอีสต์โคสต์อย่าง Rich Medina เป็นสองดีเจผู้สร้างบรรยากาศในช่วงหัวค่ำ
ส่วนของปาร์ตี้ริมสระที่ The Pool ได้วงดนตรีโมเดิร์นแจ๊สรุ่นใหม่ Onyx Collective เป็นผู้ถ่ายทอดดนตรีแจ๊สแบบคลาสสิกที่ผสานเข้ากับฮิพฮอพและอาร์แอนด์บีจนกลายเป็นซาวนด์แจ๊สสไตล์อะวองการ์ด นอกจากนี้ แขกที่มาร่วมงานยังได้ตื่นตาตื่นใจไปกับการแสดงของนักแสดงเบอร์เลสก์ระดับตำนานจากนิวยอร์ก Dita Von Teese ในแก้วมาร์ตินีขนาดยักษ์ที่ The Standard Grill และตบท้ายค่ำคืนแห่งสีสันและซาวนด์ดนตรีสุดเร้าใจด้วยการแสดงของดีเจและนักแต่งเพลงสไตล์อิเล็กทรอนิกส์ดัง Diplo ที่ทำให้แดนซ์ฟลอร์ลุกเป็นไฟคอมพลีทโลกแห่งแสงสีและดนตรีของ The Standard, Bangkok Mahanakhon ได้อย่างอลังการ
เซเลบริตี้มากมายทั้งดาราแถวหน้าระดับโลก พร้อมด้วยคนดังจากเมืองไทยอาทิ วรมาศ ศรีวัฒนประภา, ระวิอิทธิระวิวงศ์, วัจณา เจริญสมสมัย,แม้นวาด นาครทรรพ อัญชิสา วัชรพล, ภิพัชรา แก้วจินดา, แจ๊ค-ปริญญารุ่นประพันธ์, มุก-เพลินจันทร์ วิญญรัตน์,เต้-ปิยะรัฐ กัลย์จาฤก, นิษฐา-ธราภุช คูหาเปรมกิจ มาร่วมสังสรรค์ในบรรยากาศที่ให้ทุกคนสนุกเต็มที่ไปกับปาร์ตี้ที่ออกแบบมาอย่างลงตัว โดยมีเสียงดนตรีปลุกเร้าและกระตุ้นให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสประสบการณ์ของ The Standard ในแบบของตนเองอย่างอิสระ ไม่ว่าจะเป็นที่ The Parlor, Tease, The Standard Grill และ The Pool ที่ประดับด้วยไฟนีออนตระการตาเสมือนเป็นโลกแห่งเสียงดนตรีที่หลากหลาย ในขณะที่ชั้นสามของโรงแรมถูกเนรมิตให้เป็นไนท์คลับสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่สุดของกรุงเทพฯ
ต้อนรับปีกระต่ายทองและเทศกาลตรุษจีนปี 2566 ยูบิลลี่ ไดมอนด์ เปิดตัวงานศิลปะชั้นสูงแห่งเครื่องประดับเพชร คอลเลคชั่น“THE SPARKLE OF ETERNAL GLORY : THE FLOWERING OF GREAT HAPPINESS, PROSPERITY AND ACHIEVEMENT” เป็นครั้งแรกที่นำ “เพชร” ราชาแห่งอัญมณีสมบัติล้ำค่าจากธรรมชาติ ผสานความงามสง่าอันเรืองรองของเพชรหายากอย่าง Fancy Color Yellow มาสร้างสรรค์เป็นคอลเลคชั่นสุดเลอค่า พร้อมความงดงามของเครื่องประดับจำลองแบบจาก “กระต่าย” สัญลักษณ์แห่งความโชคดี ตามปีนักษัตรจีน 2566 ออกแบบเป็นเครื่องประดับเพชรชุดพิเศษ ผสมผสานความเป็นเอกลักษณ์ของยูบิลลี่ ไดมอนด์ ที่สะกดทุกสายตา
คอลเลคชั่น “THE SPARKLE OF ETERNAL GLORY : THE FLOWERING OF GREAT HAPPINESS, PROSPERITY AND ACHIEVEMENT – perfection and splendor of creativity crafted high diamond jewelry collection”ถือเป็นงานศิลปะเครื่องประดับเพชรแห่งปีจาก ยูบิลลี่ ไดมอนด์ ที่มาพร้อมกับเอกลักษณ์พิเศษต้อนรับเทศกาลตรุษจีน ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาแห่งความมงคลของชาวไทยเชื้อสายจีน เปี่ยมไปด้วยคุณค่าและความหมายที่นำพาความมงคล มั่งคั่ง โชคดีในปีกระต่ายทอง 2566 ซึ่งนอกจากการสรรหาเพชรที่มีคุณภาพระดับ World Class แล้ว ยังได้เลือก “กระต่าย” สัญลักษณ์แห่งความโชคดี ตามปีนักษัตรจีน 2566 เป็นจุดเด่นเพื่อเสริมความสิริมงคล ความมั่งคั่ง และความโชคดี ผ่านการดีไซน์ชิ้นงานไฮจิวเวลรี่ที่เปล่งประกายระยิบระยับจับตา และกระบวนการผลิตที่พิถีพิถันจากช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญระดับสูงของยูบิลลี่ ไดมอนด์
คอลเลคชั่น “THE SPARKLE OF ETERNAL GLORY : THE FLOWERING OF GREAT HAPPINESS, PROSPERITY AND ACHIEVEMENT” นำเสนอชิ้นงานด้วยเพชรประกายเจิดจรัสและเพชรหายากอย่าง FANCY YELLOW COLOR ได้แก่ เข็มกลัดเพชรที่ได้รับแรงบันดาลใจจากอิริยาบถของกระต่าย สัญลักษณ์แห่งความโชคดี ถ่ายทอดสู่ชิ้นงานเครื่องเพชรระยิบระยับแวววาว แหวนเพชรดีไซน์ร่วมสมัยที่มีการนำ Fancy Shape Diamond และ Fancy Color Diamond มาสอดประสานดีไซน์นำความโดดเด่นสุกสกาวให้ผู้สวมใส่ รวมถึงกำไลข้อมือเพชร และสร้อยข้อมือเพชร ซึ่งเครื่องประดับในคอลเลคชั่นนี้ถือเป็นชิ้นงาน Masterpiece ที่จัดทำขึ้นเป็น limited collection เท่านั้น
ตัวหน้าปัดมีลูกเทนนิสจิ๋วสีโรสโกลด์ประดับอยู่ด้วย พร้อมสลักคำว่า Jeu, Set และ Match ซึ่งเป็นคำที่ใช้ในการแข่งขันเทนนิส ลูกเล่นตรงนี้เป็นเหมือนสัญลักษณ์ที่เชื่อมฉันกับ Rado ไว้ด้วยกันในโลกของเทนนิส
ฉันชอบประสบการณ์ที่ได้ร่วมงานกับ Rado เพราะนี่คือโอกาสที่ทำให้ฉันได้ดึงความรักในนาฬิกาออกมาหลอมรวมกับความคิดสร้างสรรค์ และในช่วงเวลาแบบนี้ งานนี้เหมือนเป็นเครื่องเตือนใจให้ฉันมีความสุขไปกับทุกๆ โมเมนต์ของการเดินทางในชีวิตด้วย แล้วฉันก็หวังว่าทุกคนจะสัมผัสได้ถึงความสุขผ่านนาฬิกาเรือนนี้เหมือนกับฉัน”
นาฬิกาทรงสี่เหลี่ยมคือส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์การออกแบบของ Rado ซึ่งมีการเปิดตัวเรือนแรกไปเมื่อปีค.ศ.1976 ตอนนั้น Rado ค้นคว้าทดลองเรื่องนาฬิกาเซรามิกทรงสี่เหลี่ยมอยู่ แล้วในปีค.ศ.1990 ก็เปิดตัว Ceramica ออกมา หลังจากนั้นอีก 30 ปี จึงมีการนำวัสดุที่ป้องกันรอยขีดข่วนได้มาใช้ผลิตตัวเรือนนาฬิกาทรงสี่เหลี่ยม โดยใช้เทคโนโ
การปลูกผมสามารถทำได้ด้วยสองเทคนิคที่แตกต่างกัน และเทคนิคที่ว่านั้นคือ เทคนิค FUE และเทคนิค DHI โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินและเลือกเทคนิคที่เหมาะสมในแต่ละเคส
การปลูกผมไม่ต้องผ่าตัดแบบ FUE คืออะไร
เป็นการปลูกผมที่นิยมมากในปัจจุบัน เรียกได้ว่าเป็นวิธีการปลูกผมที่ถูกคิดค้นขึ้นใหม่และทันสมัยมากที่สุดในขณะนี้ ซึ่งการปลูกผมแบบ FUE (Follicular Unit Extraction) นั้นไม่ใช่การผ่าตัด ทำให้ผู้เข้ารับการรักษาเจ็บตัวน้อย ไม่ต้องพักฟื้นนาน