บราซิลสั่งปลด ผบ.ทบ.หลังเกิดจลาจลต่อต้านรัฐบาล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2609191

บราซิลสั่งปลด ผบ.ทบ.หลังเกิดจลาจลต่อต้านรัฐบาล

22 ม.ค. 2566 11:03 น.

บราซิลสั่งปลด ผบ.ทบ.หลังเกิดจลาจลต่อต้านรัฐบาล

ประธานาธิบดี ลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ของบราซิล ปลดผู้บัญชาการกองทัพของประเทศแล้ว หลังเกิดจลาจลในเมืองหลวงเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน

พลเอกฆูลิโอ ซีซาร์ เดอ อาร์รูดา เพิ่งได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม ก่อนที่อำนาจของอดีตประธานาธิบดีฌาอีร์ โบลโซนาโร จะสิ้นสุดลง โดย ประธานาธิบดีลูลา กล่าวว่า เขาสงสัยว่าเจ้าหน้าที่กองทัพสมรู้ร่วมคิดกับผู้ประท้วง และสั่งปลดนายทหารหลายสิบนายในช่วงไม่กี่วันมานี้

ผู้สนับสนุนนายโบลโซนาโรหลายพันคนบุกโจมตีสถานที่ราชการในกรุงบราซิเลีย เมื่อวันที่ 8 มกราคม หลังจากจัดการเดินขบวนไปทั่วเมืองโดยไม่มีการขัดขวาง การปะทะส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนายได้รับบาดเจ็บจากเหตุรุนแรง นอกจากนั้น ทำเนียบประธานาธิบดี รัฐสภา และศาลฎีกา ยังได้รับความเสียหายหลังจากผู้ก่อการจลาจลบุก ในวันดังกล่าวมีผู้ถูกควบคุมตัวราว 2,000 คน และเกือบ 1,200 คนยังคงถูกควบคุมตัว

ศาลฎีกากำลังสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และรวมถึงนายโบลโซนาโร อัยการ กล่าวว่า อดีตผู้นำฝ่ายขวาของบราซิลอาจยุยงให้เกิดจลาจล หลังจากโพสต์วิดีโอที่ตั้งคำถามถึงความชอบธรรมของการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม เขาปฏิเสธการมีส่วนร่วมหรือความรับผิดชอบต่อการจลาจลโดยกลุ่มผู้สนับสนุนของเขา

ขณะที่ พลเอกโตมาส ฮิเบโร ปายวา ผู้บังคับการกองทัพภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการกองทัพบกคนใหม่ กล่าวสุนทรพจน์เมื่อต้นสัปดาห์นี้ โดยเรียกร้องให้ทหารยอมรับผลการเลือกตั้งประธานาธิบดี

ข้อกล่าวหาที่ไม่มีมูลความจริงเกี่ยวกับการโกงการเลือกตั้งเมื่อเดือนตุลาคม เป็นแรงผลักดันให้ผู้สนับสนุนโบลโซนาโรหลายคนก่อเหตุจลาจล หลายคนรู้สึกไม่พอใจที่ประธานาธิบดีลูลา ซึ่งถูกตัดสินว่ามีความผิดในข้อหาคอร์รัปชันในปี 2560 และเคยถูกจำคุกก่อนที่คำตัดสินของเขาจะถูกลบล้าง กลับมามีอำนาจอีกครั้ง

เมื่อวันศุกร์ นายโฆเซ มูซิโอ รัฐมนตรีกลาโหมของบราซิล กล่าวว่า ถึงเวลาแล้วที่จะต้องพลิกหน้าใหม่ และให้ความสำคัญกับอนาคตของประเทศ โดยเสริมว่ากองทัพในฐานะสถาบันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจลาจล

ในขณะเดียวกัน นายโบลโซนาโร ยังคงอยู่ในรัฐฟลอริดาของสหรัฐฯ นับตั้งแต่เขาปฏิเสธที่จะเข้าร่วมพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งของประธานาธิบดีลูลา

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แอนเดอร์สัน ตอร์เรส อดีตรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมและพันธมิตรคนสำคัญของนายโบลโซนาโร ถูกจับกุมหลังจากถูกกล่าวหาว่าพยายามขัดขวางการทำงานของตำรวจในการปกป้องสถานที่ราชการ.

นิวซีแลนด์เลือก “คริส ฮิปกินส์” ขึ้นเป็นนายกฯ คนใหม่แทน “อาร์เดิร์น”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2609175

นิวซีแลนด์เลือก "คริส ฮิปกินส์" ขึ้นเป็นนายกฯ คนใหม่แทน "อาร์เดิร์น"

22 ม.ค. 2566 10:53 น.

นิวซีแลนด์เลือก “คริส ฮิปกินส์” ขึ้นเป็นนายกฯ คนใหม่แทน “อาร์เดิร์น”

เมื่อวันอาทิตย์ (22 ม.ค.) พรรคแรงงานซึ่งเป็นพรรครัฐบาลของนิวซีแลนด์ มีมติเลือก นายคริส ฮิปกินส์ เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่แทน จาซินดา อาร์เดิร์น ในฐานะนายกรัฐมนตรีคนที่ 41 ของประเทศ

ฮิปกินส์ วัย 44 ปี เป็นผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงตำแหน่งนี้เพียงคนเดียว ได้รับการลงมติจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคแรงงานจำนวน 64 คน ซึ่งถือว่าเขาได้รับตำแหน่งดังกล่าวอย่างเป็นทางการ

การแต่งตั้งฮิปกินส์ขึ้นสู่ตำแหน่งนายกฯ เกิดขึ้นหลังการลาออกอย่างกะทันหันของอาร์เดิร์นเมื่อวันพฤหัสบดี ซึ่งกล่าวว่าเธอไม่พร้อมสำหรับการบริหารประเทศอีกต่อไป

ฮิปกินส์เป็นที่รู้จักในชื่อ “ชิปปี้” ได้รับเสียงชื่นชมจากความสามารถในการจัดการกับโควิด-19 และเป็นผู้แก้ปัญหาให้กับอาร์เดิร์นในขณะที่รัฐมนตรีคนอื่นๆ ไม่สามารถทำได้

เขาได้รับเลือกให้เป็น ส.ส.พรรคแรงงานครั้งแรกในปี 2551 และกลายเป็นชื่อที่ชาวนิวซีแลนด์รู้จักกันดีในฐานะเจ้าหน้าที่แนวหน้าของรัฐบาลในการรับมือโรคระบาด เขาได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีสาธารณสุขในเดือนกรกฎาคม 2563 ก่อนเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีที่รับมือสถานการณ์โควิด-19 ในช่วงปลายปีเดียวกัน

ในการแถลงข่าวหลังจากพรรคแรงงานที่เป็นรัฐบาลยืนยันว่าเขาเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจาก จาซินดา อาร์เดิร์น นายฮิปกินส์เสนอชื่อ คาร์เมล เซปูโลนี เป็นรองนายกรัฐมนตรีคนใหม่

เซปูโลนี วัย 46 ปี เป็นชาวยุโรปเชื้อสายซามัว ตองกา และนิวซีแลนด์ และอาศัยอยู่ในเมืองโอ๊กแลนด์ ปัจจุบันเธอมีผลงานมากมาย รวมถึงการพัฒนาสังคม การจ้างงาน และศิลปวัฒนธรรม

ทั้งนี้ ก่อนที่ฮิปกินส์จะเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการ อาร์เดิร์นต้องเสนอการลาออกต่อนางซินดี้ คิโร ผู้สำเร็จราชการแทนของกษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 ประจำนิวซีแลนด์ หลังจากนั้นนางคิโรจะแต่งตั้งฮิปกินส์ให้ทำหน้าที่นี้ต่อ และจะเข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งในเวลาต่อไป.

ทหารบูร์กินาฟาโซ บุกช่วย ผู้หญิง-เด็ก 66 ชีวิต ถูกกลุ่มติดอาวุธลักพาตัว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2609031

ทหารบูร์กินาฟาโซ บุกช่วย ผู้หญิง-เด็ก 66 ชีวิต ถูกกลุ่มติดอาวุธลักพาตัว

22 ม.ค. 2566 03:45 น.

ทหารบูร์กินาฟาโซ บุกช่วย ผู้หญิง-เด็ก 66 ชีวิต ถูกกลุ่มติดอาวุธลักพาตัว

ผู้หญิงและเด็ก 66 คนที่ถูกกลุ่มติดอาวุธในภาคเหนือของบูร์กินาฟาโซลักพาตัวไปเมื่อสัปดาห์ก่อน ได้รับความช่วยเหลือแล้ว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 20 ม.ค. 2566 กองกำลังความมั่นคงของประเทศบูร์กินาฟาโซออกปฏิบัติการช่วยเหลือ ผู้หญิงและเด็กจำนวนมากจาก 2 หมู่บ้านในเขต อาร์บินดา จังหวัดโซอุม ของแคว้นซาเฮล ที่ถูกกลุ่มติดอาวุธลักพาตัวไประหว่างออกไปเก็บผลไม้เมื่อ 12-13 ม.ค. ที่ผ่านมา

ตามรายงานของ RTP สถานีโทรทัศน์แห่งชาติของบูร์กินาฟาโซ เจ้าหน้าที่พบผู้หญิง 27 คน กับเด็กและทารก 39 คน ในแคว้นเซ็นเตอร์-นอร์ด ซึ่งอยู่ติดกัน และช่วยเหลือทั้งหมดออกมาได้ ขณะที่รัฐบาลก็ออกมายืนยันข่าวดังกล่าว แต่ไม่เปิดเผยรายละเอียดอื่นๆ

ทั้งนี้ บูร์กินาฟาโซเป็นหนึ่งในหลายประเทศในแอฟริกาตะวันตกที่กำลังต่อสู้กับกลุ่มติดอาวุธ ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มอัลเคดาและกลุ่มไอซิส พวกเขาบุกเข้ายึดพื้นที่ทางเหนือของประเทศ ทำให้มีชาวบ้านเสียชีวิตหลายร้อยราย และกลายเป็นผู้พลัดถิ่นอีกหลายพันคน

ที่มา : the guardian

จีนเผย พลเมืองติดโควิดแล้ว 80% คาดเชื้อไม่ระบาดระลอกใหม่ในเร็วๆ นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2609026

จีนเผย พลเมืองติดโควิดแล้ว 80% คาดเชื้อไม่ระบาดระลอกใหม่ในเร็วๆ นี้

22 ม.ค. 2566 02:51 น.

จีนเผย พลเมืองติดโควิดแล้ว 80% คาดเชื้อไม่ระบาดระลอกใหม่ในเร็วๆ นี้

เจ้าหน้าที่ระดับสูงฝ่ายสาธารณสุขของจีนคาดว่า แดนมังกรจะไม่เผชิญการระบาดระลอกใหม่ของโควิด-19 ภายในระยะเวลา 2-3 เดือนนี้ เนื่องจากประชากรในประเทศติดเชื้อไปกว่า 80% แล้ว

เมื่อวันเสาร์ที่ 21 ม.ค. 2566 ดร.อู๋ ซุนโหยว หัวหน้านักระบาดวิทยาของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของประเทศจีน เปิดเผยผ่านเว็บไซต์ เว่ยป๋อ ว่า การเคลื่อนไหวของประชาชนจำนวนมหาศาลในช่วงเทศกาลตรุษจีน อาจทำให้ไวรัสโควิด-19 แพร่กระจาย ส่งผลให้การติดเชื้อเพิ่มขึ้นในบางพื้นที่ แต่การระบาดระลอกใหม่ไม่น่าจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ เนื่องจากประชากรในประเทศติดเชื้อไปกว่า 80% แล้ว

คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของจีนบอกเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่า จีนผ่านจุดสูงสุดของการระบาดไปแล้ว ในแง่ของจำนวนผู้ป่วยโควิดในโรงพยาบาล, ห้องฉุกเฉิน และอาการวิกฤติแล้ว

ทางการจีนระบุด้ดวยว่า การระบาดระลอกล่าสุดซึ่งเริ่มขึ้นหลังจากละทิ่งนโยบายทำให้โควิดเป็นศูนย์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเกือบ 60,000 ศพภายในระยะเวลา 1 เดือนนับจนถึงวันที่ 12 ม.ค. แต่ผู้เชี่ยวชาญบางคนเชื่อว่าจำนวนดังกล่าวต่ำกว่าความเป็นจริง เพราะไม่ได้นับรวมผู้เสียชีวิตที่บ้านด้วย และแพทย์จำนวนมากไม่กล้าที่จะระบุสาเหตุการเสียชีวิตว่าเป็นเพราะโควิด-19

ที่มา : cna

เปรูปิด ‘มาชูปิกชู’ ไม่มีกำหนด ประท้วงต้านผู้นำลามทั่วประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2609021

เปรูปิด ‘มาชูปิกชู’ ไม่มีกำหนด ประท้วงต้านผู้นำลามทั่วประเทศ

22 ม.ค. 2566 02:16 น.

เปรูปิด ‘มาชูปิกชู’ ไม่มีกำหนด ประท้วงต้านผู้นำลามทั่วประเทศ

ทางการเปรูสั่งปิดมาชูปิกชู สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอย่างไม่มีกำหนด ท่ามกลางการประท้วงรุนแรงที่ลุกลามไปทั่วประเทศ ทำให้มีผู้บาดเจ็บเพิ่มอีกกว่า 50 รายในวันเสาร์

เมื่อวันเสาร์ที่ 21 ม.ค. 2566 รัฐบาลของประเทศเปรูประกาศปิด มาชูปิกชู หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ และสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของประเทศ อย่างไม่มีกำหนด โดยให้เหตุผลว่า เพื่อปกป้องนักท่องเที่ยวและพลเมืองของตัวเอง หลังจากการประท้วงต่อต้านประธานาธิบดีลุกลามไปในหลายเมืองทั่วประเทศ

คำสั่งปิดมาชูปิกชูเกิดขึ้นหลังจากบริการรถไฟมายังมรดกโลกแห่งนี้ถูกระงับ เนื่องจากรางรถไฟถูกผู้ประท้วงสร้างความเสียหาย ทำให้นำท่องเที่ยวจำนวนหลายร้อยคนติดค้าง โดยแถลงการณ์จากกระทรวงวัฒนธรรมเปรู ระบุว่า นักท่องเที่ยวที่ซื้อตั๋วแล้ว สามารถเก็บไว้ใช้ได้ 1 เดือนหลังการการชุมนุมสิ้นสุด หรือจะขอเงินคืนก็ได้

เมื่อเดือนก่อน การประท้วงก็ทำให้เจ้าหน้าที่ของเปรูต้องช่วยเหลือนักท่องเที่ยวหลายร้อยคนออกจากพื้นที่ใกล้เคียงมาชูปิกชู หลังจากติดค้างอยู่ที่นั่นนานหลายวัน

ทั้งนี้ เปรูเผชิญการประท้วงรุนแรงมาตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคมปี 2565 หลังประธานาธิบดีคนก่อนถูกถอดถอนออกจากตำแหน่ง ทำให้มีผู้เสียชีวิตไปแล้วมากกว่า 50 ศพ โดยผู้ประท้วงเรียกร้องให้ นางดีนา โบลูอาร์เต ผู้นำคนใหม่ลาออกจากตำแหน่ง แต่จนถึงตอนนี้เธอยังคงปฏิเสธที่จะทำตามข้อเรียกร้อง

ในการปะทะที่เกิดขึ้นล่าสุด ถนนหลายสายในกรุงลิมาถูกปิดกั้น ตำรวจต้องยิงแก๊สน้ำตาเข้าใส่ผู้ชุมนุมที่ขว้างปาก้อนให้เข้าใส่เจ้าหน้าที่ ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า ผู้ชุมนุมเสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ศพ ที่การประท้วงในแคว้น ปุนโน ทางใต้ของประเทศ ซึ่งผู้ชุมนุมจุดไฟเผาสถานีตำรวจหลายแห่ง มีผู้บาดเจ็บอีก 58 ราย

ที่มา : bbc

แฟนเศร้า ‘นาชอล’ นักแสดง ‘Vincenzo’ เสียชีวิตแล้ว วัยเพียง 36 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2609020

แฟนเศร้า ‘นาชอล’ นักแสดง ‘Vincenzo’ เสียชีวิตแล้ว วัยเพียง 36 ปี

22 ม.ค. 2566 00:25 น.

แฟนเศร้า ‘นาชอล’ นักแสดง ‘Vincenzo’ เสียชีวิตแล้ว วัยเพียง 36 ปี

(ภาพจาก allkpop)

สื่อเกาหลีใต้รายงานว่า นาชอล นักแสดงหนุ่มผู้ฝากผลงานการแสดงเอาไว้มากมาย เสียชีวิตแล้วจากปัญหาสุขภาพหลายอย่าง ด้วยวัยเพียง 36 ปี

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นา ชอล นักแสดงหนุ่มชาวเกาหลีใต้ ผู้มีผลงานยอดนิยมมากมายอย่างซีรีส์ ‘Vincenzo’ และ ‘Weak Hero Class 1’ เสียชีวิตแล้วเมื่อช่วงเช้าวันเสาร์ที่ 21 ม.ค. 2566 ระหว่างรับการรักษาปัญหาสุขภาพที่ททรุดโทรมหลายอย่าง ขณะมีอายุเพียง 36 ปีเท่านั้น

ตามรายงานของเว็บไซต์ allkpop พิธีศพของนาชอลจะจัดขึ้นในวันที่ 23 ม.ค.นี้ ขณะที่มีนักแสดงมากมายออกมาร่วมแสดงความเสียใจต่อการจากไปของเขา รวมถึง คิม โก-อึน นักแสดงหญิงผู้ร่วมงานกับนาชอลในภาพยนตร์ ‘Little Women’ เมื่อปี 2562 โดยเธอโพสต์รูปของนาชอลบนอินสตาแกรมพร้อมข้อความยกย่องเขาว่าเป็น ‘นักแสดงที่ดีที่สุด เป็นผู้ชาย พ่อ สามี ลูกชาย และเพื่อนที่มหัศจรรย์ที่สุด’

ทั้งนี้ นาชอลเริ่มต้นอาชีพการแสดงในปี 2553 จากการเป็นนักแสดงละครเวที จากนั้นได้ไปร่วมแสดงในภาพยนตร์และซีรี่ส์มากมาย รวมถึง ‘Vincenzo’, ‘Happiness’, ‘Through The Darkness’ และ ‘Weak Hero Class 1’

ที่มา : allkpop , inquirer

ตรวจสอบด่วน มหาดไทย โอน “เงินเยียวยาน้ำท่วม” ล็อตแรกแล้ว!

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541410

22 ม.ค. 2566

ตรวจสอบด่วน มหาดไทย โอน “เงินเยียวยาน้ำท่วม” ล็อตแรกแล้ว!

มหาดไทย โอนแล้ว “เงินเยียวยาน้ำท่วม” ล็อตแรก 3.8 หมื่นครัวเรือน นายกฯ กำชับทุกหน่วยงานต้องช่วยเหลือเยียวยาให้รวดเร็ว ถูกต้อง วอนผู้ลงทะเบียนรับเงินช่วยเหลือรีบตรวจสอบดสิทธิ์

น้ำท่วมปี 2565 หลายพื้นของประเทศไทยประชาชนได้รับความเดือดร้อน อย่างหนัก บ้างก็บ้านจมอยู่กับน้ำท่วมนานนับเดือน ไม่มีอาหารประทังชีวิต บ้างก็สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก บ้างก็พื้นที่เกษตรกรรมเสียหาย ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวจากรัฐบาลเพื่อ “เงินเยียวยาน้ำท่วม” ล็อตแรกแล้ว

โดย นางสาว ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ติดตามการแก้ไขสถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัดและได้เร่งรัด กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งบรรเทาทุกข์ ช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ รวดเร็วและถูกต้องที่สุดนั้น 

ทาง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือปภ.โดย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เริ่มโอนเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยครั้งที่ 1 แล้ว เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2566 ที่ผ่านมา ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายนจำนวน 38,408 ครัวเรือน ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขวิธีการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2565 เพื่อให้การช่วยเหลือเยียวยาเบื้องต้นแก่ครอบครัวผู้ประสบอุทกภัยเป็นกรณีพิเศษ พร้อมทั้งอนุมัติกรอบวงเงิน 6,258.54 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จำนวนใน 66 จังหวัด ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการจ่ายเงินช่วยเหลือ มีอัตราตั้งแต่ 5,000-9,000 บาท ได้แก่

  • กรณีที่อยู่อาศัยประจำอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมขัง ติดต่อกันตั้งแต่ 1 วัน แต่ไม่เกิน 7 วัน และทรัพย์สินได้รับความเสียหาย หรือถูกน้ำท่วมขังเกินกว่า 7 วัน แต่ไม่เกิน 30 วัน ได้รับเงินช่วยเหลือ 5,000 บาท
  • กรณีที่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมขัง ติดต่อกันเกินกว่า 30 วัน แต่ไม่เกิน 60 วัน ได้รับเงินช่วยเหลือ 7,000 บาท
  • กรณีที่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมขังติดต่อกันเกิน 60 วัน ขึ้นไปให้ความช่วยเหลือครัวเรือนละ 9,000 บาท

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปภ. ได้ดำเนินการบันทึกข้อมูลเข้าระบบตั้งแต่วันที่ 21 ธันวาคม 2565-20 มกราคม 2566 แล้ว รวมจำนวนทั้งสิ้น 562,212 ครัวเรือน จาก 66 จังหวัดที่ประสบอุทกภัยและกรุงเทพมหานคร ซึ่งมี 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกระบี่ ชุมพร ตราด นราธิวาส และจังหวัดอำนาจเจริญ และรายงานว่าไม่มีครัวเรือนที่เข้าหลักเกณฑ์การช่วยเหลือ 

ทั้งนี้ ในส่วนของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และ จังหวัดปทุมธานี จัดส่งข้อมูลบัญชีรายชื่อครัวเรือนผู้ประสบอุทกภัย ปี 2565 ชุดแรกให้ ปภ.จำนวน 39,425 ครัวเรือน จำนวนเงินทั้งสิ้น 311,838,000 บาท โดย ปภ.ได้ส่งกรมการปกครองตรวจสอบความถูกต้องของเลขประจำตัวประชาชน และส่งข้อมูลครัวเรือนผู้ประสบภัยให้ธนาคารออมสินเรียบร้อยแล้ว จำนวน 39,414 ครัวเรือน ส่วนผู้ประสบภัยอีก 11 รายพบว่าข้อมูลไม่ถูกต้องจึงได้ส่งให้จังหวัดดำเนินการตรวจสอบอีกครั้ง

ล่าสุด เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2566 ที่ผ่านมา ปภ.ได้ส่งข้อมูลให้ธนาคารออมสินและธนาคารออมสินได้โอนเงินช่วยเหลือ ครั้งที่ 1 เข้าบัญชีผู้ประสบอุทกภัยจำนวน 38,408 ราย ผ่านระบบพร้อมเพย์ (PromptPay) แบ่งเป็น ธนาคารออมสิน 5,645 ราย และธนาคารอื่น 32,763 ราย อย่างไรก็ตาม มีผู้ประสบอุทกภัยจำนวน 1,006 ราย ไม่สามารถโอนเงินผ่านระบบพร้อมเพย์ได้เนื่องจากไม่ได้ผูกบัญชีพร้อมเพย์กับเลขบัตรประชาชน ซึ่งปภ.ได้แจ้งให้จังหวัดประสานผู้ประสบภัยมาดำเนินการผูกบัญชีพร้อมเพย์เพื่อรับเงินช่วยเหลือต่อไป

ขณะเดียวกันมีจังหวัดที่ได้จัดส่งข้อมูลครัวเรือนผู้ประสบอุทกภัยมาให้ ปภ. เพิ่มเติมแล้วอีก 4 จังหวัด ได้แก่ ลพบุรี พระนครศรีอยุธยา ขอนแก่น และสุพรรณบุรี รวม 75,841 ครัวเรือน จำนวนเงิน 547,805,000 บาท ซึ่งจะได้รวบรวมส่งให้ธนาคารออมสินเพื่อดำเนินการโอนเงินเข้าบัญชีต่อไป สำหรับจังหวัดอื่น ๆ หลายจังหวัดได้มีกำหนดการประชุม ก.ช.ภ.จ. เพื่อตรวจสอบและจัดส่งข้อมูลเพิ่มเติมให้ ปภ. เพื่อให้สามารถจ่ายเงินช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยได้ครบถ้วนตามระยะเวลาที่กำหนด

สำหรับประชาชนที่ได้ยื่นคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือเรียบร้อยแล้ว สามารถติดตามสถานะการดำเนินการของตนเองได้ที่ https://flood65.disaster.go.th หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กองช่วยเหลือผู้ประสบภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หมายเลขโทรศัพท์ 0-2637-3511

“นายกฯ ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนให้รวดเร็ว ครอบคลุมและทั่วถึง ควบคู่ไปกับการฟื้นฟูในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นในที่อยู่อาศัย เครื่องมือทำมาหากิน ด้านเศรษฐกิจ สร้างอาชีพสร้างรายได้ ด้านสุขภาพพลานามัย ด้านจิตใจ เป็นต้น รวมทั้งเตรียมแผนรับมือปัญหาในระยะยาว”รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าว

ราชกิจจาฯ เผยประกาศสำนักนายกฯ โปรดเกล้าฯแต่งตั้งข้าราชการตํารวจ 54 ราย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541395

จีรพงษ์ ประเสริฐพลกรัง

22 ม.ค. 2566

ราชกิจจาฯ เผยประกาศสำนักนายกฯ โปรดเกล้าฯแต่งตั้งข้าราชการตํารวจ 54 ราย

ราชกิจจานุเบกษา เผยประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2566 มี “พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ” แต่งตั้งข้าราชการตํารวจ 54 ราย

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการตํารวจ ลงวันที่ 21 มกราคม 2566 โดยมีเนื้อหาระบุว่า

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งข้าราชการตํารวจ ให้ดํารงตําแหน่งต่าง ๆ จํานวน 54 ราย โดยมีพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2566 เป็นต้นไป

โดยรายชื่อข้าราชการตํารวจที่ได้รับการโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง จํานวน 54 ราย มีดังนี้

1. พลตํารวจตรี คีรีศักดิ์ ตันตินวะชัย รองผู้บัญชาการ ตํารวจภูธรภาค 3 ดํารงตําแหน่ง ผู้บัญชาการ ประจําสํานักงานผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ (ทําหน้าที่ที่ปรึกษาสถาบันวิชาการ ป้องกันประเทศ กองบัญชาการกองทัพไทย)

2.พลตํารวจตรี นิธิธร จินตกานนท์ รองผู้บัญชาการตํารวจนครบาล ดํารงตําแหน่ง ผู้บัญชาการ ประจําสํานักงานผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ (ทําหน้าที่หัวหน้าส่วนอํานวยการ และสนับสนุน ศูนย์ปฏิบัติการสํานักงานตํารวจแห่งชาติ)

3.พลตํารวจตรี วันไชย เอกพรพิชญ์ รองผู้บัญชาการ ตํารวจภูธรภาค 4 ดํารงตําแหน่ง จเรตํารวจ (สบ 4)

4.พลตํารวจตรี สุรพล เปรมบุตร รองผู้บัญชาการ ตํารวจภูธรภาค 1ดํารงตําแหน่ง ผู้บัญชาการ ประจําสํานักงานผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ (ทําหน้าที่ประสานงานและขับเคลื่อน ด้านยุทธศาสตร์)

5.พลตํารวจตรี กิติศักดิ์ ดุรงควิบูลย์ รองจเรตํารวจ (สบ 7) ดํารงตําแหน่ง รองผู้บัญชาการ ตํารวจภูธรภาค 9

6. พลตํารวจตรี โสภณ สารพัฒน์ รองผู้บัญชาการ ตํารวจภูธรภาค 9 ดํารงตําแหน่ง รองผู้บัญชาการตํารวจนครบาล

7. พลตํารวจตรี อิทธิพล สุวรรณวัฒนะ รองผู้บัญชาการ สํานักงานกฎหมายและคดี ดํารงตําแหน่ง รองผู้บัญชาการ โรงเรียนนายร้อยตํารวจ

8.พลตํารวจตรี กานตพงศ์ ชัยรุ่งเรือง ผู้บังคับการตรวจสอบและวิเคราะห์อาชญากรรม ทางเทคโนโลยี ดํารงตําแหน่ง รองผู้บัญชาการศึกษา
 

9. พลตํารวจตรี คมสัน สุขมาก ผู้บังคับการ กองคดีปกครองและคดีแพ่ง ดํารงตําแหน่ง รองผู้บัญชาการ สํานักงานกฎหมายและคดี

10. พลตํารวจตรี ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์ ผู้บังคับการ ศูนย์ฝึกอบรม ตํารวจภูธรภาค 5 ดํารงตําแหน่ง รองผู้บัญชาการ ประจําสํานักงานผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ (ทําหน้าที่รองหัวหน้าส่วน อํานวยการและสนับสนุน ศูนย์ปฏิบัติการสํานักงานตํารวจแห่งชาติ)

11.พลตํารวจตรี ปภัชเดช เกตุพันธ์ ผู้บังคับการสนับสนุนทางเทคโนโลยี ดํารงตําแหน่ง รองผู้บัญชาการ ตํารวจภูธรภาค 9

12.พลตํารวจตรี ภมร รัตนสมัย ผู้บังคับการ กองตรวจสอบและทะเบียนประวัติ ดํารงตําแหน่ง รองผู้บัญชาการ สํานักงานคณะกรรมการข้าราชการตํารวจ

13.พลตํารวจตรี มานัด ศรีวงษา ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 ดํารงตําแหน่งรองจเรตํารวจ (สบ 7)

14.พลตํารวจตรี ระพีพงษ์ สุขไพบูลย์ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน ตํารวจภูธรภาค 5 ดํารงตําแหน่ง รองผู้บัญชาการ ตํารวจภูธรภาค

15.พลตํารวจตรี ศักดิ์ชัย ลิ้มเจริญ ผู้บังคับการ ศูนย์ฝึกอบรม ตํารวจภูธรภาค 4 ดํารงตําแหน่ง รองผู้บัญชาการ ตํารวจภูธรภาค 4

16.พลตํารวจตรี สมพร สัจพจน์ ผู้บังคับการอํานวยการ ตํารวจภูธรภาค 1 ดํารงตําแหน่ง รองผู้บัญชาการศึกษา

17.พลตํารวจตรี อรุษ แสงจันทร์ ผู้บังคับการ ตํารวจภูธรจังหวัดสตูล ดํารงตําแหน่ง รองผู้บัญชาการ ประจําสํานักงานผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ (ทําหน้าที่รองหัวหน้าส่วนอํานวยการ และสนับสนุน ศูนย์ปฏิบัติการสํานักงานตํารวจแห่งชาติ)

18. พลตํารวจตรี ออมสิน ตรารุ่งเรือง ผู้บังคับการตํารวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรม ทางเทคโนโลยี 3 ดํารงตําแหน่ง รองผู้บัญชาการตํารวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

19.พลตํารวจตรี อํานาจ ไตรพจน์ ผู้บังคับการตํารวจรถไฟ ดํารงตําแหน่ง รองผู้บัญชาการ ตํารวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

20.พลตํารวจตรี กฤษณะ สุขสมบูรณ์ ผู้บังคับการ กองร้องทุกข์ ดํารงตําแหน่ง ผู้บังคับการ อํานวยการ ตํารวจภูธรภาค 7

21.พลตํารวจตรี กิตติ์ธเนศ ธนนันท์ทวีสิน ผู้บังคับการ ตํารวจภูธรจังหวัดชลบุรี ดํารงตําแหน่ง ผู้บังคับการ ประจํากองบัญชาการตํารวจสันติบาล

22.พลตํารวจตรี จรูญ ไพลดํา ผู้บังคับการตํารวจสันติบาล 4 ดํารงตําแหน่ง ผู้บังคับการตํารวจสันติบาล 1

23. พลตํารวจตรี ณัฐกร ประภายนต์ ผู้บังคับการอํานวยการ กองบัญชาการตํารวจสืบสวน สอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ดํารงตําแหน่ง ผู้บังคับการตํารวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรม ทางเทคโนโลยี 2

24. พลตํารวจตรี ธเรศ แก้วละเอียด ผู้บังคับการอํานวยการ ตํารวจภูธรภาค 9 ดํารงตําแหน่ง ผู้บังคับการ กองคดีปกครองและคดีแพ่ง

25. พลตํารวจตรี นรินทร์ บูสะมัญ ผู้บังคับการ ตํารวจภูธรจังหวัดปัตตานี ดํารงตําแหน่ง ผู้บังคับการกฎหมายและคดี ตํารวจภูธรภาค 9

26. พลตํารวจตรี นิพนธ์ รัตนศิริแสงโชติ ผู้บังคับการอํานวยการ ตํารวจภูธรภาค 4 ดํารงตําแหน่ง ผู้บังคับการ ศูนย์ฝึกอบรม ตํารวจภูธรภาค 4

27. พลตํารวจตรี พิชญ์วุฒิ สงวนสมบัติศิริ ผู้บังคับการ ศูนย์ฝึกอบรมตรวจคนเข้าเมือง ดํารงตําแหน่ง ผู้บังคับการ ตํารวจภูธรจังหวัดสตูล

28. พลตํารวจตรี วริศร์สิริภ์ ลีละสิริ ผู้บังคับการตํารวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรม ทางเทคโนโลยี 2 ดํารงตําแหน่ง ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3

29. พลตํารวจตรี วิชชุโชติ ขวัญใจธัญญา ผู้บังคับการ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 4 ดํารงตําแหน่ง ผู้บังคับการ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 10

30. พลตํารวจตรี วิสูตร นาคจู ผู้บังคับการ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 10 ดํารงตําแหน่ง ผู้บังคับการ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 4

31. พลตํารวจตรี แวสาแม สาและ ผู้บังคับการ ตํารวจภูธรจังหวัดนราธิวาส ดํารงตําแหน่ง ผู้บังคับการกฎหมายและคดี ตํารวจภูธรภาค 1

32. พลตํารวจตรี สถิตย์ พรมอุทัย ผู้บังคับการกฎหมายและคดี ตํารวจภูธรภาค ดํารงตําแหน่ง ผู้บังคับการตํารวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 3

33. พลตํารวจตรี สมกิต พุ่มวารี ผู้บังคับการอํานวยการ สํานักงานเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร ดํารงตําแหน่ง ผู้บังคับการ ประจํากองบัญชาการตํารวจปราบปรามยาเสพติด

34. พลตํารวจตรี อาชาน จันทร์ศิริ ผู้บังคับการกฎหมายและคดี ตํารวจภูธรภาค 9 ดํารงตําแหน่ง ผู้บังคับการ ตํารวจภูธรจังหวัดปัตตานี

35. พลตํารวจตรี อุดร วงษ์ชื่น ผู้บังคับการตํารวจสันติบาล 1 ดํารงตําแหน่ง ผู้บังคับการ อํานวยการ ตํารวจภูธรภาค 9

36. พันตํารวจเอก กัมพล ลีลาประภาภรณ์ รองผู้บังคับการ ตํารวจภูธรจังหวัดจันทบุรี ดํารงตําแหน่ง ผู้บังคับการ ตํารวจภูธรจังหวัดชลบุรี

37. พันตํารวจเอก จักรเพชร เพชรพลอยนิล รองผู้บังคับการตํารวจนครบาล 5 ดํารงตําแหน่ง ผู้บังคับการสนับสนุนทางเทคโนโลยี

38. พันตํารวจเอก จิรศักดิ์ ไกรเพชร รองผู้บังคับการตํารวจสันติบาล 2 ดํารงตําแหน่ง ผู้บังคับการตํารวจสันติบาล 4

39. พันตํารวจเอก ชัยรพ จุณณวัตต์ รองผู้บังคับการตํารวจนครบาล 4 ดํารงตําแหน่ง ผู้บังคับการตํารวจรถไฟ

40. พันตํารวจเอก ชูศักดิ์ ขนาดนิด รองผู้บังคับการ กองตรวจราชการ 8 ดํารงตําแหน่ง ผู้บังคับการตรวจสอบและวิเคราะห์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี

41. พันตํารวจเอก ณัฐเดช พงศ์วรินทร์ รองผู้บังคับการ กองโยธาธิการ ดํารงตําแหน่ง ผู้บังคับการอํานวยการ สํานักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

42. พันตํารวจเอก ธวัชชัย ดุกสุขแก้ว รองผู้บังคับการ ตํารวจภูธรจังหวัดนราธิวาส ดํารงตําแหน่ง ผู้บังคับการอํานวยการ ตํารวจภูธรภาค 4

43. พันตํารวจเอก นักรบ หลิ่มวิรัตน์ รองผู้บังคับการ ตํารวจภูธรจังหวัดแม่ฮ่องสอน ดํารงตําแหน่ง ผู้บังคับการ ศูนย์ฝึกอบรม ตํารวจภูธรภาค 5

44. พันตํารวจเอก นีรนาท ฉินประสิทธิชัย รองผู้บังคับการ กองตรวจราชการ ๑๐ ดํารงตําแหน่ง ผู้บังคับการ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5

45. พันตํารวจเอก บรรจง วิสาสะ รองผู้บังคับการ กองมาตรฐานวินัย ดํารงตําแหน่ง ผู้บังคับการ กองตรวจสอบและทะเบียนประวัติ

46. พันตํารวจเอก ภูมิปัญญ์ญา นวตระกูลพิสุทธิ์ รองผู้บังคับการ ตํารวจภูธรจังหวัดเชียงราย ดํารงตําแหน่ง ผู้บังคับการ ประจําสํานักงานผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ (ทําหน้าที่ผู้ช่วยหัวหน้าส่วน อํานวยการและสนับสนุน ศูนย์ปฏิบัติการสํานักงานตํารวจแห่งชาติ)

47. พันตํารวจเอก ยุทธนา จอนขุน รองผู้บังคับการ ตํารวจภูธรจังหวัดสระบุรี ดํารงตําแหน่ง ผู้บังคับการ กองร้องทุกข์

48. พันตํารวจเอก ยุทธพงษ์ ทองนุ้ย รองผู้บังคับการอํานวยการ ตํารวจภูธรภาค 9 ดํารงตําแหน่ง ผู้บังคับการอํานวยการ ตํารวจภูธรภาค 9

49. พันตํารวจเอก สมภพ คูหาวิชานันท์ รองผู้บังคับการ ตํารวจภูธรจังหวัดราชบุรี ดํารงตําแหน่ง ผู้บังคับการอํานวยการ กองบัญชาการตํารวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

50. พันตํารวจเอก สันทัศน์ เชื้อพุฒตาล รองผู้บังคับการ ตํารวจภูธรจังหวัดนราธิวาส ดํารงตําแหน่ง ผู้บังคับการ ศูนย์ฝึกอบรมตรวจคนเข้าเมือง

51. พันตํารวจเอก สารนัย คงเมือง รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตํารวจภูธรภาค 5 ดํารงตําแหน่ง ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน ตํารวจภูธรภาค 5

52. พันตํารวจเอก สุนทร อรุณนารา รองผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 ดํารงตําแหน่ง ผู้บังคับการ สํานักงานคณะกรรมการนโยบายตํารวจแห่งชาติ

53. พันตํารวจเอก อนุรุธ อิ่มอาบ รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน ตํารวจภูธรภาค 9 ดํารงตําแหน่ง ผู้บังคับการ ตํารวจภูธรจังหวัดนราธิวาส

54. พันตํารวจเอกหญิง วิลาวัณย์ นันทมงคล เภสัชกร (สบ 4) กลุ่มงานเภสัชกรรม โรงพยาบาลตํารวจ ดํารงตําแหน่ง ผู้บังคับการ ประจําโรงพยาบาลตํารวจ


ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการตำรวจ 54 ราย (1)ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการตำรวจ 54 ราย (1)

ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการตำรวจ 54 ราย (2)ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการตำรวจ 54 ราย (2)

ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการตำรวจ 54 ราย (4)ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการตำรวจ 54 ราย (4)

ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการตำรวจ 54 ราย (4)ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการตำรวจ 54 ราย (4)

“สุชาติ”ขานรับคำสั่ง”บิ๊กตู่”ผลิตแรงงานท่องเที่ยว-บริการด่วน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541384

21 ม.ค. 2566

"สุชาติ"ขานรับคำสั่ง"บิ๊กตู่"ผลิตแรงงานท่องเที่ยว-บริการด่วน

“บิ๊กตู่”สั่งการ “กระทรวงแรงงาน” เร่งผลิตแรงงานภาคท่องเที่ยวและบริการด่วน หลังพบว่าขาดแคลนหนัก ขณะที่”กรมจัดหางาน” แจ้งตำแหน่งงานว่าง 1,313 ตำแหน่ง 3,698 อัตรา

หลังสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด19 คลี่คลาย รัฐบาลปลดล็อคมาตรการต่างๆ ทำให้ธุรกิจและการดำเนินชีวิตของประชาชนกลับมาปกติ แต่กลับพบว่า ธุรกิจท่องเที่ยวและบริการกำลังอยู่ในสภาวะขาดแคลนแรงงาน เนื่องจากธุรกิจมีการฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว กระทั่งล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสั่งการให้กระทรวงแรงงานเร่งแก้ปัญหาโดยด่วน


นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ไม่ได้นิ่งนอนใจเร่งฝึกอาชีพเพื่อผลิตแรงงานในสาขาที่ขาดแคลนรวมทั้งบรรจุตำแหน่งงานว่าง และให้สำนักงานแรงงานจังหวัดลงพื้นที่สอบถามความต้องการแรงงานจากผู้ประกอบการภาคท่องเที่ยวและบริการ พบว่า ใน 60 จังหวัด มีสถานประกอบกิจการประเภทโรงแรม ที่พัก ภัตตาคาร ร้านค้า จำนวน 32,359 แห่ง ลูกจ้าง 297,824 คน สถานประกอบกิจการที่มีความต้องการแรงงาน จำนวน 1,817 แห่ง ลูกจ้าง 9,763 คน 
 

กรมการจัดหางาน แจ้งความต้องจ้างงานในแพลตฟอร์มไทยมีงานทำจำนวนจำนวน 4,881 อัตรา มีผู้สมัครงาน จำนวน 4,019 คน ได้รับการบรรจุงานแล้ว จำนวน 3,491 คน  และที่จังหวัดภูเก็ตได้มีการจัดงานนัดพบแรงงาน มีนายจ้าง/สถานประกอบการแจ้งความประสงค์ต้องการแรงงานกับสำนักงานจัดหางานจังหวัดภูเก็ต จำนวน 178 แห่ง ตำแหน่งงานว่าง 1,313 ตำแหน่ง 3,698 อัตรา บรรจุงานในสถานประกอบการแล้วจำนวน 50 แห่ง ลูกจ้างจำนวน 550 อัตรา มีนักศึกษาฝึกงานในสถานประกอบการ จำนวน 3,749 คน และนักเรียน นักศึกษาทำงานพาร์ทไทม์ช่วงว่างจากการเรียน จำนวน 345 คน

กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กำลังเร่งดำเนินการฝึกอบรมทักษะฝีมือแรงงานให้แก่แรงงานภาคท่องเที่ยวและบริการ อาทิ พนักงานต้อนรับ พนักงานผสมเครื่องดื่ม นวดแผนไทย เป็นต้น ซึ่งขณะนี้ได้ฝึกไปแล้ว จำนวน 1,649 คน จากเป้าหมาย 4,900 คน และปรับแผนการฝึกเพิ่มเป็น 9,000 คน เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ประกอบการมากขึ้น 

เมื่อการท่องเที่ยกลับมาฟื้นตัวแล้วนั้น จังหวัดภูเก็ต 1 ในจังหวัดเป้าหมายของนักท่องเที่ยว เดิมเคยประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานเช่นกัน แต่ขณะนี้ นายรังสิมันต์ กิ่งแก้ว อุปนายกฝ่ายยุทธศาสตร์การพัฒนาการท่องเที่ยว สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต เผยว่า สถานการณ์คลี่คลายแล้ว เพราะกระทรวงแรงงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดนัดพบแรงงาน การฝึกอบรมทักษะระยะสั้น การให้นักเรียน นักศึกษาได้ทำงานพาร์ทไทม์ช่วงว่างจากการเรียน ทำให้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานลดน้อยลง และคาดการณ์ว่าไตรมาส 2 สถานการณ์จะเริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้นตามลำดับ เนื่องจากในช่วงเดือนมีนาคม 2566 จะมีนักศึกษาที่จบการศึกษาเข้าสู่ตลาดแรงงานเพิ่มมากขึ้น แต่ยังอยากให้เพิ่มการได้ฝึกทักษะฝีมือ โดยเฉพาะตำแหน่งบาร์เทนเดอร์ พนักงานเสิร์ฟ 
นายกฯสั่งการเร่งผลิตแรงงานภาคท่องเที่ยวและบริการนายกฯสั่งการเร่งผลิตแรงงานภาคท่องเที่ยวและบริการ

“นายหน้า”แจ้งจับฝ่ายปกครองเชียงใหม่ รับส่วยทำบัตรแรงงานต่างด้าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541382

21 ม.ค. 2566

"นายหน้า"แจ้งจับฝ่ายปกครองเชียงใหม่ รับส่วยทำบัตรแรงงานต่างด้าว

“นายหน้า”แจ้งจับเจ้าหน้าที่หัวหน้าศูนย์บริหารการทะเบียนในจังหวัดเชียงใหม่ เรียกรับเงินทำบัตรแรงงานต่างด้าวหัวละ 400 บาท 5 เดือน สูญเงิน 8.3 แสนบาท

ต่อเนื่องมาจากเรื่องฉาวในวงการข้าราชการ ที่นายบุญญฤทธิ์ นิปวณิชย์ ปลัดอำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ร้องเรียนกรณีของเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเชียงใหม่ เรียกรับส่วยจากนายหน้า เพื่อทำบัตรแรงงานต่างด้าวคนละ 400 บาท นอกเหนือจากค่าธรรมเนียมปกติ ซึ่งทำเป็นขบวนการมาแล้วกว่า 5 ปี 
 

ล่าสุดวันนี้ 20 ม.ค. 2566 ที่สถานีตำรวจภูธรดอยสะเก็ด นายกันต์ธร (สงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี นายหน้าของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งในอำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพ.ต.ท. อำนาจ ทองแท้  สารวัตร (สอบสวน) ให้ดำเนินคดีกับนายมีศักดิ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 52 ปี หัวหน้าศูนย์บริหารการทะเบียนแห่งหนึ่งสาขาจังหวัดเชียงใหม่ ฐานความผิด เป็นเจ้าพนักงานเรียกรับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน โดยถูกเรียกรับเงินกว่า 831,740 บาท ระหว่าง วันที่ 27 พฤษภาคม 2565 ถึงวันที่ 6 มกราคม 2566 ต่อเนื่องกัน 
 

นายกันต์ธร ถือเป็นหนึ่งผู้เสียหายที่ถูกนายมีศักดิ์ เป็นเจ้าพนักงาน เรียกรับเงินแลกกับการออกบัตรแรงงานต่างด้าว (สีชมพู) สอดคล้องกับที่นายบุญญฤทธิ์ ออกมาแฉเช่นกัน ว่ามีการเรียกรับเงินแบบไม่มีใบเสร็จ แลกกับการออกบัตรประจำตัวแรงงานต่างด้าว จากกลุ่มนายหน้าตัวแทน  โดยคิดหัวละ 400 บาท นอกเหนือจากค่าธรรมเนียมในการจัดทำบัตรคนละ 80 บาท  พร้อมกับหลักฐานเป็นรูปและสลิปการโอนเงิน เคยออกมาเปิดโปงพฤติกรรมและแจ้งความ ตั้งแต่ปี 2561 สมัยที่ยังเป็นปลัดอำเภอแม่ริมแต่เรื่องยังเงียบ ไม่มีการดำเนินการเอาผิดผู้กระทำความผิดแต่อย่างใด

หนังสือร้องเรียนหนังสือร้องเรียน
แจ้งความเจ้าหน้าที่เรียกรับเงินทำบัตรแรงงานต่างด้าวแจ้งความเจ้าหน้าที่เรียกรับเงินทำบัตรแรงงานต่างด้าว

แจ้งความเจ้าหน้าที่เรียกรับเงินทำบัตรแรงงานต่างด้าวแจ้งความเจ้าหน้าที่เรียกรับเงินทำบัตรแรงงานต่างด้าว