คะแนนนิยม “โจ ไบเดน” ลดลงใกล้แตะจุดต่ำสุดนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2662351

คะแนนนิยม "โจ ไบเดน" ลดลงใกล้แตะจุดต่ำสุดนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี

24 มี.ค. 2566 06:54 น.

คะแนนนิยม “โจ ไบเดน” ลดลงใกล้แตะจุดต่ำสุดนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี

คะแนนนิยมในตัวประธานาธิบดีโจ ไบเดน ลดลงต่อเนื่องจากเดือนที่แล้ว จนใกล้แตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่รับตำแหน่งผู้นำประเทศ ขณะที่ รัฐบาลพยายามยืนยันกับประชาชนว่า เศรษฐกิจและภาคการเงินยังมีสเถียรภาพ

เมื่อวันที่ 23 มี.ค. 2566 สำนักข่าวเอพี ร่วมกับสำนักวิจัยกิจการสาธารณะ “เอ็นโอซีอาร์ เซ็นเตอร์” เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของชาวอเมริกันที่มีต่อประธานาธิบดีโจ ไบเดน ในช่วงเดือนมีนาคม พบว่า ลดลงไปอยู่ที่ 38% ซึ่งเป็นการปรับลดจากระดับ 45% ในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งนับเป็นตัวเลขใกล้แตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่รับตำแหน่งผู้นำประเทศ โดยคะแนนต่ำสุดที่นายไบเดนเคยได้รับคือ 36% ซึ่งมาจากผลการสำรวจในช่วงเดือนกรกฎาคมของปีที่แล้ว อันเป็นผลมาจากราคาน้ำมันพุ่งสูง เช่นเดียวกับราคาอาหาร และค่าครองชีพอื่นๆ

โดยการสำรวจจัดทำจากการสอบถามความคิดเห็นของชาวอเมริกันระหว่างวันที่ 16-20 มีนาคม ซึ่งอยู่ในช่วงที่เกิดเหตุวิกฤติสถาบันการเงินเมื่อเร็วๆ นี้และภาวะเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง แม้ว่ารัฐบาลสหรัฐฯจะพยายามยืนยันกับประชาชนว่า เศรษฐกิจและภาคการเงินของประเทศยังมีเสถียรภาพ

ขณะที่ผลสำรวจยังพบว่า มีประชาชนเพียง 31% เท่านั้นที่เห็นด้วยกับการดำเนินงานด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลประธานาธิบดีไบเดน ในช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่า นโยบายเศรษฐกิจเป็นหนึ่งในจุดอ่อนของรัฐบาลชุดปัจจุบัน นอกจากนี้ชาวอเมริกันเพียง 1 ใน 4 เท่านั้นที่มองว่า เศรษฐกิจของสหรัฐฯ อยู่ในภาวะที่ดีและกำลังก้าวเดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง ขณะที่ 39% พอใจในนโยบายต่างประเทศ นอกจากนี้อีก 39% และ 41% ยอมรับนโยบายเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศของไบเดน.

มหาเศรษฐีโลกลดลง 8% จีนหดมากสุด หลังปราบหนัก บ.เทคโนโลยี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2662343

มหาเศรษฐีโลกลดลง 8% จีนหดมากสุด หลังปราบหนัก บ.เทคโนโลยี

24 มี.ค. 2566 05:25 น.

มหาเศรษฐีโลกลดลง 8% จีนหดมากสุด หลังปราบหนัก บ.เทคโนโลยี

จำนวนมหาเศรษฐีพันล้านทั่วโลกลดลงมากกว่า 400 คนในปีที่ผ่านมา เกินครึ่งอยู่ในจีน ท่ามกลางความตึงตัวทางการเงินโลก, โควิด-19 และการปราบบริษัทเทคโนโลยีในจีน

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 23 มี.ค. 2566 สถาบันวิจัย ‘Hurun’ เผยแพร่รายการมหาเศรษฐีโลกประจำปี 2566 แสดงให้เห็นว่า จำนวนมหาเศรษฐีที่มีทรัพย์สินสุทธิตั้งแต่ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขึ้นไปลดลงมากถึง 445 คนในปี 2565 ที่ผ่านมา โดย 229 คนในจำนวนนี้หรือมากกว่าครึ่ง อยู่ในประเทศจีน

นายรูเพิร์ด ฮูจเวิร์ฟ ผู้ก่อตั้งและประธานสถาบัน Hurun ระบุว่า ในปี 2565 โลกมีจำนวนมหาเศรษฐีพันล้านลดลง 8% จากปีก่อนหน้านั้นที่มีผู้ติดอันดับถึง 3,381 คน เหลือ 3,112 คน โดยจีนยังเป็นอันดับ 1 ประเทศที่มีมหาเศรษฐีมากที่สุด ที่ 969 คน โดยมีเศรษฐีหน้าใหม่ติดอันดับ 69 คน ตามด้วยสหรัฐฯ ที่ 691 คน

ผู้ที่อยู่อันดับ 1 ในรายงานมหาเศรษฐีของ Hurun คือนายแบร์นาร์ด อาร์โนลต์ ประธานกรรมการบริหารของบริษัท โมเอต์ เฮนเนสซี่ หลุยส์ วิตตอง (LVMH) ส่วนนายแบร์นาร์ด ปูเอห์ ทายาท แอร์เมส และครอบครัว ติดอันดับที่ 3 ส่วนคนดังที่สุดที่หลุดอันดับไปคือนายแซม แบงก์แมน-ฟรีด ผู้สูญเสียทรัพย์สิน 2.1 หมื่นล้านดอลลาร์จากการล่มสลายของเหรียญ FTX

ส่วนที่ประเทศจีน มหาเศรษฐีซึ่งเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกอย่าง แจ็ค หม่า ผู้ก่อตั้ง อาลีบาบา กรุ๊ป หล่นจากอันดับ 34 ไปอยู่ที่ 52 โดยเหตุผลส่วนใหญ่มาจากการที่ทางการจีนเดินหน้าปราบปรามภาคเทคโนโลยีในประเทศอย่างหนัก

นายฮูจเวิร์ฟ ระบุว่า การขึ้นภาษีของธนาคารกลางสหรัฐฯ, การประเมินค่าเงินดอลลาร์, การแตกของฟองสบู่เทคโนโลยีเพราะโควิด-19 และผลกระทบอย่างต่อเนื่องจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ส่งผลกระทบความมั่งคั่งของคนรวยทั่วโลก

ที่มา : cna

รัฐสภาสหรัฐฯ ซักฟอกซีอีโอ TikTok 4 ชม. ปมข้อมูลผู้ใช้-ความปลอดภัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2662325

รัฐสภาสหรัฐฯ ซักฟอกซีอีโอ TikTok 4 ชม. ปมข้อมูลผู้ใช้-ความปลอดภัย

24 มี.ค. 2566 04:33 น.

รัฐสภาสหรัฐฯ ซักฟอกซีอีโอ TikTok 4 ชม. ปมข้อมูลผู้ใช้-ความปลอดภัย

ซีอีโอของ TikTok เข้าให้การต่อคณะกรรมาธิการสภาคองเกรสสหรัฐฯ เพื่อตอบคำถามเรื่องความกังวลที่ว่า แพลตฟอร์มแชร์คลิปวิดีโอยอดนิยมเจ้านี้ส่งข้อมูลผู้ใช้ให้จีนหรือไม่

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 23 มี.ค. 2566 นายโจว โซ่ว จื่อ (Chew Shou Zi) ซีอีโอชาวสิงคโปร์ของ TikTok ปรากฏตัวที่คณะกรรมการพาณิชย์และพลังงานแห่งสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ที่เหล่าสมาชิกสภาจะเค้นถามคำถามเขาอย่างหนักเรื่องความมั่นคงทางข้อมูล และความปลอดภัยของผู้ใช้ ในขณะที่ตัวเขาต้องพยายามโน้มน้าวสมาชิกสภาว่า เหตุใดแพลตฟอร์มนี้จึงไม่ควรถูกแบน

ในการไต่สวน คณะกรรมาธิการเน้นถามประเด็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างนาย โจว, TikTok กับบริษัทแม่อย่าง ByteDance เป็นหลัก โดยนายโจวพยายามตีตัวออกห่างจากบริษัทแม่ และพรรคคอมมิวนิสต์จีน

สมาชิกสภาสหรัฐฯ ยังเน้นย้ำเรื่องเนื้อหาที่อันตรายต่อเด็กๆ และการแพร่ข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงบน TikTok โดยมีการพูดถึงเรื่องเนื้อหาที่ส่งผลให้เกิดการทำร้ายตนเอง และวิธีกำกับดูแลเนื้อหาของแพลตฟอร์ม ว่าอะไรที่ผู้ใช้สามารถเห็นได้และไม่ได้อยู่หลายครั้ง

ระหว่างการไต่สวน นายกุส บิลิราคิส สมาชิกสภาครองเกรส เปิดคลิปวิดีโอบน TikTok ที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการทำอัตวินิบาตกรรม และอ้างถึงเด็กหนุ่มคนหนึ่งในนิวยอร์กที่ปลิดชีวิตตัวเอง โดยที่นายบิลิราคิสอ้างว่า เด็กคนนี้ถูกผลักดันให้ทำร้ายตัวเองด้วยเนื้อหาที่เขาเห็นใน TikTok ซึ่งครอบครัวของเด็กคนนี้ก็มารับฟังการชี้แจงของนายโจวด้วย

ด้านนายโจวพยายามปกป้องการทำงานของ TikTok ระบุว่า พวกเขาปฏิบัติตามมาตรฐานอุตสาหกรรม และว่าการกำกับดูแลความปลอดภัยและเนื้อหา เป็นปัญหาที่เครือขายสังคมออนไลน์ทุกแพลตฟอร์มกำลังเผชิญ TikTok พยายามอย่างเต็มที่ที่จะสอดส่องดูแล และถอดเนื้อหาที่เป็นโทษออกไป

สมาชิกสภาสหรัฐฯ ยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวของข้อมูลผู้ใช้ TikTok โดยบางคนกล่าวว่า พวกเขากังวลว่ารัฐบาลจีนอาจสามารถเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวได้ ซึ่งนายโจวพยายามให้ความมั่นใจว่า ข้อมูลของผู้ใช้นั้นปลอดภัย และพูดถึงโครงการ Project Texas อยู่หลายครั้ง

ทั้งนี้ Project Texas เป็นแนวคิดที่จะนำข้อมูลผู้ใช้งานชาวสหรัฐฯ ทั้งหมดไปเก็บ ณ สถานที่เพียงแห่งเดียวในสหรัฐฯ ซึ่งนายโจวกล่าวว่า จะเป็นการรับประกันความปลอดภัยข้อมูลของพลเรือนอเมริกันในอนาคต และจะนำข้อมูลของชาวอเมริกันทั้งหมดออกจากขอบเขตอำนาจกฎหมายของจีน เมื่อมันบังคับใช้งานอย่างเต็มที่

นายโจวพยายามให้การรับรองต่อสมาชิกสภาที่แสดงความกังวลเรื่องที่โค้ด ของ TikTok ถูกเขียนนอกแผ่นดินสหรัฐฯ ด้วยว่า ต่อให้โค้ดถูกเขียนที่อื่น แต่ในท้ายที่สุดมันจะถูกตรวจสอบโดยวิศวกรในสหรัฐฯ อยู่ดี

ขณะที่ช่วงหนึ่งของการชี้แจง นางนาเนตต์ บาร์รากัน สมาชิกสภาหญิง ถามนายโจวว่า เขาให้ลูกๆ ใช้งาน TikTok หรือไม่ ซึ่งนายโจวตอบว่า ลูกๆ ของเขาอยู่ในสิงคโปร์ ที่ไม่มีแอป TikTok เวอร์ชันสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปีให้บริการ ลูกๆ ของเขาจึงไม่ได้ใช้ แต่เขาจะให้ใช้แน่นอนหากลูกๆ อยู่ในสหรัฐฯ

แต่นายโจวก็พูดย้ำหลายครั้งว่า ปัญหาเรื่องความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของเด็กๆ ไม่ใช่ได้เกิดขึ้นแต่กับ TikTok เท่านั้น เขายอมรับว่าองค์กรของเขาไม่ได้สมบูรณ์แบบ แต่เขาพยายามทำให้มันดีขึ้นเสมอด้วยการลงทุนเงินและทรัพยากรมากขึ้น

ที่มา : bbc

บ.ยาอินเดียโดนถอนใบอนุญาตการผลิต เหตุยาน้ำแก้ไอทำเด็กตายนับสิบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2662321

บ.ยาอินเดียโดนถอนใบอนุญาตการผลิต เหตุยาน้ำแก้ไอทำเด็กตายนับสิบ

24 มี.ค. 2566 03:55 น.

บ.ยาอินเดียโดนถอนใบอนุญาตการผลิต เหตุยาน้ำแก้ไอทำเด็กตายนับสิบ

อินเดียยกเลิกใบอนุญาตการผลิตของบริษัทผู้ผลิตยาเจ้าหนึ่ง หลังยาน้ำแก้ไอของพวกเขามีส่วนเชื่อมโยงกับการเสียชีวิตของเด็กๆ นับสิบรายในอุซเบกิสถาน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันพุธที่ 22 มี.ค. 2566 ทางการรัฐอุตตรประเทศ ทางเหนือของอินเดีย ประกาศยกเลิกใบอนุญาตการผลิตของบริษัท ‘มาริออน ไบโอเทค’ (Marion Biotech) อย่างถาวร หลังเกิดกรณีการเสียชีวิตของเด็กถึง 18 ศพในอุซเบกิสถาน ที่เชื่อมโยงกับยาน้ำแก้ไอที่บริษัทนี้ผลิต

ทั้งนี้ อินเดียเป็นผู้ส่งออกยาสามัญรายใหญ่ที่สุดของโลก แต่ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา หลายบริษัทในอินเดียถูกตั้งคำถามเรื่องคุณภาพของยา โดยผู้เชี่ยวชาญหลายรายออกมาแสดงความกังวลเรื่องมาตรฐานของวิธีผลิตยาที่พวกเขาใช้

กรณีล่าสุดของ มาริออน ไบโอเทค เกิดขึ้นหลังจากเมื่อเดือนธันวาคม 2565 องค์การควบคุมมาตรฐานยากลาง (CDSCO) ของอินเดีย ทดสอบพบว่าตัวอย่างยาน้ำแก้ไอของบริษัทนี้จำนวน 22 ตัวอย่าง มีสิ่งเจือปนและไม่มีผลตามวัตถุประสงค์ ซึ่งสามารถสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อสังคม ในขณะที่ต้องสงสัยว่า วัตถุดิบหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องอาจถูกนำออกไป

ในเดือนมกราคม 2566 องค์การอนามัยโลกออกคำเตือนไม่ให้ใช้ยาน้ำแก้ไอ 2 ยี่ห้อของ มาริออน ไบโอเทค ได้แก่ Dok-1 Max กับ Ambronol เนื่องจากไม่ได้มาตรฐาน ก่อนที่อุซเบกิสถานจะรายงานว่า มีการเสียชีวิตของเด็กในประเทศอย่างน้อย 18 ศพที่เกี่ยวข้องกับยาแก้ไอของมาริออน ไบโอเทค แต่บริษัทออกมาปฏิเสธ

ต่อมา ผลการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่อุซเบกิสถานพบว่า ยาทั้ง 2 ตัวมีสาร ไดเอทิลีนไกลคอล (Diethylene glycol) กับ Ethylene Glycol (เอทิลีนไกลคอล) มากเกินกว่าจะยอมรับได้ สารดังกล่าวเป็นพิษต่อร่างกายมนุษย์ และอาจถึงขั้นเสียชีวิตหากบริโภคในปริมาณมาก ทำให้กระทรวงสาธารณสุขอินเดียก็สั่งระงับการผลิตของบริษัททันที

เมื่อช่วงต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ตำรวจรัฐอุตตรประเทศยังดำเนินการจับกุมลูกจ้าง 3 คนของมาริออน ไบโอเทค ในข้อหาขายผลิตภัณฑ์ที่มีสิ่งเจือปนด้วย

ที่มา : bbc

มอนเตเนโกรอ้างจับตัว “โด ควอน” คนร้ายหลบหนีคดีโกงเงินคริปโตได้แล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2662316

มอนเตเนโกรอ้างจับตัว “โด ควอน” คนร้ายหลบหนีคดีโกงเงินคริปโตได้แล้ว

24 มี.ค. 2566 03:38 น.

มอนเตเนโกรอ้างจับตัว “โด ควอน” คนร้ายหลบหนีคดีโกงเงินคริปโตได้แล้ว

โด ควอน ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Terraform Labs ชาวเกาหลีใต้ ถูกจับกุมตัวแล้วที่สนามบินในมอนเตเนโกร หลังหนีหมายจับคดีฉ้อโกงเหรียญคริปโตฯ ในประเทศบ้านเกิดเมื่อปลายปีก่อน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ของประเทศมอนเตเนโกรจับกุมตัวชายที่เชื่อว่าคือนายโด ควอน คนร้ายหลบหนีชาวเกาหลีใต้ได้แล้ว หลังจากเขาถูกประเทศบ้านเกิดออกหมายจับ ฐานเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการล่มสลายของเหรียญดิจิทัล LUNA และ Terra USD เมื่อปีก่อน สร้างความเสียหายกว่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

นายฟิลิป แอดซิค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของมอนเตเนโกรโพสต์แถลงการณ์ผ่านทวิตเตอร์ว่า อดีตราชาคริปโตฯ ถูกจับกุมตัวโดยตำรวจที่ท่าอากาศยาน พอดโกริกา หลังถูกพบว่าใช้เอกสารปลอม อย่างไรก็ตาม นายแอดซิคระบุด้วยว่า พวกเขากำลังรอการยืนยันตัวตนของชายคนนี้อย่างเป็นทางการ

ทั้งนี้ การล่มสลายของเหรียญ Terra USD เมื่อปีก่อนทำให้เกิดการล่มเป็นทอดๆ อย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในตลาดเงินดิจิทัล กระทบนักลงทุนสถาบัน และนักลงทุนรายย่อยในวงการมากมาย ทำให้ โด ควอน ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งบริษัท Terraform Labs ถูกออกหมายจับในข้อหาฉ้อโกง และข้อหาทำผิดกฎตลาดทุน แต่เจ้าหน้าที่เกาหลีใต้หาตัวเขาไม่พบ

เมื่อปลายปีก่อน ทางการเกาหลีใต้ระบุว่า โด ควอน หนีไปต่างประเทศแล้ว และเชื่อว่าอยู่ที่เซอร์เบีย โดยเดินทางไปผ่านทางสิงคโปร์ ซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของ Terraform Labs และรัฐดูไบตามลำดับ

โด ควอน กับบริษัท Terraform Labs ยังถูกฟ้องร้องโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC) แห่งสหรัฐอเมริกา กล่าวหาว่า จัดเตรียมให้เกิดการฉ้อโกงเงินคริปโตฯ นำไปสู่ความสูญเสียมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ ด้วยการขายทรัพย์สินดิจิทัลที่ไม่ได้จดทะเบียนอย่างเหมาะสม

เดือนกันยายนปีก่อน องค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ หรือที่เรียกกันในชื่อ ตำรวจสากล (Interpol) ออก ‘หมายแดง’ ให้เจ้าหน้าที่ของชาติสมาชิกจับกุมตัว โด ควอน หากชายคนนี้เดินทางเข้าไปในประเทศด้วย

ที่มา : ft

อึ้ง ‘นักเดินทางข้ามเวลา’ คนดังในโซเชียล อ้างจะมีเอเลี่ยนบุกโลก พรุ่งนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2662081

อึ้ง ‘นักเดินทางข้ามเวลา’ คนดังในโซเชียล อ้างจะมีเอเลี่ยนบุกโลก พรุ่งนี้

23 มี.ค. 2566 19:14 น.

อึ้ง ‘นักเดินทางข้ามเวลา’ คนดังในโซเชียล อ้างจะมีเอเลี่ยนบุกโลก พรุ่งนี้

‘นักเดินทางข้ามเวลา’ คนดัง ที่มีคนฟอลโลว์กว่า 3 แสนคน ออกมาเตือน อ้างจะมีเอเลี่ยนสายพันธุ์ที่ไม่เป็นมิตรกับมนุษย์บุกโลกวันพรุ่งนี้ และจับตัวมนุษย์ไปกว่า 8 พันคน

เมื่อ 23 มี.ค. 2566 มิร์เรอร์ สื่อแนวสีสันในอังกฤษ เผย บุคคลที่อ้างว่า เป็น ‘นักเดินทางข้ามเวลา’ จากโลกอนาคตในเกือบ 700 ปีข้างหน้า ออกมาเตือนดังๆ ถึงชาวโลกผ่านทาง TikTok ว่า จะมีเหล่าเอเลี่ยนซึ่งเป็นปรปักษ์กับมนุษย์จะบุกโลกของเราในวันพรุ่งนี้ และจะจับตัวมนุษย์ไปมากถึง 8,000 คน

Eno Alaric ซึ่งรู้จักในชื่อ @theradiantimetraveller และมีคนติดตามในโลกโซเชียลกว่า 350,000 คน ออกมาอ้างเมื่อ 22 มี.ค.2023 ว่าวันพรุ่งนี้ (23 มี.ค.) เป็นวันของเหล่าสิ่งมีชีวิตจากนอกโลกหรือดาวดวงอื่น (ET) และขอเตือนว่า เอเลี่ยนเหล่านี้ไม่ได้เป็นเอเลี่ยนสายพันธุ์ที่เป็นมิตรกับมนุษย์

‘ใช่ ผมคือนักเดินทางข้ามเวลาตัวจริง วันสิ้นโลกกำลังใกล้เข้ามาแล้ว โลกจะสิ้นสุดลงในเร็ววันนี้ เพราะจะมีเหล่าเอเลี่ยนสายพันธุ์ที่ไม่ได้เป็นมิตรกับมนุษย์กำลังมายังโลกของเรา และเราจะไม่ชนะ แต่จะมีเอเลี่ยนสายพันธุ์อื่นซึ่งดาวของพวกมันถูกทำลายโดยเอเลี่ยนที่เป็นศัตรู จะช่วยพวกเราบางคน และวันที่ 23 มีนาคม 2023 จะมีมนุษย์ประมาณ 8,000 คนถูกนำไปยังดาวเคราะห์คล้ายโลก’ นักเดินทางข้ามเวลาที่อ้างว่ามาจากปี ค.ศ. 2714 อ้างเตือนชาวโลก

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นักเดินทางข้ามเวลาผู้นี้ ได้ออกคลิปวิดีโอ ซึ่งมีกดไลค์กว่า 3,000 ไลค์ อ้างว่าจะมีไวรัสชนิดหนึ่งอุบัติขึ้นมาบนโลก ขณะพืดน้ำแข็งที่ขั้วโลกละลายจากภาวะโลกร้อน หลังจาก ก่อนหน้านี้ เขาได้ทำนายทายทักชะตาโลกไว้ในแต่ละปีอีกด้วย

‘ฟังให้ดีนะ ผมคือผู้เดินทางข้ามเวลาตัวจริงที่มาจากปี 2714 จะเกิดเหตุการณ์ใหญ่ๆ บนโลกในอีก 10 ปีข้างหน้า

2023 : กล้องโทรทรรศน์อวกาศ เจมส์ เวบบ์ จะพบเอเลี่ยน ซึ่งสิ่งมีชีวิตในห้วงอวกาศเหล่านี้จะถูกมองเห็นว่ากำลังดูดกลืนพลังงานมหาศาลจากดวงดาวมากมาย รวมทั้งพระอาทิตย์ เป็นรายต่อไป

2024 : จะมีเชื้อไวรัสอุบัติขึ้นมาจากพืดน้ำแข็งบริเวณขั้วโลกที่ละลายจากภาวะโลกร้อน จนทำให้เกิดโรคระบาดใหญ่บนโลกอีกครั้ง และจะมีคนติดเชื้อไวรัสนี้กว่า 350 ล้านคน จนสร้างความหวาดกลัวให้แก่ชาวโลก

2025: คนกลุ่มแรกเดินทางถึงดาวอังคาร และพวกเขาพบว่ามันช่างน่าตกตะลึงอย่างแท้จริง เพราะนักบินอวกาศได้พบกระดูกมนุษย์ใกล้จุดจอดยาน ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามนุษย์ชุดแรกมาจากดาวอังคารฯ

จรวดทำจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติลำแรกของโลกไปไม่ถึงวงโคจร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2661898

จรวดทำจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติลำแรกของโลกไปไม่ถึงวงโคจร

23 มี.ค. 2566 15:40 น.

จรวดทำจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติลำแรกของโลกไปไม่ถึงวงโคจร

บริษัทสตาร์ตอัพ “รีเลทิวิตี สเปซ” (Relativity Space) ทำการส่ง “จรวดจากพิมพ์ 3 มิติตัวแรกของโลก” ไปยังอวกาศในวันพุธ ก่อนที่จะเดินทางเข้าสู่ชั้นบรรยากาศ แม้ว่าจะประสบปัญหาเครื่องยนต์หลังจากการยิง และเดินทางไปไม่ถึงวงโคจร

จรวดเทอร์แรน 1 ซึ่งมีความสูง 33.5 เมตร ที่ออกแบบมาเพื่อนำดาวเทียมที่มีน้ำหนักเบาขึ้นสู่วงโคจร ถูกปล่อยขึ้นจากแท่นปล่อยจรวดที่สถานีอวกาศเคปคานาเวอรัล บนชายฝั่งตะวันออกของรัฐฟลอริดา ในสหรัฐฯ ก่อนเวลา 23.30 น. วานนี้ตามเวลาท้องถิ่น จรวดลำดังกล่าวซึ่งขับเคลื่อนด้วยก๊าซมีเทนและออกซิเจนที่เย็นจัด เผาไหม้เป็นสีเขียวอมฟ้าสว่างไสวตัดกับท้องฟ้ายามค่ำคืน

หลังจากขั้นตอนแรกของจรวด ซึ่งชิ้นส่วนด้านล่างสุดของจรวดที่ให้แรงขับ เริ่มต้นเมื่อทะยานขึ้น ได้ใช้เชื้อเพลิงจนหมด จรวดก็แยกตัวออกจากส่วนบนของจรวด แต่เครื่องยนต์ที่ใช้ขับเคลื่อนส่วนดังกล่าวกลับจุดติดเชื้อเพลิงเพียงช่วงสั้นๆ ทำให้จรวดไม่มีกำลังมากพอที่จะขึ้นสู่วงโคจร

ภารกิจนี้มีชื่อเล่นว่า “ขอให้โชคดี ขอให้สนุก” (Good Luck, Have Fun) ได้ยกระดับสิ่งที่บริษัทอธิบายว่า เป็นยานพาหนะต้นแบบ ซึ่งเป็นวัตถุชิ้นแรกที่พิมพ์โดยใช้เครื่องพิมพ์ 3 มิติขนาดใหญ่ของรีเลทิวิตี สเปซ 

จรวดเทอร์แรน 1 เคยถูกยกเลิกการปล่อยในนาทีสุดท้ายมาแล้วถึง 2 ครั้ง โดยครั้งแรกคือ เมื่อวันที่ 8 มี.ค. เนื่องจากพบความผิดปกติเกี่ยวกับอุณหภูมิของเชื้อเพลิง ก่อนจะมาถูกเลื่อนอีกครั้งในวันที่ 11 มี.ค. เพราะปัญหาเกี่ยวกับแรงดันเชื้อเพลิง ทั้งนี้ หากจรวดเทอร์แรน 1 สามารถขึ้นไปถึงวงโคจรระดับต่ำของโลกได้ มันจะสร้างสถิติเป็นยานอวกาศเอกชนที่ใช้ก๊าซมีเทนลำแรก ที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่ยิงทดสอบครั้งแรก

“รีเลทิวิตี สเปซ” ซึ่งมีสำนักงานอยู่ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย แถลงว่า จรวดซึ่งมีความยาว 33.5 เมตร และเส้นรอบวง 2.2 เมตรลำนี้ ยังไม่ได้บรรทุกสัมภาระใดๆ ในการบินครั้งแรก แต่มันถูกออกแบบให้สามารถนำสัมภาระหนักถึง 1,250 กิโลกรัม ขึ้นสู่วงโคจรได้

จรวดลำนี้สร้างขึ้นจากโลหะผสมที่พิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ประมาณ 85% รวมถึงเครื่องยนต์ อิออน 1 จำนวน 9 ตัว ที่ใช้ในการขับเคลื่อนจรวดขั้นที่ 1 และเครื่องยนต์ อิออน แวคุม ที่ใช้กับจรวดขั้นที่ 2 รีเลทิวิตี สเปซ ระบุว่า ในอนาคตบริษัทมีเป้าหมายที่จะสร้างจรวดซึ่งทำจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติถึง 95%.

สุดประทับใจ เจ้าชายวิลเลียม เยือนโปแลนด์ เยี่ยมทหาร-ศูนย์ลี้ภัยชาวยูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2661715

สุดประทับใจ เจ้าชายวิลเลียม เยือนโปแลนด์ เยี่ยมทหาร-ศูนย์ลี้ภัยชาวยูเครน

23 มี.ค. 2566 15:07 น.

สุดประทับใจ เจ้าชายวิลเลียม เยือนโปแลนด์ เยี่ยมทหาร-ศูนย์ลี้ภัยชาวยูเครน

เจ้าชายวิลเลียม ทำเซอร์ไพรส์ เสด็จฯ เยือนโปแลนด์ ห่างจากชายแดนติดกับยูเครนที่กำลังเกิดสงครามเพียงไม่กี่ไมล์ เพื่อทรงให้กำลังใจทหารและเยี่ยมศูนย์ลี้ภัยชาวยูเครน

เมื่อ 23 มี.ค. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เจ้าชายวิลเลียม เจ้าชายแห่งเวลส์ ทรงทำเซอร์ไพรส์ สร้างความประหลาดใจ เสด็จพระดำเนินไปยังประเทศโปแลนด์ โดยไม่มีการเปิดเผยมาก่อนหน้านี้ โดยเจ้าชายวิลเลียมได้เสด็จฯ ไปที่เมือง Rzeszow (เมืองเซสซูฟ) เมืองใหญ่ที่สุดทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของโปแลนด์ ใกล้ชายแดนติดกับยูเครน เมื่อวันพุธที่ 22 มี.ค. 2566 เพื่อทรงเยี่ยมเยียนและขอบใจทหารอังกฤษและโปแลนด์ ที่ปฏิบัติภารกิจสนับสนุนยูเครนต่อสู้กับรัสเซีย หลังจากประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินแห่งรัสเซียเปิดฉากทำสงครามในยูเครน ตั้งแต่ 24 ก.พ. 2565

’พวกท่านกำลังทำงานสำคัญอย่างแท้จริงที่นี่ และการปกป้องเสรีภาพของพวกเราก็มีความสำคัญอย่างแท้จริง ทุกๆ คนที่บ้านสนับสนุนพวกท่านอย่างเต็มที่’ เจ้าชายวิลเลียมตรัสกับทหารอังกฤษและโปแลนด์ จากการรายงานของบีบีซี

เจ้าชายวิลเลียมเสด็จฯเยี่ยมทหารอังกฤษและโปแลนด์
เจ้าชายวิลเลียมเสด็จฯเยี่ยมทหารอังกฤษและโปแลนด์

นอกจากนั้น เจ้าชายวิลเลียมยังทรงสร้างความประทับใจอย่างมาก โดยเฉพาะเด็กๆ เมื่อได้เสด็จฯ ไปเยี่ยมศูนย์ลี้ภัยชาวยูเครนแห่งหนึ่งที่เขต Mokotow ในกรุงวอร์ซอ  ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากพรมแดนติดกับยูเครนเพียงไม่กี่ไมล์เท่านั้น

ในระหว่างเสด็จฯ เยี่ยมศูนย์ผู้ลี้ภัยชาวยูเครน เจ้าชายวิลเลียม พระชนม์ 40 ชันษา ได้ทรงฉายพระรูปเซลฟี่กับเด็กๆ ชาวยูเครนอย่างมีความสุข อีกทั้งยังทรงพูดคุยกับเด็กชายคนหนึ่งซึ่งได้นำงานศิลปะมาโชว์ให้เจ้าชายวิลเลียมได้ทอดพระเนตร และเจ้าชายวิลเลียมยังทรงเล่นปิงปองกับเด็กๆ อย่างสนุกสนานอีกด้วย


ตามรายงานของบีบีซี คาดว่า เจ้าชายวิลเลียมจะทรงพบกับประธานาธิบดีอันด์แชย์ ดูดา แห่งโปแลนด์ในวันนี้ (23 มีนาคม 2566) โดยหมายกำหนดการเสด็จฯ เยือนโปแลนด์ในวันนี้ เจ้าชายวิลเลียมจะเสด็จฯ ไปยังทำเนียบประธานาธิบดีโปแลนด์, ค่ายผู้ลี้ภัยแห่งหนึ่ง และสุสานทหารนิรนามของโปแลนด์ ที่สละชีวิตในสงคราม


ทั้งนี้ สหราชอาณาจักร (UK) ได้ให้ความช่วยเหลือทางทหารแก่ยูเครนในปี 2565 เป็นมูลค่า 2,300 ล้านปอนด์ (ราว 2,800 ล้านดอลลาร์) แล้ว และมีแผนจะให้ความช่วยเหลือทางทหารแก่ยูเครนต่อไปในการต่อสู้กับรัสเซีย ขณะนี้ กองทัพสหราชอาณาจักรกำลังมุ่งฝึกทหารยูเครน 10,000 นาย ภายในเวลา 120 วัน และกำลังฝึกนักบินยูเครนให้ขับเครื่องบินขับไล่ที่มีความทันสมัยด้วย

ที่มา : cbsnews

ออกซ์แฟมออสเตรเลียเคาะแล้ว นำร่องให้พนักงานทำงานแค่ 4 วัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2661795

ออกซ์แฟมออสเตรเลียเคาะแล้ว นำร่องให้พนักงานทำงานแค่ 4 วัน

23 มี.ค. 2566 14:47 น.

ออกซ์แฟมออสเตรเลียเคาะแล้ว นำร่องให้พนักงานทำงานแค่ 4 วัน

แรงงานชาวออสเตรเลียมีเฮ หลังออกซ์แฟมนำร่องเป็นที่แรก ให้พนักงานทำงานแค่ 4 วันต่อสัปดาห์ หลังจากบรรลุข้อตกลงกับสหภาพแรงงานออสเตรเลีย

ภายใต้ข้อตกลงการต่อรองในการจ้างงาน ระหว่างออกซ์แฟมและสหภาพแรงงานออสเตรเลีย พนักงานประจำที่ทำงานเต็มเวลาที่ต้องทำงาน 35 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ สามารถที่จะเลือกวันทำงานและสิทธิในการจัดสรรชั่วโมงการทำงานภายใน 4 วันได้ โดยจะยังคงได้รายได้เท่าเดิม ในขณะที่พนักงานพาร์ตไทม์ จะมีชั่วโมงทำงานและสิทธิตามสัดส่วนเทียบกับการทำงานเต็มเวลา 30 ชั่วโมง


โดยเบื้องต้นทางองค์การไม่แสวงผลกำไรออกซ์แฟม จะนำร่องทดลองระบบการทำงานแบบนี้เป็นเวลา 6 เดือนก่อน โดยจะมีผลกับลูกจ้างออกซ์แฟมในออสเตรเลียที่เป็นพนักงานประจำ 97 คน และพนักงานพาร์ตไทม์อีก 37 คน

นับว่านี่เป็นครั้งแรกที่ข้อตกลงการต่อรองในการจ้างงานของแรงงาน ถูกนำมาปฏิบัติจริงอย่างเป็นทางการ โดยส่งผลต่อพนักงานประจำในออสเตรเลีย โดยข้อตกลงนี้จะถูกนำเสนอให้ลงคะแนนโหวตในช่วงระหว่างวันที่ 31 มีนาคม จนถึง 4 เมษายนนี้ ซึ่งคาดว่าจะได้เสียงสนับสนุนล้นหลาม

ความเคลื่อนไหวของออสเตรเลียในครั้งนี้ มีขึ้นหลังจากที่ประเทศอังกฤษมีการทดลองทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์ครั้งใหญ่ที่สุดของโลก หลังจากงานวิจัยชี้ว่า การลดชั่วโมงทำงานลง ทำให้เกิดความสมดุลระหว่างการใช้ชีวิตและการทำงานได้ดีขึ้น โดยผู้เข้าร่วมทดลองครั้งนี้ มีคนงานจากแทบจะทุกสาขาอาชีพรวมเกือบ 3,000 คน ซึ่งพวกเขาต่างบอกว่า เขารู้สึกเครียดน้อยลง มีความพึงพอใจในชีวิตและการทำงานมากขึ้น.

ที่มา : 9news

รวบ 4 แอร์โฮสเตสเวียดนาม ลอบขนยาอี-โคเคน 11 กก.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2661741

รวบ 4 แอร์โฮสเตสเวียดนาม ลอบขนยาอี-โคเคน 11 กก.

23 มี.ค. 2566 14:13 น.

รวบ 4 แอร์โฮสเตสเวียดนาม ลอบขนยาอี-โคเคน 11 กก.

เจ้าหน้าที่สืบสวนเวียดนาม เปิดเผยว่า พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของสายการบินเวียดนาม แอร์ไลน์ส 4 คนถูกควบคุมตัว หลังลักลอบขนยาเสพติดจากฝรั่งเศสมายังเวียดนาม

ลูกเรือของสายการบินเวียดนาม แอร์ไลน์ส บนเที่ยวบินระหว่างประเทศจากกรุงปารีส มายังนครโฮจิมินห์ ถูกจับกุมตัวที่สนามบินนานาชาติเติ่นเซินเญิต เมื่อเช้าวันที่ 17 มี.ค. ที่ผ่านมา หลังเจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจพบยาเสพติดผิดกฎหมายในหลอดยาสีฟันที่พวกเขานำขึ้นเครื่องมาด้วย นอกจากนั้น ตำรวจได้ตรวจค้นที่พักของผู้ร่วมงาน และได้รวบรวมคำให้การจากผู้ต้องหาและคนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการก่อเหตุครั้งนี้ด้วย

เจ้าหน้าที่พบยาเสพติดรวม 11.4 กิโลกรัม ในกระเป๋าถือขึ้นเครื่องของพนักงานต้อนรับหญิง 4 คน ได้แก่ หัวหน้าพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน “เหวียน แถ่ง ถวี” วัย 37 ปี และพนักงานต้อนรับ 3 คน ได้แก่ เหว่า ตือ เกวียน, เจิ่น ถิ ทู เงิน และ ดั่ง เฟือง วัน

ทั้งสามให้การกับตำรวจว่าพวกเขาตกลงนำหลอดยาสีฟันน้ำหนักรวม 60 กิโลกรัม ตามคำร้องขอของบุคคลในฝรั่งเศสที่ส่งผ่านพนักงานของสายการบินเวียดนามแอร์ไลน์สอีกคนหนึ่ง ตำรวจกล่าวว่าได้ทำการสอบสวนพนักงานคนดังกล่าว ซึ่งส่งข้อความถึงบุคคลที่ถูกอ้างถึงในฝรั่งเศส

พนักงานต้อนรับทั้ง 4 คน กล่าวว่า พวกเขาได้รับเงิน 10 ล้านด่ง หรือราว 14,400 บาท ในการนำสิ่งของดังกล่าวกลับเวียดนามโดยบรรจุในกระเป๋าถือขึ้นเครื่อง บนเที่ยวบิน VN10 จากกรุงปารีสมายังนครโฮจิมินห์ ตำรวจกล่าวว่า หนึ่งในผู้ถูกจับกุมสี่คนถูกกล่าวหาว่า ตกลงที่จะจัดการข้อตกลง และได้แบ่งหลอดยาสีฟันออกเป็นสี่ห่อ ขณะที่เจ้าหน้าที่สืบสวนกำลังตรวจสอบข้อมูลนี้

ด้านแหล่งข่าวได้แจ้งกับสื่อเวียดนามว่า ทั้งสี่คนได้รับการประกันตัวแล้ว เนื่องจากไม่มีหลักฐานเพียงพอในการแจ้งข้อกล่าวหา

พนักงานต้อนรับทั้งสี่คนถูกควบคุมตัวไม่นานหลังจากเดินทางมาถึงนครโฮจิมินห์ ในขณะการตรวจสัมภาระ เจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจพบสัญญาณผิดปกติ จึงมีการขอตรวจสัมภาระอย่างละเอียด พบว่าภายในหลอดยาสีฟันบรรจุยาอี ยาเค และโคเคน จำนวน 157 หลอด จากทั้งหมด 327 หลอด

ทั้งหมดบอกว่าหลังจากได้รับพัสดุในฝรั่งเศส พวกเธอรู้สึกเหนื่อยล้าหลังจากเที่ยวบินที่ยาวนาน และไม่ได้ตรวจสอบสิ่งที่อยู่ภายในอย่างละเอียด ทั้งสี่ยังกล่าวอีกว่า พัสดุดังกล่าวผ่านด่านศุลกากรในฝรั่งเศสโดยไม่มีปัญหาใดๆ และเมื่อไปถึงเวียดนาม พวกเธอจึงรู้ว่าจริงๆ แล้วพวกเธอนำอะไรขึ้นเครื่องมาบ้าง

เจ้าหน้าที่อาวุโสของกรมศุลกากรนครโฮจิมินห์กล่าวกับสื่อเวียดนามว่า การค้นพบยาเสพติด “ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ” เนื่องจากเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรอาศัยข้อมูลจากแหล่งข่าวกรองในการจับกุมคดีนี้ ตำรวจยังไม่พบหลักฐานใดๆ เกี่ยวกับอาชญากรรมในบ้านพักของเจ้าหน้าที่ทั้ง 4 คน.