นาทีสะพรึง รัสเซียยิงมิสไซล์ถล่มอพาร์ตเมนต์ ในซาปอริชเชีย ตาย 1 (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2661605

นาทีสะพรึง รัสเซียยิงมิสไซล์ถล่มอพาร์ตเมนต์ ในซาปอริชเชีย ตาย 1 (คลิป)

23 มี.ค. 2566 12:43 น.

นาทีสะพรึง รัสเซียยิงมิสไซล์ถล่มอพาร์ตเมนต์ ในซาปอริชเชีย ตาย 1 (คลิป)

กล้องวงจรปิดเผยให้เห็นนาทีรัสเซียโหดจัด ยิงขีปนาวุธมาโจมตีอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในเมืองซาปอริชเชีย ทางภาคใต้ของยูเครน จนระเบิดไฟลุกไหม้ ตายอย่างน้อย 1 เจ็บหลายราย

เมื่อ 23 มี.ค. 2566 สงครามในยูเครน ดำเนินมาถึงวันที่ 393 รัสเซียยังคงเดินหน้าโจมตียูเครนอย่างหนักหน่วง โดยมีขีปนาวุธของรัสเซียลูกหนึ่งถูกยิงมาโจมตีอพาร์ตเมนต์สูง 9 ชั้นแห่งหนึ่ง ในเมืองซาปอริชเชีย ทางภาคใต้ของยูเครน เมื่อวันพุธที่ 22 มี.ค. 2566 ตามเวลาท้องถิ่น จนเป็นเหตุให้อพาร์ตเมนต์แห่งนี้บางส่วนพังถล่มลงมาได้รับความเสียหายอย่างหนัก และเกิดไฟไหม้ เบื้องต้นทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 1 ศพ และมีผู้บาดเจ็บราว 25 ราย ที่ต้องได้รับการรักษาในโรงพยาบาล 

คลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิด เผยให้เห็นนาทีสุดสะเทือนขวัญ ขณะที่อพาร์ตเมนต์แห่งนี้ ซึ่งตั้งอยู่บนถนนที่มีการจราจรคับคั่ง ถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธ ก่อให้เกิดเหตุระเบิดอย่างรุนแรง เปลวไฟขนาดใหญ่พวยพุ่ง และควันดำลอยสู่ท้องฟ้า ขณะที่บนถนนกำลังมีรถยนต์แล่นไปมา โดยไม่มีใครคาดคิดว่าอพาร์ตเมนต์จะถูกโจมตี

สภาพความเสียหายของอพาร์ตเมนต์ในเมืองซาปอริชเชีย หลังถูกรัสเซียยิงโจมตีด้วยมิสไซล์ เมื่อ 22 มี.ค.2566 ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 ศพ บาดเจ็บกว่า 25 ราย
สภาพความเสียหายของอพาร์ตเมนต์ในเมืองซาปอริชเชีย หลังถูกรัสเซียยิงโจมตีด้วยมิสไซล์ เมื่อ 22 มี.ค.2566 ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 ศพ บาดเจ็บกว่า 25 ราย

ด้านรัสเซียได้ปฏิเสธมาตลอดว่า รัสเซียไม่ได้มีเป้าหมายโจมตีอาคารที่พักอาศัยของประชาชน ถึงแม้ว่าจะมีปืนใหญ่ จรวด และขีปนาวุธของฝ่ายรัสเซีย ถูกยิงมาตกใส่อพาร์ตเมนต์ในยูเครนเกือบทุกวัน

ในขณะที่เจ้าหน้าที่รัสเซียยังตำหนิระบบป้องกันภัยทางอากาศของยูเครนว่า มีบางครั้งที่โจมตีอพาร์ตเมนต์ในยูเครนเอง พร้อมกับชี้ว่าการที่ยูเครนนำระบบป้องกันภัยทางอากาศมาตั้งบริเวณที่อยู่อาศัย ทำให้พลเมืองตกอยู่ในความเสี่ยง.

ที่มา : 1news

A Russian missile slammed into an apartment complex in the southern Ukrainian city of Zaporizhzhia on Wednesday morning, collapsing part of the structures and setting off a raging blaze that was captured on video. https://t.co/qDqKajvdlL pic.twitter.com/6KNb4oBf1m— The New York Times (@nytimes) March 22, 2023

อินโดฯ อุดหนุนเงินซื้อรถ จยย.ไฟฟ้า หวังกระตุ้นยอดขาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2661553

อินโดฯ อุดหนุนเงินซื้อรถ จยย.ไฟฟ้า หวังกระตุ้นยอดขาย

23 มี.ค. 2566 12:09 น.

อินโดฯ อุดหนุนเงินซื้อรถ จยย.ไฟฟ้า หวังกระตุ้นยอดขาย

รัฐบาลอินโดนีเซียเปิดตัวโครงการอุดหนุนเงินสนับสนุนให้แก่ผู้ที่ซื้อรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า คันละกว่า 15,000 บาท แถมเงินอุดหนุนสำหรับการเปลี่ยนมาใช้ยานพาหนะไฟฟ้าอีกต่างหาก

รัฐบาลอินโดนีเซียจูงใจให้ประชาชนหันมาใช้รถพลังงานไฟฟ้า โดยนำร่องกับการซื้อรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าก่อน ด้วยการเสนอเงินอุดหนุนสำหรับการซื้อรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าแต่ละครั้ง เป็นจำนวนเงิน 455 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 15,649 บาท และเงินอุดหนุนสำหรับการเปลี่ยนมาใช้ยานพาหนะไฟฟ้าอีก 65 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 2,235 บาท โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม การมอบเงินอุดหนุนครั้งนี้จะให้เฉพาะกลุ่มเท่านั้น โดยจะต้องเป็นผู้ที่ได้ลงทะเบียนเป็นผู้รับผลประโยชน์จากโครงการสินเชื่อเพื่อธุรกิจของประชาชนกลุ่มธุรกิจผู้ผลิตขนาดเล็ก ผู้ที่เข้าข่ายได้รับความช่วยเหลือเงินอุดหนุนค่าจ้าง และครัวเรือนที่ได้รับการอุดหนุนค่าไฟฟ้า

ทั้งนี้ ในการแถลงเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา นายอากัส กูมิวัง คาร์ตาซัสมิตา รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมของอินโดนีเซียระบุว่า การให้เงินสนับสนุนดังกล่าว เป็นการกระตุ้นการเติบโตของตลาดรถพลังงานไฟฟ้าในอินโดนีเซีย โดยเมื่อต้นเดือนธันวาคมปีที่แล้ว นายอากัส ระบุว่า รัฐบาลอินโดนีเซียมีจุดประสงค์ที่จะอุดหนุนเงินมากกว่า 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ ในทุกๆ การขายของรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศ

ขณะที่ ศรี มุลยานี อินทราวาตี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของอินโดนีเซีย กล่าวว่า จะจัดสรรเงินทั้งหมด 455 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.56 หมื่นล้านบาท สำหรับโครงการดังกล่าวจนถึงปี 2024 และตั้งเป้าบรรลุอัตราการใช้ยานพาหนะไฟฟ้าที่ร้อยละ 10 ภายในปี 2024 โดยน่าจะครอบคลุมยอดขายจักรยานยนต์ไฟฟ้าคันใหม่ราว 800,000 คัน รวมทั้งจักรยานยนต์ที่ดัดแปลงมาเป็นพลังงานไฟฟ้าอีก ราว 200,000 คัน

โดยหลังจากนี้ รัฐบาลอาจจะจัดหาสิ่งจูงใจเพิ่มเติม เช่น การยกเว้นภาษีชั่วคราว และการลดภาษีมูลค่าเพิ่ม เพื่อลดราคาของรถยนต์ไฟฟ้าและรถโดยสารประจำทางไฟฟ้า โดยจะมีการประกาศใช้นโยบายดังกล่าวในวันที่ 1 เม.ย. นี้.

ที่มา : แชนแนลนิวส์เอเชีย

เริ่มแล้ว ชาวมุสลิมในอินโดฯ เริ่มเข้าสู่ช่วงเดือนศักดิ์สิทธิ์ “รอมฎอน”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2661471

เริ่มแล้ว ชาวมุสลิมในอินโดฯ เริ่มเข้าสู่ช่วงเดือนศักดิ์สิทธิ์ "รอมฎอน"

23 มี.ค. 2566 10:21 น.

เริ่มแล้ว ชาวมุสลิมในอินโดฯ เริ่มเข้าสู่ช่วงเดือนศักดิ์สิทธิ์ “รอมฎอน”

ชาวมุสลิมหลายล้านคนในอินโดนีเซีย ร่วมเฉลิมฉลองเข้าสู่เดือนศักดิ์สิทธิ์รอมฎอน ร่วมถือศีลอดเป็นเวลา 30 วัน

เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2566 ชาวมุสลิมหลายล้านคนในอินโดนีเซีย ร่วมเฉลิมฉลองเข้าสู่เดือนศักดิ์สิทธิ์รอมฎอน ร่วมถือศีลอดตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นจนถึงพระอาทิตย์ตกเป็นเวลา 30 วัน โดยเริ่มขึ้นในวันนี้ (23 มี.ค.) ตามประกาศของ ยาคุต โชอิล คูมาส รัฐมนตรีกระทรวงกิจการศาสนา

โดยชาวมุสลิมพากันไปละหมาดตะรอเวียะห์ รับเดือนรอมฎอน ที่สุเหร่าหลวงอิสติกลัล ในกรุงจาการ์ตา กันอย่างเนืองแน่น โดยสุเหร่าแห่งนี้มีความสวยงามและมีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ทั้งนี้ อินโดนีเซียเป็นประเทศมุสลิมใหญ่ที่สุดในโลก ประชากรเกือบ 90% ของทั้งหมด 277 ล้านคน นับถือศาสนาอิสลาม ขณะที่ตลอดช่วงเดือนรอมฎอน เมื่อถึงช่วงเวลาดวงอาทิตย์ตกลับขอบฟ้า ชาวมุสลิมจะปฏิบัติศาสนกิจด้วยการอดอาหาร งดเว้นเครื่องดื่ม

ขณะที่เทศกาลรอมฎอนปีนี้ มีขึ้นท่ามกลางภาวะราคาสินค้าอาหารแพง อันเป็นผลกระทบจากการปิดกั้นเส้นทางขนส่งอาหารและธัญพืช ในช่วงสงครามรัสเซียบุกยูเครน.

ยูกันดาผ่านร่างกฎหมายประกาศให้ LGBTQ+ เป็นอาชญากรรม โทษสูงสุดประหารชีวิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2661330

ยูกันดาผ่านร่างกฎหมายประกาศให้ LGBTQ+ เป็นอาชญากรรม โทษสูงสุดประหารชีวิต

23 มี.ค. 2566 08:54 น.

ยูกันดาผ่านร่างกฎหมายประกาศให้ LGBTQ+ เป็นอาชญากรรม โทษสูงสุดประหารชีวิต

รัฐสภายูกันดาผ่านร่างกฎหมายต่อต้านเกย์ ประกาศให้ LGBTQ+ เป็นอาชญากรรม มีโทษสูงสุดประหารชีวิต ด้านบรรดาองค์กรสิทธิมนุษยชนรุมประณามเรียกร้องประธานาธิบดียูกันดาคว่ำร่างกฎหมายฉบับนี้

 
เมื่อวันที่ 22 มี.ค. 2566 สำนักข่าว CNN รายงานว่า รัฐสภายูกันดาผ่านร่างกฎหมายต่อต้าน LGBTQ+ เพิ่มอำนาจให้กับเจ้าหน้าที่รัฐในการปราบปรามกลุ่มคนรักเพศเดียวกัน โดยมีบทลงโทษในคดีอาญาสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิต หรือมีโทษจำคุกสูงสุด 20 ปี สำหรับผู้ที่เป็น LGBTQ+

ความเคลื่อนไหวนี้ทำให้ยูกันดาเป็นหนึ่งในประเทศที่บังคับใช้กฎหมายต่อต้าน LGBTQ+ ที่รุนแรงที่สุดในโลก โดยสำหรับยูกันดาก่อนหน้านี้การแสดงพฤติกรรมว่าเป็นหรือสนับสนุน LGBTQ+ ถือว่าผิดกฎหมายอยู่แล้วและมีโทษสูงสุดจำคุกตลอดชีวิต พุ่งเป้าไปที่การปราบปรามบรรดานักเคลื่อนไหวเรียกร้องสิทธิคนรักเพศเดียวกัน โดยมีคำสั่งแบนการส่งเสริมหรือสนับสนุนโฮโมเซ็กชวลทุกรูปแบบ

โดยในเนื้อหาของร่างกฎหมายแบน LGBTQ+ ฉบับใหม่ การแสดงพฤติกรรมเช่นนี้จะมีความผิดในคดีอาญา โดยเฉพาะผู้ที่มีพฤติกรรมรักร่วมเพศรุนแรง (aggravated homosexuality) ที่กระทำการข่มขืน คุกคามทางเพศ ต่อเด็กหรือบุคคลทุพพลภาพหรือมีปัญหาทางจิต จะถูกลงโทษประหารชีวิต

ก่อนหน้านี้ นายอะซูมาน บาซาลีร์วา ส.ส.ฝ่ายค้านนำเสนอร่างกฎหมายต่อต้านคนรักร่วมเพศ ฉบับปี 2023 ต่อสภา โดยระบุว่าเพื่อปกป้องวัฒนธรรมโบสถ์คริสต์ กฎหมาย ศาสนา และค่านิยมอันดีงามของชาวยูกันดา จากพฤติกรรมส่งเสริมความสำส่อนทางเพศภายในประเทศ ขณะที่ร่างกฎหมายฉบับนี้กำลังถูกส่งไปให้ประธานาธิบดีโยเวรี มูเซเวนี ลงนามเพื่อประกาศให้มีผลบังคับใช้

ทางด้านโวลเคอร์ เติร์ค ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ประธานาธิบดีมุเสเวนี คว่ำร่างกฎหมายฉบับนี้ที่จะฉุดรั้งการพัฒนาด้านสิทธิมนุษชนของยูกันดา.

สรุป 5 ประเด็นสำคัญ สี จิ้นผิงเยือนรัสเซีย ส่งสัญญาณเตือนถึงชาติตะวันตก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2661315

สรุป 5 ประเด็นสำคัญ สี จิ้นผิงเยือนรัสเซีย ส่งสัญญาณเตือนถึงชาติตะวันตก

23 มี.ค. 2566 07:40 น.

สรุป 5 ประเด็นสำคัญ สี จิ้นผิงเยือนรัสเซีย ส่งสัญญาณเตือนถึงชาติตะวันตก

สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน สิ้นสุดการเดินทางเยือนรัสเซียแล้ว โดยเขาพบกับวลาดิเมียร์ ปูติน เชิดชูยุคใหม่ของทั้งสองประเทศที่กำลังจะมาถึง และส่งสัญญาณถึงชาติตะวันตก

ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง แห่งประเทศจีน เดินทางเยือนกรุงมอสโก เมืองหลวงของรัสเซีย เป็นเวลา 2 วันตั้งแต่วันจันทร์ที่ 20 มี.ค. 2566 ก่อนจะเดินทางกลับในวันอังคารที่ 21 มี.ค. ได้เข้าพบปะพูดคุยกับ วลาดิเมียร์ ปูติน เป็นการส่วนตัวในวันจันทร์ ก่อนจะประชุมโดยมีคณะเจ้าหน้าที่เข้าร่วมด้วยในวันต่อมา

การเดินทางเยือนสั้นๆ เพียง 2 วันนี้เกิดเรื่องต่างๆ ขึ้นมากมาย และต่อไปนี้คือประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้นในการพูดคุยกันระหว่าง สี จิ้นผิง กับวลาดิเมียร์ ปูติน

ชูยุคใหม่ความสัมพันธ์ จีน-รัสเซีย

การหารือ 2 วันที่พระราชวังเครมลินเต็มไปด้วยพิธีการ ในขณะที่สี จิ้นผิง กับปูตินกล่าวเชิดชูยุคใหม่ในความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศ ผู้นำรัสเซียกล่าวว่า ความร่วมมือทวิภาคีของรัสเซียกับจีนมีโอกาสและความเป็นไปได้อันไร้ขีดจำกัดอย่างแท้จริง และกล่าวอวยพรให้ทั้งสองประเทศเจริญรุ่งเรืองในงานเลี้ยงอาหารเย็นหลังทั้งคู่พูดคุยกัน

การเดินทางเยือนรัสเซียของ สี จิ้นผิง นั้น ถูกมองว่าเป็นการแสดงความต่อต้านชาติตะวันตก ที่กำลังพยายามโดดเดี่ยวรัสเซีย และเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากศาลอาชญากรรมระหว่างประเทศ (ICC) ออกหมายจับนายปูติน ข้อหาบังคับอพยพเด็กๆ ในยูเครนอย่างไม่ชอบด้วยกฎหมาย

นายอเล็กซานเดอร์ กาบูเยฟ นักวิเคราะห์ความเคลื่อนไหวจีน มองว่า หมายจับของกรุงเฮกมีแต่จะทำให้จีนมีอำนาจงัดข้อกับชาติตะวันตกเรื่องรัสเซียได้มากขึ้นเท่านั้น “สี จิ้นผิง สามารถพบปูตินได้โดยไม่เคอะเขิน หมายจับมีแต่ทำให้ ‘เพื่อนรัก’ ของสี จิ้นผิงในเครมลินอยู่ในกำมือของเขามากขึ้นเท่านั้น”

ความขัดแย้งในยูเครน

สี จิ้นผิง เรียกร้องให้มีการเจรจาเพื่อหาทางออกจากวิกฤติในยูเครน ขณะที่ปูตินชื่นชมแผนการสันติภาพ 12 ข้อที่จีนเป็นผู้เสนอ โดยระบุว่าสามารถใช้หลักการหลายข้อเป็นพื้นฐานสำหรับการยุติความขัดแย้งในอนาคต หากยูเครนกับชาติตะวันตกพร้อม “แต่จนถึงตอนนี้ เราไม่เห็นความพร้อมเช่นนั้นในส่วนของพวกเขาเลย” ผู้นำรัสเซียกล่าว

ผู้นำทั้งสองคนยังลงนามประกาศฉบับหนึ่ง เน้นย้ำเรื่องความสำคัญในการเคารพความชอบธรรมที่เกี่ยวข้องกับทุกประเทศ และต้องป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งในยูเครนลุกลามจนเหนือการควบคุม “ทั้งสองคณะ (จีน-รัสเซีย) เรียกร้องให้ยุติขั้นตอนทุกก้าวที่จะทำให้สถานการณ์ความตึงเครียดบานปลาย และทำให้ความเป็นศัตรูยืดเยื้อออกไป เพื่อไม่ให้วิกฤติเลวร้ายไปกว่านี้”

ความร่วมมือด้านความมั่นคงและกองทัพ

ประกาศที่ลงนามโดย สี จิ้นผิงกับปูติน ระบุด้วยว่า ทั้งสองประเทศกังวลกับการเข้ามาแผ่อิทธิพลในเอเชียมากขึ้นของนาโต และกล่าวหารัฐบาลสหรัฐฯ ว่า กำลังบ่อนทำลายความมั่นคงของโลก “ทั้งสองคณะเรียกร้องให้สหรัฐฯ หยุดบ่อนทำลายความมั่นคงในระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ และความมั่นคงทางยุทธศาสตร์โลก เพื่อรักษาความได้เปรียบทางทหารแต่เพียงฝ่ายเดียวของสหรัฐฯ”

สี จิ้นผิง บอกกับผู้สื่อข่าวหลังการประชุมด้วยว่า ในฐานะชาติสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ จีนกับรัสเซียจะส่งเสริมโลกกลุ่มอำนาจหลายขั้ว (multipolar world) และสนับสนุนด้านอาหารและความมั่นคงทางพลังงาน ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับรัสเซียนั้นสำคัญสำหรับระเบียบโลกยุคใหม่และชะตากรรมของมนุษยชาติ

ผู้นำจีนกับรัสเซียบอกด้วยว่า ทั้งสองประเทศจะจัดการฝึกซ้อมทางทหารร่วมกันเป็นประจำ และยกระดับความร่วมมือระหว่างกองทัพของทั้งสองประเทศ

ความร่วมมือด้านพลังงาน

ปูติน ซึ่งกำลังหาทางโยกย้ายทิศทางการขายอุปทานพลังงานไปยังเอเชีย หลังถูกชาติตะวันตกคว่ำบาตร กล่าวว่า รัสเซียอาจสามารถตอบโจทย์ความต้องการทรัพยากรพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นของจีนได้ และว่ามีการบรรลุข้อตกลงเรื่องการสร้างท่อส่งก๊าซธรรมชาติที่ชื่อว่า ‘Power of Siberia 2’ เพื่อส่งก๊าซธรรมชาติของรัสเซียไปจีนผ่านมองโกเลีย

บริษัท แกซพรอม ยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานของรัสเซีย เปิดเผยในวันอังคารว่า พวกเขาทำลายสถิติปริมาณการส่งก๊าซธรรมชาติรายวันให้แก่ประเทศจีน ผ่านท่อส่งก๊าซ Power of Siberia 1 ที่มีอยู่แล้ว

ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ

ปัจจุบันรัสเซียกำลังอยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรมากมายอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนจากชาติตะวันตก หลังพวกเขายกทัพรุกรานยูเครน ซึ่งในเรื่องนี้ปูตินกล่าวว่า ความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่กำลังขยายตัวขึ้นระหว่างทั้งสองประเทศ คือสิ่งสำคัญที่สุดของรัสเซีย

สี จิ้นผิง กับปูติน ลงนามประกาศอีกฉบับ เรื่องการพัฒนาด้านสำคัญๆ ในการร่วมมือทางเศรษฐกิจไปตลอดจนถึงปี 2573 โดยปูตินย้ำเป็นพิเศษเรื่องความร่วมมือภาคการเกษตร โดยระบุว่า รัสเซียพร้อมที่จะยกระดับการส่งออกเนื้อและธัญพืชให้แก่จีน

ปูตินยังบอกว่า ด้วยการรวมกำลังกัน จีนกับรัสเซียอาจกลายเป็นผู้นำด้านไอที และปัญญาประดิษฐ์โลก และว่ารัสเซียอยากใช้เงินหยวนของจีนในการค้าขายในเอเชีย, แอฟริกา และลาตินอเมริกา

ส่วนสี จิ้นผิงกล่าวว่า เขากับปูตินเห็นชอบที่จะยกระดับการวางแผนการอย่างครอบคลุมไปถึงระดับสูงสุด เพิ่มการค้าขายในด้านพลังงานและทรัพยากรต่างๆ

ที่มา : cna

ธนาคารกลางสหรัฐฯ ขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% แม้ภาคธนาคารยังปั่นป่วน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2661280

ธนาคารกลางสหรัฐฯ ขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% แม้ภาคธนาคารยังปั่นป่วน

23 มี.ค. 2566 04:45 น.

ธนาคารกลางสหรัฐฯ ขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% แม้ภาคธนาคารยังปั่นป่วน

เฟดตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% แม้ว่านักเศรษฐศาสตร์หลายคนจะเรียกร้องให้หยุดก่อน เพราะกังวลจะกระทบกับภาคธนาคาร ซึ่งปั่นป่วนอย่างหนักในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

ในวันพุธที่ 22 มี.ค. 2566 ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ประกาศว่าพวกเขาตัดสินใจขึ้นอัตราดอกเบี้ยมาตรฐานอีก 0.25% เป็น 4.75% ถึง 5% สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2550 เพื่อต่อสู้กับอัตราเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง ตามความคาดหมายของนักลงทุนและนักเศรษฐศาสตร์ แม้จะมีความเสี่ยงต่อเสถียรภาพทางการเงิน และทำให้ภาคธนาคารปั่นป่วนก็ตาม

ภารกิจของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในการควบคุมกับอัตราเงินเฟ้อยากขึ้นไปอีกในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา หลังการล่มสลายของธนาคารซิลิคอนวัลเลย์ และธนาคารซิกเนเจอร์ ของสหรัฐฯ ซึ่งทำให้เกิดความกังวลแผ่ไปยังธนาคารอื่นๆ ทั่วโลก ส่งผลให้เฟดต้องพยายามรักษาสมดุลไม่ให้เกิดวิกฤติการเงิน, อัตราเงินเฟ้อพุ่งสูง หรือตลาดแรงงานตึงตัว

ในแถลงการณ์หลังการประชุมของเฟด พวกเขายอมรับว่า ความปั่นป่วนในตลาดการเงินที่ผ่านมา ส่งผลต่ออัตราเงินเฟ้อและเศรษฐกิจ แต่พวกเขายังมั่นใจในระบบโดยรวมว่า ระบบธนาคารของสหรัฐฯ ยังแข็งแรงและฟื้นตัวได้เร็ว

“สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้อาจส่งผลให้ ภาวะสินเชื่อสำหรับครัวเรือนและธุรกิจตึงตัวขึ้น ถ่วงกิจกรรมทางเศรษฐกิจ, การจ้างงาน และอัตราเงินเฟ้อ แต่ขอบเขตของผลกระทบจากเรื่องนี้ยังไม่ชัดเจน” แถลงการณ์ของเฟดระบุ พร้อมย้ำด้วยว่า พวกเขายังคงระมัดระวังความเสี่ยงจากอัตราเงินเฟ้อเป็นหลัก

ทั้งนี้ ความปั่นป่วนในภาคธนาคารช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่เพียงทำให้เกิดความกังวลว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจขึ้นดอกเบี้ยเร็วเกินไปจนทำให้เศรษฐกิจถดถอย แต่ยังอาจส่งผลให้ธนาคารล่มสลายมากขึ้นด้วย จนนักเศรษฐศาสตร์ชื่อดังหลายคนออกมาเรียกร้องให้เฟดหยุดขึ้นดอกเบี้ยไว้ก่อน

แต่การขึ้นดอกเบี้ยครั้งล่าสุด ซึ่งเป็นครั้งที่ 9 ติดต่อกันส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ ยังให้ความสำคัญเรื่องการฟื้นฟูเสถียรภาพทางด้านราคา (price stability) เป็นอันดับแรก

ที่มา : cnn

เรือวิจัยขนาด 3,000 ตัน ล้มที่ท่าเรือบกเมืองเอดินบะระ เจ็บ 35 ราย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2661270

เรือวิจัยขนาด 3,000 ตัน ล้มที่ท่าเรือบกเมืองเอดินบะระ เจ็บ 35 ราย

23 มี.ค. 2566 02:40 น.

เรือวิจัยขนาด 3,000 ตัน ล้มที่ท่าเรือบกเมืองเอดินบะระ เจ็บ 35 ราย

เรือวิจัยขนาดยักษ์ซึ่งจอดอยู่ที่ท่าเรือบกในเมืองเอดินบะระ ของสกอตแลนต์ หลุดจากตัวยึดจนล้มเอียง เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บแล้วอย่างน้อย 35 ราย

เมื่อช่วงเช้าวันพุธที่ 22 มี.ค. 2566 เกิดเหตุเรือวิจัยขนาด 3,000 ตันชื่อว่า ‘เพเทรล’ (Petrel) ซึ่งจอดอยู่ที่ท่าเรือบก อิมพีเรียล ด็อก ของท่าเรือ ลีธ (Leith) ตอนเหนือของเมืองเอดินบะระ ของสกอตแลนต์ หลุดจากตัวยึดจนล้มเอียง ทำให้ทางการต้องประกาศให้เป็นเหตุการณ์สาธารณภัย (major incident) เพื่อระดมเจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือ

ตามการเปิดเผยของสำนักงานบริการสุขภาพแห่งชาติ ประจำเขต โลเธียน ในเมืองเอดินบะระ เหตุการณ์นี้ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 35 ราย โดย 23 รายในจำนวนนี้ต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล ส่วนที่เหลือได้รับการักษาที่จุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ยังร้องขอประชาชนว่าอย่าไปแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลเอดินบะระ รอยัล (ERI) ยกเว้นกรณีฉุกเฉินเท่านั้น เนื่องจากมีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก

หลังเกิดเหตุ มีรูปภาพมากมายถูกโพสต์บนเครือข่ายสังคมออนไลน์ แสดงให้เห็นเรือวิจัยขนาดใหญ่ของกองทัพเรือสหรัฐฯ ลำนี้ ล้มเอียงทำมุมประมาณ 45 องศา ขณะที่สถานกงสุลสหรัฐฯ ในเอดินบะระ ระบุว่า พวกเขากำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเสนอให้การสนับสนุนแก่ชาวอเมริกันที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ พร้อมขอบคุณเจ้าหน้าที่สกอตแลนด์ที่ตอบสนองต่อเหตุการณ์อย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ สำนักงานบริการฉุกเฉินสกอตแลนด์ได้รับแจ้งเหตุครั้งแรกในเวลา 8.30 น. วันพุธ โดยนายมาร์ก เรนนี ผู้กำกับการตำรวจเอดินบะระ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่พบผู้ได้รับบาดเจ็บครบทุกคนในเวลา 13.20 น. และย้ำว่าเหตุการณ์นี้ไม่มีความเสี่ยงต่อสาธารณะเป็นวงกว้าง ในขณะที่การสืบสวนกำลังดำเนินต่อไป เพื่อหาคำตอบว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่

ที่มา : bbc

ตายแล้ว 19 ศพ แผ่นดินไหวอัฟกานิสถาน-ปากีสถาน เจ็บเกิน 200 ราย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2661261

ตายแล้ว 19 ศพ แผ่นดินไหวอัฟกานิสถาน-ปากีสถาน เจ็บเกิน 200 ราย

23 มี.ค. 2566 01:18 น.

ตายแล้ว 19 ศพ แผ่นดินไหวอัฟกานิสถาน-ปากีสถาน เจ็บเกิน 200 ราย

เหตุแผ่นดินไหวรุนแรงที่อัฟกานิสถานเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 19 ศพ รวมถึงที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างปากีสถาน ขณะที่จำนวนผู้บาดเจ็บมีมากกว่า 200 ราย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 22 มี.ค. 2566 ว่า แผ่นดินไหวรุนแรงระดับ 6.5 เกิดขึ้นเมื่อช่วงค่ำวันอังคารที่ 21 มี.ค.ที่ผ่านมา ในพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอัฟกานิสถาน ส่งผลให้อาคารบ้านเรือนจำนวนหนึ่งได้รับความเสียหาย, เกิดดินถล่มหลายจุด และทำให้ผู้คนต้องวิ่งออกจากอาคารมาอยู่ตามท้องถนนด้วยความแตกตื่น

จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ที่ความลึก 187.6 กม. ห่างจากเมืองเจิร์ม ในจังหวัดบาดัคห์ชาน เพียง 40 กม. แรงสั่นสะเทือนสามารถรับรู้ได้ในรัศมีกว่า 1,000 กม. ซึ่งครอบคลุมทั้ง อินเดีย, อุซเบกิสถาน, ทาจิกิสถาน, คาซัคสถาน, คีร์กีซสถาน, ปากีสถาน และเติร์กเมนิสถาน

แผ่นดินไหวเกิดขึ้นในขณะที่ครอบครัวจำนวนมากออกมานอกบ้านเพื่อฉลองวันปีใหม่ของชาวเปอร์เซีย หรือที่เรียกว่าวัน ‘นอว์รุซ’ (Nowruz) อย่างไรก็ตาม มีรายงานพบผู้เสียชีวิต 10 ศพ ในอัฟกานิสถาน รวมถึงเด็กรายหนึ่งในจังหวัดลักห์มาน บริเวณชายแดน ขณะที่มีผู้เสียชีวิต 9 ศพ ในจังหวัดไคเบอร์ ปัคห์ตุนควา ทางตะวันตกเฉียงเหนือของปากีสถาน

เจ้าหน้าที่ของอัฟกานิสถาน ระบุว่า เนื่องจากแผ่นดินไหวเกิดขึ้นในพื้นที่ภูเขาห่างไกล ทำให้อาจเกิดความล่าช้าในการรวบรวมข้อมูลความเสียหายหรือผู้เสียชีวิต และอาจกระทบต่อปฏิบัติการกู้ภัย ขณะที่เจ้าหน้าที่ฉุกเฉินในจังหวัดไคเบอร์ ปัคห์ตุนควา กล่าวว่า ความเสียหายที่พบจนถึงตอนนี้ถือว่าต่ำกว่าที่คาด

พื้นที่ที่ได้รับความเสียหายมากที่สุด คือเขตสวัต ในจังหวัดไคเบอร์ ปัคห์ตุนควา ซึ่งถนนสายหลักถูกตัดขาดด้วยดินถล่ม ส่วนที่กรุงอิสลามาบัด เมืองหลวงของปากีสถาน เจ้าหน้าที่ต้องอพยพอาคารที่อยู่อาศัยหลายชั้นแห่งหนึ่ง เนื่องจากพบรอยร้าวขนาดใหญ่ ขณะที่สัญญาณโทรศัพท์ขัดข้องในทั้งสองประเทศ

ผู้คนจำนวนมากในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบต้องนอนกลางแจ้งท่ามกลางอากาศหนาวเย็น อุณหภูมิเกือบถึงจุดเยือกแข็ง เนื่องจากกลัวว่าจะเกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมา

ที่มา : bbc

จีนมาแล้ว อนุมัติใช้วัคซีนโควิด mRNA ผลิตเองในประเทศตัวแรก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2661215

จีนมาแล้ว อนุมัติใช้วัคซีนโควิด mRNA ผลิตเองในประเทศตัวแรก

22 มี.ค. 2566 23:36 น.

จีนมาแล้ว อนุมัติใช้วัคซีนโควิด mRNA ผลิตเองในประเทศตัวแรก

จีนอนุมัติใช้งานวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ชนิด mRNA ที่ผลิตภายในประเทศเป็นครั้งแรก หลังผลการทดสอบพบว่ามีประสิทธิภาพต้านไวรัสสูง

เมื่อวันพุธที่ 22 มี.ค. 2566 สำนักงานกำกับดูแลด้านสุขภาพของจีนอนุมัติให้ใช้งานวัคซีน mRNA สำหรับต้านไวรัสโควิด-19 ที่ผลิตเองในประเทศเป็นครั้งแรก ไม่กี่เดือน หลังจากแดนมังกรผ่อนคลายมาตรการเข้มงวดตามนโยบายทำให้โควิดเป็นศูนย์ หรือ ซีโร่โควิด จนผู้ติดเชื้อพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วชั่วระยะเวลาหนึ่ง

ผู้ผลิตวัคซีนดังกล่าวคือ บริษัท ‘ซีเอสพีซี ฟาร์มาซูติคอล กรุ๊ป จำกัด’ (CSPC Pharmaceutical Group) ระบุว่า วัคซีน mRNA ของพวกเขาได้รับอนุมัติให้ใช้ในกรณีฉุกเฉิน หลังการทดสอบพบว่ามันมีประสิทธิภาพสูงหากใช้เป็นวัคซีนกระตุ้นภูมิคุ้มกัน หรือ บูสเตอร์ ในหมู่คนที่เคยได้รับวัคซีนชนิดอื่นไปแล้ว

ตามการเปิดเผยของ CSPC พวกเขาทำการศึกษาในอาสาสมัคร 4,000 คน ระหว่างวันที่ 10 ธ.ค. 2565 จนถึง 18 ม.ค. 2566 ตอนที่ผู้ติดเชื้อในจีนกลับมาพุ่งสูง โดยวัคซีนแสดงให้เห็นประสิทธิภาพกระตุ้นภูมิคุ้มกันไวรัส 85.3% หลังจากฉีดเป็นวัคซีนบูสเตอร์ 14-28 วัน

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาจีนปฏิเสธที่จะอนุมัติการใช้งานวัคซีน mRNA ยอดนิยมของบริษัทตะวันตกอย่าง ไฟเซอร์/ไบโอเอ็นเทค และโมเดอร์นา มาตลอด ท่ามกลางข้อครหาว่า การขาดแคลนวัคซีนคือหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตในจีนพุ่งพรวด หลังจากจีนยกเลิกมาตรการล็อกดาวน์และบังคับกักตัวอย่างกะทันหันในเดือนธันวาคม

ก่อนหน้านี้ บริษัทผู้ผลิตยารายอื่นๆ ของจีน รวมถึง แคนซิโน (CanSino) เผยว่า พวกเขากำลังพัฒนาวัคซีน mRNA เพื่อช่วยลดช่องว่างการฉีดวัคซีนในประเทศ ขณะที่บริษัท CSPC ไม่ได้ระบุชัดเจนว่าพวกเขาจะผลิตวัคซีนออกมาจำนวนเท่าใด.

ที่มา : cna

ช็อก พิธีกรสาวชื่อดังในโคลอมเบีย หมดสติกลางห้องส่ง กำลังถ่ายทอดสด (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2661026

ช็อก พิธีกรสาวชื่อดังในโคลอมเบีย หมดสติกลางห้องส่ง กำลังถ่ายทอดสด (คลิป)

22 มี.ค. 2566 20:07 น.

ช็อก พิธีกรสาวชื่อดังในโคลอมเบีย หมดสติกลางห้องส่ง กำลังถ่ายทอดสด (คลิป)

นาทีช็อก พิธีกรสาวชื่อดังในโคลอมเบีย เป็นลมหมดสติ ตกจากเก้าอี้ลงไปนอนแน่นิ่งบนพื้นในห้องส่งของทีวีช่อง 1 ขณะกำลังถ่ายทอดสด จนตกตะลึงกันไปหมด

เมื่อ 22 มี.ค. 2566 เดลี่เมล รายงานและเผยแพร่คลิปนาทีที่ทำเอาทีมงานและคนดูทีวีทางบ้านต้องตกตะลึง เมื่อ เอเลียนิส การ์ริโด พิธีกรหญิงสาวสวยคนดังชาวโคลอมเบีย วัย 35 ปี เกิดหมดสติ ล้มลงกับพื้น กลางห้องส่งสตูดิโอ ขณะกำลังถ่ายทอดสดรายการ Lo Sé Todo (I Know Everything) ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 1 ในโคลอมเบีย 

คลิปฟุตเทจจากรายการที่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 1 เผยให้เห็นว่า เอเลียนิส พิธีกรสาวสวย ได้ใช้สองมือกุมหน้า ขณะที่พิธีกรชายร่วมรายการกำลังพูดอยู่ ก่อนที่ทันใดนั้น เอเลียนิส ได้หมดสติ ล้มตกจากเก้าอี้มาอยู่บนพื้นห้องสตูดิโอ จนทำให้ทีมงาน ซึ่งยืนอยู่ด้านหลังกล้องตกใจ ถึงกับทิ้งกระดาษในมือ และรีบเข้ามาช่วยพิธีกรหญิง

ส่วน เอเรียล โอโซริโอ พิธีกรชายร่วมรายการ ได้บอกให้หยุดการถ่ายทำรายการทันที ก่อนเขาจะรีบเข้าช่วยเอเลียนิส พิธีกรหญิงที่หมดสติอยู่บนพื้นสตูดิโอ

หลังจาก เอเลียนิส ได้ถูกนำตัวส่งศูนย์การแพทย์แล้ว เอเรียล พิธีกรชายได้กล่าวกับคนดูทีวีทางบ้านว่า เอเลียนิส ป่วย ด้วยปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ อีกทั้งเขายังได้บอกผ่านทางรายการไปยังแม่ของเอเลียนิส ที่มักดูรายการสดนี้เป็นประจำว่า ‘ทุกอย่างเรียบร้อย เอลีปลอดภัยดี ไม่ต้องเป็นห่วงครับ’

ด้าน มาเรีย เฟอร์นันดา พิธีกรทีวีหญิงอีกคนหนึ่งอ้างว่า เอเลียนิสไม่สบายมาหลายวันก่อนหน้านี้แล้ว เนื่องจากสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง เธอไอมาก ก่อนจะหมดสติ

ทั้งนี้ เอเลียนิส เป็นพิธีกรทีวีที่ได้รับความนิยมอย่างมากในโคลอมเบีย โดยอินสตาแกรม (IG) ของเธอมียอดคนกดติดตามถึง 6.2 ล้านคน และมีคนติดตามทางเฟซบุ๊กกว่า 6.7 แสนคนเลยทีเดียว

Cr ภาพ : twitter-Instagram @Elianis Garrido

Así fue el detrás de cámaras del desmayo en vivo de Elianis Garrido en ‘Lo sé todo’ pic.twitter.com/tIvoe41ov7— Ana (@PuraCensura) March 16, 2023