ไฟไหม้เรือเฟอร์รี่ฟิลิปปินส์ดับสลด 12 ศพ ยังสูญหายอีก 7 ราย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2667811

ไฟไหม้เรือเฟอร์รี่ฟิลิปปินส์ดับสลด 12 ศพ ยังสูญหายอีก 7 ราย

30 มี.ค. 2566 14:18 น.

ไฟไหม้เรือเฟอร์รี่ฟิลิปปินส์ดับสลด 12 ศพ ยังสูญหายอีก 7 ราย

เกิดเหตุเพลิงไหม้เรือเฟอร์รี่ที่บรรทุกผู้โดยสารและลูกเรือราว 250 คน ขณะกำลังเดินทางข้ามเกาะในประเทศฟิลิปปินส์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 12 ศพ ยังสูญหายอีก 7 ราย


เรือเฟอร์รี่ เอ็มวี เลดี แมรี จอย 3 ซึ่งเป็นเรือโดยสารข้ามเกาะในฟิลิปปินส์เกิดไฟลุกไหม้รุนแรง ขณะกำลังเดินทางอยู่กลางทะเลเพื่อมุ่งหน้าไปยังเมืองโจโล จังหวัดซูลูในช่วงเวลาเกือบเที่ยงคืน ส่งผลให้ผู้โดยสารต่างแตกตื่นกระโดดหนีลงน้ำ หน่วยยามฝั่ง กองทัพเรือ เรือเฟอร์รี่ลำอื่นๆ และเรือประมงที่อยู่ใกล้เคียงต่างรีบเข้าไปให้การช่วยเหลือ โดยมีรายงานผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 12 ศพ และยังสูญหายอีก 7 ราย โดยเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการค้นหาผู้ที่ยังสูญหายตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา พร้อมเร่งตรวจสอบผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือจากเรือต่างๆ เพื่อยืนยันจำนวนผู้ประสบเหตุที่แน่ชัดอีกครั้ง

ทั้งนี้มีรายงานว่าในจำนวนผู้เสียชีวิต 12 ศพ มีเด็กรวมอยู่ด้วยอย่างน้อย 3 ศพ ส่วนใหญ่เสียชีวิตจากการจมน้ำ และยังมีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 23 รายที่ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล โดยขณะนี้ซากเรือเฟอร์รี่ถูกลากกลับไปขึ้นฝั่งที่จังหวัดบาซิลันแล้ว โดยจะมีการเร่งสอบสวนหาสาเหตุของเพลิงไหม้ครั้งนี้ต่อไป.

ที่มา : เอพี

ผงะ อิเควทอเรียลกินี ยันพบติดไวรัสมาร์บวร์ก 13 รายแล้ว แทนซาเนีย ตาย 5 ศพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2667758

ผงะ อิเควทอเรียลกินี ยันพบติดไวรัสมาร์บวร์ก 13 รายแล้ว แทนซาเนีย ตาย 5 ศพ

30 มี.ค. 2566 13:10 น.

ผงะ อิเควทอเรียลกินี ยันพบติดไวรัสมาร์บวร์ก 13 รายแล้ว แทนซาเนีย ตาย 5 ศพ

อิเควทอเรียลกินียอมเผย พบคนติดเชื้อไวรัสมาร์บวร์กเพิ่มเป็น 13 รายแล้ว หลัง WHO เรียกร้องให้แจ้งการพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ ขณะที่แทนซาเนีย เจอการระบาดไวรัสมาร์บวร์กครั้งแรก ตายแล้ว 5 ศพ

เมื่อ 30 มี.ค. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ทางการสาธารณรัฐอิเควทอเรียลกินี ประเทศที่ตั้งอยู่ทางตอนกลางของทวีปแอฟริกา ออกมายืนยันพบผู้ติดเชื้อไวรัสมาร์บวร์ก เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 13 รายแล้ว นับตั้งแต่เกิดการระบาดของเชื้อไวรัสมรณะ มาร์บวร์ก ซึ่งมีอัตราตายสูงถึง 88% ในประเทศเป็นครั้งแรกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา และองค์การอนามัยโลก( WHO) ได้เรียกร้องให้รัฐบาลอิเควทอเรียลกินีมีการรายงานการพบผู้ติดเชื้อไวรัสมาร์บวร์กรายใหม่อย่างเป็นทางการต่อเนื่อง

ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขอิเควทอเรียลกินีได้ยืนยันผ่านทางทวิตเตอร์ว่า นับตั้งแต่พบเชื้อไวรัสมาร์บวร์ก ซึ่งก่อให้เกิดโรคไข้เลือดออกมาร์บวร์กระบาดเป็นครั้งแรกในประเทศเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2566 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 9 ศพ และมีผู้ติดเชื้อหายป่วยจำนวน 1 ราย ในขณะที่มีการติดตามอาการผู้สัมผัสเสี่ยงสูงแล้ว 825 ราย

เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยรซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลกแถลงเมื่อวันพุธที่ 29 มีนาคม ที่ผ่านมา ที่สำนักงานใหญ่องค์การอนามัยโลกในนครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ว่า องค์การอนามัยโลกรู้ดีว่ามีการพบผู้ติดเชื้อไวรัสมาร์บวร์กรายใหม่เพิ่มเติม จึงได้เรียกร้องให้รัฐบาลอิเควทอเรียลกินีรายงานการพบผู้ติดเชื้อใหม่เหล่านี้อย่างเป็นทางการ

ขณะที่ องค์การอนามัยโลกยังระบุว่าพบการระบาดของเชื้อไวรัสมาร์บวร์กในแทนซาเนีย เป็นครั้งแรก โดยมีผู้ติดเชื้อแล้ว 8 ราย และมีผู้เสียชีวิต 5 ศพในภูมิภาคคากีรา ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ

ทั้งนี้ ตามรายงานของศูนย์ควบคุมโรคติดต่อแห่งชาติสหรัฐฯ (CDC) ระบุว่า โรคไวรัสมาร์บวร์ก เป็นโรคไข้เลือดออกอย่างรุนแรง ที่มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อไวรัสมาร์บวร์ก โดยมีความร้ายแรงพอๆ กับเชื้อไวรัสอีโบลา (Ebola) เพราะเป็นญาติลูกพี่ลูกน้องกัน และเชื้อไวรัสมาร์บวร์กจัดอยู่ใน Family (แฟมิลี่) หรือ ‘วงศ์’ เดียวกันกับเชื้อไวรัสอีโบลา ซึ่งทำให้ผู้ติดเชื้อเสียชีวิตในอัตราสูงถึง 88%

ที่มา : Reuters

พ่อแม่แทบช็อก เด็ก 7 ขวบอุ้มเด็ก 4 ขวบทิ้งลงบ่อน้ำอ้างเลียนแบบทีวี (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2667726

 พ่อแม่แทบช็อก เด็ก 7 ขวบอุ้มเด็ก 4 ขวบทิ้งลงบ่อน้ำอ้างเลียนแบบทีวี (คลิป)

30 มี.ค. 2566 12:44 น.

พ่อแม่แทบช็อก เด็ก 7 ขวบอุ้มเด็ก 4 ขวบทิ้งลงบ่อน้ำอ้างเลียนแบบทีวี (คลิป)

โลกโซเชียลจีนเผยคลิปเหตุการณ์ขณะเด็กหญิงวัย 7 ขวบ อุ้มเด็กชาย 4 ขวบทิ้งลงไปในบ่อน้ำ อ้างทำเลียนแบบละครทีวี เคราะห์ดีที่ชาวบ้านช่วยชีวิตเด็กชายขึ้นมาได้หวุดหวิด

เหตุไม่คาดคิดครั้งนี้เกิดขึ้นที่มณฑลยูนนานทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน โดยกล้องวงจรปิดภายในหมู่บ้านสามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ขณะที่เด็กหญิงวัย 7 ขวบ กำลังเล่นอยู่กับเด็กชายวัย 4 ขวบ ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านกัน แต่แล้วจู่ๆ เด็กหญิงรายนี้ก็อุ้มเด็กชายขึ้นมา ก่อนจะหย่อนตัวเด็กชายลงไปในบ่อน้ำที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางไม่ถึง 1 เมตร โดยในตอนแรกเด็กชายพยายามเอามือเกาะขอบบ่อไว้เพื่อไม่ให้ตกลงไป แต่เด็กหญิงกลับยกมือของเด็กชายออก จนเด็กชายตกลงไปในบ่อน้ำในที่สุด จากนั้นเด็กหญิงคนดังกล่าวก็เดินออกไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่แล้วก็เดินย้อนกลับมาดู แต่ก็ยังไม่ไปบอกให้ใครรู้

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าหลังเกิดเหตุไม่นาน ชาวบ้านที่อยู่ในละแวกดังกล่าวและได้ยินเสียงเด็กร้อง ได้ออกมาช่วยเหลือและนำตัวเด็กชายขึ้นมาจากบ่อน้ำที่มีความลึกราว 2 เมตรได้ โดยเด็กชายมีอาการสั่นจากความหนาวเย็น และเป็นหวัด แต่ไม่ได้รับบาดเจ็บรุนแรง โดยตามปกติเด็กทั้งสองมักจะเล่นด้วยกันเป็นประจำอยู่แล้ว แต่ไม่เคยมีการทำร้ายกันมาก่อน ซึ่งจากการสอบถามเด็กหญิง ทราบว่าเธอทำแบบนี้ เพราะอยากลองเลียนแบบละครในทีวีที่เธอได้ดูมา ซึ่งหลังจากเกิดเหตุ ชาวบ้านได้นำฝามาปิดตายบ่อน้ำดังกล่าวเอาไว้ก่อน เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยขึ้นอีก.

ดูคลิป ที่นี่

ที่มา : ibtimes

แสบตา ประมูลเพชรสีชมพูอมม่วง 10.57 กะรัต คาดทุบราคาสูงสุดทำสถิติใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2667546

แสบตา ประมูลเพชรสีชมพูอมม่วง 10.57 กะรัต คาดทุบราคาสูงสุดทำสถิติใหม่

30 มี.ค. 2566 09:37 น.

แสบตา ประมูลเพชรสีชมพูอมม่วง 10.57 กะรัต คาดทุบราคาสูงสุดทำสถิติใหม่

สถาบันประมูลในสหรัฐฯ จัดแสดงเพชรน้ำงาม สีชมพูอมม่วง น้ำหนักกว่า 10.57 กะรัต เตรียมเปิดประมูลให้นักสะสมเป็นเจ้าของ คาดทุบราคาสูงสุดทำสถิติใหม่

เมื่อวันที่ 29 มี.ค. 2566 สถาบันประมูลซอเธอบีส์ ในนครนิวยอร์ก ของสหรัฐฯ นำเพชรน้ำงาม สีชมพูอมม่วง ชื่อว่า “Eternal Pink” หรือเพชรชั่วนิรันดร์ น้ำหนัก 10.57 กะรัต ออกแสดงให้นักสะสมได้เตรียมเข้าร่วมการประมูลครอบครอง

โดยการประมูลเพชรสีชมพูอมม่วง จะมีขึ้นในช่วงเดือนมิถุนายน คาดว่าจะมีผู้สนใจจำนวนมาก และอาจจะทุบราคาสูงถึง 35 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,195 ล้านบาท หรืออาจจะทำลายสถิติการประมูลเพชรสีชมพู Williamson Pink Star ที่เคยมีการประมูลไปด้วยราคาสูงสุดคือ 57.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,971 ล้านบาทเมื่อปีที่แล้ว

ทั้งนี้ เพชรสีชมพูอมม่วงเม็ดนี้ถูกขุดพบโดยคนงานที่เหมืองเพชรในบอตสวานา เมื่อปี 2562 แม้ว่าในขณะนี้เพชรสามารถผลิตได้ในห้องแล็บ ซึ่งทำให้เพชรสามารถหาซื้อได้ง่ายและมีหลายแบบ แต่ก็ทำให้เพชรแท้ที่ถูกขุดพบตามธรรมชาติมีราคาสูงขึ้น.

ผู้นำไต้หวันเร่งเยือนมิตรหลังถูกตัดสัมพันธ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2667578

ผู้นำไต้หวันเร่งเยือนมิตรหลังถูกตัดสัมพันธ์

30 มี.ค. 2566 09:36 น.

ผู้นำไต้หวันเร่งเยือนมิตรหลังถูกตัดสัมพันธ์

เมื่อวันที่ 29 มี.ค. น.ส.ไช่ อิง เหวิน ประธานาธิบดีไต้หวัน ออกแถลงการณ์แสดงจุดยืนว่า จะไม่ยอมให้แรงกดดันจากภายนอกมาขัดขวางไต้หวันต่อการมีปฏิสัมพันธ์กับประชาคมโลก ไต้หวันมีความนิ่ง มีความมั่นใจ ไม่ยอมแพ้ ไม่ยอมต่อการยั่วยุ ไต้หวันจะเดินทางอย่างมั่นใจบนเส้นทางแห่งเสรีภาพและประชาธิปไตย และแม้หนทางจะขรุขระ แต่ไต้หวันก็ไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว ก่อนออกเดินทางจากกรุงไทเป มุ่งสู่นครนิวยอร์ก สหรัฐฯ ตามกำหนดการเดินสายเยือนต่างประเทศเป็นเวลา 10 วัน ระหว่างวันที่ 29 มี.ค. ถึง 7 เม.ย.

ทั้งนี้ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า น.ส.ไช่ อิง เหวิน มีกำหนดแวะพักที่นครนิวยอร์ก สหรัฐฯ ก่อนมุ่งหน้าสู่ประเทศกัวเตมาลาและเบลิซ ในภูมิภาคอเมริกากลาง จากนั้นจึงจบทริปที่รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯ และเดินทางกลับไต้หวัน ท่ามกลางการคาดคะเนว่า ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย น.ส.ไช่ อิง เหวิน จะจัดการหารือกับนายเควิน แม็คคาร์ธีย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ซึ่งจะเป็นการหารือระหว่างผู้นำไต้หวันกับประธานสภาฯสหรัฐฯครั้งแรกบนแผ่นดินสหรัฐฯ หลังเมื่อเดือน ส.ค.2565 ผู้นำไต้หวันพบกับนางแนนซี เพโลซี อดีตประธานสภาฯคนก่อนที่กรุงไทเป ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนั้นส่งผลให้กองทัพจีนปฏิบัติการซ้อมรบปิดล้อมเกาะไต้หวัน

ด้านโฆษกสำนักงานกิจการไต้หวันของรัฐบาลจีนออกแถลงการณ์ว่า กำหนดที่นครนิวยอร์ก สหรัฐฯ ของ น.ส.ไช่ อิง เหวิน ไม่ใช่แค่การแวะพักผ่อนที่โรงแรมหรือสนามบิน แต่มีกำหนดการเข้าหารือกับเจ้าหน้าที่สหรัฐฯและนักการเมืองต่างๆ ในกรณีนี้ขอมองว่า หาก น.ส.ไช่ อิง เหวิน ได้เข้าพบกับนายแม็คคาร์นีย์ ก็จะถือเป็นเหตุการณ์ยั่วยุอีกครั้ง ที่ละเมิดหลักการจีนเดียว บ่อนทำลายอธิปไตยและความเป็นปึกแผ่นของดินแดนจีน และทำลายสันติภาพและเสถียรภาพในช่องแคบไต้หวัน รัฐบาลจีนขอคัดค้านในสิ่งนี้ พร้อมจะดำเนินการตอบโต้ที่จำเป็น

ก่อนหน้านี้ นายหม่า อิง จิ่ว อดีตประธานาธิบดีไต้หวัน สังกัดพรรคฝ่ายค้านก๊กมินตั๋ง ได้กลายเป็นอดีตผู้นำคนแรกของไต้หวันที่เดินทางเยือนประเทศจีน ซึ่งเจ้าตัวยังกล่าวเมื่อวันที่ 28 มี.ค. ระหว่างเยือนจีนด้วยว่า ผู้คนจากสองฝั่งช่องแคบไต้หวันต่างก็เป็นคนจีนเชื้อชาติจีน มีบรรพบุรุษร่วมกัน ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์และการตั้งคำถามจากพรรครัฐบาลประชาธิปไตยก้าวหน้าของไต้หวันว่า ทำไมถึงเลือกเดินทางไปจีน หลังฮอนดูรัสตัดสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวัน หันไปผูกสัมพันธ์กับจีนแทน และทำให้ไต้หวันเหลือประเทศที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการเพียง 13 ประเทศ.

“เบนจามิน เนทันยาฮู” นายกฯ อิสราเอล จวกสหรัฐฯ อย่าจุ้นกิจการภายใน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2667576

"เบนจามิน เนทันยาฮู" นายกฯ อิสราเอล จวกสหรัฐฯ อย่าจุ้นกิจการภายใน

30 มี.ค. 2566 09:29 น.

“เบนจามิน เนทันยาฮู” นายกฯ อิสราเอล จวกสหรัฐฯ อย่าจุ้นกิจการภายใน

จากกรณีสถานการณ์ความวุ่นวายในอิสราเอล หลังเกิดการชุมนุมใหญ่ต้านร่างกฎหมายฉบับใหม่ ว่าด้วยการให้อำนาจสภาผู้แทนราษฎร ในการยกเลิกคำพิพากษาศาลฎีกาด้วยการลงมติเสียงข้างมาก จนนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ต้องประกาศชะลอกระบวนการผ่านร่างกฎหมาย ตามด้วยเสียงกังวลจากนายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่กล่าวแสดงความกังวลต่อเหตุการณ์ในอิสราเอล พร้อมมองว่านายเนทันยาฮูไม่ควรเดินไปในเส้นทางนี้ และหวังว่าจะหาทางประนีประนอม จะยอมถอยห่างจากเรื่องนี้

อย่างไรก็ตาม นายเนทันยาฮูให้สัมภาษณ์สื่อท้องถิ่น กล่าวตอบโต้นายไบเดนว่า อิสราเอลเป็นประเทศที่มีอธิปไตย การตัดสินใจใดๆขึ้นอยู่กับความประสงค์ของประชาชน ไม่ใช่แรงกดดันจากต่างประเทศ รวมถึงแรงกดดันจากเพื่อนที่ดีที่สุด รัฐบาลอิสราเอลมุ่งมั่นที่จะเพิ่มความแข็งแกร่งให้แก่ประชาธิปไตย ด้วยการสร้างสมดุลแก่ 3 เสา บริหาร นิติบัญญัติ ตุลาการ.

ยูเอ็นกังวล กกต.เมียนมายุบพรรคเอ็นแอลดี ของ อองซาน ซูจี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2667561

ยูเอ็นกังวล กกต.เมียนมายุบพรรคเอ็นแอลดี ของ อองซาน ซูจี

30 มี.ค. 2566 09:11 น.

ยูเอ็นกังวล กกต.เมียนมายุบพรรคเอ็นแอลดี ของ อองซาน ซูจี

คณะกรรมการการเลือกตั้งเมียนมาแถลงผ่านสถานีโทรทัศน์เมียวดี เมื่อคืนวันที่ 28 มี.ค. ประกาศยุบพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ของนางอองซาน ซูจี อดีตที่ปรึกษาแห่งรัฐและผู้นำโดยพฤตินัยของเมียนมา รวมทั้งพรรคการเมืองอื่นๆรวม 40 พรรค อ้างว่าไม่ได้จดทะเบียนจัดตั้งพรรคใหม่ภายในเวลา 60 วัน ซึ่งครบกำหนดในวันที่ 28 มี.ค. ตามที่กำหนดในกฎหมายการเลือกตั้งฉบับใหม่ประกาศใช้เมื่อวันที่ 26 ม.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่สถานีโทรทัศน์แห่งชาติเมียนมาระบุว่า มีเพียง 50 พรรค จาก 90 พรรค ยื่นจดทะเบียนใหม่เพื่อลงแข่งเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม คณะกรรมาธิการกล่าวว่าจะยังคงรับใบสมัครการจัดตั้งพรรคใหม่ต่อไป โดยไม่ให้รายละเอียดเพิ่มเติม

ด้านนายตุน มินต์ สมาชิกพรรคเอ็นแอลดีจากเมืองย่างกุ้ง กล่าวว่า จะไม่เข้าร่วมการเลือกตั้งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จะไม่ยอมรับผล และจะคัดค้านทุกวิถีทาง ส่วนนายสเตฟาน ดูจาร์ริก โฆษกเลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) แสดงความกังวลและระบุว่า ไม่ใช่ทิศทางที่หวังไว้เนื่องจากอยากเห็นเมียนมากลับไปสู่เส้นทางประชาธิปไตย ปล่อยตัวนางซูจีและนักโทษการเมืองที่ถูกควบคุมตัว และยูเอ็นจะทำงานต่อไปเพื่อให้บรรลุผล ทั้งนี้ นางซูจีที่ขณะนี้กำลังรับโทษจำคุกรวม 33 ปี ร่วมก่อตั้งพรรคเอ็นแอลดีในปี 2531 ได้รับชัยชนะอย่างถล่มทลายในการเลือกตั้งปี 2533 แต่ถูกรัฐบาลทหารประกาศให้เป็นโมฆะ ต่อมาก็ได้รับชัยชนะในปี 2558 และ 2563 ก่อนถูกยึดอำนาจในเดือน ก.พ.2564.

“โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี” ผู้นำยูเครนจ้อเอพี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2667560

"โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี" ผู้นำยูเครนจ้อเอพี

30 มี.ค. 2566 09:06 น.

“โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี” ผู้นำยูเครนจ้อเอพี

เมื่อวันที่ 29 มี.ค. นายโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวเอพีว่า รัฐบาลสหรัฐฯมีความเข้าใจดีว่า หากสหรัฐฯหยุดให้ความช่วยเหลือยูเครน ยูเครนย่อมไม่ชนะ เช่นเดียวกับความช่วยเหลือจากนานาชาติและยุโรปตะวันตก

ส่วนสถานการณ์การสู้รบเมืองบาคห์มุท จังหวัดโดเนตสก์มองว่า หากยูเครนพ่ายแพ้ก็มีความเป็นไปได้ที่ชาติตะวันตกและชาวยูเครนจะเพิ่มแรงกดดันให้รัฐบาลยูเครนประนี ประนอมกับรัสเซีย นายเซเลนสกียังกล่าวโจมตีนายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ว่า ถูกโดดเดี่ยวและไม่มีพันธมิตร พร้อมเชื่อมั่นว่ารัฐบาลจีนก็ไม่ต้องการสนับสนุนรัสเซียอีกต่อไป.

อีลอน มัสก์-ผู้เชี่ยวชาญนับพัน จี้หยุดพัฒนา AI หวั่นเป็นภัยต่อสังคม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2667473

อีลอน มัสก์-ผู้เชี่ยวชาญนับพัน จี้หยุดพัฒนา AI หวั่นเป็นภัยต่อสังคม

30 มี.ค. 2566 05:55 น.

อีลอน มัสก์-ผู้เชี่ยวชาญนับพัน จี้หยุดพัฒนา AI หวั่นเป็นภัยต่อสังคม

อีลอน มัสก์ กับผู้บริหารบริษัท และผู้เชี่ยวชาญอีกนับพันคน ลงนามในจดหมายเปิดผนึก เรียกร้องให้บริษัทต่างๆ ระงับการพัฒนา AI ไว้ก่อน เพื่อศึกษาผลกระทบที่อาจเกิดต่อสังคม

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานในวันพุธที่ 29 มี.ค. 2566 ว่า อีลอน มักส์ นักธุรกิจและมหาเศรษฐีชื่อก้องโลก ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) กับผู้บริหารบริษัทไอทีอีกนับพันคน ร่วมลงนามในจดหมายเปิดผนึก เรียกร้องให้บริษัทต่างๆ หยุดการพัฒนาระบบ AI ทรงพลังเป็นเวลา 6 เดือน จนกว่าจะมีมาตรการกำกับดูแลที่ชัดเจน เนื่องจากกังวลว่ามันจะส่งผลกระทบต่อสังคม

เมื่อช่วงต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา บริษัท OpenAI ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก ไมโครซอฟท์ เปิดตัวโปรแกรมเอไอ ‘ChatGPT’ รุ่นที่ 4 ซึ่งสร้างความตกตะลึงแก่ผู้ใช้งานอย่างมากเนื่องจากความฉลาดของมัน ที่สามารถสื่อสารได้เหมือนมนุษย์, ประพันธ์เพลงได้, สรุปเอกสารที่ยืดยาวได้ และความสามารถด้านภาษาอื่นๆ อีกมากมาย

“ระบบ AI ที่ทรงพลังควรถูกพัฒนาเมื่อเรามั่นใจแล้วว่า ผลกระทบของมันจะเป็นไปในเชิงบวก และความเสี่ยงของมันสามารถจัดการได้” จดหมายเปิดผนึกซึ่งออกโดยสถาบัน Future of Life Institute ระบุ จดหมายยังเรียกร้องให้ผู้พัฒนาทั้งหลายทำงานร่วมกับสมาชิกสภานิติบัญญัติเพื่อออกมาตรการกำกับดูแล

“เราควรปล่อยให้เครื่องจักรป้อนช่องทางสื่อสารของเราด้วยโฆษณาชวนเชื่อและความเท็จจนล้นหรือ? เราควรพัฒนาจิตใจของสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์ที่ในท้ายที่สุดมันอาจเพิ่มจำนวนมากกว่า, ฉลาดแซงหน้า, ทำให้เราล้าหลัง และมาแทนที่เราอย่างนั้นหรือ?” จดหมายระบุ และเสริมว่า การตัดสินใจเช่นนั้นต้องไม่ได้มาจากผู้นำบริษัทเทคโนโลยีที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง

ก่อนหน้านี้ในช่วงต้นเดือนมีนาคม นายมัสก์ออกมาแสดงความกังวลเกี่ยวกับการพัฒนาอย่างรวดเร็วของปัญญาประดิษฐ์ ระบุว่า “AI ทำให้ผมเครียด” นายมัสก์ยังเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ รับประกันให้ได้ว่า การพัฒนาปัญญาประดิษฐ์จะทำให้เกิดสาธารณประโยชน์

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญหลายคนก็ออกมาตำหนินายมัสก์ กล่าวหาว่าเป็นคนเสแสร้งที่ร่วมลงนามในจดหมายเปิดผนึกนี้ เนื่องจากเขาเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท OpenAI และบริษัท Tesla ของนายมัสก์ก็ใช้ AI ในระบบขับรถอัตโนมัติ

“มันเป็นการเสแสร้งเหลือเกินสำหรับนายมัสก์ ที่ลงนามจดหมายนี้ เมื่อดูจากความพยายามมากมายของ Tesla ที่ต่อสู้เพื่อไม่ให้ตัวเองต้องรับผิดชอบจากความผิดพลาดของ AI ในระบบขับรถอัตโนมัติของพวกเขา” ศ.เจมส์ กริมเมลมันน์ ศาสตราจารย์ด้านกฎหมายดิจิทัลและสารสนเทศ ที่มหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ กล่าว

“การหยุดชั่วคราวเป็นความคิดที่ดี แต่จุดหมายนั้นกำกวมและไม่ได้จริงจังเรื่องปัญหาด้านการกำกับดูแล”

ขณะที่ศาสตราจารย์ แกรี มาร์คัส จากมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ร่วมลงนามจดหมายกล่าวว่า “จดหมายฉบับนี้ไม่ได้สมบูรณ์แบบ แต่เจตนานั้นถูกต้อง เราจำเป็นต้องชะลอ (การพัฒนา AI) จนกว่าเราจะเข้าใจลักษณ์หรือปัญหาที่เกี่ยวข้องมากกว่านี้”

ทั้งนี้ จดหมายเปิดผนึกดังกล่าวลงนามโดยบุคคลมากกว่า 1,000 คนรวมถึง อีลอน มัสก์, นายเอมัด มอสทาค ซีอีโอบริษัท Stability AI, ทีมนักวิจัยของบริษัท DeepMind ซึ่งอยู่ในเครือของอัลฟาเบท และนายโยชัว เบนจิโอ ผู้ถูกเรียนขานบ่อยครั้งว่า เป็นหนึ่งในบิดาแห่ง AI กับนาย สจอร์ต รัสเซลล์ หนึ่งในผู้บุกเบิกการวิจัยด้านปัญญาประดิษฐ์

แต่นายแซม อัลต์แมน หัวหน้าผู้ของบริษัท OpenAI ไม่ได้ร่วมลงนาม เช่นเดียวกับนายซันดาร์ พิชัย และนายสัตยา นาเดลลา ซีอีโอของบริษัท อัลฟาเบท และไมโครซอฟท์

ความกังวลดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่ ความสามารถมากมายของ ChatGPT ไปดึงดูดสายตาสมาชิกรัฐสภาสหรัฐฯ ซึ่งออกมาตั้งคำถามเรื่องผลกระทบที่ AI ตัวนี้มีต่อความมั่นคงของชาติและการศึกษา ด้านสำนักงานตำรวจแห่งสหภาพยุโรป หรือ ยูโรโพล (Europol) เตือนเมื่อวันจันทร์ว่า มีความเป็นไปได้ที่ ChatGPT จะถูกใช้ไปในทางที่ผิดเพื่อการหลอกลวง, เผยแพร่ข้อมูลเท็จ และก่ออาชญากรรมทางไซเบอร์

ที่มา : reuters

วาติกันยืนยัน โป๊ปฟรานซิสเข้าโรงพยาบาล ติดเชื้อทางเดินหายใจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2667463

วาติกันยืนยัน โป๊ปฟรานซิสเข้าโรงพยาบาล ติดเชื้อทางเดินหายใจ

30 มี.ค. 2566 04:05 น.

วาติกันยืนยัน โป๊ปฟรานซิสเข้าโรงพยาบาล ติดเชื้อทางเดินหายใจ

วาติกันเผย โป๊ปฟรานซิสต้องประทับที่โรงพยาบาล 2-3 วัน เพื่อรักษาอาการติดเชื้อบริเวณทางเดินหายใจ ซึ่งตรวจพบหลังพระองค์เข้ารับการตรวจสุขภาพตามนัด

ในวันพุธที่ 29 มี.ค. 2566 นายมัตเตโอ บรูนี โฆษกของคริสตจักรวาติกัน ออกแถลงการณ์เปิดเผยว่า พระสันตะปาปาฟรานซิสจะต้องประทับที่โรงพยาบาลในกรุงโรมต่อไปอีก 2-3 วัน เพื่อรักษาอาการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ เพียงไม่กี่วันก่อนที่วันสำคัญของศาสนาคริสต์อย่างวันอีสเตอร์ จะมีถึงในช่วงสุดสัปดาห์นี้

“ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา โป๊ปฟรานซิสตรัสว่าพระองค์มีอาการหายใจลำบาก บ่ายวันนี้พระองค์จึงเสด็จไปยังโรงพยาบาล โปลิคลินิโก เอ. เจเมลลี เพื่อรับการตรวจทางการแพทย์บางประกาศ” แถลงการณ์ของนายบรูนีระบุ “ผลที่ออกมาแสดงให้เห็นเหมือนกันหมดว่า พระองค์ติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ (ไม่ใช่โควิด-19) ซึ่งต้องรับการรักษาในโรงพยาบาล 2-3 วัน”

นายบรูนีระบุอีกว่า โป๊ปฟรานซิสประทับใจที่ผู้คนมากมายส่งข้อความอวยพรให้พระองค์ และพระองค์ขอขอบคุณในความใกล้ชิดและคำภาวนาของทุกคนด้วย

อนึ่ง รายงานข่าวก่อนหน้านี้ระบุว่า หลังจากโป๊ปฟรานซิสเสร็จสิ้นพิธีเข้าเฝ้าพระสันตะปาปาแบบทั่วไปประจำสัปดาห์ ที่ห้องโถงปอลที่หก นครรัฐวาติกัน ในวันพุธที่ 29 มี.ค. พระองค์ก็ถูกพาไปยังโรงพยาบาลเจเมลลีเพื่อรับการตรวจหลายอย่าง โดยนายบรูนีระบุในตอนนั้นว่า การเสด็จโรงพยาบาลครั้งนี้เป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้ล่วงหน้า

หลังจากนั้นไม่นาน นายบรูนีก็ออกมาบอกว่า ตารางพระกรณียกิจทั้งหมดของโป๊ปฟรานซิสสำหรับวันพฤหัสบดี ถูกยกเลิกแล้ว เพื่อเปิดทางให้พระองค์สามารถรับการตรวจได้มากเท่าที่จำเป็น

ทั้งนี้ นี่เป็นช่วงที่พระสันตะปาปาฟรานซิส ซึ่งปัจจุบันมีพระชนมายุ 86 พรรษาแล้ว ทรงงานมากที่สุด โดยมีงานอีเวนต์และงานพิธีมากมายรออยู่ก่อนจะถึงวันอาทิตย์ใบลาน (Palm Sunday) และวันอีสเตอร์ในวันอาทิตย์นี้ (2 เม.ย.)

เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมาโป๊ปฟรานซิสเพิ่งเป็นผู้นำทำพระราชพิธีศพแด่พระสันตะปาปากิตติคุณ เบเนดิกต์ที่ 16 ซึ่งเป็นโป๊ปรุ่นก่อนพระองค์ และเป็นโป๊ปพระองค์แรกในรอบหลายร้อยปีที่ตัดสินพระทัยลาออกจากตำแหน่ง ด้วยเหตุผลด้านสุขภาพ

ก่อนหน้านี้ โป๊ปฟรานซิสเคยตรัสว่า พระองค์อาจตามรอยพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ คือลาออกจากตำแหน่ง หากสุขภาพของพระองค์เสื่อมโทรมลง

ที่มา : cnn