ลูกเสือชีตาห์เกิดในอินเดียเป็นครั้งแรก หลังจากสูญพันธุ์ไปเมื่อ 70 ปีก่อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2667460

ลูกเสือชีตาห์เกิดในอินเดียเป็นครั้งแรก หลังจากสูญพันธุ์ไปเมื่อ 70 ปีก่อน

30 มี.ค. 2566 03:30 น.

ลูกเสือชีตาห์เกิดในอินเดียเป็นครั้งแรก หลังจากสูญพันธุ์ไปเมื่อ 70 ปีก่อน

ลูกเสือชีตาห์ 4 ตัวเกิดบนแผ่นดินอินเดียเป็นครั้งแรก กว่า 70 ปีหลังจากสัตว์ชนิดนี้ถูกประกาศอย่างเป็นทางการว่า สูญพันธุ์ไปจากแดนภารตะแล้ว

เมื่อวันพุธที่ 29 มี.ค. 2566 นายบูเพนเดอร์ ยาดาฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสิ่งแวดล้อมของประเทศอินเดีย ประกาศข่าวการถือกำเนิดของลูกเสือชีตาห์ 4 ตัวที่เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า อุทยานแห่งชาติ ‘คุโน’ (Kuno) โดยนี่นับเป็นครั้งแรกที่มีลูกชีตาห์เกิดในดินแดนอินเดีย หลังจากพวกมันสูญพันธุ์ตั้งแต่ปี 2495

อินเดียพยายามนำเสือชีตาห์กลับคืนสู่ธรรมชาติของพวกเขาอีกครั้งมาตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา และเมื่อปีก่อน พวกเขานำเข้าเสือชีตาห์ 8 ตัวจากประเทศนามิเบีย ตามแผนฟื้นฟูที่เรียกว่า ‘Project Cheetah’ ก่อนจะนำเข้าเสือชีตาห์จากแอฟริกาใต้มาเพิ่มอีก 12 ตัวเมื่อเดือนกุมภาพันธ์

ตามรายงานของสำนักข่าว เพรส ทรัสต์ ออฟ อินเดีย เจ้าหน้าที่อุทยานพบเห็นลูกเสือเมื่อวันพุธที่ 29 มี.ค. แต่เชื่อว่าพวกมันเกิดตั้งแต่ 5 วันก่อนหน้านั้นแล้ว และผลการตรวจสอบพบว่า แม่ของลูกเสือทั้ง 4 ตัวคือ ชีตาห์สาวชื่อว่า ‘ซิยายา’ ที่นำเข้ามาจากนามิเบียเมื่อเดือนกันยายนปีก่อน โดยทั้งหมดมีสุขภาพแข็งแรงดี

อย่างไรก็ตาม ข่าวการกำเนิดของลูกเสือชีตาห์นี้เกิดขึ้นเพียง 2 วัน หลังจาก 1 ในเสือชีตาห์ 8 ตัวที่นำเข้ามาจากนามิเบีย ตายด้วยภาวะไตล้มเหลว

ทั้งนี้ เสือชีตาห์ได้รับการประกาศว่าสูญพันธุ์ไปจากประเทศอินเดียอย่างเป็นทางการในปี 2495 โดยสาเหตุหลักมาจาก การล่าสัตว์, การสูญเสียที่อยู่อาศัย และการมีเหยื่อให้ล่าเป็นอาหารไม่เพียงพอ

ปัจจุบัน ประชากรเสือชีตาห์ทั่วโลกเหลืออยู่ประมาณ 7,000 ตัว โดยส่วนใหญ่พบในทวีปแอฟริกา ได้แก่ประเทศ แอฟริกาใต้, นามิเบีย และบอตสวานา ขณะที่เสือชีตาห์ในเอเชียกำลังเผชิญวิกฤติเสี่ยงสูญพันธุ์อย่างหนัก โดยพวกมันเหลืออยู่ราว 50 ตัวในประเทศอิหร่านเพียงแห่งเดียวเท่านั้น

ที่มา : bbc

บาหลีเตรียมเนรเทศหนุ่มรัสเซีย แก้ผ้าถ่ายรูปบนยอดเขาศักดิ์สิทธิ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2667455

บาหลีเตรียมเนรเทศหนุ่มรัสเซีย แก้ผ้าถ่ายรูปบนยอดเขาศักดิ์สิทธิ์

30 มี.ค. 2566 03:01 น.

บาหลีเตรียมเนรเทศหนุ่มรัสเซีย แก้ผ้าถ่ายรูปบนยอดเขาศักดิ์สิทธิ์

ชายชาวรัสเซียคนหนึ่งกำลังจะโดนเนรเทศออกจากอินโดนีเซีย หลังคึกคะนองไปแก้ผ้าถ่ายรูปตัวเองบนยอดเขาศักดิ์สิทธิ์ของชาวฮินดูบนเกาะบาหลี

สำนักข่าว จาการ์ตา โพสต์รายงานในวันพุธที่ 29 มี.ค. 2566 ว่า นักท่องเที่ยวชายชาวรัสเซียซึ่งมีการเปิดเผยเพียงชื่อตนว่า ยูริ กำลังจะถูกเนรเทศออกจากอินโดนีเซีย หลังจากเมื่อสัปดาห์ก่อน ภาพของเขาที่แก้ผ้าถ่ายรูปบนยอดเขา อากุง (Agung) ยอดเขาศักดิ์สิทธิ์ของชาวฮินดูบนเกาะบาหลี ถูกเผยแพร่ออกมา เรียกเสียงวิจารณ์อย่างหนัก

นายอังเกียต นาปิตูปูลู หัวหน้าสำนักงานกฎหมายและสิทธิมนุษยชนบาหลีกล่าวว่า ชายคนนี้ละเมิดบรรทัดฐานและแสดงให้เห็นถึงความไม่เคารพต่อวัฒนธรรมของเราเลย ขณะที่โทษของชายคนนี้นอกจากเนรเทศแล้ว เขาจะถูกห้ามเข้าอินโดนีเซียเป็นเวลาอย่างน้อย 6 เดือนด้วย

ขณะที่นายยูริโพสต์คลิปวิดีโอขอโทษผ่านอินสตาแกรมระบุว่า “ผมไม่มีข้อแก้ตัวสำหรับการกระทำของผม สิ่งเดียวที่นำไปสู่สิ่งที่เกิดขึ้นคือความโง่เขลาของผมเอง” ก่อนที่ต่อมาเขาจะเข้าร่วมพิธีชำระล้างบนยอดเขาอากุง ซึ่งเป็นพิธีที่ชาวบ้านท้องถิ่นมักจัดขึ้นเมื่อเกิดเหตุการณ์ลักษณะเช่นนี้

ด้านนาย วิจายา กงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ของรัสเซียบนเกาะบาหลี บอกกับสำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น อินโดนีเซียว่า นักท่องเที่ยวรายนี้เสียสติไปแล้ว และการเนรเทศเขาออกไปก็เป็นสิ่งที่ถูกต้อง

ทั้งนี้ ทางการเกาะบาหลีตัดสินเพิ่มความพยายามจัดการกับนักท่องเที่ยวที่มีพฤติกรรมไม่ดี โดยเมื่อต้นเดือนมีนาคม พวกเขาประกาศแผนห้ามนักท่องเที่ยวต่างชาติขี่รถจักรยานยนต์บนเกาะบาหลี หลังเกิดเหตุนักท่องเที่ยวทำผิดกฎจราจรหลายต่อหลายครั้ง

ผู้ว่าราชการจังหวัดบาหลีก็ประกาศแผนยกเลิกระบบ ‘visa-on-arrival’ ที่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวขอวีซ่าได้เมื่อเดินทางถึงบาหลี สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากรัสเซียและยูเครน โดยให้เหตุผลว่า คนจำนวนมากจาก 2 ประเทศที่แห่กันมาบาหลีท่ามกลางภาวะสงคราม แต่มักไม่ทำตามกฎหมายท้องถิ่น

นอกจากนั้น สำนักงานบริหารจังหวัดบาหลียังวางแผนจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวที่สามารถเดินทางขึ้นเขาต่างๆ บนเกาะบาหลี เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ท่ามกลางความกังวลของชาวบ้านท้องถิ่นว่า มาตรการควบคุมของรัฐจะกระทบต่อการท่องเที่ยว ซึ่งสร้างรายได้ให้เกาะบาหลีคิดเป็น 60% ของจีดีพี ก่อนจะเกิดการระบาดของโควิด-19

ที่มา : bbc

โป๊ปฟรานซิสต้องนอนโรงพยาบาล หลังเข้าตรวจสุขภาพตามนัดหมาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2667426

โป๊ปฟรานซิสต้องนอนโรงพยาบาล หลังเข้าตรวจสุขภาพตามนัดหมาย

30 มี.ค. 2566 00:20 น.

โป๊ปฟรานซิสต้องนอนโรงพยาบาล หลังเข้าตรวจสุขภาพตามนัดหมาย

โป๊ปฟรานซิสต้องประทับที่โรงพยาบาลต่อ เพื่อรับการตรวจเพิ่มเติม หลังพระองค์เข้ารับการตรวจสุขภาพตามนัดหมายที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงโรม

สำนักข่าว บีบีซี รายงานเมื่อ 29 มี.ค. 2566 อ้างการเปิดเผยของแหล่งข่าวรายหนึ่งว่า เจ้าหน้าที่ใกล้ชิดกับสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส กับเจ้าหน้าที่ความมั่นคงคาดว่า โป๊ปฟรานซิสจะต้องค้างคืนที่โรงพยาบาล เจเมลลี ในกรุงโรม ประเทศอิตาลี หลังจากเข้ารับการตรวจตามนัดหมายก่อนหน้านี้

ยังไม่แน่ชัดว่า แพทย์พบความผิดปกติระหว่างที่โป๊ปฟรานซิสเข้ารับการตรวจหรือไม่ แต่แหล่งข่าวระบุว่า การตรวจทางการแพทย์จะดำเนินต่อไปตราบเท่าที่จำเป็น ขณะที่มีรายงานด้วยว่า กำหนดการของพระสันตะปาปาฟรานซิสตลอดช่วง 2 วันข้างหน้าถูกยกเลิกแล้ว

ทั้งนี้ นี่เป็นช่วงที่พระสันตะปาปาฟรานซิส ซึ่งปัจจุบันมีพระชนมายุ 86 พรรษาแล้ว ทรงงานมากที่สุด โดยมีงานอีเวนต์และงานพิธีมากมายรออยู่ก่อนจะถึงวันอาทิตย์ใบลาน (Palm Sunday) และวันอีสเตอร์ในวันอาทิตย์นี้ (2 เม.ย.)

เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมาโป๊ปฟรานซิสเพิ่งเป็นผู้นำทำพระราชพิธีศพแด่พระสันตะปาปากิตติคุณ เบเนดิกต์ที่ 16 ซึ่งเป็นโป๊ปรุ่นก่อนพระองค์ และเป็นโป๊ปพระองค์แรกในรอบหลายร้อยปีที่ตัดสินพระทัยลาออกจากตำแหน่ง ด้วยเหตุผลด้านสุขภาพ

ก่อนหน้านี้ โป๊ปฟรานซิสเคยตรัสว่า พระองค์อาจตามรอยพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ คือลาออกจากตำแหน่ง หากสุขภาพของพระองค์เสื่อมโทรมลง

ที่มา : bbc

กษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3-ราชินีคามิลลา เสด็จฯ เยือนเยอรมนี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2667346

กษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3-ราชินีคามิลลา เสด็จฯ เยือนเยอรมนี

29 มี.ค. 2566 20:42 น.

กษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3-ราชินีคามิลลา เสด็จฯ เยือนเยอรมนี

พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 และพระราชินีคามิลลา เสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศเยอรมนี เป็นการเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศเป็นครั้งแรกในรัชสมัยของพระองค์

เมื่อ 29 มี.ค. 2566 เดอะ ซัน รายงานว่า สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 และพระราชินีคามิลลา แห่งอังกฤษ เสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศเยอรมนี เมื่อ 29 มีนาคม 2566 นับเป็นการเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศเป็นครั้งแรก หลังจากเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นพระประมุของค์ใหม่ของสหราชอาณาจักร สืบต่อจาก สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 พระราชมารดา ซึ่งสวรรคตเมื่อกันยายน 2565

สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 และราชินีคามิลลา เสด็จพระราชดำเนินเยือนเยอรมนี เมื่อ 29 มีนาคม 2566
สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 และราชินีคามิลลา เสด็จพระราชดำเนินเยือนเยอรมนี เมื่อ 29 มีนาคม 2566

เครื่องบินพระที่นั่งของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 พระชนม์ 74 พรรษา และพระราชินีคามิลลา พระชนม์ 75 พรรษา ได้ลงจอดที่ท่าอากาศยาน Berlin Brandenburg เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. ของวันที่ 29 มี.ค. ตามเวลาท้องถิ่น โดยทั้งสองพระองค์ได้แย้มพระสรวลให้แก่บรรดาเจ้าหน้าที่และประชาชนที่มาเฝ้าฯรับเสด็จในโอกาสเสด็จฯ เยือนเยอรมนี ซึ่งนับเป็นการเสด็จฯ เยือนต่างประเทศอย่างเป็นทางการครั้งแรกในรัชสมัยของพระองค์ หลังจากต้องทรงยกเลิกการเสด็จฯ เยือนฝรั่งเศสก่อนหน้านี้ เนื่องจากเกิดการประท้วงต่อต้านแผนปฏิรูประบบบำนาญของรัฐบาลฝรั่งเศส.

พบหลุมโคโรนายักษ์ หลุมที่ 2 บนดวงอาทิตย์ กำลังปล่อยลมสุริยะใส่โลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2667323

พบหลุมโคโรนายักษ์ หลุมที่ 2 บนดวงอาทิตย์ กำลังปล่อยลมสุริยะใส่โลก

29 มี.ค. 2566 20:10 น.

พบหลุมโคโรนายักษ์ หลุมที่ 2 บนดวงอาทิตย์ กำลังปล่อยลมสุริยะใส่โลก

ดาวเทียมนาซา พบหลุมโคโรนายักษ์ หลุมที่ 2 บนดวงอาทิตย์ ใหญ่กว่าโลก 20 เท่า กำลังปล่อยลมสุริยะใส่โลก ด้วยความเร็ว 1.8 ล้านไมล์ต่อชั่วโมง

เมื่อ 29 มี.ค. 2566 สื่อต่างประเทศรายงาน ดาวเทียมสำรวจสุริยพลวัต หรือ Solar Dynamics Observatory ซึ่งควบคุมโดยองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ (นาซา) พบหลุมโคโรนา (Coronal Hole) ขนาดยักษ์ของบนดวงอาทิตย์ เป็นหลุมที่ 2 มีขนาดใหญ่กว่าโลกถึง 20 เท่า และกำลังปลดปล่อยลมสุริยะ (อนุภาคความเร็วสูงที่ปลดปล่อยมาจากชั้นโคโรนาบนดวงอาทิตย์ทุกทิศทาง) ด้วยความเร็วสูงถึง 1.8 ล้านไมล์ต่อชั่วโมงเข้าใส่โลกของเรา และลมสุริยะจะส่งผลกระทบต่อชาวโลกในวันศุกร์ที่ 1 เมษายน นี้

ขณะนี้ บรรดานักวิทยาศาสตร์กำลังเฝ้าติดตามสถานการณ์ลมสุริยะจากดวงอาทิตย์ในครั้งนี้อย่างใกล้ชิดว่าจะส่งผลกระทบต่อสนามแม่เหล็กของโลก รวมทั้งดาวเทียมและระบบเทคโนโลยีสื่อสารหรือไม่

ก่อนหน้านี้ ดาวเทียมสำรวจสุริยพลวัตของนาซาได้พบหลุมโคโรนายักษ์หลุมแรก มีขนาดใหญ่กว่าโลก 30 เท่า เมื่อ 23 มีนาคม 2566 ซึ่งได้ปล่อยลมสุริยะ จนทำให้เกิดปรากฏการณ์ออโรรา หรือแสงเหนือ จนมองเห็นได้ไกลถึงภาคใต้ ในรัฐแอริโซนาของสหรัฐฯ ก่อนจะพบหลุมโคโรนายักษ์หลุมที่ 2 บริเวณเส้นศูนย์สูตรของดวงอาทิตย์

สำหรับหลุมโคโรนานั้น เป็นการเปิดช่องสนามแม่เหล็กขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นชั่วคราวในชั้นบรรยากาศชั้นนอก หรือชั้นโคโรนาของดวงอาทิตย์ ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์ปกติของดวงอาทิตย์ และเรามองเห็นเป็นรอยดำมืดบนดวงอาทิตย์ 

ที่มา : Dailymail

ปูตินเดือด เล่นเกมสงคราม ขนขีปนาวุธข้ามทวีป Yars ร่วมซ้อมรบ ขู่ชาติตต.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2667218

ปูตินเดือด เล่นเกมสงคราม ขนขีปนาวุธข้ามทวีป Yars ร่วมซ้อมรบ ขู่ชาติตต.

29 มี.ค. 2566 19:09 น.

ปูตินเดือด เล่นเกมสงคราม ขนขีปนาวุธข้ามทวีป Yars ร่วมซ้อมรบ ขู่ชาติตต.

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินแห่งรัสเซียกำลังเล่นเกมสงครามนิวเคลียร์ สั่งกองทัพรัสเซียซ้อมรบ โชว์แสนยานุภาพด้านนิวเคลียร์ นำขีปนาวุธข้ามทวีป (intercontinental ballistic missile หรือ ICBM) ‘Yars’ ข่มขวัญชาติตะวันตก ขณะสงครามรัสเซีย-ยูเครนยืดเยื้อเข้าสู่ปีที่ 2

เมื่อ 29 มีนาคม 2566 กระทรวงกลาโหมรัสเซียออกแถลงการณ์ระบุว่า ทหารรัสเซียนับ 3,000 นาย และยุทโธปกรณ์ทางทหารประมาณ 300 ชิ้นได้เข้าร่วมในปฏิบัติการซ้อมรบพร้อมกันใน 3 ภูมิภาค และมีการนำขีปนาวุธนำวิถีข้ามทวีป ‘Yars  RS-24’ หรือ Yars มาร่วมในการซ้อมรบคราวนี้ด้วย แต่กระทรวงกลาโหมรัสเซียไม่ได้ระบุว่า 3 ภูมิภาคที่ทหารรัสเซียกำลังซ้อมรบนั้น คือภูมิภาคใดบ้าง

สื่อต่างประเทศมองว่า ประธานาธิบดีปูติน มีจุดมุ่งหมายที่จะทำให้ขีปนาวุธข้ามทวีป Yars ของรัสเซียซึ่งพัฒนาขึ้นมาแทนขีปนาวุธข้ามทวีป Topol เป็นส่วนหนึ่งของอาวุธที่ชาติตะวันตกไม่สามารถเอาชนะได้ และเป็นอาวุธหลักในคลังแสงอาวุธนิวเคลียร์ของรัสเซีย

ขีปนาวุธข้ามทวีป Yars ของรัสเซีย
ขีปนาวุธข้ามทวีป Yars ของรัสเซีย

สำนักข่าวอัลจาซีราระบุว่า ขณะนี้มีการยืนยันเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับระยะทางในการบินของขีปนาวุธข้ามทวีป Yars ของรัสเซีย โดยมีรายงานว่าขีปนาวุธข้ามทวีป Yars  สามารถบินไกลได้เป็นระยะทางถึง 12,000 กิโลเมตร และสามารถติดตั้งหัวรบนิวเคลียร์ได้หลายหัวรบ

นับตั้งแต่ ประธานาธิบดีปูตินเริ่มเปิดฉากทำสงครามในยูเครน เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปีที่ผ่านมา กองทัพรัสเซียได้มีการซ้อมรบหลายครั้ง ทั้งในแผ่นดินรัสเซียเอง รวมทั้งในหลายประเทศที่เป็นพันธมิตร อย่างเช่น ที่ จีน หรือแอฟริกาใต้ นอกจากนั้น รัสเซียยังเพิ่มการฝึกทหารกับเบลารุส ซึ่งมีพรมแดนติดกับรัสเซีย และยูเครนด้วย

ที่มา : Aljazeera

WHO ปรับคำแนะนำใหม่ เด็ก-ผู้ใหญ่แข็งแรง อาจไม่จำเป็นต้องฉีดวัคซีนโควิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2666983

WHO ปรับคำแนะนำใหม่ เด็ก-ผู้ใหญ่แข็งแรง อาจไม่จำเป็นต้องฉีดวัคซีนโควิด

29 มี.ค. 2566 16:12 น.

WHO ปรับคำแนะนำใหม่ เด็ก-ผู้ใหญ่แข็งแรง อาจไม่จำเป็นต้องฉีดวัคซีนโควิด

องค์การอนามัยโลก (WHO) ปรับคำแนะนำใหม่ในฉีดวัคซีนโควิด-19 ระบุ เด็ก-ผู้ใหญ่ที่แข็งแรงอาจไม่จำเป็นต้องฉีดวัคซีน แต่คนสูงอายุและเด็กที่มีปัจจัยเสี่ยงควรฉีดวัคซีนในช่วง 6-12 เดือนหลังฉีดเข็มล่าสุด

เมื่อ 29 มี.ค. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศปรับคำแนะนำใหม่ในการฉีดวัคซีนต้านโรคโควิด-19 ขณะการระบาดของโรคเข้าสู่เฟสใหม่ และเป็นยุคของสายพันธุ์โอมิครอน ว่า เด็กๆ และผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพแข็งแรง อาจไม่จำเป็นต้องฉีดวัคซีนโควิด-19  ยกเว้นแต่ผู้สูงอายุ หรือเด็กที่มีปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญอื่นๆ ควรจะฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น หรือเข็มบูสเตอร์ ระหว่าง 6-12 เดือน หลังจากได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็มล่าสุด โดยขึ้นอยู่กับปัจจัยเสี่ยงต่างๆ อย่างเช่น อายุ หรือระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย

ขณะเดียวกัน องค์การอนามัยโลก ซึ่งแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเมื่อ 28 มี.ค. 2566 ระบุว่า ขณะนี้ เด็กและผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพแข็งแรงเป็นกลุ่มที่มี ‘ลำดับความสำคัญต่ำ’ สำหรับการฉีดวัคซีนโควิด-19

พร้อมกันนั้นองค์การอนามัยโลกได้เรียกร้องให้รัฐบาลนานาประเทศพิจารณาปัจจัยต่างๆ อย่างเช่นภาระโรค (ความสูญเสียทางสุขภาพ, การเจ็บป่วย พิการและเสียชีวิต) ก่อนจะฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ให้แก่คนกลุ่มนี้ ในขณะที่องค์การอนามัยโลกยังคงย้ำว่า วัคซีนโควิด-19 และเข็มบูสเตอร์ มีความปลอดภัยต่อคนทุกช่วงอายุ แต่การปรับคำแนะนำเช่นนี้เพื่อให้สอดคล้องกับปัจจัยต่างๆ อย่างเช่น การลดค่าใช้จ่าย

ก่อนหน้านี้ ในเดือนกันยายน 2565 องค์การอนามัยโลกชี้ว่า การระบาดของโรคโควิด-19 ใกล้จะยุติลงแล้ว โดยการออกมาปรับคำแนะนำในการฉีดวัคซีนโควิด-19 ล่าสุดขององค์การอนามัยโลกแสดงให้เห็นภาพการระบาดของโรคโควิด-19 และระดับภูมิคุ้มกันโควิด-19ในปัจจุบัน แต่ก็ไม่ควรมองว่าเป็นคำแนะนำระยะยาวว่าจะเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนเข็มบูสเตอร์ประจำปีหรือไม่

‘การปรับคำแนะนำใหม่เป็นการย้ำอีกครั้งถึงความสำคัญของการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ว่ากลุ่มคนเหล่านั้นยังคงมีความเสี่ยงจากโรคร้ายนี้’ Hanna Nohynek ประธานกลุ่มยุทธศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างภูมิคุ้มกันขององค์การอนามัยโลกกล่าวถึงสถานการณ์ของโรคโควิด-19 ในขณะนี้ที่สงบลง หลังจากโรคโควิด-19 ได้ระบาดใหญ่ในช่วง 3 ปีก่อน จนทำให้มีผู้ติดเชื้อทั่วโลกกว่า 683 ล้านคน และเสียชีวิต 6.8 ล้านศพ

ที่มา : CNA

สงครามเดือดขึ้นแน่ รถถังชาเลนเจอร์ 2 จากอังกฤษลอตแรก ถึงยูเครนแล้ว (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2666810

สงครามเดือดขึ้นแน่ รถถังชาเลนเจอร์ 2 จากอังกฤษลอตแรก ถึงยูเครนแล้ว (คลิป)

29 มี.ค. 2566 13:33 น.

สงครามเดือดขึ้นแน่ รถถังชาเลนเจอร์ 2 จากอังกฤษลอตแรก ถึงยูเครนแล้ว (คลิป)

สงครามรัสเซีย-ยูเครน เดือดขึ้นแน่ รถถังชาเลนเจอร์ 2 ของอังกฤษลอตแรกถูกส่งมาถึงยูเครนแล้ว หลังจากรัฐบาลอังกฤษประกาศเมื่อมกราคม 2566 อังกฤษจะส่งรถถังชาเลนเจอร์ 2 ซึ่งเป็นรถถังต่อสู้หลัก จำนวน 14 คัน มาช่วยยูเครนต่อสู้กับรัสเซีย

นายโอเล็กซี เรซนิคอฟ รมว.กลาโหมยูเครน แจ้งข่าวผ่านทางทวิตเตอร์ ว่า รถถังชาเลนเจอร์ 2 ได้มาถึงยูเครนแล้วเมื่อเร็วๆ นี้ พร้อมกับลงคลิปวิดีโอบันทึกภาพเหตุการณ์ขณะเขายกนิ้วโป้งด้วยความยินดีขณะนั่งอยู่ในรถถังคันหนึ่ง ในขบวนรถถังชาเลนเจอร์ 2 ซึ่งติดธงยูเครนเรียงแถวหน้ากระดาน แสดงความพร้อมที่จะปฏิบัติการรุกตอบโต้กองทหารรัสเซียที่ทำสงครามในยูเครนตั้งแต่ 24 ก.พ. 2565

‘รู้สึกยินดีที่รถถังชาเลนเจอร์ -‘Challenger 2 MBT’ (main battle tank) ชุดแรกถูกส่งมาถึงยูเครนแล้ว รถถังยอดเยี่ยมเหล่านี้จะเริ่มปฏิบัติภารกิจสู้รบในเร็วๆ นี้’ รมว.กลาโหมยูเครน เขียนขอบคุณพร้อมกับ tag (แท็ก) ถึงนายกรัฐมนตรีริชี ซูแน็ก และเบน วอลเลซ รมว.กลาโหมของอังกฤษ

ก่อนหน้านี้ นิตยสารเดร์ ชปีเกิล ของเยอรมนี เผยว่า รถถังเลพเพิร์ด 2 ของเยอรมนี 18 คัน ได้ถูกส่งมาถึงยูเครนแล้วเพื่อสนับสนุนยูเครนสู้รบกับรัสเซียที่เปิดฉากทำสงครามในยูเครนมานานกว่า 13 เดือนแล้ว โดยรัฐบาลเยอรมนีภายใต้การนำของ นายกรัฐมนตรีโอลาฟ ชอลซ์ ประกาศเมื่อเดือนมกราคมว่า เยอรมนีตัดสินใจจะส่งรถถังประจัญบานเลพเพิร์ด 2 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในรถถังที่ยอดเยี่ยมที่สุดของชาติตะวันตกมาช่วยยูเครน.

ที่มา : Dailymail

ปัญญาประดิษฐ์อาจทำมนุษย์ตกงาน 300 ล้านตำแหน่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2666776

ปัญญาประดิษฐ์อาจทำมนุษย์ตกงาน 300 ล้านตำแหน่ง

29 มี.ค. 2566 13:24 น.

ปัญญาประดิษฐ์อาจทำมนุษย์ตกงาน 300 ล้านตำแหน่ง

รายงานจากธนาคารเพื่อการลงทุน โกลด์แมน แซคส์ เปิดเผยว่า ปัญญาประดิษฐ์ (AI) สามารถเข้ามาแทนที่ตำแหน่งงานประจำ 300 ล้านตำแหน่ง หรือราว 1 ใน 4 ของตำแหน่งงานในสหรัฐฯ และยุโรป ซึ่งอาจหมายถึงการเพิ่มขึ้นของตำแหน่งงานแบบใหม่ และผลิตภาพการทำงานที่เพิ่มมากขึ้น

นอกจากนั้น ปัญญาประดิษฐ์ยังอาจเพิ่มมูลค่ารวมต่อปีของสินค้าและบริการที่ผลิตทั่วโลกได้ถึง 7% รายงานระบุว่า ปัญญาประดิษฐ์แบบรู้สร้าง หรือ Generative AI ที่สามารถสร้างเนื้อหาจากงานของมนุษย์ได้อย่างแนบเนียน คือ “ความก้าวหน้าครั้งสำคัญ”

ในสหราชอาณาจักร รัฐบาลมีความกระตือรือร้นที่จะส่งเสริมการลงทุนด้าน AI ในประเทศ ซึ่งระบุว่าจะสามารถขับเคลื่อนผลผลิตทั่วทั้งเศรษฐกิจในท้ายที่สุด และได้พยายามสร้างความมั่นใจให้กับสาธารณชนเกี่ยวกับผลกระทบของมัน

มิเชล โดเนแลน รัฐมนตรีเทคโนโลยีสหราชอาณาจักร กล่าวต่อเว็บไซต์เดอะ ซัน ว่า “เราต้องการให้แน่ใจว่า AI ช่วยเสริมวิธีการทำงานในสหราชอาณาจักร โดยไม่รบกวนการทำงาน ทำให้งานของเราดีขึ้น มากกว่าการขโมยงานของเราไป”

รายงานระบุว่า ผลกระทบของ AI จะแตกต่างกันไปในแต่ละภาคส่วน โดยพบผลกระทบ 46% ของงานด้านการบริหาร และ 44% ในวิชาชีพด้านกฎหมาย แต่กระทบเพียง 6% ในงานก่อสร้าง และ 4% ในงานด้านการบำรุงรักษา อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ได้เกิดความกังวลของศิลปินบางคนว่า การที่ AI สามารถสร้างงานศิลปะได้ อาจส่งผลเสียต่อโอกาสการจ้างงานของพวกเขา

คาร์ล เบเนดิกค์ เฟรย์ ผู้อำนวยการสาขางานแห่งอนาคต วิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดมาร์ติน มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด กล่าวว่า “สิ่งเดียวที่ผมแน่ใจก็คือไม่มีทางรู้ว่าจะมีงานกี่ตำแหน่งที่จะถูกแทนที่ด้วย AI”

“ยกตัวอย่างเช่น สิ่งที่ ChatGPT ทำคือการช่วยให้ผู้คนจำนวนมากขึ้นที่มีทักษะการเขียนระดับปานกลางสามารถผลิตงานเขียนและบทความได้ ดังนั้นนักข่าวจะเผชิญกับการแข่งขันที่มากขึ้น ซึ่งจะทำให้ค่าจ้างลดลง เว้นแต่เราจะเห็นว่าความต้องการงานดังกล่าวเพิ่มขึ้นอย่างมาก”

“หากพิจารณาการเปิดตัวเทคโนโลยีจีพีเอส และแพลตฟอร์มอย่างอูเบอร์ ก็กลายเป็นว่า จู่ๆ ถนนทุกสายในลอนดอนกลับมีค่าน้อยลงมาก ดังนั้นผู้ขับขี่จึงประสบกับการลดค่าจ้างจำนวนมากประมาณ 10% ตามการวิจัยของเรา ผลที่ได้คือค่าจ้างลดลง ไม่ใช่คนขับน้อยลง”

“ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ปัญญาประดิษฐ์แบบรู้สร้างมีแนวโน้มที่จะมีผลกระทบที่คล้ายกันกับชุดงานสร้างสรรค์ที่มีขอบเขตกว้างขึ้น”

รายงานยังได้อ้างอิงงานวิจัยหนึ่งที่ระบุว่าแรงงานกว่า 60% กำลังประกอบอาชีพที่ไม่มีอยู่ในปี 2483 แต่งานวิจัยอื่นๆ ชี้ให้เห็นว่า การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีตั้งแต่ทศวรรษ 1980 ได้ทำให้คนงานต้องพลัดถิ่นเร็วกว่าการสร้างงาน และหากปัญญาประดิษฐ์แบบรู้สร้างเป็นเสมือนความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศก่อนหน้านี้ รายงานสรุปว่ามันอาจลดการจ้างงานในระยะเวลาอันใกล้นี้

ทอร์สเตน เบลล์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของมูลนิธิ Resolution Foundation กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ผลกระทบระยะยาวของ AI นั้นมีความไม่แน่นอนสูง ดังนั้นการคาดการณ์ที่แน่นอนทั้งหมดจึงควรฟังหูไว้หู”

เขากล่าวว่า “เราไม่รู้ว่าเทคโนโลยีจะพัฒนาไปอย่างไร หรือบริษัทจะนำไปใช้ในการทำงานได้อย่างไร แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า AI จะไม่ขัดขวางวิธีการทำงานของเรา แต่เราควรให้ความสำคัญกับมาตรฐานการครองชีพที่อาจเกิดขึ้นจากการทำงานที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นและบริการที่ถูกกว่า รวมทั้งความเสี่ยงที่จะล้าหลัง หากบริษัทและเศรษฐกิจอื่นๆ ปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีได้ดีขึ้น”.

เผยมือปืนกราดยิงโรงเรียนสหรัฐฯ ซื้อปืนถูกกฎหมาย-ซ่อนปืนไว้ที่บ้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2666730

เผยมือปืนกราดยิงโรงเรียนสหรัฐฯ ซื้อปืนถูกกฎหมาย-ซ่อนปืนไว้ที่บ้าน

29 มี.ค. 2566 12:34 น.

เผยมือปืนกราดยิงโรงเรียนสหรัฐฯ ซื้อปืนถูกกฎหมาย-ซ่อนปืนไว้ที่บ้าน

ตำรวจเปิดเผยว่า มือปืนที่สังหาร 6 ศพ ที่โรงเรียนประถมในเมืองแนชวิลล์ รัฐเทนเนสซี ของสหรัฐฯ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ได้ซื้อปืน 7 กระบอกอย่างถูกกฎหมายและซ่อนไว้ที่บ้าน 

เจ้าหน้าที่สืบสวนระบุว่า พ่อแม่ของผู้ต้องสงสัยรู้สึกว่าลูกของพวกเขาวัย 28 ปีรายนี้ไม่ควรครอบครองอาวุธ และไม่ทราบว่าปืนถูกซ่อนอยู่ในบ้านของพวกเขา ตำรวจกล่าวว่า ผู้ต้องสงสัยอยู่ภายใต้ “การดูแลของแพทย์ เนื่องจากความผิดปกติทางอารมณ์”

ขณะที่รัฐเทนเนสซีไม่มีกฎหมายที่อนุญาตให้ตำรวจยึดปืนจากผู้ต้องสงสัยที่ก่อความรุนแรง และแม้จะไม่มีสิ่งที่เรียกว่า “กฎหมายธงแดง” แต่ตำรวจกล่าวว่า พวกเขายังคงพยายามยึดอาวุธดังกล่าว หากเจ้าหน้าที่มีคำเตือนใดๆ ว่า ผู้ต้องสงสัยอาจเป็นภัยคุกคาม

ทั้งนี้ นักเรียน 3 คน ซึ่งทั้งหมดอายุ 9 ปี ที่เสียชีวิตในการโจมตีครั้งนี้คือ เอเวอลีน ดีคเฮาส์, ฮัลลี สครักส์ และ วิลเลียม คินนีย์ และพนักงานของโรงเรียนอายุระหว่าง 60-61 ปี อีก 3 คน ได้แก่ ซินเธีย พีค, แคเธอรีน คุนซ์ และ ไมค์ ฮิลล์ 

ตำรวจได้พูดคุยกับพ่อแม่ของผู้ต้องสงสัย ออเดรย์ เฮล ซึ่งถูกตำรวจสังหารภายในเวลาไม่ถึง 15 นาที หลังจากการโจมตีเริ่มขึ้น โดย เฮล ซึ่งถูกระบุว่าเป็นหญิงข้ามเพศ และเป็นศิษย์เก่าของโรงเรียน มีอาวุธปืนสามกระบอก รวมทั้งปืนไรเฟิลกึ่งอัตโนมัติ การโจมตีเกิดขึ้นหลังจากผู้ก่อเหตุได้เดินดูลาดเลา วาดแผนที่ และเขียนสิ่งที่ตำรวจอธิบายว่าเป็น “แถลงการณ์”

โฆษกตำรวจกล่าวว่า ผู้โจมตีไม่ได้กำหนดเป้าหมายไปที่บุคคลใดโดยเฉพาะ แต่มุ่งเป้าหมายที่ “โรงเรียนแห่งนี้ อาคารโบสถ์แห่งนี้” ส่วนพ่อแม่ของ เฮล คิดว่า ผู้ต้องสงสัยมีปืนเพียงกระบอกเดียว แต่มันถูกขายไปแล้ว

จอห์น เดรค หัวหน้าตำรวจแนชวิลล์กล่าวเมื่อวันอังคารว่า พ่อแม่เชื่อว่าผู้ต้องสงสัย “ไม่ควรครอบครองอาวุธปืน” และไม่ทราบว่าผู้ต้องสงสัย “ซ่อนอาวุธหลายชิ้นไว้ในบ้าน” โดยอาวุธเหล่านี้ซื้ออย่างถูกกฎหมายจากร้านค้า 5 แห่งทั่วเมือง

ตำรวจเผยว่า ผู้ก่อเหตุ “อยู่ในความดูแลของแพทย์ จากภาวะความผิดปกติทางอารมณ์” โดยไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม และระบุว่า หากมีรายงานว่ามีแนวโน้มฆ่าตัวตาย หรือใช้ความรุนแรง ตำรวจจะพยายามยึดปืนดังกล่าว

ตำรวจได้รับโทรศัพท์แจ้งเหตุครั้งแรกเมื่อเวลา 10.13 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันจันทร์ หลังผู้ต้องสงสัยขับรถยนต์ไปโรงเรียนและเข้าไปในอาคาร โดยยิงประตูกระจกบานหนึ่งซึ่งถูกล็อกอยู่ วิดีโอที่เผยแพร่ในภายหลังโดยตำรวจแนชวิลล์ แสดงให้เห็นว่า มือปืนเปิดฉากยิงกระจกที่ประตูหน้าแตก จากนั้นเดินไปตามทางเดินของโรงเรียน มีอยู่ช่วงหนึ่งที่เดินผ่านห้องที่มีข้อความว่า “กระทรวงเด็ก”

ในภาพวงจรปิด ผู้ต้องสงสัยสวมชุดเกราะป้องกันและถือปืนไรเฟิลจู่โจมในมือข้างหนึ่ง โดยมองเห็นอาวุธชิ้นที่สองห้อยลงมาจากสะโพกซ้าย โดยผู้ต้องสงสัยยิงปืนที่ชั้นล่าง ก่อนที่จะย้ายไปที่ชั้นสองของอาคาร และเมื่อรถตำรวจมาถึง มือปืนก็ยิงใส่พวกเขาจากชั้นสอง โดนกระจกบังลมหน้ารถหนึ่งคัน ตำรวจกล่าวว่า ผู้ต้องสงสัยยืนห่างจากกระจก เพื่อหลีกเลี่ยงการตกเป็นเป้าของตำรวจ

เจ้าหน้าที่คนหนึ่งได้รับบาดเจ็บจากกระจกแตก ก่อนที่ตำรวจจะรีบเข้าไปด้านในและยิงผู้ต้องสงสัยเสียชีวิต เมื่อเวลา 10.24 น. 

การโจมตีครั้งนี้นับเป็นการกราดยิงครั้งใหญ่ครั้งที่ 131 ของสหรัฐฯ จนถึงปีนี้ ตามรายงานของ Gun Violence Archive ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไร ที่ติดตามข้อมูลความรุนแรงจากอาวุธปืน

ตามฐานข้อมูลที่จัดทำโดยสำนักข่าวเอพี พบว่า มีการกราดยิงในโรงเรียน หรือมหาวิทยาลัย 15 ครั้งในสหรัฐฯ นับตั้งแต่การสังหารหมู่ที่โรงเรียนมัธยมโคลัมไบน์ในปี 2542.