เรือบรรทุกสารเคมีล่มในแม่น้ำโอไฮโอ หวั่นสารเคมีรั่วไหลลงแม่น้ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2666720

เรือบรรทุกสารเคมีล่มในแม่น้ำโอไฮโอ หวั่นสารเคมีรั่วไหลลงแม่น้ำ

29 มี.ค. 2566 12:03 น.

เรือบรรทุกสารเคมีล่มในแม่น้ำโอไฮโอ หวั่นสารเคมีรั่วไหลลงแม่น้ำ

เกิดอุบัติเหตุเรือบรรทุกสินค้าหลุดจากเรือลากจูง ไหลไปติดอยู่กับตอม่อสะพาน โดยหนึ่งในนั้นบรรทุกสารเคมีเมทานอลซึ่งเป็นสารเคมีอันตราย หวั่นรั่วไหลลงสู่แม่น้ำโอไฮโอ

เรือบรรทุกสินค้า 3 ลำ จากทั้งหมด 10 ลำลอยไปติดอยู่บริเวณเขื่อนในแม่น้ำโอไฮโอ ในเมืองหลุยส์วิลล์ รัฐเคนตักกีของสหรัฐฯ หลังจากเรือบรรทุกสินค้าทั้งหมด หลุดออกจากเรือลากจูงในช่วงกลางดึกของวันอังคารตามเวลาในท้องถิ่น โดยเรือบรรทุกสินค้า 1 ใน 3 ลำที่ติดค้างอยู่บรรทุกสารเคมีเมทานอล ซึ่งเป็นสารเคมีอันตรายหนักถึงราว 1,400 ตัน ส่วนเรือบรรทุกสินค้าลำอื่นๆ บรรทุกถั่วเหลืองและข้าวโพด

ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้จำกัดการเดินเรือในพื้นที่ และกำลังเร่งเข้าตรวจสอบเรือบรรทุกสารเคมีลำดังกล่าว ว่ามีการรั่วไหลของสารเคมีหรือไม่ ก่อนที่จะวางแผนกู้เรือขึ้นจากแม่น้ำต่อไป โดยเบื้องต้นยังไม่พบว่ามีการรั่วไหลของสารเคมี โดยจะยังคงมีการตรวจสอบทั้งคุณภาพอากาศ และน้ำในบริเวณใกล้เคียงอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่การประปาของเมืองหลุยส์วิลล์ ระบุว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่บริเวณปลายน้ำดังนั้นจึงไม่ส่งผลกระทบต่อระบบน้ำดื่มของเมืองแต่อย่างใด และขอให้ประชาชนอย่าเพิ่งแตกตื่น ขณะที่มีรายงานว่าเรือบรรทุกสินค้าอีก 7 ลำ ที่หลุดลอยไปตามน้ำได้รับการกู้ขึ้นมาเรียบร้อยแล้ว.

ที่มา : NBCnews

‘มาดามเดียร์’ เชื่อมั่น ‘ประชาธิปัตย์’ กลับมาชนะ เลือกตั้ง66 พื้นที่ กทม.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545837

30 มี.ค. 2566

‘มาดามเดียร์’ เชื่อมั่น ‘ประชาธิปัตย์’ กลับมาชนะ เลือกตั้ง66 พื้นที่ กทม.

‘มาดามเดียร์’ เชื่อมั่น ‘ประชาธิปัตย์’ เป็นพรรคการเมือง เสาหลักของรัฐสภาและประชาธิปไตย มั่นใจกลับมาชนะ เลือกตั้ง66 ในพื้นที่กทม.

น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม. พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดยมีเนื้อหาดังนี้

เดียร์ “เชื่อมั่น” อยู่เสมอว่า พรรคประชาธิปัตย์ เป็นพรรคการเมืองที่เป็นเสาหลักของรัฐสภาและระบอบประชาธิปไตย มีเพียงพรรคประชาธิปัตย์ เท่านั้นที่ ยืนหยัด เพื่อพี่น้องประชาชน และไม่เคยทิ้งประชาชน 

พี่ ชนินทร์ รุ่งแสง ปชป. คือ สายเลือดนักการเมือง และเป็นเลือดเนื้อเชื้อไข ของคนบางกอกน้อย รับใช้พี่น้องมาตั้งแต่ เป็นส.ก. ตั้งแต่ปี 2537 และยืนหยัดอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ มา 16 ปี ได้รับการไว้วางใจจากพี่น้องชาวบางกอกน้อย บางพลัด มาอย่างยาวนานเช่นกัน

น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม. พรรคประชาธิปัตย์ น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม. พรรคประชาธิปัตย์

น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม. ปชป. น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม. ปชป.

วันนี้เดียร์ ยิ่งมั่นใจเมื่อได้มาเห็นบรรยากาศที่พี่น้อง มาอย่างกันอย่างคับคั่งแบบนี้ ทำให้เดียร์ เชื่อมั่นว่า พรรคประชาธิปัตย์ จะอยู่กับประชาชน และกลับชนะเลือกตั้งในกรุงเทพมหานครอย่างท่วมท้นแน่นอนค่ะ

#รุ่นใหม่ลุย#ประชาธิปัตย์เท่ากับประชาชน#demforall#เข้าใจไปด้วยกัน#สู้ไปด้วยกัน#บางพลัด#บางกอกน้อย

‘มาดามเดียร์’ เชื่อมั่น ‘ประชาธิปัตย์’ กลับมาชนะ เลือกตั้ง66 พื้นที่ กทม.
‘มาดามเดียร์’ เชื่อมั่น ‘ประชาธิปัตย์’ กลับมาชนะ เลือกตั้ง66 พื้นที่ กทม.
‘มาดามเดียร์’ เชื่อมั่น ‘ประชาธิปัตย์’ กลับมาชนะ เลือกตั้ง66 พื้นที่ กทม.
‘มาดามเดียร์’ เชื่อมั่น ‘ประชาธิปัตย์’ กลับมาชนะ เลือกตั้ง66 พื้นที่ กทม.

CR: เดียร์ วทันยา บุนนาค

‘ชทพ.’ เคาะส่ง สส.เขต 26 จังหวัด ‘วราวุธ’ ปาร์ตี้ลิสต์ลำดับที่ 1

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545834

30 มี.ค. 2566

‘ชทพ.’ เคาะส่ง สส.เขต 26 จังหวัด ‘วราวุธ’ ปาร์ตี้ลิสต์ลำดับที่ 1

ชาติไทยพัฒนา เคาะส่ง สส.เขต 26 จังหวัด ส่ง “วราวุธ” บัญชีรายชื่อลำดับหนึ่ง “ประภัตร” มั่นใจได้คะแนนปาร์ตี้ลิสต์เกิน 2 ล้านเสียง กวาด 25 ที่นั่งในสภาฯ ได้แน่นอน

นายประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรคชาติไทยพัฒนา และนายพิสิษฐ์ พิทยฐากุลเจริญ นายทะเบียนพรรค แถลงหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค  เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบรายชื่อผู้สมัครทั้งแบบแบ่งเขต และแบบบัญชีรายชื่อตามที่คณะกรรมการสรรหาผู้สมัครพรรคชาติไทยพัฒนา ว่า สามารถส่ง สส. เขต ได้ 26 จังหวัด และมีผู้สมัครทั้งหมด 50 เขต ตรวจคุณสมบัติแล้วครบถ้วน

ส่วน สส.บัญชีรายชื่อ มีตรวจสอบแล้วมีทั้งสิ้น 89 คน มั่นใจว่าได้ สส. เขต มากกว่า 25 คนแน่นอน เพื่อสามารถเสนอรายชื่อหัวหน้าพรรคแข่งขันเป็นนายกรัฐมนตรีได้ สำหรับแบบบัญชีรายชื่อเป็นที่น่าพอใจเพราะมีผู้มีความรู้เข้ามาร่วมเป็นจำนวนมาก โดยคาดว่าคะแนนปาร์ตี้ลิสต์น่าจะได้ 1.5 – 2 ล้านเสียง คาดว่าจะได้ 7 – 10 คน 
 

วราวุธ ศิลปอาชาวราวุธ ศิลปอาชา

โดยรายชื่อผู้สมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 ของพรรค คือ นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ลำดับที่ 2 คือ นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ทีมเศรษฐกิจพรรคชาติไทยพัฒนา และลำดับที่ 3 คือ นายนิกร จำนง ประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์พรรค

‘นฤมล’เปิดใจ สละปาร์ตี้ลิสต์ ไม่น้อยใจลำดับ ย้ำไม่มีใครกดดัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545816

30 มี.ค. 2566

'นฤมล'เปิดใจ สละปาร์ตี้ลิสต์ ไม่น้อยใจลำดับ ย้ำไม่มีใครกดดัน

‘นฤมล’ เปิดใจปม สละตำแหน่งปาร์ตี้ลิสต์ พรรคพลังประชารัฐ เปิดโอกาสให้คนทำงาน คนรุ่นใหม่ ผู้มีบุญคุณ ได้ลำดับที่ดี ไม่น้อยใจการสรรหา ยืนยันไม่มีใครกดดัน เรียน พล.อ.ประวิตร ตามความคิด

การประกาศสละตำแหน่ง สส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ ของ ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค ดูเหมือนจะสะเทือนพรรคอยู่ไม่น้อย รายการคมชัดลึก เนชั่นทีวี จึงได้พูดคุยในประเด็น ใครกดดัน “อ.แหม่ม” สละสิทธิ์ ปาร์ตี้ลิสต์

รายการคมชัดลึก เนชั่นทีวี จึงได้พูดคุยในประเด็น ใครกดดัน “อ.แหม่ม” สละสิทธิ์ ปาร์ตี้ลิสต์รายการคมชัดลึก เนชั่นทีวี จึงได้พูดคุยในประเด็น ใครกดดัน “อ.แหม่ม” สละสิทธิ์ ปาร์ตี้ลิสต์
ดร.นฤมล กล่าวว่า ถ้าตามที่แถลงข่าวก่อนหน้านี้ เหตุเรื่องแสรก จำนวนบุคลากรมากขึ้น ทั้งคนก่อตั้งพรรคด้วยกัน คนที่เข้ามาระหว่างทาง และคนที่เข้ามาใหม่ ก็ต้องมีตำแหน่งแห่งที่เพื่อทำงานให้พรรค การเข้ามาทำงานการเมือง ด้วยการชักชวนของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ในเวลานั้น ได้ทำงานที่ดีมาโดยตลอดแต่ยังไม่ได้ตอบแทนประชาชน

ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรคพลังประชารัฐดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรคพลังประชารัฐ

ความประสงค์ที่อยากจะทำประโยชน์ให้การเมืองไทย เมื่อได้โอกาสในปี 2561 จากวันนั้นจนวันนี้ ยังรู้สึกสำนึกในบุญคุณของผู้ชักชวนทุกๆคน วันนี้จึงอยากให้คนที่ตั้งใจทำให้พรรคได้ทำงานบ้าง ในการทำงานที่ผ่านมาไม่ได้คาดหวังว่าจะได้ตำแหน่งอะไร หวังเพียงอยากให้พรรคพลังประชารัฐมีความเข้มแข็ง อยากใช้ความรู้ความสามารถที่มี ต่อยอดเป็นนโยบายต่างๆ จนมาถึงการเลือกตั้งปี 2562 ผู้ใหญ่ในพรรคให้ทำการกรอกใบสมัครก็ทำการกรอกไป ไม่ได้ขออะไร มารู้ว่าอยู่ในปาร์ตี้ลิสต์ ลำดับที่ 5 คือในการประชุมพรรคแล้ว 
 

จนปี2566 ตนได้รับโอกาสแล้ว จากที่ได้แถลงข่าวไปแล้ว เราไม่ได้ให้กระทบใคร แต่บอกตามความรู้สึก ดังนั้น อยากให้คนที่ทำงานให้พรรคดี้มีโอกาส เราไม่ได้ต้องการที่จะอยู่ในบัญชีรายชื่อลำดับสูงๆ ไม่อย่างนั้นคนใหม่ๆจะมีดอกาสได้อย่างไร ไม่เฉพาะแต่พลังประชารัฐ กับทุกพรรคการเมืองก็เป็นแบบนี้ ถ้าไม่ทำแบบนี้คนใหม่ๆจะไม่มีโอกาสมีเวทีทางการเมือง และการพูดเรื่องนี้พูดกับทั้งทีมงานและทุกที่ อยากเห็นพรรคทำการผลัดใบ ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นทั้งต้น  การทำงานให้พรรคหรือการทำงานการเมือง ไม่จำเป็นต้องอยู่ในรูปแบบของสส.เท่านั้น ถึงจะไม่มีสถานะสส.แต่เราอยู่กับพรรค แล้วเราประสานงานช่วยเหลือประชาชน ผู้สมัคร ทำให้พรรคเกิดผลงาน เกิดประโยชนืกับประชาชน ก็เป็นการทำงานเชิงสร้างสรรค์ได้เช่นเดียวกัน 

รายการคมชัดลึก เนชั่นทีวี จึงได้พูดคุยในประเด็น ใครกดดัน “อ.แหม่ม” สละสิทธิ์ ปาร์ตี้ลิสต์รายการคมชัดลึก เนชั่นทีวี จึงได้พูดคุยในประเด็น ใครกดดัน “อ.แหม่ม” สละสิทธิ์ ปาร์ตี้ลิสต์

แม้จะมีแนวคิดผลัดใบแต่บัญชีรายชื่อของพลังประชารัฐยังคงเป็นผู้มีอิทธิพลของพรรค คนวางนโยบาย กลุ่มบ้านใหญ่ ทั้งสิ้น ดร.นฤมล บอกว่าจากการประชุมของการสรุปบัญชีรายชื่อ โดยกรรมการสรรหา ตนอยู่ในลำดับที่ 7 ซึ่งอยู่สูงกว่า นายอุตตม สาวนายน กับ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ที่อยู่ในลำดับที่ 8 กับ 10 ซึ่งทั้ง 2 คนเป็นผู้ให้โอกาสในคราวปี 2562 จึงเปิดทางให้ได้อยู่ในลำดับต้นๆ และหลายๆคนที่ช่วยงานพรรค จึงอยากให้ได้อยู่ในลำดับต้นๆ ซึ่งเหตุผลเหล่านี้ ก็ได้เรียนแจ้งกับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค และไม่ได้มีแรงกดดันจากใครทั้งสิ้น และจะทำให้กรรมการสรรหาต้องประชุมกันใหม่ 

ท่าทีของคนในพรรคพลังประชารัฐเมื่อ ดร.นฤมล สละสิทธิปาร์ตี้ลิสต์ ดูไม่มีท่าทีเสียดาย เหรัญญิกพรรคตอบว่า บางท่านยังไม่ได้ฟังการให้สัมภาษณ์จึงยังไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไร  

รายการคมชัดลึก เนชั่นทีวี จึงได้พูดคุยในประเด็น ใครกดดัน “อ.แหม่ม” สละสิทธิ์ ปาร์ตี้ลิสต์รายการคมชัดลึก เนชั่นทีวี จึงได้พูดคุยในประเด็น ใครกดดัน “อ.แหม่ม” สละสิทธิ์ ปาร์ตี้ลิสต์
ย้อนเหตุการณ์ที่เรียกกันว่า จะมีการล้มพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จากนายกรัฐมนตรี ดร.นฤมล ถูกโยงว่าร่วมมือกับร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้มีการเรียนพูดคุยทำความเข้าใจกันแล้ว แม้จะเป็นกรรมการบริหารพรรค แต่ไม่ได้มีส่วนร่วมในการรวมเสียงสส.ในการล้มพล.อ.ประยุทธ์ ในช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจ การตัดสินใจปรับครม.ให้ออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน ไม่ได้มีความรู้สึกโกรธหรือเรียกร้องความเป็นธรรม และไม่เห็นด้วยกับการแยกพรรคของพล.อ.ประยุทธ์ 

‘พรรคประชาธิปัตย์’เปิดตัว อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ลุยหาเสียง -ร่าย 30 ปี รักปชป.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545811

29 มี.ค. 2566

'พรรคประชาธิปัตย์'เปิดตัว อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ลุยหาเสียง -ร่าย 30 ปี รักปชป.

อดีตหัวหน้า”พรรคประชาธิปัตย์” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เปิดตัวเวทีปราศรัยช่วยปชป.หาเสียง เปิดใจมีหลายพรรคทาบทามให้ไปร่วมงานแต่ปฏิเสธ เพราะอยู่กับ”ประชาธิปัตย์”มาร่วม 30 ปี ด้าน”องอาจ คล้ามไพบูลย์” มั่นใจเลือกตั้งรอบนี้ พลิกสถานการณ์ปักธงสส.กทม.ได้แน่

“โรดโชว์ โพลิซี”  (Roadshow Policy)  ที่ใต้สะพานพระรามแปดสุดคึกคัก  ” พรรคประชาธิปัตย์” เปิดตัวอดีตหัวหน้าพรรค “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ร่วมหาเสียงกับพรรคเป็นครั้งแรก  ร่ายความรู้สึกมีหลายพรรคการเมืองมาทาบทามให้ไปร่วมงานด้วย  แต่เพราะเลือดเป็นสีฟ้า จึงยึดพรรค”แม่ธรณีบีบมวยผม”เป็นเรือนตาย  ขอประชาชนเชื่อมั่นในพรรคกาทั้ง 2  บัตร  ด้านรองหัวหน้าพรรรคประชาธิปัตย์  องอาจ คล้ามไพบูลย์ มั่นใจเลือกตั้งเที่ยวนี้ ประชาธิปัตย์กลับมาแจ้งเกิดมี สส. กรุงเทพฯ


ที่ใต้สะพานพระรามแปด  สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ที่เชื่อมเขตพระนครกับเขตบางพลัด และถนนคู่ขนานลอยฟ้าบรมราชชนนี  “พรรคประชาธิปัตย์”ได้จัดกิจกรรม “โรดโชว์ โพลิซี”  (Roadshow Policy) นำโดย นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ , ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานนโยบาย กทม. ,น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม. , พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขตหลักสี่-จตุจักร,นายชนินทร์ รุ่งแสง ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เขตบางกอกน้อย บางพลัด  กทม.  โดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมปราศรัยหาเสียงเป็นเวทีแรก 

บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักมีประชาชน เข้าร่วมฟังปราศรัยเต็มพื้นที่  นอกจากนี้ ยังมี บรรดาแกนนำ”พรรคประชาธิปัตย์” อาทิ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค รัฐมนตรีว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ , นายนริศ ขำนุรักษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และ ว่าที่ผู้ สมัคร ส.ส. กทม. พรรคประชาธิปัตย์ร่วมให้กำลังใจ  โดยทันทีที่ นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ  อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมาถึง นายเฉลิมชัย ได้เข้าไปทักทายพูดคุย

  • ผูกพันกับปชป.ร่วม 30 ปี

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัติย์ ขึ้นกล่าวปราศรัยบนเวทีว่า    แม้ครั้งนี้ไม่ได้ลงสมัครรับเลือกตั้ง แต่ยังคงอยู่กับพรรคและเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ วันนี้มาด้วยความเต็มใจ ขอขอบคุณทุกคนที่ให้การสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ มาอย่างยาวนานต่อเนื่อง ซึ่งตนมีโอกาสทำงานให้พรรคมากว่า 30 ปี เคยเป็นหัวหน้าพรรค ซึ่งถือว่าเป็นเวลายาวนานพอสมควร  แต่มีคนที่อยู่มายาวนานก่อนตน คือ นายองอาจ  คล้ามไพบูลย์  และเป็นคนที่อยู่ในพื้นที่มาตลอด ถือว่า เป็นแบบฉบับของนักการเมืองที่พรรคประชาธิปัตย์นำมาเสนอให้กับประชาชน และประชาชนเป็นคนสร้างขึ้นมา  รวมถึง ดร.รัชดา ธนาดิเรก  ที่ทำงานเป็นทีมมาอย่างต่อเนื่อง  

ขณะที่นายชนินท์  รุ่งแสง เคยเป็น สก. รับใช้มาตั้งแต่ปี 2537 ตนเป็นคนโทรศัพท์หาหัวหน้าพรรคเดิม คือนายสมัคร สุนทรเวช ที่นายชนินท์ สังกัดอยู่ขณะนั้น คือพรรคประชากรไทย เพื่อขอให้นายชนินทร์ มาร่วมงานด้วย แต่สมัยนี้ไม่มีใครทำกันแล้ว ที่ย้ายกันไม่มีใครโทรไปขอใคร  พรรคประชาธิปัตย์ มีสมาชิกที่มีคุณภาพ แบบรุ่นสู่รุ่น รวมทั้งคนใหม่ที่มีอุดมการณ์ตรงกับพรรค   ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญให้กับพรรคต่อไป

ส่วนตนนั้น 4 ปีที่ผ่านมา มีคนจาก พรรคการเมืองนั้น พรรคการเมืองนี้ มาชักชวนไปร่วมงาน แต่ก็จะทราบดีว่า “ไอ้มาร์ค กรีดเลือดออกมาเป็นสีฟ้า” ดังนั้นยืนยันได้ว่าไม่ไปไหน แม้ไม่ลงสมัคร แต่ก็ยืนยันกับผู้บริหารพรรคไปแล้ว ว่าจะทำงานอย่างเต็มกำลัง ขอให้เชื่อมั่นว่าพรรคประชาธิปัตย์เป็นสถาบัน 


” มาวันนี้ขอให้เชื่อมั่นในพรรค และคนที่ประชาชนสร้างโอบอุ้มขึ้นมาเอง เพื่อให้ทำงานรับใช้ประชาชนต่อไป และขอให้ทุกคนช่วยเลือกผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ และเลือกพรรคประชาธิปัตย์ ในบัตรเลือกตั้งทั้ง 2 ใบ  ”  นายอภิสิทธิ์  ระบุ

  • มั่นใจปชป.กลับมาปักธงสนามกทม.

นายองอาจ   คล้ามไพบูลย์   รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า วันนี้ได้กลับมาเขตบางพลัด-บางกอกน้อย อีกครั้ง ถือโอกาสมาขอบคุณประชาชนทุกคน เพราะประชาชนที่นี่คือผู้ให้กำเนิดตนในทางการเมืองเมื่อปี 2539 ทุกคนได้ไปลงคะแนนกาบัตรเลือกตั้ง เลือกให้ได้เป็น สส. กทม. ในนามพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งนี้แม้ว่าการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 พรรคประชาธิปัตย์จะไม่มี สส. ในพื้นที่ กทม. แม้แต่คนเดียว แต่เชื่อว่าปีนี้เหตุการณ์จะไม่เหมือนกับปีเมื่อ 2562 เพราะในปี 2566 พรรคประชาธิปัตย์จะแจ้งเกิดใน กทม. โดยจะมี สส. ทั่ว กทม. อย่างแน่นอน 


พล.ต.ต.วิชัย  สังข์ประไพ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขตหลักสี่-จตุจักร กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ ได้ทำ โครงการ “ฟัง คิด ทำ” ที่ได้ไปสัมผัสกับประชาชนกทม.หลายเดือน พบว่า ปัญหาลำดับแรกที่ประชาชนอยากให้พรรคประชาธิปัติย์ แก้ไขปัญหา คือ Pm2.5 เป็นอันตรายต่อเด็ก และคนชรา รวมถึงคนทั้งประเทศ  อันดับ 2 คือ เรื่องยาเสพติด ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ได้ประกาศไปแล้วว่า ไม่เอากัญชา ยาบ้า ยาเสพติด ปราบทุจริต ที่เป็นวิกฤติชาติ เพราะมีแนวทางการแก้ไข สกัดยาเสพติดจะชายแดนเพื่อนบ้านทั้งหมด ให้ผู้นำหมู่บ้าน ผู้นำชุมชน เข้าไปตรวจสอบอย่างใกล้ชิด ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น นอกจากนี้นโยบายปราบทุจริต โดยต้องให้โทษเท่ากันทั้งผู้กระทำความผิดและผู้ที่ให้การสนับสนุน ด้วยโทษสูงสุดประหารชีวิตเท่านั้น 

  • ชูยุทธศาสตร์แก้น้ำท่วมเบ็ดเสร็จ


ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานนโยบาย กทม.   กล่าวว่า  บางพลัด ,บางกอกน้อย ซึ่งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ถูกน้ำทะลักเข้าท่วม และทุกวันนี้ กทม.ก็ยังคงประสบปัญหาน้ำท่วม การเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่ใช่การเลือกแบบแบ่งข้าง แบ่งฝ่าย แต่นโยบายถือเป็นเรื่องที่สำคัญ ซึ่งที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์ได้ผ่านกระบวนการ ” ฟัง และ คิด” จึงขอโอกาสครั้งนี้ให้ประชาธิปัตย์มีโอกาสได้ “ทำ”  ซึ่งวันนี้พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคเดียวที่ประกาศ แก้ปัญหาน้ำท่วมเบ็ดเสร็จ ให้กับคน กทม. รวมถึงนโยบายประกาศทำสงคราม กับฝุ่นพิษ pm2.5 และนโยบายด้านการศึกษา 

น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม.     กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์จะไม่ปักธงเฉพาะ สก.เท่านั้น แต่จะมี สส. ด้วย  ตนเชื่อว่าเหตุผลที่ทุกคนยังสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ เพราะพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคการเมืองที่เป็นเสาหลักให้กับการปกครองในระบอบประชาธิปไตย และระบบรัฐสภาของประเทศไทยมาตลอด 77 ปี พรรคประชาธิปัตย์ไม่มีเจ้าของ  เป็นพรรคเดียวที่ไม่มีกลุ่มทุนคอยชี้นำ เชื่อว่าเสียงของบางกอกน้อย บางพลัด จะเป็นเสียงที่ดังที่สุด และเป็นสิ่งที่ทุกคนมั่นใจได้ว่าเมื่อทุกคนเลือก สส. ของพรรคประชาธิปัตย์เข้าไปในสภาแล้ว จะเป็น สส.ของประชาชนอย่างแท้จริง  สิ่งที่ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ยังคงอยู่คู่กับสังคมไทยนั้น นอกจากอุดมการณ์ คือ ประสบการณ์ของพรรคที่มีมายาวนาน 77 ปี ที่อยู่คู่คนไทย 

“นโยบายกองทุนไอเดียหนึ่งหมื่นล้านบาท โดยพรรคประชาธิปัตย์เชื่อว่าคนไทยมีศักยภาพ มีความคิดสร้างสรรค์ พรรคประชาธิปัตย์จึงคิดจัดตั้ง มีกองทุนไอเดียหนึ่งหมื่นล้านบาท เพื่อให้ทุกคนได้นำความคิดสร้างสรรค์มาเปลี่ยนเป็นเงิน สร้างรายได้ให้กับตนเอง ครอบครัว และประเทศชาติ  ” น.ส.  วทันยา ระบุ


นายชนินทร์ รุ่งแสง ว่าที่ผู้สมัคร สส. เขตบางกอกน้อย บางพลัด  กทม.    กล่าวว่า ตนเข้ามาเป็น สส. พรรคประชาธิปัตย์ เพราะ นายอภิสิทธิ์ เป็นผู้ชักชวนเข้ามา  โดยเป็น สส. ปี 2550 และ 2554 ครั้งนี้นายอภิสิทธิ์ ให้เกียรติมาเป็นแขกพิเศษ ตนจะขอเป็น สส. ให้ได้ เพื่อเรียกศักดิ์ศรีและความภาคภูมิใจอีกครั้ง 

'พรรคประชาธิปัตย์'เปิดตัว อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ลุยหาเสียง -ร่าย 30 ปี รักปชป.
'พรรคประชาธิปัตย์'เปิดตัว อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ลุยหาเสียง -ร่าย 30 ปี รักปชป.
'พรรคประชาธิปัตย์'เปิดตัว อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ลุยหาเสียง -ร่าย 30 ปี รักปชป.
'พรรคประชาธิปัตย์'เปิดตัว อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ลุยหาเสียง -ร่าย 30 ปี รักปชป.
'พรรคประชาธิปัตย์'เปิดตัว อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ลุยหาเสียง -ร่าย 30 ปี รักปชป.
'พรรคประชาธิปัตย์'เปิดตัว อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ลุยหาเสียง -ร่าย 30 ปี รักปชป.
'พรรคประชาธิปัตย์'เปิดตัว อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ลุยหาเสียง -ร่าย 30 ปี รักปชป.
'พรรคประชาธิปัตย์'เปิดตัว อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ลุยหาเสียง -ร่าย 30 ปี รักปชป.
'พรรคประชาธิปัตย์'เปิดตัว อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ลุยหาเสียง -ร่าย 30 ปี รักปชป.

 “พรรคประชาธิปัตย์”จัดกิจกรรม “โรดโชว์ โพลิซี”  (Roadshow Policy) นำโดย องอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ , ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานนโยบาย กทม. ,น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม. , พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขตหลักสี่-จตุจักร,ชนินทร์ รุ่งแสง ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เขตบางกอกน้อย บางพลัด  กทม.  โดยมี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมปราศรัยหาเสียงเป็นเวทีแรก 

‘เอกภพ’ หาเสียงครั้งแรก หลังตัดสินใจร่วมงาน ‘พรรคภูมิใจไทย’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545807

29 มี.ค. 2566

'เอกภพ' หาเสียงครั้งแรก หลังตัดสินใจร่วมงาน 'พรรคภูมิใจไทย'

‘อนุทิน’ ช่วย ‘เอกภพ’ ลงพื้นที่หาเสียงเขตสายไหม เชื่อมั่นผลงานกระแสตอบรับดี ช่วยเหลือประชาชนสุดพลัง พร้อมประกาศเลือกตั้ง66 ‘พรรคภูมิใจไทย’ ตอกเสาเข็มพื้นที่ กทม. ได้

เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2566 นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ว่าที่ผู้สมัคร สส.กทม. เขตสายไหม ลงพื้นที่หาเสียงเป็นครั้งแรก หลังตัดสินใจเข้าสมัครสมาชิกพรรคภูมิใจไทย 

โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยคณะผู้บริหารพรรค นายสรอรรถ กลิ่นประทุม ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาพรรคภูมิใจไทย, นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร , นางสาวศุภมาส อิศรภักดี ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ, นางสาวชนม์ทิดา อัศวเหม ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ ร่วมกันลงพื้นที่ด้วย 

พรรคภูมิใจไทยลงพื้นที่หาเสียงเขตสายไหหมพรรคภูมิใจไทยลงพื้นที่หาเสียงเขตสายไหหม

นายอนุทิน มั่นใจในตัวนายเอกภาพ เพราะเป็นคนดี มีความสามารถ นับว่าเป็นคนทุ่มเททำงาน สามารถรับใช้ประชาชนได้ทุกมิติ ทำงานพื้นที่ จนได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชน แม้เดิมช่วงโควิด-19 แพร่ระบาด นายเอกภาพจะเคยวิจารณ์การทำงานของกระทรวงสาธารณสุข แต่ตนในฐ่นะรัฐมนตรีขณะนั้นก็พร้อมรับฟังปัญหา จำได้ว่า ตอนที่มีเรื่องแจ้งเข้ามาว่ามีผู้ป่วยตกค้าง ได้ยกทีมผู้บริหารลงพื้นที่ไปแก้ไขกัน เราเองก็ทำงาน นายเอกภาพก็ทำงาน จึงจูนกันติด การมาอยู่ตรงนี้ เพราะเราเข้าใจกันดี ต่างคนมีความต้องการจะช่วยเหลือประชาชน ถือว่าเจตนารมณ์ตรงกัน 

แต่การได้คุณเอกภพมาร่วมงานนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย พูดคุยกันอยู่นานแล้ว เมื่อเขามั่นใจว่า พรรคภูมิใจไทยจะตอบสนองความต้องการของเขาได้จึงมาร่วมงานกัน จุดมุ่งหมายของนายเอกภพ คือ ต้องการแก้ปัญหาให้ประชาชน

นายอนุทิน หวังว่าพรรคจะแจ้งเกิดในพื้นที่ กทม. ได้ เพราะมีแม่ทัพอย่างนายพุทธิพงษ์แล้ว ตัวผู้สมัครต้องมีคุณภาพ และนายเอกภาพ ก็ตอบโจทย์เราอย่างยิ่ง

ส่วนการเลือกตั้งในพื้นที่ กทม. ที่ผ่านมา พรรคภูมิใจไทยแม้จะไม่มี สส.กทม.เลยก็ตาม เพราะไม่ได้มีความพร้อมเท่าครั้งนี้ เติบโตมาจากต่างจังหวัดและทำงานได้ดี มีผลงาน ดังนั้นเลือกตั้งครั้งนี้ จะนำประสบการณ์มาดูแลพี่น้อง กทม. บ้าง ในเรื่องการแก้ปัญหาปากท้องของประชาชน มั่นใจว่า “เราทำได้ดี ไม่เป็นรองใคร” 

นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ว่าที่ผู้สมัคร สส.เขตสายไหมนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ว่าที่ผู้สมัคร สส.เขตสายไหมนางสาวชนม์ทิดา อัศวเหม ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อนางสาวชนม์ทิดา อัศวเหม ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ

‘จักรพล’ ว่าที่ผู้สมัครสส. เพื่อไทย แนะ 3 ทางออกแก้ ‘ฝุ่นPM2.5’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545803

29 มี.ค. 2566

‘จักรพล’ ว่าที่ผู้สมัครสส. เพื่อไทย แนะ 3 ทางออกแก้ ‘ฝุ่นPM2.5’

วิกฤติ ‘ฝุ่นPM2.5’ กระทบการใช้ชีวิตประชาชน มีผู้ป่วยมารักษา 3,500 คน เฉพาะ อ.แม่สาย 370 คน ส่วนใหญ่มีอาการแสบจมูก-เจ็บคอ ‘จักรพล’ ว่าที่ผู้สมัครสส. เพื่อไทย แนะ 3 ทางออกแก้ฝุ่นเชียงใหม่

นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ว่าที่ผู้สมัครสส. เชียงใหม่ เขต 1 พรรคเพื่อไทย  กล่าวว่า ปัญหาฝุ่นเกินค่ามาตรฐานในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ทั้งพื้นที่ในจังหวัดเชียงรายซึ่งมีค่า ฝุ่นPM2.5 เฉลี่ย 500 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

โดยในช่วงเวลาที่ผ่านมา มีผู้ป่วยมารักษา ประมาณ 3,500 คน เฉพาะที่ อ.แม่สาย มีประมาณ 370 คน ส่วนใหญ่มีอาการแสบจมูกและเจ็บคอ นอกไปจากนี้เมืองใหญ่อย่างจังหวัดเชียงใหม่ก็มีค่าฝุ่นดังกล่าวอยู่ 237 US AQI และเป็นอันดับ 1 ของโลกอีกครั้งหนึ่ง

หลังจากที่ตนได้ลงพื้นที่ชุมชน ณ ดอยปุย ตำบลสุเทพ พบว่าค่าฝุ่นเกินมาตรฐานสูงถึง 336 US AQI สร้างผลกระทบเชิงลบทั้งสุขภาพของพี่น้องประชาชนบนดอย ทั้งระบบผิวหนัง ระบบหายใจ ระบบหมุนเวียนโลหิต รวมไปถึงเศรษฐกิจที่ต้องซบเซาและเสียหายจากพิษฝุ่นPM2.5 โดยเฉพาะเครื่องยนตร์การท่องเที่ยวที่สำคัญของคนเชียงใหม่ที่ได้รับผลกระทบเต็มๆ

พรรคเพื่อไทยมีมาตรการทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวเบื้องต้นที่เคยเสนอไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็น

1.ระยะสั้น (แก้ไขทันที) หน่วยงานรัฐต้องแจ้งเตือนค่าฝุ่นล่วงหน้าให้ประชาชน กรณีฝุ่นสูงจะมีการอพยพกลุ่มเสี่ยงให้ไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย รวมถึงสั่งหยุดโรงเรียนเพื่อลดความเสี่ยง นอกจากนี้จะบูรณาการกับหน่วยงานที่มีกำลังคนและอุปกรณ์ เช่น กองทัพและมหาดไทยให้ไปช่วยดับไฟป่าได้ทันท่วงที

ฝุ่นPM2.5 จากการเผาป่าฝุ่นPM2.5 จากการเผาป่า

2.ระยะกลาง เพื่อไทยจะประสานกับกรมชลประทานให้ปล่อยน้ำเข้านาหลังฤดูเก็บเกี่ยว เพื่อเปลี่ยนตอข้าวให้เป็นปุ๋ย สำหรับอ้อยจะประสานโรงงานน้ำตาลให้ลงทุนตัดอ้อยไถกลบแทนการเผา ควบคู่กันไปจะมีการปลูกต้นไม้เพื่อดักจับฝุ่น และจูงใจให้คนหันมาใช้รถพลังงานสะอาดด้วยมาตรการทางภาษี

3.ระยะยาว ต้องมีการบังคับใช้ พ.ร.บ.อากาศสะอาดฯ ให้ท้องถิ่นมีบทบาทในการจัดการปัญหาฝุ่น บังคับใช้กฎหมายกับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เจรจากับเพื่อนบ้านเพื่อร่วมกันยุติปัญหาฝุ่นทั้งในประเทศและข้ามพรมแดน รวมถึงพัฒนานวัตกรรมเครื่องมือเกษตร ไม่เผา เพื่อจัดการฝุ่นให้ถึงต้นตอ

“ผลกระทบจากความเพิกเฉยของรัฐบาลที่มีอำนาจยาวนานถึง 8 ปี กำลังส่งผลอันตรายต่อสุขภาพของประชาชนและเป็นพิษต่อเศรษฐกิจมากขึ้น แทนที่จะใช้อำนาจรัฐในการบริหารประเทศอย่างเต็มประสิทธิภาพแต่กลับเพิกเฉยต่อปัญหาดังกล่าว พรรคเพื่อไทยของเราถึงแม้จะเป็นฝ่ายค้านแต่ก็ได้ประกาศสงครามกับฝุ่น PM2.5 อย่างจริงจัง มีการเคลื่อนไหวในสภาไม่ว่าจะเป็นการเสนอ พ.ร.บ.อากาศสะอาด ที่ถูกดองและไร้สภาพไปตามอายุของสภา 

การเสนอการแต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาฝุ่นควันพิษ PM 2.5 หรือการเคลื่อนไหวนอกสภาด้วยการเสนอแนวทางการจัดการและแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว หากพรรคเพื่อไทยรัฐบาล เราจะผลักดันการจัดการเรื่องนี้อย่างทันทีและไม่รอปัญหาเข้ามาใหม่ และจะบรรเทาปัญหาที่เกิดขึ้นเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทย” นายจักรพล กล่าว

นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ว่าที่ผู้สมัครสส. เชียงใหม่ เขต 1 พรรคเพื่อไทยนายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ว่าที่ผู้สมัครสส. เชียงใหม่ เขต 1 พรรคเพื่อไทย

นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม แนะ 3 ทางออกแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 จ.เชียงใหม่นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม แนะ 3 ทางออกแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 จ.เชียงใหม่

‘สุวัจน์’ สนับสนุนการแก้ไข ‘กฎหมาย’ และ ‘รัฐธรรมนูญ’ให้ทันสมัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545792

29 มี.ค. 2566

'สุวัจน์' สนับสนุนการแก้ไข 'กฎหมาย' และ 'รัฐธรรมนูญ'ให้ทันสมัย

‘สุวัจน์’ สนับสนุนการแก้ไข ‘กฎหมาย’ และ ‘รัฐธรรมนูญ’ ให้ทันสมัย ในประเด็นที่เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ เพื่อเป็นเครื่องมือฝ่าวิกฤตของชาติ

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวในงานเสวนา “วิสัยทัศน์การขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทย” โดยการดีเบต 9 พรรคการเมือง จัดโดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) ในหัวข้อตอบคำถามเรื่องการปฏิรูปกฎหมาย กฎระเบียบ รวมทั้งการพัฒนาระบบการอนุมัติ อนุญาต ไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจอย่างไร? ว่าในเรื่องของการปฏิรูปกฎหมาย เพื่อให้มีผลในเรื่องของการแก้ไขนั้น เป็นเรื่องที่มีความจําเป็น

เพราะกฎหมายเป็นเครื่องมือที่สําคัญสําหรับฝ่ายบริหารในการจะสร้างความเรียบร้อยของสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริบทของการแข่งขันในเรื่องของธุรกิจ การค้าเศรษฐกิจ การลงทุน มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมีโรคระบาด มีการจับขั้วระหว่างประเทศมหาอํานาจ มีการเคลื่อนย้ายการลงทุน มีเงินเฟ้อ ดอกเบี้ยขึ้น

เพื่อให้การแก้ไขปัญหาต่างๆ ลุล่วง ฉะนั้น เราต้องมีเครื่องมือที่มีความยืดหยุ่นที่ดี ถ้าเราไม่มีความยืดหยุ่นเราไม่สามารถที่จะพัฒนาเศรษฐกิจให้ทันกับบริบทของความเปลี่ยนแปลงในวันนี้

นายสุวัจน์ กล่าวว่ารัฐธรรมนูญเขียนไว้อยู่แล้วมาตรา 77 ว่ารัฐจะต้องมีกฎหมายให้น้อยที่สุด และจะต้องมีการจัดการกฎหมายให้ทันสมัย ให้ยืดหยุ่นแล้วประชาชนเข้าถึงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐธรรมนูญมีอยู่เรื่องหนึ่งที่อยากจะยกเป็นตัวอย่าง คือ แผนยุทธศาสตร์ 20 ปีถามว่าวันนี้ เราต้องใช้แผนยุทธศาสตร์ 20 ปี ในการเดินหน้าประเทศไทยท่ามกลางบริบทของความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วอย่างนี้หรือ

9 พรรคการเมือง ดีเบต เวทีเสวนาวิสัยทัศน์การขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทย จัดโดยสภาอุตสาหกรรมฯ9 พรรคการเมือง ดีเบต เวทีเสวนาวิสัยทัศน์การขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทย จัดโดยสภาอุตสาหกรรมฯ

จะบอกว่าไม่ใช่เป็นประเด็นทางกฎหมายเท่านั้น แม้แต่ประเด็นตามรัฐธรรมนูญก็ควรที่จะต้องมีการแก้ไข เพื่อสร้างกลไกล สร้างเครื่องมือในด้านการบริหารทางเศรษฐกิจการลงทุนให้กับการลงทุนและการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ 

ยกตัวอย่าง มีกฎหมายอยู่ฉบับหนึ่ง เป็นคําสั่งคณะปฏิวัติ ใช้ไปตั้งแต่ปี 2515 บอกไว้ว่า เวลา 14.00-17.00 น.ห้ามขายเหล้า ขายสุรา ซึ่งวันนั้นอาจมีนักท่องเที่ยวยังไม่ถึง 5 ล้านคนเลย แต่วันนี้มีนักท่องเที่ยว 40 ล้านคน 

วันนี้การท่องเที่ยวเกือบ 20% ของ GDP เป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่เรายังจะบอกว่าสองโมงถึงห้าโมงเย็นห้ามขายเหล้า ขายเบียร์อยู่ สมควรที่จะมีการแก้ไขหรือไม่ ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน

เรื่องรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา 4 ปี นโยบายของรัฐบาลที่ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปรากฏว่าแก้ได้เรื่องเดียว คือ แก้เรื่องเลือกตั้งบัตร 2 ใบ แต่ไม่มีการแก้ไขในมาตราใดที่จะรองรับการพัฒนาเศรษฐกิจ การลงทุนทางด้านเศรษฐกิจของประเทศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว 

ฉะนั้น เรื่องนี้มีความจำเป็นที่จะต้องแก้ไขกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้มีความยืดหยุ่นตัวในการต่อสู้กับวิกฤตเศรษฐกิจของประเทศ

 9 พรรคการเมือง ร่วมดีเบตเวทีเสวนาวิสัยทัศน์การขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทย9 พรรคการเมือง ร่วมดีเบตเวทีเสวนาวิสัยทัศน์การขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทย

เช็กที่นี่ เงื่อนไข ‘ยุบพรรค’ 21 ข้อ ตามกฎหมาย ‘พรรคการเมือง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545791

29 มี.ค. 2566

เช็กที่นี่ เงื่อนไข 'ยุบพรรค' 21 ข้อ ตามกฎหมาย 'พรรคการเมือง'

เปิดข้อกฎหมาย ‘ยุบพรรค’ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ‘พรรคการเมือง’ บัญญัติไว้หลายมาตรา รวม 21 เงื่อนไข

พลิกกฎหมายพรรคการเมืองพบเงื่อนไขยุบพรรค 21 ข้อ โดยมีประกาศ คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ฉบับที่ 11 กำหนดเงื่อไขให้การยุบพรรคการเมืองดำเนินการได้รวดเร็วขึ้น

สำหรับเงื่อนไขของการยุบพรรคการเมืองตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองประกอบไปด้วย

  • ไม่แก้ไขข้อบังคับให้ถูกต้องครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด
  • มีจำนวนสมาชิกพรรคการเมืองน้อยกว่า 5,000 ติดต่อกันเป็นเวลา 90 วัน หลังจดทะเบียนพรรคการเมืองได้ 1 ปี  
  • มีจำนวนสาขาพรรคการเมืองในแต่ละภาคน้อยกว่า 1 สาขา เป็นระยะเวลาติดต่อกัน 1 ปี
  • ไม่มีการประชุมใหญ่พรรคการเมืองหรือไม่มีการดำเนินกิจกรรมใดทางการเมืองเป็นระยะเวลาติดต่อกัน 1 ปี 
  • ไม่ส่งสมาชิกลงสมัครรับเลือกตั้ง 2 ครั้งติดต่อกันหรือเป็นเวลา 8 ปีติดต่อกัน
  • มีหนี้สิ้นล้นพ้นตัวตามกฎหมายว่าด้วยล้มละลาย
  • พรรคการเมืองเลิกตามข้อบังคับ
  • กระทําการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอํานาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ  
  • กระทําการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
  • พรรคการเมืองดำเนินกิจการลักษณะหากำไรมาแบ่งปันกัน  
  • ยินยอมให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่สมาชิกพรรค ควบคุม ครอบงํา หรือชี้นํา กิจกรรมของพรรคการเมืองในลักษณะที่ทําให้พรรคการเมืองหรือสมาชิกขาดความอิสระ  
  • ให้ เสนอให้ หรือสัญญาว่าจะให้เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด เพื่อจูงใจให้สมัครเข้าเป็นสมาชิก 
  • จัดตั้งสาขาพรรคการเมือง หรือตัวแทนประจำจังหวัดนอกราชอาณาจักร
  • รับบริจาคเพื่อสนับสนุนการกระทําอันเป็นการบ่อนทําลายความมั่นคงของราชอาณาจักร ราชบัลลังก์ เศรษฐกิจของประเทศ หรือราชการแผ่นดิน
  • ส่งเสริม สนับสนุนให้ผู้ใดกระทําการอันเป็นการก่อกวนหรือคุกคามความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือกระทําการอันเป็นการทําลายทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ
  • เรียก รับ หรือยอมจะรับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่น เพื่อให้บุคคลอื่นได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือตำแหน่งในการบริหารราชการแผ่นดิน หรือในหน่วยงานของรัฐ 
  • รับบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด โดยรู้หรือควรจะรู้ว่าได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีแหล่งที่มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
  • รับบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่น จากผู้ที่ไม่มีสัญชาติไทย บริษัทต่างชาติ คณะบุคคลที่ได้รับเงินอุดหนุนจากต่างประเทศ 
  • ถ้าพรรคการเมืองเป็นผู้กล่าวหาพรรคการเมืองอื่นว่า กระทำความผิดตามกฎหมายพรรคการเมือง ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าเป็นการกล่าวหาที่เป็นความเท็จ 
  • หัวหน้าพรรคหรือกรรมการบริหารพรรคการเมืองมีส่วนรู้เห็นหรือไม่ได้ยับยั้ง กรณีที่มีผู้สมัครทำให้การเลือกตั้งนั้นไม่เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม 
  • เรียกหรือรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นได้เพื่อส่งผู้สมัคร หรือไม่ส่งผู้สมัคร อันจะก่อให้เกิดประโยชน์แก่พรรคการเมืองอื่นในการเลือกตั้ง และทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริต 

‘ชาวอิรัก’ ซ่อนตัวในไทยนาน 8 ปี หนีไม่พ้นเผชิญหน้า ตร. ถึงกับเป็นลม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545785

29 มี.ค. 2566

'ชาวอิรัก' ซ่อนตัวในไทยนาน 8 ปี หนีไม่พ้นเผชิญหน้า ตร. ถึงกับเป็นลม

ตม.ชลบุรี ร่วมกับ สภ.เมืองพัทยา จับกุม ‘ชาวอิรัก’ ซ่อนตัวในไทยนาน 8 ปี ไม่ทำงาน เกรงก่อเหตุอาชญากรรม ขณะเข้าจับกุมคนร้ายตกใจถึงกับเป็นลม เร่งปฐมพยาบาลก่อนส่งดำเนินคดี ขึ้น Blacklist 10 ปี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้ (28 มี.ค. 66) พ.ต.อ.ปริญญา กลิ่นเกษร ผกก.ตม.ชลบุรี , พ.ต.อ.จิรพงศ์ รุจิรดำรงชัย ผกก.สส.บก.ตม.3, พ.ต.ท.ปริญ ศรีภัทรกุลชัย สว.กก.2 บก.ทท.1 (พัทยา) พร้อมกำลัง ร่วมกันจับกุม MR.KHALID MAJEED ALI ALI อายุ 52 ปี สัญชาติอิรัก หลังพบเข้ามาอยู่ในประเทศไทยโดยการอนุญาตสิ้นสุดนานกว่า 8 ปี เกรงจะเข้ามาทำสิ่งผิดกฎหมาย 

พ.ต.อ.ปริญญา​ เปิดเผยว่า จากการสืบสวนพบชายสัญชาติอิรัก แฝงตัวอยู่ในชุมชนมาบยายเรีย มาเป็นระยะเวลานาน ไม่ปรากฎว่าประกอบอาชีพใด ส่วนมากจะเก็บตัวไม่สุงสิงกับใครในชุมชน เกรงว่าอาจจะเข้ามาก่อเหตุหรือกระทำผิดกฎหมาย จึงได้สั่งการให้ชุดทำงาน ตม.ชลบุรี และ สืบสวน สภ.เมืองพัทยา นำกำลังไปตรวจสอบ พบผู้ต้องหานั่งอยู่หน้าบ้านพักในชุมชน ทันทีที่เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงกับหน้าซีดและเป็นลม เจ้าหน้าที่รีบทำการปฐมพยาบาล

ขณะตำรวจเข้าจับกุม ผู้ต้องหาเป็นลมขณะตำรวจเข้าจับกุม ผู้ต้องหาเป็นลม
 

จากการตรวจสอบหนังสือเดินพบว่า ผู้ต้องหาเดินทางเข้ามาตั้งแต่เมื่อวันที่ 17 พ.ย. 2557 ทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว ได้รับอนุญาตให้อยู่ 60 วัน ถึงวันที่ 15 ม.ค. 2558 แต่เมื่อการอนุญาตสิ้นสุดแล้ว ไม่ได้เดินทางกลับออกไป ถือเป็นการอยู่โดยการอนุญาตสิ้นสุด (Overstay)เป็นเวลานานกว่า 8 ปี หรือ 2,993 วัน จึงได้จับกุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.หนองปรือ ดำเนินคดีข้อหา  “อยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” มีโทษสูงสุด จำคุกไม่เกินสองปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และจะต้องถูกบันทึกเป็นบุคคลต้องห้ามเข้ามาในประเทศไทยเป็นเวลา 10 ปี
 

ตม.ชลบุรี ร่วมกับ สภ.เมืองพัทยา จับกุมชาวอิรัก ซ่อนตัวในไทยนาน 8 ปี ตม.ชลบุรี ร่วมกับ สภ.เมืองพัทยา จับกุมชาวอิรัก ซ่อนตัวในไทยนาน 8 ปี