นายกฯ ญี่ปุ่นทำเซอร์ไพรส์ ไปกรุงเคียฟ ประชัน สี จิ้นผิง เยือนรัสเซีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2659748

นายกฯ ญี่ปุ่นทำเซอร์ไพรส์ ไปกรุงเคียฟ ประชัน สี จิ้นผิง เยือนรัสเซีย

21 มี.ค. 2566 17:34 น.

นายกฯ ญี่ปุ่นทำเซอร์ไพรส์ ไปกรุงเคียฟ ประชัน สี จิ้นผิง เยือนรัสเซีย

‘ฟูมิโอะ คิชิดะ’ นายกฯ ญี่ปุ่นสร้างความประหลาดใจ ไปเยือนกรุงเคียฟ ประกาศสนับสนุนยูเครนสู้รัสเซียอย่างไม่เปลี่ยนแปลง ขณะที่ สี จิ้นผิง ปธน.จีน กำลังเยือนกรุงมอสโก หารือกับปูติน

เมื่อ 21 มี.ค. 2566 สื่อต่างประเทศรายงาน นายกรัฐมนตรีฟูมิโอะ คิชิดะ แห่งญี่ปุ่น สร้างเซอร์ไพรส์ เดินทางไปเยือนกรุงเคียฟ เมืองหลวงยูเครน พบหารือกับประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน ในวันนี้ (21 มี.ค.) ขณะที่ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง แห่งจีน กำลังเยือนกรุงมอสโก พบกับ วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย พอดี

สถานีโทรทัศน์ NHK ในญี่ปุ่น ระบุว่า การไปเยือนกรุงเคียฟ ของนายกรัฐมนตรีคิชิดะ ในครั้งนี้ นับเป็นการไปเยือนกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน หรือเป็นการไปเยือนภูมิภาคนี้เป็นครั้งแรกของนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น นับตั้งแต่เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 อีกทั้ง ยังถือเป็นการไปเยือนครั้งแรกของผู้นำจากเอเชียที่เป็นสมาชิกกลุ่มอุตสาหกรรมชั้นนำของโลก G7 และยังเป็นชาติพันธมิตรชาติแรกของสหรัฐฯ ในเอเชียที่ไปเยือนเมืองหลวงยูเครนด้วย

ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง แห่งจีนจับมือทักทายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ขณะเยือนกรุงมอสโก เมื่อ 20 มี.ค.2566
ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง แห่งจีนจับมือทักทายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ขณะเยือนกรุงมอสโก เมื่อ 20 มี.ค.2566

ในขณะที่ กระทรวงต่างประเทศญี่ปุ่น ออกแถลงการณ์ยืนยันในเวลาต่อมาว่า นายกรัฐมนตรีฟูมิโอะ คิชิดะแห่งญี่ปุ่น ได้เดินทางไปเยือนกรุงเคียฟ และพบหารือกับประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน ในวันอังคารที่ 21 มีนาคม นี้ เพื่อแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันและสนับสนุนอย่างแน่วแน่ต่อยูเครน อีกทั้งเป็นการแสดงความเคารพต่อความกล้าหาญและความมุ่งมั่นของชาวยูเครนในการยืนหยัดปกป้องแผ่นดินเกิด นอกจากนั้น นายกรัฐมนตรีคิชิดะจะไปเยือนโปแลนด์ในวันพุธที่ 22 มี.ค. 2566

ซีเอ็นเอ็นชี้ว่าการไปเยือนกรุงเคียฟของนายกรัฐมนตรีคิชิดะ ขณะที่ประะธานาธิบดีสี จิ้นผิง กำลังเยือนกรุงมอสโก แสดงให้เห็นความขัดแย้งที่ร้าวลึกของประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือที่มีต่อสงครามในยูเครน เพราะขณะที่ญี่ปุ่นประกาศคำมั่นจะให้ความช่วยเหลือแก่ยูเครนอย่างไม่เปลี่ยนแปลง ด้านจีนก็ยังคงเป็นชาติเดียวที่ประกาศสนับสนุนประธานาธิบดีปูติน

ที่มา : CNN

รัสเซียเดือด ขีปนาวุธคาลิเบอร์ถูกโจมตี ขณะลำเลียงมาคาบสมุทรไครเมีย (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2659500

รัสเซียเดือด ขีปนาวุธคาลิเบอร์ถูกโจมตี ขณะลำเลียงมาคาบสมุทรไครเมีย (คลิป)

21 มี.ค. 2566 15:12 น.

รัสเซียเดือด ขีปนาวุธคาลิเบอร์ถูกโจมตี ขณะลำเลียงมาคาบสมุทรไครเมีย (คลิป)

ยูเครนเผยเกิดเหตุระเบิดทำลายขีปนาวุธของรัสเซีย รวมทั้งขีปนาวุธคาลิเบอร์ ขณะกำลังลำเลียงโดยรถไฟมายังคาบสมุทรไครเมีย ในขณะที่หัวหน้าผู้บริหารเมือง Dzankoi เผย ขีปนาวุธรัสเซียถูกโจมตีด้วยโดรน

เมื่อ 21 มี.ค. 2566 กระทรวงกลาโหมยูเครนรายงานเกิดเหตุระเบิดทำลายขีปนาวุธนำวิถีหลากหลายชนิดของรัสเซีย รวมทั้งขีปนาวุธคาลิเบอร์ ซึ่งถูกลำเลียงขนส่งมาโดยรถไฟ เพื่อจะนำมาเสริมคลังแสงของกองทหารเรือรัสเซียที่ประจำการในทะเลดำบริเวณคาบสมุทรไครเมีย

ด้านนายอิฮอร์ ไอซิน หัวหน้าคณะบริหารเมือง DZankoi ซึ่งได้รับแต่งตั้งจากทางการรัสเซียเผยว่าเมือง Dzankoi ถูกโจมตี และสาเหตุที่ทำให้ขีปนาวุธจากรัสเซียเกิดระเบิดนั้น เนื่องจากถูกโจมตีด้วยโดรนหลายลำ

อย่างไรก็ตาม กระทรวงกลาโหมยูเครนออกแถลงการณ์ถึงเหตุร้ายแรงครั้งนี้ เพียงว่าเกิดเหตุระเบิดทำลายขีปนาวุธจากรัสเซีย แต่ไม่ได้ระบุชี้ชัดว่าสาเหตุที่อยู่เบื้องหลังการโจมตีครั้งนี้แต่อย่างใด

นายอิฮอร์ ไอซิน หัวหน้าคณะบริหารเมือง Dzankoi ยังเผยด้วยว่ามีชายอายุ 33 ปีรายหนึ่งได้รับบาดเจ็บ เนื่องจากเศษซากโดรนตกใส่ และเขาได้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล และตึกหลายหลังไฟไหม้ และโรงไฟฟ้าได้รับความเสียหายแต่นายไอซินไม่ได้ระบุเพิ่มเติมว่ามีเป้าหมายทางทหารใดบ้างที่ตกเป็นเป้าโจมตี 

ที่มา : BBC,Aljazeera

❗️GUR: an explosion in the occupied city of Dzhankoy in the north of Crimea destroyed the Russian “Kalibr NK” cruise missiles during their transportation by rail

These missiles are designed for launches from surface ships, reported Ukrainian military intelligence pic.twitter.com/cWlJsKOCr1— Ukrainska Pravda in English (@pravda_eng) March 20, 2023

สหรัฐฯ เรียกร้อง “สี จิ้นผิง” กดดัน “ปูติน” ยุติก่ออาชญากรรมสงคราม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2659543

สหรัฐฯ เรียกร้อง "สี จิ้นผิง" กดดัน "ปูติน" ยุติก่ออาชญากรรมสงคราม

21 มี.ค. 2566 14:22 น.

สหรัฐฯ เรียกร้อง “สี จิ้นผิง” กดดัน “ปูติน” ยุติก่ออาชญากรรมสงคราม

สหรัฐฯ เรียกร้องประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ควรกดดันให้ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ยุติการก่ออาชญากรรมสงครามในยูเครน 

ผู้นำจีนและรัสเซียจะพบกันอีกครั้งในวันอังคารเพื่อพูดคุยอย่างเป็นทางการระหว่างการเยือนรัสเซียครั้งแรกของนายสี นับตั้งแต่การรุกรานยูเครนของรัสเซีย

จอห์น เคอร์บี โฆษกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติของทำเนียบขาว เรียกร้องให้นายสีร้องขอให้รัสเซียถอนทหารออกจากยูเครน โดยกล่าวว่า การแสวงหาข้อตกลงหยุดยิงนั้นไม่เพียงพอ

“เราหวังว่าประธานาธิบดีสีจะกดดันประธานาธิบดีปูตินให้ยุติการโจมตีเมืองต่างๆ ที่รวมถึงโรงพยาบาล และโรงเรียนในยูเครน ยุติการก่ออาชญากรรมสงครามและความโหดร้ายป่าเถื่อน และถอนทหารออกไป แต่เรากังวลว่า แทนที่จีนจะย้ำการเรียกร้องให้มีการหยุดยิงโดยปล่อยให้กองกำลังรัสเซียอยู่ในดินแดนอธิปไตยของยูเครน และการหยุดยิงใดๆ ที่ไม่ได้ระบุถึงการถอนกองกำลังรัสเซียออกจากยูเครน จะถือเป็นการให้สัตยาบันในการยึดครองดินแดนอย่างผิดกฎหมายของรัสเซีย”

ด้านนายปูตินกล่าวว่า เขาจะหารือเกี่ยวกับแผน 12 ข้อที่เสนอโดยนายสี เพื่อยุติวิกฤติรุนแรงในยูเครน พร้อมกล่าวว่า “เราเปิดกว้างสำหรับกระบวนการเจรจาเสมอ” ขณะที่ทั้งสองผู้นำต่างเรียกกันและกันว่า “เพื่อนรัก”

จีนเปิดเผยแผนการยุติสงครามเมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งรวมถึง “การยุติความเป็นปรปักษ์” และแผนการเจรจาสันติภาพ อย่างไรก็ตาม แผนของจีนไม่ได้ระบุเจาะจงว่ารัสเซียจะต้องถอนกำลังออกจากยูเครน ซึ่งยูเครนยืนยันว่าเป็นเงื่อนไขเบื้องต้นสำหรับการเจรจา แต่กลับพูดถึง “การเคารพอธิปไตยของทุกประเทศ” และเสริมว่า “ทุกฝ่ายต้องมีเหตุผลและใช้ความยับยั้งชั่งใจ” และ “ค่อยๆ ลดระดับสถานการณ์” แผนดังกล่าวยังประณามการใช้ “การคว่ำบาตรฝ่ายเดียว” ซึ่งมองว่าเป็นการวิพากษ์วิจารณ์ชาติตะวันตกซึ่งเป็นพันธมิตรของยูเครนอย่างคลุมเครือ

ในวันจันทร์ ทางการรัสเซียให้การต้อนรับนายสีอย่างอบอุ่นที่กรุงมอสโก ในช่วงเริ่มต้นของการเดินทางเยือน 3 วัน นายปูตินยกย่องจีนว่าปฏิบัติตามหลักความยุติธรรม และผลักดันความมั่นคงที่ไม่มีการแบ่งแยกสำหรับทุกประเทศ เขายังเสริมว่า จีนได้ พัฒนาอย่างก้าวกระโดดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยกล่าวว่า “เรารู้สึกอิจฉาด้วยซ้ำ”

ในทางกลับกัน นายสีบอกกับนายปูตินว่า “ภายใต้การนำที่แข็งแกร่งของคุณ รัสเซียมีความก้าวหน้าอย่างมากในการพัฒนาที่เจริญรุ่งเรือง ผมมั่นใจว่าประชาชนรัสเซียจะยังคงให้การสนับสนุนอย่างมั่นคงต่อคุณ”

ก่อนการมาถึงของนายสี นายปูตินระบุในบทความของหนังสือพิมพ์พีเพิลส์ เดลี ของรัฐบาลจีนว่า ทั้งสองประเทศจะไม่อ่อนแอลงด้วยนโยบายที่ก้าวร้าวของสหรัฐฯ ผู้นำยูเครนยังเน้นย้ำอย่างเปิดเผยถึงจุดยืนร่วมกันที่พวกเขามีกับจีน นั่นคือการเคารพอำนาจอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน แต่โดยส่วนตัวแล้ว พวกเขาพยายามล็อบบี้ให้มีการประชุมหรือคุยโทรศัพท์ระหว่างประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี และนายสี

สิ่งนี้สะท้อนโดยนายเคอร์บี ซึ่งเรียกร้องให้นายสีแสดงบทบาทที่สร้างสรรค์ในความพยายามที่จะยุติความขัดแย้งด้วยการพูดคุยกับนายเซเลนสกี

สิ่งที่รัฐบาลยูเครนหวั่นเกรงคือการที่จีนให้การสนับสนุนรัสเซีย ซึ่งปัจจุบันอาศัยเทคโนโลยีและการค้า อาจกลายเป็นด้านการทหาร ซึ่งอาจรวมถึงกระสุนปืนใหญ่ด้วย ขณะที่รัสเซียถือเป็นแหล่งน้ำมันสำหรับเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของจีน และถูกมองว่าเป็นพันธมิตรในการยืนหยัดต่อสู้กับสหรัฐฯ.

สุดระทึก ลิฟต์ร่วงลงชั้นใต้ดินบราซิล เหตุคนเข้าลิฟต์เกินความจุ (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2659493

สุดระทึก ลิฟต์ร่วงลงชั้นใต้ดินบราซิล เหตุคนเข้าลิฟต์เกินความจุ (คลิป)

21 มี.ค. 2566 13:38 น.

สุดระทึก ลิฟต์ร่วงลงชั้นใต้ดินบราซิล เหตุคนเข้าลิฟต์เกินความจุ (คลิป)

อุทาหรณ์ ขึ้นลิฟต์เกินจำนวนความจุ ส่งผลให้ลิฟต์คอนโดในบราซิลร่วงลงกระแทกพื้น บาดเจ็บอย่างน้อย 3 ราย

เหตุไม่คาดคิดครั้งนี้เกิดขึ้นที่คอนโดแห่งหนึ่งทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศบราซิล โดยคลิปจากกล้องวงจรปิดภายในลิฟต์ที่หยุดที่ชั้น 10 ของอาคาร ก่อนจะเห็นผู้โดยสารจำนวนมากเบียดเข้ามาภายในลิฟต์จนแน่น รวม 11 คน ทั้งๆ ที่ลิฟท์ดังกล่าวสามารถจุผู้โดยสารได้เพียง 8 คนเท่านั้น โดยลิฟต์ยังคงทำงานปกติจนมาถึงชั้นล็อบบี้แต่ประตูไม่ยอมเปิดออก ก่อนที่จู่ๆ ลิฟต์จะดิ่งลงไปกระแทกพื้นชั้นใต้ดิน จนมีผู้บาดเจ็บสาหัสอย่างน้อย 3 ราย

มีรายงานว่าประตูลิฟต์ยังคงเปิดออกไม่ได้ ส่งผลให้คนยังคงติดอยู่ในลิฟต์ตัวดังกล่าวนาน 9 นาที ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะนำอุปกรณ์มาช่วยงัดประตูลิฟต์ออก โดยมีการลำเลียงผู้บาดเจ็บส่งตัวไปยังโรงพยาบาลใกล้เคียงทันที

ลีโอนาร์โด เปเรรา ผู้จัดการของคอนโดดังกล่าว ระบุว่า สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ขึ้นน่าจะเกิดจากลิฟต์บรรทุกน้ำหนักเกิน เคราะห์ยังดีที่บริเวณชั้นใต้ดิน มีกล่องสปริงรองรับทำให้การตกกระแทกไม่รุนแรงกว่านี้ พร้อมยืนยันว่าลิฟต์ของอาคารมีการบำรุงรักษาตามรอบเวลา

ด้านหัวหน้าหน่วยกู้ภัยเซาเปาโล อังเดร เอลเลียส ระบุว่า ผู้โดยสารลิฟต์จะต้องระมัดระวังในการใช้ลิฟต์อยู่เสมอ และที่สำคัญควรจะต้องปฏิบัติตามป้ายเตือน การจำกัดจำนวนผู้โดยสาร และตรวจสอบว่าลิฟต์จอดตรงชั้นหรือไม่ก่อนจะเดินออกจากลิฟต์.

ดูคลิป ที่นี่

ที่มา : เดลีเมล์

“แอมะซอน” เตรียมปลดพนักงานระลอกสองอีก 9,000 คน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2659453

"แอมะซอน" เตรียมปลดพนักงานระลอกสองอีก 9,000 คน

21 มี.ค. 2566 13:30 น.

“แอมะซอน” เตรียมปลดพนักงานระลอกสองอีก 9,000 คน

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา “แอมะซอน” บริษัทอี-คอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ กล่าวว่าจะปรับลดพนักงานอีก 9,000 ตำแหน่ง ท่ามกลางกระแสการปลดพนักงานในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนทำให้บริษัทต่างๆ ต้องลดรายจ่ายลง

นี่ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญสำหรับแอมะซอน ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นบริษัทที่ส่งเสริมการจ้างงาน โดยในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา บริษัทเลิกจ้างพนักงานไปแล้ว 27,000 ตำแหน่ง หรือคิดเป็น 9% ของพนักงานทั้งหมดประมาณ 300,000 คน

การปรับลดครั้งล่าสุดมุ่งเน้นไปที่กลุ่มธุรกิจคลาวด์ที่ทำกำไรได้สูง และแผนกโฆษณาซึ่งครั้งหนึ่งเคยถูกมองว่าไม่สามารถแตะต้องได้จนกระทั่งความกังวลทางเศรษฐกิจทำให้ลูกค้าของบริษัทต้องตรวจสอบการใช้จ่ายของตน

การปลดพนักงานจะส่งผลกระทบต่อ “ทวิตช์” (Twitch) หน่วยสตรีมมิงของแอมะซอนเช่นกัน ด้าน แดน แคลนซี ซึ่งได้รับการเสนอชื่อให้เป็นซีอีโอของทวิตช์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว กล่าวว่า แพลตฟอร์มดังกล่าวจะเลิกจ้างพนักงานมากกว่า 400 คน โดยแอมะซอนตั้งเป้าที่จะสรุปรายชื่อผู้ที่จะถูกเลิกจ้างในการลดพนักงานรอบใหม่ภายในเดือนเมษายนนี้ 

การตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากข่าวการปลดพนักงานในภาคเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากบริษัทที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลกหลายแห่ง เช่น ไมโครซอฟท์ และอัลฟาเบต เช่นเดียวกับ เมตา แพลตฟอร์มส์ ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของเฟซบุ๊ก ที่กล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า จะเลิกจ้างงาน 10,000 ตำแหน่งในปีนี้ ซึ่งถือเป็นการปลดพนักงานรอบที่สอง หลังจากลดตำแหน่งงานมากกว่า 11,000 ตำแหน่งในปี 2565

ในบันทึกถึงพนักงานที่แอมะซอนโพสต์ทางออนไลน์ นายแอนดี้ แจสซี ซีอีโอของแอมะซอน กล่าวว่า การตัดสินใจดังกล่าวเกิดจากการวิเคราะห์ลำดับความสำคัญและความไม่แน่นอนเกี่ยวกับเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง

“บางคนอาจถามว่าทำไมเราไม่ประกาศลดพนักงานครั้งนี้ พร้อมกับที่เราประกาศเมื่อสองสามเดือนก่อน คำตอบสั้นๆ ก็คือไม่ใช่ทุกทีมที่สามารถวิเคราะห์เสร็จในช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วง และเนื่องจากเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนที่เรากำลังเผชิญอยู่ รวมถึงความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ เราจึงเลือกที่จะปรับปรุงค่าใช้จ่าย และจำนวนพนักงานให้คล่องตัวมากขึ้น”

เมื่อเดือนที่แล้ว แอมะซอนกล่าวว่ากำไรจากการดำเนินงานอาจลดลงอย่างต่อเนื่องในไตรมาสปัจจุบัน ที่มีสาเหตุจากผลกระทบทางการเงินของผู้บริโภคและลูกค้าระบบคลาวด์ที่จำเป็นต้องลดการใช้จ่าย.

ฟินแลนด์ ครองแชมป์ประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลก 6 ปีซ้อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2659408

ฟินแลนด์ ครองแชมป์ประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลก 6 ปีซ้อน

21 มี.ค. 2566 12:31 น.

ฟินแลนด์ ครองแชมป์ประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลก 6 ปีซ้อน

ฟินแลนด์ครองตำแหน่งเป็นประเทศที่มีความสุขมากที่สุดในโลก ติดต่อกันเป็นปีที่ 6 แล้ว ส่วนประเทศไทย อยู่อันดับ 60

รายงานความสุขโลกประจำปี 2023 ซึ่งจัดทำโดยเครือข่ายวิชาการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ขององค์การสหประชาชาติ (Sustainable Development Solutions Network-SDSN) ที่เผยแพร่เนื่องในวันความสุขสากล วันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา พบว่า ฟินแลนด์ยังครองอันดับ 1 ประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลก ติดต่อกันเป็นปีที่ 6 โดยชาวฟินแลนด์ราว 5.5 ล้านคน มีคุณภาพชีวิตที่ดีในทุกด้าน ทั้งความเป็นอยู่ การศึกษา ความปลอดภัย และสวัสดิการด้านต่างๆ ขณะที่อัตราคดีอาชญากรรม ความไม่เท่าเทียม และความยากจน อยู่ในระดับต่ำที่สุดในโลก

ส่วนประเทศที่มีความสุขรองลงมา ส่วนใหญ่เป็นประเทศในกลุ่มนอร์ดิกเช่นกัน โดยประเทศที่อยู่ใน 20 อันดับแรก ได้แก่ เดนมาร์ก ไอซ์แลนด์ อิสราเอล เนเธอร์แลนด์ สวีเดน นอร์เวย์ สวิตเซอร์แลนด์ ลักเซมเบิร์ก นิวซีแลนด์ ออสเตรีย ออสเตรเลีย แคนาดา ไอร์แลนด์ สหรัฐอเมริกา เยอรมนี เบลเยียม เชโกสโลวาเกีย อังกฤษ และลิธัวเนีย รายงานความสุขโลกเป็นการจัดอันดับความสุขในกว่า 150 ประเทศ อาศัยข้อมูลผลสำรวจของแกลลัป เวิลด์ โพล ด้วยตัวชี้วัดความสุข 6 ข้อ ได้แก่ การสนับสนุนทางสังคม รายได้ สุขภาพ เสรีภาพ ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และการปราศจากการทุจริตคอร์รัปชัน

ส่วนประเทศที่มีความสุขน้อยที่สุดในโลก 10 อันดับแรก ประกอบด้วย อัฟกานิสถาน เลบานอน เซียร์ราลีโอน ซิมบับเว คองโก บอตสวานา มาลาวี คอโมโรส แทนซาเนีย และแซมเบีย ส่วนรัสเซียอยู่ในอันดับที่ 70 ยูเครนอยู่ในอันดับ 92 ขณะที่ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 60.

ที่มา : เดลีเมล์

ฮือฮา จีนรวยเละ พบทองคำมหาศาลนับ 50 ตัน ที่เหมืองทองมณฑลซานตง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2659385

ฮือฮา จีนรวยเละ พบทองคำมหาศาลนับ 50 ตัน ที่เหมืองทองมณฑลซานตง

21 มี.ค. 2566 11:55 น.

ฮือฮา จีนรวยเละ พบทองคำมหาศาลนับ 50 ตัน ที่เหมืองทองมณฑลซานตง

จีนรวยระเบิดเถิดเทิง พบทองคำมหาศาลอีกนับ 50 ตัน ที่เหมืองทองในมณฑลซานตง อีกทั้งแร่ทองคำที่พบยังคุณภาพดีเยี่ยม

เมือ 21 มี.ค. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานอ้างข่าวจาก China Media Group สื่อใหญ่ของทางจีนเปิดเผยว่า จีนได้พบทองคำปริมาณมหาศาล ที่เหมืองทอง Xilaokou ในเขตเมืองหรู่ชาน มณฑลซานตง ทางภาคตะวันออกของจีน โดยคาดประมาณว่ามีทองคำมหาศาลถึง 50 ตัน

สำนักงานสำรวจและพัฒนาทางธรณีวิทยาและแร่ประจำมณฑลซานตง รายงานว่า หลังจากการตรวจหาทองคำ เป็นเวลา 8 ปี ทำให้เหมืองแร่ทองคำ Xilaokou แห่งนี้ กลายเป็นเหมืองทองคำที่มีปริมาณทองคำมากที่สุดในภูมิภาคนี้ อีกทั้งยังเป็นการพบทองคำมากที่สุดเท่าที่เคยพบในปี ค.ศ. 2023

นอกจากนั้น ทองคำที่เหมืองแร่ทอง Xilaokou ยังเป็นทองคำคุณภาพดี สามารถนำแร่ทองคำขึ้นมาจากใต้ดิน และถลุงแร่ทองคำได้ง่ายอีกด้วย

โดยการค้นพบแร่ทองคำปริมาณมหาศาลถึง 50 ตันที่เหมืองทองในครั้งนี้ จะช่วยทำให้จีนสามารถขยายปริมาณทองคำสำรองและสนับสนุนการพึ่งพาตนเองในด้านทรัพยากรที่สำคัญของประเทศ

ที่มา : globaltimes

“รูเพิร์ต เมอร์ด็อค” เจ้าพ่อสื่อ ประกาศเตรียมวิวาห์รอบที่ 5 ในวัย 92 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2659243

"รูเพิร์ต เมอร์ด็อค" เจ้าพ่อสื่อ ประกาศเตรียมวิวาห์รอบที่ 5 ในวัย 92 ปี

21 มี.ค. 2566 08:47 น.

“รูเพิร์ต เมอร์ด็อค” เจ้าพ่อสื่อ ประกาศเตรียมวิวาห์รอบที่ 5 ในวัย 92 ปี

รูเพิร์ต เมอร์ด็อค เผยหมั้นหมายกับแอน เลสลีย์ สมิธ ว่าที่ภรรยาคนที่ 5 เตรียมเข้าพิธีวิวาห์ปลายฤดูร้อนปีนี้ หลังจากหย่าร้างกับเจอร์รี่ ฮอลล์ อดีตภรรยาคนที่ 4 เมื่อปีที่แล้ว

เมื่อวันที่ 21 มี.ค. 2566 เว็บไซต์ข่าวซีเอ็นเอ็น รายงานว่านายรูเพิร์ต เมอร์ด็อค วัย 92 ปี มหาเศรษฐีฉายาเจ้าพ่อวงการสื่อ เปิดเผยว่า เขาได้หมั้นหมายกันแอน เลสลีย์ สมิธ วัย 66 ปี อดีตอนุศาสนาจารย์ตำรวจ และเตรียมเข้าพิธีวิวาห์ในช่วงปลายฤดูร้อนปีนี้ หลังจากเขาหย่าร้างกับเจอร์รี่ ฮอลล์ อดีตภรรยาคนที่ 4 ไปเมื่อปีที่แล้ว

นายเมอร์ด็อคเปิดเผยว่า เขาพบกับว่าที่ภรรยาคนที่ 5 ที่ไร่องุ่นของเขาในรัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา เขาถือว่าทั้งคู่ต่างเป็นของขวัญจากพระเจ้าของกันและกัน และเขาได้ขอเธอแต่งงานในวันเซนต์แพทริก เขาระบุว่า ทันทีที่ได้พบหน้า เขาก็รู้ตัวว่าตกหลุมรักทันที และนี่จะเป็นความรักครั้งสุดท้ายที่ทำให้ชีวิตเขามีความสุข

ทั้งนี้ แอน เลสลีย์ สมิธ เคยสมรสกับเชสเตอร์ สมิธ นักร้องแนวคันทรี และผู้บริหารสถานีวิทยุและโทรทัศน์ ขณะที่เมอร์ด็อคมีลูก 6 คนจากการแต่งงาน 3 ครั้งแรก ได้แก่แพทริเซีย บุคเกอร์ พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของสายการบินออสเตรเลีย ก่อนที่จะแต่งงานใหม่กับแอนนา มานน์ นักข่าวสาวเชื้อสายสกอตแลนด์ และเวนดี เติ้ง นักธุรกิจเชื้อสายจีน โดยคาดว่าหลังแต่งงานเมอร์ด็อคและแอน เลสลีย์ สมิธ จะใช้ชีวิตด้วยที่บ้านพักในแคลิฟอร์เนีย มอนทานา นิวยอร์ก และอังกฤษ.

UN ประณามเกาหลีเหนือทดสอบขีปนาวุธ ละเมิดมตินานาชาติปลดอาวุธนิวเคลียร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2659236

UN ประณามเกาหลีเหนือทดสอบขีปนาวุธ ละเมิดมตินานาชาติปลดอาวุธนิวเคลียร์

21 มี.ค. 2566 08:39 น.

UN ประณามเกาหลีเหนือทดสอบขีปนาวุธ ละเมิดมตินานาชาติปลดอาวุธนิวเคลียร์

ยูเอ็นประณามเกาหลีเหนือทดสอบขีปนาวุธครั้งล่าสุด ซึ่งถือเป็นการไม่ดำเนินการเป้าหมายระหว่างประเทศในการปลดอาวุธและเข้าสู่การเจรจาหาทางออกสู่สันติภาพที่ยั่งยืนและทำให้คาบสมุทรเกาหลีปลอดจากอาวุธนิวเคลียร์

เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2566 นายอันโตนิโอ กูเตียร์เรส เลขาธิการใหญ่องค์การสหประชาชาติ หรือยูเอ็น อ่านแถลงการณ์ระหว่างการประชุมฉุกเฉินของคณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็น โดยเป็นการประณามการทดสอบขีปนาวุธครั้งล่าสุดของเกาหลีเหนือ ซึ่งเป็นการไม่ดำเนินการตามเป้าหมายระหว่างประเทศในการปลดอาวุธและเข้าสู่การเจรจาหาทางออกสู่สันติภาพที่ยั่งยืนและทำให้คาบสมุทรเกาหลีปลอดจากอาวุธนิวเคลียร์ ขณะที่ยูเอ็นเรียกร้องให้เกาหลีเหนือหันมาดำเนินการตามมติของคณะมนตรีความมั่นคงและร่วมมือกันอย่างสร้างสรรค์

ทั้งนี้ ท่าทีล่าสุดของยูเอ็นมีขึ้นหลังจากเมื่อวันเสาร์และอาทิตย์ที่ผ่านมาเกาหลีเหนือจัดการซ้อมรบแบบจำลองการซ้อมยิงอาวุธนิวเคลียร์เชิงยุทธวิธี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนงานของกรุงเปียงยางเพื่อตอบโต้การร่วมซ้อมรบระหว่างสหรัฐฯ และเกาหลีใต้

สื่อท้องถิ่นของเกาหลีเหนือรายงานว่า เกาหลีเหนือได้ยิงขีปนาวุธวิถีโค้งเชิงยุทธวิธีติดหัวนิวเคลียร์จำลองที่จุดระเบิดได้อย่างถูกต้องกลางอากาศ ที่ระดับความสูง 800 เมตรหลังบินเป็นระยะทาง 800 กิโลเมตร ขณะที่การทดสอบขีปนาวุธแห่งนี้มีนายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดได้ไปร่วมชมด้วยตัวเอง

ด้านลินดา โธมัส กรีนฟิลด์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำยูเอ็นกล่าวว่า การทดสอบขีปนาวุธครั้งล่าสุดของเกาหลีเหนือไม่เพียงแต่จะเป็นภัยคุกคาม บ่อนทำลายความมั่นคงและละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นการไฟเขียวให้เกาหลีเหนือพัฒนาอาวุธอันตรายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งนับเป็นการไร้ความรับผิดชอบและยิงขีปนาวุธแบบไม่แจ้งล่วงหน้ายังเป็นอันตรายต่อการบินระหว่างประเทศและเดินเรือในน่านน้ำด้วย.

EU เห็นชอบมอบกระสุนปืนใหญ่ 1 ล้านลูก มูลค่า 2 พันล้านยูโรให้ยูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2659180

EU เห็นชอบมอบกระสุนปืนใหญ่ 1 ล้านลูก มูลค่า 2 พันล้านยูโรให้ยูเครน

21 มี.ค. 2566 04:32 น.

EU เห็นชอบมอบกระสุนปืนใหญ่ 1 ล้านลูก มูลค่า 2 พันล้านยูโรให้ยูเครน

ชาติสมาชิกสหภาพยุโรปเห็นชอบแผนการมอบกระสุนปืนใหญ่อย่างน้อย 1 ล้านลูก มูลค่ากว่า 2 พันล้านยูโรให้แก่ยูเครนตลอด 1 ปีข้างหน้า หลังเคียฟขอกระสุนเพิ่ม

เมื่อวันจันทร์ที่ 20 มี.ค. 2566 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจาก 17 ชาติสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) และนอร์เวย์ ร่วมการประชุมในกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม และลงนามข้อตกลงจัดหาเครื่องกระสุนมูลค่ากว่า 2 พันล้านยูโร (ราว 7.3 หมื่นล้านบาท) โดยจะจัดหากระสุนปืนใหญ่ให้ยูเครนอย่างน้อย 1 ล้านลูกตลอด 1 ปีข้างหน้า

แผนการดังกล่าวแบ่งเป็น 2 ส่วน โดยส่วนแรกชาติสมาชิก EU จะระดมทุนจำนวน 1 พันล้านยูโร เพื่อจัดหาเครื่องกระสุนที่พวกเขามีอยู่ในสต๊อกอยู่แล้ว เพื่อมอบให้แก่ยูเครนภายในสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้ ขณะที่ส่วนที่ 2 พวกเขาจะระดมทุนอีก 1 พันล้านดอลลาร์ ร่วมกันจัดซื้อกระสุนปืนขนาด 155 มม. ให้ยูเครน

EU หวังว่า คำสั่งซื้อร่วมกันของพวกเขาจะช่วยกระตุ้นให้บริษัทด้านการทหารในยุโรป เพิ่มกำลังผลิตกระสุนมากขึ้น โดยหวังว่าจะมีการลงนามสัญญาซื้อขายกันในช่วงต้นเดือนกันยายน

อย่างไรก็ตาม ภายใต้ข้อตกลงนี้ประเทศที่ลงนามจะต้องแบ่งปันข้อมูลเครื่องกระสุนในคลังของพวกเขา ซึ่งตามปกติจะเก็บเป็นความลับ ท่ามกลางคำถามที่ว่า ชาติสมาชิก EU จะสามารถมอบกระสุนในคลังแสงของพวกเขาออกมาได้มากเท่าใด โดยที่ไม่ทำให้ประเทศของตัวเองตกอยู่ในความเสี่ยง

ความเคลื่อนไหวล่าสุดเกิดขึ้นหลังจากรัฐบาลยูเครนแจ้งต่อสหภาพยุโรปว่า พวกเขาต้องการกระสุนปืนใหญ่เดือนละ 350,000 ลูก เพื่อต้านทานการรุกรานของกองทัพรัสเซีย และเพื่อโจมตีตอบโต้ โดยนาย ดีมีโตร คูเลบา รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของยูเครน กล่าวชื่นชมการตัดสินใจของ EU ว่าเป็นตัวเปลี่ยนเกม และเป็นสิ่งที่ยูเครนกำลังต้องการ

นาย โจเซป บอร์เรลล์ หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรป เพิ่งออกมาเตือนเมื่อไม่นานมานี้ว่า การจัดหากระสุนปืนใหญ่ให้ยูเครนเป็นสิ่งจำเป็น มิเช่นนั้นยูเครนอาจแพ้สงคราม เขาบอกอีกว่า รัสเซียยิงปืนใหญ่วันละ 50,000 ลูก อุปทานของยูเครนต้องยกระดับไปอยู่จุดเดียวกัน

อีกด้านหนึ่ง สหรัฐฯ ระบุว่าพวกเขากำลังเตรียมแพ็กเกจช่วยเหลือทางทหารแก่ยูเครนก้อนใหม่ มูลค่า 350 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งรวมถึงกระสุนสำหรับเครื่องยิงจรวด ‘ไฮมาร์’, กระสุนปืนใหญ่ขนาด 155 มม. และปืนใหญ่ฮาวอิตเซอร์

ที่มา : bbc