MDดุสิตพร็อพเพอร์ตี้ส์ฯ ลาออก ลงผู้สมัคร สส.กทม. สังกัด ‘ชาติพัฒนากล้า’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545335

22 มี.ค. 2566

MDดุสิตพร็อพเพอร์ตี้ส์ฯ ลาออก ลงผู้สมัคร สส.กทม. สังกัด 'ชาติพัฒนากล้า'

MDดุสิตพร็อพเพอร์ตี้ส์ฯ ลาออก ตัดสินใจลงการเมืองสังกัด ‘ชาติพัฒนากล้า’ ส่งลงพื้นที่เขตสาทร ปทุมวัน ราชเทวี โชว์ผลงานบริหารสินทรัพย์เพียบ

เมื่อวันที่ 22 มี.ค. พรรคชาติพัฒนากล้าเปิดตัวผู้สมัครหน้าใหม่ นายวรนนท์ อัศวกิตติเมธิน ที่ได้ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท ดุสิตธานี พร็อพเพอร์ตีส์ รีท จำกัด มาลงสมัครรับเลือกตั้งในพื้นที่เขต สาทร ปทุมวัน ราชเทวี 

นายวรนนท์ กล่าวว่า ตนมีพื้นฐานเป็นนักการเงิน มีประสบการณ์ เริ่มเป็นผู้จัดการกองทุนอสังหาริมทรัพย์ตั้งแต่อายุ 26 ปี ผ่านงานบริหารจัดการสินทรัพย์มา 16 ปี จึงเชื่อว่าจะสามารถนำความรู้มาบริหารสินทรัพย์ของประเทศได้ 

สาเหตุที่เลือกพรรคชาติพัฒนากล้า เพราะชื่นชอบนายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า เป็นผู้ที่นักการเงินยกให้เป็นแบบอย่าง ประกอบกับนโยบายของพรรคสอดคล้องกับสิ่งที่ตัวเองเชี่ยวชาญและคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกัน คิดว่าจะสามารถมาเติมเต็มความเป็นมืออาชีพทางการเงิน ร่วมแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศกับพรรคชาติพัฒนากล้าได้อย่างแน่นอน 
 

ส่วนการลงสมัครเขต สาทร ปทุมวัน ราชเทวี เนื่องจากเป็นบ้านเกิด รวมถึงเป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่มีฐานเสียงของผู้ประกอบการที่ตนคลุกคลีมาตลอดการทำงานในฐานะนักการเงินและด้วยความที่มาจากครอบครัวของคนชั้นกลาง ทำให้เข้าใจคนทั้งสองกลุ่มนี้เป็นอย่างดี   

ประวัติการทำงานด้านการบริหารสินทรัพย์ อาทิ ผู้จัดการกองทุนบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนนครหลวงไทย เจ้าหน้าที่ชำนาญการ บริหารอสังหาริมทรัพย์ มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนแลนด์ แอนด์ เฮาส์ จำกัด และตำแหน่งล่าสุด คือ กรรมการผู้จัดการ ดุสิตพร็อพเพอร์ตี้ส์ รีท จำกัด เป็นต้น 
นายวรนนท์ อัศวกิตติเมธินนายวรนนท์ อัศวกิตติเมธินนายวรนนท์ อัศวกิตติเมธิน และ นายกรณ์ จาติกวณิช นายวรนนท์ อัศวกิตติเมธิน และ นายกรณ์ จาติกวณิช

ประกาศราชกิจจาฯ 2 รัฐมนตรี พ้นจากตำแหน่งแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545325

22 มี.ค. 2566

ประกาศราชกิจจาฯ 2 รัฐมนตรี พ้นจากตำแหน่งแล้ว

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี 2 รัฐมนตรี สมศักดิ์-สิริยะ พ้นจากตำแหน่ง มีผลตั้งแต่ 17 มี.ค. 2566

22 มี.ค. 2566 :  เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง รัฐมนตรีลาออก

ด้วยได้มีรัฐมนตรีขอลาออกจากตำแหน่งจำนวน 2 ราย คือ 1. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ขอลาออกจากตำแหน่ง ตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคม 2566

ความเป็นรัฐมนตรีของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน จึงสิ้นสุดลงตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคม 2566 ตามความในมาตรา 170 (2) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

ประกาศราชกิจจาฯ 2 รัฐมนตรี พ้นจากตำแหน่งแล้ว

2. นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ขอลาออกจากตำแหน่ง ตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคม 2566 ความเป็นรัฐมนตรีของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ จึงสิ้นสุดลงตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคม 2566 ตามความในมาตรา 170 (2) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

ประกาศ ณ วันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2566

‘นายกฯ’ อ่านสาร ‘วันน้ำโลก’ ขอให้คนไทยอนุรักษ์-ใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545323

22 มี.ค. 2566

'นายกฯ' อ่านสาร 'วันน้ำโลก' ขอให้คนไทยอนุรักษ์-ใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า

‘นายกฯ’ อ่านสาร ‘วันน้ำโลก’ ขอให้คนไทย อนุรักษ์-ใช้น้ำ อย่างรู้คุณค่า ชี้รัฐบาลบริหารจัดการน้ำต่อเนื่อง ทุกภาคส่วนร่วมมือกันเกิดคณะกรรมการลุ่ม 22 แห่ง

วันที่ 22 มี.ค. เนื่องใน “วันน้ำโลก” ประจำปี 2566 นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม อ่านสารผ่านบันทึกวีดิทัศน์ออกอากาศทางเพจไทยคู่ฟ้า Facebook และสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ขอความร่วมมือร่วมใจกันอนุรักษ์และใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า รวมทั้งมีส่วนร่วมเป็นภาคีเครือข่ายความร่วมมือระหว่างกัน

โดยระบุว่า “น้ำ” เป็นทรัพยากรสำคัญที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ องค์การสหประชาชาติกำหนดให้วันที่ 22 มีนาคมของทุกปี เป็นวันน้ำโลก เพื่อกระตุ้นให้ประชาคมโลกร่วมกันรณรงค์ให้เกิดการฟื้นฟูและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน 

ในปี 2566 องค์การสหประชาชาติได้กำหนดประเด็นสำคัญในหัวข้อ “เร่งการเปลี่ยนแปลง” ด้วยการลงมือปฏิบัติเพื่อลดวิกฤตด้านน้ำและสุขาภิบาล รณรงค์ให้ทุกคนร่วมกันเป็นผู้เปลี่ยนแปลง สิ่งที่อยากเห็นในโลกใบนี้

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในทุกมิติ ขับเคลื่อนภารกิจ คำนึงถึงปัจจัยรอบด้าน จากการวิเคราะห์ข้อมูลของหน่วยงานและองค์กร รวมทั้งสภาพปัจจุบันและแนวโน้มที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตจากวิกฤตการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ 
 

แผนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแบบพลวัตโดยการมีส่วนร่วมของประชาชน 5 ด้าน คือ 
– การบริการน้ำอุปโภคบริโภคที่ได้มาตรฐานอย่างเท่าเทียม 
– การสร้างความมั่นคงและเพิ่มผลิตภาพของน้ำ 
– การลดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินจากภัยพิบัติด้านน้ำ 
– การฟื้นฟูป่าต้นน้ำและคุณภาพน้ำ 
– การเสริมความเข้มแข็งในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของชุมชน ด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม บนพื้นฐานของการรักษาสมดุลนิเวศ วิถีทางสังคม เศรษฐกิจของพื้นที่ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อสร้างสมดุลการอนุรักษ์ฟื้นฟูและพัฒนาแหล่งนํ้าด้วยการบริหารจัดการพื้นที่ในลักษณะลุ่มนํ้าอย่างเป็นระบบ

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ขณะนี้มีคณะกรรมการลุ่มน้ำ ทั้ง 22 ลุ่มน้ำของประเทศที่เป็นกลไกหลักในการเชื่อมโยงและขับเคลื่อนทุกพื้นที่ มีภาคีหน่วยงาน องค์กร นักวิชาการและปราชญ์ท้องถิ่น ควบคู่กับการทำความเข้าใจและขยายเครือข่ายแนวร่วมภาคประชาชน และเดินหน้าไปพร้อมกับประเทศสมาชิกในการประกาศคำมั่นโดยสมัครใจ เพื่อยืนยันความร่วมมือ  

โดยวันที่ 22 – 24 มีนาคม 2566 มีการประชุมสหประชาชาติทบทวนการดำเนินงานด้านน้ำในห้วงครึ่งแรกของทศวรรษระหว่างประเทศแห่งการดำเนินการ “น้ำสำหรับการพัฒนาที่ยั่งยืน” ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา 

เปิดตัว ‘ผู้สมัครสส.’ กทม. ศุกร์นี้ ‘เพื่อไทย’ ยัน มีเซอร์ไพรส์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545324

22 มี.ค. 2566

เปิดตัว 'ผู้สมัครสส.' กทม. ศุกร์นี้ 'เพื่อไทย' ยัน มีเซอร์ไพรส์

ศุกร์ที่ 24 มี.ค.นี้ ‘เพื่อไทย’ เปิดตัว ‘ผู้สมัครสส.’ กทม. ครบทั้ง 33 เขต มั่นใจมีเซอร์ไพรส์ 10 นโยบายเพื่อคนกรุงเทพฯ

คิดใหญ่ทำเป็น เพื่อคนกรุงเทพฯ เพื่อไทยประกาศความพร้อม กทม.จัดเวทีปราศรัยใหญ่ 24 มี.ค.นี้  เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครสส.กทม. ครบ 33 เขต – เปิด 10 นโยบายเพื่อคนกรุงเทพฯ มั่นใจมีเซอร์ไพรส์แน่

คิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อคนกรุงเทพฯ จะจัดขึ้นในวันที่ 24 มี.ค.66 นี้ โดยภายในงานจะมีการแสดงวิสัยทัศน์ ใหม่ในอนาคต 4 ด้านเพื่อคนกรุงเทพฯแบะประเทศไทย พร้อมเปิดตัวนโยบายใหม่ 10 ด้าน  ครอบคลุมด้านเศรษฐกิจ มลพิศ การศึกษา สิ่งแวดล้อม การรักษาพยาบาล ฯลฯ  ที่สเตเดียมวัน จุฬา ซอย 6 ตั้งแต่ 17.30-19.30 น

กำหนดการเปิดตัวผู้สมัครสส.กทม. พรรคเพื่อไทบกำหนดการเปิดตัวผู้สมัครสส.กทม. พรรคเพื่อไทบ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ประธานภาค กทม.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า แม้พรรคเพื่อไทยได้ท้วงติงและไม่เห็นด้วยกับการแบ่งเขต กทม. ว่าอาจจะก่อให้เกิดปัญหาด้านข้อกฎหมาย และสร้างความสับสนให้กับพี่น้องประชาชน เป็นการแบ่งเขตที่พิลึกพิลั่น และมีความวิตกกังวลว่าอาจจะเกิดการล้มบัตรกาเบอร์ในวันเลือกตั้ง 

แต่เมื่อมีการประกาศแล้ว พรรคเพื่อไทยพร้อมรับทุกกติกา จึงมีการจัดสรรผู้สมัครสส.กทม. ใหม่ ทั้ง 33 เขตให้มีความเหมาะสมกับพื้นที่ เพราะบางเขต บางแขวงมีการทับซ้อนกันบ้างในบางพื้นที่ จึงมีการเปลี่ยนป้ายหาเสียง และชี้แจงพี่น้องประชาชน

พรรคเพื่อไทย กรุงเทพ มีความพร้อมแล้ว 100%  และจะมีการเปิดตัวในเวทีปราศรัยใหญ่วันที่ 24 มีนาคม 2566 ภายใต้แคมเปญ ‘คิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อคนกรุงเทพ มั่นใจว่าผู้สมัคร สส.กทม.ทั้ง 33 เขตน่าจะทำงานได้ดีและประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินในการเลือกตั้ง

นางสาวสกาวใจ พูนสวัสดิ์ ว่าที่ผู้สมัครสส.กทม.พรรคเพื่อไทย บอกว่า การจัดงานครั้งนี้มีความยิ่งใหญ่และไม่เหมือนใคร มีเซอร์ไพรส์แน่นอน  มีผู้ร่วมงานเป็นกลุ่ม LGBTQ  สายมู ดารา ด้อมต่างๆ หลากหลายอาชีพ

โดยจะมีการเปิดพื้นที่ให้พี่น้องประชาชนที่มาร่วมงานแสดงความคิดเห็นถึงปัญหาต่างๆ ใน กทม.ว่าจะเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง เราจะนำปัญหาของพี่น้องประชาชนไปแก้ไขทันทีที่ได้เป็นรัฐบาล
 

แม้จะมีการแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ แต่ยังมั่นใจ 100% มาเพื่อชนะแน่นอน ส่วนเขตเดิมที่เคยลง ได้ส่งไม้ต่อให้นายอรรครัตน์ นิติพล ซึ่ง เป็นคนในพื้นที่อยู่แล้ว จึงมีความคุ้นชินกับคนในพื้นที่เป็นอย่างดี

“ตั้งแต่เกิดมาไม่เห็นการเปิดตัวอะไรที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ เป็นการเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ที่ไม่เหมือนใครแน่นอน   พวกเราทุกคนต้องการพาพี่น้องประชาชนก้าวไปข้างหน้า วันศุกร์นี้อยากให้มากันเยอะๆ นะคะ” นางสาวสกาวใจกล่าว

‘ผู้พันปุ่น’ หนุนยกเลิกเกณฑ์ทหาร หยุดใช้พลทหารรับใช้นาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545322

22 มี.ค. 2566

'ผู้พันปุ่น' หนุนยกเลิกเกณฑ์ทหาร หยุดใช้พลทหารรับใช้นาย

‘ผู้พันปุ่น’ หนุนยกเลิกเกณฑ์ทหาร ชี้จำนวนเกินความจำเป็น จนพลทหารต้องไปรับใช้ผู้บังคับบัญชา แนะเพิ่มสวัสดิการเชิญชวนให้สมัครใจแทนการบังคับ

เมื่อวันที่ 22 มี.ค. น.ต.ศิธา ทิวารี เลขาธิการพรรคไทยสร้างไทย กล่าวถึงพรรคสนบุสนุนยกเลิกการจับใบดำใบแดง เพื่อเปลี่ยนให้เป็นระบบสมัครใจ ว่า กองทัพในศตวรรษที่ 21 จะต้องให้ความสำคัญกับบุคคลากรของกองทัพ เพื่อดูแลให้ทหาร โดยเฉพาะชั้นผู้น้อย ให้สามารถรับใช้ชาติได้อย่างเต็มความสามารถ และมีความภาคภูมิใจ

โดยงบกองทัพที่ใช้สำหรับทหารเกณฑ์ในปัจจุบันประมาณปีละ 16,000ล้านบาท เฉลี่ยคนละ 12,000 บาท/เดือน หากหักค่าอาหาร และค่าจิปาถะอื่นๆ พลทหารจะเหลือเงินคนละประมาณ 3,000-7,000 บาท/เดือน แล้วแต่ละหน่วยงาน

น.ต.ศิธา มองว่า การเกณฑ์ทหารมีจำนวนมากกว่าความต้องการจริง ทุกเหล่าทัพมีทหารเกณฑ์รวมกันประมาณ 100,000 คน อาสาเป็นทหารประมาณ 5 หมื่นคน จับได้ใบแดงอีก 5 หมื่นคน จึงเห็นภาพพลทหารไปรับใช้ตามบ้านผู้บังคับบัญชา เป็นการใช้งานผิดประเภท และเกินความจำเป็น 

สำหรับคนที่ไม่สมัครใจ แต่ต้องไปเกณฑ์ทหาร ถือเป็นการบังคับ ทำให้พวกเขาต้องเสียอิสระภาพและเสียสิทธิในการทำงานหาเลี้ยงครอบครัวเป็นเวลาถึง 2 ปี 

พรรคไทยสร้างไทยเห็นว่า กองทัพควรที่จะปรับลดจำนวนพลทหารให้เพียงพอต่อความจำเป็นก็พอ หากนำงบประมาณการเกณฑ์ทหาร และลดทอนงบประมาณที่ไม่จำเป็นออกไป เปลี่ยนมาเป็นสวัสดิการเพิ่มงบประมาณให้กับผู้ที่สมัครใจเป็นพลทหาร จะเป็นการสร้างแรงจูงใจให้คนมาสมัครเพิ่มขึ้น การปรับระบบให้ถูกต้องจะทำให้การเกณฑ์ทหารไม่มีอีกต่อไป” น.ต.ศิธา กล่าว

น.ต.ศิธา ทิวารี เลขาธิการพรรคไทยสร้างไทยน.ต.ศิธา ทิวารี เลขาธิการพรรคไทยสร้างไทย

‘ดร.เอ้’ ถอดบทเรียน ‘ซีเซียม-137’ หาย อันตรายถึงชีวิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545319

22 มี.ค. 2566

'ดร.เอ้' ถอดบทเรียน 'ซีเซียม-137' หาย อันตรายถึงชีวิต

‘ดร.เอ้’ จี้หน่วยงานรัฐถอดบทเรียน ‘ซีเซียม-137’ หาย ชี้ชีวิตคนไทยบนเส้นดาย แนะทุกโรงงานต้องมีมาตรฐานตรวจสอบวัสดุอันตราย

ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานนโยบาย กทม. พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กเตือนความอันตรายของสีซีเซียม-137 หายจากโรงไฟฟ้า จ.ปราจีนบุรี ระบุว่า

ชีวิตคนไทยบนเส้นด้าย
เมื่อซีเซียม-137 หายไป อันตรายถึงตาย
เพราะท่านและผมคงอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงกับประเทศนี้ เรื่องมาตรฐานคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม

ใครก็รู้ กัมมันตภาพรังสี ก่อ “โรคมะเร็ง” และมันออกมาแล้ว ต้องใช้เวลานานชั่วชีวิตกว่าจะจางหายไป 
เมื่อฝุ่นโลหะที่ปนเปื้อนกัมมันตรังสีในโรงงานหลอมแห่งหนึ่งในจังหวัดปราจีนบุรี ที่คาดว่าเป็นวัสดุกัมมันตรังสีซีเซียม-137 ไม่รู้ไปอยู่ไหน? สะท้อนสังคมไทยอย่างไร?

นี่เป็นเหตุการณ์ที่สะท้อนชัด ถึง “ปัญหาคุณภาพชีวิตคนไทย” ที่ขาดการดูแล ใส่ใจ ทั้งที่เป็นเรื่องอันตรายถึงชีวิตคน

น่าตกใจมาก เราควรถอดบทเรียนและเรียนรู้ เพื่อหาแนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์รูปแบบนี้ขึ้นอีกในอนาคต #เรียนรู้ไว้ไม่เสียหาย 

1.”ต้องมีมาตรฐาน ต้องรัดกุม และต้องเข้มงวด” กับวัตถุอันตราย
     จากรายงานข่าวคาดว่าวัสดุอันตรายได้มีการสูญหายจากโรงงานก่อนหน้าที่มีการแจ้งหลายวัน แสดงให้เห็นถึงการดูแลความปลอดภัย และ ตรวจสอบวัสดุอันตรายในโรงงานแห่งนั้นยังมีปัญหา ขาดการตรวจเช็คเป็นประจำ มีช่องโหว่ด้านการรักษาความปลอดภัย จนวัสดุกัมมันตรังสี สูญหายออกจากโรงงาน และโรงงานยังไม่ได้แจ้งวัสดุกัมมันตรังสีสูญหายโดยทันที ให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ 

2.”ความปลอดภัยต้องมาก่อนเสียที”
     เพื่อไม่ให้มีเหตุการณ์เกิดขึ้นซ้ำเดิมอีก ทุกโรงงานที่มีการครอบครองวัสดุกัมมันตรังสี หรือ วัสดุอันตรายอื่น ๆ ควรมีการตรวจสอบ และดูแลวัสดุอันตรายให้รัดกุมมากยิ่งขึ้น เพราะเมื่อวัสดุอันตรายถ้าเกิดสูญหายไป อาจสร้างผลกระทบต่อสุขภาพ และชีวิตของประชาชนโดยรอบได้ 

3.”กระบวนการทำงานของโรงงานไทย ต้องยึดหลักสากลอย่างเคร่งครัด”
     มีการคาดการณ์กันว่าฝุ่นโลหะที่ปนเปื้อนกัมมันตรังสีที่คาดว่ามาจากวัสดุกัมมันตรังสีซีเซียม-137 ที่สูญหายไป ได้ถูกหลอมในโรงงานหลอมแห่งหนึ่งที่เป็นโรงงานระบบปิด เมื่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปตรวจ จึงตรวจพบกัมมันตรังสีที่ปนเปื้อนกับฝุ่นโลหะที่โรงงานหลอมได้รวบรวมใส่ถุงไว้
     ถึงแม้ว่าโรงงานหลอมเป็นระบบปิด แต่แสดงให้เห็นถึงมาตรการการตรวจสอบวัตถุที่เป็นอันตรายก่อนการหลอมโลหะในประเทศยังบกพร่อง โรงงานบางแห่งไม่ได้มีเครื่องมือ หรือ อุปกรณ์ตรวจจับกัมมันตรังสีก่อนการหลอม อย่างมีมาตรฐานสากล
    ตรงจุดนี้อาจจะสร้างอันตรายต่อสุขภาพของประชาชนอย่างรุนแรง โดยเฉพาะเด็ก ถ้ามีเหตุการณ์ซ้ำเดิม ฉะนั้นควรมีมาตรการตรวจสอบวัตถุดิบในโรงงานหลอมโลหะที่รัดกุมมากกว่านี้ 

4.”หน่วยงานรัฐต้องรายงานผลอย่างซื่อตรง ชัดเจน ไม่หมกเม็ด”
   ประชาชนทุกคนรวมถึงตัวผม ต่างกังวลถึงอันตรายจากกัมมันตรังสี แม้จะมีรายงานออกมาว่ากัมมันตรังสีไม่ได้ฟุ้งกระจายออกมาเนื่องจากโรงงานเป็นระบบปิด และยังกังวลถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น เช่น ปริมาณกัมมันตรังสีตกค้าง หรือ การกระจายตัวของฝุ่นกัมมันตรังสีออกมาโดยรอบ การรายงานข้อมูลที่ชัดเจน ตรงไปตรงมา และน่าเชื่อถือ จะช่วยให้ประชาชนคลายกังวลได้ 

5.”กัมมันตรังสี และนิวเคลียร์ อยู่ใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิด” 
     แต่เราควรจะเรียนรู้เพื่อใช้งานอย่างปลอดภัย ปัจจุบันวัสดุกัมมันตรังสีอยู่ใกล้กับตัวเรา มีหลายอย่างที่สร้างประโยชน์ให้กับมนุษย์เป็นอย่างมาก ฉะนั้นเราจึงควรเรียนรู้เพื่อใช้งานได้อย่างปลอดภัย ยกตัวอย่าง เครื่องเอกซเรย์ เครื่องฉายรังสีรักษามะเร็งในโรงพยาบาล การใช้ธาตุกัมมันตรังสีในการตรวจหารอยตำหนิในอุตสาหกรรม หรือ การฉายรังสีเพื่อถนอมอาหาร 

   ฉะนั้นเราจึงควรศึกษาและเรียนรู้เพื่อใช้ประโยชน์จากกัมมันตรังสี และนิวเคลียร์อย่างปลอดภัย ปรับปรุงมาตรการและกฎหมายให้มีความรัดกุมมากยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นอีกในอนาคตครับ 

   ผมจึงตั้งใจ ขอเป็นหนึ่งกำลังใหัท่าน ไปแก้ไขเรื่องเหล่านี้เสียที อย่าให้ชีวิตของลูกหลานเรา แขวนไว้บนเส้นด้าย ที่กำลังจะขาดแบบนี้เลยครับ


ที่มา : เอ้ สุชัชวีร์

'ดร.เอ้' ถอดบทเรียน 'ซีเซียม-137' หาย อันตรายถึงชีวิต

อดีตขุนพล ‘อีสาน’ พรรค ‘ประชาธิปัตย์’ คืนสู่รัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545316

22 มี.ค. 2566

อดีตขุนพล 'อีสาน' พรรค 'ประชาธิปัตย์' คืนสู่รัง

แบกภารกิจ ทวงคืนเก้าอี้สส. ‘อีสาน’ ในโอกาสคืนรังเก่า ‘วิฑูรย์’ นามบุตร ควงหลายชาย สมัครเป็นสมาชิกพรรคแบบตลอดชีพ

อดีตขุนพลภาคอีสานพรรคประชาธิปัตย์ ย้อนกลับรังเก่า หลังอัปเปหิตัวเอง ออกไปในปี 2564 เพราะไม่มีตำแหน่งใดๆภายในพรรค  กลับมารอบนี้ แบกภารกิจ ทวงคืนเก้าอี้สส.อีสาน ซึ่งเป้นงานที่ท้าทาย  เพราะไม่ใช่พื้นที่เป้าหมายของพรรค

นายวิฑูรย์ นามบุตร อดีต สส. อีสาน 6 สมัย พร้อมด้วย นายวุฒิพงษ์ นามบุตร ได้เดินทางมาที่พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อเข้าพบนายจุรินทร์  ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค และนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน  เลขาธิการพรรค พร้อมกับได้สมัครสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์แบบตลอดชีพ

วิฑูรย์ นามบุตร กลับเข้าพรรคประชาธิปัตย์วิฑูรย์ นามบุตร กลับเข้าพรรคประชาธิปัตย์

โดยมีนายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค ร่วมให้การต้อนรับภายใต้บรรยากาศการกลับบ้านที่อบอุ่น โดยนายวิฑูรย์ กล่าวว่า การกลับมาครั้งนี้ ตนมีความมั่นใจว่าจะทำให้พรรคประชาธิปัตย์มีที่นั่ง สส. ในภาคอีสาน เพิ่มขึ้นได้อย่างแน่นอน

วิฑูรย์ เป็นอดีตสส.พรรคประชาธิปัตย์มาตั้งแต่ปี 2533ป็นกำลังสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีเพียงไม่กี่คนในพื้นที่ ภาคอีสาน ปัจจุบัน เป็น 1 ใน 2 สส.ภาคอีสาน พรรคประชาธิปัตย์ ที่สามารถชนะการเลือกตั้งเดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548 ได้เป็น สส.อุบลราชธานี เขต 3 (นายอิสสระ สมชัย กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ ได้เป็นสส.อุบลราชธานี เขต 8 )

วิฑูรย์ ยังเคยเป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเงา ในสมับรัฐบาล สมัคร สุนทราเวช ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งรัฐบาลเงา

ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ในลำดับที่ 40 แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง ในปี 2562   และลาออกจากพรรคในปี2564  โดยให้เหตุผลว่าพรรคไม่ให้ดำรงตำแหน่งใดๆ

เปิดใจ ‘อภิสิทธิ์’ ไม่ลงเลือกตั้ง เพื่อความเป็นเอกภาพ ปชป.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545311

22 มี.ค. 2566

เปิดใจ 'อภิสิทธิ์' ไม่ลงเลือกตั้ง เพื่อความเป็นเอกภาพ ปชป.

‘อภิสิทธิ์’ ยันชัด ไม่ลงเลือกตั้ง2566 เพื่อความเป็นเอกภาพ พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมช่วยหาเสียง ระบุความเห็นตนยังไม่สอดคล้องกับพรรค

รายการ คมชัดลึก เนชั่นทีวี พูดคุยกับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประเด็น เบื้องหลัง “อภิสิทธิ์” ไม่ลงปาร์ตี้ลิสต์ ปชป.  หลังมีความชัดเจนที่ไม่ลงเลือกตั้ง สส.บัญชีรายชื่อของพรรค จะเป็นผู้ช่วยหาเสียง ไม่เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ในการสนทนา นายอภิสิทธิ์ บอกเล่าถึงการตัดสินครั้งนี้ว่า ไม่ได้มีอะไรที่ซับซ้อน เมื่อพิจารณาสภาพแวดล้อม เบื้องต้นตนเป็นอดีตสส.และหัวหน้าพรรค ที่ลาออกจากผลการเลือกตั้งปี2562

รายการ คมชัดลึก เนชั่นทีวี พูดคุยกับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประเด็น เบื้องหลัง “อภิสิทธิ์” ไม่ลงปาร์ตี้ลิสต์ ปชป.  รายการ คมชัดลึก เนชั่นทีวี พูดคุยกับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประเด็น เบื้องหลัง “อภิสิทธิ์” ไม่ลงปาร์ตี้ลิสต์ ปชป. 

รวมทั้งการลงมติเข้าร่วมกับรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งได้หาเสียงไว้ว่าจะไม่เข้าร่วม ส่วนตัวต้องรักษาคำพูด ผ่านมาเกือบ4ปี ยืนยันยังคงเป็นสมาชิกพรรคไม่ได้ลาออก และเมื่อมีการยุบสภา ทางหัวหน้าพรรคคนปัจจุบัน นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ได้กล่าวกับสื่อมวลชน เชิญบุคลากรของพรรค อดีตหัวหน้าพรรค ร่วมลงสมัครรับเลือกตั้ง ได้มีการพูดคุยกับทางนายจุรินทร์ และอดีตหัวหน้าพรรค 2 ท่าน คือ นายชวน หลีกภัย กับ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน อะไรจะดีที่สุด แนวคิดของตนในหลายๆอย่างไม่ตรงกับพรรค

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

ถ้าลงรับเลือกตั้งอาจจะเกิดความสับสนและไม่เป็นเอกภาพ ครัง้นี้การแข่งขันเป็นศึกหนัก พรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น เพื่อความเป็นเอกภาพ จึงตัดสินใจไม่ลงเลือกตั้ง ส่วนการจะไปช่วยหาเสียงในพื้นที่ใด ก็จะเป็นไปตามความต้องการของผู้สมัครสส.แต่ละคน ว่าจะไปช่วยเหลือได้ไหม รวมทั้งไม่ให้กระทบกระเทือนต่อการทำงานของการทำงานของพรรค ซึ่งผู้บริหารพรรคปัจจุบันจะต้องเป็นผู้กำหนดทิศทาง 

ต่อคำถามว่าการตัดสินใจไม่ลงเลือกตั้งครั้งนี้ มีแรงกดดันอะไรหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ บอกว่า การที่ตัดสินใจร่วมกัน ไม่มีความประสงค์ที่จะขัดแย้งกับพรรค ข้อยุติอะไรก็ตามอยากให้เป็นข้อสรุปที่ตรงกัน ถ้าถามว่าอยากเป็นสส.ไหม ชีวิตการทำงานส่วนใหญ่ก็เป็นสส.ถ้าลงบัญชีรายชื่อก็เชื่อว่าอยู่ในอันดับที่ได้เป็นสส. แต่คิดว่าตนมีหน้าที่ที่ต้องคิดถึงภาพรวมของพรรค 


แนวคิดส่วนตัวสังคมรับรู้รับทราบมาตลอด4ปี ซึ่งก็ยังไม่เปลี่ยน สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดสำหรับฐานะสมาชิกพรรคก็คือสนับสนุนเท่าที่ทำได้ การที่จะนำตนไปเป็นผู้สมัคร คิดว่าน่าจะมีปัญหาในเชิงเอกภาพ และดูจะไม่เป็นธรรมกับผู้เลือกตั้งเท่าไหร่  ถ้าตัดสินใจให้ตนลงเลือกตั้ง พรรคก็จะถูกตั้งคำถาม ซึ่งไม่เป็นผลดีกับพรรค


การที่ตัดสินใจไม่ลงเลือกตั้ง เพราะมองสถานการณ์ว่ามีโอกาสประชาธิปัตย์จะจับกับขั้วเดิมหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า โดยเงื่อนไขความเป็นจริงก็ยังเป็นพรรคร่วมรับบาลจนกว่าจะมีรัฐบาลชุดใหม่เข้ามา และหัวพรรคปัจจุบันก็กล่าวชัดว่าขอดูตัวเลขก่อน ตนจึงไม่อยากให้เป็นปัญหา อุปสรรค เงื่อนไข ไม่ให้พรรคไม่เดินไปอย่างทีผู้บริหารพรรคต้องการ 

การทำงานการเมือง ตนคิดเสมอว่าไม่ได้เอาตัวเองเป็นตัวตั้ง เป็นแค่นักการเมืองคนหนึ่งที่อยู่ในระบบ และยังสนับสนุนพรรคการเมือง และยืนยันที่จะอยู่กับประชาธิปัตย์ ด้วยประวัติศาสตร์โครงสร้าง เป็นพรรคการเมืองที่เป็นพรรคการเมืองจริงๆ ในมาตรฐานสากล ในพรรคการเมืองก็ต้องมีความคิดเห็นที่หลากหลาย ก็ต้องให้ผู้บริหารพรรคที่มาจากการเลือกตั้ง เป็นผู้กำหนดแนวทาง ใครไม่สนิทใจต่างๆ ไม่ได้แปลว่า ต้องออกจากพรรค ย้ายพรรค ตั้งพรรคใหม่ ระบบการเมืองก็จะไม่เป็นระบบ จึงใช้วิธีแบบสากล ใครที่ไม่สนิทใจในพรรค ก็ปรับบทบาทของตัวเองลงมา เหมือนสมาชิกพรรคทั่วไป 


ส่วนที่เวลามีปัญหาภายในพรรค มักจะถูกกล่าวว่าเป็นสายอภิสิทธิ์หรือไม่ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า สมาชิกพรรคก็มีความหลากหลายในทางคาวมคิด เวลามีข่าวคราวล่ารายชื่อผลักดันให้มีการเปลี่ยนแปลง ทุกครั้งจะมีสมาชิกโทรมาสอบถามในเรื่องการเคลื่อนไหว ตนจะกลับไปไหม

ซึ่งก็ตอบทุกครั้งว่าไม่กลับ ด้วยเหตุผลในการตัดสินใจร่วมรัฐบาล การจะเปลี่ยนแปลงในพรรค เพื่อนำตนกลับเข้าไป ไม่ได้ส่งผลกระทบแค่ในพรรค แต่ส่งผลกระทบกว่างขวางกว่านั้น จึงคิดว่าไม่ใช่วิธีการที่จะทำแบบนั้น ยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรืออยู่เบื้องหลังในทุกการเคลื่อนไหวภายในพรรคประชาธิปัตย์ เพราะหากเป็นจริงตามการตั้งข้อสังเกต คงจะมีความเปลี่ยนแปลงไปแล้ว 


ในเรื่องความนิยมในตัวบุคคล มีการประเมินว่าถ้านายอภิสิทธิ์กลับมาคะแนนนิยมในประชาธิปัตย์จะคืนมา นายอภิสทธิ์ บอว่า ทุกคนมีสิทธิที่จะวิเคราะห์ได้ แต่การบริหารพรรคก็ต้องเดินไปตามระบบ ผู้บริหารชุดปัจจุบัน แสดงความมั่นอกมั่นใจในแนวทางที่เดินอยู่ ยุทธศาสตร์ที่เดินอยู่ กระแสตอบรับ ก็ยืนยันว่าเป็นเป้าหมายที่ทำได้ จึงต้องให้โอกาสดำเนินการมากกว่าที่จะไปทำให้เกิดปัญหาอุปสรรคโดยไม่จำเป็น 


การประเมินสถานการณ์ความนิยมของประชาธิปัตย์จะมีความเปลี่ยนแปลงอะไรหรือไหมในการเลือกตั้งครั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การเมืองจากปี 2562 ถึง 2566 แม้สถานการณ์ดูสงบ รัฐบาลอยู่จนเกือบครบวาระ แต่การแบ่งขั้วทางการเมืองก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงเท่าไหร่ มีปัจจัยเดียวที่เปลี่ยนแปลงคือกรณีพรรคพลังประชารัฐ ที่พร้อมจับมือได้กับทุกขั้ว

แต่แง่ผู้สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ คนสนับสนุนนายทักษิณ ไม่เปลี่ยนแปลง จังกลายเป็นเรื่องที่ประเมินกันว่า การหาเสียงหรือการแข่งขัน จึงไม่หวังที่จะไปดึงฝ่ายตรงข้าม โดยเฉพาะฝ่ายค้าน 4 ปีของรัฐบาล สำรวจความนิยมมาโดยลำดับ ความไม่พอใจรัฐบาลมีเพิ่มขึ้น คะแนนก็ไหลไปอีกฝ่ายโดยอัตโนมัติ จากการที่มีผลสำรวจความเห็นประชาชน พบว่าการไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกใครมีค่อนข้างน้อย อย่างน้อยที่สุดพอจะเห็นเค้าลางแล้วว่าจะเลือกใคร

ถ้าจะเปลี่ยนใจโอกาสเปลี่ยนข้างขั้วมีน้อยมาก จึงเป็นการแข่งขันในขั้วเดียวกัน และมีมากเป้นพิเศษในช่วงเดือนที่ผ่านมา ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ความต่างกันระหว่างการเลือกตั้ง 2ครั้งจึงมีไม่มาก แต่คะแนนฝ่ายค้านเพิ่มขึ้น จากนี้ถึงเลือกตั้ง การหาเสียงก็จะเป็นการขยายส่วนของตัวเอง ในขั้วเดียวกันมากกว่าที่จะไปกินขั้วฝ่ายตรงข้าม

‘อนันต์ชัย’ ร้อง ปปป. สอบสมภารวัดบางม่วง อ้างใช้เงินวัดซื้อ-ขายที่ดิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545299

21 มี.ค. 2566

'อนันต์ชัย' ร้อง ปปป. สอบสมภารวัดบางม่วง อ้างใช้เงินวัดซื้อ-ขายที่ดิน

‘อนันต์ชัย’ พา 2 โยมอุปัฏฐากแจ้งความเจ้าอาวาสวัดบางม่วง อ้างใช้เงินวัดซื้อ-ขายที่ดินโดยมิชอบ รวมถึงสร้างกุฏิรุกล้ำลำคลอง สร้างโรงครัวไม่ได้รับอนุญาต

เมื่อวันที่ 21 มี.ค. นายอนันต์ชัย ไชยเดช ประธานมูลนิธิทนายกองทัพธรรม นำนายสามารถ และนายมานวรรธน์ สุธรรมพิทักษ์ โยมอุปัฏฐากวัดธรรมปัญญาราม (บางม่วง) เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ขอให้ดำเนินคดีกับเจ้าคณะใหญ่อนัมนิกาย เจ้าอาวาสวัดสมณานัมบริหาร และองพจนกรโกศล หรือพระพิสิษฐ์ ศรีวิชา ผู้ช่วยปลัดขวาอนัมนิกาย เจ้าอาวาสวัดธรรมปัญญาราม (บางม่วง) ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 และ 157 ประกอบด้วย มาตรา 86  
 

นายอนันต์ชัย กล่าวว่า นายสามารถแจ้งว่า องพจนกรโกศล เจ้าอาวาสวัดธรรมปัญญาราม (บางม่วง) สร้างกุฏิรุกล้ำลำคลองสาธารณะ สร้างโรงครัวโดยไม่ได้รับอนุญาต และยังนำเงินวัดไปซื้อที่ดินใส่ชื่อของเจ้าอาวาส ก่อนนำไปขายต่อให้บุคคลที่สาม เนื้อที่ 2ไร่ 2 งาน ราคา 1.5 ล้านบาท ซึ่งมูลนิธิทนายกองทัพธรรมได้ตรวจสอบแล้ว น่าจะเป็นเรื่องจริง จึงได้พานายสามารถกับนายมานวรรธน์มาแจ้งความวันนี้

นายมานวรรธ์ กล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 15 มี.ค. 2565 ได้ทำหนังสือร้องเรียนต่อ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ขอให้ตรวจสอบ  ต่อมา ป.ป.ช. ประจำจังหวัดนครปฐม มีหนังสือถึงสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ให้เป็นผู้พิจารณาดำเนินการ กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องเกี่ยวกับการปกครองคณะสงฆ์อนัมนิกาย เป็นอำนาจหน้าที่ของเจ้าคณะผู้ปกครองสงฆ์ จึงส่งต่อเรื่องให้กับพระคณานัมธรรมเมธาจารย์ เจ้าคณะใหญ่อนัมนิกาย เจ้าอาวาสวัดสมณานัม เป็นผู้พิจารณา

แต่ปรากฏว่า เจ้าคณะใหญ่ กลับละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ไม่ยอมตั้งอธิกรณ์หรือตั้งคณะกรรมการสอบสวน ตาม พรบ.คณะสงฆ์ 2505 และตามกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 11 พ.ศ.2521 

'อนันต์ชัย' ร้อง ปปป. สอบสมภารวัดบางม่วง อ้างใช้เงินวัดซื้อ-ขายที่ดิน

โดยนายมานวรรธ์ได้สอบถามต่อ ป.ป.ช. และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติหลายครั้ง แต่กลับไม่ได้รับคำตอบ และบอกว่า ให้ไปดำเนินคดีกับเจ้าคณะใหญ่เอง แต่ตนได้ยินมาว่ามีการไปฉันข้าวร่วมกันที่ต่างจังหวัด และได้พูดถึงคดีดังกล่าวว่า “จะไม่ดำเนินการใดๆ หากพระคณานัมธรรมเมธาจารย์ ยังเป็นเจ้าคณะใหญ่ จะไม่มีใครทำอะไร องพจนกรโกศลได้” 
 
ส่วนคดีซื้อขายที่ดิน องพจนกรโกศล ซื้อที่ดินเมื่อปี 2555 โดยมีใส่ชื่อตนเองร่วมกับสีกาคนหนึ่ง เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ ซึ่งคาดว่าจะนำเงินวัดธรรมปัญญารามไปซื้อและได้มีการรังวัดแบ่งแยกโฉนดคนละครึ่ง แต่ปรากฎว่าปี 2559 ได้ขายที่ดินในส่วนของตนเองให้กับสีกาคนเดิมในราคา 4 แสนบาท และคาดว่าไม่ได้นำเงินจำนวนนี้เข้าวัดธรรมปัญญาราม จึงอยากให้ตรวจสอบซึ่งตนตรวจสอบเพบื้องพบว่า มีการซื้อขายกันจริง 
 
การกระทำดังกล่าวขององพจนกรโกศล นั้น อาจจะเข้าข่ายการกระทำความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 และมาตรา 157 และอาจขัดต่อมติของมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 15/2542 ลงวันที่ 11 พฤษภาคม 2542 เรื่อง คำแนะนำการถือกรรมสิทธิ์และการถือครองที่ดินของวัด ข้อ 4 ระบุว่า “กรณีเจ้าอาวาสนำเงินของวัดไปซื้อที่ดินโดยเจตนาให้เป็นของตน หรือของบุคคลอื่น ถือเป็นการเบียดบังทรัพย์สินของวัด มีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์สินของวัดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147”
 'อนันต์ชัย' ร้อง ปปป. สอบสมภารวัดบางม่วง อ้างใช้เงินวัดซื้อ-ขายที่ดิน

'อนันต์ชัย' ร้อง ปปป. สอบสมภารวัดบางม่วง อ้างใช้เงินวัดซื้อ-ขายที่ดิน

บุคคลในข่าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/2658656

“ยุทธศักดิ์ สุภสร” แถลงข่าวการจัดงาน “CHULA 106 คืนเหย้า ฟังเพลงเพลิน เดินจุฬาฯ”

21 มี.ค. 2566 05:01 น.

  • อินทรีเหล็ก

“ยุทธศักดิ์ สุภสร” แถลงข่าวการจัดงาน “CHULA 106 คืนเหย้า ฟังเพลงเพลิน เดินจุฬาฯ”

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ…..ยอดจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ…..ฉบับประจำวันอังคารที่ 21 มีนาคม 2566

  • ถอดรหัส รวมไทยสร้างชาติ ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กำหนดเปิดตัว ผู้สมัคร ส.ส.ทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 21-24 มี.ค.นี้….วันที่ 21 มี.ค. จะเปิดตัว ส.ส.ภาคกลาง…วันที่ 22 มี.ค.จะเปิดตัว ส.ส.ภาคใต้กับ กทม. ….วันที่ 23 มี.ค. จะเปิดตัวผู้สมัครภาคเหนือ และวันที่ 24 มี.ค. จะเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ภาคอีสาน…ส่วนจะเปิดตัว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรค และ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ด้วยหรือไม่……ห้ามกะพริบตา….กางปฏิทินการเมืองเดินสายปราศรัยทั่วประเทศ ของ รวมไทยสร้างชาติ……ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ เป็นตัวยืน….เสธ.หิ มาเอง หิมาลัย ผิวพรรณ ผู้ประสานงานรวมไทยสร้างชาติ เปิดโรดแม็ป หาเสียง พล.อ.ประยุทธ์ หลังยุบสภา….22 เม.ย. ปราศรัยที่ จ.พิษณุโลก….วันที่ 29 เม.ย. ปราศรัยที่ จ.เชียงใหม่ ที่วางตัวเอาไว้ครบทุกเขต…..เชียงใหม่ ได้ กิ่งกาญจน์ ณ เชียงใหม่ กับ ร.อ.หญิงเดือนเต็มดวง ณ เชียงใหม่ อดีตสมาชิกพลังประชารัฐ มาชนกับเพื่อไทย……สนามเลือกตั้ง 2566 ดุเดือดแน่นอน
เพื่อการศึกษา - ร.ท.ณัยณพ ภิรมย์ภักดี กก.บริษัท ซี.บี.โฮลดิ้ง มอบเงินจำนวน 200,000 บาท ให้สราวุธ วัชรพล เพื่อสมทบทุนมูลนิธิไทยรัฐ โดยมี ฐิตาภา ทรงเผ่า, พรพรรณ พจนพริ้ง, ไพลิน ศิริพัฒน์, สิรญา แก้วพรรณา และ ศศิธร แย้มศิลา มาร่วมในพิธีด้วย ที่ สนง.นสพ.ไทยรัฐ วันก่อน.
เพื่อการศึกษา – ร.ท.ณัยณพ ภิรมย์ภักดี กก.บริษัท ซี.บี.โฮลดิ้ง มอบเงินจำนวน 200,000 บาท ให้สราวุธ วัชรพล เพื่อสมทบทุนมูลนิธิไทยรัฐ โดยมี ฐิตาภา ทรงเผ่า, พรพรรณ พจนพริ้ง, ไพลิน ศิริพัฒน์, สิรญา แก้วพรรณา และ ศศิธร แย้มศิลา มาร่วมในพิธีด้วย ที่ สนง.นสพ.ไทยรัฐ วันก่อน.
  • ท่ามกลางกระแส ยุบพรรคการเมือง ก่อนการเลือกตั้ง…ฉายไฟเข้าไปใน กกต. มีคำร้องขอให้ กกต.พิจารณายุบพรรคการเมือง ต่างๆ เนื่องจากมีการกระทำฝ่าฝืน ม.92 ว่าด้วยพรรคการเมือง…มีทั้งสิ้น 25 พรรค จำนวน 83 เรื่อง…ไม่มีมูล 61 เรื่อง ไม่รับ 3 เรื่องและอีก 19 เรื่องอยู่ระหว่างการพิจารณา….พรรคเพื่อไทย ถูกร้องมากที่สุด 33 เรื่อง ยุติไปแล้ว 27 เรื่อง…อยู่ระหว่างการพิจารณา 6 เรื่อง…..พลังประชารัฐ ถูกร้อง 15 เรื่อง ยุติไปแล้ว 11 เรื่อง อยู่ระหว่างการพิจารณา 3 เรื่อง ถอนคำร้องไป 1 เรื่อง…..ประชาธิปัตย์ ถูกร้อง 3 เรื่อง ยุติไปแล้ว 2 เรื่อง อยู่ระหว่างการพิจารณา 1 เรื่อง…..ก้าวไกลถูกร้อง 5 เรื่อง….ภูมิใจไทย ถูกร้อง 2 เรื่อง….พรรคอื่นๆอีกพรรคละ 1 เรื่อง ซึ่ง นายทะเบียนพรรคการเมือง มีความเห็นยุติเรื่องไปแล้วทั้งหมด….ที่ดูจะหนักหนาสาหัสเหลืออยู่ 3 พรรค พลังประชารัฐ ประชาธิปัตย์ และ เพื่อไทย (เคยเป็นข่าวว่าจะจับมือกันตั้งรัฐบาล)…..ประเด็นเรื่องร้องเรียนสำคัญคือ หลักฐานการโอนเงินเข้าพรรคเล็ก การแต่งตั้งผู้ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองเข้ามามีตำแหน่งทางการเมือง การเดินทางไปพบ ทักษิณ ชินวัตร ของนักการเมืองเข้าข่ายการครอบงำพรรค และ การปราศรัยพาดพิงถึงสถาบัน….ส่วน การแบ่งเขตเลือกตั้ง ที่มีผู้ร้อง เอาผิด กกต.ตาม ม.157….จะกลายเป็นยาพิษ ทำให้การเลือกตั้งในอนาคตเป็นโมฆะ หรือไม่…เป็นบรรยากาศของการเมืองแบบไทย ….ที่ยังติดหล่มจมปลัก
วิวาห์ชื่นมื่น - สุทิน สุทธิสาโกมล–รัตนา เต็มอุดมภาค และ พนา–จินดารัตน์ พิริยะพงศธร จัดงานเลี้ยงฉลองวิวาห์ให้บุตรี วรัญญา พิริยะพงศธร กับบุตร เจษฎา สุทธิสาโกมล โดยมี พณัฐสิทธิ์ ศรีรัตนวงศ์ มาร่วมอวยพรด้วย ท่ามกลางบรรยากาศของความชื่นมื่น ที่โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ วันก่อน.
วิวาห์ชื่นมื่น – สุทิน สุทธิสาโกมล–รัตนา เต็มอุดมภาค และ พนา–จินดารัตน์ พิริยะพงศธร จัดงานเลี้ยงฉลองวิวาห์ให้บุตรี วรัญญา พิริยะพงศธร กับบุตร เจษฎา สุทธิสาโกมล โดยมี พณัฐสิทธิ์ ศรีรัตนวงศ์ มาร่วมอวยพรด้วย ท่ามกลางบรรยากาศของความชื่นมื่น ที่โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ วันก่อน.
  • แจงแล้ว แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง กรณี การยุติการสอบคำร้องยุบพรรคการเมือง …..อ้าง เป็นเรื่องของกฎหมาย ไม่ใช่นายทะเบียนคิดเอาเอง….“อินทรีเหล็ก” เห็นด้วยในช่วงหน้าสิ่วหน้าขวาน กกต. ต้อง ฟอกตัวเองให้สะอาดก่อนที่จะไปซักฟอกนักการเมืองและพรรคการเมือง…..เพราะเสียงที่เล็ดลอดออกมาจาก กกต. เอาแค่การจดทะเบียนพรรคการเมือง….ก็ฮือฮาแล้ว
  • ไหนๆก็ไหนๆ เหตุผลที่ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อำลาพลังประชารัฐ…เพราะจากการทำงาน ร่วมกับพลังประชารัฐ มากว่า 4 ปี พบว่า การทำงานค่อนข้างจะมีอุปสรรค…เนื่องจากพลังประชารัฐ เป็นแกนนำรัฐบาล มี ส.ส.ถึง 118 ที่นั่ง…แต่ด้วย ความเป็นรัฐบาลผสม และ มีการต่อรองโควตา รมต. จน พลังประชารัฐ ไม่สามารถเข้าไปดูแล กระทรวงเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้เต็มที่….จึงไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจให้ประชาชนพอใจได้…..นโยบายหลายเรื่องก็ไม่สามารถผลักดันได้สำเร็จ……ทะลวงจุดอ่อน พลังประชารัฐ ได้ตรงจุด…..จนบัดนี้ พลังประชารัฐ ก็ยังหาหัวหน้าทีมเศรษฐกิจไม่ลงตัว…..ใช่ไม่ใช่
เบิร์ธเดย์ - สุรัศมิ์ ดุลยจินดา จัดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดให้สวีตฮาร์ท ม.ล.ปุญยนุช เกษมสันต์ ดุลยจินดา โดยมี สุรจิตร–นิติรัตน์ เปลี่ยนขำ, สุดจิตร์ สุดจิตต์, วนิดา สุโกศล, ทิวากร ไพเราะ และ เกสินี กล่ำอยู่สุข มาร่วมอวยพรด้วยความชื่นมื่น ที่ห้องอาหารตามกาล สุขุมวิท 8 วันก่อน.
เบิร์ธเดย์ – สุรัศมิ์ ดุลยจินดา จัดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดให้สวีตฮาร์ท ม.ล.ปุญยนุช เกษมสันต์ ดุลยจินดา โดยมี สุรจิตร–นิติรัตน์ เปลี่ยนขำ, สุดจิตร์ สุดจิตต์, วนิดา สุโกศล, ทิวากร ไพเราะ และ เกสินี กล่ำอยู่สุข มาร่วมอวยพรด้วยความชื่นมื่น ที่ห้องอาหารตามกาล สุขุมวิท 8 วันก่อน.
พบกัน 26 มี.ค. - ยุทธศักดิ์ สุภสร แถลงข่าวการจัดงาน “CHULA 106 คืนเหย้า ฟังเพลงเพลิน เดินจุฬาฯ” ในวันที่ 26 มี.ค. โดยมี รัตนาวลี โลหารชุน, ดร.ลักขณา ลีละยุทธโยธิน, ผศ.ดร.ปมทอง มาลากุล ณ อยุธยา และ อัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย มาร่วมแถลงด้วย ที่จุฬา วันก่อน.
พบกัน 26 มี.ค. – ยุทธศักดิ์ สุภสร แถลงข่าวการจัดงาน “CHULA 106 คืนเหย้า ฟังเพลงเพลิน เดินจุฬาฯ” ในวันที่ 26 มี.ค. โดยมี รัตนาวลี โลหารชุน, ดร.ลักขณา ลีละยุทธโยธิน, ผศ.ดร.ปมทอง มาลากุล ณ อยุธยา และ อัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย มาร่วมแถลงด้วย ที่จุฬา วันก่อน.
  • ที่เห็นออกมาพูดเรื่องเศรษฐกิจเป็นเรื่องเป็นราว ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ อดีต รมช.แรงงาน ตำแหน่งในพรรคเป็นแค่ เหรัญญิกพรรค…..วันก่อนไปพูดไว้บนเวทีปราศรัยลานคนเมือง….เพิ่มรายได้ ลดค่าครองชีพ ให้สอดคล้องกับ กทม.เมืองหลวงที่เป็นเมืองเศรษฐกิจหลักของประเทศ เพราะ ผลิตภัณฑ์มวลรวม ร้อยละ 25 มาจาก กทม. เป็นที่รวมของอุตสาหกรรมทุกชนิด….ที่จะต้องผสม ผสานระหว่าง อุตสาหกรรมกับดิจิทัล เข้า ด้วยกัน…และจะเป็นการผลักดัน อุตสาห กรรมการท่องเที่ยว ให้ยั่งยืน…เพราะ ฉะนั้น นโยบายประชานิยม อาจจะกลายเป็นเรื่องล้าสมัย ไม่สอดคล้องกับโครงสร้างเศรษฐกิจในปัจจุบัน…ยกตัวอย่าง รศ.ดร.ยงยุทธ์ เฉลิมวงษ์ ที่ปรึกษาฝ่ายการวิจัยนโยบายทรัพยากรมนุษย์ สถาบัน ทีดีอาร์ไอ วิพากษ์ถึงค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาทเอาไว้…ยังมีแรงงานที่ไม่ได้รับค่าจ้างขั้นต่ำกว่า 4 ล้านคนในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา…..ซึ่ง ไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพ ในปัจจุบัน…ดังนั้น การใช้นโยบายค่าจ้างขั้นต่ำ จำเป็น ต้องมีการบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองแรงงานให้มีประสิทธิภาพ…การขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำอาจทำให้เกิดปัญหาการปลดแรงงาน …..จึงควรเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำไปตามกลไกตลาด…..จบข่าว
โฉมใหม่ - ชูชัย ชัยฤทธิเลิศ จัดงานฉลองปรับโฉมใหม่ร้านเพชร CHUCHAI พร้อมโชว์เครื่องประดับสุดอลังการราคาพิเศษ โดยมี เยาวเรศ ชินวัตร, อภัสรา เตชะรัตนไชย, สุจิตตราภรณ์ ศิริวรรณพร, ดร.รณิดา นกไทยเจริญ และ วนิดา สุโกศล มาร่วมงานด้วย ที่ดิ เอ็มโพเรียม วันก่อน.
โฉมใหม่ – ชูชัย ชัยฤทธิเลิศ จัดงานฉลองปรับโฉมใหม่ร้านเพชร CHUCHAI พร้อมโชว์เครื่องประดับสุดอลังการราคาพิเศษ โดยมี เยาวเรศ ชินวัตร, อภัสรา เตชะรัตนไชย, สุจิตตราภรณ์ ศิริวรรณพร, ดร.รณิดา นกไทยเจริญ และ วนิดา สุโกศล มาร่วมงานด้วย ที่ดิ เอ็มโพเรียม วันก่อน.
  • อ้า ในที่สุด นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ต้องออกประกาศรับสมัครผู้ประสงค์จะดำรงตำแหน่ง เลขาธิการ กสทช. กันใหม่ ระหว่างวันที่ 20 มี.ค.-7 เม.ย.นี้… หลังจากเกือบจะเกิดเหตุการณ์มัดมือชกมาแล้ว…….ข่าวประชาสัมพันธ์ ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. จัดพิธีวันคล้ายวันสถาปนา ททท. ครบ 63 ปี นำเสนอประสบการณ์ที่ทรงคุณค่า และจัดกิจกรรมเสริมทักษะความรู้บุคลากร ททท.ตลอดจน TAT Tech Week เพื่อเตรียมองค์กรและผู้มีส่วนได้เสียในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้พร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีการท่องเที่ยวสมัยใหม่ ภายใต้คอนเซปต์ Future of Tourism : Digital as a game changer จนถึงวันที่ 24 มี.ค. บริเวณห้องโถงธนะรัชต์ ททท.สำนักงานใหญ่…อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. เข้ารับรางวัล Thailand Top Company Awards 2023 ประเภทอุตสาหกรรมพลังงานจาก ศ.นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี สะท้อนผลการดำเนินงานที่ยอดเยี่ยม ก้าวสู่ความยั่งยืนทุกมติ…..พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ. และ ประสงค์ อินทรหนองไผ่ รองกรรมการ ผจก.ใหญ่บริหารกลยุทธ์กลุ่มปิโตรเลียม ร่วมเปิดโครงการราษฎร์รัฐ ร่วมใจ ช่วยภัยแล้ง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในปีนี้
ซ่าจังเลย - เอ็ดมอนด์ เนียว คิม ซูน และ สุภรณ์ เด่นไพศาล เปิดตัวแคมเปญล่าสุดของเอส โคล่า “Born to be Awesome เกิดมาซ่า...กล้าเป็นตัวเอง” พร้อมแนะนำพรีเซนเตอร์ใหม่ของแบรนด์ โดยมี ปรางณี ไชยพิเดช และ พรหมสรรค์ อายนบุตร มาร่วมงานด้วย ที่สยามสแควร์ วันก่อน.
ซ่าจังเลย – เอ็ดมอนด์ เนียว คิม ซูน และ สุภรณ์ เด่นไพศาล เปิดตัวแคมเปญล่าสุดของเอส โคล่า “Born to be Awesome เกิดมาซ่า…กล้าเป็นตัวเอง” พร้อมแนะนำพรีเซนเตอร์ใหม่ของแบรนด์ โดยมี ปรางณี ไชยพิเดช และ พรหมสรรค์ อายนบุตร มาร่วมงานด้วย ที่สยามสแควร์ วันก่อน.
ของสวยเยอะ - วรันธร เตชะคุณากร เปิดตัวคอลเลกชันพิเศษร่วมกับมารีเมกโกะ “BASTUA” ไอเท็มของตกแต่งบ้านจากอิเกียหลากหลายชนิดทั้งเฟอร์นิเจอร์ เครื่องแก้ว โดยมี พลินี คงชาญศิริ, ญาวดี เผือกสุวรรณ และ แพรวไพลิน เอมอักษร มาร่วมงานด้วย ที่เมกา บางนา วันก่อน.
ของสวยเยอะ – วรันธร เตชะคุณากร เปิดตัวคอลเลกชันพิเศษร่วมกับมารีเมกโกะ “BASTUA” ไอเท็มของตกแต่งบ้านจากอิเกียหลากหลายชนิดทั้งเฟอร์นิเจอร์ เครื่องแก้ว โดยมี พลินี คงชาญศิริ, ญาวดี เผือกสุวรรณ และ แพรวไพลิน เอมอักษร มาร่วมงานด้วย ที่เมกา บางนา วันก่อน.

“อินทรีเหล็ก”