“กวินเน็ธ พัลโทรว์” ขึ้นศาล คดีเล่นสกีชนคนบาดเจ็บสาหัสแล้วหนี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2660275

"กวินเน็ธ พัลโทรว์" ขึ้นศาล คดีเล่นสกีชนคนบาดเจ็บสาหัสแล้วหนี

22 มี.ค. 2566 09:29 น.

“กวินเน็ธ พัลโทรว์” ขึ้นศาล คดีเล่นสกีชนคนบาดเจ็บสาหัสแล้วหนี

“กวินเน็ธ พัลโทรว์” โดนฟ้อง 10.3 ล้านบาท เดินทางไปขึ้นศาล คดีเล่นสกีไถลลงเนินเขาชนคุณหมอวัยเกษียณล้มเจ็บสาหัส เมื่อ 7 ปีก่อน ผู้เสียหายอ้างว่าหลังเกิดเหตุดาราดังเดินหนีไม่ไปรับผิดชอบแม้แต่น้อย

เมื่อวันที่ 21 มี.ค. 2566 สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงานว่า กวินเน็ธ พัลโทรว์ นักแสดงสาวชื่อดังของฮอลลีวูด เดินทางไปขึ้นศาลในเมืองพาร์คซิตี้ รัฐยูทาห์ ของสหรัฐฯ ในคดีที่เธอถูกนายเทอร์รี่ แซนเดอร์สัน วัย 76 ปี อดีตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญการตรวจวัดสายตาและสุขภาพตา ฟ้องร้องว่าถูกดาราดังเล่นสกีชนจนล้มบาดเจ็บสาหัส ที่รีสอร์ตเล่นสกีเดียร์ วัลเลย์ ในสหรัฐฯ เมื่อปี 2559 ในขณะที่หลังเกิดเหตุดาราสาวกลับเดินหนีหายไปไม่แสดงความรับผิดชอบใดๆ

นายแซนเดอร์สัน เปิดเผยว่า ในตอนนั้นกวินเน็ธ พัลโทรว์ เล่นสกีลงมาจากเนินเขา แล้วมาชนเขาล้มลง จากอุบัติเหตุระหว่างเล่นสกีในครั้งนั้นทำให้เขาได้รับบาดเจ็บสาหัส 

ทนายของนายแซนเดอร์สันกล่าวว่า กวินเน็ธ พัลโทรว์ เล่นสกีไถลลงเนินเขามาแบบไร้การควบคุม ชนนายแซนเดอร์สันล้มลงกระแทกพื้น มีอาการบาดเจ็บที่สมอง ซี่โครงหัก 4 ซี่ และบาดเจ็บอีกหลายจุด ในขณะที่ดาราดังกลับลุกขึ้นยืนแล้วหันไปเล่นสกีต่อ โดยไม่ได้เดินเข้าไปดูคนบาดเจ็บสาหัสที่นอนอยู่กับพื้น และไม่ได้ถามไถ่อาการใดๆ

ด้านทนายของกวินเน็ธ พัลโทรว์ กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงคือนายแซนเดอร์สันเป็นฝ่ายพุ่งชนลูกความของเขาจนร่างของเธอกระเด็นไป ขณะที่สมาชิกกลุ่มที่มาด้วยกันกับกวินเน็ธ พัลโทรว์ ได้เข้าไปสอบถามอาการของนายแซนเดอร์สันแล้ว และได้รับคำตอบว่าไม่เป็นอะไร ขณะที่การฟ้องร้องในครั้งนี้มีความน่าเคลือบแคลงเกี่ยวกับเจตนา เนื่องจากก่อนเกิดอุบัติเหตุเขามีอาการป่วยที่มีบันทึกทางการแพทย์ 15 รายการด้วยกัน

สำหรับคดีนี้ นายแซนเดอร์สันฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากดาราดัง ผู้ผันตัวมาเป็นอินฟลูเอนเซอร์ด้านไลฟ์สไตล์ เป็นเงิน 300,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 10.3 ล้านบาท คาดว่าศาลจะใช้เวลาพิจารณาคดีนานกว่า 1 สัปดาห์.

อยากนอนหลับดีทำได้ง่ายๆ แค่ใส่ถุงเท้าแล้วนอน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2658588

อยากนอนหลับดีทำได้ง่ายๆ แค่ใส่ถุงเท้าแล้วนอน

22 มี.ค. 2566 08:00 น.

อยากนอนหลับดีทำได้ง่ายๆ แค่ใส่ถุงเท้าแล้วนอน

  • ผู้เชี่ยวชาญชาวอังกฤษเผยเคล็ดลับการนอนง่ายๆ สำหรับคนที่นอนไม่ค่อยหลับ หรือหลับไม่เต็มตื่น เพียงแค่ใส่ถุงเท้านอนก็จะทำให้หลับลึกขึ้น
  • การนอนหลับลึก หรือเรียกว่าการนอนในระยะ 3 นับว่าเป็นส่วนสำคัญที่สุดในวงจรการนอนของมนุษย์ เพราะร่างกายจะอยู่ในภาวะพักผ่อนมากที่สุด และมีการหลั่ง Growth Hormone ออกมา
  • การได้นอนหลับลึกจะช่วย ป้องกันความไม่สมดุลของฮอร์โมน ปรับปรุงการทำงานของระบบการเรียนรู้ และซ่อมแซมและซ่อมสร้างเนื้อเยื่อ กล้ามเนื้อ และกระดูกอีกด้วย

ใครมีปัญหาหลับยากต้องมาฟังทางนี้ เมื่อมาร์ติน ซีลีย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนชาวอังกฤษมาเปิดเผยเคล็ดลับดีๆ เพื่อการนอนหลับที่มีคุณภาพมากขึ้น โดยเคล็ดลับที่ว่า เป็นเรื่องง่ายๆ ที่ใครก็สามารถทำได้ นั่นก็คือการใส่ถุงเท้าแล้วเข้านอนนั่นเอง โดยเขายืนยันว่าการใส่ถุงเท้านอนจะทำให้หลับได้เร็วขึ้น และยังเป็นการหลับลึกที่ดีต่อร่างกายอีกด้วย

หากเปรียบเทียบร่างกายเป็นโรงงาน เมื่อเข้าสู่ช่วงเวลานอน ร่างกายหรือโรงงานนี้ก็จะค่อยๆ ชะลอการทำงานลง เพื่อเก็บรักษาพลังงาน และลดระดับอุณหภูมิที่แกนกลางของร่างกาย โดยร่างกายจะส่งความร้อนไปยังมือและเท้าในช่วงเวลากลางคืน

ดังนั้นการที่เท้าเย็น จะเป็นการรบกวนกระบวนการนี้ และรบกวนวงจรการนอนและการตื่นเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากหลอดเลือดจะตีบลงเมื่ออากาศเย็น หมายความว่าร่างกายต้องทำงานหนักขึ้นเล็กน้อยเพื่อระบายความร้อน เนื่องจากความดันโลหิตเพิ่มขึ้น

ขณะที่การทำให้เท้าอุ่นจะทำให้หลอดเลือดที่ตีบขยายตัว ทำให้ความร้อนผ่านออกสู่ผิวหนังมากขึ้น ทำให้อุณหภูมิในร่างกายลดลง ดังนั้นการสวมถุงเท้าเข้านอนจะทำให้เท้าอุ่นขึ้น ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณไปยังร่างกายว่าถึงเวลานอนแล้ว

โดยช่วงหลับลึก หรือที่รู้จักกันว่าเป็นช่วงการนอนระยะที่ 3 ของช่วงหลับธรรมดา (Non-Rapid Eye Movement Sleep หรือ Non-REM Sleep) จะเป็นช่วงการหลับที่ร่างกายจะเริ่มไม่ค่อยตอบสนองต่อสิ่งเร้าภายนอก ถ้าถูกปลุกช่วงนี้จะงัวเงียมาก ร่างกายจะอยู่ในภาวะพักผ่อนมากที่สุด และมีการหลั่ง Growth Hormone ซึ่งเป็นช่วงที่สำคัญที่สุดในวงจรการนอน

โดยรอบการนอนแต่ละครั้งจะอยู่ที่ไม่เกิน 90 นาที โดยจะค่อยๆ เปลี่ยนระดับการนอนหลับไปจนถึงการหลับลึก ซึ่งการนอนที่มีคุณภาพ ควรจะอยู่ภาวะหลับลึก 10-15 เปอร์เซ็นต์ของการนอนในแต่ละครั้ง แต่กลับพบว่าคนส่วนใหญ่ไม่สามารถนอนหลับลึกได้ในเวลาที่มากเพียงพอ
ประโยชน์ของการหลับลึก

ผลจากการศึกษาชี้ว่า การได้นอนหลับลึกจะช่วย ป้องกันความไม่สมดุลของฮอร์โมน ปรับปรุงการทำงานของระบบการเรียนรู้ และซ่อมแซมและซ่อมสร้างเนื้อเยื่อ กล้ามเนื้อ และกระดูก นอกจากนี้การหลับลึกยังมีบทบาทสำคัญต่อการควบคุมอารมณ์ ความรู้สึกและพฤติกรรมต่างๆ อีกด้วย

จากผลการศึกษาของสถาบันประสาทวิทยาของเนเธอร์แลนด์เมื่อปี 2007 ที่ตีพิมพ์ในวารสารสรีรวิทยาและพฤติกรรมพบว่าคนที่สวมถุงเท้าเข้านอนจะนอนหลับได้เร็วขึ้นกว่าคนที่ไม่ได้สวม ซึ่งการใช้เวลาเข้านอนน้อยกว่า เป็นตัวบ่งชี้ว่าจะมีโอกาสที่จะหลับลึกได้มากกว่า และมีคุณภาพการนอนที่ดีกว่าด้วย

นายซีลีย์ ยังกล่าวเพิ่มด้วยว่า เคล็ดลับในการนอนหลับที่ดีไม่ได้มีแค่การสวมถุงเท้าเท่านั้น แต่การห่มผ้าห่มถ่วงน้ำหนักก็ช่วยให้ตื่นมาแบบมีพลังและมีอารมณ์ที่ดีขึ้นด้วย โดยผ้าห่มถ่วงน้ำหนักเป็นนวัตกรรมที่คิดค้นขึ้นเพื่อบำบัดผู้ที่มีภาวะนอนไม่หลับ หรือมีอาการวิตกกังวล โดยผ้าห่มแบบนี้จะมีน้ำหนักมากกว่าผ้าห่มทั่วไป ทำให้ผู้ห่มรู้สึกถึงแรงกดเล็กน้อย คล้ายกับถูกกอด ซึ่งจะช่วยให้คลายความเครียดและความวิตกกังวลลง ซึ่งจะทำให้นอนหลับลึกขึ้นได้เช่นกัน โดยผลการวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารเวชศาสตร์การนอนหลับและความผิดปกติ เมื่อปี 2015 ระบุว่า ผ้าห่มถ่วงน้ำหนักจะช่วยผู้ป่วยนอนไม่หลับให้อาการดีขึ้นได้ เพียงเพราะมันช่วยให้พวกเขารู้สึกสงบมากขึ้นก่อนเข้านอน

อย่างไรก็ตาม การที่แต่ละบุคคลจะหลับลึกหรือไม่ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการสวมถุงเท้า หรือห่มผ้าห่มถ่วงน้ำหนักเท่านั้น แต่ยังขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคลด้วย เพราะบางคนอาจจะรู้สึกไม่สบายตัวถ้าต้องสวมถุงเท้านอน หรือบางคนอาจจะพบว่าไม่ว่าจะสวมถุงเท้าหรือไม่ คุณภาพการนอนของเขาก็ไม่แตกต่างกัน

ดังนั้น สิ่งสำคัญของการนอนหลับที่มีคุณภาพ จึงต้องขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของแต่ละบุคคลด้วย โดยควรจะมีการปรับกิจวัตรช่วงก่อนนอน 2-3 ชั่วโมงให้เป็นกิจกรรมที่ไม่ต้องใช้พลังงานมากและให้เราเข้าสู่ภาวะสงบที่สุด อย่างเช่นการอาบน้ำอุ่น ทำสมาธิ หายใจลึกๆ หรือการอ่านหนังสือ เพื่อจะทำให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น ที่สำคัญควรจะวางตารางเวลาการนอน และตื่นนอนให้เหมือนกันทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นวันธรรมดา หรือวันหยุดสุดสัปดาห์ เพื่อปรับนาฬิกาชีวิตให้คงที่ ส่วนกิจวัตรในแต่ละวันก็ควรมีการเคลื่อนไหวร่างกาย หรือออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพราะนอกจากจะทำให้ร่างกายแข็งแรงและดีต่อจิตใจแล้ว ยังจะช่วยให้คุณภาพการนอนดีขึ้นได้เช่นกัน แต่จะต้องเว้นระยะห่างจากเวลานอนพอสมควร เพื่อคุณภาพการนอนที่ดีขึ้น ซึ่งถ้าทำได้เช่นนี้ อุปกรณ์เสริม หรือตัวช่วยในการนอนอาจจะไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นแต่อย่างใด.

ผู้เขียน : อาจุมมาโอปอล

ที่มา : เดลี่เมล , NKSLEEPCENTER

ยูเครน-IMF บรรลุข้อตกลงกู้เงิน 1.56 หมื่นล้านดอลลาร์ ช่วยฟื้นฟูประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2660156

ยูเครน-IMF บรรลุข้อตกลงกู้เงิน 1.56 หมื่นล้านดอลลาร์ ช่วยฟื้นฟูประเทศ

22 มี.ค. 2566 06:05 น.

ยูเครน-IMF บรรลุข้อตกลงกู้เงิน 1.56 หมื่นล้านดอลลาร์ ช่วยฟื้นฟูประเทศ

เจ้าหน้าที่ยูเครนกับ IMF บรรลุข้อตกลงกู้เงินจำนวน 1.56 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐแล้ว เพื่อนำมาใช้ฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศที่เสียหายอย่างหนักเพราะสงคราม

เมื่อวันอังคารที่ 21 มี.ค. 2566 กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ ไอเอ็มเอฟ (IMF) เปิดเผยว่า พวกเขาบรรลุข้อตกลงกับเจ้าหน้าที่เรื่องแพ็กเกจเงินกู้มูลค่าราว 1.56 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5.37 แสนล้าน) แล้ว เพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศที่กำลังเผชิญไฟสงครามแห่งนี้

แถลงการณ์ของนายเกวิน เกรย์ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ IMF ประจำยูเครน ระบุว่า แพ็กเกจดังกล่าวเป็นแผนการระยะเวลา 4 ปี เพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูทางเศรษฐกิจอย่างค่อยเป็นค่อยไปของยูเครน ในขณะที่ส่งเสริมการเติบโตระยะยาว ในบริบทจองการบูรณะหลังสงคราม และส่งเสริมเส้นทางของยูเครนสู่การเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป

ทั้งนี้ กิจกรรมทางเศรษฐกิจของยูเครนหดตัวถึง 30% ในปี 2565 ที่ผ่านมา ในขณะที่อัตราความยากจนเพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่ทุนเรือนหุ้นถูกทำลายไปมากมาย แต่ IMF คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจของยูเครนจะฟื้นตัวอย่างช้าๆ ในไตรมาสต่างๆ ที่กำลังจะมาถึง จากการฟื้นตัวของกิจกรรมต่างๆ ในโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ที่เสียหายอย่างหนักเพราะสงคราม

ข้อตกลงนี้ยังจำเห็นต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการของ IMF โดยคาดว่าการพิจารณาจะเกิดขึ้นภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

ที่มา : cna

ปูตินลั่นตอบโต้แน่ หาก UK ส่งกระสุนหัวยูเรเนียมเสื่อมสภาพให้ยูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2660153

ปูตินลั่นตอบโต้แน่ หาก UK ส่งกระสุนหัวยูเรเนียมเสื่อมสภาพให้ยูเครน

22 มี.ค. 2566 05:26 น.

ปูตินลั่นตอบโต้แน่ หาก UK ส่งกระสุนหัวยูเรเนียมเสื่อมสภาพให้ยูเครน

วลาดิเมียร์ ปูติน ยืนยันรัสเซียอาจถูกบีบให้ตอบโต้ หากสหราชอาณาจักรส่งกระสุนปืนใหญ่ที่ทำจากแร่ยูเรเนียมเสื่อมสภาพ ให้แก่ยูเครน

เมื่อวันอังคารที่ 21 มี.ค. 2566 ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซียกล่าวว่า รัสเซียอาจถูกบีบให้ตอบโต้ หากสหราชอาณาจักร (UK) ส่งกระสุนปืนใหญ่หัวยูเรเนียมเสื่อมสภาพให้ยูเครน พร้อมกล่าวหาชาติตะวันตกว่า พยายามนำอาวุธที่มีองค์ประกอบนิวเคลียร์ไปใช้

คำพูดของปูตินเกิดขึ้นหลังจาก UK ยอมรับว่า พวกเขาเตรียมส่งกระสุนเจาะเกราะ ซึ่งหัวกระสุนมีส่วนประกอบของแร่ยูเรเนียมเสื่อมสภาพให้แก่ยูเครน พร้อมกับรถถัง ชาลเลนเจอร์ 2 โดยยืนยันว่า มีความเสี่ยงจากกัมมันตภาพรังสีต่ำ

กระทรวงกลาโหมของสหราชอาณาจักรระบุในแถลงการณ์ว่า ยูเรเนียมเสื่อมสภาพเป็นส่วนประกอบมาตรฐาน และไม่เกี่ยวอะไรกับอาวุธนิวเคลียร์ และกองทัพอังกฤษก็ใช้ยูเรเนียมเสื่อมสภาพในการทำกระสุนปืนใหญ่เจาะเกราะมานานหลายทศวรรษแล้ว รัสเซียรู้เรื่องนี้ดีแต่ยังพยายามจงใจให้ข้อมูลผิดๆ

“ผลการศึกษาอิสระของนักวิทยาศาสตร์จากหลายกลุ่มเช่น Royal Society ประเมินแล้วว้า ผลกระทบใดๆ ต่อคนและสิ่งแวดล้อมจากการใช้กระสุนยูเรเนียมเสื่อมสภาพนั้นน่าจะอยู่ในระดับต่ำ” แถลงการณ์ระบุ

ทั้งนี้ ยูเรเนียมเสื่อมสภาพมีความหนาแน่นสูงมาก น้ำหนักมากกว่าตะกั่วที่มีขนาดเท่ากัน เมื่อนำมาทำหัวกระสุนจึงมีความต้านทานของอากาศน้อยกว่า และสามารถทะลวงเข้าไปในวัสดุได้ดีเนื่องจากจุดที่ตกกระทบมีแรงกดดันสูงกว่า

กระสุนที่ยิงออกไปยังมักจะระเบิดออก เนื่องจากมีคุณสมบัติในการลุกไหม้ด้วยตัวเอง (pyrophoric) กลายเป็นไอความร้อนสูงที่มีทั้งพิษและกัมมันตภาพรังสีเล็กน้อย โดยรายงานของโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติปี 2565 ชี้ว่า พิษดังกล่าวสามารถทำให้เกิดความระคายเคืองต่อผิวหนัง, ไตล้มเหลว และเพิ่มความเสี่ยงเป็นมะเร็ง

ด้านนาย เซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของรัสเซีย กล่าวว่า การส่งกระสุนหัวยูเรเนียมเสื่อมสภาพให้ยูเครน หมายความว่า UK ละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ เหมือนกับเมื่อปี 2542 ที่ยูโกสลาเวีย และไม่ต้องสงสัยเลยว่า มันจะจบไม่สวยสำหรับฝ่ายลอนดอน

ต่อมาเมื่อช่วงค่ำว่าอังกฤษ โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ออกมายืนยันว่า พวกเขาจะไม่ส่งเครื่องกระสุนใดๆ ที่มีส่วนประกอบของยูเรเนียมเสื่อมสภาพให้แก่ยูเครน

ที่มา : bbc

ระทึก แผ่นดินไหว 6.5 เขย่าอัฟกานิสถาน สะเทือนถึงปากีสถาน-อินเดีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2660128

ระทึก แผ่นดินไหว 6.5 เขย่าอัฟกานิสถาน สะเทือนถึงปากีสถาน-อินเดีย

22 มี.ค. 2566 02:00 น.

ระทึก แผ่นดินไหว 6.5 เขย่าอัฟกานิสถาน สะเทือนถึงปากีสถาน-อินเดีย

เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอัฟกานิสถาน แรงสั่นสะเทือนไปไกลถึงปากีสถานและอินเดีย เบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต

สำนักสำรวจธรณีวิทยาแห่งชาติของสหรัฐฯ (USGS) รายงานว่า เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงระดับ 6.5 แมกนิจูดทางตะวันออกเฉียงเหนือของอัฟกานิสถาน ในเวลาประมาณ 20.47 น.วันอังคารที่ 21 มี.ค. 2566 ตามเวลาท้องถิ่น หรือ 23.47 น.วันเดียวกันตามเวลาไทย จุดศูนย์กลางลึก 187.6 กม. ห่างจากเมืองเจิร์ม ในจังหวัดบาดัคห์ชาน เพียง 40 กม.

แรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวสามารถรู้สึกได้ถึงกรุงอิสลามาบัด เมืองหลวงของปากีสถาน กับเมืองลาฮอร์ ผู้คนจำนวนมากหนีออกจากอาคารบ้านเรือนด้วยความวิตก นอกจากนั้น แรงสั่นสะเทือนยังแผ่ไปถึงกรุงนิวเดลี เมืองหลวงของอินเดีย และเมืองศรีนคร ทำให้บ้านเรือนสั่นสะเทือน

เบื้องต้นยังไม่มีรายงานว่าพบผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม ที่กรุงอิสลามาบัดเกิดรอยร้าวขึ้นตามกำแพงบ้านเรือนหลายหลัง

ที่มา : cnn

สี จิ้นผิงเยือนรัสเซียวันที่ 2 ลั่นยืนถูกฝั่งเรื่องยูเครน-ปูตินโวจีนคู่ค้าสำคัญ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2660121

สี จิ้นผิงเยือนรัสเซียวันที่ 2 ลั่นยืนถูกฝั่งเรื่องยูเครน-ปูตินโวจีนคู่ค้าสำคัญ

22 มี.ค. 2566 00:55 น.

สี จิ้นผิงเยือนรัสเซียวันที่ 2 ลั่นยืนถูกฝั่งเรื่องยูเครน-ปูตินโวจีนคู่ค้าสำคัญ

สี จิ้นผิง หารือกับวลาดิเมียร์ ปูติน อย่างเป็นทางการในการเยือนรัสเซียวันที่ 2 โดยต่างเน้นย้ำเรื่องการพัฒนาความสัมพันธ์ทางการค้า และแผนสันติภาพยูเครนที่จีนเสนอ

เมื่อวันอังคารที่ 21 มี.ค. 2566 สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีนเริ่มต้นวันที่ 2 ของการเยือนรัสเซียด้วยการประชุมร่วมกับนายกรัฐมนตรี มิคาอิล มิชูสติน ในกรุงมอสโก ก่อนจะเดินทางไปยังพระราชวังเครมลิน เพื่อหารืออย่างเป็นทางการกับวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย และคณะเจ้าหน้าที่ของทั้งสองฝ่าย

สี จิ้นผิงกับปูตินอ่านแถลงการณ์ร่วมกันหลังการประชุมเสร็จสิ้น โดยปูตินเริ่มด้วยการบอกว่า สิ่งที่รัสเซียให้ความสำคัญสูงสุดคือการค้าขายและความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับจีน “จีนเป็นคู่ค้าต่างชาติชั้นนำของรัสเซีย” ปูตินย้ำ พร้อมให้คำมั่นว่าจะไล่ตามและแซงหน้าการค้าขายระดับสูงที่ทำได้เมื่อปีที่แล้ว

ปูตินกล่าวอีกว่า รัสเซียกับจีนจะพัฒนาความสัมพันธ์ทั้งในด้านการเงิน, การคมนาคม, การขนส่ง และด้านพลังงาน โดยตอนนี้จีนเป็นผู้นำการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซียแล้ว ในขณะที่การนำเข้าก๊าซธรรมชาติก็กำลังเพิ่มขึ้นด้วย ผู้นำรัสเซียบอกด้วยว่า รัสเซียกับจีนจะพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์เพื่อการใช้งานอย่างสันติต่อไป โดยรัสเซียกำลังช่วยสร้างสถานีพลังงานนิวเคลียร์ในจีนอยู่

จากนั้นปูตินหันไปพูดเรื่องแผนสันติภาพยูเครน 12 ข้อที่จีนเสนอ โดยกล่าวว่า ข้อกำหนดหลายข้อในแผนการสันติภาพของจีน สามารถนำมาใช้เป็นพื้นฐานสำหรับการยุติความขัดแย้งในยูเครนได้ หากชาติตะวันตกและเคียฟพร้อมสำหรับสันติภาพ นอกจากนั้น พวกเขายังพิจารณาข้อเสนอของจีนอย่างจริงจังระหว่างการพบกันตัวต่อตัวเมื่อวันจันทร์ด้วย

ด้าน สี จิ้นผิง พูดต่อว่า เขามีความสุขมากที่ได้มากรุงมอสโกเพื่อพบนายปูติน พร้อมกล่าวขอบคุณผู้นำรัสเซียที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นและดูแลตามธรรมเนียม ผู้นำจีนบอกอีกว่า ทั้งคู่สนับสนุนกันและกันมานานกว่า 10 ปีแล้ว และจะทำเช่นนั้นต่อไป

สี จิ้นผิงกล่าวต่อว่า ทั้งคู่ได้พูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมา, เปิดเผย และเป็นมิตร และกล่าวย้ำว่าจีนกับรัสเซียเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์กัน “ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับรัสเซียไปไกลเกินกว่าการสื่อสารระดับทวิภาคีแล้ว” ก่อนจะพูดถึงความสัมพันธ์ทางการค้ากับรัสเซียแบบเดียวกับนายปูติน

สีระบุว่า จีนจะให้ความสำคัญกับการเติบโตใน 3 ด้านได้แก่ การค้าขายพลังงาน, การค้าขายวัตถุดิบ และการค้าขายพลังงานไฟฟ้า ในขณะที่มีความจำเป็นที่จัดต้องเพิ่มความเข้มแข็งของความสัมพันธ์ด้านมนุษยธรรมด้วย

ผู้นำจีนยังพูดถึงแผนสันติภาพยูเครน โดยย้ำว่าจีนมีอยู่เพื่อสันติ เมื่อเดือนก่อน จีนแสดงจุดยืนเรื่องสถานการณ์ในยูเครนไปแล้ว และเขาอยากเน้นย้ำอีกครั้งว่า จีนปฏิบัติตามกฎบัตรสหประชาชาติ อยู่ในตำแหน่งที่ไม่ลำเอียง รัฐบาลของเขานิยมการปรองดอง และสนับสนุนสันติและการพูดคุยเสมอ สี จิ้นผิงเสริมด้วยว่า จีนยืนอยู่ถูกฝั่งในประวัติศาสตร์

ทั้งนี้ หลังการหารือเสร็จสิ้น ผู้นำทั้งสองคนยังลงนามในเอกสารร่วม ซึ่งระบุรายละเอียดของแผนการเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจ และแผนการสำหรับพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับรัสเซียให้ลึกซึ้งขึ้นด้วย

ที่มา : bbc

ไช่ อิงเหวิน ปธน.ไต้หวัน เตรียมเยือนสหรัฐฯ สิ้นเดือนนี้ เมินจีนต่อต้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2660100

ไช่ อิงเหวิน ปธน.ไต้หวัน เตรียมเยือนสหรัฐฯ สิ้นเดือนนี้ เมินจีนต่อต้าน

21 มี.ค. 2566 23:27 น.

ไช่ อิงเหวิน ปธน.ไต้หวัน เตรียมเยือนสหรัฐฯ สิ้นเดือนนี้ เมินจีนต่อต้าน

ไช่ อิงเหวิน ประธานาธิบดีของไต้หวัน เตรียมเดินทางเยือนสหรัฐฯ และประเทศอื่นๆ ในช่วงสิ้นเดือนมีนาคมนี้ เพื่อกระชับความสัมพันธ์กับชาติพันธมิตรที่เหลือเพียงน้อยนิด

เมื่อวันอังคารที่ 21 มี.ค. 2566 โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีไต้หวัน ยืนยันว่า ประธานาธิบดี ไช่ อิงเหวิน เตรียมเดินทางเยือนต่างประเทศระหว่างวันที่ 29 มี.ค. ถึง วันที่ 7 เม.ย.นี้ โดยจะไปนครนิวยอร์กเป็นที่แรก ก่อนมุ่งหน้าไปกัวเตมาลากับเบลีซ และแวะนครลอสแอนเจลิสในช่วงขากลับ โดยไม่เปิดเผยแผนการเดินทางอย่างละเอียด

การเดินทางของ ไช่ อิงเหวิน คาดว่าเป็นความพยายามกระชับความสัมพันธ์กับชาติพันธมิตรที่เหลือเพียงน้อยนิด หลังจากสัปดาห์ก่อน ประธานาธิบดี ซิโอมารา คาสโตร แห่งฮอนดูรัส ประกาศจะสานสัมพันธ์ทางการทูตกับจีน ซึ่งหมายความว่าพวกเขาต้องตัดสัมพันธ์อย่างเป็นทางการกับไต้หวัน ทำให้เหลือเพียง 13 ประเทศเท่านั้นที่ยอมรับไต้หวันเป็นประเทศ

สำนักข่าว วอชิงตัน โพสต์ รายงานอ้างการเปิดเผยของแหล่งข่าวรายหนึ่งว่า การเดินทางเยือนสหรัฐฯ ครั้งที่ 7 ของนางไช่ จะรวมถึงการเข้าพบ นายเควิน แมกคาร์ธี ประธานรัฐสภาสหรัฐฯ ที่หอสมุดเรแกน ในรัฐแคลิฟอร์เนีย วันที่ 5 เม.ย. แต่ไม่ระบุว่าเธอจะพบกับเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ คนใดระหว่างเยือนนครนิวยอร์ก

ด้านกระทรวงต่างประเทศของจีนออกแถลงการณ์แสดงความต่อต้านการเยือนสหรัฐฯ ของนางไช่ทันที โดยโฆษก หวัง เหวินปิน กล่าวว่า จีนขอแสดงความคัดค้านอย่างหนักแน่นต่อการที่ผู้นำไต้หวันแอบไปเยือนสหรัฐฯ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม

นายหวัง กล่าวหาด้วยว่า การเดินทางเยือนครั้งนี้แสดงให้เห็นการลดลงของความยอมรับที่รัฐบาลสหรัฐฯ มีต่อนโยบายจีนเดียว ซึ่งรวมถึงการไม่ท้าทาย หรือสนับสนุนการอ้างเป็นเจ้าของไต้หวันของจีน นายหวัง ย้ำอีกว่า การไล่ตามหาเอกราชของไต้หวันนั้นคือทางตัน.

ที่มา : washingtonpost

‘กทม.ต้องไม่จมน้ำ’ หนึ่งในนโยบายสำคัญ ‘ประชาธิปัตย์ กทม.’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545339

22 มี.ค. 2566

'กทม.ต้องไม่จมน้ำ' หนึ่งในนโยบายสำคัญ 'ประชาธิปัตย์ กทม.'

แกนนำ ปชป. ‘องอาจ-ดร.เอ้-ผู้การแต้ม-มาดามเดียร์’ ร่วมเปิดนโยบาย ประชาธิปัตย์ กทม. ประกาศสงครามฝุ่นพิษ PM 2.5 Delta Works Thailand ‘กทม.ต้องไม่จมน้ำ’ ไม่เอายาเสพติด ไม่หนุนกัญชาเสรี กองทุนไอเดีย หมื่นล้านบาท

ใกล้เลือกตั้ง2566 พรรคการเมืองลุยหาเสียงประกาศนโยบายกันคึกคัก ล่าสุดพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.)ระดับแกนนำพรรคแถลงนโยบาย ประชาธิปัตย์ กทม. เมื่อวันที่ 22 มี.ค.2566 10.00 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ ทีมยุทธศาสตร์ กทม. พรรคประชาธิปัตย์ นำโดย นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานนโยบาย กทม. พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ว่าที่ผู้สมัคร สส. กทม. คุณวทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรค พร้อมด้วยว่าที่ผู้สมัคร สส. กทม. ทุกเขต ได้ร่วมกัน เปิดนโยบาย กทม. ที่บริเวณลานพระแม่ธรณี ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร(กทม.) 

นายองอาจ ระบุว่า นโยบายของปชป.ตามยุทธศาสตร์ “สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ” ได้ผ่านกระบวนการ ฟัง – คิด – ทำ ซึ่งเป็นนโยบายมาจากรากฐานของการรับฟังความต้องการจากพี่น้องประชาชน พร้อมกับนำมาร่วมคิดกับประชาชน สำหรับนำมากำหนดเป็นนโยบายที่ได้แถลงในวันนี้ ซึ่งจะเป็นเพียงส่วนหนึ่ง และยังมีส่วนอื่นๆ ที่ผู้สมัคร สส. ทั้ง 33 เขต ใน กทม. จะนำเสนอไปยังพี่น้องประชาชน ซึ่งเชื่อมั่นว่าเมื่อพี่น้องประชาชนใน กทม. ได้มีโอกาสสัมผัสรายละเอียดของนโยบายแล้ว ก็จะให้การสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ และผู้สมัครของพรรค เพราะนโยบายของพรรคสามารถพลิกฟื้น เปลี่ยนกรุงเทพมหานครได้อย่างแท้จริง

“ผมเชื่อว่าประชาชนจะเห็นความตั้งใจจริงของพวกเราชาวพรรคประชาธิปัตย์ ที่จะมามีส่วนอย่างสำคัญในการทำให้หลายๆ ปัญหาในกรุงเทพมหานครได้รับการแก้ไข และหลายๆ เรื่องได้รับการพัฒนาไปสู่สิ่งที่ดีกว่า พรรคประชาธิปัตย์จึงอยากเชิญชวนพี่น้องประชาชน ได้ช่วยสนับสนุนผู้สมัคร สส. ของพรรค โดยกากบาทเลือกทั้งพรรคทั้งคน เพื่อเราจะได้มีโอกาสนำเหล่านี้ไปก่อให้เกิดผลในทางปฏิบัติ และจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกรุงเทพมหานคร ขอให้เชื่อมั่นว่าประชาธิปัตย์พร้อมที่จะเปลี่ยนกรุงเทพฯ เพื่อชาว กทม. ทุกคน” นายองอาจ กล่าว

'กทม.ต้องไม่จมน้ำ' หนึ่งในนโยบายสำคัญ 'ประชาธิปัตย์ กทม.'

สำหรับ ศ.ดร.สุชัชวีร์ ระบุว่า 4 ปีที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้ สส. กทม. แม้แต่คนเดียว ขณะที่ 4 ปี ที่ผ่านมา ฝุ่นPM 2.5 มากขึ้นเข้าสู่ภาวะวิกฤต และยังไม่เห็นอนาคตในการแก้ปัญหา นอกจากนี้ยังมีปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ มากขึ้น รอวันกรุงเทพฯ จม ระบบการศึกษาใน กทม. และในประเทศเกิดความไม่เท่าเทียม ทั้งโอกาสความเข้าถึง ทั้งเทคโนโลยีที่จะทำให้เข้าถึงการเรียนรู้ที่ทันสมัย การเดินทางของคนกรุงเทพฯ มีรถติดมากยิ่งขึ้น การใช้บริการขนส่งสาธารณะ รถไฟฟ้าสายต่างๆ รถเมล์ เรือ ไม่มีความสะดวกและมีราคาสูงจึงได้นำเสนอกรอบนโยบาย “สร้างคน” ที่ประกอบด้วย

– ประกาศสงครามฝุ่นพิษPM 2.5 เมื่อพรรคประชาธิปัตย์ได้มีโอกาสเข้าร่วมรัฐบาลจะทำการผลักดันกฎหมายอากาศสะอาดที่นำเสนอโดยพี่น้องประชาชน นักวิชาการ มีการกำหนดเขตปลอดมลพิษ 16 เขตชั้นในของ กทม. 3. กำหนดมาตรฐานการก่อสร้างอาคาร และการเก็บภาษีรถบรรทุกขนาดใหญ่ ที่ปล่อยควันดำ เพื่อนำเงินภาษีมาเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ 4. ลดหย่อนภาษีให้ผู้รักษาพื้นที่สีเขียว

– Delta Works Thailand กรุงเทพฯต้องไม่จมน้ำ จากโครงการ “Delta Works” ประเทศเนเธอร์แลนด์ ถือเป็นตัวอย่างการรับมือกับปัญหาน้ำทะเลหนุนได้ดีที่สุดในโลก และผ่านการพิสูจน์มาแล้วว่าสามารถรับมือกับปัญหาได้จริง นโยบาย “Delta Works Thailand” จึงนำหลักการดังกล่าวมาประยุกต์ให้เข้ากับบริบทในประเทศไทย ภายใต้แนวคิด 3 อย่าง คือ ด้านกฎหมาย โครงสร้าง และเทคโนโลยี เพื่อป้องกันพื้นที่กรุงเทพมหานครจากปัญหาน้ำทะเลหนุนที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่ง กรุงเทพฯ ต้องแสดงบทบาทในการแก้ปัญหาน้ำท่วมของลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา โดยไม่ปล่อยให้จังหวัดปริมณฑลต้องจมน้ำแทนกรุงเทพฯ อีกต่อไป โดยโครงการดังกล่าวจะช่วยที่ราบลุ่มปากแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งหมด

ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานนโยบาย กทม. ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานนโยบาย กทม.

นอกจากนี้ยังมีนโยบาย เรียนฟรีถึงปริญญาตรี อินเตอร์เน็ตฟรี 1 ล้านจุด ในพื้นที่ กทม. 1 แสนจุด เพื่อเปลี่ยนชีวิตคนกรุงเทพฯ นโยบายบัตรใบเดียวไปได้ทุกที่ นโยบายฟรีนมโรงเรียน 365 วัน นโยบายตรวจสุขภาพฟรี รักษาฟรี โดยใช้บัตรประชาชนใบเดียว

“พรรคประชาธิปัตย์ ขอให้พวกเราได้กลับมารับใช้คนกรุงเทพฯ ได้กลับมาสู่บ้านของเรา ด้วยนโยบายที่มุ่งแก้ปัญหาพี่น้องประชาชน ยกระดับคุณภาพชีวิต หมดเวลารอฟ้าฝน แต่หากจะรอใครสักคน ขอให้รอคนของพรรคประชาธิปัตย์” ศ.ดร.สุชัชวีร์ กล่าว

พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ว่าที่ผู้สมัคร สส. กทม.พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ว่าที่ผู้สมัคร สส. กทม.

สำหรับ พล.ต.ต.วิชัย ได้นำเสนอนโยบายในกรอบ “สร้างชาติ” ในเรื่องการแก้ปัญหาทุจริต คอร์รัปชั่น และยาเสพติด “นโยบายตาต่อตา ฟันต่อฟัน ไม่เอายาเสพติด และไม่สนับสนุนกัญชาเสรี” โดยกล่าวว่า ยาเสพติดเป็นบ่อเกิดของอาชญากรรมทุกประเภท ดังนั้นจำเป็นต้องมีนโยบาย ตั้งแต่การเจรจากับต่างประเทศ การสกัดการส่งออกสารตั้งต้น เพิ่มอำนาจ ป.ป.ส. พร้อมจะต้องจัดตั้งสถานบำบัดในทุกจังหวัด ส่วนแนวทางในการแก้ปัญหาการทุจริต คอร์รัปชั่นนั้น จำเป็นที่จะต้องกำหนดกรอบโทษของผู้กระทำผิด ซึ่งประกอบด้วย ผู้ก่อ ผู้สนับสนุน ผู้ช่วยเหลือ ต้องมีโทษขั้นต่ำประหารชีวิต

มาดามเดียร์ น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง ปชป.มาดามเดียร์ น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง ปชป.

ด้าน น.ส.วทันยา ได้กล่าวในกรอบนโยบาย “สร้างเงิน” พร้อมกับยกตัวอย่างการพบกับกลุ่มผู้ประกอบการจากภาคอีสาน ที่นำเอาความคิดสร้างสรรค์มาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการ อันเป็นการเพิ่มผลิตภาพให้กับสินค้าและบริการของไทย ซึ่งสิ่งนี้จะเป็นโอกาสให้ประเทศไทยได้สร้างศักยภาพทางเศรษฐกิจ พร้อมกับเสนอเปลี่ยนให้กระทรวงวัฒนธรรม จากที่เป็นกระทรวงเกรด C ในสายตานักการเมือง ให้กลายเป็นกระทรวง เกรด A เพื่อขับเคลื่อน และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ให้กับประเทศ เปลี่ยนสำนักเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่มีงบประมาณเพียงแค่ปีละ 300 ล้านบาทให้กลายเป็นสำนักขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่เพื่อสร้างโอกาสให้คนไทย

– นโยบายกองทุนไอเดีย หมื่นล้านบาท

แบ่งนำไปใช้ใน 4 ส่วน

1. พัฒนาทุนมนุษย์ จัดทำมหาวิทยาลัยทุกช่วงวัยเพื่อให้คนไทยได้เพิ่มทักษะ ทั้ง Up Skill Re-Skill พร้อมเปิดโอกาสให้นำทักษะไปสร้างโอกาสให้ตัวเองต่อไป

2. เพิ่มโอกาสด้วยการนำทุนความคิดสร้างสรรค์มาสร้างธุรกิจให้ตัวเอง

3. ขับเคลื่อน Creative Content ให้อุตสาหกรรมบันเทิงเพื่อนำอัตลักษณ์วัฒนธรรมไทยสินค้าและบริการของคนไทยออกไปสู่สายตาโลก

4. สรรหาบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ เป็นพี่เลี้ยงฟูมฟักเศรษฐกิจ Start Up ใหม่ ปั้นธุรกิจของคนไทยให้ประสบความสำเร็จ

– นโยบายแต้มต่อ SME 3 แสนล้านบาท

แต้มต่อที่ 1 เพิ่มผลผลิต ผลิตภัณฑ์ให้ธุรกิจ SMEs แต้มต่อที่ 2 สรรหาตลาดใหม่ ๆ เปิดตลาด SMEs ไทยไปสู่สายตาคนทั่วโลก แต้มต่อที่ 3 จัดตั้งกองทุน SMEs แต้มต่อ 3 แสนล้านบาท ให้ SMEs เข้าถึงแหล่งทุนได้อย่างเท่าเทียม

– นโยบายธนาคารชุมชน/หมู่บ้าน ละ 2 ล้านบาท เพื่อนำเม็ดเงินกระจายไปยังเศรษฐกิจฐานรากให้ประชาชนสามารถมีเม็ดเงินในการไปขับเคลื่อนเลี้ยงชีพ มีรายได้ และสุดท้ายจะผันเงินกลับมาเป็นเศรษฐกิจของประเทศไทยต่อไป

“จากวลีที่ว่า รวยกระจุกจนกระจาย หลังจากนี้จะต้องเปลี่ยนไปเป็น หยุดจนและรวยกระจาย นโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของเศรษฐกิจของประเทศที่จะต้องกระจายความเสมอภาคความเท่าเทียมเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ วันนี้พรรคประชาธิปัตย์ เราจะช่วยคนไทยค้าขาย เราจะช่วยคนไทยสร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างเงิน สร้างรายได้ และที่สำคัญที่สุด วันนี้พรรคประชาธิปัตย์และทีมผู้สมัคร ส.ส. กทม. 33 คน พร้อมแล้วในการสร้างการเมืองแห่งโอกาส การเมืองแห่งความหวังให้กับคนไทยด้วยการส่งต่อโอกาสที่เท่าเทียมให้กับทุกคน” น.ส.วทันยา กล่าว

'กทม.ต้องไม่จมน้ำ' หนึ่งในนโยบายสำคัญ 'ประชาธิปัตย์ กทม.'
'กทม.ต้องไม่จมน้ำ' หนึ่งในนโยบายสำคัญ 'ประชาธิปัตย์ กทม.'

‘อ๋อม สกาวใจ’ พูนสวัสดิ์ จากดารา ‘Call out’ สู่เวทีการเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545340

22 มี.ค. 2566

'อ๋อม สกาวใจ' พูนสวัสดิ์ จากดารา 'Call out' สู่เวทีการเมือง

ความในใจ ‘อ๋อม สกาวใจ’ พูนสวัสดิ์ จากดารา ‘Call out’ เข้าสู่เส้นทางการเมือง ตั้งใจะทำให้ประชาชนมีรอยยิ้มได้ ในชีวิตจริง

เปิดใจเลือดใหม่ทางการเมือง  อ๋อม สกาวใจ พูนสวัสดิ์ จาก ดารา call out มาเข้าสู่แวดวงทงการเมือง หวังพลิกบทบาท สร้างบันเทิงในหน้าจอ มาสร้างรอยยิ้มให้เกิดขึ้นในชีวิตจริงของประชาชน เชื่อ 8-9 ปี ที่ผ่านมา บอกเราว่า มันไปข้างหน้าไม่ได้  ถึงเวลาที่ต้องออกมา ชวแก้โครงสร้างของปัญหา เพื่อเรียกรอยยิ้ม ของประชาชน ให้กลับมาอีกครั้ง 

Q : แรงจูงใจที่เข้ามาเล่นการเมือง

A : อ๋อมอยู่วงการมา30ปี แล้วเห็นปัญหาเป็นปัญหาที่มันค้างคาและไม่ได้รับคำตอบ เราอยู่วงการเกินครึ่งชีวิต อายุ 46 ปี พอเราโตขึ้นอายุมากขึ้นเราก็ได้เห็นอะไรมากขึ้นเห็นโลกมากขึ้น อย่างที่บอกปัญหาค่อนข้างที่จะเยอะ อ๋อมก็รู้สึกว่าที่อ๋อมออกมาพูดออกมาถามถึงปัญหาพูดบริหารอยากให้มาแก้ไข แล้วพอรู้สึกว่ามีปัญหาทุกวันๆอ๋อมรู้สึกว่าปัญหาต่างๆเป็นปัญหารอบตัวของเรา เราเป็นประชาชนคนหนึ่งเราก็มีสิทธิถาม อันนี้ก็เป็นหนึ่งแรงจูงใจที่ทำให้รู้ว่าการเมืองมันอยู่รอบๆตัวเราทั้งนั้นเลย  

ตอนแรกการที่ออกมาพูดออกมา call out ยังไม่ได้สนใจมาลงทำงานการเมือง แต่ว่าพอเราถามไปเรื่อยๆในทุกๆวันที่ผ่านมาตั้งแต่ช่วงโควิด ประมาน 3-4 ปี อ๋อมก็รู้สึกว่ามันแก้ปัญหาที่ปลายเหตุมันเป็นการที่เกิดปัญหาแล้วเราถามไปมันเป็นปัญหาที่ปลายเหตุไปแล้ว จริงๆอ๋อมก็สนใจการเมือง  แต่อ๋อมเพิ่งมาสนใจจริงๆและเริ่มรู้สึกอยากเข้ามาทำงานตรงนี้เลยละกัน เมื่อปีที่แล้วเอง

Q : ตั้งใจจะเข้ามาอะไร
A : อย่างที่บอกเราพูดถึงปลายเหตุของปัญหา มันเกิดปัญหาแล้ว เราไม่ได้แก้ไขโครงสร้างของปัญหา ต้นเรื่องต้นตอของปัญหา ถ้าเราเข้ามาเราสามารถแก้ไขระบบโครงสร้างได้โดยการวางนโยบายต่างๆหรือปัญหาต่างๆ ไปพูดคุยกับพี่น้องประชาชนที่เราได้รับฟังมาสามารถเข้าไปแบบ ลองไปคุยในสภาว่าเราจะไปแก้หรือช่วยเหลือกฏหมายที่ล้าหลัง ที่แบบว่ามันถูกต้องหรอ แบบไปปรับโครงสร้างเป็นการแก้แบบต้นเหตุ ที่อ่อมรู้สึกว่าอ๋อมต้องเข้ามาทำงานตรงนี้แล้ว

Q : ปัญหาในแวดวงบันเทิง

A : อันดับแรกเลยอ๋อมว่าอ๋อมต้องเข้ามาตรงนี้ให้ได้ก่อน  และก็อยากพัฒนาประชาธิปไตยโดยการที่อ๋อมได้ถูกพี่น้องประชาชนเลือกเข้ามา นั่นการพัฒนาประชาธิปไตย  ถ้าเข้ามาแล้วอ๋อมมีความสามารถเข้ามาผลักดันนโยบายของพรรค เช่น soft power ก็๋เป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับวงการบันเทิงอยู่แล้ว เราสามารถทำได้ อ๋อมเชื่อว่าคนไทยทุกคนหรือคนที่อยู่ในหลายๆแวดวงก็มีความสามารถแค่ไม่ได้รับการสนันสนุน จากรัฐบาลอย่างเต็มที่  นโยบายของพรรคอ๋อมคิดว่ามีประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน เรื่องsoft power วงการบันเทิงก็น่าจะได้ด้วยและหลายๆวงการไม่ว่าจะเป็นเกษตรกรรมหรือการคมนาคม ที่คนไทยสามารถประกาศศักดาให้คนต่างชาติได้รู้ว่าประเทศเรามีดีอะไรบ้าง

อ๋อม สกาวใจ พูนสวัสดิ์ ว่าที่ผู้สมัครสส.กทม.พรรคเพื่อไทยอ๋อม สกาวใจ พูนสวัสดิ์ ว่าที่ผู้สมัครสส.กทม.พรรคเพื่อไทย

Q : กดดันหรือไม่ที่เป็นคนมีชื่อเสียง

A : จะตอบว่าไม่กดดันก็ไม่ได้ กดดันค่ะ แต่กดดันว่าเราต้องแก้ปัญหาประชาชนให้ได้ แต่เรื่องอื่นไม่ค่อยกดดัน  อ๋อมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนมองที่ความมุ่งมั่นว่าบุคคลท่านนี้เข้ามาและแก้ไขปัญหาแบบลงมือลงแรงจริงๆ อยากให้เห็นว่าบุคคลนี้เข้ามาแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนได้ อันนี้ขอพูดแทนพี่น้องประชาชนว่าให้เข้ามาแล้วสามารถปรับเปลี่ยนลงมือลงแรงและทำได้จริง  ตรงนี้เรามองแบบมุมกว้าง และเราเชื่อว่าทุกคนจะต้องมองว่าเสียงของพี่น้องประชาชนทุกๆคนที่เข้าไปกาเข้าไปเลือกบุคคลท่านนั้นให้เข้ามาเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนเสียงเหล่านั้นต้องไม่หมดไปแค่วันที่เรากาคะแนนเสียงให้เขา เสียงเหล่านั้นต้องเป็นใหญ่ในแผ่นดิน อ๋อมเชื่อว่าอ๋อมมีสิ่งนั้นอยู่

Q : หนักใจไหม ที่มีตัวเลือกเป็นคนในแวดวงเดียวกัน ไม่น้อย

A : ส่วนตัวดีใจ อ๋อมดีใจที่ 8-9 ปีที่ผ่านมาหลายคนรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นมันไม่ได้ไปข้างหน้าแต่มันไม่ไปไหน มันอยู่กับที่หรือถอยหลังด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้มันคือการเปลี่ยนครั้งใหญ่ของประเทศอ๋อมเชื่อว่าเพื่อนฝูงในวงการบันเทิงรุ่นน้องรุ่นพี่ในวงการบันเทิงที่เข้ามาในตรงนี้ต้องการพัฒนาประเทศให้ก้าวไปข้างหน้าแต่มันขึ้นอยู่กับประชาชนเป็นคนตัดสินใจ

Q : ทำไมเลือกพรรคเพื่อไทย

A : เหมือนกับที่อ๋อมได้บอกไปตั้งแต่อ๋อมเปิดตัวเป็นอันดับ 1 อ๋อมเป็นประชาธิปไตย และพรรคเพื่อไทยมีสิ่งนั้นและนโยบายของพรรคเพื่อไทยทุกยุคทุกสมัยเป็นนโยบายที่เกิดขึ้นมาและสามารถทำได้จริงและสามารถเข้าไปถึงพี่น้องประชาชนได้จริงๆ และก็มีเพื่อนอยู่พรรคนี้ ก็อุ่นใจด้วยพอเราได้มาอยู่ครอบครัวใหญ่อ๋อมก็รู้สึกโอเคและเลือกบ้านนี้

อ๋อม สกาวใจ พูนสวัสดิ์ ว่าที่ผู้สมัครสส.กทม.พรรคเพื่อไทยอ๋อม สกาวใจ พูนสวัสดิ์ ว่าที่ผู้สมัครสส.กทม.พรรคเพื่อไทย

Q : ถ้าสอบตก จะไปไหนต่อ

A :ขอบคุณมากๆที่บอกว่าสร้างอิทธิพลอยู่ภายนอกดูยิ่งใหญ่ อ๋อมไม่เคยคิดว่าอ๋อมจะไม่สำเร็จ อ๋อมเคยบอกตั้งแต่เปิดตัว อ๋อมมาเพื่อชนะไม่ได้มาเพื่อแพ้ ทุกย่างก้าวของอ๋อมคิดดีแล้ว ที่ผ่านมาอ๋อมรู้สึกว่าเป็นคนๆนี้ เป็นคนที่ไปๆไหนมาไหนแล้วแบบ
อ๋อมสวัสดีเป็นยังไง มันคือชื่อเสียงไง ที่ทุกคนให้เรามาเพราะเราสร้างความบันเทิงให้พี่น้องประชาชนที่เขาดูเรา

และวันนี้คงถึงเวลาที่เหมาะสมที่อ๋อมสกาวใจที่ช่วยพี่น้องประชาชนกลับมาบันเทิงและกลับมามีรอยยิ้มได้เหมือนเดิม ระยะเวลา8-9ปี อ๋อมรู้ว่ามันเป็นจังหวะที่อ๋อมต้องเข้ามาและตอบแทนบุญคุณต่อพี่น้องประชาชนที่ให้ชื่อเสียงกับอ๋อมมาเป็นที่รู้จักแล้ว  ชื่อเสียงเนี่ยถ้าเกิดตอบแทนบุญคุณพี่น้องทุกคนได้ อ๋อมรู้สึกว่ามันคงสุดๆแล้ว

Q : ทำไมต้องเลือก อ๋อม สกาวใจ

A : เพราะมีศักยภาพมีวิสัยทัศน์และมีความมุ่งมั่นเข้ามาแก้ไขปัญหาต่างๆของพี่น้องประชาชนและไม่ได้เข้าเพียงเพื่อว่าอยู่ไปวันๆหรือตอบคำถามอะไรก็ไม่รู้ที่เราไม่เข้าใจหรือว่าเหวียงใส่นักข่าวอะไรแบบนี้ อยากให้เลือกถึงบุคคลที่เขาเข้ามามั่นใจเข้ามาทำงานแก้ไขปัญหาให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนซึ่งอย่างที่อ๋อมบอกไปว่าสิ่งเหล่านี้ที่พูดไป  เชื่อว่าอ๋อมมีตรงนี้

เดือน พ.ค.ทุกคนน่าจะได้ออกมาใช้สิทธิใช้เสียงกันในทุกๆเสียง เพราะว่าในทุกๆเสียงมันมีความหมายสามารถเปลี่ยนแปลงประเทศได้ครั้งยิ่งใหญ่ในครั้่งนี้ อ๋อมอยากให้ทุกคนเลือกเพื่อไทยอยากให้เป็นแลนสไลด์ไปเลย เพราะว่านโยบายของพรรคเพื่อไทยในทุกๆนโยบายที่ผ่านมา  คิดออกมาและสามารถทำได้จริงและอยากให้พี่น้องเลือกอ๋อมสกาวใจ เลือกทั้งคนทั้งพรรค  อ๋อมจะรักษาเสียงของทุกๆเสียง จะไม่ปล่อยให้มันหายไปในวันเลือกตั้งและวันนั้นประชาชนต้องเป็นใหญ่ในแผ่นดินแน่นอน

‘ทนายอนันต์ชัย’ เตือน ‘ศรีสุวรรณ’ ไม่แม่นกฎหมายอย่ายุ่งกับวัดชลประทานฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545336

22 มี.ค. 2566

'ทนายอนันต์ชัย' เตือน 'ศรีสุวรรณ' ไม่แม่นกฎหมายอย่ายุ่งกับวัดชลประทานฯ

‘ทนายอนันต์ชัย’ แถลงข่าวเตือน ‘ศรีสุวรรณ’ ไม่แม่นกฎหมายอย่ายุ่งกับวัดชลประทานฯ หลังมีพระลูกวัด 36 รูป ร้องเรียนต้องย้ายออกจากสังฆานุภาพตามคำสั่งเจ้าอาวาส

วันนี้ 22 มี.ค. ที่วัดชลประทานรังสฤษดิ์  ทนายอนันต์ชัย ไชยเดช ทีมมูลนิธิทนายกองทัพธรรมและคณะกรรมการวัดฯ แถลงข่าวความคืบหน้าพระลูกวัดชลประทาน 36 รูป ย้ายออกจากเขตสังฆานุภาพหรือเขตกัมมัฏฐาน ตามคำสั่งของเจ้าอาวาส ภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันนี้ (13 ก.พ.ครบกำหนด 15 มี.ค. ) หากขัดขืนจะดำเนินการขั้นเด็ดขาดตามกฎหมายต่อไป 

ทนายอนันต์ชัย กล่าวว่า สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้กลุ่มพระจำนวน 36 รูป ร้องเรียนไปยังนายศรีสุวรรณ จรรยา กล่าวหาว่า พระราชวัชรธรรมภาณี เจ้าอาวาสฯ รื้อกุฏิพระในเขตสังฆานุภาพ โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และรื้อต้นโพธิ์พระราชทาน อันเป็นความผิดตาม ป.อาญา มาตรา 112,157 ซึ่งเป็นความเท็จทั้งสิ้น 
 

ดังนั้นขณะนี้ครบกำหนด 30 วัน พระกลุ่มดังกล่าวได้ย้ายออกไปตามคำสั่งเจ้าอาวาสฯแล้ว แต่ก็ยังมีการไปร้องเรียนหน่วยงานต่าง ๆ และร้องเรียนไปยังสื่อมวลชน โดยเฉพาะนายศรีสุวรรณ จรรยา นักร้องแห่งชาติ อีกทั้งไม่ยอมขอขมาเจ้าอาวาส นอกจากนี้ก่อนออกจากเขตสังฆาวาส ยังมีการกระทำเชิงสัญลักษณ์อีกหลายอย่าง เพื่อแสดงถึงการต่อต้านคำสั่ง จึงขอเตือนพระทั้ง 36 รูป หากยังมีพฤติกรรมเดิม ๆ คือ การร้องเรียนไปทั่ว จะมีการดำเนินการทางกฎหมายและพระธรรมวินัยทันที พร้อมใช้ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 มาตรา 38(2) และกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2521) ว่าด้วยการลงนิคหกรรม ถือว่าไม่อยู่ในโอวาส ละเมิดพระธรรมวินัย จะขับออกจากวัดและคัดชื่อออกจากวัดทันที” ทนายอนันต์ชัยกล่าว

ทนายอนันต์ชัย ไชยเดชทนายอนันต์ชัย ไชยเดช

“ฝากเตือนไปถึงนายศรีสุวรรณ หากไม่มีความรู้เรื่องกฎหมายก็หยุดพฤติกรรมที่ร้องไปทั่ว โดยไม่มีการศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด ไม่เช่นนั้นก็จะดำเนินการตามกฎหมายเช่นกัน ” ทนายอนันต์ชัยกล่าว 


สำหรับเขตสังฆานุภาพ หลังจากพระ36รูป ย้ายออก ได้ให้นักวิชาการมาสำรวจพื้นที่และต้นไม้ เพื่อเตรียมให้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาทำการอนุรักษ์หรือล้อมย้ายต้นไม้ไปอนุบาล โดยหลังปรับปรุงพื้นที่ ก็จะนำไปปลูกในที่ที่เหมาะสมต่อไป รวมถึงการย้ายอัฐิมายังช่องบรรจุใหม่ที่ทางวัดเตรียมไว้ และทุกอย่างเป็นไปตามหลักวิชาการและพระธรรมวินัย เพื่อให้เหมาะสมกับการเป็นสถานปฏิบัติธรรมของบรรพชิตและพุทธศาสนิกชนต่อไป

ทนายอนันต์ชัย ไชยเดชทนายอนันต์ชัย ไชยเดช