สหรัฐฯ ขู่แบน TikTok หากเจ้าของชาวจีนไม่ขายหุ้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2655476

สหรัฐฯ ขู่แบน TikTok หากเจ้าของชาวจีนไม่ขายหุ้น

16 มี.ค. 2566 13:44 น.

สหรัฐฯ ขู่แบน TikTok หากเจ้าของชาวจีนไม่ขายหุ้น

รัฐบาลสหรัฐฯ เรียกร้องให้เจ้าของ TikTok ซึ่งเป็นชาวจีน ถอนการถือหุ้นในแอปวิดีโอยอดนิยมหรืออาจต้องถูกทางการสหรัฐฯ สั่งแบน

นี่ถือเป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดของเจ้าหน้าที่และสมาชิกสภานิติบัญญัติของสหรัฐฯ ซึ่งสร้างความหวาดกลัวว่าข้อมูลผู้ใช้ของ TikTok ในสหรัฐฯ อาจถูกส่งต่อไปยังรัฐบาลจีน โดย TikTok ซึ่งมีบริษัทไบต์แดนซ์ (ByteDance) จากจีนเป็นเจ้าของ มีผู้ใช้มากกว่า 100 ล้านคนในสหรัฐฯ นอกจากนั้น นี่ยังเป็นครั้งแรกภายใต้การบริหารของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ที่มีการขู่ห้ามใช้ TikTok อย่างจริงจัง หลังอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยพยายามสั่งแบน TikTok ในปี 2563 แต่ถูกศาลสหรัฐฯ เพิกถอนคำสั่ง

บรู๊ก โอเบอร์เวตเตอร์ โฆษกของ TikTok กล่าวว่า บริษัทเพิ่งทราบจากคณะกรรมการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ว่าด้วยการลงทุนต่างประเทศในสหรัฐฯ (ซีเอฟไอยูเอส) ซึ่งเรียกร้องให้เจ้าของแอปชาวจีนขายหุ้นบริษัทที่พวกเขาถือครองอยู่ และกล่าวว่ามิฉะนั้นพวกเขาจะเผชิญกับความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะสั่งแบน TikTok

หนังสือพิมพ์ วอลล์สตรีท เจอร์นัล รายงานว่า ไบต์แดนซ์ยืนยันว่า 60% ของหุ้นเป็นของนักลงทุนทั่วโลก ของพนักงาน 20% และผู้ก่อตั้ง 20%

เมื่อปี 2563 ซีเอฟไอยูเอส ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านความมั่นคงแห่งชาติที่ทรงอำนาจ เคยแนะนำให้ ByteDance ยกเลิกการดำเนินกิจการ TikTok และภายใต้แรงกดดันจากประธานาธิบดีทรัมป์ในขณะนั้น ไบต์แดนซ์ไม่ประสบความสำเร็จในความพยายามทำข้อตกลงกับวอลล์มาร์ต (Walmart) และออราเคิล คอร์ป (Oracle Corp) เพื่อเปลี่ยนสินทรัพย์ในสหรัฐฯ ของ TikTok เป็นกิจการใหม่

โฆษกของ TikTok กล่าวในแถลงการณ์ว่า “หากการปกป้องความมั่นคงของชาติคือเป้าหมาย การขายกิจการไม่ได้ช่วยแก้ปัญหา การเปลี่ยนเจ้าของจะไม่กำหนดข้อจำกัดใหม่ใดๆ ในการไหลของข้อมูลหรือการเข้าถึง” ขณะที่ทำเนียบขาวปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็น

โซว จื่อ โจว ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ TikTok มีกำหนดปรากฏตัวต่อหน้ารัฐสภาคองเกรสของสหรัฐฯ ในสัปดาห์หน้า และยังไม่ชัดเจนว่ารัฐบาลจีนจะอนุมัติการขายกิจการใดๆ หรือไม่ ด้านสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงวอชิงตัน ดีซี ยังคงไม่แสดงความเห็นใดๆ

เมื่อเดือนที่แล้ว ทำเนียบขาวให้เวลาหน่วยงานรัฐบาล 30 วันเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีแอป TikTok บนอุปกรณ์และระบบของรัฐบาลกลาง นอกจากนี้ กว่า 30 รัฐของสหรัฐฯ ยังสั่งห้ามไม่ให้พนักงานใช้ TikTok บนอุปกรณ์ของรัฐบาล

การแบนของสหรัฐฯ อาจเผชิญกับอุปสรรคทางกฎหมายที่สำคัญและปัญหาทางการเมืองที่อาจเกิดขึ้น เนื่องจาก TikTok เป็นที่นิยมในหมู่คนหนุ่มสาวชาวอเมริกันหลายล้านคน

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มาร์ค วอร์เนอร์ วุฒิสมาชิกพรรคเดโมแครตกล่าวว่า เป็นเรื่องสำคัญที่รัฐบาลสหรัฐฯ จะต้องดำเนินการมากกว่าที่เป็นอยู่ เพื่อให้ชัดเจนว่าสิ่งที่รัฐบาลเชื่อว่าเป็นความเสี่ยงต่อความมั่นคงของชาติจาก TikTok จะเป็นหน้าที่ของรัฐบาลในการแสดงให้เห็นว่าสิ่งนี้เป็นภัยคุกคามอย่างไร

TikTok และซีเอฟไอยูเอส ได้เจรจากันมานานกว่าสองปีเกี่ยวกับข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของข้อมูล TikTok กล่าวว่า ได้ทุ่มเงินกว่า 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ไปกับความพยายามด้านความปลอดภัยของข้อมูลอย่างเข้มงวด และปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการสอดแนม

TikTok กล่าวเมื่อวันพุธว่า “วิธีที่ดีที่สุดในการจัดการกับข้อกังวลเกี่ยวกับความมั่นคงของชาติ คือการปกป้องข้อมูลและระบบของผู้ใช้ในสหรัฐฯ ที่โปร่งใส โดยมีการพิสูจน์ความจริง และการตรวจสอบโดยบุคคลที่สามอย่างมีประสิทธิภาพ”

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทำเนียบขาวสนับสนุนกฎหมายที่เสนอโดยวุฒิสมาชิกหลายสิบคน เพื่อให้อำนาจใหม่แก่ฝ่ายบริหารในการห้ามใช้ TikTok และเทคโนโลยีจากต่างประเทศหากเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติ ซึ่งอาจทำให้ฝ่ายบริหารของไบเดนมีเครื่องมือใหม่ในการดำเนินคดีในศาล หากพวกเขาต้องการแบน TikTok

เจค ซัลลิแวน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของทำเนียบขาว ชื่นชมร่างกฎหมายสองพรรค โดยกล่าวว่า “จะเพิ่มความสามารถของเราในการจัดการกับความเสี่ยงที่ไม่ต่อเนื่องจากการดำเนินการแต่ละรายการ และความเสี่ยงเชิงระบบที่เกิดจากการดำเนินการบางประเภทที่เกี่ยวข้องกับประเทศที่เกี่ยวข้องในภาคส่วนเทคโนโลยีที่มีความอ่อนไหว”

คณะกรรมการกิจการต่างประเทศของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ได้ลงมติตามแนวทางของพรรคในร่างกฎหมายที่มุ่งเป้าไปที่ TikTok ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากนายไมเคิล แมคคอล ส.ส.จากพรรครีพับลิกัน ซึ่งพรรคเดโมแครตกล่าวว่าต้องการให้ฝ่ายบริหารสั่งห้าม TikTok และบริษัทในเครืออื่นๆ ของไบต์แดนซ์ อย่างมีประสิทธิภาพ.

มหาวิหารนอเทรอดามแห่งกรุงปารีส เตรียมเปิดให้เข้าชมสิ้นปีหน้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2655435

มหาวิหารนอเทรอดามแห่งกรุงปารีส เตรียมเปิดให้เข้าชมสิ้นปีหน้า

16 มี.ค. 2566 12:33 น.

มหาวิหารนอเทรอดามแห่งกรุงปารีส เตรียมเปิดให้เข้าชมสิ้นปีหน้า

มหาวิหารนอเทรอดาม อาสนวิหารสุดเก่าแก่และยิ่งใหญ่ หนึ่งในสัญลักษณ์ที่สำคัญของเมืองปารีสที่ถูกเพลิงไหม้จนเสียหายอย่างหนัก เตรียมกลับมาเปิดให้เข้าชมได้อีกครั้งในเดือนธันวาคมปี 2024

ทางการฝรั่งเศสเปิดเผยถึงความคืบหน้าในการบูรณะซ่อมแซมมหาวิหารนอเทรอดามในกรุงปารีส หลังได้รับความเสียหายจากเหตุไฟไหม้ครั้งรุนแรงเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2019 โดยระบุว่าการบูรณะซ่อมแซมสามารถทำได้รวดเร็วกว่าที่คาด จึงน่าจะสามารถเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมอีกครั้งในช่วงเดือนธันวาคมปี 2024 นี้ หลังต้องปิดซ่อมแซมมานานราว 5 ปี

พล.อ.ฌอง-หลุยส์ จอร์จลิน นายพลกองทัพผู้รับผิดชอบโครงการซ่อมแซมครั้งนี้ระบุว่า ยอดแหลมอันเป็นสัญลักษณ์ของอาสนวิหารซึ่งพังทลายลงมาจากเปลวเพลิง จะปรากฏขึ้นอีกครั้งเหนืออนุสรณ์สถานในปีนี้ ซึ่งนับเป็นสัญญาณของการฟื้นคืนชีพอีกครั้ง และเป็นการเอาชนะการต่อสู้ในครั้งนี้ของมหาวิหาร

สำหรับโครงการบูรณะซ่อมแซมเริ่มต้นขึ้นเมื่อปีที่แล้ว หลังจากต้องใช้เวลาถึง 2 ปีในการปรับโครงสร้างให้มั่นคง โดยทางการฝรั่งเศสได้เลือกที่จะสร้างอนุสรณ์สถานศิลปะโกธิคในยุคศตวรรษที่ 12 ขึ้นมาใหม่ตามแบบฉบับเดิม ซึ่งรวมถึงการสร้างยอดแหลมความสูง 93 เมตรขึ้นมาใหม่ด้วย โดยต้องใช้เจ้าหน้าที่และคนงานราว 1,000 คนต่อวัน

ขณะเดียวกัน นิทรรศการ นอเทรอดาม เดอ ปารีส : หัวใจสำคัญในการก่อสร้าง (Notre-Dame de Paris: at the heart of the construction site) ที่ตั้งอยู่ที่ชั้นใต้ดินหน้ามหาวิหารได้เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมแล้ว โดยสามารถเข้าชมได้ฟรี เพื่อติดตามดูขั้นตอนในการซ่อมบำรุง ที่ต้องใช้ทักษะฝีมืองานช่างเป็นอย่างมาก และยังมีการจัดแสดงชิ้นส่วนดั้งเดิม และงานศิลปะที่ยังคงเหลืออยู่หลังเหตุเพลิงไหม้ให้ได้ชมด้วย

อย่างไรก็ตาม ริมา อับดุล มาลัค รัฐมนตรีวัฒนธรรมของฝรั่งเศสเปิดเผยว่า แม้ว่าจะมีการเปิดมหาวิหารแล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าการบูรณะซ่อมแซมจะแล้วเสร็จแล้วทั้งหมด โดยงานบูรณะจะยังคงดำเนินการต่อเพื่อเก็บรายละเอียดอย่างน้อยจนถึงปี 2025.

ที่มา : เอบีซี

เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธข้ามทวีป ก่อนผู้นำเกาหลีใต้-ญี่ปุ่นประชุมสุดยอด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2655403

เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธข้ามทวีป ก่อนผู้นำเกาหลีใต้-ญี่ปุ่นประชุมสุดยอด

16 มี.ค. 2566 11:31 น.

เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธข้ามทวีป ก่อนผู้นำเกาหลีใต้-ญี่ปุ่นประชุมสุดยอด

เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธข้ามทวีป (ไอซีบีเอ็ม) ตกในทะเลระหว่างคาบสมุทรเกาหลีและญี่ปุ่นเมื่อวันพฤหัสบดี ไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่ประธานาธิบดีเกาหลีใต้จะบินไปยังกรุงโตเกียวเพื่อร่วมประชุมสุดยอด ซึ่งคาดว่าจะหารือถึงแนวทางตอบโต้เกาหลีเหนือที่มีอาวุธนิวเคลียร์

เกาหลีเหนือได้ทำการยิงขีปนาวุธหลายครั้งในสัปดาห์นี้ท่ามกลางความร่วมมือระหว่างเกาหลีใต้และสหรัฐฯ ในการซ้อมรบทางทหารที่รัฐบาลเกาหลีเหนือประณามว่าเป็นการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์

คณะเสนาธิการร่วมของเกาหลีใต้แถลงว่า ขีปนาวุธดังกล่าวถูกยิงเมื่อเวลา 07.10 น. ตามเวลาท้องถิ่นวันนี้ จากกรุงเปียงยาง โดยยิงเป็นวิถีโค้งและเคลื่อนที่ไปเป็นระยะทาง 1,000 กิโลเมตร ด้านกระทรวงกลาโหมของญี่ปุ่นกล่าวว่า ไอซีบีเอ็มถูกยิงขึ้นไปในระดับความสูงกว่า 6,000 กม. เป็นเวลาประมาณ 70 นาที และมีความเป็นไปได้มากที่สุดที่จะตกลงในทะเลนอกเขตเศรษฐกิจจำเพาะของญี่ปุ่น ห่างจากเกาะโอชิมะ ในจังหวัดฮอกไกโด ทางตอนเหนือของญี่ปุ่น ไปทางตะวันตก 200 กม.

ฮิโรคาสุ มัตสึโนะ หัวหน้าเลขาธิการคณะรัฐมนตรีของญี่ปุ่น กล่าวว่า ญี่ปุ่นยังไม่ยืนยันข้อมูลใดๆ เกี่ยวกับความเสียหายจากขีปนาวุธ และเสริมว่าได้ทำการประท้วงผ่านสถานทูตเกาหลีเหนือในกรุงปักกิ่งแล้ว

มัตสึโนะกล่าวว่า “การยิงขีปนาวุธของเกาหลีเหนือเป็นการกระทำที่ป่าเถื่อน ที่ยกระดับการยั่วยุของตนไปยังประชาคมโลกทั้งหมด เราจะยืนยันความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับเกาหลีใต้และสหรัฐฯ ต่อการปลดอาวุธนิวเคลียร์โดยสมบูรณ์ของเกาหลีเหนือในการประชุมสุดยอดญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ในวันนี้”

เกาหลีใต้จัดการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ และกล่าวประณามอย่างรุนแรง โดยระบุว่าการยิงขีปนาวุธดังกล่าวเป็นการยั่วยุอย่างร้ายแรงที่คุกคามสันติภาพระหว่างประเทศ ประธานาธิบดี ยุน ซอก-ยอล สั่งให้กองทัพเกาหลีใต้ดำเนินการซ้อมรบกับสหรัฐฯ ตามที่วางแผนไว้ โดยระบุว่า เกาหลีเหนือจะต้องชดใช้ต่อการแสดงการยั่วยุโดยประมาท

กองทัพเกาหลีใต้และสหรัฐฯ เริ่มการซ้อมรบร่วมกันเป็นเวลา 11 วัน ที่เรียกว่า “ฟรีดอม ชีลด์ 23” (Freedom Shield 23) เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งจัดขึ้นในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน นับตั้งแต่ปี 2560 เพื่อตอบโต้ภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นของเกาหลีเหนือ ขณะที่เกาหลีเหนือแสดงท่าทีแข็งกร้าวต่อการซ้อมรบของชาติพันธมิตร ว่าเป็นการซ้อมรบเพื่อการรุกราน

นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ฟูมิโอะ คิชิดะ กล่าวว่า ญี่ปุ่นจะจัดการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติต่อการยิงขีปนาวุธของเกาหลีเหนือครั้งนี้ด้วย นายคิชิดะกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “สันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคเป็นประเด็นที่สำคัญที่สุดสำหรับประเทศที่เกี่ยวข้อง เราจำเป็นต้องสร้างความร่วมมือที่ใกล้ชิดกับพันธมิตรและมิตรประเทศทั้งหมด”

ประธานาธิบดียุนเดินทางไปยังญี่ปุ่นเพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดครั้งแรกกับนายกรัฐมนตรีคิชิดะเป็นครั้งแรกในรอบกว่าทศวรรษ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามที่จะเอาชนะข้อพิพาททางประวัติศาสตร์ การเมือง และเศรษฐกิจ ในนามของความร่วมมือเพื่อต่อต้านเกาหลีเหนือและความท้าทายอื่นๆ

ส่วนหนึ่งของความพยายามครั้งนี้ ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ได้ตกลงที่จะแบ่งปันข้อมูลการติดตามการยิงขีปนาวุธของเกาหลีเหนือแบบเรียลไทม์ และให้คำมั่นว่าจะกระชับความร่วมมือทางทหารให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

เกาหลีเหนือติดอาวุธนิวเคลียร์ยิงขีปนาวุธจำนวนมากเป็นประวัติการณ์ในปีที่แล้ว รวมถึงไอซีบีเอ็มที่สามารถยิงได้ไกลถึงสหรัฐฯ ได้ ในขณะที่เริ่มเตรียมการสำหรับการทดสอบนิวเคลียร์ครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2560

โครงการขีปนาวุธและอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือถูกสั่งห้ามภายใต้มติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ แต่เกาหลีเหนือกล่าวว่าการพัฒนาอาวุธเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อตอบโต้นโยบายที่เป็นปรปักษ์ของสหรัฐฯ และพันธมิตร

สำนักข่าวกลางเกาหลีเหนือ หรือเคซีเอ็นเอ รายงานเมื่อวันอาทิตย์ว่า นายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ เป็นประธานในการประชุมพรรคแรงงานเพื่อหารือและตัดสินใจเกี่ยวกับมาตรการป้องปรามสงครามที่สำคัญในทางปฏิบัติ โดยกล่าวว่าการยั่วยุของสหรัฐฯ และเกาหลีใต้กำลังถึงจุดอันตราย.

นาซาเผยโฉม ชุดอวกาศรุ่นใหม่ สำหรับโครงการไปดวงจันทร์ “อาร์ทิมิส 3”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2655271

นาซาเผยโฉม ชุดอวกาศรุ่นใหม่ สำหรับโครงการไปดวงจันทร์ "อาร์ทิมิส 3"

16 มี.ค. 2566 09:54 น.

นาซาเผยโฉม ชุดอวกาศรุ่นใหม่ สำหรับโครงการไปดวงจันทร์ “อาร์ทิมิส 3”

องค์การนาซา กับบริษัทเอกชน “แอกเซียม สเปซ” พัฒนาชุดนักบินอวกาศรุ่นใหม่ สำหรับโครงการอาร์ทิมิส 3 ที่จะส่งนักบินอวกาศไปลงดวงจันทร์ครั้งแรกในรอบกว่า 50 ปี

เมื่อวันที่ 15 มี.ค. 2566 องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ ของสหรัฐฯ หรือนาซา ร่วมกับบริษัทเอกชน “แอกเซียม สเปซ” (Axiom Space) จัดงานที่ศูนย์อวกาศเมืองฮิวสตัน รัฐเทกซัส เปิดตัวชุดนักบินอวกาศ สำหรับโครงการอาร์ทิมิส 3 ที่จะส่งนักบินอวกาศไปยังพื้นผิวดวงจันทร์ ในปี 2568 ซึ่งชุดนี้สวมใส่โดย นายเจมส์ สไตน์ หัวหน้าวิศวกรของบริษัท แอกเซียม สเปซ

โดยชุดนักบินอวกาศสีดำแถบส้มชุดนี้ เป็นชุดคลุมต้นแบบที่นำมาแสดงให้ชม ออกแบบโดยบริษัท แอกเซียม สเปซ ด้วยวัสดุและการตัดเย็บที่ทำให้ผู้สวมใส่เกิดความคล่องตัวและยืดหยุ่นมากขึ้น และเป็นชุดที่นักบินอวกาศจะต้องใส่ทับชุดนักบินอวกาศด้านใน ซึ่งได้รับการคุ้มครองด้านสิทธิบัตรการออกแบบ และเพื่อปกป้องชุดด้านในไม่ให้ได้รับความเสียหายระหว่างภารกิจทดสอบภาคพื้นดิน

ขณะที่ชุดที่นักบินอวกาศจะใส่ไปลงเหยียบพื้นผิวดวงจันทร์จริงๆ นั้น จะเป็นชุดที่มีสีขาว เช่นเดียวกับชุดในโครงการอะพอลโล เนื่องจากสีขาวจะช่วยสะท้อนความร้อน ปกป้องนักบินอวกาศจากความร้อนสูง

ทางบริษัทผู้ออกแบบเปิดเผยว่า ชุดนักบินอวกาศเจเนอเรชันใหม่ สำหรับนักบินอวกาศที่จะเดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่ดวงจันทร์ จะมีหลายขนาดตามลำตัวของผู้ใส่ ขณะที่ชุดอวกาศรุ่นใหม่ๆ สำหรับใส่ในภารกิจการฝึกซ้อม จะถูกเผยโฉมในช่วงฤดูร้อนนี้

ทั้งนี้ องค์การนาซา ทำสัญญากับบริษัท แอกเซียม สเปซ เป็นมูลค่า 225.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 7,784 ล้านบาท ในการออกแบบและผลิตชุดนักบินอวกาศโครงการอาร์ทิมิส 3 ที่จะไปสำรวจดวงจันทร์ครั้งแรกในรอบกว่า 50 ปี.

เคราะห์ซ้ำ ตุรกีเจอน้ำท่วมรุนแรง 2 จังหวัด สังเวยอีก 13 ศพ สูญหายหลายราย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2655171

เคราะห์ซ้ำ ตุรกีเจอน้ำท่วมรุนแรง 2 จังหวัด สังเวยอีก 13 ศพ สูญหายหลายราย

16 มี.ค. 2566 07:53 น.

เคราะห์ซ้ำ ตุรกีเจอน้ำท่วมรุนแรง 2 จังหวัด สังเวยอีก 13 ศพ สูญหายหลายราย

ฝนตกหนัก น้ำท่วมรุนแรง 2 จังหวัดของตุรกี ซึ่งเป็นพื้นที่ภัยพิบัติจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อเดือนที่แล้ว ล่าสุดมีผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมอย่างน้อย 13 ศพ สูญหายนับสิบราย

เมื่อวันที่ 16 มี.ค. 2566 สำนักข่าวอัลจาซีราห์ รายงานว่า เกิดน้ำท่วมใหญ่ใน 2 จังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของตุรกี ได้แก่จังหวัดชันลืออูร์ฟา และจังหวัดอดิยามาน หลังจากที่มีฝนตกหนักติดต่อกันหลายชั่วโมง ทำให้น้ำในแม่น้ำล้นตลิ่ง ทะลักเข้าท่วมถนนและบ้านเรือนของประชาชน มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 13 ศพ บาดเจ็บสูญหายอีกนับสิบราย

โดยน้ำในแม่น้ำ 4 สายของเมืองชันลืออูร์ฟา ล้นตลิ่งท่วมบ้านเรือนของประชาชน ท่วมถนนสายหลักหลังจากมีฝนตกหนักติดต่อกันหลายชั่วโมง ขณะที่ประชาชนหลายพันคนใน 2 จังหวัดแห่งนี้ต้องพักอาศัยในตู้คอนเทนเนอร์ที่ทำเป็นบ้านพักชั่วคราว นับตั้งแต่บ้านพังถล่มในช่วงแผ่นดินไหวเมื่อเดือนที่แล้ว แต่ล่าสุดพอเกิดน้ำท่วม กระแสน้ำได้ซัดเอาบ้านตู้คอนเทนเนอร์จมหาย ทำให้คาดว่าจะมีประชาชนอีกหลายพันคนต้องไร้ที่อยู่อาศัย

ด้านโฆษกสำนักงานจัดการภัยพิบัติของตุรกีเปิดเผยว่า ผู้เชี่ยวชาญด้านการดำน้ำกว่า 10 คนได้เตรียมเข้าร่วมภารกิจช่วยเหลือและค้นหาประชาชนที่สูญหายจากน้ำท่วมใน 2 จังหวัด

ทั้งนี้ แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในตุรกีเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา สร้างความเสียหายในตุรกีและซีเรีย มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 52,000 ศพ อาคารกว่า 200,000 หลังพังถล่มและได้รับความเสียหายอย่างหนัก. 

โปแลนด์จับกุมเครือข่ายสายลับรัสเซีย สอดแนม-วางแผนก่อวินาศกรรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2655161

โปแลนด์จับกุมเครือข่ายสายลับรัสเซีย สอดแนม-วางแผนก่อวินาศกรรม

16 มี.ค. 2566 06:45 น.

โปแลนด์จับกุมเครือข่ายสายลับรัสเซีย สอดแนม-วางแผนก่อวินาศกรรม

โปแลนด์ทลายเครือข่ายสายลับรัสเซีย ที่คอยสอดแนมการขนส่งเสบียงให้ยูเครน รวมทั้งพบว่า คนกลุ่มนี้กำลังวางแผนก่อวินาศกรรมด้วย

เมื่อวันพุธที่ 15 มี.ค. 2566 สถานีวิทยุ RMF FM ในประเทศโปแลนด์ รายงานว่า เจ้าหน้าที่สำนักงานความมั่นคงภายใน (ABW) ของประเทศสามารถทลายเครือข่ายสายลับที่ทำให้กับรัสเซียได้ โดยมีชาวต่างชาติถูกจับกุม 6 รายในฐานะผู้ต้องสงสัย ติดตั้งกล้องลับเพื่อบันทึกภาพกระบวนการขนส่งความช่วยเหลือไปยังยูเครน และกำลังวางแผนก่อวินาศกรรม

RMF FM รายงานโดยอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่รัฐบาลโปแลนด์ 2 คนว่า สายลับกลุ่มนี้ติดตั้งกล้องลับหลายสิบตัวเอาไว้ตามสถานีรถไฟชุมทาง และตามเส้นทางการขนส่งสำคัญในจังหวัด พอดการ์แพ็คกี ของโปแลนด์ ซึ่งมีอาณาเขตติดต่อกับยูเครน

ขณะที่กล้องบางตัวถูกพบใกล้กับสนามบินภูมิภาคขนาดเล็กชื่อ เซสซอว์-จาชิออนกา (Rzeszow-Jasionka) ที่ถูกเปลี่ยนแปลงศูนย์กลางการขนส่งสิ่งของช่วยเหลือเพื่อมนุษยธรรม และความช่วยเหลือทางกองทัพให้แก่ยูเครน และมีเครื่องบินขนส่งและเครื่องบินกองทัพจากสหรัฐฯ และชาติยุโรปบินเข้าออกเป็นประจำ

สนามบินแห่งนี้ยังถูกสหรัฐฯ จัดเป็นสถานที่อ่อนไหว และส่งระบบมิสไซล์ป้องกันทางอากาศ ‘แพทริออต’ มาคุ้มกัน และประธานาธิบดี โจ ไบเดน ก็เดินทางมายังสนามบิน เซสชอว์-จาชิออนกา ก่อนจะเดินทางต่อไปยังกรุงเคียฟของโปแลนด์เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ โปแลนด์นับเป็นพันธมิตรที่สำคัญที่สุดของยูเครน ที่คอยกระตุ้นให้ชาติพันธมิตรตะวันตกส่งอาวุธให้ยูเครนเพิ่ม เพื่อรับมือการรุกรานจากรัสเซีย โดยนับตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้น เจ้าหน้าที่ความมั่นคงของโปแลนด์จับกุมตัวผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นสายลับรัสเซียไปแล้วหลายราย

ที่มา : bbc

แบงก์ชาติสวิตเซอร์แลนด์ พร้อมช่วยธนาคารเครดิต สวิส หลังหุ้นดิ่งทุบสถิติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2655140

แบงก์ชาติสวิตเซอร์แลนด์ พร้อมช่วยธนาคารเครดิต สวิส หลังหุ้นดิ่งทุบสถิติ

16 มี.ค. 2566 05:52 น.

แบงก์ชาติสวิตเซอร์แลนด์ พร้อมช่วยธนาคารเครดิต สวิส หลังหุ้นดิ่งทุบสถิติ

ธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์ยืนยัน พร้อมช่วยธนาคารยักษ์ใหญ่ของประเทศอย่าง เครดิต สวิส ที่หุ้นร่วงอย่างหนักตามหลังการล่มสลายของธนาคารซิลิคอนวัลเลย์ในสหรัฐฯ

เมื่อวันพุธที่ 15 มี.ค. 2566 หุ้นของธนาคาร เครดิต สวิส ดิ่งลงถึง 24% ลงไปอยู่จุดต่ำสุดในประวัติศาสตร์จนต้องมีการระงับซื้อขาย เนื่องจากนักลงทุนกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ของธนาคารที่เต็มไปด้วยข่าวอื้อฉาวตลอดช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กอปรกับข่าวการล่มสลายของธนาคารซิลิคอนวัลเลย์ (SVB) ในสหรัฐฯ ยิ่งกระตุ้นความหวาดกลัวขึ้นไปอีก

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้ธนาคารแห่งชาติสวิส (SNB) และสำนักงานกำกับดูแลตลาดหลักทรัพย์แห่งสวิส ต้องรีบหาทางบรรเทาความกังวลแก่นักลงทุน โดยพวกเขายืนยันในแถลงการณ์ร่วมว่า ไม่มีข้อบ่งชี้ว่า ความปั่นป่วนในตลาดธนาคารของสหรัฐฯ ตอนนี้ จะสร้างความเสี่ยงโดยตรงต่อสถาบันการเงินของสวิตเซอร์แลนด์

พวกเขาระบุอีกว่า สถาบันการเงินของสวิสมีกฎเข้มงวดในการรับรองเสถียรภาพของตัวเอง และธนาคารเครดิต สวิส ก็เข้าเกณฑ์การเป็นธนาคารที่มีความสำคัญต่อระบบ ซึ่งหากจำเป็น SNB จะให้ความช่วยเหลือในด้านสภาพคล่องแก่ธนาคาร เครดิต สวิส

ก่อนหน้านี้ ความวิตกเรื่องความอ่อนแอของธนาคารยักษ์ใหญ่ระหว่างประเทศอย่าง เครดิต สวิส กดดันหุ้นกลุ่มธนาคารทั่วโลก ดัชนีหุ้นกลุ่มธนาคารของสหภาพยุโรปอย่าง Stoxx Europe ดิ่งลงถึง 7% ขณะที่ดัชนี FTSE 100 ของสหราชอาณาจักร ร่วง 3.8% ซึ่งเป็นการลดลงในวันเดียวมากที่สุดนับตั้งแต่ต้นปี 2563 ที่โควิด-19 เพิ่งเริ่มระบาด

ดัชนีหุ้น Dax ของเยอรมนีก็ลดลงมากกว่า 3% เช่นเดียวกับดัชนี Cac 40 ของฝรั่งเศส ที่ปิดตลาดลดลง 3.5% ส่วนดัชนี Ibex 35 ของสเปน ลดลงมากกว่า 4% ขณะที่ในสหรัฐฯ หุ้นของธนาคารน้อยใหญ่ต่างได้รับผลกระทบทั้งหมด ผลัดดาวโจนส์ ลดลงเกือบ 0.9% S&P 500 ลดลง 0.7% ขณะที่แนสแด็ก แทบไม่มีความเปลี่ยนแปลง

ทั้งนี้ ธนาคาร เครดิต สวิส ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2399 เผชิญเรื่องอื้อฉาวมากมายในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา รวมถึงการถูกกล่าวหาว่าเป็นแหล่งฟอกเงิน และข้อหาคอร์รัปชันอื่นๆ ในขณะที่ผลประกอบการก็ไม่สู้ดี พวกเขาขาดทุนต่อเนื่องในปี 2564 กับ 2565 และเป็นปีที่เลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤติการเงินปี 2551 ขณะที่คาดว่าจะไม่มีกำไรไปจนถึงปี 2567

หุ้นของธนาคารก็เสียหายหนักตั้งแต่ก่อนธนาคาร SVB ล่มแล้ว เมื่อปีก่อนมูลค่าหุ้นของพวกเขาดิ่งลง 2 ใน 3 หลังลูกค้าแห่ถอนเงินออกไป โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2565 ที่มีการถอนเงินถึง 1.1 แสนล้านสวิสฟรังก์

การล่มสลายของธนาคารซิลิคอนวัลเลย์ ซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 16 ของสหรัฐฯ จากปัญหาสภาพคล่องหลังลูกค้าแห่ถอนเงินจำนวนมาก ต่อเนื่องด้วยการล่มสลายของธนาคารอีกแห่งคือ ซิกเนเจอร์ แบงก์ (Signature Bank) ในนิวยอร์ก ทำให้ความกลัวว่า ธนาคารอื่นๆ อาจประสบชะตากรรมเดียวกัน ส่งผลให้หุ้นกลุ่มธนาคารร่วงหนัก

ด้านผู้บริหารของธนาคาร เครดิต สวิส ยืนยันว่า สถานะทางการเงินของธนาคารไม่เป็นที่น่ากังวล เนื่องจากเงินสดสำรองของพวกเขานั้น ยังคงแข็งแกร่งมากๆ แต่ดูเหมือนจะไม่อาจคลายความวิตกของนักลงทุนได้ เห็นได้จากการเทขายหุ้นในวันพุธที่ผ่านมา

นายลอเรนซ์ ฟิงก์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทลงทุนยักษ์ใหญ่ BlackRock ระบุในรายงานประจำปีที่เสนอต่อนักลงทุนว่า ยังเร็วเกินไปที่จะทราบได้ว่า ความเสียหายจะแผ่ขยายเป็นวงกว้างแค่ไหน แต่จนถึงตอนนี้ การตอบสนองของเจ้าหน้าที่กำกับดูแลทางการเงินเป็นไปอย่างรวดเร็ว และมีการใช้มาตรการเด็ดขาดเพื่อลดความเสี่ยงการแพร่กระจาย แต่ตลาดยังคงหวั่นวิตกอยู่

ที่มา : bbc

อิหร่านจับแล้ว 110 คน คดีสารพิษโจมตีนักเรียนหญิง เชื่อมีคดีเลียนแบบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2655126

อิหร่านจับแล้ว 110 คน คดีสารพิษโจมตีนักเรียนหญิง เชื่อมีคดีเลียนแบบ

16 มี.ค. 2566 04:25 น.

อิหร่านจับแล้ว 110 คน คดีสารพิษโจมตีนักเรียนหญิง เชื่อมีคดีเลียนแบบ

อิหร่านจับผู้ต้องสงสัยที่อาจเกี่ยวข้องกับคดีสารพิษโจมตีนักเรียนหญิงนับพันทั่วประเทศ และพบหลักฐานที่ชี้ว่า อาจมีการก่อคดีเลียนแบบเกิดขึ้น

เมื่อวันพุธที่ 15 มี.ค. 2566 ตำรวจของประเทศอิหร่านเปิดเผยว่า พวกเขาจับกุมผู้ต้องสงสัยที่อาจเกี่ยวข้องกับเหตุสารพิษปริศนาโจมตีนักเรียนหญิงตามโรงเรียนในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศแล้ว 110 ราย แต่พวกเขายังไม่เปิดเผยรายละเอียดใดๆ เกี่ยวกับผู้ถูกจับกุม หรือผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีที่เกิดขึ้น

เกิดโจมตีเริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนปีก่อน โดยจนถึงตอนนี้ มีโรงเรียนประมาณ 230 แห่งใน 25 จากทั้งหมด 31 จังหวัด ที่ได้รับผลกระทบ และมีนักเรียนหญิงกับนักเรียนชายถูกพิษรวมกันมากกว่า 5,000 คน แม้จะไม่มีผู้เสียชีวิต แต่มีนักเรียนหลายสิบคนล้มป่วยจนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล

อิหร่านไม่เคยมีประวัติว่ามีกลุ่มหัวรุนแรงทางศาสนามุ่งเป้าโจมตีไปที่การศึกษาของผู้หญิง ต่างจากอัฟกานิสถาน ประธานาธิบดี เอบราฮิม ไรซี กล่าวว่าการโจมตีที่เกิดขึ้นเป็นการสมคบคิดของศัตรูเพื่อสร้างความหวาดกลัวและสิ้นหวังในหมู่ประชาชน แต่ก็มีเจ้าหน้าที่อิหร่านบางคนที่เชื่อว่านี่อาจเป็นการอุปทานหมู่

อย่างไรก็ตาม นายพลซาอีด มอนตาเซโรลเมห์ดี โฆษกตำรวจอิหร่าน ออกมาเปิดเผยเรื่องการจับกุมผู้ต้องสงสัยทั้ง 110 ราย และบอกด้วยว่า ตำรวจยึดระเบิดของเล่นที่เอาไว้สร้างกลิ่นเหม็น (stink bomb) ได้หลายพันชิ้น บ่งชี้ว่าการโจมตีบางครั้งอาจเป็นการก่อเหตุเลียนแบบ

ทั้งนี้ ในเบื้องต้นสื่อหลายสำนักรายงานว่า คดีนี้เป็นการโจมตีด้วยแก๊สพิษ เนื่องจากนักเรียนหลายคนให้การว่าได้กลิ่นเหม็นก่อนเริ่มมีอาการป่วย อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่อิหร่านพบเพียงสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองในที่เกิดเหตุ ซึ่งคาดว่าเป็นต้นเหตุทำให้นักเรียนล้มป่วย แต่ไม่พบสารพิษหรือสารอันตรายใดๆ ในตัวเด็กนักเรียนที่เข้ารับการรักษา

ขณะที่นาย ซาอีด คาริมี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข อาการป่วยที่พบในหมู่นักเรียนยังรวมถึง การระคายเคืองบริเวณทางเดินหายใจ, ปวดท้อง, อ่อนแรงและเซื่องซึม อย่างไรก็ตาม สารก่อความระคายเคืองจากการสูดดมไม่จำเป็นต้องมาในรูปแบบของแก๊สเพียงอย่างเดียว แต่อาจเป็นผง, ยาพอก หรือการระเหยของของเหลวก็ได้

ที่มา : abcnews

ศาลตัดสิน หนุ่มเนเธอร์แลนด์ผิดจริง ถอดถุงยางขณะมีเซ็กซ์โดยคู่นอนไม่รู้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2655123

ศาลตัดสิน หนุ่มเนเธอร์แลนด์ผิดจริง ถอดถุงยางขณะมีเซ็กซ์โดยคู่นอนไม่รู้

16 มี.ค. 2566 03:35 น.

ศาลตัดสิน หนุ่มเนเธอร์แลนด์ผิดจริง ถอดถุงยางขณะมีเซ็กซ์โดยคู่นอนไม่รู้

ศาลเนเธอร์แลนด์ตัดสินให้ ชายหนุ่มคนหนึ่งมีความผิดจริงข้อหา ถอดถุงยางอนามัยระหว่างมีเซ็กซ์โดยที่คู่นอนไม่รู้ เป็นรายแรกของประเทศ

เมื่อวันอังคารที่ 14 มี.ค. 2566 ศาลแขวงเมืองดอร์เดรชท์ ทางตะวันตกของเนเธอร์แลนด์ ตัดสินให้ชายชาวดัตช์วัย 28 ปีคนหนึ่งมีความผิดจริงในข้อหา ถอดถุงยางอนามัยระหว่างมีเพศสัมพันธ์ โดยที่หญิงคู่นอนของเขาไม่รับรู้ หรือที่เรียกว่าการ “สเตลธิง” (stealthing) ซึ่งนี่เป็นครั้งแรกของเนเธอร์แลนด์ที่มีผู้ถูกตัดสินความผิดในข้อหานี้

“ด้วยการกระทำของเขา ผู้ต้องสงสัยบีบบังคับให้เหยื่อต้องอดทนต่อการมีเพศสัมพันธ์กับเขาโดยไม่ป้องกัน และการทำเช่นนั้น หมายความว่าเขาจำกัดเสรีภาพส่วนบุคคลของคู่นอนและทรยศความเชื่อใจที่เธอมีให้เขา” ศาลระบุในคำตัดสิน โดยพิพากษาลงโทษจำคุกชายคนนี้เป็นเวลา 3 เดือนแต่รอลงอาญาไว้ก่อน และจ่ายค่ายเสียหายแก่เหยื่อ 1,000 ยูโร

อย่างไรก็ตาม ศาลตัดสินให้ชายคนนี้ไม่มีความผิดในข่อหา ข่มขืน เนื่องจากศาลมองว่า ทั้งคู่มีเพศสัมพันธ์กันด้วยความยินยอมทั้งสองฝ่าย

ทั้งนี้ เนเธอร์แลนด์ไม่ได้มีกฎหมายเจาะจงเอาผิดเกี่ยวกับการ สเตลธิง โดยเฉพาะ แต่นี่นับเป็นการตัดสินความผิดเกี่ยวกับการกระทำเช่นนี้ในประเทศเป็นครั้งแรก ในขณะที่ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ศาลต่างๆ ในยุโรปก็เริ่มเอาผิดผู้ก่อเหตุลักษณะคล้ายกันนี้แล้ว

ศาลกรุงเบอร์ลินปี 2561 ตำรวจนายหนึ่งถูกตัดสินว่ามีความผิดข้อหาล่วงละเมิดทางเพศ ให้จำคุก 6 เดือนแต่รอลงอาญา ฐานถอดถุงยางขณะมีเซ็กซ์โดยที่คู่นอนไม่รู้ และต้องจ่ายค่าเสียหายเกือบ 3,100 ยูโร

ในปี 2564 รัฐแคลิฟอร์เนียกลายเป็นรัฐแรกของสหรัฐฯ ที่ทำให้การ สเตลธิง ผิดกฎหมาย แต่เป็นความผิดทางแพ่งไม่ใช่อาญา ผู้เสียหายสามารถยื่นฟ้องร้องขอค่าเสียหายจากผู้กระทำผิดได้

ที่มา : cbsnews

เหยื่อไซโคลนเฟรดดี้พุ่ง 225 ศพ ปธน.มาลาวีลั่นเป็นโศกนาฏกรรมของชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2655121

เหยื่อไซโคลนเฟรดดี้พุ่ง 225 ศพ ปธน.มาลาวีลั่นเป็นโศกนาฏกรรมของชาติ

16 มี.ค. 2566 02:59 น.

เหยื่อไซโคลนเฟรดดี้พุ่ง 225 ศพ ปธน.มาลาวีลั่นเป็นโศกนาฏกรรมของชาติ

ครอบครัวชาวมาลาวีจัดพิธีฝังศพผู้เสียชีวิตจากอิทธิพลของไซโคลน เฟรดดี้ ขณะที่ประธานาธิบดีระบุว่านี่เป็นโศกนาฏกรรมของประเทศ และขอความช่วยเหลือจากนานาชาติ

เมื่อวันพุธที่ 15 มี.ค. 2566 ประธานาธิบดี ลาซารัส ชัคเวรา แห่งประเทศมาลาวี เดินทางเยือนเมืองชีลอบเว บริเวณชานเมืองบลันไทร์ ทางตอนใต้ของประเทศ เพื่อร่วมพิธีรำลึกและฝังศพผู้เสียชีวิต 21 ราย จากอิทธิพลของไซโคลนเฟรดดี้ ซึ่งนายชัคเวรากล่าวว่าเป็นโศกนาฏกรรมของชาติ

ในพิธีศพซึ่งจัดขึ้นที่โรงเรียนประถมแห่งหนึ่งในเมืองชีลอบเว ประธานาธิบดีชัคเวราประกาศไว้อาลัยทั่วประเทศเป็นเวลา 14 วัน พร้อมให้คำมั่นว่า จะยกระดับปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือมากขึ้น และร้องขอความช่วยเหลือเพิ่มเติมจากประชาคมนานาชาติและผู้บริจาคต่างชาติ เนื่องจากผู้รอดชีวิตยังต้องการเครื่องนุ่งห่ม, อาหาร และที่พัก

ไซโคลนเฟรดดี้พัดถล่มหลายประเทศในภาคใต้ของทวีปแอฟริกาเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 1 เดือน มีผู้เคราะห์ร้ายจำนวนมากถูกพัดพาไปกับกระแสน้ำท่วม หรือถูกฝังใต้ดินโคลนที่ถล่มลงมาจากภูเขา โดยเมืองบลันไทร์ ศูนย์กลางทางการเงินของมาลาวี เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด มีบ้านเรือนเสียหายเพราะน้ำท่วมจำนวนมาก

สำนักงานจัดการภัยพิบัติของมาลาวีระบุว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากอิทธิพลของพายุเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 225 ศพแล้ว ขณะที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 707 ราย และสูญหายอีก 41 คน รัฐบาลจัดตั้งค่ายที่พักฉุกเฉินเอาไว้อย่างน้อย 30 แห่ง เพื่อให้ผู้ที่ต้องอพยพจากบ้านราว 20,000 คนได้อยู่อาศัย

นางคุมบีเซ คันโดโด ชีปอนดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของมาลาวีกล่าวว่า เจ้าหน้าที่พบเด็กรอดชีวิต 1 รายในวันพุธ แต่สถานการณ์ในประเทศตอนนี้ยัง เปราะบางมาก ผู้ได้รับผลกระทบจากไซโคลนมีมากกว่า 5 ล้านคน ทำให้แม้แต่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขยังต้องการความช่วยเหลือ

ในด้านปฏิบัติการช่วยเหลือ ไซโคลนเฟรดดี้ยังทำให้เกิดฝนตกหนักในมาลาวีในวันพุธ ถนนและสะพานหลายสายถูกตัดขาด ทำให้การกู้ภัยทำให้อย่างยากลำบาก ขณะที่เกิดเหตุเรือของทหารล่มระหว่างค้นหาผู้รอดชีวิตจากน้ำท่วม โดยทหาร 2 นายกับพลเรือน 1 คนสามารถว่ายน้ำไปยังที่ปลอดภัยได้สำเร็จ แต่อีก 2 คนหายตัวไปและอาจจมน้ำเสียชีวิตแล้ว

ที่มา : bbc