‘ในหลวง’โปรดเกล้าฯให้ผู้ว่าฯปัตตานี เชิญดอกไม้เยี่ยมอาสาสมัครทหารพรานบาดเจ็บ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/724440

'ในหลวง'โปรดเกล้าฯให้ผู้ว่าฯปัตตานี เชิญดอกไม้เยี่ยมอาสาสมัครทหารพรานบาดเจ็บ

‘ในหลวง’โปรดเกล้าฯให้ผู้ว่าฯปัตตานี เชิญดอกไม้เยี่ยมอาสาสมัครทหารพรานบาดเจ็บ

วันศุกร์ ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2566, 21.41 น.

“ในหลวง” โปรดเกล้าฯให้ผู้ว่าฯปัตตานี เชิญดอกไม้เยี่ยมอาสาสมัครทหารพราน ได้รับบาดเจ็บจากเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนลอบยิง  

วันที่ 14 เมษายน 2566 เวลา 14.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ไปมอบแก่ อาสาสมัครทหารพราน พรอนันต์ บุญวิก ​เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการจรยุทธ กองร้อยทหารพราน 4413 ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนลอบยิง ขณะทำการตั้งจุดตรวจจุดสกัด เหตุเกิดในพื้นที่บ้านปายอนอก หมู่ที่ 8 ตำบลกะดุนง อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2566​ และเข้ารับการรักษาพยาบาล ณ โรงพยาบาลปัตตานี อำเภอเมืองปัตตานี​ จังหวัด​ปัตตานี​

การได้รับพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณในครั้งนี้ ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่ อาสาสมัครทหารพราน พรอนันต์ฯ และครอบครัวอย่างหาที่สุดมิได้

สวมแว่นวิชาการ วิเคราะห์จุดแข็ง – จุดอ่อน พรรคการเมือง ในศึก เลือกตั้ง2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546850

15 เม.ย. 2566

สวมแว่นวิชาการ วิเคราะห์จุดแข็ง - จุดอ่อน พรรคการเมือง ในศึก เลือกตั้ง2566

นักรัฐศาสตร์มหาวิทยาลัยรังสิต วิเคราะห์ภาพรวมทางเมืองของแต่ละพรรค ระบุ จุดอ่อนเพื่อไทย มีภาพตระกูลเจ้าของ ด้าน ก้าวไกล เกมเพดานสูง – ปาร์ตี้ลิสต์ลด ส่งผลกระทบ


นับตั้งแต่กลองศึกการเลือกตั้ง2566 ดังขึ้น การเมืองไทยก็คึกคัก แต่ละพรรคการเมือง ระดมหาเสียงอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการดีเบตแสดงวิสัยทีศน์ที่เข้มข้น ดุดันไม่เกรงใจใครในแต่ละเวที ซึ่งทุกอย่างจะกลายมาเป็นข้อมูลให้ประชาชนตัดสินใจในการจะลงคะแนนให้ในวันที่ 14 พ.ค. ที่จะถึงนี้ 


ในการเลือกตั้งที่คึกคักเช่นนี้ แต่ละพรรคการเมือง มีทั้งจุดแข็งและจุดอ่อน สะท้อนเดิมพันใครจะจัดตั้งรัฐบาลในอนาคต 


ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ได้วิเคราะห์และประเมินภาพรวมพรรคการเมืองอย่างน่าสนใจ สะท้อนภาพแต่ละพรรคการเมืองอย่างชัดเจน 

ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต
พรรคเพื่อไทย ได้รับการคาดหมายว่าในการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นพรรคที่ได้คะแนนการเลือกตั้งมาเป็นอันดับ 1 ส่วนจะแลนด์สไลด์หรือไม่ ก็มีหลายปัจจัย อย่างแรกความเข้มแข็งยังเหมือนเดิมหรือไม่ ด้วยการที่มีสส.ออกไปอยู่กับพรรคการเมืองอื่นนั้น ยังจะมีมนต์ขลังอยู่หรือไม่ เพราะเพื่อไทยผูกติดกับตระกูลชินวัตรอย่างแยกกันไม่ออก และพรรคเพื่อไทยก็สะสมนโยบายแคมเปญผลงานในอดีต การแก้ไขเศรษฐกิจแม้จะถูกกล่าวหาว่าเป็นเชิงประชานิยม แต่เป็นเรื่องของปากท้องประชาชนที่สามารถเข้าถึงได้ทุกครั้ง ภาพตั้งแต่พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน จนมาถึงพรรคเพื่อไทย 

ถือว่าเป็นแต้มต่อทางการเมืองอย่างหนึ่ง  ซึ่งถือเป็นจุดแข็งและมีบุคลากรที่มีความหลากหลาย แต่ในขณะเดียวกันแม้จะเป็นจุดแข็งแต่ก็เป็นจุดอ่อนอยู่ในที ตระกูลชินวัตรเปรียบเสมือนเจ้าของหรือมีอำนาจอยู่ภายในพรรค ก็ทำให้สามารถถูกโจมตีได้อีกด้านหนึ่ง และคะแนนในฝ่ายของอนุรักษ์นิยมก็จะไม่มีทางที่จะเทมาให้กับทางพรรคเพื่อไทย ด้วยมีความหวาดระแวงหรือมีความกังวลถ้าคุณทักษิณชินวัตรจะกลับประเทศไทยโดยไม่ถูกดำเนินคดี

ส่วนพรรคก้าวไกล หลายครั้งที่ผ่านมาในการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรนั้น ถือว่าเป็นจุดแข็งในการหาข้อมูลในการอภิปรายไม่ว่าจะเป็นศึกซักฟอกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ถือว่าโดดเด่นกวาดทุกพรรคการเมืองที่เป็นพรรคร่วมฝ่ายค้านด้วยกันมีความหนักแน่นเรื่องข้อมูล และมีความหลากหลายในเรื่องอาชีพ ซึ่งภาพลักษณ์ของ ก้าวไกล แตกต่างจากพรรคอื่นๆ ที่มีภาพของนายทุนทางการเมือง ภาพลักษณ์ที่มีถูกจริตคนชั้นกลาง หรือคนรุ่นใหม่ และแนวคิดที่ค่อนข้างจะล้ำหน้า ล้ำยุค ซึ่งอาจจะกระทบต่อความรู้สึกหวั่นไหว ของผู้ที่มีแนวคิดฝ่ายอนุรักษ์ จุดแข็งที่ต้องการปฏิรูปไปรอบด้าน ซึ่งรวมไปถึงการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ การเล่นเกมเพดานสูงลักษณะนี้ ก็กลายเป็น บูมเมอรแรง ที่สะท้อนกลับมายังพักก้าวไกลในเรื่องของเจตนาต่างๆ ซึ่งอาจจะนำไปสู่การฟ้องร้องได้ในอนาคต รวมไปถึงการตีความต่างๆ 

ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นจุดอ่อนของพรรค ในเรื่องการแสดงออกของพรรคก้าวไกล บางครั้งถูกตีความว่าก้าวร้าว ในขณะเดียวกันก็สามารถตีความได้ว่าเป็นความคิดเชิงก้าวหน้า แม้จะมีจุดแข็งในเรื่องนโยบายที่น่าสนใจ แต่จุดอ่อนของพรรคก้าวไกลนั้นไม่มีหัวคะแนน ไม่มีการจัดตั้งหัวคะแนนในการเมืองแบบไทยๆ คะแนนเสียงที่ได้มาจากกระแสความนิยมของการเลือกตั้งในปี 2562 ก็อาจจะไม่เหมือนกัน จากเดิมในการเลือกตั้งปี 2562 ขณะที่ยังเป็นพรรคอนาคตใหม่สามารถกวาดสส. ได้ในการเลือกตั้งแบ่งเขต 30 ที่นั่ง คาดว่าไม่น่าจะได้ถึงเป้าขณะเดียวกันในเรื่องของส.สบัญชีรายชื่อหรือปาร์ตี้ลิสต์ก็น่าจะได้ไม่ถึง 50 เสียงเพราะจำนวนปาร์ตี้ลิสต์ เหลือเพียงแค่ 100 ที่นั่งเท่านั้นจากเดิม 150 เสียงซึ่งจะมีผลทำให้พรรคก้าวไกลเสียเปรียบอย่างมาก


ด้านฝ่ายรัฐบาลเดิม เริ่มต้นกันที่ พรรคพลังประชารัฐ มีความพยายามที่จะรีแบรนด์ตัวเองชูตัวพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค ซึ่งเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและมีภาพของความปรองดอง มีความพยายามช่วงชิงคะแนนเสียงมาจากทุกฐานการเมือง แม้ในภาพรวมพล.อ.ประวิตร อาจจะไม่สามารถสู้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้แต่พล.อ.ประวิตร มีเสน่ห์ต่อนักการเมือง เป็นคนที่มีบุคลิกภาพยืนยันสัญญาคำไหนคำนั้น พยายามประนีประนอมกับทุกขั้วอำนาจทางการเมือง แม้จะถูกดึงดูด สส.ในพรรคออกไปจำนวนไม่ใช่น้อย แต่ตระกูลทางการเมืองใหญ่ๆก็ยังอยู่กับพรรค แล้วเรื่องของจุดอ่อนของพลังประชารัฐแม้จะมีความพยายามที่จะรีแบนด์แต่ยังไม่สามารถที่จะเอาชนะใจคนชั้นกลางคนในเมืองได้ เพราะด้วยภาพลักษณ์ของพล.อ.ประวิตร ที่ถือว่าสูงวัยรับประกอบกับนโยบายของพรรคจากการเลือกตั้งปี 2562 ไม่สามารถทำได้จริงจึงเกิดความไม่เชื่อมั่น
ส่วน พรรครวมไทยสร้างชาติ จุดแข็งของพรรคก็คือการชูไปยังพล.อ.ประยุทธ์จั นทร์โอชา แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี แต่ในขณะเดียวกันความเป็นจุดแข็งก็เป็นจุดอ่อนไปในตัว การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมาเป็นระยะเวลานาน 8-9 ปีคนทั่วไปก็เกิดอาการเบื่อ ความสดใหม่ก็ไม่สามารถที่จะสู้กับแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคการเมืองอื่นๆได้ รวมไทยสร้างชาติ เป็นการรวมตัวกันของกลุ่มฝ่ายอนุรักษ์นิยม จะว่าเป็นขวาจัดสุดโต่งก็ว่าได้ ยังไม่มีความโดดเด่นในเรื่องของนโยบายทางเศรษฐกิจแต่พยายามที่จะชูความโดดเด่นในเรื่องของตัวพล.อ.ประยุทธ์ เป็นหลัก แต่เรื่องของคะแนนนิยมก็ไม่น่าจะใช้ได้อย่างเช่นวลีเรื่องความสงบจบที่ลุงตู่ ก็ไม่น่าจะใช้ได้อีกแล้ว หรือการแสดงตัวในอีกบทบาทของ พล.อ.ประวิตร ด้วยความที่จะก้าวข้ามความขัดแย้ง ความพยายามของ พล.อ.ประยุทธ์ ก็คือการรวบรวมคะแนนเสียงฝ่ายอนุรักษ์นิยมไว้ที่ตัวเองทั้งหมด แต่สส.ที่ได้ย้ายเข้าร่วมสังกัดพรรคตาม พล.อ.ประยุทธ์ มาส่วนใหญ่เป็นสส.เกรดD ความต้องการที่จะหวังคะแนนเสียงจากสส. แบบแบ่งเขตและปาร์ตี้ลิสต์นั้น เป็นเรื่องที่ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะได้มากน้อยขนาดไหน โดยเฉพาะในภาคใต้และกรุงเทพมหานคร

ด้าน พรรคภูมิใจไทย มีการดึงตัวสส. แบบแบ่งเขตเข้ามาร่วมจำนวนมาก ทำให้คาดการณ์ว่าคะแนนเสียงของภูมิใจไทยจะก้าวกระโดดจากการเลือกตั้งปี 2562 อย่างแน่นอน และนโยบายที่ผ่านมาก็สามารถทำตามบรรลุเป้าได้ แม้จะถูกวิพากษ์วิจารณ์เช่น นโยบายกัญชาเสรี ถ้าเป็นหนึ่งในพรรคการเมืองที่สามารถทำตามนโยบายที่หาเสียงไว้ได้ จุดอ่อนของภูมิใจไทยจะถูกมองว่าเป็น พรรคภูมิภาคนิยม เป็นพรรคต่างจังหวัด จริตของคนชนชั้นกลางในเมือง ยังมีความไม่ไว้วางใจภาพของ นายเนวิน ชิดชอบ และ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ซักเท่าไหร่นัก แม้จะมีความพยายามทำการเมืองในกรุงเทพฯ มีการทำนโยบายเพื่อเอาใจคนชนชั้นกลางในเมืองมากขึ้นก็ตาม ภูมิใจไทย จะเป็นพรรคการเมืองที่มีลักษณะก้าวกระโดดแต่ในเรื่องของจุดอ่อนนั้นก็คือในเรื่องกระแสที่ถูกทางนายชูวิทย์ กมลลวิศิษฏ์ โจมตี แต่ก็ยังมีเรื่องของการทำงานของตัว นายอนุทิน ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในช่วงสถานการณ์โควิดที่ผ่านมา การทำงานนั้นมีความเป็นเอกภาพและเป็นรูปธรรม รวมทั้งการสร้างโครงข่ายขั้นพื้นฐานของกระทรวงคมนาคมและก็เชื่อมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งทั้งหมดอยู่ในความรับผิดชอบของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งมีเนื้องานเป็นลักษณะในเชิงก้าวหน้า
ขณะที่ พรรคประชาธิปัตย์ อาจารย์วันวิชิต มองว่า ต้องขุดของเก่ามาใช้งาน ซึ่งจากการประเมินนั้นเชื่อว่าก็คงจะไม่ได้ตัวเลขเท่ากับการเลือกตั้งปี 2562 ดังนั้นการใช้งานอดีตนายกรัฐมนตรีของพรรคไม่ว่าจะเป็น นายชวน หลีกภัย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รวมถึงอดีตหัวหน้าพรรค นายบัญญัติ บรรทัดฐาน มาช่วยหาเสียงก็ถือว่าจะช่วยได้มาก โดยเฉพาะตัวใน นายอภิสิทธิ์ จะช่วยดึงคะแนนเสียงในฝ่ายอนุรักษ์นิยมมาจากทั้ง รวมไทยสร้างชาติ และ พลังประชารัฐ จึงประเมินว่าเสียงของประชาธิปัตย์ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ในการเลือกตั้งครั้งนี้จะไม่สูญพันธุ์ ดังนั้นจึงจะต้องมีการปลุกผีโดยเฉพาะในเรื่องของพรรคภูมิภาคนิยมโดยเฉพาะในภาคใต้ ก็จะสามารถได้ตัวเลขที่น่าสนใจได้

นอกจากนี้อาจารย์วันวิชิตยังได้วิเคราะห์ภาพรวมทางการเมือง ในประเด็นเรื่องของบ้านใหญ่หรือตระกูลทางการเมืองในภูมิภาคว่า พวกตระกูลทางการเมืองเขาเข้าใจระบบและปัญหาในท้องถิ่นตัวเองอย่างลึกซึ้ง ควบคุมกลไกการปกครองส่วนท้องถิ่นไว้ได้ ในเรื่องของการวางตัวบุคคล เครือข่ายเครือญาติ การฝังตัวในลักษณะที่ยาวนาน ที่สำคัญด้วยระบบการเมืองของไทย มีความผูกพันในลักษณะปัจเจก มีเรื่องของบุญคุณและความผูกพัน และได้มีการร่วมกันในกิจกรรมของชุมชน ไม่ว่าจะเป็นงานบวช งานแต่ง งานศพต่างๆ ก็ถือว่าเป็นความผูกพัน ที่ต่อเนื่องและตระกูลทางการเมืองเหล่านี้ ก็มีการแตกหน่อในการที่ส่งลูกหลานไปเรียนยังต่างประเทศ ซึ่งก็ทำให้รู้งานมีการพัฒนาทั้งในรูปแบบเก่าและรูปแบบใหม่ และนำมาปรับใช้ ดังนั้นคนทั่วๆไปที่ไม่มีระบบฐานทางการเมือง ไม่มีหัวคะแนนมาก่อน แม้ว่าจะมีภาพลักษณ์ที่ดี มีนโยบายที่ดี ก็อาจจะไม่ได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจ ดังนั้น พวกตระกูลทางการเมือ งก็จะสามารถตอบสนอง และได้รับการยอมรับของประชาชน ได้ดีกว่านักการเมืองหน้าใหม่

กกต.ไฟเขียว 67 พรรค ส่งผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ – 9 ราย คุณสมบัติไม่ผ่าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546846

14 เม.ย. 2566

กกต.ไฟเขียว 67  พรรค ส่งผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ - 9 ราย คุณสมบัติไม่ผ่าน

“กกต.” เห็นชอบ 67 พรรคการเมือง ยื่นบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสส.บัญชีรายชื่อ โดยทุกพรรคต่างมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด ส่วนการตรวจสอบในเชิงคุณสมบัติผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ 1,898 คน พบว่ามี 9 ราย ที่ไม่ผ่าน ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม

“กกต.” ให้การรับรอง   67 พรรคการเมือง มีสิทธิ์ส่งชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ  ส่วนการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม  ในการสมัครรับเลือกตั้งของผู้สมัครรับเลือกตั้งสส.แบบบัญชีรายชื่อทั้ง 1,898 คน พบว่าเป็นผู้มีสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้ง 1,889 คน  และไม่สามารถรับสมัครได้เนื่องจากขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย  9 ราย ด้วยกัน  ส่วน 43 พรรค ที่ส่งบัญชีรายชื่อเสนอตัวเป็นายกรัฐมนตรี  รวม 63 คน พบว่ามีเพียง 1 รายที่ขาดคุณสมบัติ  โดยมาจากการเสนอชื่อของ พรรคราษฎร์วิถี เนื่องจากตัวบุคคลไม่จบการศึกษาระดับปริญญาตรี หรือเทียบเท่าซึ่งเป็นไปตามมาตรา 160(3)ของรัฐธรรมนูญ 60

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แจ้งว่า “กกต.” มีมติเห็นชอบประกาศกกต.เรื่องรายชื่อพรรคการเมืองที่ยื่นบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสส.แบบบัญชี รายชื่อ (ส.ส.4/23) ประกาศกกต.เรื่องรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสส.บัญชีรายชื่อ(ส.ส.4/24)และประกาศกกต.เรื่อง  การแจ้งรายชื่อบุคคลที่พรรคการเมืองจะเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี(ส.ส.4/31)ตามที่สำนักงานกกต.  เสนอผลการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามในการสมัครรับเลือกตั้งและการแจ้งรายชื่อบุคคลที่พรรคการเมืองมีมติจะเสนอสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี   โดยพบว่าทั้ง 67 พรรคการเมือง เป็นพรรคการเมืองที่มีสิทธิ์ยื่นบัญชีรายชื่อผู้สมัครสส.แบบบัญชีรายชื่อ เนื่องจากมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด

ส่วนการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม  ในการสมัครรับเลือกตั้งของผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส.แบบบัญชีรายชื่อทั้ง 1,898 คน พบว่าเป็นผู้มีสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้ง 1,889 คน  และไม่รับสมัครเนื่องจากขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายจำนวน 9 คน    สำหรับการตรวจสอบหลักฐานการแจ้งรายชื่อบุคคลที่พรรคการเมือง มีมติจะเสนอสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีในจำนวน 43  พรรคการเมืองที่มีการเสนอรวม 63 คน นั้น พบว่า เป็นผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามจำนวน 62 คน และเป็นผู้ขาดคุณสมบัติจำนวน 1 คน  คือนายรัฐฐาน์ พีรวิชญ์ธนาภัค สังกัดพรรคราษฎร์วิถี เนื่องจากไม่จบการศึกษาระดับปริญญาตรี หรือเทียบเท่าซึ่งเป็นไปตามมาตรา 160(3)ของรัฐธรรมนูญ 60

ทั้งนี้ในส่วนของการประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งจะได้ดำเนินการประกาศรายชื่อตามแบบส.ส.4/14และสำนักงานกกต.ประจำจังหวัดทุกจังหวัดจะเผยแพร่ประกาศฯต่อไป โดยผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส.ที่กกตและผู้อำนวยการการเลือกตั้งไม่รับสมัครสามารถยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาได้ภายใน 7 วัน  นับแต่วันที่ประกาศรายชื่อโดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมศาลในการดำเนินกระบวนการพิจารณา

ผู้สมัครสส.แบบบัญชีรายชื่อ 9 คน ที่กกต.ตรวจสอบพบว่ามีลักษณะต้องห้ามในการลงสมัครรับเลือกตั้ง 

.

1.น.ส.นารีม๊ะ โต๊ะเล๊ะ พรรคประชาธิปไตยใหม่ ผู้สมัครลำดับที่ 15 เนื่องจากอายุไม่ถึง 25 ปี มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 41(2)

.
2 .นายคณนาถ หมื่นหนู   พรรคภูมิใจไทย ผู้สมัครลำดับที่ 44 เนื่องจากถูกคำสั่งจังหวัดพัทลุงให้พ้นจากตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลทะเลน้อย มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 42(10)

.
3.นายบุญธรรม คำมี   พรรคประชาไทย ผู้สมัครลำดับที่ 15 ไม่ได้ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่นและขอถอนการสมัครแต่กฎหมายมาตรา 42 (1)ไม่ได้บัญญัติให้ถอนการสมัครแบบบัญชีรายชื่อได้

.

4.นายณรงค์ อวยศิลป์ พรรคไทยเป็นหนึ่ง ผู้สมัครลำดับที่ 2 ไม่พบข้อมูลการเป็นสมาชิกพรรคไทยเป็นหนึ่ง

.

5.นายประวิทย์ แสงสว่าง พรรคประชากรไทย ผู้สมัครลำดับที่ 14 ไม่พบข้อมูลการเป็นสมาชิกพรรคประชากรไทย

.

6.พ.ท.ประสาร แสงสว่าง พรรคเสรีรวมไทย ผู้สมัครลำดับที่ 25 ไม่พบข้อมูลการเป็นสมาชิกพรรคเสรีรวมไทย 

.

7.นางแขไข ฐิติชญานันท์ พรรคเสรีรวมไทยผู้สมัครลำดับที่ 28 ไม่พบข้อมูลการเป็นสมาชิกพรรคเสรีรวมไทย

.
8.นายเสถียร คงปาน พรรคไทยสร้างไทย  ผู้สมัครลำดับที่ 70 ไม่ได้ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่นและขอถอนการสมัครแต่กฎหมายมาตรา 42 (1)ไม่ได้บัญญัติให้ถอนการสมัครแบบบัญชีรายชื่อได้

.
9.นายภานุณ์พล จองชัยธนโรจน์ พรรคไทยสร้างไทย ไม่ได้ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่นและขอถอนการสมัครแต่กฎหมายมาตรา 42 (1)ไม่ได้บัญญัติให้ถอนการสมัครแบบบัญชีรายชื่อได้

กกต.ไฟเขียว 67  พรรค ส่งผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ - 9 ราย คุณสมบัติไม่ผ่านกกต.ไฟเขียว 67  พรรค ส่งผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ - 9 ราย คุณสมบัติไม่ผ่านกกต.มีมติเห็นชอบประกาศกกต.เรื่องรายชื่อพรรคการเมืองที่ยื่นบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส.แบบบัญชี รายชื่อ (ส.ส.4/23) ประกาศกกต.เรื่องรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส.บัญชีรายชื่อ(ส.ส.4/24)และประกาศกกต.เรื่อง การแจ้งรายชื่อบุคคลที่พรรคการเมืองจะเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี(ส.ส.4/31)

.

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ( กกต.) 

‘เลือกตั้ง’ 66 พรรคเก่า – พรรคใหม่ ไปกันคนละทาง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546840

14 เม.ย. 2566

'เลือกตั้ง' 66  พรรคเก่า - พรรคใหม่ ไปกันคนละทาง

ประชาธิปัตย์ลงใต้ ก้าวไกลขึ้นเหนือ หาเสียง ‘เลือกตั้ง’ กันคนละทาง เลือกคนดี หรือ เปลี่ยนแปลงประเทศรับความท้าทายใหม่ๆ

ประชาธิปัตย์ – ก้าวไกล  ไปกันคนละทิศ  ชวน หลีกภัย ขอกวาด 3 เขต ที่กระบี่ เลือกคนดี พรรคดี สุจริต   พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ชวนคนเชียงใหม่ เลือกก้าวไกล เปลี่ยนแปลงประเทศ  พร้อมรับความท้าทายใหม่ๆ ไม่หมกหมุ่นอยู่กับโลกเมื่อเกือบครึ่งศตวรรษ ที่ไม่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง

นายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ พบปะชาวกระบี่และช่วยหาเสียงให้กับผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์ ทั้ง 3 เขตโดยกล่าวตอนหนึ่งบนเวทีปราศรัยว่า ทุกวันนี้ทุกวงการมีสีเทา

ในสภาขณะที่เป็นประธานสภา 4 ปี ก็ยังมี สส.สีเทา ทั้งรีดไถเงินพ่อค้าจีน แต่ก็ไม่มีใครกล้าร้องเรียน  เพราะผู้เสียหายเองก็ทำธุรกิจผิดกฎหมายเช่นกัน จึงไม่อยากหวังให้ประชาชนหวังพึ่งเพียงรัฐธรรมนูญทั้งหมด แต่ขอให้ส่งเสริมคนดี พรรคดี

ชวน หลีกภัย ช่วยหาเสียงที่ กระบี่ชวน หลีกภัย ช่วยหาเสียงที่ กระบี่

หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์จะกลับมาได้รับคะแนนเสียงท่วมท้นเหมือนในอดีตที่ผ่านมา  อยากฝากพี่น้องประชาชนอย่าหลงพรรค ขณะที่การเลือกตั้งครั้งนี้ การใช้เงินซื้อเสียง น่าจะรุนแรงขึ้นกว่าเดิม

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ร่วมกิจกรรมหาเสียงกับผู้สมัคร สส.พรรคก้าวไกล จ.เชียงใหม่ กับเครือข่ายคนทำงานภาคประชาสังคมหลายกลุ่ม  ทั้งในประเด็นการศึกษา ปัญหาฝุ่น สิทธิมนุษยชน ความหลากหลายทางเพศ สถานการณ์เมียนมา ชาติพันธุ์ ที่ดินทำกิน เป็นต้น

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หาเสียงที่ เชียงใหม่พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หาเสียงที่ เชียงใหม่

พิธาระบุตอนหนึ่ง ว่าประเทศไทยในวันนี้กำลังเผชิญกับความท้าทายหลายปัญหา อย่างเรื่องหนึ่งที่เรามีการพูดถึงวันนี้ คือปัญหาหลักสูตรการศึกษา ต้องตอบโจทย์ด้วยการกระจายอำนาจ ปลดล็อกท้องถิ่น ไม่ใช่ให้คนส่วนกลางมาออกแบบให้ ระบบราชการที่อยู่แบบเดิมมา 130 ปีแล้ว ตอบโจทย์ของยุคสมัย

พรรคก้าวไกลจึงมีหลักคิดเท่าเทียมกัน เท่าทันโลก ต้องการให้คนทุกคนเท่าเทียมกัน แประเทศไทยพร้อมรับความท้าทายใหม่ๆ ได้เสมอ ไม่อยู่ในโลกแบบที่ยังหมกมุ่นอยู่แต่กับความมั่นคงทางการทหาร ซึ่งอาจจะถูกต้องเมื่อ 30-40 ปีที่แล้ว

ขณะที่ประเทศไทยยังต้องเผชิญกับทั้ง ความท้าทายใหม่ๆ ซ้อนทับกับความท้าทายเก่าที่ยังคงแก้ไขไม่ได้ 

“สุดท้ายเมื่อเราไม่เปลี่ยนเอง โลกจะบังคับให้เราต้องเปลี่ยน และความเจ็บปวดที่จะเกิดขึ้นจากการโดนบังคับให้เปลี่ยนแปลงจะมหาศาลยิ่งกว่าการเปลี่ยนแปลงในวันนี้เสียอีก ” พิธากล่าว

น้องสาว ‘สมศักดิ์’ มีวันนี้เพราะพี่ให้ ประกาศรักษาแชมป์ สส.สุโขทัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546839

14 เม.ย. 2566

น้องสาว 'สมศักดิ์' มีวันนี้เพราะพี่ให้ ประกาศรักษาแชมป์ สส.สุโขทัย

‘พรรณสิริ’ น้องสาว ‘สมศักดิ์’ แม้ย้ายพรรคแต่ มั่นใจนโยบาย ‘เพื่อไทย’ สู้ศึกเลือกตั้งได้ ด้าน ‘สมศักดิ์’ กลับมาครั้งนี้ ประกาศ 3 ยุทธศาสตร์ รักษาแชมป์ ทวงคืนสส.เก่า สร้างคนใหม่ ถิ่นสุโขทัย

วันที่ 14 เม.ย. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำพรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย นายประศาสตร์ ทองปากน้ำ อดีต สส.สุโขทัย หลายสมัย นายวิวรรธนไชย ณ กาฬสินธุ์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย และอดีตสส.หลายสมัย ปราศรัยที่ ศูนย์การเรียนรู้เทิดไทฟาร์ม อำเภอศรีสำโรง พื้นที่ของ นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ ผู้สมัคร สส.สุโขทัย เขต 1 เบอร์ 1 น้องสาวของนายสมศักดิ์ 

นางพรรณสิริ กล่าวว่า ตนมีความภาคภูมิใจ ที่จับสลากได้เบอร์ 1 ซึ่งเป็นเลขที่พี่น้องประชาชนชื่นชอบ โดยประสบการณ์ที่ผ่านมา พี่ชาย คือ ท่านสมศักดิ์ ได้สนับสนุนให้ไปเป็น รมช.สาธารณสุข ได้สร้างผลงานเรื่องระบบสุขภาพไว้ ส่วนช่วงเป็น สส. ก็ได้รับความไว้วางใจให้เป็น วิปรัฐบาล รวมถึงถูกจัดลำดับสส.ที่มีผลงานมากที่สุด ในลำดับที่ 6 จากทุกพรรคการเมือง ซึ่งสะท้อนว่า ตนให้ความสำคัญกับงานสภาเป็นอย่างมาก เพราะถือเป็นหัวใจสำคัญ ที่จะได้ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน เช่นเดียวกันกับครั้งนี้ ที่พรรคเพื่อไทย ก็มีนโยบายที่จะช่วยยกระดับความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ซึ่งทำได้จริง และทำได้อย่างแน่นอน 

นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ และ นายสมศักดิ์ เทพสุทินนางพรรณสิริ กุลนาถศิริ และ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน

ด้านนายสมศักดิ์ ระบุว่า การมาครั้งนี้ เพื่อรวมพลังกันรักษาเก้าอี้ สส.เดิม ทวงคืน สส.เก่า และสร้าง สส.ใหม่ เพราะวันนี้ เรามีผู้สมัคร สส. 4 เขต เป็น สส.เดิม 2 เขต สส.เก่า 1 เขต และสส.ใหม่ 1 เขต 

ส่วนสาเหตุการมาอยู่พรรคเพื่อไทย ส่วนหนึ่งก็คือการตามใจพี่น้องชาวสุโขทัย เพราะตนได้ให้ผู้นำสุโขทัย 25 คน เขียนกระดาษคนละแผ่น และผับใส่กล่องเอาไว้ โดยตนก็เอากลับมาเปิดที่บ้าน พบว่า อยากให้มาอยู่พรรคเพื่อไทย ถึง 24 คน ตนจึงตัดสินใจในวันรุ่งขึ้นเลย ซึ่งเมื่อมาอยู่แล้ว ก็ตรงกับแนวทางที่คิดไว้ เพราะมีหลายนโยบายที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนโดยตรง 

นอกจากนี้ยังได้ลงพื้นที่วัดบ้านซ่าน อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย พื้นที่ น.ส.ประภาพร ทองปากน้ำ ผู้สมัคร สส.สุโขทัย เขต 3 เบอร์ 5 พรรคเพื่อไทย 

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ขอให้พี่น้องประชาชน ไม่ต้องห่วง เพราะพรรคเพื่อไทย หากได้เป็นรัฐบาลจะช่วยทำนโยบายทุกอย่างเต็มที่จนสำเร็จแน่อนน แต่นโยบายต่างๆจะขับเคลื่อนได้ต้องช่วยกันเลือกให้แลนด์สไลด์ เพื่อให้พรรคเพื่อไทย จัดตั้งรัฐบาลได้ โดยเฉพาะการแก้ปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ เรามีรายจ่ายมากกว่ารายได้ จึงทำให้เป็นหนี้

นายสมศักดิ์ เทพสุทินนายสมศักดิ์ เทพสุทินพรรคเพื่อไทยปราศรัยที่จ.สุโขทัยพรรคเพื่อไทยปราศรัยที่จ.สุโขทัย

ผู้สมัครสส. ‘นครนายก’ พรรคประชาธิปัตย์ ถูก กกต. ถอนใบสมัครฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546829

14 เม.ย. 2566

ผู้สมัครสส. 'นครนายก' พรรคประชาธิปัตย์ ถูก กกต. ถอนใบสมัครฯ

ผู้สมัคร สส. ‘นครนายก’ พรรคประชาธิปัตย์ ร้องศาลฎีกา หลังถูกกกต.ถอนสิทธิ์ สมัคร สส. ทั้งที่มีคุณสมบัติ เหมือนการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา

ผู้สมัคร สส.นครนายก พรรคประชาธิปัตย์ร้องศาลฎีกา หลังถูก กกต. จังหวัด แจ้งตัดสิทธิ์ การเป็นผู้สมัครฯ เพราะถือหุ้นบริษัท AIS โวย ครั้งที่ผ่าน สมัครสส.ระบบบัญชีรายชื่อ ไม่มีปัญหา ทั้งที่ คุณสมบัติ ผู้สมัครสส. ทั้งสองระบบใช้กฎหมายเดียวกัน

ผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 2 จังหวัดนครนายก แจ้งต่อนายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ผู้สมัคร ส.ส. จังหวัดนครนายก หมายเลข 2 พรรคประชาธิปัตย์ว่า ขาดคุณสมบัติ หรือเข้าข่ายมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง 

เพราะเป็นผู้ถือหุ้น AIS มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 42(3) กฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.ที่ห้าม มิให้ผู้สมัคร สส. เป็นเจ้าของ หรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ

นาย ชาญชัย ยืนยันว่า เป็นเพียงนักลงทุนรายย่อยที่ทำการซื้อขายหุ้น ผ่านตลาดหลักทรัพย์เท่านั้น

แต่เมื่อ กกต. ชี้มาในลักษณะเช่นนี้ก็เท่ากับว่าทุกบริษัท ไม่ว่าจะเป็น ทรู ดีแทค และอื่นๆ ที่ได้รับสัมปทานใบอนุญาตการสื่อสาร และมีนักการเมือง หรือผู้สมัครที่เข้าไปซื้อหุ้นลงทุนในบริษัทดังกล่าว ก็ถือว่าเข้าข่ายมีลักษณะต้องห้ามเช่นกัน

แม้มั่นใจว่าเรื่องที่ กกต.จังหวัด กล่าวหา  จะขัดกับรัฐธรรมนูญ แต่ระหว่างที่รอศาลฎีกา วินิจฉัย ทำให้ไม่สามารถ พบปะ หาเสียงกับชาวบ้านได้ ราว 10 วัน

‘ลุงตู่’ บุกเล่นน้ำถนนข้าวสาร ท้าวัยรุ่นฉีดน้ำเป็นกันเอง (มีคลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546819

14 เม.ย. 2566

'ลุงตู่' บุกเล่นน้ำถนนข้าวสาร ท้าวัยรุ่นฉีดน้ำเป็นกันเอง (มีคลิป)

ภารกิจ ‘ลุงตู่’ ไหว้พระขอพรวัด วัดหงส์ฯ วัดระฆังฯ ก่อนบุกเล่นน้ำถนนข้าวสารสนุกสนาน พร้อมอวยพรขอให้คนไทยมีความสุข

เมื่อวันที่ 14 เม.ย. ภารกิจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและประธานคณะกรรมกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ลงพื้นที่ถนนข้าวสาร เนื่องในวันสงกรานต์ พร้อมอวยพร ขอให้คนไทยมีความสุขตลอดไป สุขภาพแข็งแรง ขอให้มีชีวิตที่ดีขึ้น บ้านเมืองมีแต่ความสงบ

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า นักท่องเที่ยมาจำนวนมากเป็นอย่างไรบ้าง นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ดีมาก

เมื่อถามว่าเศรษฐกิจดีขึ้นดีใจหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ตอบว่า ดีสิๆ จะไม่ดีได้อย่างไร

จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์ ร่วมเล่นสงกรานต์กับนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศ ท้าวัยรุ่นที่มาเล่นน้ำว่า “ฉีดมาเลยๆ” ก่อนจะใช้ปืนฉีดน้ำฉีดกลับอย่างอารมณ์ดี 

'ลุงตู่' บุกเล่นน้ำถนนข้าวสาร ท้าวัยรุ่นฉีดน้ำเป็นกันเอง (มีคลิป)

ก่อนหน้านั้น นายกรัฐมนตรี เดินทางไหว้พระขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลเนื่องในเทศกาลสงกรานต์ ที่วัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร พร้อมกับเดินตลาดวังหลังขอคะแนนจากพ่อค้าแม่ค้านักท่องเที่ยวเลือกผู้สมัครของพรรคและเลือกพรรครวมไทยสร้างชาติเบอร์ 22 โดยมีนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค และผู้บริหารพรรคร่วมคณะ 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขอพรให้ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์อยู่คู่กับประเทศไทยไปนานแสนนาน ตนยังมีสิ่งที่จะต้องทำต่อไป จากที่ทำแล้วทำอยู่และจะทำต่อ ขอให้มีความเชื่อมั่น ตนไม่ทะเลาะกับใครและไม่ขัดแย้งกับใคร ประเทศไทยต้องไปต่อ พร้อมกับขอแรงให้ช่วยเลือกผู้สมัครของพรรค และเบอร์ของพรรครวมไทยสร้างชาติคือเบอร์ 22 มาวันนี้ได้มาเยี่ยมเยียนไม่ได้หวังอะไรทั้งสิ้น ขอบคุณเช่นกันในโอกาสวันสงกรานต์ขอให้ทุกคนมีความสุขความเจริญยิ่งๆขึ้นไปพรใดที่อวยพรให้ตนก็ให้ย้อนกลับไปยังทุกท่าน

นายกฯเล่นน้ำถนนข้าวสารนายกฯเล่นน้ำถนนข้าวสารนายกฯเล่นน้ำถนนข้าวสารนายกฯเล่นน้ำถนนข้าวสาร

‘กกต.’ เปิด 4 ช่องทางรับแจ้ง ‘เบาะแส’ ทุจริตเลือกตั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546815

14 เม.ย. 2566

'กกต.' เปิด  4 ช่องทางรับแจ้ง 'เบาะแส' ทุจริตเลือกตั้ง

รับแจ้ง ‘เบาะแส’ ทุจริตเลือกตั้ง สส. มีเงินรางวัลนับล้าน ตามความสำคัญของข้อมูล ‘กกต.’ ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผ่าน 4 ช่องทาง

4 ช่องทางที่ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เปิดไว้ให้ประชาชน แจ้งข้อมูลเบาะแสการทุจริตเลือกตั้ง สส. มีรางวัลนำสนับสนุนแก่ผู้แจ้งข้อมูลเบาะแสที่เป็นประโยชน์ต่อการสืบสวน ไต่สวนคดี ตั้งแต่ 100,000 – 1,000,000 บาท ขึ้นอยู่กับความสำคัญของข้อมูล

กกต. ได้ประสานความร่วมมือกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการรักษาความปลอดภัยสูงสุดให้กับผู้แจ้งข้อมูลทั้งนี้ การแจ้งเบาะแสทุจริต

ไม่ถือว่าเป็นการยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการสืบสวน การไต่สวน และการวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2566

และต้องไม่มีเจตนาหรือจงใจกลั่นแกล้ง เพื่อทำให้บุคคลอื่นได้รับความเสื่อมเสียหรือเสียหาย รวมทั้งต้องไม่แจ้งด้วยข้อความอันเป็นเท็จ


ประชาชนที่พบเห็นการกระทำทุจริตการเลือกตั้ง เช่น การแจกเงิน สิ่งของ สามารถรายงานสถานการณ์และป้องกันการทุจริตเลือกตั้งได้ด้วยการแจ้งเบาะแสหรือหลักฐานการทุจริตเลือกตั้งผ่านช่องทาง ดังนี้

  1. แอปพลิเคชัน ตาสับปะรด  ดาวน์โหลด ผ่านเว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ App Store และ Google Play รองรับโทรศัพท์มือถือระบบปฏิบัติการ Android เวอร์ชัน 8
  2. ขึ้นไป และ iOS เวอร์ชัน 11 ขึ้นไป  แอปพลิเคชัน ตาสับปะรด สามารถรายงานสถานการณ์ได้ทั้งข้อความ ภาพ เสียง หรือวีดีโอ
  3. ศูนย์รับแจ้งเบาะแสทุจริตการเลือกตั้ง หมายเลขโทรศัพท์ 0 2141 8860, 0 2141 8579และ 0 2141 8858
  4. สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดและกรุงเทพมหานคร


บริการสายด่วน กกต. 1444

‘เย็นทั่วหล้า’ มหาสงกรานต์ ยิ่งใหญ่ ที่สุพรรณบุรี 13 – 15 เม.ย. นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546808

14 เม.ย. 2566

'เย็นทั่วหล้า' มหาสงกรานต์ ยิ่งใหญ่ ที่สุพรรณบุรี  13 - 15 เม.ย. นี้

สุพรรณบุรี จัดงาน ‘เย็นทั่วหล้าง มหาสงกรานต์ อย่างยิ่งใหญ่ 13 – 15 เม.ย. นี้ มีขบวนแห่หลวงพ่อโต วัดป่าเลไลยก์ ให้ประชาชนได้สรงน้ำพระ

เย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์ สุพรรณบุรี ประจำปี 2566 ณ บริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช มีขบวนแห่หลวงพ่อโตทองคำ พระพุทธรูปสิ่งศักดิ์สิทธิ์แห่งวัดป่าเลไลยก์วรวิหาร เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ร่วมสรงน้ำหลวงพ่อโตทองคำ ที่หนึ่งปีมีครั้งเดียวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นายณัฐภัทร สุวรรณประทีป ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ร่วมกันเปิดงานมีขบวนแห่มหาสงกรานต์ รถบุปผชาติที่สวยงามยิ่งใหญ่ตระกาลตาจากส่วนราชการจังหวัดและอำเภอทั้ง 10 อำเภอ

สอดแทรกวิถีชีวิต วัฒนธรรมประเพณี แสดงถึงเอกลักษณ์ของแต่ละอำเภอ จัดขึ้นโดยจังหวัดสุพรรณบุรี ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

เวลา 15.30 น. ขบวนแห่จะเริ่มจากบริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช หน้าวัดไชนาวาส อ.เมืองสุพรรณบุรี ไปตามถนนรอบเขตเทศบาลเมือสุพรรณบุรี สิ้นสุดบริเวณลานอเนกประสงค์สปอร์ตคลับ ถนนอาทิวราห์ ซึ่งจัดเป็นถนนเล่นน้ำ มีอุโมงค์น้ำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้เล่นน้ำสงกรานต์

จากนั้นเวลา 18.00 น. จะมีพิธีเปิดงาน เย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์ สุพรรณบุรี  ณ เวทีกลาง ถนนอาทิวราห์ ชมการแสดงคอนเสิร์ตของศิลปินมากมาย และการประกวดเทพีสงกรานต์ ที่จัดโดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี มีสาวงามจากทั่วประเทศมาประกวดเทพีสงกรานต์กว่า 30 คน


งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13 – 15 เมษายน 2566 ณ บริเวณถนนอาทิวราห์ อำเภอเมืองสุพรรณบุรี

ัหัวหน้าพรรค ‘เสรีรวมไทย’ เตรียมเอาเรื่อง ‘กกต.’ หากจัดเลือกตั้งผิดพลาด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546800

14 เม.ย. 2566

ัหัวหน้าพรรค 'เสรีรวมไทย' เตรียมเอาเรื่อง 'กกต.' หากจัดเลือกตั้งผิดพลาด

‘กกต.’ ส่อไม่สุจริต หัวหน้าพรรค ‘เสรีรวมไทย’ ขู่ จะดำเนินคดี หากจัดการเลือกตั้งผิดพลาด มีปัญหา เหมือนการเลือกตั้งทื่ผ่านมา

หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะมีปัญหาบัตรเสียเยอะ เพราะประชาชนน่าจะจำหมายเลขพรรคกับหมายเลขผู้สมัครส.ส.ระบบเขตไม่ได้ เตือน กกต. ส่อแววไม่สุจริตคล้ายกับครั้งที่ผ่านมา หากมีปัญหา จะฟ้องร้องดำเนินคดีแน่นอน

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เชื่อว่าจากการลงพื้นที่หลายจังหวัดประชาชนรู้จักพรรคเสรีรวมไทยมากขึ้นและจะสนับสนุนให้เขาเป็นนายกฯ  จึงย้ำว่าขอให้จำหมายเลขผู้สมัคร สส.ระบบเขตทั้งสี่ร้อยเขตให้ดี และจำหมายเลข25 ซึ่งเป็นเลขผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคไว้ก่อนลงคะแนน

แต่เชื่อว่าครั้งนี้จะเกิดบัตรเสียเยอะ เพราะประชาชนน่าจะจำเลขพรรคกับเลขผู้สมัครส.ส.ระบบเขตไม่ได้ รวมทั้งการทำงานของกกต.ก็ส่อแววไม่สุจริตคล้ายกับครั้งที่แล้ว หากคราวนี้พบสิ่งผิดปกติ จะฟ้องร้องกกต.แน่นอน

หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ย้ำว่านโยบายพรรคสิบสี่ข้อที่ได้บอกประชาชนไปนั้น  ตอบโจทย์ทั้งคนรุ่นใหม่และคนรุ่นเก่า เพราะคนรุ่นใหม่ถูกเลี้ยงดูโดยคนรุ่นเก่า ดังนั้นคนทั้งสองรุ่นจะได้ประโยชน์จากพรรคของตน เช่น

ที่ดินทำกินและอยู่อาศัยโดยใช้ที่ดินของรัฐ คนทั้งสองรุ่นที่ยังไม่มีบ้านเป็นของตัวเองก็ได้ประโยชน์จากนโยบายนี้  การยกหนี้
กยศ. ผู้ปกครองและนักศึกษาก็ได้ประโยชน์นี้เพราะไม่ต้องหาเงินมาชำระหนี้