ศาลจีนตัดสินจำคุก 6 ผู้มีเอี่ยว ล่ามโซ่หญิงจีนจนกลายเป็นคลิปไวรัลเมื่อปีก่อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2675055

ศาลจีนตัดสินจำคุก 6 ผู้มีเอี่ยว ล่ามโซ่หญิงจีนจนกลายเป็นคลิปไวรัลเมื่อปีก่อน

8 เม.ย. 2566 10:29 น.

ศาลจีนตัดสินจำคุก 6 ผู้มีเอี่ยว ล่ามโซ่หญิงจีนจนกลายเป็นคลิปไวรัลเมื่อปีก่อน

ศาลจีนตัดสินจำคุกผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทารุณกรรมล่ามโซ่ที่คอหญิงชาวจีนจำนวน 6 คน โดยจะมีโทษสูงสุดจำคุก 11 ปี ซึ่งรวมถึงตัวของสามีของหญิงรายดังกล่าวด้วย

จากคลิปไวรัลในโลกโซเชียลที่แพร่หลายเมื่อต้นปีที่แล้ว ที่เป็นคลิปของหญิงชาวจีนในมณฑลเจียงซูถูกล่ามโซ่ไว้ที่คอ และใช้ชีวิตอยู่ในห้องแคบๆ ที่เต็มไปด้วยขยะ จนเกิดกระแสความไม่พอใจ และเรียกร้องให้ ตร.เร่งดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ที่กระทำแบบนี้กับเธอ พร้อมทั้งยังเกิดข้อถกเถียงเกี่ยวกับการค้ามนุษย์เพื่อนำผู้หญิงไปเป็นภรรยา ในพื้นที่ชนบทของจีนที่ยังคงมีอยู่จริง

ล่าสุด ศาลจีนได้มีคำตัดสินในคดีดังกล่าวออกมาแล้ว โดยตัดสินจำคุกสูงสุด 11 ปี กับผู้ที่เกี่ยวข้อง 6 คน โดยตัวของ นายตง จี้หมิน สามีของหญิงดังกล่าว ถูกตัดสินจำคุก 9 ปี ในข้อหาล่วงละเมิด รวมทั้งกักขังหน่วงเหนี่ยวโดยผิดกฎหมาย ขณะที่ผู้ต้องหาอีก 5 คน ที่มีส่วนในการซื้อและขายหญิงคนดังกล่าว ถูกจำคุก 8-10 ปี ในข้อหาค้ามนุษย์

โดย นายตง จี้หมิน ได้ซื้อหญิงคนนี้มาในราคา 5,000 หยวน หรือราว 25,000 บาท ก่อนที่จะนำเธอมาล่ามโซ่ไว้ในห้องที่ไม่มีแสงอาทิตย์ ไฟฟ้า หรือน้ำประปา โดยเจ้าหน้าที่ยังพบว่า หญิงคนดังกล่าวมีภาวะทางจิต และถูกขายมาแล้วถึง 2 ครั้ง ก่อนที่จะมาอยู่กับนายตง โดยเธอมีลูกในขณะที่อาศัยอยู่กับนายตงช่วงปี 1999-2020 ถึง 8 คน.

ดูคลิป : ที่นี่

ที่มา : แชนแนลนิวส์เอเชีย

“เพนตากอน” ไล่ลบเอกสารลับรั่วโซเชียล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2675041

"เพนตากอน" ไล่ลบเอกสารลับรั่วโซเชียล

8 เม.ย. 2566 09:51 น.

“เพนตากอน” ไล่ลบเอกสารลับรั่วโซเชียล

เมื่อวันที่ 7 เม.ย. หนังสือพิมพ์เดอะนิวยอร์กไทม์ส สหรัฐฯ รายงานอ้างแหล่งข่าวในกระทรวงกลาโหมเพนตากอนสหรัฐฯว่า ทางการสหรัฐฯอยู่ระหว่างการสอบสวนภายใน หลังมีเอกสารราชการจำนวนหนึ่งถูกนำไปเผยแพร่ในเครือข่ายสังคมออนไลน์ ซึ่งบางฉบับเป็นเอกสารที่ถูกตีตราว่าลับสุดยอด และทางการพยายามที่จะไล่ลบเอกสารทั้งหมดออกจากอินเตอร์เน็ต แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ

ทั้งนี้ เอกสารที่รั่วไหลระบุรายละเอียดเกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้งในยูเครนที่มีการประเมินกำลังพลของฝ่ายรัสเซียและยูเครน ข้อมูลทางสภาพอากาศ ปริมาณการใช้กระสุนในการรบ กรอบเวลาการส่งมอบอาวุธยุทโธปกรณ์ ไปจนถึงกรอบเวลาการฝึกซ้อมหน่วยรบของยูเครน

เอกสารฉบับหนึ่งยังมีรายชื่อของกองพันใหม่ของยูเครนจำนวน 12 กองพัน ในจำนวนนี้ 9 กองพัน ได้รับการฝึกฝนจากสหรัฐฯและชาติสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ และในจำนวนนี้ 6 กองทัพ จะเสร็จสิ้นการฝึกซ้อมในช่วงสิ้นเดือน มี.ค. และ 3 กองพันเสร็จสิ้นการฝึกซ้อมสิ้นเดือน เม.ย. นอกจากนี้ ยังมีเอกสารที่ระบุถึงเส้นทางหลักในการบุกเข้าไปในภูมิภาคดอนบาสและจังหวัดซาโปริชเชีย-เคียร์ซอน.

ธนาคารอังกฤษเริ่มพิมพ์ธนบัตรใหม่รูปกษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 ก่อนเตรียมนำออกใช้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2675020

ธนาคารอังกฤษเริ่มพิมพ์ธนบัตรใหม่รูปกษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 ก่อนเตรียมนำออกใช้

8 เม.ย. 2566 09:51 น.

ธนาคารอังกฤษเริ่มพิมพ์ธนบัตรใหม่รูปกษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 ก่อนเตรียมนำออกใช้

ธนาคารแห่งชาติอังกฤษ เริ่มพิมพ์ธนบัตรรูปแบบใหม่เป็นภาพพระบรมสาทิสลักษณ์กษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 และคาดว่าธนบัตรใหม่นี้จะเข้าสู่ระบบการเงินในช่วงกลางปีหน้า

เมื่อวันที่ 7 เม.ย. 2566 ธนาคารแห่งประเทศอังกฤษ (The Bank of England) เปิดเผยว่า ได้เริ่มทำการพิมพ์ธนบัตรพอลิเมอร์ มูลค่า 10 ปอนด์รูปแบบใหม่ ที่ปรากฏภาพพระบรมสาทิสลักษณ์กษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 และคาดว่าธนบัตรใหม่นี้จะเข้าสู่ระบบการเงินในช่วงกลางปี 2567

ทางธนาคารระบุว่า ภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ของกษัตริชาร์ลส์ที่ 3 จะปรากฏบนธนบัตรพอลิเมอร์ ทั้ง 4 แบบ ได้แก่ 5 ปอนด์ 10 ปอนด์ 20 ปอนด์ และ 50 ปอนด์ ส่วนรูปแบบและดีไซน์อื่นๆ บนธนบัตรจะคงไว้ตามเดิม

ทั้งนี้ แม้ว่านับจากนี้ธนบัตรอังกฤษรูปแบบใหม่จะถูกพิมพ์ออกใช้ แต่ชาวอังกฤษก็จะยังคงสามารถใช้ธนบัตรแบบเก่า ที่มีภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ผู้ล่วงลับได้ตามเดิม ก่อนที่ธนบัตรรูปแบบเก่าจะค่อยๆ ถูกหมุนเวียนออกจากระบบ.

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยไมอามี สหรัฐฯ ชี้โควิดแพร่สู่ทารก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2675023

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยไมอามี สหรัฐฯ ชี้โควิดแพร่สู่ทารก

8 เม.ย. 2566 09:43 น.

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยไมอามี สหรัฐฯ ชี้โควิดแพร่สู่ทารก

เมื่อวันที่ 6 เม.ย. นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยไมอามี ของสหรัฐฯ เผยผลการศึกษาที่พบว่าเชื้อโควิด-19 สามารถแพร่ผ่านจากแม่ที่ตั้งครรภ์ไปยัง ทารกในครรภ์ได้และส่งผลให้สมองของเด็กเสียหาย หลังพบหลักฐานในหญิงตั้งครรภ์ 2 รายที่ติดเชื้อในปี 2563

หลังคลอดทารกชักอย่างรุนแรงทั้ง 2 ราย มีพัฒนาการช้าอย่างหนัก รวมทั้งสมองฝ่อกระทั่งหยุดการเติบโตในที่สุด ทารก 1 รายเสียชีวิตเมื่ออายุ 13 เดือน ผลชันสูตรพบเชื้อโควิดในสมอง ส่วนทารกอีกรายยังอยู่ในความดูแลของแพทย์ ส่วนตัวหญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อรายแรกป่วยหนักจนต้องทำคลอดเมื่ออายุครรภ์ได้ 32 สัปดาห์ ส่วนอีกรายป่วยเล็กน้อยและคลอดตามกำหนด นักวิจัยระบุว่าแม้เป็นเคสที่เกิดขึ้นยากแต่จำเป็นต้องวิจัยต่อไป.

ตะวันออกกลางเดือด คนร้ายขับรถพุ่งชน นทท.อิตาลี ดับ 1 ศพ เจ็บ 5 รายในเทลอาวีฟ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2675013

ตะวันออกกลางเดือด คนร้ายขับรถพุ่งชน นทท.อิตาลี ดับ 1 ศพ เจ็บ 5 รายในเทลอาวีฟ

8 เม.ย. 2566 09:38 น.

ตะวันออกกลางเดือด คนร้ายขับรถพุ่งชน นทท.อิตาลี ดับ 1 ศพ เจ็บ 5 รายในเทลอาวีฟ

เกิดเหตุคนร้ายขับรถไล่ชนผู้คนบริเวณสวนสาธารณะริมทะเล ในนครเทลอาวีฟ ของอิสราเอล นักท่องเที่ยวอิตาลีสังเวย 1 ศพ บาดเจ็บ 5 ราย ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง

เมื่อวันที่ 7 เม.ย. 2566 สำนักข่าว CNN รายงานว่า เกิดเหตุคนร้ายขับรถไล่ชนผู้คนบริเวณสวนสาธารณะริมทะเล ในนครเทลอาวีฟ ซึ่งเป็นย่านท่องเที่ยวชื่อดังของอิสราเอล และเป็นบริเวณที่มีนักท่องเที่ยวพลุกพล่าน โดยเหตุรุนแรงล่าสุดนี้ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ศพ เป็นนักท่องเที่ยวชายชาวอิตาลี วัย 30 ปี นอกจากนี้ยังมีผู้บาดเจ็บ 5 ราย ในจำนวนนี้มีทั้งนักท่องเที่ยวชาวอิตาลีและอังกฤษ โดยผู้บาดเจ็บรายหนึ่งเป็นชายวัย 74 ปี และอีกคนหนึ่งเป็นหญิงสาววัย 17 ปี


ตำรวจอิสราเอลเปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุไม่นานได้เข้าสกัดคนขับรถยนต์ แล้วยิงวิสามัญฆาตกรรมเสียชีวิตภายในรถ จากการตรวจสอบพบว่า ชายคนร้ายมีอายุ 45 ปี เป็นพลเมืองชาวอิสราเอลเชื้อสายปาเลสไตน์ จากหมู่บ้านคาฟร์ กาซเซ็ม

เหตุนองเลือดครั้งล่าสุดนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ที่ทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้งในช่วงเดือนรอมฎอน นับตั้งแต่ตำรวจอิสราเอลบุกมัสยิด อัล อักซอ ในนครเยรูซาเล็มตะวันออก เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้เกิดการเผชิญหน้ากันอย่างรุนแรงกับชาวปาเลสไตน์ภายในมัสยิดแห่งนี้ ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของชาวมุสลิม และสร้างความไม่พอใจแก่ประเทศอิสลามในภูมิภาค

จากนั้นได้เกิดการโจมตีทางอากาศตอบโต้กัน โดยมีจรวดถูกยิงจากเลบานอนเข้าสู่ภาคเหนือของอิสราเอล ซึ่งอิสราเอลเชื่อว่า เป็นฝีมือของกลุ่มฮามาส ทำให้ต้องตอบโต้ด้วยการโจมตีทางอากาศถล่มฐานที่มั่นของกลุ่มฮามาส จากนั้นกลุ่มติดอาวุธในฉนวนกาซาก็ยิงจรวดเข้าใส่อิสราเอล แต่ส่วนใหญ่ถูกระบบป้องกัน “ไอออน โดม” ของอิสราเอล ยิงสกัดเอาไว้ได้.

สโนว์บอลเอฟเฟกต์ จากคดีวัยรุ่นตีกัน สู่การเปิดโปงคอร์รัปชันอินโดนีเซีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2675006

สโนว์บอลเอฟเฟกต์ จากคดีวัยรุ่นตีกัน สู่การเปิดโปงคอร์รัปชันอินโดนีเซีย

8 เม.ย. 2566 09:30 น.

สโนว์บอลเอฟเฟกต์ จากคดีวัยรุ่นตีกัน สู่การเปิดโปงคอร์รัปชันอินโดนีเซีย

  • เมื่อเดือนกุมภาพันธ์เกิดคดีที่สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วอินโดนีเซีย เมื่อชายหนุ่มคนหนึ่งทำร้ายวัยรุ่นอายุ 17 ปี จนอาการโคม่า พร้อมประกาศกร้าวว่า ไม่กลัวถูกจับ
  • ตำรวจจับกุมหนุ่มคนนี้ได้อย่างรวดเร็ว แต่การสืบสวนไม่จบแค่นั้น หลังพบว่า เขาชอบโพสต์ภาพอวดความร่ำรวย จนนำไปสู่การตรวจสอบทรัพย์สินของพ่อของเขา และเจ้าหน้าที่อีกหลายร้อยคน
  • คดีของชายคนนี้จุดกระแสความไม่พอใจข้าราชการอวดรวยขึ้นในอินโดนีเซีย ทำให้เจ้าหน้าที่หลายคนถูกกระแสสังคมโจมตีอย่างหนัก บางคนถึงขั้นถูกพักงาน

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วอินโดนีเซีย โดยจุดเริ่มต้นมาจากเด็กหนุ่มวัยอายุเพียง 17 ปีคนหนึ่ง ถูกลูกชายของเจ้าหน้าที่ภาษีระดับกลาง ทำร้ายร่างกายจนอาการโคม่า

เหตุทำร้ายร่างกายที่ว่าถูกบันทึกวิดีโอเอาไว้ได้ ก่อนจะกลายเป็นไวรัลบนเครือข่ายสังคมออนไลน์ในเวลาไม่นาน แสดงให้เห็นเด็กหนุ่มนอนนิ่งไม่ไหวติงอยู่บนพื้นถนน ในขณะที่ชายอีกคนกำลังเตะและกระทืบร่างของเขา พร้อมกับมีเสียงของชายคนนี้ประกาศกร้าวว่า “ต่อให้มีลูกของใครสักคนตาย ฉันก็ไม่กลัวหรอก เอาเลยไปแจ้งตำรวจเลย!”

แต่ดูเหมือนอะไรๆ จะไม่เป็นอย่างที่เขาคิด ตำรวจใช้เวลาไม่นานในการตามจับกุมตัวเขา และพบด้วยว่าชายวัย 20 ปีคนนี้ ชอบโพสต์รูปอวดความร่ำรวยบนโซเชียลมีเดีย นำไปสู่การตรวจสอบวินัยและการจับกุมตัวพ่อของเขา นอกจากนั้นยังขยายการสืบสวนจนพบข้าราชการหลายพันคนที่ร่ำรวยผิดปกติ

จุดเริ่มต้นสโนว์บอลเอฟเฟกต์

เหตุการณ์ทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นหลังจาก นายมาริโอ แดนดี ซาตริโย นักศึกษามหาวิทยาลัยวัย 20 ปี ได้ยินข่าวซึ่งไม่รู้ว่าจริงหรือไม่ว่า นายคริสตาลิโน ดาวิด โอโซรา วัยรุ่นอายุ 17 ปี ปฏิบัติไม่ดีต่อแฟนสาวของเขา มาริโอจึงพาพวกไปทำร้ายคริสตาลิโน จนกลายเป็นคลิปวิดีโอไวรัลบนโลกออนไลน์

ตำรวจใช้เวลาไม่นานก็ตามจับกุมมาริโอได้ ในขณะที่ชาวเน็ตก็ออกมาขุดคุ้ยประวัติของชายฝีปากกล้าคนนี้และว่า บนอินสตาแกรมของเขามีรูปมากมายที่แสดงให้เห็นการใช้ชีวิตอย่างหรูหราฟุ่มเฟือย รวมถึงรูปที่เขาขับรถอเนกประสงค์ จี๊ป รูบิคอน ซึ่งมีราคากว่า 1.2 พันล้านรูเปียห์ (ราว 2.7 ล้านบาท) และขี่มอเตอร์ไซค์ฮาร์เลย์-เดวิดสันด้วย

ต่อมาจึงมีการเปิดเผยว่า มาริโอเป็นลูกชายของเจ้าหน้าที่สำนักงานภาษีคนหนึ่งในจาการ์ตา โดยที่ นางศรี มุลยานี อินทราวาตี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของอินโดนีเซีย ออกมาประณามเหตุทำร้ายร่างกาย และบอกกับสื่อว่า เธอสั่งให้มีการตรวจสอบวินัยภายในหน่วยงานของเธอ และพบข้าราชการจำนวนมากเกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชัน

ในงานแถลงข่าวเมื่อเดือนมีนาคม นางมุลยานี ระบุว่า มีลูกจ้างในกระทรวงของเธอถึง 964 คน ตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่า มีทรัพย์สินไม่สอดคล้องกับระดับเงินได้ แต่ไม่แจกแจงว่ามีใครบ้าง และจะดำเนินการลงโทษอย่างไร

ล่าสุด เมื่อวันจันทร์ที่ 3 เม.ย. ที่ผ่านมา คณะกรรมการปราบปรามการคอร์รัปชันของอินโดนีเซีย (KPK) ก็จับกุมตัว นายราฟาเอล อาลุน ตรีซัมโบโด ผู้เป็นพ่อของมาริโอ หลังจากสืบสวนนานหลายสัปดาห์แล้วพบว่า เขาสมรู้ร่วมคิดกับที่ปรึกษาภาษีอากร เพื่อเพิ่มความร่ำรวยของตัวเอง

ด้าน นายมาห์ฟุด เอ็มดี รัฐมนตรีช่วยฝ่ายกิจการความมั่นคง, กฎหมาย และการเมือง และเป็นประธานคณะกรรมาธิการความร่วมมือแห่งชาติเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมเกี่ยวกับการฟอกเงิน กล่าวในการประชุมรัฐสภาเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า มีข้าราชการในกระทรวงการคลัง 491 คน เกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน “จำนวน 491 คน นี่ไม่ใช่แค่ ราฟาเอล (ตรีซัมโบโด) แล้ว แต่มันมีเครือข่ายอยู่ในนั้น”

ลูกก่อเรื่อง-พ่อซวยไปด้วย

ก่อนเกิดคดีนี้ นายตรีซัมโบโดเป็นเจ้าหน้าที่ระดับกลางของสำนักงานภาษีสังกัดกระทรวงการคลังแห่งอินโดนีเซีย และเป็นเจ้าหน้าที่สืบสวนคดีการเลี่ยงภาษี แต่หลังจากลูกชายของเขาถูกจับ ตัวเขาก็ถูกปลดออกจากตำแหน่งในเดือนมีนาคม ฐานครอบครองทรัพย์สินที่ไม่มีการสำแดง และรายงานมูลค่าทรัพย์สินของตัวเองต่ำกว่าความเป็นจริง

นายฟีร์ลี บาฮูรี หัวหน้าของ KPK เปิดเผยในงานแถลงข่าวเมื่อวันจันทร์ว่า เจ้าหน้าที่สืบสวนยึดเงินต่างประเทศจากตู้เซฟของนายตรีซัมโบโดได้ถึง 3.23 หมื่นล้านรูเปียห์ และเขาถูกกล่าวหาว่า รับเงินให้เปล่าจากผู้จ่ายภาษี เพื่อตอบแทนที่เขาเข้าไปยุ่งกับรายงานการตรวจสอบและรับรองบัญชี

เจ้าหน้าที่ยังยึดของใช้หรูหราราคาแพง เช่น กระเป๋าหรูหลายสิบใบ, จักรยานยนต์, เครื่องเพชร และเงินสดจำนวนหนึ่ง จากบ้านของเขาในย่านคนรวย ตอนใต้ของจาการ์ตาด้วย

การสืบสวนพบอีกว่า นายตรีซัมโบโดมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นถึง 2.4 หมื่นล้านรูเปียห์ภายในเวลา 8 ปี นับตั้งแต่เขาเริ่มรายงานจำนวนทรัพย์สินให้ทางการทราบ โดยเพิ่มจากราว 2 หมื่นล้านรูเปียห์ในปี 2554 เป็น 4.4 หมื่นล้านรูเปียห์ในปี 2562 ก่อนจะขยับเป็น 5.5 หมื่นล้านรูเปียห์ในปี 2563 เกือบเท่ากับทรัพย์สินของรัฐมนตรีการคลัง ซึ่งแจ้งไว้ที่ 5.8 หมื่นล้านรูเปียห์อยู่แล้ว

แต่ที่ต่างกันก็คือ นางมุลยานีเคยทำงานในตำแหน่งระดับสูงมามากมาย ทั้งเป็นรัฐมนตรีมานานกว่า 12 ปี และเคยเป็นผู้อำนวยการบริหารของธนาคารโลกในสหรัฐฯ

นอกจากนั้น ศูนย์วิเคราะห์และรายงานด้านการทำธุรกรรมทางการเงิน (PPATK) หน่วยงานรัฐ ซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบเรื่องความเคลื่อนไหวทางการเงินของอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า นายตรีซัมโบโดกับครอบครัว มีส่วนพัวพันกับการทำธุรกรรมน่าสงสัย เกี่ยวข้องกับเงินกว่า 5 แสนล้านรูเปียห์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาด้วย

ประชาชนสุดทนข้าราชการอวดรวย

คดีของนายตรีซัมโบโด ทำให้เกิดกระแสความไม่พอใจไปทั่วอินโดนีเซีย เนื่องจากมันเกิดในช่วงเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นเส้นตายการยื่นข้อมูลเพื่อเสียภาษีของประชาชน ในขณะเดียวกัน กรณีการอวดร่ำอวดรวยของเจ้าหน้าที่รัฐ หรือสมาชิกครอบครัวคนอื่นๆ ก็เริ่มถูกนำมาแฉบนโลกออนไลน์มากขึ้น ยังกระตุ้นความโกรธของประชาชนขึ้นไปอีก

เมื่อสัปดาห์ก่อน กระทรวงมหาดไทยเรียกตัวนาย เอสเอฟ ฮาริยานโต เลขาธิการบริหารจังหวัดเรียวเข้าพบ หลังมีภาพภรรยาของเขาถ่ายคู่กับของใช้ฟุ่มเฟือยมากมายถูกแชร์ต่อๆ กัน บนเครือข่ายสังคมออนไลน์ในเดือนมีนาคม ซึ่งนายฮาริยานโตแก้ตัวว่า ของแบรนด์เนมเหล่านั้นเป็นของที่ถูกยึดมา ไม่ใช่ของภรรยา และมีมูลค่าเพียง 2-5 ล้านรูเปียห์ ไม่ใช่หลายร้อยล้านตามที่แชร์กันบนโลกออนไลน์

แต่มีชาวเน็ตตาดีสังเกตเห็นว่า ของที่นายฮาริยานโตเอามาโชว์ให้ผู้สื่อข่าวดู ไม่เหมือนกับในภาพที่กลายเป็นไวรัล นอกจากนั้นรูปที่ลูกสาวของเขาจัดงานฉลองวันเกิดอายุ 17 ปีที่โรงแรมหรู ริตซ์-คาร์ลตัน ก็กลายเป็นไวรัลเช่นกัน ซึ่งคราวนี้นายฮาริยานโตแก้ตัวว่า งานไม่ได้จัดที่โรงแรมตามที่ชาวเน็ตอ้าง แต่จัดในร้านที่มีชื่อ ริตซ์ คาร์ลตัน เหมือนกันต่างหาก

อีกกรณีหนึ่งที่เพิ่งกลายเป็นกระแสเมื่อสัปดาห์ก่อนคือ กรณีของ นายมูฮัมหมัด ริซกี อาลัมซียาห์ เจ้าหน้าที่กองอำนวยการด้านการคมนาคมทางทะเล สังกัดกระทรวงคมนาคม โดยเขาถูกทางกระทรวงสั่งพักงานชั่วคราวเพื่อรอการสืบสวน หลังรูปการใช้ชีวิตอย่างฟุ่มเฟือยของภรรยาของเขาถูกแชร์ไปทั่วโลกออนไลน์

หนึ่งในรูปดังกล่าวแสดงให้เห็นภรรยาของนายอาลัมซียาห์ ถ่ายคู่กับกระเป๋าหรู พลางจิบเครื่องดื่มบนที่นั่งเครื่องบินชั้นบิสซิเนสคลาส และมีรูปอีกมากมายที่เธอถ่ายคู่กับกระเป๋าแบรนด์เนมขณะอยู่ในต่างประเทศ หรืออยู่บนรถยนต์ แต่นายอาลัมซียาห์แจ้งต่อทางการว่า เขามีทรัพย์สินเพียง 1.48 พันล้านรูเปียห์ (ราว 3.35 ล้านบาท) เท่านั้น.





ผู้เขียน : ทิตชนม์ สว่างศรี

ที่มา : cna , voi

พบซาก ฮ.แบล็กฮอว์กญี่ปุ่นตกในทะเล ยังไม่รู้ชะตากรรมลูกเรือ 10 ชีวิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2674945

พบซาก ฮ.แบล็กฮอว์กญี่ปุ่นตกในทะเล ยังไม่รู้ชะตากรรมลูกเรือ 10 ชีวิต

8 เม.ย. 2566 02:45 น.

พบซาก ฮ.แบล็กฮอว์กญี่ปุ่นตกในทะเล ยังไม่รู้ชะตากรรมลูกเรือ 10 ชีวิต

ญี่ปุ่นพบเศษซากจำนวนหนึ่งที่เชื่อว่ามาจากเฮลิคอปเตอร์ แบล็กฮอว์ก ซึ่งตกทะเลเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาแล้ว แต่ยังไม่รู้ชะตากรรมของลูกเรือทั้ง 10 คน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานในวันที่ 7 เม.ย. 2566 ว่า เจ้าหน้าที่ของญี่ปุ่นพบเศษซากจำนวนหนึ่งจากเฮลิคอปเตอร์ แบล็กฮอว์ก ของกองกำลังป้องกันตนเอง ที่คาดว่าตกลงไปในทะเลเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาแล้ว แต่ยังไม่พบลูกเรือทั้ง 10 ของเฮลิคอปเตอร์ลำนี้

นายยาสุคาซุ ฮามาดะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของญี่ปุ่น เปิดเผยในงานแถลงข่าวว่า ซากที่พบได้แก่ เรือชูชีพที่ยังไม่ได้ใช้, ประตู และอื่นๆ แต่ยังไม่พบลูกเรือคนใด ซึ่งพวกเขาจะทุ่มเทความพยายามทั้งหมดเพื่อค้นหาและช่วยเหลือลูกเรือทั้ง 10 คนที่ยังสูญหาย และรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับขอบเขตความเสียหายที่เกิดขึ้น

ทั้งนี้ เฮลิคอปเตอร์รุ่น UH-60JA หรือที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อ แบล็กฮอว์ก หายไปจากจอเรดาร์เมื่อช่วงบ่ายวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา หลังเดินทางออกจากฐานทัพของกองทัพกำลังป้องกันตนเอกภาคพื้นดินบนเกาะมิยาโกะ เพื่อปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนบริเวณเกาะทางตอนใต้ของญี่ปุ่น ได้เพียง 10 นาทีเท่านั้น โดยคาดว่า ฮ.ลำนี้ตกทะเลระหว่างเกาะมิยาโกะกับเกาะอิราบุ

หลังจากการระดมกำลังค้นหานานหลายชั่วโมง เรือของหน่วยลาดตระเวนชายฝั่งก็พบกับเรือชูชีพที่ยังไม่ได้ใช้ ซึ่งมีเลขชุดผลิตภัณฑ์ (serial number) ตรงกับเรือบน ฮ.ที่หายไป และพบประตูที่เชื่อว่ามาจากอากาศยานลำเดียวกันใกล้กับจุดที่ประเมินว่าเป็นจุดตกด้วย

ที่มา : cna

อิสราเอลโจมตีทางอากาศในกาซา-เลบานอน ตอบโต้กลุ่มฮามาส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2674930

อิสราเอลโจมตีทางอากาศในกาซา-เลบานอน ตอบโต้กลุ่มฮามาส

8 เม.ย. 2566 01:35 น.

อิสราเอลโจมตีทางอากาศในกาซา-เลบานอน ตอบโต้กลุ่มฮามาส

อิสราเอลโจมตีทางอากาศเข้าใส่ภาคใต้ของเลบานอนกับฉนวนกาซา หลังมีจรวดหลายสิบลูกถูกยิงจากพื้นที่ดังกล่าวเข้าใส่อิสราเอล

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 7 เม.ย. 2566 กองทัพอิสราเอลโจมตีทางอากาศเข้าใส่เป้าหมายหลายจุดในภาคใต้ของเลบานอน และในฉนวนกาซา ที่พวกเขาเชื่อว่ามีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มติดอาวุธ ‘ฮามาส’ ของปาเลสไตน์

การโจมตีของอิสราเอลเกิดขึ้นหลังจาก มีจรวด 34 ลูกถูกยิงจากเลบานอนเข้าสู่ภาคเหนือของอิสราเอลเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ซึ่งพวกเขากล่าวโทษว่าเป็นฝีมือของกลุ่มฮามาส จากนั้นกลุ่มติดอาวุธในฉนวนกาซาก็ยิงจรวดอีกอย่างน้อย 44 ลูกเข้าใส่อิสราเอล แต่ส่วนใหญ่ถูกระบบป้องกัน ‘ไอรอน โดม’ ยิงสกัดเอาไว้ได้

ทั้งนี้ ความตึงเครียดระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์พุ่งสูงขึ้นอีกครั้งนับตั้งแต่ ตำรวจอิสราเอลบุกมัสยิด อัล-อักซอ ในนครเยรูซาเลมตะวันออก เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้เกิดการเผชิญหน้ากันอย่างรุนแรงกับชาวปาเลสไตน์ภายในมัสยิดแห่งนี้ ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของชาวมุสลิม และสร้างความไม่พอใจแก่ประเทศอิสลามในภูมิภาค

กลุ่มฮามาส ซึ่งเป็นผู้นำชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา ไม่ได้ออกมายืนยันว่าพวกเขายิงจรวดจากเลบานอน แต่นาย อิสมาอิล ฮานิเยห์ หัวหน้ากลุ่มฮามาส ซึ่งในตอนนั้นกำลังเยือนกรุงเบรุต ของเลบานอน กล่าวว่า ชาวปาเลสไตน์จะไม่นั่งกอดอกอยู่เฉยๆ ในการเผชิญหน้ากับความก้าวร้าวของอิสราเอล

ไม่กี่ชั่วโมงหลังการโจมตีของอิสราเอล ก็มีรายงานว่า หญิงพี่น้องชาวสหราชอาณาจักรเชื้อสายอิสราเอล 2 คน เสียชีวิตในเหตุยิงกันที่เขตเวสต์แบงก์ ซึ่งถูกรัฐบาลยิวยึดครอง ขณะที่มารดาของพวกเธอได้รับบาดเจ็บ

ที่มา : bbc

นักวิทยาศาสตร์จีนเผยข้อมูลต้นกำเนิดโควิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2674373

นักวิทยาศาสตร์จีนเผยข้อมูลต้นกำเนิดโควิด

7 เม.ย. 2566 13:49 น.

นักวิทยาศาสตร์จีนเผยข้อมูลต้นกำเนิดโควิด

ทีมนักวิจัยในจีนเผยแพร่การวิเคราะห์ตัวอย่างที่นำมาจากตลาดอาหารทะเล และสัตว์ป่า ในมณฑลหูหนาน ซึ่งเชื่อมโยงกับการระบาดและเป็นจุดโฟกัสในการค้นหาต้นตอการระบาดของไวรัสโคโรนา เมื่อกว่า 3 ปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงการศึกษาหลักฐานทางชีวภาพชิ้นแรกที่รวบรวมจากตลาดในปี 2563

การเชื่อมโยงไวรัสกับสัตว์ที่ขายในตลาด อาจเปิดช่องทางใหม่ในการสืบสวนว่าการระบาดเริ่มต้นขึ้นได้อย่างไร การวิจัยยังเผยให้เห็นว่าการสวอบที่พบเชื้อไวรัสเป็นบวกนั้น มีสารพันธุกรรมจากสัตว์ป่าอยู่ด้วย โดยนักวิทยาศาสตร์บางคนกล่าวว่า นี่เป็นหลักฐานเพิ่มเติมว่าโรคนี้แพร่กระจายจากสัตว์ที่ติดเชื้อสู่คน แต่นักวิจัยคนอื่นๆ ได้เรียกร้องให้ตีความผลการวิจัยดังกล่าวอย่างระมัดระวัง และยังไม่ชัดเจนว่าเหตุใดจึงต้องใช้เวลาถึงสามปี กว่าที่ข้อมูลทางพันธุกรรมของตัวอย่างที่ทำการตรวจสอบจะเปิดเผยต่อสาธารณะ

ในขณะที่อีกทฤษฎีหนึ่งให้ความสนใจต่อข้อเสนอแนะที่ว่าไวรัสรั่วไหลโดยไม่ได้ตั้งใจจากห้องปฏิบัติการในเมืองอู่ฮั่น

ทีมนักวิจัยของจีนโพสต์การศึกษาฉบับแรกทางออนไลน์ในเดือนกุมภาพันธ์ แต่พวกเขาไม่ได้เผยแพร่ข้อมูลทางพันธุกรรมทั้งหมดที่มีอยู่ในตัวอย่างที่รวบรวมจากตลาด ต่อมาในภายหลัง กลุ่มนักวิจัยระหว่างประเทศอีกกลุ่มหนึ่งได้แบ่งปันการประเมินกลุ่มตัวอย่างในตลาด หลังจากที่พบว่ามีการโพสต์ลำดับพันธุกรรมบนเว็บไซต์แบ่งปันข้อมูลทางวิทยาศาสตร์

การวิเคราะห์ใหม่นี้ได้รับการตรวจสอบโดยนักวิทยาศาสตร์คนอื่นๆ ก่อนที่จะเผยแพร่ในวารสาร “เนเจอร์” รวมถึงรายละเอียดที่สำคัญกว่าเกี่ยวกับเนื้อหาของตัวอย่างเหล่านั้น ซึ่งรวบรวมจากแผงลอย พื้นผิว กรง และเครื่องจักรต่างๆ ในตลาด เอกสารของทีมวิจัยจีนแสดงให้เห็นว่า ตัวอย่างบางส่วนที่เก็บมาจากพื้นที่ที่มีการขายสัตว์ป่า มีผลทดสอบเชื้อไวรัสเป็นบวก

การวิเคราะห์ของพวกเขายังแสดงให้เห็นว่า ขณะนี้สัตว์ที่มีความไวต่อไวรัส โดยเฉพาะจิ้งจอกแรคคูน ถูกขายในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ในสถานที่เหล่านั้น แต่นักวิจัยชาวจีนได้ชี้ให้เห็นว่า การค้นพบของพวกเขายังขาดหลักฐานที่ชัดเจนว่าการระบาดเริ่มต้นขึ้นอย่างไร

เอกสารระบุว่า ตัวอย่างด้านสิ่งแวดล้อมเหล่านี้ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าสัตว์เหล่านั้นติดเชื้อ และเสริมว่า มีความเป็นไปได้ที่ไวรัสจะถูกนำเข้าสู่ตลาดโดยผู้ติดเชื้อ แทนที่จะเป็นสัตว์

ผลการวิจัยครั้งนี้มีขึ้นท่ามกลางสัญญาณว่าทฤษฎีการรั่วไหลของห้องปฏิบัติการกำลังได้รับความสนใจในบรรดาหน่วยงานหลายแห่งในสหรัฐฯ ซึ่งรัฐบาลจีนปฏิเสธอย่างแข็งกร้าวต่อข้อชี้แนะที่ว่า ไวรัสมีต้นกำเนิดจากสถาบันทางวิทยาศาสตร์ แต่เอฟบีไอกล่าวว่า ขณะนี้เชื่อว่าสถานการณ์ดังกล่าว “มีความเป็นไปได้มากที่สุด” เช่นเดียวกับกระทรวงพลังงานของสหรัฐฯ

หน่วยงานและหน่วยงานต่างๆ ของสหรัฐฯ ได้สอบสวนข้อมูลที่มีความคลุมเครือและให้ข้อสรุปที่แตกต่างกัน แต่ในวันที่ 1 มีนาคม ผู้อำนวยการเอฟบีไอกล่าวหารัฐบาลจีนว่า “พยายามอย่างเต็มที่เพื่อพยายามขัดขวางและทำให้สับสน” และเปิดเผยว่าสำนักงานฯ เชื่อมั่นในทฤษฎีการรั่วไหลของห้องปฏิบัติการ “มาระยะหนึ่งแล้ว” อย่างไรก็ตาม เอฟบีไอไม่ได้เปิดเผยการค้นพบต่อสาธารณะ ซึ่งทำให้นักวิทยาศาสตร์บางคนแสดงความผิดหวัง.

พายุน้ำแข็งถล่มแคนาดา ดับ 2 ศพ กระทบคนนับล้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2674318

พายุน้ำแข็งถล่มแคนาดา ดับ 2 ศพ กระทบคนนับล้าน

7 เม.ย. 2566 12:39 น.

พายุน้ำแข็งถล่มแคนาดา ดับ 2 ศพ กระทบคนนับล้าน

แคนาดาเผชิญกับพายุน้ำแข็งพัดกระหน่ำทางภาคตะวันออกของประเทศ โดยมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ศพ ประชาชนอีกนับล้านคนไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้ เนื่องจากน้ำแข็งเกาะสะสมตามกิ่งไม้จนหักและพาดสายไฟฟ้าขาด

พายุน้ำแข็งรุนแรงได้พัดกระหน่ำรัฐควิเบก และรัฐออนแทรีโอ ซึ่งมีประชากรรวมกันมากกว่าครึ่งของประชากรทั้งหมดของแคนาดา เมื่อคืนวันพุธตามเวลาท้องถิ่น ส่งผลให้ประชาชนราว 1.3 ล้านคนใน 2 รัฐไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้ โดยหลายพื้นที่เผชิญกระแสลมแรง ทำให้ต้นไม้ถูกถอนราก และพาดสายไฟฟ้าขาดหลายจุด

ล่าสุด หน่วยงานการไฟฟ้าของทั้ง 2 รัฐกำลังเร่งกู้กระแสไฟฟ้าให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ แต่คาดว่าจะต้องใช้เวลาอีกหลายวัน ซึ่งอาจจะทำให้ชาวแคนาดาบางส่วนต้องฉลองวันอีสเตอร์ในความมืด โดยมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 2 ศพ โดยชายหนึ่งรายเสียชีวิตในควิเบก จากการถูกต้นไม้โค่นทับ ขณะที่ชายอีก 1 ราย เสียชีวิตที่ออนแทริโอ จากการถูกกิ่งไม้ตกใส่

ด้านนายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด ของแคนาดา ซึ่งอาศัยอยู่ในมอนทรีออล ได้แสดงความเสียใจต่อความสูญเสียดังกล่าว พร้อมทั้งเสนอความช่วยเหลือจากรัฐบาลกลาง พร้อมเตือนประชาชนให้ใช้ความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีสายไฟฟ้าขาดและหลีกเลี่ยงการสัญจรใกล้กับต้นไม้ เพราะอาจมีน้ำแข็งเกาะสะสมตามกิ่งไม้จนหักลงมาเป็นอันตรายได้.

ที่มา : นิวยอร์กโพสต์