ฮ.นำเที่ยวตกที่อ่าวฮาลองเวียดนาม ดับ 4 ศพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2674291

ฮ.นำเที่ยวตกที่อ่าวฮาลองเวียดนาม ดับ 4 ศพ

7 เม.ย. 2566 12:06 น.

ฮ.นำเที่ยวตกที่อ่าวฮาลองเวียดนาม ดับ 4 ศพ

เฮลิคอปเตอร์นำเที่ยวในเวียดนาม ประสบอุบัติเหตุตกลงในอ่าวฮาลอง สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของเวียดนาม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 ศพ และยังสูญหายอีก 1 ราย


สื่อทางการเวียดนามยืนยันยอดผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์นำเที่ยวตกที่อ่าวฮาลองหรือฮาลองเบย์วานนี้ เพิ่มขึ้นเป็น 4 คน และยังมีผู้สูญหายอีก 1 คน

โดยเฮลิคอปเตอร์รุ่นเบลล์ 505 ขาดการติดต่อไป หลังนำนักท่องเที่ยวขึ้นบินเพื่อเที่ยวชมอ่าวฮาลอง สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของเวียดนามที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกได้เพียง 5 นาที ในช่วงเวลาประมาณ 17.15 น. ตามเวลาในท้องถิ่น โดยบนเครื่องมีนักบิน 1 คน และนักท่องเที่ยวชาวเวียดนามอีก 4 คน

โดยทีมค้นหาและกู้ภัยพบศพนักบินหลังเวลา 23.00 น. วานนี้ตามเวลาท้องถิ่น ก่อนที่จะพบซากเฮลิคอปเตอร์บางส่วนในเช้าวันนี้ โดยมีผู้เสียชีวิตอยู่ข้างใน 1 คน และพบอีก 2 ศพใกล้อ่าวฮาลอง ล่าสุดปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยยังเดินหน้าต่อ เพื่อค้นหาผู้ที่ยังสูญหายอยู่ 1 คน และซากที่เหลือของเฮลิคอปเตอร์

สำหรับเฮลิคอปเตอร์ที่ประสบอุบัติเหตุ เป็นเฮลิคอปเตอร์ของบริษัทเฮลิคอปเตอร์เวียดนามเหนือ ที่อยู่ภายใต้การดูแลของเวียดนาม เฮลิคอปเตอร์ คอร์ปอเรชัน โดยหลังเกิดเหตุ ทางบริษัทได้สั่งระงับการให้บริการเฮลิคอปเตอร์ท่องเที่ยวชมทัศนียภาพทั่วประเทศทันที โดยทางบริษัทได้เริ่มให้บริการบินเที่ยวชมอ่าวฮาลองตั้งแต่ปี 2562 คิดค่าบริการคนละ 120 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4,088 บาท) ต่อการบิน 10 นาที ซึ่งที่ผ่านมายังไม่เคยมีรายงานการเกิดอุบัติเหตุมาก่อน.

ที่มา : สเตรทไทมส์

เผยพนักงานเทสลาเข้าถึงกล้องในรถลูกค้าได้ นำคลิปแชร์ภายใน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2674313

เผยพนักงานเทสลาเข้าถึงกล้องในรถลูกค้าได้ นำคลิปแชร์ภายใน

7 เม.ย. 2566 11:57 น.

เผยพนักงานเทสลาเข้าถึงกล้องในรถลูกค้าได้ นำคลิปแชร์ภายใน

บริษัทเทสลา กล่าวให้ความมั่นใจแก่เจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าหลายล้านรายว่า ความเป็นส่วนตัวของพวกเขา “มีความสำคัญและจะมีความสำคัญอย่างยิ่งตลอดไป” โดยระบุในเว็บไซต์ว่า กล้องที่ติดตั้งในยานพาหนะเพื่อช่วยในการขับขี่ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมดเพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้

อย่างไรก็ตาม จากการสัมภาษณ์อดีตพนักงานเก้าคนของสำนักข่าวรอยเตอร์พบว่า ในระหว่างปี 2019-2022 กลุ่มพนักงานของเทสลาได้แชร์วิดีโอและภาพ ซึ่งบันทึกโดยกล้องติดรถยนต์ของลูกค้าผ่านระบบส่งข้อความภายใน ซึ่งบางครั้งสามารถบันทึกภาพลูกค้าของเทสลาในสถานการณ์ที่น่าอับอาย อดีตพนักงานคนหนึ่งยังกล่าวถึงวิดีโอของชายคนหนึ่งที่เข้าใกล้ยานพาหนะในสภาพเปลือยล่อนจ้อน

นอกจากนั้นยังมีการแชร์ภาพอุบัติเหตุ และเหตุการณ์บนท้องถนน อดีตพนักงานรายหนึ่งเผยว่า ภาพวิดีโออุบัติเหตุหนึ่งในปี 2564 แสดงให้เห็นรถเทสลาขับด้วยความเร็วสูงในย่านที่พักอาศัย ชนเข้ากับเด็กที่ขี่จักรยาน ส่งให้ร่างของเด็กและจักรยานลอยไปคนละทิศละทาง วิดีโอดังกล่าวแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว “เหมือนไฟป่า” ไปทั่วสำนักงานของเทสลาในเมืองซานมาเทโอ รัฐแคลิฟอร์เนีย ผ่านการแชตส่วนตัวแบบตัวต่อตัว

นอกจากนั้นยังมีการแชร์ภาพอื่นๆ เช่น ภาพสุนัขและป้ายถนนตลกๆ ที่พนักงานสร้างเป็นมีมด้วยการเขียนคำบรรยายหรือคำอธิบายที่น่าขบขัน ก่อนจะโพสต์ลงในแชตกลุ่มส่วนตัว แม้ว่าบางโพสต์จะถูกแชร์ระหว่างพนักงานสองคนเท่านั้น แต่โพสต์อื่นๆ ก็มีพนักงานหลายคนที่ได้รับชม

เทสลาระบุใน “ประกาศความเป็นส่วนตัวของลูกค้า” ทางออนไลน์ว่า “การบันทึกภาพของกล้องยังคงไม่มีการระบุตัวตนของผู้ใช้และไม่ได้เชื่อมโยงกับลูกค้าหรือรถของลูกค้า” แต่อดีตพนักงาน 7 คนบอกกับรอยเตอร์ว่า โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่พวกเขาใช้ในที่ทำงานสามารถแสดงตำแหน่งของการบันทึก ซึ่งอาจเปิดเผยได้ว่าเจ้าของเทสลาอาศัยอยู่ที่ไหน

อดีตพนักงานคนหนึ่งยังกล่าวด้วยว่า การบันทึกบางอย่างดูเหมือนจะเกิดขึ้นเมื่อรถจอดและดับเครื่อง เมื่อหลายปีก่อน เทสลาจะได้รับวิดีโอที่บันทึกจากรถของลูกค้า แม้ว่ารถจะดับอยู่ก็ตาม หากเจ้าของยินยอม แต่ตั้งแต่นั้นมาก็ไม่มีการทำเช่นนั้น

อดีตพนักงานอีกคนกล่าวว่า “เราสามารถเห็นภายในโรงรถของผู้คนและทรัพย์สินส่วนตัวของพวกเขา สมมติว่าลูกค้าของเทสลามีสิ่งของบางอย่างในโรงรถที่โดดเด่น ก็ จะมีโพสต์สิ่งเหล่านั้น”

ในการจัดทำรายงานเรื่องนี้ รอยเตอร์ได้ติดต่ออดีตพนักงานของเทสลามากกว่า 300 คน ที่เคยทำงานที่บริษัทในช่วง 9 ปีที่ผ่านมาและมีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบไร้คนขับ มากกว่าสิบคนตกลงที่จะตอบคำถาม โดยทั้งหมดเปิดเผยข้อมูลโดยไม่เปิดเผยชื่อ

สำนักข่าวรอยเตอร์เผยว่า ไม่ได้รับวิดีโอหรือรูปภาพที่มีการแบ่งปัน ซึ่งอดีตพนักงานกล่าวว่าไม่ได้เก็บไว้เป็นการส่วนตัว รอยเตอร์ยังไม่สามารถระบุได้ว่า การแบ่งปันข้อมูลเกิดขึ้นภายในบางแผนกของเทสลาเมื่อปีที่แล้ว ยังคงดำเนินต่อไปในวันนี้หรือแพร่หลายเพียงใด อดีตพนักงานบางคนที่ติดต่อมากล่าวว่า การแบ่งปันที่พวกเขาสังเกตเห็นคือเพื่อวัตถุประสงค์ในการทำงานที่ถูกต้องตามกฎหมาย เช่น เพื่อขอความช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมงานหรือหัวหน้างาน.

‘กรมส่งเสริมการเกษตร’ชู’น้ำผึ้งเดือน 5’ ของฝากเทศกาลสงกรานต์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/722758

'กรมส่งเสริมการเกษตร'ชู'น้ำผึ้งเดือน 5' ของฝากเทศกาลสงกรานต์

‘กรมส่งเสริมการเกษตร’ชู’น้ำผึ้งเดือน 5’ ของฝากเทศกาลสงกรานต์

วันศุกร์ ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2566, 12.05 น.

เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2566 นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า เทศกาลสงกรานต์เป็นเทศกาลสำคัญในช่วงเดือนเมษายน หรือเดือน 5 ตามปฏิทินจันทรคติของไทย ซึ่งจะเป็นช่วงฤดูกาลที่ผึ้งมีปริมาณน้ำผึ้งเก็บสะสมไว้ในรวงรังมากที่สุด เนื่องจากผึ้งสามารถเก็บน้ำหวานจากพืชพรรณหลากหลายชนิดที่ทยอยติดดอกออกผลมาตั้งแต่ช่วงปลายปี ประกอบกับน้ำผึ้งได้ผ่านช่วงฤดูหนาว ซึ่งเป็นช่วงที่มีอากาศแห้งและมีความชื้นสัมพัทธ์ต่ำ ส่งผลดีทำให้ผลผลิตน้ำผึ้งในช่วงเดือนมีนาคม – เมษายน มีความเข้มข้นและมีคุณภาพดีที่สุด

อย่างไรก็ตาม ขอเชิญชวนดื่มน้ำผึ้งเดือน 5 มอบประโยชน์และคุณค่าดีๆ จากธรรมชาติให้ตนเอง และมอบเป็นของขวัญของฝากเปี่ยมคุณค่าแก่ผู้ใหญ่ที่เคารพ และสมาชิกในครอบครัวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2566 นี้ โดยประชาชนผู้สนใจสามารถสั่งซื้อน้ำผึ้งและผลิตภัณฑ์นานาชนิดจากผึ้งกับ “เกษตรกรตัวจริง ทุกสิ่งปลอดภัย” ผ่านช่องทางสั่งซื้อที่ www.ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com และตลาดเกษตรกรทุกจังหวัด

อย่างไรก็ตาม หากเกษตรกรรายใดสนใจการเลี้ยงผึ้งและต้องการสัมผัสวิธีการผลิตและแปรรูปผลิตภัณฑ์จากผึ้งชนิดต่างๆ ด้วยตนเอง สามารถวางแผนไปเที่ยวชมงานวันผึ้งโลก ครั้งที่ 6 ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตรกำหนดจะจัดขึ้นในวันที่ 20 พฤษภาคม 2566 ณ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร จังหวัดจันทบุรี

สำหรับเกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้ง กรมส่งเสริมการเกษตร พร้อมเข้าไปส่งเสริมและให้คำแนะนำในเรื่องการผลิตน้ำผึ้งคุณภาพดี โดยเกษตรกรให้เลือกเก็บคอนน้ำผึ้งที่ปิดฝาหลอดรวงแล้ว 70% ใช้มีดปาดฝาหลอดรวงออก นำคอนผึ้งใส่ในถังสลัดน้ำผึ้ง จากนั้นจึงนำน้ำผึ้งมา กรองผ่านตะแกรงหยาบ และตะแกรงละเอียดอีกครั้ง ก่อนใส่ถังบ่มทิ้งไว้อย่างน้อย 15 วัน จึงจะได้น้ำผึ้งคุณภาพดี นำไปบรรจุในภาชนะสำหรับบรรจุอาหาร เพื่อบริโภคและจำหน่ายต่อไป ทั้งนี้ น้ำผึ้งมีอายุการเก็บรักษาประมาณ 2 ปี โดยเฉพาะน้ำผึ้งที่เก็บผลผลิตใหม่จะมีวิตามินและมีคุณค่าทางอาหารสูง จึงควรบริโภคน้ำผึ้งในช่วงดังกล่าว จึงจะได้รับคุณประโยชน์จากน้ำผึ้งได้อย่างครบถ้วน

– 006

คุณแหน : 8 เมษายน 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/722878

วันเสาร์ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll มูลนิธิสมาคมสตรีอุดมศึกษาฯในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ จะจัดงานเฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ 100 ปีวันประสูติ ขององค์อุปถัมภ์ฯ 4 ก.ย. …อัญชุลี สิมะเสถียร บอกว่าช่วงนี้อยู่ระหว่างเตรียมวางแผนงานด้านการประชาสัมพันธ์กันอย่างกว้างขวาง…

ll ข่าวดีของการท่องเที่ยวไทย เมื่อเว็บไซต์ World Beach Guide ซึ่งเป็นเว็บค้นหาและเก็บข้อมูลชายหาดต่างๆ ทั่วโลกได้จัดอันดับ “ชายหาดที่ดีที่สุดในโลก ประจำปี 2023” ปรากฏว่า ชายหาดจากไทยติดอันดับถึง 5 แห่ง ได้แก่ อันดับ 1 เกาะกระดาน จ.ตรัง,อันดับ 9 หาดไร่เลย์ จ.กระบี่, อันดับ 18 หาดฟรีด้อม จ.ภูเก็ต, อันดับ 21 แหลมหาดเกาะยาวใหญ่ จ.พังงา, อันดับ 44 อ่าวโตนด เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี ดีงามจริงๆ…คนไทยที่ยังไม่ได้ไปยล ต้องรีบๆ ไปกันแล้ว…

ll ฤดูกาลแห่งการท่องเที่ยว มีเพื่อนมาจากออสเตรเลียมาเยือนเมืองไทย จักรชัย-ขจรสิริ บาลี ชวนเที่ยวหนำใจ แล้วพากันไปต่อที่เวียดนาม…สุขสำราญบานใจเป็นที่สุด…ส่วน กอบแก้ว อัครคุปต์ เดินทางไปปากีสถาน กำหนดกลับ15 เม.ย. …

ll รุ่นพี่ สุพจน์ ผจญยุทธไปทริปแคชเมียร์กับรุ่นน้อง ผุสดี โสรัตน์ มี พรทิพย์ เกียรติวีรกุล และ ไพลินร่วมสำราญ เป็นอาทิร่วมทริปไปด้วย…สวนทางกับ หรรษา พันธุ์พิมานมาศ ที่เพิ่งกลับจากเที่ยวแคชเมียร์เหมือนกัน…

ll มณทิชวุฒิยางกูร เดินทางไปท่องเที่ยวฮังการีกับลูกสาวคนสวย… ส่วน สัญชัย สมบูรณ์สุข พร้อมครอบครัวไปเที่ยวสเปน โดยมีลูกสาวคนเก่งเป็นสปอนเซอร์ทริปนี้…ll เรื่องยินดีต่อเนื่องยังไม่หมดกับตำแหน่ง “คนดีศรี สส.” (สส.-กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม) มีอีก2 คน ที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็น “คนดีศรี สส.”ได้แก่ ณัฐวรรณ ชมอินทร์ กับ อลิสา ว่องไว…

ll พรพรรณ รอดวรรณะ พาคุณแม่ตั๋นออกจาก รพ.ไทยนครินทร์ กลับบ้านแล้ว ต้องขอขอบคุณ นพ.อุฬาร วงศ์แกล้ว แห่งศูนย์โรคหัวใจ รพ.แห่งนี้เป็นยิ่งนัก…

ll ศิริวรรณ วงศ์ศิริกุล หยุดดูแลหลานชาย ไทกะ 1 วัน ไปขึ้นเวทีกับเพื่อนร่วมคลาสร้องเพลง ด้วยความสุขสนุกสนาน งานนี้ยังได้พบ ตุ้ย-ธีรภัทร สัจจกุลมาแจมกับคุณแม่(ของตุ้ย)บนเวทีด้วย…

llโรงพยาบาลพระมงกุฎฯ จัดพิธีสักการะท้าวหิรัญฯเทวรูปศักดิ์สิทธิ์ประจำโรงพยาบาล เวลา 07.00 น.13 เม.ย. ณ บริเวณลานในโรงพยาบาล…

llขอแสดงความเสียใจกับ ชาติชาย สุทธิกลมในการจากไปของ คุณแม่อัมพา วัย 93 ปี กำหนดสวดพระอภิธรรม ที่วัดชลประทานรังสฤษดิ์ อ.ปากเกร็ด 7-10 เม.ย. 18.00 น.…พระราชทานเพลิงศพ 11 เม.ย. 14.00 น. …

ll สวดพระอภิธรรมศพ บำรุง ไตรมนตรี 8 เม.ย.นี้สุดท้าย และพระราชทานเพลิงศพ 9 เม.ย.16.00 น. ณ วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน…

ll กำหนดฌาปนกิจศพ ชิตพันธ์ กำภูฯ สามีเทอดขวัญ 17 เม.ย. 14.00 น. ณ วัดธาตุทอง…

ll สัปดาห์ที่ผ่านมา ผศ.นาฏยา ตนานนท์ร้อนทั้งกายและใจ เพราะค่าฝุ่น PM2.5 รุนแรงเหลือเกิน ทำให้อยากบินหนีเชียงใหม่ ไปกรุงเทพฯหรือจังหวัดไหนๆ ก็ได้ แต่ตั๋วเครื่องบินไม่เป็นใจ เพราะถูกจองเต็มหมด…อดบินในที่สุด !!…ll

บารอนเนส

‘เล่นหย่อมบ้าน’ จากพื้นที่ในบ้าน สู่พื้นที่เรียนรู้ในชุมชน นวัตกรรมเติมเต็มความสุขและทักษะชีวิตผ่านการเล่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/722871

‘เล่นหย่อมบ้าน’ จากพื้นที่ในบ้าน สู่พื้นที่เรียนรู้ในชุมชน  นวัตกรรมเติมเต็มความสุขและทักษะชีวิตผ่านการเล่น

‘เล่นหย่อมบ้าน’ จากพื้นที่ในบ้าน สู่พื้นที่เรียนรู้ในชุมชน นวัตกรรมเติมเต็มความสุขและทักษะชีวิตผ่านการเล่น

วันเสาร์ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

“ถ้าเด็กอยากเล่นอะไรเราก็ต้องอำนวยความสะดวกให้เขาได้เล่น หรือถ้าเราอยากให้เด็กเรียนรู้เรื่องอะไร เราก็จะต้องสร้างสภาพแวดล้อมเพื่อสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้ และเราจะพบว่าการเล่นนั้นสามารถบ่งบอกถึงพรสวรรค์ของเด็กได้”

เป็นคำกล่าวของ “ครูนิ้ง” กัญญาวีร์ ฟักทอง จาก “ศูนย์เรียนรู้บ้านเรียนฟักทอง” อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ถึงคุณค่าและความสำคัญของการเล่น ที่ได้ค้นพบจากประสบการณ์ในการทำงานเป็นครูอาสาทำงานกับเด็กๆในชุมชน สั่งสมองค์ความรู้จนต่อยอดมาสู่การจัดการเรียนรู้แบบ Home School ให้กับลูกๆ ทั้ง 3 คน ด้วยแนวคิด “เรียนไปเล่นไป อยากทำอะไร ก็ได้ทำ”

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สถานที่อันสงบร่มรื่นกลมกลืนไปกับธรรมชาติและท้องทุ่งนาตามวิถีเกษตรกรรมของบ้านเรียนฟักทองนั้น ได้ถูกใช้เป็นพื้นที่เล่นเรียนรู้ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ทั้งดนตรี กีฬา ศิลปะ ทักษะชีวิต ฯลฯ เพื่อพัฒนาเด็ก เยาวชน และครอบครัวในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง แต่การเกิดขึ้นของสถานการณ์โควิด-19 ทำให้เด็กๆ ถูกกักตัวอยู่แต่ในบ้านพร้อมความหวาดกลัวและหวาดระแวง จนต้องเผชิญกับปัญหาการเรียนรู้ถดถอยหรือ Learning Loss ที่ส่งผลต่อพัฒนาการทุกๆ ด้าน

“การเล่น สามารถเติมเต็มการเรียนรู้ถดถอยให้เด็กได้ เป็นการบ่มเพาะเด็กให้เรียนรู้ว่าในทุกวิกฤตมีทางออก พวกเขาสามารถปฏิบัติตามกฎกติกาของสังคมได้โดยไม่ต้องสูญเสียความสุขไป” ครูนิ้ง เล่าถึงประโยชน์ของการเล่นท่ามกลางสภาวการณ์ปัญหาที่เกิดขึ้น

ดังนั้น เมื่อเด็กต้องการเล่น แต่ออกนอกพื้นที่ไม่ได้ในระยะแรกครอบครัวฟักทองจึงแก้ปัญหาด้วยการขับมอเตอร์ไซค์พ่วงรถเข็น นำของเล่นและอุปกรณ์สนับสนุนการเล่นไปส่งให้ถึงบ้าน เมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลายก็เริ่มสำรวจพื้นที่ในชุมชน “บ้านหัวแท” และ “บ้านแหลมโพธิ์” ว่ามีที่ไหนที่เด็กๆ ชอบไปรวมตัวกัน ก็จะนำรถตู้คันเล็กๆ ใส่ของเล่นไปจอดไว้ใต้ร่มไม้ หรือศาลาอเนกประสงค์ของหมู่บ้าน

ครูนิ้ง-กัญญาวีร์ ฟักทอง

เริ่มจากการนำของไปให้เด็กเล่น ต่อมาก็เริ่มชวนเชิญเด็กและผู้ปกครองทำของเล่น อยากเล่นอะไรก็ทำสิ่งนั้น ขยายผลไปสู่การขอความร่วมมือจากคนในชุมชนที่เริ่มเห็นความสำคัญของการเล่น มองหาพื้นที่ว่างเพื่อสร้างเป็นพื้นที่เล่นให้กับเด็กๆ ที่ต่อมาได้พัฒนาจนเป็น การส่งเสริมการเล่นอิสระในชุมชน ตามหย่อมบ้าน “เล่นหย่อมบ้าน” โดยมี สถาบันสื่อเด็กและเยาวชน (สสย.), มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก (มพด.) และสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชน และครอบครัว สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ให้การสนับสนุน เพื่อเติมเต็มความสุขและความทรงจำดีๆ ในวัยเด็ก สร้างการเรียนรู้ที่หลากหลายผ่านการเล่นแบบองค์รวม หรือ Soft Skill ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้เด็กที่จะเติบโตขึ้นเป็นกำลังสำคัญของชาติสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในโลกอนาคตได้เป็นอย่างดี

“ข้อดีที่สำคัญของการเล่นหย่อมบ้าน คือเด็กสามารถเข้าถึงการเล่นได้ทุกวัย ซึ่งที่ผ่านมาคนในชุมชนจะไม่มีความรู้และไม่เข้าใจการเล่นให้ความสำคัญกับการเรียน มองว่าการเล่นไม่มีความจำเป็น แต่เมื่อมีการเล่นในพื้นที่ของหย่อมบ้านพ่อแม่ตายายก็จะได้เห็นว่าเด็กเล่นแล้วเป็นอย่างไร มีความสุขแค่ไหน ได้ทำอะไรบ้างจากการที่เด็กๆ ก็จะนำผลงานมาโชว์เราก็จะสนับสนุนอุปกรณ์การเล่นเพื่อให้เขาได้กลับไปเล่นที่บ้านด้วย ผู้ปกครองก็จะเริ่มสังเกตและเข้าใจว่าเด็กชอบเล่นอะไร เห็นพรสวรรค์ เห็นความสนใจในเรื่องต่างๆ ในตัวของเด็ก และเข้าใจการเล่นมากขึ้น ก็เริ่มเข้ามาร่วมเป็นอาสาสมัครและเปิดบ้านให้เด็กได้เล่นอย่างมีความสุข” ครูนิ้ง ระบุถึงข้อดีของการเล่นหย่อมบ้าน

ทางด้าน ย่าอ่อน ยิ้มมาก ผู้ปกครองของ “น้องนิค” และ “น้องนัท” ที่เปิดพื้นที่ใต้ร่มไม้ใหญ่ข้างบ้านให้เป็นพื้นที่เล่นเรียนรู้ของเด็กๆ เล่าว่า การเล่นทำให้เด็กร่าเริง และมีความสุขส่วนตนเองอายุมากแล้วจะพาเด็กออกไปที่ไหนก็ลำบากและมีค่าใช้จ่าย จึงอยากให้มาจัดกิจกรรมที่บ้านเพื่อให้เด็กในชุมชนได้มีที่เล่นสนุก เพราะหลานเล่นกันเองแค่ 2 คนก็เหงา แต่พอมีแบบนี้เขาก็จะสนุกเพราะมีเพื่อนเล่น และครูก็จะมาช่วยสอนวิธีในการช่วยดูแลเด็กๆ ระหว่างที่เล่นด้วย

อานิสา ส่งประสาทศิลป์ คุณแม่ของ “น้องเนส” และ “น้องปาน” เล่าถึงการเล่นหย่อมบ้านว่า มีประโยชน์มากเพราะตนเองต้องทำงานและไม่สามารถพาออกไปเที่ยวหรือไปแหล่งเรียนรู้ที่อื่นๆ ได้

“เด็กๆ ได้เล่นอย่างอิสระ ได้วาดรูป ทำงานประดิษฐ์ และยังมีของให้ไปเล่นต่อที่บ้าน ส่วนตัวของน้องเนสชอบวาดรูปและมีพรสวรรค์ในเรื่องนี้ ก็เลยไม่ห้ามและสนับสนุน โดยเฉพาะที่ผนังบ้านตอนนี้มีแต่ภาพวาดฝีมือของลูกสาวเต็มไปหมดทุกวันหยุดลูกๆ จะคอยถามถึงครูและพี่ๆ ตลอด และรอคอยที่จะได้มาเล่นสนุกกับเพื่อนๆ ส่วนน้องปานชอบเล่นขายของ” แม่อานิสา กล่าว

พื้นที่เล่นหย่อมบ้านข้างบ้านของย่าอ่อน ในวันนี้ได้มีจัดทำชิงช้า โดยความร่วมมือร่วมใจของคนในชุมชนเพื่อให้เด็กๆ ได้มีของเล่นจากธรรมชาติ เท่าที่เห็นการเล่นหย่อมบ้านนั้นเรียบง่าย ไม่มีพิธีรีตอง ของเล่นต่างๆ ถูกหยิบมาจัดวาง และถูกนำไปประกอบการเล่นได้อย่างอิสระตามแต่จินตนาการของเด็กแต่ละคน โดยมี “พี่ (เป็นเพื่อน) เล่น” ทำหน้าที่เป็น “PlayWorker” ที่คอยอำนวยสะดวก สนับสนุนและช่วยเหลือในสิ่งที่เด็กๆ ถามหา ที่เหลือก็ปล่อยให้การเล่นสนุก นำพาไปสู่ความสุขและการเรียนรู้โดยเริ่มต้นการทดลองทำทั้งผิดและถูกจนเจอผลลัพธ์ด้วยตัวของแต่ละคนเอง

การ “เล่นหย่อมบ้าน” จากการขับเคลื่อนของศูนย์เรียนรู้บ้านเรียนฟักทอง ได้ขยายพื้นที่ทำงานออกไปในทั้งสองชุมชน โดยมีพื้นที่แห่งความสุขมากกว่า 5 จุด มีเด็กและเยาวชนที่ได้รับการดูแลไม่น้อยกว่า 100 คน รวมไปถึงมีการจัดกิจกรรมการเล่นลงไปในโรงเรียนขยายโอกาสในพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ มีการพัฒนาเครือข่าย Play Worker จิตอาสาเข้ามาร่วมกันทำงาน ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจากความต้องการสร้างพื้นที่ปลอดภัยในชุมชนให้กับเด็กๆ ของครูนิ้งและครอบครัว พร้อมกับเตรียมยกระดับพื้นที่ในปัจจุบันไปสู่การเป็น “มานา มานะ Learning Space” เพื่อต่อยอดไปสู่การเป็น Farm / Home Stay & Cafe และปักหมุดหมายใหม่ของพื้นที่เรียนรู้ที่ใช้การเล่นเป็นสื่อกลางให้กับคนทุกเพศวัย โดยมีเป้าหมายในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับสถาบันครอบครัว

“การเล่นทำให้เด็กมีพื้นที่ความทรงจำที่ดีและสามารถเยียวยาสภาพจิตใจจากภาวะซึมเศร้าที่กำลังเกิดขึ้นในสังคมปัจจุบันได้ เพราะในความเป็นมนุษย์มีมิติการเรียนรู้ที่สำคัญสองด้าน คือ Hard Skill หรือความรู้ด้านวิชาการ และ Soft Skill ที่จะเกิดขึ้นผ่านการเล่นที่ช่วยสร้างให้เกิดการเรียนรู้แบบองค์รวม ซึ่งเป็นทักษะทางสังคมที่มีความสำคัญเพื่อการปรับตัวและมีชีวิตร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ปัจจุบันเราอาจไม่ได้ต้องการของเล่นหรือพื้นที่เล่น แต่เราต้องการสังคมที่มีทัศนคติและเข้าใจคุณค่าของการเล่นและเห็นความสำคัญของเด็กๆ ครูก็สามารถที่จะสอนผ่านการเล่นได้โดยวิชาการไม่ได้หายไป เพราะการ Play & Learn ไปพร้อมกันนั้นเด็กจะจดจำได้มากกว่าการท่องจำ ส่วนพ่อแม่สามารถนำวิชาชีวิตมาใช้เป็นกิจกรรมที่สร้างการเรียนรู้ร่วมกันในครอบครัวได้” ครูนิ้งกล่าวสรุป

การ “เล่น” ในวันนี้จึงไม่เรื่อง “เล่นๆ” อีกต่อไป เพราะการเล่นของเด็กๆ เชื่อมโยงไปสู่การสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว ที่มีผลลัพธ์คือสถาบันครอบครัวและสังคมที่เข้มแข็ง

เมกา สงกรานต์’ ชื่นฉ่ำกับสวนน้ำขนาดใหญ่ สนุกได้ทั้งครอบครัว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/722881

เมกา สงกรานต์’ ชื่นฉ่ำกับสวนน้ำขนาดใหญ่ สนุกได้ทั้งครอบครัว

เมกา สงกรานต์’ ชื่นฉ่ำกับสวนน้ำขนาดใหญ่ สนุกได้ทั้งครอบครัว

วันเสาร์ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กิจกรรมสรงน้ำพระ

ศูนย์การค้าเมกาบางนา ต้อนรับการกลับมาของเทศกาลสงกรานต์แบบเต็มรูปแบบในงาน “เมกา สงกรานต์” มหกรรมความสุขสำหรับทุกคนในครอบครัว อัดแน่นด้วยกิจกรรมเต็มทุกพื้นที่ครบครันความสนุกและความสุขสำหรับทุกเจเนอเรชั่นเพื่อให้ทุกท่านได้ใช้เวลาแห่งความสุขร่วมกัน เติมเต็มความอบอุ่น กระชับความสัมพันธ์ภายในครอบครัว พร้อมการกลับมาของสวนน้ำสุดหรรษาเอาใจน้องๆ หนูๆ และแลนด์มาร์คถ่ายภาพสะท้อนกลิ่นอายความเป็นไทยแบบไม่จำเจ สนุกไปกับการแสดงเพื่อร่วมสืบสานศิลปวัฒนธรรมไทย อาทิ การแสดงรำกลองยาว และกิจกรรมใหม่สำหรับคุณปู่คุณย่า อาทิ ลานลีลาศ, คลาสสอนเต้นลีลาศ และวงสุนทราภรณ์คลื่นลูกใหม่ พิเศษ! เพลิดเพลินไปกับมินิคอนเสิร์ตจาก ภูมิ แก้วฟ้าเจริญ ดีกรีรองแชมป์ The Golden Song และการแสดงสุดเซอร์ไพรส์กับ 2 หนุ่มดูโอ คู่หูตัวตึงจากเวทีใหญ่ บูม สหรัฐ และ ภูมิ พงศ์รชตะ จากเวที The Star Idol และวงสุนทราภรณ์คลื่นลูกใหม่ ชมฟรีตลอดทั้งงาน

วงสุนทราภรณ์คลื่นลูกใหม่ มอบความสนุกสนานไปกับจังหวะเสียงเพลง

งานนี้ แบ่งพื้นที่ออกเป็น 4 โซนหลักๆ โซนที่ 1 ประเดิมความสนุกสำหรับเด็กๆ สวนน้ำขนาดยักษ์ “Songkran Water Park” ที่บริเวณ เมกา พลาซ่า ให้น้องๆ หนูๆ ชุ่มฉ่ำคลายร้อนพร้อมด้วยสไลเดอร์และเครื่องเล่นในสระน้ำขนาดใหญ่ถึง 3 สระ สำหรับสมาชิกเมกา สไมล์ คิดส์ ลงทะเบียนสำรองสิทธิ์เล่นสวนน้ำล่วงหน้าได้ที่เคาน์เตอร์แลกรับของสมนาคุณ ชั้น 1 ฝั่งบิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า ตั้งแต่วันที่ 8-16 เม.ย. (จำกัด 1 สิทธิ์ต่อท่านต่อวันและจำกัดเพียง 30 สิทธิ์ต่อรอบเท่านั้น)โซนที่ 2 Songkran FamilyClub บริเวณฟู้ดวอล์คพลาซ่าชั้น G รวบรวมหลากหลายกิจกรรมทั้งร้อง เต้น เล่นกันได้เพลินๆ ทั้งครอบครัว อาทิ การแสดงรำกลองยาว, การสอนเต้นลีลาศจังหวะพื้นฐาน พิเศษกับกิจกรรมใหม่สำหรับผู้สูงอายุ คือการแสดงลีลาศประกอบดนตรี พร้อมการบรรยายพิเศษจากแพทย์เฉพาะทางเพจดังเพื่อให้ความรู้กับผู้สูงอายุ และไขทุกปัญหาสุขภาพกับคลินิกหมอจากโรงพยาบาลไทยนครินทร์ที่มาให้คำปรึกษาด้านสุขภาพฟรี, เพลิดเพลินไปกับมินิคอนเสิร์ตจากนักร้องหนุ่มเสียงดี “ภูมิ แก้วฟ้าเจริญ” ดีกรีรองแชมป์The Golden Song (วันที่ 13-14 เม.ย. เวลา 19.00-20.00 น.) โชว์พิเศษจาก วงสุนทราภรณ์คลื่นลูกใหม่ มอบความสนุกสนานไปกับจังหวะเสียงเพลง (วันที่ 15 เม.ย. เวลา 18.00-19.00 น.และ 16 เม.ย. เวลา 19.00-20.00 น.) การแสดงสุดเซอร์ไพรส์กับ 2 หนุ่มดูโอ คู่หูตัวตึงจากเวทีใหญ่ บูม สหรัฐ และ ภูมิ พงศ์รชตะ จากเวที The Star Idol (วันที่ 15 เม.ย. เวลา 19.00-19.30 น.) สิทธิพิเศษเฉพาะสมาชิกเมกา สไมล์ รีวอร์ดส ทำ Workshop กับกิจกรรม Summer D.I Y. อาทิ การทำน้ำอบไทยแบบฉบับดั้งเดิม, การระบายสีพัดหรือกิจกรรมแสนสนุก อาทิ เกมตักไข่ ลุ้นรับรางวัลต่างๆ และเกมยิงปืนฉีดน้ำแบบงานวัด เป็นต้นโซนที่ 3 Songkran Landmark โซนวัฒนธรรมที่ให้ลูกค้าได้ร่วมสรงน้ำพระ, ไหว้ขอพรพระพุทธรูปปลุกเสกปางมารวิชัย และการทำบุญไหว้พระประจำวันเกิดเสริมความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตต้อนรับวันปีใหม่ไทยปีนี้ พร้อมแลนด์มาร์คถ่ายภาพสุดเก๋ที่เหมาะกับเทศกาลสงกรานต์ บริเวณ เมน เอนทรานซ์ ที่ออกแบบโดยผสานกลิ่นอายความเป็นไทยกับการตกแต่งด้วยสีสันของซัมเมอร์ เพื่ออัปลงโซเชียลอวดโมเมนต์แห่งความสุขได้อีกด้วย

คลาสสอนเต้นลีลาศจังหวะพื้นฐาน

ปิดท้ายด้วยโซนสุดท้าย Megabangna Maha Songkran พบกับความอร่อยแบบจัดเต็มวันที่5-16 เม.ย. ณ บริเวณโซนธนาคาร เพลินตาเพลินพุงไปกับเทศกาลอาหารไทยในบรรยากาศตลาดโบราณกับร้านอาหารไทย ขนมไทย สูตรดั้งเดิมกับร้านดังกว่า 80 ร้าน อาทิ ร้านเต้าหู้โพธาราม เต้าหู้ทอดร้านนี้หนานุ่ม เนื้อแน่น ใช้ถั่วเหลืองแท้ 100%ไม่ปนแป้ง ทานกับน้ำจิ้มสูตรเฉพาะของทางร้าน ร้านโกเอี่ยว ก๋วยเตี๋ยวรถไฟ เมนูเนะนำคือก๋วยเตี๋ยวต้มยำสูตรเด็ด หลี่ ชิม เฮีย ร้านจุ๋ยก้วยเมนูทานเล่นของคนแต้จิ๋วเจ้าแรกของไทยเปิดให้บริการมานานกว่า 104 ปี ร้านถนัดแกง ร้านปักหมุดสำหรับคนชอบเมนูรสเข้มข้นกับสารพัดแกงและเมนูกับข้าวแบบไทยๆ ร้านอู้ดดี้ ร้านขาหมูเยอรมันคุณภาพดี เนื้อนิ่ม หนังกรอบมาพร้อมน้ำจิ้มสูตรเด็ดรสชาติจัดจ้าน และร้านบ้านสิงโต ขนมไทย ขนมหวานแบบไทยๆ สูตรหวานน้อย ทานแล้วเพิ่มความสดชื่นเหมาะสำหรับหน้าร้อนนี้ ร่วมสนุกสไตล์วิถีไทยในเทศกาลสงกรานต์กันได้ทั้งครอบครัว ในงาน “เมกาสงกรานต์” ระหว่างวันที่ 13-16 เมษายน 2566 ที่ศูนย์การค้าเมกาบางนา

บูม สหรัฐ-ภูมิ พงศ์รชตะ

บูม สหรัฐ-ภูมิ พงศ์รชตะ

ภูมิ แก้วฟ้าเจริญ

ภูมิ แก้วฟ้าเจริญ

สวนน้ำสุดหรรษา เอาใจน้องๆ หนูๆ ด้วยสวนน้ำขนาดยักษ์ “Songkran Water Park” ชุ่มฉ่ำคลายร้อนพร้อมด้วยสไลเดอร์ และเครื่องเล่นในสระน้ำขนาดใหญ่

สวนน้ำสุดหรรษา เอาใจน้องๆ หนูๆ ด้วยสวนน้ำขนาดยักษ์ “Songkran Water Park” ชุ่มฉ่ำคลายร้อนพร้อมด้วยสไลเดอร์ และเครื่องเล่นในสระน้ำขนาดใหญ่

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 8 เมษายน 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/722893

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 8 เมษายน 2566

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 8 เมษายน 2566

วันเสาร์ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

Cinnabon ชวนชิม ช็อกโกคริสปี้ บอน ความอร่อยใหม่ในราคาชิ้นละ 50 บาท หรือเลือกอร่อยกับ “ช็อกโก คริสปี้เซ็ท”ถึง 31 พ.ค. ที่ ร้านซินนาบอน ทุกสาขา

Jamba ชวนชิมน้ำผลไม้แท้กับโปรโมชั่น “Summer Splash” เครื่องดื่มหมวด All Fruit ขนาด12 oz 1 แก้ว ราคา 109 บาท ถึง 31 พ.ค. ที่ ร้านแจมบาร์ ทุกสาขาหรือผ่านแอปพลิเคชั่น Grab Delivery

ชวนชิมอาหารไทย ในงาน “ท้าดิน…กินอร่อย ร้อยเมนู” กับเทพีแห่งความอุดมสมบูรณ์กวักร้านเด็ดร้านโดนทั่วทุกสารทิศ กว่า 80 ร้าน ถึง 17 เม.ย.ที่ ศูนย์สรรพสินค้าซีคอนสแควร์ถนนศรีนครินทร์

ชวนชิม

ชวนชิม 4 เมนูใหม่ที่มาพร้อมความจี๊ดรับซัมเมอร์ตำมะยงชิด, ตำมะยงชิดปลาร้า, มะยงชิดทรงเครื่องและสมูทตี้มะยงชิดที่ร้านส้มตำนัว ทุกสาขา

Arigato แบรนด์เครื่องดื่มสไตล์ญี่ปุ่น ชวนชิมเครื่องดื่ม 3 เมนูใหม่ “Cooling SummerWatermelon” ราคาแก้วละ 50-55 บาท ถึง 15 มิ.ย. ที่ ร้านอาริกาโตะทุกสาขา

ภัตตาคารอาหารจีน ฮ่องกง ฟิชเชอร์แมน” ชวนชิม 6 เมนูเลิศรสจาก “เป๋าฮื้อ” ที่นำเข้าจากเม็กซิโก ราคาเริ่มต้น 800 บาท++ ถึง 31 พ.ค. ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี

ชวนช็อป

ข้าวมาบุญครอง ชวนช็อปข้าวขาวหอมมะลิ 100% ถุงสีแดง ขนาด 5 กิโลกรัม จากราคาปกติ 200 บาท ลดราคาพิเศษเหลือ 183 บาท ถึง 19 เม.ย. ที่ โลตัส ทุกสาขาทั่วประเทศ

ชวนช็อปต้อนรับเทศกาลอีสเตอร์ ในงาน“Jungceylon Happy Easter 2023”สร้างสีสันให้กับนักท่องเที่ยวถึง 9 เม.ย.ที่ ศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ตโทร.076-600111

ชวนช็อป “พาลาทีนสวีทเทนเนอร์”สารให้ความหวาน ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่ดีพร้อมรับส่วนลด 15% ถึง 16 เม.ย.โทร.086-3695555

ชวนใช้

ชวนร่วมงาน “สงกรานต์ อิ่มบุญ” สรงน้ำพระแก้วมรกต การละเล่น การแสดงศิลปินดัง และเกมลุ้นรางวัล ระหว่างวันที่ 11-16 เม.ย. ที่ ศูนย์การค้าเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 และ ติวานนท์

ชวนฉลองเทศกาลสงกรานต์ยิ่งใหญ่ “THE ICONIC SONGKRAN FESTIVAL2023” มหัศจรรย์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ระหว่างวันที่ 11-17 เม.ย. ที่ ไอคอนสยาม

สมาคมสถาปนิกสยามฯ ชวนร่วมงาน“สถาปนิก’66” งานแสดงเทคโนโลยีสถาปัตยกรรมและผลิตภัณฑ์ก่อสร้างใหญ่ที่สุดในอาเซียน ระหว่างวันที่ 25-30 เม.ย. ที่ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ อิมแพ็คเมืองทองธานี

ชวนชม

“กระจกหกด้าน” ชวนชมสารคดีกระจกหกด้าน ตอน “มัณฑนากร” ในวันเสาร์ที่ 15 เม.ย. เวลา 16.15-16.30 น.และสารคดี “ร้อยเรื่องเมืองไทย” ตอน “Asian Science Camp” ในวันอาทิตย์ที่16 เม.ย. เวลา 07.55-08.00 น. ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 7HD

ชวนชมความบันเทิง แดนซ์และปาร์ตี้สุดมันส์ริมหาดเฉวง ดนตรี Non-Stop ในงาน “Songkran Fest” 12-16 เม.ย.ที่ “SEEN BeachClub Samui”อวานี เฉวง สมุย โฮเทล แอนด์ บีช คลับ โทร.077-956800

ชวนชม “โชว์โลมาภูเก็ต” มาสนุกเปียกปอนท้าร้อนไปกับน้องโลมาน้อยแสนน่ารัก กับแมวน้ำอุ๋งๆ เปิดบริการทุกวัน (เว้นวันอังคาร) Line/IG/FB:@dolphingsbayphuket โทร.076-374300, 099-3137666

ส่งข้อมูลกิจกรรมต่างๆ ได้ที่ ธนเดช อิงคภัทรางกูร E-mail : tanadet@outlook.com

แนวหน้า ฟู้ด รีวิว : รวมเทศกาลดับร้อนเดือนเมษาฯ อิ่ม-เพลินไปกับ 9 โรงแรมชั้นนำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/722895

แนวหน้า ฟู้ด รีวิว : รวมเทศกาลดับร้อนเดือนเมษาฯ อิ่ม-เพลินไปกับ 9 โรงแรมชั้นนำ

แนวหน้า ฟู้ด รีวิว : รวมเทศกาลดับร้อนเดือนเมษาฯ อิ่ม-เพลินไปกับ 9 โรงแรมชั้นนำ

วันเสาร์ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กลับมาพบกันอีกครั้งในวันเสาร์สุดสัปดาห์กับคอลัมน์ “แนวหน้าฟู้ด รีวิว” ที่จะคอยสรรหาเมนูจานเด็ดพร้อมโปรโมชั่นพิเศษ ให้ผู้อ่านทุกท่านได้ทราบก่อนใคร และในช่วงฤดูร้อนเดือนเมษา สุดสัปดาห์ที่เตรียมเข้าสู่เทศกาลสงกรานต์ ขอแนะนำอาหารหลากหลายใน 9 โรงแรมชั้นนำ เริ่มต้นกันที่

โรงแรมมณเฑียร สุรวงศ์นำเสนอ “ข้าวแช่เรือนต้น” ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ชุดข้าวแช่ราคา450 บาท++ และข้าวเหนียวมะม่วง ราคา230 บาท++ บริการทุกวัน ถึง 30 เม.ย.ที่ ห้องอาหารเรือนต้น โทร.02-2337060

โรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต นำเสนอสำรับเอกแห่งฤดูร้อน “ข้าวแช่สุวรรณภูมิ” ข้าวแช่ตำรับในวังจากรุ่นสู่รุ่นตามแบบฉบับของ ม.ล.บัว กิติยากร ที่รังสรรค์เครื่องเคียง 9 ชนิด ราคาชุดละ 990 บาท,บุฟเฟต์นานาชาติพร้อมชุดข้าวแช่ท่านละ 1,090 บาท และชุดตะกร้าสานราคาเริ่มต้นชุดละ 690 บาท(สั่งจองล่วงหน้า) ถึง 30 เม.ย.ที่ ห้องอาหารศาลาไทย โทร.02-1311028

โรงแรมแมนดาริน นำเสนอเมนูพิเศษสำหรับเทศกาลสงกรานต์“ข้าวแช่” คลายร้อนพร้อมเครื่องเคียง ชุดละ 349 บาทถ้วน พร้อมอาหารไทยเมนูอื่นๆ ตามสั่ง วันที่ 13-15 เม.ย.ที่ห้องอาหารครัวหลวง โทร.02-2380230

โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ นำเสนอบุฟเฟต์นานาชาติมื้อกลางวัน อาหารไทย4 ภาค พร้อมมุม “ข้าวแช่คลายร้อน”ท่านละ 659 บาทถ้วน ถึง 30 เม.ย.ที่ ดิ เอมเมอรัลด์ คอฟฟี่ช็อป โทร.02-2764567

โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์นำเสนอ “ข้าวแช่” เสิร์ฟในไลน์บุฟเฟต์ทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ หรือสั่งเป็นอะลาคาร์ทราคา 290 บาท++/ท่าน ระหว่างวันที่ 13-17 เม.ย. ที่ ห้องอาหารเวนติซี โทร.02-1001234

โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่นนำเสนอ “ข้าวแช่และข้าวเหนียวมะม่วง”เพิ่มมาในบุฟเฟต์นานาชาติ มื้อกลางวันตลอดเดือน เม.ย. ท่านละ 590 บาทถ้วนที่ ห้องอาหารเปรมประชากร โทร.02-5755599

โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่นนำเสนอบุฟเฟต์นานาชาติมื้อกลางวัน พร้อมอร่อยกับ “ข้าวแช่และข้าวเหนียวมะม่วง”ที่เพิ่มมาในไลน์บุฟเฟต์ ท่านละ 690 บาทถ้วนที่ ห้องอาหารสรัสวดี โทร.02-1595888

โรงแรมแชงกรี-ลา นำเสนอบุฟเฟต์บรันช์มื้อสายริมแม่น้ำเจ้าพระยาด้วยอาหารรสเลิศหลากหลายเมนู พร้อมสนุกสนานกับกิจกรรมพิเศษ อาทิ เกมล่าไข่อีสเตอร์ การระบายสีไข่อีสเตอร์ วิ่งเลี้ยงไข่ ฯลฯ วันอาทิตย์ที่ 9 เม.ย. ท่านละ2,888 บาทถ้วน ที่ เน็กซ์ทู คาเฟ่ โทร.02-2367777

โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ ลาดพร้าวนำเสนอ “Easter Sunday Brunch” บุฟเฟต์มื้อสายวันอาทิตย์แสนอร่อยกับครอบครัวพร้อมสนุกกับกิจกรรมระบายสีไข่อีสเตอร์ในวันอาทิตย์ที่ 9 เม.ย. เวลา 12.00-15.00 น. ท่านละ1,290 บาท++ ที่ จตุจักรคาเฟ่ โทร.02-5411234

คลายร้อนกับอาหารอร่อยหลากหลาย เลือกสไตล์ที่คุณชอบ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสุขในเทศกาลต่างๆ อย่างสบายใจ อร่อยได้ไม่รู้เบื่อไปกับ “แนวหน้า ฟู้ด รีวิว”

บอดเพียงสายตา แต่จิตใจถวิลหาความงาม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/722888

บอดเพียงสายตา แต่จิตใจถวิลหาความงาม

บอดเพียงสายตา แต่จิตใจถวิลหาความงาม

วันเสาร์ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เด็กตาบอดต้องการได้รับโอกาสที่ดี เพื่อเพิ่มพูนคุณภาพชีวิตของเขาเมื่อวันที่เขาเติบโตขึ้นและพ้นไปจากโรงเรียนสอนคนตาบอดแล้ว 

ไลฟ์ วาไรตี สัปดาห์นี้ ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย ชวนคุณไปคุยกับน้องๆ ผู้พิการทางตา และคุณครูสอนคนตาบอด รวมถึงผู้ใหญ่ใจดีที่ช่วยทำโครงการพาน้องเที่ยวทางรถไฟ 

น้องนะโม 

l วันนี้เรานั่งรถไฟไปเที่ยวไหนกันครับ

น้องนะโม : ครูบอกว่าไปฉะเชิงเทราครับ

l เคยนั่งรถไฟไปเที่ยวที่ไหนมาบ้างครับ 

น้องนะโม ครั้งนี้ครั้งที่สองครับ ครั้งแรกไปกาญจนบุรี ไปล่องแพเล่นน้ำด้วยครับ

l นั่งรถไฟสนุกมากไหมครับ ลองเล่าให้ฟังสิครับ

น้องนะโม : สนุกมากครับ ได้ฟังพี่ๆ เล่าเรื่องต่างๆ ของสถานที่ท่องเที่ยวให้ฟัง แล้วก็มีขนมอร่อยๆ กินด้วยครับ นั่งรถไฟสบายดีครับที่นั่งก็นิ่มมาก เวลาแล่นก็นิ่มดี สนุกมาก อยากนั่งอีกครับ

l อยากไปเที่ยวที่ไหนอีกครับ

น้องนะโม : เชียงใหม่ครับ ลุงพาไปได้ไหมครับ

l ลุงจะไปบอกผู้ใหญ่ใจดีว่าน้องนะโมอยากไปเที่ยวเชียงใหม่นะครับ ถ้าเป็นเด็กดี ตั้งใจเรียน ผู้ใหญ่ใจดีจะพาไปเที่ยวครับ

น้องนะโม : ขอบคุณครับ ผมจะเป็นเด็กดีครับ

น้องกีกี้

l เล่าให้ลุงฟังสิครับว่าการนั่งรถไฟไปเที่ยวแปดริ้วครั้งนี้ให้ความรู้สึกอย่างไร

น้องกีกี้ : อันดับแรกคือตื่นเต้นมาก เมื่อคืนนอนไม่หลับเลยครับ อยากไปเที่ยว อยากไปเล่นเกม แล้วก็ไปไหว้หลวงพ่อโสธร แล้วเวลาอยู่บนรถไฟ ก็แสนสบาย ที่นั่งนิ่มมาก ชอบครับ

l จะบอกกับเพื่อนๆ ที่ไม่เคยนั่งรถไฟอย่างไรบ้างครับ

น้องกีกี้ : ชวนเพื่อนๆ มานั่งรถไฟไปเที่ยวกันครับ สนุกมาก มีแอร์เย็นสบาย พี่ๆ ก็ใจดี มีขนมให้กินมากมาย แล้วก็ยังได้ความรู้
เรื่องรถไฟด้วย เช่น รู้ว่ารถไฟไทยเกิดครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 5 พระปิยมหาราช 

น้องภูมิ

l เมื่อน้องภูมิไปถึงฉะเชิงเทรา จะทำอะไรบ้างครับ

น้องภูมิ : ไปไหว้หลวงพ่อโสธรครับ แล้วก็จะไปทำกิจกรรมที่พี่ๆ เตรียมไว้ให้ เช่น ทำพิซซ่า แล้วก็ป้อนนมให้ลูกแกะครับ คุณครูบอกว่าฉะเชิงเทรามีมะม่วงอร่อย วันนี้จะไปกินมะม่วงด้วยครับ

l นอกจากมะม่วงอร่อยแล้ว ครูเล่าให้ฟังอีกไหมว่ามีอะไรอร่อยอีก

น้องภูมิ : มีมะพร้าวน้ำหอม และมีปลาตัวโตๆ ที่นำไปทำอาหารได้หลายชนิดครับ

l จะนำมะม่วงอร่อยกลับไปฝากเพื่อนที่โรงเรียนด้วยไหมครับ

น้องภูมิ : ครับ เอาไปฝากเพื่อนสองสามคนที่ไม่ได้มาด้วยครับ

คุณครูกชพร บุพโกสุม ครูโรงเรียนสอนคนตาบอด กรุงเทพฯ

l เวลาคุณครูพาน้องๆ ผู้พิการทางตาไปเที่ยวนอกสถานที่ อะไรคือสิ่งที่ต้องเอาใจใส่เป็นพิเศษครับ

ครูกชพร : ก่อนอื่นขออนุญาตเล่าให้ฟังว่า ครูเองก็พิการทางสายตาเช่นกัน แล้วก็ต้องขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีที่ช่วยทำกิจกรรมนี้ให้น้องๆ และคณะครูค่ะ การดูแลผู้พิการทางสายตาที่สำคัญอันดับแรกคือการให้ความปลอดภัย ซึ่งจริงๆ แล้วเรื่องความปลอดภัยนับว่าสำคัญมากกับเด็กทุกคน ไม่ว่าจะตาดีหรือตาบอด แต่สำหรับเด็กตาบอดนั้นเราจะต้องสอนเขาให้เข้าใจเรื่อง O&M (Orientation and Mobility) คือสอนให้เด็กพิการทางตาต้องทำความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อม และการเคลื่อนไหว เป็นวิชาที่พัฒนาทักษะกล้ามเนื้อความคิดรวบยอดเกี่ยวกับตนเอง และฝึกใช้ประสาทสัมผัส เช่น สายตาบางส่วนที่อาจยังพอมองเห็นบ้าง แล้วฟังเสียง สัมผัส ดมกลิ่นชิมรส และใช้ประสบการณ์เดิม รวมถึงสอนทักษะการสำรวจ และรับรู้สิ่งแวดล้อมให้เด็ก การใช้ไม้เท้าขาว แล้วช่วยเหลือตัวเอง การเรียนรู้และทำความคุ้นเคยกับสภาพสิ่งแวดล้อม หากเด็กๆ ได้รับการพัฒนาตรงนี้ได้แล้ว จะสามารถดำรงชีวิตได้อย่างค่อนข้างดีมีอิสระ และปลอดภัย อันดับแรกคือเราฝึกให้เขาใช้ไม้เท้าขาวก่อนส่วนเด็กเล็กๆ ก็จะสอนให้เดินตามกันด้วยกันเกาะข้อศอกต่อๆ กัน เวลาพาเด็กออกนอกสถานที่ก็ต้องใช้หลัก 3 ต่อ 1 หรือ 5 ต่อ 1 คือเด็ก 3-5 คนต่อครูหรือพี่เลี้ยง 1 คน ถ้าเป็นเด็กเล็กมากๆ ก็3 ต่อ 1 แล้วต้องบอกเขาตลอดเวลาว่า ช่วงนี้ขึ้นบันได ช่วงนี้ลงบันไดอาหารที่วางอยู่เบื้องหน้าของเขามีอะไรบ้าง เช่น ข้าววางอยู่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา กับข้าวอยู่ตำแหน่ง 9 นาฬิกา น้ำดื่มอยู่ตำแหน่ง 15 นาฬิกา เป็นต้น เราต้องบอกเขาทุกเรื่อง บอกให้ละเอียดด้วย เพื่อเขาจะได้สัมผัสได้ถูกต้อง เวลาเข้าห้องน้ำก็ต้องบอกว่าที่กดชักโครกอยู่ด้านบนหรือด้านข้างของถังน้ำ สายฉีดชำระอยู่ด้านซ้ายหรือขวา 

l ผมสังเกตว่าเวลาน้องๆ เดินตามกัน จะจับที่ข้อศอกของคนนำหน้า ทำไมไม่จับมือครับ

ครูกชพร : เพราะข้อศอกเป็นจุดที่ทำให้คนเกาะแล้วเดินตามได้สะดวกปลอดภัยที่สุด หากจับมือจะเดินตามได้ยากกว่า เนื่องจากช่วงข้อศอกจะบอกได้ดีถึงการเคลื่อนไหวของร่างกาย เช่น จะก้าวขึ้นหรือลง หรือเลี้ยวซ้ายขวา ระดับข้อศอกจะช่วยการเดินตามๆ กันได้ดีกว่า และเป็นระเบียบด้วย 

l เวลาพาน้องออกไปเที่ยวด้วยการนั่งรถไฟไปแปดริ้ว ต้องเล่าอะไรให้น้องๆ ฟังล่วงหน้าบ้างครับ แล้วน้องๆ ตื่นเต้นมากไหมครับ

ครูกชพร : ตื่นเต้นมากเลยค่ะ เขาจะพูดถามตลอดเลยว่า จะไปวันไหน ไปทำอะไรบ้าง ไปกี่โมง ไปกันกี่คน แล้วจะกลับกี่โมง เมื่อไปถึงแล้วจะทำอะไร พาไปที่ไหน เขาจะถามละเอียดมาก เราต้องเล่าให้เขาฟังด้วยว่ารถไฟคืออะไร วัดโสธรสำคัญอย่างไร หลวงพ่อโสธรมีประวัติอย่างไร แปดริ้วมีของดีอะไรบ้าง แม่น้ำบางปะกงสำคัญอย่างไร อยู่ตรงไปของวัดโสธร แล้วก็จะบอกเขาว่าคำขวัญของเมืองฉะเชิงเทราคืออะไร เด็กบางคนถามว่าทำไมหลวงพ่อโสธรลอยน้ำได้ พระพุทธรูปองค์ใหญ่ลอยน้ำได้อย่างไร บอกได้เลยว่าเด็กตาบอดจะถามละเอียดมาก เพราะเขาไม่เห็น เขาจึงต้องถามมาก ถามแม้กระทั่งพระพุทธรูปนั่งหรือยืน สีอะไร องค์ใหญ่กว่าคนธรรมดามากไหม

l หากมีผู้ชมรายการ และผู้อ่านแนวหน้าเสนอขอจัดทริปพาเด็กๆ ไปท่องเที่ยวที่อื่นๆ ต้องติดต่ออย่างไรครับ

ครูกชพร : ขอบคุณและยินดีมากค่ะ เราอยากให้เด็กๆ ได้โอกาสสัมผัสสิ่งต่างๆ ภายนอกโรงเรียน เพราะปกติแล้วเด็กกลุ่มนี้ขาดโอกาส แล้วถ้าหากมาจากครอบครัวที่ฐานะไม่ดี ก็จะยิ่งขาดโอกาสมากขึ้น เราอยากพาน้องๆ สวนสัตว์ ไปวัดพระแก้ว ไปเที่ยวทะเล ไปพิพิธภัณฑ์ หากผู้ใจบุญจะกรุณาอนุเคราะห์ โปรดติดต่อไปที่มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ถนนราชวิถี ขอเรียนว่าการเรียนรู้ที่ดีคือการได้ปฏิบัติจริง สัมผัสจริง ช่วยให้เด็กๆ เรียนรู้ และจดจำได้ดีขึ้น เป็นการเปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้อยู่ในโลกแห่งความจริงมากขึ้น

นายวัชรชาญ สิริสุวรรณทัศน์ รองผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย

l การรถไฟฯ จัดกิจกรรมพาน้องตาบอดเที่ยวแปดริ้ว ด้วยวัตถุประสงค์ใดครับ

รองผู้ว่าการรถไฟฯ : ในฐานะที่การรถไฟฯ เป็นหน่วยงานสำคัญแห่งหนึ่งของสังคม จึงอยากจะทำประโยชน์ให้สาธารณะ ด้วยการให้โอกาสกับคนด้อยโอกาส เช่น น้องๆ ผู้พิการทางสายตา ด้วยเหตุที่การรถไฟฯ มีเส้นทางให้บริการต่างๆ ทั่วประเทศ จึงอยากให้น้องๆ ได้มาสัมผัสประสบการณ์ตรงด้วยการนั่งรถไฟเที่ยว ซึ่งเราจัดให้น้องๆ เป็นระยะๆ เรื่อยมา เมื่อเรามีภาคีเครือข่ายร่วมมือกันทำกิจกรรมดีๆ ก็จึงยินดีให้บริการครับ โดยเราได้รับความร่วมมือจากมูลนิธิฉะเชิงเทราเพื่อการพัฒนา และมูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์  นี่คือการให้บริการอีกประเภทหนึ่งของการรถไฟฯ ครับ

l ในฐานะคนรถไฟ จะบอกอะไรถึงสาธารณะเกี่ยวกับความคลาสสิกของรถไฟไทยบ้างครับ

รองผู้ว่าการรถไฟฯ : รถไฟไทยมีประวัติศาสตร์ยาวนาน เกิดมาในรัชสมัยรัชกาลที่ 5 สมเด็จพระปิยมหาราชเจ้า เราให้บริการคนไทยมากว่าร้อยปีแล้ว รถไฟมีส่วนช่วยพัฒนาประเทศไทยอย่างมาก นำความเจริญไปสู่หัวเมืองทุกภูมิภาค หลายคนเคยนั่งรถไฟมาแล้ว แต่หลายคนก็ห่างเหินจากการนั่งรถไฟ ดังนั้นผมขอเชิญชวนให้กลับมาใช้บริการของรถไฟอีกสักครั้ง แล้วจะทราบว่ามีพัฒนาการอย่างไรบ้าง การรถไฟฯ ให้บริการทั้งการนำผู้คนจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง และขนส่งสินค้าไปทั่วประเทศ และยังให้บริการด้านอื่นๆ เช่นการท่องเที่ยว การประชุม การกีฬา ล่าสุดเรามีรถไฟคิฮะจากฮอกไกโดที่รัฐบาลญี่ปุ่นมอบให้เรา แล้วเรานำมาดัดแปลงให้เข้ากับบ้านเรา จนได้รับความนิยมมาก ขอเรียนเชิญกลับมาใช้บริการของการรถไฟครับ

นางเสาวณี สุวรรณชีพ ประธานมูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์

l เรียนถามว่า หากมีผู้ใจกุศลต้องการจัดกิจกรรมพาน้องตาบอดเที่ยวนอกสถานที่ ต้องประสานและหารือกับมูลนิธิฯ อย่างไรครับ

ประธานมูลนิธิฯ : ขอขอบคุณรายการไลฟ์ วาไรตี มากค่ะที่ให้โอกาสมาเรียนนำเสนอข้อมูลต่อผู้ชม ขอเรียนว่าโรงเรียนสอนคนตาบอดแห่งประเทศไทย มีหลักสูตรพานักเรียนไปเรียนรู้นอกพื้นที่เป็นประจำ เพื่อให้เด็กได้สัมผัสโลกภายนอกโรงเรียน เมื่อเขาเติบโตขึ้นจะได้ปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมได้ดีขึ้น เมื่อการรถไฟฯ เสนอโครงการพาน้องนั่งรถไฟเที่ยว เราก็หารือรายละเอียดกัน จนได้ข้อสรุปลงตัวด้วยการพาน้องๆ นั่งรถไฟเที่ยวฉะเชิงเทรา ทำให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม อาหารการกิน ผลไม้ประจำถิ่น เป็นต้น การที่เด็กๆ ได้ออกไปพบโลกภายนอกช่วยเพิ่มศักยภาพในการดำรงชีวิตของเขาในอนาคต เพิ่มประสบการณ์โดยตรง ทำให้เขาสามารถดำรงชีวิตได้หลังจากจบการศึกษาแล้ว ดิฉันขอขอบพระคุณหากจะมีองค์กร หน่วยงานอื่นๆ ให้การสนับสนุนเด็กนักเรียนของเรา ขอเชิญมาหารือร่วมกันได้ ขอต้อนรับด้วยความยินดี อันที่จริง เราพยายามเพิ่มความรู้และทักษะด้านต่างๆ ให้เด็ก เช่น ด้าน IT ด้าน social media เทคโนโลยี ด้านเศรษฐศาสตร์ และด้านภาษาต่างประเทศ และด้านสังคมศาสตร์ รวมถึงวิทยาศาสตร์ ด้านดนตรี และกีฬาด้วย เราเห็นมาตลอดว่าเด็กของเรามีศักยภาพในตัวทุกคน ซึ่งมีหลากหลายกันไปตามแต่ละคนดังนั้นเมื่อเขาได้รับโอกาส เขาก็จะเปล่งประกายศักยภาพได้ดียิ่งขึ้นขอให้มาช่วยกันนะคะ เรายินดีรับการสนับสนุนทุกด้าน ทั้งด้านวิชาการ และด้านการฝึกงาน ถามว่าเราต้องการทุนทรัพย์หรือไม่ก็ตอบว่าต้องการ แต่เราเน้นว่าเรื่องเงินไม่ใช่เรื่องใหญ่ของการทำงานเพื่อสังคม เราต้องการความร่วมมือมากกว่า หากองค์กรของคุณมีผู้ชำนาญการในเรื่องใดๆ ที่สามารถแบ่งปันให้กับเด็กตาบอดได้เราขอเชิญชวนนะคะ มาเล่าประสบการณ์การทำงาน และชี้แนะแนวทางการทำงานให้เด็กๆ ได้รับทราบ เพื่อเตรียมตัวออกไปเผชิญกับโลกจริงภายนอกโรงเรียน จริงๆ แล้วมูลนิธิฯ ยังมีศูนย์ฝึกอาชีพด้วย เราตั้งขึ้นเพื่อรองรับการทำอาชีพของคนพิการ อันที่จริงอยากเชิญคุณเฉลิมชัยมาช่วยให้ความรู้ด้านการรู้เท่าทันสื่อฯ ให้กับเด็กๆ ด้วยค่ะ เพราะโลกยุคนี้มีอันตรายจากสื่อฯ ที่ให้ข้อมูลผิดๆ เยอะแยะมากขอเชิญมาร่วมทำโครงการกับเรานะคะ เราต้องการอาสาสมัครช่วยดูแลเด็ก และฝึกอาชีพเด็กด้วยค่ะ ถ้าเราได้บุคลากรที่มีคุณภาพมาช่วยฝึกเด็กของเรา เด็กก็จะได้รับประโยชน์มากมาย แล้วเขาจะสามารถใช้ชีวิตในอนาคตได้อย่างลงตัว และเท่าทันสถานการณ์ 

คุณจะได้ชมรายการไลฟ์ วาไรตี รายการดีที่ครบครันด้วยสาระและความรู้ ออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลา 14.05-14.30 น.ทางโทรทัศน์ NBT กดหมายเลข 2 และชมรายการย้อนหลังได้ที่ YouTube ไลฟ์ วาไรตี

‘Eisa’ นำนักศึกษาลงพื้นที่พัฒนาชุมชน กลุ่มทอผ้า ‘ร้อยลายดี’ บ้านหนองลิง สุพรรณบุรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/722884

‘Eisa’ นำนักศึกษาลงพื้นที่พัฒนาชุมชน กลุ่มทอผ้า ‘ร้อยลายดี’ บ้านหนองลิง สุพรรณบุรี

‘Eisa’ นำนักศึกษาลงพื้นที่พัฒนาชุมชน กลุ่มทอผ้า ‘ร้อยลายดี’ บ้านหนองลิง สุพรรณบุรี

วันเสาร์ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผศ.ศิรินทร์ ใจเที่ยง ผู้ขับเคลื่อนให้เกิดการเรียนรู้แก่ชุมชนบ้านหนองลิง

บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) โดยโครงการ eisa (Education Institute Support Activity) โครงการที่สนับสนุนกิจกรรมในรั้วมหาวิทยาลัย ร่วมกับคณะศิลปกรรมศาสตร์ (สาขาแฟชั่น) และหลักสูตร DBTM คณะสถาปัตยกรรมและการผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ลงพื้นที่กลุ่มทอผ้า “ร้อยลายดี” บ้านหนองลิงจ.สุพรรณบุรี ชุมชนดังกล่าวเป็นชุมชนที่มีรากฐานแข็งแรงพร้อมพัฒนาอยู่เสมอผ้าทอบ้านหนองลิงเป็นผ้าทอพื้นเมืองของชุมชนไทยเชื้อสายมอญซึ่งลูกหลานชาวมอญบ้านหนองลิงได้สืบทอดภูมิปัญญาการทอผ้าพื้นเมืองเอาไว้ ตั้งแต่การปลูกฝ้าย การปั่นฝ้าย การทอผ้า การตัดเย็บเครื่องนุ่งห่มตามเอกลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์มาจนถึงปัจจุบัน การดำรงชีวิตของชาวไทยเชื้อสายมอญบ้านหนองลิงได้เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ปัจจุบันกระแสการใช้ผ้าขาวม้าได้รับความนิยมมากขึ้น ผ้าไทยพื้นบ้านที่มีเอกลักษณ์และประวัติความเป็นมาสะท้อนภูมิปัญญาของคนในรุ่นก่อน การพัฒนาชุมชนผ้าขาวม้าผ่านนักศึกษาคนรุ่นใหม่ได้เข้ามาช่วยยกระดับผ้าขาวม้าให้ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ให้มากขึ้นจากการออกแบบผลงานที่มีความทันสมัย และเข้าใจบริบทของกลุ่มลูกค้าสิ่งสำคัญคือเป็นการสร้างประสบการณ์การทำงานจริงให้กับนักศึกษาในการทำงานร่วมกับชุมชนจากโจทย์ที่ท้าทาย นักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการฯ จะได้รับความรู้ต่างๆ มากมาย กลับไปพัฒนาตนเองได้ในอนาคต ถือเป็นมิติใหม่ของการพัฒนาด้านการออกแบบผ้าขาวม้าของชุมชนที่สร้างความหลากหลาย พัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์รวมถึงฟื้นฟูและศึกษาเพื่อดำเนินงานอนุรักษ์สืบสานผ้าทอมือพื้นเมืองให้ยั่งยืนสู่คนรุ่นหลัง การทำงานของนักศึกษาก่อให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับชุมชน ในด้านของสถาบันการศึกษา ผศ.ศิรินทร์ ใจเที่ยง อาจารย์ประจำสาขาวิชาศิลปะการออกแบบพัสตราภรณ์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้ขับเคลื่อนให้เกิดการเรียนรู้แก่ชุมชนบ้านหนองลิง ได้กล่าวว่า “คณะฯ ได้ลงพื้นที่บ้านหนองลิงนำนักศึกษาชั้นปีที่ 3 ในวิชาการออกแบบแฟชั่นเพื่อชุมชนมาเก็บข้อมูลและรับโจทย์จากผู้นำกลุ่มทอผ้าจากป้าแต๋ว ทั้งนี้ทางมหาวิทยาลัยได้รับการสนับสนุนจากจากไทยเบฟโดยโครงการ eisa ซึ่งมีความต่อเนื่องค่ะ เขาสะท้อนดูเขาก็พบว่าเขามีแนวทางการออกแบบแฟชั่นที่ขึ้นกับความต้องการของชุมชนเป็นหลัก ขณะเดียวกันนักศึกษาก็จะได้ประโยชน์ในการเรียนรู้จริง ทางด้านชุมชนก็มีความคาดหวังว่า น้องๆ จะมาช่วยพัฒนาสินค้าต่อยอดให้มีรายได้มากขึ้น แนวการออกแบบทางคณะก็มีแนวโน้มให้อยู่ในชาติพันธุ์ ศิลปวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของชุมชน เรามีความคาดหวังว่าแบบที่นักศึกษาได้ออกแบบหลังการลงพื้นที่ในวันนี้ กลุ่มทอผ้าจะสามารถนำแบบไปต่อยอดตัดเย็บออกมาเป็นสินค้าอย่างเป็นรูปธรรมค่ะ”

นิตยา ใจโต ประธานกลุ่มทอผ้าบ้านหนองลิง

2 นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ลงพื้นที่บ้านหนองลิงในการวางแผนพัฒนาธุรกิจการตลาดและการออกแบบการตัดเย็บจากผ้าขาวม้าให้กับชุมชนฯ คนแรก กฤตณัฐ ว่องนัยรัตน์ หลักสูตร DBTM (Design, Business & Technology Management) ได้บอกความรู้สึกในการลงพื้นที่ว่า “มาร่วมกิจกรรมของ eisa มาดูในส่วนวางแผนการตลาดผ้าของป้าแต๋ว ได้รู้ว่ากลุ่มลูกค้าเดิมของป้าแต๋วจะอยู่ในวัยกลางคน 40-60 ปี ปัญหาที่พบคือความยูนีคของสินค้ายังมีไม่มาก ด้วยราคาด้วย แต่ข้อดีคือควอลิตี้ เป้าหมายที่เราจะช่วยป้าให้มากที่สุด คือการขายแบบออนไลน์ ซึ่งจะต้องทำแบบต่อเนื่องและตอนนี้จะฝากการดีไซน์ของเพื่อนๆ คณะศิลปกรรมให้ช่วยดีไซน์ให้ออกมามีความพิเศษให้มากยิ่งขึ้น สินค้าพวกนี้จะได้รับความสนใจจากชาวต่างชาติที่มาเที่ยวเมืองไทย ด้วยความเป็นไทย เนี่ยล่ะครับ คิดว่าน่าจะลองไปทำตลาดที่มีต่างชาติเยอะๆ เช่น พัทยา หัวหิน ด้านการวางแผนการตลาดว่าจะเพิ่ม Range ของกลุ่มลูกค้าให้เป็น First Jobber หรือประมาณ 25 ปีขึ้นไป และอาจจะไปปรับปรุงดีไซน์ของโปรดักส์ให้ทันสมัยตามเทรนด์มากขึ้น ความคาดหวังของผมอยากให้โปรดักส์ของป้าแต๋วเป็นสัญลักษณ์หนึ่งในชุมชน เป็นเครื่องหมายการค้าที่โดดเด่น ส่วนประโยชน์ที่ผมได้รับอย่างแรกเลยคือ ประสบการณ์จากเดิมเรียนหนังสือทำงานในมหาวิทยาลัยตลอดเวลาไม่เคยได้ลงพื้นที่จริงแต่การลงพื้นที่ครั้งนี้ได้ศึกษาการค้าขายจริงๆ และในส่วนของชุมชนเราเห็นจุดบกพร่องเข้าไปช่วยแก้ไขให้ดีขึ้นพัฒนาให้ชุมชนมีรายได้มากขึ้นอันนี้คือสิ่งที่เราอยากจะมอบให้กับชุมชนครับ”

กฤตณัฐ ว่องนัยรัตน์

ปณิธาน สุบงกช สาขาวิชาศิลปะการออกแบบพัสตราภรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า “การลงพื้นที่ครั้งนี้ได้เรียนรู้วัฒนธรรมประวัติศาสตร์รวมถึงเรียนรู้การทอผ้าได้พูดคุยกับคนทอผ้าคนตัดเย็บหรือคนที่เป็นประธานกลุ่มทอผ้าปัญหาที่ทางเราจะเข้ามาช่วยแก้ไขพัฒนาคือ การออกแบบการตัดเย็บซึ่งได้เรียนรู้ว่า ป้าแต๋วมีความคิดที่อยากจะช่วยป้าๆ คนอื่นๆ ให้มีรายได้มีกิจกรรมร่วมกันมาเจอกันพบปะกัน และป้าแต๋วก็ได้ต่อยอดภูมิปัญญาของเขาวัฒนธรรม โดยเล่าเรื่องราวผ่านทางผ้า ผ่านทางชิ้นงานที่เค้าทำออกมาขาย ไม่ได้มีแค่เสื้อผ้าที่สวมใส่ซึ่งจะมีทั้งของแต่งบ้าน ป้าแต๋วได้บอกกับผมว่า อยากได้ลูกค้าใหม่ที่เป็นวัยรุ่นซึ่งพวกผมก็จะออกแบบชุดเสื้อผ้าที่ลดอายุ เพื่อที่จะได้ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายใหม่ ผมก็แนะนำกับป้าแต๋วให้ตามเทรนด์ของวัยรุ่นดูว่า วันนี้วัยรุ่นเขาใส่อะไรกันมีอะไรอัปเดตไปขนาดไหนที่สำคัญจะต้องตามตลาดวัยรุ่นให้ทัน การลงพื้นที่ครั้งนี้ประโยชน์ที่ชุมชนจะได้รับอย่างแรกคือ รายได้ที่ดีขึ้นมีการอัปเดตแบบให้เข้าถึงวัยรุ่นมากขึ้นและในส่วนตัวของผมที่ได้ประโยชน์คือ ได้ฟังคนอื่นที่ไม่ใช่คนใกล้ตัวเพราะว่าในวงการทำงานมันค่อนข้างแคบมากในวัยเรียนอย่างผมการที่เราได้ฟังเสียงของคนอื่นที่ไกลตัวเราสิ่งนี้ทำให้เราได้รับรู้ว่า ในชุมชนยังมีคนที่เขาต้องการความพัฒนาจากเราจากคนรุ่นใหม่ คนที่พร้อมที่จะให้ความรู้ใหม่ๆ กับพวกเขาครับ”

ปณิธาน สุบงกช

และเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2566 ที่ผ่านมา “ป้าแต๋ว” นิตยา ใจโต ประธานกลุ่มทอผ้าบ้านหนองลิงและสมาชิกได้เดินทางมามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เพื่อดูผลงานการออกแบบสินค้าและผลงานการวางแผนธุรกิจด้านการตลาดของน้องๆ ได้กล่าวอย่างชื่นชมว่า “พวกเราตื่นตาตื่นใจกับการออกแบบเป็นร้อยๆ ชิ้น เกินความคาดหวังเห็นผลงานการออกแบบที่ทันสมัยคิดว่าเราน่าจะเจาะกลุ่มตลาดวัยรุ่นได้ดี ถูกใจผลงานของน้องๆ เราไม่คิดเลยว่าผ้าของเราจะออกแบบมาได้สวยขนาดนี้ เราเลือกชุดที่จะนำไปตัดเย็บและขายได้จริง เพราะว่าเราพาช่างตัดเย็บมาด้วย ซึ่งช่างก็บอกว่าชุดแบบนี้เหมาะสมกับกลุ่มไหนขายได้จริงไหม เป็นเกียรติมากที่นักศึกษาช่วยออกแบบชุดให้ดูทันสมัยเป็นวัยรุ่นมากขึ้น การตลาดก็จะได้เพิ่มมากขึ้น

โดยทั่วไปแล้วกระบวนการในการทำผ้าทอมือในแต่ละพื้นที่ มีความคล้ายคลึงกันแต่สิ่งที่ทำให้ผ้าทอมือในแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างออกไป นอกจากวัตถุดิบที่แตกต่างกันแล้วก็คือลวดลายและเทคนิคการทอผ้า ซึ่งปัจจัยเหล่านี้มีรากฐานมาจากวิถีทางวัฒนธรรมของแต่ละชุมชน ความเชื่อของกลุ่มชนนั้นๆ รวมไปถึง แรงบันดาลใจจากสภาพแวดล้อมจินตนาการของผู้ทอทำให้ผ้าทอแต่ละผืนมีความแตกต่างและสามารถสะท้อนถึงเอกลักษณ์ของชุมชนนั้นๆ ได้อย่างชัดเจน

อาจารย์โชว์ความงดงามผ้าบ้านหนองลิง

อาจารย์โชว์ความงดงามผ้าบ้านหนองลิง

ป้าแต๋ว โชว์สินค้าน่ารักๆ สำหรับตกแต่งบ้าน

ป้าแต๋ว โชว์สินค้าน่ารักๆ สำหรับตกแต่งบ้าน

นักศึกษาใส่ชุดของกลุ่มทอผ้าบ้านหนองลิงให้เพื่อนๆ ได้ช่วยแก้ไขการออกแบบให้มีความเป็นวัยรุ่นมากขึ้น

นักศึกษาใส่ชุดของกลุ่มทอผ้าบ้านหนองลิงให้เพื่อนๆ ได้ช่วยแก้ไขการออกแบบให้มีความเป็นวัยรุ่นมากขึ้น

นักศึกษา DBTM ร่วมกันวางแผนการตลาดกับชุมชน

นักศึกษา DBTM ร่วมกันวางแผนการตลาดกับชุมชน

เลือกผ้าที่จะใช้ออกแบบ

เลือกผ้าที่จะใช้ออกแบบ

ชุมชนช่วยกันเลือกแบบ

ชุมชนช่วยกันเลือกแบบ

ศึกษาวัฒนธรรมก่อนออกแบบ

ศึกษาวัฒนธรรมก่อนออกแบบ

ผลงานการออกแบบชุดของน้องๆ คณะศิลปกรรมศาสตร์ฯ

ผลงานการออกแบบชุดของน้องๆ คณะศิลปกรรมศาสตร์ฯ

สินค้าน่ารักๆ ของป้าแต๋ว

สินค้าน่ารักๆ ของป้าแต๋ว