‘MILLI (มิลลิ)’อบอุ่นแบบเบิ้มเบิ้ม! จัดงานแฟนไซน์ครั้งแรกเบิ้บเบิ้ลเซอร์ไพรส์ทำน้ำตารื้น!

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/721899

‘MILLI (มิลลิ)’อบอุ่นแบบเบิ้มเบิ้ม!  จัดงานแฟนไซน์ครั้งแรกเบิ้บเบิ้ลเซอร์ไพรส์ทำน้ำตารื้น!

‘MILLI (มิลลิ)’อบอุ่นแบบเบิ้มเบิ้ม! จัดงานแฟนไซน์ครั้งแรกเบิ้บเบิ้ลเซอร์ไพรส์ทำน้ำตารื้น!

วันอังคาร ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ไล่เรียงความปังมาตลอดตั้งแต่ปีที่แล้ว สำหรับ “MILLI (มิลลิ)” ศิลปินจากค่าย YUPP! ล่าสุด “MILLI (มิลลิ)” ขอเอาใจ “เบิ้บเบิ้ล” (ชื่อเรียกด้อมของมิลลิ) ชาวไทย ด้วยการจัด Fan Sign (แฟนไซน์) ครั้งแรกภายใต้ชื่อ “MILLI BABB BUM BUM THE 1st FAN SIGN (มิลลิ แบบ เบิ้มเบิ้ม เดอะ เฟิสต์ แฟน ไซน์)” โดยเนรมิต ลาน Atrium 1 ชั้น G สยามเซ็นเตอร์ ให้กลายเป็นแกลเลอรีที่จัดแสดงภาพแฟชั่นเซตแต่ละแทร็กจากอัลบั้ม BABB BUM BUMสุดเก๋ และเปิดโอกาสให้ 100 แฟนคลับผู้โชคดีได้นำบ็อกซ์เซตอัลบั้ม BABB BUM BUM มาให้ “MILLI (มิลลิ)” เซ็นด้วยมือของตัวเอง พร้อมพูดคุยอย่างใกล้ชิดแบบจุกๆ

“MILLI (มิลลิ)” เผยความรู้สึกว่า “ตื่นเต้นสุดอะไรสุด งานแฟนไซน์ครั้งแรกในชีวิตของหนู หนูรอคอยที่จะได้เจอแฟนๆ ของหนูแบบใกล้ชิดแบบนี้มานานแล้ว ทุกคนน่ารักมาก อบอุ่นมากหนูจะร้องไห้ตั้งแต่ตอนแต่งตัวที่พี่ๆ ที่ ค่ายให้ดูรูปว่ามีคนมารอเจอหนูจริงๆ ตอนที่แฟนไซน์ให้ทุกคนหนูก็กลั้นน้ำตาเอาไว้หลายรอบมาก พอครบ 100 คนปุ๊บ ร้องไห้ปั๊บเลยจ้า กลั้นไว้ไม่ไหวจริงๆ มันเป็น 2 นาทีที่หนูได้พูดคุยกับคนที่ซัพพอร์ตหนูมาตลอด ไม่ว่าหนูอาจจะเคยทำอะไรไม่ดี อาจจะเคยทำอะไรผิดพลาด อย่างที่หนูเคยบอก ทุกคนไม่เคยซ้ำเติม มีแต่จะคอยเตือน คอยอยู่เคียงข้าง คอยอยู่ตรงนี้ไม่เคยไปไหน อยากขอบคุณเบิ้บเบิ้ลทุกคนมากๆ จริงๆ ค่ะ ทั้งผู้โชคดี 100 คนที่มา คนที่มายืนดูทางซ้าย ทางขวา ด้านบน หรือคนที่ดูไลฟ์ในช่วงแรก ขอบคุณทุกคนที่มานะคะ ขอบคุณจริงๆ สัญญาว่าเราจะได้เจอกันบ่อยกว่านี้แน่นอน”

คิดถึงสุดหัวใจ! ‘เพลง ชนม์ทิดา’คอมเมนต์เศร้าโพสต์สุดท้ายบนไอจีคุณพ่อ’เอ๋ ชนม์สวัสดิ์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/721910

คิดถึงสุดหัวใจ! 'เพลง ชนม์ทิดา'คอมเมนต์เศร้าโพสต์สุดท้ายบนไอจีคุณพ่อ'เอ๋ ชนม์สวัสดิ์'

คิดถึงสุดหัวใจ! ‘เพลง ชนม์ทิดา’คอมเมนต์เศร้าโพสต์สุดท้ายบนไอจีคุณพ่อ’เอ๋ ชนม์สวัสดิ์’

วันจันทร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2566, 20.14 น.

3 เมษายน 2566 ยังคงอยู่ในความโศกเศร้า ต่อครอบครัว เพื่อนพ้องรวมถึงคนใกล้ชิดกับการจากไปอย่างกะทันหันของ เอ๋ ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ที่เสียชีวิตจากภาวะฮีทสโตรก ระหว่างการแข่งรถ สิริอายุ 55 ปี ทางด้านของลูกสาวคนเดียวอย่าง เพลง ชนม์ทิดา อัศวเหม ทำหน้าที่และเคียงข้างคุณแม่ ตู่ นันทิดา 

ล่าสุดในอินสตาแกรมส่วนตัวของ เอ๋ ชนม์สวัสดิ์ ‘chonsawat28’ ก็พบคอมเม้นของลูกสาวเพลง ชนม์ทิดา ในรูปภาพสุดท้ายบนอินสตาแกรมของคุณพ่อ ข้อความว่า “พ่อจ๋า เพลงรักพ่อ คิดถึงพ่อสุดหัวใจ #CA28” ท่ามกลางทุกคนต่างพากันเข้ามาคอมเมนต์ส่งกำลังใจให้น้องเพลงกันเป็นจำนวนมาก

‘เต๋า เศรษฐพงศ์’ ร่วมงานอินเตอร์ แฟนคลับหอบเค้กเซอร์ไพร์สวันเกิดล่วงหน้าสุดซึ้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/721896

‘เต๋า เศรษฐพงศ์’ ร่วมงานอินเตอร์ แฟนคลับหอบเค้กเซอร์ไพร์สวันเกิดล่วงหน้าสุดซึ้ง

‘เต๋า เศรษฐพงศ์’ ร่วมงานอินเตอร์ แฟนคลับหอบเค้กเซอร์ไพร์สวันเกิดล่วงหน้าสุดซึ้ง

วันจันทร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2566, 19.37 น.

มีกระแสแฟนคลับชาวฟิลิปปินส์บ่นคิดถึงพระเอกหนุ่มหล่อหน้าใส เต๋า – เศรษฐพงศ์ เพียงพอ มากๆ งานนี้ทันทีที่เปิดประเทศและจัดงานอีเวนท์ได้ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ไม่รอช้า ชวน หนุ่มเต๋า มาร่วมงานใหญ่ประจำปี THAILAND WEEK 2023 ในบรรยากาศ Meet & Greet แฟนคลับสุดฟิน ที่หนุ่มเต๋า ทั้งร้อง ทั้งเต้น โชว์ออร่าให้ได้ฟิน แถมโปรยมุกอ้อนแฟนคลับที่มาร่วมงานแน่นฮอลล์ SMX Convention Center Manila (Hall 4) ณ เมืองหลวง มะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ให้ได้หายคิดถึง

ปิดท้ายแฟนคลับนำเค้กมาเซอร์ไพรส์วันเกิดมาล่วงหน้า แถมของฝากที่ หนุ่มเต๋า แทบขนกลับไทยไม่ไหวเพราะเยอะมากๆ รักจริง รักเหนียวแน่นขนาดนี้ น่าจะได้เห็น หนุ่มเต๋า ไปฟิลิปปินส์บ่อยๆ

ลุ้นตอนจบ!! ‘พระนคร๒๔๑๐’ ‘ฌอห์ณ-พ้อยท์’ ฝ่าทุกศึกรัก ศึกร้าย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/721893

ลุ้นตอนจบ!! ‘พระนคร๒๔๑๐’ ‘ฌอห์ณ-พ้อยท์’ ฝ่าทุกศึกรัก ศึกร้าย

ลุ้นตอนจบ!! ‘พระนคร๒๔๑๐’ ‘ฌอห์ณ-พ้อยท์’ ฝ่าทุกศึกรัก ศึกร้าย

วันจันทร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2566, 19.33 น.

เป็นคู่พระนางสายทรหด อดทนของจริง สำหรับ “ฌอห์ณ จินดาโชติ” และ “ชาร์เลท-วาศิตา แฮเมเนา” เรียกว่าฝ่าน้ำ ลุยไฟ มาทุกรูปแบบ ในละคร “พระนคร๒๔๑๐” ช่องวัน31 ซึ่งเดินทางมาถึง 2 ตอนสุดท้าย (อีพี17-18) แต่ความเข้มข้นก็ยังไม่หยุดหย่อน

โดยเฉพาะ พระเอกหนุ่ม ฌอห์ณ หรือ คุณพระ เจอศึกประชิดรอบด้าน ทั้งศึกรัก ที่คนใกล้ตัว อย่าง ป่าน-คมกฤษณ์ ดวงสุวรรณ์ หรือ หลวงนพ น้องชายคนสนิท เตรียมให้ผู้ใหญ่ไปสู่ขอ ชาร์เลท (โนรี) สาวที่ตัวเองรัก แต่ก็ยังต้องเร่งเดินหน้าจัดการศึกร้าย ที่หวังทำลายบ้านเมือง เมื่อจอมวายร้าย ทั้ง พระยาอิศเรน (ต้น จักรกฤษณ์), ปาโตร (หมู กลศ) และ เอี่ยกัง (ปู้ กิตติพงษ์) ร่วมมือกันทำทุกทาง เพื่อหาที่ซ่อนคลังอาวุธ หวังก่อกบฎ แม้งานนี้ หนุ่มฌอห์ณจะมี พ้อยท์-ชลวิทย์ มีทองคำ (ฮวง) เป็นผู้ช่วยคนสำคัญ ในการสะสางปัญหานี้ แต่พ้อยท์เองก็ย่ำแย่ไม่น้อย เมื่อ พิม-พิมพ์พรรณ ชลายนคุปต์ (คุณหญิงทิพย์) แม่ของ ปลายฟ้า-ณัชภรณ์ อุ่นสวัสดิ์ (คุณวาด) ทำทุกทาง เพื่อกีดกันความรักของลูกสาวตน กับคนต่างชาติ

งานนี้ ฌอห์ณ และพ้อยท์ จะฝ่าฟันศึกรัก ศึกบ้านงานเมือง ครั้งนี้สำเร็จหรือไม่ และศึกหัวใจที่ต้องช่วงชิงคนรักอย่าง ชาร์เลท และปลายฟ้า มาให้ได้ จะหนักหนาสาหัสแค่ไหน ตามลุ้นตอนจบ ดูสดไปพร้อมกัน วันพุธที่ 5 และ วันพฤหัสบดีที่ 6 เมษายนนี้ เวลา 20.30 น. ทาง ช่องวัน31

แฟนคลับเฮลั่น! ‘เข้มหัสวีร์’พระเอกดังจับได้ใบดำ รอดเกณฑ์ทหาร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/721888

แฟนคลับเฮลั่น! 'เข้มหัสวีร์'พระเอกดังจับได้ใบดำ รอดเกณฑ์ทหาร

แฟนคลับเฮลั่น! ‘เข้มหัสวีร์’พระเอกดังจับได้ใบดำ รอดเกณฑ์ทหาร

วันจันทร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2566, 19.16 น.

วันที่ 3 เมษายน 2566 นักแสดงหนุ่ม หัสวีร์ ภัคพงษ์ไพศาล เข้ารับการคัดเลือก ทหารกองเกินเข้าเป็นทหารกองประจำการ ประจำปี 2566 ณ ที่ว่าการอำเภอเซกา จ.บึงกาฬ หลังได้ยื่นเรื่องผ่อนผันครบเกณฑ์ 5 ครั้งแล้ว และเมื่อเวลาประมาณ 17.10 น. ได้คิวจับใบดำ ใบแดง และผลปรากฏว่าได้ใบดำ

ทั้งนี้ เข้ม-หัสวีร์ ได้เปิดใจว่า   “ความรู้สึกในวันนี้ เป็นธรรมดาที่รู้สึกตื่นเต้น แต่ผมมีความตั้งใจที่จะมาจับใบดำใบแดงอยู่แล้ว เพราะคิดว่าเป็นการทำหน้าที่ของลูกผู้ชาย จะผ่อนผันหรือมาจับใบดำใบแดง  ก็คิดไว้ว่าถ้าจับได้ใบแดงเราก็ทำหน้าที่รับใช้ชาติให้ดีที่สุด แต่ถ้าได้ใบดำก็ทำหน้าที่ของนักแสดงที่ดี นอกจากทำงานแสดงด้วยความตั้งใจแล้ว  ก็ช่วยเหลือสังคม เป็นแบบอย่างที่ดี อย่างในวันนี้ผมเป็นนักแสดงด้วย ก็อยากเป็นแบบอย่าง คือทำหน้าที่ของลูกผู้ชายไทยที่ควรทำ”

ปัจจุบันกำลังถ่ายทำ ละครเรื่อง ลมพัดผ่านดาว และเมืองแก้ว ทางช่อง 7HD

ลากไส้! รายการประกวดร้องเพลงดัง เบี้ยวค่าตัว’พิธีกร-กรรมการ-แดนเซอร์-นักดนตรี’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/721798

ลากไส้! รายการประกวดร้องเพลงดัง เบี้ยวค่าตัว'พิธีกร-กรรมการ-แดนเซอร์-นักดนตรี'

ลากไส้! รายการประกวดร้องเพลงดัง เบี้ยวค่าตัว’พิธีกร-กรรมการ-แดนเซอร์-นักดนตรี’

วันจันทร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2566, 15.21 น.

วันที่ 3 เมษายน เพจเฟซบุ๊ก “คนลูกทุ่ง” ได้ออกมาโพสต์ถึงรายการประกวดร้องเพลง ได้เบี้ยวค่าตัวทั้งพิธีกร กรรมการ แดนเซอร์ มาหลายเดือน

โดยระบุว่าข้อความว่า “รายการประกวดร้องเพลง ปิดปากเงียบ ชักดาบค่าตัว พิธีกร กรรมการ รายการประกวดร้องเพลงหน้าจอ เบี้ยวค่าตัวพิธีกร กรรมการ แดนเซอร์ นักดนตรี ไล่ล่าเงินกันกว่า 4 เดือนยังไม่ได้ ยังเงียบกริบ

ขณะที่ หนึ่งในกรรมการสายฮาชื่อดัง เคยทวงเงินหลังเสร็จการบันทึกเทปทันที หากไม่จ่ายเรื่องถึงตำรวจแน่นอน รอค่าตัวชนิดไม่ยอมกลับ หากไม่จ่าย อีกคน ฟาดทวงเงินในโซเชียล พร้อมเปิดโปงเรื่องทั้งหมดออกสื่อ จนกระทั่งได้เงินมาแค่เพียงคนเดียว

มูลนิธิคุณแม่ลี้กิมเกียว เปิดรับสมัครทุนการศึกษาสำหรับนร.-นศ.ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ประจำปี 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/721832

มูลนิธิคุณแม่ลี้กิมเกียว เปิดรับสมัครทุนการศึกษาสำหรับนร.-นศ.ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ประจำปี 2566

มูลนิธิคุณแม่ลี้กิมเกียว เปิดรับสมัครทุนการศึกษาสำหรับนร.-นศ.ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ประจำปี 2566

วันจันทร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2566, 17.09 น.

มูลนิธิคุณแม่ลี้กิมเกียว ตั้งคารวคุณ เปิดรับสมัครทุนการศึกษาสำหรับนักเรียน นักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ประจำปี 2566

มูลนิธิคุณแม่ลี้กิมเกียว ตั้งคารวคุณกำลังเปิดรับสมัครทุนการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2566สำหรับนักเรียนนักศึกษาที่เรียนดีและเรียนปานกลางในทุกระดับชั้น ที่มีความประพฤติดี มีความกตัญญู แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ทั้งนี้ผู้ที่ผ่านการพิจารณาให้ได้รับทุนการศึกษา จะได้รับทุนต่อเนื่องจนจบแต่ละช่วงชั้นการศึกษา ซึ่งเป็นทุนแบบให้เปล่า โดยผู้รับทุนไม่ต้องชดใช้ทุนคืนแต่อย่างใด

ผู้ที่สนใจสามารถส่งใบสมัครเพื่อขอรับทุนการศึกษาได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่20พฤษภาคม2566สามารถดูรายละเอียดหลักเกณฑ์การขอรับทุนและดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่www.ligimgiew.or.th หรือFacebook : มูลนิธิคุณแม่ลี้กิมเกียว ตั้งคารวคุณ สอบถามเพิ่มเติม โทร.02-335-5555 ต่อ 3322

มูลนิธิคุณแม่ลี้กิมเกียว ตั้งคารวคุณ เป็นองค์กรสาธารณกุศล ลำดับที่ 847 ที่ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ก่อตั้งโดยคุณประจักษ์ ตั้งคารวคุณ ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่ลี้กิมเกียว ตั้งคารวคุณด้วยปณิธานที่มุ่งมั่นในการมอบโอกาสทางการศึกษา ให้กับเยาวชนไทยที่เรียนดีและปานกลางมีความกตัญญู แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในทุกระดับชั้น “เพราะการศึกษาเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาคน สามารถเปลี่ยนชีวิตคนๆ หนึ่งให้ประสบผลสำเร็จได้ทั้งยังช่วยส่งเสริมให้เยาวชนไทยเติบโตมาเป็นคนดี มีวิชาความรู้ ช่วยแก้ปัญหาเรื่องยาเสพติด เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติ ช่วยแก้ปัญหาความยากจน

ซึ่งทุนการศึกษานี้ถือเป็นการมอบโอกาสให้กับเยาวชนไทยโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น เพื่อให้เยาวชนไทยได้เข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียม อันเป็นหัวใจและพื้นฐานสำคัญในการดำเนินชีวิต เพราะถ้าเยาวชนมีการศึกษาที่ดี ก็จะสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตได้ นำพาตนเองไปสู่ความสำเร็จในหน้าที่การงาน สร้างฐานะ สร้างครอบครัวให้มีความมั่งมี ถือเป็นการช่วยพัฒนาคนในประเทศให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศชาติต่อไป

ศิษย์เก่าร้องสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง ปฎิบัติตามคำสั่งศาลปกครอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/721812

ศิษย์เก่าร้องสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง ปฎิบัติตามคำสั่งศาลปกครอง

ศิษย์เก่าร้องสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง ปฎิบัติตามคำสั่งศาลปกครอง

วันจันทร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2566, 16.04 น.

3 เมษายน 66 นายบรรหาร มณีลาภ ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยรามคำแหง , รศ.สุมาลี อิงคนาต อดีตรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง และคณะ ได้ยื่นคำแถลงการณ์ในนามคณาจารย์ เจ้าหน้าที่ นักศึกษา ผู้เกษียณอายุ และศิษย์เก่า ต่อนายวีรพล ตั้งสุวรรณ นายกสภามหาวิทยาลัยรามคำแหงเรื่อง ขอเรียกร้องให้สภามหาวิทยาลัย ปฏิบัติตามคำสั่งศาลปกครองอย่างเคร่งครัด และหยุดสร้างเงื่อนไขหรือวาทกรรมอื่นใดที่จะเป็นการจงใจ หลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลปกครองโดยมีตัวแทนของนายกสภามหาวิทยาลัยรามคำแหงเป็นตัวแทนรับหนังสือ

ทั้งนี้ ในหนังสือ คำแถลงการณ์ ระบุว่า โดยที่พวกเราเฝ้าดูสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในมหาวิทยาลัยรามคำแหงมาสักระยะหนึ่ง พร้อมกับพยายามปรึกษาสอบถามผู้รู้ด้านกฎหมายและการบริหารงานราชการอย่างกว้างขวาง และพวกเรามีหัวใจที่รักมหาวิทยาลัยรามคำแหงแห่งนี้อย่างเต็มเปี่ยม ย่อมทนไม่ได้ที่จะเห็นปัญหาความขัดแย้ง แบ่งฝักแบ่งฝ่ายในการบริหารงาน 

และที่สำคัญสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนแต่เป็นเกมส์การเมืองที่มีผู้ไม่ประสงค์ดีต่อทุกฝ่ายแต่อยากช่วงชิงผลประโยชน์จากเหตุการณ์ในครั้งนี้เพื่อตนเองและพวกพ้อง เป็นสิ่งที่พวกเรารับไม่ได้อย่างยิ่ง 

ดังนั้นจึงออกหนังสือแถลงการณ์ฉบับนี้ เพื่อให้สภามหาวิทยาลัยได้รับฟังเสียงอันบริสุทธิ์จากคณาจารย์ เจ้าหน้าที่ นักศึกษา ผู้เกษียณอายุและศิษย์เก่า ที่เคยผ่านการเลือกตั้งอธิการบดีเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2563 มาแล้ว โดยมีประเด็นที่สำคัญๆ ดังนี้

1.คำสั่งศาลปกครองกลาง คดีหมายเลขดำที่ บ.362/2565 ลงวันที่ 13  กุมภาพันธ์ 2566 เป็นคำสั่งทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครองที่สภามหาวิทยาลัยถอดถอนอธิการบดี (หรือที่เรียกกันว่าการคุ้มครองชั่วคราว) มีผลเป็นการให้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สืบพงษ์ ปราบใหญ่ กลับมาเป็นอธิการบดีอีกครั้ง จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น โดยมีเหตุผลหลัก ๆ คือ มติและคำสั่งถอดถอนอธิการบดี น่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะไม่เปิดโอกาสให้อธิการบดีได้ชี้แจง ซึ่งเป็นเหตุผลเดียวกันกับการคุ้มครองชั่วคราวในการถอดถอนครั้งที่ 1

2.สภามหาวิทยาลัย อ้างว่าได้มีการเลิกจ้าง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สืบพงษ์ ปราบใหญ่ จากความเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยตำแหน่งอาจารย์แล้ว จึงไม่มีคุณสมบัติเป็นอธิการบดีได้ แม้ศาลปกครองจะคุ้มครองชั่วคราวแล้วก็ตาม ข้ออ้างนี้ฟังไม่ขึ้น เพราะ

2.1 สภามหาวิทยาลัยได้อ้างข้อเท็จจริงนี้ต่อศาลปกครองแล้ว ตามที่ปรากฏในสำนวนและศาลปกครองได้รับรู้ข้อเท็จจริงและข้ออ้างนี้จนหมดสิ้น แต่ก็ยังมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวอธิการบดีอยู่ดี แปลว่าการเลิกจ้างไม่ได้เป็นเหตุให้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สืบพงษ์ ปราบใหญ่ เป็นอธิการบดีไม่ได้

2.2 การเลิกจ้าง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สืบพงษ์ ปราบใหญ่ โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.บุญชาล ทองประยูร (รักษาการอธิการบดีในขณะนั้น) ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจาก 1)ไม่ผ่านที่ประชุม กบม. และ2)ไม่มีการแจ้งล่วงหน้า 3 เดือนตามที่กำหนดไว้ข้อสัญญาจ้าง นอกจากนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.บุญชาล ทองประยูร ยังเป็นคู่กรณีกับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สืบพงษ์ ปราบใหญ่ เนื่องจากมีเหตุฟ้องร้องดำเนินคดีทั้งทางปกครองและอาญา จึงไม่สามารถพิจารณาเรื่องทางปกครองของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สืบพงษ์ ปราบใหญ่

2.3 คุณสมบัติของอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นไปตาม มาตรา 23 พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ศ.2541 เท่านั้น ซึ่งไม่มีข้อมาตราไหนกำหนดว่า อธิการบดี จะต้องเป็นพนักงานตำแหน่งอาจารย์ เพียงแต่ต้องมีประสบการณ์สอนหนังสือมาแล้ว 5 ปี ซึ่งเป็นเรื่องในทางข้อเท็จจริง แม้จะมีการเลิกจ้างก็ไม่ได้ทำให้ประสบการณ์สอนหนังสือหายไป และมหาวิทยาลัยรามคำแหงไม่เคยอ้าง พระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา หรือกฎหมายอื่นใด นอกเหนือจากพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ศ.2541 เพื่อกำหนดคุณสมบัติของผู้บริหาร สังเกตได้จากอดีต อธิการบดี และรองอธิการบดี หลายท่านที่อายุเกิน 60 ปี และไม่ได้เป็นพนักงานมหาวิทยาลัยหรือลูกจ้างตำแหน่งอาจารย์ในขณะที่ดำรงตำแหน่ง

3.สภามหาวิทยาลัย แต่งตั้งรักษาการอธิการบดี ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2566 ทับซ้อนกับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สืบพงษ์ ปราบใหญ่ ซึ่งเป็นอธิการบดี ตามคำสั่งศาลปกครอง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สืบพงษ์ ปราบใหญ่ จึงได้ยื่นคำขอให้ศาลปกครองดำเนินการบังคับตามคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว โดยศาลปกครองได้มีคำสั่งเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2566 ยกคำขอดังกล่าว ซึ่งได้มีบางท่านอ้างถึงแต่เพียงการยกคำขอ โดยไม่ได้อธิบายเหตุผลของศาล หรือแม้กระทั่งบิดเบือนข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพราะหากพิจารณาเหตุผลของศาลปกครองแล้วจะพบว่า ศาลปกครองได้ยืนยันอย่างหนักแน่นว่า “ผู้ฟ้อง (ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สืบพงษ์ ปราบใหญ่) ยังคงมีสถานะทางกฎหมาย อำนาจ และหน้าที่ในตำแหน่ง อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องแต่งตั้ง อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง ลงวันที่ 14 กันยายน 2564 ดังเดิม” และยังย้ำอีกด้วยว่า “จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงคำสั่งกำหนดวิธีการคุ้มครองชั่วคราวก่อนการพิพากษาเป็นอย่างอื่น” พูดง่าย ๆ คือ การที่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สืบพงษ์ ปราบใหญ่ จะเป็นหรือไม่เป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง หรือว่าจะเป็นไปถึงเมื่อใด ก็อยู่ที่ศาลปกครองจะมีคำพิพากษาหรือมีคำสั่งอย่างไร ดังนั้น ไม่ว่าใครจะอ้างข้อกฎหมายอะไรมาโต้แย้งหรือต่อต้านคำสั่งศาล ก็ไม่ได้มีผลอะไรกับความเป็นอธิการบดีของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สืบพงษ์ ปราบใหญ่ และหากไม่สามารถปฏิบัติตามคำสั่งศาลปกครองได้ ก็ควรใช้สิทธิทางศาลผ่านการอุทธรณ์โต้แย้งตามกฎหมาย ไม่ใช่ตีความกันเองว่าไม่สามารถปฏิบัติได้แล้วออกคำบังคับการกันเองนอกศาลปกครอง

4.ในวันที่ 7 มีนาคม 2566 ทางศาลปกครอง โดยท่านประวิตร บุญเทียม ประธานแผนกคดีละเมิดและความรับผิดอย่างอื่นในศาลปกครองสูงสุด ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวหลายสำนัก โดยสรุปว่า ตามคำสั่งศาลปกครอง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สืบพงษ์ ปราบใหญ่ ยังคงเป็น อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง ต่อไปได้ แต่หากว่า ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สืบพงษ์ ปราบใหญ่ เห็นว่าตนเองไม่สามารถทำงานต่อไปได้ หรือคำสั่งของศาลปกครองไม่สัมฤทธิ์ผลจริง ๆ ก็สามารถมายื่นคำร้องขอให้ศาลออกคำบังคับใหม่ได้ และยังอธิบายว่า “ตามคำสั่งศาลที่ให้ทุเลาคดีนั้น จริงๆ ผู้ถูกฟ้องคดี (หมายถึงสภามหาวิทยาลัย) ต้องปฏิบัติตาม เพราะยังไม่มีการยื่นอุทธรณ์คำสั่งทุเลาการบังคับคดี ถ้ามีปัญหาเพิ่มขึ้น ผู้ฟ้องคดี (หมายถึงอธิการบดี) ก็สามารถมาร้องขอให้ศาลปกครองมีคำสั่งบังคับใหม่ได้” ปัญหาเพิ่มขึ้นที่ว่าก็หมายถึงการขัดขวางหรือการกล่าวอ้างใด ๆ เพื่อไม่ให้ อธิการบดี สามารถทำงานตามคำสั่งศาลปกครอง จนเกิดความเสียหายต่อการบริหารราชการแผ่นดินและยากเกินการเยียวยาในภายหลังได้นั่นเอง

5.เมื่อผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สืบพงษ์ ปราบใหญ่ ยังคงเป็น อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง บรรดารองอธิการบดี ชุดผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สืบพงษ์ ปราบใหญ่ ก็ยังคงเป็น รองอธิการบดี ตามกฎหมาย เพราะสถานะของรองอธิการบดีขึ้นอยู่กับสถานะของอธิการบดี ตาม มาตรา 23 วรรคท้าย พระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ศ.2541 หากอธิการบดีพ้นตำแหน่งรองอธิการบดีก็พ้นไปด้วย ในเมื่ออธิการบดี กลับมาดำรงตำแหน่งตามคำสั่งศาลปกครอง รองอธิการบดีก็กลับมาด้วยเช่นกัน ซึ่งเทียบเคียงได้กับการที่ศาลปกครองมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวเมื่อครั้งที่ศาลปกครองเห็นว่ามติสภามหาวิทยาลัยในการถอดถอนอธิการบดีครั้งที่ 1 อาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งคราวนั้นบรรดารองอธิการบดีก็กลับมาปฏิบัติงานพร้อมอธิการบดีโดยไม่ได้มีการเสนอสภามหาวิทยาลัยให้แต่งตั้งใหม่แต่อย่างใด และสภามหาวิทยาลัย ก็มิได้คัดค้าน รวมถึงอนุมัติให้แต่งตั้งรองอธิการบดีชุดใหม่เมื่อรองอธิการบดีชุดเดิมครบวาระตามปกติ

6. เมื่อพิเคราะห์จาก 1. คำสั่งศาลปกครองกลาง คดีหมายเลขดำที่ บ.362/2565 ลงวันที่ 13  กุมภาพันธ์ 2566 ร่วมกับ 2. คำสั่งศาลปกครองกลาง ลงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2566 ร่วมกับ 3. การแถลงข่าวของศาลปกครองในวันที่ 7 มีนาคม 2566 วิญญูชนย่อมสรุปได้ถูกต้องตรงกันว่า ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สืบพงษ์ ปราบใหญ่ ยังคงเป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง ไปจนกว่าศาลปกครองจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเป็นอย่างอื่น ข้อโต้แย้งหรือข้ออ้างหรือคำสั่งอื่นใดจากใครก็ตามที่ไม่ใช่ศาลปกครอง หรือพยายามตั้งตนเป็นศาลเสียเองย่อมไม่กระทบต่อความเป็นอธิการบดีของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สืบพงษ์ ปราบใหญ่

7.ต่อมาข้อเท็จจริงปรากฏในภายหลังว่าผู้ถูกฟ้องคดี (สภามหาวิทยาลัย) ได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งคุ้มครองชั่วคราวไปแล้วตั้งแต่วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2566 (แต่สภามหาวิทยาลัย กลับไม่แจ้งเรื่องดังกล่าวต่อบุคลากรชาวรามคำแหงในงานแถลงข่าว ณ หอประชุมพ่อขุนรามคำแหงในวันที่ 2 มีนาคม 2566) จึงเป็นที่น่าสงสัยในการตีความของสภามหาวิทยาลัย ว่าตกลงผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สืบพงษ์ ปราบใหญ่ มีสถานะเป็นอธิการบดีอยู่หรือไม่ ? ถ้าสภามหาวิทยาลัย คิดว่าผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สืบพงษ์ ปราบใหญ่ไม่มีสถานะเป็นอธิการบดีแล้ว จะยื่นอุทธรณ์คำสั่งคุ้มครองชั่วคราวเพื่ออะไร ? การยื่นอุทธรณ์ของสภามหาวิทยาลัย ถือเป็นการยอมรับในตัวเองอยู่แล้วว่าสภามหาวิทยาลัยก็เชื่อว่าผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สืบพงษ์ ปราบใหญ่ ยังคงเป็นอธิการบดีอยู่โดยผลของคำสั่งศาลปกครอง จึงได้อุทธรณ์โต้แย้งคำสั่งศาลปกครองเพื่อหวังให้ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งยกเลิกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวนั่นเอง

8.ทุกฝ่ายควรเคารพคำสั่งของศาลปกครอง เนื่องจากศาลเป็นองค์กรสูงสุดในการวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาททางกฎหมาย และศาลเป็นองค์กรที่ปฏิบัติหน้าที่ “ในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์” และมีผลเป็นที่สุดในข้อพิพาทดังกล่าว ผูกพันคู่ความและสามารถอ้างยันแก่บุคคลภายนอกได้ทั้งปวง หากไม่เห็นด้วยกับคำสั่งศาล ก็ควรใช้วิถีทางตามกฎหมาย เช่นอุทธรณ์โต้แย้งต่อศาลปกครองสูงสุด ไม่ใช่การตีความหรือบังคับการใด ๆ ตามอำเภอใจ ดังนั้น นอกจากศาลปกครองแล้ว ไม่มีองค์กรอื่นใดมีอำนาจพิจารณาหรือตีความ “คำสั่งของศาลปกครอง” ได้อีก สภามหาวิทยาลัย รวมทั้งองค์กรอื่น ๆ ไม่มีอำนาจใด ๆ ในการพิจารณาหรือตีความคำสั่งของศาลปกครองให้แตกต่างออกไปจากคำสั่งของศาลปกครอง หรือสั่งการใด ๆ อันมีผลขัดต่อคำสั่งศาลปกครองได้

จากทั้งหมดที่กล่าวมา จึงขอเรียกร้องให้สภามหาวิทยาลัย ปฏิบัติตามคำสั่งศาลปกครองอย่างเคร่งครัด หยุดสร้างเงื่อนไขหรือวาทกรรมอื่นใดที่จะเป็นการจงใจ หลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลปกครอง หรือแม้กระทั่งการออกมติใดๆที่เป็นผลร้าย จนทำให้เป็นปัญหาอุปสรรคต่อการบริหารงานราชการแผ่นดิน ก่อให้เกิดความเสียหายที่ยากแก่การเยียวยาในภายหลัง อีกทั้งของให้สภามหาวิทยาลัยเคารพมติมหาชน ชาวรามคำแหงทั้ง 3 สาย อันได้แก่ สายคณาจารย์ สายเจ้าหน้าที่ และสายนักศึกษา ที่ได้เห็นพ้องต้องกันในวันที่ 20 ตุลาคม 2563 ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งให้ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สืบพงษ์ ปราบใหญ่ เป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง หยุดเล่นการเมืองที่ไม่สร้างสรรค์ ที่พลันแต่จะทำลายมหาวิทยาลัยรามคำแหง ปัญหาของมหาวิทยาลัยรามคำแหงยังมีอีกมากมายที่รอการแก้ไขและพัฒนา โปรดหันมาร่วมมือกับพวกเราทั้ง 3 สายในการนำพามหาวิทยาลัยรามคำแหงไปสู่ความเจริญงอกงาม แต่หากพวกท่าน(สภามหาวิทยาลัย)ไม่สามารถร่วมมือกับพวกเราได้ แต่ยังมีใจที่รักมหาวิทยาลัยรามคำแหง แห่งนี้ ก็ขอได้โปรดแสดงสปิริตลาออกจากการเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยเสียแต่บัดนี้

อย่างไรก็ตาม ทั้งหน้าตึกอธิการบดี และตึกหอสมุดกลาง ต่างได้ติดป้าย เพื่อให้สภามหาวิทยาลัย ปฎิตามคำสั่งศาลปกครองอย่างเคร่งครัดด้วย-001

‘เศรษฐา ทวีสิน’ ยื่นหนังสือลาออกจากทุกตำแหน่งในเครือ แสนสิริ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546157

04 เม.ย. 2566

'เศรษฐา ทวีสิน' ยื่นหนังสือลาออกจากทุกตำแหน่งในเครือ แสนสิริ

‘เศรษฐา ทวีสิน’ ยื่นหนังสือลาออกจากทุกตำแหน่งในเครือ ‘แสนสิริ’ ลุยสู้ศึก เลือกตั้ง สส. มีผลตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย. เป็นต้นไป

“เศรษฐา ทวีสิน” ยื่นหนังสือลาออก จากทุกตำแหน่งในเครือ “แสนสิริ” ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) หลังลงสมัครรับเลือกตั้ง สส.
บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย


โดย หนังสือแจ้งการลาออก ระบุว่า บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ขอแจ้งให้ทราบว่า นายเศรษฐา ทวีสิน ได้ขอลาออกจากตำแหน่ง ประธานอำนวยการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ รวมทั้งทุกตำแหน่ง ในฐานะกรรมการของบริษัท และกรรมการชุดย่อยของบริษัท ได้แก่ ประธานกรรมการบริหาร รองประธานกรรมการลงทุน และกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน โดยให้มีผลนับตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย. 2566 เป็นต้นใป

หนังสือลาออกหนังสือลาออก

ทั้งนี้ นายอภิชาติ จูตระกูล ประธานกรรมการ จะเข้าดำรงตำแหน่ง รักษาการประธานอำนวยการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ แทนตำแหน่งที่ลาออก จนกว่า
จะมีการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ ในการประชุมคณะกรรมการบริษัท ซึ่งเป็นไปตามข้อบังคับของบริษัท และเป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี


อย่างไรก็ตาม เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นายเศรษฐา ทวีสิน ในฐานะ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ได้ร่วมเดินทางสมัครรับเลือกตั้ง สส.ระบบบัญชีรายชื่อ(ปาร์ตี้ลิสต์) ที่ศาลาว่าการ กทม. 2 (ดินแดง)

เศรษฐา ทวีสินเศรษฐา ทวีสิน

โดยนายเศรษฐา กล่าวว่า วันนี้ไม่ได้มีการเตรียมตัว เพราะพร้อมมาตั้งนานแล้ว พรรคเพื่อไทยมีความพร้อม ไม่ว่าจะได้เบอร์อะไรก็ตาม เรามีนโยบายพร้อม
และบุคลากรพร้อม สำหรับเรื่องการดีเบต พรรคเพื่อไทยมีการจัดสรรบุคลากรไปดีเบตอยู่แล้ว โดยคณะกรรมการจัดสรรมา  การดีเบตนั้นถือเป็นวิธีการหนึ่ง 
รวมไปถึงการปราศรัย พูดคุยกับพี่น้องประชาชน ผู้นำทางความคิด ในพื้นที่ต่างๆ ก็ถือว่าเป็นวิธีการหนึ่ง

เศรษฐา ทวีสินเศรษฐา ทวีสิน

ส่องเลข เสริมดวง 3 แคนดิเดต นายกฯ จับได้เลขไหน มงคลอย่างไร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546125

04 เม.ย. 2566

ส่องเลข เสริมดวง 3 แคนดิเดต นายกฯ จับได้เลขไหน มงคลอย่างไร

4 เม.ย.66 เป็นวันรับสมัคร สส.บัญชีรายชื่อ หรือ ปาร์ตี้ลิสต์ และจะรู้ว่าใครจับได้หมายเลขไหน ก่อนจะถึงเวลานั้น 2 หมอดูตัวเลขชื่อดัง ฟ่านอาย มือสัมผัสจิต และ กวนซือ (แนน) หูทิพย์จิตสัมผัส จะพาไปดูกันว่า ทั้ง 3 แคนดิเดต นายกฯ ‘ดวงชะตา’ เหมาะสมกับเลขใด

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

“บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เกิดวันที่ 11 ส.ค. 2488

ดวงชะตา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ผูกกับเลข 6 ค่อนข้างจะเป็นเลขที่เหมาะกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เพราะเป็นเลขที่ยังพยุงดวงเขาอยู่ ยังให้การสนับสนุนดี และยังเป็นดาวเด่นถ้าหากมีเลขนี้ เพราะฉะนั้นการได้คู่กับเลข 6 ค่อนข้างจะดี ในดวงของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในปีนี้ คล้ายๆ กันยังมีคนสนับสนุน และยังได้รับโอกาสในด้านการเมืองค่อนข้างเยอะตกที่นั่งดี หากได้เลขนี้

ดวงชะตาของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ กับดวงสัมพันธ์เลขอื่นๆ

เลข 1 ก้าวหน้า แต่ดวงชะตา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ไม่ได้สัมพันธ์เท่าที่ควร มีเลขนี้ ก็จะคล้ายๆ คนมองหาทางไม่เจอ มองหน้าลืมหลัง เทียบเท่ากับ บางคนจะมองเห็นความสำคัญในตัว พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้แค่บางกลุ่มเท่านั้น

เลข 2 คนนับหน้าถือตา นำพาให้รุ่ง แต่เป็นแค่บางกลุ่ม จะขึ้นอยู่กับแค่บางบุคคลเท่านั้น เพราะฉะนั้น หากเลขนี้อยู่กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ค่อนข้างจะยาก สำเร็จน้อย นำพาผู้คนมา เป็นบางกลุ่มเท่านั้น

เลข 3 หากมีเลขนี้ ตกคราวเคราะห์ โอกาสขึ้นมีน้อย นำพาให้คนส่วนมากไม่นับถือ คนส่วนใหญ่เห็นพ้องต้องกันว่าไม่ดี ทำให้เป็นที่รักเพียงส่วนน้อยเท่านั้น

เลข 4 เลขตกคราวสมบูรณ์ แต่สมบูรณ์ชั่วขณะ เห็นประโยชน์ส่วนมากเป็นส่วนใหญ่ เหมาะที่จะทำหน้าที่ผู้นำ แต่ท้ายสุด คนมักมองว่า สิ่งที่ทำไปไม่เกิดประโยชน์ หากมีเลขนี้อยู่กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ค่อนข้างจะเหนื่อย เพราะต้องก้าวผ่าน ความเชื่ออีกหลายบุคคล ถึงจะนำพาความสำเร็จมาได้

เลข 5 มงคลเลข แต่ไม่ดีสำหรับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ แพ้ภัย มองคนที่ใกล้ตัวเป็นมิตร แต่ท้ายสุดกลับพลาดด้วยตัวเอง เพราะฉะนั้นมองภาพลักษณ์ออกมาดี แต่ทำให้ตัวของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อาจจะพลาดกับรายละเอียดบางจุดไปได้ เพราะความเชื่อใจบางอย่าง อาจจะทำให้พลาดกับการรับตำแหน่งบางอย่าง

เลข 7 ไม่ดีเท่าไหร่ แต่ก็ยังมาประคองดวงชะตาของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เพราะบุคลิกของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จะเหมาะกับดวงชะตาเลข 7 มีความอดทน ใฝ่รู้ ทะเยอทะยาน จึงสามารถประคับประคองดวงไปได้ แต่ต้องใช้กำลังวังชา จากตนเองค่อนข้างมาก ก็จะมักประสบความสำเร็จได้ดีเหมือนกัน

เลข 8 ดวงชะตาของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ไม่ได้ถูกนิยม หากมีเลข 8 เทียบเท่ากับตัวของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ตกอยู่ในวังวน จะขึ้นไม่ขึ้น จะลงไม่ลง จึงต้องทำอะไรเดิมๆ ซ้ำๆ อยู่ตลอดเวลา เลขนี้แรง ถ้าอยู่กับคนดวงชะตาขึ้น แต่ถ้าอยู่กับคนที่ดวงชะตาดับ ก็จะส่งผลให้ยิ่งวุ่นวาย ไม่ปรองดอง จึงเป็นเหตุว่า ณ ดวงชะตาประเมินได้ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ยังมีเกณฑ์ขึ้นๆ ลงๆ จึงไม่เหมาะ หากได้เลขนี้ เพราะยิ่งจับยิ่งพัง หากเลี่ยงเลขนี้ได้ ควรเลี่ยงเสียก่อน เป็นการดี

เลข 9 มงคล หน้าที่ มีเกณฑ์ปรับ แต่ไม่ใช่ในช่วงเวลานี้ อาจจะอยู่ราวๆต้นปีหรือปลายปี 2567 จึงจะดีกับเลขนี้ แต่ก็ใช่ว่า ในปีนี้ ดวงจะไม่สมพงศ์กับดวงชะตาเลข 9 เลข ก็จะมีแพลนนิดๆ ทำให้ผู้คนประชาชนได้เห็นแผนงาน แต่ยังไม่สมพงศ์เท่ากับหมายเลข 6 เพราะจะมีชัยมากกว่า หากมีเลข 9 จะต้องใช้ความทะเยอทะยานอย่างสูงและแรงอย่างมาก เพื่อพยุงดวงชะตา แต่หากผ่านไปได้ ก็ถือเป็นเกณฑ์ที่ดีมากพอสมควร หากมีเลขนี้อยู่ในดวงของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

เลข 10 เป็นเลขชะตาอดทน สมบูรณ์ แต่เกณฑ์ชะตาของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ มีบททดสอบ ให้ละเรื่องการเมืองเหล่านี้ได้ยาก เลข 10 จึงเหมาะ แต่อาจจะอยู่ในเกณฑ์ท้ายๆ คือ หากได้ดำรงตำแหน่งบางอย่าง ตัวเลข 10 จะมาคุ้มครองดวงชะตาภายหลัง ให้มั่นคงขึ้น โดยสมบูรณ์ ขึ้นอยู่กับหน้าที่ปฏิบัติของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อีกเช่นกัน

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เกิดวันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2523

ดวงชะตาผูกกับ เลข 6 และเลข 9 โดยสมบูรณ์ เป็นเลขแห่งผู้นำ ทำการใหญ่ มองการณ์ไกล มีผู้ใหญ่ให้คำแนะนำ หากดวงชะตาของ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ตกในเกณฑ์รับเลข 6 หรือ 9 จะเป็นมงคล ดวงชะตามาแรง ก็อาจจะมีเกณฑ์ขึ้นระดับเป็นผู้นำได้

เลข 6 เจ้าเกณฑ์ชะตา มาปกปักษ์รักษาดวงชะตา ทำให้มีเกณฑ์เลื่อนขึ้น ขึ้นที่สูง มองการณ์ไกล คนนับหน้าถือตา แต่ให้ระวัง เรื่องคำ บางคำอาจพูดดี แต่บางคำเป็นผลเสียต่อตน บางคำเว้นได้จะดี จะได้รับการนับถือจากบุคคลอื่นๆอีกพอสมควร

เลข 9 พัฒนา ก้าวหน้า ขึ้นเร็ว ในตำแหน่ง มีเกณฑ์สำเร็จ จะเป็นบุคคลที่พร้อมพัฒนา มากถึงมากที่สุด มีบุคคลหนุนหลัง ผู้ใหญ่บางกลุ่มให้การสนับสนุน มีเป้าหมายยาว พัฒนาได้ไกล เลขนี้จึงเป็นเลขเหมาะสม ค่อนข้างจะดีในเกณฑ์ของปีนี้ พบภาระ แต่ก็นำทางถึงเส้นชัย ได้เช่นกัน

เลขสัมพันธ์กับเลขดวงชะตาต่างๆของ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

เลข 1 ทำให้มีความว่องไว รวดเร็ว แต่แพ้คนพาล อาจทำให้ลุ่มหลง หรือ เสียจริต คิดการใหญ่ แต่ไม่รอบคอบเท่าที่ควร อาจทำให้พลาดจากความเป็นผู้นำ หรืออาจจะเป็นสองรองคนอื่นได้เช่นกัน

เลข 2 ดวงสัมพันธ์ ดวงดี แต่ยังไม่มีชัย ดวงชะตาผูกสัมพันธ์กับเลข 2 ค่อนข้างดี แต่เกณฑ์ชะตายังขึ้นลง ประสบความสำเร็จน้อย หรือต้องใช้ความพยายามมากถึงมากที่สุด เพื่อให้ได้ชัยชนะมา มักวางลงช่วงหลัง คือ ตอนต้นดี ตอนปลายร้ายหรือเสียในที่สุด มักเป็นคนเห็นดีกับเรื่องทั่วไป จนทำให้คนอื่นคิดว่า ไม่ใช่พวกพ้องเขา จึงทำให้โดนหลุดจากตำแหน่งได้ง่าย หากมีเลขมี ประคองตนได้ แต่แค่ชั่วคราวเท่านั้นเอง หากมีเลขนี้อยู่ในดวงชะตาของ คุณ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

เลข 3 ร้าย แต่เหมือนจะดีแค่ตอนต้น หากได้เลขนี้ คนจะนับหน้าถือตาเพียงบางกลุ่ม ว่าร้ายอีกบางกลุ่ม จนทำให้ไปต่อได้ยาก หลีกเลี่ยงเลขนี้มักเป็นการดี งานหน้าฟ้าใหม่ เลขนี้จึงเป็นมงคลต่อดวงชะตาของ คุณ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ในครั้งถัดไป

เลข 4 เลขยักษ์ เป็นเลขดุดัน เป็นเลขที่ดูแล้วเหมือนสมศักดิ์ศรี แต่ทำให้คนรู้สึกว่าตัว พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นคนที่มองโลกในแง่เดียว เพราะมีความดุดันจากพลังงานตัวเลข จึงถูกพัฒนาได้น้อยกว่า ผู้คนสนับสนุนไม่มาก และเป็นเลขที่หาเงินยาก หากได้เลข 4 จึงไม่เหมาะกับ คุณ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

เลข 5 มีวาจาที่ดี สมพงษ์ แต่ยังไม่เข้ากับดวงชะตามากเท่าไหร่ เนื่องด้วยตัวเลข ให้ความมงคล แต่เกณฑ์ชะตาปีนี้ของ คุณ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ยังคงต้องการคนสนับสนุนเป็นจำนวนมาก มักมีการวิเคราะห์จากบุคคลอื่นได้ง่าย จึงบอกว่า แม้ว่าเลข 5 จะเป็นมงคล แต่ก็ไม่ดีมากต่อดวงชะตา เพราะดวงชะตาของ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ยังคงต้องการการแข่งขันสำเร็จ จึงไม่สมบูรณ์ หากได้เลข 5 ต่อดวงชะตา

เลข 7 ต่อดวงชะตา เหมือนมาไกล แต่ยังไม่สุด จะเป็นคนโถมไปสุดตัว แต่ท้ายสุด เหมือนไม่มีใครเห็นค่าของตัวเรา เลขนี้ไม่เหมาะกับพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เพราะมาเป็นเกณฑ์ให้แค่ทำแล้วผ่านไป ไม่สมหวังซะส่วนใหญ่ หรือได้มาก ก็จะเสียมาก จึงหลีกเลี่ยงเลขนี้จึงจะดีต่อดวงชะตา 

เลข 8 มงคล แน่วแน่ แต่อาจพลาดเพราะบุคคลใกล้ตัว หาก พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ มีเลขนี้ จะสามารถโน้มน้าวใจใครหลายๆคนได้ มีคนชักจูงให้ไปในสิ่งที่เหมาะที่ควร มีการใหญ่รออยู่ตรงหน้า หากสมานสามัคคีจะมีผลดี แต่ถ้าไปผิดใจกับใครเพียงแค่หนึ่งบุคคลอาจทำให้ร่วง ตกจากตำแหน่งที่ดีได้เช่นกัน

เลข 10 พร้อมพัฒนา ซื่อสัตย์ เลขนี้เด่นด้านการปกครอง หากอยู่กับพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ วางแผนพัฒนาดี แต่หากเชื่อคำคน ให้ไม่พบความสุจริต อาจจะยากต่อความสำเร็จได้เช่นกัน ฉะนั้นเลขนี้เป็นมงคลเช่นกัน หากการพัฒนางานอยู่ในเชิงแง่คิดที่ถูกกระบวนการ ยิ่งทำให้ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วเช่นกัน

แพทองธาร ชินวัตรแพทองธาร ชินวัตร

 “อุ๊งอิ๊งค์” แพทองธาร ชินวัตร เกิด 21 สิงหาคม พ.ศ. 2529

ตัวเลขมงคลที่เข้ากับดวงของคุณ “อุ๊งอิ๊งค์” แพทองธาร ชินวัตร มากที่สุดคือ 5 และ เลข 2

เลข 5 เรียกได้ว่าเป็นเลขที่เกิดมงคลมากเลยที่เดียว เป็นตัวเลขแห่งความสมบูรณ์ ทั้งด้านวาจา การพัฒนา และผู้คนสนับสนุน เรียกได้ว่าหากมีเลขนี้ใกล้ตัวจะยิ่งเพิ่มความนิยมและได้รับแรงสนับสนุนจากหลายฝ่าย พร้อมการพัฒนาเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้น

เลข 2 เป็นหมายเลขแห่งวาจาของคุณ

“อุ๊งอิ๊งค์” แพทองธาร ชินวัตร เมื่อมีตัวเลขนี้อยู่ใกล้ชิดเรียกได้ว่าพูดจาสิ่งใดก็ชนะ เกิดความสำเร็จ และเป็นตัวเลขแห่งการเปลี่ยนแปลงในดวงชะตา มีคนสนับสนุนในวงกว้าง หากทำในสิ่งที่กล่าววาจาหรือสัญญาได้จะยิ่งเพิ่มความเชื่อถือให้กลุ่มคนได้อีกในระยะยาว

ดวงชะตาของ “อุ๊งอิ๊งค์” แพทองธาร ชินวัตร กับดวงสัมพันธ์เลขอื่นๆ

เลข 1 จะต้องมีการแบกรับความเครียดและเกิดปัญหาจากบริวารค่อนข้างมาก หยิบจับสิ่งใดก็เกิดประเด็นที่น่าจับตามองแต่ต้องมีการวางตัวที่ดีจึงจะทำให้พ้นเคราะห์ เรียกได้ว่ามีชื่อเสียงในทางลบมากกว่าทางบวกนั้นเอง

เลข 3 เป็นหมายเลขที่เกี่ยวข้องกับการต่อสู้ ซึ่งแนะนำให้หลีกเลี่ยง เพราะทำสิ่งใดจะมีคนเข้ามาคอยขัดอยู่เสมอ สามารถตกที่นั่งลำบากได้

เลข 4 พลังงานตัวเลขนี้เป็นดวงเสน่ห์ แต่ขาดคนสนับสนุน จึงทำให้มีเกณฑ์ได้ชื่อเสียงในช่วงแรก แต่ต้องใช้แรงกำลังค่อนข้างมากที่จะผ่านอุปสรรค ทำให้ในช่วยปลายความนิยมจะแผ่วลง

เลข 6 ตัวเลขแห่งความมั่นคง ซึ่งจะไม่ส่งผลด้านการเปลี่ยนแปลงมากนัก เรียกได้ว่าค่อยๆเป็นไป จะมีเกณฑ์การทำงานใหญ่ร่วมกับอีกกลุ่มคน เพื่อเปลี่ยนแปลงอนาคต ทำให้ในช่วงเวลาใกล้นี้ยังต้องใช้ความพยายามค่อนข้างมาก เพื่อให้เกิดความยอมรับจากผู้คนกลุ่มใหญ่

เลข 7 ส่งผลพลังงานตัวเลขในด้านการเปลี่ยนแปลง จะมีการเปลี่ยนแปลงในส่วนงานใหญ่ๆค่อนข้างมาก มีการขัดแย้งกับบางกลุ่มคนได้ แต่หากมีความเข้มแข็งจะสามารถผ่านไปได้ด้วยดี และประสบความสำเร็จนั้นเอง

เลข 8 ตัวเลขแห่งอำนาจ เรียกได้ว่าเป็นทั้งผลดีและผลร้ายพร้อมกันได้เลยทีเดียว เพราะพลังงานตัวเลขนี้จะยิ่งส่งผลให้เกิดอำนาจบารมีค่อนข้างสูง ทำให้ทั้งเกิดการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงของเดิมให้เกิดสิ่งใหม่นั้นเอง แต่ต้องระวังหลายกลุ่มคนค่อยเพ่งเล็งหากไม่รอบคอบด้านบริวารจะทำให้เกิดอุปสรรคได้มากเช่นกัน

เลข 9 พลังงานตัวเลขแห่งการมุ่งมั่น เป็นตัวเลขที่เสริมด้านความคิด ทำให้มีความคิดไว ทำไว ไม่รีรอหยิบจับสิ่งใดก็เป็นประเด็นที่น่าจับตามองเสมอ จะมีความเป็นผู้นำค่อนข้างสูง ตั้งใจและมั่นใจในตนเอง

เลข 10 พลังงานตัวเลขนี้ไม่ค่อยส่งเสริมนัก จะทำให้เกิดการแบกรับภาระมากเกินไป และมีความกังวลทางด้านความเครียดความกังวล จึงทำให้เกิดอุปสรรคในการทำงานเยอะพอสมควร

ใครจะจับได้หมายเลขไหน…พรุ่งนี้ไปลุ้นพร้อมกันค่ะ